ข่าว

วิดีโอ



นางบาป

อ่านเรื่องย่อ

แนว: พีเรียด-ดราม่า-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จันมณี,ชื่นใจมาลี, ภัณฑ์ณัฐ วงศ์วัชรกมล

กำกับการแสดงโดย: วีระชัย รุ่งเรือง

ผลิตโดย: บริษัท ดวงมาลีมณีจันทร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จรณ โสรัตน์,ปรียากานต์ ใจกันทะ

ปาลกำลังซ่อมหน้าต่าง ขณะที่พ่อของรินไล่ปิดประตูหน้าต่างไปทีละบาน พร้อมกับออกปากแทนที่เขาจะได้มาพักกลับต้องเหนื่อยมาช่วยซ่อมหน้าต่างให้อีก เขายินดีทำให้ แค่เปลี่ยนสลักนิดเดียวก็เสร็จ หน้าต่างสมัยใหม่ซ่อมไม่ยาก รินเห็นปาลซ่อมบ้านให้ก็แอบยิ้มพอใจ พ่อหันไปเห็นเธอร้องทักว่าแม่หมดฤทธิ์หรือยัง

“กินยาไปแล้วพ่อ น่าจะหลับแล้ว”

“งั้นเดี๋ยวพ่อขอตัวนะ” พ่อรีบขึ้นบ้านไปดูแม่ ส่วนรินเดินไปหาปาลที่ซ่อมหน้าต่างเสร็จพอดี รู้สึกเกรงใจเขามากแทนที่จะมาพักผ่อนกลับโดนพ่อของเธอใช้งาน

“โหคุณ...ซ่อมแค่นี้ออกกองเหนื่อยกว่านี้เยอะ” ปาลหันไปเห็นรินหน้าเครียดแกล้งกระเซ้า “เดี๋ยวๆ แค่ผมพูดคำว่าออกกอง นี่ก็เครียดขึ้นมาเลยเหรอ หลอนงานไปไหมคุณอ่ะ”

“ออกไปเดินเล่นกันไหม” รินช่วยปาลเก็บอุปกรณ์ซ่อมบ้าน จากนั้นทั้งคู่พากันไปเดินเล่นริมหาด ปาลดักคอว่าเธอเครียดเรื่องบริษัทที่พี่ณุยกให้ใช่ไหม เธอพยักหน้ารับคำ ไม่รู้จะเอาอย่างไรดี

“จำได้ไหมคุณเคยบอกผมว่าอยากรู้ว่าตัวเองจะทำอะไรยิ่งใหญ่ไปได้ไกลแค่ไหน อยากทำอะไรยากๆ”

“ใช่ ฉันอาจเคยคิดแบบนั้น งานคือที่หนึ่งในชีวิต พี่ณุคือที่สอง แต่พอพี่ณุตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง อยู่ๆก็เหมือนฉันตื่นขึ้นมาแล้วได้แต่ถามตัวเองว่า

ที่ผ่านมาทุกสิ่งที่ฉันทำมันเพื่ออะไร และเพื่อใครกันแน่ คุณ...ถ้าฉันไม่ไหวจริงๆพี่ณุจะโกรธฉันไหม” รินแค่อยากปลดปล่อยตัวเองจากความรักที่เคยมีให้วิษณุ

“การที่พี่ณุยกบริษัทให้คุณ เขาก็แค่อยากตอบแทนความทุ่มเทของคุณ แต่ถ้าคุณจะไม่รับไว้ก็ไม่มีใครตำหนิอะไรคุณได้เลยริน ที่ผ่านมาคุณทำดีที่สุดทุกอย่างแล้ว”

รินเป็นห่วงบอลกับพวกน้องๆที่บริษัท ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ปาลบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเขาให้บอลมาช่วยตัดต่อรายการให้เขาได้ ส่วนคนอื่นๆเขาถามพวกเฮาส์อื่นๆไว้บ้างแล้ว รินทึ่งนี่เขาเตรียมทุกทางไว้ให้เธอเดินเลยหรือ เขายอมรับว่าใช่ ไม่ว่าทางไหนที่เธอเลือก เขาจะเดินไปบนทางนั้นกับเธอ ถ้าเธอยอมให้เขาไปด้วย

“ต่อให้ฉันไม่ยอม คุณก็ทำแบบนั้นทุกครั้งอยู่แล้วนี่”


“และผมก็จะทำแบบนั้นตลอดไป” ปาลน้ำเสียงหนักแน่น

ooooooo

หลายวันผ่านไป...

แม่ของรินเปลี่ยนจากเฝือกแข็งมาเป็นใส่เฝือกอ่อนแทนที่ทำให้ทำอะไรได้คล่องแคล่วขึ้น แต่ทั้งพ่อและรินก็ไม่ยอมให้ท่านทำงานอะไรหนักๆ วันนี้ก็เช่นกัน แม่ยืนสั่งพ่อให้ทำอาหารใต้ชุดใหญ่เนื่องจากรินจะกลับกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งแบ่งใส่กระปุกให้ปาลเอากลับไปกินที่บ้านด้วย สองคนช่วยกันทำอาหารไปพลางแซวกันสนุกสนานไปด้วยแม้จะมีหวั่นใจบ้างที่ลูกต้องกลับกรุงเทพฯ เพราะไม่รู้ว่าจะกลับมาอีกไหม

ปาลกับรินเดินกุมมือกันสะพายเป้เข้ามา พอเห็นพ่อกับแม่รีบปล่อยมือ แม่กระเซ้าจะปล่อยทำไม จับแน่นๆ ไว้ยิ่งดี ผู้ชายดีๆแบบนี้เป็นแม่ไม่ยอมปล่อยมือเด็ดขาด รินเขินหน้าแดง ปาลจึงเป็นฝ่ายจับมือเธอแทน

“แม่ครับ รินมีเรื่องจะบอกพ่อกับแม่ครับ”

แม่กับพ่อตื่นเต้นกันใหญ่นึกว่าปาลจะขอรินแต่งงาน รินรีบบอกว่าไม่ใช่ เธอจะกลับมาอยู่บ้านกับพ่อและแม่ ไม่ไปไหนอีกแล้ว พวกท่านดีใจแทบจะโดดตัวลอย โดยเฉพาะแม่จับแขนข้างที่ใส่เฝือก นี่ถ้ารถคว่ำแล้วจะได้ลูกสาวกลับมาแบบนี้ยอมคว่ำหลายๆรอบ รินต้องเอานิ้วแตะปากแม่ไว้ ขอร้องอย่าพูดแบบนี้อีก...

ทันทีที่เครื่องบินถึงกรุงเทพฯ ปาลกับรินขับรถไปหาพระวิษณุที่วัดบางบาปเพื่อขออนุญาตไม่รับบริษัทเบญจกายแปลงที่ท่านยกให้ รินเป็นห่วงแม่เป็นห่วงบ้านอยากกลับไปอยู่กับท่านที่ภูเก็ต

“เบญจกายแปลงไม่ใช่ของอาตมาอีกต่อไปแล้ว โยมจะทำอะไรกับมันก็แล้วแต่โยมเถิด ทำในสิ่งที่โยมมีความสุข อย่าให้อาตมาเป็นห่วงของโยมอีกเลย...วันนี้เห็นโยมทั้งสองคนมีอนาคต มีชีวิตที่ดีร่วมกัน อาตมาหมดห่วงทุกอย่างแล้ว ห่วงอย่างเดียวของอาตมาก็มีเพียงแต่โยมหยด ไม่รู้เมื่อไหร่จักหลุดพ้นได้”...

ในเวลาต่อมา ที่ตึกวนาเทพ ผีหยดซึ่งหลับอยู่ที่มุมหนึ่งได้ยินเสียงนักท่องเที่ยวคุยกันค่อยๆลืมตาขึ้น เห็นนักท่องเที่ยวสองคนที่มาทัวร์ตามรอยละครนางบาปคุยกันอยู่ตรงป้ายตำนานนางบาป และที่ข้างๆกันมีป้ายอีกอันหนึ่งปักอยู่พร้อมกับข้อความว่านี่เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องนางบาป

หนึ่งในนักท่องเที่ยวอ่านรายละเอียดที่ป้ายเขียนไว้ “นางหยาดตามมารับใช้คุณกำไลที่ตึกใหม่ แล้วมันก็เกิดรักพระวนาเทพ พระวนาเทพก็ให้คำมั่นกับมันว่าจะให้มันขึ้นเป็นเมีย แต่ก็ไม่เคยรักษาสัญญา นางหยาดทาสใจบาปจึงวางยาพิษคุณกำไลและลูกเพื่อหวังทวงคำสัญญาที่จะได้ขึ้นเป็นเมียพระวนาเทพ”

“โห นี่แปลว่าไอ้ละครนางบาปของพี่ต้นน่ะลอกตำนานไปทำพล็อตเลยนี่หว่า” นักท่องเที่ยวมองหน้ากันพร้อมกับเบ้ปาก ผีหยดมองทั้งคู่แล้วเดินไปที่ป้ายตำนาน นักท่องเที่ยวทั้งสองคนยังคงคุยกันต่อ

“เออ พล็อตแบบอมตะนิรันดร์กาลมาก กี่ปีๆผู้ชายก็มักมาก พี่ต้นแกไม่น่ารับบทนี้เลย เสียลุค”

“ก็ผู้หญิงด้วยเปล่าวะ ถ้าผู้หญิงไม่ต่ำตมแบบอีหยาด คงไม่บ้าไปวางยาพิษเมียหลวงเขาหรอก”

“ตำนานนี้สอนให้รู้ว่า จุดจบของชะนีแย่งผู้ คือตายหมู่จบสนิท”


สองนักท่องเที่ยวชวนกันถ่ายเซลฟี่ตรงป้ายตำนาน บังเอิญไปเหยียบตรงจุดที่ผีหยดยืนพอดี ครั้นเปิดรูปในมือถือดูติดเงาผีหยดมาด้วย นักท่องเที่ยวกลัวจัดทรุดลงคุกเข่าไหว้ป้ายตำนานปลกๆ

“ผีหยาดเจ้าขา อย่ามาหักคอหนูนะ หนูขอโทษ”

ooooooo

ค่ำวันถัดมา รินนัดพวกพนักงานในบริษัทเบญจกายแปลงมาดูละครนางบาปออนแอร์ตอนแรกด้วยกัน จอดรถเสร็จจะเดินเข้าในตัวตึก ปาลเดินมาจากอีกด้านหนึ่งร้องทักว่าพร้อมไหม เธอพยักหน้าแทนคำตอบ

“น้องๆจะโอเคนะคุณนะ”

ปาลยิ้มให้รินอย่างเป็นกำลังใจ แล้วแหงนหน้ามองบนฟ้า เธอสงสัยว่าเขามองอะไรก็เงยหน้ามองตาม

“คืนเดือนดับ เหมือนวันที่หยดสิงร่างฉัน ทำไมละครเราต้องมาออนแอร์วันนี้ด้วย”

“คงไม่มีอะไรแล้วล่ะคุณ อย่าคิดมากเลย” ปาล จับมือรินไว้อย่างปกป้องและให้ความมั่นใจ ขณะที่บนท้องฟ้าพระจันทร์กำลังถูกเงาของโลกค่อยๆเคลื่อนทับ...

ที่ห้องประชุมของบริษัท รินกับปาลเปิดประตูเข้ามาเป็นจังหวะเดียวกับบอลจูนทีวีขึ้นจอโปรเจกเตอร์เสร็จพอดี หันมาเห็นทั้งคู่ เชิญชวนเหล่าพนักงานตบมือต้อนรับ ทุกคนตบมือส่งเสียงเฮฮา หน่อยเห็นรินหน้าเครียดร้องทักว่าทำไมทำหน้าแบบนั้น กลัวเรตติ้งไม่ดีหรือ เธอพยักหน้ารับสมอ้าง

“เฮ้ยพี่ ในทวิตเตอร์กระแสมานะเว้ย” บอลตะโกนสวน จังหวะนั้นละครออนแอร์พอดี เขาหยิบเงินขึ้นมาตบๆทีวี ปาลสงสัยเขาทำอะไร

“เอ้า ตบให้เฮงๆไงพี่”

ปาลหัวเราะขำ แต่รินยังหน้าเครียด เขาต้องจับมือเธอมากุมไว้...

กิฟท์ดูละครตอนแรกนี้เช่นกัน เห็นภาพตัวเองที่แสดงเป็นคุณกำไลแล้วน้ำตาไหลไม่รู้ตัวรีบปาดทิ้ง...

ในขณะเดียวกัน พระจันทร์ถูกกลืนกินเหลือเพียงเสี้ยวเดียว พระวิษณุจุดเทียนไขต่อเทียนแท่งเดิมที่ละลายหมดแล้ว มีเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูดังเข้ามา ท่านถึงกับสะดุ้งโหยง

เสียงกรีดร้องดังก้องมาจากตึกวนาเทพ ต้นไม้ในตำนานโดนลมกระโชกกิ่งใบลู่โอนเอนน่ากลัว พายุลมแรงพัดกระหน่ำ ท้องฟ้ามืดมิดไร้เดือนเนื่องจากจันทรุปราคาเต็มดวง ตึกวนาเทพสั่นไหวด้วยแรงพายุพัด กระจกหน้าต่างบางบานแตกกระจาย เดือนยังคงดับ แต่เสียงกรีดร้องยังดังต่อเนื่อง...

ละครออนแอร์ตอนแรกจบพอดี พนักงานพากันตบมือให้กับความสนุกครบรสของละครทั้งที่เป็นตอนแรก บอลชวนทุกคนดื่มฉลอง หยิบขนมกับเครื่องดื่มแจกจ่าย รินโพล่งขึ้นอย่างคนตัดสินใจแล้ว

“ทุกคน พี่มีเรื่องอยากคุยด้วย”

ทุกคนมองรินเป็นตาเดียวกัน ขณะที่เธอหยิบเอกสารมอบอำนาจของวิษณุออกมาวาง...

เหมือนเกิดอาเพศขึ้นที่ตึกวนาเทพ แผ่นหินป้ายตำนานนางหยาดหักสะบั้นตรงตัวสระอาพอดี ทำให้ป้ายกลายเป็นตำนานนางหยดแทนที่ ผีหยดทรุดตัวลงนั่งอยู่ที่ป้ายตำนาน ร้องไห้สะอึกสะอื้น

แม้ลมพายุจะพัดแรงแต่เทียนไขที่พระวิษณุจุดไว้ กลับยังส่องสว่าง ท่านหลับตาอย่างสงบนิ่ง...

ที่บริษัทเบญจกายแปลง ประชุมเสร็จทุกคนเก็บของแยกย้ายกันกลับ รินยืนมองไปรอบๆสีหน้าเคร่งเครียดอยู่กับปาล

“พี่รักพวกเราทุกคนนะ แต่พี่ไม่คิดว่าพี่จะรับผิดชอบทั้งหมดนี้ไหว พี่ขอโทษจริงๆนะ” รินน้ำตาคลอเบ้า

บอลวางมือจากงานตรงหน้าเข้าไปหารินพร้อมกับหน่อย ปลอบว่าไม่ร้องไห้ เธอห่วงพวกเขามามากแล้ว ถึงเวลาที่เธอต้องทำเพื่อตัวเองบ้าง หน่อยเห็นด้วย

“ใช่พี่ แถมออฟฟิศพี่ปาลผู้ชายเยอะด้วย อยู่เนี่ยเจอแต่อีบอลไม่มีอนาคตเลย”

“แหม สวยอ่ะเนอะ” บอลกระเซ้า สองคนทำหน้าเป็นใส่กันจนรินหัวเราะทั้งน้ำตาออกมา

“งั้นไว้ว่างๆแวะไปหาพี่ที่ภูเก็ตบ้างนะ”

บอลได้ที ให้พักฟรีหรือเปล่า รินพยักหน้าไม่ใช่ฟรีแค่ที่พัก อาหารก็ยังฟรีอีกด้วย ทุกคนส่งเสียงเฮลั่น

ooooooo

รายการข่าวบันเทิงทางทีวีออกข่าวเรื่องป้ายตำนานนางบาปแตกหัก ต้นไม้ล้มระเนระนาด แถมกระจกหน้าต่างหลายบานในตึกวนาเทพแตก นักข่าวรายงานสดมาจากที่เกิดเหตุ

“อาถรรพณ์ละครนางบาปคืนเดือนดับแรง ผีหยาดอาละวาดพังป้ายตำนาน เรตติ้งพุ่งทะยานไป 7”

ปาลเห็นข่าวนี้ตอนกำลังกินข้าวเช้ากับแม่ปุกรีบโทร.หารินที่กำลังขับรถอยู่ เธอเองก็เพิ่งเห็นข่าวเหมือนกันบอลไลน์มาบอก ปาลได้ข่าวมาว่าวันนี้ทางกรมศิลปฯจะเข้าไปดู ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราเจอกัน วางสายเสร็จ ขยับจะไปอาบน้ำแต่งตัว แม่ปุกร้องถามว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้จะมีเรื่องอะไรอีกไหม

“ไม่รู้เหมือนกันครับแม่ แต่บางทีผมคิดว่ามันอาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็ได้”

“ดูแลหนูรินดีๆนะปาล อย่าให้เกิดอะไรแบบ

คราวก่อนที่ผีสิงอะไรนั่นอีก”

“ครับแม่ ผมไปก่อนนะครับ”

แม่ปุกมองตามลูกชายที่เดินขึ้นห้องสีหน้าเป็นกังวล...

ไม่นานนัก ปาลกับรินมาถึงสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งตอนนี้ถูกเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปฯเอาเชือกมากั้นไว้ไม่ให้ใครเข้าใกล้ นักข่าวสัมภาษณ์ยามอยู่ที่มุมไกลออกมา เขาตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นพายุที่ทำให้ป้ายแตกหัก เพราะมีกระจกแตกหลายบาน รินยืนฟังอยู่ด้วย ถามปาลว่าคิดอย่างไร

“ผมไม่แน่ใจ แต่พอมันเกิดขึ้นในคืนเดือนดับ ผม...” ปาลไม่กล้าเอ่ยชื่อหยดออกมาเพราะยังหวาดๆไม่หาย รินเองก็คิดเหมือนเขาเช่นกัน ผีหยดปรากฏตัวขึ้นอีกมุมหนึ่ง หน้าตากระจ่างใสกว่าทุกครั้ง ทั้งคู่รับรู้ถึงการปรากฏตัวของเธอเพียงแต่มองไม่เห็น มีเสียงผีหยดร้องเรียกทั้งคู่ดังขึ้น

“พ่อปาล แม่ริน”

“คุณได้ยินไหม” รินถึงกับหน้าเสีย

ปาลพยักหน้า รีบลากรินออกไปที่ใต้ต้นไม้ในตำนาน มองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคน ร้องเรียกผีหยดอยู่ตรงนี้ใช่ไหม ผีหยดปรากฏตัวนั่งหมอบที่พื้น

“ฉันอยู่ที่นี่”

รินกับปาลมองไม่เห็นได้ยินแต่เสียง ถามว่าป้ายตำนานที่แตกเสียหายเป็นฝีมือเธอใช่ไหม ผีหยดยอมรับว่าใช่ และที่ทำไปแบบนั้นเพราะต้องการให้ทั้งคู่มาที่นี่เพื่อจะไหว้วานบางอย่างเป็นครั้งสุดท้าย

“ถ้าเธอจะขอยืมร่างของฉันฉันให้เธอไม่ได้หรอกนะ” รินรีบดักคอ

“เรื่องที่ฉันอยากขอร้องพ่อปาลกับแม่รินก็คือ...

ช่วยเปลี่ยนตำนานให้ฉันที พ่อปาลเคยบอกฉันว่าความรักที่ทำให้คนที่เรารักต้องทุกข์ ความรักที่เอาแต่ทำร้าย คิดถึงแต่ตัวเองไม่ควรเรียกว่าความรัก บัดนี้ ฉันเข้าใจแล้ว”

ooooooo

ปาลไม่รอช้าทำจดหมายถึงคุณน้อยในฐานะทายาทของคุณพระวนาเทพและทำหนังสือถึงกรมศิลปฯโดยยื่นสมุดบันทึกที่เขาเก็บได้จากห้องใต้ดินรวมทั้งรูปถ่ายในอดีตที่มีภาพทั้งหยาดและหยดประกอบการขอเพื่อทำป้ายตำนานใหม่ หลังจากได้หนังสือยินยอม ปาลกับรินไปหาช่างแกะสลักให้ทำป้ายอันใหม่ที่เขียนว่า

“นางหยด ทาสใจบาปเป็นผู้ที่วางแผนวางยาพิษกำไลและลูก”...

พระวิษณุที่นั่งสมาธิสวดภาวนาไม่หยุดหย่อน เหมือนจะรับรู้ถึงเรื่องนี้ ลืมตาขึ้นมองสีหน้าอิ่มเอิบ...

หลังผีหยดปล่อยวางจากความแค้นทั้งปวง สีหน้าของเธอดูสงบขึ้นมาก ระหว่างนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ต้นนั้น มีแสงสีขาวปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงร้องเรียกของหยาด ผีหยดเงยหน้าเห็นน้องก็ดีใจ

“อีหยาด...ข้าคิดถึงเอ็ง”

หยาดเข้ามากอดผีหยด สองพี่น้องกอดกันกลม แสงสีขาวปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างของแม่เยื้อน ทั้งคู่มารับผีหยดไปอยู่ด้วยกัน เธอถึงกับตะลึงคาดไม่ถึง จากนั้นร่างของผีหยดค่อยๆเรืองแสงขึ้น จากร่างผีหยดกลายเป็นหยดตอนสาวหน้าตาสะสวยใบหน้าอิ่มเอิบ...

ณ วัดบางบาป พระวิษณุกับหลวงพ่อนั่งสมาธิสวดภาวนาอยู่ด้วยกัน พลันมีแสงสีขาวปรากฏขึ้นพร้อมกับร่างเรืองรอง หยด หยาดและแม่เยื้อนก้มกราบลาพระสงฆ์ทั้งสองรูป พระวิษณุลืมตาขึ้นเห็นกิฟท์เดินเข้ามาพร้อมกับเอาของมาถวาย หยดมองเธอก่อนจะค่อยๆก้มลงกราบ หยาดกับแม่เยื้อนมองอย่างตื้นตัน ขณะที่พระวิษณุหมดห่วง ในที่สุดหยดก็หลุดพ้นจากบ่วงกรรมทั้งปวง

ooooooo

หลายเดือนต่อมา...

ละครนางบาปได้เข้าชิงรางวัลละครยอดเยี่ยมรวมทั้งกิฟท์ได้เข้าชิงนักแสดงนำหญิงจากงานนาฏราช

รินจึงต้องขึ้นเครื่องจากภูเก็ตมาร่วมงานนี้

บรรยากาศภายในงานนาฏราชเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักแสดงและผู้คนในวงการบันเทิงมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง กิฟท์ซึ่งเป็นตัวเต็งจะได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงก้าวเข้ามาในงานพร้อมกับต้น นักข่าวต่างรุมสัมภาษณ์เธอถึงความรู้สึกที่ได้เข้าชิงรางวัลนี้

“ก็ดีใจนะคะเพราะเรื่องนี้กิฟท์ก็ผูกพันกับตัวละครมาก กำไลคือกิฟท์กิฟท์คือกำไลค่ะ ละครเรื่องนี้เปลี่ยนแปลงอะไรกิฟท์เยอะมากเลย”

“ต้นล่ะคะ ไม่ได้เสนอชื่อ คิดไหมคะว่าเพราะเราย้ายช่องมาเขาเลยสกัดดาวรุ่ง”

“คงไม่หรอกครับ ผมอาจจะยังเล่นละครพีเรียดไม่เก่งก็ได้ อาจไม่เข้าใจตัวละครมากพอ” ต้นพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็อดนึกถึงวิษณุไม่ได้ อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก

รินเดินเข้ามาในงานพร้อมกับปาล เจอบอลที่เพิ่งมาถึง ช่วยกันแซวว่าเดี๋ยวนี้เก่งใหญ่แล้ว ได้ข่าวว่าขึ้นเป็นผู้กำกับ

“โห...ซีรีส์วัยรุ่นเล็กๆเองพี่”

“ถ้าพี่ณุรู้คงภูมิใจในตัวบอลมากเลย” รินตบไหล่บอลเบาๆ จากนั้นทั้งสามคนพากันเดินไปหาที่นั่ง...

แม้กิฟท์จะพลาดรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม แต่ละครนางบาปไม่พลาด ได้รางวัลละครยอดเยี่ยม 

ไปครอง รินขึ้นไปรับรางวัลมือไม้สั่นทั้งดีใจทั้งตื่นเต้น จากนั้นก็ขึ้นกล่าวขอบคุณสำหรับรางวัลทรงเกียรตินี้

“นี่เป็นละครเรื่องแรกของคนสารคดีอย่างพวกเรา...เราเพิ่งรู้ว่ามันยากแค่ไหน ภาพของละครที่ทำให้คนหัวเราะ สนุก เบื้องหลังของมันไม่ใช่อย่างที่เห็นเลย หลายครั้งที่เราถามตัวเองว่าทำไปทำไม เราต้องเหนื่อยขนาดนี้เพื่ออะไร แต่การได้รางวัลนี้ มันช่วยตอบคำถามที่เราเคยสงสัย ทำให้เรามั่นใจว่าสิ่งที่เราทำมันมีความหมาย และจริงๆคนที่ควรจะยืนอยู่ตรงนี้เพื่อรับรางวัลที่สุดก็คือพี่ณุ” รินนิ่งเงียบไปอึดใจก่อนจะกล่าวต่อ

“พี่ณุทุ่มเทพลังทั้งหมดในชีวิตเพื่อละครเรื่องนี้ ยอมแลกทุกอย่างเพื่อทำความเข้าใจทุกตัวละครในเรื่องนี้ และพยายามอย่างที่สุดที่จะแก้ไขและจบละครเรื่องนี้ในแบบของพี่ณุเอง แต่ต่อให้เราตั้งใจอยากจะเปลี่ยนแปลงทำให้มันดีที่สุดแค่ไหน เราก็ทำได้แค่ยอมรับเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ของการทำละครและอย่างเดียวที่เราพอทำได้ คือ...เปลี่ยนแปลงตัวเราเอง”

นอกจากนี้รินยังขออุทิศรางวัลนี้ให้กับทุกตัวละครที่มีตัวตนอยู่จริงๆในตำนานนางบาปแห่งบางบัวบาน แม้ละครเรื่องนี้จะสร้างจากตำนาน แต่เธอเชื่อว่าทุกคนสามารถเขียนตำนานชีวิตของตัวเองได้ใหม่เสมอ เหมือนอย่างที่พี่ณุเคยพูดบ่อยๆว่า

“การทบทวนอดีตจะช่วยให้เราทำปัจจุบัน

ให้ดีกว่าเดิม เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากไม่ยอมรับ บาดแผลของอดีต และเมื่อเรายอมรับอดีตได้ อนาคตก็อยู่ที่เรา เราเขียนตำนานขึ้นใหม่ได้ด้วยตัวเอง” สิ้นเสียงริน เสียงตบมือดังกึกก้องตามมา...

ในเวลาต่อมาหลังงานประกาศรางวัลเลิก รินกับปาลกำลังจะกลับ คุณไอริณเข้ามาแสดงความยินดีกับรางวัลที่ได้รับ รินขอบคุณเธอเช่นกันที่ให้โอกาสบริษัทของตนได้ทำละครเรื่องนี้

“ยินดีมากๆค่ะ แล้วมีโปรเจกต์ใหม่รึยังคะ ไอริณอยากเห็นละครจากค่ายคุณรินอีก”

“ขอบคุณนะคะ แต่การทำละครเรื่องหนึ่งมันใช้พลังเยอะมาก ลำพังรินคนเดียวคงทำมันไม่ได้หรอกค่ะ”

“วายนอต ก็ให้ปาลช่วยสิคะ เอาล่ะ ไอริณจะถือว่าวันนี้ไม่ได้ยินอะไรแล้วกัน ถ้าวันหนึ่งคุณมีโปรเจกต์ทำอะไรมาเสนอ ติดต่อไอริณได้โดยตรงเลยนะไม่ต้องผ่านเลขาฯ” ไอริณยิ้มให้ก่อนเดินจากไป...

ระหว่างขับรถกลับที่พัก ปาลบอกรินว่าแม่ปุกฝากของมาแสดงความยินดีกับเธอด้วย อยู่ในคอนโซลหน้ารถ เธอเปิดดูพบกล่องแหวนก็ตกใจไม่กล้าหยิบทำท่าจะปิดไว้อย่างเดิม

“ไม่ต้องกลัวผมเสียใจนะ ผมไม่รีบ ผมรู้คุณมีเรื่องต้องคิดเยอะ ช่วงนี้คุณฮอตนี่นา ไหนจะเรื่อง

ที่คุณไอริณเสนออีก”

“เรื่องคุณไอริณฉันยังไม่รู้จะตกลงไหม แต่เรื่องนี้...”  รินหยิบกล่องใส่แหวนมาถือไว้ แล้วเอื้อมมือไปจับมือปาล “...ฉันตกลง”

ปาลยกมือเธอที่กุมมือตัวเองมาแนบแก้ม

ยิ้มมีความสุข...

ในเมื่อหมดห่วงกับทุกสิ่ง พระวิษณุออกเดินธุดงค์เข้าไปในป่า จากถนนมืดๆ เริ่มเป็นทางเดินที่มีต้นไผ่โน้มกิ่งเข้าหากันคล้ายเป็นอุโมงค์และมีแสงสว่างที่ปลายทางนั้น ท่านเดินอย่างสงบไปตามทางเหมือนหลุดพ้นบ่วงกรรมของทุกคน

ooooooo

–อวสาน–


ละครนางบาป ตอนที่ 13(ตอนจบ) อ่านนางบาป ติดตามนางบาป ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย จรณ โสรัตน์,ปรียากานต์ ใจกันทะ 11 ก.ย. 2561 07:08 2018-09-13T00:04:22+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ