ตอนที่ 11
ในมหาวิทยาลัยที่แนนเรียนมีนักศึกษาตั้งครรภ์ทำให้อาจารย์โสภาคิดจะเปลี่ยนละครเวทีเป็นเรื่องที่สะท้อนสังคมโดยให้ทอมพ่อของแนนช่วยแต่งเพลงประกอบละครและให้นักศึกษาช่วยกันแต่งบทละครกลุ่มนุจรีไม่เห็นด้วยเพราะกลัวว่าแนนจะเด่นกว่าแต่สุดท้ายก็สู้เสียงนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้...
ผู้กองวันชาตินำกำลังไปถล่มแหล่งพักสิ่งของผิดกฎหมายของสมภพแต่ปล่อยข่าวว่าเป็นคนของเกื้อพรวินเชื่อว่างานนี้สมภพต้องแค้นสุดๆและโอกาสที่เขาจะกล่อมให้สมภพมาร่วมงานด้วยก็ไม่ยากเพราะหมอนั่นอยากเข้าใกล้เกื้อพรอยู่แล้ว
“อืม...มันมีแต่เสียกับเสีย” วันชาติยิ้มอย่างพอใจ
“หลังจากนั้นผมก็จะพานายสมภพเข้าไปหานายเกื้อพร”
“สุดท้ายนายสมภพก็จะหาทางแทงคุณข้างหลังกำจัดคุณโดยการบอกนายเกื้อพรว่าเป็นคนยิงนายสุชาติ”
“เราก็พ้นข้อหาแผนแรกสำเร็จที่เหลือก็หาหลักฐานมัดตัวนายเกื้อพรส่งให้ทางการ...งานจบ”
“ใช่แล้วครับหลังจากนั้นคุณสองคนก็แต่งงานกันมีความสุขชั่วกัลปาวสาน”
วันชาติสรุปด้วยรอยยิ้มแต่วินกับเอหันมองหน้ากันไปมาอย่างอิหลักอิเหลื่อแล้วพอวันชาติกลับไปเอก็มีท่าทีตึงๆกับวิน
“ผมไม่ทราบว่าทำไมคุณถึงโกรธผมผู้กองวันชาติเป็นคนพูดถึงเรื่องแต่งงานไม่ใช่ผมคุณต้องไปโกรธผู้กองสิครับ”
“คุณนั่นแหละเพราะแผนมาเฟียบ้าบอฉันเลยกลายเป็นแฟนมาเฟียไงพองานจบกลายเป็นว่าคุณไปทางฉันไปทางเหมือนกับฉันถูกทิ้งเสียหายหมด”
“งั้นผมขอคุณแต่งงานก็ได้แล้วคุณก็บอกโนกลายเป็นว่าคุณทิ้งผมแค่นี้คุณก็พ้นข้อครหา”
“ก็ได้”
“ก็ได้...แต่ทำไมยังโกรธผมอยู่”
“ฉันไม่ได้โกรธแค่เบื่อหน้าคุณ...อย่ามากวนใจ” เอหน้าตูมลุกหนีไปวินถอนใจแล้วโทร.ไปบ่นให้น้องกับพ่อฟังก่อนจะได้ไอเดียดีๆสำหรับง้อสาว
เช้าขึ้นวินกับเอต่างแยกย้ายกันออกจากบ้านวินออกไปก่อนมุ่งหน้าไปเจรจากับสมภพส่วนเอไปพบเพื่อนๆที่ฟิตเนสหญิงสาวใช้เวลาไม่นานก็กลับที่พักแต่ไม่พบวินมีเพียงช่อดอกไม้และการ์ดที่เขาฝากแม่บ้านไว้ให้
เวลานั้นวินยังอยู่ที่บริษัทของสมภพทำทีพูดเรื่องสินค้าเถื่อนของเขาถูกยึดซึ่งไม่ใช่ฝีมือตนแต่ที่มาเพราะอยากเปิดโอกาสให้เขาร่วมมือกับตน
“คุณมีแผนอะไรคุณก็รู้อยู่เต็มอกว่าผมยิงนายสุชาติแล้วคุณจะมาทำธุรกิจกับผมมันฟังไม่ขึ้น”
“เรื่องคุณยิงนายสุชาติผมไม่สนนายสุชาติไม่ได้เป็นเพื่อนผมเรื่องคดีผมเชื่อว่าผมหลุดถ้าคุณเปลี่ยนคำให้การ”
“ที่แท้เป็นแบบนี้เอง”
“ใช่...ลองคิดดูคุณจะยัดคดีฆ่าคนตายให้ผมหรือจะทำธุรกิจกับผมรวยด้วยกันทั้งคู่”
“เกิดอะไรขึ้นอยู่ๆคุณก็จะเสี่ยงอยากรวยขึ้นมา”
“ไหนๆก็ไหนๆแล้วอีกอย่างสาวที่ผมจีบอยู่รวยล้นฟ้าผมต้องการยกระดับตัวเอง”
สมภพนิ่งไปอย่างเอนเอียงคิดว่าตนเองได้เปรียบแต่ยังวางฟอร์มเล่นแง่นิดหน่อยว่าถ้าตนไม่สนล่ะ?
“คุณคงเคยได้ยินชื่อคุณเกื้อพร”
สมภพอึ้งไปอึดใจก่อนตอบตกลงอย่างง่ายดายวินพอใจบอกลากลับไปสมภพจ้องตามด้วยความแค้น
“ตากูเมื่อไหร่เอ็งดับแน่ไอ้วิน!”
ooooooo
วินซื้อเสื้อผ้าชุดสวยเก๋กลับมาให้เอแค่นี้หญิงสาวก็หายมึนตึงเป็นปลิดทิ้งทั้งคู่กำลังจะสวีตกันก็พอดีผู้กองวันชาติโผล่มาโดยไม่ได้นัดหมายซักถามเรื่องที่วินไปเจรจากับสมภพ
“มันไม่สงสัยเลยเหรอว่าอยู่ๆทำไมคุณถึงชวนมัน”
“ผมแกล้งบอกให้มันเปลี่ยนคำให้การ”
“มันคงนึกว่าคุณจนตรอก”
“ครับทีนี้ผมก็ไปบอกนายเกื้อพรว่าผมยินดีร่วมงานด้วยเท่านี้ก็จบ”
“ฟังดูดี...ฉันขอบอกไม่ใช่จบแต่มันเป็นจุดเริ่มต้นมากกว่าจุดเริ่มต้นของความเดือดร้อน”
เอเอ่ยอย่างมั่นใจไม่ได้ประชดประชันแต่ อย่างใด...แล้วในบ่ายนั้นเองเธอกับวินเดินทางไปพบ
เกื้อพรเพื่อแจ้งให้ทราบว่าพวกตนยินดีร่วมงานกับ องค์กรของเขาตามคำเชิญแต่ถ้ามีปัญหาก็ต่างคนต่างไป
เกื้อพรยิ้มพอใจพยักหน้ากับคนในทีมของตนก่อนพูดถึงเรื่องส่วนแบ่งเสนอว่า 65 กับ 35 แต่เอค้านทันที
“65 กับ 35 ฉันคิดว่าคุณวินเอาเปรียบคุณเกื้อพรเกินไปเอาเป็นว่า 50 กับ 50 ดีกว่า”
“ผมอิจฉาคุณจริงๆคุณวินคุณมีผู้หญิงที่ทั้งเก่งและสวยอยู่เคียงข้างคอยระวังหลังให้คุณ”
“ครับ...ผมโชคดีที่สุดในโลก”
“จริงๆแล้วฉันเป็นคนตัดสินใจว่าใครจะมีโชคหรือไม่มีโชคมากกว่า”
วินฝืนยิ้มเกื้อพรมองเออย่างชื่นชมพอทั้งคู่ขอตัวกลับคนในทีมของเกื้อพรหารือกันทำท่าจะไม่ยอมเรื่องส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งที่ให้วินแต่พอทุกคนได้ยินเหตุผลของเกื้อพรก็เบาใจ
“ให้พวกนั้นตายใจก่อนถึงเวลาค่อยว่ากันอีกที”
หลังจากสองฝ่ายตกลงกันผ่านไปไม่ทันข้าม
วันก็มีข่าวเผยแพร่ออกมาหนาหูว่าขณะนี้ผู้ต้องหายิงนายสุชาติตายซึ่งได้รับการประกันตัวรอการพิจารณาคดีอยู่ได้เข้าบริหารบริษัทส่งออกเปิดใหม่โดยมีนายเกื้อพรเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังนายเกื้อพรเคยสนับสนุนนายสุชาติผู้ตายมาแล้วและกำลังจะยุบบริษัทเก่าที่เคยมีนายสุชาติดูแลอยู่มาหนุนหลังบริษัทใหม่อย่างเต็มตัว
นอกจากการรายงานข่าวแล้วนักข่าวยังถือไมค์สัมภาษณ์เกื้อพรด้วยว่า “คุณเกื้อพรมั่นใจหรือคะว่าผู้ต้องหาบริสุทธิ์ถึงได้สนับสนุนเต็มร้อยแบบนี้”
“คุณวินคุณเอเป็นเพียงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่อยู่ผิดที่และผิดเวลาเท่านั้นเอง”
“แต่มีพยานเห็นชัดให้การมัดตัวชัดเจน”
“ผมว่าพยานอาจสับสนก็ได้ผมว่าเวลาผ่านไปพยานอาจจะได้คิดและออกมาให้การตามความจริงอย่างแน่นอน”
ผู้กองวันชาติเห็นภาพข่าวนี้แล้วเขาบอกวิน
กับเอว่าเกื้อพรร้ายกาจจริงๆบิดเบือนได้เนียนมาก
“แต่ก็เข้าแผนอย่างที่เราต้องการ” วินยิ้มย่อง
“ครับคราวนี้ก็รอเวลาว่าเหยื่อจะติดเบ็ดเท่านั้นเอง”
“หวังว่าเราสองคนจะไม่แก่ตายหรือไม่ก็ถูกฆ่าตายซะก่อนนะ” เอเปรยขึ้นมาวันชาติเลยบอกว่าอันนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับเขาสองคน...
หลังจากมีข่าวเกื้อพรให้การสนับสนุนวินกับเอ...สมภพก็แถลงข่าวในเวลาต่อมาว่า ตามที่ตนเคยให้การว่าวินและสาวไฮโซร่วมกันฆ่านายสุชาตินั้นอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้เพราะตอนนั้นเกิดความสับสนและตนอาจจะเมาคาดว่าคดีนี้ศาลต้องตัดสินยกฟ้องอย่างแน่นอน
สุรชัยรับรู้ข่าวสารทั้งหมดจากไอ้อ๊อดด้วยความโมโห “มันเปิดตัวบิดเบือนกันซึ่งหน้า...ข้าไม่ยอมให้ลูกข้าตายฟรีหรอกไอ้อ๊อดเอ็งเตรียมคนข้าจะเล่นงานมัน”
“แต่ท่านครับนายเกื้อพรมีอิทธิพลมากนะครับ”
“ข้าไม่ได้เล่นงานนายเกื้อพรข้าจะเล่นงานไอ้วินกับนังนั่นมันพรากชีวิตลูกข้าทั้งคน”
“แต่ว่า...คือ...” อ๊อดอึกอักเพราะรู้ว่าความจริงสมภพยิงสุชาติตาย
“ไอ้อ๊อดเอ็งเลือกเอาเอ็งจะทำตามคำสั่งหรือออกไปให้พ้นหน้าข้า”
อ๊อดได้แต่ถอนใจเดินก้มหน้าออกไป...หลังจากคิดไปคิดมามันตัดสินใจมาขอทำงานกับสมภพบอก
เหตุผลว่าสุรชัยจะให้ตนเล่นงานวินขืนตนลงมือนายเกื้อพรเล่นงานตนตายแน่
“นายสุรชัยบ้าเลือดไม่ยอมหยุดนี่ถ้ามันรู้ว่าข้าเป็นคนยิงไอ้สุชาติมันคงตามเล่นงานข้าไม่เลิกรา”
“แน่นอนที่สุด” อ๊อดทิ้งไพ่ว่าตนรู้ความลับของสมภพสมภพเองก็รู้ทันแต่ทำเฉยเสีย
“เอางี้...เอ็งทำตามที่นายสุรชัยสั่ง”
“อ้าวผมก็ไม่รอดน่ะสิ”
“เอ็งก็บอกไปสิว่านายสุรชัยสั่งเอ็งไม่มีทางเลือกแล้วเอ็งก็มาทำงานกับข้าได้”
อ๊อดนิ่งคิดชั่งน้ำหนักอยู่อึดใจก็พยักหน้าตกลงทั้งที่ลึกๆยังมีความระแวง
ooooooo
ประสิทธิ์ไม่สบายใจหลังทราบข่าวที่มีชื่อลูกสาวเข้าไปเกี่ยวพันโทร.มาถามเธอว่าคิดอะไรอยู่ถึงได้ร่วมมือกับนายเกื้อพรทั้งที่รู้ว่ามันเป็นมาเฟียเป็นคนโกง
“คุณพ่ออยู่เฉยๆดีกว่าคุณพ่อทำตัวให้ดีก่อนค่อยมาสอนลูก” เอยอกย้อนแล้วตัดสายทิ้งวินฟังอยู่ใกล้ๆอดท้วงเธอไม่ได้ว่าโหดกับคุณพ่อมากไปหน่อยแล้ว
“นี่นายอุดมการณ์...นายมีอุดมการณ์เป็นคนดีขนาดไม่ยอมรับลูกสาวคนโกงฉันก็มีอุดมการณ์เหมือนกันในเมื่อคุณพ่อฉันเป็นคนโกงฉันก็ไม่จำเป็นต้องนับถือฉันไม่ฟ้องก็ดีแล้ว”
“หา! ฟ้องคุณพ่อคุณเนี่ยนะ”
“ใช่...ฟ้องที่เป็นบุคคลโกงกินทำให้ลูกเสียหายเป็นที่รังเกียจของสังคมนายรังเกียจที่ฉันเป็นลูกคนโกงลืมแล้วเหรอ”
“แต่คุณ...คือ...ผม” วินอึกอักพูดไม่ออก
“นั่นไงฉันถึงต้องฟ้องถ้าฉันโกงเหมือนพ่อฉันก็ช็อปปิ้งสบายอารมณ์ไม่รู้ร้อนรู้หนาวไปแล้วน่ะสิ”
วินจำนนด้วยเหตุผลของเธอหลังจากนั้นทั้งคู่พากันออกไปกินอาหารกลางวันกับทอมโจและแนน...
ทุกคนแสดงความเป็นห่วงกันและกันโดยเฉพาะทอมบอกให้วินดูแลเอดีๆส่วนเรื่องข่าวพวกตนทราบดีว่าเป็นแผนโจเองก็เตือนวินด้วยเหมือนกันให้ระวังตัวไว้เพราะเกื้อพรมีพิษสงร้ายกาจ
“ฉันรู้...แต่อย่างน้อยการร่วมงานกับนายเกื้อพรก็ทำให้ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับฉันไม่กล้ายุ่งกับพวกเราทุกคนด้วยถือว่าเป็นผลดีมากกว่าเสีย”
“พ่อก็หวังว่าอย่างนั้น”
“ก็อาจจะจริงครับหลังจากที่ข่าวออกมาก็ไม่มีพวกมันโผล่มาให้เห็น”
“งั้นยัยแนนก็ไม่ต้องกวนให้พี่โจเทียวรับเทียวส่งอีกแล้วสินะ” วินแกล้งแหย่แนนหน้ายู่บอกว่าพี่โจไม่ว่าอะไรสักหน่อย
“เอาล่ะๆแยกย้ายกันได้แล้ว” ทอมตัดบทยิ้มๆทุกคนบอกลากันแล้วแยกย้าย
เอชวนวินเดินเล่นที่ศูนย์การค้าแล้วเจอพอลมากับนุจรีเอไม่สนใจแต่นุจรีอยากให้พอลแนะนำว่าตนเป็นแฟนของเขา...ฝ่ายโจพาทอมกับแนนไปส่งบ้านแต่ระหว่างทางรถประสบอุบัติเหตุเพราะมีมือปืนขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ยิงโชคดีทุกคนบาดเจ็บเล็กน้อยพอวินกับเอทราบข่าวก็รีบมาที่โรงพยาบาลตามด้วยเกื้อพรที่มาพร้อมมือปืน
“ผมเสียใจด้วยผมจะจัดการพวกมันเองคุณไม่ต้องห่วง” เกื้อพรให้คำมั่นแล้วกลับไป...
ด้านสุรชัยกำลังถูกไอ้อ๊อดต้อนออกจากบริษัทมาขึ้นรถตู้สุรชัยไม่สบอารมณ์แต่ก็ยอมขึ้นรถพร้อมเสียงบ่น
“เอ็งทำไมต้องให้ข้าหนีพวกมันด้วยข้าบอกว่าข้าไม่ได้ทำไม่ได้สั่งซะอย่างตามกฎหมายมันทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”
“นายเกื้อพรไม่สนข้ออ้างทางกฎหมายของท่านหรอกครับมันยิงก่อนถามทีหลังถ้าท่านมัวแต่เจ๋อหน้าทำเป็นอินโนเซนต์อยู่แถวนี้ท่านไม่รอดแน่”
“ก็ได้เงินข้ามีเยอะแยะข้าอยู่เซฟเฮาส์กก อีหนูสักพักคงไม่เป็นไร”
อ๊อดไม่ตอบสีหน้าเคร่งเครียดและสายตามีพิรุธแต่สุรชัยไม่ทันสังเกต
ooooooo
คืนนั้นอ๊อดถูกสมุนของเกื้อพรลากตัวมาสยบแทบบาทาของเกื้อพรภายในโรงงานแห่งหนึ่ง
“ข้าเตือนเอ็งแล้วว่าห้ามยุ่งกับคุณวินกับคุณเอแต่ที่ไหนได้เอ็งทำเกินเลยไปถึงคนรอบตัว”
“แต่ผม...ผมต้องทำตามคำสั่งผมไม่มีทางเลือก”
“เอ็งนี่เลวมากคิดโยนความผิดให้นายสุรชัย”
“ท่านเป็นคนสั่งจริงๆ”
“ก็ได้พาข้าไปหานายสุรชัยข้าต้องฟังทั้งสองฝ่าย”
อ๊อดพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วเกื้อพรจ้องจับพิรุธไม่วางตา...
ทางด้านวินกับเอพากันกลับบ้านพักด้วยความโล่งอกที่พวกโจปลอดภัยเอบ่นสงสารแนนกับทอมเธอหวัง
ว่าเรื่องนี้ต้องจบก่อนที่จะมีใครเป็นอะไรไปมากกว่านี้
“ผมจะรีบเร่งแผนของเราให้เร็วที่สุด” พูดขาดคำเสียงมือถือวินดังขึ้นผู้กองวันชาติโทร.มาส่งข่าวว่าสายของตนรายงานว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือนายสุรชัยที่ให้ไอ้อ๊อดเป็นคนลงมือตนได้ข่าวว่าไอ้อ๊อดถูกคนของเกื้อพรลากตัวไปแล้วคราวนี้นายสุรชัยไม่รอดแน่
วินวางสายสีหน้าเคร่งเครียดเอเดินเข้ามาใกล้สงสัยว่ามีอะไร?
“ฝีมือนายสุรชัย...นายเกื้อพรกำลังตามล่านายสุรชัยอยู่”
“ก็ดีแล้วนี่คะ”
“ไม่ดีหรอกคุณพ่อเจ็บผมยังแค้นใจนายสุรชัยลูกตายทั้งคนก็ต้องแค้นเป็นธรรมดา”
“แล้วคุณจะทำยังไงล่ะ”
“ยังไม่รู้เหมือนกันครับ”
ขณะที่วินยังคิดไม่ออก...เกื้อพรกับสมุนบุกไปถึงเซฟเฮาส์ของสุรชัยแล้ว โดยจับไอ้อ๊อดเป็นตัวประกันให้มันยืนยันถ้าสุรชัยบ่ายเบี่ยงบิดเบือนไม่ยอมรับ
แน่นอนว่าสุรชัยโต้เถียงเกื้อพรว่าตนไม่ได้ทำเขาจะมาปรักปรำตนได้ยังไงเกื้อพรจึงให้สมุนพาไอ้อ๊อดเข้ามาเผชิญหน้า
“ผมเสียใจจริงๆครับท่าน” อ๊อดเอ่ยปากคอสั่น
เกื้อพรกับสุรชัยทำท่าจะดวลปืนแต่เสียงมือถือของเกื้อพรดังขึ้นขัดจังหวะไอ้อ๊อดกำลังลุ้นตัวโก่งหวังว่าแผนของตนกับสมภพจะสำเร็จถ้าสองฝ่ายฆ่ากันเอง
ผลปรากฏว่าไม่เป็นไปตามแผนทำให้ไอ้อ๊อดผิดหวังอย่างแรง!
วินโทร.มาขอร้องให้เกื้อพรปล่อยสุรชัยแล้วตัวเองแอบไปขู่สุรชัยในภายหลัง
“คุณต้องการอะไรอีก” สุรชัยเสียงแข็งใส่วิน
“ผมเพียงแค่อยากจะบอกให้คุณรู้ไว้อีกครั้งว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีกกับคนใกล้ตัวผมนอกจากที่ผมจะไม่ห้ามนายเกื้อพรอย่างคราวนี้แล้วผมจะจัดการคุณเอง”
“คุณถือว่ามีอำนาจอยู่ในมืออย่าลืมนะว่าคุณฆ่าลูกชายผมทั้งคน 20 ปียังไม่สายผมจะต้องเล่นงานคุณให้ได้”
“ผมบอกคุณแล้วว่าผมไม่ได้ฆ่าลูกชายคุณและวันหนึ่งผมจะพิสูจน์ให้คุณได้รู้ความจริง”
วินพูดจบแล้วเดินออกไปมือปืนสองคนเดินตามสุรชัยได้แต่มองแค้นใจทำอะไรไม่ได้
ooooooo
หลังเหตุการณ์เฉียดตายโดนคนร้ายไล่ยิงจนรถเกิดอุบัติเหตุทำให้โจกับแนนเปิดใจให้กันมากขึ้นทั้งคู่แสดงความห่วงใยกันเต็มที่โดยที่ทอมกับวินก็ไม่คิดจะขัดขวางเพราะต่างก็รู้ว่าโจเป็นคนดี...
สมภพใช้โอกาสที่วินมีเรื่องกับสุรชัยสั่งให้อ๊อดส่งคนไปทำร้ายวินกับเอโดยไม่ให้โยงมาถึงตนได้อ๊อดส่งพวกค้ามนุษย์ไปจับเอที่บังเอิญเดินอยู่แถวศูนย์การค้าคนเดียวเกื้อพรรู้ข่าวจะยื่นมือเข้าช่วยแต่วินบอกปัดไปทำให้เขาไม่พอใจ
ผู้กองวันชาติให้สายของตนสืบข่าวและแจ้งตำรวจตั้งด่านตรวจจับคนร้ายที่ลักพาเอไปวินติดต่อเอไม่ได้เพราะคนร้ายทำลายโทรศัพท์ของเธอทิ้งฝ่ายสมภพกระวนกระวายพอเห็นเรื่องนี้เผยแพร่เป็นข่าวออกมาแล้วนายประสิทธิ์ตั้งรางวัลสามล้านให้คนที่นำลูกสาวของตนกลับมาได้อย่างปลอดภัยและให้อีกสองล้านถ้าจับตัวคนร้ายได้ไม่ว่าเป็นหรือตายสมภพกลัวเรื่องโยงมาถึงตนจึงต่อสายถึงไอ้อ๊อด
“เอ็งแน่ใจนะว่าจะไม่มีเรื่องสาวมาถึงข้า”
“มั่นใจอยู่แล้วไอ้พวกนี้มันเป็นพวกค้ามนุษย์ทำงานของมันเป็นประจำอยู่แล้วผมแค่ชี้เป้าให้มันเฉยๆพวกมันไม่กล้าเล่นกับผมหรอกครับ”
“ดีมากนับว่าแผนของเอ็งใช้ได้ทีเดียว” สมภพวางสายสีหน้าแช่มชื่นไร้กังวล...
แต่คนที่กำลังเป็นกังวลก็คือวินเขาเป็นห่วงเอมากพอทราบเบาะแสจากผู้กองวันชาติว่ามีด่านตำรวจแถวชายแดนเจอรถผู้ต้องสงสัยก็เร่งรีบเดินทางไปพร้อมทีมของผู้กองขณะเดียวกันเอพยายามหาทางหนีด้วยตัวเองแต่ก็ยังไม่มีโอกาสเหมาะเสียทีจนกระทั่งจู่ๆไอ้อ๊อดโผล่มาช่วยเหลือยิงคนร้ายทั้งสามคนดับดิ้นเอรู้สึกแปลกพิกลแต่ก็ตามมันไปที่รถอ๊อดเปิดประตูทางด้านหลังพร้อมส่งปืนที่ยิงคนร้ายให้เธอ
“คุณนั่งข้างหลังถ้าผมตุกติกคุณเล่นงานผมได้”
เอจ้องจับพิรุธสังเกตเห็นอ๊อดใส่ถุงมือจึงปฏิเสธไม่รับปืนจากมันอ๊อดชะงักเล็กน้อยเพราะผิดแผนแต่รีบเก็บอาการแล้วขับรถออกไปพร้อมแนะนำตัวว่าตนชื่ออ๊อดทำงานให้นายสุรชัยเอยิ่งไม่ไว้ใจตวัดปืนของตนที่ซ่อนไว้ออกมาเล็ง
อ๊อดร้องลั่นบอกให้เธอใจเย็นแล้วแจกแจงเหตุผลสองข้อที่มาช่วยเธอ “หนึ่ง...ผมต้องการเงินห้าล้านที่พ่อคุณตั้งรางวัล...ข้อสองถ้าคุณเป็นอะไรไปคุณเกื้อพรต้องมาเล่นงานคุณสุรชัยกับผมโดยเฉพาะผมอาจจะโดนหนัก”
“นายก็เลยป้องกันตัวเองไว้ก่อนแถมได้เงินห้าล้านอีกต่างหาก”
“น่าเสียดายที่ผมคงไม่ได้เงินห้าล้านขืนผมไปรับเงินห้าล้านนายสุรชัยรู้เข้าผมตายกับตาย”
“นายเลยอยากให้ฉันเป็นคนเอาเงินมาให้นาย?”
“ถ้าคุณเอจะกรุณาแค่สามล้านก็พอเพราะถือว่าจับคนร้ายไม่ได้”
“ก็ได้” เอรับปากแต่สายตายังจ้องอ๊อดอย่างครุ่นคิดไม่ไว้วางใจถามมันว่าเธอจะให้เงินเขาได้ยังไงหรือจะโทร.นัด
“ผมจะหาทางติดต่อคุณเอครับรอให้เรื่องเงียบก่อนก็น่าจะดี”
“ได้...งั้นส่งฉันที่ศูนย์การค้าข้างหน้า”
อ๊อดตกลงง่ายดายเร่งความเร็วไปส่งหญิงสาวตามต้องการเมื่อเข้ามาในศูนย์การค้าเอรีบโทร.ให้วินมารับกลับไปคุยกันที่บ้านโดยมีผู้กองวันชาติอยู่ด้วย
“ไม่น่าเชื่อไอ้อ๊อดคนของนายสุรชัยจะช่วยคุณเอ”
“อาจจะกลัวนายเกื้อพรอย่างที่มันบอกคุณเอก็ได้”
“หรือไม่ก็มาปิดปากทุกคนเพราะพวกมันข้ามด่านตรวจไม่ได้เสี่ยงเกินไป”
“ฉันก็สงสัยเหมือนกันขนาดเสนอเงินให้หลายล้านมันก็ไม่ยอมแต่อยู่ๆนายอ๊อดก็โผล่มาเพื่อเอาเงินรางวัลของคุณพ่อ”
“ผมเกรงว่านายสุรชัยกับนายอ๊อดจะทำให้แผนเราเสีย”
“ผมไปพบนายสุรชัยมาแล้วเขาคงไม่กล้าทำอะไรตอนนี้หรอกครับผู้กองนายอ๊อดมากกว่าที่เราต้องระวัง”
“ใช่ค่ะนายอ๊อดพยายามให้ฉันจับปืนที่ยิงคนร้ายสามคนนั่นทั้งๆที่ตัวเองใส่ถุงมืออยู่่หรือฉันอาจจะคิดมากก็ได้”
“กันไว้ดีกว่าแก้ถ้าคุณเอไม่ระวังอาจมีเรื่องภายหลัง”
“เท่ากับตอนนี้มีนายอ๊อดกับนายสมภพที่ต้องจับตามอง”
“โยนเงินรางวัลให้นายอ๊อดช้าหรือเร็วก็รู้ว่าใครหนุนหลังมัน” เอสรุปอย่างมั่นใจ
ทันใดเสียงมือถือวินดังขึ้นเกื้อพรโทร.มาขอเลี้ยงฉลองให้เอที่กลับมาอย่างปลอดภัยแต่วินเชื่อว่าไม่น่าจะแค่นั้นเกื้อพรคงจะหยั่งเชิงมากกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่... เอให้วินตอบตกลงแต่ขอเวลาตนอีกหนึ่งชั่วโมงแล้วเจอกัน
ooooooo
เอเดินทางไปพบพ่อที่บ้านเพื่อทวงเงินรางวัลให้คนที่ช่วยเหลือเธอแต่ไม่ต้องการเผยตัวโดยให้พ่อโอนเงินเข้าบัญชีของตนด้านพวกทอมพอรู้ว่าเอปลอดภัยต่างพากันโล่งใจแต่ทอมมองอีกมุมก็ว่าดีเหมือนกันอันตรายขึ้นทุกวันทำให้เอกับวินยิ่งรักกันมากขึ้น
ค่ำนั้นวินกับเอมาพบเกื้อพรตามนัดเกื้อพรเสนอตัวจะลากไอ้อ๊อดมาจัดการแต่วินปฏิเสธเพราะอ๊อดไปช่วยเอไว้
“ใครจะไปรู้มันอาจเป็นคนวางแผนทั้งหมดผมว่าจับมันมาสอบสวนให้รู้เรื่องกันไปเลย”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพอมันได้เงินเดี๋ยวก็มีอะไรโผล่ออกมาเอง”
“อืม...คุณเอล้ำลึกจริงๆ” เกื้อพรชมจากใจจริงสายตาบ่งบอกว่าชอบเอเข้าอย่างจังเอมองออกแกล้งส่งยิ้มหวานให้เขาเช่นกันวินทำเฉยแต่ในใจร้อนรุ่มเพราะหึงหวง
พอกลับถึงบ้านวินก็เลยปรามเธอเรื่องส่งตาหวานให้เกื้อพรเอพอใจที่เขาหึงแต่ก็เตือนให้ทำใจเพราะเรามีแผนเจาะลึกหาหลักฐานบรรดาเครือข่ายของเกื้อพร
“โอเค...แล้วคุณจะเอาเงินไปให้ไอ้อ๊อดมันเมื่อไหร่”
“มันบอกว่าจะหาทางติดต่อมา”
“ผมไม่อยากรอ...ผมมีแผนแล้ว” พูดจบวินหยิบโทรศัพท์มากดหาผู้กองวันชาติให้ช่วยหาตำแหน่งของไอ้อ๊อด
ผ่านไปไม่นานวินกับเอตามไปพบอ๊อดที่ลานจอดรถผับแห่งหนึ่งอ๊อดนึกไม่ถึงว่าเอจะทำตามที่พูดจริงๆนำเงินรางวัลมาให้ตั้งสี่ล้าน
“ถึงนายจะไม่แจ้งเบาะแสคนร้ายแต่ฉันก็เห็นคนร้ายกับตาเลยแถมให้หนึ่งล้าน”
อ๊อดตาโตยิ้มกว้างแต่รีบหุบเมื่อเห็นวินจ้องอยู่ออกตัวว่าตนไม่ได้ขู่เอาเงินจากเอ
“ผมไม่ได้ว่าอะไรผมมาขอบใจที่ช่วยแฟนผม... ฝากย้ำเตือนนายสุรชัยว่าอย่าแม้แต่จะคิดเล่นงานพวกเราอีกแล้วนายก็ระวังด้วย”
“เราจบกันตรงนี้” เอตัดบทเดินนำวินกลับไปขึ้นรถอ๊อดยืนมองกระเป๋าเงินในมือด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้นวินไปหาสมภพและทำทีเล่าเรื่องอ๊อดช่วยเหลือเอจากแก๊งค้ามนุษย์เพื่อจะจับพิรุธว่าเขารู้เรื่องหรือเปล่าสมภพเล่นละครแนบเนียนมากแต่ถึงยังไงวินก็ไม่วางใจฝ่ายสมภพก็ไม่ไว้ใจอ๊อดเหมือนกันรู้สึกว่ามันมีลูกเล่นเยอะจริงๆ
บ่ายวันเดียวกันนี้คุณหญิงอัญชลีนัดเอกับวินมาพบเพื่อซักถามหลายเรื่องที่ตนสงสัยโดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่าอยู่ระดับไหนถ้าแผนของทางตำรวจจบแล้วทั้งคู่จะแต่งงานกันเลยหรือเปล่าวินกับเอฟังแล้วอึ้งแต่สุดท้ายวินก็รับปากว่าตนตั้งใจจะขอเอแต่งงานอยู่แล้ว
หลังจากวันนั้นวินกับเอเดินทางไปพักผ่อนและเยี่ยมเยียนอาจารย์มะปรางกับนักเรียนที่เคยมีความรู้สึกดีๆต่อกันเด็กๆดีใจมากและขอให้ทั้งคู่อยู่เชียร์พวกตนแข่งบาสเกตบอลชิงแชมป์ประจำจังหวัดแถมอาจารย์มะปรางก็อนุญาตให้เออยู่สอนหนังสือกี่วันก็ได้...
เช้าวันใหม่เอชวนวินออกไปขี่จักรยานกับแก๊งเด็กนักเรียนนับสิบคนชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติอย่างมีความสุขสนุกสนาน
แต่ระหว่างทางเจอกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นำโดยพ่อของเด็กนักเรียนที่เคยมีปัญหากับเอด้วยเรื่องที่เธอตำหนิลูกสาวของเขามีความประพฤติไม่งาม ทะเลาะตบตีเพื่อนร่วมห้องแล้วเป็นเหตุให้โดนพักการเรียนแต่พ่อกลับไม่ยอมรับฟังเหตุผลวางอำนาจบาตรใหญ่และอาฆาตเอจนวันนี้ทราบว่าเอกลับมาอีกเขาจึงยกพวกมาดักเล่นงานเธอ
พวกเขามารถกระบะสองคันจอดขวางเส้นทางคณะของเอที่ปั่นจักรยาน
“ไง...นังครูคนเก่งคิดว่าจะกลับมาเหยียบที่นี่ได้สบายๆยังงั้นเหรอ”
วินเห็นท่าไม่ดีรีบบอกให้นักเรียนทุกคนถอยมาอยู่ข้างหลังส่วนตัวเองกับเอก้าวไปเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
“พวกคุณอย่ามาทำตัวไม่ดีต่อหน้านักเรียนจะไปไหนก็ไปซะ” เอเปิดฉากนิ่มๆ
“ฉันต้องส่งลูกฉันไปเรียนที่กรุงเทพฯห่างไกลบ้านก็เพราะเธอ”
“ถ้ายอมรับผิดทางโรงเรียนก็ให้โอกาสนี่นายไม่ยอมรับผิดเองโทษใครไม่ได้รีบไปซะ”
“เฮ้ย...ตบมัน”
แน่นอนว่าวินไม่ยอมให้เอถูกทำร้ายเช่นเดียวกับนักเรียนนับสิบที่ฮือฮาต่อต้านแต่วินห่วงเด็กทุกคนจะได้รับอันตรายจึงบอกให้อยู่ในความสงบไม่ต้องตกใจ
วินกับเอซึ่งได้เรียนวิชาต่อสู้มาพอสมควรจึงไม่ยากมากนักที่จะจัดการกับพวกเขาได้ในเวลาอันรวดเร็วลูกพี่ของมันเห็นดังนั้นรีบชักปืนออกมาขู่ทันที
“หยุดนะเว้ยเก่งนักก็ต้องเจอลูกปืน”
ไม่คาดคิดพริบตานั้นวินกับเอจู่โจมล็อกตัวเขาได้สุดท้ายพวกเขาก็ต้องพากันกลับไปในสภาพสะบักสะบอมส่วนพวกวินชวนกันกลับไปที่โรงเรียนเพราะเย็นนี้ต้องไปเชียร์บาสเกตบอล
การแข่งขันบาสเกตบอลดำเนินไปด้วยความตื่นเต้นตลอดเวลาวินกับเอเชียร์เด็กๆทีมของตนเต็มที่แต่ผลปรากฏว่าคะแนนของสองทีมเสมอกันเพราะกรรมการไม่โปร่งใสซึ่งวินกับเอสังเกตได้แต่ไม่กล้าผลีผลามทำอะไรได้แต่บอกเด็กๆให้ฝึกฝนต่อไปเพื่อแข่งใหม่อีกครั้งในวันชิงแชมป์
แต่แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นจนได้เมื่อจู่ๆอาจารย์มะปรางกับเด็กๆบอกวินกับเอว่าโค้ชขอลาออกโดยไม่ชี้แจงรายละเอียดบอกแค่ว่ามีความจำเป็นส่วนตัว
“เหลือเวลาแค่สามวันก็จะแข่งแล้วจะหาโค้ชที่ไหนทัน”
“ผมเพิ่งมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นานไม่ค่อยรู้จักใครซะด้วยแต่จะลองถามเพื่อนให้ครับ”
อาจารย์มะปรางหน้าเครียดหันมองเออย่างขอความช่วยเหลือแต่เอก็จนใจเพราะไม่มีความรู้เรื่องนี้
“เฮ้อ...สงสารเด็กๆที่ผ่านมาอุตส่าห์ซ้อมกันแทบแย่”
อาจารย์มะปรางถอนใจเฮือกใหญ่วินกับเอมองหน้ากันรู้สึกเห็นใจทุกคนจริงๆ
หลังจากนั้นวินลองโทร.ปรึกษาโจเป็นเวลาที่โจอยู่กับทอมและแนนพอดีโจเลยเปิดสปีกเกอร์ให้ทั้งคู่ได้ยินด้วย
“อะไรวะเพื่อนนายอยู่เมืองไทยไม่รู้จักใครเลยเหรอ”
“รู้จักน่ะเยอะแต่โค้ชไม่รู้จักเลยเพื่อนนายก็โทร.ไปเมืองนอกสิสั่งโค้ชมาเลย”
“โอเคๆขอบใจนะเพื่อน...แล้วคุยกันครับคุณพ่อน้องแนนด้วย”
ทอมกับแนนส่งเสียงบอกให้วินสู้ๆก่อนโจจะตัดสายแล้วเปรยขึ้นว่า “สองคนนี้อยู่ๆกลายเป็นครูไปแล้ว”
“พี่เอคงเบื่อน่ะค่ะ”
“ไม่หรอกพ่อว่าพี่เอเป็นคนชอบทำโน่นนี่นักผจญภัยมากกว่า”
“โห...เดี๋ยวนี้คุณพ่อเชียร์พี่เอน่าดู”
“อ้าว...หาเรื่องพ่อจนได้”
แนนหัวเราะคิกถูกใจที่แกล้งพ่อได้โจเห็นความรักและความสนิทสนมระหว่างพ่อลูกก็พลอยขำไปด้วย
ooooooo
ที่มหาวิทยาลัยสายวันนี้แนนมาเรียนโดยมีพี่โจมาส่งเหมือนเคยแนนพูดคุยกับเพื่อนร่วมแก๊งที่เร่งให้เธอหาเสียงเพราะเหลืออีกสัปดาห์เดียวก็จะเลือกตั้งประธานนักศึกษาและตอนนี้ฝั่งของนุจรีก็ทำคะแนนนำโด่งไปแล้วด้วย
“สงสัยเราต้องรีบหาของมาแจกสร้างนโยบายสัญญาแหลกลาญให้โน่นให้นี่”
“พูดมากน่านายเทปนี่มันมหาวิทยาลัยคนมีการศึกษานะจ๊ะไม่มีใครเชื่อเรื่องไร้สาระพวกนั้นหรอก”
“ใช่...มีแต่ซื่อบื้ออย่างนายนั่นแหละที่เชื่อ”
น้ำหวานกับเมจิเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเทปเลยจ๋อยไปเล็กน้อยหาว่าทั้งคู่รุมตนคนเดียวเลย
“เอาล่ะไม่ต้องเถียงกันเราไม่สนหรอกว่าจะชนะหรือไม่ชนะใครอยากจะเลือกใครอยู่ที่สติปัญญาและความคิดของแต่ละคนตอนนี้ฉันสนอยู่อย่างเดียวว่าจะมีใครเลี้ยงหนมต้อนรับการกลับมาของฉันไหมเนี่ย”
“ได้เลยไปกินหนมกัน” น้ำหวานกุลีกุจอเห็นแก่แนนที่หยุดเรียนไปหลายวันเพราะบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
ทุกคนเดินตามกันไปที่โรงอาหารไม่คิดว่าจะได้พบกลุ่มของนุจรีที่กำลังหาเสียงอยู่กับน้องๆนักศึกษา
“เอ้าพวกเราช่วยปรบมือต้อนรับผู้สมัครเป็นประธานนักศึกษาหน่อย”
ขาดคำของนุจรีเสียงปรบมือดังกราวพวกแนนทำหน้างงสงสัยว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนแต่แล้วหลินก็โพล่งขึ้นมาทำให้กลุ่มของแนนชักสีหน้ากันทันที
“แค่เป็นน้องผู้ต้องหาไร้เดียงสาบริสุทธิ์แต่ถูกคนเลวทำร้ายน่าสงสารจริงๆ”
แนนไม่ต่อปากต่อคำแต่เลือกที่จะปั้นยิ้มบอกทุกคนว่าตอนนี้ตนไม่เป็นอะไรแล้วแต่บิวหนึ่งในกลุ่มของนุจรียังไม่ยอมหยุดปากยื่นปากยาว
“หวังว่าตอนเป็นประธานนักศึกษาพาพวกเราไปทำกิจกรรมนอกสถานที่คงไม่มีใครมาขว้างระเบิดใส่พวกเรานะจ๊ะ”
กลุ่มของนุจรีหัวเราะชอบใจกันใหญ่เมจิทนไม่ไหวจะเข้าไปตบปากคนพูดแต่แนนดึงเพื่อนไว้แล้วตอบโต้อย่างเหนือชั้น
“ไม่ต้องกลัวหรอกจ้ะรู้สึกว่าพวกเธอจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมเพราะเกรดต่ำกว่ากำหนด”
ทันใดเสียงหัวเราะจากพวกนุจรีหดหายกลายเป็นจ๋อยสนิทแต่ละคนอารมณ์เสียเถียงไม่ออกเพราะรู้ตัวว่าผลการเรียนแย่จริงๆ
“ไปกันได้แล้วพวกเรา” นุจรีเสียงขุ่นเดินหน้าตูมนำเพื่อนๆออกไป
เทปมองตามแล้วแสดงความเห็นอย่างมั่นใจว่าเมื่อสักครู่พวกนุจรีใช้แผนสกปรกเป็นเทคนิคการทำลายความน่าเชื่อถือของผู้แข่งขันทางการเมือง
“นี่นายเทปอย่าลืมว่าที่นี่มีแต่นักศึกษาเขาคิดเป็นว่าใครน่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือทำเป็นนักวิเคราะห์...
เว่อร์ไม่รู้เรื่อง” เมจิว่าให้...แล้วพากันหัวเราะไปกับแนนและน้ำหวานเทปเลยจ๋อยรับประทานไปตามระเบียบ
ooooooo
ตั้งแต่อ๊อดมาเป็นลูกน้องคนใหม่ของสมภพเม่นไม่ค่อยพอใจกลัวตัวเองโดนลดบทบาทอีกทั้งท่าทีอ๊อดก็ไม่น่าไว้ใจเม่นเลยคอยเขม่นมันอยู่เรื่อย
บ่ายวันนี้อ๊อดเข้ามาพบสมภพที่บริษัทเม่นจับตามองแต่ไม่กล้าทำอะไรโดยพลการได้แต่มองเขม่นขณะอ๊อดเดินยิ้มกวนๆเข้าไปในห้องทำงาน
“ของชุดแรกกำลังมาเอ็งคุมให้ดีถ้าพลาด...การเข้าองค์กรนายเกื้อพรก็คงลำบาก”
“ผมว่าพี่น่าจะให้ไอ้เม่นคุมดีกว่าผมไม่อยากมีเรื่องกับมันเอาไว้เที่ยวหลังผมคุมเอง”
“เออ...ก็ดีไอ้เม่นมันอยู่กับข้ามานานเอ็งทำแบบนี้ก็เท่ากับยังเห็นแก่หน้ามันดีแล้วจะได้อยู่ด้วยกันได้”
อ๊อดยิ้มรับแต่สีหน้ามีแผนการก้าวข้ามนายสมภพถ้าโอกาสมาถึง...
ใช้เวลาไม่นานอ๊อดกลับออกมาที่ลานจอดรถปรากฏว่าเม่นกับลูกน้องสองคนยืนรออยู่สีหน้าแต่ละคนบ่งบอกไม่เป็นมิตร
“ไงไอ้อ๊อดแอบมาเลียแข้งพี่สมภพคิดจะข้ามเส้นข้าหรือไง”
“ข้ามเส้นเอ็งน่ะใช่แต่ไม่ต้องเลียเหมือนเอ็ง”
เม่นฉุนกึกเหวี่ยงหมัดเข้าใส่จนอ๊อดเซแล้วจะปล่อยหมัดซ้ำแต่ไม่ง่ายอย่างใจคิดอ๊อดหลบก่อนสวนกลับไปเต็มหน้าเม่นถึงกับถลาแหกปากสั่งลูกน้องให้จัดการแต่ฝีมืออ๊อดเหนือกว่าผ่านไปไม่กี่อึดใจก็ซัดลูกน้องของเม่นหมอบกระแตแถมเม่นยังถูกอ๊อดขยุ้มคอเสื้อขึ้นมาหยามให้เจ็บใจว่า
“ไอ้เม่นเอ็งมันคนละชั้นกับข้า...จำไว้!”
ooooooo
ทางด้านวินกับเอที่ยังอยู่ต่างจังหวัดในเมื่อโค้ชของทีมบาสเกตบอลลูกศิษย์ของอาจารย์มะปรางลาออกกะทันหันและคาดว่าน่าจะมีความไม่โปร่งใสซึ่งไม่นานวินกับเอก็จับได้ว่าเขาถูกอีกฝ่ายซื้อตัวไปเอเลยเสนอให้วินเป็นโค้ชแทน
วินไม่มั่นใจแต่ก็รับปากเพราะเห็นว่าไม่มีใครแล้วจริงๆส่วนเอเสนอตัวช่วยฝึกสอนทีมเชียร์แต่วินท้วงว่าฝึกทีมเชียร์แล้วช่วยตนได้ตรงไหน
“ช่วยตรงทำลายสมาธิฝ่ายตรงข้ามไงคะ”
วินฟังแล้วส่ายหน้าแต่ไม่กล้าว่าอะไรเพราะเธอทำตาแป๋วใส่อย่างน่ารัก...
เอเอาใจวินทุกอย่างเพื่อให้เขาทำหน้าที่โค้ชให้นักเรียนค่ำนั้นเธอพาเขาไปเลี้ยงข้าวและสัญญาว่าจะขับรถให้นั่งทุกวันหลังจากฝึกซ้อม
“ไม่มีนวดด้วยเหรอครับ”
“นี่นาย...ได้คืบจะเอาศอกเหรอ” เอค้อนขวับวินยิ้มขำแล้วยกมือขอเวลานอกรับสายนายสมภพที่โทร.เข้ามาพอดี
“ว่าไงครับคุณสมภพ”
“แค่จะบอกว่าสินค้าอาจมาเร็วก่อนกำหนดผมอยากให้คุณพร้อมไว้”
“งั้นคุณอาจต้องรอหน่อยผมมีธุระสามสี่วัน... ขอบคุณ” วินรวบรัดแล้วตัดสายทันทีไม่สนใจว่าสมภพจะคิดยังไงเอเองก็ไม่สนใจเรื่องนั้นแต่อยากได้ยินชัดๆ
ว่าวินเต็มใจเป็นโค้ชบาสเกตบอลให้เด็กๆหรือไม่
“ว่าไงตกลงจะร่วมด้วยช่วยกันหรือเปล่า”
“แน่นอน...ผมจะบอกอะไรให้ผมเป็นนักบาสตอนอยู่มหาวิทยาลัยที่เมืองนอกจริงๆ”
เอตาโตอย่างคาดไม่ถึงกระโดดพรวดเข้ามากอดคอชายหนุ่มด้วยความดีใจ “คุณเก่งมากฉันรักคุณจัง”
“ผม...ผมก็...” วินอยากเผยความในใจแต่เอรีบเอานิ้วแตะปากเขาไว้
“ฉันพูดได้แต่คุณไม่ควรพูดเพราะมันจะทำให้อุดมการณ์ของคุณเสียไปแล้วฉันก็จะเลิกรักคุณ”
ชายหนุ่มถอนใจพยักหน้าช้าๆบอกว่าเข้าใจครับ ...สาวเอเลยยิ้มหวานแถมด้วยหอมแก้มเขาหนึ่งฟอดก่อนแยกย้ายกันไปนอนพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจสำคัญในวันรุ่งขึ้น
ooooooo










