ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

นางร้ายที่รัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: บอย ปกรณ์ ประกบ คิม คิมเบอร์ลี ใน "นางร้ายที่รัก"

เช้าวันใหม่ ดนัยนั่งจิบกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์ อยู่ มธุรสเข้ามาซักไซ้ว่าเมื่อคืนหายไปไหน เขาบอกอยู่กองถ่ายแต่เธอไม่เชื่อจนเกิดปากเสียงกัน ดนัยขับรถออกจากบ้านอย่างหงุดหงิด มธุรสรีบโทร.สั่งดวงแขให้จับตาดูพิมพ์ชนกไว้ มีอะไรโทร.ส่งข่าว ดวงแขรับคำวางสายยิ้มกริ่ม

“อีกไม่นาน...นังพิมพ์ชนกมันกระเด็นออกจากวงการแน่” แววตาดวงแขมีแผนร้าย

ในกองถ่าย เนตรกมลมาถึงได้รู้เรื่องที่พิมพ์ชนกโดนคนร้ายจ่อยิงก็ตกใจเข้ามาแสดงความห่วงใย นทีมองทุกคนด้วยความสงสัยจับผิด พิมพ์ชนกไม่อยากให้เขารู้เรื่องสายธารจึงเปลี่ยนเรื่องมาแนะนำให้เนตรกมลรู้จักเขา เนตรกมลตื่นเต้นที่บอดี้การ์ดเพื่อนเป็นตำรวจ

“น้องเนตรสนใจบอดี้การ์ดส่วนตัวไว้คอยกันแฟนคลับบ้างไหม เดี๋ยวเจ้หาให้”

“แค่พิษณุคนเดียวเนตรก็อึดอัดแล้วค่ะ” เนตรกมลบอกชาร์ลีขำๆแล้วขอบคุณนทีที่ช่วยตนวันก่อน และยังชวนทุกคนไปทานข้าวที่บ้านเป็นการขอบคุณ

นทีสังเกตเห็นใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตรของเนตรกมล ต่างจากท่าทีวางตัวไม่สนใจใครของพิมพ์ชนก พอมีโอกาสอยู่ตามลำพัง นทีจึงถามอย่างสงสัย “คุณเนตรเป็นคนอัธยาศัยดี แต่ทำไมคุณไม่ค่อยเป็นมิตรกับเธอ”

“ฉันเป็นแบบนี้กับทุกคน” เห็นสายตาสงสัยของนทีจึงขยายความ “มันคือตัวตนของฉัน”

“แยกไม่ออกระหว่างบทนางร้ายในละครกับชีวิตจริงหรือ”

“ฉันร้ายมาตั้งแต่เกิด”

นทีตอกกลับไม่คิดจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นบ้างหรือ พิมพ์ชนกสวน เพื่ออะไร นทีจะตอบโต้แต่หญิงสาวเชิดหน้าเดินหนีเข้าห้องแต่งตัวไปก่อน นทีมองตามอย่างสุดเอือม

แอนนาแต่งหน้าทำผมให้พิมพ์ชนกอยู่ ขณะเดียวกัน ดวงแขกับพิไลก็แอบทำบางอย่างกับชุดที่พิมพ์ชนกจะต้องใส่...พอกีตาร์ยกชุดออกมาให้ ชาร์ลีอุทานว่าช่างสวย...เลอค่า ส่วนเนตรกมลแต่งตัวเรียบร้อยนั่งท่องบทอยู่ พิมพ์ชนกรับชุดเข้าไปเปลี่ยนในกระโจม ไม่ทันไรก็ร้อง... อุ๊ย! ดังลั่นออกมา ชาร์ลีรีบถามเกิดอะไรขึ้น

เนตรกมล แอนนา ชาร์ลีและกีตาร์ปรี่มายืนรอ พิมพ์ชนกเปิดกระโจมออกมาด้วยสีหน้าเหวี่ยงวีน ในมือชูเข็มหมุดและโชว์แผลเลือดซิบที่หัวไหล่ กีตาร์หน้าเสีย

“ตาร์เช็กทุกชุดดีแล้วนะคะ!”

เนตรกมลรีบเอาผ้าเช็ดหน้าซับเลือดให้พิมพ์ชนก พิไลสบถดังเข้าหู “แค่นี้ทำสำออย...”

พิมพ์ชนกหันขวับ มั่นใจว่าเป็นฝีมือดวงแขกับพิไล ดวงแขสวนกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานระวังจะโดนฟ้อง พิมพ์ชนกประกาศ ยอมจ่ายค่าปรับที่ทำร้ายสองสาว แล้วพุ่งเข้าผลักทั้งสองเซถลา ชาร์ลีกับเนตรกมลพยายามห้ามแต่ดวงแขกลับท้าเหยงๆ กุหลาบเข้ามาถามแต่งตัวเสร็จกันหรือยัง ชาร์ลีรีบกลบเกลื่อนว่าทุกคนกำลังซ้อมบท กุหลาบจึงขอให้รีบออกไป พิมพ์ชนกยังจ้องดวงแขอย่างจะเอาเรื่อง

พอต้องเข้าฉาก พิมพ์ชนกมืออาชีพมากพอที่จะแสดงบทบาทเป็นเพื่อนรักกับดวงแขและพิไลได้อย่างสนิทใจจนผู้กำกับ ชาร์ลี เนตรกมลและพิษณุทึ่ง มีเพียงนทีที่เบื่อหน่ายมากกับโลกมายา...ในบท ดวงแขและพิไลจับมือเป็นมิตรกับพิมพ์ชนก ทั้งสองแกล้งบีบมือจนแน่น พิมพ์ชนกรู้สึกเจ็บจึงยิ้มหวานแล้วใช้มืออีกข้างลูบแก้มสองสาว พูดตามบท

“เธอทั้งสองเป็นเพื่อนรัก...สุดสวาทขาดใจของฉัน” ว่าแล้วก็จงใจตบแก้มทั้งสองซ้ายคนขวาคนอย่างแรง สองสาวร้องลั่นผลักพิมพ์ชนกแล้วโวยว่าถูกตบ พิมพ์ชนกยิ้มผลักกลับ “ทำไม...คิดว่าฉันหอมแก้มเหรอ พวกเธอ เริ่มก่อน”

ดวงแขโวยว่าพิมพ์ชนกเริ่มก่อน ผู้กำกับรีบสั่งคัตและให้แยกทั้งสามออกจากกัน ต่างทะเลาะกันไปมาพิไลโวยเสียงดังให้ได้ยินทั้งกองว่าพิมพ์ชนกถือว่าตัวเองเป็นนางร้ายคนโปรดแล้วจะรังแกใครก็ได้ ทันใด...สมภพเดินเข้ามาเอ็ดตะโร “นี่มันอะไรกัน!”

ทุกคนตะลึงเกรงกลัว พิมพ์ชนกมองอย่างอยากเจอตัวมานานแล้ว สมภพจ้องกุหลาบผู้จัดการกองทำนองต้องการคำตอบ...กุหลาบโดนตำหนิว่าทำงานแย่มาก พิมพ์ชนกก้าวเข้ามาขอโทษและรับผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นเอง สมภพตาค้างกับความงามของพิมพ์ชนก เสียงอ่อนลงทันที

“คนผิดยอมรับแล้ว รีบลงโทษเลยค่ะ” ดวงแขยุ พิไลเสริมให้ปลดออกจากละครไปเลย

พิมพ์ชนกจิกตามองสองสาวอย่างอดกลั้น สมภพกล่าวขึ้น “ทะเลาะกันจนงานเสียถือว่าผิดทั้งหมด ไม่ว่าใครจะเริ่มก่อน...ทำงานร่วมกันเป็นทีมก็ต้องมีกระทบกระทั่งเป็นธรรมดา สำหรับผม คนที่กล้าทำและกล้ายอมรับผิด คือมืออาชีพ”

พิมพ์ชนกส่งยิ้มหวานหวังให้เขาติดกับเสน่ห์ของตน ดวงแขกับพิไลหมั่นไส้รีบหลบไปโทร.รายงานมธุรสว่าวันนี้ดนัยไม่ได้มากองแต่เป็นสมภพที่มา และดูท่ากำลังหลงเสน่ห์พิมพ์ชนก

ในขณะที่พิมพ์ชนกเดินมาส่งสมภพที่รถด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขากล่าวอย่างหลงใหล “ผมเห็นคุณพิมพ์ผ่านสื่อมาตลอด พอได้เจอตัวจริงรู้สึกได้เลยว่าคุณพิมพ์น่ารักสมกับที่พี่ดนัยพูดถึง”

“พิมพ์โชคดีที่ได้ร่วมงานกับผู้บริหารเก่งๆอย่างคุณดนัยกับคุณสมภพ”

“เราจะมีโอกาสปรึกษาเรื่องอื่นๆนอกเวลางานบ้างไหม” สมภพแทะโลม

“เจ้ชาร์ลีเป็นคนดูแลคิว ทราบว่าพิมพ์ว่างช่วงไหนค่ะ” พิมพ์ชนกยิ้มมีจริตส่งตาหวาน

สมภพพึงพอใจมากบอกตนจะนัดทานข้าวเย็น แล้วขึ้นรถขับออกไป พิมพ์ชนกตาวาวที่เข้าแผน พอหันกลับมาต้องสะดุ้งเมื่อเห็นสายตานทีที่จ้องมองอย่างสงสัย...แล้วเขาก็เหน็บทันที

“รู้สึกว่าคุณจะยินดีไปกินข้าวกับท่านผู้บริหารมากกว่าคุณเนตร”

พิมพ์ชนกสวนว่าตนพอใจจะไปกับใครก็ได้ นทีแย็บ นี่อาจเป็นสาเหตุที่มีคนอยากทำร้ายเธอ เพราะเธอหว่านเสน่ห์ไปทั่ว ถ้าไม่ใช่ผู้ชายที่มาติดพันก็เป็นภรรยาของคนพวกนั้นที่ไม่พอใจ

“มีหลักฐานแล้วเหรอคะ...ถ้าไม่รู้จริงก็อย่าเดา”

นทีชะงักย้อนถามแล้วความจริงคืออะไร พิมพ์ชนกเยาะนั่นคือหน้าที่ที่เขาต้องหาคำตอบ

ooooooo

มธุรสตั้งใจเอาข่าวที่สมภพไปหาพิมพ์ชนกที่กองมาบอกให้ดนัยรู้ ทำทีเป็นซื้อขนมมาฝากที่ออฟฟิศ พอดนัยรู้ว่าน้องชายไปติดพันพิมพ์ชนกก็ออกอาการหงุดหงิดไม่พอใจ

ระหว่างที่นทีขับรถพาพิมพ์ชนกกลับ เธอคุยโทรศัพท์กับชาร์ลีว่าใกล้ถึงบ้านแล้ว ทันใดก็รู้สึกว่ารถส่าย นทีรีบจอดเข้าข้างทางลงมาสำรวจพบว่ายางแบนเพราะโดนเรือใบก็รู้สึกไม่ชอบมาพากล ไม่ทันไรคนร้ายสองคนใส่หมวกสวมแว่นอำพรางใบหน้า ปราดเข้ามาชักปืนยิงใส่นที แต่เขาหลบทันและยิงสวน

พิมพ์ชนกตกใจมากหาทางหนี ก็พอดีคนร้ายเปิดประตูรถเข้ามากระชากตัวเธอออกจากรถ เธอร้องลั่น นทีหันมองรีบจัดการคนร้ายตรงหน้าก่อนถลาไปช่วย แต่ไม่กล้ายิงเพราะเกรงจะโดนพิมพ์ชนก เธออาศัยจังหวะที่คนร้ายระวังนที ผลักเขาออกจะวิ่งหนีแต่ก็โดนกระชากตัวกลับไปจนล้มลงขาแพลง...นทีกระโจนเข้าซัดคนร้ายและยิงใส่ พวกมันวิ่งหนีอุตลุด

นทีเข้ามาตรวจดูข้อเท้าพิมพ์ชนก พอเห็นว่าแพลงจึงอุ้มเธอเดินกลับ ฟ้ามืดครึ้ม ไฟในซอยเปิดสว่าง พิมพ์ชนกเผลอมองใบหน้านทีอย่างชื่นชมที่เขาอุตส่าห์อุ้มตนเดินมา...จนถึงบ้านนทีรู้สึกเมื่อยล้า ชำเลืองมองหน้าพิมพ์ชนกที่ตัวเกร็งอยู่ในอ้อมกอดตน ก็แอบยิ้ม ค่อยๆวางเธอลงบนโซฟา แต่ก็อดแหย่ไม่ได้ “หนักไม่ใช่เล่นนะคุณ”

พิมพ์ชนกค้อนขวับ นทีทำเฉยไม่สน บอกเธอว่าจะไปตามแม่บ้านให้เอาน้ำแข็งมาประคบข้อเท้าให้ หญิงสาวรีบบอกว่าตนสั่งแม่บ้านทุกคนเข้านอนไม่เกินสามทุ่ม ป่านนี้คงหลับหมดแล้ว นทีสบถ “เผด็จการมาก...”

พิมพ์ชนกโต้ว่ากฎก็ต้องเป็นกฎ นทีส่ายหน้าเอือมๆ จัดการเตรียมปฐมพยาบาลให้เธอเอง พอพิมพ์ชนกเห็นนทีเดินไปก็โทร.เล่าให้ชาร์ลีฟัง เขาโวยวายอันตรายขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ต้องบอกความจริงเพื่อให้ตำรวจตามหาตัวฆาตกรฆ่าสายธาร แต่เธอไม่ยอมจะจัดการเรื่องนี้เอง นทีถือผ้าห่อน้ำแข็งกลับเข้ามา พิมพ์ชนกจึงตัดสาย
จากชาร์ลี

นทียกเท้าพิมพ์ชนกขึ้นวางบนตักแล้วประคบน้ำแข็งให้อย่างอ่อนโยน หญิงสาวทึ่งไม่กล้าขัดขืน

ชายหนุ่มบอกทำแบบนี้สักครู่จะดีขึ้น เธอสวนแล้วถ้าไม่ดีขึ้น เขาประชดให้ตัดขาทิ้ง

“ตาบ้า!” พิมพ์ชนกโวย

นทีแอบขำเงยหน้าขึ้นมาสบตากันโดยบังเอิญ ต่างคนต่างเก้อเขิน พิมพ์ชนกทำทีบ่นพรุ่งนี้จะไปทำงานได้อย่างไร นทีดุ เอาคืนนี้ให้รอดก่อนค่อยคิดถึงพรุ่งนี้ เธอค้อนเล็กๆ...หลังจากนั้นนทีประคองพิมพ์ชนกมาส่งในห้องนอน เธอรีบบอกให้เขาออกไปได้

“ผมเข้ามายังไม่ถึงสามวิก็ไล่แล้วเหรอ...ขอบคุณสักคำก็ไม่มี”

พิมพ์ชนกกล่าวขอบคุณเพื่อให้เขาออกไป เขาหาว่าไม่จริงใจอีก เธอโวยจะเอาคำขอบคุณหรือความจริงใจกันแน่ นทีติง “คงไม่เคยขอบคุณใครด้วยใจเลยใช่ไหม”
“ฉันเหนื่อย เมื่อย ง่วงและปวดเท้า คุณจะเซ้าซี้อะไรนักหนา” พิมพ์ชนกเหวี่ยงใส่

นทีเคืองเดินออกไปอย่างหมดความอดทน พิมพ์ชนกรู้สึกผิดแต่ยังวางท่ามีทิฐิ...ต่างฝ่ายต่างรู้สึกดีต่อกันมากขึ้น ขนาดพิมพ์ชนกยังแปลกใจตัวเอง

ooooooo

รุ่งเช้านทีโทร.เล่าเหตุการณ์เมื่อวานให้ศาสตราฟัง เขาโวยที่นทีปล่อยคนร้ายหนีไปได้ โดยไม่แจ้งความ นทีอ้างพิมพ์ชนกไม่อยากเป็นข่าว ศาสตราแปลกใจที่คนร้ายใกล้ตัวเข้ามาทุกที แต่พิมพ์ชนกกลับไม่รู้สึกกลัว นทีเผยความสงสัย “ฉันรู้สึกว่าพิมพ์ชนกปิดบังอะไรบางอย่าง”

“จะให้ฉันช่วยอะไร” ศาสตราถามอย่างรู้ใจ

“เช็กประวัติพิมพ์ชนกว่ามีพี่น้องอีกรึเปล่า โดยเฉพาะคนที่ชื่อน้ำ”

ศาสตรารับคำ ทันใดเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นจึงรีบวางสายและไปเปิดประตู...อิงอรยืนยิ้มสดใสถือปิ่นโตสองเถามาด้วย ศาสตราตกใจมองสภาพตัวเองที่นุ่งบ็อกเซอร์ตัวเดียว รีบวิ่งกลับเข้าบ้านไปแต่งตัว อิงอรไม่เขินอายสักนิด เดินตามเข้าบ้านมาจัดอาหารและเอ่ยถาม

“พี่ทีออกไปแล้วหรือยังไม่กลับคะ”

ศาสตราอึกอักๆก่อนจะเอ่ยว่าออกไปแต่เช้าแล้ว อิงอรเห็นรถยังอยู่ เขาต้องโกหกว่าไปรถทางราชการ อิงอรสลดลง ศาสตรามองอย่างสงสารก่อนจะขอทานอาหารที่เธอทำมาเสียเอง...

ด้านพิมพ์ชนกตื่นเช้าแต่งตัวจะออกไปทำงาน เปิดประตูมาเจอนทีเข้าพอดี ต่างคนต่างเขินยังไม่ชินที่อยู่ร่วมบ้านกัน นทีเป็นห่วงเข้าพยุงให้เธอลงบันได เธอขืนตัวเล็กน้อย แต่พอเขาเอ็ดอย่าดื้อ ก็แปลกใจตัวเองทำไมถึงกลัวและยอมให้เขาประคองโดยดี

ลงมาถึงข้างล่าง ชาร์ลีถลาเข้ารับและบอกว่าได้โทร.ยกเลิกงานวันนี้ให้แล้ว พิมพ์ชนกโวยไม่ได้สั่ง ชาร์ลีสวน “พักสักวันเถอะ อย่าไปเป็นภาระทีมงานเลย”

พิมพ์ชนกนิ่ง มือถือดังขึ้น ชาร์ลีชิงรับสายให้...ในขณะที่สมภพพยายามโทร.หาพิมพ์ชนกแต่สายไม่ว่าง ทันใดดนัยเข้ามากระชากมือถือจากมือสมภพและ
บอกว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน

ชาร์ลีคุยโทรศัพท์กับเนตรกมลว่าพิมพ์ชนกไม่ค่อยสบาย คงไม่สะดวกจะไปไหน แต่พิมพ์ชนกกลับตะโกนขึ้นว่าตนจะไปบ้านเนตรกมล ชาร์ลีมองหน้างงๆ นทีพึมพำว่าเธอดื้อได้โล่

ขณะเดียวกัน ดนัยต่อว่าสมภพเรื่องที่ไปกองถ่ายเมื่อวาน แล้วกำชับห้ามวุ่นวายกับพิมพ์ชนก สมภพสวน ไม่ได้แล้วเพราะเธอทั้งสวยมีเสน่ห์ต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ ทำให้ตนอยากรู้จักมากขึ้น ดนัยกระชากคอเสื้อสมภพย้ำอีกครั้ง ไม่ให้ยุ่งกับพิมพ์ชนกเด็ดขาด สมภพถามเหตุผลเพราะที่ผ่านมาเราพี่น้องใช้ผู้หญิงร่วมกันเสมอ ดนัยคลายมือออกยอมรับ

“เราไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิงคนเดียวกัน แต่ฉันขอให้แกเว้นหนูพิมพ์ไว้สักคน”

สมภพเงียบสายตาคาดเดายากว่าเขาคิดอย่างไร

ooooooo

บ้านไม้สักหลังใหญ่ของตระกูลผู้ดีเก่า บรรยากาศรอบบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ ดูสงบร่มรื่น...รถพิมพ์ชนกแล่นเข้ามาจอด เนตรกมลออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ นที ชาร์ลีและพิมพ์ชนกก้าวลงจากรถมองรอบบ้านอย่างชื่นชม มือถือนทีสั่น เขาเลี่ยงไปรับสาย

ศาสตราโทร.มาแจ้งว่าเจอรถตู้สีดำของคนร้ายถูกเผาอำพรางหลักฐานบริเวณชานเมือง นทีรู้ว่าพวกมันกลัวตำรวจแกะรอยได้ ตนคงต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น คือตัวพิมพ์ชนก

“ถ้าคุณพิมพ์มีอะไรปิดบังอย่างที่แกคิด เธอจะยอมพูดเหรอ” ศาสตราข้องใจ

นทีคิดว่าต้องหาหลักฐานแทนคำพูด พลันนทีรู้สึกมีคนแอบมองจึงรีบบอกศาสตราไว้คุยใหม่แล้วทำทีเดินกลับเข้าบ้านไม่ให้มีพิรุธ แต่อ้อมกลับมาล็อกแขนคนที่แอบมอง ปรากฏว่าเป็นพิพัฒน์น้องชายเนตรกมล...หลังจากนั้นนทีกล่าวขอโทษที่เสียมารยาทต่อหน้าทุกคน

“ทำตัวลับๆล่อๆแบบนั้น สมควรโดนผู้กองสั่งสอนแล้วค่ะ” เนตรกมลติงน้องชาย

“ผมก็แค่อยากเห็นหน้าบอดี้การ์ดที่เป็นตำรวจน่ะครับ...ขอโทษผู้กองเช่นกันที่ทำให้เข้าใจผิด” พิพัฒน์หน้าเจื่อน

พิมพ์ชนกแขวะ “สัญชาตญาณตำรวจขี้ระแวง เห็นอะไรก็ต้องไม่ไว้ใจ”

“ถ้าไม่รอบคอบจะดูแลนางร้ายเอาแต่ใจอย่างพิมพ์ชนกได้เหรอจ๊ะ” ชาร์ลีแซว

เนตรกมลยกของว่างและน้ำชามาวาง ชาร์ลีทึ่งกับฝีมืออย่างกุลสตรีไทย พิพัฒน์ชื่นชมพี่สาวให้ฟังว่า “ตั้งแต่คุณแม่ตามไปดูแลคุณพ่อที่สถานทูตออสเตรเลีย พี่เนตรก็คอยดูแลผมมาตลอด ถึงจะถ่ายละครกลับดึกแค่ไหนก็ต้องตื่นมาเตรียมอาหารให้ผมทุกเช้า”

“ก็พี่มีน้องชายคนเดียวนี่จ๊ะ” เนตรกมลลูบหัวพิพัฒน์อย่างเอ็นดู

พิมพ์ชนกมองความรักของพี่น้องแล้วสะท้อนใจ รู้สึกผิดที่ทิ้งสายธาร เนตรกมลเห็นเธอน้ำตาคลอก็รีบถามว่าเป็นอะไร พิมพ์ชนกอ้างว่าแมลงบินเข้าตา นทีสังเกตพฤติกรรมตลอด

พิมพ์ชนกหลบเข้าห้องน้ำปาดน้ำตา มองกระจกรำพึง “เราจะเป็นพี่น้องกันตลอดไป พี่จะหาตัวฆาตกรที่ฆ่าน้ำมาลงโทษให้ได้”

ทันใดเห็นเงาผู้หญิงชุดขาวเดินผ่านข้างหลังออกไป พิมพ์ชนกตกใจรีบหันมองตาม เห็นหลังไวๆก็กะเผลกๆ

ตามไปถึงหน้าห้องๆหนึ่ง จึงเปิดประตูเข้าไปเป็นห้องทำงาน เห็นโกศเก็บกระดูกตั้งบนตู้หนังสือมีพวงมาลัยคล้องไว้ พิมพ์ชนกเดินเข้าไปใกล้ๆราวกับมีใครบางคนกำลังเรียกอย่างแผ่วเบา...พี่พิมพ์...ลมเย็นวาบผ่านตัวเธอไปทำให้รู้สึกขนลุกซู่

“น้ำใช่ไหม...” พิมพ์ชนกเอ่ยถาม

ทันใดได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา พิมพ์ชนกตัดสินใจหันขวับไปมองแล้วต้องถอนใจโล่งอกที่เป็นพิพัฒน์... พิพัฒน์ตั้งใจตามมาคุยด้วย

“พี่เนตรเก็บโกศกระดูกของน้ำไว้ในห้องทำงานส่วนตัว เพราะรักและผูกพันกับน้ำมาก”

“น้ำคงดีใจที่รู้ว่าเนตรกับพัฒน์ยังรักเธอเสมอ”

พิพัฒน์ยอมรับว่าสายธารเป็นรักแรกของตน ตนไม่อาจให้อภัยคนที่ทำร้ายเธอ พิมพ์ชนกจึงบอกว่าตนกำลังพยายามเข้าให้ถึงตัวดนัยกับสมภพเพื่อหามือถือของสายธารที่หายไป พิพัฒน์หวั่นใจว่าจะถูกทำลายทิ้งไปแล้ว พิมพ์ชนกแทบหมดหวังไปด้วย พิพัฒน์เสียใจที่ช่วยอะไรคนรักไม่ได้ รำพันขนาดเธอเป็นคนอื่นยังสงสารสายธารขนาดนี้ ถ้าเป็นพี่น้องจะเจ็บปวดขนาดไหน พิมพ์ชนกฟังแล้วยิ่งรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น

ooooooo

หลังกลับจากบ้านเนตรกมล นทีอดเหน็บพิมพ์ชนกไม่ได้ว่าท่าทางเธอดูจะสนิทสนมกับน้องชายเนตรกมลมากกว่า นี่คงเป็นสาเหตุที่อยากไปบ้านนั้น พิมพ์ชนกย้อนถามว่าที่ถามนี่เกี่ยวกับคดีที่สืบหรือไม่ นทีเล่นลิ้นว่าขึ้นอยู่กับคำตอบของเธอ

“ถ้าฉันไม่มีอะไรจะตอบ”

“ผมคงเข้าใจว่าคุณมีความสุขกับการปั่นหัวผู้ชายทุกคนให้หลงเสน่ห์ไปวันๆ”

พิมพ์ชนกยักไหล่ทำนองแล้วแต่จะคิด แล้วเดินกะเผลกขึ้นบันได นทีมองตามอย่างสงสัย

พิมพ์ชนกเข้าห้องคิดถึงคำพูดของพิพัฒน์ แล้วน้ำตาเอ่อโทษว่าที่สายธารเป็นแบบนี้เพราะตน

วันต่อมาศาสตราโทร.รายงานข้อมูลของพิมพ์ชนกแก่นที ว่าเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของพรรณรายไม่มีญาติพี่น้องและไม่มีความเกี่ยวข้องกับคนชื่อน้ำ...ระหว่างที่คุยโทรศัพท์กัน อิงอรย่องเข้ามาแย่งโทรศัพท์จากมือศาสตราไปคุยกับนทีด้วยความดีใจ นทีตกใจพยายามขอคุยกับศาสตราต่อ เธอไม่ยอมจนกว่าเขาจะตอบคำถามก่อนว่าหายไปไหนและคิดถึงตนบ้างไหม

ศาสตราสะกิดเหยงๆ อิงอรหันมาดุว่าอย่าเสียมารยาทแล้วต้องตาโพลงเมื่อเห็นพ่อยืนมองเขม็ง...ชินกริชไม่พอใจที่ลูกสาวมาวุ่นวายกับนทีและการงานของราชการ จะส่งเธอไปอยู่กับย่าที่บ้านสวน อิงอรโอดโอยไม่อยากไปแล้วงอนกลับออกไป

ชินกริชมาบอกศาสตราว่าไอ้แว่นที่จับมาได้ถูกประกันตัวไปแล้ว อัยการตีกลับสำนวนว่าหลักฐานยังไม่รัดกุม ต้องรีบหาหลักฐานเพิ่มก่อนที่มันจะพ้นข้อหาไป...ศาสตราขับรถไปครุ่นคิดเรื่องนี้ไป ไม่ทันสังเกตว่ามีรถกระบะติดฟิล์มดำทึบสะกดรอยตาม พอเขาขับออกชานเมืองก็รู้สึกเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวที่เบาะหลัง จึงหักพวงมาลัยจอดรถข้างทางทันที เสียงร้องโอ๊ย...ดังขึ้น ศาสตราชักปืนออกมาขู่ให้ยกมือขึ้น

อิงอรชูมือโผล่หน้าขึ้นมาจ๋อยๆ ศาสตราลดปืนลงแล้วถามตามตนมาทำไม เธอสารภาพว่าเผื่อเขาไปหานที ไม่ทันที่ศาสตราจะต่อว่า รถกระบะที่ตามมาจอดประกบและสาดกระสุนใส่ อิงอรกรีดร้องด้วยความตกใจ ศาสตราชักปืนยิงต่อสู้และดึงตัวอิงอรออกจากรถวิ่งหนีเข้าข้างทาง พร้อมกับโทร.ขอกำลังตำรวจเสริม

ศาสตราให้อิงอรหลบหลังพุ่มไม้แล้วตัวเองล่อคนร้ายให้ตามไปอีกทาง ไอ้แว่นกับลูกน้องสองคนไล่ยิง ศาสตรายิงใส่ขาคนร้ายแล้วหันมาต่อสู้ จนเหลือไอ้แว่นตัวการใหญ่ ที่จ้องรอจะยิงศาสตรา อิงอรเห็นวิ่งมาตะโกนเตือนทำให้ไอ้แว่นชะงักหันมอง ศาสตราฉวยโอกาสเตะปืนในมือไอ้แว่นและซัดจนหมอบกระแต

ชินกริชหนักใจกับลูกสาวคนนี้มาก อิงอรถือโอกาสออดอ้อนขอเรียนยิงปืนและศิลปะป้องกันตัว ศาสตราเห็นด้วยเผื่อเอาไว้ถ้ามีคนคิดแก้แค้นชินกริชมาจับตัวอิงอรแทน ชินกริชไม่ยอมจะส่งลูกไปอยู่กับย่าที่บ้านสวน...อิงอรเดินหนีมากับศาสตรา เธอเป็นห่วงนทีเกรงคนของไอ้แว่นจะไปเล่นงานเขา ศาสตราเผลอบ่นด้วยความอิจฉา

“ป่านนี้คงแฮปปี้กับการดูแลคุณพิมพ์มากกว่า” อิงอรรีบถามอะไรนะ ศาสตรานึกได้แก้ตัวไปเนียนๆ “เอ่อ...มันไปเป็นสายเฝ้าคนร้ายแถวโรงพิมพ์น่ะจ้ะ งานลำบากตรากตรำไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน เฮ้อ...น่าสงสาร”

ooooooo

ด้านนทีนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รอพิมพ์ชนก แต่งตัวอยู่ข้างล่าง ป้าศัลย์แม่บ้านยกตะกร้าผ้า เดินผ่านเห็นนทีก็ตกใจเพราะแสดงว่าพิมพ์ชนก ยังไม่ออกจากบ้าน นทีรีบถามทำไมต้องตกใจ

“คุณพิมพ์ไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายที่ตึกใหญ่เวลาคุณพิมพ์อยู่ แต่ป้าลืมเก็บผ้าที่จะซักออกไปด้วย ก็เลยกลับเข้ามาเอา” ป้าศัลย์บอกอย่างหวาดๆ

นทีหาว่าพิมพ์ชนกเรื่องเยอะ ป้าศัลย์รีบแก้ตัวแทนว่าเธอไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่เขาคิด เพียงแค่เธอเป็นคนรักสงบ มีโลกส่วนตัวสูง ให้แม่บ้านเข้ามาทำงานบ้านเวลาที่เธอไม่อยู่ เธอเป็นคนมีวินัยชอบทำอะไรด้วยตัวเอง ไม่เคยจิกหัวใช้ใคร ไม่เหมือนลูกคุณหนูไฮโซทั่วไป

นทีเริ่มเข้าใจ ที่อาหารเช้าและเย็นถึงต้องจัดไว้ตามเวลาทุกวัน ป้าศัลย์พยักหน้า “พวกเราจะเข้ามาตอนที่เรียกใช้เท่านั้นค่ะ”

“เยอะขั้นเทพแล้ว” นทีเหน็บ

“ไม่มีนายจ้างคนไหนห่วงใยดูแลลูกจ้างเป็นอย่างดีเหมือนคุณพิมพ์...ป้าเคยถูกสามีเก่าทำร้ายร่างกายจนเสียโฉม เธอก็พาป้าไปรักษาและให้หมอทำศัลยกรรมจนหายแถมยังจัดการสามีเก่าให้เลิกยุ่งกับป้า...แม่บ้านคนไหนมีเรื่องเดือดร้อน คุณพิมพ์ก็ช่วยเหลือทุกครั้ง” ป้าศัลย์ชื่นชม

เสียงพิมพ์ชนกออกจากห้อง ป้าศัลย์หยุดเล่ารีบขอตัวเลี่ยงออกไป พิมพ์ชนกเดินลงมาในชุดเซ็กซี่เล็กๆ นทีมองเธอด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ไม่คิดว่านางร้ายจอมวีนจะมีจิตใจดีอย่างที่แม่บ้านเล่า...พิมพ์ชนก แปลกใจถามจะมองอีกนานไหม ตนจะรีบไป นทีลุกพรวดพร้อมเดินทาง

มาถึงสตูดิโอ พิมพ์ชนกคุยกับโปรดิวเซอร์รายการเกี่ยวกับรายละเอียดการทำงานวันนี้ นทียืนคุมเชิงห่างๆ ชาร์ลีเห็นอาจารย์พิมานญาณสัมผัสนุ่งขาวห่มขาว

อยู่ในงานด้วยก็ตื่นเต้นดีใจที่ได้เจอ โปรดิวเซอร์บอกว่ามาทำพิธีบวงสรวงสำหรับถ่ายรายการวันแรก จู่ๆอาจารย์พิมานหันมองพิมพ์ชนกแล้วเดินเข้ามากล่าว “สิ่งที่คิดจะทำ คือแม่เหล็กดึงดูดอันตรายเข้ามาหาตัว”

“อาจารย์พูดเรื่องอะไรคะ” พิมพ์ชนกเห็นสายตานทีที่จ้องมองจึงแกล้งไม่รู้เรื่อง

“ทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง สติ...คือเครื่องป้องกันภัย ที่ดีที่สุด” อาจารย์พูดจบเดินจากไป ท่ามกลางสายตาทีมงานและนทีที่สงสัย

ชาร์ลีสบตาพิมพ์ชนกอย่างไม่สบายใจ...พอเริ่มถ่ายรายการ สองพิธีกรสาวยิ้มแย้มสัมภาษณ์พิมพ์ชนก นทีเฝ้าจับตามองแม้จะเบื่อหน่าย ระหว่างสัมภาษณ์ พิมพ์ชนกเห็นหน้าสายธารซ้อนขึ้นมาบนหน้าพิธีกรสาว ก็ชะงักทำท่าอึกอักไม่ตอบคำถาม ทุกคนและผู้กำกับพากันแปลกใจ ยิ่งพอพิธีกรอีกคนถามถึงบทบาทที่ได้รับแตกต่างจากเรื่องเก่าอย่างไร เธอก็เห็นร่างสายธารเปียกโชกซ้อนขึ้นมาและยื่นมือมาแตะแขนเรียกเบาๆ

“พี่พิมพ์...น้ำทรมานเหลือเกิน...” พิมพ์ชนกมองมือขาวซีดของสายธารและน้ำเสียงทุกข์ทรมานของเธอ ก็เริ่มทนไม่ไหวลุกพรวดเดินหนีไปกลางรายการโปรดิวเซอร์และผู้กำกับรวมทั้งสองพิธีกรหน้าเสีย นทีแปลกใจกับอาการของพิมพ์ชนก ชาร์ลีรีบแก้ตัวแทนขอเวลาพิมพ์ชนกตั้งสติสักครู่...นทีตามเข้าไปในห้องแต่งตัวเห็นพิมพ์ชนกนั่งร้องไห้ พอเธอได้ยินเสียงคนเข้ามาก็รีบปาดน้ำตาหันมาเชิดหน้าปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ผมเห็นคุณแปลกๆตั้งแต่ให้สัมภาษณ์เมื่อกี้”

พิมพ์ชนกอ้างว่าอารมณ์ไม่ดี นทีเค้นถามเป็นอย่างไร เธอสะบัดเสียงขุ่นๆ “อารมณ์ไม่ดีก็คืออารมณ์ไม่ดี ต้องแปลไทยเป็นไทยอีกเหรอ”

นทีติงว่าชีวิตจริงไม่ใช่ละคร ไม่จำเป็นต้องแสดงให้ใครเห็นว่าเข้มแข็งตลอด ตนไม่รู้ว่าอะไรทำให้เธอทุกข์ใจ แต่ไม่อยากให้เธอเจ็บปวดเพราะเกราะที่ตัวเองสร้างขึ้น พิมพ์ชนกอึ้งก่อนจะเสเปลี่ยนเรื่อง “ช่วยไปบอกให้เจ้ยกเลิกงานช่วงบ่ายของฉันทั้งหมด ค่าเสียหายเท่าไหร่ ฉันยินดีชดใช้”

นทีไม่อยากต่อล้อต่อเถียงเพราะรู้ว่าเธอกำลังไม่สบายใจมากอยากอยู่คนเดียว จึงเดินออกไปเงียบๆ คล้อยหลังนทีทำนบน้ำตาของพิมพ์ชนกก็ทลายลง

ชาร์ลีเดินออกมาขึ้นรถพร้อมพิมพ์ชนก อดต่อว่าไม่ได้ “พิมพ์กำลังทำลายชื่อเสียงที่สร้างมาทั้งหมดด้วยตัวเอง”

“พิมพ์ต้องช่วยน้ำ พิมพ์ทนเห็นน้ำทุกข์ทรมานไม่ไหวแล้ว” พิมพ์ชนกหน้าเศร้า

ชาร์ลีงงหมายความว่าอย่างไร จึงรั้งตัวเธอให้หันมาตอบ พิมพ์ชนกนึกถึงอดีตที่ยากจะลืม

ครั้งนั้นแม่สมใจแห่งบ้านแสงประทีปได้บอกแก่พิมพ์ชนกว่า มีคุณพ่อคุณแม่มารับเธอไปเป็นลูกบุญธรรม แต่เธอกลับห่วงสายธาร ไม่อยากทิ้งให้อยู่บ้านแสงประทีปลำพังต่อไป จึงขอร้องให้รับสายธารไปแทน...

พิมพ์ชนกร่ำไห้ “พิมพ์เป็นต้นเหตุที่ทำให้น้ำมีชะตากรรมเลวร้าย พิมพ์เป็นคนผลักให้น้ำไปเจอมัจจุราชในร่างมนุษย์”

ชาร์ลีกุมมือพิมพ์ชนกด้วยความเห็นใจและเข้าใจ เพิ่งรับรู้ปมรู้สึกผิดในใจของเธอที่มีต่อสายธาร ชาร์ลีจึงยอมให้นทีขับรถพาพิมพ์ชนกมาส่งที่บริษัทดนัย

“เจ้กับผู้กองรอพิมพ์ที่ล็อบบี้นะ”

นทีพึมพำว่าเธอหนีงานมาหาผู้ชาย พิมพ์ชนกทำ หูทวนลมเดินลงจากรถ...เมื่อมาถึงหน้าห้อง เลขาให้พิมพ์ชนกนั่งรอที่ห้องรับรองก่อนเพราะดนัยกำลังคุยอยู่กับมธุรส เธอชะงักเล็กน้อย

ด้านชาร์ลีถูกนทีจ้องมอง แววตาเต็มไปด้วยคำถามและความสงสัย จนทนอึดอัดไม่ไหวระเบิดโพล่งออกมา “จ้องจนแทบจะกลืนกินขนาดนี้ บอกรักเจ้เลยดีกว่า”

นทีทำหน้าเคร่งขรึมไม่เล่นด้วย ชาร์ลีกระอักกระอ่วน น้ำท่วมปากบอกอะไรไม่ได้ นทียิ่งสงสัยว่าพิมพ์ชนกกำลังทำอะไรกันแน่

พิมพ์ชนกย่องมาแอบฟังหน้าห้องทำงานดนัย ได้ยินมธุรสต่อว่าที่เมื่อคืนไปอยู่กับผู้หญิงไซด์ไลน์ที่ผับ เมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับผู้หญิงพวกนั้น ดนัยปัดให้ไปคุยที่บ้าน แต่เธอไม่ยอมโวย

“กลัวพนักงานรู้เหรอว่าเจ้านายชอบกินสกปรก”

ดนัยแก้ตัวว่าตนไปดื่มคลายเครียด มธุรสยิ่งไม่พอใจหาว่าอยู่บ้านมันเครียดมากหรือ แล้วเธอก็หลุดปากออกมา “ถ้าคุณยังมั่วไม่เลิก ฉันจะจัดการกับผู้หญิงชั้นต่ำพวกนั้นเหมือนที่เคยทำกับนังสายธาร”

“อย่าพูดถึงสายธาร มันจบไปนานแล้ว!” ดนัยสวน

พิมพ์ชนกตกใจกับเรื่องที่ได้ยิน เผลอโดนประตูเกิดเสียงดัง จึงรีบวิ่งหนีหาที่หลบ แต่ต้องอ้าปากจะร้องเมื่อมีคนมารวบตัวและปิดปากดึงร่างเธอออกไปอย่างรวดเร็ว...มธุรสเปิดประตูมามองซ้ายขวาไม่เห็นใครบริเวณนั้น

พิมพ์ชนกดิ้นรนทุบคนที่ลากตนออกมาอย่างแรงจนหลุดหันมอง เห็นนทีเอ็ดว่าฤทธิ์เยอะจึงตวาดกลับลากตนออกมาทำไม นทีย้อนถามไปทำอะไรลับๆล่อๆ หน้าห้องทำงานดนัย

“ฉันมาคุยงาน”

“เลขาไม่เห็นคุณในห้องรับรอง เลยไปถามคุณชาร์ลี” นทีดักคอ

พิมพ์ชนกแก้ตัวไม่ออกปัดว่าเขามีหน้าที่ดูแลไม่ใช่มาสอบปากคำตน นทีย้อนพยายามปิดบังความจริงเท่าไหร่ คนที่ตนสงสัยมากที่สุดก็คือเธอ พิมพ์ชนกเมินหลบสายตากร้าวของนที

ในคืนนั้นที่ห้องนอนพิมพ์ชนก ชาร์ลีอยากให้บอกความจริงนที แต่พิมพ์ชนกไม่ฟังกลับตั้งข้อสงสัยว่ามธุรสรู้จักสายธารหรือเธอจะเป็นคนฆ่าเพราะความหึงหวง ชาร์ลีย้ำให้ตำรวจช่วยสืบ พิมพ์ชนกยังวิเคราะห์ต่อ “นายดนัยคงสนใจน้ำเป็นพิเศษจนทำให้เมียไม่พอใจ”

ชาร์ลีเขย่าตัวพิมพ์ชนกเรียกให้สติกลับมา “ยานแม่เรียกพิมพ์ชนก...ยู้ฮู...”

“ได้ยินแล้วค่ะ”

ชาร์ลีถามสรุปว่า...พิมพ์ชนกตอบ เรากำลังเข้าใกล้ตัวฆาตกร ชาร์ลีอ่อนใจเตือนสติ “คุณมธุรสเป็นถึงลูกสาวรัฐมนตรี ถ้าเป็นฆาตกรจริง คงมีเส้นสายจนเราแตะต้องไม่ได้”

“กฎแห่งกรรมยุติธรรมสำหรับทุกคน พิมพ์จะไม่ยอมให้น้ำตายฟรี”...ชาร์ลีถอนใจ

ooooooo

ในคลับหรูห้องวีไอพี ดนัยและสมภพนั่งดื่มอยู่ด้วยกัน มติพาสาวสวยมาโชว์สัดส่วนให้เลือก ดนัยกลับไม่สนใจเอาแต่ดื่มทอดอารมณ์ สมภพจึงเหมาคนเดียวโอบกอดสองแขน

ค่ำคืนนั้น ดวงแขกับพิไลแต่งตัวรัดรูปเซ็กซี่ก้าวเข้ามา พนักงานต้อนรับถามจองไว้หรือเปล่า สองสาวให้พาไปห้องวีไอพีที่ดนัยกับสมภพอยู่

สาวๆกำลังบีบนวดให้ดนัยกับสมภพและมติ พอดวงแขกับพิไลก้าวเข้ามา สมภพตะลึงกับเรียวขาของดวงแข สองสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อมใส่จริตเต็มที่ มติรู้แกวไล่สาวบริการออกไปก่อน ดนัยเอ่ยปากเชิญดวงแขกับพิไลร่วมโต๊ะ มติทักสองสาวว่าไม่มาเที่ยวเสียนาน นึกว่าลืมที่นี่ไปแล้ว สมภพสบตาดวงแขอย่างถูกใจ...พอดื่มกันได้ที่ ดวงแขกับพิไลลุกมาเข้าห้องน้ำ ดวงแขก็บอกพิไลให้กลับบ้านไปก่อน พิไลแย้งว่าพวกเรามาคอยดูดนัยตามคำสั่งมธุรส

“คิดว่าฉันมาที่นี่เพื่อทำงานอย่างเดียวเหรอ” ท่าทางพิไลคิดตามไม่ทันดวงแขจึงสาธยายต่อ “ถ้าคุณสมภพพอใจในตัวฉัน โอกาสและชื่อเสียงในวงการนี้จะกลับมาหาเราเหมือนเดิม”

พิไลเพิ่งถึงบางอ้อ มองสายตาเจ้าเล่ห์ของดวงแข

ooooooo

เช้าวันใหม่ พิมพ์ชนกและชาร์ลีมาที่ร้านเสื้อสุดหรู เพราะสั่งตัดสูทใหม่ให้นทีเพื่อใส่ไปงานเปิดตัวเครื่องเพชรคอลเลกชั่นใหม่ นทีปฏิเสธแต่พิมพ์ชนกอ้างว่างานนี้สำคัญต้องให้เกียรติสถานที่ นทีจำต้องลองชุดทักซิโด้ดำสุดเท่ พิมพ์ชนกช่วยจัดหูกระต่ายให้เข้าที่เข้าทาง

นทีเผลอยิ้มมองใบหน้าเธอที่อยู่ชิดใกล้เคลิ้มๆ พอพิมพ์ชนกเอ่ยว่าเขาแต่งชุดนี้ดูดี เขารับคำ...ครับ... อย่างไม่รู้สึกตัว เธอจึงท้วงว่าพูดเพราะๆก็เป็น นทีชะงักรู้สึกตัวเขินหาเรื่องอื่นคุย

ในคืนนั้นบรรยากาศงานเลี้ยงเปิดตัวเครื่องเพชรสุดหรู แขกเหรื่อมาร่วมงานด้วยชุดสุดอลังการ นางแบบเดินโชว์เครื่องเพชรบนเวที และในงานมีมธุรสมานั่งเป็นประธาน นทีในชุดสูทใหม่ยืนคุมเชิงอยู่กับชาร์ลี ชาร์ลีเห็นนทีเกร็งก็สะกิดเตือน

“เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะ แต่ขาดอารมณ์ร่วมนะจ๊ะ...แน่ะไฮไลต์ของงานมาแล้ว”

ไฟบนเวทีดับพรึ่บลงดนตรีบรรเลงตื่นเต้นสปอตไลต์ส่องไปที่ร่างเฉิดฉายสง่างามของพิมพ์ชนกที่เดินโชว์เครื่องเพชรสุดอลังการ ช่างภาพรัวกดชัตเตอร์ นทีมองตาค้าง พิมพ์ชนกเดินโพสท่ามาส่งยิ้มให้มธุรส เธอนั่งนิ่งสะกดกลั้นอารมณ์ไม่พอใจ เสียงปรบมือดังกึกก้อง

หลังจากนั้น พิมพ์ชนกก็ลงจากเวทีมาทักทายแขกและไหว้มธุรสอย่างอ่อนหวาน เธอกระซิบ “ถ้ารู้ว่าหล่อนมาด้วย ฉันคงไม่มา”

พิมพ์ชนกถามกลัวตนหรือ มธุรสเน้นคำว่า...รังเกียจ พิมพ์ชนกยกมือไหว้ขออภัยถ้าทำอะไรให้ไม่พอใจ เธอสวนให้กองไว้ตรงนั้น ตนไม่รับและไม่อยากคุยกับผู้หญิงสกปรกที่ชอบยุ่งกับสามีชาวบ้าน พิมพ์ชนกแย้งว่าอคติทำให้เข้าใจผิด

“เลิกแสดงละครซะที คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าหล่อนต้องการอะไร”

“พิมพ์เห็นใจคุณมธุรสนะคะ” พิมพ์ชนกเข้ากุมมือมธุรส

มธุรสผลักออกตวาดอย่ามายุ่งกับตน พิมพ์ชนกเซถลา นทีปราดเข้ารับร่างเธอไว้ได้ทัน มธุรสสะบัดหน้าเดินออกจากงาน เข่นเขี้ยว “หล่อนจะต้องเจ็บยิ่งกว่าฉัน...
นังพิมพ์ชนก”

นทีต่อว่าพิมพ์ชนกที่จงใจยั่วอารมณ์มธุรส คงสงสัยว่าเธอเป็นคนส่งจดหมายขู่และส่งคนมาทำร้าย ที่ยกเลิกงานวันนี้เพราะตั้งใจรับงานแทรกนี้ พิมพ์ชนกเสียงเขียวอย่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของตน นทีว่าตนมีสิทธิ์รู้ทุกเรื่อง ถ้าสงสัยมธุรสก็ควรสงสัยดวงแขกับพิไลที่คอยส่งข่าวด้วย ชาร์ลีหูผึ่งเดือดดาลเมื่อรู้ว่าสองสาวนั่นเป็นนางนกต่อ แต่พิมพ์ชนกไม่ยี่หระ

“ดวงแขกับพิไลจะทำอะไรฉันได้”

“คุณจะไม่มีวันเจอตัวคนร้าย ถ้ายังอวดเก่งและประเมินคนอื่นต่ำเกินไป” นทีให้แง่คิด

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล
13 พ.ย. 2562
14:45 น.