ข่าว

วิดีโอ



นางทิพย์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ดารากร

กำกับการแสดงโดย: ปัญญา ชุ่มฤทธิ์

ผลิตโดย: บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: อรรคพันธ์ นะมาตร์, พีชญา วัฒนามนตรี, ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

ไม่นานนักภาธรถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัด

รวิปรียาจะตามเข้าไปด้วยแต่พยาบาลขอให้รอด้านนอก เธอมองเลือดของเขาที่เปรอะมือเปรอะเสื้อตัวเอง หวาดกลัวมือสั่นไม่เคยสัมผัสกับความมีเลือดเนื้อแบบมนุษย์มาก่อน

พลันภาพที่ร้านขายของเก่าเมื่อเช้าผุดขึ้นมาในความคิดของรวิปรียา ตอนนั้นเธอมองภาธร

ขี่มอเตอร์ไซค์จากไปด้วยน้ำตาคลอเบ้า สินีวาลีที่ยืนอยู่ใกล้ๆบอกให้เธอปล่อยเขาไปเขามีกรรมวนเวียนอยู่ที่หนองพราย

“เจ้าหมายความว่าอะไร” รวิปรียามองสหายรักอย่างรอคำตอบ

“ข้าบอกไม่ได้ แล้วข้าก็จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเหมือนที่เจ้าเคยทำด้วย”

รวิปรียาสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับภาธรคาดคั้นให้สินีวาลีบอกมาเดี๋ยวนี้ว่ารู้อะไรมา สินีวาลี

ไม่ยอมเปิดปากพูดอะไร เธอจึงตัดสินใจตามไปที่

หนองพรายช่วยภาธรไว้ทัน รวิปรียาตื่นจากภวังค์มองมือเปื้อนเลือดสีหน้าหวาดหวั่น สินีวาลีปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ขอร้องให้เธอเลิกผูกพันใจกับภาธร

มิเช่นนั้นเธอต้องรับรู้ความเจ็บปวดแบบมนุษย์มากขึ้นไปเรื่อยๆรวิปรียาไม่สนใจมองไปที่ห้องผ่าตัดเป็นห่วงความปลอดภัยของภาธร

“รวิปรียาตัดใจซะ ความรักจะทำให้เจ้าเป็นทุกข์เยี่ยงมนุษย์”...

ด้านผีเจ้าฟ้าทิพฉายรู้ข่าวจากผีสมชายว่าภาธรถูกยิงอาการสาหัส รีบขับรถไปอยุธยาทันที...

ระหว่างที่ผีเจ้าฟ้าทิพฉายมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล ชาลีเห็นทรงศิริกลับจากบ้านคุณหลวงไพรัช ร้องทักว่าเป็นอย่างไรบ้าง พี่เขยของตนยอมขายที่หนองพรายให้ไหม เธอชี้หน้าตัวเองถ้าเขายอมขายเธอจะกลับมาหน้าตาแบบนี้หรือ พูดยากพูดเย็นไม่พอยังเทศน์สอนเรื่องบาปบุญคุณโทษให้ฟังอีก ระหว่างนั้นวิวรรณวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าตำรวจโทร.มาแจ้งว่าทิศาถูกแทงตาย ทั้งชาลีและทรงศิริต่างตกใจ

“บ้า เป็นไปไม่ได้เช็กสิ ผิดคนหรือเปล่า” ชาลีโวยวายไม่อยากจะเชื่อ วิวรรณยืนยันว่าไม่ผิดตัว เพราะตำรวจแจ้งว่าเขาถูกแทงตายในห้องพักตัวเอง อรณีมาทันได้ยินถึงกับหน้าตาตื่น นี่ปริตตารู้เรื่องหรือยัง ชาลีงงทิศาตายไปเกี่ยวอะไรกับหลานของตน

“ยายหนูค่ะ ยายหนูเพิ่งบอกว่าคุณทิศาจะตาย” คำตอบของอรณีทำเอาทุกคนอึ้งไปตามๆกัน...

บ้านสีหมนตรีได้รับข่าวน่าตกใจเช่นกัน เมื่อทางโรงพยาบาลโทร.มาแจ้งข่าวภาธรโดนยิง

ooooooo

ผีเจ้าฟ้าทิพฉายไม่พอใจมากเมื่อเข้ามาในห้องพักฟื้นผู้ป่วยของภาธร เห็นรวิปรียาอยู่ที่นั่นก่อนตัวเอง จ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พลางต่อว่าว่ามาวุ่นวายกับเขาทำไม เธอไม่ได้ยุ่งแต่ภาธรเป็นคนชวนเธอมาที่หนองพราย ผีเจ้าฟ้าทิพฉายชี้หน้าด่าเธอว่าหน้าไหว้หลังหลอก ไหนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขา

“หรือถือว่าเป็นเทพอยู่สูงกว่าจะทำผิดแค่ไหนก็มีเบื้องบนคอยช่วย”

“วิญญาณบาปอย่างเธอไม่ควรจะเอ่ยถึงพ่อเรา รู้จักที่ต่ำที่สูงด้วย ทิพฉาย” รวิปรียาคว้าแขนผีเจ้าฟ้าทิพฉายบีบอย่างไม่พอใจ มีเสียงภาธรดังขัดจังหวะ ขอร้องอย่าทำอะไรผีเจ้าฟ้าทิพฉาย สองสาวหันขวับไปเห็นภาธรฟื้นคืนสติ ผีเจ้าฟ้าทิพฉายปัดมือรวิปรียาออก พุ่งไปหาเขา

“ฉันเป็นห่วงคุณ พอฉันรู้ ฉันก็รีบมา”

“ใครบอกคุณว่าผมถูกยิง” ภาธรมองผีเจ้าฟ้าทิพฉายอย่างจับผิด เธอเปลี่ยนเรื่องพูดหน้าตาเฉยว่าวันนี้เธอไปพบกับพ่อของเขามา รวิปรียามองอย่างไม่เชื่อถือ ผีเจ้าฟ้าทิพฉายขอร้องภาธรอย่าเพิ่งซักอะไรตอนนี้ เขาควรจะพักผ่อนก่อน ตนจะเฝ้าเขาเอง แล้วหันไปไล่รวิปรียาทางอ้อม

“รวิปรียาเขากำลังจะออกไป ให้เขาไปเถอะอย่าอยู่รบกวนเรา”

รวิปรียาถูกไล่ซึ่งหน้าไม่รู้จะหน้าด้านอยู่ทำไม ลุกขึ้นจะไป ภาธรร้องเรียกไว้ พลางขยับจะลุกขึ้น

ผีเจ้าฟ้าทิพฉายจับไหล่เขากดไว้กับที่นอนไม่ให้ลุก เตือนให้ระวังจะเจ็บแผล เขาเหมือนถูกสะกดจิตรู้สึกเจ็บแผลที่ท้องขึ้นมาทันที เธอก้มไปดูจนใบหน้าเกือบจะชนกัน รวิปรียาทนดูไม่ได้เดินหนีออกมา กระทั่งถึงมุมปลอดคน ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม เสียใจที่เห็นผีเจ้าฟ้าทิพฉายใกล้ชิดกับภาธร

“เธอมีความรักไม่ได้ รวิปรียา ความรัก...ไม่ใช่สิ่งที่เทพต้องมี” รวิปรียาพยายามเตือนตัวเอง ทินเทพเดินเข้ามาจากอีกด้านหนึ่งเห็นเธอนั่งหน้าเศร้าใจคอไม่ดีถามว่าอาตัวเองเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้จากเธอว่าเขาปลอดภัยแล้ว กระสุนไม่เข้าจุดสำคัญ ตอนนี้กำลังพักฟื้นอยู่ก็โล่งใจที่เขาไม่เป็นอะไร ทินเทพสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น อาเคยเล่าให้ฟังว่าถูกยิงขู่ แต่ทำไมคราวนี้ถึงโดนยิงจริง แล้วเธออยู่ด้วยตอนนั้นเห็นหน้าคนร้ายไหม

“ฉันห่วงแต่ภาธร ไม่ทันสนใจคนอื่น”

“คุณนี่เองที่ช่วยอาภาธรไว้ นี่คุณปู่คุณย่าจะมาแต่ผมห้ามท่านไว้ บอกว่าจะมาดูอาการให้ก่อน งั้นผมเข้าไปเยี่ยมอาก่อนนะครับ”

“ภาธร...มีคนดูแลอยู่ด้านในค่ะ” รวิปรียาเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่อ ทินเทพสงสัยว่าใครกันที่อยู่กับอาภาธร...

ทางด้านด็อกเตอร์หนุ่มฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง เห็นผีเจ้าฟ้าทิพฉายในร่างปริตตานั่งซบหน้ากับแขนตัวเองอยู่ข้างเตียง รู้สึกเห็นใจ แต่ไม่ได้ปลื้มอะไรด้วยเนื่องจากในใจเขาคิดถึงแต่รวิปรียาที่ช่วยชีวิตเขาไว้...

ทินเทพเห็นรวิปรียานิ่งเงียบ ถามซ้ำว่าใครอยู่กับอาภาธร เธอยังไม่ทันตอบคำถาม มีตำรวจสองนายเดินเข้ามา ทินเทพตั้งข้อสังเกตตำรวจน่าจะมาสอบปากคำอาของเขา รวิปรียารีบออกตัวว่าไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ทินเทพปลอบว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวตนจะไปคุยกับตำรวจดูก่อน แล้วเดินไปหา

“มาเรื่องคนที่ถูกยิงหรือเปล่าครับ อาภาธรอาผมเอง”

เป็นอย่างที่ทินเทพคาดไว้ ตำรวจมาที่โรงพยาบาลเพื่อสอบปากคำภาธรซึ่งยืนยันหนักแน่นว่าการลอบยิงครั้งนี้น่าจะเป็นการยิงผิดตัว เนื่องจากเขาไม่เคยมีเรื่องกับใคร ไม่เคยมีเรื่องกับมือปืนอีกด้วย ทินเทพช่วยยืนยันอีกแรงหนึ่งว่าที่เขาพูดเป็นความจริง เขาแค่มาซื้อบ้านเก่าที่นี่ไม่ได้อยู่ตลอดด้วยซ้ำ

“แล้วคนตายที่ยิงอาเป็นใครครับคุณตำรวจ”

“ตอนนี้ตรวจสอบได้ว่าเพิ่งพ้นโทษจากคดียาเสพติด ยังไงผมอาจจะต้องมาสอบปากคำคุณภาธรอีกรอบ”

ภาธรยินดีให้ความร่วมมือ ตำรวจเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วขอตัวกลับก่อน ทินเทพรอจนตำรวจไปหมดแล้วจึงถามหาคนเฝ้าไข้ เห็นรวิปรียาบอกว่าภาธรมีคนเฝ้าไข้อยู่แล้ว เขาไม่กล้าบอกความจริง ได้แต่ตอบเลี่ยงๆ คนคนนั้นเพิ่งออกไปก่อนตำรวจมาถึง ทินเทพแกล้งถามว่าเป็นใคร ใช่คนที่ช่วยเขาไว้หรือเปล่า ภาธรได้แต่นิ่งอึ้ง จังหวะนั้นปริตตาที่ถูกผีเจ้าฟ้าทิพฉายสิงร่างเปิดประตูเข้ามา ทินเทพถึงกับอึ้ง

“น้องหนูอยู่กับอา!...ทำไมน้องหนูถึงมาที่นี่ก่อนผม น้องหนูรู้เรื่องอาถูกยิงก่อนผมได้ยังไง”

“ฉันไปที่หมู่บ้าน รู้เรื่องจากชาวบ้านว่าคุณภาธรถูกยิงก็เลยตามมาที่นี่”

“จริงเหรอครับอา” ทินเทพมองปริตตาอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก ภาธรตัดบทอย่าเพิ่งซักอะไรตอนนี้

ตนเพลียอยากพัก ผีเจ้าฟ้าทิพฉายที่สิงร่างปริตตาเห็นทินเทพมองสงสัยจึงขอตัวกลับก่อนภาธรจะได้พัก แล้วยิ้มหวานให้คนป่วยก่อนเดินออกจากห้องไม่สนใจจะลาทินเทพสักคำ ทินเทพรู้สึกแปลกๆกับรอยยิ้มและสายตาที่เธอมองภาธรแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ด็อกเตอร์หนุ่มดึงผ้าขึ้นมาห่มทำท่าจะหลับ ทินเทพร้องห้ามเสียงหลง

“อายังหลับไม่ได้” ว่าแล้วทินเทพให้ภาธรเฟซไทม์ไปหาคุณหลวงไพรัชกับผกาให้เห็นกันซึ่งหน้าว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมาก ทั้งสองท่านพากันโล่งอก อดถามไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ภาธรขอติดไว้ก่อน กลับไปบ้านเมื่อไหร่จะเล่าให้ฟังอย่างละเอียด คุณหลวงให้พรลูกชาย

“บุญรักษานะลูก”

“ไม่ต้องห่วงนะครับ คุณพ่อ คุณผกาพักผ่อนเถอะครับ” พูดจบภาธรวางสาย ส่งมือถือคืนให้ทินเทพซึ่งกำลังอ้าปากจะซักบางอย่าง แต่เขาชิงดึงผ้าห่มมาคลุมตัวหลับตาไม่ยอมคุยด้วย ทินเทพแกล้งพูดถึงรวิปรียาป่านนี้คงรอเขาเมื่อยแล้ว ภาธรดึงผ้าห่มออก ขอให้หลานชายไปตามเธอให้ ทินเทพแกล้งหาวง่วงนอนไม่ยอมไปตามให้ เขาจัดแจงจะลงจากเตียงไปหาเธอเอง แต่เจ็บแผลร้องโอ๊ยลั่น ทินเทพเข้าไปประคอง

“คุณรวิปรียาเขากลับไปแล้ว”

“ทำไมไม่มาบอกฉัน” ภาธรตัดพ้อ ทินเทพแกล้งกระเซ้า งอนรวิปรียาหรือ เขาปฏิเสธทันทีว่าเปล่า ทินเทพมองยิ้มๆแล้วปรับสีหน้าจริงจังถามเสียงเข้มว่าทำไมรวิปรียากับน้องหนูถึงมาอยู่ที่นี่กับภาธรพร้อมๆกัน เขาไม่ยอมตอบคำถามดึงผ้าห่มมาคลุม หันหน้าหนีหลานชาย เป็นการตัดบทสนทนาไปโดยปริยาย

ครั้นกลับถึงร้านขายของเก่า รวิปรียาโทร.หาคุณหลวงไพรัช เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าตอนที่เธอไปถึงภาธรถูกยิงแล้ว สภาพมือปืนที่ยิงภาธรดูแล้วเหมือนถูกทำให้ตาย คุณหลวงเดาออกทันทีว่าเธอสงสัยผีเจ้าฟ้าทิพฉายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตายของมือปืน เธอยอมรับว่าใช่

“วันนี้ทิพฉายมาที่โรงพยาบาล มีใครบอกเขาหรือเปล่าคะว่าภาธรถูกยิง”

“ตาว่า...ไม่มี”

“แสดงว่าวันนี้ทิพฉายรู้ว่าภาธรจะถูกยิง ทิพฉายถึงเป็นคนช่วยภาธร” เล่าจบรวิปรียาวางสาย คุณหลวงนึกย้อนไปถึงตอนกำลังคุยกับทรงศิริแล้วผีเจ้าฟ้าทิพฉายขอตัวออกไปที่ท่าน้ำ

“คนเคยผูกพันกันมา นานแค่ไหนก็ต้องได้ช่วยเหลือกันอีก” คุณหลวงหน้าเครียดที่ผีเจ้าฟ้าทิพฉายตามติดภาธรไม่ยอมปล่อย ส่วนรวิปรียาวางสายจากคุณหลวง จะเดินขึ้นข้างบน สินีวาลีปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า

“ทิพฉายรักภาธร รักที่ฝังอยู่ในจิตไม่ว่าอีกนานแค่ไหน ทิพฉายจะไม่มีวันแยกจากภาธร”

รวิปรียาหันหลังเดินหนี ไม่อยากให้สหายรักเห็นน้ำตา...

ในเวลาเดียวกันที่บ้านทรงศิริ ชาลีไม่พอใจมากที่ป่านนี้แล้วยังตามตัวปริตตาไม่ได้แถมไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหน ทรงศิริเล่าว่าตอนเสร็จจากไปบ้านคุณหลวงไพรัช หลานสาวแยกตัวไปต่างหากไม่ได้บอกว่าไปไหน อีกทั้งมือถือก็ติดต่อไม่ได้ สารัชเริ่มเป็นกังวล แนะให้ไปแจ้งตำรวจไว้ก่อน

“ไม่ต้องแจ้ง แค่เรื่องทิศาตายนี่ก็มีชื่อฉันไปเกี่ยวในสื่อแล้ว ถ้ายังมีหลานสาวหายไปอีกคน สื่อมันจับแพะชนแกะ โยงมั่วแน่ๆ” ชาลีเสียงเครียด ทรงศิริไม่เห็นจะเกี่ยวกันตรงไหน ที่สำคัญไม่มีใครรู้สักหน่อยว่าปริตตาทำนายล่วงหน้าว่าทิศาจะตาย ชาลียืนยันห้ามใครแจ้งความเด็ดขาด ทรงศิริหันไปเรียกประภาพรรณซึ่งกลายเป็นวัวสันหลังหวะถึงกับสะดุ้งโหยงแทบตกเก้าอี้

“โทร.ตามปริตตา โทร.ทุก 10 นาที โทร.จนกว่าปริตตาจะรับ”

ประภาพรรณลนลานรับคำ วิวรรณอยากรู้ว่างานศพทิศาจะให้จัดการอย่างไร ทรงศิริให้ปล่อยเป็นหน้าที่

ลูกเมียของเขาไปไม่เกี่ยวกับเรา ประภาพรรณถึงกับหน้าเสียเมื่อรู้เรื่องทิศามีลูกเมียแล้วแต่ต้องซ่อนความรู้สึกไว้

วิวรรณเองก็ตกใจเช่นกัน นี่เขามีลูกมีเมียแล้วหรือ

“มี เมียกับลูกอยู่บ้านนอก” ชาลีเสริม วิวรรณยิ่งฟังยิ่งงงแล้วกิ๊กที่แทงทิศาตายหึงผู้หญิงที่ไหน ประภาพรรณทนฟังต่อไปไม่ไหวลุกพรวดขึ้น ขอตัวไปโทร.หาปริตตาก่อนแล้วเดินลิ่วออกไปเลย อรณีมองสารัชสีหน้าไม่สู้ดีนัก เขาจับมือเธอมากุมไว้ ปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวลไป เดี๋ยวลูกก็ติดต่อมา

ooooooo

ผีเจ้าฟ้าทิพฉายในร่างปริตตาไปค้างที่เรือนไทยทรงขนมผิง ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นฟ้าแลบแปลบปลาบท่ามกลางความมืด พลันภาพในอดีต

ผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ

ตอนนั้น ภาธรหรือออกญาพิชิตแสนพลควบม้ากลับมาถึงเรือนไทยซึ่งเป็นที่ซ่อนตัวของทุกคนพร้อมด้วยทหารอีกสองนาย เจ้าฟ้าทิพฉายรีบมาที่ระเบียงหน้าเรือนถามว่ากรุงศรีฯเป็นอย่างไรบ้าง เขาได้แต่นิ่งเงียบ พระองค์ลงบันไดมาหาด้วยความร้อนใจ สั่งให้เขาบอกมาพระองค์จะได้กลับไปที่นั่น

“กลับไม่ได้พระเจ้าค่ะ กำแพงเมืองกรุงศรีฯ

แตกแล้ว พวกข้าศึกเอาไฟสุมจนกำแพงวังทรุดลง แล้วพวกมันก็บุกเข้ามาปล้น ฆ่า เผา...”

“สมเด็จพ่อ...เราจักกลับไป ไปช่วยสมเด็จพ่อ”


“กลับไม่ได้พระพุทธเจ้าค่ะ ตอนนี้ข้าศึกมีอยู่ทุกหัวระแหง พ้นหนองพรายไปนี่พวกมันตั้งด่านปล้น ริบทรัพย์ กวาดต้อนชาวบ้านหนีภัย...” ออกญาพูดไม่ทันจบ เจ้าฟ้าทิพฉายพุ่งไปที่ม้า เขาไม่กล้าแตะต้องตัวพระองค์จึงสั่งให้ปริกกับเหล่าสนมช่วยกันจับตัวไว้ ต้องกล่อมพระองค์อยู่นานถึงได้ยอมอยู่ที่นี่ต่อไป อยู่เพื่อรอกลับไปกู้ชาติบ้านเมืองและขับไล่พวกข้าศึกให้พ้นแผ่นดิน...

เพื่อความไม่ประมาทเจ้าฟ้าทิพฉายสั่งปริก สนมและเหล่านางในให้เร่งเก็บทรัพย์สมบัติลงหีบ อย่าให้ตกไปเป็นของศัตรูเด็ดขาด แล้วถอดกำไลทองยื่นให้ปริกไปเก็บเหลือแค่แหวนพญานาควงนั้นติดนิ้วไว้ พระองค์เห็นลูกแก้วมรกตอยู่ในหีบหยิบขึ้นมาดู ปริกรายงานว่านี่เป็นของกำนัลจากเมืองจีน ตนเอาติดมาด้วยเพราะเห็นว่าสวยดี เจ้าฟ้าทิพฉายสั่งให้เก็บไว้ให้ดี ทุกสิ่งของพระองค์จะต้องไม่ตกไปเป็นของผู้ใด

หลังจากเก็บสมบัติใส่หีบจนหมด เจ้าฟ้าทิพฉายคุมปริกกับเหล่านางสนมเอาหีบพวกนั้นไปฝังดินหลังเรือนไทย ซ่อนให้พ้นสายตาศัตรู...

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ระหว่างที่ออกญาพิชิตแสนพลลาดตระเวนมาถึงริมน้ำ เจอเจ้าฟ้าทิพฉายแอบมานั่งร้องไห้อยู่ในพงหญ้า ถามถึงปริกกับพวกสนมหายไปไหนทำไมปล่อยให้พระองค์มาที่นี่คนเดียว เจ้าฟ้าทิพฉายไม่อยากให้ตามก็เลยแอบมาเพียงลำพัง ความจริงเราไม่ควรมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ไม่รู้ป่านนี้สมเด็จพ่อจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง ออกญาพิชิตแสนพลปลอบว่าอย่าเป็นกังวลไป

“ทหารยังตามหาพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ออกจากวังก่อนข้าศึกจะบุกเข้าไปในกำแพงแก้ว”

“คุณพระคุณเจ้า พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองคุ้มครองสมเด็จพ่อด้วย” เจ้าฟ้าทิพฉายน้ำตาไหลอาบแก้ม ออกญาพิชิตแสนพลสงสารพระองค์จับใจอยากดึงตัวมากอดแต่ไม่กล้า ได้แต่ขยับเข้าไปใกล้ๆ พระองค์เป็นกังวลไปหมดกลัวจะถูกทหารอังวะจับตัวไปเป็นเชลย อาจต้องไปตายในแผ่นดินศัตรู เขายืนยันจะไม่มีวันนั้นตราบใดที่เขายังอยู่ เจ้าฟ้าทิพฉายร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เขาเป็นห่วงความรู้สึกของพระองค์


“ร้องเถิด ร้องไห้บนบ่านี้ ให้บ่าข้าพระพุทธเจ้ารับความทุกข์ใจของพระองค์” เขาแตะไหล่เจ้าฟ้าทิพฉายเบาๆให้หน้าพระองค์ซบที่บ่าตัวเอง “ที่นี่และทุกแห่งต่อจากนี้ พระองค์จะมีข้าพระพุทธเจ้าข้างกายเสมอ”

“ออกญา ท่านยอมตายเพื่อข้า”

“ร่างกายนี้ หัวใจนี้ เป็นของเจ้าฟ้าทิพฉาย...

ตราบลมหายใจสุดท้าย” ออกญาพิชิตแสนพลมองเจ้าฟ้าทิพฉายด้วยสายตาเปี่ยมรัก พระองค์ได้แต่ยิ้มอายๆแล้วซบหน้ากับอกอบอุ่นของเขา...

ผีเจ้าฟ้าทิพฉายตื่นจากภวังค์มองท้องฟ้าแปลบปลาบเบื้องนอกตาวาวน่ากลัว พึมพำกับตัวเอง ที่นี่เคยเป็นที่แห่งคำสัญญา ที่ที่ร่างของเธอล้มลงเพื่อให้ลมหายใจของออกญาพิชิตแสนพลคงอยู่ เพื่อกอบกู้แผ่นดิน

“ข้ายังอยู่ที่นี่กับคำสัญญาของท่านออกญาพิชิตแสนพล ใครที่พรากท่านไปจากข้าอีก มันก็ไม่ควรมี

ลมหายใจ” ผีเจ้าฟ้าทิพฉายประกาศกร้าว...

รวิปรียากำลังหลับสนิทตอนที่ถูกผีเจ้าฟ้าทิพฉายบุกเข้ามาบีบคอ เธอพยายามดิ้นหนีสุดกำลังแต่สู้แรงผีร้ายไม่ได้ ผีเจ้าฟ้าทิพฉายไล่ให้เธอกลับยามาภูมิ เธอไม่ยอมไปจนกว่าผีเจ้าฟ้าทิพฉายจะปล่อยร่างปริตตาก่อน

“ร่างนี้คือของข้า ภาธรคือคนของข้า” ผีเจ้าฟ้าทิพฉายออกแรงบีบหนักมือขึ้นจนรวิปรียาหายใจไม่ออก ก่อนเธอจะขาดอากาศหายใจ ฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นหวั่นไหว รวิปรียาสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นจากเตียงมองไปรอบๆไม่เห็นใครคิดว่าตัวเองฝันไปโดยไม่รู้เลยว่าผีเจ้าฟ้าทิพฉาย

ยืนจ้องมองจากนอกหน้าต่าง

ooooooo

รวิปรียานำเรื่องฝันประหลาดเมื่อคืนมาเล่าให้คุณหลวงไพรัชฟังถึงที่บ้าน ท่านกลับบอกว่าไม่ใช่ความฝันเนื่องจากที่คอของเธอมีร่องรอยนิ้วมือปรากฏชัดเจน และนี่แสดงให้เห็นว่าผีเจ้าฟ้าทิพฉายกลับมามีอำนาจเหมือนเดิม รวิปรียาร้อนใจถ้าเป็นอย่างนั้นเราต้องหยุดผีร้ายให้ได้ก่อนจะไปทำร้ายคนอื่น

“เขาไม่ยอมออกจากร่างปริตตาจนกว่าจะได้ตัวภาธร”

“มีทางไหนบ้างคะคุณตาที่จะหยุดยั้งอำนาจทิพฉาย”

คุณหลวงสีหน้าหนักใจออกปากว่าครั้งนี้คงยาก...

ด้านผีเจ้าฟ้าทิพฉายรอจนทินเทพลงไปซื้อกาแฟดื่ม เข้ามาเยี่ยมภาธรที่ห้องพักฟื้น เห็นเขาขยับจะลุกขึ้น รีบเข้าไปช่วยประคอง เตือนให้ค่อยๆเดี๋ยวจะเจ็บแผล เขายังคาใจไม่หาย เธอมาอยู่ในร่างปริตตาได้อย่างไร เธอโกหกหน้าตาเฉยว่าไม่รู้ และไม่รู้ด้วยว่าจะไปจากร่างนี้ได้อย่างไร ขอให้เขาช่วยเธอด้วย ถ้าเขารับปากจะช่วยบางทีเธออาจจะเป็นอิสระ ภาธรตั้งข้อสังเกตถ้าเธอไปจากร่างนี้จริงเธอก็จะเป็นแค่วิญญาณเร่ร่อน

“ฉันเป็นอะไรก็ได้ค่ะอย่างที่คุณอยากให้เป็น ขอแค่ให้เรื่องนี้เป็นความลับของเรา”


ภาธรหลงเชื่อว่าเธอไม่รู้จริงๆ รับปากจะช่วย ผีเจ้าฟ้าทิพฉายรู้ดีไม่ว่าเมื่อไหร่เขาจะคอยช่วยเธอเสมอ...

ทุกคนที่บ้านทรงศิริรอคอยให้ปริตตาติดต่อกลับมาตั้งแต่เมื่อวานยันเช้านี้แต่ไม่มีวี่แวว ทรงศิริบ่นกับอรณีว่าลูกของเธอเดี๋ยวนี้เหลวไหลใหญ่แล้ว หายไปจากบ้านทั้งคืนป่านนี้ยังไม่กลับ ชาลีตามมาสมทบถามว่าหลานสาวของตนกลับมาหรือยัง ทรงศิริส่ายหน้ายังไม่เห็นแม้เงา เขาตำหนิแล้วทำไมไม่ตามหามายืนใจเย็นอยู่ทำไม ปริตตาที่ถูกผีสิงร่างกลับมาถึงพอดี “ไม่ต้องตามหรอกค่ะ”

อรณีดีใจที่ลูกกลับมาเข้าไปกอดพร้อมกับถามว่าหายไปไหนมา เธอไปหนองพรายมา ทรงศิริดีใจคิดว่าหลานสาวไปทำธุระเรื่องที่ดินให้ แต่ไม่วายต่อว่าว่าจะไปไหนมาไหนทำไมไม่รู้จักบอกกล่าว เธอไม่ตอบโต้อะไรได้แต่บอกชาลีว่าไม่ต้องให้ใครไปช่วยเรื่องขอซื้อที่ดินที่หนองพรายอีก เธอรับรองว่าท่านจะได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ และถ้าเธอทำได้อย่างที่พูดจะขอรางวัลจากท่าน ชาลีไม่ขัดข้อง ถ้าทำได้จริงอยากได้อะไรก็ให้บอก

“ซื้อบ้านหนองพรายของด็อกเตอร์ภาธรให้หนู”

ทรงศิริท้วงไหนว่าภาธรไม่ขาย ผีเจ้าฟ้าทิพฉายรับรองว่าเขาจะขายบ้านหลังนั้นให้เธอแน่นอน อรณีสงสัยทำไมถึงมั่นใจนัก ผีเจ้าฟ้าทิพฉายไม่พูดอะไรเดินหนีขึ้นห้อง ชาลีตะโกนถามไล่หลัง แล้วเธอรู้ได้อย่างไรว่าทิศาจะตาย เธอเองก็บอกไม่ได้ว่าทำไมถึงรู้ แต่ความจริงทิศาก็สมควรตายแล้วไม่ใช่เหรอ

อรณีตำหนิลูกทำไมถึงพูดแบบนั้น แทนที่จะหยุดจาบจ้วงคนตายเธอกลับด่าว่าเขาว่าเป็นคนไม่รู้จักพอหลายใจไม่ซื่อตรงกับภรรยา

“แล้วแกรู้เรื่องทิศามีเมียได้ยังไง ทิศาไม่เคยพูดกับใครนอกจากคนสนิทจริงๆ” ชาลีซัก

ผีเจ้าฟ้าทิพฉายโกหกว่าเดาเอาเองหรือไม่คงอ่านใจคนออก แล้วเดินขึ้นห้อง ทรงศิริมองตามแปลกใจนี่หลานของตนมีพลังพิเศษด้วยหรือ ชาลี

หาว่าเลอะเทอะ สารัชยืนยันว่าลูกสาวของตนไม่ได้บ้าหรือมีพลังพิเศษอะไรทั้งนั้น ขณะที่อรณีหนักใจกับเรื่องของลูกที่ดูจะแปลกขึ้นทุกวัน

ooooooo

รวิปรียาค้นหาวิธีกำจัดผีเจ้าฟ้าทิพฉายจากหนังสือเก่าๆ แต่ไม่มีเล่มไหนบอกทางแก้ปัญหาให้ นอกจากการสร้างกรรมดี จังหวะนั้นภาธรโทร.มาหา เธอกดรับสายแต่ไม่พูดอะไร อึดใจก็ตัดสายทิ้ง ทินเทพที่คอยเชียร์ภาธรอยู่ข้างๆแปลกใจทำไมถึงไม่พูดอะไร

“เธอตัดสาย” ว่าแล้วภาธรโทร.หารวิปรียาอีกครั้งแต่เธอไม่รับสาย จึงเปลี่ยนไปส่งไลน์แทน ขอร้องเธอให้รับโทรศัพท์ด้วย เขาอยากขอบคุณที่ช่วยชีวิต คราวนี้เธอปิดเครื่องไปเลย ทินเทพแนะให้รีบรักษาตัวให้หายก่อนดีกว่า ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่จะได้ไป

คุยกับเธอซึ่งหน้า แล้วไหนจะยังเรื่องคดีอีก ภาธรมั่นใจว่าตัวเองถูกยิงเพราะเรื่องที่ดินหนองพราย ทินเทพสงสัยหรืองานนี้ทรงศิริจะเกี่ยวข้องด้วย

“ฉันไม่รู้ว่าคุณหญิงกับนายพลชาลีรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่า แต่พอฉันมาถามชาวบ้านเรื่องจะขายที่ให้ใคร เอาไปทำอะไร ฉันก็โดนขู่แล้วก็โดนยิง...อ้อ นายอย่าเพิ่งบอกคุณพ่อหรือคุณผกา ยังไงคุณหญิงทรงศิริก็เป็นญาติเรา” ภาธรกำชับ ขณะที่ทินเทพมองผู้เป็นอาสีหน้าไม่สบายใจ...

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกสาวทำให้อรณีเป็นกังวล จึงเรียกวิวรรณกับประภาพรรณมาสอบถามว่าตอนที่ปริตตาไปหนองพรายมีอะไรแปลกๆบ้าง วิวรรณให้เปลี่ยนเป็นถามว่ามีอะไรไม่แปลกจะดีกว่าแล้วย้อนถามอรณีว่าปริตตาบอกไหมว่าทำไมถึงรู้เรื่องที่ทิศาจะตาย ท่านส่ายหน้าไม่ได้บอกอะไร

“ประภาพรรณ ยายหนูจะช่วยเรื่องที่คุณแม่ซื้อที่ดินหนองพราย คุณจัดการเรื่องนี้อยู่ด้วยใช่ไหม คุณต้องใกล้ชิดยายหนู ฉันอยากขอให้คุณช่วยสังเกต เห็นอะไรเกี่ยวกับยายหนูรีบบอกฉันทุกอย่าง”

ประภาพรรณรับปากเห็นอะไรผิดปกติจะรีบแจ้ง ส่วนวิวรรณอาสาจะช่วยดูอีกแรงหนึ่ง

ooooooo

ผีเจ้าฟ้าทิพฉายอยากได้เรือนไทยทรงขนมผิงหลังนั้นมาก วันรุ่งขึ้นจึงรีบเดินเรื่องขอซื้อที่ดินจากชาวหนองพราย ด้วยอำนาจผีร้ายของเธอสะกดจิตชาวบ้านทุกคนให้ยอมขายที่ดินให้ ทั้งวิวรรณและประภาพรรณที่ซึ่งยืนดูอยู่ด้วย ต่างแปลกใจที่ชาวบ้านตกลงใจขายที่ให้อย่างง่ายดาย

ไม่นานนักประภาพรรณรีบโทร.แจ้งข่าวดีนี้ให้ทรงศิริรับทราบ ท่านรายงานให้ชาลีทราบอีกต่อหนึ่งว่าปริตตาทำให้ชาวบ้านขายที่ให้เราหมดทุกแปลง เขาไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นไปได้ อรณีผ่านมาทันได้ยินพอดี ยิ่งสงสัยในตัวลูกสาวมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ นึกย้อนไปถึงวันที่ทินเทพอ้างว่ามาหาหนังสือให้ปริตตา รีบขึ้นไปที่ห้องของลูก มองไปรอบๆอย่างสงสัยใคร่รู้ว่าวันนั้นทินเทพมาหาอะไรกันแน่

อรณีค้นหาไปทั่วห้อง ก่อนจะมาหยุดที่โต๊ะทำงานของลูก มองชั้นวางหนังสือตรงหน้าซึ่งผีเจ้าฟ้าทิพฉายซ่อนลูกแก้วมรกตเอาไว้ ค่อยๆขยับหนังสือออกแต่ไม่เจอลูกแก้ว เพราะเธอเอาติดไปที่หนองพรายด้วย...

ณ เรือนไทยที่หนองพราย ด้วยความมั่นใจว่าจะได้ครอบครองเรือนไทยหลังนี้ ผีเจ้าฟ้าทิพฉายจึงสั่งการให้วิวรรณกับประภาพรรณหาคนมาตกแต่งบ้านหลังนี้ใหม่ วิวรรณปากไวถามว่าภาธรขายบ้านให้แล้วหรือ เธอยอมรับว่าเขายังไม่ได้ขายให้ แต่ถึงอย่างไรบ้านหลังนี้จะต้องเป็นของเธอ แล้วหันมองประภาพรรณ สายตาแข็งกร้าวของเธอทำเอาคนถูกมองเสียวสันหลังวาบ รีบรับปากจะหาช่างมาจัดการบ้านหลังนี้ให้เร็วที่สุด...

ทันทีที่หมออนุญาตให้กลับบ้านได้ ภาธรขอให้ทินเทพพาไปหาพ่อที่บ้าน คุณหลวงไพรัชกับผกาดีใจที่เขาไม่เป็นอะไรมาก เขารอจนผกาเข้าครัวไปเตรียมอาหารเลี้ยงฉลองที่เขากลับบ้านได้ จึงหันไปทางพ่อ

“ทินบอกว่าคุณหญิงทรงศิริอยากได้ที่ดินคุณพ่อที่หนองพราย”

“ใช่ แต่พ่อไม่ขาย ก็ไม่รู้จะต้านทานได้นานแค่ไหน คนเฝ้าที่ดินตรงนั้นเพิ่งโทร.มาเล่าว่าชาวบ้านพากันขายที่ดินกันไปหมดแล้ว”

ภาธรงงว่าเป็นไปได้อย่างไร ไม่มีใครค้านเลยหรือ คุณหลวงพยักหน้าไม่มีใครคัดค้าน ปริตตาเป็นคนไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ทินเทพถึงกับร้องเอะอะ

ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอยอมเป็นเครื่องมือให้ทรงศิริ ภาธรจะไปคุยเรื่องนี้กับเธอเอง ทินเทพขอตามไปด้วยแต่เขาไม่ให้ไป ขอจัดการเรื่องนี้คนเดียว จากนั้นไม่นาน ภาธรมายืนอยู่ตรงหน้าปริตตาซึ่งถูกผีเจ้าฟ้าทิพฉายสิงร่าง ถามว่าเป็นฝีมือเธอใช่ไหมที่ทำให้ชาวบ้านขายที่ดินทั้งหมด

“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ ทุกคนอยากขายที่ดินเองอยู่แล้ว” ผีเจ้าฟ้าทิพฉายในร่างปริตตาโกหกหน้าตาย ภาธรไม่เชื่อว่าเธอไม่ได้ทำอะไร เธอตัดพ้อทำไมไม่เชื่อกันบ้าง หรือเธอดูเป็นคนที่ไม่เคยหวังดีกับเขา

“เพราะผมยังไม่รู้จักคุณจริงๆเลย ไม่รู้ว่าคุณมาจากไหน มาอยู่ในร่างปริตตาได้อย่างไร”

ผีเจ้าฟ้าทิพฉายยืนยันว่าเขารู้จักเธอ เราเคยรู้จักกันดีมากที่หนองพราย เขานิ่วหน้าสงสัยเธอเคยมีชีวิตอยู่ที่นั่นหรือ เธอยอมรับว่าใช่ เราสองคนเคยอยู่ด้วยกันที่หนองพราย เธอชอบที่นั่นมาก รักทุกสิ่งทุกอย่างที่นั่นรวมทั้งบ้านที่เขาซื้อ ขอร้องให้เขาขายบ้านหลังนั้นให้ เธออยากได้มันไว้เพื่อระลึกถึงอดีต

“อดีตเกี่ยวกับอะไร”

“ความรักค่ะ ขายบ้านเจ้าพระยามหศักดิ์ให้ฉันนะคะภาธร เราจะใช้ที่นั่นเพื่อหาคำตอบว่าฉันมาอยู่ในร่างปริตตาได้อย่างไร” เสียงออดอ้อนของผีเจ้าฟ้าทิพฉายทำเอาภาธรครุ่นคิดหนัก

ooooooo

ทินเทพมั่นใจว่าภาธรมีเรื่องปิดบังบางอย่างถึงไม่ยอมพาตนเองไปหาปริตตา ด้วยความที่อยากได้คำตอบจึงแวะไปถามรวิปรียาเผื่อจะรู้อะไรบ้าง  วิญญาณปริตตาปรากฏตัวขึ้นโดยที่ทินเทพไม่เห็น บอกให้รวิปรียารีบไปหนองพราย เธอพยักหน้ารับรู้แล้วหันไปชวนเขาให้ไปหาความจริงที่นั่นด้วยกัน

“ความจริง...เรื่องอะไรครับ”

“เรื่องที่คุณอยากรู้ที่สุด เรื่องปริตตา”...

ผีเจ้าฟ้าทิพฉายไม่ได้แค่ออดอ้อนให้ภาธรขายเรือนไทยที่หนองพรายให้ ยังชวนเขาไปที่นั่นอีกด้วย ระหว่างเดินขึ้นมาบนเรือน เธอเล่าให้ฟังว่าที่นี่เคยเป็นเรือนไทยสมัยอยุธยาแต่ถูกเผาวอดทั้งหลัง ภายหลังจึงถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เขาแปลกใจเธอไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน

“ความรู้สึกมั้งคะ ความรู้สึกว่าทุกอย่างที่เป็นของฉันไม่ว่านานแค่ไหน มันก็ต้องเป็นของฉัน” ผีเจ้าฟ้าทิพฉายมองสบตาภาธรอย่างมีความนัย ทันใดนั้นไม้คานเก่าผุร่วงลงมา เขารีบคว้าร่างเธอหลบ ทั้งคู่เซล้มลงไปด้วยกัน เธออยู่ในอ้อมแขนของเขา โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่ง...

ระหว่างทินเทพขับรถพารวิปรียากับวิญญาณปริตตามุ่งหน้าไปหนองพราย ผีสมชายปรากฏร่างขึ้นขวางหน้ารถ ทินเทพตกใจหักหลบรถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง แอร์แบ็กดันร่างของทั้งคู่เอาไว้ไม่ให้กระแทกกับคอนโซลรถ เขาหมดสติส่วนรวิปรียายังรู้สึกตัวค่อยๆปลดเข็มขัดนิรภัยลงจากรถจะไปหาคนมาช่วย

ผีสมชายขวางไว้ เธอไม่มีพลังของเทพจึงต้องถอยกรูด มันพุ่งผลักร่างเธอกระเด็นแล้วตามเข้าไปจะซ้ำ


วิญญาณปริตตาเข้ามาจับมันเหวี่ยงกระแทกต้นไม้ ต่อว่ามันว่าทำแบบนี้กับพี่ทินได้อย่างไร ผีสมชายประกาศกร้าวว่าไม่ใช่คนของบ้านสีหมนตรีอีกแล้ว เจ้านายของมันคือเจ้าฟ้าทิพฉาย จากนั้นทั้งคู่ต่างใช้พลังต่อสู้กัน วิญญาณปริตตาบอกรวิปรียาให้ไปห้ามภาธรไม่ต้องห่วงทางนี้ ตนจะช่วยพี่ทินเอง...

ในเวลาเดียวกัน ผีเจ้าฟ้าทิพฉายมองภาธรที่ตระกองกอดตัวเองไว้

“คุณเคยสัญญา ถึงตอนนี้คุณจะลืมไปแล้วแต่ฉันไม่มีวันลืม ฉันจะไม่หนีคุณไปไหน ถ้าคุณอยากรู้ว่าฉันมาอยู่ที่นี่ในร่างนี้ได้อย่างไร อย่าใช้เหตุผล ใช้หัวใจคุณหาคำตอบดูสิภาธร”

ด็อกเตอร์หนุ่มนิ่งคิดไปอึดใจ ก่อนจะบอกว่ารักเธอ ผีเจ้าฟ้าทิพฉายยิ้มดีใจ แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเขาเอ่ยคำว่าเคยรักเธอตามออกมา เธอทักท้วงตอนนี้เขาก็ยังรักเธออยู่ ภาธรมองไม่แน่ใจ

“เราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ ไม่มีใครมาแยกเราจากกันได้ คุณสัญญาว่าคุณยกให้ฉันทั้งร่างกายทั้งหัวใจ แค่คุณบอกว่าจะอยู่กับฉัน...บอกสิภาธร เราจะอยู่ที่นี่ด้วยกัน คุณจะอยู่กับฉันตลอดไป” คำพูดของผีเจ้าฟ้าทิพฉาย บวกกับความใกล้ชิดทำให้ภาธรหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก...

วิญญาณปริตตาสู้ผีตายโหงอย่างสมชายไม่ได้ถูกจับทุ่มลงไปกองกับพื้น ทินเทพพุ่งมาด้านหลังกระแทกร่างผีสมชายที่เป็นเงาดำๆเซถลา ครั้นมันหันหน้ามาเขาตกใจแทบช็อก

“สมชาย...แกตายไปแล้ว”

ผีสมชายหายตัววับไป ทินเทพเห็นวิญญาณปริตตากองอยู่กับพื้นดีใจมากโผเข้าไปกอด เธอมองข้ามไหล่เขาไปด้านหลังเห็นผีสมชายร้องเตือนให้ระวังแต่ไม่ทันผีสมชายคว้าไม้แถวนั้นฟาดใส่ทินเทพล้มตึง

ooooooo

ก่อนภาธรจะให้คำมั่นว่าจะอยู่กับผีเจ้าฟ้าทิพฉายซึ่งจะผูกมัดตัวเองไปตลอดกาล รวิปรียาพรวดพราดเข้ามาห้ามไว้ทัน  เขาปล่อยผีเจ้าฟ้าทิพฉายจากอ้อมกอด เธอไม่พอใจมองศัตรูหัวใจแทบจะเผาให้มอดไหม้

บนถนนไม่ห่างจากเรือนไทยนัก ผีสมชายคว้าไม้ปลายแหลมเงื้อจะแทงทินเทพที่นอนหมดสติ ทันใดนั้น ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาที่ร่างผีจากนรกถึงกับร้องลั่นอย่างเจ็บปวดร่างหายวับไปทันที วิญญาณปริตตาพยุงทินเทพมาวางบนตักด้วยความเป็นห่วง...

ฝ่ายภาธรมองรวิปรียาแปลกใจมาที่นี่ได้อย่างไร เธอมากับทินเทพ เกิดอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ตรงทางเข้ามาที่นี่ ให้เขาไปช่วยทินเทพด้วย สองคนกำลังจะก้าวลงจากเรือนไทย ผีเจ้าฟ้าทิพฉายใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้เกิดพายุฝนเทกระหนํ่า ทั้งคู่จึงออกไปหาทินเทพไม่ได้

ทางด้านวิญญาณปริตตาค่อยๆพาตัวทินเทพที่ยังหมดสติมาหลบฝนในรถ...

ฝนตกหนักไม่มีทีท่าจะหยุดง่ายๆ รวิปรียาเป็นห่วงอาการของทินเทพ เร่งให้ภาธรรีบฝ่าฝนไปช่วยผีเจ้าฟ้าทิพฉายไม่พอใจที่เธอพยายามชักชวนให้เขาไปจากตนเอง ใช้พลังทำให้โต๊ะพุ่งใส่ ภาธรจะเข้าไปช่วยก็ถูกเชือกที่เกิดจากอำนาจผีร้ายรัดขาไว้ขยับไม่ได้

ที่บ้านสีหมนตรี คุณหลวงไพรัชรับรู้ได้ทางกระแสจิตว่ารวิปรียากำลังเดือดร้อนจึงสวดมนต์แผ่เมตตาไปช่วยทำให้โต๊ะที่พุ่งเข้าหา ลอยเฉียดเธอไปเส้นยาแดงผ่าแปด ส่วนเชือกที่รัดขาภาธรก็คลายออกราวกับมีมือมาช่วยแกะ เขาผวาเข้าไปประคองร่างรวิปรียาไว้ เธอชวนให้เขารีบไปช่วยทินเทพด้วยกัน

“ฝนตกหนัก คุณอยู่ที่นี่ ผมไปเอง” ภาธรวิ่งฝ่าฝนที่ตกหนักออกไป รวิปรียาจะตามแต่ผีเจ้าฟ้าทิพฉาย

พุ่งมากระชากตัวไว้ แรงมหาศาลทำให้เธอปลิวไปกระแทกผนังบ้าน ผีร้ายต่อว่าเธอที่มาขัดขวาง เธอยืนกรานจะไม่ยอมปล่อยให้ผีเจ้าฟ้าทิพฉายเอาร่างปริตตาไปเด็ดขาด

“งั้นก็สละร่างนี้ของเธอให้ปริตตา รักมากเป็นห่วงมากก็สละตัวเองเพื่อคนอื่นสิ เธอยอมตายเพื่อปริตตา เหมือนที่ฉันยอมตายเพื่อคนรักแบบฉันได้ไหม เธอทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่เธอรักได้ไหมรวิปรียา”...

ทางฝ่ายภาธรวิ่งฝ่าฝนมาได้แค่ครึ่งทาง ฟ้าผ่าลงมาที่ต้นไม้ข้างๆ กิ่งไม้ติดไฟกระเด็นเข้าหา แต่มันดันค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะมีลมพัดมันเลยตัวเขาไปตกข้างทางอย่างน่าอัศจรรย์

คุณหลวงไพรัชยังคงสวดมนต์แผ่เมตตาไปช่วยภาธร รวิปรียาและทินเทพที่กำลังตกอยู่ในอันตราย

เริ่มจะไม่ไหวร่างโงนเงนเพราะใช้พลังไปเยอะ แต่ท่านยังกัดฟันสวดมนต์ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ...

ในที่สุดภาธรมาถึงจุดที่เกิดอุบัติเหตุ วิญญาณปริตตาดีใจมากที่เห็นเขา ปลอบทินเทพที่ยังสลบอยู่ว่าอาภาธรมาช่วยแล้ว พูดจบวิญญาณปริตตาหายตัววับไป

ooooooo

รวิปรียาค่อยๆยันตัวลุกขึ้นเดินไปหาผีเจ้าฟ้า


ทิพฉายอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมกับบอกว่าตนจะไม่ตายเพื่อความรักความเสน่หา  แต่จะยอมตายเพื่อความดี

ฝ่ายหลังไม่พอใจที่อีกฝ่ายกล้าหือคว้าคอบีบ รวิปรียาพยายามขอร้องให้เธอล้มเลิกความคิดที่จะอยู่กับภาธรเพราะนั่นเท่ากับการก่อบาปกรรมเพิ่มขึ้น

“ใครก็แยกข้าจากคนรักอีกไม่ได้”

“ได้สิ เธอจะต้องรอคอยภาธรอีกหลายชาติ เธอจะต้องวนเวียนอยู่ที่นี่เพราะบาปที่ก่อไว้กับทุกคน เธอต้องอยู่ที่หนองพรายไม่มีวันไปสู่ภพภูมิที่ดีที่สูงขึ้น

ไม่มีวันสมหวังกับภาธรอีก” คำพูดของรวิปรียาทำให้ผีเจ้าฟ้าทิพฉายของขึ้นบีบคอศัตรูหนักมือขึ้นจนหายใจติดขัด ก่อนเธอจะขาดใจตายวิญญาณปริตตามาช่วยเอาไว้

“ไป...รวิปรียาหนีไป” วิญญาณปริตตาตะโกนลั่น

วิญญาณกับผีร้ายต่อสู้กัน วิญญาณฝ่ายดีสู้ไม่ได้ถูกผีร้ายใช้พลังอัดกระเด็นกระแทกผนัง รวิปรียาเห็นท่าไม่ดีร้องเรียกสินีวาลีให้ช่วย พลันมีแสงสว่างสาดใส่หน้าผีร้ายแสบร้อนไปทั่วร่างล้มลงดิ้นทุรนทุราย รวิปรียาเข้าไปค้นหาแหวนพญานาคเจอห้อยคออยู่จะคว้า ผีร้ายไม่ยอมง่ายๆตบเธอกระเด็น รวิปรียาบอกสินีวาลีให้ทำลายแหวนวงนั้น  ปริตตาจะได้ร่างคืน ผีร้ายโกรธจัดใช้อำนาจปลุกอสุรกายขึ้นมาจากนรก

“ใครที่ขวางข้า มันจะไม่มีลมหายใจ” ผีเจ้าฟ้าทิพฉายใช้อำนาจมืดบันดาลให้เกิดลมพัดแรงกระแทกรวิปรียากับวิญญาณปริตตากระเด็นไปคนละทิศละทาง ส่วนสินีวาลีถูกอสุรกายล้อมเอาไว้

คุณหลวงไพรัชที่กำลังสวดมนต์แผ่เมตตาเพื่อช่วยรวิปรียาอยู่ที่บ้านตัวเองเหมือนถูกแรงกระแทกไปด้วย จุกอกกระอักออกมาเป็นเลือด ผกาถือน้ำมะตูมเข้ามาเห็นท่านมีเลือดหยดจากปากตกใจของในมือหล่น...

ผีเจ้าฟ้าทิพฉายต่อว่าสินีวาลีว่านี่ไม่ใช่เรื่องอะไรของเทพ ไล่ให้ไปจากที่นี่แล้วอย่าลงมายุ่งกับโลกมนุษย์ รวิปรียาพยายามขอร้องสินีวาลีไม่ให้กลับสวรรค์ให้อยู่ช่วยปริตตาก่อนแต่เธอไม่ฟังหายตัววับไป อสุรกายที่รายล้อมเธออยู่พลอยหายไปด้วย บนเรือนไทยจึงเหลือแค่ผีเจ้าฟ้าทิพฉาย รวิปรียาและวิญญาณปริตตา

“ปริตตาเจ้าไม่มีวันได้ร่างนี้คืน เจ้าต้องหายไป หายไปตลอดกาล” ผีเจ้าฟ้าทิพฉายใช้พลังสุดแรงเล่นงานวิญญาณปริตตาไฟลุกท่วมร่างก่อนจะหายวับไป...

คุณหลวงไพรัชหายใจติดขัดบอกผกาที่ประคองตัวเองไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นช่วยปริตตาด้วย อย่าให้หนองพรายเป็นของเธอ ผกางงว่าท่านหมายถึงเธอคนไหน ท่านย้ำอีกว่าอย่าให้เธอเอาภาธรไป พูดได้แค่นั้นท่านสำลักเลือดออกมาแล้วแน่นิ่งไป ผกากรีดร้องด้วยความตกใจ...


ผีร้ายเล่นงานปริตตาเสร็จหันมาเล่นงานรวิปรียาเป็นรายต่อมา แค่ใช้สายตาจ้อง ร่างของอีกฝ่ายปลิวใส่เสาบ้านหมดสติ ภาธรกลับมาเห็นพอดีเข้าไปประคองรวิปรียาไว้พลางต่อว่าผีเจ้าฟ้าทิพฉายที่ทำร้ายเธอ ผีร้ายไม่พอใจสั่งให้เขาปล่อยผู้หญิงคนนั้น เขาไม่ยอมปล่อย

“ชาวบ้านกำลังตามมาช่วยกันพาทินเทพส่งโรงพยาบาล ผมจะพารวิปรียาไปพร้อมทินเทพ” ภาธรว่าแล้วอุ้มรวิปรียาจะไป ผีเจ้าฟ้าทิพฉายพยายามขัดขวางแต่เขาไม่สนใจอุ้มเธอลงจากเรือนไป

“ภาธรอย่าไป...ออกญากลับมา อย่าทิ้งข้าไว้แบบนี้ออกญา ข้ารักท่าน  ท่านต้องรักข้าคนเดียว” ผีเจ้าฟ้าทิพฉายตะโกนไล่หลังก่อนจะทรุดลงร้องไห้

ooooooo

ที่ห้องพักฟื้นคนไข้ ทินเทพที่ยังหลับไม่ได้สติฝันเห็นวิญญาณปริตตายืนร้องไห้อยู่ รีบวิ่งไปหา เธอไล่เขากลับไป เขาไม่ยอมกลับถ้าไม่มีเธอไปด้วย เธอไปกับเขาไม่ได้ให้เขากลับไปคนเดียว ทินเทพคว้ามือเธอแต่เธอสะบัดหนีและยังผลักเขาออกห่าง

“กลับไปพี่ทิน รีบไป อย่าลืมน้องหนูนะพี่ทิน อย่าลืมน้องหนู”

ทินเทพเห็นหมอกทึบลอยมาบดบังร่างปริตตาไว้จนมองไม่เห็นก็ร้องเรียกเสียงลั่น สัญญาจะต้องช่วยเธอกลับมาให้ได้...

ไม่ได้มีแค่ทินเทพที่เจ็บหนัก คุณหลวงไพรัช

ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเช่นกัน หมอต้องเอาตัวเข้าห้อง

ไอซียูเนื่องจากอาการไม่น่าไว้ใจ ภาธรกับรวิปรียาเยี่ยมท่านเสร็จออกมาหาผกาที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าห้อง ผกาแจ้งกับเขาว่าท่านพูดถึงเขาก่อนหมดสติ ท่านเป็นห่วงเขามาก ภาธรสะเทือนใจเข้าไปกอดผกาไว้ร้องไห้ไปด้วยกัน

“คุณหลวงท่านมีเมตตาจิตกับทุกคน ทำไม...ทำไมถึงเกิดแต่เรื่องร้ายๆกับท่าน”

“พ่อต้องไม่เป็นอะไรครับ” ภาธรปลอบ

รวิปรียาทนดูต่อไปไม่ไหว ลุกหนีออกมายังมุมปลอดคน โทษตัวเองที่มาวุ่นวายกับผีเจ้าฟ้าทิพฉาย แถมยังส่งปริตตากับทินเทพมาโลกมนุษย์ ทุกคนเดือดร้อนถึงชีวิตก็เพราะเธอคนเดียว สินีวาลีปรากฏตัวขึ้นด้านหลัง ขอร้องให้เธอกลับสวรรค์ไปกับตนเอง นี่คือสิ่งที่ตนจะช่วยเธอได้และจะเป็นครั้งสุดท้าย ภาธรเดินตามมาจากอีกด้าน รวิปรียาหันไปขอโทษเขาที่เป็นต้นเหตุให้เดือดร้อน เธอคงต้องกลับไปแล้ว

“ไปไหนรวิปรียา...คุณจะกลับไปไหน” ภาธรจับมือรวิปรียามากุมไว้

“ฉันอยู่ที่นี่ ทิพฉายก็ยิ่งโกรธ ทุกอย่างจะแก้ไขไม่ได้ ฉัน...ฉันต้องไป”

ภาธรทั้งอ้อนวอนทั้งขอร้องให้เธออยู่ต่อ ถ้าเธอ

ไปแล้วเขาจะอยู่กับใคร สินีวาลีเห็นสายตาที่รวิปรียามองเขาก็รู้ทันทีว่าเธอแยกจากเขาไม่ได้จึงหายตัวกลับไป ภาธรขยับเข้ามาใกล้ๆขอร้องเธออย่าทิ้งเขาไป


“ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใครไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณเลย ผมรู้อย่างเดียวผมคิดถึงคุณ ต้องให้ผมตามหาว่าคุณเป็นใคร ต้องให้ผมวิ่งตามคุณอีกกี่ครั้ง ผมก็ทำได้ ถ้าผมรู้ว่าคุณจะยืนรอผมอยู่”

“ฉันต้องไปภาธร ฉันปล่อยให้มีคนเดือดร้อนเพราะฉันไม่ได้อีกแล้ว” รวิปรียาพยายามกลั้นน้ำตาไว้

“อย่าไป...อย่าร้องไห้นะครับ” ภาธรว่าแล้วดึงเธอมาจูบซับน้ำตาที่แก้มให้ เธอตกใจดันตัวออกห่าง เขากลับรวบตัวเธอมาจูบปากอย่างดูดดื่ม เธอใจอ่อนยวบไม่สามารถไปจากเขาได้...

ผีเจ้าฟ้าทิพฉายไม่ยอมให้รวิปรียามาแย่งคนรักไป กลับมาที่บ้านทรงศิริ แจ้งกับอรณีว่าจะแต่งงานกับภาธร ท่านงงเป็นไก่ตาแตกจะแต่งกับเขาได้อย่างไร ในเมื่อไม่เคยเห็นทั้งคู่คบหากัน เธออ้างว่าเราสองคนรักกันไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้ แล้วขยับจะไป อรณีดึงมือไว้ เตือนเธอว่ายังไม่ควรคิดเรื่องนี้ ที่สำคัญท่านคิดว่าภาธรไม่ได้รักเธอ ผู้ชายที่รักเธอจริงคือทินเทพต่างหาก

ผีเจ้าฟ้าทิพฉายในร่างปริตตายิ้มเหยียด

“ทินเทพก็แค่หมามองเครื่องบิน”

อรณีตกใจกับคำพูดก้าวร้าวของลูกตำหนิว่าพูดแบบนี้มันเกินไปแล้ว เธอไม่สนใจยืนกรานจะแต่งงานกับภาธรให้ได้ เขาคือผู้ชายคนเดียวที่เธอจะแต่งด้วยแล้วผละจากไปท่ามกลางความตกตะลึงของอรณี...

ในเมื่อหลานสาวทำให้ชาวบ้านหนองพรายขายที่ดินให้ ชาลีกับทรงศิริจึงต้องทำตามสัญญาด้วยการจะซื้อเรือนไทยหลังนั้นให้ เช้านี้สองผัวเมียพากันมาดูสถานที่ ชาลีรู้สึกถูกใจสถานที่แห่งนี้เดินดูรอบๆ จนมาถึงห้องปิดมืดห้องหนึ่ง วิญญาณเจ้าพระยามหศักดิ์ เสนาบดีผู้ใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเพราะการมาถึงของเขา ทันใดนั้นมีเสียงดังโครมมาจากในห้องนั้น ชาลีขยับจะไปดูใกล้ๆ ทรงศิริเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“จะทำอะไรคะ”

“เหมือนมีคนอยู่ตรงห้องนั้น” ชาลีชี้ไปที่ห้องมืด ทรงศิริโวยจะมีใครได้อย่างไรบ้านเก่าโทรมขนาดนี้จ้างให้เธอก็ไม่มาอยู่ เขามองไปที่ห้องนั้นอีกทีแต่ไม่เห็นอะไรจึงพากันกลับ โดยไม่รู้ว่าถูกวิญญาณเจ้าพระยามหศักดิ์มองตามด้วยสายตาน่ากลัว

ooooooo


ละครนางทิพย์ ตอนที่ 10 อ่านนางทิพย์ติดตามละครนางทิพย์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย อรรคพันธ์ นะมาตร์, พีชญา วัฒนามนตรี, ฝนทิพย์ วัชรตระกูล 22 ต.ค. 2561 07:21 2018-10-27T03:09:09+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ