วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นางบาป

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 2 ทั้งหมด

แนว: พีเรียด-ดราม่า-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จันมณี,ชื่นใจมาลี, ภัณฑ์ณัฐ วงศ์วัชรกมล

กำกับการแสดงโดย: วีระชัย รุ่งเรือง

ผลิตโดย: บริษัท ดวงมาลีมณีจันทร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จรณ โสรัตน์,ปรียากานต์ ใจกันทะ

เนื่องจากคิวแรกที่จะถ่ายทำเป็นฉากหยาดถูกแขวนคอ วิษณุจึงให้บอลไปจุดธูปขอขมาต่อวิญญาณของเธอและให้เอาธูปไปปักไว้ใต้ต้นไม้ต้นนั้น ธูปยังไม่ทันจุด มีเสียงร้องด้วยความตกใจของพายดังขึ้น ทุกคนวิ่งไปยังต้นเสียง เห็นเจ้าของเสียงร้องยืนตัวสั่นหน้าซีดอยู่กับคอสตูมและช่างแต่งหน้าชี้ไปที่เลือดกองโตใต้ต้นไม้

“เลือดปลอมหรือเปล่า ของทีมเอฟเฟกต์เปล่า” ช่างแต่งหน้าพยายามมองโลกในแง่ดี ทีมเอฟเฟกต์ตะโกนสวนทันทีว่าเปล่า คราวนี้ทุกคนถึงกับหน้าถอดสี กิฟท์ไม่วายปากเสีย

“งานนี้กิฟท์ว่ามีเฮี้ยนแน่ๆค่ะ”

รินมองไปรอบบริเวณก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปดูบนต้นไม้ ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นปลายโจงห้อยอยู่ เธอขยี้ตาแล้วมองอีกครั้งไม่เห็นอะไร แม้จะโล่งอกแต่ก็อดสยองไม่ได้ ผีหยดมองเหยื่อหลอนของตัวเองอย่างสะใจ...

ผีหยดยังป่วนกองถ่ายละครไม่เลิก ขณะบอลกำลังจุดธูปเพื่อขอขมาต่อวิญญาณของหยาด เธอใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้เกิดลมพายุพัดกระถางธูปบนโต๊ะทำพิธีขอขมาตกแตก เศษกระเบื้องกระเด็นใส่มือวิษณุเลือดซิบ รินรีบเข้าไปดูแลเห็นแค่แผลถากๆก็โล่งอก เดือนมองอย่างหมั่นไส้ ขณะที่ผีหยดรู้สึกผิดที่ทำให้ชายคนรักต้องเจ็บจึงใจเย็นลง วิษณุเอามือเช็ดเลือดแล้วแหงนมองขึ้นไปบนต้นไม้เหมือนสบตากับผีหยด

เมื่ออารมณ์ของผีร้ายเย็นลงพลอยทำให้พายุที่โหมกระหน่ำเมื่อครู่สงบไปด้วย รินพาวิษณุไปใส่ยาแล้วเอาปลาสเตอร์ปิดแผลปิดไว้ ผีหยดตามมามองไม่พอใจผู้หญิงคนนี้เป็นใครทำไมถึงได้สนิทกับวิษณุหรือคุณพระวนาเทพในชาติปางก่อนนัก รินเห็นวันนี้ฤกษ์ไม่ดีจึงแนะให้เขาเลื่อนคิวแขวนคอหยาดออกไปก่อน

“คิดมากน่ะไม่มีไรหรอก” วิษณุปลอบ

ooooooo

ในเวลาต่อมา ขณะทีมงานกำลังประกอบนั่งร้าน เตรียมกล่องไม้และเชือกเพื่อถ่ายฉากแขวนคอ วิษณุ รินและบอลคอยควบคุมงานอยู่ไม่ห่าง วิษณุเห็นว่าจัดฉากใกล้เสร็จ ขอตัวไปเขียนซีจีจันทรุปราคาเพิ่ม เพราะวันที่หยาดถูกแขวนคอ เขาคุ้นๆว่าเป็นวันจันทรุปราคา รินงงเขารู้ได้อย่างไรในตำนานก็ไม่เห็นมีบอก

วิษณุนึกถึงคืนหนึ่งที่ฝันเห็นเหตุการณ์ตอนหยาดถูกลากถูลู่ถูกังไปตามพื้น จำได้ว่าแหงนหน้ามองท้องฟ้าเห็นดวงจันทร์กำลังถูกเงาของโลกบัง แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดถึง

“พี่ณุ เราจะไม่ใช้สแตนด์อินจริงๆเหรอพี่” บอลน้ำเสียงเป็นกังวล

“ก็พายเขาบอกพี่ว่าไหว อีกอย่างพี่ก็อยากถ่ายรับหน้าพายด้วย ใช้สแตนด์อินมันก็ไม่ได้อารมณ์อย่างที่พี่อยากได้ ไม่ต้องห่วงนะ เราเอาตรงนี้ให้เซฟสุดแล้วกัน” ว่าแล้ววิษณุกับบอลแยกไปสำรวจความเรียบร้อยของฉาก ทิ้งให้รินอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง สักพักพาไลหอบขนมเข้ามาหาแจ้งว่าอาจจะต้องค้างคืนด้วย แต่ไม่ต้องห่วงตนโทร.ไปเปิดห้องพักที่โรงแรมไว้แล้ว จากนั้นมองไปทางวิษณุกับบอลที่คุมนั่งร้านอยู่

“เอ วันนี้ถ่ายฉากแขวนคอฉากแรกเลยเหรอคะ”

รินพยักหน้ารับคำ เห็นพี่ณุจะรีบเอาฟุตไปตัดทีเซอร์ก็เลยเอาฉากนี้ขึ้นมาถ่ายก่อน แต่อดเป็นกังวลไม่ได้เพราะพายเสนอตัวเล่นเองไม่ใช้สแตนด์อิน พาไลชมเปาะว่าสปิริตแรงกล้ามาก

“สู้ๆนะคะน้องริน พี่เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี งั้นพี่ไปหาต้นก่อนนะ” พาไลว่าแล้วเดินลิ่วออกไป...

พายจิตตกอย่างหนัก นอกจากจะเจอเลือดกองโตใต้ต้นไม้แล้ว ตอนไปเข้าห้องน้ำยังเห็นเท้าคนซีดๆลอยอยู่เหนือประตูอีกถึงกับร้องกรี๊ดออกมา เท่านั้นไม่พอเธอยังโดนกิฟท์ป่วนว่านี่อาจเป็นฝีมือของผีหยาดที่ไม่พอใจเลยทำฤทธิ์เดชให้เห็น แล้ววันนี้ถ่ายฉากแขวนคอหยาดด้วย ตนไม่อยากคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก...

ทีมงานต่อนั่งร้านเสร็จเรียบร้อย จึงเอาเชือกมาคล้องกับกิ่งไม้ใหญ่ ผีหยดนั่งยิ้มเยาะอยู่บนต้นไม้ ขณะผีหยาดที่นั่งอยู่ข้างๆมองด้วยแววตาเศร้า วิษณุนั่งเช็กบล็อกกิ้งอยู่ด้านล่าง ส่วนบอลเอาบทมาอ่านว่าฉากนี้เป็นฉากที่หยาดถูกแขวนคอหลังจากวางยาคุณกำไลที่ตั้งท้องอ่อนๆ พร้อมกับลูกอีกสองคนของเธอ

“บ่าวไม่ได้ตั้งใจ คุณพระ บ่าวไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะเจ้าคะ” ผีหยาดคร่ำครวญเมื่อมองไปที่เชือก

“เอ็งแน่ใจรึว่าเอ็งไม่ได้ตั้งใจ เอ็งเองไม่ใช่รึที่ขอยาจากข้าไป”

“ทำไมพี่หยดกล่าวหาฉันเยี่ยงนี้ ฉันไม่รู้มาก่อนว่ายานั่นมันจะกลายเป็นยาพิษ หากพี่หยดรู้ว่ายานั่นมีพิษร้ายแรงถึงเพียงนั้น เหตุอันใดพี่หยดจึงไม่เตือนฉันก่อนที่จะให้ฉันเอายาไปปรุงให้คุณกำไลเล่า”

ผีหยดไม่พอใจขึ้นไอ้ขึ้นอีชี้หน้าน้อง นี่คิดจะโยนความผิดให้กันหรือ หาว่าตนตั้งใจกลั่นแกล้งเธอหรือ

ผีหยาดได้แต่นั่งนิ่งไม่พูดอะไร พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของผีหยาด ตอนนั้นแม่เยื้อนสั่งให้หยดเอาปลาไปขอดเกล็ด แต่เธอไม่ยอมทำอ้างโน่นอ้างนี่ไล่ให้ไปใช้คนอื่น แม่เยื้อนโมโหที่วันๆเธอได้แต่ลอยไปลอยมาแทบไม่เคยช่วยงานจะเข้าไปตบตีสั่งสอน หยาดที่นั่งเด็ดผักอยู่ใกล้ๆรีบเข้ามาห้าม

“พอเถอะจ้ะแม่ เดี๋ยวฉันทำให้เองก็ได้”

“ดี อีหยาดมันอยากทำแม่ก็ให้มันทำสิ ฉันไม่ชอบทำงานครัวแม่ก็รู้” ว่าแล้วหยดเดินลอยชายออกไป...

ผีหยาดยังจำเรื่องราวในอดีตได้ดี ทุกครั้งที่ผีหยดหนีเที่ยวไม่สนใจทำงานทำการ แม่เยื้อนจะโกรธคว้าหวายมาเฆี่ยน เธอต้องเอาตัวเองไปขวางไว้ แม่ถึงได้หยุดตี

ooooooo

ตำนานที่เล่ากันปากต่อปากเรื่องนางบาปแห่งบางบัวบานแทบไม่มีเค้าความจริง หยาดไม่เคยล่อหลอกคุณพระวนาเทพมาทำผัว เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายมาก้อร่อก้อติกกับเธอเอง ครั้งหนึ่งตอนเธอส่งขันน้ำให้ดื่มเขาจงใจแตะมือเธอขณะรับขันน้ำ เธอตกใจชักมือกลับแทบไม่ทัน

นอกจากนั้น คืนหนึ่งขณะเธอกำลังพันผ้าแถบรอบสุดท้ายใกล้เสร็จ คุณพระวนาเทพย่องมาด้านหลังรื้อผ้าแถบออก เธอตกใจถอยกรูด เข้ามาแบบนี้ไม่กลัวคุณกำไลจะรู้หรือ

“เหตุอันใดฉันจะต้องกลัว ในเมื่อกำไลยกหยาดให้ฉันเอง”  ไม่พูดเปล่าคุณพระขยับเข้าหา หยาดไม่รู้จะทำอย่างไรก้มลงกราบ ขอร้องอย่าทำอะไรตนเลย ตนไม่รู้จะมองหน้าคุณกำไลกับคุณแดงได้อย่างไร เขาถึงกับหยุดกึก มองหยาดที่ก้มกราบแทบเท้าตัวสั่นด้วยความสงสาร...

ตั้งแต่ออกปากยกหยาดให้เป็นเมียทาสของคุณพระวนาเทพ คุณกำไลไม่เรียกใช้เธอเลยทั้งที่เธอเป็นบ่าวคนสนิท สร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้หยาดเป็นอย่างมาก วันๆเอาแต่นั่งซึม หยดริษยาน้องเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงคิดแผนชั่วจะยืมมือน้องกำจัดคุณกำไล โกหกว่ามีวิธีทำให้คุณกำไลกลับมาเอ็นดูหยาดเหมือนเดิม...

ไม่กี่วันถัดมาหยดเอาห่อยาบางอย่างมาให้หยาด บอกให้เอายานี่ใส่ในอาหาร พอให้เกิดอาการกระเสาะ กระแสะนิดหน่อย จากนั้นพอคุณกำไลป่วยก็ให้หยาดเข้าไปรับใช้ใกล้ชิด ไม่นานท่านก็ใจอ่อนเอง

หยาดหลงกลทำตามที่หยดแนะเพียงแต่ไม่ได้เอายาผสมอาหารแต่เอาผสมน้ำมาให้คุณกำไลที่กำลังตั้งท้องลูกคนที่สามซึ่งแพ้ท้องมากอาเจียนตลอดแทบไม่มีเรี่ยวแรง ทีแรกเธอไม่ยอมดื่มยา แต่พอเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจและภักดีของหยาดก็เลยยอมดื่มยาจนหมดถ้วย

“ยามันดีเหลือเกินเจ้าค่ะ บ่าวปรุงมาเผื่อคุณวาดกับคุณแดงด้วย ดื่มเสียหน่อยนะเจ้าคะไม่อย่างนั้นจะเจ็บป่วยตามไปอีกคน”

คุณกำไลพยักหน้าให้เป็นเชิงอนุญาต หยาดป้อนยาให้คุณวาดกับคุณแดงดื่มจนหมดถ้วยเช่นกัน ทันใดนั้นคุณกำไลดิ้นทุรนทุราย ปวดแสบปวดร้อนไปหมด เอามือกุมคอร้องลั่น ตระหนักแล้วว่ายาที่ดื่มเข้าไปไม่ใช่ยาบำรุงแต่เป็นยาพิษ แต่ก็สายเกินไปทั้งแม่และลูกสองคนตายอย่างทรมาน หยาดตกใจมือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก ทาสหญิงคนหนึ่งขึ้นมาบนเรือนทันเห็นเหตุการณ์พอดีโวยวายว่าเธอทำอะไรคุณกำไล

“ฉันไม่ได้ทำอะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรจริงๆนะจ๊ะ”

“ไม่จริง เอ็งฆ่าคุณกำไล เอ็งฆ่าคุณกำไลใช่ไหม” ทาสหญิงมองถ้วยยาในมือหยาดเขม็ง

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่จะวางยาให้คุณกำไลป่วยนิดหน่อยและฉันจะได้มาคอยดูแลเหมือนเดิม”

ทาสหญิงด่าหยาดว่าชั่วช้าสามานย์ที่สุด ฆ่าได้แม้กระทั่งคนท้องและเด็ก แล้วตะโกนเรียกให้คนมาช่วยจับตัว หยาดตกใจกลัวความผิดวิ่งหนี แต่ก็หนีไม่รอด ไม่นานนักเธอถูกทาสชายลากตัวมาตามพื้น

ตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่หน้าตึกวนาเทพท่ามกลางพระจันทร์ที่ถูกเงาของโลกบัง แม่เยื้อนวิ่งตามมาเห็นตะโกนถามหยาดว่าใครใส่ร้ายเธอ แล้วมองไปรอบๆเห็นหยด แอบมองอยู่ไกลๆ แม่เยื้อนตะโกนลั่น

“อีหยดเอ็งนี่มันคนบาป อีทาสใจบาปมาเกิดแท้ๆ”

คุณพระวนาเทพได้ยินเสียงเอะอะออกมาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน พอรู้จากทาสคนอื่นว่าหยาดวางยาคุณกำไล เขาไม่เชื่อว่าเธอจะทำอย่างนั้นพยายามห้ามปรามแต่สายเกินไปหยาดถูกแขวนคอตายไปแล้ว...

ผีหยาดนึกถึงอดีตขึ้นมาถึงกับน้ำหูน้ำตาไหล

ผีหยดมองน้องหมั่นไส้ จะร้องไห้หาพระแสงอะไร ดันขังตัวเองไว้ที่เรือนนี้ทั้งที่จะไปไหนก็ได้ เธอคร่ำครวญจะไปเกิดได้อย่างไรหากคุณกำไลยังไม่ให้อภัยในสิ่งที่เธอทำ หากไม่ใช่เพราะพี่ เธอคงไม่ต้องเป็นแบบนี้ ผีหยดโวยลั่นนี่คิดจะโยนความผิดให้ตนทั้งที่เธอทำตัวเองแท้ๆ

“ความผิดเดียวของฉันก็คง...เชื่อใจพี่มากเกินไป”


“ถ้าเอ็งจะหาว่าข้าใจบาป ความบาปและความผิดเดียวของข้าก็คือ...รักมากเกินไป” พูดจบผีหยดมองไปที่วิษณุซึ่งกำลังขะมักเขม้นกับการตรวจนั่งร้าน

ooooooo

พายข่มความกลัวเอาไว้แล้วมาเข้าฉาก ขณะที่ยืนบนลังไม้เงยหน้าคว้าเชือกจะมาแขวนคอ เจอผีหยดนั่งมองอยู่ เธอกรีดร้องลั่นขวัญผวา วิษณุตกใจวิ่งไปดู พายขอโทษทุกคนโดยไม่เอ่ยถึงผีที่ตัวเองเห็น

ผีหยาดที่นั่งอยู่ข้างๆต่อว่าพี่สาวว่าทำแบบนั้นทำไม เธอคนนี้ไม่เกี่ยวอะไรด้วย ผีหยดไม่สนใจอยากแกล้งใครจะทำไม ผีหยาดขอร้องอย่าไปยุ่งกับเธออีก

“ก็ได้ ถ้าเอ็งไม่อยากให้ข้ายุ่งกับนังนี่ ข้าไปยุ่งกับคนอื่นก็ได้” ผีหยดทำหน้าเอือมใส่น้องสาวแล้วหายวับไป พายรวบรวมความกล้าแหงนมองบนต้นไม้อีกครั้ง ไม่เห็นผีสักตน วิษณุสั่งเดินกล้องใหม่ เธอกลัวจัดขาสั่นยืนไม่ไหวร้องไห้โฮ รินเห็นท่าไม่ดีขอร้องวิษณุให้พอแค่นี้ก่อน พายท่าทางไม่ไหว เขาเห็นด้วยสั่งคัต พายรีบปีนลงมาถึงพื้นก็นั่งแปะร้องไห้ ปาลรีบเข้าไปช่วยดูแล...

ผีหยดเบนเข็มไปหากิฟท์ซึ่งคือคุณกำไลในชาติปางก่อน ยิ่งเห็นเธอมีคนคอยช่วยบริการทุกอย่างไม่ว่าอยากทำอะไร อยากกินอะไรก็หมั่นไส้

“อีนังกำไลทำไมชีวิตเอ็งถึงโชคดีนัก จะกี่ชาติต่อกี่ชาติเอ็งก็ยังมีชีวิตอยู่ดี มีข้าทาสบริวารคอยดูแลเอ็งคงไม่เคยรู้รสชาติของความชอกช้ำสินะว่ามันเป็นเยี่ยงไร” พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของผีหยด

ตอนนั้นเธออายุ 14 ปีไล่เลี่ยกับคุณกำไล เป็นครั้งแรกที่เธอกับหยาดได้ขึ้นเรือนใหญ่และเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ได้เจอกับเจ้าสัวไกรพ่อของคุณกำไลซึ่งเพิ่งกลับจากเดินทางไปค้าขาย ท่านมีผ้ายกสั่งทอพิเศษมาฝากคุณกำไล แต่พอรู้ว่าหยดเป็นลูกแม่เยื้อน ท่านมอบผ้าทอผืนธรรมดา ให้ เธอตกใจที่ท่านให้ของทำอะไรไม่ถูก คุณกำไลต้องบอกให้กราบขอบพระคุณท่าน หยดถึงได้สติทำตาม

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หยดได้ล่วงรู้ความลับว่าเจ้าสัวไกรไม่ได้ให้ผ้าทอผืนนี้เพราะเมตตาแต่ให้เพราะเธอคือลูกของท่านที่เกิดจากเมียทาสอย่างแม่เยื้อน เธอโกรธมากตามมาต่อว่าแม่ว่าเห็นแก่ตัว ปล่อยให้เธอเป็นแค่อีหยดลูกทาส แทนที่จะได้เป็นคุณหยด ลูกคุณท่านเหมือนคุณกำไล แม่เยื้อนที่โกรธอยู่เมื่อครู่ หัวเราะทั้งน้ำตา

“เอ็งคิดว่าคุณท่านจักสนใจเอ็งที่เป็นลูกรึอีหยด เอ็งคิดว่าถ้าข้าบอกความจริง สู้เพื่อเอ็ง ชีวิตเอ็งจักได้เป็นคุณหนูเยี่ยงคุณกำไลอย่างนั้นรึ ข้าจักบอกให้ฟัง ต่อให้พยายามเยี่ยงใดชีวิตนี้ข้าเป็นได้แค่ทาส เอ็งก็เป็นได้แค่ลูกทาส หน้าที่เราคือเจียมกะลาหัวไปจนตาย” ว่าแล้วแม่เยื้อนตบตีหยดไม่ยั้ง

“เอาซี่ ตบให้ฉันตายไปเลย อีหยดลูกทาสจะตายไปในวันนี้ ชีวิตทาสของมันจะสิ้นสุดแค่วันนี้ วันพรุ่งนี้มันจะเกิดเป็นคนใหม่ เป็นคุณหยดอย่างเขาบ้าง ฉันจักไม่มีวันยอมเป็นทาสไปจนวันตาย”...

ผีหยดตื่นจากภวังค์มองกิฟท์ด้วยความริษยา “กูจักทำให้มึงได้รู้จักความต้อยต่ำ อับอาย อย่างที่กูเคยได้รับมาทั้งชีวิต”

ooooooo

พายสติแตกเกินกว่าจะกลับมาเล่นฉากแขวนคอได้ อีกทั้งกองถ่ายไม่ได้ติดต่อสแตนด์อินเอาไว้ วิษณุตัดสินใจยกกอง รินเสียดายทั้งเวลาและเงินค่าเช่าอุปกรณ์จึงอาสาจะเล่นบทนี้เอง ทำประหนึ่งว่าตัวเองเป็น สแตนด์อิน แล้วค่อยถ่ายแค่หน้าพายมาใส่ทีหลัง 

ทุกคนพากันชื่นชมในสปิริตอันแรงกล้าของเธอ

รินสวมชุดผ้าแถบเสร็จปีนนั่งร้านขึ้นไปยืนบนลังไม้ พอสิ้นเสียงแอ็กชัน เธอคว้าเชือกมาคล้องคอ วิษณุไม่ค่อยพอใจนัก สั่งให้ถ่ายใหม่อีกครั้ง ต้นยืนมองอยู่ที่จอมอนิเตอร์กับกิฟท์ถึงกับบ่นอุบ

“ทำไมพี่ณุต้องหลายเทกขนาดนี้ คุณรินกลัวไปหมดแล้วมั้ง”

“แหม แล้วทำไมพี่ต้นต้องห่วงคุณรินขนาดนั้นล่ะคะ นี่ถ้าห่มสไบเองได้คงห่มแล้วใช่ไหมคะ” กิฟท์แขวะ ต้นแก้ตัวไม่ว่าใครไปอยู่ตรงนั้น เขาก็เป็นห่วงเท่ากัน พาไลที่แอบไปปลดนอตนั่งร้านตามเข้ามาสมทบ กิฟท์ทักว่าหายไปไหนมา เธอโกหกว่าไปเข้าห้องน้ำ แล้วตกลงนี่รินแสดงเองจริงๆหรือ กิฟท์ไม่วายแขวะอีก

“จริงสิคะ พี่ต้นเขาถึงได้เกร็งนั่งห่วงหน้ามอนิเตอร์แบบนี้”

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก เดือนมองรินด้วยความหมั่นไส้ “ทำเป็นเก่ง อยากจะโชว์พี่ณุอ่ะสิ ตกม้าตายมาจะสมน้ำหน้าให้”

พนักงานฝ่ายประสานงานเดินผ่านมาได้ยินพอดี มองเดือนไม่ชอบใจ...

สามเทกการถ่ายฉากแขวนคอถึงสำเร็จลุล่วง รินถอนใจโล่งอกที่งานผ่านไปได้ด้วยดี จัดแจงลงจากนั่งร้าน ทันใดนั้นนั่งร้านหัก เธอร่วงโครมลงมา ทุกคนตกใจรีบวิ่งมาดู ในเวลาต่อมารินถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยมีปาลกับบอลเป็นคนพามา แม้อาการของเธอจะไม่หนักหนาสาหัส แต่หมอต้องเข้าเฝือกที่แขนไว้ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้วิษณุต้องยกกองวันนี้ไปเลย...

หลังเกิดเหตุร้ายขึ้น วิษณุเรียกทีมงานมาตำหนิ หัวหน้าช่างยอมรับผิด แต่ยืนยันว่าตอนประกอบนั่งร้าน เช็กดีแล้วว่าปลอดภัย ตากล้องเองก็ช่วยตรวจซ้ำอีกรอบด้วยตัวเอง น้ำหนักนักแสดงก็ไม่ได้เกิน ไม่รู้นั่งร้านถล่มลงมาได้อย่างไร พาไลที่นั่งฟังอยู่กับต้นและกิฟท์ตีหน้าซื่อตาใส

“น่าสงสารน้องรินจัง”

“นั่นสิครับ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเป็นอุบัติเหตุ”

“พี่ต้นคิดว่ามีคนแกล้งคุณรินเหรอคะ” เดือนพูดเหมือนร้อนตัว กิฟท์ตั้งข้อสังเกตทั้งหมดนี่อาจไม่ใช่ฝีมือคนก็ได้ อาจเป็นฝีมือของผีหยาด หรือไม่ก็ผีบ้านผีเรือนที่เกิดหมั่นไส้รินขึ้นมา วิษณุหันขวับมองกิฟท์แต่ไม่พูดอะไรเดินเลี่ยงไปที่ห้องรับรองภายในตึกวนาเทพเพื่อสงบสติอารมณ์ นั่งหลับสายตาเอามือนวดขมับ

ผีหยดเอาผ้าเช็ดหน้าสีขาวปักลายดอกรักมาวางที่โต๊ะข้างๆ แล้วเข้าไปยืนด้านหลังวิษณุ นวดขมับให้

“คุณพระเจ้าขา ให้หยดคอยรับใช้คุณพระ นะเจ้าคะ หยดจะไม่ยอมให้ใครมาพรากคุณพระไปจากหยดอีกแล้ว” ผีหยดนวดขมับให้วิษณุที่ชาติปางก่อนเป็นคุณพระวนาเทพด้วยความรักจนเขาเผลอหลับไป

ooooooo

ระหว่างนั่งรอรับยา บอลเห็นข่าวในโลกโซเชียลที่ลงว่านั่งร้านพังคากองถ่ายนางบาป เกือบคร่าชีวิตผู้จัด โทษว่าเป็นเพราะผีผลัก ถึงกับบ่นอุบทำไมข่าวนี้ถึงแพร่ไปเร็วนัก แล้วเอาข่าวนี้ให้รินอ่าน

“ไปกันใหญ่แล้ว ยิ่งไม่อยากให้เป็นข่าวก็ยิ่งเป็นข่าว”

“ผีผลักอะไรวะพี่ นั่งร้านอันเบ้อเริ่ม ผีแม่งต้องตัวเท่าไหนเนี่ย” บอลบ่นไม่เลิก จังหวะนั้นถึงคิวไปรับยาของริน เขาจึงอาสาไปเอาให้เอง ปาลที่นั่งเงียบอยู่นานถามรินว่าคิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น สำหรับเขาคิดว่าเรื่องนี้ดูจะจงใจจัดฉากให้เธอได้รับอันตรายเพราะตอนที่พายขึ้นไปซ้อมไม่เห็นมีปัญหา

“ฉันไม่ได้ทำอะไรให้ใครเคืองสักหน่อย จะมีใครมาคิดร้ายกับฉันทำไม”

“บางทีคุณอาจจะทำแต่ไม่รู้ตัวก็ได้ อย่างที่คุณแสดงแทนพายวันนี้ มันก็ดูมีสปิริตดี แต่ถ้าคุณลองนึกถึงใจพาย มันก็ทำเขาเสียเซลฟ์ไม่น้อยว่าไม่มีสปิริตนักแสดง”

รินอึ้งไม่คิดในมุมนี้มาก่อน ถามปาลว่าพายมาบ่นให้ฟังหรือ เขาส่ายหน้า เขาแค่พูดตามหลักจิตใจมนุษย์ปกติหรืออย่างน้อยก็ในฐานะนักแสดงเหมือนกัน ถ้าเราทำอาชีพของเราไม่ได้ คงไม่มีใครรู้สึกดี จังหวะนั้นพายไลน์มาถามปาลว่ารินเป็นอย่างไรบ้าง เขาอ่านแล้วเอาให้รินดูด้วย เธอเริ่มคล้อยตามว่าคงทำข้ามหน้าข้ามตาพายจริงๆ รู้สึกผิดขึ้นมาทันที ปาลไลน์กลับไปบอกว่ารินปลอดภัยแล้วแค่เข้าเฝือกกำลังจะกลับ...

พวกนักแสดงกับทีมงานด้านเสื้อผ้าหน้าผมไม่มีอะไรทำก็เลยนั่งเม้าท์กันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น กิฟท์ตัวป่วนกองถ่ายไม่ต่างจากผีหยด พูดให้ทุกคนขวัญผวาว่ากองถ่ายนี้อาจมีผีจริงๆก็ได้ คอสตูมถูกเป่าหูบ่อยเข้าเริ่มขวัญหนีดีฝ่อเห็นกิ่งไม้ไหวก็กลัวไปเอง ร้องเอะอะว่าผีหยาดมา ทุกคนตกใจร้องกรี๊ดกันสนั่น พาไลต้องปลอบให้ทุกคนใจเย็นกันก่อน เรื่องที่เกิดขึ้นอาจเป็นแค่อุบัติเหตุ ต้นถามเดือนว่ารินเป็นอย่างไรบ้างได้ข่าวอะไรไหม

“แหม พี่ต้นเป็นห่วงออกนอกหน้าอีกแล้วนะคะ นี่ถ้ากิฟท์เป็นไรจะห่วงแบบนี้ไหมคะ”

“ห่วงสิครับ พี่ก็ห่วงทุกคนนั่นแหละ”

“ทุกคนไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้ามีอะไรเดือนจะดูแลกองให้เองค่ะ” คำพูดของเดือนทำให้พนักงานฝ่ายประสานงานมองเธออย่างไม่ไว้ใจ มีเสียงรถแล่นเข้ามา ทุกคนหันมองตามเสียง สักพักเห็นบอลประคองรินเข้ามาโดยมีปาลซึ่งทำหน้าที่สารถีเดินตามมาด้านหลัง ต้นปรี่เข้าไปถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ไม่เป็นไรมากค่ะ แค่เข้าเฝือกนิดหน่อย”

“แหมกองถ่ายเนี้ย สำ...เยอะไปหมดเลยนะคะไม่รู้สัมภเวสีหรือว่าสำออย” กิฟท์ปากเสียไม่เลิก รินไม่อยากยุ่งด้วยไปหาฝ่ายประสานงานถามว่าเป็นอย่างไรบ้างได้ความว่าระเบิดลง โดนวิษณุเล่นงานกันถ้วนหน้า

รินไม่เห็นวิษณุอยู่แถวนั้นก็ถามหา พอรู้ว่าพักอยู่ในห้องรับรอง จัดแจงจะไปหา ฝ่ายประสานงานร้องเรียกไว้

“พี่ริน คือก่อนที่พี่จะถ่าย หนูได้ยินพี่เดือนเขาพูดว่าพี่รินทำเก่งอวดพี่ณุ ขอให้ตกม้าตาย แล้วแถมตั้งตัวเหมือนจะเป็นผู้จัดแทนพี่รินงั้นแหละ”


“ไม่มีไรหรอกน่ะ เขาก็คงเป็นห่วงกลัวกองรันไม่ได้ อย่าคิดมากล่ะ”...

ขณะผีหยดกำลังตระกองกอดวิษณุที่เผลอหลับ รินเปิดประตูห้องเข้ามาปลุกเขาให้ลุกขึ้น ผีหยดไม่พอใจชักสีหน้าใส่ เขาลืมตามาเห็นรินนั่งอยู่ข้างๆ ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอแค่เข้าเฝือกไม่กี่วันก็น่าจะหาย บอกให้เขากลับไปพักที่โรงแรมดีกว่า วิษณุเห็นผ้าเช็ดหน้าสีขาวตกอยู่ที่พื้นหยิบขึ้นมาดู รินเห็นสีหน้าแปลกๆของเขาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาส่ายหน้า ลุกออกไปไม่พูดอะไร

ooooooo

เมื่อมาถึงโรงแรมที่พัก รินตรงไปหาพายที่ห้องเพื่อขอโทษที่ไปแสดงแทนโดยไม่นึกถึงความรู้สึกของเธอ ห่วงแค่งบจะบานปลาย เธอเองก็ขอโทษรินเช่นกัน ถ้าเธอแสดงได้รินคงไม่ต้องมาเจ็บแบบนี้ แล้วถามว่าทำไมรินถึงคิดว่าเธอจะรู้สึกไม่ดี รินไม่ได้รู้เองแต่ปาลเป็นคนบอก พายปลื้มปริ่มที่เขาเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ...

พาไลขับรถพาต้นเข้ามาจอดในลานจอดรถของโรงแรมที่พัก ชวนให้แวะไปที่ห้องของเธอก่อน เขาขอผ่านวันนี้เหนื่อยมาก อีกทั้งพรุ่งนี้ต้องเข้าฉากเป็นคิวแรก พาไลกระเซ้าแค่นี้ทำไมต้องทำหน้าเครียดด้วย เขาแค่เป็นห่วงริน ไม่รู้อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร พาไลชักสีหน้าทันที

“ต้นชอบคุณรินใช่ไหม...พี่ยอมต้นทุกอย่าง จะมีรินหรือใครก็ได้แต่อย่าทิ้งพี่นะต้น”

ต้นรับคำจะลงจากรถ พาไลดึงตัวมาจูบหน้าตาเฉย เขาจำใจจูบตอบ...

พายเดินกลับมาที่ห้องพักเห็นเดือนเดินสวนออกมา ร้องถามว่ามีอะไรหรือ เธออ้างว่าเอาสคริปต์มาให้ แต่กิฟท์หลับไปแล้วก็เลยวางไว้ให้บนโต๊ะเครื่องแป้ง พายไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรตรงไปหยิบมือถือส่งไลน์ไปหาปาลบอกว่าเพิ่งคุยกับรินมา ขอบคุณเขาที่นึกถึงความรู้สึกของเธอ สักพักเขาไลน์กลับมา

“น้องพายไม่ต้องคิดมากนะคะ พรุ่งนี้ก็เช้าแล้วสู้ๆ” ปาลส่งไลน์หาพายเสร็จก็ส่งไลน์ไปเตือนให้รินกินยาก่อนนอนด้วยแต่อย่าลืมหาอะไรรองท้องก่อน ยาแก้ปวดกัดกระเพาะ เขาเห็นเธออ่านข้อความแล้ว รอให้ตอบกลับ แต่เธอเงียบหายก็แอบน้อยใจ...

หลังจากพายกับกิฟท์หลับไปแล้ว อยู่ๆในห้องพักมีเสียงเพลงกล่อมเด็กดังขึ้น กิฟท์ตกใจตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงเพลงชวนขนหัวลุกก็กรีดร้องห้องแทบแตก รีบไปเปิดไฟทุกดวง พายงัวเงียลุกขึ้นมามองไม่รู้เรื่องอะไรด้วย รินกับเดือนที่อยู่ห้องติดกันได้ยินเสียงร้องวิ่งเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“กิฟท์ฝันอ่ะ กิฟท์ฝันเห็น...ตัวเองเป็นกำไลอุ้มลูกอยู่แล้วก็ร้องเพลงกล่อมเด็ก แล้วพอกิฟท์ลืมตาขึ้นมาก็มีเสียงเพลงกล่อมเด็กจริงๆ พายไม่ได้ยินเหรอ”

พายส่ายหน้าไม่ได้ยินอะไรเลย ปาล พาไล ต้นกับวิษณุตามมาสมทบถามว่ามีอะไรกันได้ยินเสียงกิฟท์ร้องโรงแรมแทบแตก เธอเล่าว่าตัวเองโดนผีหลอกแล้วโผหาต้น รินตั้งข้อสังเกตอาจเป็นเพราะกิฟท์เครียดมากเกินไปพรุ่งนี้ต้องถ่ายฉากคุณกำไลกล่อมลูกก็เลยเก็บมาฝัน กิฟท์ยืนยันว่าได้ยินเสียงเพลงกล่อมเด็กจริงๆ

กว่าต้นจะกล่อมกิฟท์ให้คล้อยตามว่าเป็นเพราะความกังวลไปเองของเธอไม่ได้มีผีที่ไหนหลอกและยอมกลับไปนอนเล่นเอาน้ำลายเหนียว

ooooooo

ที่ตึกวนาเทพ ต้นกับกิฟท์แต่งตัวเสร็จมารอเข้าฉาก แต่ไม่เห็นปาลกับพาย บอลอาสาจะไปตามให้

“อยู่ในห้องแต่งตัวน่ะค่ะ ต่อบทกันสวีตอยู่เชียว” กิฟท์กระเซ้าอารมณ์ดีไม่เหลือเค้าคนถูกผีหลอกให้เห็น รินแอบใจวูบเล็กๆกับคำแซวของกิฟท์...

ในเวลาต่อมา ขณะที่ทุกคนกำลังจะถ่ายทำฉากคุณกำไลกล่อมลูกอยู่ภายในตึกวนาเทพ คอสตูมซึ่งอยู่ในห้องแต่งตัวเพียงลำพังกำลังเคลียร์ชุดอยู่ มีเสียงเพลงกล่อมเด็กดังขึ้น เสียงเพลงวังเวงชวนขนหัวลุก คอสตูมขวัญอ่อนอยู่แล้ว กรีดร้องดังลั่นเสียงร้องดังไปถึงฉากที่กำลังถ่ายทำอยู่ ทุกคนตกใจรีบวิ่งมาที่ห้องแต่งตัวเห็นคอสตูมยืนตัวสั่น ละล่ำละลักว่าได้ยินเสียงเพลงกล่อมเด็กดังมาจากในตู้

กิฟท์เอะใจถามว่าเพลงนั้นร้องอย่างไร ขึ้นต้นด้วยคำว่าเจ้าเนื้อเอย เจ้าเนื้อเย็นเอยใช่ไหม คอสตูมพยักหน้ารับคำ เธอกรี๊ดสนั่น นี่เป็นเพลงเดียวกับที่เธอได้ยินในห้องพักเมื่อคืน แสดงว่าผีหยาดตามเราไปทุกที่

ทุกคนในกองถ่ายหน้าตาตื่นพากันกลัวผี หลายคนหยิบมือถือขึ้นมาแชร์เรื่องนี้ ต้นขอร้องให้ใจเย็นๆ กันก่อน กิฟท์เย็นไม่ไหว ขืนเป็นแบบนี้ประสาทกินแน่ๆ วิษณุเดินไปเปิดตู้ที่คอสตูมบอกว่ามีเสียงเพลงกล่อมเด็กดังออกมา รื้อๆของดูปรากฏว่าเจอสปีกเกอร์อยู่ในนั้น หยิบมากดเปิด มีเสียงเพลงกล่อมเด็กดังขึ้น

ทั้งคอสตูมและกิฟท์ยืนยันว่าเป็นเพลงที่ได้ยิน วิษณุชูสปีกเกอร์ให้ทุกคนดู แล้วสายตาสะดุดกับป้ายที่แปะอยู่ด้านหลัง หันขวับมองเดือน บอกให้ทุกคนออกไปก่อนขอคุยกับเดือนตามลำพัง ทุกคนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะทยอยออกจากห้อง มาจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ที่มุมหนึ่งของตึกวนาเทพว่าเรื่องผีๆทั้งหลายมาจากฝีมือเดือนนี่เอง ปาลอดสงสัยไม่ได้ วิษณุรู้ได้อย่างไรว่าเป็นฝีมือเธอ

“ก็สปีกเกอร์ตัวนั้นมันมีป้ายบริษัทเก่าที่พี่เดือนเขาเคยทำติดอยู่น่ะครับ” บอลเฉลยข้อข้องใจ รินไม่เข้าใจเดือนทำแบบนี้ไปทำไม...

เดือนให้เหตุผลกับวิษณุที่ต้องทำแบบนี้เพราะอยากให้ละครมีกระแส เธอไม่รู้จะทำอย่างไร ขอจัดพีอาร์ทั้งวิษณุและรินก็ไม่ให้จัด ขอถ่ายฉากแขวนคอเอาไปทำข่าวก็ไม่ให้ เธอก็รู้ว่าเขาไม่ชอบเล่นข่าวแบบนี้

“ก็พี่ณุกับพี่รินไม่เหลือทางให้เดือนเดิน เดือนผิดไปแล้วค่ะต่อไปจะไม่ทำอีกพี่ณุอย่าโกรธเดือนเลยนะคะ”

วิษณุอยากรู้ว่าเดือนเกี่ยวข้องกับนั่งร้านหักหรือเปล่า เธอยืนยันไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เขาเข้าใจว่าเธอหวังดีดังนั้นครั้งนี้จะไม่เอาเรื่อง อย่าให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกก็แล้วกัน จากนั้นเขาออกมาบอกรินว่าขอพักกองครึ่งวัน ให้ทุกคนสงบสติอารมณ์ให้เรียบร้อยแล้วเจอกันตอนคิวกลางคืน ส่วนเขาขอตัวกลับโรงแรมที่พัก รินเสนอให้พวกดารากลับไปพักที่โรงแรมก่อนก็ได้ มีเพียงต้นเท่านั้นที่ขอกลับไปนอน...

แทนที่จะใช้เวลาพักทบทวนบทที่จะแสดง กิฟท์อุตริชวนคอสตูมกับทีมงานอีกสองคนไปเล่นผีถ้วยแก้วในห้องใต้ดิน อยากรู้ว่าผีมีจริงอย่างที่ตำนานร่ำลือหรือเปล่า

ooooooo

อีกมุมหนึ่งของตึกวนาเทพ ปาลเดินถ่ายรูปตึกโบราณแห่งนี้อย่างมีความสุขโดยมีพายขอถ่ายรูปคู่กับตึกสวยเป็นระยะๆ จังหวะหนึ่งเขาหันไปเห็นลุงทีมงานกำลังซ่อมนั่งร้านอยู่ บอกเธอให้รอสักครู่แล้วเข้าไปถามลุงว่าตกลงนั่งร้านเป็นอะไร ได้ความว่านอตหลุดไปหนึ่งตัวมันก็เลยถล่ม

“ผมเลยเอาตัวใหม่มาใส่ให้” ลุงชูนอตให้ปาลดู เขาคว้ามันไปดูใกล้ๆสีหน้าไม่สบายใจ...

งานเข้ากิฟท์กับพวก ผีหยดหมั่นไส้กิฟท์ที่เป็นคุณกำไลในชาติปางก่อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงสำแดงฤทธิ์เดชทำให้แก้วบนกระดานผีถ้วยแก้วกระเด็นใส่หลอดไฟ วงแตกทันที คอสตูมกับทีมงานวิ่งหนีตายออกมาจากห้องใต้ดินได้ แต่กิฟท์ไม่โชคดีอย่างนั้น

ถูกผีหยดกักตัวไว้โดยทำให้ประตูเปิดไม่ออก เท่านั้นไม่พอ ผีหยดยังปรากฏตัวให้เห็นในสภาพหน้าเละน้ำเหลืองไหล กิฟท์กลัวจัดทั้งทุบประตูทั้งกรีดร้องให้คนช่วยแต่ประตูไม่ยอมเปิด ผีหยดตามมาหลอกอีกจนเธอต้องวิ่งไปซ่อนใต้เตียงก่อนจะสลบไปเพราะความกลัว ปาล บอลและทีมงานรู้เรื่องแผลงๆที่กิฟท์ทำไว้รีบลงมาช่วยกันงัดประตูจนเปิดออกได้

จากนั้นปาลอุ้มกิฟท์ที่หมดสติขึ้นไปไว้ที่ห้องรับรอง

พักใหญ่เธอถึงฟื้นคืนสติ พายคว้ามือมาบีบเพื่อปลอบใจ

“กิฟท์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ พวกเราได้ยินเสียงกิฟท์กรี๊ดดังมากเลย”

นางเอกสาวทนอยู่ต่อไปไม่ไหว ตรงกลับโรงแรมที่พักเก็บข้าวของเตรียมกลับกรุงเทพฯ ต้นขอร้องเธอให้ใจเย็นๆก่อน เธอเย็นไม่ไหวจะกลับท่าเดียว รินพยายามขอร้องก็ไม่สำเร็จ วิษณุที่ตามมาสมทบถามว่าเกิดอะไรขึ้น กิฟท์ไม่มีอารมณ์จะตอบคำถามใคร ขอให้เขาจัดรถพาเธอกลับกรุงเทพฯ รินหมดความอดทน

“เลิกคิดถึงแต่ตัวเองได้ไหมคะ ทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองในกองทั้งนั้นการที่คุณมีปัญหาเห็นภาพหลอนเพราะคุณไปเล่นผีถ้วยแก้ว มันใช่ความผิดที่ทั้งกองต้องมารับผิดชอบด้วย”

ผีหยดปรากฏตัวขึ้นโดยไม่มีใครเห็นมองรินอย่างชื่นชม “อีนี่ เอ็งก็กล้าไม่ใช่น้อย ฮึ...สมน้ำหน้านังกำไลกูบอกแล้วว่าจะทำให้มึงรู้จักความอับอายใครๆก็จะรังเกียจมึง”

กิฟท์ไม่สนใจใครจะว่าอย่างไรยืนยันให้วิษณุจัดรถพาเธอกลับกรุงเทพฯ เขารู้ดีว่าพูดอะไรไปกิฟท์คงไม่ฟังจึงสั่งให้รินไปบอกคนรถให้ขับรถไปส่งเธอ...

ทันทีที่ถึงกรุงเทพฯ กิฟท์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับนักข่าวว่าที่เกิดปัญหาในกองถ่ายนางบาปเป็นเพราะผู้จัดหน้าใหม่ไม่เป็นมืออาชีพ รินได้ฟังข่าวนี้ก็โกรธมากที่เธอโยนความผิดมาให้หน้าตาเฉย...

ธานีรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ส่งพี่แหม่มมาทำหน้าที่กาวใจให้กิฟท์กับกองละคร เธอยอมกลับไปเล่นละครเรื่องนี้แต่มีข้อแม้ต้องให้รินมาขอโทษเธอก่อน พี่แหม่มจึงโทร.แจ้งข้อแม้นี้ให้วิษณุรับรู้...

เพื่อให้งานเดินหน้าต่อไปได้ รินยอมไปขอโทษกิฟท์แม้ตัวเองจะไม่ได้ทำอะไรผิดก็ตาม ต้นอาสาไปเป็นเพื่อน หากกิฟท์ไม่ฟังเธออาจจะเห็นแก่เขาบ้าง ไม่นานนัก ต้นขับรถพารินมาถึงคอนโดฯที่พักของกิฟท์ เธอโทร.บอกพี่อ๋อยผู้จัดการของกิฟท์ว่ามาถึงแล้วรออยู่ที่ล็อบบี้

กิฟท์ลงมาเห็นต้นอยู่กับรินก็ไม่พอใจที่เขาเป็นห่วงผู้จัดรายนี้ออกนอกหน้า ออกอุบายให้เขาไปส่งพี่อ๋อยที่รถ อ้างต้องการคุยกับรินตามลำพัง กิฟท์รอจนต้นไปแล้ว จึงยื่นข้อเสนอจะยอมรับคำขอโทษจากเธอก็ต่อเมื่อเธอให้สัญญาก่อนว่าจะไม่ยุ่งกับต้นอีก

“ไม่มีปัญหาค่ะ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณต้นอยู่แล้ว”

“งั้นก็ดี” กิฟท์ไม่ได้ให้รินขอโทษธรรมดาแต่ให้ live สดผ่านโลกโซเชียล รินไม่อยากมีปัญหาจึงยอมตามที่เธอต้องการ เท่านั้นไม่พอเธอยังเฟกด้วยการหอมแก้มรินโชว์อีกด้วย...

การกระทำของรินครั้งนี้ได้ใจทีมงานและนักแสดงในกองถ่าย ไม่เว้นแม้แต่วิษณุ เมื่อเคลียร์กันลงตัว กิฟท์มากองถ่ายด้วยสีหน้าร่าเริงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ooooooo


ละครนางบาป ตอนที่ 2 อ่านนางบาปติดตามละครนางบาป ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จรณ โสรัตน์,ปรียากานต์ ใจกันทะ 18 ส.ค. 2561 12:31 2018-08-06T01:11:53+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ