ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักบุญทรงกลด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

จ่าคาร์เตอร์คุมตัวนักบุญกับเฉ่ามาที่คานเรือเพื่อพบกับเทียนหอมซึ่งถูกคุมตัวอยู่ก่อนแล้ว เธอดีใจที่ได้เจอนักบุญอีกครั้ง จากนั้นจ่าคาร์เตอร์สั่งให้ทหารรับจ้างเอาตัวทั้งสามคนไปขังไว้ในห้องด้านในก่อน ส่วนเขาจะไปติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเอาตัวพวกนี้กลับ จ่าโทนซึ่งแอบมองอยู่พึมพำเบาๆ

“สงสัยต้องหาตัวช่วยแล้ว ใครดีวะ”

ภายในห้องขัง เฉ่าทำท่าไม่พอใจ ต่อว่านักบุญว่าถ้าไม่ต้องมาช่วยเทียนหอมคงไม่ต้องถูกขังแบบนี้

“ฉันรู้ว่าแกรักคุณเทียนหอมก็เลยทุ่มสุดตัว ดูบ้างสิว่าเขารักแกหรือเปล่า ถามเขาไปเลยไม่ใช่ปล่อยให้แกรักข้างเดียวแบบนี้”

นักบุญสั่งให้เฉ่าหยุดพล่ามได้แล้ว แต่เขาไม่ยอมหยุด สองคนแกล้งทะเลาะกันเสียงเอะอะไปหมด

เทียนหอมพยายามห้ามแต่ไม่สำเร็จ เฉ่าด่านักบุญว่าเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน ถ้าที่เขาพูดไม่เป็นความจริงก็ให้บอกมาว่าไม่ได้รักเธอ เทียนหอมลุ้นว่านักบุญจะพูดอย่างไร

ทหารรับจ้างได้ยินเสียงทะเลาะกันก็หลงเชื่อเปิดประตูห้องขังเข้ามาห้าม คนสนิทของจ่าคาร์เตอร์จะเอาพานท้ายปืนทุบนักบุญแต่เขาไวกว่าแย่งปืนไปได้แล้วฟาดคนสนิทหงายเงิบ ขณะที่เฉ่าเล่นงานทหารล้มคว่ำ จากนั้นก็พากันหนี โดยที่นักบุญไม่ลืมหยิบปืนคู่ใจที่อยู่ในถุงทะเลไปด้วย

ลูกน้องคนสนิทได้สติคว้าปืนยิงไล่หลัง เสียงปืนทำให้พวกทหารรับจ้างที่เหลือกรูกันเข้ามาสาดกระสุนใส่ นักบุญรีบดึงเทียนหอมหลบหลังเสา ส่วนเฉ่าพุ่งไปหลบอีกด้านหนึ่งแล้วยิงโต้ตอบ...

ที่โรงพักบนเกาะสอง ขณะทรงศักดิ์ ฟู่เฉินกับเหมยฮัวและหนูนาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เพื่อนตำรวจของฟู่เฉินฟัง มีโทรศัพท์แจ้งว่าเกิดการยิงกันที่คานเรือ สงสัยว่าลูกสาวของทรงศักดิ์น่าจะอยู่ที่นั่นด้วย

“ดี...ช่วยนำกำลังตำรวจทั้งหมดไปช่วยลูกสาวผมเลย” ทรงศักดิ์ร้อนใจมาก...

พวกจ่าคาร์เตอร์ยังคงระดมยิงใส่นักบุญกับเฉ่าและเทียนหอม นักบุญเห็นท่าไม่ดี บอกให้เฉ่าแยกกันหนีแล้วไปเจอกันที่ฝั่งไทย เทียนหอมขอไม่แยกได้ไหม เฉ่ากระเซ้า

“ไม่ต้องกลัวหรอกน่า คนรักคุณเขาไม่ทิ้งคุณหรอก จริงไหมเพื่อน”

นักบุญไม่ตลกด้วย คว้ามือเทียนหอมวิ่งออกไป เฉ่าบ่นอุบจะไปก็ไม่บอกยิงเปิดทางแล้ววิ่งหนีไปอีก

ด้านหนึ่ง คนสนิทของจ่าคาร์เตอร์สั่งให้ทหารรับจ้างแยกกันตาม เป็นจังหวะเดียวกับจ่าคาร์เตอร์กลับมาพอดี คนสนิทรีบรายงานว่านักบุญกับพวกหนีไปแล้ว...

ทางฝ่ายทรงศักดิ์ร้อนใจมาก รออยู่นานไม่เห็นกำลังเสริมมาสักที หันไปถามเพื่อนของฟู่เฉิน ปรากฏว่าไม่มีกำลังเสริมที่ไหน ทั้งเกาะมีแค่เขากับตำรวจอีกสองนาย ทรงศักดิ์ถึงกับเซ็ง

ooooooo

ระหว่างนั่งพักเหนื่อยหลังจากวิ่งหนีมาได้สักพัก เทียนหอมยังคาใจไม่หายถามนักบุญว่าที่เขาทะเลาะกับเฉ่าเรื่องเธอจริงหรือเปล่า เขาปฏิเสธว่าไม่จริง เธอไม่เชื่อหาว่าโกหก คาดคั้นให้บอกความจริง

“เอาเป็นว่าจริงครึ่งเดียวละกัน”

เทียนหอมซักอีกครึ่งไหนที่ว่าจริง นักบุญยังไม่ทันตอบ ทหารรับจ้างมาเห็นเสียก่อน ตะโกนโหวกเหวกเรียกพรรคพวกแล้วชักปืนยิง กระสุนพลาดเป้าไม่ถูกใคร นักบุญกับเทียนหอมหนีรอดไปได้อีกครั้ง จ่าคาร์เตอร์เจ็บใจมาก สั่งการให้แยกกันไปค้นหาที่ท่าเรือ พวกนั้นจะต้องไปเอาเรือเพื่อใช้หนี...

กว่าตำรวจจะพาทรงศักดิ์กับพวกมาถึงคานเรือ ก็เจอแต่ความว่างเปล่า ฟู่เฉินสังเกตเห็นร่องรอยการต่อสู้ น่าจะยังหนีไปไม่ไกล จึงบอกให้เหมยฮัวแยกกันตามหา

อีกมุมหนึ่งของท่าเรือ เฉ่าล่อทหารรับจ้างคนหนึ่งให้ตามมา พอเขาเผลอเฉ่าย่องไปล็อกคอไว้ แต่เขาดิ้นหลุด ชักปืนยิง เฉ่ากลิ้งหลบกระสุนหนีไปได้ เสียงปืนได้ยินไปถึงหูเหมยฮัว รีบวิ่งมายังต้นเสียง...

เมฆฝนเริ่มตั้งเค้า มีฟ้าร้องฟ้าคะนองดังขึ้นเป็นระยะๆ นักบุญพาเทียนหอมวิ่งหนีมาถึงหมู่บ้านชาวประมง เห็นเรือติดเครื่องยนต์ขนาดเล็กลำหนึ่ง บอกให้เธอวิ่งไปที่เรือลำนั้น เป็นจังหวะเดียวกับจ่าคาร์เตอร์กับคนสนิท

ตามมาทัน สาดกระสุนใส่ เทียนหอมวิ่งหลบลูกปืนลงเรือสำเร็จ นักบุญเห็นเธอปลอดภัย ยิงเปิดทางให้ตัวเองแล้ววิ่งไปหา พอโดดขึ้นเรือได้ เขาส่งปืนให้เทียนหอม

“คงใช้เก่งแล้วนะ”

หญิงสาวพยักหน้า หันไปยิงใส่พวกจ่าคาร์เตอร์ โดนปืนถีบหงายหลังตึง เธอรีบลุกขึ้นยิงอีก คราวนี้ระวังตัวมากขึ้นจึงไม่หงายหลังอีก ลมฝนเริ่มพัดแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุ นักบุญสตาร์ตเรือติดวิ่งตรงเข้าหาเมฆฝนทะมึนเบื้องหน้าหวังจะให้มันช่วยในการหนี จ่าคาร์เตอร์ไม่ยอมแพ้วิ่งไปขึ้นเรืออีกลำกับลูกน้องคนสนิทและทหารรับจ้าง ขับตามไปอย่างไม่ลดละ...

เทียนหอมเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงถามเรื่องค้างคาใจที่นักบุญบอกว่าเป็นความจริงครึ่งเดียวคือครึ่งไหน เขาบ่นอุบนี่ใช่เวลาจะมาซักไซ้ไล่เรียงไหม พายุรุนแรงขึ้นคลื่นสูงพัดเรือเองเกือบพลิกคว่ำ นักบุญสั่งให้เธอจับแน่นๆ เธอยังมีอีกเรื่องจะบอกเขา นักบุญขอร้องอย่าเพิ่งพูดตอนนี้ได้ไหม

“ไม่ได้ต้องบอกเดี๋ยวนี้...ฉันว่ายน้ำไม่เป็น”

นักบุญถึงกับหน้าเสีย เหลือบมองถังแกลลอนเปล่าสำหรับใส่น้ำมันสองใบนึกอะไรขึ้นมาได้...

คลื่นในทะเลสูงจนน่ากลัว คนสนิทเตือนจ่าคาร์เตอร์ขืนฝ่าพายุไปแบบนี้รับรองไม่รอดแน่ ชวนให้กลับ นักบุญ คงหนีไม่รอดจากพายุ เรือเริ่มโคลงจากลมและคลื่นที่พัดกระหน่ำ จ่าคาร์เตอร์ไม่มีทางเลือก

“ก็ได้ กลับ...แต่ฉันจะไม่แน่ใจจนกว่าจะเห็นศพไอ้นักบุญ”

ooooooo

เฉ่าหนีการไล่ล่าของทหารรับจ้างสองคนมาใกล้กับสะพานปลา เห็นเรือจอดอยู่ไกล เร่งฝีเท้าไปที่นั่น ทหารกราดกระสุนใส่ ทำให้เขาต้องหลบเข้าที่กำบัง มีทหารรับจ้างอีกสองคนตามมาสมทบ เฉ่าวิ่งหลบหลีกไปที่สะพานปลา พวกทหารตามมาล้อมกรอบไว้ เขาหมดทางหนีไม่รู้จะทำอย่างไร

ทันใดนั้นเหมยฮัวขับเรือเร็วเข้ามา พร้อมกับยิงปืนกลใส่พวกทหารจนเสียขบวนแล้วร้องบอกเฉ่าให้ขึ้นมาบนเรือ ไม่ต้องบอกซ้ำเฉ่าโดดผลุงเดียวลงไปในเรือ เหมยฮัวเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว...

ขณะที่เฉ่ารอดจากถูกไล่ล่ามาได้หวุดหวิดนายพลโบจัดอาหารอย่างดีมาเลี้ยงต้อนรับโมรีที่ห้องวีไอพี และหากเธออยากเล่นพนันระดับวีไอพีเขายินดีจัดให้ โมรีหยอดคำหวาน นี่ถ้าไม่รู้เรื่องท่านมาก่อน เธอคงคิดว่าท่านเป็นเจ้าของที่นี่ เสือครุยคุยอวดแทนเพื่อน

“ถึงจะไม่ใช่เจ้าของก็เหมือนเจ้าของนั่นแหละครับคุณโมรี อิทธิพลของท่านนายพลครอบคลุมกว้างมาก”

นายพลโบถ่อมตัวว่าเสือครุยพูดเกินไป ตอนนี้กองกำลังเรายังมีไม่มากพอที่จะเปิดเกมกับรัฐบาล แต่ต่อไปไม่แน่ถ้าเรามีอาวุธพร้อมกว่านี้ โมรีสบช่อง ถามว่าต้องการอาวุธมากขนาดไหน ท่านนายพลโบต้องการ ไม่อั้น พลันมีเสียงเสือผาดดังขึ้นจากประตูห้อง “อย่างนั้นผมก็มีไม่อั้นเหมือนกัน”

เสือครุยแปลกใจเสือผาดมาได้อย่างไร ขณะที่โมรียิ้มอารมณ์ดีที่แท้เธอเป็นคนนัดให้เขามาที่นี่เอง...

บนโรงพัก ทรงศักดิ์ถึงกับกุมขมับเมื่อฟู่เฉินกลับมารายงานว่ายังหาเทียนหอมไม่เจอ เห็นแต่เหมยฮัว

ขับเรือของเราช่วยเฉ่าออกไป ทรงศักดิ์ไม่ต้องการรู้เรื่องคนอื่น อยากรู้แต่เรื่องลูกสาว ตำรวจเพื่อนของฟู่เฉินเดินเข้ามากับตำรวจอีกนายหนึ่งแจ้งว่ามีคนเห็นชายหญิงสองคนขับเรือหาปลาของชาวบ้านออกไปในทะเล

“ใช่แน่ต้องเป็นเทียนหอม เรารีบไปช่วยกันเถอะ ฟู่เฉินพอจะหาเรือได้ไหม”

ฟู่เฉินมองออกไปนอกหน้าต่าง ทรงศักดิ์หันมองตามเห็นพายุกำลังเข้า ยิ่งเป็นห่วงลูกสาวมากขึ้น...

คลื่นลมในทะเลรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนเรือบังคับไม่อยู่ นักบุญตัดสินใจฉุดเทียนหอมลงทะเลเป็นจังหวะเดียวกับคลื่นซัดเรือคว่ำ ด้วยความที่ว่ายน้ำไม่เป็น

เทียนหอมตะเกียกตะกายดิ้นรนจนนักบุญจับไว้ไม่อยู่ บอกให้ เธอนิ่งๆ แต่เธอไม่ฟังร้องโวยวายลั่น เขาเอาถังแกลลอนที่ผูกติดกันสองใบมาสวมให้เธอ ทันใดนั้นคลื่นซัดเข้ามาอีกครั้ง ทำให้ทั้งคู่แยกห่างกัน นักบุญพยายามว่ายเข้าไปหา แต่เธอหายไปแล้ว...

เรือที่เหมยฮัวขับดูดีมีมาตรฐานกว่าเรือที่นักบุญขับ จึงทำให้แล่นฝ่าคลื่นสูงไปได้ เฉ่าเป็นกังวล พายุแรงขนาดนี้จะไปไหวหรือ เธอสั่งให้เขามองหาเกาะสักเกาะหนึ่งเพื่อหลบพายุ เขามองฝ่าสายฝนที่กระหน่ำ

ลงมาไม่ขาดสายกระทั่งเห็นเกาะเบื้องหน้า จึงชี้ให้เหมยฮัวดู เธอหันเรือมุ่งหน้าไปทางนั้นทันที...

ภายในห้องวีไอพีในบ่อนพนัน นายพลโบยกแก้วขึ้นชนกับแก้วของเสือผาด ดื่มฉลองให้กับความร่วมมือทางธุรกิจของทั้งคู่ โดยมีโมรีกับเสือครุยมองด้วยสีหน้าพอใจ

“ได้ยินกิตติศัพท์เสือผาดมานาน เป็นเสือสมชื่อจริงๆ เก่งกล้า ฉลาด”

“ท่านนายพลชมเกินไปแล้ว ท่านอยากได้อาวุธผมอยากได้เส้นทางผ่านเขตของท่านทุกอย่างก็ลงตัว”

โมรีไม่ลืมชื่นชมถ้าไม่ได้เสือครุยงานนี้คงไม่สำเร็จ เขายินดีทำให้ อย่างน้อยก็เป็นการตอบแทนที่เสือผาดเคยช่วยชีวิตเขากับลูกน้อง แม้คำพูดจะดูจริงใจ แต่ลึกๆข้างในแล้วเสือครุยไม่ไว้ใจเสือผาด

“จะมอบอาวุธให้ผมได้เมื่อไหร่”

“ทันทีที่ผมรู้ว่ามันซ่อนอยู่ที่ไหน” คำพูดเป็นนัยๆ ของเสือผาดทำเอานายพลโบนิ่วหน้าด้วยความสงสัย

ooooooo

อาวุธที่เสือผาดพูดถึง กิตากาว่ากำลังสั่งให้สมุนลำเลียงจากเรือสินค้าขนาดใหญ่ซึ่งทอดสมอไม่ห่างจากฝั่งนักใส่เรือเล็กนำไปซ่อนไว้บนเกาะ

จวน จินฟงตั้งข้อสังเกตหากครั้งนี้เสือผาดรู้ที่ซ่อนอาวุธอีก ต้องมีหนอนบ่อนไส้แน่ๆ มุซาชิเห็นว่าคนของเราพร้อมแล้ว น่าจะลงมือได้เลย

“เราต้องรอ แต่คงอีกไม่นานของทุกอย่างก็จะมาอยู่พร้อมกัน ถึงเวลานั้น อาวุธพวกนี้คงต้องได้ใช่แน่” กิตากาว่าฝันหวานถึงความสำเร็จในอนาคต...

บนเกาะจวน เฉ่ากับเหมยฮัวใช้ชะง้อนหินเป็นที่หลบฝน เขาเห็นเธอตัวสั่นด้วยความหนาวถอดเสื้อคลุมของตัวเองคลุมให้ แล้วบ่นด้วยความเป็นห่วง

ไม่รู้ป่านนี้นักบุญกับเทียนหอมจะเป็นอย่างไรบ้าง เหมยฮัวหวังว่าทั้งคู่คงไม่มาตกระกำลำบากแบบเรา เฉ่าก็หวังแบบนั้นเช่นกัน...

อีกฟากหนึ่งของเกาะ เทียนหอมนอนสลบอยู่บนชายหาดโดยกอดถังแกลลอนเปล่าสองใบอยู่ ฝนที่โปรยปรายโดนใบหน้าไม่ขาดสายทำให้เธอรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ ไม่เห็นนักบุญอยู่ด้วยก็ร้องเรียก เงียบไม่มีเสียงขานตอบ เธอตะโกนเรียกเขาอีก แล้วนึกขึ้นได้รีบปิดปาก

“ตะโกนทำไมเนี่ย เผื่อไอ้พวกนั้นมันตามมา นักบุญนายอยู่ไหนเนี่ย ตายหรือยังก็ไม่รู้” เทียนหอมเดินหานักบุญไปตามชายหาด ยิ่งเห็นฟ้าโพล้เพล้ เธอยิ่งใจคอไม่ดี...

ฝ่ายเฉ่ากับเหมยฮัวกลับมาที่เรืออีกครั้งเมื่อพายุ สงบ เขาพยายามสตาร์ตเครื่องอยู่นานสองนานแต่ไม่ติด จึงเปิดห้องเครื่องดูถึงได้รู้ว่าน้ำมันหมดเพราะกระสุน

โดนถังน้ำมันทะลุ ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนค้างที่นี่แล้วหยิบกล่องใส่อุปกรณ์ดำรงชีพที่มีทั้งไม้ขีดไฟ เข็มทิศ เบ็ด มีดพับ รวมทั้งผ้ากันฝนขนาดใหญ่และแกลลอนใส่น้ำ จากนั้นชวนเหมยฮัวไปหาที่ค้างแรม...

ทางด้านเทียนหอมเดินมาได้สักพักเริ่มกระหายน้ำ เห็นมะพร้าวมีลูกเต็มต้นพยายามปีนขึ้นไปเก็บแต่ไม่สำเร็จ เธอจึงไปหาไม้มาสอยแทนลูกอ่อนไม่ร่วงได้แต่มะพร้าวแก่หนึ่งลูก

“จะกินยังไง มีด...ไม่มีมีด โธ่เอ๊ยอุตส่าห์สอยแทบตาย” เทียนหอมโยนมะพร้าวทิ้งอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะเตะระบายแค้นด้วยความลืมตัวนิ้วแทบหัก ร้องลั่น...

ขณะที่เฉ่าก่อไฟด้วยไม้ขีดกับเศษไม้แห้ง เหมยฮัวอาสาไปหาของกินแล้วคว้าเข็มทิศติดมือไปด้วย...

ความมืดทำให้เทียนหอมกลัวมากจะขยับไปไหนก็ไม่กล้าได้แต่นั่งพิงต้นไม้ กระทั่งได้ยินเสียงขู่ฟ่อ งู ตัวเขื่องห้อยหัวลงมาจากต้นไม้ เธอตกใจเป็นลมล้มพับ จากนั้นไม่นานเทียนหอมค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น เห็นนักบุญนั่งย่างอาหารอยู่ข้างกองไฟ ลุกพรวดเข้าไปกอดด้วยความดีใจ นึกว่าตัวเองจะตายที่นี่แล้ว

“ผมตามหาคุณตั้งแต่เย็น มาเจอคุณนอนหลับอยู่ที่นี่”

เทียนหอมไม่ได้นอนหลับ แต่สลบไปเพราะงูบ้าตัวหนึ่ง กลิ่นเนื้อย่างทำให้เธอหิวจึงขอเขากินหนึ่งไม้ แต่พอรู้ว่าเป็นงูตัวที่ทำให้เธอหมดสติอาเจียนออกมาหมดไส้หมดพุง...
ในขณะที่นักบุญได้งูมาเป็นอาหาร เหมยฮัวกับเฉ่ากินหนูย่างเป็นมื้อค่ำ

ooooooo

นักบุญปลุกเทียนหอมแต่เช้า เธอเห็นมือเขามาจับแขนก็ปัดออก สั่งห้ามไม่ให้มาถูกตัวเธออีก ฐานหลอกให้กินงู เขาแก้ตัวว่าไม่ได้หลอก เธอขอกินเองต่างหาก เทียนหอมโทษว่าเป็นความผิดของเขาที่ไม่ยอมบอกเธอว่าเป็นเนื้องู นักบุญขี้เกียจเถียงด้วย บอกให้รีบลุกขึ้น

“หาอะไรกินให้อิ่มท้อง แล้วค่อยหาทางกลับบ้าน”...

ในเวลาเดียวกัน เฉ่าพาเหมยฮัวเดินขึ้นเขา หากไปถึงยอดจะทำให้เราเห็นได้ไกลขึ้น ถ้าพบเรือ จะได้ส่งสัญญาณควันขอความช่วยเหลือ เหมยฮัวท้วงหากมองอีกแง่หนึ่ง อาจเป็นสัญญาณที่ทำให้พวกจ่าคาร์เตอร์มาเจอเราก็ได้ เฉ่าหาว่าเธอมองโลกในแง่ร้าย เหมยฮัวแก้ตัวว่ามองสองด้านต่างหาก ฟู่เฉินสอนเธอว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ เฉ่าแขวะทันทีดูเหมือนเธอจะเทิดทูนฟู่เฉินเหลือเกิน เป็นอะไรกันหรือเปล่า เหมยฮัวตอกกลับ

“ถ้าฉันเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายล่ะก็ นายนี่แหละเป็นคนที่คิดบ้าๆหาตัวจับยากคนหนึ่งเลยล่ะ”...

ระหว่างที่เฉ่าพาเหมยฮัวขึ้นเขา นักบุญพาเทียนหอมลงทะเลพร้อมหลาวปลายแหลมแล้วสอนวิธีแทงปลาให้เธอแทงปลาอย่างสนุกสนานในที่สุดก็แทงได้หนึ่งตัว ดีใจกระโดดโลดเต้นยกใหญ่ ก่อนเสียหลักจะล้ม นักบุญคว้าตัวไว้ทัน ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ ต่างมองสบตากันนิ่งงัน...

ครู่ต่อมา เทียนหอมกับนักบุญกินปลาย่างที่ตัวเองจับได้กันอย่างเอร็ดอร่อย เขาเห็นเธออิ่มหนำสำราญจัดแจงจะไปหาน้ำมาให้ดื่ม เทียนหอมนึกถึงต้นมะพร้าวขึ้นมาได้ รีบพาเขาไปที่นั่น แล้วพยายามสอยลูกที่หมายตาไว้เมื่อวานแต่สอยไม่ได้ นักบุญสงสารเอาหลาวที่ใช้ หาปลาพุ่งไปตัดขั้วมะพร้าวลูกที่เธออยากได้ขาดตกพื้น เทียนหอมทึ่งในความสามารถของเขา

“นายทำได้ยังไงเนี่ย พุ่งแบบนี้ไปโอลิมปิกได้เลยนะ”

นักบุญเฉาะมะพร้าวลูกนั้นให้เทียนหอมดื่มแทนน้ำเปล่า แล้วถามว่าทำไมถึงว่ายน้ำไม่เป็น อยากหัดไหม เขาจะสอนให้ จากนั้นนักบุญพาเทียนหอมลงทะเลโดยเริ่มจากหัดให้ดำน้ำในระดับน้ำตื้นแค่อกเธอก่อน แล้ว ค่อยๆเพิ่มความลึกขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เขาจะคอยประคองเธอไว้ตลอด ในที่สุดเธอก็ดำน้ำได้ ทั้งคู่ดำลงไปดูทัศนียภาพใต้น้ำอันสวยงามอย่างมีความสุข...

ทางด้านเฉ่ากับเหมยฮัวเดินขึ้นเขามานานแล้วแต่ยังไปไม่ถึงไหน เธอเริ่มบ่นกระปอดกระแปด เดินมาครึ่งค่อนวันแล้วยังไม่ถึงยอดเขาสักที เฉ่าสวนทันทีถ้าไม่มัวแต่บ่นป่านนี้ถึงนานแล้ว เหมยฮัวทำตาเขียวใส่

“นี่นายจะพูดดีๆกับฉันบ้างไม่ได้หรือไงนะ”

“ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าเวลาคนพูดไม่ดีด้วยแล้วเป็นยังไง” เฉ่ายอกย้อน เหมยฮัวคิดได้ ชวนเขาไปต่อแล้ว ยื่นมือให้จับ นี่เป็นไมตรีครั้งแรกที่เธอมีให้เขา เฉ่ายิ้มกว้างจับมือเธอดึงตัวเองลุกขึ้น ก่อนจะพากันเดินต่อไป...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก มุซาชิและโตเอะเดินนำลูกน้องที่หิ้วลังอาวุธขึ้นจากเรือเล็กมุ่งหน้าสู่ถ้ำลึกในป่า

ooooooo

ในที่สุดเฉ่ากับเหมยฮัวมาถึงยอดเขา เธอ ถือโอกาสนี้ชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามของเกาะ แล้วเห็นเรือของมุซาชิมุ่งหน้าสู่ทะเลลึกรีบเรียกเฉ่ามาดู

“ตรงนั้นอาจจะมีบ้านคน” คิดได้ดังนั้น เฉ่ากับเหมยฮัวเร่งฝีเท้าไปที่นั่นทันที...

ณ ชุมเสือผาด โมรีกำลังอารมณ์เสีย ป่านนี้แล้วยังไม่รู้เบาะแสอาวุธของกิตากาว่าอีก เสือผาดต้องขอร้องให้ใจเย็นๆ จังหวะนั้นเสือเพลิงพามาดามหว่าหวาเข้ามา ยังไม่ทันที่เสือผาดจะถามอะไร มาดามหว่าหวาชิงบอกก่อนว่าตอนนี้เธอยังไม่มีข่าวสถานที่เก็บอาวุธ กิตากาว่าไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย

“ฉันให้โอกาสเธออีกครั้ง ถ้าภายในสองวันนี้ ฉันยังไม่รู้เรื่องเธอก็หมดประโยชน์ แล้วหลังจากนั้นเธอคงรู้อนาคตของเธอนะ”

โมรีมั่นใจว่ามาดามหว่าหวาต้องรู้อะไรบางอย่างชักปืนขู่ให้บอกที่ซ่อนอาวุธ มาดามหว่าหวาชักปืนที่เหน็บใต้กี่เพ้าออกมาถือไว้อย่างไม่เกรงกลัว เสือผาดสั่งให้พอได้แล้ว และยืนยันจะให้โอกาสมาดามหว่าหวาพิสูจน์ตัวเอง เธอถึงได้ยอมลดปืนลงเช่นเดียวกับโมรี...

เทียนหอมกับนักบุญขึ้นจากทะเลมาทิ้งตัวนอนมองท้องฟ้าที่หาดทราย เธอออกปากนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้สนุกแบบนี้และโชคดีที่ได้มาเจอคนดีๆอย่างเขา บอกตรงๆเธอรู้ว่าเขาไม่ใช่ผู้ร้ายฆ่าคนตายตั้งแต่แรก นักบุญถึงกับร้องอ้าวไหนตอนนั้นไม่เห็นพูดแบบนี้

เทียนหอมกลัวที่อยู่กับเขาสองต่อสองในป่า และที่สำคัญเธอยังไม่รู้จักเขา ส่วนตอนนี้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยแต่ไม่รู้จะกลับบ้านอย่างไร

นักบุญเอื้อมมือมาจับมือเธอไว้ สัญญาจะพาเธอกลับไปให้ได้ เทียนหอมมองเขาอย่างซาบซึ้งใจ...

ทางด้านทรงศักดิ์ออกตามหาลูกสาวอีกครั้ง คราวนี้มีจินฟงมาด้วยโดยใช้เรือเร็วเป็นพาหนะ จินฟงมั่นใจว่าเทียนหอมต้องติดเกาะที่ไหนสักแห่ง ทรงศักดิ์อยากรู้จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเกาะไหน ฟู่เฉินดูทิศทางลม

“รู้จากลมที่พัดไป มันเป็นลมตะวันออก น่าจะไปทางนี้แหละ”...

ไม่ได้มีแต่ทรงศักดิ์กับพวกเท่านั้นที่ออกตามหาเทียนหอม จ่าคาร์เตอร์ก็ออกล่าเธอกับนักบุญเช่นกัน เพราะได้ข่าวมาว่ามีคนเห็นเรือเร็วลำหนึ่งจอดอยู่ที่เกาะจวน จึงสั่งการให้เอาเรือไปที่นั่น เมฆในทะเลเริ่มตั้งเค้า พายุกำลังจะมา ไต้ก๋งเรือคุยอวดว่าเรือตัวเองเอาอยู่ แล้วชวนให้ออกเรือทันที...

นักบุญกับเทียนหอมเดินสำรวจมาตามชายหาดกระทั่งเห็นเรือที่เหมยฮัวขับมาจอดอยู่ ทั้งคู่รีบวิ่งมาดู เห็นร่องรอยกระสุนเจาะทะลุถังน้ำมันทำให้น้ำมันรั่วหมด นักบุญเริ่มไม่ไว้ใจรีบพาเทียนหอมไปจากที่นี่...

การหายตัวไปของนักบุญทำให้สารวัตรสมัยไม่พอใจจ่าโทนที่ปล่อยให้เขารอดสายตา จ่าโทนโทษว่าเป็นเพราะลูกสาวของทรงศักดิ์เข้ามาวุ่นวายด้วย ลำพังนักบุญคนเดียวตนเอาอยู่ แล้วถามสารวัตรสมัยว่าเมื่อไหร่จะไปเยี่ยมกิตากาว่า เขาให้เสือใบเป็นคนจัดการให้ จ่าสังข์เสนอให้จัดการเรื่องนักบุญก่อนดีกว่า จ่าโทนไม่รู้จะไปตามหานักบุญที่ไหน แต่ตนเชื่อมือว่าเขาจะต้องเอาตัวรอดได้

“ฉันก็หวังว่าอย่าให้จ่าคาร์เตอร์ มันเจอก่อนก็แล้วกัน” สารวัตรสมัยอดเป็นกังวลไม่ได้...

เรือของทรงศักดิ์เจอซากเรือที่นักบุญขับกระจัด กระจายอยู่กลางทะเล ครั้นจะค้นหาต่อก็ทำไม่ได้เพราะพายุกำลังมาจึงต้องยุติการค้นหาแล้ววกเรือกลับ

ooooooo

พายุพัดกระหน่ำทำให้นักบุญกับเทียนหอมต้องหาที่หลบฝน ก่อนจะเหลือบไปเห็นถ้ำแห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่กลางป่า เขาชวนเธอไปหลบในนั้น กลับเจอคลังอาวุธที่มุซาชิเอามาซ่อน ไม่ได้มีเฉพาะอาวุธเท่านั้นยังมียุทโธปกรณ์อื่นๆรวมอยู่ด้วย ทั้งคู่แปลกใจอาวุธเหล่านี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

“หรือว่าจะเกี่ยวกับอาวุธของกิตากาว่าที่เสือผาดมาปล้นตอนนั้น” นักบุญตั้งข้อสังเกต...

ด้านเฉ่ากับเหมยฮัวสำรวจเกาะต่อไม่ได้ต้องหลบพายุอยู่ใต้ชะง่อนหิน...

กิตากาว่ากำลังนั่งดูกล่องไม้ที่เบญจวรรณเอามาให้อยู่ในห้องทำงาน มาดามหว่าหวาจะเข้ามาหาแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงมุซาชิรายงานว่าเหลืออาวุธอีกเที่ยวเดียวที่ต้องเอาไปซ่อน โตเอะอยากรู้ว่าเราจะกลับไปเอาอาวุธเมื่อไหร่ กิตากาว่าวางแผนไว้ว่าจะไปเอาอาวุธทันทีที่เราออกเดินทางไปหาทอง

“ฉันคำนวณเส้นทางตามแผนที่ดั้งเดิมแล้วคิดว่าเราอาจต้องข้ามเขาตะนาวศรีไปฝั่งโน้นซึ่งมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับชนกลุ่มน้อยอย่างนายพลโบ”

มาดามหว่าหวาได้ยินทุกคำพูดพำพึมกับตัวเอง ทองอะไรกันที่พวกนั้นพูดถึง ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังมาจากนอกบ้าน มาดามหว่าหวารีบหลบออกไปทางด้านหลัง เสือใบกับเหล่าสมุนควงปืนบุกเข้ามาในบ้าน ยิงปะทะกับลูกน้องของกิตากาว่าที่เฝ้ายามอยู่ เสียงปืนยิงต่อสู้กัน

ดังไม่ขาดสาย กิตากาว่า มุซาชิกับโตเอะออกจากห้อง ทำงานมาช่วยกันยิงต่อสู้ เสือใบได้เปรียบเนื่องจากมีพวกมากกว่าจึงชิงเอากล่องไม้ไปได้

มุซาชิกับโตเอะจะตามไปเอาคืน กิตากาว่าร้องห้ามไว้ ถึงเอากล่องนั่นไปก็ทำอะไรไม่ได้...

ในเวลาเดียวกัน นายพลโบเอาเฮโรอีนถุงใหญ่วางลงตรงหน้าเสือครุย ออกตัวว่าตอนนี้หาให้เขาได้แค่ 50 กิโลกรัมเพราะต้องสำรองไว้เพื่อขายแลกอาวุธกับเสือผาด เสือครุยพยักหน้าเข้าใจ มีให้แค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว นายพลโบอดสงสัยไม่ได้ ทำไมเสือผาดถึงต้องการผ่านทางในเขตของตน หรือว่ามีอะไรที่มันอยากได้

“ฉันก็คิดอยู่เหมือนกัน คงต้องดูๆมันไปก่อน”

“ตอนนี้มีเรื่องแปลกๆเยอะ ล่าสุดมีคนอเมริกันมาไล่ยิงคนที่คานเรือ ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ฉันกำลังให้ลูกน้องตามอยู่ ถ้าใช่ซีไอเอคงเอาไว้ไม่ได้ ไอ้พวกนี้มันไม่สนใจพวกชนกลุ่มน้อยเพราะไม่มีผลประโยชน์กับพวกมัน”

ooooooo

ที่เกาะจวน นักบุญเลือกปืนสั้นออโตเมติกจากคลังอาวุธให้เทียนหอม แล้วสอนวิธีบรรจุกระสุนให้ เธอหัดทำตามที่เขาสอนพลางบ่นไม่เคยคิดว่าจะต้องมาจับปืน

“เข้าป่ามันต้องมีปืนสิ ยังไงคุณก็ต้องไปสำรวจป่าไม้กับพ่อคุณอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”

เทียนหอมตัดสินใจเล่าความจริงให้นักบุญฟังว่าพ่อของเธอไม่ได้มาเพื่อสำรวจป่าไม้แต่มาหาทองญี่ปุ่นสมัยสงคราม นักบุญสารภาพว่าเขาเองก็มาที่นี่เรื่องทองเช่นกัน...

เมื่อได้กล่องไม้มาแล้ว สิ่งที่เสือใบกับพวกต้องทำต่อไปคือตามหานักบุญให้เจอจะได้เอาเพนดูลั่มมาใช้กับกล่องใบนี้ ถ้าเจอเขาก่อนก็เท่ากับพวกเราจะไปถึงทองก่อนคนอื่น คิดได้ดังนั้นเสือใบหัวเราะชอบใจ

“เราจะรวย รวยแบบไม่เกรงใจใครเลย”...

จ่าคาร์เตอร์กับพวกฝ่าพายุมาถึงเกาะจวนจนได้ พากันเดินสำรวจมาถึงจุดที่เหมยฮัวจอดเรือทิ้งไว้ คนสนิทของจ่าคาร์เตอร์ตรวจดูเรือแล้วมั่นใจว่าเป็นลำเดียวกับที่ตัวเองสาดกระสุนใส่ จ่าคาร์เตอร์สรุปถ้าเป็นอย่างนั้น นี่คือเรือที่พาเฉ่าหนี แล้วสังเกตเห็นรอยเท้าสี่คู่บนชายหาดสั่งให้กระจายกำลังกันค้นหาเป็นสองกลุ่ม

เฉ่ากับเหมยฮัวเดินลัดเลาะมาตามป่าเพื่อไปยังจุดที่เห็นเรือแล่นออกไปโชคไม่ดีเจอเข้ากับทหารรับจ้าง 5 คน สองฝ่ายเปิดฉากยิงใส่กันหูดับตับไหม้ เสียงปืนดังไปถึงถ้ำที่นักบุญกับเทียนหอมอยู่ เขาใจคอไม่ดีไม่รู้ใครยิงกับใคร ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง จ่าคาร์เตอร์เองก็ได้ยินเสียงปืนเช่นกัน เร่งฝีเท้าไปยังต้นเสียง...

เฉ่ากับเหมยฮัวหนีไม่รอดถูกจ่าคาร์เตอร์จับตัวไว้ได้ เขาคาดคั้นให้ทั้งคู่บอกมาว่านักบุญอยู่ไหน เหมยฮัวกับเฉ่ามองหน้ากัน ก่อนจะบอกว่าเรามากันสองคนแค่นั้น คนสนิทโพล่งขึ้นทันที

“โกหกให้มันแนบเนียนหน่อย ฉันเห็นรอยเท้าคน 4 คนที่แกจอดเรือ ถ้าไม่ใช่นักบุญแล้วมันจะเป็นใคร”

“งั้นเหรอ ดีจัง งานนี้ฉันรอดแน่” เฉ่าร่าเริงขึ้น มาทันที

จ่าคาร์เตอร์หาว่าเฉ่าฝันกลางวัน ต้องพูดว่างานนี้ตนจะล่าจนมันจนมุมถึงจะถูก เฉ่าแนะให้เขาอยู่เฉยๆ เพราะนักบุญจะเป็นฝ่ายล่าเขาเอง จ่าคาร์เตอร์สั่งให้ทหารรับจ้างเอาตัวเฉ่ากับเหมยฮัวไป เราจะตั้งแคมป์แล้วจัดทีมไล่ล่านักบุญ เขามัวแต่สั่งการจึงไม่เห็นนักบุญแอบซุ่มดูอยู่กับเทียนหอม...

ฝ่ายทรงศักดิ์กลัวคนอื่นจะได้แผนที่ที่ตัวเองลอกมาจากผนังถ้ำ จึงพาแห้วไปให้คนสักยันต์สักแผนที่ดังกล่าวบนแผ่นหลังของเขา จากนั้นทรงศักดิ์เผากระดาษต้นแบบทิ้ง แล้วยกให้แห้วเป็นหุ้นส่วนของตัวเอง...

นักบุญวางแผนจะชิงตัวเฉ่ากับเหมยฮัว จึงพาเทียนหอมกลับไปยังถ้ำ เอาต้นไม้และเถาวัลย์มาพรางทางเข้าไว้ กำชับให้เธออยู่แต่ในนี้จนกว่าเขาจะกลับ อาหารและน้ำดื่มเขาเตรียมไว้หมดแล้ว เธอบอกให้เขาระวังตัวด้วย นักบุญถอดสร้อยห้อยเพนดูลั่มออกจากคอตัวเอง คล้องคอเทียนหอมไว้

“ผมจะกลับมาเอาคืน” จากนั้นนักบุญเตรียมอาวุธครบมือเดินทางไปช่วยเฉ่ากับเหมยฮัว...

จ่าคาร์เตอร์ตั้งแคมป์ไม่ห่างจากจุดที่เหมยฮัวจอดเรือไว้โดยมีทหารรับจ้างสองคนช่วยกันซ่อมเรือลำนั้นอยู่ ส่วนเฉ่ากับเหมยฮัวถูกมัดไว้กับต้นไม้ริมหาด ไม่นานนัก เรือก็ถูกซ่อมเรียบร้อย จ่าคาร์เตอร์สั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมแล้วลุกขึ้นยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อให้นักบุญตามเจอ

ooooooo

ตกค่ำจ่าคาร์เตอร์ใช้เฉ่ากับเหมยฮัวเป็นเหยื่อล่อให้นักบุญมาติดกับ โดยจุดไฟล้อมรอบทั้งคู่ไว้ทำให้เห็นเด่นเป็นสง่าท่ามกลางความมืด แล้ววางพลซุ่มยิงเอาไว้ด้วย

นักบุญซึ่งอำพรางตัวและใบหน้าด้วยสีดำ ย่องเงียบเข้าไปจัดการทหารรับจ้างที่ยืนยามอยู่แล้วค่อยๆคืบคลานเข้าหาจ่าคาร์เตอร์ซึ่งแอบซุ่มอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เฉ่ากับเหมยฮัวถูกมัด...

ทางฝ่ายเทียนหอมทนอยู่เฉยไม่ไหว ตัดสินใจออกไปดูเผื่อจะช่วยอะไรนักบุญได้บ้าง คว้าไฟฉายเดินลัดเลาะเข้าป่าอย่างระมัดระวัง...

นักบุญใช้การรบแบบกองโจรค่อยๆลอบสังหารคนของจ่าคาร์เตอร์ไปทีละคนสองคน โดยไม่ลืมหยิบวิทยุสื่อสารติดมือไปด้วยทำให้รู้การเคลื่อนไหวของพวกจ่าคาร์เตอร์ ขณะนักบุญไล่สังหารทหารรับจ้างที่ซุ่มอยู่รอบตัวเหยื่อล่อ เฉ่าเล่นสงครามประสาทกับจ่าคาร์เตอร์ ตะโกนลั่นตนเคยบอกแล้วใช่ไหมว่านักบุญจะตามหาจ่าเจอเอง ทีนี้เชื่อหรือยัง

“ยังไงแกสองคนก็ยังอยู่กับฉัน จะให้ฉันยิงตรงไหนล่ะ หัวหรือหัวใจ” จ่าคาร์เตอร์ตะโกนตอบ

“ฉันว่าแกคงยังไม่ทันยิงหรอก” พูดจบเฉ่าหัวเราะชอบใจ...

ในขณะเดียวกัน เสือครุยดื่มเหล้าเคล้านารีอยู่กับนายพลโบเพื่อสั่งลาจะกลับเมืองไทยวันพรุ่งนี้ ระหว่างนั้นทหารของนายพลโบเข้ามารายงานว่าสายของเราสืบรู้แล้วว่าซีไอเอนั่นอยู่ที่เกาะจวน พวกมันกำลังไล่ล่าชายหญิงคู่หนึ่ง ว่ากันว่าผู้ชายใช้ปืนลูกซองหกนัด กระบอกใหญ่ เสือครุยไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นนักบุญ...

ในที่สุดนักบุญใช้ความมืดอำพรางตัวเข้าไปใกล้จุดที่เฉ่ากับเหมยฮัวถูกจับมัด เฉ่าดีใจมากที่ได้ยินเสียงเพื่อนรักถามว่ามีแผนหนีอย่างไร นักบุญไม่มีแผน ใดๆทั้งสิ้น แต่พอตนตัดเชือกเรียบร้อยให้เฉ่ากับเหมยฮัวรีบไปทางทิศตะวันออกเรื่อยๆจะเจอถ้ำที่ตนพรางทางเข้าเอาไว้

“เทียนหอมอยู่ที่นั่น แกคงรู้นะว่าฉันพรางยังไง แล้วเจอกัน” พูดจบนักบุญทะลึ่งพรวดขึ้นมาตัดเชือกให้เฉ่ากับเหมยฮัว ก่อนจะพากันหนีหายไปกับความมืด...

เทียนหอมตั้งใจจะเดินตามเสียงปืนไปแต่เสียงดันหยุดเสียก่อน เธอจึงหันหลังกลับ ด้วยความมืดทำให้เธอหลงป่าโดยไม่รู้ตัว...

จินฟงได้รับแจ้งจากกิตากาว่าว่าเสือใบบุกบ้านชิงเอาของสำคัญไป ดังนั้นจินฟงจึงต้องกลับระนอง ชวน ฟู่เฉินกลับด้วยกัน เขาไม่ยอมกลับจะอยู่หาเหมยฮัวให้เจอก่อน จินฟงเตือนศิษย์โปรดลืมแล้วหรือว่าเรามา

ที่นี่เพื่อทองคำ ฟู่เฉินไม่สนใจ มีทองแต่ไม่มีเหมยฮัวก็ไม่มีประโยชน์...

ทรงศักดิ์ต้องการหาตัวเทียนหอมให้เจอ จึงขอให้จ่าโทนกับสารวัตรสมัยช่วยตามหา ทั้งสองคนยินดีช่วย แต่ของที่ติดตัวนักบุญพวกตนขอ ทรงศักดิ์ไม่ขัดข้อง พูดแบบนี้เหมือนจะรู้ว่าเทียนหอมอยู่ไหน

“เกาะจวนกับพวกจ่าคาร์เตอร์ที่กำลังไล่ล่า”

“ทำยังไงก็ได้ ผมต้องการลูกสาวคืนแบบมีลมหายใจ”...

นักบุญ เฉ่าและเหมยฮัวมาถึงถ้ำเป้าหมายแต่เทียนหอมหายตัวไป ทั้งสามคนแยกย้ายกันตามหา โดยไม่รู้ว่าเทียนหอมถูกจ่าคาร์เตอร์จับตัวไป...

ระหว่างเทียนหอมตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน มาดามหว่าหวานัดให้เสือผาดมาเจอเพื่อแจ้งเรื่องอาวุธของกิตากาว่าที่ให้ไปสืบ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเอาไปซ่อนไว้ที่เกาะจวน เธอยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจ แต่ห้ามบอกโมรีเด็ดขาด เสือผาดพยักหน้ารับคำ เธอรู้มาว่ากิตากาว่ากำลังตามหาทองและคิดจะใช้อาวุธเปิดทางกองกำลังของนายพลโบ เธอเชื่อว่าทองมีมากมาย หากเสือผาดอยากรู้เพิ่มเติมต้องให้เธอเป็นหุ้นส่วนเพียงผู้เดียว

“ได้...ถ้ามันมีทองแบบที่เธอว่าจริงๆ”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.