ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักรบตาปิศาจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

นายทหารหนุ่มค้นได้เอกสารหลายชิ้น ที่สุดตัดสินใจรวบไปทั้งหมดจะไว้ไปแยกเอาทีหลัง แล้วเดินไปที่หน้าต่างห้อง เพ่งดวงตาปิศาจฝ่าความมืดไปเห็นเรือลำหนึ่งแล่นอยู่ เห็นท่านเลขาชั่วนั่งอยู่บนเรือลำนั้นพร้อมกับสมุนที่โดนไฟไหม้ อัคคีคว้าปืนขึ้นมาประทับจะยิง แต่เรืออยู่ไกลเกินไปจึงรีบวิ่งออกจากห้อง...

ฝ่ายวิชชุดาพาพวกเหยื่อลักพาตัวมายืนรอริมถนนหน้าบ้านท่านเลขา เฝ้าแต่นึกถึงตอนที่อยู่ๆเสื้อผ้าของสมุนก็ไฟลุก ไม่กี่อึดใจ รถของสารวัตรเก่งกับรถตำรวจอีกคันหนึ่งแล่นมาจอดตรงหน้า

“สารวัตร รับคนพวกนี้ไปแจ้งความนะคะ ขอบคุณมาก” พูดจบวิชชุดาวิ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว...

อัคคีมาที่เรือซึ่งจอดแอบๆ เห็นเรือของวิชชุดาแล้วถึงกับส่ายหน้าที่เธอพยายามตามติดตนเองตลอด จัดการยิงเรือของเธอทะลุ แล้วขับเรืออีกลำออกไปอย่างเร่งรีบ คล้อยหลังไม่นาน วิชชุดาวิ่งมาที่เรือตัวเอง โกรธควันแทบออกหูที่เรือกำลังจะจมรู้ว่าเป็นฝีมือของอัคคี คว้าปืนยาวสไนเปอร์ซึ่งยิงได้ในระยะไกลขึ้นมาเล็ง

“ไอ้หน้าเหี้ยมใจโหดจมเรือฉัน ฉันจะจมเรือนายบ้าง”

เรือของท่านเลขาแล่นเป็นงูเลื้อย เนื่องจากสมุนที่โดนไฟไหม้ขับไม่ถนัดเพราะได้รับบาดเจ็บ ทำให้เรือของอัคคีแล่นมาได้ระยะทำการของกระสุน จึงยกปืนขึ้นจะยิง แต่ถูกวิชชุดาใช้ปืนสไนเปอร์ยิงใส่เสียก่อน ทำให้อัคคีเสียจังหวะ ท่านเลขาได้ยินเสียงปืนเหมือนมีคนไล่ยิงเรืออัคคีอยู่ สั่งให้สมุนหันเรือเข้าฝั่ง

วิชชุดาเจ็บใจที่ยิงไม่โดน รีบโดดลงน้ำว่ายข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง อัคคีใช้ดวงตาปิศาจเล็งไปยังเรือของท่านเลขาแล้วสาดกระสุนใส่ เรือเอียงวูบจะจม ทำให้สมุนกับท่านเลขาต้องตะกายขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเล อัคคียิงใส่อีกครั้ง เลขาชั่วกระชากตัวสมุนมาบังตัวเองไว้ทัน จากนั้นผลักร่างสมุนออกรีบคลานไปตามพื้น แต่ไม่รอดสายตาปิศาจของอัคคีไปได้ แต่เขากลับลดปืนลง หันไปมองวิชชุดาที่ว่ายน้ำข้ามฟากอยู่

อัคคีเบนหัวเรือมุ่งหน้าไปหาเธอ ซึ่งตอนนี้ขึ้นไปแอบบนฝั่งเพราะไม่แน่ใจว่าเรือที่ย้อนกลับมาเป็นของคนร้ายหรือเปล่า ครั้นเห็นว่าอัคคีเป็นคนขับเรือ รีบแอบซุ่มหวังจะเล่นงานเขาเอาคืน อัคคีเห็นเธอผ่านทางดวงตาปิศาจแต่แกล้งทำเป็นไม่เห็นเดินเฉียดๆ วิชชุดาจะตะครุบเท้าเขา แต่เขาหยุดกึกเสียก่อน

“มีคนแปลกๆเอาไว้ให้ขุ่นใจเล่นสักคน ไม่สนุกดีหรอกหรือครับ”

หญิงสาวต่อว่าเขาที่มาจมเรือของตน เขาต่อว่ากลับก็เธออยากตามเขามาทำไม เธอไม่ได้ตาม แค่จะกลับมาแก้แค้นให้น้องสาว เขาเชิญเธอแก้แค้นได้เลย แล้วยกเรือให้ เขาจะเดินเท้าไปที่ถนนเอง แล้วขยับจะไป วิชชุดาหันไปยิงเรือลำนั้นจม ก่อนจะเดินตามเขาไป เธอเพิ่งเห็นว่าแขนเขามีเลือดไหล

“โดนกระสุนคุณ”

“บ้าจริง แต่ว่านายเคลื่อนไหวเร็วมากแล้วมันก็มืด คือ...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะยิงให้โดนนะ เอ่อ...แล้วที่นายบอกเมื่อครู่นี้ว่ามีคนแปลกๆเอาไว้ให้ขุ่นใจเล่นสักคน นายพูดจริงหรือ” วิชชุดามองเขาอย่างรอคำตอบ อัคคีพยักหน้า เดินเท้าต่อไปเงียบๆ

ooooooo

อัคคีใช้ดวงตาปิศาจเพ่งดูในความมืดเห็นท่านเลขาซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้า สั่งให้ออกมาได้แล้ว วิชชุดาแปลกใจ มืดขนาดนี้เห็นได้อย่างไร เลขาชั่วก็ไม่คิดว่าเขาจะมองเห็น น่าจะเป็นการลักไก่กันมากกว่าก็เลยไม่ยอมขยับ ได้แต่กระชับปืนในมือไว้แน่น อัคคีรู้ว่าเขาจะยิงก็ยิงใส่เสียก่อนโดนข้อมือปืนหล่น

ท่านเลขาไม่ยอมแพ้คลานไปหยิบปืนแล้วใช้สองมือจับปืนยิงใส่เป็นชุด วิชชุดาพุ่งมาหลบใกล้ๆอัคคี

“รู้ได้ยังไงว่ามันอยู่ในนั้น”

“ไม่ใช่เวลาถาม รอให้กระสุนมันหมด” อัคคีดึงวิชชุดาให้หมอบ ไม่กี่อึดใจกระสุนของท่านเลขาก็หมด อัคคีลุกขึ้นเดินไปยังจุดที่ท่านเลขาซ่อนตัวแล้วเชิญวิชชุดาแก้แค้นตามสบาย เธอชักปืนจะยิง อัคคีปัดปืนทำให้ปืนลั่น ขอร้องอย่าให้มันตายง่ายนัก ต้องให้ตายอย่างทรมานถึงจะสาแก่ใจ เธอเห็นดีด้วย สองคนช่วยกันรุมซ้อมคนชั่วกระเด็นกระดอนเป็นลูกบอล อัคคีกระชากผมเขาขึ้นมาตะคอกถามว่าชื่ออะไร เป็นคนของใคร

“เป็นคนของใครไม่สำคัญเท่ากับที่ฉันเป็นคนที่ทำให้น้องแก เมียแกตาย” ท่านเลขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

นายทหารหนุ่มแค้นมากกระชากท่านเลขาขึ้นมาสบตา อึดใจเดียวมีเสียงดังพึ่บ หน้าผากของมันไฟลุก อัคคีตกใจรีบปล่อยมือ ร่างของมันหงายหลังตึงเผยให้เห็นรูโบ๋ไหม้เกรียมกลางหน้าผาก วิชชุดาถึงกับอึ้ง ละล่ำละลักว่าหน้าผากมันไหม้ไฟได้อย่างไร อัคคีนึกถึงคำพูดของ ดร.ซิมอนขึ้นมาได้

“ไม่ใช่สามารถทำลายล้างได้เท่านั้น คุณต้องควบคุมการทำลายของตนเองให้ได้ หาไม่แล้วอาจเกิดอันตรายใหญ่หลวงกับสิ่งที่คุณไม่ต้องการทำลาย”

อัคคีไม่พูดอะไรเข้าไปค้นตัวท่านเลขา โดยมีวิชชุดาค้นอีกด้านหนึ่ง เขาเจอยาเสพติด ส่วนเธอเจอเครื่องรางที่ไม่ขลัง อัคคีค้นต่อเจอกระดาษชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งกำลังจะคลี่ดูแต่วิชชุดาเงยหน้าขึ้นจากศพเสียก่อน เขารีบยัดกระดาษใส่กระเป๋ากางเกง วิชชุดาพยายามซักว่าทำไมหน้าผากไอ้ชั่วนี่ถึงได้เป็นรูแบบนี้ เขาไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ที่สำคัญไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องนี้ เดินหนีไปหน้าตาเฉย วิชชุดาร้องเรียกไว้จะไปไหนอีก

“ผมไม่ต้องการพบแฟนคุณ” ว่าแล้วอัคคีวิ่งหายไปในความมืด วิชชุดาจะตามแต่มีเสียงสารวัตรเก่งร้องเรียกดังขึ้นเสียก่อน อัคคีเอาเศษกระดาษที่ค้นได้จากตัวท่านเลขาใส่ในซองพลาสติกเล็กๆปิดผนึกไว้แน่นหนา แล้วว่ายน้ำกลับไปที่คฤหาสน์

สารวัตรเก่งเห็นศพของท่านเลขาก็ตกใจ ซักวิชชุดา เป็นการใหญ่ว่าใช้อาวุธอะไรศพถึงได้เป็นอย่างนั้น

เธอได้แต่อึกอัก เขากวาดตามองหาอัคคีแต่ไม่เห็นถามว่าหายไปไหน วิชชุดาอธิบายว่าอัคคีได้ยินเสียงเขาก็เลยหลบออกไป สารวัตรเก่งชี้ไปที่ศพ นี่ใช่ฝีมือทหารนายนั้นไหม เธอพยักหน้า

“ไอ้นี่มันสั่งให้คนของมันข่มขืนน้องนาง มันสั่งให้คนของมันแทงเมียเขา” พูดถึงน้องสาวขึ้นมา วิชชุดาอดน้ำตาไหลไม่ได้ สารวัตรเก่งโอบกอดเธอไว้ รอจนเธอหยุดสะอื้นก็ถามอีกครั้งว่าอัคคีใช้อาวุธอะไรฆ่าคนร้าย เธอโกหกว่าไม่เห็น แล้วขอให้เขาพากลับไปที่คฤหาสน์อยากไปเก็บลายนิ้วมือคนร้าย

“ผมให้คนของผมไปจัดการแล้ว ไม่ต้องไปหรอก” พูดจบสารวัตรเก่งวิทยุแจ้งให้ตำรวจมาจัดการศพ

ooooooo

อัคคีกลับมาที่คฤหาสน์ เห็นตำรวจกับหน่วยพิสูจน์หลักฐานกำลังเก็บหลักฐานและเข้าเคลียร์พื้นที่โดยมีเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิทยอยยกศพใส่ถุงดำแล้วนำไปไว้บนรถขนศพ อัคคีใช้ตาปิศาจเพ่งไปยังห้องทำงานของท่านเลขา เห็นตำรวจสองนายรื้อค้นเอกสารไปพลางคุยกันไปด้วย

“คล้ายมีใครมารื้อค้นไปแล้วหนึ่งรอบแต่ยังไม่ได้เปิดตู้เหล็กใบนี้”

“สารวัตรสั่งให้ปิดกั้นไว้หมดแล้ว ห้ามใครเข้า กลับไปรายงานท่านก่อนแล้วให้ท่านสั่งมาว่าจะทำอย่างไร” ตำรวจสองนายออกจากห้องใช้เทปเหลืองที่เขียนว่าห้ามเข้าปิดไว้ที่หน้าประตู หนึ่งในตำรวจอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่าคนร้ายเหล่านี้ไม่รู้เจอกับแก๊งพระกาฬที่ไหนถึงได้ตายเป็นเบือไม่เหลือให้ตำรวจได้สอบปากคำแม้แต่คนเดียว ตำรวจอีกนายพยักหน้าเห็นด้วย อัคคีละสายตาจากตำรวจจ้องไปที่ตู้เหล็กใบนั้น...

ด้านสารวัตรเก่งพยายามซักถามวิชชุดาถึงอัคคี เธออ้างไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น แม้จะไม่เชื่อแต่เขาไม่ซักถามอะไรอีกไม่อยากทำให้เธอขุ่นเคืองใจ...

อัคคีลอบเข้ามาที่ห้องทำงานท่านเลขาอีกครั้งจัดการเปิดตู้เหล็กเก็บหลักฐานที่อยู่ข้างในไปหมด...

หลังจากส่งเหยื่อลักพาตัวขึ้นรถตำรวจเรียบร้อย วิชชุดาขอร้องให้สารวัตรเก่งพากลับไปที่คฤหาสน์หลังนั้น อ้างจะเข้าไปดูลายนิ้วมือคนร้าย เขาทักท้วงดึกแล้วน่าจะกลับไปพักผ่อนไม่ดีกว่าหรือ

“ดาชอบทำงานตอนดึกๆค่ะ”

สารวัตรเก่งไม่อยากขัดใจ เตรียมจะสตาร์ตรถ พลันมีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากคฤหาสน์ เกิดไฟลุกท่วม ตำรวจรีบวิทยุมารายงานสารวัตรเก่งซึ่งหันมาถามวิชชุดาว่าเป็นฝีมืออัคคีใช่ไหม เธอไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใช่ เขาบ่นอุบทำแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือ น่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจ วิชชุดาสงสัยนี่เขาจะจับอัคคีหรือ

“จะให้ผมปล่อยคนทำผิดกฎหมายลอยนวลได้อย่างไร”...

เป็นอย่างที่วิชชุดาคาดไว้ อัคคีถือปืนยิงจรวดอยู่ที่ริมคลองมองเปลวไฟที่คฤหาสน์สีหน้าเหี้ยมเกรียม

ooooooo

ในเวลาต่อมาที่ห้องฝึกการต่อสู้ แม้จะดึกแล้วแต่แนนซี่ ริกกี้และซาร่ายังคงฝึกหนักเพื่อให้ได้รับการบรรจุในตำแหน่งสายลับตำรวจ แต่สามสาวยังฝึกแบบขาดๆเกินๆให้ครูฝึกได้ปวดหัว

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก วิชชุดายังอยู่ในชุดเดิมเนื่องจากอยู่ช่วยเก็บหลักฐาน กำลังเดินอยู่กับสารวัตรเก่งอยู่ตรงทางเดินหน้าห้องตรวจลายนิ้วมือ เขาเห็นสภาพมอมแมมของเธอแนะให้ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อน อาบน้ำเลยได้ยิ่งดี เธอก็อยากทำอย่างนั้นแต่ไม่มีชุดเปลี่ยน

“เสื้อผ้าของผม ชุดออกกำลังกาย ใหญ่หน่อยแต่ก็โอเคนะ”

เป็นจังหวะเดียวกับสามสาวฝึกเสร็จเดินออกมาพอดี แนนซี่ร้องทักสารวัตรเก่งแต่สายตาจับจ้องที่วิชชุดาพร้อมกับยิ้มให้ เธอเห็นอีกฝ่ายมีไมตรีด้วยก็ยิ้มตอบ

ซาร่าซึ่งไม่ชอบขี้หน้าวิชชุดาเป็นทุนเดิมจ้องด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ยิ่งเห็นอีกฝ่ายมอมเป็นลูกหมาตกน้ำ ทักว่าไปฝึกการต่อสู้ใต้น้ำมาหรือ เขาไม่อยากให้ต่อความยาวจึงรับสมอ้าง ซาร่าไม่ค่อยพอใจคิดว่าเขาฝึกให้แค่วิชชุดาคนเดียว ทวงถามเมื่อไหร่จะฝึกให้พวกตนบ้าง

“สักวันพวกคุณคงได้เจอของจริงใต้น้ำ บนน้ำ ข้างน้ำ”

“ขอตัวก่อนนะคะสารวัตร ดาจะไปอาบน้ำแต่งตัวที่ห้องพักของสารวัตรค่ะ” วิชชุดาแกล้งพูดให้สามสาวได้ยิน แล้วผละจากไป แนนซี่มองตาม ชมเธอว่าน่ารักดี สารวัตรพยักหน้าเห็นด้วย ริกกี้อยากรู้เมื่อไหร่จะได้ฝึกกับวิชชุดาบ้าง เขาคิดว่าคงมีสักวันแล้วขอตัวก่อน จากนั้นเดินตามวิชชุดาไป ซาร่าหันมาแว้ดแนนซี่ทันที

“เธอฝึกซ้อมกับเราแต่ไปพูดจาเอาใจยัยนั่น แปลว่าอะไร คิดจะประจบหรือ”

“ฉันไม่คิดว่าจะประจบใครเพราะไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร” แนนซี่ตอบเสียงเข้ม...

ฝ่ายอัคคีโทร.ตามบันดาลให้มาพบที่บ้านพักนายทหารของเขาเพื่อขอโทษที่ดูแลหลานไม่ดี เธออุตส่าห์ไปเยี่ยมถึงลพบุรี แต่ปล่อยให้เธอถูกจับตัวไป บันดาลไม่โทษเพื่อน แต่โทษตัวเองที่ปล่อยให้ลูกแอบไปหาเขาทั้งที่พยายามเตือนลูกแล้ว น้องดาวเทิดทูนอัคคีมาก เห็นเขาเป็นวีรบุรุษ อัคคีขบกรามแน่น เผลอมองไปที่ม่านหน้าต่าง ไฟลุกพึ่บทันที บันดาลตกใจร้องเอะอะ อัคคีได้สติรีบเอาน้ำมาสาดดับไฟได้ทัน...

วิชชุดายังไม่ยอมกลับบ้าน รอจนได้ผลตรวจลายนิ้วมือแต่กลับพบทางตันเนื่องจากลายนิ้วมือที่ได้จากรถของประกายดาวมีเพียงลายนิ้วมือของเธอกับของบันดาลผู้เป็นพ่อ

ooooooo

อัคคีนำทัมบ์ไดรฟ์ที่ได้จากห้องทำงานของท่านเลขามาเสียบคอมฯดู เป็นภาพของสาวสวยหุ่นดีในชุดว่ายน้ำ แต่สีหน้าของทุกคนกลับดูทุกข์ร้อน

“มันจับผู้หญิงรูปร่างสวยพวกนี้มาทำไมหรือเอาไปส่งขาย” อัคคีเห็นภาพเหล่านี้ก็อดเป็นห่วงประกายดาว ไม่ได้ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วนึกถึงเศษกระดาษ ที่ค้นได้จากกระเป๋ากางเกงท่านเลขา คว้าติดมือก่อนจะออกไปใช้โทรศัพท์สาธารณะลองโทร.ดู ปรากฏว่าเป็นเบอร์ของสยุมพรคลินิก สอบถามโอปะเรเตอร์ได้ความว่า เป็นคลินิกศัลยกรรมตกแต่ง ยิ่งทำให้เขางุนงงหนักนี่มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร...

เช้านี้สารวัตรเก่งจัดให้ตามคำขอของซาร่า ด้วยการพาเธอ แนนซี่และริกกี้มาฝึกยิงปืน โดยมีวิชชุดาร่วมฝึกด้วย สามสาวยิงได้ไม่ดีนัก ผิดกับวิชชุดาที่ยิงได้อย่างแม่นยำ แนนซี่ชื่นชมในความเก่งกาจของเธอ แต่ซาร่ากับริกกี้ไม่ชอบใจอย่างแรงที่อีกฝ่ายเก่งกว่า...

ซาร่ากับริกกี้สงสัยในพฤติกรรมของวิชชุดาที่ดูสนิทสนมกับสารวัตรเก่ง แอบสะกดรอยตามเห็นสารวัตรหนุ่มขับรถเข้าไปจอดในบ้านของวิชชุดา ยิ่งพานคิดไปว่าเธอเอาตัวเข้าแลกกับเขาเพื่อจะได้เป็นสายลับ นั่นเท่ากับไม่ยุติธรรมกับพวกเรา แนนซี่ซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังเตือนว่าอย่าเพิ่งไปกล่าวหาใครโดยไม่มีหลักฐาน สองคนนั่นอาจเป็นแฟนกันก็ได้ แล้วชวนให้กลับ ซาร่ายืนกรานจะต้องตามดูพฤติกรรมของวิชชุดาว่าทำอะไรที่ไหนบ้าง

“ไม่ไหวมั้ง มันไม่สมควร” แนนซี่ติง

“นี่คือการเริ่มฝึกปฏิบัติงานสายลับนอกสถานที่ของเราต่างหาก เธออย่ามาแหกคอกนะแนนซี่”

แนนซี่เตือนถ้าสารวัตรเก่งหรือวิชชุดารู้เข้าต้องเป็นเรื่องแน่ ริกกี้มั่นใจถ้าแนนซี่ไม่ฟ้องก็ไม่มีใครรู้...

ณ เรือสำราญหรูท่องแม่น้ำเจ้าพระยาของพรทิพา แขกเหรื่อหน้าตาดีทั้งไทยและเทศทยอยขึ้นเรือไม่ขาดสาย พรทิพาในชุดเซ็กซี่หันไปถามพนักงานชายรูปหล่อหุ่นดีว่าจัดเต็มเหมือนทุกวันอังคารใช่ไหม เขารับคำ

“ดีมาก ดีแบบนี้มีรางวัลนะ ไปรับแขกกันได้” พรทิพาว่าแล้วมองแขกที่ขึ้นเรือด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์...

หลังเรือออกจากท่าไม่นาน แขกทั้งหมดบนเรือสำราญก็เมาสลบไสลกันหมด พรทิพาเดินสำรวจดูหน้าตาของแขกสีหน้าไม่ค่อยจะพอใจนัก ติว่ารุ่นนี้ถึงจะหน้าตาดีแต่ผอมกะหร่องเหมือนพวกขี้ยา

ooooooo

วิชชุดาไม่อาจลบภาพอัคคีไปจากใจได้ ยังนึกถึงตลอดเวลาทั้งตอนที่เขากวนประสาทและตอนที่ช่วยเหลือเธอเอาไว้ แต่พอนึกถึงภาพเขาอยู่กับประกายดาว ก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที

“เมียเพิ่งตายไม่เท่าไหร่มีแฟนใหม่คราวลูก ผู้ชายร้ายกว่าหมาจริงๆ” ด่าเสร็จวิชชุดาอยากรู้ว่าอัคคีไปทำอะไร ที่ไหน แต่ที่แน่ใจได้เลยเขาคงต้องหาทางล้างแค้นให้เมียและตามหาเด็กสาวคนนั้นแน่ๆ คิดได้ดังนั้น รีบลุกขึ้นไปแปลงโฉมตัวเองเพื่ออำพรางใบหน้าที่แท้จริง...

ประกายดาวทำตัวสมกับเป็นลูกทหารไม่ได้นั่งทอดอาลัยตายอยาก แต่คิดหาทางหนี พวกสาวๆคนอื่นที่เห็นผู้คุมเดินเข้ามาพากันแตกตื่นวิ่งหนีไปหลบมุม ผู้คุม เดินมาที่ประกายดาวจะเอาตัวไปตรวจความสมบูรณ์เพื่อการเจริญพันธุ์ แม้จิตใจจะเข้มแข็ง แต่ประกายดาว อดหวั่นใจไม่ได้ ไม่ใช่เธอคนเดียวที่ต้องถูกเอาตัวไปตรวจ ยังมีหญิงสาวอีกคนหนึ่งด้วย เธอคนนั้นกลัวจัดลงไป นอนร้องกรี๊ดๆสติแตกอยู่กับพื้น...

อัคคีขับรถออกจากค่ายทหารก็มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่งขับตามไปห่างๆ ซาร่าขับรถตามมอเตอร์ไซค์ไปอีกทอดหนึ่งโดยมีริกกี้กับแนนซี่นั่งมาในรถด้วย ซาร่าหาว่าวิชชุดาเพี้ยน ปลอมตัวมาซุ่มดูใครก็ไม่รู้

“ทหารชัวร์ แหมนังนั่นทำมาเป็นปลอมตัว นึกว่าเรารู้ไม่ทัน” ริกกี้คุยอวด

แนนซี่แอบบ่นในใจเด็กอนุบาลก็ยังรู้เลยในเมื่อเขาออกมาจากค่ายทหารจะให้เป็นตำรวจได้อย่างไร...

ไม่นานนักอัคคีเข้ามาในสยุมพรคลินิกซึ่งใหญ่โตโอ่อ่า ภายใต้แว่นดำเขาใช้ตาปิศาจสำรวจไปรอบๆสถานที่ พนักงานต้อนรับเห็นเขายืนเฉย เข้ามาถามว่ามีอะไรให้รับใช้ เขาอ้างจะมาขอรายละเอียดการทำศัลยกรรม และเจาะจงจะใช้บริการกับคุณหมอสยุมพรเจ้าของคลินิก

“อุ๊ย คุณหมอท่านงานเยอะมากค่ะ ไม่ค่อยมีเวลา ทุกคนต้องการท่านหมด”

“แสดงว่าท่านต้องมีฝีมือมากนะครับ” อัคคีแกล้งอวย พนักงานรับคำ เชิญไปที่ห้องด้านในเพื่อพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะได้อธิบายข้อข้องใจให้...

ที่หน้าคลินิก วิชชุดาในคราบมอเตอร์ไซค์รับจ้างกำลังยืนดูดโอเลี้ยงทำท่าเป็นเด็กผู้ชาย ริกกี้ ซาร่าและแนนซี่ซึ่งต่างปลอมตัวมาเช่นกัน นั่งมองเธอเขม็งมาจากร้านกาแฟใกล้ๆ...

อัคคีอ้างกับหมอนราว่าต้องการทำศัลยกรรมดวงตาเนื่องจากตาข้างขวาบอดตอนป่วยเป็นโรคอีดำอีแดง หมอนราคุยอวด ทางเรามีดวงตาเปลี่ยนให้ อัคคีแปลกใจ จะมีคนบริจาคดวงตาให้หรือ พยาบาลอธิบายว่าไม่ใช่ได้จากการบริจาคแต่มีคนยากจนขายให้อัคคีถึงบางอ้อทันทีที่แท้ก็ได้จากการควักตาคนอื่นนี่เอง ความแค้น จุกอกกลัวตัวเองจะระงับอารมณ์ไม่อยู่เผาที่นี่ราบรีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์...

หลังข่มความโกรธแค้นได้แล้ว อัคคีใช้ดวงตาปิศาจเพ่งมองทะลุกำแพงสำรวจคลินิกไปทีละห้องทำให้เห็นถึงความเหี้ยมโหดทารุณของคนเหล่านี้ เริ่มตั้งแต่ลักพาตัวคนหน้าตาดีเพื่อเอาอวัยวะมาเปลี่ยนให้กับคนที่ยอมจ่ายเงินเพื่อความงาม ทุกอย่างที่ใช้ในคลินิกแห่งนี้ล้วนเป็นอวัยวะจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอกอึ๋ม จมูกโด่งได้รูป หรือดวงตา อัคคีทนไม่ไหวต้องอาเจียนออกมา

ooooooo

ที่ร้านกาแฟหน้าคลินิก ซาร่ากับริกกี้เริ่มเซ็งเพราะวิชชุดาไม่ขยับไปไหน ชวนกันออกไปเดินเล่นนอกร้าน แนนซี่เตือนเกิดวิชชุดาเห็นขึ้นมาเป็นเรื่องแน่ ซาร่าไม่สนใจคำเตือนเดินลิ่วออกจากร้าน เป็นอย่างที่แนนซี่คาดไว้ วิชชุดารู้ตัวแล้วว่าถูกสะกดรอยตามแกล้งเดินเตร่ไปด้านหลัง ซาร่ากับริกกี้หลงกลรีบเดินตาม...

ฝ่ายอัคคีกลับมาที่ห้องให้คำปรึกษา พยายามซักโน่นถามนี่เพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุด รวมทั้งราคาค่าผ่าตัดดวงตาที่สูงถึงหนึ่งล้านบาท แม้จะตกใจแต่อัคคีเก็บอาการได้ดีไม่มีพิรุธ เขายินดีจ่ายแต่ต้องให้หมอสยุมพรเป็นคนผ่าตัดเท่านั้น หมอนรายังให้คำตอบตอนนี้ไม่ได้ ต้องขอรายงานให้อาจารย์หมอทราบก่อน พยาบาลว่าถ้าจะผ่าตัดกับอาจารย์หมอราคาจะสูงกว่านี้ อัคคี
ไม่เกี่ยงเท่าไหร่เท่ากัน

“ยินดีอีกครั้งครับ เชิญทำใบนัดกับพยาบาล นัดวันมาพบท่านอาจารย์ให้ท่านตรวจดวงตาก่อนครับ” หมอนราว่าแล้วหันไปพยักพเยิดให้พยาบาลเดินนำอัคคีไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านหน้า...

ทางด้านวิชชุดาหลอกล่อซาร่ากับริกกี้มายังมุมปลอดคนหลังตึก สองสาวตามมาแต่เธอหายไปแล้ว หันกลับไปมองอีกทีวิชชุดามายืนยิ้มยียวนอยู่ ถามว่าตามตนมาทำไม ซาร่าอยากประลองฝีมือการต่อสู้กับเธอ จึงเปิดฉากเตะต่อยใส่ก่อน สองฝ่ายตรงเข้าต่อสู้กัน ซาร่ากับริกกี้สู้วิชชุดาไม่ได้โดนอัดลงไปกองกับพื้น

“จำไว้ว่าอย่าตามฉันมาอีก” วิชชุดาชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง ซาร่าไม่พอใจชักปืนออกมาจะสั่งสอน

แนนซี่โผล่มาจากไหนไม่รู้เข้ามาแย่งปืนพร้อมกับร้องห้าม ปืนลั่นดังปังโชคดีที่ไม่โดนใคร วิชชุดาแนะให้รีบหนีให้ทัน ทั้งสามสาวยังไม่ได้เป็นตำรวจและอาจจะไม่ได้เป็นหากผู้บังคับบัญชารู้ว่าพวกเธอทำอะไรไว้ แล้วเดินลิ่วจากไป สามคนไม่อยู่รอดูผลงานวิ่งปรู๊ดไปเหมือนกัน

อัคคีเพิ่งทำประวัติปลอมเสร็จ เปิดประตูคลินิกออกมาได้ยินเสียงปืน ใช้ดวงตาปิศาจกวาดตาดูโดยรอบว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเห็นสามสาวถอดชุดที่สวมอำพรางออกรวมทั้งวิกผมทิ้งถังขยะอย่างร้อนรน แปลกใจทำไมต้องปลอมตัวด้วย แต่แล้วสายตาสะดุดกับร่างหนึ่งที่เดินชิลด์ๆมาที่หน้าคลินิกทั้งที่เสียงปืนเพิ่งสงบ สงสัยในตัวชายคนนี้โดยไม่รู้ว่าเป็นวิชชุดาปลอมตัวมา รีบสะกดรอยตาม เธอรู้ตัวไปหลบในหลืบแต่เขาจับได้เสียก่อน

“แกสะกดรอยตามใคร แกจะมาล่อจับใครหรือ” ไม่ถามเปล่าอัคคีล็อกเธอเอาไว้ กว่าเขาจะรู้ว่าเป็นวิชชุดา ก็เกือบจะเผาหน้าผากเธอเป็นรู เตือนไม่ให้เธอสะกดรอยตามเขาอีกและไม่จำเป็นต้องปลอมตัวให้วุ่นวาย วิชชุดามีข้อเสนออยากให้เราร่วมมือกันแก้แค้นคนเลวพวกนั้น

“ขอบคุณ แต่ผมไม่ต้องการมีคู่หู” พูดจบอัคคีผละจากไป วิชชุดาเจ็บใจทำไมเขาถึงไม่แยแสตนบ้างเลย

ooooooo

พรทิพานั่งรถมากับพนักงานรูปหล่อที่ตัวเองหิ้วกลับบ้านตั้งแต่เมื่อวานกำลังจะหาอะไรกินกัน ขณะผ่านมาแถวหน้าสยุมพรคลินิก เห็นแนนซี่ ริกกี้และซาร่ากำลังจะเข้าไปในร้านอาหารหน้าตาสะสวยของสามสาวทำให้เธอสนใจ รีบโทร.หาสมุนที่ขับรถตามมาด้านหลังให้ไปจับตัวพวกนั้น แล้วหันไปยิ้มให้พนักงานหนุ่ม

“อาหารกลางวันวันนี้ รับรองว่าต้องอร่อยมาก”...

ทางฝ่ายอัคคีกลับมายังรถที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถของคลินิก พลางกวาดตามองหาสิ่งผิดปกติ เห็นสามสาวกำลังชี้ชวนกันไปที่ร้านอาหารและเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ท่าทางมีพิรุธเดินตามพวกเธอ เขาปรายตาเห็นวิชชุดาแอบตามมาอีก คราวนี้มาในชุดสวยไม่ใช่ชุดมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ส่ายหน้าพึมพำ

“ตามสบายเลยยัยจอมยุ่ง”...

พรทิพานั่งอยู่กับพนักงานหนุ่มที่โต๊ะหน้าสุดของร้านอาหาร ที่โต๊ะด้านในถัดมาไม่กี่ตัวมีสามสาวนั่งอยู่ อัคคีสวมแว่นดำเดินเข้ามา พรทิพาตะลึงในความหล่อเร้าใจของเขา พนักงานหนุ่มรู้ใจถามว่าจะให้ทำอย่างไร เธอห้ามแตะต้องเขา พูดไม่ทันขาดคำวิชชุดาเดินตามเข้ามาติดๆ สามสาวเห็นเธอเดินตามหนุ่มหล่อเข้ามาก็แปลกใจ โดยเฉพาะซาร่ากับริกกี้ตั้งข้อสังเกตเป็นแฟนสารวัตรทำไมถึงมากับหนุ่มอื่น

“เขาอาจต่างคนต่างมา” แนนซี่มองโลกในแง่ดี อัคคียืนหาที่นั่ง บริกรเห็นเข้าก็มาถามว่ากี่ที่ เขาหันมองวิชชุดาก่อนจะบอกว่าสองที่ แล้วเชิญเธอมานั่งด้วยกัน เธอเดินตามแบบงงๆไหนว่าไม่ต้องการคู่หู

“อาจมีกรณีพิเศษเกิดขึ้น ซึ่งคุณอาจเป็นคู่หูเฉพาะกิจของผมได้ สั่งอาหารเถิดครับ”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน หมอสยุมพรเห็นภาพอัคคีที่ได้จากกล้องวงจรปิดของคลินิกถึงกับตาลุกวาวถูกใจมาก ตกลงใจจะเป็นคนผ่าตัดเขาเองและให้เลื่อนนัดเร็วขึ้น แทนที่จะเป็นอาทิตย์หน้าให้ขยับขึ้นมาเป็นวันมะรืน...

หัวข้อสนทนาของสามสาวซาร่า ริกกี้และแนนซี่ไม่พ้นเรื่องที่วิชชุดามากินข้าวกับหนุ่มอื่นที่ไม่ใช่
สารวัตรเก่ง ซาร่ากับริกกี้ตั้งใจจะเตือนให้เขารู้ว่าแฟนตัวเองเป็นพวกจับปลาสองมือ แนนซี่ไม่เห็นด้วย นี่ไม่ใช่เรื่องอะไรของพวกเรา สิ่งที่เห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้ ซาร่ารำคาญสั่งให้แนนซี่หุบปาก

ooooooo

พรทิพาทนความหล่อของอัคคีไม่ไหวลุกขึ้นมาทักทายพร้อมกับแนะนำตัวว่าเป็นเพื่อนของวิชชุดา อัคคีชะงักเพิ่งรู้ที่แท้ผู้หญิงที่คอยตามติดตัวเองคนนี้ชื่อวิชชุดา ชื่อเหมือนเมียของเขาที่ตายไป และยังเดาท่าทางของวิชชุดาออกว่าไม่ชอบขี้หน้าพรทิพาสักเท่าไหร่ แต่ฝ่ายหลังทำท่าทางตรงข้ามพยายามจี๋จ๋าด้วย

“เราสองคนเคยเรียนที่เดียวกันค่ะ นี่ค่ะนามบัตร ว่างๆเชิญไปนั่งเรือล่องเจ้าพระยาดินเนอร์กับบริษัทตามนามบัตรนี้นะคะ” พูดจบพรทิพาทิ้งสายตาให้อัคคีแล้วเดินกลับโต๊ะตัวเอง เขาอดถามหญิงสาวที่นั่งร่วมโต๊ะไม่ได้ว่าชื่อวิชชุดาจริงหรือ เธอนิ่วหน้าสงสัย ทำไมถึงทำเหมือนไม่รู้ทั้งที่เขาเรียกชื่อเธอถูกตั้งสองครั้งแล้ว เขาขอโทษด้วยจำไม่ได้ว่าเรียกตอนไหน เธอตั้งข้อสังเกตหรือชื่อเธอไปเหมือนกับชื่อใครบางคน

“ภรรยาผมชื่อวิชชุดา”

หญิงสาวถึงบางอ้อทันทีที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง เสนอจะไปเปลี่ยนชื่อเวลาเขาเรียกชื่อนี้จะได้ไม่เข้าใจผิดอีก เขาเชิญเธอตามสบายอยากเปลี่ยนชื่อหรือไม่อยากเปลี่ยนก็เป็นสิทธิ์ของเธอ ไม่เกี่ยวกับเขา แล้วชวนให้กินข้าวกัน เธอหมดอารมณ์จะกินจัดแจงรวบช้อน เขาตักอาหารใส่จานให้เหมือนจะเอาใจ

“คุณสั่งอาหารจานนี้มาแปลว่าชอบ น่าอร่อยนะ กินสิครับ”

วิชชุดาหายโกรธเป็นปลิดทิ้งนั่งกินข้าวกับอัคคีอย่างมีความสุข...

ประกายดาวกลับจากตรวจร่างกายพร้อมกับเด็กสาวอีกคนซึ่งผลออกมาดีเลิศทั้งคู่มีร่างกายแข็งแรง แต่อยู่ๆทั้งคู่ก็ถูกผู้ช่วยผู้คุมเอายาสลบมาฉีด สั่งไม่ให้ขัดขืนถ้าไม่อยากถูกข่มขืน สักพักยาออกฤทธิ์ ทั้งคู่หมดสติ...

ทันทีที่สามสาวลุกขึ้นจะออกจากร้านอาหาร พวกคนร้ายที่มาดักรอจับตัวก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งเตือน อัคคีเหมือนจะได้ยินจึงบอกให้วิชชุดาไปกันได้แล้ว ระหว่างนั้นมีสายจากสยุมพรคลินิกเข้ามาแจ้งเรื่องการเลื่อนนัดผ่าตัดเป็นวันมะรืน อัคคียิ้มพอใจแตะหลังให้วิชชุดาเดินนำ ขณะผ่านโต๊ะที่พรทิพานั่ง เธอร้องเตือนเขาอย่าลืมแวะไปดินเนอร์ล่องเจ้าพระยากับบริษัทของเรา เขารับคำรีบออกจากร้าน

ซาร่า แนนซี่และริกกี้เดินยังไม่ทันจะถึงรถของตัวเองก็ถูกคนร้ายสามคนจี้จับตัว สามสาวไม่ยอมง่ายๆเปิดศึกกำปั้นใส่ แต่สู้ไม่ได้เพราะฝีมือด้อยกว่า จำใจยอมแพ้

“นี่ถ้าไม่ได้รับคำสั่งไม่ให้พวกเธอบอบช้ำ ป่านนี้แหลกคามือไปแล้ว เดินไปเงียบๆไปขึ้นรถอย่าทำตัวตุกติก เรียกใครมาช่วยเด็ดขาด” สมุนเอาปืนจี้สามสาวที่เดินไปแต่โดยดี...

ระหว่างอัคคีตามรถของคนร้ายที่ลักพาตัวสามสาวไป สารวัตรเก่งโทร.หาวิชชุดาว่าอยู่ที่ไหนจะไปหาเนื่องจากเตรียมแหวนเพชรจะไปเซอร์ไพรส์ เธออ้างทำธุระอยู่ ไม่ต้องมาหาเสร็จแล้วจะเป็นคนไปหาเขาเอง อัคคีแกล้งขับรถป้ายซ้ายป่ายขวาจนวิชชุดาเอียงไปเอนมาทำมือถือหล่นมาที่ตักของเขา เสียงร้องว้ายของเธอทำให้สารวัตรเก่งตกใจนึกว่าเกิดเรื่องร้าย อัคคีหยิบมือถือคืนให้ วิชชุดารับไปปิดเครื่องทันที

“ทำไมไม่พูดกับเขาให้จบครับ”

วิชชุดากำลังหงุดหงิดที่อัคคีไม่ยอมบอกว่าจะพาไปไหน ก็เลยพาลไม่อยากพูดสายด้วย ฝ่ายสารวัตรเก่งมั่นใจว่าวิชชุดาต้องไปเกี่ยวข้องกับอัคคีอีกแน่ๆ ก็เริ่มอารมณ์บูดไม่แพ้กัน...

อัคคีขับรถไล่ตามรถคนร้ายจนเห็นอยู่เบื้องหน้า บอกให้วิชชุดายิงใส่ยางรถ เธอสงสัยจะให้ยิงรถใคร เขายังไม่มีเวลาจะเล่าขอผัดไปก่อน แล้วสั่งให้รีบจัดการเร็วๆ แม้จะขัดใจแต่วิชชุดาก็ทำตาม ยิงยางรถทั้งสี่ล้อของรถตู้จนไม่สามารถไปต่อได้ คนร้ายเปิดรถลงมายิงใส่อัคคีกับวิชชุดา เขาใช้ตาปิศาจยิงสมุนสามในสี่คนบ้างก็ถูกยิงมือ บางคนถูกยิงขาเดี้ยงบาดเจ็บกันถ้วนหน้า วิชชุดาสงสัยเขายิงถูกได้อย่างไรในเมื่อมองไม่เห็นเป้า

คนร้ายคนสุดท้ายจับซาร่ามาเป็นโล่มนุษย์ สั่งให้วิชชุดากับอัคคีทิ้งปืน ครั้นทั้งคู่ทำตามเขากลับจะยิงทิ้ง อัคคีไม่มีทางเลือกจำต้องใช้ดวงตาปิศาจเล่นงาน คนร้ายหงายหลังตึงโดยมีรูไหม้ที่หน้าผาก วิชชุดาอึ้งมากเมื่อเห็นสภาพเขา เสียงหวอรถตำรวจดังแว่วเข้ามา คนร้ายที่บาดเจ็บเล็กน้อยพากันหนีกระเจิง ช่วยเหลือแนนซี่ ซาร่าและริกกี้รอดมาได้หวุดหวิด

ooooooo

แม้วิชชุดาจะเพิ่งช่วยให้รอดเงื้อมมือคนร้ายแต่ด้วยความริษยาซาร่ากับริกกี้ตั้งใจจะนำเรื่องที่เธอมากับกิ๊กไปฟ้องสารวัตรเก่ง โดยไม่สนใจคำทักท้วงของแนนซี่...

ในเวลาไม่ห่างกันนัก หัวหน้าสถานที่กังขังประกายดาวกำลังขับรถพาเธอกับเด็กสาวอีกคนหนึ่งมาตามถนน โดยที่ประกายดาวนั่งอยู่ตอนหน้าคู่กับคนขับท่าทางสะลึมสะลือเนื่องจากยังไม่หมดฤทธิ์ยาสลบ

เด็กสาวอีกคนนั่งหลับอยู่เบาะหลัง บันดาลขับรถสวนมาเห็นลูกสาวแวบๆแต่ก็มั่นใจว่าใช่รีบกลับรถเพื่อจะตาม แต่มีรถแล่นมาหลายคันกว่าจะกลับรถได้ รถคันที่ประกายดาวนั่งก็หายไปแล้ว

บันดาลร้อนใจมาก ตรงไปหาอัคคีที่บ้านเล่าเรื่องที่เจอประกายดาวโดยบังเอิญให้ฟัง อัคคีดีใจที่อย่างน้อยเธอก็ยังมีชีวิตอยู่ เขายังเห็นเด็กสาวอีกคนหนึ่งนั่งอยู่เบาะหลังท่าทางคล้ายเมาอะไรบางอย่างเช่นกัน อัคคีรับปากจะตามตัวประกายดาวคืนมาให้ได้และขอร้องเขาอย่าแพร่งพรายให้ใครรู้ว่าตนทำอะไรอยู่...

ซาร่ากับริกกี้นำเรื่องที่วิชชุดาไปกินอาหารกับอัคคีมาฟ้องสารวัตรเก่ง แถมใส่ไฟว่าทั้งคู่ท่าทางสนิทสนมกันมาก เขาปวดใจแทบกระอักแต่ต้องเก็บอาการไว้

ซาร่าเห็นเขาไม่มีปฏิกิริยาก็เจ็บใจมากที่เสี้ยมไม่สำเร็จ รีบพากันออกไป พออยู่คนเดียวลำพัง สารวัตรเก่งหยิบรูปของอัคคีขึ้นมาฉีกด้วยความแค้นก่อนจะปาทิ้งถังขยะ

อีกมุมหนึ่งหน้าห้อง ซาร่ากับริกกี้เปิดประตูออกมาเจอวิชชุดากำลังยืนคุยอยู่กับแนนซี่ ไม่วายแขวะคู่อริว่าช่างเก่งกล้าสามารถ แค่ครึ่งวันนัดเจอผู้ชายถึงสองคน แล้วนี่จะมาฟ้องสารวัตรเกี่ยวกับพวกตนหรือ วิชชุดาแดกดันว่าตนไม่ใช่พวกสักแต่มีปาก แล้วขอตัวก่อน

“มีสปิริตหน่อย ทางกรมมีกฎห้ามเราไปแสดงฝีมือก่อนได้รับอนุญาต เธอก็เหมือนกัน ไปมีเรื่องและทั้งมีผู้ชาย เธอก็จะโดนด้วย” ริกกี้ดักคอ วิชชุดายิ้มยียวนให้

“ฉันไม่โดนแน่ ฉันไม่ใช่มือใหม่หัดขับเหมือนพวกเธอ รับทราบไว้ด้วย” พูดจบวิชชุดาเปิดประตูห้องสารวัตรเก่งเข้าไป ซาร่ากับริกกี้มองหน้ากันงงๆนังนั่นหมายความว่าอย่างไร แนนซี่เร่งให้ไปห้องฝึก ครูฝึกให้ตนมาตามทั้งคู่ ขืนชักช้าอาจจะโดนรายงานเอาได้

ทันทีที่เจอหน้าวิชชุดา สารวัตรเก่งตัดพ้อต่อว่าว่าไหนบอกว่ามีธุระแต่ทำไมถึงไปนั่งกินข้าวกับคนที่เธอบอกว่าไม่ชอบขี้หน้า อีกทั้งยังทำเหมือนเราสองคนไม่ใช่คนรักกัน ระยะหลังมานี่เธอดูเปลี่ยนไปมาก

“ดาปิดบังผม ดาบังเอิญไปเจอกับผู้ชายคนนั้นมีความสัมพันธ์กันแบบก้าวกระโดด”

“สารวัตรกล่าวหาว่าดากระโดดใส่ผู้ชาย ตามใจนะคะ ดาจะกลับบ้าน” วิชชุดาลุกพรวดจะไป สารวัตรเก่งปราดไปคุกเข่าตรงหน้าพร้อมกับเปิดกล่องแหวนเพชรที่เตรียมไว้ ขอให้เธอแต่งงานกับเขา แม้จะรู้สึกผิดต่อเขาแต่เธอก็ไม่อาจรับปาก เนื่องจากต้องการสะสางเรื่องที่น้องถูกฆ่าก่อน ขอให้เขาเข้าใจเธอด้วย

“ผมเข้าใจดาครับ แต่ผมก็อยากให้ดาเข้าใจผม ผมรักดามากแค่ไหนดารู้ดี ถ้าผมเสียดาไป ผมคงหาความสุขไม่ได้ เราคบกันมานานมากๆจนผมขาดดาไม่ได้” สารวัตรเก่งเห็นเธอพยักหน้ารับรู้ก็ยิ้มดีใจ ยื่นหน้าไปจูบหน้าผากเธอ แล้วชวนไปฟังเพลงด้วยกันคืนนี้ เธอไม่อยากทำร้ายจิตใจเขาจึงรับปากจะไปด้วย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.