ข่าว

วิดีโอ



นางบาป

อ่านเรื่องย่อ

แนว: พีเรียด-ดราม่า-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จันมณี,ชื่นใจมาลี, ภัณฑ์ณัฐ วงศ์วัชรกมล

กำกับการแสดงโดย: วีระชัย รุ่งเรือง

ผลิตโดย: บริษัท ดวงมาลีมณีจันทร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จรณ โสรัตน์,ปรียากานต์ ใจกันทะ

รินหลบออกมานั่งเซ็งอยู่คนเดียว ปาลเข้ามานั่งข้างๆถามว่าทำอย่างไรกิฟท์ถึงยอมกลับมาเล่นละครให้ เธอให้เล่าให้ฟังว่ากิฟท์ขอไม่ให้เธอยุ่งกับต้น ปาลขำก๊าก ผู้จัดสาวนิ่วหน้าสงสัยไม่ได้เล่าเรื่องตลกสักหน่อยขำอะไรนักหนา เขาอยากจะบอกบางอย่างเกี่ยวกับต้นใจแทบขาดแต่ไม่กล้า จึงเสพูดไปทางอื่น

“ก็ ไม่นึกว่านางเอกจะมาอิจฉาผู้จัด แล้วผู้จัดว่าอย่างไร”

“ฉันบอกเขาฉันไม่คิดอะไรกับคุณต้นเลย”

ปาลยิ้มโล่งใจอย่างน้อยรินก็ไม่ตกเป็นเหยื่อให้ต้นหลอก แกล้งกระเซ้า ถ้าอย่างนั้นเขาก็ตัดศัตรูของเธอไปได้อีกคนหนึ่ง เหลือแต่เดือนเท่านั้น รินรำคาญถ้าต้องอธิบายให้คนทั้งโลกเข้าใจ เธอคงไม่มีเวลาทำอะไรกันพอดีที่สำคัญเธอไม่อยากคิดไม่ดีกับใครให้เสียพลังงานชีวิต ปาลท้วงคิดบ้างก็ไม่เสียหาย แล้วส่ง นอตให้ เธองงเอามาให้ดูทำไม เขาได้นอตตัวนี้มาจากลุงช่างที่บอกว่านั่งร้านถล่มเพราะนอตตัวนี้หลุดออกมา

“คุณตั้งใจจะหมายความว่าอย่างไร”

“คุณไม่คิดเหรอว่ามันบังเอิญเกินไป ถึงตอนนี้สิ่งที่ผมสงสัยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณมันอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ มีเค้ามูลเกิน 50% ทีนี้คุณจะเลิกคิดว่าตัวเองเป็นซุปเปอร์วูแมนได้รึยัง”

“ฉันไปนอนดีกว่า”

เขาอาสาเดินไปส่ง เธอปฏิเสธว่าไม่ต้อง เขาตัดพ้อต้องเป็นซุปเปอร์ฮีโร่อย่างพี่ณุก่อนใช่ไหม ซุปเปอร์วูแมนอย่างเธอถึงจะยอมให้เขาปกป้อง รินน้ำท่วมปากอยากบอกว่าพี่ณุของเขาไม่ได้ชอบผู้หญิงแต่ทำไม่ได้

“วันนี้พี่ณุเขาก็ไม่เห็นปกป้องอะไรฉันเลย คุณต่างหากที่ปกป้องฉัน” รินเห็นปาลส่งยิ้มหวานมาให้ก็เขิน รีบผละออกมาแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ เดินกลับมาหาเขาอีกครั้ง “ขอบคุณนะ”

ooooooo

วันนี้กิฟท์ต้องเข้าฉากกับพาย ผีหยดแค้นไม่หายที่อุตส่าห์กลั่นแกล้งกำไลในคราบกิฟท์หวังจะให้โดนเล่นงาน แต่วิษณุหรือคุณพระวนาเทพกลับไม่โกรธเคืองแม้แต่น้อย คราวนี้ตนจะหลอกให้เธอจับไข้ไปเลย

ผีหยดทำอย่างที่ประกาศไว้ ใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้กิฟท์ในบทกำไลซึ่งต้องเข้าฉากกับพายซึ่งรับบทหยาดเห็นใบหน้าของพายเละเป็นผี กิฟท์ตกใจร้องว้ายลั่น วิษณุรีบเข้าไปถามว่าเป็นอะไร ตกใจอะไร

“คือเมื่อกี้ กิฟท์เห็น...” กิฟท์จะบอกว่าเห็นพายหน้าเละเป็นผี ครั้นมองไปอีกทีกลับเห็นใบหน้าเธอปกติ คิดว่าตัวเองหลอนไปเอง “กิฟท์คงตาฝาดไปค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ กิฟท์ขออีกเทกนะคะ”...

เริ่มถ่ายทำใหม่ กิฟท์ยังคงเห็นพายใบหน้าเละเป็นผีเหมือนเดิม แม้จะกลัวแทบตายแต่ด้วยสปิริตแรงกล้า เธอข่มความกลัวเล่นฉากนี้จนจบ แล้วเดินก้มหน้างุดออกไปไม่สนใจใครทั้งนั้น ผีหยดมองตามอริข้ามชาติข้ามภพไปอย่างนึกสนุก ผีหยาดเข้ามาต่อว่าว่าไปทำอะไรกับใครไว้อีก ตนแค่แกล้งนังกำไลนิดๆหน่อยๆเท่านั้น

“พี่ทำอย่างนั้นทำไม คุณกำไลท่านไม่เคยคิดร้ายกับพี่เลยนะ”

“เอ็งอย่ามาแหล ไม่ใช่เพราะมันหรอกรึ ชีวิตข้าถึงได้เป็นเยี่ยงนี้ ไม่ใช่เพราะมันรึที่แย่งความเป็นคุณหยดไปจากข้า” ผีหยดขบกรามแน่นด้วยความแค้น พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของผีหยด ตอนนั้นเธอมาซุ่มดูคุณกำไลที่กำลังเดินเล่นในสวนกับนางสาย มองผ้ายกผืนใหม่ที่คุณกำไลนุ่งไม่วางตา

“ตอนเห็นผ้ายกผืนนี้ที่เจ้าสัวส่งให้คุณหนู บ่าวก็ว่าสวยแล้วนะเจ้าคะ แต่พอคุณหนูนุ่งแล้วสวยกว่าเดิมอีกเจ้าค่ะ”คำพูดชื่นชมคุณกำไลของนางสายยิ่งทำให้หยดแค้นและริษยาเธอมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณคิดหาทางเอาผ้าผืนนี้มาเป็นของตัวเองให้ได้ และแล้ววันหนึ่ง เธอสบโอกาสเหมาะ เห็นคุณกำไลวางผ้ายกผืนนั้นไว้ข้างตัว หยดแกล้งทำน้ำอบหกรดผ้ายก ทำทีตกใจรีบก้มกราบ

“ขอโทษเจ้าค่ะคุณหนู บ่าวไม่ดีเอง อย่าลงโทษบ่าวเลยนะเจ้าคะ”

“มิใช่เรื่องใหญ่อันใดดอก เจ้าเพียงเอาไปซักใหม่มาให้ข้าได้รึไม่ หากเจ้าคุณพ่อรู้ว่าผ้ายกผืนใหม่มีรอยเสีย ข้าแลเจ้าจักโดนเอ็ดเอาทั้งคู่เสียกระมัง”

“เดี๋ยวบ่าวจะรีบเอาไปซักให้นะเจ้าคะ” หยดคว้าผ้าออกไปแต่ไม่ได้เอาไปซักกลับเอาไปนุ่งเสียเอง

ooooooo

ระหว่างที่หยดนุ่งผ้ายกผืนสวยส่องกระจกดูความงามของตัวเอง คุณกำไลเปิดประตูเข้ามาเห็นก็ตกใจ ปรี่ไปยื้อแย่งคืน ต่อว่าว่าทำไมเอาผ้ายกของตนมานุ่ง หยดปัดมือเธอออก

“...ทุกอย่างมันควรจะเป็นของข้า ไม่ใช่แค่ผ้ายกผืนนี้ ความรักความนับหน้าถือตาที่เอ็งแย่งไปจากข้าทั้งหมด ถ้าไม่มีเอ็งอีนังคุณกำไล ข้าก็ไม่ต้องเป็นทาสอย่างทุกวันนี้”

นายแม่เปิดประตูห้องเข้ามาเห็นหยดเอาผ้ายกของลูกสาวมานุ่งก็โกรธมากชี้หน้าอย่างเอาเรื่องว่าทาสอย่างเธอกล้าดีอย่างไรมาแอบลองผ้ายกของลูกตน

สั่งให้นางสายกับบ่าวถอดผ้าออก พวกบ่าวเข้าไปรุมยื้อแย่งผ้ายกคืน แต่หยดดิ้นไม่ยอมให้ปลด สั่งห้ามมาจับต้องตัวเธอ

“ยังมีหน้ามาแข็งขืนอีกรึ ก็ให้มันรู้ไปทาสไร้ศักดิ์ศรีอย่างเจ้าจะขัดขืนได้สักกี่น้ำ ถอดผ้ายกออกมาให้จงได้ จากนั้นขับมันออกจากเรือน” นายแม่สั่งเสียงกร้าว พวกบ่าวกระชากผ้ายกออกจากตัวหยุดสำเร็จ แล้วผลักลงไปกองกับพื้นแทบเท้านายแม่ หยดแค้นมากตวาดลั่นว่าตนไม่ใช่ทาสแล้วกระชากผ้ายกชูขึ้น

“ผ้านี่ข้าไม่มีสิทธิ์นุ่งจริงรึ ข้าไม่ใช่ทาสศักดิ์ต่ำ ท่านเองก็รู้เรื่องนี้ดียิ่งกว่าใคร ข้าก็เป็นลูกสาวคุณท่านคนหนึ่งเหมือนกัน จริงรึไม่” หยดลอยหน้าท้าทาย นายแม่และพวกบ่าวตกใจที่เธอรู้เรื่องนี้ คุณกำไลได้แต่มองอึ้ง

“ข้ามีสิทธิทุกอย่าง เท่าๆกับลูกของท่าน ผ้านี่ข้าก็มีสิทธินุ่ง เรือนนี้ข้าก็มีสิทธิอยู่”

แม่นายปรี่เข้าไปตบหน้าหยด ด่าซ้ำหยาบๆคายๆ ไล่ตะเพิดไปให้พ้นจากเรือนของตน คุณกำไลสงสารหยดจับใจ ขอร้องแม่อย่าได้เอาความอะไรหยดเลย

แม่นายเห็นมันไม่สำนึกก็เลยเล่นงานอย่างหนัก

“ดี...ดียิ่ง เอ็งอยากเป็นคุณหนูใช่ไหมอีหยด อยากมียศมีศักดิ์เหมือนลูกข้า...งั้นจงใช้ชีวิตเอ็งทั้งชีวิตคอยรับใช้ คอยดูสิ่งที่เอ็งอยากได้แต่ไม่มีวันได้ไปเถิด ต่อไปนี้เอ็งจักเป็นแค่ทาสชั้นต่ำ อยู่ได้ก็แต่ในเรือนบ่าว ห้ามขึ้นมารับใช้นายบนเรือนใหญ่อีกเป็นอันขาด ถ้าข้ารู้ว่าเอ็งแตะต้องลูกข้า หรือของของลูกข้าอีก เอ็งและครอบครัวทุกคนของเอ็งจะต้องถูกโบยและไสหัวออกไปจากเรือน จำเอาไว้”...

แม่เยื้อนเฆี่ยนหยดสุดแรงเกิด ปากก็ด่าว่าลูกไม่รักดีไปด้วยที่ไม่รู้จักเจียมตัว ไปพูดจาแบบนั้นกับนายแม่ได้อย่างไร หยดยืนยันว่าตัวเองพูดเรื่องจริง

ตนเป็นลูกคุณท่านทำไมต้องทนเป็นทาส ไม่ว่าแม่เยื้อนจะเฆี่ยนตีอย่างไรให้เลิกคิดแบบนี้ เธอก็ยังคงยืนกรานคำเดิมว่าตัวเองไม่ใช่ลูกทาส

“ถ้าเอ็งยังไม่สำนึก ก็อยู่ในห้องใต้ดินนี่ต่อไปเถอะ” แม่เยื้อนเดินจากไปทั้งน้ำตา หยดพยายามกระแทกประตูห้องใต้ดินให้เปิดแต่มันล็อกแน่นหนา...

ด้วยความช้ำใจที่ได้สามีเจ้าชู้ มักมากในกามไม่เคยหยุดใจที่หญิงใดเพียงคนเดียว แม่นายจึงสอนคุณกำไลว่าหากวันใดมีคนมาพร่ำคำรักให้ฟัง ก่อนจะเชื่อคำพูดของเขาหรือปักใจรักเขา จงตรองให้ดีเสียก่อน

“อย่ามอบให้เขาไปทั้งดวงใจแล้วต้องมานั่งน้ำตาตกอย่างแม่เข้าใจรึไม่”

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ลูกจักมิปักใจเชื่อคำรักชายใดง่ายดายจนยอมเสียน้ำตาอย่างคุณแม่เป็นอันขาด”...

ฝ่ายหยดนอนคุดคู้อยู่ในมุมหนึ่งของห้องใต้ดิน ร่างกายบอบช้ำหลังแตกเพราะถูกลงหวาย หยาดย่องเข้ามาหาแอบเอายามาทาให้ ตนอยู่นานไม่ได้เดี๋ยวแม่รู้เข้าเป็นเรื่องแน่ หยดปัดมือน้องออกอย่างรังเกียจ

“มึงไม่ต้องมาแกล้งเห็นใจกูอีหยาด กูรู้นะว่ามึงก็เห็นดีเห็นงามกับแม่”

“แต่แม่หวังดีจริงๆนะจ๊ะพี่หยด” หยาดว่าแล้วหยิบผ้านุ่งขาดๆออกมายื่นให้หยด คุณกำไลฝากผ้าผืนนี้มาให้พี่ ท่านเห็นพี่ชอบก็เลยสั่งให้ตนเอามาให้ บอกว่าถึงผ้าจะขาดบางส่วนแต่ยังทำผ้าแถบได้

“อ๋อ นึกใจบุญสงสารคนอย่างกูงั้นรึ เอ็งไปบอกเจ้านายเอ็งนะคราวหลังหากอยากสร้างบุญ ก็ไปวัดเสีย มิต้องมาทำทานกับคนอย่างข้า” หยดปาผ้าทิ้ง แล้วประกาศกร้าว “กูจักไม่ยอมก้มหน้าก้มตาให้ใครผู้ใดมาสมเพช กูจักหลุดพ้นจากความเป็นทาสนี่ให้ได้ คอยดูกูแล้วกัน”

ooooooo

ผีหยาดยังคงยืนยันกับผีหยดว่าคุณกำไลไม่เคยคิดร้ายกับใคร พี่ผูกใจเจ็บไปเองทั้งนั้น ผีหยดหาว่าน้องเห็นคุณกำไลดีกว่าตน คุณพระวนาเทพก็เช่นกัน

“แต่เอ็งคอยดู กูจะไม่ยอมให้มันเหยียบย่ำอีกเป็นอันขาด” พูดจบผีหยดจะตามไปราวีคุณกำไล ผีหยาดพุ่งไปขวางไว้ เตือนว่าหากคุณกำไลในชาตินี้มีอันเป็นไป ตนจะไม่ให้อภัยพี่เด็ดขาด


“ให้มันรู้ไปสิวะอีหยาดว่ามึงจะคอยตามขวางกูได้ทุกครั้ง” ผีหยดหัวเราะน่ากลัวก่อนจะหายวับไป...

ขณะที่ผีหยดอาฆาตมาดร้ายคุณกำไลข้ามภพข้ามชาติ กิฟท์ยังทำใจไม่ได้ เห็นพายทีไรอดนึกถึงหน้าเละเป็นผีทุกที ครั้นเธอเอาน้ำดื่มมาให้ กิฟท์ขอร้องให้เธอช่วยอยู่ห่างๆก่อน ยิ่งไกลได้ยิ่งดีโดยเฉพาะช่วงนี้ พายหน้าหมองทันที ทั้งคอสตูมกับช่างแต่งหน้าพากันหัวเราะเยาะกิฟท์ ไหนว่าไม่กลัวไม่ใช่หรือ

“ก็ไม่ได้กลัว แต่แค่หลอนๆ พายไม่โกรธนะ”

“ไม่ค่ะ” พายตอบเสียงเศร้า กิฟท์หันไปทางพาไล

“พี่พาไลคะ วันนี้กิฟท์ขอไปนอนห้องพี่พาไลได้ไหมคะ ยังทำใจไม่ได้อ่ะค่ะที่จะนอนมองหน้าพาย”...

ณ โรงแรมที่พัก ปาลเห็นรินนั่งคิ้วผูกโบเข้ามาทักว่าป่านนี้แล้วยังไม่หลับไม่นอนอีกหรือ เธอนอนไม่หลับก็เลยลงมานั่งรับลมเล่น เขาเดาออกว่าเธอเป็นอย่างนี้เพราะเครียดเรื่องงาน แนะให้เธอนึกถึงเรื่องหรือสถานที่ที่ทำให้มีความสุข รินไม่ต้องนึกให้เสียเวลาสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขคือได้กลับบ้านไปนั่งเล่นริมทะเล

ปาลขอเวลาสักครู่แล้วหยิบมือถือขึ้นมาส่งคลิปเสียงคลื่นซัดไปให้ คลิปนั้นไม่ได้ทำให้เธอดีขึ้น การได้คุยกับเขาต่างหากที่ทำให้เธอผ่อนคลาย...

พาไลเพิ่งตระหนักว่าคิดผิดมหันต์ที่ยอมให้กิฟท์มานอนด้วย เพราะเธอไม่มีความเกรงใจเจ้าของห้อง นึกอยากวางของของตัวเองตรงไหนก็วาง อยากทำอะไรก็ทำ แต่ที่ทำให้เคืองสุดๆคงคือเรื่องที่เธอบอกว่าชอบต้นมาก อยากได้มาเป็นของตัวเอง เลียบๆเคียงๆถามว่าเขาชอบกินอะไร ชอบผู้หญิงแบบไหน เธอจะได้ทำตัวถูก...

รินเดินทอดอารมณ์ต่ออีกสักพัก จึงเดินกลับที่พัก เจอพายนั่งหน้าเศร้าอยู่ที่สวนหย่อมของโรงแรมไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเธอคิดมากเรื่องที่กิฟท์กลัวจนไม่ยอมนอนด้วย ก็เลยเข้ามาช่วยพูดปลอบใจ แต่พอปาลเดินเข้ามาพร้อมกับชาร้อนสองแก้วให้พายหนึ่งแก้ว ของตัวเขาเองอีกแก้วหนึ่ง รินจึงรู้ว่าพายมีคนปลอบใจอยู่แล้ว รู้สึกเป็นส่วนเกินขึ้นมาในทันใด รีบขอตัวไปนอนก่อนแล้วลุกออกไปเลย ปาลมองตามรู้ว่าเธอแอบน้อยใจ

ooooooo

ตั้งแต่เจอเรื่องเมื่อคืน รินหลีกเลี่ยงไม่ข้องแวะกับพายและปาล ยิ่งเห็นภาพที่เดือนเอาไปโพสต์ในไลน์กรุ๊ปละครนางบาปเป็นภาพปาลกับพายต่อบทกันกะหนุงกะหนิงในห้องแต่งตัว ก็ยิ่งน้อยใจเป็นเท่าทวีคูณ...

เช้านี้กองละครจะถ่ายทำฉากที่คุณพระวนาเทพมาทาบทามขอคุณกำไลจากเจ้าสัวไกร ระหว่างถ่ายทำ วิษณุเริ่มมีอาการแปลกๆ สั่งคัตโดยไม่มีสาเหตุ ทั้งทีมงานและนักแสดงพากันงุนงง โดยเฉพาะต้นอดถามไม่ได้ว่าที่สั่งคัตเพราะเขาอยากแก้ไขอะไรตรงไหนหรือ เขารู้สึกตัวว่าพลาดรีบกลบเกลื่อน

“ไม่มีอะไร ต้นเล่นเหมือนเดิมนะ พี่เบลอเองมาถ่ายต่อดีกว่า”...

ในเวลาต่อมา ขณะที่วิษณุนั่งแก้บทอยู่ในห้องรับรอง เห็นทางหางตาแวบๆ ว่ามีคนใส่โจงกระเบนเดินผ่าน รีบลุกไปดูเห็นผีหยาดเดินหลังไวๆหายเข้าไปในความมืด ด้วยความอยากรู้เขาเร่งฝีเท้าตามกระทั่งมาถึงบริเวณหนึ่งที่มีภาพเขียนสีน้ำมันวางพิงผนังอยู่ ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อคนในภาพหน้าคล้ายตัวเอง

ทันใดนั้นผีหยาดปรากฏตัวขึ้น ลอยหายเข้าไปในภาพวาดนั้น วิษณุมองลังเล แต่สุดท้ายเดินตามเธอเข้าไป เขาย้อนอดีตมาเห็นคุณพระวนาเทพยืนคุยอยู่กับบ่าวคนสนิท ณ ที่ดินว่างเปล่าแห่งหนึ่งของบางบัวบาน ทำเลที่ตั้งสวยถูกใจเขามาก ตัดสินใจจะซื้อที่ดินผืนนี้ไว้ปลูกเรือน

นอกจากนี้ผู้กำกับหนุ่มยังได้เห็นการเจอกันครั้งแรกของคุณพระวนาเทพกับคุณกำไล ที่เรือนของเจ้าสัวไกร ตอนที่เขาแวะมาเยี่ยมเยียนหลังจากเดินดูที่ดิน เขาถูกใจเธอแต่แรกเห็น...

ครั้นมีงานก่อพระเจดีย์ทราย คุณพระวนาเทพรู้เรื่องที่คุณกำไลไปเที่ยวงานนี้ แอบสะกดรอยตาม เห็นเธอกำลังก่อเจดีย์โดยมีหยาดช่วยขนทรายมาให้ แต่ไม่ทันใจเธอจึงไปโกยทรายเอง มือของเธอชนเข้ากับมือของคุณพระวนาเทพที่ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น เธอตกใจรีบชักมือกลับ

“เจอกับเจ้าด้วยเหตุบังเอิญเยี่ยงนี้ นี่คือบุพเพสันนิวาสใช่รึไม่”

คุณกำไลไม่ตอบได้แต่เอียงอาย หยาดเห็น ไม่เหมาะไม่ควรรีบเข้ามากั้นกลาง บอกให้คุณกำไลไปก่อเจดีย์ต่อ ตนจะขนทรายไปให้เอง ก่อเสร็จจะได้รีบกลับเรือน คุณพระวนาเทพอยากอยู่กับคุณกำไลเพียงลำพังจึงออกอุบายให้หยาดไปตามบ่าวคนอื่นมาช่วยขนทรายจะได้เสร็จเร็วๆ ทีแรกหยาดไม่ยอมไป แต่คุณกำไลพยักหน้าให้เป็นทำนองว่าให้ไปตามคนมาช่วย หยาดถึงรีบวิ่งออกมา

คุณพระวนาเทพเห็นคุณกำไลตั้งหน้าตั้งตาก่อพระเจดีย์ไม่สนใจอะไร พยายามชวนคุยโน่นคุยนี่ ถามว่าเชื่อเรื่องวาสนาที่นำพาให้เราสองคนมาเจอกันไหม เธอส่ายหน้าไม่เชื่อเรื่องพรรค์นี้ เชื่อแต่เรื่องสัตย์สัญญา

“วาสนาใดจะสู้มิต้องเจ็บช้ำจากชายมากรักได้น้องจึงหวังให้คนรักของน้องมีสายตามองเพียงน้อง ยกย่องน้องเป็นหญิงเดียว หญิงที่เห็นแก่ตัวเยี่ยงน้องคนนี้จะกล้าฝันรอให้บุพเพสันนิวาสสร้างผู้ใดมาเคียงคู่เล่า”

“น้องจักต้องพบเจอกับชายรักมั่นผู้นั้นแน่”

คุณพระวนาเทพส่งสายตาให้คุณกำไลอย่างมีความหมาย เธอแอบหวั่นไหวไม่กล้าสบตาด้วย เสก่อเจดีย์ต่อ

ooooooo

วิษณุยังคงเดินทางย้อนไปในอดีต แต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่คนดู แต่เขาสวมบทเป็นคุณพระวนาเทพได้เจอหยดเป็นครั้งแรก และได้ช่วยเธอให้รอดพ้นเงื้อมมือชายโฉด เขาเห็นเธอเนื้อตัวมอมแมมหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวมาเช็ดเนื้อตัวเธอให้ และมอบผ้าผืนนี้ให้เธอไปเลย

“อิฉันชื่อหยด โปรดจำชื่ออิฉันไว้นะเจ้าคะ อิฉันจะหาทางเอาผ้าผืนนี้ไปคืน ไม่ว่าคุณพระจะอยู่แห่งหนใด”

คุณพระวนาเทพยิ้มรับแล้วผละจากไปไม่ได้สนใจอะไรหยดอีก จนมาเจอคุณกำไลกำลังเดินซื้อของอยู่กับหยาดที่ถือของพะรุงพะรังรีบเข้าไปทัก ได้พูดคุยไม่กี่คำ เธอตัดบทแล้วเดินหนีไปเลย เร่งฝีเท้าจนไม่เห็นเขาตามมา จึงผ่อนความเร็วลงกระทั่งมาเจอร้านขายกำไลข้อมือสวยถูกใจ แต่เงินไม่พอจ่าย คุณพระวนาเทพตามมาทันขอเป็นคนซื้อกำไลวงนี้ให้ เธอไม่ตอบวางกำไลข้อมือไว้อย่างเดิม แล้วดึงมือหยาดเดินหนี

ครั้นสองนายบ่าวไปพ้นแล้วคุณพระวนาเทพจ่ายเงินให้พ่อค้าเป็นค่ากำไลข้อมือวงนั้น แล้วเอากำไลให้บ่าวคนสนิทไปจัดการหย่อนไว้ในย่ามของหยาดตอนทั้งคู่เผลอ...

เมื่อกลับถึงเรือน คุณกำไลจึงพบกำไลข้อมือที่ตัวเองชมชอบปนอยู่ในข้าวของที่หยาดหอบหิ้ว รู้ทันทีว่านี่เป็นอุบายของคุณพระวนาเทพ คงจะซื้อแล้วให้บ่าวแอบเอามาใส่ไว้ให้ แทนที่จะสวมกำไลข้อมือนั้น คุณกำไลกลับเก็บใส่กล่อง หยาดแปลกใจในเมื่อชมชอบทำไมถึงไม่ใส่

“เพราะชายมากอุบายมิเคยหยุดที่หญิงใดเพียงคนเดียว ข้าจึงรักเขามิได้ ต่อให้เขาดีต่อข้ามากกว่านี้เท่าใด ข้าก็มิกล้าเชื่อคำรักของเขา” คุณกำไลคิดถึงความเจ็บช้ำที่แม่นายได้รับจากเจ้าสัวไกรผู้เป็นพ่อ...

แม้จะลั่นวาจาเอาไว้ว่าจะไม่รักผู้ชายเจ้าชู้ แต่สุดท้ายคุณกำไลแพ้ใจตัวเอง รักคุณพระวนาเทพหมดใจและตกลงใจแต่งงานด้วย เขาจึงสร้างตึกวนาเทพอันโอ่อ่าไว้เป็นเรือนหอของตัวเองกับเธอ

อีกสามวันถึงวันแต่งงาน โหรที่ดูฤกษ์แนะให้คุณพระวนาเทพมานอนค้างที่เรือนหอเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย หยดแอบได้ยินหยาดกับพวกบ่าวคุยกันเรื่องนี้ วางแผนจะลอบเข้าไปหาเขาเพื่อชิงได้เขาเป็นผัวก่อนคุณกำไล ครั้นใกล้ค่ำ นางทาสชั่วจัดแจงแต่งตัวสวย พรมน้ำอบหอมฟุ้งหวังจะบุกเข้าหาคุณพระวนาเทพ แต่ถูกแม่เยื้อนรู้เท่าทันแผนชั่วเสียก่อน จึงลงหวายหลังแตกเลือดอาบแล้วจับขังไว้ในห้องใต้ดินไม่ให้พบเจอใคร

ooooooo

งานแต่งงานของคุณพระวนาเทพกับคุณกำไลดำเนินไปอย่างราบรื่น ท่ามกลางเสียงร้องไห้และเสียงตะโกนให้แม่เยื้อนปล่อยตัวเองออกไปของหยด

“ฉันขอร้อง แม่ปล่อยฉันออกไป” เสียงคร่ำครวญของหยดปลุกให้วิษณุตื่นจากภวังค์ มองไปรอบๆแปลกใจที่เห็นตัวเองยืนอยู่หน้าห้องใต้ดินในตึกวนาเทพ มองสบตากับคุณพระวนาเทพที่อยู่ในภาพวาดตรงหน้า

พลันมีเสียงของตกดังมาจากในห้องใต้ดิน เขาผลักประตูเข้าไปต้องตกใจเมื่อกำไลข้อมือที่เขาเห็นจากตอนรำลึกชาติได้กลิ้งจากใต้ตู้มาหยุดตรงหน้า ก้มเก็บขึ้นมาพิจารณา จากนั้นเขากลับไปที่ห้องรับรองของตึกวนาเทพ วางกำไลที่เพิ่งเก็บได้ไว้ข้างๆผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกรัก

“เรา...คือพระวนาเทพ” วิษณุพึมพำเสียงสั่น

ไม่สามารถเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว ตั้งใจจะเอาไปปรึกษากับริน ตามหาตัวกระทั่งเจอเธอยืนคุยอยู่กับปาลที่สวนสวยข้างตึก ขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัว ปาลจึงต้องหลบทางให้ เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง วิษณุเอากำไลข้อมือกับผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกรักให้ดู ทีแรกรินนึกว่าเป็นของเข้าฉาก แต่พอเขาบอกว่าเป็นของจริง มีอยู่วันหนึ่งเขาเผลอหลับไปพอตื่นขึ้นมาผ้าเช็ดหน้าก็มาอยู่กับเขา

“คงจะมีใครแกล้งพี่ณุมั้งคะ ไม่ก็เห็นพี่ณุเหนื่อยๆเลยไปช่วยเช็ดให้”  รินพยายามพูดไม่ให้เครียด

“ริน...หลายคืนมานี่ พี่ฝันอะไรแปลกๆตลอดแต่บางทีมันก็เหมือนจริงซะจนเหมือนไม่ใช่ความฝันพี่จะพูดยังไงดี มันเหมือนการระลึกชาติได้ และพี่ก็เห็น...ตัวเองเป็นพระวนาเทพ พี่รู้ว่ามันอาจจะฟังดูเหลือเชื่อนะริน แต่พี่เห็นกิฟท์เป็นคุณกำไล ในความฝันกำไลวงนี้พี่เป็นคนซื้อให้กิฟท์เขาเอง แต่ที่มันน่ากลัวกว่าความฝันก็ตรงที่พอพี่ตื่นขึ้นมากำไลนี่มันกลับมีอยู่จริง และพี่ได้มันมาจากห้องใต้ดิน”

รินมองเขาด้วยความเป็นห่วงลองเอามืออังหน้าผากดูไม่พบว่าเป็นไข้ “รินว่าโปรเจกต์นี้มันคงคอนซูมทุกคนมากไปแล้วอ่ะพี่...พี่ณุก็คงอินกับบทที่เขียนเองกำกับเองมากไป รินว่าพี่ณุพักผ่อนก่อนดีกว่านะคะ”

“พี่ไม่ได้บ้านะริน รินเองก็อยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าทำไมพี่ถึงอยากทำเรื่องนี้มาก ทำไมพี่ถึงแก้บทเองเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ทำไมอยู่ๆช่องก็ให้โอกาสเรา ทำไมดาราใหญ่อย่างกิฟท์ถึงยอมมาเล่นให้เรา รินจะบอกว่าทั้งหมดนี่คือความบังเอิญเหรอริน” คำพูดของวิษณุทำเอารินขนลุกเพราะเขาพูดเหมือนที่ปาลเคยพูดกับเธอไม่มีผิดเพี้ยน เธออยากรู้แล้วผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เป็นของใคร เขารู้แค่เป็นของคนชื่อหยดแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร

ผีหยดที่ยืนฟังอยู่น้อยใจที่คุณพระจำเธอไม่ได้ วิษณุยังเล่าเรื่องที่ชื่อทั้งหมดในบทเปลี่ยนจากหยาดมาเป็นหยดได้เอง ครั้นเขาแก้ให้กลับไปอย่างเดิมก็มีมือมืดมาเปลี่ยนอีก รินไม่ปักใจเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ ฟังแล้วมึนตึบ ขอตัวไปพักผ่อนสักครู่ โดยไม่ลืมไล่เขาไปพักเช่นกัน หยดมองตามรินที่เดินออกไป


“กูรู้แล้วว่าจะเอาชนะอีกำไลได้อย่างไร” ผีหยดยิ้มเจ้าเล่ห์...

ผีหยดวางแผนจะสิงร่างรินเพราะคิดว่าเธอเป็นคนที่คุณพระวนาเทพกลับชาติมาเกิดในร่างวิษณุรักที่สุดเพื่อแย่งเขาไปจากคุณกำไลในชาตินี้ให้ได้ เนื่องจากชาติที่แล้วคุณกำไลได้คุณพระเป็นผัวตัดหน้าตัวเอง

ที่เพียรพยายามจะเข้าหาเขาแต่ถูกแม่เยื้อนจับได้เสียก่อน ผีหยดยังจำเรื่องราวในอดีตตอนที่บ่าวสาวเข้าเรือนหอได้ดี

ตอนนั้นหยดปีนหน้าต่างห้องหอแอบดู เห็นคุณกำไลขอคำมั่นจากคุณพระวนาเทพก่อนที่จะมีอะไรว่าต้องรักเธอเพียงคนเดียว ยกย่องเธอเพียงคนเดียว และจะมีเธอเพียงคนเดียวจนวันตาย เขาถึงกับอึ้งไม่คิดว่าเธอเป็นเอามากขนาดนี้ คุณกำไลเห็นเขานิ่งไปก็ใจเสีย

“มิกล้ารึเจ้าคะ ไหนว่ารักนักรักหนา น้องขอเพียงเท่านี้ให้มิได้รึเจ้าคะ”

“กว่าจักได้เจ้ามา พี่เฝ้าบากบั่นทั้งยังตึกที่สร้าง ก็เพียงเพื่อเจ้า คำขอเพียงแค่นี้พี่ย่อมให้ได้สิ ขอมากกว่านี้พี่ก็ให้เจ้าได้” คุณพระวนาเทพรับปากส่งๆ แล้วดึงคุณกำไล มากอด หยดที่แอบฟังอยู่ปวดร้าวใจมาก

ooooooo

หยดไม่ยอมแพ้แม้คุณพระวนาเทพจะแต่งงานกับคุณกำไลแล้วก็ตาม รอเวลาที่เขานั่งเรือกลับจากทำงานลงไปลอยคอเล่นน้ำรอท่าอยู่ คลื่นจากเรือของเขาปะทะร่างเธอจึงแกล้งร้องเอะอะเพื่อเรียกความสนใจ ได้ผลดีเกินคาด เขาสนใจมองเธอที่นุ่งผ้ากระโจมอกผืนเดียวด้วยสายตาหื่น ถามว่าชื่ออะไร

“หยดเจ้าค่ะ คุณพระเคยช่วยหยดไว้ที่ตลาดอย่างไรเล่า”

คุณพระวนาเทพจำไม่ได้แต่แกล้งเออออไปด้วยแล้วยื่นมือไปให้หยดจับ เธออายม้วนผ้าถุงหลุดหายไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว เขามองร่างเปลือยเปล่าในน้ำของเธอเพลิดเพลินไม่บอกกันสักคำ จนเธอเห็นผ้านุ่งตัวเองลอยตุ๊บป่องถึงได้รู้ตัวก้มดู เห็นไม่มีอาภรณ์ปิดบังรีบดำน้ำหนีด้วยความเขินอาย...

นางทาสใจบาปปักผ้าเช็ดหน้าที่คุณพระวนาเทพให้ เป็นลายดอกรักเสร็จเรียบร้อย บรรจงแต่งตัวแต่งหน้างามหยด พกผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาที่ตึกวนาเทพหวังจะมาอ่อยเหยื่อเจ้าของตึก แต่เจอนายแม่เป็นมารมาขวางไว้ เธอจึงต้องล่าถอยกลับไปด้วยความแค้น

“มึงไม่รู้กระไรอีคุณนาย คุณพระท่านน่ะเจอกูก่อน อีกำไลลูกสาวมึงแย่งคุณพระไปจากกู ยังไงกูก็จะเอาคุณพระคืนมาให้จงได้ ให้มึงอกแตกตายเลยคอยดู” หยดมองผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกรักในมือสีหน้ามุ่งมั่น...

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล หยดขึ้นไปหาคุณพระวนาเทพบนตึกไม่ได้จึงจ้างวานสุกทาสรับใช้เช่นกัน

ให้เอาผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกรักขึ้นไปให้แทน กำชับให้ไปวางในที่ที่คุณพระเห็นแต่จะให้คุณกำไลล่วงรู้ไม่ได้

แผนการของหยดได้ผลดีเกินคาด คุณพระวนาเทพรู้ความนัยที่เธอสื่อถึงจึงย่องเงียบมาหา หยดตกเป็นเมียลับของเขาสมใจอยาก ก่อนเขาจะจากไปยังมอบเงินให้เธอไว้ใช้...

คืนหนึ่งหลังจากเสร็จสมอารมณ์หมายคุณพระวนาเทพให้สัญญากับหยด วันใดที่ในหลวงทรงเลิกทาส เขาจะยกเธอขึ้นเป็นเมียให้สมกับความดีของเธอ

“บ่าวจะเฝ้ารอคอยคำสัญญา จนกว่าจะได้เป็นเมียของคุณพระ ไม่ว่าจะเกิดชาติหน้าหนไหน” หยดรู้สึกฮึกเหิม อีกไม่นานจะได้ตีเสมอคุณกำไล...

แต่แล้วความฝันของหยดต้องมลายสิ้นเมื่อรู้จากสุกที่มาดักรอเยาะเย้ยอยู่กับพวกทาสว่าคุณกำไลท้อง ที่หวังว่าคุณพระวนาเทพจะยกขึ้นเป็นเมียคงต้องรอชาติหน้า หยดโวยลั่นไปรู้มาได้อย่างไร

“เอ็งมัวไปข้างนอกอยู่ เลยไม่รู้ความ คุณกำไลไม่สบาย เขาตามหมอมากันให้วุ่น ตรวจแล้วว่าหล่อนท้อง มึงเป็นหมาหัวเน่าแน่อีหยด หมั่นไส้มานานแล้วมันกร่างนัก มาพวกเราเอาตีนรุมมัน” สิ้นเสียงสุก พวกทาส รุมกระทืบหยดสะบักสะบอม...

หยดปล่อยให้คุณกำไลท้องไม่ได้ จึงไปหาหมอชั่วให้ช่วยจัดยาสมุนไพรที่กำจัดทั้งแม่ทั้งลูกได้ในคราเดียวกัน เมื่อได้ยาที่ว่ามา เธอลงมือทำแกงเลียงหน้าตาน่ากินผสมสมุนไพรพิษจัดใส่ชามฟักทองแกะสลักสวยงามยกเอาไปที่ตึกวนาเทพ หยาดมาเจอพอดีร้องทักพี่สาวมาถึงนี่เลยหรือ แกงเลียงหอมน่ากินมาก

“เออสิ แกงนี้บำรุงคนท้องบำรุงนมดีนัก คุณกำไลกำลังท้องอยู่ ข้าเลยทำมาให้ ฝากเอ็งเอาเข้าสำรับไปให้หล่อนกินที” หยดยื่นถาดใส่ชามฟักทองแกะสลักให้

“คุณกำไลคงดีใจ หล่อนรับข้าวปลามิใคร่ได้มาหลายวันแล้ว” หยาดรับถาดจากพี่สาวรีบเอาไปจัดรวมกับกับข้าวอย่างอื่น นายแม่มาเห็นเสียก่อน แปลกใจทำไมวันนี้มีแกงเลียง ตนไม่ได้สั่งให้ทำสักหน่อย

หยาดอยากให้แม่นายเห็นความดีความชอบของหยด จึงบอกว่าแกงนี่เป็นฝีมือหยด แม่นายยกชามใส่แกงเลียงไปเททิ้ง

“แม้นเชื่อว่าอีหยดหวังดีกับกำไล ข้านี้คงต้องไปไถนาแล้วหนาแม่หยาด”

หยดที่แอบดูผลงานตัวเองอยู่แค้นใจมากอยากจะฆ่านายแม่แทน

ooooooo

ผีหยาดล่วงรู้ถึงแผนชั่วของผีหยดจึงไปเตือนวิษณุที่กำลังนอนหลับอยู่ในห้องพัก ให้หาทางช่วยหยุดพี่หยดด้วย เขาหวั่นใจจะเกิดเรื่องไม่ดีก่อนไปกองถ่ายละคร จึงเอาสร้อยห้อยพระเครื่องติดมือไปด้วย...

ทางด้านรินยังคาใจเรื่องที่วิษณุเล่าว่าตัวเองกลับชาติมาเกิด ระหว่างรอการถ่ายทำเธอลองเสิร์ชหาใน กูเกิลดูมีแต่เรื่องเหลือเชื่อ ต้นเห็นเธอนั่งอยู่คนเดียวหน้าตาซีดเซียวเข้ามาถามว่าไม่สบายหรือเปล่าทำไมหน้าซีดนัก เธอแค่เพลียๆไม่ได้เป็นอะไร แล้วถามเขาว่าเชื่อเรื่องชาติก่อนไหม เชื่อการกลับชาติมาเกิดหรือเปล่า

“จะบอกยังไงดี คือผมก็เป็นพุทธนะครับ เชื่อในกฎแห่งกรรม แต่ที่ว่าทำดีแค่ไหนทำชั่วแค่ไหนแล้วต้องไปเกิดเป็นอะไรก็คงมีจริงบ้างมั้งครับ แต่ก็ไม่ฟันธงนะบางเรื่องในชีวิตคนเรา คนบางคนที่เราต้องมาเจอ มันก็เหมือนมีอะไรสักอย่างที่จัดการให้มันต้องเกิดขึ้น ไม่ใช่บังเอิญไปทั้งหมดมั้งผมว่านะ”

รินเห็นกิฟท์เดินมาแต่ไกลไม่อยากมีเรื่องด้วย ขอตัวไปหาอะไรทำตรงอื่นแล้วเดินลิ่วไปเลย ต้นได้รับไลน์จากพาไลว่าทนนางเอกของเขาไม่ไหวขอกลับก่อน เป็นจังหวะที่กิฟท์เดินมาถึงพอดี

“พี่ต้นขา ทำไมพี่พาไลเช็กเอาต์กลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ กิฟท์ตื่นขึ้นมาก็ไม่เจอแล้ว ไม่เห็นลากิฟท์เลย หรือพี่พาไลรำคาญที่กิฟท์ไปนอนด้วยคะ เขามาฟ้องอะไรไหมคะ”

ต้นส่ายหน้าพี่พาไลไม่ได้มาฟ้อง แค่มีงานแต่เช้าต้องรีบไปทำก็เลยต้องขอตัวกลับไปก่อน...

ฝ่ายวิษณุตามหารินจนเจอ เอาสร้อยคอพร้อมพระยื่นให้ เธองงนี่มันเรื่องอะไร เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันแค่รู้สึกแปลกๆก็เลยอยากให้เธอสวมพระเครื่ององค์นี้ไว้ ทีแรกเธอไม่ยอมสวม ผีหยาดต้องมาดลใจเธอถึงได้ยอมรับ วิษณุอาสาสวมให้ เธอพยักหน้าแล้วหันหลังให้เขาสวมสร้อย

“พี่อยากให้รินปลอดภัย ขอให้พี่ดูแลรินสมกับที่รินดูแลพี่บ้างนะ”

ปาลถือบทเดินมาจากอีกทางหนึ่งจะให้รินช่วยต่อบท เห็นวิษณุกำลังสวมสร้อยให้เธอหน้าจ๋อยไปเลย...

เนื่องจากรินไม่ว่างต่อบทให้ ปาลจึงขอร้องให้บอลช่วย ต่อบทกันได้พักเดียว บอลเห็นรินเดินเข้ามาก็ดีใจขอร้องเธอให้ช่วยเป็นหยาดต่อบทให้ปาลที ตนไม่ถนัดเรื่องต่อบทให้ใคร ปาลยังเคืองที่เห็นรินสวีตหวานอยู่กับวิษณุเมื่อครู่ ก็เลยงอนไม่ยอมต่อบทด้วย บอลไม่สนใจใครทั้งสิ้นเอาบทยัดใส่มือรินแล้ววิ่งปรู๊ดไปอย่างรวดเร็ว ปาลไม่มีทางเลือกจำต้องต่อบทกับเธอ บทเจ้ากรรมเป็นตอนที่นายปั้นตัดพ้อหยาดที่ไม่รับรัก

ปาลจึงใส่อารมณ์ร่วมเข้าไปด้วย ทำเอารินถึงกับอึ้ง  รู้สึกเหมือนเขากำลังตัดพ้อเธออยู่ หวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก พายมาถึงพอดี รินจึงผละออกมาปล่อยให้ต่อบทกันเอง ทั้งคู่ต่อบทกันไปหัวเราะกันไปสนุกสนานผิดกับ เมื่อครู่ลิบลับ รินที่แอบมองอยู่ทนดูไม่ไหว ต้องเบือนหน้าหนี...

ผีหยดจะสิงร่างรินเห็นพระห้อยคออยู่ก็ชะงัก เดือนก็เห็นพระองค์นั้นเช่นกันโวยวายลั่นว่ารินได้มาอย่างไร เธอได้มาจากพี่ณุ ผีหยดช้ำใจมาก ตัดพ้อทำไมคุณพระถึงทำแบบนี้ ถ้าไม่ให้ตนสิงร่างนังนี่แล้วตนจะปรนนิบัติเขาได้อย่างไร รินพยายามอธิบายให้ฟังว่าเหตุใด วิษณุถึงเอาพระองค์นี้มาให้ แต่เดือนไม่สนใจสั่งให้เธอถอดออก พระองค์นี้เป็นพระที่เธอกับพี่สาวของเธอเป็นคนสั่งทำให้พี่ณุ มีเสียงวิษณุดังขึ้น

“ห้ามถอดนะริน...นี่มันอะไรกันเดือน”

“เดือนต่างหากที่ต้องถามพี่ณุ สร้อยเส้นนี้พี่ฝนกับเดือนทำพิเศษให้พี่ณุตอนที่พี่ณุจะไปถ่ายงานที่ต่างประเทศ แล้วพี่ณุเอามาให้คนอื่นสวมได้ยังไงคะ”

วิษณุไม่เคยเห็นรินเป็นคนอื่น และที่สำคัญเขาเคยขอแล้วไม่ใช่หรือไม่ให้เดือนทำตัวเป็นเด็กๆแบบนี้อีก เดือนหงายเงิบ ขณะที่ผีหยดยิ่งมุ่งมั่นในเมื่อคุณพระเห็นรินสำคัญยิ่งต้องสิงร่างเธอให้ได้ แต่อดสงสัยไม่ได้ทำไมคุณพระถึงเข้ามาขัดขวาง นึกถึงผีหยาดขึ้นมาทันที หายวับไปโผล่ที่ต้นไม้เห็นผีหยาดนั่งอยู่บนกิ่งไม้ปรี่เข้าไปตบหน้าหันฐานไปเตือนคุณพระจนเอาสร้อยพระมาสวมให้รินทำให้ตนสิงร่างเธอไม่ได้

ผีหยาดขอร้องให้หยุดทำแบบนี้ ที่ตนพาคุณพระมาที่นี่ก็เพื่อมาปล่อยผีหยดจากคำสาปเพราะสงสาร ไม่ใช่จะพาท่านมาให้พี่คิดอ่านทำเรื่องบัดสีอย่างที่พี่กำลังจะทำ การที่พี่จะใช้ร่างรินยิ่งเป็นการก่อกรรมหนาขึ้น วิญญาณของพี่ยิ่งติดขังอยู่ที่นี่ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ แทนที่จะสำนึกผีหยดตบหน้าน้องสาวซ้ำอีกครั้ง สั่งห้ามมายุ่งเรื่องของตนอีก ผีหยาดพยายามอ้อนวอนให้เลิกก่อกรรมทำเข็ญแต่ผีหยดไม่ฟัง...

วิษณุกลุ้มใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่รู้จะทำอย่างไรดีจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับหลวงพ่อที่อยู่วัดใกล้ๆ ท่านเชื่อว่าการที่เขาต้องมาเจอที่นี่ คงเป็นเพราะมีอะไรที่รอคอยให้เขามาแก้ไขกรรมที่เคยทำไว้ในอดีต

“ทุกอย่างมีเหตุผลของมัน เป็นเรื่องของกรรมทั้งนั้นน่ะแหละโยม”

ooooooo


ละครนางบาป ตอนที่ 3 อ่านนางบาปติดตามละครนางบาป ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จรณ โสรัตน์,ปรียากานต์ ใจกันทะ 6 ส.ค. 2561 08:14 2018-08-08T01:39:02+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ