ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักบุญทรงกลด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สารวัตรสมัยกับจ่าสังข์ รวมทั้งเสือใบและเหล่าสมุนล้อมคณะสำรวจของทรงศักดิ์ไว้พร้อมกับปลดอาวุธทุกคน เสือใบยังมีหนี้แค้นที่ต้องชำระกับกิตากาว่า ยียวนใส่ ไว้จบเรื่องนี้เมื่อไหร่ค่อยคิดบัญชีกัน แทนที่จะกลัว กิตากาว่ากวนกลับ ตนต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องคิดบัญชี เสือใบกระชากคอเสื้ออริเข้ามาตะคอกใส่หน้า

“ฉันจะรอ แต่ตอนนี้แกคงบอกมาได้แล้วว่าแกมาหาอะไรหรือว่าหาไอ้นี่” เสือใบหยิบทองคำแท่งก้อนนั้นออกมา ทั้งกิตากาว่า ทรงศักดิ์ และฟู่เฉินต่างตะลึงโดยเฉพาะทรงศักดิ์โพล่งขึ้นทันทีว่าไปเอามาจากไหน

“หรือว่าพวกแกกำลังจะมาหาทองกันจริงๆ”

ว่าแล้วสารวัตรสมัยมองเข้าไปในถ้ำ

กิตากาว่าเห็นเสือใบ ฟู่เฉิน แห้ว กับทรงศักดิ์และจ่าสังข์จะเข้าไปสำรวจในถ้ำตะโกนไล่หลัง เข้าไปก็เสียเวลาเปล่า ที่นี่ไม่มีทองอย่างที่คิด พวกนั้นไม่สนใจยังคงเดินหน้าเข้าไปข้างใน

เป็นอย่างที่กิตากาว่าพูดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ไม่มีทองคำในนั้น คนอื่นๆพากันออกจากถ้ำไปหมดเหลือแต่แห้วกับทรงศักดิ์ซึ่งสายตาสะดุดกับบางอย่างบนผนังถ้ำ สั่งแห้วไปเอากระดาษกับดินสอมาให้

รูปภาพบนผนังถ้ำที่ทรงศักดิ์เห็นเป็นภาพที่เขียนไว้หยาบๆด้วยนิ้วมือจุ่มสี เป็นเส้นทางมุ่งสู่สถานที่บางอย่าง มีกลุ่มต้นไม้ และมีภาพเพนดูลั่มหรือลูกดิ่งกับกล่องไม้สี่เหลี่ยมประกอบกันมีแสงส่องประกายออกมา เขาลอกลงกระดาษอย่างตั้งใจ...

กิตากาว่าเห็นสีหน้าของพวกที่ออกจากถ้ำเดาได้ไม่ยากว่าไม่เจออะไร สักพักทรงศักดิ์เดินออกมากับแห้ว สารวัตรสมัยหันมาแสดงความเสียใจกับเขาที่ไม่เจอทอง ทรงศักดิ์ยักไหล่ไม่เป็นไรไม่เจอก็หาใหม่ได้ เสือใบสรุปทันทีนี่แสดงว่าเขายอมรับแล้วใช่ไหมว่ามาหาขุมทอง ทรงศักดิ์พยักหน้าแทนคำตอบ...

หลังจากพวกกะเหรี่ยงที่ช่วยขับไล่จ่าคาร์เตอร์กับพวกกลับไปหมดแล้ว เฉ่าบอกด้วยสีหน้าไม่สบายใจว่าจ่าชั่วนั่นคงไม่ปล่อยเราง่ายๆแน่ นักบุญไม่คิดจะหนีแบบนี้ไปตลอด เฉ่าเตือนเขาไม่มีทางสู้กับมันได้มันมีพวกมากมายและที่สำคัญจ่าโทนคงมาช่วยเขาทุกครั้งที่เดือดร้อนไม่ได้ นักบุญตั้งข้อสังเกต

“มันก็แปลก พอมีเรื่องจ่าโทนก็จะออกมาได้จังหวะทุกที”

เหมยฮัวและเฉ่าต่างเห็นไปในทำนองเดียวกันว่าจ่าโทนเป็นคนไม่น่าไว้วางใจไม่รู้ว่าต้องการอะไรกันแน่

“ก็ต้องดูกันต่อไป”พูดจบนักบุญหยิบเพนดูลั่มออกจากกระเป๋า “ตราบใดที่เรายังไม่รู้ว่าไอ้นี่สำคัญยังไง”

ooooooo

ขณะเทียนหอมนั่งเล่นอยู่ที่ระเบียงบ้านพักริมทะเลกับหนูนา มีบุรุษไปรษณีย์นำโทรเลขจากญี่ปุ่นมาส่งให้กิตากาว่า เนื่องจากเขาไม่อยู่เธอก็เลยรับแทนแล้วเอาโทรเลขฉบับนั้นไปที่บ้านกิตากาว่าซึ่งอยู่บริเวณเดียวกัน

เทียนหอมไม่เห็นมีใครอยู่ ถือวิสาสะเข้าไปข้างใน สำรวจไปทั่วไม่เว้นแม้แต่ในห้องทำงาน เห็นลิ้นชักที่โต๊ะทำงานมีกุญแจคาอยู่ ไขออกดูต้องตะลึงที่เจอทองคำแท่งมีตราดอกซากุระอยู่ในนั้น

นอกจากนี้เธอยังเจอรูปถ่ายทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลายใบ มีทั้งรูปถ่ายพันตรีโยชิมูระ รูปนายจันรวมทั้งรูปกิตากาว่าสมัยยังเป็นเด็กถ่ายคู่กับพันตรีโยชิมูระอีกด้วย ระหว่างที่ดูรูปเพลินๆมีมือมาจับไหล่ เทียนหอมสะดุ้งโหยงหันขวับไปเห็นหนูนายืนยิ้มอยู่ก็ต่อว่าที่ทำให้ตกใจ จากนั้นรีบเก็บข้าวของไว้ที่เดิมแล้วชวนกันกลับ ยังไม่ทันจะขยับ มีเสียงมุชาชิกับโตเอะคุยกันดังขึ้นเสียก่อน

ทั้งคู่รีบปีนหน้าต่างไปซ่อนตัวอยู่ด้านนอก สองซามูไรเปิดประตูห้องเข้ามาหยิบของแล้วเดินออกไปไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรกับหน้าต่างที่เปิดอยู่ เทียนหอมกับหนูนาถึงกับถอนใจโล่งอก...

แม้จะไม่ไว้ใจจ่าโทนนัก แต่นักบุญ เฉ่า และเหมยฮัวไม่มีทางเลือกจำต้องแวะไปหาเขาที่ค่ายตำรวจตระเวนชายแดน จ่าโทนแจ้งว่าให้ลูกน้องพาเทียนหอมไปส่งบ้านเรียบร้อยแล้ว นักบุญอดเป็นห่วงเธอไม่ได้ เหมยฮัวบอกให้เขาห่วงตัวเองก่อนดีกว่าถูกไล่ล่าแบบนี้จะอยู่ได้อย่างไร น่าจะหนีไปอยู่ที่อื่น จ่าโทนเผลอตัว

“ไปยังไง งานยังไม่เสร็จ”

ทุกคนงงงานอะไร จ่าโทนรู้ตัวรีบกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร แล้วบอกนักบุญว่ากลับไปเหมืองไม่ได้แล้ว

แนะให้เขากับเฉ่าไปกบดานที่เกาะสอง ที่นั่นปลอดภัยถ้าไม่ไปสะดุดตาปลาใคร ให้ทั้งคู่อยู่ที่นั่นจนกว่าตนจะหาทางเขี่ยจ่าคาร์เตอร์กับทีมล่าสังหารกลับไปเสียก่อน จากนั้นจ่าโทนโยนถุงทะเลให้นักบุญ

“เอ้า ฉันให้คนไปเอามาจากห้องพักนายที่เหมือง”

นักบุญเปิดถุงทะเลออกดูเห็นข้าวของทุกอย่างอยู่ครบ รวมทั้งปืนคู่ใจก็ยิ้มพอใจ...

เมื่อถูกสารวัตรสมัยคาดคั้นหนักเข้า ทรงศักดิ์ยอมเปิดปากว่านายพลบรรหารเป็นคนอยู่เบื้องหลังการค้นหาทองญี่ปุ่นครั้งนี้ และขอให้ปล่อยตนไปได้แล้ว เพราะเล่าทุกอย่างให้ฟังหมดแล้ว สารวัตรสมัยปล่อยเขาไปไม่ได้เพราะเขาเพิ่งถูกลูกน้องซัดทอดเรื่องไม้เถื่อนชุดใหม่ที่เพิ่งส่งมาจากสาละวิน

“แล้วคุณคิดว่าท่านนายพลบรรหารจะปล่อยให้คุณทำแบบนี้กับผมหรือ”

“ไม่ต้องมาขู่ ผมไม่จับคุณก็ได้แต่เราจะหาทองกันต่อไป และผมต้องมีส่วนแบ่งด้วย”

ทรงศักดิ์เชิญสารวัตรสมัยตามสบายเพราะตอนนี้เขาถือไพ่เหนือกว่าตนอยู่แล้ว เสือใบเห็นทั้งคู่ตกลงกันได้ จัดแจงจะสะสางหนี้แค้น วาดปืนไปมาระหว่างกิตากาว่า จินฟงและฟู่เฉินตัดสินใจไม่ถูกจะยิงใครก่อนดี

“เอาสิ ถ้าแกคิดจะทิ้งทองคำจำนวนมหาศาลก็ยิงเลย” คำพูดของกิตากาว่าทำเอาทุกคนหูผึ่ง จากนั้นหนุ่มชาวญี่ปุ่นเล่าความเป็นมาเป็นไปให้ฟังว่าที่เขามาตั้งรกรากที่นี่ก็เพื่อตามหาทอง ถึงได้จ้างจินฟงและฟู่เฉินให้สำรวจป่าอยู่ตลอดแต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งทรงศักดิ์ติดต่อมาให้สำรวจป่า

สารวัตรสมัยไม่เชื่อที่กิตากาว่าเล่า แต่ทรงศักดิ์เชื่อ ขอให้เขาเล่าต่อไป กิตากาว่าเองก็ไม่รู้ว่าทองอยู่ไหน แผนที่ที่ทรงศักดิ์มี มันแค่ครึ่งเดียว ต้องหาอีกครึ่งหนึ่งมาให้ได้ พร้อมกับของอีกสองอย่างที่จะเป็นกุญแจเปิดประตูไปสู่ขุมทอง นั่นก็คือกล่องไม้โบราณกับลูกดิ่งเพนดูลั่ม

“แล้วไอ้ของสองอย่างที่ว่ามันอยู่ที่ไหน” เสือใบมองกิตากาว่าอย่างรอคำตอบ

ooooooo

ระหว่างอยู่บนเรือประมงมุ่งหน้าสู่เกาะสอง นักบุญไม่ได้แค่จะหนีไปกบดานที่นั่น แต่อยากจะมีพื้นที่ปิดคดีกับจ่าคาร์เตอร์ เฉ่าร้องเอะอะ อย่าบอกว่าเขาคิดจะจัดการกับจ่าชั่วนั่น

“ฉันเชื่อว่าจ่าคาร์เตอร์ต้องตามมา ที่เกาะสองไม่ใช่เขตของประเทศไทย ฉันจะได้เล่นงานมันถนัดหน่อย”

“จะเอาอย่างนั้นหรือ...เอาก็เอาวะ” เฉ่ารับคำอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักเพราะเบื่อกับการต่อสู้เต็มที ทั้งคู่มัวแต่คุยกันไม่ทันสังเกตเห็นคนขับเรือมองมาตาไม่กะพริบ...

ที่ค่ายทหารในตัวเมืองระนอง ลูกน้องคนสนิทเข้ามารายงานจ่าคาร์เตอร์ว่าตอนนี้เขาจ้างคนตามดูนักบุญไว้แล้วโดยเฉพาะการออกจากพื้นที่ไม่ว่าทางบก ทางน้ำหรือทางอากาศ...

ทางฝ่ายเทียนหอมดีใจมากที่เหมยฮัวกลับมาอย่างปลอดภัย อีกทั้งนักบุญกับเฉ่าก็ไม่ได้รับอันตรายอะไรแล้ว ถือโอกาสนี้ถามเหมยฮัวว่ารู้เรื่องธุรกิจของกิตากาว่าบ้างไหม เธอรู้แค่เขาทำธุรกิจส่งออก เทียนหอมไม่ได้หมายถึงธุรกิจบังหน้าแต่หมายถึงอาชีพจริงๆของเขา เหมยฮัวส่ายหน้า

“ถ้าฉันบอกอะไรเธอ เธอสัญญานะว่าจะไม่บอกใคร แม้แต่พ่อและก็พี่ของเธอ” เทียนหอมเล่าเรื่องที่ไปเจอทองคำแท่งมีตราดอกซากุระกับรูปถ่ายทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของกิตากาว่า เชื่อว่ารูปเหล่านั้นจะต้องมีความสำคัญอะไรกับเขาแน่ๆ ถึงได้เก็บไว้อย่างดี...

ที่ลานกว้างกลางป่า ฟู่เฉินบ่นกับจินฟงว่าไม่สบายใจกับเรื่องในวันนี้ เพราะดูจะวุ่นวายไปหมด ไม่มีใครน่าไว้ใจสักคนทั้งสารวัตรสมัย เสือใบ และทรงศักดิ์ด้วย ทรงศักดิ์มาทันได้ยินก็ตัดพ้อต่อว่า ว่าเห็นเขาเป็นคนแบบนั้นหรือ เขาเป็นแค่นักธุรกิจไม่ใช่โจร ในเมื่อมีข้อตกลงที่ร่วมกันได้ เขาก็เอาด้วย

“ทุกคนถือไพ่ตายคนละใบ ตอนนี้ใครหาเพนดูลั่มกับกล่องที่ว่านั่นได้ก่อนก็ถือว่าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่”

“มันก็คือเกมไม่ใช่หรือ ใครถึงตัวนักบุญก่อนก็ได้ก่อน” กิตากาว่าเสริม จินฟงพยักพเยิดไปทางเสือใบกับพวกที่ขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ตั้งข้อสังเกตว่าพวกนั้นคงจะรีบไปไล่ล่านักบุญ กิตากาว่าอดสงสัยไม่ได้ด้วยเหตุนี้ใช่ไหมทรงศักดิ์ถึงอยากได้เหมืองเน่าๆของโมรี

“ทำไมล่ะ ผมต้องเคลียร์ทุกเส้นทางที่มีความเป็นไปได้ว่าเป็นทางเดินของทองในสมัยนั้น ยิ่งขุดพบกระดูกทหารญี่ปุ่นขึ้นมาได้ก็ยิ่งน่าสนใจใช่ไหมล่ะ...หุ้นส่วน” พูดจบทรงศักดิ์เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก สารวัตรสมัยคุยกับจ่าสังข์ว่าคงเป็นเพราะสาเหตุนี้ จ่าโทนถึงไม่ยอมย้ายไม่ยอมเลื่อนตำแหน่ง จ่าสังข์อยากรู้ว่าต้องบอกเรื่องนี้กับจ่าโทนไหม สารวัตรสมัยส่ายหน้า

“จะบอกทำไมล่ะ ตัวหารยิ่งน้อยยิ่งดีไม่ใช่เหรอ” สารวัตรสมัยยิ้มเจ้าเล่ห์...

ในเวลาเดียวกัน เบญจวรรณอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครอยู่ลอบเข้าไปในห้องทำงานของโมรี เพื่อขโมยกุญแจสำคัญดอกหนึ่งแต่ยังไม่ทันออกจากห้อง โมรีกลับมาเสียก่อนถามว่าทำอะไร เข้ามาในนี้ทำไม เบญจวรรณไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรได้แต่อึกอัก ก่อนที่เธอจะถูกโมรีเล่นงาน กริชมาช่วยไว้ทัน อ้างว่าเป็นคนใช้ให้เธอเข้ามาเอาเอกสารสรุปยอดการขุดเหมืองแร่ของเดือนก่อน แล้วมองไปทางเบญจวรรณ

“หาไม่เจอใช่ไหม ขอโทษทีนะมันอยู่ที่ห้องฉันเองฉันคงจำผิด...ไปได้แล้ว”

เบญจวรรณไม่ต้องรอให้ไล่ซ้ำ เผ่นออกจากห้องทันที

ooooooo

เมื่อมาถึงท่าเรือบนเกาะสอง เฉ่ายังคาใจไม่หายจ่าคาร์เตอร์จะตามหาเราเจอแน่หรือ นักบุญมั่นใจ ถ้าเขาสังเกตดีๆจะเห็นคนขับเรือลอบมองเราอยู่ตลอด

“พวกมันซื้อข่าวไม่ยาก ไปกันเถอะหาที่นอนก่อนดีกว่า” นักบุญพูดจบเดินนำเฉ่าออกจากท่าเรือ...

ฝ่ายกริชนั่งคุยกับโมรีสักพักก็กลับห้องทำงานตัวเอง เบญจวรรณซึ่งรอท่าอยู่เข้ามากระซิบถามว่านังนั่นสงสัยอะไรหรือเปล่า เขาไม่พอใจมากที่เธอหาเรื่องใส่ตัว ถ้าโมรีจับได้ต้องเป็นเรื่องแน่ๆ

“ก็ยังจับไม่ได้นี่ ฉันกำลังทำตามแผนของเรา นี่ฉันได้มาแล้ว” เบญจวรรณโชว์กุญแจให้ดู กริชลังเล จะทำตามแผนการของเธอดีหรือไม่ เธอด่าว่าขี้ขลาดแบบนี้เมื่อไหร่จะรวยสักที เธอจะจัดการเรื่องลายเซ็นเอง ส่วนเขาต้องเป็นคนเอาเหมืองไปขายเพราะเป็นอาหลานกันไม่มีใครสังเกตแน่นอน กริชเครียดจัดอย่างเห็นได้ชัด ขอตัวเข้าเมืองไปหาอะไรดื่ม...

ที่ไนต์คลับของมาดามหว่าหวา เสือครุยดื่มเหล้าไปบ่นไปให้พุดกับทับฟังว่าเสือผาดเอาเรามาแขวนแบบนี้ไม่ถูก เรื่องงานที่จะให้เราช่วยก็หายต๋อมไปเลย จะทำมาหากินอะไรก็ไม่ได้ ทับแนะให้หาลำไพ่พิเศษไปพลางก่อน เสือครุยไม่รู้จะไปหาที่ไหน

“เฮโรอีนไงพี่...พี่ลืมนายพลโบเพื่อนพี่ฝั่งโน้นแล้วหรือ”

“จริงด้วย ขนมาทิ้งไว้ที่เกาะสองแล้วนัดลูกค้ามารับง่าย สบายๆ” เสือครุยยิ้มพอใจ เป็นจังหวะเดียวกับกริชเดินหน้าเครียดเข้ามานั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ มาดามหว่าหวารีบออกมาต้อนรับ มีอะไรจะให้เธอรับใช้หรือเปล่า เขาขอวิสกี้กับเพื่อนนั่งคุย แล้วส่งสายตาเจ้าชู้ไปให้เธอ...

เรื่องขุมทรัพย์ทองคำไม่ได้รู้แค่คณะสำรวจป่าของทรงศักดิ์กับพวกสารวัตรสมัยเท่านั้น แห้วยังปากโป้งเล่าให้หนูนาฟังอีกด้วย เทียนหอมผ่านมาได้ยินทั้งคู่คุยกันก็ไม่พอใจ ตามไปต่อว่าพ่อถึงห้องทำงานที่ใช้การสำรวจป่าบังหน้าการค้นหาขุมทรัพย์ทองคำ ทรงศักดิ์ยอมรับว่าเป็นความจริง และที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะทองคำมีค่ามากกว่าสัมปทานป่าไม้หลายเท่านัก เทียนหอมอยากรู้พ่อจะแน่ใจได้อย่างไรว่าทองมีจริง

“มีสิ มันเป็นทองญี่ปุ่นสมัยสงครามโลก”

เทียนหอมนึกถึงทองคำแท่งประทับตราดอกซากุระกับรูปถ่ายทหารญี่ปุ่นที่เจอในห้องทำงานของกิตากาว่า ทรงศักดิ์เห็นลูกนั่งเงียบสะกิดถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ครั้นเห็นเธอไม่มีปัญหาอะไรกับเขาอีกแล้วก็ขอตัวไปทำธุระข้างนอกก่อนแล้วลุกออกไป เทียนหอมมองตามสีหน้าเป็นกังวล...

เมื่อจ่าคาร์เตอร์รู้ว่านักบุญกับเฉ่าไปที่เกาะสอง สั่งให้ทีมล่าสังหารตามไปที่นั่น...

กริชดื่มเหล้าหมดไปครึ่งขวดพอดี ตอนที่ทรงศักดิ์เดินเข้ามาในไนต์คลับ มาดามหว่าหวาปรี่เข้าไปทักทายแล้วพามาแนะนำให้กริชรู้จักว่าเป็นคนที่อยากซื้อเหมืองของโมรี

“มันของโมรีคนเดียวที่ไหน ผมก็มีส่วนในนั้นด้วย เชิญครับคุณทรงศักดิ์ กำลังอยากเจอเลย”

ooooooo

ที่ชุมเสือผาด เสือมิ่งซึ่งซ่อมมือตะขอเรียบร้อย ยังแค้นใจไม่หายที่โดนเล่นงาน หมายหัวเทียนหอม กับพวกเอาไว้ เจอเมื่อไหร่จะปาดคอให้ขาด เสือเพลิงสงสัยจำหน้านังนั่นได้หรือ เขาจำได้ไม่มีวันลืม ระหว่างนั้นสมุนสามคนเข้ามาบอกเสือเพลิงว่ารถพร้อมแล้ว เสือมิ่งอดถามไม่ได้จะไปไหนกัน

“ไปหาอีหนูกอดหน่อยเว้ย ตั้งแต่มีเรื่องพี่ผาดสั่งให้งดเอาพาร์ตเนอร์เข้ามาในนี้”

เสือมิ่งขอไปด้วย กำลังเหงาอยู่พอดี...

ขณะที่เสือเพลิง เสือมิ่งและสมุนมุ่งหน้าไปหาความสำราญที่ในตัวเมือง เสือใบยังคาใจไม่หายทำไมกิตากาว่าถึงต้องบอกพวกเราด้วยว่าเพนดูลั่มอยู่ที่นักบุญ สารวัตรสมัยรู้เท่าทันว่ามันต้องการให้เราไปเอาเพนดูลั่มมาให้ และพอจะรู้มาด้วยว่ากิตากาว่าซุ่มสั่งสมยอดฝีมือ รวมทั้งอาวุธเอาไว้ หากเราได้เพนดูลั่มมาเมื่อไหร่ มันอาจจะหักหลังเราได้ ส่วนเรื่องที่จะให้เราเป็นหุ้นส่วนก็เป็นแค่เรื่องหลอกเด็ก

“ถ้าเราได้มาเราจะทำยังไงเพราะเราไม่รู้เลยว่าไอ้เพนดูลั่มกับไอ้กล่องนั่นใช้เป็นประตูสู่ขุมทองได้ยังไง”

“นั่นแหละที่เราต้องรู้ก่อนพวกมัน” สารวัตรสมัยครุ่นคิดหนัก...

กริชดื่มเหล้าไปคุยกับทรงศักดิ์ไปอย่างถูกคอ ก็เลยเล่าประวัติคร่าวๆของตัวเองให้ฟังว่าเขาเป็นนักเรียนนอก แต่เรียนไม่จบเนื่องจากพ่อของเขาตาย เขาจึงต้องกลับมาช่วยงานพี่ชายดูแลเหมือง ครั้นพี่ชายตายก็ต้องมาช่วยหลานต่อ ทรงศักดิ์ยืนยันว่ายังอยากได้เหมืองอยู่ แต่โมรีไม่ยอมขายให้

“ถ้าผมทำให้เธอขายได้ คุณยังจะซื้ออยู่ใช่ไหม”

ทรงศักด์ซื้อแน่นอน กริชรับปากในเร็ววันนี้เขาจะได้ครอบครองเหมืองโมรีแน่ มาดามหว่าหวาแอบได้ยินทั้งคู่คุยกันถึงกับตาลุกวาว...

ฟู่เฉินดีใจมากเพราะคิดว่าจะได้เที่ยวศาลเจ้าตามลำพังกับเหมยฮัว ที่ไหนได้เธอชวนเทียนหอมกับหนูนามาด้วย ขณะทั้งสี่คนจุดธูปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลเจ้าแห่งนี้ เหมยฮัวเล่าให้ฟังว่าเทพเจ้าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มากโดยเฉพาะเรื่องความรัก เทียนหอมรีบหลับตาพนมมืออธิษฐานให้สมหวังในความรัก...

แทนที่จะไปหาพาร์ตเนอร์อย่างที่ตั้งใจ เสือเพลิงกลับไล่ให้สมุนล่วงหน้าไปก่อน ตนจะไปเดินซื้อของกินในตลาดสักครู่แล้วจะตามไป เสือมิ่งเดินตลาดกับเขาด้วย...

หนูนาเห็นฟู่เฉินเชิญชี้ชวนเหมยฮัวดูโน่นดูนี่แล้วหมั่นไส้ที่ทำราวกับเป็นคู่รักกัน ทนดูต่อไปไม่ได้ชวนเทียนหอมเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง...

ระหว่างที่หนูนากับเทียนหอมไม่ล่วงรู้ว่ากำลังจะมีภัยมาถึง กริชเริ่มเมาแต่ยังครองสติอยู่ บอกกับทรงศักดิ์ว่าตั้งแต่ขุดเจอโครงกระดูกทหารญี่ปุ่น เขาอยากจะขายเหมืองให้รู้แล้วรู้รอด ทรงศักดิ์อยากรู้นอกจากโครงกระดูกแล้วยังขุดเจออะไรอีกบ้าง เขาเจอซามูไรหักกับกล่องอะไรไม่รู้แล้วทำมือให้ดูว่าขนาดประมาณนี้ ทรงศักดิ์ตื่นเต้นขึ้นมาทันที แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้...

เคราะห์หามยามซวยมาเยือน เทียนหอมกับหนูนาดูข้าวของอย่างเพลิดเพลินอยู่ดีๆ ดันมาเจอเสือเพลิงและเสือมิ่ง เทียนหอมจำทั้งคู่ได้รีบจูงมือหนูนาวิ่งหนี เสือมิ่งจำเธอได้เช่นกันชวนเสือเพลิงไล่ตาม

ooooooo

ระหว่างที่เทียนหอมกับหนูนาหนีการไล่ล่าของเสือมิ่งและเสือเพลิงไปทั่วตลาด ฟู่เฉินตัดสินใจถามเหมยฮัวว่าคิดอย่างไรกับตน เธอตอบคำถามโดยไม่ต้องคิดว่าในชีวิตของเธอรักอยู่สองคนคือพ่อกับเขา

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาคอยดูแลเธออย่างดี ดังนั้นเขาจึงเป็นคนที่เธอรักที่สุด ฟู่เฉินยิ้มปากกว้างเกือบถึงรูหู แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเธอบอกเพิ่มเติมว่าเธอโชคดีที่มีพี่ชายอย่างเขา ฟู่เฉินยังไม่ทันจะว่าอะไร มีเสียงเอะอะดังมาจากอีกด้านหนึ่งของตลาด เหมยฮัวสังหรณ์ใจชอบกล ชวนฟู่เฉินตามไปดู...

ด้านเทียนหอมกับหนูนาวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตไปตาม ซอยที่ทะลุไปท่าเรือได้ ด้วยความที่หนูนาอ้วนทำให้หนีได้ช้าจึงถูกเสือมิ่งกับเสือเพลิงจับตัวไว้ได้ ทันใดนั้น เหมยฮัวกับฟู่เฉินเข้ามาช่วยเตะต่อยสองเสือร้ายกระเด็นไปคนละทิศละทาง ฟู่เฉินสั่งให้เทียนหอมพาหนูนาหนีไปก่อน เธอไม่รอให้เขาพูดซ้ำเผ่นแน่บจนกระทั่งมาถึงท่าเรือ หนูนาหนีต่อไปไม่ไหวขอพักสักครู่หนึ่งก่อน เทียนหอมมองสำรวจไปรอบบริเวณไม่เห็นใครตามมา

“ก็ได้ พวกมันคงไม่ตามมาแล้วล่ะ”

ทั้งคู่ยังนั่งพักไม่หายเหนื่อย สมุนสามคนของเสือเพลิงผ่านมาเห็นตะโกนโหวกเหวก เทียนหอมฉุดกระชากหนูนาให้วิ่งหนี สองสาวพากันหนีมาแถวเรือที่จอดอยู่ เหลือบไปเห็นสมุนวิ่งตามมาแต่ไกล เทียนหอมตัดสินใจพาหนูนาลงไปซ่อนในเรือแล้วเอาผ้าใบคลุมไว้ สมุนวิ่งมาถึงเรือที่จอดอยู่แต่ไม่เห็นใครก็เจ็บใจ

“หายไปไหนแล้ววะ เร็วจัง” บ่นเสร็จสมุนค้นหาต่อไป

เทียนหอมเห็นหนูนายังเหนื่อยอยู่ บอกให้นอนพักที่นี่ไปก่อน เดี๋ยวค่อยออกไป...

เสือมิ่งกับเสือเพลิงยังคงต่อสู้กับเหมยฮัวและฟู่เฉินอย่างไม่มีใครยอมใคร พลันมีเสียงนกหวีดของตำรวจที่ขี่จักรยานตรวจตรารอบๆบริเวณนั้นดังขึ้น ทั้งสองฝ่ายเลิกต่อสู้กัน ก่อนจะวิ่งหนีทางใครทางมัน...

เทียนหอมที่ยังหลบอยู่ใต้ผ้าใบรู้สึกเหมือนเรือกำลังเคลื่อนที่ หนูนาซึ่งหนังตาหนักแทบจะปิด ตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นเพราะคลื่นในทะเลมากกว่า เทียนหอมยังคาใจแล้วทำไมเสียงเครื่องยนต์ดังนัก

“คงเป็นเรือลำอื่น กำลังเข้าจอดน่ะค่ะ อย่าถามมากได้ไหมคะ คนกำลังเหนื่อยค่ะ”

เทียนหอมพยักหน้ารับคำได้แต่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าใบ ไม่กล้าโผล่หน้าออกไปดู...

ในขณะที่เทียนหอมกับหนูนาติดอยู่ในเรือที่แล่นออกจากฝั่ง เสือผาดแวะมาหาโมรีถึงห้องนอน เธอได้กลิ่นเหล้าจากตัวเขา แปลกใจทำไมวันนี้ถึงดื่มเหล้า เขาหันหลังให้เธอแล้วถอดหน้ากากออก ครั้นโมรีเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเขาถามว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือ เขาสงสัยกิตากาว่าเอาอาวุธมาทำไมมากมาย

“ไหนว่ามันจะเอาไปขาย”

เสือผาดได้ยินมาว่ากิตากาว่าเอาอาวุธมาเก็บไว้เอง หรือมันกำลังซ่องสุมอาวุธเพื่อล้มตน โมรีไม่คิดว่ากิตากาว่าจะกล้า ถึงอย่างไรเสือผาดก็ยังมีมาดามหว่าหวาคอยสอดแนมให้อยู่

“เธอว่าฉันไว้ใจหว่าหวาหรือ”

“เรื่องบางอย่างเราก็ต้องไว้ใจ แต่ถ้าไว้ใจไม่ได้ฉันจะจัดการให้เอง”

ooooooo

ที่ห้องนอนของกิตากาว่า หลังเสร็จกิจมาดามหว่าหวานอนซบอกกิตากาว่า พร้อมกับเล่าให้ฟังว่าวันนี้เจอทรงศักดิ์ที่ไนต์คลับ นั่งดื่มเหล้ากับกริชคุยกันเรื่องซื้อเหมือง กิตากาว่าร้องเอะอะไหนจะให้เขาเป็นนายหน้า แล้วทำไมถึงไปคุยเอง เธอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เขาไม่เดือดร้อนอะไรไม่ใช่หรือ

“ค่านายหน้าเล็กๆน้อยๆ สู้สินค้าคุณเที่ยวเดียวยังไม่ได้เลย จริงสิ...อาวุธคุณทำไมไม่ส่งไปขายล่ะ”

“ฉันเปลี่ยนใจแล้วเพราะมันมีความจำเป็นต้องใช้”

มาดามหว่าหวาอยากรู้จะเอาไปใช้กับใคร กิตากาว่าขอผัดไปก่อน เมื่อถึงเวลาเมื่อไหร่ก็จะรู้เอง...

นักบุญกับเฉ่าแวะไปที่บาร์เพื่อหาเบียร์ดื่มแก้กระหาย อุตส่าห์ก้มหน้าก้มตาดื่มไม่ยุ่งกับใครก็ยังโดนนายพลโบกับทหารมาหาเรื่อง แถมถูกไล่ยิงแทบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่จ่าโทนขับรถฝ่าวงล้อมพวกทหารชนกลุ่มน้อยของนายพลโบเข้ามาพาหนีได้ทัน นายพลโบเจ็บใจมาก สั่งให้ลูกน้องออกหมายจับเฉ่ากับนักบุญ...

จากนั้นไม่นาน จ่าโทนพานักบุญกับเฉ่ามาซ่อนตัวบนเรือประมงลำใหญ่ซึ่งจอดเทียบท่าอยู่ ไม่วายต่อว่าทั้งคู่ที่หาเรื่องใส่ตัวได้ตลอด สงสัยจะหาแผ่นดินอยู่ไม่ได้แล้ว เฉ่าแก้ตัวว่านายพลบ้านั่นเป็นฝ่ายหาเรื่องเราก่อน นักบุญอยากรู้นายพลโบเป็นใคร จ่าโทนเล่าว่าเขาเป็นผู้นำกองกำลังชนกลุ่มน้อย

“แบ่งแยกออกมาเป็นรัฐอิสระไม่ขึ้นกับรัฐบาล มีกองกำลังเป็นรัฐกันชนของไทย อยู่ในป่าแถบเทือกเขาตะนาวศรีทั้งแถบ พวกนี้ปลูกฝิ่น ทำเฮโรอีนเอาทุนมาซื้ออาวุธและคน...พยายามอยู่ห่างเข้าไว้”

นักบุญอดสงสัยไม่ได้ จ่าโทนมาที่นี่ได้อย่างไร เขามาเพื่อจะเตือนให้ทั้งคู่รู้ว่าจ่าคาร์เตอร์กับทีมล่าสังหารกำลังมาที่นี่ เฉ่าถึงกับร้องอ้าว ไหนคุยว่าจัดการได้ไม่ใช่หรือ จ่าโทนแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าเรื่องนี้ใหญ่เกินกำลังของตน นักบุญคาดไว้แล้วต้องเป็นอย่างนี้ ในเมื่อไม่มีใครช่วยเขาคงต้องทำตามแบบของตัวเอง

ooooooo

ทรงศักดิ์โกรธมากเมื่อรู้ว่าเทียนหอมหายตัวไป เล่นงานฟู่เฉินกับเหมยฮัวทำงานกันอย่างไรถึงปล่อยให้เป็นแบบนี้ เหมยฮัวมั่นใจว่าคนของเสือผาดไม่ได้จับเธอไป เขาไม่สนใครจะจับเธอไปก็ช่าง แต่เหมยฮัวต้องตามหาเธอให้เจอ จังหวะนั้นจินฟงเข้ามารายงาน พอจะรู้เค้าแล้วว่าเทียนหอมไปไหน

“มีคนเห็นลูกสาวท่านวิ่งหนีชายฉกรรจ์ไปทางท่าเรือ”

“รีบไปตามหามา” ทรงศักดิ์สั่งเสียงเฉียบ...

คนที่ทรงศักดิ์เร่งให้หาตัวเพิ่งรู้สึกตัวตื่น เปิดผ้าใบที่คลุมตัวเองออกถึงได้เห็นว่าเช้าแล้ว รีบปลุกหนูนา ซึ่ง ตื่นขึ้นมามองไปรอบๆไม่เห็นพวกคนร้ายก็ดีใจส่งเสียงไชโยลั่น

“ในที่สุดเราก็หนีพวกมันพ้น กลับบ้านกันเถอะค่ะคุณหนู”

“หนูนา ฉันว่าที่นี่มันไม่ค่อยเหมือนท่าเรือที่ระนองเลยนะ” เทียนหอมใจเสียไม่รู้ว่าเรือลำนี้พามาถึงไหน...

ด้านจ่าโทนเดินมาส่งนักบุญกับเฉ่าบนฝั่ง เตือนให้พลางตัวกันดีๆหน่อยอย่าให้ถูกจับได้ นักบุญขอบคุณที่เขามาช่วยเอาไว้แล้วชวนเฉ่าไปหาอะไรกิน...

ระหว่างเดินมาที่ตลาดใกล้ท่าเรือ เทียนหอมรู้สึกว่าผู้คนที่นี่ดูแปลกตา เจอแม่ค้าขายของคนหนึ่งรีบเข้าไป

ถามว่าที่นี่ที่ไหน ปรากฏว่าแม่ค้าพูดภาษาพม่าด้วย เธอถึงกับหน้าถอดสี แล้วเหลือบเห็นป้ายบางอย่างข้างหน้ารีบเดินไปดู เธอมัวแต่สนใจป้ายก็เลยไม่เห็นนักบุญกับเฉ่าเดินผ่านหลังไป ป้ายบอกทางเป็นภาษาพม่าแต่มีภาษาอังกฤษเขียนกำกับไว้ด้วย

“ที่แท้ที่นี่คือเกาะสองเอง โธ่...กำลังอยากมาเที่ยวอยู่พอดี” เทียนหอมใจชื้นขึ้น

“เอ่อ...คุณหนูมาผิดเทศกาลหรือเปล่าคะ ตอนนี้เรากำลังหลงทางนะคะ”

เทียนหอมนึกขึ้นได้ รีบชวนหนูนาไปหาโทรศัพท์โทร.บอกพ่อ...

ในเวลาเดียวกัน เบญจวรรณเห็นโมรีนั่งอ่านเอกสารอยู่ในห้องทำงาน รวบรวมความกล้าถือเอกสารหลายฉบับเข้ามา เธอถามเหมือนเช่นเคยว่าวันนี้มีอะไร เบญจวรรณโกหกว่าเป็นเอกสารเบิกจ่ายต่างๆ มีเงินเดือนคนงานด้วย โมรีเซ็นโดยไม่ได้ดูแม้แต่แผ่นเดียวแล้วส่งคืน เบญจวรรณยิ้มพอใจ คว้าเอกสารออกจากห้องสวนกับเสือครุยที่เดินเข้ามาหาโมรีอย่างนอบน้อม จะขอลาไปเกาะสองสักวันสองวัน เธอสงสัยจะไปทำอะไร

“บอกตรงๆนะครับ ผมต้องไปทำธุรกิจของผมบ้าง ช่วงนี้รายได้ผมมันไม่พอหรอกครับ”

“ฉันเข้าใจ เอาสิ ฉันอนุญาต แต่คิดดูอีกทีฉันไม่ได้ไปเสี่ยงโชคที่เกาะสองนานแล้วเหมือนกัน”
เสือครุยถือโอกาสชวนโมรีไปด้วยกัน รับรองจะดูแลอย่างดี...

ทางฝ่ายเทียนหอมเข้าไปเปิดห้องในโรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่งและขอใช้โทรศัพท์ด้วยจะโทร.ทางไกลไปเมืองไทย กิตากาว่าเป็นคนรับสาย เธอจึงฝากเรื่องเอาไว้ อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ลูกน้องคนสนิทเข้ามารายงานจ่าคาร์เตอร์ว่าส่งคนออกไปสืบหาตัวสองคนนั่นแล้ว ครั้นมองไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เห็นเทียนหอมยืนอยู่ รู้สึกคุ้นๆ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน จ่าคาร์เตอร์มองตามสนใจ...

หลังจากรู้ว่าลูกสาวอยู่เกาะสอง ทรงศักดิ์รีบนั่งเรือเร็วไปที่นั่นทันทีโดยมีฟู่เฉินและเหมยฮัวตามไปด้วย

ooooooo

เบญจวรรณวางเอกสารมอบอำนาจที่โมรีเซ็นโดยไม่รู้เรื่องลงตรงหน้ากริช จากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของเขาแล้ว เขาต้องไปเอาโฉนดที่ธนาคาร แล้วหยิบกุญแจตู้นิรภัยที่แอบเข้าไปหยิบเมื่อวันก่อนยื่นให้ ส่วนเอกสารอื่นๆเธอจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว กริชมองเอกสารสลับกับกุญแจตู้นิรภัยอย่างลังเล

“อย่าบอกว่าไม่กล้านะ ไม่ทำตอนนี้แล้วจะทำตอนไหน ยายโมรีไปเกาะสองวันสองวัน นี่มันเป็นโอกาสของเราแล้วนะ อย่าปอดแหกหน่อยเลยน่า”

กริชเจอลูกยุเข้าไป รับปากจะรีบไปเอาโฉนดแล้วไปหาทรงศักดิ์ เบญจวรรณทักท้วงไม่ใช่ไปหากิตากาว่าหรือ เธอคุยกับเขาไว้แล้ว กริชเองก็ไปคุยกับทรงศักดิ์ไว้แล้วเหมือนกัน เธอจำต้องปล่อยเลยตามเลย ติดต่อโดยตรงกับคนซื้อก็ดีเหมือนกัน และเพื่อเป็นการไม่ให้เสียน้ำใจ เธอจะขอกล่องไม้ที่ขุดได้วันก่อนไปให้กิตากาว่า กริชบอกให้เธอไปเอาได้เลย...

ขณะที่แผนฮุบเหมืองของเบญจวรรณกับกริชใกล้เป็นความจริง โมรีมาถึงบ่อนกาสิโนบนเกาะสอง เสือครุยซึ่งสนิทสนมกับนายพลโบเป็นอย่างดีแนะนำให้เขารู้จักกับเธอในฐานะเจ้านายของตน

“เดี๋ยวนี้มีเจ้านายแล้วหรือ สวยซะด้วย ยินดีที่รู้จักครับคุณโมรี” นายพลโบจับมือเธอมาจูบเบาๆแล้วเชิญไปที่ห้องวีไอพีด้านใน...

ฝ่ายนักบุญจงใจใช้ตัวเองกับเฉ่าเป็นเหยื่อล่อให้จ่าคาร์เตอร์มาหา เป็นไปตามแผน ทหารรับจ้างสองคนของเขาลาดตระเวนมาเจอ หนึ่งในพวกนั้นจะอยู่เฝ้าทั้งคู่ไว้แล้วให้อีกคนไปตามจ่าคาร์เตอร์มา อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก จ่าโทนเห็นนักบุญกับเฉ่านั่งอย่างสบายอารมณ์ก็นิ่วหน้าแปลกใจ คิดจะทำอะไรกันแน่...

ภายในห้องพักของจ่าคาร์เตอร์ซึ่งอยู่ในโรงแรมเดียวกับเทียนหอม ลูกน้องคนสนิทกำลังนอนมองเพดานคิดทบทวนว่าเคยเจอผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ที่ไหน มีเสียงโทรศัพท์ในห้องพักดังขึ้น ทหารรับจ้างโทร.มาแจ้งว่าเจอนักบุญกับเฉ่าแล้ว จ่าคาร์เตอร์ยิ้มพอใจวางสายแล้วหันมาบอกลูกน้องคนสนิทว่าเจอมันแล้ว เป็นจังหวะเดียวกับที่เขานึกออกพอดีว่าเจอผู้หญิงคนนั้นที่ไหน...

ที่ห้องพักของเทียนหอมซึ่งอยู่ติดกัน เทียนหอมกำลังคุยกับหนูนาเรื่องทองสมัยสงครามโลก ตอนที่มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทั้งคู่คิดว่าเป็นพนักงานของโรงแรมเอาอาหารมาส่ง แต่พอเปิดประตูรับต้องตกใจที่เห็นจ่าคาร์เตอร์ยืนถือปืนอยู่...

ในระหว่างที่เทียนหอมถูกจับตัวไปเป็นประกัน เบญจวรรณนำกล่องไม้ที่ขุดได้จากเหมืองโมรีมาให้กิตากาว่าซึ่งตื่นเต้นดีใจมากแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ เขาขอบคุณเธอสำหรับน้ำใจครั้งนี้ เธอรีบออกตัวว่าเธอต่างหากที่ต้องขอโทษเขา ที่อยู่ๆกริชก็เอาเหมืองไปขายให้ทรงศักดิ์เองโดยไม่ผ่านเขา

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจแต่ตอนนี้คุณทรงศักดิ์ไม่อยู่นะครับ”

“คุณกริชทราบแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ฉันลาก่อนล่ะค่ะ”

กิตากาว่ารอจนเบญจวรรณกลับไปแล้ว จึงสั่งการให้มุซาชิแจ้งไปทางญี่ปุ่นว่าได้ของมาชิ้นหนึ่งแล้ว...

ทันทีที่ถึงเกาะสอง ทรงศักดิ์ เหมยฮัวและฟู่เฉินรีบตรงไปยังโรงแรมที่พักซึ่งเทียนหอมให้ที่อยู่ไว้ แต่พอไปถึงห้องพัก กลับพบว่าถูกล็อก ทรงศักดิ์เคาะประตูเรียกก็ไม่มีเสียงขานตอบ ฟู่เฉินจึงพังประตูเข้าไป ไม่เจอเทียนหอม พบแต่หนูนาถูกมัดมือมัดปากติดกับเก้าอี้...

นักบุญกับเฉ่ารอจนถูกแดดเผาเกือบเกรียม ในที่สุดจ่าคาร์เตอร์กับลูกน้องสองคนก็เดินมาหา แทนที่จะเปิดฉากยิงกัน เขากลับโยนกระเป๋าถือสตรีให้ นักบุญ

จำได้ทันทีว่าเป็นของเทียนหอมถามว่าเอาเธอไปไว้ไหน จ่าคาร์เตอร์ยิ้มกวน ถ้าอยากรู้ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน นักบุญกับเฉ่ามองหน้ากัน จากนั้นยื่นอาวุธให้ และยอมให้จับกุมแต่โดยดี จ่าโทนซึ่งซุ่มดูอยู่งงมาก ทำไมสองคนนั่นถึงยอมให้พวกมันคุมตัวไปง่ายนัก...

หลังจากแยกย้ายกันตามหาเทียนหอม ทรงศักดิ์ หนูนากับเหมยฮัวและฟู่เฉินนัดมาเจอกันบริเวณท่าเรือ ไม่มีใครพบเธอแม้แต่เงา เหมยฮัวไปสอบถามที่ท่าเรือแล้วยังไม่มีเรือลำไหนออกไป แสดงว่าเทียนหอมยังอยู่ที่นี่ ทรงศักดิ์หนักใจ เกาะออกกว้างจะไปตามหาที่ไหน ฟู่เฉินสืบทราบว่าคนที่จับตัวเธอไปเป็นฝรั่ง

“คงหาเบาะแสไม่ยาก ผมมีเพื่อนเป็นตำรวจที่นี่ น่าจะพอมีหนทาง”

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.