ข่าว

วิดีโอ



นางบาป

อ่านเรื่องย่อ

แนว: พีเรียด-ดราม่า-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จันมณี,ชื่นใจมาลี, ภัณฑ์ณัฐ วงศ์วัชรกมล

กำกับการแสดงโดย: วีระชัย รุ่งเรือง

ผลิตโดย: บริษัท ดวงมาลีมณีจันทร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จรณ โสรัตน์,ปรียากานต์ ใจกันทะ

กองถ่ายละครนางบาปมีเรื่องวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ผ้าโจงที่พายนุ่งเมื่อวานเข่าขาดทั้งสองข้างเนื่องจากเธอคลานเข่าแทบจะรอบตึกวนาเทพตามขอโทษกิฟท์ เจ้าตัวจำอะไรไม่ได้สักอย่างไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองถูกผีสิง คอสตูมบ่นอุบกองละครเราน่ากลัวขึ้นทุกวันมีแต่เรื่องแปลกๆ ช่างแต่งหน้าเห็นด้วย

“นั่นสิ ใจหายใจคว่ำไม่ได้ว่างเว้นแต่ละวันถ้าอยู่ๆ ผีเข้าใครลุกขึ้นมาฆ่ามาแกงกันจะทำอย่างไร”

รินขอร้องอย่ากลัวผีให้มากนักเลย คนน่ากลัวกว่าเยอะ ส่วนผ้าที่ขาดให้คอสตูมเอาไปซ่อมได้เลยแล้วค่อยมาเบิกเงินทีหลัง แล้วขยับจะไป เดือนปรี่ไปดักหน้าไว้ตำหนิว่าแก้ปัญหาง่ายๆแบบนี้เองหรือ วิษณุพยายามปรามแต่เธอไม่ฟังยังคงต่อว่ารินไม่เลิก

“ไม่คิดจะดูแลขวัญของคนในกองบ้างเหรอ ไม่ใช่ทุกคนนะจะแข็งแรงแมนเกินร้อยไม่กลัวผีแบบพี่ริน”

“แล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะคะ”

เดือนสบโอกาสเหมาะในเมื่อรินไม่กลัวผีก็เอาสร้อยพระที่สวมอยู่ให้พายใส่แทน จะได้รู้กันไปเลยว่าผีอยู่ในร่างพายจริงหรือเปล่า ในเมื่อขอมารินยินดีจัดให้แล้วจะปลดสร้อยพระออกจากคอ ปาลคว้ามือเธอไว้ ผีหยดมองเขาตาขวางที่แส่ไม่เข้าเรื่องโดนขังเมื่อวานไม่รู้จักเข็ดหลาบ

“ผมว่ารินใส่ไว้ดีกว่านะเดี๋ยวผมจะรีบหาพระให้น้องพายอีกองค์ดีกว่าไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ รินอยากจบปัญหาเดี๋ยวนี้” ว่าแล้วรินปลดสร้อยจากคอตัวเองไปสวมให้พาย ทุกคนมองลุ้นว่าพายจะลงไปดิ้นเร่าๆหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าเธอไม่มีอาการใดๆ ทุกคนพากันโล่งอก ขณะที่ผีหยดยิ้มสมใจ

“อีรินมิได้ห้อยสายสร้อยพระแล้ว เวลาของกูมาถึงแล้ว”

ระหว่างที่รินอยู่ในห้องแต่งตัวของกองถ่ายเพียงลำพัง อดนึกถึงตอนที่วิษณุบอกว่าผีหยาดสิงพายและให้รินช่วยเรียกสติพายกลับมา ตนเองทั้งเขย่าตัวทั้งตบแก้มเธอแต่ไม่ได้ผล แต่พอปาลจับไหล่เธอเขย่าเท่านั้น สติเธอกลับมา ล้มลงในอ้อมแขนเขา ตัวเขาเองยังแอบมาบ่นกับรินว่าแปลก ทำไมพอเขาเรียกพายถึงจำได้ หรือว่าเขาอาจจะเป็นใครสักคนในตึกวนาเทพกลับชาติมาเกิดก็ได้

รินพยายามสะบัดหัวไล่ปาลออกไปจากความคิด จังหวะนั้นมีลมพัดเข้ามาทั้งที่ปิดประตูหน้าต่าง เธอไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้นเพราะคิดถึงแต่เรื่องปาลกับพาย ผีหยดลอยทะลุกำแพงห้องเข้ามายืนซ้อนด้านหลัง

“ขอยึดร่างเอ็งเถิดหนา เป็นทางเดียวที่ข้าจักได้ครองรักกับคุณพระท่านอีกครั้ง” ผีหยดกอดเอวรินไว้ แล้วบริกรรมคาถา อึดใจเธอถูกสิงร่างเรียบร้อย

ooooooo

งานแรกที่ผีหยดใช้ร่างรินทำคือตามไปหาเรื่องกิฟท์คู่อริข้ามภพข้ามชาติของตัวเอง ตรงเข้าไปตบเธอหน้าหันท่ามกลางสายตาของเดือน

คอสตูมและช่างแต่งหน้าต่างพากันตกใจไม่คิดว่ารินจะกลายเป็นพวกสายเหวี่ยงวีน ช่างแต่งหน้ากับคอสตูมต่างขอร้องให้พูดจากันดีๆไม่เห็นต้องลงไม้ลงมือ

“กูอดใจมานานนักหนาแล้วกูรู้ว่าพวกมึงก็อยากตบมันเหมือนกัน กูเลยขันอาสาตบแทนทุกคนไงเล่า...เอาอีกสักทีไหมล่ะคะ” รินเงื้อมือจะตบกิฟท์อีก ช่างแต่งหน้ากับคอสตูมต้องช่วยกันจับแขนรินไว้ โดยมีเดือนคอยถ่ายคลิปไว้ตั้งแต่แรก ผีหยาดปรากฏตัวขึ้นโดยมีเพียงผีหยดในร่างรินเท่านั้นที่เห็น

“อีหยาด มึงอย่ายุ่ง”

คอสตูมกับช่างแต่งหน้าที่ช่วยกันจับรินไว้พากันหน้าตื่น นี่รินจะเรียกผีมาอีกทำไม ผีหยาดไม่เข้าใจพี่สาวจะสิงร่างรินทำไม แล้วเข้าไปฉุดมือวิญญาณผีหยดเพื่อให้ออกจากร่างริน เกิดการยื้อยุดกันขึ้น ทีมงานมองรินที่ต่อสู้กับอากาศอย่างงงๆเนื่องจากมองไม่เห็นผีหยาด ปาลกับวิษณุมาทันเห็นพอดีถึงกับอึ้ง

กิฟท์รีบเข้ามาฟ้องวิษณุ “ช่วยกิฟท์ด้วยค่ะ รินเป็นอะไรไม่รู้ค่ะ”

ผีหยาดรวบรวบกำลังทั้งหมดกระชากแขนผีหยดอย่างแรง ในที่สุดวิญญาณผีหยดกระเด็นออกจากร่างที่สิง รินยืนงงว่าตัวเองมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรเมื่อครู่นี้ยังเช็กของอยู่ในห้องแต่งตัว เดือนต่อว่าว่ายังจะมีหน้ามาถามอีก อยู่ๆไปตบกิฟท์ได้อย่างไร กิฟท์ช่วยยืนยันอีกแรงว่าตัวเองตามงานอยู่ดีๆ รินก็เหวี่ยงวีนใส่ เดือนโชว์คลิปที่อัดไว้เพื่อยืนยันคำพูด รินเห็นคลิปแล้วทั้งตกใจทั้งเสียใจเข้าไปจับแขนกิฟท์

“ขอโทษนะคะ รินไม่ได้ตั้งใจรินนั่งตรวจเอกสารกองถ่ายอยู่ในห้องแล้วอยู่ๆมายืนอยู่ตรงนี้ เมื่อกี้รินไม่รู้ตัวจริงๆว่าทำแบบนั้นไปได้อย่างไร”

“คลาสสิกมาก รินถูกผีเข้าแน่ๆ...นี่มันกองถ่ายหรืองานแฟร์ผีโลกคะ ผีเข้าผีออกไม่เว้นแต่ละวัน กิฟท์เริ่มจะไม่ไหวนะคะ” กิฟท์มองรินไม่พอใจ ขณะที่คนถูกมองเริ่มไม่แน่ใจเรื่องผีมีจริงเพราะโดนเข้ากับตัวเองเต็มๆ

ooooooo

ที่มุมเงียบสงบนอกตึกวนาเทพ วิษณุหยิบบันทึกต้นตระกูลคุณพระวนาเทพขึ้นมามอง

“หยาด ฉันอยากทำในสิ่งที่มันถูกต้อง ฉันยอมให้คนกล่าวหาแม่หยาดเป็นนางบาปต่อไปไม่ได้ คนที่บาปคือฉัน ไม่ใช่แม่หยาด” วิษณุว่าแล้วเดินเข้าตัวตึก...

ภายในห้องโถงของตึกวนาเทพถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามด้วยดอกไม้สด นี่จะเป็นฉากงานแต่งงานระหว่างคุณพระวนาเทพกับคุณกำไล ฉากนี้เป็นฉากใหญ่ นอกจากพระนางจะเข้าฉากแล้ว ตัวแสดงสำคัญๆมาเข้าฉากกันพร้อมหน้าพร้อมตา แถมยังมีตัวประกอบอีกเพียบ

วิษณุเดินถือสมุดบันทึกมองความอลังการของฉากด้วยความหดหู่แล้วไปนั่งหน้ามอนิเตอร์ นักแสดงพร้อม ไฟพร้อม กล้องพร้อม ผู้กำกับกลับไม่พร้อม เดี๋ยวขอน้ำดื่มเดี๋ยวขอกาแฟ สุดท้ายขอไปเข้าห้องน้ำ ทุกชีวิตมองเหล่เขาเป็นตาเดียวกัน รินรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ ตามไปถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน ทำเหมือนไม่อยากถ่ายละคร

ผู้กำกับหนุ่มยอมรับว่าใช่ ตั้งแต่ได้อ่านบันทึกที่ปาลให้ เขาตระหนักแล้วว่าละครที่เราถ่ายทำบิดเบือนความจริง เรากำลังใส่ร้ายหยาด ชาติก่อนเขาทำเลวกับเธอเอาไว้ตั้งมากมาย ชาตินี้ยังจะมาตอกย้ำความเข้าใจผิดโยนบาปให้เธออีก เขาทำต่อไปไม่ไหวจริงๆ รินอยากรู้ถ้าอย่างนั้นเขาจะให้ทำอย่างไร

“พี่จะขอหยุดกองสักพัก พี่จะแจ้งกับทางช่องว่าเราจะขอแก้บทอีกครั้ง โดยที่เราจะยึดบันทึกของปาลเป็นแกน มีที่มาขนาดนี้พี่ว่าช่องน่าจะเข้าใจ”

รินมองไปที่ฉากซึ่งจัดไว้อย่างสวยงามอลังการ “แล้วค่าใช้จ่าย ความเสียหาย เราจะทำอย่างไรพี่”

“พี่ขอโทษจริงๆริน แต่เราต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุดนะรินก็รู้”

“งั้นพี่ณุไปบอกทีมงานเองนะคะ รินไม่ไหวแล้ว” รินพูดจบกลับไปรวมกับคนอื่น บอลเห็นหน้าบอกบุญไม่รับของเธอถามว่าโอเคไหม เธอไม่ตอบได้แต่ยืนนิ่ง วิษณุเข้ามายืนตรงกลางฉาก ประกาศกับทุกคนว่าจะ

ไม่มีการถ่ายทำในวันนี้ อ้างเกิดขัดข้องทางเทคนิคนิดหน่อย จะต้องขอหยุดพักแล้วจะกลับมาถ่ายต่อเมื่อทุกอย่างลงตัว ขอโทษทุกคนด้วย และให้เตรียมตัวเก็บข้าวของกลับกรุงเทพฯ รอฟังข่าวจากริน กิฟท์สุดทนโวยลั่น

“นี่มันไม่ไหวนะคะ คิวกิฟท์มีมูลค่านะคะไม่ใช่ทิชชูที่ขอมาแล้วทิ้งๆขว้างๆอยากทำอะไรก็ทำ”

“ใจเย็นกิฟท์นี่มันเรื่องใหญ่ เจ็บตัวกันทุกฝ่าย พี่ณุคงมีเหตุผลถึงต้องทำแบบนี้ เอาน่ะ ช่วงนี้มันก็มีเรื่องอะไรเต็มไปหมด ได้พักบ้างก็ดีนะ” คำพูดของต้นทำให้กิฟท์สงบลงได้

วิษณุรู้สึกผิดกับกองถ่ายและทุกคน แต่ไม่เท่าที่รู้สึกผิดกับผีหยาด...

รินทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ หลบมานั่งร้องไห้คนเดียว ปาลสงสารเธอจับใจเข้ามาพูดให้กำลังใจ แต่ดูเหมือนช่วยได้ไม่มากนักเธอทำท่าจะร้องไห้อีก เขาอยากกอดปลอบใจแต่ไม่กล้าทำได้แค่ส่งสายตาห่วงใยไปให้

ooooooo

พายเก็บของเสร็จเดินมาขึ้นรถตู้ของกองถ่าย นึกถึงสร้อยพระขึ้นมาได้ ถอดสร้อยออกกวาดตามองหารินแต่ไม่เห็น เจอเดือนอยู่แถวนั้นพอดีเข้าไปถามว่าเห็นรินไหม ตนจะเอาสร้อยพระคืน เดือนสบโอกาสเหมาะ

“อ๋อ คงยุ่งๆอยู่ด้านโน้นมั้งคะ แต่จริงๆนั่นไม่ใช่สร้อยพี่รินหรอกค่ะ ของพี่ณุค่ะ พายฝากเดือนไว้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเดือนเขาไปคืนให้พี่ณุเอง” เดือนออกตัวขนาดนี้มีหรือพายจะไม่ทำตาม เธอรอจนพายไปพ้นแล้วเอาสร้อยสวมคอตัวเองแล้วยกปกเสื้อปิดๆเอาไว้

พาไลเพิ่งมาถึงเห็นทีมงานช่วยกันเก็บข้าวของถามเดือนว่าเกิดอะไรขึ้น เธอยังไม่ทันตอบคำถาม กิฟท์ซึ่งสวมชุดปกติเดินมาเห็น ปรี่เข้าไปกอดทักทาย พาไลทักตอบตามมารยาทก่อนจะถามเดือนซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น

“พี่พาไลยังไม่รู้เหรอคะว่าพี่ณุยกกอง ขอพักกองแบบไม่มีกำหนด” กิฟท์ชิงตอบคำถามแทน

“เดือนว่าปัญหาที่ว่าคงมาจากแม่ผู้จัดหน้าใหม่อีกแหละค่ะ พี่ณุคงไม่อยากพูดแล้วรับผิดชอบแทนนาง”

“คุณรินน่ะเหรอคะ” พาไลเอ่ยชื่อนี้ขึ้นมาทำเอากิฟท์กับเดือนซึ่งเป็นแฟนคลับ “รวมพลคนเกลียดริน” ต่างเบ้หน้า กิฟท์เล่าให้พาไลฟังเรื่องที่รินอ้างว่าถูกผีสิงแล้วไล่ตบตีตน อีกทั้งเมื่อคืนปาลหายตัวไปหากันให้ควั่กไม่เป็นอันถ่ายละคร ตั้งข้อสังเกตว่าที่หาเขาไม่เจอ น่าจะเป็นเพราะผีบังตาเอาไว้

“กองนี้มีผีจริงๆนะคะพี่พาไล ผีผลักให้ตบ ผีผลักนั่งร้านพัง เยอะไปหมด”

“เอ๊ะ กิฟท์หมายถึงที่คุณรินได้รับอุบัติเหตุน่ะเหรอคะ”

กิฟท์พยักหน้ารับคำ ผีที่นี่เก่งได้โล่ที่จริง น่าจะเล่นงานรินหนักกว่านี้ เอาให้เสียโฉมได้ยิ่งดี ชอบมาตอแยพี่ต้นของตนดีนัก พาไลแอบยิ้มดีใจที่มีคนเกลียดรินเป็นเพื่อน...

พาไลตามไปเล่นงานรินที่กำลังเคลียร์บิลอยู่กับทีมงานเพราะคิดว่าเธอเป็นคนต้นคิดเรื่องพักกองถ่าย ทำแบบนี้เสียหายกับคิวงานของต้น เธอขอโทษพาไลด้วยที่ยกเลิกกองกะทันหันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ

“ก็ทางกองเรื่องนี้ขอล็อกคิวต้นไปแล้วพี่แคนเซิลงานไปตั้งเยอะ แล้วจะทำยังไงใครจะรับผิดชอบ” พาไลโวยวายไม่เลิก ต้นต้องเข้ามาขอร้องให้ผู้จัดการตัวเองใจเย็นๆก่อน

“ผมไม่มีปัญหานะพี่ ผมแล้วก็ทีมงานเคารพการตัดสินใจของผู้จัด แล้วก็ผู้กำกับ ในเมื่อเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ทุกฝ่ายเกิดปัญหาทุกคนก็เสียหายกันหมด มันก็ต้องยอมๆช่วยๆกันไปจะมาคิดว่าตัวเองเสียผลประโยชน์มันใช่เหรอพี่ อยู่กันมาพี่ก็น่าจะรู้ว่าเห็นแก่ตัวแบบนั้น มันไม่ใช่นิสัยผม”

“งั้นก็ได้ค่ะ ขอโทษที่พี่จุ้นเอง” พาไลมีงอนต้นบีบแขนเธออ้อนๆ บอลไม่อยากให้เครียดเกินไปกระเซ้าว่าพระเอกของเรามีอ้อนผู้จัดการด้วย เรียกเสียงหัวเราะได้พอสมควรทำให้บรรยากาศดีขึ้น วิษณุมองต้นอย่าง ขอบใจและซาบซึ้ง เขามองตอบพลางยิ้มให้ พาไลเห็นสายตาของทั้งคู่ก็ชะงัก วิษณุเห็นใจรินมากที่ต้องแบกปัญหาทุกอย่างเข้าไปขอโทษเธออีกครั้ง

“ไม่เป็นไรพี่ ตอนนี้ปัญหาคงหมดแล้วมั้ง”

“ริน เดี๋ยวพี่ขอกลับกับรินนะ อยากกลับด้วย” วิษณุอ้อน รินไม่ขัดข้องดีเสียอีกจะได้มีเพื่อน พาไลมองทั้งคู่อย่างมาดร้าย เป็นจังหวะเดียวกับสวัสดิการกองถ่ายขนของขึ้นรถเผลอทำน้ำตาลทรายหกพาไลมองเขม็ง

ooooooo

ส่งทุกคนกลับไปหมด รินขึ้นประจำที่นั่งคนขับโดยมีวิษณุนั่งเบาะข้างๆ เธอชะงักเมื่อถูกมดกัด มองไปที่พื้นเห็นมดเดินพาเหรดเป็นแถว วิษณุนิ่วหน้าแปลกใจ

“มดในที่จอดรถเนี่ยนะ แปลกอะ”

รินไม่สนใจอะไรสตาร์ตรถขับออกไป โดยมีรถตู้ที่ปาลกับพายนั่งตามมาด้านหลัง รถของพาไลกับต้นขับปิดท้าย รถของรินแล่นมาได้สักพักเกิดอาการแปลกๆ ไฟน้ำมันที่แผงหน้าปัดโชว์ เธองงมากเมื่อวานเพิ่งเติมน้ำมันเต็มถังทำไมไฟน้ำมันดันโชว์ พักเดียวรถเริ่มส่าย เธอพยายามขับประคองแต่ไปต่อไม่ไหวรีบเบนรถจอดข้างทาง รถตู้ที่ปาลกับพายนั่ง รวมทั้งรถพาไลกับต้นขับเลยไปแล้วต้องย้อนกลับมาดู

รถของรินตายสนิท วิษณุต้องโทร.ตามช่างมาลากไปที่อู่ รินไม่อยากให้เขามาเสียเวลา จึงฝากเขากลับกับต้น เธออยู่รอช่างเอง ปาลจัดแจงฝากพายกลับกับต้นด้วยอีกคน จะได้เอารถตู้ตามไปที่อู่แล้วรอรับรินกลับ พายขออยู่เป็นเพื่อนปาลกับริน ไม่ยอมกลับไปพร้อมวิษณุ

“งั้นพี่ฝากรินด้วยนะปาล พี่ต้องกลับไปเคลียร์อะไรเยอะเลย ไว้ค่อยเจอกันที่ออฟฟิศนะริน”

หลังจากช่างซ่อมรถตรวจดูรถรินอย่างละเอียด พบว่ามีน้ำตาลทรายในถังน้ำมัน ทั้งรินและปาลต่างงุนงง น้ำตาลทรายเข้าไปอยู่ในนั้นได้อย่างไร ระหว่างนั้นวิษณุโทร.มาถามรินว่าเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่ารถเสียเนื่องจากมีน้ำตาลทรายอยู่ในถังน้ำมันถึงกับร้องเอะอะ


“เป็นไปได้ยังไง โอเค มีอะไรส่งข่าวนะริน”

ต้นที่นั่งเบาะหน้าคู่กับพาไลคนขับรถเห็นวิษณุวางสายถามว่ามีอะไรหรือ เขาเล่าให้ฟังว่าช่างเจอน้ำตาลทรายในถังน้ำมันรถของริน พาไลแอบยิ้มสะใจที่กลั่นแกล้งรินได้อีกครั้ง...

ระหว่างนั่งมาในรถตู้ รินที่นั่งแถวที่สองแอบมองกระจกส่องหลังเห็นพายเอนหัวหลับซบไหล่ปาลอยู่ที่เบาะด้านหลังตัวเอง รู้สึกเจ็บแปลบใจต้องเบือนหน้าหนี...

รถตู้ส่งพายที่บ้านก่อน รินหลับสนิทเลยไม่ได้ร่ำลากัน ปาลช่วยเธอถือกระเป๋าเข้าไปส่งให้ถึงในบ้าน พายเสียดายจากนี้ไปคงไม่ได้เจอเขาทุกวันอีกแล้ว ไม่รู้เมื่อไหร่กองนี้จะได้ถ่ายทำต่อ เขาเชื่อว่าอีกไม่นาน

“ช่วงนี้เราก็นัดเจอกันบ้าง ไปทานข้าวบ้างได้ไหมคะ”

ปาลไม่ขัดข้องไว้ค่อยโทร.นัดกัน พายยิ้มมีความสุขที่อย่างน้อยเขายังรับปากจะเจอกัน เขายืนส่งจนเธอเข้าในตัวบ้านถึงได้กลับขึ้นรถ เห็นรินยังหลับสนิทอยู่ ปาลเข้าไปนั่งข้างๆ พอรถเคลื่อนตัวเธอเอนมาซบไหล่เขา มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น ปาลรีบกดรับสายไม่อยากทำให้เธอตื่น

“ครับพี่ วีกหน้าเหรอครับ ขอเช็กวันแล้วบอกอีกที นี่ละครพักกอง ผมน่าจะไปได้ ฝากจองที่พักด้วยนะพี่”

จากนั้นไม่นาน รถตู้มาจอดหน้าคอนโดฯที่พักของรินซึ่งยังหลับซบไหล่ปาลอยู่ เขาค่อยๆปลุกเธอว่าถึงแล้ว รินลืมตาขึ้นมาเห็นตัวเองซบไหล่เขาอยู่ก็ตกใจ ขยับหนี ถามว่าพายอยู่ไหน

“บ้านเขาถึงก่อน ลงไปแล้วสิคุณ” ปาลลงจากรถเพื่อให้รินลงได้ “คุณระวังตัวดีๆนะ ผมเป็นห่วงคุณจริงๆ ผมไม่แน่ใจว่าเหตุที่เกิด คนแกล้งหรือผี”

“ผีนางหยาดคงไม่บ้าเอาน้ำตาลทรายมาเทมั้งคุณ”

“ก็ไม่แน่ เพราะวันนั้นที่ผมโดนขัง ผีหยดเขาบอกว่าอย่ายุ่งกับคุณ”

“นี่คุณพยายามจะให้ฉันเชื่อเรื่องผีให้ได้ใช่ไหม”

ปาลอยากรู้ถ้าไม่ใช่เพราะผี แล้วรินจะอธิบายเรื่องที่ไปตบกิฟท์อย่างไร เธอเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน เขาแนะอย่างน้อยถ้าเธอเปิดใจเชื่อเรื่องผีบ้างจะได้ไม่โกรธพี่ณุมากนัก ครู่ต่อมารินลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาใน ห้องพัก เป็นจังหวะเดียวกับแม่โทร.หา ทันทีที่รับสายรินหยอดคำหวานว่าคิดถึงแม่มาก

“อะไรของแก ปกติแม่โทร.มาละคุยอย่างเสียไม่ได้”

“แม่ก็จะเอายังไง คิดถึงก็ว่าไม่คิดถึงก็ว่า ตอนนี้รินเซ็งมาก เดี๋ยวกลับไปหาแม่สักพักนะ”

“จริงเหรอริน อย่าหลอกให้ดีใจนะ”

รินยืนยันไม่ได้หลอก วางสายจากแม่ก็จะโทร.จองตั๋วเครื่องบินเลย แม่ดีใจมากที่ลูกจะกลับบ้านหันไปบอกพ่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่ารินจะกลับบ้านพรุ่งนี้ พ่อพลอยตื่นเต้นดีใจไปด้วย

ooooooo

โลกกลมอย่างเหลือเชื่อ รินนั่งเครื่องบินไปภูเก็ตลำเดียวกับปาล ทีแรกทั้งคู่ไม่เห็นกัน แต่พอเครื่องตกหลุมอากาศสองครั้งซ้อน รินที่นั่งอยู่กลางเครื่องคลื่นไส้อาเจียนอย่างหนัก แอร์โฮสเตสต้องพาเธอไปนั่งที่นั่งริมหน้าต่างแทน ปาลซึ่งได้ที่นั่งท้ายเครื่องออกจากห้องน้ำเห็นเธอกำลังย้ายที่นั่งรีบเข้าไปหา

แอร์โฮสเตสเห็นปาลเดินเข้ามาก็ตำหนิว่าตอนนี้สภาพอากาศแปรปรวน ช่วยกลับไปนั่งที่ด้วย เขาขอดูแลรินเองเราเป็นเพื่อนกัน แอร์โฮสเตสก็เลยไม่ว่าอะไร เขานั่งลงข้างๆจับมือรินมากดจุดที่แขนห่างจากข้อมือ 2 นิ้วตามตำราหมอบอก เธอดูผ่อนคลายขึ้น สักพักเธอรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็นเขาก็ตกใจ

“คุณ ทำอะไร แล้วคุณมาได้ไงเนี่ย” รินจะชักมือกลับ ปาลยื้อไว้

“ถ้าที่จับมือคุณ ผมกดจุดให้ตามตำราจีน มันช่วยลดอาการคลื่นไส้ ส่วนข้อหลังผมมากับกลุ่มเพื่อนสถาปนิกน่ะ”

“บังเอิญไปนะ”

“นั่นสิ แล้วรู้สึกดีไหมที่ผมกดจุดให้” ปาลยังคงกดจุดไว้อย่างนั้น รินพยักหน้า สีหน้าผ่อนคลายขึ้นมาก...

ที่สนามบินภูเก็ต แม่มารอรับรินที่ประตูขาเข้า เห็นเธอเดินหน้าซีดดูสะบักสะบอมออกมาโดยมีปาลช่วยลากกระเป๋าตามหลังรีบวิ่งมาหา อารามรีบร้อนสะดุดขาตัวเองหน้าคะมำโชคดีที่ปาลพุ่งไปรับไว้ทัน

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ แม่ก็อย่าตกใจไปเลยแม่ เครื่องมันเหวี่ยงรินแค่เวียนหัวน่ะ”

“ขอบคุณนะลูก เพื่อนรินเหรอ ตามรินมาเที่ยว เหรอลูก”

รินกับปาลตอบกันไปคนละทาง เธอบอกว่าไม่ใช่ แต่เขาว่าใช่ แม่งงตกลงอย่างไรกันแน่ ปาลแนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนกับริน แต่ไม่ได้ตามเธอมาเที่ยว ต่างคนต่างมา

“เมื่อกี้ยังไม่ทันสวัสดีเลย ผมปาลนะครับ รู้จักกับคุณรินในงานละครเรื่องที่เพิ่งถ่ายไป”

แม่สงสัยว่าปาลมาเที่ยวหรือ เขามาทำโครงการกับเพื่อนๆสถาปนิก มาสำรวจอาคารโบราณในท้องถิ่นที่ ภูเก็ต แม่ทักว่าใช่กลุ่มเดียวกับที่พักที่ทะเลรินรีสอร์ตไหม เขาแปลกใจทำไมท่านถึงรู้

“อ้าว จุดไต้ตำตอ นั่นมันรีสอร์ตของแม่เอง”

รินมองแม่สลับกับมองปาล อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น...

ภายในห้องอาหารของทะเลรินรีสอร์ต เพื่อนสถาปนิกของปาลคือทีกับกอล์ฟ นั่งคุยอยู่กับพ่อของรินโดยมีภาพวาดสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสของภูเก็ตหลายภาพวางอยู่บนโต๊ะ

“เห็นแล้วมันปลื้มจริงๆที่สถาปนิกรุ่นใหม่ๆอุตส่าห์มาสเกตช์ตึกเก่าๆถึงภูเก็ตนี่”

“คือพวกเราเป็นพวกชอบตึกเก่าก็เลยรวมตัวกันออกสเกตช์อย่างน้อยก็เป็นการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่าๆไว้เท่าที่เราพอทำได้”

“แหม ฟังแล้วมันภูมิใจ ผมก็อาคิเทกต์นะคุณ รุ่นน้องผมทั้งนั้นเลยเนี่ย” พ่อหัวเราะร่วน รินมาทันได้ยินพอดีแซวว่าน่าจะเป็นรุ่นลูกมากกว่า ปาลรีบเสนอหน้าเข้าไปไหว้ แนะนำตัวกับพ่อรินว่าเป็นเพื่อนของเธอ ท่านมองหน้าเขาแล้วรู้สึกคุ้นๆ แม่ร้องบอกว่าปาลเป็นดารา เล่นละครเรื่องที่รินทำ พ่อถึงบางอ้อที่แท้ก็เป็นดารานี่เอง แล้วถามว่ากลุ่มเดียวกันกับทีและกอล์ฟใช่ไหม ปาลรับคำ

รินมองงานของปาลกับเพื่อนอย่างสนใจ 

การกลับบ้านครั้งนี้ของเธอทำให้ได้รู้จักปาลในอีกแง่มุมหนึ่ง

ooooooo

วิษณุนั่งอ่านบันทึกต้นตระกูลคุณพระวนาเทพที่ปาลให้ ยิ่งอ่านก็ยิ่งสงสารหยาดจับใจเพราะเธอเป็นเพียงเครื่องมือของคุณกำไลหวังจะใช้ความสาวความบริสุทธิ์ของเธอดึงคุณพระคืนจากหยดที่มักใหญ่ใฝ่สูง

“ตำนานก็แค่เรื่องเล่าสนุกปากที่ไม่มีความจริง หยาด...เรื่องในชาติก่อนเราคงกลับไปแก้ไขไม่ได้ ถือซะว่าในชาตินี้ฉันจะแก้ไขความเข้าใจผิดให้เธอเองเพราะคนผิดคือฉันเอง” คำพูดของวิษณุเหมือนผีหยาดที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้หน้าตึกวนาเทพจะรับรู้ได้ถึงกับยิ้มออกมา...

ไม่ใช่แค่บังเอิญนั่งเครื่องบินลำเดียวกันไปลงภูเก็ต หรือแค่พักที่รีสอร์ตของครอบครัวรินเท่านั้น ปาลคุยกันไปคุยกันมาระหว่างกินมื้อเช้ากับแม่รินทำให้รู้ว่า ปุกแม่ของเขาเป็นเพื่อนซี้สมัยเรียนหนังสือกับท่าน แถมเคยตกลงกันไว้ว่ารินโตเป็นสาวเมื่อไหร่จะจับแต่งงานกับปาล รินอายสุดๆไม่กล้าสบตาเขา

“โอ๊ย...แล้วมาเจอกันตอนนี้อีก นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ” แม่รินเอะอะเสียงดังตามนิสัย “ปาล ลูกสาวแม่ดีนะ เก่งก็เก่ง รับรองไม่เจ้าชู้ด้วย แก่นกะโหลกแบบนี้ไม่มีใครเขาเอาหรอกลูก วางใจได้”

รินเขินหนักทำอะไรไม่ถูก คว้าซาลาเปายัดใส่ปากแก้เขิน จังหวะนั้นทีกับกอล์ฟเข้ามาตามปาล อิ่มเมื่อไหร่จะได้ไปดูตึกกัน พ่อรินขอให้รินเป็นคนพาพวกหนุ่มๆไป แนะให้เริ่มไปดูตึกตั้งแต่ศูนย์ข่าวพรหมเทพไล่ไปตามถนนเรื่อยๆ รินรับหน้าที่ไกด์จำเป็นด้วยความเต็มใจ...

ขณะรินพาปาลกับพวกทัวร์ตึกโบราณของภูเก็ต วิษณุเอาบันทึกต้นตระกูลคุณพระวนาเทพมาให้ธานีดู อธิบายว่านี่คือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญมากที่เล่าเรื่องจริงๆของนางหยาด เจ้าของตำนานบางบัวบาน ซึ่งเรื่องจริงกับตำนานต่างกันอย่างสิ้นเชิง ธานีสงสัยเขาเอามาให้ดูทำไม

“คือตอนนี้ผมได้หยุดกองละครนางบาปบางบัวบานไว้ชั่วคราวครับ ผมจะขอเวลาแก้บทตามความจริงในบันทึกเล่มนี้ครับ”

ทีแรกธานีไม่สนใจว่าเรื่องจริงกับตำนานจะต่างกันแค่ไหน ให้วิษณุถ่ายทำตามบทเดิมที่เขียนเอาไว้ แต่พอต้นเข้ามาช่วยพูดเท่านั้น ท่าทีของธานีก็เปลี่ยนไปจะลองพิจารณาเรื่องนี้ดูอีกที...

ครู่ต่อมาวิษณุพาต้นมากินอาหารหรูเพื่อขอบคุณที่ช่วยพูดจนธานียอมรับฟัง ต้นขอร้องอย่าถือเป็นบุญเป็นคุณอะไร วิษณุเองเคยช่วยตนไว้มากกว่านี้อีก ตอนนั้นที่อยู่เมืองนอกถ้าไม่ได้เขาช่วยไว้ตนไม่รู้จะเอาชีวิตรอดอย่างไร วิษณุเกรงใจนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้นช่วย ละครก็ยอมมาเล่นให้

“แค่นี้เล็กน้อยมากเลยพี่ ได้ทำงานกับพี่ ผมมีความสุขเพราะผมนับถือในตัวพี่และผมก็อยากให้พี่ได้ทำงานอย่างมีความสุข ถ้าต้องช่วยอะไรมากกว่านี้ผมก็ยินดี”

ooooooo

การได้พาปาลกับเพื่อนๆมาวาดรูปตึกโบราณของภูเก็ตทำให้รินลืมเรื่องถ่ายละครไปได้ ยิ่งได้เห็นภาพวาดลายเส้นสวยๆฝีมือเขาก็ยิ่งประทับใจ แอบไปสเกตช์ภาพเองบ้าง พอปาลมาใกล้ๆเธอรีบคว่ำรูป เขาขอดูหน่อย สัญญาจะไม่หัวเราะ เธอถึงยอมเอารูปให้ดู เขาเห็นลายเส้นแบบเด็กอนุบาลกลั้นหัวเราะจนจมูกบาน

รินเห็นหน้าเขาถึงกับขำก๊ากแล้วขอภาพสเกตช์คืนเขาไม่ให้เอารูปวิ่งหนีโดยมีเธอวิ่งไล่อย่างสนุกสนาน...

เสร็จจากวาดภาพตึกโบราณ รินพาปาลกับพวกไปชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ ปาลเห็นเธอดูผ่อนคลายอดทักไม่ได้ เวลาเธออยู่ที่นี่เหมือนเป็นอีกคนดูสบายใจมีความสุข

“ก็ถิ่นฉันนี่ ภูเก็ตเป็นเมืองที่เจ๋งที่สุดในโลก คุณไม่รู้หรอก” รินพูดไม่ทันขาดคำมีสายจากทีมงานละครโทร.เข้ามาสอบถามเรื่องเอกสาร ปาลเห็นเธอหน้าเครียดขึ้นมาอีก รอจนวางสายคว้ามือถือไปปิดเครื่อง

“คุณน่ะใช้งานตัวเองมามากแล้ว หัดพักบ้างเถอะ สะกดเป็นไหมคำว่าพักอ่ะ”

แม้จะอึดอัดที่มือถือถูกปิดเครื่องเพราะชินกับการเปิดไว้ตลอดเวลา แต่ก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก...

กลับถึงรีสอร์ตพวกหนุ่มๆเอาภาพสเกตช์ตึกโบราณมาให้พ่อรินดูในฐานะที่เป็นสถาปนิกรุ่นพี่ ต่างได้รับคำชมกันถ้วนหน้าโดยเฉพาะปาลที่วาดเส้นสายได้สวยมีมิติ

ระหว่างกินมื้อค่ำที่ทางทะเลรินรีสอร์ตขอเป็นเจ้ามือ แม่รินเห็นว่าปาลกับพวกจะอยู่แค่ถึงวันมะรืน อยากให้เขากับรินได้ทำความคุ้นเคยกันจึงเสนอให้ลูกพาเขาไปเที่ยววันพรุ่งนี้อีกวันหนึ่ง เธอส่ายหน้าบอกให้เขาไปเอง พรุ่งนี้เธอไม่ว่างต้องช่วยแม่ดูรีสอร์ต ท่านขอร้องอย่ามาทำเป็นลูกกตัญญูหน่อยเลย ถ้าอยากกตัญญูจริงๆก็ให้รีบแต่งงานปั้นหลานให้จะดีกว่า ปาลอมยิ้มรู้ว่าแม่เชียร์ตัวเองสุดลิ่ม

“วันนี้วันเดียวก็ไปมาตั้งหลายที่แล้วนะ” พ่อรินทักท้วง ทีเห็นด้วยพรุ่งนี้ว่าจะพักสักหน่อย ปาลไม่อยากพักมาถึงหลังคนอื่น อีกทั้งยังไม่ค่อยถูกใจรูปพวกนี้ แม่รินสบช่องวานรินพาปาลไปหน่อยก็แล้วกัน ส่วนคนอื่นให้พักอยู่ที่นี่ เดี๋ยวท่านจะดูแลเอง


ooooooo

ยุพดีแม่ของเดือนกับฝนไม่ได้เจอกับวิษณุนานแล้วตั้งแต่เลิกรากับฝน ท่านคิดถึงก็เลยให้เดือนโทร.ตาม โดยไม่รู้ชาติก่อนท่านเป็นแม่ของหยดกับหยาด ท่านเห็นเขาหน้าเครียดๆ ถามว่าละครมีปัญหาใช่ไหมเห็นเดือนเล่าให้ฟัง เขายอมรับว่าใช่ ตอนนี้พยายามแก้บทให้ละครใกล้เคียงความจริงมากที่สุด

“แม่เอาใจช่วยนะ เห็นในข่าวละครน่าสนุกแม่ยังอยากดูเลย น่าจะสำเร็จด้วยดีเลยล่ะลูก เห็นเดือนเล่าว่าทาสในเรื่องมันผูกคอตายใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นทำไมณุไม่ทำเรื่องนี้เป็นละครผี คนชอบดูกันนะ”

เดือนบ่นอุบแค่นี้ก็เจอผีหลอกไม่เว้นวันอยู่แล้ว ยุพดีดูเหมือนจะไม่สนใจสิ่งที่ลูกพูด ยังคงเสนอแนะให้วิษณุลองทำละครผี แถมยังมีเรื่องผีสมัยก่อนเล่าให้เขาฟังเผื่อจะใช้เป็นพล็อตเรื่องได้...

ในเวลาเดียวกัน ผีหยดยังเคืองน้องสาวไม่หายที่ทำให้แผนสิงร่างรินต้องพังไม่เป็นท่า แล้วกองละครหายไปหมดอย่างนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมาอีก ผีหยาดปลอบพี่สาวแม้จะสิงรินได้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา พี่ก็รู้ดีว่าเราไม่สามารถยึดร่างใครได้ตลอดเวลา เว้นเสียแต่ทำได้อย่างกะเทยอีเสนกลีบ

“อีเสนกลีบที่แม่เล่าน่ะรึ” ผีหยดชักจะสนใจขึ้นมา...

ช่างบังเอิญเหลือเกินเรื่องที่ผีหยาดกับผีหยดคุยกันเป็นเรื่องเดียวกับที่ยุพดีเล่าให้วิษณุฟังว่าเมื่อร้อยปีก่อนมีผีผู้หญิงไปเข้าร่างผู้ชายแล้วยึดร่างนั้นไว้เป็นของตัว ส่วนวิญญาณเจ้าของร่างก็เลยกลายเป็นผีเร่ร่อน ที่แปลกก็คือผีผู้หญิงตนนั้นตอนเป็นคนเคยเป็นเพื่อนสนิทของแม่เยื้อน ตายเพราะเป็นไข้ป่า

ในคืนหนึ่งที่เกิดจันทรุปราคาหรือคืนเดือนดับเหมือนกับคืนที่หยาดและหยดตาย อ้ายเสนเสียใจที่เมียทิ้งไปหาชายชู้ เลยไปแขวนคอตายใต้ต้นมะขามคู่โดยใช้ผ้าขาวม้าต่างเชือก ผีกลีบแอบมองอยู่จังหวะที่อ้ายเสนขาดใจตาย ผีกลีบโดดเข้าสิงร่าง อ้ายเสนที่ตายไปแล้วกลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง กลายเป็นผีกะเทย กายเป็นชายแต่ใจเป็นหญิง วิษณุพึมพำคืนเดือนดับอย่างนั้นหรือ ยุพดีได้ยินไม่ถนัดถามว่าพูดอะไร

“ไม่มีอะไรครับ แต่ผมหาข้อมูลเจอว่าวันที่ตัวละครในตำนานนางบาปทั้งหมดตายเป็นคืนเดือนดับ”...

ผีหยดนึกถึงคืนเดือนดับขึ้นมาได้ก็ตาโตตื่นเต้นเห็นความหวังรำไร ผีหยาดหวั่นใจกลัวพี่สาวจะเลียนแบบผีกลีบ จึงแกล้งพูดว่าเรื่องที่แม่เล่าให้เราฟังเป็นแค่นิทานสนุกๆเท่านั้น

“อีหยาด มึงก็รู้ว่าเรื่องจริง ป้า เอ๊ยลุง เอ๊ย...ป้าเสนกลีบมึงก็เคยเจอแกอยู่ตั้งนมนาน...ได้กาลล่ะ กูรอวันจันทรคราสเดือนดับหนา แลแย่งร่างอีรินมันมาเป็นของกู แลครองคู่คุณพระในชาตินี้ไปจนตาย”

ooooooo

รินขับรถพาปาลทัวร์ภูเก็ตจนทั่วตั้งแต่ยังไม่ทันบ่ายหมดมุกไม่รู้จะพาไปไหนอีก เขาเปิดดูจากกูเกิล เห็นสะพานสารสินน่าสนใจเพราะไม่ใช่เป็นแค่สะพานแต่มีตำนานเล่าขานอีกด้วยว่ากิ่วนักศึกษามีอนาคต มารักกับโกดำที่เป็นคนขับรถสองแถว ความรักเป็นพิษทำให้ทั้งคู่มาโดดสะพานแห่งนี้ตายพร้อมกัน

“ว่ากันว่าในคืนพระจันทร์เต็มดวงจะมีกระต่ายสีขาวตาแดงสองตัวมาเดินคลอเคลียกันที่สะพานนี้ให้เห็นอยู่เรื่อย อาจจะเป็นวิญญาณของโกดำกับกิ่ว...

ถ้าเป็นคุณล่ะ ถ้ารู้ว่าความรักมันไม่มีทางเป็นไปได้คุณจะทำไง”

“ฉันก็คงเลิก แล้วก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตต่อ”

ปาลเซ็ง ทำไมรินถึงยอมแพ้ง่ายนัก เธอไม่เห็นความจำเป็นอะไรในเมื่อความรักเป็นไปไม่ได้จะเสียเวลาไปทำไม เขาตั้งข้อสังเกตทำไมพูดราวกับไม่เคยเสียใจ ไม่เคยรักใคร รินยิ้มแหย นึกถึงตอนตัวเองชอบวิษณุ ก่อนจะถามกลับไปบ้างว่าถ้าเป็นเขาจะทำอย่างไร เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่เคยต้องสู้เพื่อใครขนาดนั้น

“แต่ถ้าวันหนึ่งต้องทำ ผมคงจะทำทุกอย่างแบบที่ผมไม่ต้องกลับมาโกรธตัวเองว่ายังไม่ได้ทำอะไรเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน แล้วสุดท้ายถ้ามันยังเป็นไปไม่ได้ ผมก็คงไม่เสียใจเพราะอย่างน้อยผมก็ได้ทำเพื่อความรักอย่างเต็มที่แล้ว” คำพูดของปาลทำเอารินเคลิ้ม ต้องรีบดึงตัวเองกลับมา

“คุณอย่าไปเชื่อมากนักเลย ตำนานก็แค่เรื่องเล่าที่ฉันเคยได้ยิน ผู้ชายดึงผู้หญิงบังคับให้กระโดดลงไปพร้อมกันทั้งที่ไม่เต็มใจนะ”

ปาลอยากพิสูจน์ว่ามีกระต่ายสีขาวตาแดงสองตัวมาเดินเล่นบนสะพานแห่งนี้จริงหรือเปล่า ชวนรินให้อยู่ที่นี่จนถึงกลางคืน เธอนึกสนุกรับคำชวนของเขา...

นั่งคุยกันไปชมวิวกันไปตั้งแต่เย็นจนค่ำไม่เจอกระต่ายสักตัว จันทร์เต็มดวงยิ่งทำให้สะพานแห่งนี้สวยงาม รินอยากรู้หากปาลต้องสร้างตึกตรงนี้ตรงสะพานนี่ จะออกแบบอย่างไร เขามองไปรอบๆก่อนจะตอบว่า คงไม่ทำอะไรเลยเพราะทุกอย่างดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะเวลานี้ตอนนี้ พูดพลางจ้องรินเขม็งจนเธอเขิน

“ผมดีใจนะที่ได้เจอคุณบนเครื่องบิน ดีใจที่ได้มาพักบ้านคุณ”

“มันก็แค่เรื่องบังเอิญน่ะคุณ”

“ใครจะรู้ล่ะคุณ มันอาจจะเป็นการดลใจของอำนาจที่มองไม่เห็น แรงกรรมในอดีตชาติแบบที่ดลใจให้พี่ณุมาทำละครนางบาปบางบัวบานก็ได้นี่ แต่จะคืออะไรก็ตามผมก็ขอบคุณนะ ทริปนี้ผมมีความสุขมากเลย” ไม่พูดเปล่าปาลส่งตาหวานมาให้ รินเขินจัดชวนเขากลับกันได้แล้วป่านนี้กระต่ายหนีกลับพระจันทร์ไปแล้ว...

ไม่ใช่แต่ปาลเท่านั้นที่มาเที่ยวทริปนี้อย่างมีความสุข รินเองก็สุขใจไม่แพ้เขาเช่นกัน แม้เธอพยายามเก็บอาการเอาไว้ แต่ไม่พ้นสายตาของแม่กับพ่อ ในเมื่อปาลทำให้ลูกสาวของพวกท่านมีความสุข ท่านจึงเชียร์เขาออกนอกหน้า เล่นเอารินเขินแล้วเขินอีก...

ในเวลาเดียวกัน วิษณุกำลังมุ่งมั่นเขียนบทละครเรื่องนางบาปบางบัวบานใหม่อยู่ที่ออฟฟิศ บอลที่นั่งเช็กเทปรายการอยู่ข้างๆนึกถึงรินขึ้นมาได้ จัดแจงโทร.ถามว่าจะกลับกรุงเทพฯเมื่อไหร่ แต่ติดต่อไม่ได้ เธอปิดเครื่อง วิษณุบอกให้เขาปล่อยเธอพักบ้างก็ดี ตนกวนเธอมาเยอะแล้ว รอช่องตัดสินใจก่อนค่อยตามเธอกลับ

“แล้วช่องเขามีท่าทีอย่างไรบ้างล่ะพี่หลังจากไปคุย”

“เขาก็บอกจะพิจารณา นี่ก็จะวีกแล้วยังไม่ติดต่อกลับมาเลย พรุ่งนี้พี่คงตามเรื่องแล้ว ระหว่างรอพี่ก็แก้บทไปพลางๆ” วิษณุพิมพ์งานต่อสีหน้าหนักใจ

ooooooo

ทีกับกอล์ฟกลับรถตู้ มีปาลคนเดียวที่กลับเครื่องบิน รินอาสาขับรถไปส่งที่สนามบินให้ แม่รินกับพ่อยังอุตส่าห์เชียร์เขาตบท้ายก่อนจะจากกัน และยังฝากให้ช่วยดูแลรินตอนอยู่กรุงเทพฯให้ท่านด้วย แถมยังบอกอีกด้วยว่าทีหน้าทีหลังไม่ต้องเรียกท่านทั้งสองว่าคุณน้าให้เรียกพ่อกับแม่

ไม่นานนักรินขับรถพาปาลมาถึงสนามบิน บังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อที่ได้เจอกับคุณน้อยเจ้าของตึกวนาเทพที่เพิ่งเดินทางมาถึงภูเก็ต ทั้งสามคนจึงพากันไปนั่งคุยที่ร้านกาแฟภายในสนามบิน คุณน้อยเล่าว่าแฟนของเธอเพิ่งมาจากอิตาลีก็เลยมาเที่ยวที่นี่ แล้วถามทั้งคู่ว่ามาเที่ยวเหมือนกันหรือ

“ผมทำงานน่ะครับ แต่คุณรินบ้านเขาอยู่ที่นี่ พอดีบังเอิญมาเจอกัน”

คุณน้อยแปลกใจแล้วละครนางบาปไปถึงไหนแล้วทำไมทั้งคู่ถึงมาอยู่ที่นี่ รินเล่าว่าตอนนี้เราพักกองชั่วคราว พอดีอยากปรับบทอะไรนิดหน่อย วิษณุรู้สึกขึ้นมาว่าหยาดอาจไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่ตำนานเล่าขาน

ปาลยังคาใจเกี่ยวกับหยด จึงถามคุณน้อยว่าเคยได้ยินทาสชื่อนี้หรือเปล่า เธอไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ตอนเป็นเด็ก คุณทวดของเธอชอบขู่ว่าถ้าดื้อผีอีหยดจะมาหักคอ แต่บางทีคุณทวดก็จะพูดชื่อหยาด เธอก็เลยไม่แน่ใจว่าท่านจำผิดหรือว่ามีทาสที่ชื่อทั้งหยดและหยาด แล้วอดสงสัยไม่ได้ทำไมถึงถามเรื่องนี้ รินโกหกว่าแค่อยากได้ข้อมูลไปทำงาน ปาลซักไม่เลิกว่าคุณน้อยจำอะไรเกี่ยวกับคุณพระวนาเทพได้บ้าง

คุณน้อยไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับท่านเพราะเธอเป็นญาติฝ่ายคุณกำไล ขอเตือนทั้งคู่เกี่ยวกับตึกวนาเทพไว้หน่อย คุณทวดของเธอเคยบอกว่าที่นั่นมีคำสาป ส่วนจะเป็นคำสาปอะไรเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

“แต่วันที่นางหยาดตายกับทวดกำไลตายมันเป็นคืนเดียวกันแถมเป็นคืนเดือนดับ ซึ่งว่ากันว่าคำสาปวันนั้นส่งผลให้ตั้งแต่นั้นมาชีวิตของทุกคนในตึกวนาเทพก็มีแต่รุ่มร้อน ครอบครัวของน้อยถึงได้ทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้นกับไอ้เรื่องมรดก จนน้อยต้องปรึกษาคุณปาลเพื่อยกตึกให้กรมศิลปฯตัดปัญหานั่นแหละค่ะ”

แฟนของคุณน้อยตามมาสมทบพอดี คุณน้อยจึงขอตัวไปก่อน เป็นจังหวะเดียวกับมีเสียงประกาศของสนามบินเรียกผู้โดยสารที่จะไปกรุงเทพฯให้ขึ้นเครื่องได้ นั่นเท่ากับถึงเวลาที่ปาลต้องจากกับริน...

ส่งปาลเรียบร้อย รินขับรถกลับมาที่สะพานสารสินอีกครั้ง จอดตรงจุดที่จอดรอดูกระต่ายกับปาลเมื่อคืน กลิ่นอายความสุขยังอบอวลไปทั่วจนอดยิ้มไม่ได้ หยิบมือถือมาถ่ายรูปตรงจุดนั้นแล้วโพสต์ลง IG พร้อมกับติด #ตำนาน เรื่องจริง ความรู้สึกจริงๆ @สะพานสารสิน...

ปาลนั่งอยู่ริมหน้าต่างเครื่องบินมองลงมาเห็นสะพานสารสิน กดถ่ายรูป อัปลง IG แล้วติด #ขอบคุณทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นที่นี่ #ภูเก็ต

พายเห็น IG ของปาล นึกว่าโพสต์ให้ตัวเองจัดแจงไลน์หาเป็นทำนองตัดพ้อเล็กๆว่านายปั้นไปภูเก็ตไม่บอกนางหยาดสักคำ แต่แล้วเธอถึงกับหน้าเจื่อนเมื่อเห็น IG ของรินลงรูปสะพานสารสินเช่นกัน พายแกล้งกดไลค์พร้อมกับลงคอมเมนต์ว่า “เที่ยวสนุกไหมคะพี่ริน”

รินเห็นคอมเมนต์ของพายไม่กล้าตอบ แถมพาลไม่ตอบไลน์จากปาลอีกด้วย ทำให้เขาแอบน้อยใจ...

ในขณะที่เกิดรักสามเส้าเราสามคนระหว่างปาล พายและริน กองละครนางบาปได้รับข่าวร้าย ธานีไม่อนุมัติให้เปลี่ยนบท ถ้าวิษณุทำตามบทที่เขียนไว้เดิมไม่ได้ ทางช่องจะให้ผู้กำกับรายอื่นมาทำแทน วิษณุอับจนหนทางไม่รู้จะทำอย่างไร โทร.ขอร้องต้นให้ไปช่วยคุยกับธานีอีกครั้ง

“ได้พี่ ไม่ต้องห่วงนะพี่ ผมไปช่วยพูดให้อีกรอบ” ต้นวางสายแล้วหันมาบอกพาไลที่นั่งอยู่ข้างๆว่าทางช่องจะเปลี่ยนผู้กำกับ พรุ่งนี้ตนจะไปคุยกับคุณธานี ถ้าเขาจะเปลี่ยนผู้กำกับจริง ตนคงไม่เล่นต่อ พาไลไม่เห็นด้วยขืนไปยื่นคำขาดแบบนั้นเป็นเรื่องแน่ ต้นเคยบอกเธอแล้วว่าที่รับเล่นละครเรื่องนี้เพราะพี่ณุกำกับ ถ้าไม่ใช่พี่ณุ ตนไปนอนเล่นพักร้อนต่างประเทศไม่ดีกว่าหรือ จะมาเล่นให้เหนื่อยทำไม

“ดูต้นจะปลื้มพี่ณุเขาจริงๆนะ” น้ำเสียงแดกดันอยู่ในทีของพาไลทำให้ต้นไม่พอใจ

“ผมก็แค่อยากทำงานดีๆ พี่เป็นผู้จัดการผมพี่ก็ควรเลือกงานดีๆให้ผมบ้าง”...

นอกจากจะขอให้ต้นช่วยไปพูดกับธานีอีกครั้ง วิษณุยังขอให้ผีหยาดช่วยอีกแรงหนึ่ง...

ด้านผีหยดหงุดหงิดที่กองถ่ายละครนางบาปหายหน้าไปเป็นอาทิตย์แล้วยังไม่มีวี่แววจะกลับมา ผีหยาดได้ยินมาว่าคุณพระหรือวิษณุอยากเปลี่ยนตำนานเสียใหม่ ผีหยดหันขวับหมายความว่าอย่างไร นี่เธอไปเสนอหน้าขออะไรคุณพระไว้ เธอไม่ได้เสนอหน้าแต่ท่านเป็นคนมาบอกเธอเองว่ารู้สึกผิดที่ทำให้เธอต้องถูกแขวนคอ ผีหยดโกรธตบน้องหน้าหัน

“ชาติก่อนเอ็งก็ลอบกัดข้าไปที ชาตินี้เอ็งยังคิดจะทรยศข้าอีกรึ” ผีหยดเกรี้ยวกราด ผีหยาดพยายามอธิบายว่าตัวเองไม่รู้เรื่องอะไรด้วย คุณกำไลสั่งให้ทำตนก็ทำตามคำสั่งทั้งที่ไม่ได้เต็มใจ แทนที่ผีหยดจะฟังคำอธิบายกลับตบตีน้องอุตลุดหาว่าจะแย่งคุณพระไปจากเธอ แถมยังเอาน้องไปขังไว้ในห้องใต้ดินอีกด้วย

ooooooo

วันรุ่งขึ้นวิษณุนัดกับต้นมาพบธานีที่ช่องทรีเวิร์ค เพื่อช่วยเจรจาความให้ ต้นยืนยันกับธานีถ้าเปลี่ยนผู้กำกับที่ไม่ใช่วิษณุก็ต้องเปลี่ยนพระเอกใหม่ ธานีขอให้ฟังกันก่อน ตนไม่ได้ไม่ชอบบทหรือ ไม่เชื่อมือวิษณุ แต่ที่ต้องให้เร่งถ่ายเพราะเราไม่มีเวลามากพอให้เขียนบทใหม่ แล้วยื่นแฟ้มสัญญาซื้อขายโฆษณาให้ดู

“ทุกอย่างมันรอไม่ได้แล้ว ถ้าผมยอมให้คุณเลื่อนเปิดกล้อง ผมก็ไม่รู้จะไปบอกทีมขาย ไปบอกบอร์ดอย่างไร อย่านึกว่าผมไม่เข้าใจ คนเรามันก็มีอุดมการณ์กันทุกคน แต่คุณอยู่ตรงนั้น ผมอยู่ตรงนี้ ผมมีหน้าที่ที่ต้องทำ ทีนี้บอกทีว่าผมควรทำอย่างไร” คำชี้แจงของธานีทำเอาต้นกับวิษณุใบ้รับประทานไปตามๆกัน...

ระหว่างเดินออกจากสถานีเจอกิฟท์เดินสวนเข้ามา วิษณุไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครขอตัวกลับก่อนมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจให้ต้นอยู่คุยกับกิฟท์ไปก่อนแล้วเดินลิ่วไปเลย...

ค่ำวันเดียวกัน รินปิดไฟหน้ารีสอร์ตกำลังจะเข้าด้านใน มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น เห็นเบอร์โชว์เป็นเบอร์บอล แต่ตอนรับสายกลายเป็นเสียงปาล เธออดสงสัยไม่ได้ทำไมเขาถึงต้องใช้เบอร์บอลโทร.มา เขากลัวใช้เบอร์ตัวเองแล้วเธอไม่รับสาย ตั้งแต่เขากลับมา ไลน์หาเธอไม่เคยตอบ เธออ้างว่ายุ่งก็เลยลืม ถามว่าโทร.มามีอะไรหรือเปล่า เขาเล่าเรื่องที่ช่องจะเปลี่ยนผู้กำกับ รินตกใจทำไมพี่ณุถึงไม่บอกเธอ เรื่องสำคัญขนาดนี้

“บอลมันบอกว่าเขาไม่อยากให้คุณเครียด แต่ผมคิดว่านี่มันเรื่องใหญ่ คุณควรจะรู้ก็เลยโทร.มาบอก”

“งั้นแค่นี้ก่อนนะคุณ” รินตัดสายจากปาลรีบโทร.หาวิษณุ ปาลมองเข้าไปในห้องเห็นเขารับโทรศัพท์ใครบางคน สีหน้าดูเบิกบานขึ้น บอลพลอยสบายใจไปด้วย เดินออกมาถามปาลว่าโทร.บอกพี่รินแล้วใช่ไหมเห็นเธอโทร. มาทันทีเลย นี่พี่ณุค่อยยิ้มออกในรอบหลายวันเลย แหมขาดพี่รินไปคนพี่ณุไปไม่เป็นเลย ปาลมองเข้าไปข้างในห้องอีกครั้งเห็นวิษณุคุยโทรศัพท์ไปยิ้มไป แอบน้อยใจริน คืนมือถือให้บอลแล้วขอตัวกลับก่อน

“ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวรอเจ๊เขาขึ้นมาแล้วเขาคงอัพเดตว่าตกลงจะยังไง เห็นว่านี่จองเครื่องกลับแล้ว”...

รินจับเครื่องบินเที่ยวแรกกลับกรุงเทพฯ ทันทีท่ีมาถึง เธอกับวิษณุปรึกษากันว่าควรจะเดินไปทางไหนดี ในที่สุดวิษณุตัดสินใจกลับไปกำกับละครนางบาปเหมือนเดิม ชวนเธอไปแจ้งข่าวนี้ให้ธานีรับทราบ และจะเปิดกล้องในวันพรุ่งนี้เลย

หลังตกลงกับธานีเรียบร้อย รินกับวิษณุออกมาแจ้งให้บอลกับปาลที่รอลุ้นอยู่รับรู้ ปาลเห็นรินเพิ่งมาถึงกรุงเทพฯยังไม่ทันได้กินอะไรก็มาที่ช่องเลยจึงชวนเธอไปหาอะไรกิน เธอนึกถึงพายขึ้นมาก็เลยปฏิเสธอ้างต้องเคลียร์บัญชีเพื่อให้เปิดกล้องพรุ่งนี้ เชิญเขาไปกินตามสบายเดี๋ยวเธอจะสั่งพิซซ่ามากินไปทำงานไป แล้วหอบหิ้วบอร์ดนักแสดงกับบรรดาเอกสารเดินลิ่วจากไป ปาลได้แต่มองตามไม่เข้าใจทำไมเธอถึงเย็นชาใส่...

ทั้งนักแสดงและทีมงานสแตนด์บายอยู่แล้ว เมื่อได้รับการแจ้งข่าวจากรินทุกคนจึงมากันพร้อมหน้า ครั้นเดินทางมาถึงโรงแรมที่พักในบางบาป วิษณุประกาศขอโทษต่อหน้าทุกคนด้วยที่ทำให้เหนื่อย

“แล้วทุกคนไม่ต้องกลัวนะครับ รอบนี้เดี๋ยวผมจะเชิญพระมาทำพิธีก่อนถ่ายทำเพื่อให้ทุกคนอุ่นใจ”...

ระหว่างพักกินมื้อกลางวัน พายอ้างว่าคุยกับปาลไว้แล้วปิดกล้องเมื่อไหร่จะไปเที่ยวรีสอร์ตของรินกัน บอลแปลกใจปาลไปเที่ยวมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาไปตอนพักกองถ่าย บอลตัดพ้อรินไม่เห็นบอกกันบ้าง เอาแต่ปิดเครื่องหนี พายคุยอวดว่าปาลเล่าให้ฟังว่าตอนขึ้นเครื่องรินเป็นลมด้วย รินทำหน้าไม่ถูกไม่เข้าใจทำไมปาลต้องเล่าให้คนอื่นฟังด้วย เขายังคุยให้ฟังอีกว่าพ่อแม่รินใจดีมาก ท่านคงดีใจที่พวกเราไปเยี่ยม

ooooooo


ละครนางบาป ตอนที่ 5 อ่านนางบาปติดตามละครนางบาป ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จรณ โสรัตน์,ปรียากานต์ ใจกันทะ 12 ส.ค. 2561 08:50 2018-08-16T01:00:52+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ