วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นางบาป

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 4 ทั้งหมด

แนว: พีเรียด-ดราม่า-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จันมณี,ชื่นใจมาลี, ภัณฑ์ณัฐ วงศ์วัชรกมล

กำกับการแสดงโดย: วีระชัย รุ่งเรือง

ผลิตโดย: บริษัท ดวงมาลีมณีจันทร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จรณ โสรัตน์,ปรียากานต์ ใจกันทะ

การมาวัดครั้งนี้ของวิษณุทำให้เขาเห็นภาพตัวเองในอดีตตอนที่เป็นคุณพระวนาเทพมาที่วัดแห่งนี้กับคุณกำไลซึ่งกำลังท้องลูกคนที่สองโดยมีหยาดอุ้มคุณแดงลูกคนแรกไว้แนบอก

ระหว่างที่คุณกำไลเดินแยกไปคุยกับหลวงพ่อเรื่องจะเป็นธุระในการซ่อมแซมโบสถ์ให้ คุณพระวนาเทพพยายามก้อร่อก้อติกกับหยาดที่ไม่ยอมเล่นด้วย คุณกำไลเสร็จจากคุยธุระมาเห็นพอดี ได้แต่เก็บความช้ำใจไว้

วิษณุหลุดออกจากนิมิต หายใจหอบเหนื่อย รู้สึกขยะแขยงตัวเองในชาติปางก่อนยิ่งนัก

“คุณพระเคยคิดอะไรกับนางหยาดด้วยเหรอเนี่ย...นี่มันเรื่องอะไรกัน แล้วตำนานนี่มันยังไงกันแน่”...

ผีหยดยังคงต่อว่าผีหยาดที่มาขัดขวางตนไม่ให้สิงร่างรินเพราะลึกๆแล้วตัวเองหวงคุณพระวนาเทพ ผีหยาดที่ปฏิเสธทั้งน้ำตาว่าไม่เคยคิดอะไรกับเขา เธอไม่เชื่อ สั่งให้เลิกสำออยได้แล้ว

“พี่ก็เชื่อแต่สิ่งที่พี่เชื่อ ไม่ต่างอะไรจากคนพวกที่เขียนตำนานขึ้นมา ฉันคงบังคับให้พี่หรือใครๆ เชื่อฉันไม่ได้ดอก มันคงเป็นกรรมของฉันเอง ฉันเพียงเห็นว่าพี่มีทางที่จะหยุดกรรมได้ แต่หากพี่ยังคิดจะก่อกรรมฉันก็จนใจ มันคงเป็นกรรมของพี่เอง” ตัดพ้อจบผีหยาดหายวับไป

“กรรมดี...กูต้องทำกรรมดีอีกสักกี่ชาติเล่า กูจักได้เกิดทันกันกับคุณพระ ขืนมัวแต่รอมิต้องรอชั่วกัปชั่วกัลป์รึ กูไม่ต้องการทรมานเยี่ยงนั้นแล้ว” หยดหน้าตามุ่งมั่นเห็นรินเดินมาดูทำเลแถวนั้นพอดี “กูต้องการร่างที่คุณพระรักมากที่สุด เพื่อที่กูจะได้ครอบครองคุณพระ แต่เพียงผู้เดียว”

ooooooo

เช้านี้วิษณุแวะมาปรึกษากับหลวงพ่ออีกครั้ง เนื่องจากไม่รู้จะทำอย่างไรกับตัวเองดี เรื่องราวในอดีตที่เคยเรียนให้หลวงพ่อทราบยังตามมารบกวนอยู่ตลอด หลวงพ่อสั่งสอนว่าความคิดไม่ได้รบกวนเราแต่เราต่างหากที่ไปรบกวนมัน ต่อสู้กับมันจนเกิดเป็นความทุกข์ใจ เพราะความรู้สึกโกรธเกลียดที่เกิดขึ้น

“แล้วผมควรทำยังไงครับหลวงพ่อ”

“เฝ้าดูมันไปไม่ต้องทำอะไรกับมัน อดีตก็คืออดีต เราย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้หรอกนะโยม”

วิษณุอยากชดเชยให้กับความผิดที่ตัวเองทำในอดีตแม้จะไม่รู้ก็ตามว่าเคยทำกรรมอะไรร้ายแรงแค่ไหน หลวงพ่อไม่อยากให้เขาแบกกรรมเอาไว้ควรจะปล่อยวางมันลงเพราะถ้าแบกก็ต้องแบกไปตลอดชีวิต วิษณุไม่สามารถปล่อยวางได้ตราบใดที่ไม่รู้ว่ากรรมของตัวเองคืออะไร

“อดีตก็คือสิ่งที่ล่วงไปแล้ว อนาคตก็ยังมาไม่ถึงตั้งจิตให้อยู่กับปัจจุบันนะโยม แม้แต่เวรแต่กรรมมันก็มีเวลาของมันนะโยม” หลวงพ่อมองวิษณุด้วยความเป็นห่วง...

ที่หน้าตึกวนาเทพ พายนั่งต่อบทอยู่กับปาล วันนี้บทของเธอมีแต่ฉากที่ต้องใช้อารมณ์หนักๆ ด้วยความมุ่งมั่นในการแสดงทำให้พายเครียดเกินเหตุอยู่ๆวูบจะเป็นลม ปาลต้องประคองไว้ รินวางงานตรงหน้าเข้าไปช่วยดูแล เห็นเธอหน้าซีดๆ อาสาไปหยิบน้ำหวานมาให้ดื่ม จังหวะนั้นวิษณุเดินถือธูปไปที่ใต้ต้นไม้ต้นนั้น ปาลเห็นเขาจุดธูป พนมมืออธิษฐานบางอย่างอยู่ ชี้ชวนให้พายดูนั่นพี่ณุจุดธูปทำไม

“สงสัยจุดขอขมาหรือบอกเจ้าที่เจ้าทางให้กองถ่ายสะดวกหรือเปล่าคะ”

ปาลลุกขึ้นจะเดินไปหาวิษณุแต่พายรั้งตัวไว้ ชวนให้ไปเช็กเสื้อผ้าหน้าผมกันก่อน ผู้กำกับมาแล้วเดี๋ยวคงจะเรียกเข้าฉาก ปาลจำใจเดินไปกับพายแต่อดหันมองไปทางต้นไม้ไม่ได้

ฝ่ายวิษณุอธิษฐานให้ผีหยาดปรากฏตัวออกมา มีเรื่องจะคุยด้วย อยากรู้ว่าชาติก่อนเคยทำอะไรเอาไว้บ้าง อธิษฐานเสร็จเอาธูปปักตรงโคนต้นไม้ พลันมีลมกระโชกแรงเข้ามา เขามองไปรอบๆด้วยความประหลาดใจ ครั้นก้มมองที่พื้นตรงหน้า เห็นผีหยาดหน้าตาสะสวยในชุดทาสกราบเท้าตัวเองอยู่ ร้องทักว่าหยาดใช่ไหม

“คุณพระจำเรื่องราวของตัวเองได้แล้วรึเจ้าคะ”

วิษณุจำได้เท่าที่ผีหยาดเล่าให้ฟังคืนนั้นว่าเขาคือคุณพระวนาเทพกลับชาติมาเกิด และเรือนนี้ไม่ได้มีเธอเป็นทาสเพียงคนเดียวยังมีหยดอีกคนหนึ่ง ที่เขาเรียกเธอมาพบเพื่อถามว่าคุณพระวนาเทพเคยทำอะไรกับหยดและหยาดไว้บ้าง กลัวว่าที่ใครต่อใครเข้าใจหยาดผิดจนทำให้ถูกแขวนคอตายมีต้นเหตุมาจากเขา

“ได้โปรดบอกฉันเถอะหยาด หากเธอเคยขอร้องให้ฉันมาช่วยปลดปล่อยพี่สาวเธอ เธอต้องช่วยปลดปล่อยฉันก่อน ฉันทุกข์เหลือเกินหยาด ทุกข์โดยที่ไม่รู้ว่าฉันทำสิ่งใด ฉันอยากรู้ความจริงทั้งหมด”

ผีหยาดยินดีทำให้ตามที่วิษณุต้องการ จากนั้นเธอพาเขากลับสู่อดีต ตอนนั้นคุณกำไลซึ่งกำลังท้องลูกคนที่สองไม่เป็นอันกินอันนอนตั้งแต่รู้ว่าคุณพระวนาเทพมีอะไรกับหยด บ่าวที่ดูแลหาข้าวหาปลาให้กินพยายามขอร้องให้เธอกินอะไรบ้าง ไม่เห็นแก่ตัวเองก็ให้เห็นแก่ลูกในท้อง

“ข้าตรอมใจอยู่อย่างนี้กินอะไรมิลงจริงๆ อย่าบังคับข้านักเลย”

แค่ใช้ผัวร่วมกับคุณกำไลยังไม่ทำให้สาแก่ใจพอ หยดยังเอาเข็มขัดทองคำที่คุณพระวนาเทพยกให้ตัวเองใส่มาอวดคุณกำไลให้ช้ำใจอีกต่างหาก บ่าวทนไม่ไหวไล่ตะเพิดเธอออกไป

“ไม่ต้องไล่ ข้าก็มิอยากเหยียบให้เสียเท้าดอก” หยดยิ้มเย้ยก่อนจะลงจากเรือน คุณกำไลช้ำใจหนักเพราะเข็มขัดทองเส้นที่หยดใส่เป็นของขวัญวันแต่งงานที่พ่อมอบให้เธอ แต่คุณพระกลับเอาไปให้หญิงอื่น

ooooooo

คุณกำไลทราบเรื่องที่หยาดถูกหยดจับขังห้องใต้ดิน รีบลงจากเรือนใหญ่ไปหา บ่าวจะไปจัดการเรื่องนี้ให้เองเธอก็ไม่ยอม ระหว่างเดินไปที่เรือนทาส ได้ยินพวกทาสนินทาเรื่องที่หยดอาจได้รับการยกย่องให้ขึ้นมาเป็นเมียเทียบชั้นกับตัวเองแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ขยับจะเดินต่อ

พวกทาสหันมาเห็นเสียก่อนพากันตกใจ รีบกราบขอโทษ คุณกำไลเดินต่อไปไม่พูดอะไร ครั้นมาถึงห้องใต้ดินเห็นแม่เยื้อนกับทาสหญิงอีกคนกำลังแก้ปมเชือกที่ผูกประตูห้องเอาไว้ เธอไล่บ่าวไปตามทาสชายมาช่วยกันตัดเชือกพวกนี้ออก ไม่นานนักเชือกถูกมีดตัดขาด หยาดที่เป็นอิสระถลามากอดแม่เอาไว้

“อีหยดมันทำเอ็งด้วยเรื่องอันใด”

“พี่หยดจะขึ้นไปอวดของฝากที่คุณพระให้ ฉันจะห้ามไม่ให้พี่หยดขึ้นเรือนไปหาคุณกำไล พี่หยดเลย...” หยาดยังเล่าไม่ทันจบ คุณกำไลเรียกเธอให้ตามกลับไปที่เรือนวนาเทพ...

คุณกำไลทนอยู่กับคนไม่รักษาคำสัตย์สัญญาอย่างคุณพระวนาเทพต่อไปไม่ไหว สั่งให้หยาดเก็บข้าวของของตนไปที่เรือนเจ้าสัวไกร นายแม่เห็นลูกสาวหอบผ้าหอบผ่อนกลับมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอร้องไห้โฮ

“ลูก...ขอกลับมาอยู่ที่เรือนนี้ กลับมาอยู่กับคุณแม่ได้รึไม่ ลูกมิอยากกลับไปอยู่ที่เรือนนั้นอีกแล้วเจ้าค่ะ”

นายแม่กอดตอบพลางบอกให้หยุดร้องไห้ได้แล้ว หญิงเราเกิดมาเลือกผัวได้เพียงหนเดียว ถึงจะทนไม่ได้ก็ต้องทน คุณกำไลโอดครวญว่าเจ็บครั้งนี้สาหัสนัก เจ็บจนเธอแทบหายใจไม่ได้ เจ็บที่ตัวเองโง่เขลา ปล่อยให้เขาลวงจนเสียทีให้แก่ชายมากรัก แต่ก็ไม่อาจหนีพ้นชะตากรรมทุกข์ระทมเยี่ยงนี้ได้

“ลูกรัก อย่าให้พวกมันรู้ว่าเจ้าเสียใจเพียงใด ทุกความเสียใจของเจ้าจักเป็นบ่อน้ำชโลมความหวังให้แก่เมียรองไร้ศักดิ์เหล่านั้น เจ้าจงรีบกลับ เอาผ้าผ่อนข้าวของทั้งหลายกลับเรือนไปเสีย อย่าทำให้เรื่องยิ่งบานปลายปล่อยให้พวกปากหอยปากปูนินทาเอาได้” นายแม่กุมมือคุณกำไลอย่างเป็นกำลังใจให้

“เจ้าค่ะคุณแม่” คุณกำไลปาดน้ำตาทิ้ง

“ส่วนเรื่องอีหยด ลูกมิต้องเป็นกังวลอันใด แม่จักไปจัดการเอง”...

นายแม่ไม่รอช้าขนบ่าวไพร่หลายคนไปที่เรือนทาสช่วยกันจับตัวหยดมาที่ลานหน้าเรือน สั่งให้นางสายเอาน้ำมันร้อนๆมาสาดหน้าหวังจะให้เสียโฉม คุณพระวนาเทพจะได้ไม่แล หยดรู้งานรีบพลิกตัวหนี น้ำมันร้อนจึงพลาดจากใบหน้ามาโดนแผ่นหลังแทน เธอปวดแสบปวดร้อนดิ้นทุรนทุราย

“ข้าจักขอเตือนเอ็งเป็นครั้งสุดท้ายว่าอย่าได้มักใหญ่ใฝ่ไปยุ่งกับผัวลูกข้าอีก มิเช่นนั้นข้าจักไม่จบแค่เอาน้ำมันเดือด แต่จักเป็นดินที่ฝังกลบหน้าเอ็ง มิให้ได้ร้องโหยหวนเช่นนี้อีก จำใส่กะลาหัวเอาไว้”

หยดมองตามนายแม่ที่ยกพวกกลับไปด้วยความแค้น...

ในเวลาต่อมา แม่เยื้อนบดยารักษาแผลเสร็จเอามาทาแผลที่หลังให้หยด หยาดเห็นแผลพุพองที่หลังพี่สาวแล้วสงสารจับใจคว้าถ้วยยาจากมือแม่มาทาให้พี่เอง ทุกครั้งที่ถูกยาหยดจะสะดุ้งร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด หยาดขอให้พี่อดทนหน่อย เจ็บตั้งแต่ตอนนี้เมื่อแผลหายจะได้ไม่ทิ้งรอยเอาไว้มาก

“มิทิ้งรอยเอาไว้มากรึ แผลพุพองเยี่ยงนี้” พูดจบหยดคว้ายาในมือน้องขว้างทิ้ง แม่เยื้อนโกรธ

“อีหยด นี่เอ็งยังไม่สำนึกอีกรึว่าแผลพวกนี้ เอ็งได้มาเพราะเหตุใด”

“จะเพราะเหตุใดถ้าไม่ใช่เพราะแม่...แม่ไม่เคยเรียกร้องสิทธิ์ของการเป็นลูกให้กับฉัน...ผู้ที่มันทำอันใดไว้กับกูกูจักเอาคืนมันให้หมด กูจักบอกพระวนาเทพว่าแม่ของนังกำไลมันทำอะไรกับกูเอาไว้บ้าง เอาให้พระวนาเทพชังน้ำหน้า เอาให้มันต้องเสียใจมากกว่ากูวันนี้แสนเท่าพันเท่า” หยดขบกรามแน่นด้วยความแค้น


ooooooo

เนื่องจากไม่อยากให้เป็นแผลเป็น หยดจึงไปหาหมอชั่วให้ช่วยรักษา เขากลับแนะให้เธอเก็บแผลน่าเกลียดนี้ไว้ไม่ควรให้หายก่อนเวลาอันควร เธองงจะให้เก็บไว้ทำไม

“แผลใหญ่เยี่ยงนี้ใครเห็นจักต้องสงสารจักต้องเห็นใจ เอ็งต้องการจักผูกใจให้คุณพระรักคุณพระสงสารอยู่แล้ว ไยมิใช้ประโยชน์จากแผลนี้ให้มากเสียหน่อยเล่า” คำแนะนำของหมอชั่วทำให้หยดครุ่นคิดคล้อยตาม...

หยดทำตามที่หมอชั่วแนะนำ ปล่อยแผลผุพองไว้อย่างนั้นให้คุณพระวนาเทพมาเห็นเอง เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟซักเป็นการใหญ่ว่าใครบังอาจมาทำร้ายเมียรักของเขา เธอใส่ความว่าคุณกำไลเป็นคนทำ เขาหลงเชื่อคำลวงของหยดตามมาเล่นงานคุณกำไลโดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆทำให้สองผัวเมียมีปากเสียงกัน

คุณพระไม่พอใจที่คุณกำไลกล้าต่อความด้วย ประกาศลั่นไม่ขอนอนร่วมห้องกับเธอ สั่งหยาดไปบอกบ่าวให้จัดเรือนทางปีกซ้ายไว้ เขาจะไปนอนที่นั่น...

ตั้งแต่มีปากเสียงกัน คุณกำไลเอาแต่นั่งหมดอาลัย ตายอยาก หยาดอุ้มคุณแดงที่ร้องไห้งอแงเข้ามานั่งข้างๆ ขอร้องอย่าทำแบบนี้เลย แล้วส่งเด็กน้อยให้อุ้ม

“เห็นไหมเจ้าคะว่าคุณแดงต้องการคุณกำไลมากเพียงใด คุณกำไลต้องเข้มแข็งและมีชีวิตต่อไปเพื่อคุณแดง เพื่อคุณหนูน้อยที่อยู่ในท้อง เชื่อบ่าวนะเจ้าคะ คุณกำไลไม่มีใครก็ยังมีบ่าวนะเจ้าค่ะ บ่าวเป็นห่วงคุณเหลือเกิน” ความภักดีของหยาดทำให้คุณกำไลคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้

“ถ้าเอ็งเป็นห่วงข้าจริงๆ ข้าขออะไรสักอย่างได้รึไม่”

หยาดให้ได้ทุกอย่างแม้แต่ชีวิตตัวเอง คุณกำไลไม่อยากได้ชีวิตขอแค่เธอไปช่วยนวดคลายเส้นให้คุณพระวนาเทพ และให้เธอตามใจเขาทุกอย่าง หยาดไม่รู้ ความนัยที่คุณกำไลสื่อ พาซื่อสั่งให้ไปนวดก็ไปนวดตามที่สั่ง คุณพระวนาเทพรู้ความนัยที่เมียเคยรักสื่อถึง จัดแจงจะดึงหยาดที่มานวดให้ลงไปบนเตียง เธอตกใจร้องเอะอะนั่นเขาคิดจะทำอะไร เขากำลังจะให้เธอนวดให้สมใจตามที่คุณกำไลสั่งให้เธอทำ

“บ่าวมิต้องนอนหรอกเจ้าค่ะ เตียงจักแปดเปื้อนเอาเปล่าๆ” หยาดขยับจะลุก คุณพระวนาเทพรั้งตัวไว้

“อีหยาด เอ็งซื่อเหลือเกิน เอ็งคิดว่าแม่กำไลให้เอ็งมานวดฉันจริงๆรึอย่างไรเล่า” คุณพระวนาเทพก้มจะจูบ หยาดเพิ่งรู้ตัวว่าจะโดนอะไร รีบพนมมือขอร้อง อย่าทำอะไรเธอเลย ปล่อยเธอไปเถิด หากเธอตกเป็นเมียของเขา เธอจะมองหน้าคุณกำไลกับคุณแดงได้อย่างไร ให้เธอกลับไปรับใช้สองแม่ลูกดีกว่า

“อีหยาด คุณกำไลยกเอ็งให้เป็นคนของข้าแล้ว เอ็งเข้าใจใช่รึไม่”

“บ่าวมิเข้าใจเจ้าค่ะ บ่าวมิต้องการเจ้าค่ะ บ่าวแค่อยากดูแลคุณกำไลและคุณแดงก็เท่านั้น คุณพระอย่าทำอะไรบ่าวเลยนะเจ้าคะ” หยาดก้มกราบตัวสั่น เขาเห็นเธอกลัวก็สงสารทำไม่ลง เข้าใจแล้วว่าเธอยังไม่พร้อม ฉุดเธอลุกขึ้นจากเตียง บอกให้กลับไปนอนเรือนตัวเอง ไว้พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมา เขาจะรอ หยาดรีบทำความเคารพ ก่อนจะสาวเท้าฉับๆออกไป

ooooooo

คุณกำไลรู้เรื่องที่หยาดไม่ยอมหลับนอนกับคุณพระวนาเทพก็โกรธต่อว่ายกใหญ่ไหนเป็นห่วงตนนักเป็นห่วงตนหนาแล้วทำไมถึงไม่ยอมรับใช้เขา หยาดขอร้องให้คุณกำไลหาคนอื่นทำแทน เธอไม่ไว้ใจคนอื่นนอกจากหยาดแล้วจะให้คนอื่นทำแทนได้อย่างไร

“อีหยาด ทำเพื่อข้าสักครั้งเถิดนะ”

หยาดยังไม่ทันจะให้คำตอบ หยดส่งเสียงเอะอะปึงปังเข้ามา ที่เอวมีเข็มขัดทองคำ ส่วนที่แขนสวมกำไลวงใหม่ที่เพิ่งได้จากคุณพระวนาเทพ หยาดเอ็ดพี่สาวยังจะกล้ามาที่นี่อีกไม่เข็ดหลาบกับแม่นายหรือ แล้วลากแขนให้ลงจากเรือน หยดสะบัดมือน้องสาวออก

“ไม่ต้อง คุณพระบอกกับข้าเองว่าหากข้าอยากจักมาเมื่อใดก็ย่อมได้” หยดชูแขนข้างที่สวมกำไลขึ้นมาอวด “แถมคุณพระยังให้ของปลอบขวัญข้าชิ้นใหม่มาด้วย เห็นรึไม่ว่าสวยเพียงใด วันหนึ่งเข็มขัดวันหนึ่งกำไล ไม่รู้อีกไม่นานเมียทาสอย่างข้าอาจจะได้ขึ้นมาอยู่บนเรือนใหญ่กับเขาบ้างก็เป็นได้ เอ็งว่ารึไม่อีหยาด” หยดหัวเราะเยาะเย้ยเสียงลั่นก่อนลงจากเรือน คุณกำไลร้องไห้โฮ

“เห็นรึไม่ว่าเกิดอันใดขึ้นกับชีวิตของข้าข้าหมดหนทางแล้วอีหยาด เอ็งจักยอมช่วยข้าได้รึไม่ เอ็งยอมทำเพื่อข้าเพียงสักครั้งได้รึไม่”...

หยาดสงสารคุณกำไลจับใจ กลั้นใจไปหาคุณพระวนาเทพที่ห้องนอน ก่อนจะให้เขามีอะไรด้วย ขอร้องเขาให้รักและเอ็นดูคุณกำไลเหมือนเดิม แล้วก้มลงกราบแทบเท้า คุณพระวนาเทพจับตัวเธอขึ้นมาซุกไซ้ไปทั่วไม่สนใจที่เธอขัดขืนอีกต่อไป หยาดน้ำตาไหลปล่อยให้เขายัดเยียดสถานะเมียอย่างไม่เต็มใจ...

วิษณุที่ถูกผีหยาดพาย้อนกลับไปในอดีตตื่นจากภวังค์รู้สึกชิงชังตัวเองมาก ทรุดตัวลงไปหาผีหยาดที่หมอบกับพื้น ขอโทษเธอสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอไม่ถือโทษโกรธเขา เรื่องก็ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว

“มันคงเป็นกรรมของบ่าวที่ต้องชดใช้ในชาตินั้น คุณพระอย่าพูดถึงมันอีกเลยเจ้าค่ะ” สิ้นเสียงผีหยาด มีลมพัดกระโชกเข้ามาจนกิ่งไม้ไหวลู่ลม ผีหยดปรากฏตัวขึ้น มองทั้งคู่ด้วยแววตาแดงก่ำ

“หน็อย อีนังตัวดี ลับหลังข้ามิทันไรก็มาหาคุณพระอีกแล้วรึ อีหยาด อย่าคิดว่าเอ็งจักทำให้คุณพระวนาเทพหลงหัวปักหัวปําได้อีกครา ข้ามิยอมดอก”

ผีหยาดหันมองพี่สาวไม่พูดอะไรหายตัววับไป ผีหยดเข้าไปหาวิษณุ ออดอ้อนให้รอเธอสักนิด อีกไม่นานเธอจะมีร่างมาหาเขาในชาตินี้แล้ว พูดจบผีหยดหายตัวไปโผล่ตรงที่รินกำลังคุยอยู่กับหน่อยเรื่องเงินค่าจ้างตัวประกอบ บริกรรมคาถาบางอย่างแล้วพุ่งเข้าหาหวังจะสิงร่างริน สร้อยพระที่เธอห้อยคออยู่เปล่งแสงเรืองรองออกมา ผีหยดถึงกับผงะถอยออกมาแทบไม่ทัน

“กูจะทำเยี่ยงไรดี ให้ร่างมึงเป็นของกู” ผีหยดมองหาตัวช่วยเห็นเดือนคุยโทรศัพท์อยู่ไกลๆพร้อมกับมองมาทางรินด้วยสายตาไม่เป็นมิตร จึงคิดจะใช้ร่างเดือนไปถอดพระเครื่องออกจากคอริน ผีหยดท่องมนต์สะกดจิตใส่เดือนแค่อึดใจแววตาเธอเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า

“มึงจงไปถอดสร้อยพระมาจากอีริน...แค่สะกดจิตให้อ้ายอีพวกนี้ไปถอดสร้อยพระให้ ข้าก็จักได้ร่างอีรินแล้ว คุณพระจักต้องเป็นของข้า” ผีหยดหัวเราะชอบใจ

ooooooo

เดือนซึ่งถูกสะกดจิตตรงไปหารินที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงาน จะคว้าสร้อยพระที่ห้อยคอ รินหลบทันทำให้คว้าพลาด เดือนสั่งให้ถอดสร้อยพระให้ รินไม่ยอมดิ้นหนี แต่เธอแรงเยอะจนน่าตกใจ

“ฉันบอกให้เอาสร้อยพระมาให้ฉัน” เดือนพยายามดึงรินเข้ามาใกล้ๆจะได้ถอดสร้อยถนัด เธอสู้สุดฤทธิ์ ถีบอีกฝ่ายกระเด็น เดือนลุกขึ้นมาได้ผลักรินกระแทกกับโต๊ะจนทรุดแล้วบีบคออย่างแรง ก่อนที่รินจะขาดอากาศหายใจ ปาลผ่านมาพอดี เข้าไปช่วยไว้ทัน จับเดือนเหวี่ยงสุดแรงล้มกระแทกพื้น มนต์สะกดหลุดไปด้วย ผีหยดแค้นใจมากที่เขาแส่ไม่เข้าเรื่อง...

หลังจากทุกอย่างสงบ รินเดินไปล้างตัวโดยมีปาลตามมาช่วยเป็นบอดี้การ์ด เธอขอบใจเขามากที่ช่วยเอาไว้ เขาอดถามไม่ได้ว่าช่วงนี้วิษณุเป็นอะไรหรือเปล่า เมื่อเช้าเห็นพูดคนเดียวใต้ต้นไม้อยู่นานสองนาน แถมยังจุดธูปอีกด้วย เธอตัดสินใจเล่าเรื่องที่วิษณุบอกว่าตัวเองเป็นคุณพระวนาเทพกลับชาติมาเกิดให้ฟัง

“ตลกไหมล่ะคุณ เขาเชื่อว่าที่เขาต้องมาทำละครเรื่องนี้ก็เพราะถูกลิขิตให้กลับมาแก้กรรมที่นี่ มันก็คล้ายๆพล็อตละครไทยทั่วไปอะไรแบบนี้แหละ เฮ้อ...ฉันว่าพี่ณุคงอินละครมากไป คิดทั้งยามตื่นยามหลับก็เลยหมกมุ่นแบบนี้ แถมยังเอาพระมาให้ฉันใส่จนฉันซวยเนี่ย ตั้งแต่มาฉันยังไม่เคยเห็นผีสักตัว”

“ไม่เคยเจอไม่ได้แปลว่าไม่มีนี่คุณ”

รินยังไม่เคยเจอกับตัวเองทั้งเรื่องผีและเรื่องระลึกชาติได้แล้วจะให้เชื่อได้อย่างไร ปาลสรุป การที่เธอไม่เชื่อเรื่องผี อาจเป็นเพราะเธอไม่เคยเจอ และอีกหลายเรื่องที่เธอไม่เชื่อไม่ใช่ว่ามันไม่มีอยู่จริง

“มึงอยากรู้นักใช่ไหมว่ากูมีจริงรึเปล่า...ได้” ผีหยดที่ยืนฟังอยู่ต้องการเอาคืนปาล รอจนเขาหลบไปต่อบทคนเดียว เข้าไปหัวเราะที่ข้างหู ปาลเหลียวมองไปรอบๆแต่ไม่เห็นใคร อึดใจมีเสียงหัวเราะดังขึ้นอีก คราวนี้ดังมาจากในตึกวนาเทพ เขาหลงกลเดินตามเสียง ผีหยดที่ยืนมองอยู่ยิ้มสะใจที่เขาเดินเข้ามาหากับดัก

ที่หน้าตึกวนาเทพซึ่งถูกเซตให้เป็นฉากที่จะถ่ายทำต่อไป วิษณุสรุปคร่าวๆให้ทุกฟังว่านี่เป็นฉากที่นายปั้นมาคุมงานแล้วเจอหยาด พูดคุยกัน ปะทะคารมกันและมีการตัดพ้อกันอีกด้วย ทีมงานพร้อม พายซึ่งรับบทหยาดพร้อม กล้องพร้อม แต่ปาลในบทนายปั้นยังไม่โผล่ วิษณุสั่งให้บอลโทร.ตามตัวมาที

ที่ห้องแต่งตัว เดือนกำลังเก็บภาพคู่พระคู่นางต้นกับกิฟท์จะเอาไปลงข่าว ได้ยินเสียงเรียกเข้ามือถือของปาลดังขึ้น ไม่เห็นเจ้าตัวอยู่ในห้องจึงรับสายแทน

“พี่ปาลลืมโทรศัพท์ไว้ค่ะพี่บอล...อ้าวเหรอคะ” เดือนวางสายแล้วหันมาบอกกับต้นและกิฟท์ว่าพี่ปาลหายไปไหนไม่รู้...

ปาลเดินตามเสียงหัวเราะลงไปตามทางเดินมุ่งสู่ห้องใต้ดินที่มืดมิด กระทั่งมาถึงหน้าห้องที่หยดเคยถูกขัง อยู่ๆประตูเปิดออก เขาลังเลอึดใจก่อนเดินเข้าไป ผีหยดห้อยหัวลงมาจากเพดานกระซิบข้างหูเขาว่าอย่ายุ่งกับริน ปาลหน้าตาตื่นถามว่านั่นใครออกมาเดี๋ยวนี้ ผีสาวประกาศตัวว่าชื่อหยด

“หยด!! ไม่ใช่นางหยาดหรือ”

“กูบอกว่ากูชื่อหยด”

“หยดเหรอ...แล้วต้องการอะไร” สิ้นเสียงปาล ผีหยดหัวเราะดังโหยหวนชวนขนลุก เขามั่นใจว่าโดนผีหลอกจะวิ่งหนี ประตูปิดปัง เขาทั้งทุบทั้งร้องตะโกนให้คนช่วยแต่ประตูไม่ขยับเหมือนถูกลั่นดานจากด้านนอก


ooooooo

กองถ่ายเริ่มเป็นกังวลที่อยู่ๆปาลหายไปไม่มีใครรู้ว่าอยู่ไหน ซึ่งผิดวิสัยมากหากเขามีธุระต้องไปไหนจะบอกกล่าวคนในกองถ่ายไม่เคยหายไปเฉยๆ รินลองโทร.เช็กกับโรงแรมที่พักก็ไม่ได้กลับไป

ทุกคนในกองถ่ายออกตามหาปาลให้ควั่ก ความมืดที่โรยตัวลงมาเป็นอุปสรรคในการค้นหา ผ่านไปพักใหญ่ไม่มีใครเห็นแม้แต่เงาของเขา บางคนเริ่มเป็นกังวลว่าเขาอาจถูกผีหยาดจับตัวไป

วิษณุกับเดือนออกตามหาปาลด้วยกันโดยแยกมาค้นรอบนอกตัวตึกวนาเทพ เดือนเกาะเขาแจเนื่องจากกลัวผี วิษณุหมดหนทาง ยกมือขึ้นพนมอธิษฐานให้ผีหยาดช่วยคุ้มครองปาลด้วย ไม่ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ที่ไหนขอให้ปลอดภัย และขอให้ผีหยาดดลบันดาลให้หาเขาเจอ แล้วยกมือไหว้ เดือนรีบไหว้ตามทั้งที่ไม่รู้เรื่อง

“พี่ณุ...พูดกับใครคะ”

“พี่ก็แค่ถามไปเรื่อยน่ะ” วิษณุตอบแบบรักษาน้ำใจคนกลัวผี กลับยิ่งทำให้เดือนเกาะเขาแน่นเป็นตุ๊กแก...

ปาลยังคงพยายามกระแทกประตูห้องใต้ดินให้เปิดแต่ไร้ผลจนแรงเริ่มหมด ลองค้นดูข้าวของในห้องเผื่อมีอะไรใช้งัดประตูได้ เจอกุญแจโบราณใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้กับมีดขึ้นสนิมเปรอะไปด้วยเลือดโดยไม่รู้ว่านี่เป็นมีดที่แม่เยื้อนใช้ฆ่าหยด เขาคลำจนเจอหีบเก่าๆใบหนึ่งยกมาทุ่มใส่ประตู หีบแตกแต่ประตูไม่สะเทือนข้าวของในหีบเป็นอุปกรณ์เครื่องเขียนโบราณ และมีสมุดบันทึกเก่าๆหนึ่งเล่มกับไม้ขีดไฟและเทียนไข

ชายหนุ่มจุดเทียนส่องดูสมุดบันทึก เขียนว่า “บันทึกต้นตระกูล ปูมประวัติที่มาของสกุลวนทิพย์”

เขาจำได้ว่านี่เป็นนามสกุลของคุณพระวนาเทพ...

การหายไปของปาลทำให้ทีมงานไม่มีกะจิตกะใจจะถ่ายละครกันต่อ โดยเฉพาะวิษณุที่ดูจะเคร่งเครียดกว่าทุกคน รินเห็นแต่ละคนเหนื่อยจากช่วยกันตามหาปาลจึงแนะให้กลับไปพักผ่อน รวมทั้งวิษณุด้วย เธอจะอยู่รอเขาที่นี่เอง พายอาสาอยู่เป็นเพื่อน ถ้าให้ตนกลับโรงแรมคงนอนไม่หลับอยู่ดี ต้นขออยู่ด้วยจะให้หญิงสาวสองคนอยู่กันตามลำพังได้อย่างไร ในเมื่อต้นอยู่กิฟท์ซึ่งไม่อยากทิ้งเขาไว้กับรินก็เลยต้องอยู่ไปด้วย

“งั้นถ้ามีอะไรคืบหน้าส่งข่าวพี่นะริน” วิษณุว่าแล้วเดินออกไปกับทีมงาน รินหันมาทางต้น

“คุณต้นคะ เดี๋ยวเราแบ่งทีมแยกกันหาทีมละชั้นดีไหมคะ น่าจะเร็วขึ้น”

“เห็นด้วยค่ะ พี่ต้นไปกับกิฟท์นะคะ ส่วนพายไปกับรินนะ” พูดจบกิฟท์ควงแขนต้นออกไปเลย...

รินกับพายเดินหาจนทั่วทั้งชั้นที่รับผิดชอบไม่พบแม้เงาของปาลเหมือนเขาถูกผีบังเอาไว้ พายอับจนหนทางจะหาเขาเจอ จึงยกมือขึ้นพนมอธิษฐานให้ผีสางเทวดาและวิญญาณแม่หยาด ช่วยให้พี่ปาลกลับมาด้วย ผีหยาดได้ยินคำอ้อนวอนของเธอและคิดหาทางช่วยเหลือ

ooooooo

ปาลฆ่าเวลาด้วยการอ่านบันทึกที่เจอในหีบใบนั้น ทำให้รู้ว่าตำนานที่เล่าต่อๆกันมาคลาดเคลื่อน คุณพระวนาเทพมีเมียสามคนไม่ใช่สองคน คุณกำไลเป็นเมียเอก และมีเมียบ่าวอีกสองคนชื่อหยดกับชื่อหยาด

หยดเป็นไม้เบื่อไม้เมากับคุณกำไลเพราะถือว่าเป็นลูกพ่อเดียวกันเพียงแต่หยดเกิดแต่เมียทาส ทำให้ทั้งคู่มีเหตุวิวาทกันเนืองๆ ที่หน้าประตูห้องใต้ดิน ผีหยาดปรากฏตัวขึ้น มองกลอนที่ลั่นดานไว้พลางถอนใจหนักใจ

“พ่อปาล นี่พี่หยดคงขังพ่อไว้แน่เทียว” ว่าแล้วผีหยาดหายตัวไปโผล่ที่ห้องพักของวิษณุที่โรงแรมบางบาป แจ้งว่าปาลถูกหยดขังไว้ในห้องใต้ดิน...

รินประคองพายมาที่หน้าตึกวนาเทพ กิฟท์กับต้นตามมาสมทบเห็นพายเลือดออกถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอล้มหัวกระแทกเล็กน้อยตอนโดนแมวดำโดดใส่ รินอยากรู้ว่าต้นกับกิฟท์ได้เรื่องอะไรไหม เขาส่ายหน้าไม่มีวี่แววปาล หาหมดทุกชั้นทุกห้องแล้ว เราคงต้องรอให้สว่างก่อนค่อยหากันอีกรอบ พายเป็นห่วงปาลแนะให้แจ้งความ

“พี่ขอรอดูถึงเช้าได้ไหมคะ ไปแจ้งความตอนนี้พี่กลัวจะเป็นข่าวแล้วกระทบกองถ่าย”

“กลัวเสียหน้าเหรอคะผู้จัด” กิฟท์ไม่วายแดกดัน ต้นต้องหันมาปรามเธอถึงสงบปากลงได้ จังหวะนั้นวิษณุถือคีมตัดเหล็กร้องเอะอะเข้ามาว่ารู้แล้วว่าปาลอยู่ไหน จากนั้นเขานำทุกคนไปยังห้องใต้ดิน ผีหยดจะตามแต่ผีหยาดขวางไว้ เหตุใดถึงต้องขังปาลเอาไว้แบบนั้น ผีหยดแค่จะสั่งสอนคนที่แส่มาขวางไม่ให้ตนสิงร่างริน

“มึงนี่มันแส่สาระแนไม่หยุดไม่หย่อนทุกชาติภพจริงๆเลยนะอีหยาด น่าจะโดนกูสั่งสอนอีกตัวนัก”...

ภายในห้องใต้ดิน ปาลนั่งอ่านสมุดบันทึกอยู่เริ่มตาลายหายใจติดขัด มีเสียงดังกุกกักที่ประตู พร้อมกับเสียงวิษณุตะโกนเรียกชื่อเขา เหมือนเสียงจากสวรรค์ไม่มีผิดเพี้ยน เขาตะโกนตอบว่าอยู่ในนี้ แล้วเอาสมุดบันทึกเหน็บเอวไว้ แล้วเดินไปที่ประตู แต่เกิดวิงเวียนหน้ามืดล้มลง

เป็นจังหวะเดียวกับวิษณุตัดโซ่ที่คล้องประตูขาด แล้วถีบประตูเข้ามาเห็นปาลนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น รีบเข้าไปพลิกตัว รินเป็นห่วงเขามาก ถลาเข้าไปหาแต่ไม่ทันพาย เธอถึงต้องถอยออกมา ปาลรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมอง ยิ้มดีใจที่เห็นทุกคน ไม่นานนัก ทุกคนกลับมาถึงโรงแรมที่พัก ปาลขอโทษทุกคนด้วยที่ทำให้วุ่นวาย

“ไม่สำคัญหรอก ตอนนี้พี่ว่าปาลไปพักก่อนเถอะ มีอะไรไว้ค่อยคุยกัน” วิษณุว่าแล้วเดินลิ่วกลับห้องพักต้น กิฟท์และพายตามไปด้วย รินขยับจะตามแต่ปาลเรียกไว้ พร้อมกับยื่นสมุดบันทึกให้อ่านบอกว่าสมุดเล่มนี้มีเรื่องของคุณพระวนาเทพ หยาดและเมียบ่าวอีกคนหนึ่งที่ชื่อหยด เขาเริ่มเชื่อว่าวิษณุอาจเป็นคุณพระวนาเทพกลับชาติมาเกิดเพราะตอนแรกไม่มีใครได้ยินเสียงเขา หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอจนวิษณุมาถึงช่วยเขาออกมาได้

“คุณพยายามหาหลักฐานมาเปลี่ยนความเชื่อฉันเหรอ คุณเผลอหลับแล้วฝันไปรึเปล่า” รินได้แต่มองสมุดบันทึกแต่ไม่รับไปอ่าน ไม่ว่าปาลจะยืนยันอย่างไรว่าที่เขาหายตัวไปเป็นเพราะถูกผีกลั่นแกล้งก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจรินให้เชื่อเรื่องผีได้ แถมขอร้องเขาว่าอยากเชื่ออย่างไรก็เชื่อไป แต่เพื่อไม่ให้ทีมงานแตกตื่น เธอจะขอบคุณเขามาก ถ้าเขาจะไม่บอกใครว่าโดนผีจับขัง

“ผมจะบอกทุกคนว่าผมเข้าไปในห้อง แล้วเผลอปิดประตูจนมันล็อกไม่มีผีไม่มีอะไรทั้งนั้น”

ooooooo

เนื่องจากปาลไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ฉากที่ต้องถ่ายทำเมื่อวานจึงยกมาถ่ายในวันนี้เป็นฉากแรกแทน โดยถ่ายเป็นเดย์ฟอร์ไนต์ ปาลกับพายถ่ายเทกเดียวผ่าน

วันนี้ดูเหมือนทุกอย่างราบรื่นไปหมด เกือบทุกฉากถ่ายเทกเดียวผ่านฉลุย กระทั่งมาถึงฉากที่พายในบทหยาดมายั่วยวนต้นในบทคุณพระวนาเทพถึงห้องนอน พายตีบทนางแมวยั่วสวาทแตกกระจุย ผีหยาดที่ยืนดูอยู่ถึงกับน้ำตาร่วง เนื่องจากบทละครต่างจากเรื่องจริงลิบลับ เธอไม่ได้เป็นฝ่ายยั่วยวนคุณพระ แต่ถูกคุณกำไลขอร้องแกมบังคับให้เธอไปร่วมหลับนอนกับเขา

วิษณุรับไม่ได้ที่ความจริงถูกบิดเบือนทำให้หยาดเสียหาย สั่งคัตทันทีทุกคนงงว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกบอลให้เบรกก่อนโยนบทลงบนโต๊ะแล้วลุกออกไป พายน้ำตาร่วงโทษตัวเองว่าเล่นไม่ถึงทำให้วิษณุไม่พอใจ ปาลต้องปลอบว่าเธอเล่นได้ดีแล้ว กิฟท์เห็นด้วย

“เล่นได้ใจมากเห็นภาพเลยว่าหยาดเลวทรามต่ำตมขนาดไหน...กำไลอยากจะฆ่าหยาด สาปแช่งหยาดให้มันตกต่ำไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดกันเลยล่ะค่ะ”

ผีหยาดมองกิฟท์ในคราบคุณกำไลด้วยความเสียใจ พึมพำว่าความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักหน่อย ตั้งใจมั่นจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอได้รู้ความจริง ระหว่างที่กิฟท์กับพายแต่งหน้าทำผมเพื่อเข้าฉากต่อไป ผีหยาดตัดสินใจสิงร่างพาย จากนั้นคลานเข่าเข้าไปเกาะขากิฟท์หรือคุณกำไลกลับชาติมาเกิด

“บ่าวเสียใจสุดจะกล่าวที่ทำให้คุณกำไลต้องเสียน้ำตา อย่าชังน้ำหน้าบ่าวเลย ทั้งหมดที่บ่าวทำเพียงเพราะต้องการภักดีตามคำสั่งที่คุณกำไลมีให้บ่าวไป

รับใช้คุณพระ บ่าวไม่เคยคิดเลยว่าความภักดีนั้นจะย้อนรอยมาทำลายความไว้ใจที่คุณกำไลมีให้บ่าว... อโหสิกรรมให้บ่าวเถิดนะเจ้าคะ”

ทันใดนั้นไฟดับพึ่บอึดใจก่อนจะติดขึ้นอีกครั้ง กิฟท์เห็นหน้าพายเป็นหน้าหยาด ตกใจร้องกรี๊ดวิ่งหนีกระเจิง ผีหยาดในร่างพายเสียใจที่คุณกำไลไม่ให้อภัย หยิบผ้าไปนั่งเช็ดรอยเปื้อนบนพื้นภายในตึกวนาเทพเพื่อเป็นการลงโทษตัวเอง วิษณุมาเห็นเข้าคิดว่าพายยังอินกับบทหยาด เตือนว่าไม่ต้องอินกับคาแรกเตอร์นี้ตลอดเวลาก็ได้ แต่พอเธอพูดด้วยเท่านั้นเขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่พาย

“หยาดเองเจ้าค่ะ อิฉันมาสิงร่างแม่พายเจ้าค่ะ อิฉันเห็นคุณกำไลเธอเกลียดชังอิฉันจึงอยากพูดคุยกับเธอผ่านร่างแม่พายเพื่อขอสมา อิฉันเสียใจเหลือเกินเจ้าค่ะคุณพระ”

“อย่าเสียใจเลยนะครับ เธอเป็นคนบริสุทธิ์นะเธอทำดีที่สุดแล้ว เธอต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ คนที่บาปคือฉันไม่ใช่เธอเข้าใจไหม” วิษณุมองผีหยาดในร่างพายสีหน้าเจ็บปวด รินเข้ามาเห็นเขาประคองพายถามว่ากำลังต่อบทกันอยู่หรือ เขาส่ายหน้าเล่าเรื่องที่ผีหยาดสิงพายเพราะเห็นเราถ่ายละครกันตามบทที่เขาเขียน ได้ยินกิฟท์ด่าว่าก็เสียใจที่กิฟท์หรือคุณกำไลในชาติก่อนเกลียดเธอก็เลยมาเข้าสิงพายเพื่อขอให้กิฟท์ให้อภัย

รินได้แต่ยืนอึ้งเพราะไม่เชื่อ วิษณุขอร้องผีหยาดให้ออกจากร่างพายแต่ไม่สำเร็จ เขาจึงขอให้รินช่วยพูดให้พายรู้สึกตัว เธอไม่สนใจยังคงเช็ดพื้นต่อไป ปาลที่ตามมาสมทบรู้เรื่องพายถูกผีหยาดสิงจึงเข้าไปจับไหล่เธอเขย่าพร้อมกับเรียกชื่อเพื่อให้ได้สติ พายทรุดฮวบหลุดพ้นจากถูกสิง พอฟื้นคืนสติเธอจำอะไรไม่ได้...

หลังพายถูกผีสิง ปาลตัดสินใจเอาสมุดบันทึกที่ได้จากห้องใต้ดินมอบให้วิษณุ บอกว่าเรื่องราวในสมุดนี้คล้ายๆกับเรื่องในละครที่เรากำลังถ่ายทำ เพียงแต่เป็นเรื่องจริง วิษณุตื่นเต้นมากที่จะได้รู้ความจริง...

ขนาดเห็นพายถูกผีสิง รินก็ยังไม่เชื่อว่าผีมีจริง ผิดกับปาลที่ตอนนี้เชื่อว่าผีมีจริงถึง 80%

ooooooo


ละครนางบาป ตอนที่ 4 อ่านนางบาปติดตามละครนางบาป ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จรณ โสรัตน์,ปรียากานต์ ใจกันทะ 18 ส.ค. 2561 12:30 2018-08-12T01:49:46+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ