ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักบุญทรงกลด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ระหว่างเรือแล่นสู่ปากอ่าว เหมยฮัวในคราบลูกเรือเข้าไปบอกสมุนที่เฝ้าเฉ่าว่าได้เวลาเปลี่ยนเวรยามแล้ว สมุนไม่ติดใจสงสัยอะไรลุกออกไป เธอรีบสะเดาะกุญแจห้องขังออก เฉ่าเห็นเธอชัดๆก็โวยลั่น

“เหมยฮัว มาช่วยฉันทำไม ปล่อยฉันไปตามทาง”

เหมยฮัวทำท่าจะปล่อยเฉ่าไว้อย่างนั้นจริงๆ เขาต้องรีบบอกว่าแค่งอนจะให้เธอง้อ เหมยฮัวเร่งให้หนีเร็วๆ เดียวพวกมันไหวตัวทันจะแย่ เป็นอย่างเธอคาดโตเอะเห็นสมุนเฝ้ายามขึ้นมาลอยหน้าอยู่บนดาดฟ้าก็เดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ด้านเฉ่ากับเหมยฮัวหลบมาด้านหลังเรือเพื่อจะหนีแต่ไม่ทันโตเอะกับพวกมาดักไว้

เกิดการต่อสู้กันขึ้น เหมยฮัวพลาดท่าพลัดตกเรือ เฉ่าตกใจ สลัดมุซาชิกับสมุนได้รีบโดดทะเลตาม มุซาชิ บ่นอุบจะบอกเจ้านายอย่างไรดี...

มาดามหว่าหวาเล่าให้นักบุญซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นเป็นลำดับว่าเสือผาดต้องการให้เธออยู่ในทีมสำรวจป่าของกิตากาว่าด้วย นักบุญไม่คิดว่ากิตากาว่าจะยอมให้เธอไปด้วย

“ยังไงก็ไม่มีทางเลือก ฉันต้องลองขอกิตากาว่าดู ไม่อย่างนั้นถ้าฉันหมดประโยชน์เสือผาดก็ไม่เอาฉันไว้ คราวนี้ฉันคงไม่มีโอกาสเห็นหน้าคนที่ฆ่าพ่อฉันอีกเลย”...

กิตากาว่ารู้เรื่องที่เฉ่าโดดลงทะเล จึงแจ้งไปทางญี่ปุ่นว่าเขาถูกยิงตายขณะหลบหนี แล้วแสดงความเสียใจกับจินฟงที่ต้องเสียลูกสาว ฟู่เฉินไม่เชื่อว่าเหมยฮัวตาย จะออกไปตามหา จินฟงห้ามไว้ นี่ใกล้เวลาที่เราต้องเดินทางเข้าป่าแล้ว ไม่ต้องไปสนใจนังลูกไม่รักดีของตน ฟู่เฉินอ้าปากจะท้วงแต่จินฟงชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“ไม่มีแต่ จำได้หรือเปล่าว่าเรามาที่นี่ทำไมเราทุ่มเททั้งชีวิตเพื่ออะไร เลิกคิดเรื่องเหมยฮัวได้แล้ว ไปเตรียมตัวออกเดินทาง” จินฟงสั่งเสียงเฉียบ ฟู่เฉินปวดร้าวใจมากแต่ต้องข่มเอาไว้...

ทางด้านเสือใบนั่งดื่มเหล้าดับอารมณ์อยู่หน้าบ้านพักกับเหล่าสมุน เสือเข้มเห็นสีหน้าไม่สบายใจของลูกพี่ ถามว่าเป็นอะไร เขาอึดอัด คนเคยปล้นแต่ตอนนี้ต้องมานั่งงอมืองอเท้า รอเรื่องที่ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ เสือไพรติงจะเอาคนที่ไหนไปปล้น และที่สำคัญไม่รู้จะไปปล้นที่ไหน ทุกพื้นที่ถูกเสือผาดคุมไว้หมดแล้ว

“ไอ้เสือผาด กูไม่มีวันปล่อยมึงไว้แน่” เสือใบเข่นเขี้ยวด้วยความแค้น

“ถามจริงๆเถอะพี่ๆมีอะไรกับไอ้เสือผาดมันหนักหนา ถึงต้องล้มมันให้ได้ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าเราไม่มีทาง...”

เสือใบโกรธจัดสั่งให้เสือก้านหุบปากไม่รู้อะไรไม่ต้องพูดก็ได้ สารวัตรสมัย จ่าโทนและจ่าสังข์เดินเข้ามาทักทายอย่างอารมณ์ดี เสือใบกำลังหัวเสียอยู่ ตวาดแว้ดว่าต้องการอะไรก็ให้รีบบอกมา สารวัตรสมัยขอร้องให้ใจเย็นๆ เราใกล้ทองเขาไปทุกทีแล้ว เสือใบกับจ่าสังข์เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่ก่อนแล้ว ปะทะคารมกันไปมาหวิดจะมีเรื่องกัน จ่าโทนรีบมาขวางไว้ ถึงได้แยกย้ายกันไปได้ จ่าสังข์กระซิบกับสารวัตรสมัย

“ผมว่าไม่น่าเอามันไว้นะสารวัตร”

สารวัตรสมัยเห็นดีด้วยแต่ต้องให้งานลุล่วงไปก่อน ทุกคนไม่รู้เลยว่าพุดแอบจับตาดูอยู่

ooooooo

ทรงศักดิ์มาพบกับนักบุญที่ไนต์คลับของมาดามหว่าหวาพร้อมด้วยเทียนหอมและนนท์เพื่อจะจ้างให้ไปคุ้มกันระหว่างเดินทางเข้าป่า เทียนหอมอยากให้ตนคุยกับกิตากาว่าเรื่องนี้ด้วย นักบุญมองเธอสีหน้าไม่พอใจ

“ผมว่ามันคงไม่มีประโยชน์มั้งครับ คุณนนท์คู่หมั้นคุณก็น่าจะช่วยได้”

“มันคนละเรื่องกัน นายลืมคำพูดของนายแล้วหรือ ตอนที่นายให้เพนดูลั่มฉัน”

นักบุญไม่ลืมภารกิจนี้ทำเพื่อชาติแน่นอน นนท์ช่วยขอร้องอีกแรงหนึ่ง ถ้าเขาไม่ไปด้วยพวกเราอาจจะไม่ปลอดภัย นักบุญนิ่งคิดไปอึดใจ ก่อนจะต่อรอง ถ้าจะให้เขารับงานนี้ต้องเอามาดามหว่าหวาไปด้วย คนถูกเอ่ยถึงเดินผมขาวโพลนเข้ามา ทุกคนตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น นักบุญอธิบายว่าเธอช่วยดูดพิษออกจากร่างกายเขาก็เลยต้องมีสภาพแบบนี้ เทียนหอมไม่ค่อยจะพอใจนัก แต่ข่มเอาไว้ มาดามหว่าหวารีบออกตัว

“อีกอย่างนักบุญต้องมีคนดูแล พิษในร่างกายเขายังออกไม่หมด”

ทั้งทรงศักดิ์และเทียนหอมต่างเห็นตรงกันว่า ถ้าจะมีคนเพิ่มอีกสักคนหนึ่ง กิตากาว่าคงไม่ว่าอะไร...

ทางฝ่ายพุดเดินลัดเลาะเข้าไปในตรอกเล็กๆกระทั่งถึงบ้านซอมซ่อหลังหนึ่ง ทับนั่งรอท่าอยู่ถามว่าได้เรื่องไหม เขารู้ที่อยู่ของพวกเสือใบแล้ว เสือครุยเดินออกมาจากมุมมืดของบ้านในสภาพยังบาดเจ็บอยู่ โดยที่ตาข้างหนึ่งบอดสนิทเนื่องจากถูกไม้ทิ่มตอนตกเหว บอกเสียงกร้าวว่าคืนนี้เราจะไปเยี่ยมเสือใบกัน...

ด้านฟู่เฉินมั่นใจว่าเหมยฮัวยังไม่ตาย จ้างวานเรือประมงแถวนั้นออกตามหา ไต้ก๋งขับเรือวนหารอบบริเวณที่เธอตกเรือวันก่อนก็ไม่เจออะไร ฟู่เฉินไม่ละความพยายามขอให้เขาลองวนดูอีกรอบหนึ่ง

“แถวนี้มีเรือผ่านตลอดเวลา ถ้ามีคนลอยคออยู่เขาก็จะช่วยเหลือไม่ต้องห่วงหรอก”

“จริงด้วย...ลองวิทยุถามเรือแถวนี้ดีไหม”

ไต้ก๋งรีบหยิบวิทยุขึ้นมาสอบถามเพื่อนๆชาวประมงด้วยกัน ปรากฏว่ามีคนช่วยชายหญิงคู่หนึ่งขึ้นมาจากทะเล ตอนนี้อยู่ที่สถานีอนามัย ฟู่เฉินดีใจมาก...

เบญจวรรณกลัวกริชจะเปลี่ยนใจไม่ฆ่าโมรี ตามมาถึงที่พักโน้มน้าวให้เห็นว่าหากนังนั่นตายไปสักคน พวกเราก็จะสบาย กริชคิดคล้อยตาม รับปากจะจัดการโมรีคืนนี้เลย...

นนท์เห็นเทียนหอมนั่งใจลอยอยู่ตรงระเบียงบ้านพักริมทะเล เดินมานั่งข้างๆ พูดขึ้นลอยๆว่าชอบนักบุญใช่ไหม เทียนหอมร้อนตัว รีบปฏิเสธว่าเปล่า นนท์เห็นแววตาที่เธอมองนักบุญแล้ว มั่นใจว่าเธอชอบเขา เทียนหอมบอกให้นนท์เอาเวลาไปเตรียมตัวออกเดินทางดีกว่าจะมาคิดเรื่องแบบนี้ และย้ำว่าเราสองคนเป็นคู่หมั้นกัน แล้วคว้ามือนนท์มากุมไว้ นนท์ใจชื้นขึ้นมาทันที

“ผมรักคุณนะ เราจะแต่งงานกันเร็วที่สุด”

เทียนหอมพยักหน้า แต่ในใจสับสนกับความรู้สึกที่มีต่อนักบุญ

ooooooo

ที่สถานีอนามัย พยาบาลเห็นเฉ่าฟื้นคืนสติรีบเข้ามาดูแลพร้อมกับวัดความดันเลือดและอาการเต้นของหัวใจ เขาเหลือบมองเหมยฮัวที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่ที่เตียงใกล้ๆ ถามพยาบาลว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง

“อ๋อ ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ฉันให้ยานอนหลับไว้ตั้งแต่มา เดี๋ยวคงรู้สึกตัวน่ะค่ะ”

พยาบาลตรวจอาการเสร็จ เฉ่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำ คล้อยหลังเท่านั้น ฟู่เฉินเดินเข้ามาหาเหมยฮัวที่เตียงผู้ป่วย เธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเห็นหน้าเขาถามว่าเฉ่าไปไหน เขาต่อว่าว่ายังไม่เลิกคิดถึงมันอีก เธอเกือบตายเพราะมัน ทำแบบนี้ทำให้อาจารย์เสียใจมาก เหมยฮัวยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร ฟู่เฉินชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว จำไว้นะว่าไม่มีใครรักเหมยฮัวเท่ากับพี่และอาจารย์หรอก” ฟู่เฉินกุมมือเหมยฮัวไว้

เฉ่ากลับจากห้องน้ำเห็นภาพบาดตาก็เสียใจมาก เดินหลบออกไป...

นักบุญนั่งดื่มเหล้าอยู่กับมาดามหว่าหวาไปพลางถามถึงข่าวของเฉ่าไปด้วยว่ามีอะไรคืบหน้าบ้าง เธอเพิ่งรู้เมื่อครู่นี้ว่ากิตากาว่าขังเขาไว้ที่ท่าเรือ นักบุญตัดสินใจจะไปคุยกับกิตากาว่าต่อรองให้ปล่อยเฉ่า ทันใดนั้นเฉ่าเดินเข้ามาบอกว่าคงไม่ต้องทำอย่างนั้นแล้ว นักบุญดีใจที่เพื่อนปลอดภัย แต่อดถามไม่ได้ว่ามาได้อย่างไร เขาขอติดไว้ก่อน วันหลังจะเล่าให้ฟัง แล้วถือวิสาสะรินเหล้าดื่ม

“เป็นอะไร ท่าทางเหมือนคนอกหัก” มาดามหว่าหวากระเซ้า เฉ่าถูกแทงใจดำถึงกับสำลักเหล้าพรวด...

เบญจวรรณเก็บข้าวของเตรียมไว้หากกริชจัดการโมรีได้เมื่อไหร่จะได้หนีได้ทันท่วงที แล้วหยิบกล่องใส่เครื่องประดับมาเปิดดูมีสร้อย กำไล แหวนและจี้เพชรอันใหญ่อยู่ในนั้น

“นี่มันของแม่แกทั้งนั้นนังโมรี ฉันอยากใส่มานานแล้ว” พูดจบเบญจวรรณเอาจี้มาคล้องกับสร้อยแล้วสวมคอไว้ จากนั้นเก็บของต่อไปอย่างมีความสุข...

แผนการที่วางไว้ดำเนินไปอย่างราบรื่น โมรีกินอาหารกับกริชเสร็จก็ขอกาแฟดื่ม คนรับใช้จะไปชงให้แต่เขาอาสาจัดการเอง แล้วแอบเอายาพิษใส่แก้วกาแฟให้โมรีดื่ม ไม่กี่อึดใจยาออกฤทธิ์ เธอรุมร้อนไปทั้งตัว กริชสั่งให้คนรับใช้มาดูเธอไว้ ตนจะไปโทรศัพท์ตามหมอ ยังไม่ทันหมุนเบอร์ คนรับใช้ตะโกนเสียงลั่น

“ไม่ต้องแล้วค่ะ...คุณโมรีสิ้นใจแล้วค่ะ ฉันว่าแจ้งตำรวจดีกว่า”

กริชห้ามแจ้งตำรวจเด็ดขาด เบญจวรรณที่แอบมองอยู่พอใจที่แผนสำเร็จ เดินเลี่ยงออกมา กริชยัดเงินให้คนรับใช้ สั่งให้กลับบ้านเกิดไป คนรับใช้มองเขางงๆ

“อยากอยู่ให้ตำรวจสอบสวนหรือไงโมรีตายเพราะอะไรก็ไม่รู้ เขาอาจจะสงสัยแกก็ได้”

คนรับใช้พยักหน้ารับคำ คว้าเงินจากมือกริชแล้วเผ่นแน่บ

ooooooo

เฉ่านั่งดื่มเหล้าไปพลางปรับทุกข์เรื่องเหมยฮัวกับฟู่เฉินให้นักบุญฟังไปด้วย พร้อมกับบอกว่าทั้งคู่เหมาะสมกัน อีกทั้งพ่อของเธอก็หมายมั่นจะให้เธอแต่งงานกับฟู่เฉิน

“แกก็รู้ว่าเหมยฮัวรักแก ไม่รักไอ้หมอนั่น ขนาดเสี่ยงตายช่วยแกตั้งหลายครั้ง”

“ฉันแค่พระรอง ภาพที่ฉันเห็นมันชัดว่ะ ยังไงรักแท้ก็แพ้ใกล้ชิด เหมือนแกไง”

นักบุญบ่นอุบ ทำไมถึงต้องวกมาหาตนด้วย เฉ่าย้อนถามหรือที่เขาพูดมาไม่จริง นนท์ทั้งหล่อรวยมีฐานะทางสังคม แถมยังเป็นคู่หมั้นกับเทียนหอมอีก ต่อให้เธอรักนักบุญแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องแต่งกับนนท์อยู่ดีแล้วชวนเพื่อนทิ้งเรื่องทองบ้าๆให้พวกนี้จัดการกันเอง เรากลับไปตามทางของเราดีกว่า ป่านนี้จ่าคาร์เตอร์เคลียร์คดีให้เราเรียบร้อยแล้ว นักบุญทำไม่ได้เพราะรอบข้างเทียนหอมไม่มีใครไว้ใจได้สักคน

“ถามจริงๆเถอะ ทำไมแกถึงให้เพนดูลั่ม คุณเทียนหอมไป คงไม่ใช่เพราะแกตั้งใจแบบนั้นจริงๆ”

“ฉันแค่อยากได้คนช่วย ลำพังเราสองคนคงไปไม่ถึงทองแน่” ว่าแล้วนักบุญมองเลยไปด้านหลังเฉ่าเห็นเบญจวรรณหอบกระเป๋าเสื้อผ้าเดินผ่านไปไกลๆ สะกิดให้เพื่อนรักดู...

เบญจวรรณเร่งฝีเท้ามาตามทางเดินใกล้ท่าเรือ เห็นด้านหลังของชายคนหนึ่งในมุมมืดคิดว่าเป็นกริชร้องทักทำไมมาเร็วนัก ครั้นชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ เธอถึงกับผงะที่กลายเป็นเสือผาด

“กำลังจะหอบผ้าตามใครไปไม่ทราบ”

“ปะ...เปล่า ฉันกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ” เบญจวรรณพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด

เสือผาดไม่วายยียวนจะไปทำไมหรือหนีความผิด เธอปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องหนี แล้วสั่งให้เขาหลีกทาง เสือผาดยอมเปิดทางให้ เบญจวรรณเดินได้ไม่กี่ก้าวก็มีแส้ตวัดมารัดคอจากด้านหลัง พอหันไปมองต้องตกใจที่เห็นโมรียืนจ้องสีหน้าเอาเรื่อง ละล่ำละลักว่าตนเห็นเธอตายไปต่อหน้าแล้วทำไมถึงเป็นอย่างนี้

“คนปัญญาทึบอย่างแกกับอากริชน่ะหรือจะมีปัญญาฆ่าฉัน ตั้งแต่พ่อฉันตาย ฉันไม่เคยไว้ใจแกเลย”

เบญจวรรณร้องขอชีวิตจากโมรีแต่กลับได้มีดแทง เข้าเต็มท้องเป็นการตอบแทนถึงกับทรุดลงจมกองเลือด โมรีคิดว่าเธอตายแล้วชวนเสือผาดกลับ เขาไม่วางใจจะยิงซ้ำ แต่มีกระสุนปืนพุ่งเฉียดไปกระทบตู้สินค้าใกล้ๆ เขาถึงกับชะงัก หันมองตามทิศทางกระสุนเห็นเฉ่ากับนักบุญยืนจังก้าอยู่

“นึกว่าใคร มีธุระอะไรกับฉันหรือ”

“พอดีมีคนว่าจ้างให้ฉันกระชากหน้ากากแกออกมาดูว่ะ” นักบุญยียวน

“คงต้องใช้ฝีมือหน่อยนะ” พูดจบเสือผาดชักดาบยาวตรงเข้าหานักบุญ ขณะที่โมรีเปิดฉากต่อสู้กับเฉ่า

ทั้งสองคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งโมรีเสียทีให้เฉ่า จึงชักมีดสั้นจะแทง แต่เขาแย่งได้แล้วขว้างมีดปักไหล่เธอถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เสือผาดพุ่งเข้ามาช่วยซัดเฉ่ากระเด็นแล้วประคองเธอไว้ เห็นเลือดสดๆไหลนองจัดแจงจะพาหนี นักบุญไม่ยอมให้ไปตรงเข้าต่อสู้กับเสือผาดอีก

แต่เสือมิ่งกับเสือเพลิงตามมาสมทบและช่วยกัน พาโมรีหนี นักบุญจะตามแต่เฉ่ารั้งไว้เพราะตัวเองก็ถูกแทงที่สีข้างเลือดไหลอาบเช่นกัน พลันมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น ทั้งคู่หันขวับไปมองถึงได้รู้ว่าเบญจวรรณยังไม่ตาย...

ในเวลาต่อมา โมรีถูกพามารักษาตัวที่ชุมเสือผาด แม้จะเสียเลือดมากแต่อาการไม่ได้หนักหนาอะไร เธอเจ็บใจที่เบญจวรรณเลี้ยงไม่เชื่องโชคดีที่พ่อของเธอไม่ได้ให้สมบัติอะไรนังนั่นสักชิ้น

“เธอแน่ใจหรือ แล้วล็อกเกตของแม่เธอที่เธอบอกว่ามันหายไปตั้งนานแล้วล่ะ”

โมรีมั่นใจว่าไม่ได้อยู่ที่เบญจวรรณ ส่วนเรื่องกริชคงต้องวานเสือผาดช่วยตามตัวให้ เขาหันไปสั่งการให้เสือมิ่งกับเสือเพลิงไปจัดการ ครั้นได้อยู่กันตามลำพังเสือผาดถอดหน้ากากออกแล้วดึงโมรีมาจูบ ทั้งคู่ต่างบอกรักซึ่งกัน และกัน ก่อนจะจูบกันอย่างดูดดื่ม

ooooooo

นักบุญกับเฉ่าพาเบญจวรรณที่หมดสติมาให้มาดามหว่าหวารักษา อาการของเธอหนักเอาการเพราะเสียเลือดไปมาก มาดามหว่าหวาใช้สมุนไพรห้ามเลือดแล้วปล่อยให้นอนพัก ส่วนบาดแผลของเฉ่าไม่หนักหนาอะไรใส่ยาทำแผลก็เรียบร้อย ทั้งนักบุญและเฉ่าแปลกใจโมรีจะฆ่าเบญจวรรณทำไม มาดามหว่าหวาเฉลยว่า

“ก็เบญจวรรณคิดจะฆ่าเขาก่อนนะสิ เบญจวรรณมาปรึกษาฉันเพื่อขอยาพิษ ฉันเลยให้ไป”

นักบุญออกปากถ้าเป็นอย่างนั้นมาดามหว่าหวาร้ายกว่าเบญจวรรณหลายเท่า เธออ้างว่าแค่อยากจะกำจัดศัตรู โมรีเป็นเมียลับๆของเสือผาดและเป็นคนเดียวที่เห็นหน้าเขา หากโมรีตายเธอก็จะเสียบเป็นคู่ขาเขาแทน เธอทำได้ทุกอย่างขอเพียงได้เห็นหน้าเสือร้ายตัวนั้น เฉ่าอยากรู้ว่าจะทำอย่างไรกับเบญจวรรณ นักบุญอยากให้เธอซ่อนตัวอยู่ที่นี่ก่อน มาดามหว่าหวาไม่ขัดข้องแต่อย่านานเกินไป หากเสือผาดหรือโมรีรู้ ตนเละแน่

“ผมจะหาทางให้เบญจวรรณหนีไปที่อื่นให้เร็วที่สุด” นักบุญรับปาก เฉ่ามองเบญจวรรณที่ยังนอนหมดสติแล้วส่ายหน้า ไม่อยากเชื่อว่าคนที่นี่จะโหดขนาดนี้ อะไรนิดอะไรหน่อยก็ฆ่ากันแล้ว มาดามหว่าหวาอธิบายว่าเรื่องราวมันซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจ จริงๆแล้วเบญจวรรณเคยเป็นเมียคุณจักร พ่อของโมรี...

กว่าเบญจวรรณจะรู้สึกตัวตื่นท้องฟ้าก็มืดแล้ว เธอรู้สึกกระหายน้ำ ร้องขอน้ำดื่ม นักบุญกับเฉ่าที่เฝ้าไข้อยู่รีบประคองให้นั่งพิงพนักเตียงแล้วหยิบน้ำมาให้ นักบุญบอกให้เฉ่าไปตามมาดามหว่าหวา เบญจวรรณมองไปรอบๆ ห้องก่อนจะถามนักบุญว่าที่นี่ที่ไหน พอรู้ว่าเป็นไนต์คลับของมาดามหว่าหวาถึงกับถอนใจโล่งอก

ด้านเฉ่าวิ่งมาบอกมาดามหว่าหวาที่นั่งคิดเงินอยู่ที่เคาน์เตอร์ในไนต์คลับว่าเบญจวรรณรู้สึกตัวแล้ว เธอรีบขึ้นไปข้างบนทันที เฉ่าจะตามแต่เหลือบเห็นเทียนหอมเข้ามากับนนท์และหนูนาตัดสินใจไม่เข้าไปทักวิ่งตามมาดามหว่าหวาขึ้นไปดูอาการของเบญจวรรณ

ooooooo

มาดามหว่าหวาเห็นคนป่วยอาการดีขึ้น ซักเป็นการใหญ่ทำไมถึงผิดพลาดได้ขนาดนั้น

“ไม่รู้สิ ฉันเห็นมันดื่มแล้วล้มกับตา” เบญจวรรณยืนยัน

เฉ่าตั้งข้อสังเกต อาจจะเป็นการเล่นละครตบตาก็ได้ นอกจากเบญจวรรณแล้วมีใครอีกที่รู้แผนการนี้ เธอตอบอย่างมั่นใจว่ามีแค่กริชคนเดียว แล้วนึกขึ้นได้หันมองมาดามหว่าหวา คนถูกมองรีบออกตัวว่าไม่ใช่ตนแน่นอน เบญจวรรณยิ่งงงหนักเพราะกริชคงไม่หักหลังเธอ

“เรื่องนั้นคงไม่สำคัญเท่ากับเหตุผลที่เธอต้องฆ่าโมรีมั้ง เธอคิดจะฆ่าโมรีทำไม”

เบญจวรรณไม่ต้องการจะเป็นเบี้ยล่างของโมรีอีกต่อไป ตนยอมเป็นเมียคุณจักรพ่อของโมรีตั้งแต่แม่ของมันตายใหม่ๆ เขาหลงตนมากทำให้โมรีแค้นที่พ่อตัวเองรักคนอื่นมากกว่าลูกในไส้ ความจริงทุกอย่างกำลังไปได้ดีแต่อยู่ๆคุณจักรก็มาตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ตอนนั้นตนไม่ได้อยู่ด้วยไปเก็บเงินค่าแร่ที่พังงา

“ฉันเลยไม่ได้สมบัติอะไรมาสักอย่างนอกจากเครื่องประดับของแม่นังโมรีที่ฉันจิ๊กมาได้สามสี่ชิ้น”

มาดามหว่าหวาดักคอรวมทั้งโฉนดที่ดินพร้อมลายเซ็นมอบอำนาจให้กริชขายเหมืองอีกด้วย เบญจวรรณทึ่งที่มาดามหว่าหวารู้ไปหมด เธอออกตัวเรื่องแค่นี้ใครๆ

ก็คิดออกเพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่เบญจวรรณจะได้สมบัติ นักบุญอยากรู้ว่าเบญจวรรณจะทำอย่างไรต่อไป เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน มาดามหว่าหวา เฉ่าและนักบุญตกลงใจกันแล้วว่าจะให้เธออยู่ที่นี่สักพัก จนกว่าจะหายดีแล้วจะพาไปอยู่ที่อื่น

เบญจวรรณยังไม่อยากคิดเรื่องอื่น ตอนนี้เป็นห่วงก็แค่กริช ไม่รู้ป่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง เฉ่ามัวแต่สนใจเรื่องของเบญจวรรณ เพิ่งนึกถึงเทียนหอมขึ้นมาได้รีบกระซิบบอกนักบุญให้รับรู้...

ที่โต๊ะของเทียนหอมมีแก้วเครื่องดื่มเปล่าๆเป็นสิบแก้ววางอยู่ หนูนาเต้นรำเสร็จเดินเข้ามาเห็นก็ตกใจ โวยวายว่าออกไปเต้นครู่เดียวทำไมเทียนหอมดื่มไปเยอะขนาดนี้ ไม่เมาแย่หรือ เธอเพิ่งดื่มไปสองแก้วเท่านั้นที่เหลือเป็นฝีมือนนท์ล้วนๆ หนูนาปรายตามองไปที่นนท์ซึ่งนั่งหน้าแดงก่ำออกอาการเมาอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่วายชวนเทียนหอมไปเต้นรำ

“ไม่ล่ะ ดูท่าแล้วนนท์คงยืนไม่ติดพื้นแน่ ขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ” เทียนหอมลุกออกไป นักบุญที่แอบมองเธอมาพักหนึ่งแล้ว รีบไปดักอีกทางหนึ่ง...

จังหวะที่เทียนหอมเดินผ่านห้องเก็บของเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ นักบุญซึ่งรอท่าอยู่ดึงเธอเข้าไปในห้องเธอต่อว่าว่าทำอย่างนี้ทำไม เขาแค่อยากดูหน้าคนหลายใจให้ชัดๆ เธอโวยกลับใครกันแน่หลายใจ นึกว่าจะหาได้ดีกว่านี้ ที่แท้ก็แค่มาม่าซัง นักบุญโต้ไม่ยอมแพ้ ก็ยังดีกว่าไอ้หน้าจืดปรุงเท่าไหร่ก็ไม่จี๊ดจ๊าด

สองคนปะทะคารมกัน นักบุญเถียงสู้ไม่ได้ดึง

เทียนหอมเข้ามาจูบ แต่เธอรู้ทันเอามือกันไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งฟาดหน้าเขา นักบุญรู้ทันเช่นกันเบี่ยงตัวหลบแล้วคว้ามือเธอไว้ ก่อนจะใช้กำลังจูบเธอจนได้ เทียนหอมสะบัดมือออกแล้วตบหน้าเขาฉาดใหญ่ฐานฉวยโอกาส เขาดึงเธอมาจูบอีก ทันใดนั้นนนท์เข้ามากระชากไหล่นักบุญให้หันมาแล้วอัดกำปั้นใส่ เขาหลบทันทำให้นนท์ต่อยวืดเซถลาล้มใส่ข้างฝา เทียนหอมรีบเข้าไปประคอง

“มันต่อยผม คุณเห็นไหมเทียนหอม มันต่อยผมกลิ้งมานี่เลย” นนท์ฟ้องเป็นเด็กๆ

“นายนักบุญไม่ได้ต่อยคุณนนท์นะคะ หนูนาเห็นคุณนนท์ต่อยนายนักบุญไม่โดนแล้วสะดุดขาตัวเองล้ม”

นักบุญรำคาญบอกให้เทียนหอมพาลูกแหง่กลับบ้านไปกินนมนอนก่อนที่เขาจะมีอารมณ์หื่นขึ้นมาอีก เธอกลัวเขาทำอย่างที่ขู่ รีบเดินหนี นนท์ลุกตามไม่ไหว หนูนาเลยต้องอุ้มเข้าเอวพาออกไป

ooooooo

เสือเพลิง เสือมิ่งและสมุนค้นหาจนทั่วทั้งจังหวัดระนองแล้ว ไม่เจอแม้แต่เงาของกริช เสือมิ่งทักท้วงยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่เรายังไม่ได้ไป เสือเพลิงนึกได้ทันที ที่นั่นก็คือบ้านพักของกิตากาว่านั่นเอง...

เสือใบรู้ก่อนแล้วว่าเสือครุยจะมาเพราะจ่าโทนสังเกตเห็นคนสะกดรอยตาม จึงแกล้งทำเป็นเข้านอน แล้วปิดไฟ เสือครุยหลงกลสั่งให้ทับกับพุดรออยู่ข้างนอก ตนจะเข้าไปเพียงลำพัง ครั้นลอบเข้าไปในห้องพักของเสือใบ เห็นเขานอนห่มผ้าอยู่บนเตียง คว้าปืนขึ้นมากระชับในมือ แล้วกระชากผ้าห่มออก ต้องแปลกใจที่เห็นหมอนข้างวางอยู่ พลันมีเสียงง้างนกปืนดังขึ้น พร้อมกับไฟในห้องสว่างพรึบเห็นเสือใบเล็งปืนใส่

“สวัสดีเสือครุย มาเยี่ยมฉันหรือ...วางปืน” ว่าแล้วเสือใบเข้ามายึดปืนไป

“แกนี่มันแน่กว่าที่ฉันคิด แกรู้ได้ยังไง”

เสือใบพยักพเยิดให้หันไปดูด้านหลัง เสือครุยทำตามเจอจ่าโทนนั่งยิ้มอยู่บนขอบหน้าต่าง จ่าโทนสงสัยว่ามีคนตามแต่ไม่คิดว่าจะเป็นเสือครุย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถูกจับได้เสียก่อนหรือเปล่า เสือครุยจึงอ้างว่ามาดี เสือใบกับจ่าโทนมองหน้ากันไม่รู้จะเชื่อได้หรือเปล่า...

เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่เสือผาดกับโมรีเป็นต้นเหตุทำให้เสือครุยต้องตกเหวแล้ว เสือใบสรุปว่าเสือผาดร้ายกาจสมคำร่ำลือ จ่าโทนกลับเห็นไปอีกทางหนึ่ง คนที่ร้ายตัวจริงน่าจะเป็นโมรีมากกว่าเพราะกุมหัวใจเสือผาดไว้ได้ เสือใบตกลงใจจะรับเสือครุยเข้าเป็นพวก แต่เขาต้องพิสูจน์ให้เห็นก่อนว่าจะหักกับเสือผาดจริง ในเมื่อเสือครุยเคยเข้านอกออกในชุมเสือผาดก็ต้องรู้ความเคลื่อนไหวของที่นั่น จ่าโทนสงสัยเสือใบคิดจะทำอะไรกันแน่

“ปล้นเสือผาด...ของที่เสือผาดซ่อนไว้พวกแกเอาไป ส่วนฉันขอแค่ชีวิตเสือผาดพอ”

“เอาอย่างนั้นเลยหรือ นายแค้นอะไรมันหนักหนา”

เสือใบยังไม่ทันจะเล่าอะไรให้จ่าโทนฟัง เสือเข้ม เสือก้านและพวกคุมตัวทับกับพุดเข้ามา แจ้งว่าเห็นทั้งคู่ยืนลับๆล่อๆอยู่ข้างนอก เสือใบไม่ได้คิดจะเอาความอะไรในเมื่อทุกคนเป็นพวกเดียวกันหมดแล้ว...

ขณะที่เสือใบได้แนวร่วมกำจัดเสือผาดเพิ่มอีกกลุ่มหนึ่ง ฟู่เฉินลอบมาหากิตากาว่าเพื่อขอโทษแทน เหมยฮัวและรับปากจะจัดการเฉ่าให้ กิตากาว่ามองออกว่าเขาเห็นเฉ่าเป็นศัตรูหัวใจ ก็เลยอยากจะซื้อใจเขา เสนอตัวจะเป็นเถ้าแก่สู่ขอเหมยฮัวตามประเพณีให้ ฟู่เฉินตื่นเต้นตาโต

“จริงหรือครับ แต่เกรงว่าอาจารย์อาจจะฟังน้องเหมยฮัวตัดสินใจซึ่งนั่นก็หมายถึงน้องอาจจะไม่เลือกผม”

“ถ้าคุณตั้งใจช่วยงานผมเป็นพิเศษ เรื่องนั้นก็ไม่มีปัญหา” กิตากาว่ายิ้มใจดีแต่เป็นรอยยิ้มอาบยาพิษ

ooooooo

ตั้งแต่กลับจากสถานีอนามัย เหมยฮัวเอาแต่นั่งใจลอย จินฟงเป็นห่วงลูกเข้ามาถามว่าคิดถึงเฉ่าหรือ เธอแค่หงุดหงิดใจที่เขาจากไปโดยไม่ลาสักคำ จินฟงอยากรู้ว่าเธอคิดอย่างไรกับฟู่เฉิน เหมยฮัวไม่เคยคิดอะไรกับเขาเกินคำว่าพี่ชาย

“ก็ได้ พ่อจะตามใจลูกและจะไม่บังคับลูก แต่ขอร้องว่าอย่าทำแบบนี้อีกได้ไหม”

เหมยฮัวรับปากสีหน้าสบายใจขึ้น พลอยทำให้จินฟงเบาใจไปด้วย...

ในที่สุดเสือใบก็ยอมเปิดปากเล่าสาเหตุที่คิดแค้นเสือผาดให้จ่าโทนฟังว่า เมื่อ 20 ปีก่อน เสือผาดฆ่าพ่อของเขาซึ่งเป็นนายอำเภอตอนแวะมาหาท่านที่บ้าน ตอนนั้นเสือใบอายุแค่ 10 ปี อยากรู้อยากเห็นว่าพ่อคุยอะไรก็เลยแอบดูตรงรอยแตกของฝาบ้าน เห็นเสือผาดยิงพ่อสามนัดซ้อน เขาตกใจร้องเรียกพ่อลั่น

เสือผาดหันมองตามเสียงทำให้เสือใบเห็นหน้าเขาเต็มสองตา เสือผาดกลัวความลับจะถูกเปิดเผย ไล่ฆ่าคนในบ้านรวมทั้งแม่ของเสือใบเพื่อปิดปาก เสือใบกลัวมากวิ่งหนีไม่คิดชีวิตโดยมีเสือผาดไล่ตาม เด็กน้อยชำนาญพื้นที่มากกว่าจึงหนีรอดเงื้อมมือเสือร้ายไปได้ เขารอจนแน่ใจว่าพวกเสือผาดไปกันหมดแล้วจึงย้อนกลับมาที่บ้านพบว่าทุกคนตายหมดแล้ว

“ผมเลยหยิบเอาข้าวของจำเป็นและปืนออกไปตั้งหลัก” เสือใบขบกรามแน่น...

ชีวิตที่ต้องกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็กของเสือใบ ทำให้จ่าโทนสงสารและเห็นใจมาก เสือใบยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่านับจากวันที่พ่อแม่ถูกฆ่า เขาต้องระเหเร่ร่อนรวบรวมสมัครพรรคพวกจนตั้งตัวเป็นเสือตอนอายุ 20 ปี ปล้นชาวบ้านกินรอวันล้างแค้น จ่าโทนตั้งข้อสังเกตนี่แสดงว่ามีเขาคนเดียวเท่านั้นที่เคยเห็นหน้าเสือผาด

“ใช่ ผมเห็นใบหน้าของมันชัดเจน ตายก็ไม่มีวันลืม”

จ่าโทนสงสัย ทำไมเสือใบถึงไม่ไปแจ้งรูปพรรณสัณฐานของเสือผาดให้ตำรวจรู้ เขารู้ดีว่าแจ้งไปก็ไม่มีใครเชื่อเด็ก 10 ขวบอย่างเขา และอีกอย่างเสือผาดซื้อตัวไว้หมดแล้วทั้งตำรวจทั้งข้าราชการฝ่ายปกครอง

“แล้วเสือผาดมันไม่ตามล่านายหรือ” จ่าโทนซักไม่เลิก

“ตามสิ ผมหนีหัวซุกหัวซุนจนรวบรวมลูกน้องได้ตั้งตัวเป็นเสือ เสือผาดจึงหายไปซึ่งมันก็น่าแปลก”

“ฉันอยู่ที่นี่มายี่สิบปีตั้งแต่จบนักเรียนพลตำรวจใหม่ๆก็ได้ยินชื่อเสือผาดแล้ว ตอนนี้มันคงจะแก่น่าดู... แล้วนี่นายจะปล้นเสือผาดเมื่อไหร่”

เสือใบจะบุกชุมเสือผาดทันทีที่มีโอกาส และจะต้องทำให้เร็วที่สุด...

ด้านเทียนหอมกลับถึงห้องตัวเองด้วยอาการทั้งโมโหทั้งหงุดหงิด ครั้นเอามือแตะปากตัวเองที่ถูกนักบุญจูบกลับรู้สึกใจหวิวๆอย่างบอกไม่ถูก หนูนานำเครื่องดื่มร้อนๆ เข้ามาให้ เธอถามว่านนท์เป็นอย่างไรบ้าง หนูนายังไม่ทันจะตอบ มีเสียงเขาอาเจียนดังเข้ามา เธอฝากหนูนาช่วยดูแลเขาด้วย แล้วรอจนสาวใช้คนสนิทออกจากห้อง ก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง พึมพำอย่างแค้นๆ

“ป่านนี้คงกำลังเสพสุขกันสิท่า อย่าหวังเลยว่าจะมีความสุข เชอะ ฉันไม่ยอมหรอก”...

เทียนหอมคิดมากเรื่องนักบุญกับมาดามหว่าหวาจนเก็บเอาไปฝันว่าเปิดประตูห้องเข้าไปเห็นสองคนนั่นกำลังจะมีอะไรกัน เธอด่าลั่นว่าหน้าด้านไม่รู้จักอายฟ้าอายดินกันบ้าง นักบุญไม่อายเพราะเราสองคนรักกัน แล้วพากันหัวเราะลั่น เทียนหอมแค้นมากตะโกนแข่งกับเสียงหัวเราะ

“ไม่...ไม่จริง...ไม่จริง” เสียงโวยวายของเธอทำให้ทรงศักดิ์ตกใจเปิดประตูห้องเข้ามาเขย่าตัวถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอสะดุ้งตื่นลุกพรวดขึ้นนั่ง มองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป พึมพำด้วยความเจ็บใจที่นักบุญกับ มาดามหว่าหวาตามมาหลอกหลอนถึงในฝัน ทรงศักดิ์ได้ยินเสียงลูกพึมพำถามว่าบ่นอะไร

“เปล่าค่ะ ลูกแค่ฝันไป เอ่อ...คุณพ่อมีอะไรหรือเปล่าคะ”

ทรงศักดิ์จะมาแจ้งว่าการเดินทางคงต้องเลื่อนออกไปอีกสามสี่วันเนื่องจากกำลังจะมีงานมงคล

ooooooo

จินฟงไม่ค่อยจะสบายใจนักที่กิตากาว่ามาสู่ขอเหมยฮัวให้ฟู่เฉิน เนื่องจากเมื่อคืนเขาเพิ่งให้สัญญาว่าจะไม่บังคับลูกให้แต่งงานกับใคร เขายังไม่ทันจะอ้าปากปฏิเสธ กิตากาว่าชิงเร่งให้จัดการแต่งงานให้เรียบร้อยก่อนจะออกเดินทางโดยมีทรงศักดิ์คอยเชียร์อยู่ด้วย จินฟงจำต้องรับปากจะลองพูดกับลูกสาวดู

“ฝากด้วยนะครับ และหวังว่าคงจะมีงานมงคลในวันสองวันนี้” คำพูดขอร้องแกมบังคับของกิตากาว่าทำให้จินฟงอึดอัดใจ...

ที่ชุมเสือผาด ขณะโมรีซึ่งแผลที่ไหล่ทุเลาแล้วนั่งกินอาหารเช้าอยู่กับเสือผาด นึกถึงมาดามหว่าหวาขึ้นมาได้ ถามเขาว่าเธอจะช่วยเราจริงหรือ เขาพยักหน้ารับคำ คนรักตัวกลัวตายอย่างนั้นไม่กล้าหือกับตนแน่นอน โมรีเตือนอย่าประมาทนังอสรพิษนี่เด็ดขาด เสือผาดหัวเราะ ถึงจะร้ายขนาดไหนก็คงสู้โมรีไม่ได้ แล้วถามถึงเรื่องเหมืองจะเอาอย่างไร เธอจะปิดไว้ชั่วคราวแต่เรื่องขายคงไม่ทำ ระหว่างนั้นเสือเพลิงเข้ามารายงาน

“นายกริชไม่ได้อยู่ที่กิตากาว่าครับ ผมให้คนไปสืบดูแล้ว”

โมรีแปลกใจอยู่ๆกริชจะหายไปได้อย่างไร เสือผาดอาสาจะจัดการให้เอง...

ทางฝ่ายเหมยฮัวตกใจมากเมื่อรู้จากจินฟงว่ากิตากาว่ามาสู่ขอเธอให้ฟู่เฉิน จินฟงอึดอัดใจกับเรื่องนี้เพราะเราต้องพึ่งพากิตากาว่า เหมยฮัวงง เราก็อยู่ของเราได้ไม่เห็นต้องพึ่งอะไรเขา

“มันเป็นคำสาบานต่อบรรพบุรุษ” จากนั้นเรื่องราวในอดีตก็พรั่งพรูออกจากปากจินฟง ตอนนั้นเขาไปเยี่ยมจินหมงหรืออาหมงปู่ของเหมยฮัวซึ่งป่วยหนักใกล้ตาย ท่านมอบกล่องไม้ที่ข้างในมีทองคำหนึ่งแท่งให้

จินฟงถึงกับตะลึงถามว่าไปเอามาจากไหน ท่านเล่าให้ฟังว่าสมัยมหาสงครามเอเชียบูรพา ท่านกับกุลีจีนคนหนึ่งลอบเข้าไปขโมยทองคำแท่งที่อยู่บนรถบรรทุกของทหารญี่ปุ่น ทาโร่ทหารคนสนิทของพันตรีโยชิมูระ มาเห็นเข้าตะโกนโหวกเหวกให้ช่วยกันจับ อาหมงรีบคว้าทองเท่าที่มีกำลังจะแบกไปได้แล้วชวนกุลีจีนวิ่งหนี พันตรีโยชิมูระสั่งให้ทาโร่ไปเอาทองคืนและฆ่าหัวขโมยให้สิ้นซาก

อาหมงกับกุลีจีนวิ่งหนีเข้าป่าโดยมีทหารญี่ปุ่นไล่ล่าอย่างไม่ลดละ อาหมงเกรงว่าหากหนีไปด้วยกันจะไม่รอดทั้งคู่ จึงส่งทองคำสองแท่งให้กุลีจีนรับไปใส่ย่ามแล้วแยกกันหนี ทหารญี่ปุ่นจึงต้องแยกกันตามล่า อาหมงหนีการไล่ล่าของทาโร่มาถึงน้ำตกตัดสินใจโดดน้ำหนีร่างจมหายไปกับสายน้ำเชี่ยวกรากเบื้องล่าง...

จินฟงพึมพำที่แท้ทองญี่ปุ่นที่เขาลือกันก็เป็นเรื่องจริง อาหมงซึ่งอ่อนแรงเต็มที สั่งให้เขาไปเอาทองเหล่านั้นมาให้ได้ เขาจะไปเอามาได้อย่างไรในเมื่อไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน

“มันอยู่ที่นั่น ไปเอามันมาให้ได้ สาบาน...สาบานสิว่าจะเอามันมาให้ได้ ถ้าแกไม่อยากเป็นคนเนรคุณ แกต้องสาบานว่าจะไปเอามันมาให้ได้” อาหมงพูดซ้ำๆอยู่อย่างนั้นจนจินฟงต้องรับปาก ทันใดนั้นเกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงเหมือนสวรรค์จะรับรู้ถึงคำสาบาน สิ้นเสียงฟ้าร้องอาหมงก็สิ้นใจ...

เหมยฮัวฟังพ่อเล่าจบพยักหน้าเข้าใจ จินฟงหยิบแผนที่มากางแล้วเล่าเพิ่มเติมว่า ตนพยายามสำรวจป่าแห่งแล้วแห่งเล่าก็ยังไม่พบ กระทั่งมาเจอเบาะแสที่กิตากาว่า ถึงได้ยอมเป็นลูกจ้างให้เขา เพราะเขาเองก็สืบหาทองเหล่านี้เหมือนกัน เหมยฮัวยังยืนยันคำเดิมจะไม่ยอมแต่งงานกับฟู่เฉิน จินฟงยังไม่ทันจะว่าอะไร คนรับใช้เข้ามาแจ้งเหมยฮัวว่าเทียนหอมต้องการพบ การสนทนาของพ่อลูกจึงยุติลงแค่นี้

ooooooo

เทียนหอมชวนเหมยฮัวไปเป็นเพื่อนดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟในตลาด สองสาวดื่มกันไปคุยกันไปถึงเรื่องผู้ชายของตัวเองอย่างออกรส เทียนหอมอิจฉาเหมยฮัวที่เฉ่าไม่เป็นคนเจ้าชู้ ไม่เหมือนนักบุญที่เจ้าชู้ไม่เลือกจนเธอเสื่อมศรัทธาในตัวเขาไปแล้ว เหมยฮัวไม่อยากเชื่อว่านักบุญจะเป็นแบบนั้นท่าทางนิ่งๆจะตาย

“นิ่งอะไรกันเมื่อคืนฉันเห็นมากับตา กับยายหว่าหวามาดามนั่นแหมอี๋อ๋อไม่อายฟ้าดิน”

เหมยฮัวหูผึ่งตั้งใจฟังเต็มที่ แต่ที่ไหนได้สิ่งที่เทียนหอมเล่ามาหาใช่เรื่องจริงไม่ เป็นเพียงแค่เธอฝันเห็น พลันสายตาเทียนหอมมองข้ามไหล่เหมยฮัวไปเห็นเฉ่าที่ฝั่งตรงข้าม

“เอ่อ ฉันขอถอนคำพูด ฉันว่านายเฉ่ากับนายนักบุญมันไม่ต่างกันเท่าไหร่เลย” เทียนหอมพยักพเยิดให้เหมยฮัวหันไปมองด้านหลัง เห็นเฉ่าประคองเบญวรรณเข้าไปในคลินิกโดยที่สองสาวไม่รู้ว่าเบญจวรรณเกิดแผลปริขึ้นมา เขาก็เลยต้องพามาหาหมอ...

ขณะที่เหมยฮัวเข้าใจในตัวเฉ่าผิดๆ กริชโทร.นัดมาดามหว่าหวาออกมาพบ เธอหนีไม่ออกจำต้องรับปาก จังหวะที่วางสายนักบุญเดินผ่านมาพอดี เธอจึงชวนเขาไปเป็นเพื่อน...

ทางด้านเฉ่าประคองเบญจวรรณที่เพิ่งทำแผลเสร็จออกจากคลินิก เจอเหมยฮัวกับเทียนหอมดักรออยู่ โดยไม่ได้ฟังอะไรทั้งนั้น เหมยฮัวด่าเขาว่าไอ้คนหลายใจ เฉ่ารีบปล่อยมือ ทำให้เบญจวรรณล้มลงก้นจ้ำเบ้า พยายามจะอธิบายความจริง แต่เธอไม่ฟัง ตบเขาหน้าหันแล้วผละจากไปกับเทียนหอม...

ไม่นานนัก นักบุญกับมาดามหว่าหวามาพบกริชตามนัด เขาอ้างไม่รู้จะหนีไปไหน เห็นมีคนบอกว่าเบญจวรรณตายแล้ว นักบุญแปลกใจรู้ได้อย่างไรในเมื่อไม่มีใครรู้เรื่องนี้ เขาเห็นกับตาตัวเอง ตอนนั้นเขาแอบอยู่ใกล้ๆจุดเกิดเหตุ เห็นเบญจวรรณถูกโมรีแทงล้มลง แล้วนักบุญกับเฉ่าต่อสู้กับเสือผาดและโมรี

“ผมกลัวเลยวิ่งหนีไป แล้วกบดานอยู่ที่นี่ตลอดเลย”

“ใช่...เบญจวรรณตายแล้ว” นักบุญโกหกหน้าตาเฉย มาดามหว่าหวาก็เลยต้องเออออตาม กริชตีหน้าเศร้า เคยเตือนเบญจวรรณแล้วว่าอย่าคิดฆ่าโมรีก็ไม่เชื่อ เธออยากขายเหมืองก็เลยต้องกำจัดโมรี เขาจำใจต้องทำตามที่เธอต้องการโดยเอายาพิษใส่กาแฟให้โมรีดื่ม นักบุญซักแล้วทำไมโมรีถึงไม่ตาย กริชแกล้งปวดหัว ขอร้องอย่ามาซักไซ้อะไรตอนนี้ มาดามหว่าหวาชิงตัดบท อาสาจะช่วยเขาหนีเอง กริชอยากรู้ว่าเมื่อไหร่

นักบุญชิงตอบคำถามแทน “ทันทีที่เราหาเรือได้ ตอนนี้คุณต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน น่าจะปลอดภัยดี”

กริชพยักหน้ารับคำ ขณะที่นักบุญมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ...

แทนที่จะถามความจริงให้แน่ชัดก่อน เหมยฮัวกลับสรุปเอาเองว่ามองเฉ่าผิดไป ที่แท้ก็เจ้าชู้ไม่เลือกเหมือนนักบุญ จึงตัดสินใจจะแต่งงานกับฟู่เฉินเพื่อประชดรัก...

หลังจากเฉ่ากับเบญจวรรณเล่าเรื่องที่เหมยฮัวเข้าใจผิดคิดว่าเขามีอะไรกับเบญจวรรณ นักบุญก็เล่าให้ทั้งคู่ฟังเรื่องที่ไปเจอกับกริชมาและเขาคิดว่าเบญจวรรณตายแล้วทั้งที่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ และที่สำคัญนักบุญกับมาดามหว่าหวาเชื่อว่าคนที่เตือนโมรีเรื่องยาพิษน่าจะเป็นเขา เบญจวรรณเจ็บใจมากที่โดนกริชหักหลัง อุตส่าห์ทุ่มเทให้เขาทุกอย่างแม้แต่ยอมเป็นชู้ด้วย

“ทำไมเธอถึงยอมมาเป็นเมียนายจักร อย่าบอกนะว่ารักเขา” มาดามหว่าหวาซัก

“ถ้าอยากรู้ฉันจะเล่าให้ฟัง ไอ้ตระกูลนี้มันเลวสิ้นดี” เบญจวรรณเสียงกร้าว

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา
16 ต.ค. 2562
12:15 น.