ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักบุญทรงกลด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เบญจวรรณเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านโมรีให้ฟังว่าหลังจากที่แม่ของโมรีตายได้ราวสองเดือน คุณจักรก็พาเธอมาที่บ้าน โมรีผ่านมาเจอพอดี เขาก็เลยแนะนำให้รู้จักกันไว้ บอกว่าเธอจะมาอยู่ที่นี่และจะคอยดูแลเขา โมรีรู้จักเบญจวรรณมาก่อนหน้านี้แล้วเราสองคนเป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำ

“แต่ตอนนี้คงเป็นแค่เคยเป็นแล้ว...แม่เพิ่งจะตายไปไม่ถึงสองเดือนดี พ่อก็พาเมียใหม่มาแล้วหรือ”

“แล้วจะเป็นอะไรไป” พูดจบคุณจักรเหลือบเห็นกริชลงมาจากบนบ้าน ร้องทักจะไปไหนหรือ เขาจะออกไปคุยกับเรือแร่ที่ภูเก็ต คุณจักรเห็นเขามองๆเบญจวรรณ จึงแนะนำให้รู้จักในฐานะเมียใหม่ของตน...

นักบุญฟังเรื่องราวจากปากเบญจวรรณแล้วไม่เห็นจะแปลกอะไรตรงไหน มันก็แค่เรื่องแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง แต่ถ้าจะมีแปลกก็ตรงที่เธอกับโมรีเป็นเพื่อนกันและดูอายุจะห่างกับคุณจักรมากไปหน่อย แรกๆเบญจวรรณก็ไม่เห็นจะมีอะไรแปลก ว่าแต่พออยู่ๆไปก็ยิ่งเห็นความบัดสีบัดเถลิงของครอบครัวนี้

มีอยู่วันหนึ่งเบญจวรรณบังเอิญขึ้นบันไดมาเจอคุณจักรกอดจูบกับโมรี ก่อนจะพากันเข้าห้อง เธอแค้นมากที่เห็นพ่อลูกมีอะไรกัน จะตามเข้าไปเอาเรื่องแต่กริชมา

ดึงมือไว้ แล้วพาเธอไปคุยกันที่ห้องนอนของเขา เธอสะบัดมือเขาออกต่อว่าว่ามาห้ามทำไม เขาขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน โวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์ เบญจวรรณตะลึงนี่แสดงว่าเขารู้เรื่องนี้ กริชยอมรับว่ารู้มานานแล้ว

“แล้วคุณปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง โมรีกับคุณจักรเป็นพ่อลูกกันนะ มีศักดิ์เป็นหลานคุณด้วย”

“วันหนึ่งคุณจะเข้าใจเอง เชื่อผม” กริชว่าแล้วมองเบญจวรรณอย่างเสน่หา เธอเองก็ดูจะมีใจให้เขาเช่นกัน ทั้งคู่สวมกอดกันก่อนจะพากันไปจบที่เตียงนอน...

ด้านมาดามหว่าหวาฟังเรื่องราวของเบญจวรรณด้วยความสะอิดสะเอียนที่คุณจักรมีอะไรกับลูกในไส้ เธออธิบายว่าความจริงแล้วโมรีไม่ใช่ลูกของคุณจักร

แต่เป็นเด็กที่เขาเก็บมาเลี้ยง เขาเป็นหมันไม่สามารถมีลูกได้เธอถึงอยู่กับเขามาหลายปีโดยที่ไม่มีทายาทและด้วยเหตุนี้เองโมรีถึงกีดกันเธอทุกอย่าง

“ฉันเลยไม่ได้สมบัติอะไรจากคุณจักรเลย รวมทั้งคุณกริชด้วย”

“คุณกับคุณกริชเลยร่วมมือกันฆ่าโมรีชิงสมบัติ” มาดามหว่าหวาพอจะเดาเหตุการณ์ออก เบญจวรรณอุตส่าห์วางแผนอย่างดีแต่ก็พลาดจนได้ สมบัติที่เธอได้จึงมีเพียงจี้ล็อกเกตกับเครื่องประดับไม่กี่ชิ้น นักบุญสงสัยแล้ว

เสือผาดมาเกี่ยวข้องกับโมรีได้อย่างไร เบญจวรรณรู้มาว่าคุณจักรรู้จักกับเสือผาด ทั้งคู่ทำงานลับๆกันอยู่ แต่เธอไม่รู้รายละเอียด รู้แค่ว่าพอคุณจักรตาย โมรีก็หันไปคบกับเสือผาดเพื่อหาคนคุ้มครอง

“เราจะเอายังไงกับคุณกริช”

นักบุญแนะให้ปล่อยไว้แบบนี้ก่อน กริชอาจจะไม่ได้หักหลังเบญจวรรณอย่างที่เราตั้งข้อสังเกตก็ได้

ooooooo

ที่โรงพักระนอง สารวัตรสมัยกับจ่าสังข์แวะมาเอาอาวุธที่ส่งมาจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่หัวหิน สารวัตรเผด็จมองอย่างไม่ค่อยพอใจนักที่ถูกข้ามหน้าข้ามตา สารวัตรสมัยไม่วายคุยทับ

“ผมบอกแล้วไงว่าผมขออะไรก็ต้องได้ จะปราบเสือใหญ่ทั้งทีจะไปใช้ไม้จิ้มฟันแบบพวกคุณได้ยังไง”

“อย่าเพิ่งมาคุย อาวุธไม่สำคัญเท่าสมองหรอก เสือผาดมันไม่ธรรมดา ไม่ใช่หมูที่คุณจะจับใส่อวยง่ายๆ”

สารวัตรสมัยแดกดัน ตนต้องการอาวุธไม่ใช่ ความเห็น สารวัตรเผด็จหันไปพยักพเยิดกับร้อยเวรซึ่งรีบรายงานว่าอาวุธอยู่ในรถบรรทุกเรียบร้อยแล้ว สารวัตรสมัยกับจ่าสังข์มองสบตากันพอใจ

“เสือผาดจะรู้ตัวไหม” สารวัตรเผด็จพูดขึ้นลอยๆ อย่างมีเลศนัย...

ในเวลาต่อมา เสือใบเห็นอาวุธรุ่นใหม่ที่สารวัตรสมัยลำเลียงมาให้เต็มคันรถถึงกับออกปากมีของแบบนี้ต่อให้เป็นพ่อของเสือผาดก็คงไม่เหลือซาก เสือเข้มเตือนถึงอย่างไรก็ประมาทเสือผาดไม่ได้ เสือใบรู้แก่ใจดีไม่ต้องเตือน แล้วสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อม พรุ่งนี้ตะวันตรงหัวเราจะบุกชุมเสือผาด

“ทำไมเราไม่ลงมือกลางคืนล่ะพี่” เสือก้านสงสัย

“กลางคืนมันต้องวางเวรยามหนาแน่น เราคงเจาะเข้าไปยาก อีกอย่างพวกมันคงนึกไม่ถึงหรอกว่าเราจะไปตอนกลางวัน เสือครุยรู้เส้นทางดี เราคงลอบเข้าไปไม่ยาก”

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก จ่าโทนหันมาชมสารวัตรสมัยว่าเก่งมากสามารถยืมมือเสือใบปราบเสือผาดได้ งานนี้ได้เลื่อนยศแน่ สารวัตรสมัยกลัวกำลังคนแค่นี้จะไม่พอต่อกรกับเสือผาด ถ้าได้นักบุญมาช่วยอีกคนคงจะดีไม่น้อย จ่าโทนเห็นด้วย แต่ใครจะเป็นคนไปชวน นักบุญคงไม่อยากคุยกับตนอีกแล้ว

“เอาน่า ฉันมีวิธี” สารวัตรสมัยสีหน้ามั่นใจ...

เมื่อมีเวลาคิดทบทวนทำให้เหมยฮัวไม่อยากแต่งงานกับฟู่เฉิน เทียนหอมถึงกับร้องเอะอะไม่อยากแต่งแล้วไปรับปากทำไม เธออ้างตอนนั้นยังสับสน เทียนหอมตำหนิเรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เดี๋ยวแต่งเดี๋ยวไม่แต่งได้อย่างไร เหมยฮัวโทษว่าเป็นเพราะเธอบอกว่าจะแต่งกับนนท์ ตนก็เลยเอาบ้าง

“โธ่ ฉันแค่พูดไปอย่างนั้นเอง แต่ยังไม่ได้ทำสักหน่อย”

เหมยฮัวอยากตบปากตัวเองนักที่พูดไปไม่คิด แล้วขอร้องเทียนหอมช่วยเธอด้วย หากต้องแต่งกับฟู่เฉินจะผูกคอตายให้รู้แล้วรู้รอด เทียนหอมกับหนูนาร้องห้ามเสียงหลง โดยเฉพาะหนูนาขอร้องอย่าคิดอะไรตื้นๆ

“ทุกปัญหามีทางออก อย่างเช่นไปบอกให้นายเฉ่ามาพาเหมยฮัวหนีไป”

เทียนหอมต่อว่าหนูนาว่าคิดอะไรบ้าๆ เหมยฮัว กลับเห็นว่าเป็นความคิดที่ดีแต่ใครจะเป็นคนไปบอกเรื่องนี้กับเฉ่า ทั้งหนูนาและเหมยฮัวเห็นพ้องต้องกันยกหน้าที่นี้ให้เทียนหอมไปจัดการ

ooooooo

เฉ่าทุกข์ใจเรื่องเหมยฮัวไม่รู้จะทำอย่างไรจึงใช้เหล้าเป็นเครื่องดับความทุกข์ดื่มจนเมาไม่รู้เรื่อง นักบุญต้องประคองไปนอนที่เตียง ระหว่างนั้นคนรับใช้เข้ามารายงานว่ามีคนมาหา รออยู่ที่ไนต์คลับ

ครู่ต่อมานักบุญมายืนอยู่ตรงหน้าเทียนหอม แทนที่จะพูดดีๆด้วยกลับกระแนะกระแหน ไนต์คลับยังไม่เปิด หรือจะมาแจกการ์ดแต่งงาน เทียนหอมยอมรับ หน้าชื่นว่าใช่ แต่ยังไม่ทันจะบอกว่าเป็นการ์ดแต่งงานของ เหมยฮัวกับฟู่เฉิน นักบุญชิงโวยวายเสียก่อน

“อยากแต่งก็แต่งไปเลย ใช่สิ คุณเป็นคู่หมั้นกันนี่เป็นผู้ดีมีเงินใครจะมาสนใจนักโทษหนีคดีอย่างผม เสียดาย... เสียดายที่ผมหลงรักคุณชื่นชมคุณ ทำไม...ทำไมต้องมาหลอกกันด้วย...โธ่เว้ย”

“พอได้แล้ว ฉันไม่ได้แต่ง แต่เหมยฮัวจะแต่งกับฟู่เฉิน นายเฉ่าอยู่ไหน ฉันตั้งใจจะมาส่งข่าวแค่นี้”

นักบุญอายมากที่เผลอพูดความในใจออกไป รีบกลบเกลื่อนว่าพูดไปอย่างนั้นเองไม่ได้คิดจริงจังอะไร เทียนหอมแกล้งบอกว่าถ้าไม่ได้พูดจริงจังเธอก็จะได้ตัดสินใจแต่งงานกับนนท์ง่ายขึ้น นักบุญร้องห้ามเสียงหลงว่าแต่งไม่ได้ เธอจะแต่งหรือไม่แต่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับเขา แล้วขอตัวกลับก่อนแค่จะมาส่งข่าวเรื่องเหมยฮัว ส่วนเฉ่า

จะจัดการอย่างไรก็ให้รีบทำ จากนั้นขยับจะไป นักบุญจะคว้าแขนเทียนหอมรู้ทันเบี่ยงตัวหลบก่อนจะชักปืนขู่

“คราวนี้ไม่มีตบแล้วจูบ จูบ...ฉันยิง” สายตากร้าวของเทียนหอมทำให้นักบุญไม่กล้าหือ...

ใกล้วันเดินทางเข้าป่าหาทองเข้ามาทุกขณะ ทรงศักดิ์พยายามตีความจากแผนที่ที่สักไว้กลางหลังแห้ว เขาเปิดพจนานุกรมภาษาญี่ปุ่นแปลคำศัพท์ที่เขียนกำกับไว้ตามจุดต่างๆในแผนที่ รู้แค่มีคำว่าแสงสว่าง พราย น้ำเงินและคำว่ารูปทรง แต่ไม่รู้มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร แห้วเสนอความคิดเห็น

“ทำไมไม่ลองปรึกษาคุณกิตากาว่าล่ะครับ คุณท่าน”

ทรงศักดิ์ร้องห้ามเสียงลั่นจะบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ไม่ได้ และกำชับแห้ว ห้ามให้ใครเห็นรอยสักนี้เด็ดขาด หลังจากได้ทองมาแล้ว ตนจะแบ่งให้เขาส่วนหนึ่งเอาไปตั้งตัว แห้วทักท้วงจะไม่ส่งให้หลวงหรือ

“ฉันจะเก็บเอาไว้ต่อรองอะไรบางอย่าง”...

ในขณะเดียวกัน กิตากาว่าเดินคุยกับฟู่เฉินมาตามทางเดินริมหาด ฟู่เฉินขอบคุณเขามากที่ทำให้สมหวังในความรักบุญคุณครั้งนี้ไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร เขาแค่อยากรู้ว่าจินฟงรู้อะไรเกี่ยวกับทองบ้าง เขากับทรงศักดิ์ยังไม่มีแผนที่ชิ้นสุดท้ายชิ้นนั้นเลย ฟู่เฉินคงรู้แล้วว่าถ้าได้ครอบครองแผนที่ชิ้นนั้นเอง ชีวิตจะเปลี่ยนไปทันที

“ได้ ผมจะพยายามหา”

“นายนี่ฉลาดเหมือนกันนี่” กิตากาว่าเดินคุยกับฟู่เฉินต่อไป จินฟงแอบฟังอยู่รู้สึกผิดหวังในตัวฟู่เฉิน

ooooooo

ในเมื่อเข้าหานักบุญตรงๆไม่ได้ จ่าโทนจึงเข้าทางมาดามหว่าหวาแทน เขารู้มาว่าเธอจ้างวานให้นักบุญกระชากหน้ากากเสือผาดแทนเขา ดังนั้นพรุ่งนี้ตอนเที่ยง เสือใบจะบุกชุมเสือผาด

“ถ้าคนของคุณจะทำตามหน้าที่ที่คุณจ้าง ผมยินดีให้ร่วมไปด้วย”

“อยากมีคนช่วยก็บอกเถอะ” มาดามหว่าหวาดักคออย่างรู้ทัน

“แล้วจะช่วยไหมล่ะ” จ่าโทนมองเธออย่างรอคำตอบ มาดามหว่าหวาพยักหน้าแทนคำตอบ...

ขณะแผนดึงนักบุญมาร่วมด้วยช่วยกันถล่มเสือผาดของจ่าโทนขั้นแรกสำเร็จด้วยดี เฉ่าถึงกับสำลักเหล้าที่ดื่มเมื่อรู้จากนักบุญว่าเหมยฮัวจะแต่งงานวันพรุ่งนี้ เขายอมให้ เธอแต่งงานไม่ได้ คิดหาทางทำอะไรสักอย่าง...

ที่บ้านพักของจินฟง เหมยฮัวกลุ้มใจมากพรุ่งนี้จะต้องแต่งงานแล้วแต่ยังหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ จินฟงเห็นลูกนั่งหน้าหมองเศร้าเข้ามาถามว่าคิดอะไรอยู่ เธออยากรู้ว่าฟู่เฉินเป็นคนอย่างไรกันแน่

จินฟงบอกได้แค่ว่าฟู่เฉินรักลูกอย่างจริงใจเท่านั้น เหมยฮัวอยากจะยกเลิกงานแต่งวันพรุ่งนี้แต่ไม่กล้าพูดได้แต่บอกเลี่ยงๆว่าการตัดสินใจของตัวเองครั้งนี้อาจจะผิดพลาดก็ได้

“อย่าไปคิดอย่างนั้นเลย...มานี่สิ พ่อมีอะไรให้” จินฟงว่าแล้วยื่นกล่องไม้ให้ลูกสาวซึ่งเปิดออกดูเห็นเป็นกระบี่สั้นที่ด้ามจับสลักลายสวยงามถึงกับชมไม่หยุดปาก เขาเล่าว่านี่เป็นกระบี่สั้นของบรรพบุรุษที่ใช้สืบทอดกันมา สั่งให้เธอเก็บไว้ให้ดี...

ค่ำวันเดียวกัน ขณะเสือผาดนั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียวในที่พัก โมรี เสือเพลิงกับเสือมิ่งเข้ามาสมทบ เขาร้องทักไปไหนกันมา เธอเข้าเมืองไปจ่ายหนี้สินให้ตำรวจมา เสือเพลิงอยากรู้ว่าเสือผาดตามตัวกริชเจอไหม เขาส่ายหน้า สงสัยจะหลบไปต่างประเทศแล้ว

“ช่างเขาเถอะ...ดูๆไปที่นี่เงียบเหงาลงเรื่อยๆ ไม่ค่อยมีใครมาเยี่ยมเลย” โมรีพูดอย่างเป็นนัยๆ และดูเหมือนเสือผาดจะเข้าใจความนัยนั้น...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน มาดามหว่าหวาเรียกนักบุญมาหารือเรื่องที่จ่าโทนจะบุกชุมเสือผาดและชวนเขาไปร่วมภารกิจครั้งนี้ด้วยหวังจะยืมมือเขาสร้างผลงานให้ตัวเอง มาดามหว่าหวาหวั่นใจจะมีอะไรมากกว่านั้น

“ไปตามเกมเขาก่อน อย่างน้อยถ้าจับเสือผาดได้ ก็จะได้เห็นหน้ามัน”

มาดามหว่าหวาย้ำหนักแน่นต้องการได้ตัวเสือร้าย เป็นๆ...

ด้านเฉ่าลอบมาหาเทียนหอมที่บ้านพักเพื่อสอบความว่าเหมยฮัวจะแต่งงานพรุ่งนี้จริงหรือ เธอแดกดันน่าจะมาถามอาทิตย์หน้า มัวแต่หายไปไหนมา เขามัวแต่ไปทำใจอยู่แต่ทำไม่ได้ จึงต้องการให้เทียนหอมกับหนูนาช่วยเขากับเหมยฮัว สองสาวยินดีช่วยแต่เขาต้องบอกมาก่อนว่ารักเหมยฮัวจริงหรือเปล่า

“ครับผมรักเหมยฮัว”

เทียนหอมให้เฉ่าบอกมาได้เลยว่าจะให้ช่วยอะไร

ooooooo

เช้าวันงานแต่งงานของเหมยฮัวและฟู่เฉิน จินฟงในฐานะผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวอธิบายว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นพิธียกน้ำชาเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆหลังเดินทางกลับจากป่าค่อยว่ากัน ทรงศักดิ์เห็นใกล้ฤกษ์งามยามดีแล้วทำไมเจ้าสาวยังไม่ลงมาสักที

“คงแต่งตัวอยู่น่ะค่ะ ลูกไปดูให้” เทียนหอมว่า

แล้วเดินลิ่วขึ้นไปที่ห้องเจ้าสาว...

ในขณะที่บ้านจินฟงจัดให้มีพิธีมงคล เสือใบก็เตรียมเครื่องเซ่นไหว้สำหรับบวงสรวงเจ้าที่เจ้าทางและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อช่วยให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงได้อย่างราบรื่น สารวัตรสมัยอดบ่นไม่ได้ทำไมป่านนี้แล้วนักบุญยังไม่มาสักที พูดไม่ทันขาดคำ นักบุญพร้อมอาวุธครบมือตามเข้ามาสมทบ ทันพิธีบวงสรวงพอดี...

เทียนหอมมาถึงห้องเจ้าสาว หนูนาแต่งตัวให้เธอเสร็จพอดี เจ้าสาวในชุดสีแดงตามประเพณีจีนมีผ้าคลุมใบหน้าทำให้ไม่เห็นว่าใครอยู่ใต้ผ้าคลุมนั้น เทียนหอมเร่งให้ไปกันได้แล้ว เจ้าสาวพยักหน้า เดินตามเทียนหอมลงไปยังห้องพิธีด้านล่าง มีเพียงเทียนหอมกับหนูนาเท่านั้นที่รู้ว่าสาวที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าไม่ใช่เหมยฮัวเฉ่านำตัวพาร์ตเนอร์ในสังกัดมาดามหว่าหวามาสลับตัวกับเธอตั้งแต่ไก่เพิ่งขันแล้ว...

เสร็จพิธีบวงสรวง ทุกคนต่างหยิบอาวุธของตัวเองขึ้นมาเตรียมตัวออกเดินทาง จ่าโทน จ่าสังข์และสารวัตรสมัย เข้ามาทักทายนักบุญ นึกว่าจะไม่มาแล้ว ทีแรกเขาก็คิดอย่างนั้น แต่ค่าจ้างมันสูงแม้จะไว้ใจใครไม่ได้ก็ต้องมา สารวัตรสมัยตบไหล่นักบุญเบาๆ

“ยังไงมันก็ผลประโยชน์ร่วมกันน่า”

เสือใบเดินนำเสือครุยเข้ามาสมทบ พลางบอกว่าไม่มีมิตรแท้ ไม่มีศัตรูถาวร จ่าสังข์สรุปตบท้าย ใครจะเอาสมบัติก็เอาไป ใครใคร่ล้างแค้นก็ล้างไป ส่วนเขาก็รอเลื่อนยศแล้วหัวเราะชอบใจ...

เหมยฮัวตัวปลอมนั่งเคียงคู่กับฟู่เฉินกำลังจะทำพิธียกน้ำชา เจ้าบ่าว เจ้าสาวยกน้ำชาให้ญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย จินฟงรับน้ำชาจากมือเจ้าสาวก็รู้ทันทีว่าเธอไม่ใช่เหมยฮัว แต่ไม่พูดอะไรปล่อยให้พิธีดำเนินต่อไปจนเสร็จสิ้น จากนั้นได้เวลาส่งตัว ฟู่เฉินกุมมือเจ้าสาวของตัวเองไว้แน่นราวกับกลัวเธอจะหาย

ในที่สุดเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็ได้อยู่กันตามลำพัง ฟู่เฉินจูงมือเจ้าสาวมานั่งบนเตียงจะเปิดผ้าคลุมหน้า

“พี่รอวันนี้มาชั่วชีวิต พี่สัญญานะว่าจะดูแลน้องเหมยฮัวเป็นอย่างดี”

เจ้าสาวตัวปลอมนั่งนิ่งไม่หือไม่อือ ฟู่เฉินค่อยๆเปิดผ้าคลุมหน้าเธอออกต้องตกใจที่ผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่เหมยฮัว ตวาดลั่นว่าแกเป็นใคร เธอยิ้มยียวนก่อนจะตอบว่าเป็นพาร์ตเนอร์

ส่วนเจ้าสาวตัวจริง เฉ่าเหมารถสองแถวพาหนี เขายังสะใจไม่หายป่านนี้ฟู่เฉินคงเต้นเป็นเจ้าเข้าไปแล้ว เหมยฮัวบ่นสงสารฟู่เฉิน เฉ่าหมั่นไส้ ถ้าสงสารกันนักก็กลับไปแต่งกับเขาไหม เธอยิ้มยั่วไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วย...

ระหว่างที่เกิดเรื่องวุ่นๆขึ้นในงานแต่งงาน เสือครุยนำทางเสือใบกับพวก รวมทั้งสารวัตรสมัย จ่าโทนกับจ่าสังข์และนักบุญมาใกล้ชายป่า พร้อมกับบอกทุกคนว่าพ้นเนินนี้ไปก็คือด้านหลังชุมเสือผาดแล้ว จ่าโทน สารวัตรสมัยและจ่าสังข์จะรออยู่ที่นี่ หวังว่าคงจะได้ตัวเสือผาดตามแผนการที่วางไว้ เสือใบมั่นใจไม่พลาดแน่

“ผมรับจ้างมาให้จับเสือผาดกลับไปเป็นๆ” นักบุญยืนยันเสียงเข้ม เสือครุยให้ทั้งคู่ตกลงกันเอาเอง ตนได้สมบัติก็จะเผ่น จ่าสังข์เตือนเสือใบให้เก็บเรื่องส่วนตัวเอาไว้ก่อน เอาตัวเสือผาดมาให้กฎหมายลงโทษให้ได้

“ผมจะพยายาม”

“ไม่ใช่พยายาม ต้องได้เท่านั้น” นักบุญมองเสือใบด้วยสายตากร้าว จากนั้นเสือครุยเดินนำทุกคนต่อไป...

ทรงศักดิ์รู้ว่าเทียนหอมต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ตามมาคาดคั้นให้เล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ถือโทษโกรธอะไรลูก แถมยังเข้าใจความรู้สึกของเหมยฮัวอีกด้วยเพราะครั้งหนึ่งเขาก็เคยทำแบบนี้เหมือนกัน และผู้หญิงคนนั้นก็คือแม่ของเทียนหอมนั่นเอง เทียนหอมเดาได้ไม่ยากว่าพ่อจะต้องรักแม่มาก

“แม่เองก็รักพ่อมากเหมือนกัน แม่ของลูกจากเราไปเป็นสิบปีแล้ว พ่อก็ยังไม่เคยคิดจะแต่งงานใหม่เพราะไม่มีใครในโลกนี้มาแทนที่แม่ของลูกได้”

เทียนหอมซึ้งใจ ชีวิตนี้จะมีใครรักเธอขนาดนี้ไหม แล้วนึกถึงนักบุญขึ้นมาทันที

ooooooo

เสือใบกับพวกบุกเข้าทางด้านหลังชุมเสือผาด แต่กลับไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ ราวกับหมู่บ้านร้าง เสือใบเตือนให้ทุกคนระวังตัวเพราะมันเงียบผิดปกติ ขาดคำมีกระสุนปืนพุ่งใส่ทับตายทันที จากนั้นห่ากระสุนปลิวว่อนมาจากทุกทิศทุกทาง เสือใบกับพวกโดดเข้าที่กำบังกันวุ่นวาย ส่วนนักบุญวิ่งไปหลบหลังรถบัสเก่าๆ

เสือผาดซึ่งได้รับการเตือนล่วงหน้าจากสารวัตรเผด็จก็เลยรู้ตัวเสียก่อนว่าจะถูกบุกจึงวางกับดักเอาไว้ทั่วทั้งชุมเสือ เสือครุยไม่รอให้ถูกยิงฝ่ายเดียวสั่งให้พุดไปเอาเครื่องยิงระเบิดมายิงใส่กลุ่มสมุนของเสือผาดตายไปหลายศพ สองฝ่ายยิงต่อสู้กันเสียงดังสนั่นป่า นักบุญลอบไปอีกทางหนึ่ง เจอเสือเพลิงกับสมุนยิงสกัดไว้

เสือมิ่งเห็นเสือใบกับพวกรุกคืบเข้าหา พอได้ระยะก็กดระเบิดที่ซุกไว้โดยรอบ ทำให้สมุนของเสือใบตายเกลื่อน เสือเข้ม เสือก้านกับเสือใบและเสือไพรต่างบาดเจ็บคนละเล็กละน้อย เสือใบเห็นท่าไม่ดีรีบสั่งการ

“ถอยก่อน ถ้ากูรู้ว่าใครเป็นหนอนบ่อนไส้ กูจะตัดหัวมันเสียบประจานเลย”

เสือครุยเองก็บาดเจ็บเช่นกันแต่ไม่มาก แต่พุดไม่โชคดีอย่างนั้น แรงระเบิดทำให้เจ็บหนักขาขาดไปข้างหนึ่ง เสือครุยประคองสมุนคู่ใจจะพาหนี พุดรู้ตัวดีว่าไม่รอดจึงบอกให้ลูกพี่ทิ้งตนไว้ที่นี่ ขืนเอาไปด้วยได้ตายกันทั้งคู่ เสือครุยแค้นใจมากจำใจทิ้งพุดไว้ แล้วล่าถอยออกมา เสือผาดยิ้มพอใจที่ผู้บุกรุกเพลี่ยงพล้ำ

“ไอ้มิ่ง เอาคนออกไปตัดหัวพวกมันมาให้ข้า”

เสือมิ่งรับคำ รีบตามเสือผาดไป ทิ้งให้โมรียืนดูผลงานด้วยความกระหยิ่มใจ อีกมุมหนึ่งของชุมเสือ นักบุญสังหารลูกน้องของเสือเพลิงตายเรียบ จะยิงลูกพี่แต่กระสุนหมดเสียก่อน ทั้งคู่จึงเปิดศึกมีดสั้นใส่กัน...

ฝ่ายจ่าโทน จ่าสังข์และสารวัตรสมัยซึ่งรออยู่ที่ชายป่า สังเกตว่าเสียงปืนเงียบไป คว้ากล้องส่องทางไกลมาส่อง มีกลุ่มควันลอยขึ้นเป็นหย่อมๆในบริเวณชุมเสือ จ่าสังข์สงสัยว่าเสือผาดจะใช้ระเบิดเล่นงานพวกเสือใบ สารวัตรสมัยให้รอดูท่าทีไปก่อน พลันมีเสียงปืนไล่ยิงกันใกล้เข้ามา จ่าโทนวิเคราะห์ว่าเสือใบน่าจะพลาดท่า

“แล้วจะอยู่ทำไมล่ะ” สารวัตรสมัยเตรียมจะหนี จ่าโทนถึงกับร้องอ้าว แล้วไม่อยู่ช่วยพวกนั้นก่อนหรือ

“จ่าจะอยู่ก็ได้นะ ผมไม่ว่าอะไรหรอก” จ่าสังข์ว่าแล้วโดดขึ้นรถโดยมีสารวัตรสมัยเผ่นตาม จ่าโทนไม่รอช้าโดดขึ้นรถตามไปอีกคนหนึ่ง...

นักบุญต่อสู้กับเสือเพลิงไปพลางหนีมาทางที่จะออกป่าไปด้วย เสือเพลิงซัดมีดสั้นใส่เขาจนหมดจึงต่อสู้กันด้วยเพลงหมัด ผ่านไปไม่กี่กระบวนท่าเสือเพลิงพลาดท่าจะถูกนักบุญล็อกคอไว้ ก่อนที่เสือร้ายจะเสียที

โมรีตวัดแส้มารัดคอนักบุญ แต่เขากระชากแส้โยนทิ้ง โมรีกับนักบุญต่อสู้กันด้วยมือเปล่า เขาต้องยั้งมืออยู่ตลอดเพราะไม่อยากทำร้ายผู้หญิง เสือเพลิงตั้งหลักได้คว้าปืนยิงนักบุญ แต่เขาหลบทันแล้ววิ่งหนีเข้าป่า โมรีแย่งปืนไปจากมือเสือเพลิง แล้วไล่ตามผู้บุกรุกโดยมีเสือเพลิงกับสมุนตามไปอีกทอดหนึ่ง

ooooooo

เสือใบกับพวกหนีมาถึงจุดที่จอดรถทิ้งไว้ แต่ไม่เห็นทั้งคนทั้งรถ

“ไอ้สารเลว ตำรวจพวกนี้คบไม่ได้จริงๆ” เสือใบเข่นเขี้ยวด้วยความแค้น เสือเข้มปรี่เข้ามาถามว่าจะเอาอย่างไรดี พวกมันตามมาแล้ว เสือใบสั่งให้แยกย้ายกันหนี...

ด้านเสือเพลิงกับโมรีไล่ล่านักบุญลึกเข้าไปในป่า แต่หาไม่เจอ เสือเพลิงเจ็บใจเมื่อครู่นี้ยังเห็นหลังไวๆอยู่เลย โมรีสั่งการให้ตามหาต่อไป ครั้นพวกนั้นคล้อยหลัง นักบุญโผล่ออกมาจากหลังพุ่มไม้แล้วหลบไปอีกทาง...

ไม่กี่อึดใจถัดมา เสือผาด เสือมิ่งและสมุนตามพวกเสือใบมาถึงบริเวณที่รถเคยจอดอยู่ ไม่เจอใคร เห็นแต่รอยล้อรถทิ้งไว้ เสือมิ่งเชื่อว่าพวกนั้นขับรถหนีไปแล้ว เสือผาดเห็นต่าง ถ้ามันเพิ่งไปต้องได้ยินเสียงเครื่องยนต์ สั่งการให้แยกย้ายกันแกะรอยตาม โดยที่เสือผาดลุยไปคนเดียว...

ในขณะที่นักบุญกับพวกกลายเป็นผู้ถูกไล่ล่า เฉ่าพาเหมยฮัวลัดเลาะมาถึงตลาดใกล้ท่าเรือ เห็นพวกของมุซาชิอยู่กันเต็มไปหมด อีกมุมหนึ่งฟู่เฉินเดินเข้าไปคุยบางอย่างกับมุซาชิ เฉ่ายิ้มทันที นึกอยู่แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้แล้วถามเหมยฮัวว่ากี่โมงแล้ว พอรู้ว่าจะบ่ายโมงก็ยิ้มพอใจ

“เกือบได้เวลาแล้วสินะ”...

ทางฝ่ายเสือผาดแกะรอยมาตามทางในป่า รู้สึกเหมือนมีคนตามแกล้งเดินต่อไป กระทั่งมาถึงลานกว้าง

“แกคงไม่ยิงคนข้างหลังใช่ไหมเสือใบ”

เสือใบซึ่งตามมาด้านหลังสั่งให้เสือผาดหันหน้ามาตนจะได้ยิงถนัดๆ เสือผาดถามทั้งที่ยืนหันหลังว่าทำไมเขาถึงต้องจองล้างจองผลาญตน หรืออยากเป็นใหญ่ เขาไม่ได้อยากเป็นใหญ่แต่ต้องการล้างแค้นที่เสือผาดฆ่าครอบครัวของเขา คนถูกกล่าวหางง ไม่เห็นเคยรู้เรื่องมาก่อน ทันใดนั้นเสือผาดชักปืนหันกลับมายิงศัตรู เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกัน กระสุนของเสือใบพุ่งเข้าเต็มหน้าอกเสือผาดกระเด็นลงไปนอนแน่นิ่ง

ส่วนกระสุนของเสือผาดถากแขนอีกฝ่ายเลือดซิบ เสือใบยิ้มพอใจคิดว่าสังหารคนฆ่าพ่อแม่ได้ เดินเข้าไปจะกระชากหน้ากาก เสือผาดกลับลืมตาขึ้นปัดปืนเสือใบทิ้ง แล้วลุกขึ้นมาต่อสู้กันด้วยมือเปล่าไม่กี่กระบวนท่าก็ผละออกจากกัน เสือใบฉงนมากที่เสือผาดถูกยิงแต่ไม่ตาย เขาเลิกชายเสื้อขึ้นเผยให้เห็นเกราะกันกระสุน

“แกคิดว่าฉันโง่หรือไงวะ” พูดจบเสือผาดตรงเข้าต่อสู้กับเสือใบอีกครั้ง

ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ จังหวะหนึ่งเสือใบพลาดท่าถูกอัดกระเด็น เสือผาดพุ่งไปคว้าปืนที่ตกอยู่ขึ้นมาจะยิง แต่ถูกกระสุนจากปืนของนักบุญที่ยิงใส่ไม่ยั้งจนหมดแมกกาซีนเข้าเต็มท้องลงไปนอนจุก แล้วจะเข้าไปกระชากหน้ากากของเสือผาดออก แต่โมรี เสือเพลิงกับสมุนตามมาช่วยยิงสกัดไว้ได้

นักบุญกลิ้งตัวหลบทัน ชวนเสือใบหนี โมรีรีบเข้าไปดูอาการเสือผาด แล้วสั่งให้เสือเพลิงตามพวกนั้นไป เสือผาดสั่งห้ามไว้ ปล่อยพวกมันไปก่อน แม้กระสุนจะเจาะเกราะกันกระสุนได้แต่ก็ทำให้เสือผาดจุกแทบอ้วก

ooooooo

ที่ตลาดใกล้ท่าเรือ ขณะที่เหมยฮัวแปลกใจว่าเฉ่ารออะไรทำไมไม่หนีไปจากที่นี่ รถของมาดาม หว่าหวาแล่นมาจอดรับ ครู่ต่อมา มาดามหว่าหวาขับรถพาเฉ่ากับเหมยฮัวมาถึงท่าเรือเล็กๆแห่งหนึ่ง มีคนขับพร้อมเรือจอดรออยู่ คนขับใส่หมวกหลุบต่ำทำให้เห็นใบหน้าไม่ชัด

“ขึ้นเรือท่าใหญ่ไม่ได้ก็ขึ้นท่าเล็กสิ เธอสองคนไปซ่อนที่เกาะไข่สักวันสองวัน พอให้พวกนั้นตามหาไม่เจอ แล้วค่อยออกไปต่อเรือใหญ่ จากนั้นคงต้องไปพระนครหรือไปเวียดนามเลย”

เหมยฮัวหน้าเศร้า ถ้าอย่างนั้นพ่อคงตามหาเธอให้ควั่กแน่ๆ มาดามหว่าหวาปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วงตนจะบอกท่านให้เอง อยู่ๆคนขับเรือก็โพล่งขึ้น

“ไม่จำเป็น ผมจะพาเหมยฮัวกลับบ้าน” พูดจบคนขับเรือถอดหมวกออกเผยให้เห็นว่าเป็นฟู่เฉิน

“คงยากหน่อยมั้งเพื่อน ผู้หญิงเขาอยากไปกับฉัน” เฉ่าพูดไม่ทันขาดคำ สมุนของมุซาชิ 3 คนพร้อมมีด สปาร์ตาพรวดพราดเข้ามา มาดามหว่าหวาเห็นท่าไม่ดีชักปืนออกมาจากใต้กระโปรง จ่อไปที่ฟู่เฉิน สั่งให้กลับไปให้หมด แล้วบอกเฉ่ากับเหมยฮัวให้ถอยกลับไปที่รถ

ฟู่เฉินเห็นมาดามหว่าหวาเผลอจับข้อมือบิด ปืนหล่น เฉ่ารีบเข้ามาช่วย สองหนุ่มต่อสู้กันโดยฟู่เฉินมีมีด แต่เฉ่าใช้มือเปล่า เหมยฮัวต่อสู้กับลูกน้องสองคน ขณะที่มาดามหว่าหวาเตะต่อยกับลูกน้องอีกคนหนึ่ง ฟู่เฉินฝีมือด้อยกว่าถูกเฉ่าอัดคว่ำแย่งมีดมาจ่อคอเจ้าของ สั่งให้ปล่อยพวกตนไป

“แกต่างหากที่ต้องปล่อยฉันไป” ฟู่เฉินยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่า เฉ่าหันไปมองด้านหลัง เห็นเหมยฮัวกับมาดามหว่าหวาถูกสมุนจับตัว เขาหมดทางสู้จำต้องทิ้งมีด ฟู่เฉินสั่งให้สมุนเอาตัวเฉ่าไปขึ้นเรือจะเอาไปโยนทิ้งทะเลให้เป็นเหยื่อฉลาม แต่จินฟงมาขัดจังหวะเสียก่อน สั่งให้ศิษย์เคยรักพอได้แล้ว ฟู่เฉินตัดพ้อ

“อาจารย์ก็รู้ว่าผมรักเหมยฮัว”

“คนรักกันเขาไม่ทำแบบนี้หรอก ถ้ารักกันจริงอะไรที่ทำให้คนรักมีความสุขเขาก็จะทำ นี่แกมันทำให้ตัวเอง แกไม่ได้รักเหมยฮัว แต่แกรักตัวเองต่างหาก”

“ได้ ในเมื่ออาจารย์พูดแบบนี้ เราก็คงเป็นศิษย์กับอาจารย์กันไม่ได้แล้ว ศิษย์ขอโทษที่ไม่อาจทดแทนคุณ” ฟู่เฉินว่าแล้วตัดใจเดินจากไป จินฟงทั้งรักทั้งแค้นเขามากเพราะคิดจะฝากผีฝากไข้ อยู่ๆก็แน่นหน้าอกทรุดฮวบกับพื้น เหมยฮัวตกใจรีบประคองพ่อไว้...

ที่ชุมเสือผาด โมรีเห็นเสือผาดนั่งเหม่อใจลอยถามว่าคิดอะไรอยู่ เขาข้องใจเสือใบต้องการล้างแค้นเขาเรื่องอะไร เธอนิ่งคิดไปอึดใจ ยังไม่ทันจะพูดอะไร เสือผาดชิงตัดบท ช่างหัวมัน เรื่องนี้ตนแก้ไขได้

“คนของฉันบอกมาว่าพวกกิตากาว่ามันจะเดินทางพรุ่งนี้แล้ว เราต้องไปดักพวกมันที่นายพลโบ จากนั้น หว่าหวาจะทิ้งเครื่องหมายให้เราตามไป ทันทีที่เราได้ทอง ก็จะไม่มีเสือผาดในโลกนี้อีกต่อไป”

โมรีเตือนก่อนไปต้องจัดการกริชก่อน เสือผาดยังหาตัวเขาไม่เจอ แต่สารวัตรเผด็จน่าจะมีข่าวดีให้เรา...

ทางด้านนักบุญประคองเสือใบมานั่งพักดื่มน้ำริมลำธาร เสือใบอดสงสัยไม่ได้ นักบุญมาช่วยตนทำไม เขาอ้างว่าบังเอิญเดินผ่านมาพอดี อีกอย่างเขาไม่ใช่คนนิ่งดูดาย สองคนคุยกันถูกคอจนเสือใบเปิดใจเล่าประวัติคร่าวๆของตัวเองให้นักบุญฟัง...

จินฟงป่วยเป็นโรคหัวใจ มาดามหว่าหวาแนะให้ ส่งไปผ่าตัดที่พระนคร เขารอนานอย่างนั้นไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องเดินทางแล้ว รอเวลานี้มาหลายปีถึงอย่างไรก็ต้องไป เฉ่าสอบถามมาดามหว่าหวาไม่มีทางแก้ไขบ้างเลยหรือ เธอมีทางทุเลาถ้าอาการกำเริบแต่ต้องดูแลใกล้ชิด กิตากาว่าเดินเข้ามากับมุซาชิพอดี

“แสดงว่าคุณต้องไปด้วยสินะ หว่าหวา”

มุซาชิจ้องปืนมาที่เฉ่าอย่างเอาเรื่อง จินฟงห้ามไว้ ถ้าอยากได้ทองต้องให้เฉ่าไปด้วยเพราะนักบุญคงไม่ช่วยเราแน่ถ้ามุซาชิยิงเพื่อนของเขา กิตากาว่ายอมไว้ชีวิตเฉ่าเพื่อแลกกับการได้ความช่วยเหลือจากนักบุญ

ooooooo

นักบุญฟังที่เสือใบเล่าประวัติตัวเองแล้วถึงได้เข้าใจและเห็นใจว่าทำไมเขาถึงอยากฆ่าเสือผาดนัก แล้วนึกเอะใจ ถ้าเขาเห็นใบหน้าเสือผาดตั้งแต่ยังเป็นเด็ก 20 ปีผ่านมาแล้วเสือผาดก็น่าจะแก่แล้ว แต่ตอนที่ตนต่อกรด้วย ดูเสือผาดยังมีกำลังวังชาดีมาก

“หรือว่ามันจะไม่ใช่คนที่ฆ่าพ่อแก...ช่างเถอะ วันหนึ่งเรื่องนี้ต้องกระจ่าง”

“ฉันจะต้องกระชากหน้ากากมันออกมาให้ได้” เสือใบสีหน้ามุ่งมั่น นักบุญอยากรู้ว่าเราจะเอาอย่างไรกับพวกจ่าโทน เสือใบแนะเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน เราคงต้องเป็นมิตรกับพวกนั้นไปก่อน นักบุญพยักหน้าเห็นด้วย เสือก้าน เสือเข้มกับเสือไพรตามมาสมทบ เสือใบเห็นสมุนมีกันแค่นี้ก็ถามหาพวกที่เหลือ ปรากฏว่าตายเกลี้ยง ส่วนเสือครุยก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร...

คนที่นักบุญกับเสือใบถามถึง ได้รับความช่วยเหลือจากพรานป่าคนหนึ่งจนอาการดีขึ้น พรานป่าสงสัยเขาไปมีเรื่องกับใครมาถึงได้อยู่ในสภาพนี้ พอรู้ว่าไปยุ่งกับเสือผาด ถึงกับออกปากช่างกล้าจริงๆ เสือครุยไม่วายคุย ถ้ามันไม่ไหวตัวก่อน ป่านนี้มันเสร็จตนแล้ว

“อืม กี่ปีแล้วที่ยังไม่มีใครล้มเสือผาดได้เลย ถ้าจะนับกันมันก็น่าจะ 30 ปีแล้วล่ะเพราะตอนข้ารุ่นๆ เสือผาดก็เปิดตัวพอดี ป่านนี้มิแก่หง่อมพอๆกับข้าแล้วหรือวะ”

เสือครุยสะดุดใจไม่น้อยเพราะท่าทางของจอมโจรไร้หน้าไม่ได้ดูแก่ขนาดที่พรานป่าว่า...

ในเวลานั้น นนท์ชวนแห้วมาดื่มเหล้าดับความทุกข์เรื่องเทียนหอมอยู่ที่ร้านเหล้าในตลาด คนชวนดูท่าจะเมาหนัก ส่วนแห้วยังอาการดีต้องคอยปรามเขาเป็นระยะๆ ให้เพลาๆการดื่มลงบ้างเดี๋ยวจะเมาแย่ นอกจากจะไม่ฟังคำเตือน เขายังส่งเสียงดังวอนบาทาอีกต่างหาก แห้วเห็นท่าไม่ดีชวนเขากลับ

“ฉันไม่กลับ มีอะไรไหม” นนท์โวยวายเสียงลั่น แห้วได้แต่ภาวนาให้เทียนหอมกับหนูนามาสักที...

อีกมุมหนึ่งของตลาด หนูนากับเทียนหอมกวาดตามองหานนท์กับแห้วแต่ไม่เห็น หนูนาบ่นอุบแห้วโทร.มาบอกทั้งทีน่าจะบอกให้ละเอียดว่าอยู่ร้านไหน เทียนหอมเซ็งที่นนท์ทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว แล้วเหลือบมองฝั่งตรงข้ามเห็นนักบุญกำลังเดินอยู่กับมาดามหว่าหวา หนูนาขอร้องอย่าไปสนใจคนคู่นั้น สนใจนนท์จะดีกว่า

“รีบไปตามหาเถอะค่ะ ขืนชักช้าอาจจะมีเรื่องก็ได้นะคะ คุณนนท์ยิ่งเมาแล้วหาเรื่องอยู่...นั่นไง อยู่นั่นไง” หนูนาหันมองอีกทีเทียนหอมหายไปแล้ว เหลียวหาก็ไม่เจอ

ooooooo

มาดามหว่าหวากับนักบุญมาตามหาเบญจวรรณซึ่งแอบหลบออกมาจากไนต์คลับทั้งที่กำชับแล้วว่าไม่ให้ออกไปไหน เพราะเสี่ยงจะถูกโมรีกับเสือผาดเล่นงานเอาได้ นักบุญเห็นคนที่ไนต์คลับบอกว่าเบญจวรรณถือถุงเครื่องประดับมาด้วย น่าจะเอาไปขายหรือเปล่า มาดามหว่าหวาตั้งข้อสังเกตว่าเธอคงคิดจะไปแล้ว

“เสือผาดกับโมรียังไม่ตาย เบญจวรรณไม่มีทางออกไปจากที่นี่ได้แน่”

“มีร้านรับซื้อของแบบนี้แถวตรอกคนจีน เบญจวรรณน่าจะไปที่นั่น” มาดามหว่าหวาว่าแล้วเร่งฝีเท้าไปกับ นักบุญ เทียนหอมสะกดรอยตามหวังจะขัดขวางความสุขของทั้งคู่อย่างถึงที่สุด...

เบญจวรรณมาที่ร้านรับซื้อเครื่องประดับอย่างที่มาดามหว่าหวาคาดไว้จริงๆ เธอเอาทั้งสร้อย ล็อกเกตเพชรรวมทั้งเครื่องประดับทั้งหมดออกมาขาย คาดหวังจะขายได้สักหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท เจ้าของร้านมองผ่านๆ น่าจะได้ตามนั้น อดถามไม่ได้ว่าจะเอาเงินไปทำไมมากมาย

“ไม่ถามจะตายหรือไง รีบๆเอาเงินมาเถอะน่า”

เจ้าของร้านปิดปากเงียบเซ็นเช็คให้เบญจวรรณ ทันที เธอรับเช็คแล้วเดินออกจากร้าน สวนกับกริชที่กำลังเดินเข้ามา ต่างฝ่ายต่างตกใจที่เห็นกัน...

ทันทีที่เบญจวรรณกับกริชคล้อยหลัง นักบุญกับมาดามหว่าหวาเดินมาจากอีกทางหนึ่งเข้าไปในร้านรับซื้อเครื่องประดับ เทียนหอมหึงหาว่านักบุญจะเข้าไปซื้อของหมั้นให้มาดาม ทั้งคู่แค่จะมาถามเบญจวรรณว่าเอา อะไรมาขายบ้าง เจ้าของร้านหยิบของเหล่านั้นมาให้ทั้งคู่ดู มาดามหว่าหวาเห็นจี้ล็อกเกตกับสร้อยก็ตกใจ นักบุญสังเกตเห็นก็ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอรีบบอกว่าไม่มีอะไร แค่จะขอซื้อสร้อยกับล็อกเกต

“ได้สิครับ ผมซื้อมาขายไปอยู่แล้ว บวกนิดหน่อยนะ” เจ้าของร้านดีดลูกคิดคำนวณราคาให้ เทียนหอมรออยู่นานบ่นอุบทำไมไปนานนัก จะเหมาหมดร้านเลยหรือ ไม่นานนัก นักบุญกับมาดามหว่าหวาอออกจากร้าน

เทียนหอมรีบหลบวูบ มาดามหว่าหวาชวนนักบุญไปตามหาเบญจวรรณให้เจอ เขาแปลกใจ มีอะไรสำคัญหรือ

“เจอแล้วก็รู้เอง รีบไปเถอะ เธอน่าจะเอาเช็คไปขึ้นเงินที่ธนาคาร” มาดามหว่าหวาพูดจบ ควงแขนนักบุญตรงไปที่นั่น เทียนหอมไม่พอใจที่เห็นทั้งคู่สนิทชิดเชื้อกัน...

เบญจวรรณกับกริชเดินออกจากธนาคารไปขึ้นรถสองแถว เขายิ้มดีใจที่อย่างน้อยเธอก็ยังมีสมบัติอยู่บ้าง เงินมากขนาดนี้เราไปตั้งตัวที่สิงคโปร์ได้สบาย เขามีเพื่อนที่นั่นหลายคนที่รับซื้อแร่ เขาไปเป็นโบรกเกอร์ให้พวกเขาก็ได้ เบญจวรรณจะเชื่อได้อย่างไรว่าเขาจะไม่ทิ้งเธออีก เขายอมรับว่าทำพลาดเพราะคิดว่าเธอตายแล้ว

“เรื่องนั้นมันไม่เท่าไหร่หรอก แต่เรื่องที่โมรีรู้ตัวน่ะสิ คุณจะว่ายังไง”

กริชยืนกรานไม่ได้บอกให้โมรีรู้ตัว เบญจวรรณไม่มีทางเลือกจำต้องเชื่อตามที่เขากล่าวอ้าง...

ด้านนักบุญกับมาดามหว่าหวาตามมาที่ธนาคารแต่คลาดกับกริชและเบญจวรรณอีกครั้ง มาดามหว่าหวามั่นใจว่าทั้งคู่กำลังหาทางหนี ดังนั้นคงจะไปที่แพปลาเพื่อหาเรือประมงออกไปน่านน้ำใหญ่ได้...

ในเวลาต่อมา กริชพาเบญจวรรณมาที่แพปลาซึ่งตอนนี้ไร้ผู้คน เธอแปลกใจมาที่นี่ทำไม เขาอ้างจะมาหาเรือ นัดไต้ก๋งคนหนึ่งเอาไว้ ทันใดนั้นร่างของไต้ก๋งที่ว่าร่วงลงมาจากด้านบนต่อหน้าทั้งคู่ พร้อมกับการปรากฏตัวของเสือมิ่งกับเสือเพลิง กริชกับเบญจวรรณตกใจมาก ละล่ำละลักให้ปล่อยพวกตนไป

“คงไม่ได้หรอก แกสองคนคิดวางยาคุณโมรีคงเอาไว้ไม่ได้” เสือมิ่งคำราม ขณะที่เสือเพลิงเอาปืนจ่อมาที่ทั้งคู่ กริชกลัวตายวิ่งหนีเอาตัวรอดทิ้งเบญจวรรณเอาไว้เสือมิ่งวิ่งตามเขา ส่วนเสือเพลิงง้างนกปืนจะยิงแต่นักบุญกับมาดามหว่าหวาเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน สั่งให้เสือเพลิงวางปืน เบญจวรรณเป็นห่วงกริชขอให้นักบุญตามไปช่วย เทียนหอมซึ่งแอบดูอยู่ห่างๆเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็กลัว เหลียวซ้ายแลขวาหาทางหนี

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา
16 ต.ค. 2562
12:15 น.