ข่าว

วิดีโอ



นางร้าย

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรคแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย: ตะวัน จารุจินดา

ผลิตโดย: บริษัท มงคลดี โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: กิตตน์ก้อง ขำกฤษ, ทิสานาฏ ศรศึก

แขวลัยเด็กสาวยากจน ดิ้นรนต่อสู้ชีวิตตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ม.ปลาย รับจ้างทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว เขมผู้เป็นพ่อไม่ทำงานทำการ วันๆดื่มแต่เหล้าเมาหัวราน้ำ พรรณีแม่ของเธอถนัดอย่างเดียวคือเล่นการพนัน ส่วนน้องๆอีกสามคนของเธอยังอยู่ในวัยเรียนแต่ไม่มีใครเอาไหนสักคน

พรรณีรักลูกทั้งสามคน ปรางทิพย์ ชมจันทร์และวันเนาว์มากแต่ไม่รักแขวลัย มักจะดุด่าว่ากล่าวให้ช้ำใจตลอดทั้งที่เธอเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว

วันนี้แขวลัยไปทำงานที่ไซต์ก่อสร้าง แม้จะตัวเล็กแต่ก็ทำงานได้แข็งขันไม่แพ้ผู้ชาย เลยเวลาเลิกงานไปแล้วเธอยังคงทำงานล่วงเวลาไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หัวหน้างานชอบที่เธอขยัน แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ถามว่าทำโอที

ทุกวันแบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปเรียนจนจบ

“จะจบแล้วอีกเดือนเดียว ค่ำนี้เสร็จงานขอค่าแรงเลยนะพี่”

“เออ นางจอมอึดไม่เบี้ยวหรอกน่า แกน่าจะไปเป็นนางเอกนางแบบนะเว้ยแกสวยนะไอ้แข”

เพื่อนคนงานปากเสียทันทีไม่ใช่แค่สวยน่าหม่ำอีกต่างหาก เธอได้แต่ด่าลอยๆว่าหยาบคายน่ารังเกียจ แล้วทำงานต่อไปไม่ได้สนใจอะไรคนงานปากเสียคนนั้นอีกโดยไม่รู้ว่าคนงานชั่วนั่นคิดไม่ซื่อ...

ในเวลาเดียวกันที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ภวาภพในชุดครุยรับปริญญาในมือหอบช่อดอกไม้ที่มีคนมาแสดงความยินดีเต็มไปหมด กำลังถ่ายรูปกับภรณีน้องสาวแสนเรียบร้อย วิชาญกับเกศรีผู้เป็นพ่อและแม่โดยมีนักข่าวสายบันเทิงตามมาเก็บภาพและคอยสัมภาษณ์เป็นระยะๆ

“น้องภวาภพหล่อรวย คุณพ่อคุณแม่เป็นเจ้าของค่ายเพลงค่ายละครใหญ่ ไม่ลงเล่นละครบ้างหรือคะ”

ภวาภพไม่ตอบได้แต่ยิ้ม วิชาญจึงตอบคำถามแทนว่าแค่ยอมให้ไปถ่ายแบบเดินแบบก็ถือว่ามากแล้ว ส่วนเรื่องเล่นละครคงต้องปรึกษาเกศรีแล้วหันไปทางผู้เป็นภรรยาเพื่อให้ออกความเห็น เธอไม่ค่อยอยากให้ลูกเดินทางนี้ความจริงอยากให้ไปเรียนต่อโทที่เมืองนอกทันทีด้วยซ้ำ แต่วิชาญอยากให้ลูกช่วยฝึกงานที่บริษัทไปก่อน เรื่องเล่นละครมีคนติดต่อมาตลอดแต่ทางเรายังไม่โอเค

“นั่นสิคะ มีค่ายมีเวลาของตัวเองทุกอย่างเมื่อไหร่ก็ได้ เรื่องเล่นละครนี่น้องภวาภพสนใจไหมคะ” นักข่าวซัก ภวาภพแล้วแต่คุณพ่อคุณแม่ว่าอย่างไรเขาว่าตามท่าน นักข่าวยังคงยิงคำถามเพิ่มเติมเรื่องเขามีแฟนหรือยัง


ภวาภพได้แต่นิ่ง เป็นจังหวะเดียวกับคุณหญิงนภาและลดาวัลย์ถือช่อดอกไม้เดินแทรกผู้คนเข้ามา

ลดาวัลย์สาวสวยนักเรียนนอกแต่งตัวเปรี้ยวเข็ดฟันเดินไปหอมแก้มแสดงความยินดีกับภวาภพหน้าตาเฉย ช่างภาพพากันกดชัตเตอร์รัวๆ การที่เธออุตส่าห์บินมาจากอังกฤษครั้งนี้เพื่อมาประกาศออกสื่อว่าตัวเองเป็นว่าที่คู่หมั้นของภวาภพ โดยไม่สนใจว่าฝ่ายชายจะเออออไปด้วยหรือไม่ ภวาภพเซ็งมากรีบหันไปทางพ่อกับแม่

“คุณพ่อคุณแม่เรามีงานเลี้ยงค่ำนี้ นี่จะหกโมงควรรีบไปกันแต่เนิ่นๆนะครับ”

“จริงสิ ขอตัวก่อนทุกคน ขอบคุณมากครับ” วิชาญหันไปยิ้มให้พวกนักข่าวกับช่างภาพ

ooooooo

แขวลัยเซ็นชื่อรับเงินเสร็จเอาเงินใส่กระเป๋าสะพาย หัวหน้าเห็นท่าทางร้อนรนของเธอถามว่าจะรีบไปไหน เธอมีงานเสิร์ฟอาหารค่ำนี้แล้วเร่งฝีเท้าออกจากไซต์งาน คนงานปากเสียมองสบตากับเพื่อนแล้วมองตามเธอไป

ระหว่างเดินมาตามซอยเปลี่ยวเพื่อออกไปขึ้นรถเมล์ไปทำงานต่อ คนงานปากเสียกับเพื่อนขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนท้ายกันตามมาจนทันอาสาจะไปส่งให้ เธอไม่ยอมไปด้วย ทั้งคู่เห็นไม่มีผู้คนแถวนั้นจัดแจงฉุดเธอจะเอาไปข่มขืน เธอสู้สุดฤทธิ์ไม่ยอมให้ถูกรังแกง่ายๆ หนึ่งคนงานทุบตีชกเธอปากเจ่อ

ก่อนเธอจะเสียทีให้คนชั่ว เกตุวดีกับอนุวดีสองแม่ลูกขับรถผ่านมาเจอพอดี เบนรถพุ่งใส่ พวกคนชั่วโดดหนีไปคนละทิศละทาง ครั้นตั้งหลักได้พากันขี่มอเตอร์ไซค์หนีหายไปในความมืด สองแม่ลูกลงจากรถไปดูแขวลัย

“หนูไม่เป็นอะไรแล้วนะ” เกตุวดีประคองเธอขึ้นมา แขวลัยยกมือไหว้ขอบคุณที่ช่วยเอาไว้ อนุวดีเร่งให้ขึ้นรถกันก่อน เดี๋ยวเกิดพวกมันกลับมาจะเกิดเรื่อง แล้วช่วยแม่ประคองแขวลัยขึ้นรถ ด้วยความเกรงใจแขวลัยขอลงแค่หน้าปากซอย อนุวดีไม่ยอมให้ลง มืดก็มืดแถมเปลี่ยวอีกต่างหาก อาสาจะไปส่งให้ถึงบ้าน

“ขอบใจแต่ คือ เอ้อ...จะไปทำงานน่ะ”

“ทำงานอะไรหรือหนู” เกตุวดีซัก

“เสิร์ฟอาหารในงานเลี้ยงไฮโซค่ะ”

อนุวดีถามไปถามมาปรากฏว่างานที่แขวลัยไปทำเป็นงานเดียวกับที่เธอต้องไปแสดง แขวลัยมองสองแม่ลูกอย่างซาบซึ้งใจในไมตรีที่มีให้ ไม่นานนักเกตุวดีขับรถมาจอดหน้าประตูทางเข้าล็อบบี้ บอกให้สองสาวรีบลงไปแต่งตัว เดี๋ยวท่านจะตามไปหาที่ห้องแต่งตัวที่ทางเจ้าของงานจัดไว้ให้


ระหว่างเดินไปที่ห้องแต่งตัว แขวลัยชมเกตุวดีไม่หยุดปากว่าใจดีแล้วก็น่ารักมาก อนุวดียอมรับว่าแม่เป็นอย่างนั้นจริงๆ เป็นทั้งพ่อของตนเองไปในตัวเนื่องจากพ่อตายไปนานแล้ว ชมแม่ไม่พอแขวลัยชมอนุวดีด้วยว่าสวยกว่านางเอกบางคนเสียอีก อนุวดีมองหน้าอีกฝ่ายแล้วหัวเราะขำ

“เธอก็สวยจังถ้าไม่ได้โดนคนเลวต่อยปากโดยเฉพาะตาของเธอสวยจริงๆเป็นผู้หญิงด้วยกันยังอยากมองซ้ำ”

“ขอบคุณ เราต้องรีบแล้วเรามาช้า”

ooooooo

ณ ห้องจัดเลี้ยงของครอบครัววิชาญ แขกผู้มีเกียรติพากันมาร่วมงานคับคั่ง ภวาภพในชุดหล่อเป็นเป้าสายตาของสาวเล็กสาวใหญ่อยากจะเป็นผู้หญิงของเขา แต่ลดาวัลย์ไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นเดินคลอเคลียไม่ห่างแสดงความเป็นเจ้าของให้สาวอื่นอิจฉาเล่น แม้เขาจะไม่ค่อยชอบใจนักแต่ก็ต้องฝืนยิ้มเอาไว้

วิชาญ เกศรีและคุณหญิงนภาต่างมองทั้งคู่อย่างชื่นชม โดยเฉพาะคุณหญิงนภาดูจะปลื้มออกนอกหน้า

“เหมาะสมกันมาก ช่างเหมือนเทพบุตรกับเทพธิดาลงมาจุติเลยนะคะ” พูดไม่ทันขาดคำ พักตร์สุดานางเอกชื่อดังปราดเข้ามาไหว้ทักทายวิชาญและเกศรีอย่างสนิทสนม ยังบอกอีกด้วยว่าแม่ของเธอฝากความคิดถึงมาให้ท่านทั้งสองด้วย ทั้งวิชาญและเกศรีทักตอบพร้อมกับถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันสักพัก เธอผละจากไป คุณหญิงนภามองตามไม่ชอบขี้หน้าถามว่านั่นใคร เกศรีเฉลยว่าชื่อแพทหรือพักตร์สุดาเป็นดาราดัง

“มือแข็งมากมันไม่ไหว้ฉัน”

“ขอโทษค่ะเมื่อสักครู่ลืมแนะนำ”

คุณหญิงนภาถึงกับร้องเอะอะเมื่อเห็นพักตร์สุดาตรงรี่ไปหาภวาภพ ด่าเธอว่าเป็นผู้หญิงชั้นต่ำคอยแต่จะเกาะติดผู้ชายเหมือนตุ๊กแกเกาะผนัง เกศรีต้องแก้ตัวแทนว่าพักตร์สุดาเป็นถึงลูกสาวอธิบดี สมัยนี้ไฮโซชอบเป็นดารามาก คุณหญิงนภามองด้วยความเป็นกังวลเกรงเธอจะมาเกาะแกะว่าที่ลูกเขยตัวเอง...

ด้านภวาภพต่อว่าลดาวัลย์ว่าทำไมถึงไปบอกใครต่อใครว่าเราสองคนจะหมั้นกันในเมื่อเราไม่ได้จะหมั้นกันจริงๆสักหน่อย เธออ้างนานๆจะมาเมืองไทยสักทีต้องพรีเซนต์ตัวเองให้เป็นข่าวจะได้เป็นจุดสนใจ เขาท้วงแต่มันยังไม่ใช่เรื่องจริง ลดาวัลย์มั่นใจสักวันจะเป็นจริงแล้วชวนเขาลองเล่นบทคู่หมั้นกันดู


จังหวะนั้นพักตร์สุดาพุ่งมาถึงตัวภวาภพขอโทษเขาที่ไม่ได้ไปยินดีตอนเขารับปริญญา แล้วหันไปหยิบดอกไม้ในแจกันบนโต๊ะยื่นให้ ลดาวัลย์ต้องการจะข่มอีกฝ่ายจึงอ้อนภวาภพ “ฮันนี่ คือเบบี๋อยากดื่มไวน์ค่ะ”

พักตร์สุดาหันไปคว้าแก้วไวน์จากถาดในมือคนเสิร์ฟมายัดใส่มือ ลดาวัลย์ยังไม่ทันรับแก้ว นางเอกตัวแสบแกล้งปล่อยมือ แก้วไวน์หกใส่เสื้อสวยของลดาวัลย์ เธอแสร้งขอโทษขอโพยยกใหญ่ ลดาวัลย์ร้องกรี๊ดๆแล้วนี่จะทำอย่างไรดีชุดสวยเลอะหมดแล้ว ภวาภพแนะให้เธอไปเปลี่ยนชุดหรือไม่ก็ซื้อใหม่ไปเลย

เสียงแผดแปดหลอดของลดาวัลย์ทำให้คนหันมองเป็นตาเดียวกัน ภวาภพทนไม่ได้เดินหนี พักตร์สุดามัวแต่ยิ้มสะใจลดาวัลย์หันมองอีกทีเขาหายไปแล้วรีบเดินหา...

ที่ประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยงด้านหลัง แขวลัยในชุดพนักงานเสิร์ฟแต่งหน้าปกปิดรอยฟกช้ำที่ถูกคนชั่วซ้อม แต่ปากปิดไม่มิดเพราะเจ่อเป็นปากครุฑ จึงต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่ออำพรางไว้ อนุวดีอวยพรให้แขวลัยโชคดี ตนขอไปซ้อมเต้นก่อน แขวลัยอวยพรกลับขอให้เธอโชคดีเช่นกัน อนุวดียิ้มรับเดินแยกไปอีกทาง ขณะที่แขวลัยกำลังดึงประตูเพื่อเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง ภวาภพดันประตูพรวดออกมาโดนปากเธอเต็มๆถึงกับเลือดซึม เขาตกใจ

“ผมซุ่มซ่ามมากผลักประตูมาโดนปากคุณเลือดออกเลย ขอโทษนะครับ”ว่าแล้วภวาภพจับหน้ากากอนามัยจะเปิดดู แขวลัยถอยหนีพลางกุมปากไว้ เขาขอดูปากเธอหน่อย  วานให้ช่วยเปิดหน้ากากจะได้รู้ว่าหนักหนาขนาดไหน เธอส่ายหน้าไม่ยอมทำตาม หลบเข้าห้องจัดเลี้ยงไปเลย เขาจะคว้าตัวแต่ไม่ทัน...

ภายในห้องซ้อมเต้น ครูสอนเต้นเห็นทุกคนซ้อมเต้นเรียบร้อยสั่งให้ไปเปลี่ยนชุดเตรียมขึ้นเวที ครูกับทุกคนออกไปกันหมดเหลือแค่อนุวดียืนมองกระจกเงาเพียงลำพัง นึกถึงคำสอนของแม่ขึ้นมาได้ที่บอกให้สบตา ตวัดสายตาให้คนดู ก็เลยลองทำตาม จิกตาไปที่ประตูห้อง สงวนศักดิ์เปิดประตูเข้ามาพอดีเลยกลายเป็นสบตากับเขาแล้วตามด้วยตวัดสายตาให้ เขายืนมองงงๆ เธอเขินที่ตัวเองทำท่าทางเว่อร์ๆออกมา ก็เลยตวาดเขากลบเกลื่อน

“มองอะไรไม่ทราบ หลีก” อนุวดีเดินออกจากห้องพลางบ่นพึมพำ “ไม่มีมารยาท ไม่รู้จักคำว่าขอโทษ”

“ด้วยข้อหาอะไรไม่ทราบ” มีเสียงสงวนศักดิ์ดังมาจากข้างหลัง เธอหันขวับมอง ต่อว่านึกว่าเป็นดาราแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือ จากนั้นสะบัดบ๊อบใส่จ้ำพรวดๆ ต่อไป

ooooooo

ภรณีกระหายน้ำอยากดื่มน้ำส้ม  สั่งแจ๋นพี่เลี้ยงตัวเองที่ตามประกบไม่ห่างให้ไปหามาให้ แจ๋นรีบเดินแหวกแขกเหรื่อออกไป ไม่นานนักมีแก้วน้ำส้มพันกระดาษทิชชูเรียบร้อยยื่นมาตรงหน้า

“คั้นสดหรือเปล่า  ไม่ชอบที่มาจากกล่อง” ภรณีเงยหน้ามองคนส่งแก้วน้ำส้มมาให้ก็ตกใจที่เจอบันดาลยืนอยู่

“อ๋อ คุณต้องการน้ำส้มคั้นสดนะครับ”

หญิงสาวประหม่าไม่กล้าตอบ เดินหนี...ฝ่ายภวาภพเป็นห่วงผู้หญิงสวมหน้ากากอนามัยที่ตัวเองเปิดประตูไปชนจนปากแตกเลือดไหล เดินหาจนเจอเธอเสิร์ฟเครื่องดื่มอยู่ เข้าไปขอโทษที่ทำให้เธอปากแตก อยากรู้ว่าเลือดหยุดหรือยัง เธอยังไม่ทันตอบ พักตร์สุดาเดินมาประกบข้างภวาภพ ขณะที่ลดาวัลย์ซึ่งเปลี่ยนชุดแล้วเข้ามาประกบอีกข้างหนึ่ง

“ขอน้ำส้มแก้วหนึ่ง นางเอกต้องชอบดื่มน้ำส้ม” ลดาวัลย์คว้าแก้วน้ำส้มไปจากถาดในมือแขวลัยยื่นให้ พักตร์สุดาซึ่งยังไม่ทันรับเธอปล่อยแก้วเสียก่อน น้ำส้มหกรดกระโปรง เธอจะโวยวายก็ไม่กล้าเพราะเมื่อครู่ก็ทำกับลดาวัลย์เอาไว้แบบเดียวกัน อีกทั้งต้องรักษาภาพนางเอกต่อหน้าสื่อ แขวลัยจะไปเอาผ้ามาเช็ดกระโปรงให้ เธอตวาดว่าไม่ต้อง แล้วหันไปไหว้ลาวิชาญกับเกศรี ขอบคุณที่เชิญมาร่วมงาน แขวลัยก้มลงไปเช็ดน้ำส้มที่นองพื้น

ลดาวัลย์ยิ้มหยันใส่พักตร์สุดา ก่อนจะตกใจที่เห็นภวาภพก้มลงไปช่วยเด็กเสิร์ฟเช็ดพื้น เกศรีโวยใส่ลูกว่านั่นคิดจะทำอะไร เขากระซิบกับแขวลัยว่ารับคำขอโทษของเขาได้ไหม เธอไม่กล้าสบตาด้วยก้มหน้างุด ลดาวัลย์เห็นพวกนักข่าวสนใจที่เขาลงไปเช็ดพื้นก็เลยเอาบ้างกระชากผ้าไปจากมือแขวลัยมาเช็ดเองแล้วโพสท่าสวยให้นักข่าวเก็บช็อตเด็ด มีเสียงพิธีกรในงานประกาศว่าถึงเวลาแสดงของนักเต้นลูกศิษย์ครูไก่แล้ว

“ครูไก่ส่งมางานนี้โดยเฉพาะเป็นของขวัญในการรับปริญญาของคุณภวาภพ ภูวดล ขอเสียงตบมือด้วยฮะ”

ทุกคนเลิกสนใจภวาภพกับลดาวัลย์ หันไปมองเวทีเป็นตาเดียวกัน อนุวดีซึ่งแสดงเป็นตัวเอกบนเวทีเต้นได้สวยงามเรียกเสียงตบมือจากแขกผู้ร่วมงานกึกก้อง ความสวยของเธอทำให้เก๋มองด้วยความสนใจ ภรณียืนดูอยู่กับแจ๋นมองเธออย่างชื่นชม ภวาภพเข้ามายืนข้างน้องสาวถามว่าไม่อยากหัดเต้นแบบนี้บ้างหรือ

“พี่ภพก็พูดเข้า แค่น้องคิดคุณพ่อคุณแม่ก็อกแตกตายแล้วค่ะ นี่ต้องเรียนให้หนัก ถ้าน้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติดคณะที่คุณพ่อคุณแม่สั่ง ท่านคงผิดหวัง และนั่นคือความผิดที่น้องต้องยอมรับว่าไม่กตัญญูท่าน”

ภวาภพมั่นใจว่าน้องต้องทำได้และจะคอยเป็นกำลังใจให้ ระหว่างนั้นบันดาลยื่นแก้วน้ำส้มให้ภรณี

“น้ำส้มคั้นสดๆครับ”

ภรณีตกใจถอยไปเบียดพี่ชาย แจ๋นรีบเข้าไปรับแก้วน้ำส้มจากบันดาลแทน อดถามไม่ได้ว่าไปเอาน้ำส้มคั้นสดจากที่ไหนในงานนี้ไม่มีให้ เขาไปหามาจากร้านในโรงแรม แล้วค้อมหัวให้ค่อยๆถอยหลังออกไป

“มันต้องแพงแน่ๆ เราต้องคืนเงินเขา น้อง”

ภวาภพหันมองอีกที บันดาลหายไปแล้ว ภรณีรับน้ำส้มมาจากแจ๋นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว อีกด้านหนึ่งบนเวทีการแสดงจบแล้ว อนุวดีได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก มะไฟถือดอกไม้ช่อใหญ่เอาไปมอบให้เธอชมว่าเต้นสวยมาก

ooooooo

ระหว่างที่อนุวดีกับแขวลัยไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัว เก๋กับมะไฟตามเข้ามาแนะนำตัว เก๋เป็นผู้จัดละคร ส่วนมะไฟเป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ของกองละคร สนใจในตัวอนุวดีมากอยากชวนไปแคสเพื่อแสดงละครเรื่องใหม่ซึ่งต้องการแต่ดาราหน้าใหม่ๆ เธอขอถามแม่ก่อน เกตุวดีเดินยิ้มเข้ามาอย่างสมใจ แต่วางฟอร์มไม่สนใจ

“นี่ค่ะ คุณแม่ขอเบอร์โทร.ไว้ได้ไหมคะ คุยกับลูกสาวแล้วจะติดต่อกลับไปค่ะ”

“ยินดีฮะ แต่เก๋ว่าเชิญคุณแม่ไปเจรจากับเก๋ข้างนอกด้วยกันตอนนี้ก่อนเถอะฮะ” เก๋จะเดินนำออกไปแต่เห็นมะไฟเอาแต่จ้องอนุวดีไม่วางตาเอาศอกกระทุ้งสีข้างให้เขารู้สึกตัว บอกให้ไปกันได้แล้วแล้วขยับจะไป แต่หันกลับมาจ้องหน้าแขวลัยที่สวมหน้ากากอนามัย มองดวงตาที่สวยสะกดใจของเธออย่างสนใจถามว่าใบหน้าเป็นอะไรถึงต้องสวมหน้ากากแบบนี้  เธอโกหกว่าปากเจ่อถูกประตูกระแทก

“ตาน้องปังมากๆ เอาเป็นว่าน้องสนใจอยากแสดงละคร ไปกับน้องอนุวดีได้เลยฮะ เราต้องการนักแสดงหน้าใหม่ ต้องการหลายคนด้วย น้องเปลี่ยนเสื้อตามสบาย พี่เก๋ขอคุยกับคุณแม่ด้านนอกฮะ” เก๋เดินนำเกตุวดีออกไปโดยมีมะไฟตามไปอีกทอดหนึ่ง สองสาวหันมาเปลี่ยนชุดกันต่อ ยังไม่ถอดเสื้อผ้า สงวนศักดิ์เปิดประตูผลัวะเข้ามาจะเปลี่ยนเสื้อแต่เจอสองสาวก็มองตาขวาง อนุวดีไม่ชอบขี้หน้าเขาเป็นทุนเดิมจึงเสียงห้วนใส่

“ที่นี่ห้องคนธรรมดาไม่ใช่ห้องดาราค่ะ”

“ผมขอเป็นคนธรรมดา กรุณาหันไปทางอื่นหรือยืนหลับตา ผมจะเปลี่ยนชุดรีบไปกองถ่ายเขารออยู่” เขารอจนสองสาวหันหน้าไปทางอื่น ถอดกางเกงออกเหลือแค่บ็อกเซอร์แล้วรีบสวมกางเกงวอร์มทับ...

ด้วยความเกรงใจ แขวลัยเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ขอตัวกลับ เกตุวดีไม่ยอมให้ไป ดึกป่านนี้จะกลับคนเดียวได้อย่างไร อาสาจะไปส่งให้ จากนั้นทั้งสามคนเดินไปที่จอดรถด้วยกันโดยไม่รู้ว่าภวาภพแอบมองอยู่

จากนั้นไม่นานเกตุวดีขับรถมาจอดหน้าปากซอยชุมชนแออัด แขวลัยไหว้ขอบคุณเธอที่มาส่งโดยไม่รังเกียจว่าตนเองเป็นกรรมกรก่อสร้าง เกตุวดีจะรังเกียจได้อย่างไรในเมื่อเป็นคนเหมือนกัน

“อย่าลืมนะ ไปแคสตัวนักแสดงตามที่พี่เขาบอกนะ เจอกัน” อนุวดีโบกมือลาแขวลัยซึ่งโบกมือตอบแล้วเดินเข้าซอยไปโดยไม่รู้ว่าภวาภพที่สะกดรอยตามตั้งแต่ออกจากโรงแรมเดินตามไปห่างๆ

การตามแขวลัยมาถึงบ้านซอมซ่อของเธอครั้งนี้ทำให้ภวาภพได้รู้ว่าผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้รับผิดชอบหาเงินเข้าบ้านเพียงคนเดียว พ่อเอาแต่ดื่มเหล้า แม่ติดการพนัน ทั้งคู่ทะเลาะเบาะแว้งกันเสียงลั่นซอยไปหมด เรื่องที่ทำให้มีปากเสียงกันก็ไม่พ้นเรื่องเงินๆทองๆ เถียงกันไปเถียงกันมาจะตีกัน แขวลัยที่ยืนฟังอยู่เห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งเข้าไปดู

ภวาภพมองตามเธออย่างเห็นใจ จังหวะนั้นเขาต้องรีบหลบเข้ามุมมืดเมื่อได้ยินเสียงคนหัวเราะกัน

“นังชม ไอ้วัน แกสองคนแอบไปพี้อะไรมา ระรื่นมากเลยนะ จะฟ้องแม่  จะบอกพี่แขตัดเงินค่าขนมพวกแก”

“พี่ปรางค์นั่นแหละตัวดี ที่กลับบ้านเอาป่านนี้หนีเรียนไปเที่ยวกับผู้ชาย จะบอกพี่แขว่าพี่หาเงินเที่ยวเองได้แล้วไม่ต้องจ่ายค่าขนม” ชมจันทร์เถียงพี่สาวคนรองฉอดๆ ปรางค์ทิพย์เตือนให้น้องสาวระวังตัวให้ดี ไปพี้ยาจนเมากลับมาสักวันจะเจอข้อหาเสพยาติดคุกหัวโต พลันมีเสียงแขวลัยตะโกนเสียงดังออกมาจากบ้าน

“พ่อแม่ หยุดกันได้แล้ว  นี่เงิน เอาไปเลยแล้วเลิกตีกัน”

ปรางค์ทิพย์ ชมจันทร์และวันเนาว์ได้ยินคำว่าเงิน แข่งกันวิ่งเข้าบ้านจะขอเอี่ยวด้วยคน ภวาภพได้ฟังแล้วยิ่งสงสารแขวลัยจับใจ สามพี่น้องเข้าไปในบ้านได้แบมือขอค่าขนมจากพี่สาว แขวลัยดึงหน้ากากอนามัยออก เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าตัวเองโดนอะไรมาบ้าง ทุกคนถามเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นอะไร

“ก็ทำงานจนมืดค่ำหาเลี้ยงทุกคนไงล่ะ เลยโดนฉุดจะเอาไปข่มขืน โชคดีมีคนมาช่วยเอาไว้ทัน แถมไอ้ปากที่เจ่อบวมยังเจอคนเซ่อซ่าซุ่มซ่ามเปิดประตูมาใส่ซ้ำจนเลือดกบปาก”

ภวาภพได้ยินเต็มสองหูยิ่งสงสารเธอมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

ooooooo

หลายวันผ่านไป แผลบนใบหน้าของแขวลัยหายสนิท ทำให้เธอกลับมาสวยเหมือนเดิมเนื่องจากค่าใช้จ่ายในบ้านเพิ่มขึ้นทุกวัน งานกรรมกรก่อสร้างกับเป็นพนักงานเสิร์ฟไม่พอยาไส้ แขวลัยนึกถึงที่เก๋ชวนให้ไปแคสเป็นนักแสดงก็สนใจขึ้นหวังจะได้เงินเพิ่ม เมื่อไปถึงสตูดิโอคัดเลือกนักแสดง แขวลัยได้เจอกับอนุวดีที่มาแคสเช่นกัน เอ๋ มะไฟและโฮ่ง ผู้กำกับคัดเลือกสาวสวยหลายร้อยคนเหลือเพียงแขวลัยกับอนุวดีที่สวยพอฟัดพอเหวี่ยงกันเหมาะสมจะได้บทนางเอก

เพื่อให้ได้ตัวนางเอกตามที่ต้องการ โฮ่งจึงให้อนุวดีกับแขวลัยแสดงบทนางเอกให้ดู คราวนี้มีสงวนศักดิ์มาช่วยรับเป็นตัวร้ายให้ทั้งที่ไม่เคยเอื้อเฟื้อใครอย่างนี้มาก่อน การแคสของอนุวดีผ่านฉลุย แขวลัยรู้ดีว่าเพื่อนผู้ใจดีของตัวเองต้องการได้บทนางเอกมากก็เลยหลีกทางให้ หันไปแคสบทนางร้ายแทน ทุกคนบ่นเสียดายโดยเฉพาะน้อยบ่นกับโฮ่งว่านางร้ายสวยเกินไปขนาดนี้จะดีหรือ สงวนศักดิ์ตั้งข้อสังเกต

“บางทีมีนางร้ายสวยมากๆเอาไว้สักคนจะได้เอาไว้ปรามนางเอกว่าอย่าคิดว่าแน่ นางร้ายสวยกว่าเธอก็มี”

เก๋กับมะไฟเห็นด้วยกับสงวนศักดิ์ โฮ่งจะเอาเรื่องนี้กลับไปพิจารณาแล้วจะส่งข่าวให้แขวลัยรับรู้อีกที เธอขอบคุณทุกคนมาก ไหว้ลาก่อนจะออกไป สวงนศักดิ์ยิ้มให้พร้อมบอกลาเธอตอบ เก๋เดินมาหาเขา

“ปิ๊งน้องแขวลัยเหรอ ดีเลยเพราะไอ้มะไฟมันสนใจน้องวดีสุดๆ”

สงวนศักดิ์ไม่พูดอะไรได้แต่ยืนนิ่ง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เกศรีมาส่งภรณีที่มหาวิทยาลัย เจอบันดาลทำถุงใส่ของสดตกที่ถนนขวางหน้ารถ คนขับกระแทกเบรกหัวแทบทิ่ม ภรณีจำได้ว่าเขาคือเด็กเสิร์ฟที่เอาน้ำส้มมาให้ในงานเลี้ยงฉลองรับปริญญาของภวาภพ เกศรีไม่พอใจกดกระจกรถลงด่าเขาว่าถือของประสาอะไร รถราของตนจะพังหมด ภรณีกระซิบกับแม่

“ของเขาก็อาจจะเสียหายนะคะคุณแม่”

เกศรีควักเงินออกมาสองพันบาทให้บันดาลเป็นค่าเสียหาย แม้ความจริงของที่เขาทำหล่นจะไม่เกี่ยวกับตนก็ตาม เขายกมือไหว้ขอบคุณที่กรุณาแต่เขาคงรับเงินไม่ได้ เกศรีเหน็บเขาว่าหยิ่ง แจ๋นจำเขาได้ นี่มันคนเสิร์ฟน้ำส้มให้คุณหนูวันงานเลี้ยง ไม่มีน้ำส้มคั้นมันยังดันไปซื้อมาให้ ภรณีจำได้แต่แรกแล้วแต่ทำเฉย

“ตายล่ะ นี่มันเรียนที่นี่หรือ อย่าได้ไปพูดจาด้วยทีเดียวนะลูก คนละเกรดกับเรา”

ภรณีรับคำ มองบันดาลที่เก็บข้าวของที่ตกพื้นกระทั่งรถของเธอเคลื่อนออกไป...

วันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ของคณะเภสัช เหล่านักศึกษาจะมากับผู้ปกครอง ภรณีมากับแม่ไม่พอยังมีแจ๋นตามเป็นเงาอีกต่างหาก ขณะกำลังจะเข้าห้องปฐมนิเทศเจอบันดาลกับแม่ซึ่งแต่งตัวง่ายๆไม่โก้หรูอะไร เขาส่งยิ้มทักทายเธอ แจ๋นสะกิดบอกเกศรีว่าเจอเด็กนั่นอีกแล้ว เกศรีรีบดึงลูกมาไว้ด้านหลัง บ่นอุบนี่มันเรียนคณะเดียวกับลูกจริงๆด้วย มันมาได้อย่างไร

“เขาก็คงสอบเข้ามาได้ไงคะคุณแม่”

“อย่าทีเดียวนะลูก อย่าเป็นเพื่อนกับมันเด็ดขาดเรียนเท่านั้น เรียนสถานเดียว...แจ๋นเธอมีหน้าที่เฝ้าคุณหนูไม่ให้ห่างสายตา ยกเว้นเวลาเข้าห้องเรียน ถ้าเป็นไปได้สังเกตการณ์ห่างๆระวังการเดินเข้าเดินออกจากห้องเลกเชอร์  อย่าให้มันมาเดินเคียงทีเดียว” เกศรีเหยียดชนชั้นอย่างหนัก แจ๋นรับคำจะไม่ให้ภรณีคลาดสายตา เจ้าตัวถอนใจเซ็ง นี่เธออายุสิบแปดแล้วไม่ใช่เด็กๆไม่ต้องมาตามเฝ้าทุกฝีก้าวก็ได้

“สิบแปดนี่แหละเรื่องใหญ่มันคือวัยใจแตกใจง่ายไปตามความเย้ายวน น้องณียิ่งอ่อนโลกจะเชื่อคนง่าย”


มีเสียงประกาศเรียกนักศึกษากับผู้ปกครองเข้าห้องปฐมนิเทศได้แล้วทำให้เกศรีเลิกบ่นไปโดยปริยาย

ooooooo

วันนี้แขวลัยไปไซต์งานก่อสร้างแต่เช้า หัวหน้าร้องทักล่องหนหายตัวไปไหนมา เธอไม่ได้ล่องหนไปไหนแต่กำลังจะไปทำงานที่ไม่ต้องเสี่ยงโดนปล้ำ เขาตกใจถึงกับร้องเอะอะมีใครปล้ำเธอหรือ คนงานปากเสียกับเพื่อนหายใจไม่ทั่วท้อง ขยับถอยห่าง

“ช่างเถอะหนูมาบอกเฮียว่าหนูขอลาออกจะได้รับคนใหม่แทนหนู ขอโทษที่มาบอกช้าไปนิดนึงหนูไปล่ะ”

หัวหน้างานรอจนแขวลัยไปพ้นแล้วหันมองคนงานปากเสียกับเพื่อนที่ท่าทางลุกลี้ลุกลน ดักคอว่ามันสองคนใช่ไหมที่ไปปล้ำแขวลัย แล้วลุกไปตบหัวพวกมันคนละที...

ลดาวัลย์มาลาภวาภพกลับไปเรียนต่อที่อังกฤษ ระหว่างนั้นมีสายเรียกเข้ามือถือของเธอ ลดาวัลย์มองเบอร์โชว์หน้าจอก็ยิ้มหวานแล้วเดินเลี่ยงออกมาคุยสายห่างออกมา ภวาภพได้ยินเธอเรียกปลายสายว่าดาร์ลิ้ง แถมคุยไปยิ้มไป ก็ไม่ได้สนใจอะไรโบกมือลา เชิญเธอคุยตามสบาย ขอตัวก่อนจะรีบไปถ่ายแบบ เธอหันมา

จะห้ามไม่ให้ไป แต่เขาขึ้นรถขับออกไปเสียก่อน คราวนี้เธอเลิกกระซิบกระซาบกับปลายสายคุยกันอย่างมีความสุข...

ในเวลาต่อมา ที่สตูดิโอของวิชาญและเกศรี ภวาภพกำลังวางมาดถ่ายแบบอยู่กับพักตร์สุดาที่หน้าระรื่นมาก โพสท่าจนได้รูปตามที่ช่างภาพต้องการจึงบอกให้ทั้งคู่พักก่อน พักตร์สุดาถามภวาภพว่าคู่หมั้นหายไปไหนหรือ เขาไม่อยากให้ซักมากความก็เลยโกหกว่าไม่ทราบ เธอไม่วายซักอีกจะหมั้นกันวันไหน เขาไม่มีความเห็นแล้วแต่ผู้ใหญ่จะจัดการ เธอตั้งข้อสังเกตทำไมเขาทำหน้าเหมือนไม่ไยดีกับการหมั้น

“ผมจะออกไปข้างนอก ขอตัวก่อน” ภวาภพเดินลิ่วไปเลย พักตร์สุดาจะตามแต่ทีมงานร้องเตือนว่าโทรศัพท์

ของเธอมีสายเรียกเข้า เธอขัดอกขัดใจ จำต้องเดินไปรับสาย...

ทางด้านภวาภพเดินออกมาถึงโถงทางเดินเห็นอีกสตูดิโอมีคนเดินไปเดินมาแสดงว่ามีการใช้งานเข้าไปถามพนักงานว่าสตูดิโอนั่นถ่ายทำเรื่องอะไรกันอยู่ได้ความว่าคัดเลือกนักแสดงหน้าใหม่จะเอาไปเล่นมิวสิกวิดีโอ

ชายหนุ่มมองไปเห็นสาวน้อยคนหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปที่สตูดิโอนั้น ทีแรกเขาไม่ได้เอะใจอะไร แต่พอเห็นดวงตาสวยคู่นั้นก็จำได้ว่าเป็นเธอคนนั้นนั่นเอง...

ในสตูดิโออีกห้อง เกตุวดีพาอนุวดีเข้ามา น้อยแจ้งกับเกตุวดีว่าละครยังไม่เปิดกล้องรอบทอยู่ ก็เลยจะให้อนุวดีเล่นมิวสิกวิดีโอไปพลางก่อน


“ขอบคุณมากค่ะ น้องวดีตื่นเต้นมากค่ะนอนไม่หลับทั้งคืน”

มีเสียงกระแอมดังขึ้น เก๋หันขวับไปถามสงวนศักดิ์ เจ้าของเสียงกระแอมว่ามีอะไรติดคอหรือ เขาไม่ทันได้ตอบคำถาม แขวลัยเปิดประตูเข้ามาไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อม อนุวดีตื่นเต้นดีใจที่ได้เจอเพื่อน เก๋ร้องบอกว่าแขวลัยได้เล่นด้วย เนื่องจากพระเอกมิวสิกวิดีโอยัง

ไม่ลงตัว แต่ตัวร้ายลงตัวเรียบร้อยแล้วชี้ไปที่สงวนศักดิ์

“สองคนนี่สวยเท่าเทียมแต่สวยคนละแบบ ลองทายสิใครได้เล่นบทไหน” โฮ่งมองสองสาวสลับกันไปมา แขวลัยรีบแจ้งความประสงค์ตัดหน้าอนุวดีขอเล่นเป็นตัวร้าย เธอถึงกับร้องอ้าวอยากจะเล่นบทร้ายเหมือนกันเพื่อเปิดทางให้เพื่อนได้เล่นบทนางเอกบ้าง แต่แขวลัยยืนกรานจะเป็นนางร้าย

“สองคนนี่กำลังแย่งกันเป็นนางร้าย หงวนเลือกคนไหนดีล่ะ”

“น้องแข” สงวนศักดิ์ตอบตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม มะไฟยิ้มกริ่มคิดว่าเขาปิ้งแขวลัย น้อยบ่นไม่เลิกว่าทุกอย่างลงตัวแล้วแต่บทพระเอกยังมีปัญหา อยากได้คนดังๆ มาช่วยดันน้องสองสาวแต่ไม่รู้จะเลือกใครดี พลันประตูสตูดิโอเปิดออก ภวาภพก้าวเข้าในห้องทุกคนหันไปเห็นเขาพากันเงียบกริบทำตัวไม่ถูก แขวลัยตกใจขณะที่อนุวดี กระซิบว่าเขาคือภวาภพเป็นลูกชายเจ้าของสตูดิโอ เธอได้แต่ยืนนิ่งไม่พูดอะไร

“ไม่รู้จักหรือ คนนี้ดังสุด แพงสุดหล่อรวยสุดยามนี้ นี่แค่ถ่ายแบบเดินแบบนะ”

ภวาภพทักว่าเตรียมงานอะไรกันอยู่หรือ โฮ่งกำลังเตรียมงานมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ของบอมบ์อยู่ แล้วบอกให้อนุวดีกับแขวลัยสวัสดีเขา สองสาวยกมือไหว้เขาอย่างนอบน้อม เขาเสนอตัวถ้ามีอะไรไม่สะดวกให้บอกได้เลย

“ขอบคุณมากครับ สะดวกทุกอย่างยกเว้นยังขาดพระเอกมิวสิกครับ”

“ยังไม่ลงตัวสักที คือต้องประเภทหล่อเท่ สดใหม่ สาวที่ไหนเห็นกรี๊ดอยากวิ่งเข้าหา” น้อยเสริม เก๋มีตัวเลือก อยู่บ้างแต่ไม่เข้าข่ายนี้ แถมเล่นตัวอีกต่างหากตำแหน่งนี้ก็เลยว่างอยู่ ขณะที่คนอื่นพูดอ้อมๆ สงวนศักดิ์ยิงตรงประเด็นเลยว่าอย่างภวาภพนี่เข้าข่ายใช่เลย

“ผมเคยแต่เดินแบบ ถ่ายแบบยังไม่เคยลงมือแสดงอะไรเลย”

โฮ่งพยายามชงเต็มที่ว่าถ้าอยากเล่นก็ไม่ยาก ทุกคนมองภวาภพอย่างลุ้นๆ เขากลับบอกว่าติดถ่ายแบบอยู่อีกสตูดิโอหนึ่ง ขอตัวไปถ่ายต่อ แล้วเดินออกไปแต่ไม่วายปรายตามองแขวลัยที่เอาแต่ก้มหน้างุด


“เอาล่ะมีแค่สามก็ซ้อมภาพซ้อมแอ็กติ้งกันก่อน มาเลยทั้งสามคน” โฮ่งสั่งการ “หงวนมายืนกลาง น้องสองคนมายืนประกบข้างพี่หงวนซ้ายขวาไว้ เกาะบ่าพี่เขาไว้”

แขวลัยทำตาม แต่อนุวดีรีๆรอๆก็เลยถูกสงวนศักดิ์เอ็ดให้ทำตามที่ผู้กำกับสั่ง เธอรีบเกาะไหล่เขา

ooooooo

การมาเรียนระดับอุดมศึกษาแต่ยังมีพี่เลี้ยงตามประกบแจทำให้เป็นที่ขบขันของบรรดานักศึกษาที่พบเห็น ครั้นถึงเวลากินมื้อเที่ยง เจอโต๊ะว่างแต่มีจาน ที่กินแล้วอยู่เต็มโต๊ะยังไม่ได้เก็บ ภรณีไม่เคยเจอได้แต่ยืนอึ้ง แจ๋นเหลียวหาคนมาเก็บกวาดทำความสะอาดโต๊ะให้แต่ไม่เห็น จัดแจงชวนภรณีไปกินที่อื่น

“ไม่ต้อง พี่แจ๋นก็เก็บแล้วหาผ้ามาเช็ดโต๊ะเองสิ”

นักศึกษาที่นั่งอยู่แถวนั้นพากันมองภรณีกับแจ๋นเป็นตาเดียวกัน บันดาลหรือบอยถือกะละมังมาเก็บจานชามแก้วแล้วเอาผ้าเช็ดทำความสะอาดโต๊ะเสร็จอย่างรวดเร็ว แจ๋นตื่นเต้นนี่เป็นพนักงานเช็ดโต๊ะที่นี่ด้วยหรือ

“ครับ แม่ผมขายอาหาร พ่อเป็นภารโรงที่คณะนี้ครับ”

“ว้าย ไปไกลเกินกว่าที่คิดเอาไว้อีก คุณหนูขาคุณแม่สั่งว่ายังไงคะ ออกไปกินข้างนอกนะคะ”

“ไม่ไป เสียเวลาจะอ่านหนังสือไปหาอาหารมา อะไรก็ได้ไปสิ” ภรณีพูดจบ แจ๋นรีบออกไปจัดการให้ตามสั่ง บันดาลเสนอขึ้นว่าที่นี่มีน้ำส้มคั้นสดๆจะรับไหม เธอส่ายหน้าหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน แจ๋นกลับมาเห็นบันดาลยังไม่ไปไหนไล่ตะเพิดให้ไปได้แล้ว...

ซ้อมแอ็กติ้งเสร็จ อนุวดีเดินออกจากสตูดิโอพร้อมกับแขวลัย ไม่ลืมขอบคุณเพื่อนที่เสียสละไปเล่นบทนางร้าย เปิดโอกาสให้เธอได้บทนางเอก แขวลัยอ้างว่าที่ทำเพราะพอใจจะเป็นนางร้าย อนุวดีไม่เชื่อรู้ดีว่าแขวลัยทำเพราะกลัวเธอไม่ได้เป็นนางเอก แขวลัยเห็นว่าบทนางเอกเหมาะกับเธอที่สำคัญตนเองมาสมัครงานนี้เพื่อเงินไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง เป็นนางร้ายน่าจะดีกว่าเป็นนางเอก นางร้าย ในทีวีได้เล่นแยะกว่านางเอก

“เอาเถิดไม่ว่าเธอจะพูดยังไงก็ขอขอบใจน้ำใจอันดีงามของเธอที่ทำให้การเป็นนางเอกของฉันง่ายขึ้นเพราะไม่มีคู่แข่ง เราจะเป็นเพื่อนกันไปนานๆนะ”

“เราจะเป็นเพื่อนกันไปนานๆ” แขวลัยยิ้มให้


อนุวดีอย่างจริงใจ เกตุวดีเสนอจะไปส่งเธอที่บ้าน แขวลัยยังไม่กลับมีงานเสิร์ฟอาหารซึ่งอยู่คนละทางกับที่ท่านจะไป อนุวดีแปลกใจนี่ยังไปเสิร์ฟอาหารอีกหรือ เธอพยักหน้าต้องทำงานนี้ไปจนกว่าได้เล่นมิวสิก เล่นละครและได้เงินมาเป็นค่าขนมของน้องๆ มะไฟได้ยินพอดีชมเธอว่าสุดยอดมาก พร้อมกับเสนอตัวกับเกตุวดีถ้าออกกองเมื่อไหร่จะขอไปรับไปส่งอนุวดีให้

“ขอบคุณมากค่ะ กำลังจะให้น้องหัดขับรถอยู่ ถ้าโอเคจะให้มาเองน่ะ” คำพูดของเกตุวดีทำเอามะไฟจ๋อย

ooooooo

แขวลัยเดินฝันหวานอีกไม่นานก็จะมีเงินให้พ่อแม่และน้องๆใช้จ่ายกันอย่างไม่ขัดสน มัวแต่ใจลอยไม่รู้ตัวว่าเดินลงไปบนถนน เสียงบีบแตรทำให้เธอตื่นจากภวังค์แต่ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นรถสปอร์ตหรูคันหนึ่งพุ่งเข้าหา แทบจะเอาตัวเธอเป็นเบรก ภวาภพรีบลงจากรถเข้าไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอยกมือไหว้

“ขอโทษค่ะ คือ...ฉัน”

“ไม่เป็นไรไม่ต้องขอโทษ ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณเรื่องที่ผมเปิดประตูไปโดนปากคุณ”

“จำคนผิดหรือเปล่าคะ” แขวลัยโกหกไม่เนียนทำให้ภวาภพจับได้ และที่สำคัญเขาจำตาคู่สวยของเธอได้ รถที่ติดด้านหลังตะโกนแซวจะจีบกันอีกนานไหม รถติดทั้งถนนแล้ว ภวาภพดึงแขนแขวลัยให้ขึ้นรถ

ขับออกไปทันที...

นั่งรถภวาภพได้แค่พักเดียว แขวลัยใจเต้น

ไม่เป็นส่ำทนไม่ไหวขอร้องให้เขาจอดรถจะลงตรงนี้ เขาอาสาไปส่งให้ถึงบ้านไม่ต้องเสียเวลาต่อรถให้ลำบาก เธอไม่อยากให้ไปเนื่องจากแถวนั้นไม่มีอะไรน่าดู

“นั่นไม่ใช่ปัญหา...ปัญหามันคือผมอยากได้รับการยกโทษให้จากคุณ”

แขวลัยต่อรองให้เขาจอดรถให้ลงก่อน ภวาภพยอมทำตามที่เธอต้องการ เธอก้าวลงจากรถเป็นจังหวะเดียวกับพักตร์สุดาขับรถหรูมาจอดปาดหน้าลงจากรถมองเธอเหมือนเป็นขยะ ภวาภพรีบลงมายืนข้างๆ

แขวลัยขอให้ยกโทษให้ เธอยังไม่ทันพูดอะไรพักตร์สุดาชิงถามเขาก่อนว่ามาทำอะไรตรงนี้ เขากำลังจะกลับบ้าน นางเอกตัวแสบปรายตามองแขวลัย จะกลับบ้านแล้วทำไมถึงมากับผู้หญิงคนนี้ เธอไม่อยากมีเรื่องเดินหนี

พักตร์สุดาตามไปกันไว้ เธอเดินเลี่ยงไปอีกทาง ฝ่ายนั้นก็มาขวางไว้อีกขอคุยด้วยก่อน เธอไม่มีเวลาคุยด้วย จะรีบไป พักตร์สุดาอยากรู้ว่าทำไมเธอต้องติดรถภวาภพมาด้วย เธอให้ไปถามเขาเอาเอง ภวาภพตามมาสมทบ

“แพทไม่อายหรือเป็นนางเอกมายืนก๋าเล่นบทนางร้ายนอกจอหน้าตาเฉย อย่าไปยุ่งกับเธออยากรู้อะไรมาถามผม” ภวาภพว่าพลางเข้าไปยืนกันระหว่างสองสาว “เชิญครับเราคงได้พบกันอีกแน่นอนอย่าลืมที่ผมขอร้อง”


แขวลัยรีบโบกเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อไปให้พ้นจากตรงนั้น พักตร์สุดาคาดคั้นภวาภพว่าไปขอร้องอะไรแม่นั่น จะไปเจอมันอีกหรือ ดูการแต่งตัวก็รู้ว่ามันต้นทุนต่ำแค่ไหนเสื้อผ้าก็แบกับดิน

“ใส่เสื้อผ้าหรูแต่ทำตัวพูดจาแย่ๆ แบกับดิน

ยังน่าใส่กว่า” แดกดันจบภวาภพกลับไปขึ้นรถขับออกไปไม่สนเสียงเรียกให้กลับมาคุยกันก่อนของพักตร์สุดา

ยิ่งทำให้เธอโกรธเกรี้ยว มีคนเดินผ่านมาจำเธอได้

ขอถ่ายรูปด้วย เธอปฏิเสธแบบมะนาวไม่มีน้ำว่าไม่มีเวลาจะรีบไป แล้วขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว...

หลังกินมื้อค่ำพร้อมหน้าพร้อมตากันเสร็จ ภรณีขอร้องแม่ว่าเธออายเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัย มีแจ๋นไปยืนคุมตลอดทั้งวัน มีแต่คนหัวเราะเยาะเธอทั้งต่อหน้าและลับหลัง เกศรีต่อว่าพวกที่หัวเราะเยาะลูกว่าไม่มีมารยาท

“ผมเห็นด้วยกับณีครับ คุณแม่คุณพ่อว่ายังไงครับ ไม่มีใครเขาทำกันอย่างนี้หรอกครับ เราต่างหากที่เป็นของแปลกของพวกเขา”

วิชาญยอมตามที่ภรณีร้องขอแต่มีข้อแม้ว่าลูกจะต้องไม่ไปข้องแวะกับเด็กเสิร์ฟน้ำส้มคนนั้น เธอรับปากโดยไม่ต้องคิด เกศรีหันไปถามลูกชายวันนี้ไปถ่ายแบบกับพักตร์สุดาเป็นอย่างไรบ้าง

“ก็ปกติครับ เอ่อคุณแม่ครับ ผมอยากทดลองไปเล่นมิวสิกวิดีโอ”

ooooooo

ในเมื่อพ่อกับแม่ไม่ขัดข้อง ภวาภพจึงมารับเล่นเป็นพระเอกมิวสิกวิดีโอให้กับโฮ่ง ทุกคนแปลกใจมาก เพราะไม่มีใครรู้มาก่อนยกเว้น โฮ่ง น้อยและเก๋

“คุณภวาภพให้เกียรติมาเล่นมิวสิกกับเรา พวกเรายินดีมากครับ”

“เอ่อพี่โฮ่งครับ เรียกภพเฉยๆผมสะดวกใจกว่าครับ ผมต้องทำอะไรบ้างครับ” พูดจบภวาภพปรายตามอง แขวลัยที่แต่งตัวออกแนวสวยเซ็กซี่แต่เธอทำเป็นไม่เห็น อนุวดีสะกิดเพื่อนรัก

“สุดยอดไปเลยที่ได้เล่นกับเขาด้วย” อนุวดีตื่นเต้นดีใจ ผิดกับแขวลัยที่เอาแต่ก้มหน้าเหมือนเคย...

การถ่ายมิวสิกวิดีโอดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้นางเอกกับนางร้ายและพระเอกจะเล่นมิวสิกเป็นเรื่องแรกแต่ก็ถ่ายทำกันได้ดีไม่มีติดขัด ในที่สุดคิวถ่ายทำของวันนี้ก็สิ้นสุด น้อยแจ้งให้ทุกคนแยกย้ายกันได้จะไปทำอะไรก็ไปแต่พรุ่งนี้หกโมงเช้าต้องพร้อมเข้าฉาก เก๋เข้ามาแจ้งกับนักแสดงว่าจัดห้องพักไว้ให้แล้ว

“น้องวดีกับน้องแขวลัยนอนด้วยกัน หงวนนอนกับพี่โฮ่ง คุณ...เอ๊ย ภพพักที่คอนโดฯใช่ไหมฮะ”

“ผมขอพักกับกองถ่ายที่นี่ครับ ผมนอนกับพี่มะไฟก็ได้”


น้อยพยายามท้วงแต่ภวาภพไม่ฟัง ขอให้ทำตามนี้ ทุกคนในกองถ่ายยิ้มชอบใจที่เขาไม่เรื่องมาก จังหวะนั้น พักตร์สุดาโผล่เข้ามาควงแขนภวาภพแสดงความเป็นเจ้าของ เขาค่อยๆดึงมือเธอออก โฮ่งทักทายเธอตามมารยาทว่ามาจากไหนถึงได้มาถึงที่นี่ เธอถ่ายละครอยู่ด้านโน้น ได้ยินคนฮือฮาว่ามีพระเอกมิวสิกหน้าใหม่หล่อมาก เลยมาขอดูหน้าหน่อย สงวนศักดิ์ไม่วายยียวนว่านางเอกกับนางร้ายก็ใหม่ อยากดูบ้างไหม

“ไหนล่ะ” พักตร์สุดากวาดตามองเจออนุวดีกับแขวลัยยืนเกาะแขนกันอยู่หน้าตาอ่อนเยาว์สวยงามสดใสทำให้เธอนึกอิจฉา แทนที่จะชมตามที่สายตาเห็นกลับบอกว่างั้นๆ แล้วชวนภวาภพไปหาข้าวกินกัน

ที่นี่มีร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดัง เขาไม่ไปกินข้าวที่ไหนทั้งนั้นจะอยู่กินที่กองถ่าย เธอเห็นเขาไม่ไปก็เลยขออยู่กินข้าวที่นี่กับเขาด้วย แล้วเดินไปดูหน้าแขวลัยใกล้ๆ

จำได้ว่าเป็นสาวที่ติดรถไปกับภวาภพเมื่อวานก็ไม่พอใจโวยวายเสียงดัง

“เธอไม่ได้ติดรถแต่มีอุบัติเหตุเล็กน้อย” ภวาภพแก้ตัวแทนแขวลัย ยิ่งทำให้พักตร์สุดาพาลหมั่นไส้ น้อยรีบเปลี่ยนเรื่องชวนทุกคนไปกินข้าว แม้จะดึงความสนใจของทุกคนไปได้ แต่ไม่มีใครลืมเรื่องแขวลัยติดรถภวาภพ...

อาหารมื้อค่ำของกองถ่ายเป็นอาหารทะเลปิ้งย่าง ทุกคนในกองถ่ายนั่งล้อมวงกินอาหารกันเป็นกลุ่มๆอย่างสนุกสนาน แขวลัย อนุวดีนั่งอยู่กลุ่มเดียวกับมะไฟและเก๋ มะไฟคอยตักอาหารมาเสิร์ฟอนุวดี โดยมีเก๋คอยเป่าหูเธอว่าเขาเป็นคนดีแค่ไหนหวังให้เธอสนใจเขาเหมือนที่เขาสนใจในตัวเธอ สงวนศักดิ์ไม่ค่อยจะพอใจนักที่เห็นเธอถูกมะไฟตามจีบ คอยหาเรื่องแขวะเธอตลอด แขวลัยรู้สึกอึดอัดจึงขอตัว

“แขอิ่มแล้วรู้สึกปวดหัว แขขอตัวไปที่ห้องพักก่อนนะคะ” พูดจบแขวลัยลุกออกไป ภวาภพมองตามส่วนพักตร์สุดาเห็นสายตาเขาที่มองเธอก็ไม่พอใจ

ooooooo

แขวลัยหลบมายืนรับลมคิดถึงเงินสี่หมื่นบาทที่จะได้รับหลังจากถ่ายมิวสิกวิดีโอเสร็จ เกิดมาไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าจะมีโอกาสถือเงินมากขนาดนี้ถึงกับยิ้มออกมา ภวาภพตามมาด้านหลังทวงถามว่ายกโทษให้เขาได้หรือยัง เธอสะดุ้งโหยง ใจคอวาบหวิวไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง เขาจึงเดินมาเผชิญหน้ากับเธอทวงถามอีกครั้ง

“คุณไม่ได้จะทำร้ายไม่ใช่หรือ ขอตัวก่อนค่ะ” พูดจบแขวลัยเดินหนีไปเลย ภวาภพมองตามงุนงง เจอแต่ผู้หญิงพร้อมกระโจนเข้าหาแต่เธอกลับเย็นชาใส่ ในเวลาต่อมา ระหว่างที่แขวลัยกำลังจะกลับที่พัก เจอพักตร์สุดาดักรออยู่ เธอไม่อยากยุ่งด้วยเดินเลี่ยงไป


อีกทาง นางเอกตัวแสบตามมากระชากแขน เตือน

ไม่ให้ยุ่งกับภวาภพ พยายามพูดให้เธอดูต่ำต้อย แต่เธอไม่สนใจสะบัดมือยัยตัวแสบออกเดินหนี พักตร์สุดา

ตามมาคว้าแขนไว้อีก

จังหวะนั้นมีแฟนคลับของนางเอกตัวแสบผ่านมาเห็น ดีใจมากที่เจอดาราคนโปรดเข้าไปขอถ่ายรูปด้วย พักตร์สุดาไล่ตะเพิดพวกนั้นไปให้พ้น แฟนคลับเห็นธาตุแท้ของนางเอกจอมปลอมถึงกับเบ้ปากพากันถ่ายคลิปเกรี้ยวกราดของเธอจะเอาไปโพสต์ลงโซเชียล พักตร์สุดาถึงกับปรี๊ดแตกเข้าไปปิดหน้ากล้องไม่ให้ถ่าย พวกนั้นไม่ฟังรุมถ่ายกันอุตลุด เธอต้องตะโกนเรียก รปภ.ให้มาช่วยกันพวกนี้ออกไป...

นางร้ายหน้าใหม่กลับถึงห้องพัก กำลังจะเปิดประตู ภวาภพตามมาทวงถามคำตอบจากเธออีกครั้ง คราวนี้ขู่ด้วยว่าถ้าไม่ตอบคำถามว่าจะยกโทษให้หรือไม่ จะตอแยไม่เลิก เธอรีบไขกุญแจแล้วแทรกตัวเข้าข้างในล็อกประตูตามหลัง เขาเคาะประตูจะเอาคำตอบให้ได้ สุดท้ายเธอยอมแพ้ตะโกนบอกว่ายกโทษให้

“ขอบคุณครับ” เสียงอ่อนโยนของภวาภพทำให้แขวลัยเผลอยิ้มออกมา อนุวดีกลับถึงห้องพักพอดี เห็นเขายืนอยู่หน้าห้อง ยังไม่ทันได้ถามว่ามายืนทำอะไร เขาชวนเธอไปนั่งคุยกันที่โซฟาตรงระเบียงทางเดินเสียก่อน

อนุวดีถามว่ามีอะไรจะคุยกับเธอหรือ เขาอยากรู้ว่าเธอกับแขวลัยเป็นเพื่อนกันมานานแล้วหรือ การได้คุยกับอนุวดีครั้งนี้ทำให้ภวาภพรู้ว่า สองสาวเพิ่งเป็นเพื่อนกันไม่นาน แต่ที่สนิทกันได้อย่างรวดเร็วก็เพราะแขวลัยมีน้ำใจ เสียสละสมัครเล่นบทร้ายเพื่อให้อนุวดีได้เป็นนางเอก โดยบอกเหตุผลว่า ตัวเองมาทำงานนี้เพื่อเงินที่จะไปจุนเจือพ่อแม่และน้องๆ เป็นนางร้ายโอกาสรับงานมีมากกว่านางเอก

“ขอบคุณมากที่ยอมให้ข้อมูลกับผม”

“มันเป็นข้อมูลที่เป็นความจริงและแขวลัยก็คงไม่คิดจะปิดบังอะไร”

ooooooo

เกศรีติดรถมาส่งภรณีที่มหาวิทยาลัยเหมือนเช่นทุกวัน แต่ครั้งนี้ไม่มีแจ๋นพี่เลี้ยงคอยตามประกบเธออีกแล้ว แม้จะปล่อยให้ลูกฉายเดี๋ยวแต่เกศรีก็ไม่วายสั่งให้คนขับรถช่วยกันกวาดตามองว่าไม่มีบันดาลมาคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ครั้นเห็นปลอดภัย เกศรีสั่งให้คนขับรถขับรถกลับได้

ฝ่ายภรณีหอบตำราหาที่นั่งอ่านหนังสือ เห็นบันดาลเดินอยู่ไม่ห่างก็แอบมอง แต่พอเขาหันมาทางตัวเองรีบเดินหนี เขามองตามยิ้มๆ ระหว่างเธอนั่งอ่านหนังสืออยู่แถวทางขึ้นตึกเรียน บันดาลเอาน้ำส้มคั้นสดๆมาให้ดื่ม ทีแรกเธอปฏิเสธว่าไม่เอา เขาตัดพ้อที่ไม่ต้องการน้ำส้มคั้นแก้วนี้เพราะมันมาจากคนจนต่ำต้อยอย่างเขาใช่ไหม

“เอ้อ ฉันไม่ได้ดูถูกคนอื่น นี่เงินค่าน้ำส้ม” 

ภรณีหยิบเงินในกระเป๋าให้เขาหนึ่งร้อยบาท เขาไม่อยาก มากเรื่องจึงรับเงินไว้ แต่จะเอาน้ำส้มคั้นมาให้เธออีกสี่วันเราจะได้หายกัน แล้วเดินจากไป 

ภรณีรู้สึกสนุกที่ได้พูดจากับเขาเผลอยิ้มออกมา ถูกเพื่อนนักศึกษาที่นั่งอยู่แถวนั้นกระเซ้าว่ายิ้มเป็นเหมือนกันหรือ เธอหุบยิ้มแทบไม่ทัน...

พรรณีเห็นแก่ได้ พอแขวลัยได้เช็คค่าตัวจากเล่นมิวสิกวิดีโอจัดแจงพาไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร ทีหน้าทีหลังเงินออกอีกจะได้จ่ายผ่านบัญชีได้เลย ด้วยความที่ทั้งคู่ไม่เคยมีบัญชีธนาคารมาก่อน จึงยืนเก้ๆกังๆ อาทิตย์พนักงานธนาคารเห็นหน้าตาสะสวยของแขวลัยก็ตกหลุมรักปรี่เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือ พรรณีจัดการแบ่งเงินในเช็คให้ลูกเปิดบัญชีแค่หนึ่งหมื่นบาท ส่วนที่เหลือขอเป็นเงินสด เนื่องจากถูกหักภาษีจึงเหลือเงินอีกสองหมื่นแปดพันบาท

เปิดบัญชีเสร็จ สองแม่ลูกพากันกลับโดยมีอาทิตย์เดินมาส่ง นับเป็นโชคร้ายของแขวลัย ขณะจะออกจากธนาคาร ภวาภพเปิดประตูผลัวะเข้ามาชนปากเธออีกครั้ง พรรณีด่าลั่นว่าซุ่มซ่าม ถ้าลูกสาวของตนปากเจ่อ พรุ่งนี้จะไปถ่ายละครได้อย่างไร อาทิตย์หูผึ่ง นี่แขวลัยเป็นดาราหรือนี่ ดีใจมากที่เอาใจถูกคน แขวลัยรีบตัดบท

“ประคบเดี๋ยวก็หายเอง ขอทางด้วยค่ะ”

ภวาภพยังไม่ทันขอโทษเธอ พนักงานธนาคารที่ดูแลบัญชีให้เขาเข้ามาต้อนรับเชิญเข้าไปข้างใน ส่วนแขวลัยรีบดึงแขนแม่กลับ โชคร้ายซ้ำสองเมื่อเดินมาเจอพักตร์สุดามาทำธุระที่ธนาคารแห่งเดียวกัน ยัยนางเอกตัวแสบมองเธอหัวจดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยามถามว่ามาทำอะไรแถวนี้ เธอไม่อยากตอบดึงมือแม่ออกห่าง

พักตร์สุดาไม่วายพูดจาดูถูกดูแคลน พรรณีทนไม่ไหวจะเข้าไปเอาเรื่อง แขวลัยต้องขอร้องแม่อย่ามีเรื่องกันเลยแล้วดึงท่านกลับ พักตร์สุดาเอะใจถามว่านัดภวาภพมาที่นี่ใช่ไหม จำที่ตนบอกไม่ได้หรือว่าให้อยู่ห่างๆ เขาไว้ถ้าไม่อยากเดือดร้อน แขวลัยไม่สนใจคำขู่ของอีกฝ่ายรีบพาแม่จากไป...

เมื่อกลับถึงบ้านพรรณีเอาเงินสองหมื่นแปดพันบาทมากองไว้บนโต๊ะ เขม ปรางค์ทิพย์กับชมจันทร์และวันเนาว์นั่งล้อมวงกันหน้าสลอน เขมจะเอาหมื่นบาท พรรณีไม่ให้ ถ้าอยากได้เงินเอาไปพันบาทพอ เขมต่อรองขอเพิ่มเป็นสองพันบาท เธอไม่ให้ เขาไม่พอใจตบหน้าเมียฉาดใหญ่ แขวลัยต้องเข้าไปห้าม บอกให้พ่อมาเอาเงินจากเธอไปแทน ทั้งปรางค์ทิพย์ ชมจันทร์และวันเนาว์เหมือนแร้งลง แบมือขอเงินจากแม่กันใหญ่

พรรณีแบ่งเงินให้ลูกๆอีกสามคนเท่ากับที่แบ่งให้แขวลัยคือให้คนละสามพันบาท เธอช้ำใจมากทำงานแทบตาย แต่ได้ส่วนแบ่งเท่ากับคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ลุกหนีไปทั้งน้ำตา...

ครั้นได้เงิน ทุกคนหายออกจากบ้านกันหมด เหลือเพียงแขวลัยเท่านั้นที่นั่งเอาน้ำแข็งประคบปากที่ถูกประตูชน และเตรียมตัวไปถ่ายละครพรุ่งนี้เช้า เขมได้เงินก็เอาไปกินเหล้า พรรณีเอาเงินไปเข้าบ่อนเล่นการพนัน ส่วนปรางค์ทิพย์เอาเงินที่ได้ไปใช้เที่ยวผับเที่ยวบาร์ เห็นเชิดแต่งตัวดี แบรนด์เนมทั้งตัวก็เข้าไปอ่อย

ในเวลาเดียวกัน ชมจันทร์ยังอายุไม่ถึงเข้าผับไม่ได้ จึงจัดปาร์ตี้กับพวกพ้องชายหญิงที่บ้านเพื่อน ดื่มกันจนเมาไม่ได้สติ พวกผู้ชายถือโอกาสโอบกอดถึงเนื้อถึงตัว แทนที่จะปัดป้องเธอกลับชอบใจ วันเนาว์มีสภาพไม่ได้ต่างจากพี่ๆ เพียงแต่เขาไม่ได้เมาเหล้าแต่เมายา เอาแต่หัวเราะขำทุกอย่างที่ผ่านหน้า...

ทางฝ่ายภวาภพนั่งดูมิวสิกวิดีโอที่ตัดต่อเสร็จแล้ววนไปเวียนมาหลายเที่ยวไม่รู้จักเบื่อ ยิ่งเห็นแขวลัยแสดงก็ยิ่งปลื้ม พักตร์สุดาเข้ามาเงียบๆเจอเขานั่งดูมิวสิกวิดีโอที่เขาเล่นกับแขวลัยก็ร้องเอะอะ

“ว้าย ดูมิวสิกตัวเองกับพวกเด็กสาวไม่มีหัวนอนปลายเท้า จนกระจอก”

ชายหนุ่มขี้เกียจฟังเธอว่าคนอื่น ถ้ามาหาคุณพ่อกับคุณแม่ ยังไม่มีใครกลับคงต้องมาวันอื่น เธอไม่ได้มาหาพวกท่านแต่มาหาเขา แทนที่จะคุยเรื่องของเขา เธอกลับด่าว่าแขวลัยเสียๆหายๆ เขารำคาญไม่อยากฟังขยับจะไป วิชาญกับเกศรีกลับมาพอดี พักตร์สุดาชวนให้ทั้งคู่ดูมิวสิกวิดีโอที่ภวาภพแสดง โดยเฉพาะผู้หญิงที่เล่นเป็นตัวร้ายกำลังอ่อยเขาอยู่ วิชาญไม่เห็นต้องไปใส่ใจ ถ้าภวาภพไม่สนใจก็จบ มันคนละชั้นกัน

“ใครว่าคะ ภพตามมันต้อยๆ แค่มันทิ้งสายตาให้เนี่ยเดี๋ยวต้องไปหามันนัดมันไว้แน่ๆค่ะ”

ภวาภพทนไม่ไหวลุกหนีขึ้นข้างบนไปอาบน้ำ

ooooooo


ละครนางร้าย ตอนที่ 1 อ่านนางร้ายติดตามละครนางร้าย ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย กิตตน์ก้อง ขำกฤษ, ทิสานาฏ ศรศึก 6 ม.ค. 2562 08:10 2019-01-09T03:25:48+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ