ข่าว

วิดีโอ



นักบุญทรงกลด

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภูมิแผ่นดิน

กำกับการแสดงโดย: ชัยวุฒิ เทพวงษ์

ผลิตโดย: คนทีวี (ไทยแลนด์)

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: มิกค์ ทองระย้า,อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล

ขณะที่ทรงศักดิ์กับกิตากาว่าเอากล่องไม้เพนดูลั่มกับแผ่นหนังของแห้วออกมาวาง และช่วยกันไขปริศนาที่ซ่อนทอง เฉ่า เหมยฮัว เทียนหอมกับหนูนาและมาดามหว่าหวาปรึกษากันเรื่องที่กริชกับพวกทำไมถึงพากันล่าถอยง่ายนัก เหมยฮัวเชื่อว่าพวกนั้นไม่ไปไหนไกล ถ้าเราเจอทองเมื่อไหร่พวกนั้นจะกลับมาทันที

“ฉันก็คิดแบบนั้น” มาดามหว่าหวาเห็นด้วยกับเหมยฮัว

ระหว่างนั้นนักบุญ สารวัตรสมัยกับจ่าสังข์คุมตัวจ่าโทนเข้ามา จ่าสังข์เหม็นขี้หน้าไอ้นกสองหัวอย่างจ่าโทนต่อยหน้าไปหนึ่งหมัด นักบุญต้องเข้ามากันตัวไว้บอกให้ทุกคนเตรียมตั้งแคมป์ดีกว่า คืนนี้คงต้องอยู่ที่นี่...

ในเวลาเดียวกันหัวหน้าพวกคุ้มกันไม่พอใจเพราะเหลือลูกน้องรอดมาแค่คนเดียวเข้ามาโวยวายกับกริช

“นี่มันอะไรกัน ไหนบอกว่าจะมาสำรวจแร่ จ่าโทนไปไหน ฉันต้องการค่าจ้างแล้วก็จะไป”

กริชหันไปพยักพเยิดกับเสือมิ่งซึ่งรู้งาน ตวัดมือ ตะขอทีเดียวหัวหน้าพวกคุ้มกันหลอดลมขาดสิ้นใจ

ตรงนั้น ลูกน้องตกใจวิ่งหนี เสือเพลิงจะตามไปเก็บกวาดแต่กริชห้ามไว้

“ปล่อยมันไปเถอะ ตอนนี้ก็ได้แต่รอเวลา” กริช

ว่าแล้วหันไปยิ้มกับโมรีอย่างรู้กัน...

กิตากาว่ายังคงพยายามตีปริศนาคำใบ้ที่บนแผ่นหนังของแห้วอยู่กับทรงศักดิ์

“เมื่อแสงสุรีย์กระจ่างผ่านช่องประตู ส่องประกายฉายน้ำ ฟ้า สะพรั่นพรึง กำแพงสว่างพลันดิ่งดำสายวารี... หายไปประโยคหนึ่ง คุณลอกมาไม่หมด” กิตากาว่าหันไปต่อว่าทรงศักดิ์ซึ่งยืนยันว่ามีแค่นี้ นักบุญเชื่อว่าประโยคสุดท้ายต้องบอกที่ซ่อนทองแน่ๆ ทรงศักดิ์มองไปรอบๆ ไม่เห็นน้ำที่ไหนสักหยด

“แต่แผนที่บอกว่ามันมีบึงใหญ่” นักบุญพยายามช่วยไขปริศนาอีกแรงหนึ่ง

จ่าโทนที่ถูกมัดติดกับต้นไม้ คอยเงี่ยหูฟังอยู่ตลอด ภาวนาให้นักบุญกับพวกตีปริศนาให้แตก...

ในระหว่างที่สาวๆเดินหาผลหมากรากไม้มาไว้เป็นมื้อกลางวัน โดยมีสารวัตรสมัยกับจ่าสังข์คอยคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง มีเสียงร้องของหนูนาดังขึ้น ทุกคนพากันตกใจวิ่งไปยังต้นเสียง เจอหนูนากำลังตื่นเต้นกับธารน้ำเล็กๆ เทียนหอมถอนใจโล่งอกที่เธอไม่เป็นอะไร เข้าไปร่วมวงเล่นน้ำด้วย จ่าสังข์แปลกใจน้ำมาจากไหน เหมยฮัวอธิบายว่านี่ไม่ใช่ลำธารแต่เป็นสายน้ำของน้ำที่ผุดออกมาจากดิน สารวัตรสมัย
ถึงบางอ้อ

“มิน่าต้นไม้แถวนี้ถึงเขียวชอุ่ม”

ooooooo

ทรงศักดิ์กับกิตากาว่าและนักบุญพยายามทำทุกทางเพื่อจะไขปริศนาให้ได้ ลองเอาเพนดูลั่มส่องกับแสงแดดแต่ไม่ได้ผล นักบุญเอาไม้ง่ามมาปักแล้วเอาเพนดูลั่มแขวนไว้ เงยหน้ามองพระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้นตรงศีรษะ เป็นจังหวะเดียวกับพวกสาวๆกลับจากหาของกินพร้อมด้วยน้ำดื่ม

นักบุญแปลกใจไปหาน้ำมาจากไหน สารวัตรสมัยชี้ไปยังจุดที่เจอตาน้ำ กิตากาว่ามองไปยังภูเขา

“หรือในนั้นจะมีบ่อน้ำ”

เฉ่าไม่เห็นด้วยกับกิตากาว่าจะมีน้ำได้อย่างไรในเมื่อไม่เห็นมีทางเข้า จ่าโทนตะโกนโหวกเหวกขอน้ำดื่มบ้าง มาดามหว่าหวาหยิบน้ำดื่มกับผลไม้เอาไปให้ เขาต่อรองจะให้เธอแก้เชือก เธอก็เลยป้อนน้ำให้แทนเพราะไม่ไว้ใจ เขาพยายามหลอกถามว่าใกล้หาทางเข้าเจอหรือยัง เธอรู้ทันดักคอว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา

“โธ่ ฉันรอเวลานี้มาตั้ง 10 กว่าปี ถึงจะไม่ได้กับเขาแต่ขอเห็นเป็นบุญตาก็ดี”

“คิดว่ามีชีวิตอยู่ถึงหรือ” แดกดันจบมาดามหว่าหวา ผละจากไป จ่าโทนค่อยๆปล่อยให้มีดด้ามเล็กๆหล่นจากแขนเสื้อลงมาที่มือเตรียมพร้อมจะตัดเชือกได้ทุกเมื่อ...

ฝ่ายโมรีหงุดหงิดที่ได้แต่รอคอยโดยไม่ทำอะไร กริชต้องปลอบให้ใจเย็นๆ รอมาได้ตั้งหลายปี ตนเชื่อว่าพวกนั้นจะต้องไขปริศนาเอาทองออกมาจากเขาลูกนั้นจนได้ แต่เราจะเป็นคนครอบครัวมัน แล้วสั่งให้เสือเพลิงไปดูว่าพวกนั้นไขปริศนาไปถึงไหนแล้ว...

หนูนาอิ่มหนำสำราญก็นอนพุงอืดอยู่แถวตีนเขาใกล้กับที่นักบุญแขวนเพนดูลั่มเอาไว้ เมฆค่อยๆเคลื่อนออกจากพระอาทิตย์ที่อยู่ตรงศีรษะพอดี พลันเกิดลำแสงหลายสีสะท้อนที่ตัวหนูนา เทียนหอมมองอย่างตื่นเต้น หนูนาเห็นตัวเองมีแสงหลายสีมากระทบเอามือลูบไล้ไปตามตัวตื่นเต้นไม่แพ้เจ้านายสาว ทุกคนเริ่มมองมาที่ เพนดูลั่มเป็นตาเดียวกัน จ่าโทนเห็นเข้ารีบเอามีดตัดเชือกค่อยๆขาดทีละน้อย

เสือเพลิงเห็นปรากฏการณ์ประหลาดมองตะลึง ทันใดนั้นแสงที่ส่องผ่านเพนดูลั่นพุ่งไปที่รูบนกล่องไม้อย่างเหมาะเจาะบังเกิดภาพของภูเขาที่ผนังเป็นรูปดอกซากุระ แสงเคลื่อนไปเรื่อยๆทำให้ดอกซากุระเคลื่อนตามไปที่ตีนเขา แล้วไปหยุดอยู่ตรงกลางหน้าผาที่มีต้นไม้ปกคลุม กิตากาว่าร้องเอะอะ “นั่น...ทางเข้าอยู่ที่นั่น”

ดอกซากุระทาบอยู่สักพัก แสงจากพระอาทิตย์ก็ค่อยๆจางลงจนหมดไปในที่สุด เป็นจังหวะเดียวกับ

จ่าโทนตัดเชือกขาดพอดี ส่วนเสือเพลิงรีบวิ่งกลับไปรายงานลูกพี่ ขณะที่นักบุญอาสาจะขึ้นไปที่นั่นเอง...

ครู่ต่อมา นักบุญปีนหน้าผาไปยังจุดที่ปรากฏดอกซากุระ โดยมีคนอื่นๆรอลุ้นเอาใจช่วยอยู่ที่เชิงเขา ทิ้งจ่าโทนไว้ตรงต้นไม้แม้เชือกที่มัดจะขาดแต่เขายังยืนอยู่อย่างนั้นรอจังหวะเหมาะ นักบุญหาทางเข้าสักพัก

ในที่สุดก็เจอโพรงลงไปในภูเขา เฉ่าตะโกนบอกเขาให้โยนเชือกลงมาให้ จะได้ปีนขึ้นไปช่วย

“เอาตะเกียงมาด้วยท่าทางจะมืด” นักบุญว่าแล้วเอาเชือกมัดกับกิ่งไม้ใหญ่ก่อนจะโยนปลายเชือกลงมาให้เฉ่าปีนขึ้นไปพร้อมกับตะเกียง เหมยฮัวขอตามไปด้วย...

ขณะที่นักบุญเจอทางเข้าไปในภูเขา โมรีกระวน กระวายใจมากเราจะเข้าไปในนั้นได้อย่างไรในเมื่อพวกนักบุญมีทั้งคนทั้งอาวุธมากกว่าเรา กริชคงต้องปล่อยให้หน้าที่นี้เป็นของจ่าโทน...

พื้นถ้ำอยู่สูงกว่าโพรงทางเข้ามาก นักบุญต้องเอาเชือกผูกกับต้นไม้แล้วโรยตัวลงไปโดยมีเฉ่ากับเหมยฮัวตามไปด้วยแต่ไม่พบอะไร ทั้งสามคนเดินหาไปทั่วถ้ำก็ไม่เจอ

ด้านจ่าโทนสบช่องตอนที่นักบุญ เฉ่าและเหมยฮัวเข้าไปสำรวจถ้ำ ย่องเงียบเข้ามาเอามีดจ่อคอเทียนหอมไว้ มาดามหว่าหวาขู่ถ้าไม่อยากตายให้ปล่อยเธอไป ก่อนที่จ่าโทนจะถูกเล่นงานกริชกับพวกปรากฏตัวขึ้น สั่งให้ทุกคนทิ้งอาวุธ

ooooooo

นักบุญเดินนำเหมยฮัวกับเฉ่าลึกเข้าไปในถ้ำ เดินกี่รอบก็วนกลับมาที่เดิม เหมยฮัวเมื่อยมากยืนพิงผนังถ้ำเพื่อพักเอาแรง อยู่ๆผนังทรุดทำให้เธอตกลงไปข้างล่างโชคดีที่ไม่สูงมากนักจึงไม่บาดเจ็บอะไรนอกจากจุก เฉ่ารีบถือตะเกียงตามเข้าไป เธอถึงกับผงะร้องลั่นเมื่อเห็นซากศพทหารญี่ปุ่นเกลื่อนพื้น โผกอดเฉ่าไว้แน่น

“ใจเย็น แค่ซากศพ ไม่ใช่ผีสักหน่อย” นักบุญว่าแล้วปีนข้ามผนังที่ทรุดเข้าไป

“ใครบอกซากศพ ผีทั้งนั้นดูสิเต็มไปหมดเลย กอดแน่นๆนะ” เฉ่าเจ้าเล่ห์แกล้งหลอกผีเพื่อให้

เหมยฮัวกอดตัวเองนานๆ เธอฉุกคิดขึ้นมาได้เอาศอกกระทุ้งสีข้างเฉ่าด่าซ้ำว่าจอมฉวยโอกาส จากนั้นนักบุญกับพวกค่อยๆเดินสำรวจถ้ำส่วนนี้...

อีกมุมหนึ่งตรงเชิงเขา กิตากาว่า ทรงศักดิ์ มุซาชิรวมทั้งจ่าสังข์กับสารวัตรสมัย เทียนหอม หนูนาและ มาดามหว่าหวาถูกกริชกับพวกจับมัดมือไพล่หลัง ทุกคนยังไม่ถูกฆ่าเพราะต้องการแรงงานไว้ขนทอง กริชสั่งให้เสือเพลิงกับเสือมิ่งเข้าไปดูในถ้ำ เทียนหอมกระซิบกับหนูนามีมีดเล็กๆหรืออะไรที่พอจะตัดเชือกได้ไหม

“ไม่มีค่ะแต่หนูนาเคยดูในหนังฝรั่ง เขาใช้หินนะคะ นี่ไงหนูนากำลังเฉือนอยู่”
เทียนหอมสั่งให้หนูนาเฉือนเชือกให้ตนก่อน โมรีหันมาเห็นถามว่าคุยอะไรกัน เธอแค่คุยให้หนูนาฟังว่าโมรีร่านขนาดไหน คนถูกด่าตบเธอหน้าหัน แถมขู่ถ้าหลอกด่าตนอีกจะถูกหมกไว้ที่นี่ มาดามหว่าหวาเห็นหนูนากำลังตัดเชือกอยู่ร้องเรียกโมรีเพื่อเบนความสนใจ เธอแว้ดใส่อยากโดนแบบนั้นบ้างหรือ มาดามหว่าหวาท้าทายหากแน่จริงให้ปล่อยตนเป็นอิสระจะได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย โมรีรับคำท้าแต่คงต้องรอให้ได้ทองก่อน

“เธอคิดว่าจะได้หรือ คนรอบข้างเธอดูไว้ใจไม่ได้สักคน จ่าโทน เสือผาด เอ๊ะใช่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าคุณกริช เธอคิดว่าเธอจะได้ส่วนแบ่งหรือ” มาดามหว่าหวา พยายามปลุกปั่น โมรีรู้เท่าทัน สั่งห้ามมาทำให้เขวอีก แล้วเดินจากไป เทียนหอมถอนใจโล่งอกที่โมรีไม่สงสัยอะไร...

เสือใบที่ใครต่อใครคิดว่าถูกทหารว้าแดงฆ่าตายตอนไปชิงอาวุธลอบตามมาห่างๆ เห็นเสือเพลิงกับเสือมิ่งไม่อยู่ในกลุ่ม แอบย่องเข้าไปช่วยตัดเชือกให้กับพวกเทียนหอมแต่ถูกกริชกับโมรีจับตัวได้เสียก่อน...

ทางฝ่ายนักบุญ เฉ่าและเหมยฮัวเดินสำรวจมาตามทางอีกด้านหนึ่งของผนังถ้ำ เจอบ่อน้ำกว้าง 2 เมตร เหมยฮัวแปลกใจน้ำมาจากไหน นักบุญได้ยินเสียงน้ำชัดเจนหรือว่าถ้ำแห่งนี้อยู่ในน้ำ เฉ่าพยายามเงี่ยหูฟัง ได้ยินคล้ายเสียงน้ำไหลอย่างที่นักบุญว่าจริงๆ ทั้งสามคนสำรวจมาถึงผนังอีกด้านของถ้ำ

“ที่นี่มันตันน่ะ ไม่เห็นมีทองเลย” เหมยฮัวมองไปรอบๆยังผวากับซากศพทหารญี่ปุ่น

นักบุญมั่นใจที่นี่ต้องเป็นที่ซ่อนทองญี่ปุ่นตามคำร่ำลือ แต่มันอยู่ที่ไหนกันแน่หรือเรามาผิดทาง ทั้งสามคนมัวแต่ค้นหาที่ซ่อนทองไม่รู้ว่าเสือเพลิงกับเสือมิ่งแกะรอยตามมา

ooooooo

ที่เชิงเขา กริชกำลังดูแผนที่ซึ่งสักไว้บนแผ่นหนังของแห้ว พลางถามกิตากาว่าว่าปริศนาเขียนไว้อย่างไร

“เมื่อ​แสง​สุ​รี​ย์​กระจ่าง​ผ่าน​ช่อง​ประตู ส่อง​ประกาย​ฉาย น้ำ ฟ้า​สะ​พรั่นพรึง กำแพง​สว่าง​พลัน​ดิ่ง​ดำ​สาย​วารี ข้อความ​สุดท้าย​หาย​ไป แก​ไม่​มี​วัน​ได้​ทอง​ไป​หรอก”

กริช​เชื่อ​ว่า​นักบุญ​กับ​พวก​ต้องหา​ทอง​เจอ แต่​ถ้าไม่ ตน​คง​ต้อง​ฝัง​ทุก​คน​ไว้​ที่​นี่ เสือ​ใบ​พยายาม​แก้​เชือก จ่า​โทน​เข้า​มา​เตือน อย่า​แม้แต่​จะ​คิด เขา​คงทน​นิ่งเฉย​รอ​ความ​ตาย​ไม่​ไหว จ่า​โทน​ยินดี​สงเคราะห์​ให้ ชักปืนขึ้นมา​จะ​ยิง โมรี​ร้อง​ห้าม​ไว้ จ่า​โทน​สงสัย​จะ​เก็บ​มัน​ไว้​ทำไม เธอ​จะ​เอา​คน​พวก​นี้​ไว้​ขน​ทอง แต่​ถ้า​จ่า​โทน​ขน​เอง​ได้​ก็​เชิญ​ยิง จ่า​โทน​รู้​ดี​ว่า​ต้อง​ทำ​อย่างไร เธอ​ไม่​ต้อง​มา​สั่ง

“เสียใจ​เพราะ​งาน​นี้​ฉัน​เป็น​คน​สั่ง อดทน​รอ​จนกว่า​จะ​ได้​ทอง แล้ว​อยาก​ทำ​อะไร​ก็​เชิญ” โมรี​ว่า​แล้ว​ผละจากไป จ่า​โทน​มอง​ตาม​ไม่​พอใจ สอง​คน​เริ่ม​ไม่​กินเส้น​กัน ขณะที่​หนู​นา​เฉือน​เชือก​ขาด​ไป​มาก​กว่า​ครึ่ง​แล้ว...

ทาง​ฝ่าย​นักบุญ​มอง​ไป​รอบ​ถ้ำ​อยู่​นานสองนาน​แต่​ก็​คิด​ไม่​ออก​ว่า​ทอง​อยู่​ไหน ตัดสินใจ​ชวน​เ​ฉ่า​กับเหมยฮัว ออก​ไป​ก่อน น้ำมัน​ตะเกียง​ใกล้​หมด​เต็มที​แล้ว เ​ฉ่า​เห็นดี​ด้วย​  ใน​นี้​ทำให้​อึดอัด​อย่าง​บอก​ไม่​ถูก  สาม​คน​ยัง​ไม่ทัน​จะ​ขยับ​ไป​ไหน เสือ​เพลิง​สะบัด​มีด​สั้น​ใส่ ถูก​ไหล่​เห​มยฮัว​ถึง​กับ​ทรุด เ​ฉ่า​คว้า​ปืน​จะ​ยิง นักบุญ​เตือน ยิง​ปืน​ใน​นี้​ถ้ำ​อาจ​ถล่ม​ลง​มา​ได้ แล้ว​บอก​ให้​เ​ฉ่า​พา​เห​มยฮั​วอ​อก​ไป​ก่อน สอง​เสือ​ไม่​ยอม​ให้​ไป

“จะ​ไม่​มี​ใคร​ไป​ไหน​ทั้งนั้น  ​จนกว่า​จะ​เจอ​ทอง”

“ฉัน​รู้​ว่า​ทอง​อยู่​ที่ไหน ฉัน​จะ​พา​ไป​เอาแต่​แก​ต้อง​ให้​สอง​คน​นี่​ออก​ไป​ก่อน” นักบุญ​ต่อ​รอง เสือ​เพลิง​ยอม​ตาม​ที่​เขา​ต้องการ นักบุญ​รอ​จน​เ​ฉ่า​พา​เห​มยฮัว​ไปแล้ว​จึง​ออก​อุบาย​อีก​ว่า ตน​ไป​เอา​ทอง​คน​เดียว​ไม่ได้ ทั้ง​คู่​ต้อง​ไป​ด้วย เสือ​เพลิง​หลงกล​สั่ง​ให้​เขา​นำทาง​ไป...

จาก​นั้น​ไม่​นาน มาดาม​ห​ว่า​หวา​ได้​รับ​การ​ปล่อยตัว​เพื่อ​ให้​มา​ช่วย​รักษา​เห​มยฮัว อาการ​เธอ​ค่อน​ข้าง​หนัก​เนื่องจาก​เลือด​ตกใน มาดาม​ห​ว่า​หวา​ขอ​ให้​กริช​ช่วย​แทง​ซ้ำ​ไป​ที่​แผล​เดิม​เห็น​เลือด​ออก​มา​เป็น​สี​เกือบ​ดำ

“เลือด​สี​คล้ำ แสดง​ว่า​กำลัง​จะ​ติด​เชื้อ โชค​ดี​ที่​เ​ฉ่า​พา​ออก​มา​ทัน”

โมรี​แช่ง​ให้​ตายๆไป​บ้าง​ก็ดี เ​ฉ่า​กร้าว​ใส่​ถ้า​เหมยฮัว​เป็น​อะไร​ไป​รับรอง​โมรี​กับ​พวก​จะ​ไม่ได้​อะไร​ไป​เลย ขณะ​ที่​เ​ฉ่า​คุย​อยู่​กับ​โมรี หนู​นา​ตัดเชือก​ที่​มัด​เทียนหอม​ขาด​เรียบร้อย

ooooooo

นักบุญ​พา​เสือ​เพลิง​กับ​เสือ​มิ่ง​เดิน​วน​ไป​รอบ​ถ้ำ​กระทั่ง​กลับ​มา​เจอ​บ่อ​น้ำ​อีก​ครั้ง พวก​นั้น​ถึง​ได้​รู้ว่า​เขา​ถ่วงเวลา เสือ​มิ่ง​ไม่​พอใจ​เอา​มือ​ตะขอ​จ่อ​คอหอย​นักบุญ​ไว้

“อย่า​มา​ทำ​เป็น​เชิง​นะ​โว้ย ทอง​อยู่​ไหน​บอก​มา”

“อยู่​นี่​ไง” นักบุญ​ถีบ​เสือ​มิ่ง​กระเด็น เสือ​เพลิง​สะบัด​มีด​สั้น​ใส่ เล่ม​แรก​นักบุญ​รับ​ไว้​ได้ แต่​เล่ม​ที่​สอง​ทำให้​เขา​เสียหลัก​หงายหลัง​ตกลง​ไป​ใน​บ่อ สอง​เสือ​ชะโงก​หน้า​ไป​ดู เห็น​เงียบ​หาย​ก็​แปลก​ใจ

“ดู​น้ำ​ไม่​น่า​จะ​ลึก ทำไม​หาย​ไป​นาน​นัก​วะ”

ทันใดนั้น นักบุญ​โผล่​พรวด​ขึ้น​มา​คว้า​เสือ​เพลิง​ลง​น้ำ​ไป​ด้วย เสือ​มิ่ง​รีบ​โดด​ตาม​ไป​ช่วย​เพื่อน นักบุญกับ​เสือ​เพลิง​ต่อสู้​กัน​ใต้​น้ำ​ด้วย​อาวุธ​มีด​สั้น พอ​เห็น​เสือมิ่ง​เข้า​มา​ช่วย เขา​รีบ​ว่าย​หนี​ไป​ทาง​แสงสว่าง​ที่​ส่องเข้ามา เสือ​เพลิง​กับ​เสือ​มิ่ง​กลั้น​ลม​หายใจ​ต่อ​ไป​ไม่​ไหวรีบ​ขึ้นสู่​ผิวน้ำ​เพื่อ​เอา​อากาศ เสือ​เพลิง​สั่ง​การ​ทันที

“เฝ้า​ไว้​ตรง​นี้​ก่อน มัน​ไม่​รอด​แน่”...

ทาง​ฝ่าย​นักบุญ​ดำ​น้ำ​ตาม​แสงสว่าง​ไป​จน​ใกล้​อากาศ​หมด เหลือบ​เห็น​ช่อง​หนึ่ง​พอ​เอา​ตัว​เข้าไป​ได้​รีบ​ว่าย​เข้าไป ใน​ช่อง​มีโพรง​อากาศ​อยู่​พอ​ให้​ศีรษะ​โผล่​ขึ้น​มา​หายใจ​ได้ ทำให้​เขา​รอด​ตาย​หวุดหวิด...

เสือ​เพลิง​กับ​เสือ​มิ่ง​เฝ้า​อยู่​ปากบ่อ​นานสองนาน​ไม่​เห็น​นักบุญ​กลับ​ขึ้น​มา สรุป​ว่า​ป่านนี้​น่า​จะ​ตาย​ไป​แล้ว ชวน​กัน​ไป​รายงาน​เรื่อง​นี้​ให้​กริช​รับ​รู้...

ข่าว​นักบุญ​จม​น้ำ​ใน​บ่อ​ซึ่ง​อยู่​ใน​ถ้ำ​ตาย​ทำให้​ทุกคนใน​คณะ​พา​กัน​เศร้า​ใจ กิ​ตา​กา​ว่า​เริ่ม​คุม​สติไม่อยู่​เชื่อ​ว่า​ทอง​ต้อง​อยู่​ใน​นั้น เริ่ม​ท่อง​คำ​ปริศนาพร้อม​กับ​เฉลย​ว่า​คำ​ปริศนา​คำ​สุดท้าย​ที่​ตัว​เอง​อุบ​ไว้​ก็​คือ

“แสงทอง​เฉิดฉาย ดัง​อาทิตย์​อุทัย”

กริช​แวว​ตาก​ร้าว​ขึ้น​มา​ทันที เป็น​จังหวะ​ที่​เทียน​หอม​เผลอ​ทำให้​จ่า​โทน​เห็น​ว่า​เธอ​เป็น​อิสระ​

เขาโวยวาย​ลั่น มาดาม​ห​ว่า​หวา​ตะโกน​บอก​ให้​เทียนหอมหนี เธอ​ใส่​วิญญาณ​น้อง​หมา​วิ่ง​หนี​ไม่​คิด​ชีวิต​โดย​มี​จ่า​โทน​วิ่งตาม

“ผู้หญิง​คน​เดียว​จ่า​โทน​คง​จัดการ​ได้ เพลิง...พาฉัน​ไป​ที่​บ่อ” กริช​สั่ง​เสียง​เฉียบ...

ด้าน​นักบุญ​ดำ​ลง​ไป​หา​ทอง​แล้ว​กลับ​ขึ้น​มา​หายใจ​ที่​โพรง​แห่ง​นั้น​อยู่​หลาย​รอบ  ​ใน​ที่สุด​ก็​พบ​ทองคำ​ที่​ตามหา ทอง​นับ​แสน​แท่ง​จม​อยู่​ใน​น้ำ เขา​หยิบ​ใส่​กระเป๋า​สองแท่ง​แล้ว​ว่าย​กลับ​ออก​ไป...

ใน​เวลา​เดียวกัน เสือ​เพลิง​พา​กริช​มา​ที่​บ่อ​น้ำ​ภายใน​ถ้ำ เขา​มอง​ไป​รอบ​บริเวณ​ก่อน​จะ​ดำ​น้ำ​ลง​ไป​โดย​มี​เสือ​เพลิง​ตาม​มา​ด้วย สอง​คน​ว่าย​สำรวจ​ถ้ำ​ใต้​น้ำ

อีก​มุม​หนึ่ง​ห่าง​ออก​มา นักบุญ​ดำ​น้ำ​หมาย​จะ​หา​ทางออก แต่​เห็น​กริช​กับ​เสือ​เพลิง​ว่าย​วนเวียน​อยู่ เขา​จึง​ว่าย​กลับ​ไป​ที่โพรง​อากาศ​เพื่อ​หายใจ ขณะ​ที่​กริช​กับ​เสือเพลิง​ต้อง​ขึ้น​ไป​หายใจ​ที่​ปากบ่อ นักบุญ​ครุ่นคิด​หนัก คง​กลับ​ออก​ไป​ทาง​ปากบ่อ​น้ำ​ไม่ได้​อีก​แล้ว

“ใต้​น้ำ​ที่​นี่​มี​แสงสว่าง แสดง​ว่า​มัน​ต้อง​ทะลุออกไป​แม่น้ำ​ได้” นักบุญ​คิด​ได้​ดังนั้น​ว่ายน้ำ​ตาม​แสงสว่างไปเป็น​อย่าง​ที่​นักบุญ​คิด​ไว้​ไม่​มี​ผิด ว่ายน้ำ​ตาม​แสง​มา​ได้​สัก​พัก​ทะลุ​มา​ออก​แม่น้ำ​ใหญ่ เขา​รีบ​ว่าย​ขึ้น​ฝั่ง...

ทาง​ด้าน​เทียน​หอม​หนี​จ่า​โทน​ไม่​พ้น​เพราะ​ฝ่าย​หลัง​ชำนาญ​ป่า​มาก​กว่า​ถูก​ลาก​แขน​จะ​พา​กลับ​แคมป์ นักบุญ​โผล่​มา​จาก​ไหน​ไม่​รู้​มา​ช่วย​ไว้​ทัน สอง​คน​ต่อสู้กัน​ด้วย​เพลง​หมัด จ่า​โทน​สู้​ไม่​ไหว​วิ่ง​หนี เทียน​หอม​โผ​กอด​นักบุญ​ไว้​ด้วย​ความ​ดีใจ​ที่​เขา​ยัง​ไม่​ตาย

ooooooo

แม้​จะ​ไม่​เจอ​ทองใน​ถ้ำ แต่​กริช โมรี​และกิตากาว่า​มั่นใจ​ว่า​ทอง​ต้อง​อยู่​ที่ไหน​สัก​แห่ง​ใน​นั้น เสือ​ใบ​หาว่า​เรื่อง​ทอง​เป็น​แค่คำ​สาป ตน​ได้​ฟัง​เรื่อง​นี้​มา​ตั้งแต่จำความ​ได้ เห็น​คน​งมงาย​ตาม​หา​แต่​ไม่​เคย​มี​ใคร​ได้​ทอง​ไป​สัก​คน ตรงกันข้าม​คน​พวก​นั้น​ก็​ไม่​ตาย​ดี​เลย​สัก​คน​เหมือน​กัน ตน​ถึง​บอก​ว่า​มัน​คือ​คำ​สาป

“นั่นมันคนโง่เขาคิดกัน ฉันเชื่อว่าทองต้องอยู่ในนั้น อยู่ใต้น้ำนั่น” โมรีมั่นใจ กริชเองก็เชื่อเช่นกัน

“เพียงแต่เรายังหามันไม่เจอ”

มุซาชิพยายามตัดเชือกที่มัดมืออยู่พลางชำเลืองมองกิตากาว่าเป็นการส่งสัญญาณให้ เขาแอบพยักหน้าเข้าใจ อึดใจถัดมามุซาชิตัดเชือกขาด...

หลังจากเอาทองคำแท่งอวดเทียนหอมและเล่าถึงทองอีกหลายตันในถ้ำให้ฟัง นักบุญชวนเธอกลับไปช่วยพวกเราก่อนที่กริชกับพวกจะเจอทองและฆ่าพวกเราทิ้ง...

ระหว่างที่จ่าโทนมุ่งหน้ากลับไปที่เชิงเขา มีเครื่องบินลำเลียงบินผ่าน เขาแหงนหน้ามองดีใจ เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีก เครื่องบินลำนี้บินสูงทำให้ไม่มีใครในคณะล่าทองสงสัย

นักบุญคาดผิดไปเล็กน้อย กริชยังไม่เจอทองด้วยซ้ำ แต่สั่งให้ฆ่าปิดปากทุกคนเพื่อตัวเองจะกลับไปเอาชุดประดาน้ำจะได้ดำหาทองได้ลึกมากขึ้น เพราะเชื่อว่าขุมทองอยู่ในถ้ำแห่งนั้น ขณะลำเลียงพวกของนักบุญออกมาจะยิงทิ้ง มุซาชิสะบัดเชือกที่พันธนาการออก ล็อกคอเสือเพลิงแล้วแย่งปืนมาจี้เป็นตัวประกัน สั่งให้ปล่อยทุกคนไป กริชชักปืนสั้นขึ้นมากระชับในมือ เสือเพลิงสบตากับเขาก่อนจะก้มหลบ

กริชยิงแสกหน้ามุซาชิอย่างแม่นยำขาดใจตายทันที เสียงปืนทำให้นักบุญกับเทียนหอมวิ่งหน้าตั้งกลับมาที่เชิงเขา ส่วนจ่าโทนแอบไปซุ่มสังเกตการณ์อยู่ห่างๆเห็นกริชเตรียมประหารทุกคนโดยจะยิงกิตากาว่าเป็นคนแรก ยังไม่ทันจะเหนี่ยวไก นักบุญร้องห้ามไว้เสียก่อน จ่าโทนซึ่งซุ่มดูอยู่แปลกใจเขากลับมาที่นี่ทำไม

นักบุญหันไปพยักพเยิดกับเทียนหอม ซึ่งโยนทองแท่งให้กริชรับไว้ ทุกคนตาโตตื่นเต้นที่รู้ว่ามีทองจริงๆไม่ใช่เป็นเพียงคำร่ำลือ เสือเพลิงเดาว่าทองต้องอยู่ใต้น้ำ นักบุญยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่า

“ใช่ มันอยู่ใต้น้ำ แต่มันก็ไปเอาไม่ง่าย อากาศไม่พอแน่ และฉันเท่านั้นที่รู้เส้นทางที่จะไปเอามัน”

“แกจะเอายังไงว่ามา” โมรีต่อรอง นักบุญจะไปเอาทองออกมาให้ โดยแลกกับชีวิตของทุกคน กริชจะยอมให้เขาเอาคนไปช่วยได้แค่เฉ่า เสือใบและกิตากาว่าส่วนพวกที่เหลือต้องเป็นตัวประกันไว้ก่อนจะขนทองเสร็จ นักบุญตกลงตามนั้น กริชไล่ให้เขาเข้าถ้ำไปได้แล้ว นักบุญส่ายหน้า

“ไม่จำเป็นต้องเข้าไปในนั้นแล้ว แต่แกต้องต่อแพลำใหญ่สักสองสามลำ”...

เครื่องบินที่จ่าโทนเห็นบรรทุกทหารรับจ้าง 12 คนพร้อมอาวุธครบมือโดดร่มลงสมทบกับจ่าโทนตามที่ได้รับมอบหมายมาจากนายพลบรรหารเพื่อสนับสนุนภารกิจตามล่าหาทอง

จากนั้นไม่นาน จ่าโทนและทหารรับจ้างพากันมาซุ่มดูอยู่ห่างจากแคมป์ของกริชพอสมควร เขาสอบถามจากหัวหน้าทหารว่านายพลบรรหารสั่งอะไรมาบ้าง ได้ความว่าท่านสั่งให้เอาทองกลับไปที่ชุมเสือผาด จ่าโทนไม่พอใจนักทำไมไม่เอาออกไปทางฝั่งนี้เลย หัวหน้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน จังหวะนั้นลูกน้องเข้ามารายงานว่าพวกนั้นต่อแพกำลังจะเสร็จแล้ว จ่าโทนสั่งให้ทหารรออยู่ที่นี่ ถึงเวลาที่ตนต้องกลับเข้าไปแล้ว

“คอยดูสัญญาณจากฉันแล้วเข้าโจมตีทันที”

ooooooo

แพสามลำถูกเข็นลงแม่น้ำ ขณะนักบุญกับพวกและกริชจะล่องแพไปที่กลางแม่น้ำมีเสียงโวยวายดังขึ้น

“จะไม่รอกันเลยหรือวะ”

ทุกคนหันไปเห็นจ่าโทนเดินกะเผลกๆเข้ามาโดยไม่มีใครรู้ว่าเขาซ่อนปืนยิงพลุสัญญาณไว้ในผ้าขาวม้าคาดเอว จ่าโทนเตือนว่าพวกนักบุญไว้ใจไม่ได้ โมรีอยากรู้แล้วจะให้ทำอย่างไร เขาให้เอาพวกตัวประกันทั้งหมดมัดติดกับเสาซึ่งปักไว้ในแม่น้ำระดับน้ำลึกเท่าคอ หากมีใครตุกติกระหว่างงมทองให้โมรียิงทิ้งทีละคน...

ระหว่างจอดแพไว้กลางแม่น้ำ นักบุญซึ่งอยู่บนแพลำเดียวกับจ่าโทนเสี้ยมให้เขาระวังกริชให้ดี เขาอาจจะไม่ได้ทองก็ได้ จ่าโทนรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ให้ตนแน่ๆ นักบุญแปลกใจถ้าอย่างนั้นเขากลับมาทำไม จ่าโทนไม่ตอบ ไล่ให้นักบุญลงไปงมทองได้แล้ว จากนั้นนักบุญว่ายไปสมทบกับเฉ่า กิตากาว่าและเสือใบ

“ดำลงไปตรงๆเราจะเจอทอง” นักบุญว่าแล้วดำลงไปทันที ทุกคนดำน้ำตาม

ที่ใต้น้ำ นักบุญไม่ได้ว่ายไปยังที่ซ่อนทอง กลับพาทุกคนตามไปที่โพลงอากาศนักบุญโผล่ขึ้นมาหายใจโดยมีเฉ่า เสือใบและกิตากาว่าโผล่ตามๆกันมา นักบุญมีแผนจะกลับไปช่วยพวกตัวประกันก่อน แล้วอธิบายให้ฟังว่าใต้น้ำแห่งนี้เป็นโพลงซับซ้อนถ้าว่ายไปตามแสงก็จะเจอทางออก เสือใบอาสาจะไปช่วยพวกตัวประกันเอง นักบุญบอกเส้นทางที่เขาจะว่ายไปโผล่ที่บ่อน้ำกลางถ้ำให้ กิตากาว่าเป็นกังวลถ้าพวกนั้นถามถึงเสือใบขึ้นมา

“บอกว่าน้ำข้างล่างขุ่นและวน ฉันหลงน้ำไม่รู้หายไปไหน”...

เพื่อความสมจริง นักบุญ เฉ่าและกิตากาว่าจำเป็นต้องย้อนกลับไปที่แพกลางแม่น้ำก่อน อ้างที่ชักช้าเนื่องจากหาตัวเสือใบไม่เจอ สงสัยจะหลงน้ำที่ขุ่นข้นด้านล่าง กริชเตือนหากมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด โมรีจะยิงคนของนัก บุญหนึ่งคน ให้เขาจำใส่กะโหลกไว้ แล้วไล่ให้ไปเอาทองมา

ครู่ต่อมานักบุญดำน้ำพาเฉ่ากับกิตากาว่ามาถึงที่ซ่อนทอง เฉ่าไม่ค่อยจะรู้สึกรู้สมกับทองมากมายตรงหน้าผิดกับกิตากาว่าที่มองอย่างตื่นตาตื่นใจ ทั้งสามคนช่วยกันเอาเชือกมัดลังที่ยังอยู่ในสภาพใช้การได้ทยอยขึ้นไปที่แพ ขณะที่เสือใบปีนปากบ่อน้ำขึ้นมาได้ ก็ใช้เชือกที่นักบุญทิ้งไว้วันก่อนโรยตัวลงมา...

กริชกับจ่าโทนเห็นทองที่อัดแน่นเต็มลังแววตาฉายความโลภออกมาอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

เสือใบลัดเลาะไปใกล้กับจุดที่ตัวประกันถูกมัดอยู่ในน้ำ รีบดำน้ำเข้าไปเอามีดพกที่ซ่อนไว้ค่อยๆ ตัดเชือกให้ทุกคน หนูนาทรงตัวไม่อยู่ถูกน้ำพัดล้มคว่ำเสียงดังตูม เสือมิ่งเห็นเข้าก็สาดกระสุนใส่ โมรีร่วมด้วยช่วยกันยิงทุกคนหนีขึ้นฝั่งได้ แต่จ่าสังข์ไม่โชคดีอย่างนั้นถูกเสือมิ่งยิงตาย

เสียงปืนดังมาถึงแพกลางแม่น้ำ จ่าโทนสั่งให้เสือเพลิงดูใต้น้ำว่าพวกนักบุญมีกันกี่คน แต่มองไม่เห็น มีเพียงลังใส่ทองที่ทยอยขึ้นมาบนแพ กิตากาว่า เฉ่าและนักบุญดำไปที่โพลงเพื่อสูดอากาศ กริชชักเอะใจที่พวกนั้นหายไปนาน จ่าโทนตระหนักในทันทีว่าโดนหลอก ชักปืนยิงพลุออกมายิงขึ้นฟ้าทันที

กริชไม่ทันตั้งตัวถูกจ่าโทนล็อกตัวเอาปืนจี้ เสือเพลิงจะเข้ามาช่วยถูกยิงตาย อึดใจชุดปฏิบัติการของจ่าโทนปรากฏตัวบนฝั่งเต็มไปหมด กริชขบกรามแน่นด้วยความแค้นที่โดนเพื่อนหักหลัง...

ด้านนักบุญชวนเฉ่ากับกิตากาว่าไปช่วยพวกตัวประกัน กิตากาว่าขอผ่าน มาถึงขนาดนี้แล้วถ้าไม่ได้ทองกลับไปตนขอยอมตายดีกว่า นักบุญไม่เข้าใจเขาคิดจะทำอะไรกันแน่

“ฉันยังไม่รู้...รู้แต่ว่าถ้าฉันไม่ได้ก็ต้องไม่มีใครได้มันไป” พูดจบกิตากาว่าดำน้ำหายไป นักบุญกับเฉ่าดำน้ำไปอีกทางหนึ่งเพื่อไปช่วยเทียนหอมกับพวกตัวประกัน...

จ่าโทนไม่ต้องการให้เหลือพยานไว้ สั่งให้หัวหน้าทหารทิ้งคนไว้ขนทองแค่ครึ่งเดียวพอ นอกนั้นให้ไปตามล่าพวกที่หนีมาให้หมด...

นอกจากจะเสียจ่าสังข์ระหว่างการหนีแล้ว มาดามหว่าหวา เสือใบและหนูนาก็ต้องสังเวยชีวิตอีกด้วย เทียนหอมเกือบจะตกเป็นเหยื่อทหารหื่น โชคดีที่นักบุญมาช่วยไว้ทัน ด้านเฉ่าช่วยเหมยฮัวไว้ได้เช่นกัน...

ทองคำแท่งถูกลำเลียงขึ้นแพจนเต็มทั้งสามลำ จ่าโทนสั่งให้ทหารแจวเข้าฝั่งก่อน โมรีกับเสือมิ่งซุ่มดูอยู่เห็นกริชถูกมัดก็พอเดาเหตุการณ์ออกว่าจ่าโทนหักหลัง สักพักทหารคุมตัวทรงศักดิ์กับสารวัตรสมัยเข้ามารายงานจ่าโทนว่าจับสองคนนี้ได้ “แล้วพบศพผู้หญิงคนหนึ่งกับชายคนหนึ่งตายอยู่ทางโน้น”

จ่าโทนพยักหน้ารับรู้ สั่งให้เตรียมตัวเดินทาง กิตากาว่าเห็นทหารรับจ้างนายหนึ่งเดินหาที่ปลดทุกข์มาทางตัวเองอยู่ ค่อยๆย่องเข้าหักคอมันตายคามือลากศพเข้าไปในพุ่มไม้แล้วเอาชุดทหารของมันมาสวมพร้อมกับดึงหมวกหลุบต่ำเพื่ออำพรางใบหน้าที่แท้จริง ก่อนจะเข้าไปควบคุมแพลำสุดท้าย จากนั้นจ่าโทนสั่งให้ออกเดินทางได้ โมรีรู้ว่าเขาจะเอาทองไปพักไว้ที่ไหน รีบหลบออกไปอย่างรวดเร็ว...

อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ นักบุญ เฉ่ากับเหมยฮัวและเทียนหอมซุ่มมองแพล่องผ่านหน้าไปเห็นทรงศักดิ์ กริชและสารวัตรสมัยถูกคุมตัวอยู่บนแพลำหน้าสุด นักบุญสังเกตเห็นกิตากาว่าในคราบทหารรับจ้างบนแพลำสุดท้าย เทียนหอมรู้จากนักบุญว่าจ่าโทนจะเอาทองไปพักไว้ที่ชุมเสือผาด คิดหาทางจะไปช่วยพ่อ นักบุญ เฉ่าและเหมยฮัวตัดสินใจจะบุกไปชุมเสือผาดเพื่อช่วยคนและจะทำทุกทางไม่ให้ทองคำตกไปอยู่ในมือคนชั่ว

ooooooo
จ่าโทนกับทหารรับจ้างเข้าควบคุมชุมเสือผาดไว้ในมือได้ในเวลาอันรวดเร็ว กวาดต้อนชาวชุมเสือไปขังไว้ในรถบัสเก่าๆ และสั่งให้ทหารขนทองไปไว้ในบาร์ จัดคนเฝ้าให้แน่นหนา และให้หัวหน้าวิทยุแจ้งท่านนายพลว่าของมาถึงเรียบร้อยแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของกิตากาว่าตลอด...

ทางฝ่ายนักบุญเอาทองแท่งให้เฉ่าไปขายเพื่อซื้อเรือประมงหนึ่งลำไว้เป็นเรือบัญชาการ รวมทั้งซื้อระเบิดอาวุธและชุดประดาน้ำ เทียนหอมร้อนใจอยากไปช่วยพ่อเร็วๆ นักบุญปลอบว่าไม่ต้องกังวลถึงอย่างไรตนต้องช่วยเขาออกมาให้ได้ เธออยากรู้ว่าหลังเสร็จจากช่วยพ่อของเธอแล้ว เขาจะไปทำอะไรต่อ

“อย่างผมจะไปทำอะไรได้ คงต้องกลับไปรับจ้างเขารบต่อ”

เทียนหอมขอร้องไม่ไปไม่ได้หรือ นักบุญไม่ตอบอะไร ได้แต่ดึงเธอมานั่งมองทะเลสวยด้วยกัน ที่ด้านท้ายเรือ เฉ่ากับเหมยฮัวกำลังช่วยกันประกอบระเบิดไว้ใช้ เขาอดแปลกใจไม่ได้ที่ดูเหมือนเหมยฮัวจะไม่สนใจทอง

“จะให้สนใจของที่ฆ่าพ่อกับพี่ชายฉันได้อย่างไร ฉันหวังอย่างเดียวคือมันควรจะอยู่ในที่ที่มันควรอยู่”...

โมรีพาเสือมิ่งไปเอาอาวุธมากมายที่ซ่อนไว้ จากนั้นตรงไปยังอุโมงค์ลับกลางป่าซึ่งคุณจักรให้คนงาน เก่าแก่ขุดไว้สำหรับเข้าออกจากชุมเสือผาด อุโมงค์นี้มีแค่เธอกับกริชเท่านั้นที่รู้ และมันจะไปสุดที่ห้องนอนของเสือผาด โมรีจะใช้เส้นทางนี้เข้าไปฆ่าพวกมัน และเธอค่อนข้างมั่นใจว่าจ่าโทนจะต้องเก็บทองไว้ที่บาร์

“มิ่ง แกไปปล่อยพวกเราแล้วลุยเลย ฉันจะไปช่วยคุณกริชเอง”...

ทางฝ่ายนักบุญ เทียนหอม เหมยฮัวและเฉ่ามาถึงป่าด้านหน้าชุมเสือผาด โดยวางแผนจะแยกกันทำงานออกเป็นสามสาย เทียนหอมกับเหมยฮัวซึ่งพอรู้เส้นทางที่นี่จะไปช่วยทรงศักดิ์กับสารวัตรสมัย เฉ่าจะเอาระเบิดไปวางตามที่ต่างๆ ส่วนนักบุญจะไปที่ห้องวิทยุเพื่อแจ้งเรื่องนี้ให้ผู้พันทรงยศทราบ...

เสือมิ่งลอบเข้าไปหักคอทหารยามซึ่งเฝ้าที่คุมขังและช่วยพวกชุมเสือออกไปได้ ทหารรับจ้างเห็นเข้าสาดกระสุนใส่ สองฝ่ายเปิดฉากยิงต่อสู้กัน เสียงปืนดังไปถึงจ่าโทนที่อยู่ในห้องคุมขังกริช เขารีบวิ่งออกจากห้อง กิตากาว่าเห็นห้องขังปลอดคน จะไขกุญแจห้องขังให้ทรงศักดิ์กับสารวัตรสมัยออกมา แต่ถูกโมรีเอามีดแทงข้างหลังทะลุหัวใจตายคาที่ แล้วรีบมาไขห้องขังปล่อยกริชออกมา ทิ้งทรงศักดิ์กับสารวัตรสมัยไว้อย่างนั้น

ooooooo
จ่าโทนเห็นท่าไม่ดี สั่งให้ทหารขนทองไปไว้บนรถบรรทุก เตรียมหนี ขณะที่เทียนหอมกับเหมยฮัวเข้าไปยิงประตูห้องขังช่วยทรงศักดิ์กับสารวัตรสมัย ระหว่างจะหนี สารวัตรสมัยเห็นทหารกำลังขนทองขึ้นรถ รีบลัดเลาะไปที่นั่นหวังจะล้างแค้นที่ถูกจ่าโทนหักหลัง กลับโดนเสือผาดฆ่าตาย

นักบุญส่งวิทยุไปแจ้งผู้พันทรงยศเรื่องทองเรียบร้อยก็ตามมาสมทบกับพวกเทียนหอม เห็นกริชจะยิงเฉ่า เขายิงใส่มันเสียก่อนจนกระเด็นไปนอนแน่นิ่ง แล้วหันไปเร่งเฉ่าว่าพวกมันจะเอาทองไปแล้ว นักบุญกับเฉ่ายังไม่ทันจะขยับ เสือมิ่งถึงตัวพลขับก่อน ยิงใส่ไม่ยั้ง กริชลุกขึ้นมาได้เพราะใส่เสื้อเกราะ รีบวิ่งไปที่รถบรรทุก

“พวกแกไม่มีทางเอาไปได้หรอก” จ่าโทนว่าแล้วระดมยิงเสือมิ่งตายคาที่

โมรีตวัดแส้รัดคอจ่าโทนไว้ดึงจนล้มกลิ้ง สกัดไม่ให้เอาทองไป กริชสบช่องเจอเทียนหอมวิ่งผ่านมาพอดี จับไปเป็นตัวประกันแล้วขับรถออกไปโดยมีโมรีนั่งประกบไม่ให้เธอหนี เทียนหอมฤทธิ์เยอะ กริชทนไม่ไหวใช้ด้ามปืนฟาดสลบเหมือด นักบุญรีบโดดขึ้นม้าควบตามจนทันก่อนจะโดดเกาะท้ายรถบรรทุก

กริชฝากให้โมรีขับรถแทน แล้วขึ้นไปต่อสู้กับนักบุญที่กระบะท้าย เทียนหอมฟื้นคืนสติพยายามยื้อแย่งพวงมาลัยรถจากโมรีทำให้รถส่ายไปมาอย่างน่ากลัว เธอหันไปคว้าประแจตีโมรีสลบ ส่วนรถพุ่งไปยังเหวเบื้องหน้า นักบุญเห็นท่าไม่ดีตะโกนบอกให้เทียนหอมโดดหนี แล้วทิ้งตัวลงจากรถ โมรีกับกริชลอยละลิ่วลงหน้าผาพร้อมกับรถคันนั้น โชคดีที่เทียนหอมโดดลงมาได้ทัน

ส่วนที่ชุมเสือผาด ผู้พันทรงยศเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จ่าโทนวิ่งหนีเอาตัวรอดมาที่บ้านพักของเสือผาดเจออุโมงค์ที่เสือผาดใช้เข้าออกชุมเสือโดยไม่มีใครเห็น เฉ่าจะวิ่งตามถูกจ่าโทนเอาไม้ฟาดหัวแล้วหนีลงไปในอุโมงค์ เฉ่าเห็นถังน้ำมันรีบกลิ้งลงอุโมงค์แล้วโยนระเบิดใส่ เกิดไฟลุกท่วม จ่าโทนถูกไฟเผาตายอนาถ...

จากนั้นไม่นานนักบุญ เฉ่า เทียนหอมและเหมยฮัวในชุดประดาน้ำ ล่องแพมาถึงจุดที่เคยลงไปงมทอง นักบุญว่ายนำทางทุกคนไปยังที่ซ่อนลังใส่ทอง 4 ใบ ตั้งแต่เมื่อคราวเขาดำมาเจอทองครั้งแรก

นี่ไม่ใช่ภารกิจสุดท้ายของทหารรับจ้างอย่างนักบุญและเฉ่า ทั้งคู่หมายมั่นปั้นมือจะเข้าไปเอาทองที่ยังเหลืออยู่นับแสนแท่งในถ้ำแห่งนั้น โดยมีเทียนหอมและเหมยฮัวเข้าร่วมภารกิจนี้ด้วย

ooooooo

-อวสาน-


ละครนักบุญทรงกลด ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านนักบุญทรงกลด ติดตามนักบุญทรงกลด ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า,อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล 31 มี.ค. 2560 08:01 2017-04-04T01:50:49+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ