ข่าว

วิดีโอ



นางร้าย

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรคแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย: ตะวัน จารุจินดา

ผลิตโดย: บริษัท มงคลดี โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: กิตตน์ก้อง ขำกฤษ, ทิสานาฏ ศรศึก

วันนี้เป็นวันแรกที่ต้องไปถ่ายละคร แขวลัยอารมณ์ขุ่นมัวเนื่องจากน้องๆยังไม่มีใครกลับบ้านสักคน ขณะเธอกำลังออกไปกองถ่าย ปรางค์ทิพย์กลับมาเป็นคนแรก เดินลั้นลาเข้ามาในสภาพหัวหูยุ่งเหยิงเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเจอพี่สาวยืนมองอยู่ แขวลัยซักเป็นการใหญ่หายไปไหนมาทั้งคืน วันนี้ต้องไปโรงเรียนไม่ใช่หรือ

น้องสาวไม่ได้สำนึกแม้แต่น้อย ลอยหน้าตอบว่าไปสนุกบ้านเพื่อนมา สายๆจะไปลาออกจากโรงเรียน ไม่รู้จะเรียนไปทำไม จบมาได้เงินเดือนแค่หนึ่งหมื่นห้าพันบาท ใช้สามวันก็หมดแล้ว

“คิดบ้าๆ ถ้าแกไม่คิดทำงานพี่จะเอาปัญญาหาเงินที่ไหนมาให้แกผลาญปานนั้น”

ปรางค์ทิพย์คุยอวดว่ามีปัญญาหาเงินเองได้ ที่ขอไปสามพันบาทเมื่อวานยังอยู่ครบแต่ได้เที่ยวเตร่ไม่รู้ตั้งกี่แห่ง แถมยังคุยอีกว่ามีแฟนแล้ว เจอกันเมื่อคืนชื่อเชิดทั้งหล่อทั้งรวยใจถึงอีกต่างหาก แขวลัยทนฟังไม่ไหวสั่งห้ามทำแบบนี้อีก ปรางค์ทิพย์ยืนกรานจะทำต่อไป ทนลำบากไม่ไหวอีกแล้ว แขวลัยต่อว่าน้องนี่ต้องเอาตัวเข้าแลกเลยหรือ เธอไม่เรียกแบบนั้น เรียกว่าพอใจจะดีกว่า แขวลัยโกรธตบน้องหน้าหัน จะไม่ยอมให้ทำแบบนั้นเด็ดขาด

พรรณีกลับจากบ่อนพอดีไม่พอใจที่แขวลัยตบหน้าปรางค์ทิพย์ ปราดเข้าไปตบเธอบ้าง ด่าว่าซ้ำไปทำน้องทำไม แขวลัยน้อยใจแม่มากบอกให้ไปถามน้องเอง แล้วกุมแก้มเดินน้ำตาร่วงออกไป พรรณีเข้าไปลูบแก้มปรางค์ทิพย์ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอยักไหล่

“ไม่มีอะไร แค่พี่แขเขาอยากทำตัวเป็นแม่ปรางค์ขึ้นมาบ้างอีกคน ทำไมแม่ต้องไปตบเขาด้วย เว่อร์”...

แขวลัยเดินน้ำตาคลอเบ้าออกจากบ้านจะไปขึ้นรถเมล์ เจอเขมเมาปลิ้นเดินมาล้มแปะลงตรงหน้าโวยวายเสียงลั่นว่าใครกันหน้าเหมือนวลัยจังเลย เธอซักพ่อว่าใครกันชื่อวลัย เขมยังไม่ทันจะว่าอะไร แก๊งมอเตอร์ไซค์ซิ่งแล่นมาจอด ชมจันทร์โดดลงจากรถมาเจอพี่สาวก็ตกใจ พวกเพื่อนของเธอเห็นหน้าตาสะสวยของแขวลัยชวนไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ชมกรุง แขวลัยตวาดแว้ดจะไปซิ่งนรกที่ไหนก็ไปให้พ้น

ชมจันทร์ทำเนียนเดินเลี่ยงจะเข้าบ้าน แขวลัยตามไปกระชากแขนไว้ ด่าว่านังเด็กไม่รักดี วันนี้มีเรียนแล้วทำไมกลับมาเอาป่านนี้จะไปเรียนไหวหรือ ชมจันทร์ลอยหน้าตอบไปไม่ไหวก็ไม่ต้องไป เธอโกรธมากเงื้อมือจะตบสั่งสอน พรรณีตามมาห้ามไว้ ด่าเธอว่าเป็นบ้าอะไรตื่นเช้ามาเจอหน้าใครตบดะไปหมด เดี๋ยวตนก็ตบให้อีก

“ตามสบายเลยแม่ ข้างนี้ยังไม่โดน”  ไม่พูดเปล่าแขวลัยหันหน้าอีกข้างให้แม่ ในเมื่อท้าทายมาพรรณียินดีจัดให้ เงื้อจะตบ เขมรวบขาพรรณีไว้จนเสียหลักหน้าคะมำ

“ใครวะ อย่ามารังแกวลัยนะโว้ย”

พรรณีตกใจด่าเขมกลบเกลื่อนว่าไอ้ผัวนอกคอก จังหวะนั้นวันเนาว์นั่งรถสามล้อเล็กของเพื่อนเข้ามาในสภาพเหมือนเมายา แขวลัยช้ำใจมากที่น้องไม่เอาไหนสักคน เข้าไปกระชากตัวเขาลงจากรถ พวกเพื่อนๆของเขาเห็นท่าไม่ดีพากันเผ่นแน่บ

“พวกแกไม่ไปเรียน ไม่ต้องเอาค่าขนมทั้งอาทิตย์” ว่าแล้วแขวลัยเดินน้ำตาไหลพรากจากไป ภวาภพแอบมองอยู่สงสารเธอจับใจ รีบกลับไปขึ้นรถขับตามมาเจอเธอยืนรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายจอดรถประจำทาง อาสาจะไปส่ง ขืนชักช้าจะไปถึงกองถ่ายสาย เธอลังเลไม่รู้จะทำอย่างไรดี

“ได้โปรดให้ผมไปส่งคุณที่กองถ่ายเพื่อไถ่โทษนะครับ”

แขวลัยยังไม่ทันให้คำตอบ อาทิตย์โทร.เข้ามือถือแขวลัยหลังจากส่งจุ๋มที่หน้าออฟฟิศของเธอแล้ว อ้างว่าตัวเองบังเอิญมาแถวนี้ เราน่าจะอยู่ใกล้ๆกันมาก แล้วมองไปข้างหน้าเห็นเธอนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์

“ผมว่าผมเห็นคุณแขวลัยแล้วนะครับ” พูดจบอาทิตย์ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดพอดี ถามแขวลัยว่าจะไปกองถ่ายหรือเปล่า ขอให้เขาไปส่งได้ไหม เขามีข้อเสนอเกี่ยวกับการใช้เงินในการลงทุนมาบอก ภวาภพรู้สึกว่าเป็นส่วนเกิน เดินจากไปเงียบๆ อาทิตย์ส่งหมวกกันน็อกให้เธอ เร่งให้รีบไปเดี๋ยวจะสาย แล้วถือวิสาสะจะสวมหมวกให้ ภวาภพหันมาเห็นก็ใจแป้ว เธอขอสวมเอง สวมเสร็จซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์อาทิตย์ไป ภวาภพมองตามเซ็งสุดๆ กลับขึ้นรถขับออกไป

ooooooo

เกตุวดีพาอนุวดีมาส่งที่กองถ่าย มะไฟปรี่เข้าไปจะช่วยถือของ เกตุวดีรบกวนเขาด้วยของอยู่ท้ายรถ อนุวดีลงจากรถจะไปหยิบกระเป๋าใส่รองเท้ามาถือเอง แต่เขาชิงคว้าไปถือเสียก่อน เธอไม่สบายใจพยายามแย่งคืน

“ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่ถือ คุณแม่ครับ  ไม่ต้องห่วงครับ พวกผมดูแลน้องให้เองครับ ถ่ายเสร็จผมไปส่งให้ได้ครับ”

“ขอบคุณค่ะแต่แม่มารับเองดีกว่าค่ะ วดีเสร็จแล้วโทร.บอกแม่นะลูก”

อนุวดียื่นแก้มไปให้แม่หอมแทนคำตอบ เหลือบไปเห็นรถกระบะยกล้อสูงของสงวนศักดิ์แล่นมาจอดใกล้ๆ เขามองเธอด้วยสายตาเย้ยๆ เธอไม่ชอบใจสะบัดบ๊อบใส่ แล้วเดินไปกับมะไฟ...

ด้านอาทิตย์มาส่งแขวลัยไม่พอจะขอมารับกลับหลังถ่ายละครเสร็จ เธอบอกปัดว่าไม่ต้อง กลับเองได้

“ผมเลิกงานแล้วมาคอยได้ ผมอยากดูการถ่ายทำ”

“อย่าดีกว่าค่ะ ฉันขอตัวต้องรีบไปแต่งตัวค่ะ” พูดจบแขวลัยเดินหายไปในกองถ่าย สงวนศักดิ์เห็นเธอถือของเยอะเข้าไปช่วย อนุวดีปาดหน้าแย่งไปถือเอง แถมตวาดว่าไม่ต้อง เขาไม่วายแขวะเป็นนางเอกอย่าทำท่าเกรี้ยวกราดเป็นนางร้าย แล้วผละจากไป

“อย่าไปพูดดีกับเขาสิ ฉันเกลียดมาตั้งแต่ยังไม่ได้มาเล่นละคร งานแรกเรื่องแรกก็ดันมาเจอ ฉันว่าเขาปิ๊งเธอ”

“ไม่จริงหรอก เขาแค่อยากดูแลเราเพราะเห็นเป็นเด็กใหม่ก็แค่นั้น”

“โอ๊ย กวนจะตายไป ดูเขาทำหน้าใส่ฉันสิ มองยังกับว่าหมั่นไส้ตลอดเวลา”

แขวลัยแก้ตัวแทนสงวนศักดิ์ว่าหน้าตาท่าทางคงเป็นแบบนั้นเอง อนุวดีไม่คิดเช่นนั้นเพราะเวลาเขาคุยกับ แขวลัยไม่เห็นยียวนเลย แล้วถามว่าเมื่อครู่นี้ใครมาส่ง ได้ความว่าเป็นพนักงานธนาคารที่เธอไปเปิดบัญชี บ้านของอาทิตย์ผ่านทางนี้เลยแวะมาส่ง อนุวดีฟันธงว่าเขาปิ๊งเธอเช่นกัน

“นี่ฉันไม่มีเวลาจะสนใจปิ๊งอะไรกับใคร อยากทำงานให้มากที่สุด พ่อแม่กับน้องๆจะได้สบาย”

“จ้า ฉันจะเป็นกำลังใจให้เธอนะ”

จากนั้นสองสาวพากันเดินไปที่ห้องแต่งตัว...

ภวาภพถูกวิชาญกับเกศรีตามตัวไปพบที่ออฟฟิศ ปรามไม่ให้ไปยุ่งกับนางร้ายคนใหม่ที่ท่านได้ข่าวว่าเขาไปติดพันอยู่ โดยเฉพาะวิชาญเตือนเขาว่าเด็กนางร้ายนั่นไม่มีชาติตระกูลที่คู่ควรกับเขา มีเพียงลดาวัลย์เท่านั้นที่เหมาะสม ภวาภพไม่เคยคิดว่าจะเป็นคู่หมั้นของลดาวัลย์เพียงเพราะเธอเหมาะสม เกศรีปรี๊ดแตก

“ทุกอย่างพ่อแม่วางแผนชีวิตไว้ให้แล้ว ลูกมีหน้าที่เดินตามที่เรากำหนด”

“ผมไม่ใช่หุ่นยนต์” ภวาภพเสียงแข็ง วิชาญกับ เกศรีรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลจัดแจงจะส่งเขาไปอยู่กับลดาวัลย์ที่อังกฤษจะได้เรียนรู้กันและกัน เขาอ้างว่าเราเรียนรู้กันมาตั้งแต่เด็กๆว่าเราเข้ากันไม่ได้ เกศรีห้ามเขาขัดใจพ่อแม่ ถ้าพวกตนสั่งให้ไปอังกฤษเขาก็ต้องไป ภวาภพขอเวลาสักพักก่อน ตอนนี้เขาอยากเล่นละคร เกศรีรู้ทันว่าเขาอยากเล่นละครกับนังเด็กชั้นต่ำนั่น วิชาญไม่เข้าใจมันมีอะไรดีนักหนาเขาถึงอยากไปเล่นละครด้วย

“ผมไม่ได้เล่นคู่กับเธอ นอกเสียจากว่าจะให้ผมไปเป็นผู้ร้ายหรือยกระดับเธอมาเป็นนางเอก คุณพ่อคุณแม่ปั้นผมมานาน ปล่อยผมปั้นตัวผมเองบ้างเถอะครับ”

วิชาญไม่พอใจ ถ้าลูกอวดเก่งนักก็ไม่ต้องมาใช้เงินใช้รถใช้ทุกอย่างของพ่อแม่ เกศรีไม่อยากใช้ไม้แข็งกับลูกยอมผ่อนผันให้เขาทำตามใจตัวเองสามเดือนจากนั้นเขาต้องไปอังกฤษ เขาต่อรองระหว่างนี้ขอไปฝึกงานในกองถ่าย เกศรีไม่ขัดข้อง อนุญาตให้เขาไปฝึกงานได้ แม้จะไม่พอใจแต่วิชาญก็ไม่กล้าขัดเมียรัก...

ณ กองถ่ายละคร แขวลัยแสดงบทนางร้ายผู้เกรี้ยวกราดได้สมบทบาท ทุกคนพากันชื่นชมแสดงเรื่องแรกเล่นได้ดีขนาดนี้ เสียงกรีดร้องของเธอทำเอาภวาภพที่กำลังหิ้วถุงใส่ขนมกับของว่างมาเต็มสองมือถึงกับชะงัก

ทันทีที่โฮ่งสั่งคัต ภวาภพร้องทักทายทุกคนพร้อมกับแจ้งว่าตนมาฝึกงานกองถ่าย ทำได้ทุกหน้าที่แม้แต่เสิร์ฟน้ำ วันนี้มีของมาฝากทุกคนด้วยแล้วชูถุงใส่ของกินมากมายในมือให้ดู เก๋สั่งให้เด็กประจำกองถ่ายไปรับของจากเขา อนุวดีเห็นสายตาของเขาที่มองตามแขวลัยซึ่งเดินหายไปก็พอเดาได้ว่าเขามีใจให้เพื่อนรักของตัวเอง ภวาภพเข้าไปหาอนุวดีเพราะสนิทใจมากกว่าใครอื่น ทำให้ทุกคนจึงเข้าใจผิดคิดว่าเขาปิ๊งเธอ

“วันนี้กองถ่ายมีอะไรทาน ขอทานด้วยคนนะครับ”

“กองถ่ายของคุณภวาภพแท้ๆ พวกวดีสิคะต้องเป็นฝ่ายขอ”

สงวนศักดิ์แอบยกนิ้วหัวแม่โป้งให้ อนุวดีไม่ชอบใจสะบัดหน้าใส่ เก๋สะกิดมะไฟที่ดูจ๋อยไปถนัดตาให้ทำใจ เขาไม่พูดอะไรเดินไปเก็บของเข้าฉาก สงวนศักดิ์เข้ามาช่วยเขาเก็บของ พลางปลอบว่าอย่าเพิ่งถอดใจ อะไรที่เห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป

ooooooo

อนุญาตลูกให้ไปฝึกงานในกองละครได้ แต่เกศรีกลับไม่สบายใจเสียเอง กลัวว่าลูกจะถูกนางร้ายหน้าสวยนั่นจับ เสนอให้ส่งคนไปตามดูลูก วิชาญชมว่าเป็นความคิดที่ฉลาด หวังว่าเธอจะไม่ส่งใครตามเขาแบบนี้

“อ้าว พูดแบบนี้จะแอบมีพฤติกรรมน่าสงสัยหรือคะ” เกศรีกระเซ้า

“เหลวไหลน่า คุณก็รู้ว่าผมรังเกียจพฤติกรรมแบบนี้มาก”

จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของเกศรีดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูเห็นเป็นเบอร์ของคุณหญิงรีบรับสาย ท่านโทร.มาขอคำปรึกษาเรื่องที่จับได้คาหนังคาเขาว่าสามีเอาเมียน้อยมากก เท่ากับหยามเกียรติเมียหลวงอย่างตนจะให้ตนทำอย่างไรดี เกศรีเป็นนักฟังที่ดีปล่อยให้คุณหญิงระบายความอัดอั้นจนสาแก่ใจ ก่อนจะวางสายไปเอง

เกศรีวางสายเสร็จหันมายิ้มขำกับวิชาญ นินทาให้ฟังว่าสามีของคุณหญิงมีเมียน้อยเป็นคนที่สิบแล้ว มีเรื่องเมื่อไหร่ก็ว่าจะเลิก แต่ตนไม่เห็นท่านทำได้อย่างปากว่าสักที

“ตอนโกรธผัวก็ด่าว่ามาทำเสียเกียรติ พอจะเลิกก็คงคิดว่าเสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใคร” วิชาญช่วยเม้าท์ เกศรีแกล้งขู่หากวันใดเขาทำแบบนี้กับเธอแม้แต่ครั้งเดียวเธอจะฆ่าเขากับนังเมียน้อยให้สิ้นซาก เขาส่ายหน้าดึงเธอมากอดไว้ ไม่มีวันที่เขาจะทำแบบนั้น เขารักชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเหนือสิ่งอื่นใด แถมยังรักเธอมากกว่านั้นอีก เกศรียิ้มภูมิใจกอดเขาตอบ...

ทางฝ่ายแขวลัยมานั่งหลบมุมเพื่อท่องบทแต่กลับใจลอยครุ่นคิดถึงแต่เรื่องที่บ้าน กลุ้มใจกับคนในครอบครัว อีกทั้งสภาพของบ้านที่ฝนตกเมื่อไหร่น้ำรั่วนองพื้น ยิ่งคิดยิ่งเครียดถึงกับร้องไห้ออกมา ภวาภพเข้ามายื่นกล่องขนมให้โดยไม่รู้ว่าเธอร้องไห้ เธอส่ายหน้าไม่อยากกิน เขาได้ยินอนุวดีบอกว่าเธอยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าระวังจะหมดแรงจนเป็นลม เธออึดพอรับรองไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอน เคยเป็นกรรมกรหิ้วถุงปูนทีเดียวสองมือมาแล้ว

“ถ่ายละครถี่ๆ ออกงานอีเวนต์มากๆนอนดึกไม่ได้พักผ่อน ความอึดมันคงยอมแพ้” ว่าแล้วภวาภพนั่งแปะลงข้างๆ แขวลัยใจหวิวขยับจะลุกหนี เขาตัดพ้อนี่เขาน่ารังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ได้เห็นเขาน่ารังเกียจแต่เขามีเกียรติมากเกินไปต่างหาก ขอตัวก่อนต้องไปท่องบทให้คล่องแล้วลุกออกไป อนุวดีมาตามหาแขวลัย เห็นหลังเธอไวๆก็ร้องเรียก ภวาภพไม่คิดว่าเธอจะกลับมาเพราะเธอเดินหนีเขา เชิญให้อนุวดีนั่งก่อน

“แขวลัยไม่พูดกับใครแบบนี้หรือ”

“น่าจะใช่ค่ะ เราเพิ่งรู้จักกัน สนิทกันมาก แขวลัยพูดน้อยมาก เป็นผู้ใหญ่เกินตัวค่ะ”

ooooooo

ภรณีนั่งหลบมุมอ่านตำราดื่มน้ำส้มคั้นของบันดาลไปด้วย โดยมีเจ้าของน้ำส้มเดินมามองอยู่ห่างๆ เธอจะยกน้ำส้มดื่มหันไปเห็นเขามองอยู่รีบวางแก้ว ก้มหน้าก้มตาอ่านตำราต่อไป เขาร้องเรียกเธอก็ทำหูทวนลม เกศรีกับแจ๋นตามหาภรณีจนเจอ เห็นบันดาลมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆปรี่เข้าไปขวางถามลูกว่าเขาพูดอะไรกับลูกหรือเปล่า

“เปล่าค่ะ” ภรณีปรายตามองบันดาลแวบหนึ่งก่อนจะบอกกับแม่ว่า “เขาเพิ่งเดินมาค่ะ”

บันดาลหันหลังจะไป เกศรีร้องเรียกไว้อยากรู้ว่าเขามายืนทำอะไรตรงนี้ แจ๋นเห็นเขาจะเดินต่อปรี่ไปขวางหน้า สั่งให้เขาตอบคำถามคุณผู้หญิงของตน บันดาลหมั่นไส้จึงโกหกว่าภรณีนั่งทับซากหนูตาย

คนถูกเอ่ยชื่อโดดโหยงราวกับนั่งทับเข็ม เกศรีกับแจ๋นเผ่นแน่บไปก่อน ภรณีขยะแขยงสุดๆวิ่งหนีชนโต๊ะเซเสียหลักเข้าหาบันดาลซึ่งรับไว้ทัน เธอสะบัดตัวหนีทิ้งตำราเผ่นตามแม่ไป เมื่อทุกคนไปกันหมดแล้ว บันดาลเดินไปหยิบตำราที่ภรณีทิ้งไว้ แล้วหยิบผ้าขี้ริ้วพับเล็กๆ

ที่ถูกนั่งทับจนแบนที่ภรณีคิดว่าเป็นหนู...

เกศรี แจ๋นและภรณีเชื่ออย่างที่บันดาลกุเรื่องว่าภรณีนั่งทับหนูตาย พากันเอากระโปรงที่เธอสวมไปโยนทิ้ง แต่ครั้นตรึกตรองดูอีกครั้ง สรุปได้ว่าโดนบันดาลหลอกก็ยิ่งเจ็บใจ...

แม้จะโดนหลอกว่านั่งทับหนูตาย แทนที่จะโกรธแค้น ภรณีกลับคิดถึงบันดาล คิดถึงน้ำส้มคั้นสดๆที่เขาเอามาให้ดื่มทุกวัน เธอมัวแต่ใจลอยก้าวขึ้นบันไดพลาดสะดุดขาตัวเองจับกบบนโถงบันไดชั้นบน...

ละครถ่ายตั้งแต่เช้ายันค่ำ ยิ่งดึกบทที่แขวลัยเล่นยิ่งต้องใช้อารมณ์มากขึ้น ทั้งร้องไห้ฟูมฟายตีอกชกตัว ต้องทะเลาะกับนางเอก แถมยังโดนตัวร้ายปล้ำอีกต่างหาก ด้วยความที่รับบทหนักแถมอาหารแทบไม่ตกถึงท้องทำให้แขวลัยเป็นลม ภวาภพพุ่งไปรับตัวไว้ทัน สงวนศักดิ์แนะให้พาไปโรงพยาบาล ภวาภพอาสาพาไปเองแล้วช่วยกันกับสงวนศักดิ์อุ้มแขวลัยขึ้นมา พักตร์สุดาซึ่งได้รับคำสั่งจากเกศรีให้มาเฝ้าดูภวาภพมาถึงพอดี

“อะไรกันน่ะ ภพมาเล่นละครเรื่องนี้ด้วยหรือ”


ภวาภพไม่ตอบคำถามขอให้พักตร์สุดาหลบทางหน่อย เธองงนี่มันเรื่องอะไรกัน สงวนศักดิ์ตอบคำถามแทนว่าแขวลัยเป็นลม ภวาภพจะพาไปโรงพยาบาล พักตร์สุดาหันมองอีกที ภวาภพอุ้มแขวลัยเดินลิ่วไปแล้ว นางเอกตัวแสบบ่นกับโฮ่งว่าคนในกองถ่ายเยอะแยะทำไมต้องให้เขาเดือดร้อนด้วย

“พี่เข้าใจว่าคุณภวาภพเขาอยากเดือดร้อนของเขาเองนะ” คำตอบของโฮ่งทำเอาทุกคนแอบสะใจ พักตร์สุดารีบโทร.ฟ้องเกศรีพร้อมกับวิ่งตามภวาภพ

ครู่ต่อมาสงวนศักดิ์ตามไปช่วยเปิดประตูให้ภวาภพวางแขวลัยไว้ที่เบาะหน้าข้างคนขับ จากนั้นเขาขึ้นประจำที่นั่งคนขับ อาทิตย์ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดพอดีถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ภวาภพไม่พูดอะไรขับรถออกไปเลย อาทิตย์มองสงวนศักดิ์อย่างรอคำตอบ เขากลับยักไหล่แล้วผละจากไป

พักตร์สุดาเห็นภวาภพขับรถออกไปพยายามตะโกนเรียกให้เขากลับมาก่อนแต่ไร้ผล จึงบอกเกศรีที่ยังคุยสายอยู่ด้วยว่าตามไม่ทัน ไม่รู้ภวาภพพามันไปโรงพยาบาลไหน อาทิตย์เป็นห่วงแขวลัยจัดแจงจะตาม พักตร์สุดาพุ่งไปขวางหน้าไว้ขอไปด้วยแล้วโดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเขา

มะไฟเห็นอนุวดีเป็นห่วงแขวลัยอาสาจะพาไปโรงพยาบาล เธอกลัวแม่มารับจะไม่เจอกัน เขาแนะให้โทร.แจ้งท่าน บอกให้รอตรงนี้ก่อน เขาจะไปเอารถมารับ แล้วเดินลิ่วออกไป

ooooooo

เกศรีฟังจากพักตร์สุดาจบก็เริ่มหงุดหงิด หันไปแจ้งกับวิชาญว่าหนูแพทบอกว่าแขวลัยแกล้ง

เป็นลมอ่อยลูกของเรา นี่ลูกจะพามันไปเข้าโรงแรมหรือเปล่าก็ไม่รู้ วิชาญเชื่อว่าลูกไม่กล้าทำอะไรประเจิด ประเจ้อขนาดนั้น

“ภพนะภพ ทำไมเห็นแก้วราคาถูกๆเป็นเพชรไปได้ ไปโรงพยาบาลไหนกันนะ”

“หนูแพทบอกไม่ทราบค่ะ นี่ก็นั่งรถตามอยู่นะคะ”...

ภวาภพหันมองแขวลัยที่ปรับเบาะให้นอนราบตรงที่นั่งข้างคนขับ สังเกตเห็นเธอตัวสั่นๆดึงเสื้อแจ็กเกตที่พาดอยู่ตรงพนักมาคลุมให้ แล้วเหลือบมองกระจกส่องหลังเห็นอาทิตย์ขี่มอเตอร์ไซค์มีพักตร์สุดาซ้อนท้ายตามมา นึกรำคาญจึงเร่งเครื่องเพื่อสลัดทั้งคู่ให้พ้น ด้วยความสามารถเฉพาะตัวเขาขับรถปาดซ้ายป่ายขวาหนีอาทิตย์กับพักตร์สุดาพ้นในที่สุด แต่เนื่องจากขับรถฉวัดเฉวียนมากไปหน่อยแขวลัยตัวไถลมานอนบนตักเขา


ฝ่ายอาทิตย์เห็นว่าตามภวาภพไม่ทันก็จอดมอเตอร์ไซค์ พักตร์สุดาเพิ่งเห็นหน้าเขาชัดๆจำได้ว่าเป็นพนักงานธนาคารที่ตัวเองฝากเงินไว้ เขาเห็นว่าคลาดกันกับแขวลัยจึงอาสาจะพาพักตร์สุดาไปส่งที่กองถ่าย เธอเหมารวมว่าเขาเป็นแฟนกับแขวลัย แสดงความยินดี

กับเขาด้วย เตือนให้ระวังนางร้ายจะทำตัวร้ายออกนอกจอ

“ผมไม่ถือ ผมใจกว้างพอครับ เชิญ...รีบไปกันเถอะครับ”...

ทางด้านอนุวดีเห็นว่ามะไฟตามรถของภวาภพไม่ทัน จึงขอให้ไปส่งเธอที่บ้านเพราะกองถ่ายเลิกแล้ว เขาถือโอกาสชวนเธอแวะดื่มน้ำส้ม กินขนมเค้กร้านโปรดของเขาก่อน

“เอ่อ ต้องโทร.บอกคุณแม่ก่อนนะคะ” พูดจบอนุวดีโทร.บอกแม่ว่าจะแวะหาอะไรกินจะได้ไม่เป็นห่วง...

ขณะที่อนุวดีแวะไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้าน

ภวาภพมองแขวลัยที่นอนซบตักตัวเองอย่างเอ็นดูรักใคร่ เผลอเอื้อมมือไปลูบผม เธอเริ่มรู้สึกตัวมองไปรอบๆ

ไม่คุ้นตาลุกพรวดขึ้นนั่ง แต่เนื่องจากเบาะปรับเอนทำให้ไม่มีพนักพิงเซไปซบเขาอีกครั้ง ภวาภพโอบตัวไว้ไม่ให้หงายหลัง อยู่ๆเธอร้องกรี๊ดแปดหลอดจนเขาต้องรีบ

เบนรถจอดข้างทางเอามืออุดหู พร้อมกับขอร้องให้ฟังเขาอธิบายก่อน เธอหยุดกรีดร้องตั้งใจฟัง

“คุณเป็นลมในกองถ่าย ไม่ใช่ผมลักพาตัวคุณไปเรียกค่าไถ่นะ”

มีเสียงมือถือของภวาภพดังไม่หยุด เขาหยิบมากดปิดเครื่องตัดรำคาญ แขวลัยขอบคุณเขามาก ทำท่าจะเปิดประตูรถลง เขาทักท้วงนั่นจะไปไหน เงินไม่มี

สักบาทจะเดินกลับบ้านหรือ ความจริงเขากำลังจะพาเธอไปโรงพยาบาล แต่เธอฟื้นก่อน แถมกรี๊ดจนเขาแทบจะต้องไปโรงพยาบาลเอง เธอขอโทษเขาด้วยที่เข้าใจผิด

“คุณวดีบอกว่าคุณไม่กินอาหารทั้งวัน ไปกินข้าวนะ แล้วจะพาไปส่งบ้าน”

“คือมัน...เอ่อ ไม่เหมาะสม”

ภวาภพกล่อมจนในที่สุดแขวลัยยอมไปหาอะไรกินก่อนกลับ

ooooooo

อนุวดีหงุดหงิดใจมากเมื่อเข้ามาในร้านขนมเค้กเจ้าประจำของมะไฟแล้วเจอสงวนศักดิ์นั่งอยู่ แถมมะไฟพาไปนั่งโต๊ะเดียวกับเขาอีกต่างหาก บอกให้เธอนั่งไปก่อนเดี๋ยวไปสั่งเครื่องดื่มกับขนมมาให้ เธอไม่อยากนั่งกับสงวนศักดิ์ตามลำพัง ขอตามมะไฟไปด้วย

“อย่าขัดขวางหน้าที่สุภาพบุรุษของมะไฟเขาเลยหรือตรงนี้มีเสือ” สงวนศักดิ์ไม่วายแขวะ

“น้อยๆหน่อยสงวนศักดิ์ น้องเขาตกใจหมด” ต่อว่าจบมะไฟเดินไปสั่งเครื่องดื่ม สงวนศักดิ์แกล้งดูดน้ำเสียงดัง


“เป็นผู้ร้ายต้องทำให้มันเลวๆแม้กระทั่งจะกินน้ำ เป็นนางเอกต้องทำแบ๊วๆให้มันไร้เดียงสาเข้าไว้”

นางเอกสาวหน้าใหม่ทำตามที่สงวนศักดิ์แนะนำ แกล้งทำตัวซุ่มซ่ามปัดแก้วเครื่องดื่มที่มะไฟเอามาวางบนโต๊ะ เครื่องดื่มหกรดสงวนศักดิ์เต็มๆ เขารู้ทันว่าเธอแกล้ง

“แอ๊บแบ๊วสมกับเป็นนางเอกมาก” สงวนศักดิ์จิกกัดด้วยความเจ็บใจ ขณะที่อนุวดีตีหน้าซื่อตาใสไม่รู้เรื่อง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน พักตร์สุดาแวะมาหาอะไรกินรองท้องที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง กินเสร็จหยิบมือถือขึ้นมาโทร.รายงานเกศรี ไม่รู้ว่าภวาภพพานางร้ายหน้าใหม่นั่นไปไหน ตามไปก็ไม่ทัน

“มันสำส่อนตั้งแต่เริ่มต้นแบบนี้ แค่เป็นของกินเล่นยังไม่น่าลองชิมเลยนะคะคุณป้า” พักตร์สุดาเห็นแขวลัยเดินเข้ามาในร้านอาหารพร้อมกับภวาภพ “มันมาแล้วค่ะ มันควงภวาภพเข้ามาในร้านนี้เลยค่ะคุณป้า”

“ตายจริง มันหายไปแวะที่ไหนกันมาแน่” เกศรีโวยวาย วิชาญทนไม่ไหวดึงมือถือมาพูดเสียเอง

“ขอลุงพูดกับภพด้วย เดี๋ยวนี้เลย”

พักตร์สุดาไม่รอช้าพุ่งไปหาภวาภพที่เพิ่งได้โต๊ะนั่งยื่นมือถือพรวดเข้าไปตรงหน้า บอกว่าพ่อของเขาจะ

พูดด้วย เขาแปลกใจทำไมพ่อจะมาขอพูดจากมือถือของพักตร์สุดาก็เลยไม่รับสาย ฝากให้เธอบอกท่านด้วย

เดี๋ยวจะโทร.กลับ แล้วคว้าแขนแขวลัยลุกออกจากร้าน

“มันพาภพหนีไปแล้วค่ะคุณลุง” พักตร์สุดา

ใส่ไฟเสร็จจะวิ่งตามแต่พนักงานของร้านเข้ามาขวางไว้ ไม่ยอมให้ไปเนื่องจากเธอยังไม่ได้จ่ายค่าอาหารที่กิน...

เพื่อตัดปัญหาการถูกรบกวนระหว่างกินอาหาร ภวาภพแวะซื้อบะหมี่ข้างถนนแล้วไปหามุมสงบจอดรถกิน แขวลัยไม่ยอมแตะอาหาร เขาก็เลยต้องขู่จะกินเองดีๆ

หรือจะให้เขาป้อน อยากเป็นลมอีกครั้งหรือ เธอรับห่อบะหมี่จากเขา ในใจว้าวุ่นที่เจอพักตร์สุดาแต่ไม่กล้าบ่น เขาเหมือนจะอ่านใจเธอออกที่ทำหน้าแบบนี้ไม่สบายใจที่เจอพักตร์สุดาใช่ไหม เธอยอมรับว่าใช่ เขาขอร้องอย่าไปสนใจ ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่เพื่อนที่ก้าวก่ายมากไป

“บะหมี่อร่อยไหม ไม่ได้ปรุงอะไรมากกลัวกินไม่ได้”

แขวลัยตื้นตันใจมาก คีบบะหมี่กินทั้งน้ำตา เขาแปลกใจใส่พริกนิดเดียวเผ็ดจนน้ำตาไหลเลยหรือ เธอส่ายหน้า เขาถึงบางอ้อที่แท้เธอก็ร้องไห้นี่เอง ช่วยเช็ดน้ำตาให้ สองคนสบตากันนิ่งงัน ภวาภพตั้งสติได้ก่อนชมว่าตาเธอสวยไม่เหมือนดวงตาของใครที่ไหน แขวลัยถูกชมซึ่งหน้าเขินอายรีบก้มหน้ากินบะหมี่ เขาปัดไรผมที่ตกลงมาให้ มองเธอด้วยความรักเต็มหัวใจ เธอเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันแต่ไม่กล้าแสดงออก

ในเวลาต่อมาภวาภพขับรถมาจอดหน้าปากซอยบ้านแขวลัย ทั้งที่เจ้าของบ้านนอนหลับไม่ได้บอกทางให้ด้วยซ้ำแต่เขาก็พามาถูก เขามองหญิงสาวที่นอนหลับไม่รู้เรื่องด้วยสายตารักใคร่ ทันใดนั้นมีเสียงเคาะกระจกแรงมาก แขวลัยตกใจตื่น ปรางค์ทิพย์โวยวายเสียงลั่นมาจอดขวางทางทำไม รถคนอื่นจะเข้าให้มันรู้บ้าง

ภวาภพลดกระจกลง เธอเห็นหน้าเขาชัดๆก็จำได้ว่าเป็นนายแบบโฆษณาชื่อดัง ชวนให้ลงมาถ่ายเซลฟี่ด้วยกัน แขวลัยรีบลงจากรถไปหาน้องสาว ดึกมากแล้วไปไหนมา แล้วฉุดมือจะพาเข้าบ้าน เชิดเห็นความสวยของแขวลัยเหมารวมว่าพี่น้องเหมือนกันลงจากรถมามองเธอด้วยสายตาหื่น

“หน้าคุ้นๆนะครับ ไปสนุกที่ไหนมาครับ ว่างๆเชิญไปกับผมนะครับ”

หญิงสาวไม่สนใจจะคุยด้วย ดึงแขนปรางค์ทิพย์ให้ขยับ เชิดซึ่งกำลังมึนๆได้ที่ไม่พอใจเข้าไปดึงแขนแขวลัย

“เฮ้ย ก็แค่แก๊งรักสนุก พวกเดียวกับปรางค์ นั่งรถโก้มาทำมาเชิดใส่ ถามปรางค์สิว่าได้ไปเท่าไหร่ ให้สองเท่าเลยสำหรับเธอ” ไม่พูดเปล่าเชิดชี้หน้าแขวลัยไปด้วย ภวาภพ ทนไม่ไหวปราดมาขยำคอเสื้อเชิดต่อยเปรี้ยง

“เมาแล้วก็กลับไปซะ อย่ามาก่อกวนแถวนี้”

“เฮ้ย ใครอีกวะนี่หน้าคุ้นๆ จ่ายค่าตัวนังนั่นไปเท่าไหร่ล่ะ” เชิดพูดไม่ทันขาดคำถูกกำปั้นภวาภพเข้าไปเต็มหน้าทรุดฮวบ แขวลัยไม่สนใจใครทั้งนั้นลากแขนปรางค์ทิพย์เข้าบ้าน...

แขวลัยไม่ชอบที่ปรางค์ทิพย์ทำตัวเหมือนผู้หญิงหากิน ไปนอนกับผู้ชายเพียงเพราะอยากได้เงินไว้ใช้เที่ยวเตร่ หนังสือหนังหาไม่ยอมไปเรียนแถมแอบไปลาออกอีกต่างหาก เธอพยายามเตือนน้องสาวให้เลิกทำตัวอย่างนี้ ถ้าไม่อยากเรียนหนังสือก็ไปหางานทำ ปรางค์ทิพย์กลับบอกเธอว่าไม่ต้องยุ่งเรื่องส่วนตัวของตน แขวลัยฉุนขาดจะตบสั่งสอน แต่พรรณีเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน แบมือขอเงินค่าตัวงวดแรกจากการเล่นละคร

“เอามาให้แม่จะเอาไปเข้าบัญชีแล้วเบิกมาใช้จ่าย”

แม้จะระอากับการที่แม่คิดถึงแค่เรื่องเงินเรื่องเดียว แต่แขวลัยก็หยิบเช็คค่าตัวที่เพิ่งได้ยื่นให้ ย้ำกับท่านว่าอย่าเอาเงินไปใช้สุรุ่ยสุร่าย เราต้องไปหาที่อยู่กันใหม่ ทันใดนั้นฝนเทกระหน่ำ น้ำฝนรั่วจากหลังคาที่แตกร้าวลงมานองพื้น สามคนแม่ลูกหลบฝนกันวุ่นวาย...

เกศรีกับวิชาญรู้เรื่องที่ลูกชายหายไปกับแขวลัยนานสองนานก็ไม่พอใจอย่างแรง พอเขากลับถึงบ้าน ทั้งคู่รุมต่อว่าต่างๆนานา แถมจะรีบส่งเขาไปหาลดาวัลย์ที่อังกฤษให้เร็วที่สุด เขาทวงถามถึงข้อตกลงที่จะให้เวลาเขาสามเดือนก่อนจะส่งไปเมืองนอก เกศรีจะยอมให้เขาอยู่เมืองไทยได้อีกสามเดือนแต่ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ไปฝึกงานกองถ่ายละครอีก ภวาภพตัดพ้อถ้าทำแบบนั้นเท่ากับพ่อแม่ผิดสัญญาหากยังคุยกันไม่รู้เรื่องเขาคงต้องขอตัวก่อน

“จะไปไหน พ่อแม่ยังพูดไม่จบ” วิชาญเสียงเข้ม

“ผมจบแล้ว ผมจะไปเก็บของ” พูดจบภวาภพเดินขึ้นห้อง วิชาญจะตามไปคว้าคอเสื้อลูกให้กลับมาคุยกันก่อน แต่เกศรีดึงแขนไว้ส่ายหน้าไม่ให้ทำอย่างนั้น ร้องบอกลูกว่าตกลงจะให้เวลาลูกสามเดือน แต่ถ้านังนั่นเกิดท้องขึ้นมาพ่อแม่ไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น เขาขอบคุณท่านทั้งสองคน

“เธอมาทำงานมามีอาชีพเป็นนักแสดงไม่ได้มาเพื่ออยากเป็นเมียเก็บของใครครับ”

ooooooo

วันถัดมา แขวลัยกับพรรณีเอาเช็คมาเข้าบัญชีและทำบัตร เอทีเอ็มเพื่อให้แม่ถอนเงินได้สะดวก โดยมีอาทิตย์มาคอยดูแลจัดการทุกอย่างให้ พรรณีถือโอกาสถามเขาว่าพอรู้จักบ้านเช่าที่ดูดีๆบ้างไหม เขารู้จักอยู่หลายหลัง ยินดีแนะนำให้ด้วยความเต็มใจ...

ระหว่างนั่งแท็กซี่กลับบ้าน พรรณีเตือนแขวลัยอย่าไปชอบอาทิตย์ตอบ แค่คบไว้หลอกใช้ก็พอ เธอไม่ชอบหลอกใช้ใคร มันไม่ดี พรรณียืนยันว่าดี พอเธอดังขึ้นมาเป็นดาราเด่นพวกผู้ชายไฮโซชอบมีเมียเป็นดาราทั้งนั้น เธอต่อว่าแม่ว่าพูดอะไรน่าเกลียด เธอมาทำงานไม่ได้มาหาสามี พรรณียืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ถ้าเธอดังเมื่อไหร่เลือกจิ้มนิ้วได้เลยว่าจะเอาผู้ชายคนไหน ความรักกินไม่ได้ไม่ต้องไปสนใจ เงินซื้อความสุขได้ทุกอย่าง

“แกโชคดีที่สวยกว่าพวกน้องๆโชคดีที่ต่อไปนี้หาเงินได้ง่ายๆ แกก็ต้องชดเชยด้วยการเสียสละให้น้องที่ไม่มีโอกาสดีเท่าแก” คำพูดของพรรณีทำเอาแขวลัยน้อยใจสุดๆที่แม่เป็นห่วงแต่น้องไม่เคยห่วงเธอ...

วันนี้เกตุวดีให้อนุวดีลองขับรถมาที่กองถ่ายซึ่งอยู่นอกสถานที่ ขณะใกล้ถึงที่หมาย สงวนศักดิ์ขับรถปาดหน้า เธอกระแทกเบรกหัวทิ่ม เขาลงจากรถเรียกให้เธอลงมาดูอะไรบางอย่าง สองแม่ลูกลงมาเห็นยางรถแบนติดพื้นเนื่องจากทับตะปูตัวเขื่องก็ตกใจ เกตุวดีออกตัวมัวแต่คุยกันไม่ทันรู้สึกว่ารถผิดปกติ

“คนขับต้องรู้สึกก่อนคนนั่งครับ” ไม่พูดเปล่าสงวนศักดิ์ปรายตามองอนุวดีอย่างตำหนิ เธอหน้าหงิกใส่ทันที อึดใจมะไฟขับรถมาจอดเทียบ ลงมาเห็นตะปูตำยางแบนแต๋ บอกให้อนุวดีรีบไปกับสงวนศักดิ์ กองถ่ายรออยู่ เรื่องยางรถปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขา ส่วนเกตุวดีให้กลับไปรอที่บ้าน ปะยางเสร็จเขาจะให้คนเอารถไปส่ง

อนุวดีไม่มีทางเลือกจำต้องนั่งรถไปกับสงวนศักดิ์...

แขวลัยไม่มีคิวถ่ายละคร จึงชวนพรรณีไปดูบ้านเช่าที่อาทิตย์หามาให้ สภาพของบ้านดูดีมาก มีสามห้องนอน บริเวณบ้านไม่กว้างขวางนัก พรรณีไม่เคยมีบ้านดีๆมาก่อนตื่นเต้นมาก ขณะที่แขวลัยเดินดูรอบบ้านสีหน้าเรียบเฉย อาทิตย์เร่งรัดหากพอใจบ้านหลังนี้ก็ให้ทำสัญญาวางเงินล่วงหน้าหนึ่งเดือน จะย้ายออกต้องบอกล่วงหน้าหนึ่งเดือน ส่วนค่าเช่าตกเดือนละสองหมื่นบาท พรรณีบ่นว่าแพง แขวลัยเห็นด้วยชวนให้ไปดูที่อื่น

“สมัยนี้บ้านแบบนี้ไม่มีราคาถูกกว่านี้แล้วนะครับ หายากด้วยนะครับ บ้านใหญ่กว่านี้อีกนิดมีก็แต่จะสามหมื่นขึ้น” อาทิตย์พยายามหลอกล่อสุดชีวิต พรรณีพยักหน้า ให้แขวลัยเป็นทำนองให้เช่าที่นี่ เขาแอบยิ้มพอใจ...

ด้านสงวนศักดิ์กับอนุวดีเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ต่างฝ่ายต่างหาทางกลั่นแกล้งกันทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ระหว่างนั่งรถมาด้วยกันเขาแกล้งกระแทกเบรกให้เธอหัวทิ่มหัวตำไปตลอดทางจนถึงกองถ่าย พอเห็นทีมงานมองอยู่เขาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษลงมาเปิดประตูรถให้ เธอเหลือบเห็นเขาวางมือไว้ที่ขอบประตู พอลงรถได้แกล้งผลักประตูหนีบมือเขาเต็มๆจนร้องลั่น อนุวดีไม่รอดูผลงานเดินลิ่วไปห้องแต่งตัว...

ในเวลาเดียวกัน อาทิตย์พาแขวลัยกับพรรณีไปพบกับเจ้าของบ้านเพื่อเซ็นสัญญาเช่า พรรณีปลื้มมากชวนแขวลัยกลับไปขนของย้ายบ้านกันวันนี้เลย ทันทีที่สองแม่ลูกไปพ้นแล้ว เจ้าของบ้านยื่นเงินให้อาทิตย์สองหมื่นบาทเป็นค่านายหน้า เขายิ้มพอใจที่แผนกอบโกยผลประโยชน์จากสองแม่ลูกไม่ยากอย่างที่คิด...

เงินที่ได้จากค่านายหน้า อาทิตย์เอาไปให้จุ๋มเก็บไว้ พร้อมกับเล่าให้ฟังว่าได้เงินจำนวนนี้มาจากการที่เขาไปทำตัวน่ารักให้คนซื่อๆเซ่อๆไว้ใจ เธอไม่ขัดข้องถ้าเขาไปยุ่งกับใครตราบใดที่ยังเห็นเธอมีค่ากับเขา...

เนื่องจากไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรมากนัก การย้ายบ้านจากสลัมไปอยู่บ้านใหม่ของพรรณี แขวลัย ปรางค์ทิพย์ รวมทั้งชมจันทร์และวันเนาว์ไม่ยุ่งยาก ทุกคนพอใจกับบ้านหลังใหม่ที่ดูดีกว่าหลังเก่ามากมายนัก ปรางค์ทิพย์ได้คืบจะเอาศอก ในเมื่อมีบ้านใหม่แล้วเราก็ต้องมีรถขับเป็นเป้าหมายต่อไป พรรณีบอกให้ลูกๆเลือกห้องนอนกันตามสบาย โดยให้ปรางค์ทิพย์นอนกับชมจันทร์ ตนจะอยู่อีกห้องหนึ่ง

“อยู่กับพ่อหรือแม่”

“เมาเป็นหมาหัวราน้ำไม่อยู่กับมันหรอก ไอ้วันน่ะแหละอยู่กับพ่อ” พรรณีจัดสรรให้ทุกคนเสร็จสรรพ แต่แล้วทุกคนก็นึกขึ้นได้ว่าตอนเก็บข้าวของย้ายบ้านพ่อไม่ได้อยู่ด้วย ไม่รู้ว่าหลบไปดื่มเหล้าที่ไหน

เขมเมาแอ่นกลับถึงบ้านเช่าในสลัมเห็นประตูหน้าบ้านล็อกกุญแจก็โวยวายว่าหายไปไหนกันหมดหรือว่าหนีตนไปหมดแล้ว ด้วยความเมาผสมกับความหงุดหงิดเขาเตะประตูโครม ไม้ที่ผุอยู่แล้วทำให้ประตูทั้งบานพังทับขาถึงกับร้องลั่น ภวาภพที่จอดรถมองอยู่รีบลงไปดู

ครู่ต่อมา ภวาภพพาเขมซึ่งใส่เฝือกที่ขาออกจากโรงพยาบาล ส่งเงินให้จำนวนหนึ่งเป็นค่าแท็กซี่กลับบ้าน

“กลับไปไหนล่ะ มันพากันหนีไปหมดแล้วน่ะ มันหนีไปไม่บอกกันสักคำ มันแย่กันหมดทั้งลูกทั้งเมีย มีแต่ลูกสาวคนโตน่ะมันไปเป็นดารา มันน่าจะหาเงินได้เยอะอยู่นะหวังพึ่งได้ก็รายนี้แหละ มันคนเดียวเลี้ยงทั้งบ้านมาตั้งแต่เริ่มเป็นสาว เอาทุกอย่างเสิร์ฟอาหาร ขายของ เป็นกรรมกร เรียนไปด้วยก็แค่จบพาณิชย์นะ แต่มันสวย สวยเหมือนแม่มัน” คำพูดของเขม ภวาภพจดจำ ไว้ไม่มีตกหล่น

“ไปก่อนนะครับ ดูแลตัวเองดีๆด้วยครับ” พูดจบภวาภพผละจากไป...

ภรณีเครียดจัด คร่ำเคร่งอ่านหนังสืออยู่หน้าห้องสอบทั้งที่คราวนี้เป็นแค่สอบย่อย บันดาลซึ่งคอยมองอยู่ห่างๆเห็นเธอเริ่มสติแตกมือไม้สั่น เหงื่อแตกเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่าไม่สบายหรือเปล่า เธอไม่ตอบเดินหนี เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ทำหนังสือหลุดมือ เขาเข้าไปช่วยเก็บเป็นจังหวะเดียวกับภรณีก้มเก็บเช่นกันหัวชนกันพอดี

“เจ้าหญิงลดตัวเอาหัวไปชนกับคนขายอาหาร” เพื่อนนักศึกษากระเซ้าก่อนจะพากันหัวเราะคิกๆ ภรณีทั้งอายทั้งโกรธไล่ตะเพิดบันดาลไปให้พ้นไม่ต้องมาช่วยแล้วคว้าหนังสือเดินเลี่ยงออกมา...

แขวลัยก้าวเข้ามาในบ้านเช่าหลังใหม่ ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากข้างบนรู้สึกดีที่ทุกคนมีความสุข เดินยิ้มขึ้นไปยังต้นเสียง เปิดประตูห้องเข้าไปเห็นปรางค์-ทิพย์กับชมจันทร์กำลังชื่นมื่นกับห้องนอนใหม่ บ้านหลังใหม่ โดยปรางค์ทิพย์ส่องกระจกเงาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมเตรียมจะออกไปข้างนอก เธอสั่งน้องเสียงเข้มห้ามไปไหนทั้งนั้น ถ้าไม่ทำตามจะไม่จ่ายค่าขนมให้ ไล่ทั้งคู่กลับไปเรียนหนังสือต่อ ชมจันทร์รับปากจะพยายาม

แต่ปรางค์ทิพย์ยืนกรานจะไม่กลับไปเรียนเด็ดขาดเคยบอกพี่แล้วว่าไปลาออกจากโรงเรียนแล้ว แขวลัยขี้เกียจเถียงด้วยออกจากห้องไปหาน้องชายคนเล็ก เจอเขากำลังสูบบุหรี่อยู่ในห้องนอน พอเห็นเธอเท่านั้นเขาจัดแจงจะโยนบุหรี่ทิ้งออกนอกหน้าต่าง เธอปราดไปแย่งจากมือ

“อยากจะเอาบุหรี่นี่ทิ่มคอแกให้ทะลุ อายุแค่นี้ติดบุหรี่ทำไมแกถึงไม่รักดีกันบ้างไอ้วัน”

การเข้ามาคุยกับวันเนาว์ครั้งนี้ทำให้แขวลัยรู้ว่าพ่อยังไม่ตามมาที่นี่ไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหน เริ่มเป็นห่วง รีบไปชวนแม่ออกตามหาพ่อ แต่แม่ไม่ยอมไป แถมยังว่าเธอว่าจะไปเป็นห่วงอะไรกับไอ้ขี้เมานั่น ถึงมันมาก็แค่รู้ว่านี่บ้านแล้วมันก็ไปหาที่เมาเป็นหมา มันไม่มาอยู่ที่นี่หรอก แขวลัยยอมให้แม่ทำอย่างนี้กับพ่อไม่ได้

“ทีมันทำกับแม่ล่ะ ทุบตี ไม่ทำมาหากิน ฉันคิดผิด จริงๆที่เอามันมาเป็นผัว” คำพูดของแม่ทำให้แขวลัยทนฟังไม่ไหว ออกจากบ้านไปทันที

ooooooo

เกศรีอาการหนัก กลัวแขวลัยจะรวบหัวรวบหางลูกชายตัวเอง ลงทุนจ้างคนให้คอยติดตามลูกและส่งข่าวว่าเขาไปไหนทำอะไรบ้าง สายสืบโทร.แจ้งว่าวันนี้ภวาภพไม่ได้ไปกองถ่าย เธอสงสัยถ้าไม่ได้ไปหานังนั่นแล้วทำไมป่านนี้ยังไม่กลับ หรือแอบนัดไปหากันที่อื่น สายสืบยืนยันไม่ได้แอบนัดกันเพราะแขวลัยเลิกกองก็กลับบ้าน

จังหวะนั้น ภวาภพเดินเข้ามาพอดี วิชาญแสร้งถามว่าไปไหนมา เขารู้ว่าพ่อกับแม่ทราบดีว่าเขาไปไหนเพราะท่านส่งคนคอยตามเขา ส่งพักตร์สุดาตามมาก่อกวนเขาอีกด้วย ท่านอ้างที่ทำไปเพราะเป็นห่วงกลัวเขาจะโดนหลอก เขาขอร้องให้เลิกส่งคนตามเขาสักที และที่เขามาที่นี่ก็เพื่อจะบอกเรื่องนี้แล้วขอตัวกลับก่อน จากนั้นเดินลิ่วออกจากบ้าน วิชาญจะตามไปเอาเรื่อง

เกศรีต้องดึงตัวไว้ อย่าเพิ่งแตกหักกับลูกตอนนี้

“สามเดือนสั้นนิดเดียว ฉันจะไปปรึกษากับคุณหญิงนภาว่าพร้อมจะให้ลดาวัลย์ร่วมมือกับเราจัดการภวาภพไหม ตอนเขาไปนอก”...

ทั้งที่ขาหักต้องใส่เฝือก แต่เขมยังไม่วายเข้าร้านขายเหล้าดื่มจนเมาปลิ้น คนขายเหล้าเห็นเขาเมาไม่ได้สติไม่ยอมขายเหล้าให้อีก บอกให้กลับบ้านไปเมามากแล้ว ดื่มหนักขนาดนี้เดี๋ยวล้มขาหักอีกข้างจนได้ เขาไม่พอใจหาว่าคนขายเหล้าแช่ง จะเอาไม้ค้ำยันฟาด แต่ตัวเองเสียหลักล้มไปเอง...

ฝ่ายแขวลัยเห็นฟ้าครืนๆเร่งฝีเท้าตามหาพ่อไปตามร้านขายเหล้าในที่สุดก็เจอท่านถูกคนในร้านขายเหล้าพยุงมาทิ้งไว้ข้างทาง เธอเห็นเฝือกที่ขาพ่อก็ตกใจไปโดนอะไรมา

“ก็แค่ขาหัก ไม่ตายหรอกวลัย”

แขวลัยแปลกใจทำไมพ่อถึงชอบเรียกเธอว่าวลัย เขมไม่ตอบสั่งให้เธอพาไปหาเหล้าดื่มอีก เธอชวนพ่อกลับบ้านกันดีกว่าแล้วบอกให้รอตรงนี้ก่อนจะไปตามแท็กซี่ เดินได้ไม่กี่ก้าวฝนเทกระหน่ำ ต้องวิ่งกลับไปพยุงพ่อหลบฝนที่เพิงข้างถนน ภวาภพขับรถมาจอดเทียบ บอกให้เธอขึ้นรถ เธอแปลกใจทำไมเขาถึงตามมาถูก

“พ่อเธอขาหักและเมามาก เขาอาจไม่สบายนะ” ภวาภพเร่งรัด แล้วลงไปหาถอดเสื้อกันฝนคลุมให้แขวลัย จากนั้นช่วยพยุงเขมขึ้นรถ ไม่นานนักภวาภพขับรถเข้ามาจอดในบ้านเช่าหลังใหม่ของแขวลัย ชมจันทร์จำเขาได้ว่าเป็นนายแบบชื่อดังจะเข้าไปขอถ่ายเซลฟี่ด้วย แขวลัยสั่งเสียงเข้มให้ช่วยกันพาพ่อเข้าบ้าน หันไปไหว้ขอบคุณภวาภพที่ช่วยเหลือ แล้วจะถอดเสื้อกันฝนคืน

“เอาเก็บไว้ก่อน ตอนนี้ฝนตกบ่อย คุณเอาไว้ใช้เถิดนะ” พูดจบภวาภพขึ้นรถขับออกไป พรรณีมองตามพอใจ

“รถแบบนี้ คนแบบนี้แหละที่แม่ลุ้นให้แกเลือกเอามาเป็นแฟน พวกเราทุกคนจะได้สบายไปทั้งชาติ”

แขวลัยไม่สนใจเดินเลี่ยงเข้าบ้าน ชมจันทร์หันมาถามพี่สาวคนโตตกลงจะให้เอาพ่อไปไว้ห้องไหน

ทุกคนเกี่ยงกันไม่ยอมให้พ่อนอนด้วย โดยเฉพาะพรรณีไล่ให้เขาไปนอนห้องเก็บของ แขวลัยสุดทนในเมื่อมีแต่คนรังเกียจพ่อ จึงมานอนที่ห้องรับแขกร่วมกับเธอซึ่งไม่มีห้องเป็นของตัวเองเช่นกัน

ooooooo

แขวลัยหน้าตาเหมือนคนอดนอนมาทั้งคืนเดินถือของออกมาหน้าบ้านเพื่อจะไปกองถ่ายสวนกับปรางค์ทิพย์ที่เพิ่งนั่งแท็กซี่กลับมา เธอเห็นพี่สาวมองหน้า ก็รีบบอกว่าไม่ต้องมามองแบบนั้น เธอเลือกทางเดินของตัวเองแล้ว ถึงพี่จะห้ามก็คงไม่สำเร็จ แขวลัยไม่อยากพูดด้วยเดินต่อไปเพื่อหามอเตอร์ไซค์รับจ้างจะไปทำงาน

อาทิตย์ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดเทียบ อาสาจะไปส่งที่กองถ่ายให้ ทีแรกแขวลัยไม่ยอมไปด้วยอ้างว่าเกรงใจ แต่พอเห็นรถของภวาภพแล่นผ่านหน้าไปช้าๆเดาออกว่าเขาจะมารับเช่นกัน จึงตกลงใจซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์อาทิตย์ ภวาภพใจแป้วคิดว่าเธอชอบหนุ่มแบงก์ขับรถต่อไปสีหน้าผิดหวัง...

ในเมื่อห้ามลูกตัวเองไม่ได้ เกศรีเดินแผนใหม่เรียกน้อยมาพบเพื่อพูดเรื่องแขวลัยซึ่งเธอเป็นคนดูแลพร้อมกับกำชับอย่าให้นังเด็กนั่นมาข้องแวะกับภวาภพเด็ดขาด...

ที่กองถ่ายละคร อนุวดีเห็นแขวลัยเอาแต่นั่งซึมไม่มีสมาธิอ่านบท เข้ามาถามที่นั่งหน้าเศร้าเพราะกำลังนึกถึงคุณภพอยู่หรือ เธอปฏิเสธทันทีว่าเปล่า กำลังกลุ้มใจเรื่องน้องๆไม่ยอมเรียนหนังสือทำตัวไม่เอาไหนกันทุกรูปแบบ อนุวดีแปลกใจแม่ของเธอไม่ห้ามไม่ว่าพวกนั้นบ้างหรือ

“ไม่เคยดุเลยด้วยซ้ำ” แขวลัยพูดเรื่องนี้ขึ้นมาถึงกับน้ำตาซึม จังหวะนั้นสงวนศักดิ์จะเข้ามาแต่งตัว เห็นอนุวดีเอาเสื้อที่ตัวเองต้องใส่เข้าฉากมารองนั่งกับพื้น คอสตูมที่เดินตามมายืนยันกับเขาว่าแขวนเสื้อไว้ตรงนี้ไม่รู้มันหายไปได้อย่างไร เขาถามคอสตูมว่าเสื้อตัวนี้ต่อเนื่องไหม ถ้าไม่ต่อเนื่องให้หาตัวใหม่มาให้ ปรากฏว่าเสื้อต้องใส่ต่อเนื่อง เขาเลยเปลี่ยนให้คอสตูมไปหาน้ำยาฆ่าเชื้อโรคกับดับกลิ่นมาให้

น้อยเข้ามามองๆแขวลัยด้วยสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะเรียกให้ไปคุยกันด้านโน้น แล้วทั้งคู่เดินแยกออกไป คอสตูมสงสัยทำไมสงวนศักดิ์ถึงต้องให้ไปหาซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อมาด้วย เขาหยิบเงินส่งให้สั่งห้ามถามอะไรอีกแค่ทำตามที่บอกก็พอ คอสตูมรับเงินไปอย่างงงๆ อนุวดีพบว่าตัวเองอยู่เพียงลำพังกับสงวนศักดิ์ในห้องแต่งตัว ขยับจะลุกหนี เขาห้ามเธอหนีไปไหนทั้งนั้น แล้วต่อว่าเธอที่เอาเสื้อซึ่งเขาต้องใส่เข้าฉากมานั่งรองก้น

อนุวดีตกใจคิดว่าเสื้อเป็นเสื่อ รีบขอโทษแล้วหยิบมันคืนให้ เขาไม่ยอมจับอ้างเหม็นมาก เมื่อเช้านี้เธอเข้าห้องน้ำได้ล้างก้นบ้างหรือเปล่า อนุวดีทั้งโกรธทั้งอายทำท่าจะร้องไห้ เขาโยนเสื้อลงไปบนหัวเธอให้ลองพิสูจน์ว่าเหม็นจริงอย่างที่เขาว่าไหม แล้วเดินออกจากห้อง เธอปัดเสื้อออกจากหัว ไม่เห็นมีกลิ่นก้นมีแต่กลิ่นขี้เต่าของเขา...

นอกจากน้อยจะบอกแขวลัยเรื่องที่เกศรีสั่งไม่ให้ไปวุ่นวายกับภวาภพแล้ว ยังแจ้งให้เธอทราบอีกด้วยว่ามีงานอีเวนต์มาจ้างไปทำงาน เธอจะรับงานชิ้นนี้ถ้าอนุวดีไปด้วย น้อยพยักหน้าว่าลูกค้าจ้างทั้งคู่เธอจึงตอบตกลงโดยไม่รู้ว่าคนจ้างคือภวาภพนั่นเอง เขายังกำชับกับป๊อบปี้คนจัดอีเวนต์ว่าห้ามไปพูดกับใครว่าเขาเป็นคนจ้าง...

ถ่ายละครเสร็จ อนุวดีชวนแขวลัยกลับด้วยกัน เธอขอบใจเพื่อนรักมาก ขอกลับเองดีกว่า ตอนนี้บ้านของเราอยู่คนละทางกัน อนุวดีถามว่ารู้เรื่องงานอีเวนต์อาทิตย์หน้าแล้วใช่ไหม พี่น้อยบอกว่าเราสองคนต้องเต้นโชว์ แขวลัยหนักใจเพราะเต้นไม่เป็น อนุวดียินดีจะสอนให้ การเต้นไม่ใช่เรื่องยาก

“จะเป็นดารามันต้องทำได้ทุกอย่างสิน่า ได้ค่าโชว์ห้าหมื่นเลยนะ” อนุวดีเห็นเพื่อนดูหงอยๆเข้าไปโอบบ่า “อย่ากังวลเรื่องเต้น ไม่มีปัญหา แขหัวไว ฝึกนิดเดียวจำท่าให้ได้ เต้นให้เข้าจังหวะสบายมาก”

สงวนศักดิ์เดินถือเสื้อตัวที่อนุวดีนั่งทับมาในมือพลางเอาสเปรย์ดับกลิ่นและฆ่าเชื้อฉีดไปทั่วตัวเสื้อหวังจะแกล้งอนุวดี พักตร์สุดาเดินยิ้มร้ายเข้ามาหา

แขวลัยอ้างมีเรื่องจะคุยด้วย เธอจำใจเดินตามนางเอกตัวแสบไป ส่วนสงวนศักดิ์ยังคงฉีดสเปรย์ใส่เสื้อไม่หยุด มะไฟซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรด้วยร้องทักว่ายังไม่เลิกฉีดสเปรย์ดับกลิ่นอีกหรือ เขาส่ายหน้าเลิกไม่ได้เพราะกลิ่นแรงมากสงสัยจะเป็นพวกอาบน้ำตอนเช้าไม่ล้างก้นแน่ๆ

“บ้า นายหมายถึงก้นใครกันหรือ” มะไฟพูดไปขำไป อนุวดีร้อนตัวทนไม่ไหว

“พี่มะไฟคะ คุณแม่ส่งไลน์มาบอกแล้วว่าอยู่หน้ากองถ่ายค่ะ” อนุวดีรีบเดินไปเลยโดยมีมะไฟตามไปติดๆ

เรื่องที่พักตร์สุดาต้องการคุยกับแขวลัยไม่พ้นเรื่องของภวาภพ ขอให้เธอเลิกยุ่งกับเขาถ้าไม่อยากถูกถอดจากละครเรื่องที่กำลังเล่นอยู่ แขวลัยเอาแต่เงียบเพราะเบื่อเรื่องนี้เต็มที พักตร์สุดาเห็นเธอไม่ตอบโต้ยิ่งพูดไม่หยุด

“ครอบครัวของเธอคงกำลังฝันหวานในการกอบโกยเงินของเธอ คิดดูเถอะ เธอกล้าทำให้พวกเขาฝันสลายหรือ เลิกติดต่อกับภวาภพ”

“จบแล้วใช่ไหมคะ” แขวลัยพูดไม่ทันขาดคำอาทิตย์มาถึงพอดี เขาสบตากับพักตร์สุดาอย่างรู้กัน ก่อนยัยตัวแสบจะผละไป เขาบอกกับแขวลัยว่าจะมารับกลับบ้าน เธอไม่ได้อยากไปด้วย แต่เห็นยิ้มหยันของพักตร์สุดาก็เลยพยักหน้ารับคำ จากนั้นทั้งคู่พากันไปเอาข้าวของของเธอ ก่อนจะพากันไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ออกไป แขวลัยไม่รู้เลยว่าตลอดเวลานั้นพักตร์สุดาถ่ายคลิปของทั้งคู่เอาไว้ แล้วส่งไปให้เกศรีที่เพิ่งกินข้าวกับครอบครัวเสร็จพอดี

ดูคลิปจบเธอส่งให้วิชาญดูด้วย ภรณีมองอย่างสนใจขอดูบ้าง เกศรีตั้งใจจะให้ภวาภพรู้เรื่องนี้จึงเอาให้ลูกสาวดู ภรณีจำได้ว่าแขวลัยเป็นนางร้ายที่เล่นมิวสิกวิดีโอกับพี่ชาย เกศรีกระซิบกระซาบกับลูก

“มันจะจับพี่ภพ มันชั้นต่ำมาก มันมีผู้ชายของมันแล้วแท้ๆ”

ภวาภพได้ยินแว่วๆ ลุกหนีไปเลย ภรณีแนะให้แม่เอาคลิปนี่ให้พี่ภพดูจะได้รู้ว่านางร้ายนั่นเป็นคนอย่างไร เกศรีทำตามที่ลูกสาวว่า ภวาภพเปิดมือถือเห็นคลิปที่แม่ส่งมาให้ เป็นภาพแขวลัยเดินไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของอาทิตย์ออกจากกองถ่ายละคร เจ็บแปลบใจมาก

กดลบคลิปนั่นทิ้ง...

เช้าวันต่อมา ขณะแขวลัยเตรียมตัวจะไปทำงาน พรรณีรู้เรื่องที่เธอรับงานอีเวนต์ซึ่งทำให้ได้ค่าตัวหลักหมื่น บอกกับเธอว่าจะเอาเงินจำนวนนี้ไปดาวน์รถมาให้วันเนาว์กับชมจันทร์นั่ง วันเนาว์ขอมอเตอร์ไซค์จะเอาไว้ไปซิ่ง

“พี่แกเขาไปออกงานอีเวนต์แป๊บเดียวก็ได้ค่ามอเตอร์ไซค์แล้ว”

แขวลัยทนฟังต่อไปไม่ไหว ลุกขึ้นขอตัวไปทำงาน แล้วเดินออกจากบ้านด้วยใจห่อเหี่ยวที่ทุกคนล้วนอยากได้โน่นได้นี่ ทันทีที่เปิดประตูบ้านออกมาเจออาทิตย์รอรับไปส่งกองถ่ายอยู่ พลันมีเสียงพ่อกับแม่ทะเลาะกันเรื่องเงิน แขวลัยอับอาย รีบเดินไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ของอาทิตย์ เร่งให้รีบไป...

การทะเลาะตบตีกันเพื่อแย่งเงินของพ่อกับแม่ทำให้วันเนาว์ ปรางค์ทิพย์และชมจันทร์เอือมระอา อุตส่าห์ย้ายมาอยู่สถานที่ดีขึ้น สภาพแวดล้อมดีขึ้น แต่พ่อกับแม่ไม่เคยเปลี่ยนไม่เคยทำอะไรให้ดีขึ้น สามคนพี่น้องมองพ่อกับแม่ที่ทะเลาะกันไม่เลิกด้วยความเซ็ง...

ถึงวันประกาศผลสอบ ภรณียืนหน้าเครียดไม่กล้าดูคะแนนที่ประกาศบนบอร์ดของคณะ กลัวจะสอบได้คะแนนไม่ดีทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ยืนลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนตัดใจเข้าไปดู ปรากฏว่าเธอทำคะแนนสอบได้ดี บันดาลเข้ามาแสดงความยินดีด้วย เธอขอบคุณเขาแล้วเดินหนีไปเลย...

ณ กองถ่ายละคร หมวกที่ตัวร้ายอย่างสงวนศักดิ์ต้องสวมเข้าฉากหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนเสื้อตัวนั้น ทีมงานฝ่ายคอสตูมช่วยกันหาทั่วห้องแต่งตัวแต่ไม่พบ สงวนศักดิ์เอะใจว่าอาจเป็นฝีมืออนุวดีอีกครั้งจึงเดินหาจนเจอเธอกับแขวลัยกำลังใช้หมวกเป็นพร็อพซ้อมเต้นสำหรับงานอีเวนต์อาทิตย์หน้า เขาเข้าไปคว้าหมวกคืน

ooooooo


ละครนางร้าย ตอนที่ 2 อ่านนางร้ายติดตามละครนางร้าย ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย กิตตน์ก้อง ขำกฤษ, ทิสานาฏ ศรศึก 9 ม.ค. 2562 10:25 2019-01-12T03:29:18+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ