ข่าว

วิดีโอ



ในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปณธี

กำกับการแสดงโดย: สยาม น่วมเศรษฐี

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค

ลวิตาได้รับการทำแผลจากที่โดนมีดกชกร ปวัตรพาเธอกลับ ทรงพลไม่ยอมกลับจะอยู่เฝ้านรี ปวัตรเป็นห่วงลวิตามากจนทำให้กลัวว่าเธอจะโดนไตรภพทำร้ายแบบนี้

“คุณเคยได้ยินไหมครับ คนเราเวลารักใครมากๆ พอเกลียดก็จะเกลียดมาก”

“ฉันจะระวังตัวให้ดี ไม่ทำให้คุณเป็นกังวล” ลวิตารับรอง รู้สึกดีใจที่เขาเป็นห่วง

“คบกันไหมครับ” จู่ๆปวัตรก็โพล่งขึ้น ลวิตาชะงัก ปวัตรจับมือเธอ “ผมถามว่าเรามาคบกันดีไหมครับ...ผมคงทำให้คุณอึดอัด ถือว่าผมไม่ได้พูดก็แล้วกัน” ปวัตรเห็นเธอเงียบก็ใจเสีย

“ตกลงค่ะ เรามาลองคบกันดูนะคะ” ลวิตาเห็นปวัตรปล่อยมือก็รีบคว้ามือเขาไว้

ขณะเดียวกัน มยุรามาหาไตรภพที่คอนโด ทันทีที่เข้ามาในห้องก็ตบหน้าเขาฉาด บอกว่ารู้ความจริงหมดแล้วว่าเขาทำอะไรลวิตา ไตรภพทำหน้าซื่อไม่รู้เรื่องจนมยุราบอกว่าเห็นคลิป

“ฉันไม่นึกว่าแกจะเลวได้ขนาดนี้ ยัยหลิวคิดถูกแล้วที่เลิกกับแก ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับลูกสาวฉันอีก” มยุรากำชับแล้วกลับไป ปล่อยให้ไตรภพเคียดแค้นอย่างมาก

เช้าวันใหม่ ลวิตาต้องแปลกใจที่เห็นยุรามาบ้านจีน่า ซื้ออาหารเช้ามาจัดวางมากมาย และบ่นเสียดายที่จีน่าไม่อยู่ ลวิตาดักคอว่าแม่ต้องการให้ทำอะไร เธอไม่โกรธและยังพูดดี

“พูดอะไรแบบนั้นล่ะ”

“ก็เราทะเลาะกันอยู่”

“ที่แม่มาหาลูกก็เพราะเรื่องนี้แหละ แม่ขอโทษที่แม่พูดไม่ดีกับที่แม่ไม่ไว้ใจลูก ทั้งๆที่ความจริงคนที่เลวที่สุดคือไอ้มิค คุณปวัตรเอาคลิปให้แม่ดูแล้ว แม่เห็นทุกอย่าง แม่อยากให้ลูกยกโทษให้แม่จะได้รึเปล่า” ลวิตาพยักหน้าทั้งน้ำตา “ขอบใจลูกมากนะ แม่สัญญาว่าแม่จะไม่บังคับเราอีกแล้ว แม่จะเคารพในการตัดสินใจของลูก ลูกรักใครแม่ก็จะรักด้วย แม่เรียนรู้แล้วว่า ลูกคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของแม่ แม่จะเสียลูกไปไม่ได้จริงๆ”

“หนูเองก็ต้องขอโทษแม่เหมือนกัน ที่หนูทำตัวไม่น่ารัก”

“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร เรามาลืมเรื่องบาดหมางกันให้หมด มาทานข้าวกันเถอะ”

สองแม่ลูกยิ้มแย้มทานข้าวด้วยกันอย่างมีความสุข

ooooooo


นรีตื่นขึ้นมาพบทรงพลนอนฟุบอยู่ข้างเตียง ก็ปลุกเขาขึ้นมา ทรงพลพร่ำขอโทษและถามไถ่อาการ นรีกลับเป็นห่วงกชกร เขาจึงบอกว่าตำรวจเอาตัวไปขัง ตนจะเอาเรื่องเธอถึงที่สุด

ชัย วิภาและปวัตรเดินเข้ามา ทรงพลยกมือไหว้ ชัยไม่รับไหว้หน้าตานิ่งขรึม บอกให้ทรงพลกลับไป

และไม่ต้องมายุ่งกับนรีอีก เพราะเขาผิดสัญญาที่ให้ไว้ ปวัตรแย้งไหนบอกว่าเข้าใจ

“ก็เข้าใจ แต่มันทำใจไม่ได้ที่ต้องมาเห็นลูกสาวตัวเองเกือบตาย ไหนคุณบอกว่าคุณจะปกป้องนรี แล้วนี่อะไร คุณปล่อยให้เมียเก่าคุณมาทำร้ายลูกสาวผมได้ไง”

“ผมขอโทษครับ”

“ขอโทษแล้วมันช่วยให้อะไรดีขึ้นรึเปล่า”

นรีช่วยแก้ตัวให้ทรงพล แต่กลับโดนเอ็ดให้เลิกคบกับทรงพลเพราะเขาทำตามสัญญาสามเดือนที่ให้ไว้ไม่ได้ ทรงพลพยายามขอโอกาสแต่ชัยไม่ให้และไล่เขาออกไป ชัยเอาจริงจนน่ากลัว ปวัตรก็ห้ามไม่ได้ ทรงพลสบตานรีทำนองว่าตนจะไม่ยอมแพ้

ปวัตรเดินออกมาส่งทรงพล บอกให้เขารอให้พ่อใจเย็นลงแล้วจะช่วยพูดให้ ทรงพลสัญญาจะพิสูจน์

ตัวเองให้พ่อเขาเห็น...ระหว่างนั้น ชัยปอกส้มให้นรี เธอเมินหน้าไม่มองไม่สนใจและไม่พูดกับพ่อ วิภาอยากจะสมน้ำหน้าสามีแต่ไม่อยากพูด ชวนปวัตรกลับ ชัยไม่กลับจะอยู่เฝ้านรีเพราะกลัวทรงพลกลับมา

วิภาบ่นกับปวัตรว่าชัยดื้อด้านเอาแต่ใจน่าเบื่อ

ปวัตรเข้าใจว่าพ่อเป็นห่วงนรี ไม่นานก็คงจะดีขึ้น...ปวัตรส่งวิภาที่บ้านแล้วมาโรงเรียนดนตรี ลวิตาแวะมาหา เห็นเขากำลังแต่งเพลง ลวิตาซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้ปวัตร เขาเห็นว่าราคาแพงจะคืนเงินเธอ แต่เธอไม่รับให้ถือว่าเป็นของขวัญจากแฟน แล้วทำการถ่ายเซลฟี่คู่ตั้งค่าเป็นวอลเปเปอร์เสียเลย พร้อมกำชับ

“จำไว้นะคะ ว่าทั้งมือถือและเจ้าของเครื่องนี้ เป็นของฉันคนเดียว”

“จะจำให้แม่นเลยครับพ้ม...” ทั้งสองหัวเราะให้กัน

ลวิตาถามปวัตรแต่งเพลงอะไร เขาบอกว่าแต่งเพลงต่อจากที่แต่งค้างไว้ที่เชียงคาน แล้วเขาก็เล่นเปียโน

เพลงนั้นให้ลวิตาฟังจนจบ

ด้านชัยพยายามเอาใจลูกสาว แต่นรีงอนไม่ยอมพูดสักคำ จนเขาทนไม่ไหว “นี่ลูกโกรธพ่อมากขนาดนี้เลยเหรอ พ่อก็แค่เป็นห่วงลูก”

“ถ้าพ่อห่วงรีจริง พ่อคงจะมีเหตุผลมากกว่านี้”

“แล้วพ่อไม่มีเหตุผลตรงไหน”

“ตรงที่คุณพ่อเอาแต่ใจไงคะ คุณพ่อไม่ฟังรี ไม่ฟังพี่พลหรือใครๆเลย คุณพ่อจะทำในสิ่งที่คุณพ่อต้องการเท่านั้น...รีรักพี่พลค่ะคุณพ่อ!”

“ลูกแน่ใจแล้วเหรอ ลูกอายุยังน้อย ยังมีโอกาสได้เจอคนอีกมาก พ่อไม่อยากให้ลูกปิดโอกาสตัวเอง”

“รีจะไม่มีวันมองใครอีกแล้วค่ะ นี่เป็นเรื่องที่รีมั่นใจที่สุด รีอยากให้ผู้ชายที่รีรักทั้งสองคนเข้าใจกัน”

คำพูดของนรีทำให้ชัยตัดสินใจโทร.หาทรงพล ถามให้รู้ว่าเขารักนรีแค่ไหน เมื่อทรงพลตอบว่ามากกว่าชีวิตตัวเอง ชัยถอนใจเฮือก

“ตอบแบบนี้แล้วผมจะทำอะไรได้อีก ถ้าผมยังกีดกันคุณกับลูก ผมคงถูกไล่ให้ไปนอนนอกบ้านแน่ๆ ผมกำลังจะกลับบ้าน คุณมารับยัยรีด้วยก็แล้วกัน”

ทรงพลรับคำด้วยความดีใจ เขารีบมาหานรีที่โรงพยาบาล เธอดีใจเพราะโชคดีที่พ่อกลับไปแล้ว ทรงพลยิ้มและบอกว่าพ่อเธอให้ตนมารับ พ่อไฟเขียวให้เรา

คบกันแล้ว ทรงพลย้ำว่าต่อไปเราจะต้องรักกันให้มากขึ้น นรีปลื้มปริ่มโผกอดทรงพลอย่างโล่งใจ

ขณะเดียวกัน ชัยกลับมาบ้านเจอกระเป๋าเสื้อผ้า

ใบโตวางอยู่กลางบ้าน เขาคิดว่าวิภาจะไปเที่ยวไหน

แต่เธอกลับบอกว่าเป็นกระเป๋าเขา เธอไม่อยากอยู่ร่วมบ้านกับคนที่สร้างปัญหาให้ลูก ชัยเสียใจที่ตนเป็นพ่อที่

แย่ขนาดนั้น แต่ก็พยายามบอกวิภาว่าตนยอมแล้ว ตนโทร.บอกทรงพลให้ไปรับนรีกลับจากโรงพยาบาล วิภาชะงักดีใจเข้ากอดเอาใจ ชัยจุ๊บแก้มหยอกเย้ามีความสุข

ooooooo

ปวัตรกับลวิตาเดินจูงมือกันจะเข้าไปซื้อของซุปเปอร์มาร์เกตในห้างสรรพสินค้า ปวัตรเห็นสายตาคนมองก็ปล่อยมือลวิตาทันที บอกให้เธอเข้าไปซื้อคนเดียว เขาไม่อยากทำให้มีข่าวอีก ลวิตานึกได้หาหมวกและแมสก์ปิดหน้ามาใส่ทั้งสองคนแล้วเดินจูงมือกันเข้าไป

ปวัตรเข็นรถให้ลวิตาเลือกสินค้า ระหว่างนั้นทรงพลโทร.เข้ามาบอกเรื่องชัยยอมให้คบกับนรี ปวัตรแยกมาคุยปล่อยลวิตาเข็นรถเลือกสินค้าไปคนเดียวก่อน...พอคุยเสร็จ ปวัตรได้ยินสองสาวคุยกันเรื่องลวิตาค่อนข้างรุนแรง ว่าเธอคงสมองได้รับความกระทบกระเทือนถึงได้เพี้ยน เลิกคบกับไตรภพ ตาต่ำไปคว้าผู้ชายอีกคน แบบนี้เรียกว่าแรดเงียบแต่ฟาดเรียบ แถมจะติดแฮชแท็กว่าแรดเงียบแต่ฟาดเรียบ...คือหลิวลวิตา

ปวัตรสุดทน ถอดหมวกและแมสก์จะเดินเข้าไปต่อว่า แต่ลวิตาเดินแซงหน้าเข้าไปก่อน

“ขอโทษนะคะ คุณรู้จักหลิวลวิตาเหรอ ถึงรู้ดีว่าเธอเป็นคนยังไง”

“รู้จักสิ ใครไม่รู้จักก็บ้าแล้ว”

“ฉันหมายถึงรู้จักเป็นการส่วนตัว” สองสาวส่ายหน้า “ถ้าไม่รู้จัก พวกคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินว่าเธอเป็นคนยังไง”

“แล้วมันเกี่ยวไรกับแกด้วยห๊ะ! แกเป็นญาติเขารึไง ถึงเป็นเดือดเป็นร้อนแทน”

ลวิตาไม่ตอบแต่ถอดหมวกและแมสก์ออก ทำให้สองสาวตาค้าง “ใช่ค่ะฉันเอง พวกคุณไม่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับมิค เพราะฉะนั้นพวกคุณไม่ควรจะพูดหรือวิจารณ์อะไรทั้งนั้น และฉันก็ไม่ได้ตาต่ำที่ไปคว้าใครก็ไม่รู้ ผู้ชายคนนี้เป็นคนดี ดีกว่าที่พวกคุณคิดเอาไว้มาก”

ปวัตรเห็นท่าไม่ดีเข้าไปดึงลวิตากลับ เธอไม่ยอมจะให้สองสาวขอโทษ สองสาวยังหน้าเหลอหลา ปวัตร

ดึงลวิตาออกไป เธอโวยวายลากออกมาทำไม ปวัตรให้เธอพอก่อนที่เรื่องจะแย่กว่านี้ ลวิตาไม่พอใจทำไมที่เราไม่ทำอย่างที่พวกเขาคิดเราจะต้องกลายเป็นคนผิด

“คุณท้อแล้วเหรอครับ”

“ฉันไม่ได้ท้อนะคะ ฉันเป็นห่วงความรู้สึกของคุณ ฉันถูกด่าจนชินแล้ว แต่คุณ...”

“ผมไม่เป็นไร ผมเข้มแข็งมากกว่าที่คุณคิด”

ลวิตาขอโทษที่ทำให้เขาไม่ได้ซื้อของ ปวัตรยิ้มและบอกว่าไว้กลับมาซื้อตอนดึกๆ ลวิตานึกได้ว่าแม่ให้ชวนเขากับทรงพลไปกินข้าวที่บ้าน แม่อยากขอบคุณที่ช่วยเรื่องไตรภพ

ปวัตรกลับมาบอกทรงพลกับนรี ทั้งที่เขาสังหรณ์ใจว่ามยุราไม่น่าจะกลับลำเป็นมิตรได้ขนาดนี้ ทรงพล

กับนรีเห็นพ้องกันว่าเขาคิดมาก ปวัตรหมั่นไส้ที่เข้ากันดีจึงหลอกว่าพ่อมา ทรงพลสะดุ้งรีบปล่อยมือที่จับนรีทันที ปวัตรหัวเราะร่าว่าเพื่อนปอดแหก นรีขำตามไปด้วย

ooooooo

สว่างตามง้อโฉมฉายจนได้เข้าไปอยู่ที่ห้องเธอ ทั้งสองหยอกเย้ากันจนล้มตัวนอน โฉมฉายรู้สึกว่านอนทับอะไรบางอย่าง พอหยิบขึ้นมาเป็นโทรศัพท์มือถือของสว่าง และกดไปโดนคลิปไตรภพเปิดขึ้นมา โฉมฉายตะลึงเมื่อเห็นความร้ายกาจของพระเอกหนุ่มที่จะยิงปวัตร

วันต่อมา ลวิตาพาปวัตร ทรงพลและนรีมาทานข้าวที่บ้าน มยุราต้อนรับขับสู้อย่างดี แล้วชวนทรงพลคุยที่เขาเปิดบริษัทสถาปนิก อยากปรึกษาจะรีโนเวทบ้าน...พอทานอาหารเสร็จ มยุราจึงชวนทรงพลไปดู

จุดที่อยากต่อเติมหลังบ้าน นรีดีใจแทนปวัตรที่มยุรา

ดูจะดีกับเขาแล้ว ปวัตรจึงแย็บกับลวิตาว่าอยากสมัครเป็นลูกเขยเลย พูดจบก็กอดหมับ ลวิตาเอ็ดให้อายนรี

“จะอายทำไมครับ ผมยังไม่เห็นอายเลย หรือว่ารีอาย”

“ไม่ค่ะ รีไม่อายซักนิด ทำเหมือนรีไม่อยู่ตรงนี้ก็ได้นะคะ” ทั้งสามคนหัวเราะมีความสุข

มยุรามีสีหน้ากังวลเดินนำทรงพลมาชี้จุดที่อยากต่อเติมมั่วๆไป ทรงพลเอาโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปไว้ มยุราแกล้งทำเป็นสะดุดหกล้มกระแทกทรงพลจนโทรศัพท์ตกแตก และทั้งสองก็ล้มไปด้วยกัน ทรงพลตกใจรีบประคองมยุราให้ลุกขึ้น เธอคว้าโทรศัพท์เขาขึ้นมาด้วย

“ฉันจะเดินไปหาคุณแต่ดันสะดุดพื้น มือถือคุณ”

“ไม่เป็นไรครับ”

“ไม่ได้ๆ ฉันทำฉันก็ต้องรับผิดชอบ มือถือเครื่องนึงไม่ใช่พันสองพัน อย่าทำให้ฉันไม่สบายใจเลยนะ” มยุรารู้สึกเจ็บข้อเท้าจริงๆ

ทรงพลประคองมยุราเข้ามาในบ้าน ปวัตรช่วยดูอาการแล้วบอกว่าแค่เคล็ด ให้ประคบเย็นทุกๆหนึ่งหรือสองชั่วโมง ครั้งละสิบถึงยี่สิบนาที อาการบวมจะดีขึ้น ลวิตาแปลกใจทำไมปวัตรถึงรู้ดี นรีจึงบอกว่าเมื่อก่อนปวัตรเป็นนักฟุตบอล ข้อเท้าเคล็ดประจำจนรู้ดี

มยุราเข้ามาพักในห้อง มองโทรศัพท์ทรงพลสีหน้าครุ่นคิดถึงที่โดนไตรภพบังคับให้ทำ เขาแอบอัดเสียงตอนเธอขอยืมเงินห้าล้านไปเคลียร์หนี้พนันและมีภาพตอนเธอเข้าบ่อนมาขู่อีกด้วย มยุราเจ็บใจมาก

ที่ไตรภพให้คนสะกดรอยตาม แถมบ่อนนั้นยังเป็นบ่อนผิดกฎหมาย

“สารเลว! แกทำกับฉันแบบนี้ทำไมห๊ะไอ้มิค ทั้งๆที่ฉันดีกับแกทุกอย่าง ฉันสนับสนุนแกกับหลิวทุกเรื่อง”

“คุณแม่แน่ใจเหรอครับว่าคุณแม่ดีกับผม และสนับสนุนผมจริงๆ ถ้าไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยว คุณแม่คงไม่ดีกับผมหรอก...ผมพูดถูกรึเปล่า”

มยุราเถียงไม่ออกโวยวายจะแย่งโทรศัพท์แต่

ไม่สำเร็จ ไตรภพขู่ให้ทำอย่างไรก็ได้ให้ลบคลิปตนจะยิงปวัตรแล้วลืมเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด มยุราไม่รู้จะทำอย่างไร ไตรภพเยาะ

“ผมไม่รู้ ผมรู้แต่ว่าคุณแม่ต้องหาทางทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างที่คุณแม่เห็น จะอยู่ในมือนักข่าว

ถ้าทุกคนรู้ว่าแม่ของหลิวลวิตา แม่ที่แสนดี แม่ที่รักลูก ติดการพนันเกาะลูกกิน มันคงจะสนุกดีนะครับ”...

มยุราคิดแล้วแค้นใจอย่างมาก ลวิตาตามเข้ามาบอกว่าปวัตรเป็นห่วงให้ตนมาคอยดูแลแม่ ทุกคนกลับกันหมดแล้ว มยุราหน้าเจื่อน...ในขณะที่ปวัตรรู้สึกแปลกๆกับเรื่องนี้

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน ลวิตาจะออกไปซื้อของให้แม่กิน มยุราทำทีอยากกินส้มตำตลาด อ.ต.ก.เจ้าประจำ ลวิตารับคำจะไปซื้อให้ แต่คงนานหน่อยเพราะรถติด มยุราจะรอ

ลวิตาขับรถออกมาไม่เท่าไหร่ก็รู้ว่าลืมกระเป๋าสตางค์

จึงวกรถกลับไปเอา พอใกล้จะถึงบ้านก็ต้องแปลกใจ

ที่เห็นมยุราขับรถออกจากบ้าน จึงลองโทร.ไปหา เธอกลับบอกว่าอยู่ในห้องน้ำมีอะไรให้ไลน์บอก ลวิตาจึงแอบขับรถตามจนมาถึงคอนโดไตรภพ เธอสงสัยว่าแม่มาทำไม

มยุราเอาโทรศัพท์ทรงพลมาให้แล้วบอกให้ไตรภพทำตามสัญญาลบคลิปของตนเช่นกัน ไตรภพ

เอาโทรศัพท์ตัวเองมาเปิดคลิปแล้วลบให้ดูต่อหน้า

“หวังว่าเธอคงไม่ได้มีคลิปเสียงหรือคลิปวิดีโอของฉันเก็บเอาไว้ที่ไหนอีก”

“ไม่มีแล้วล่ะครับ คุณแม่ไว้ใจได้”

ทันใดมีเสียงออด ไตรภพเดินไปดูช่องตาแมวแล้วต้องตกใจที่เห็นลวิตา เขารีบหันมาเตือนมยุราหาข้อแก้ตัวโดยเร็ว...พอไตรภพเปิดประตู ลวิตาก็ถามหาแม่ มยุราทำทีเป็นต่อว่าไตรภพยกใหญ่ ลวิตาถามแม่มาทำไม มยุราเล่นละครฉากใหญ่ทันที

“แม่มาบอกให้มันเลิกยุ่งกับลูกน่ะสิ ฉันขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย ลูกสาวฉันไม่ได้รักแกอีกต่อไปแล้ว คนที่ยัยหลิวรักคือคุณปวัตร จำเอาไว้ด้วย”

ไตรภพยืนนิ่ง ลวิตาชวนแม่กลับ พอสองแม่ลูกออกไป ไตรภพก็ถอนใจอย่างโล่งอก...มยุราทำทีก่นด่าไตรภพไม่เลิก ลวิตาขอบคุณแม่และบอกว่าคราวหลังมาหาไตรภพให้ตนมาด้วย และดีใจที่แม่ยอมรับปวัตร มยุราทำเป็นยิ้มๆบอกลูกรักใครแม่ก็รักด้วย

เย็นวันนั้นสว่างถือถุงมาให้ปวัตรในห้อง บอกว่ามีคนฝากให้เขา ปวัตรแปลกใจเปิดดูเป็นกล่องโทรศัพท์มือถือ ไม่ทันไรเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สว่างมองหาว่าเครื่องไหนดัง ปรากฏว่าดังมาจากในกล่อง จึงรีบแกะเอาโทรศัพท์ออกมากดรับสาย เสียงไตรภพหัวเราะเยาะดังออกมา

“ดีใจจังที่คุณจำเสียงผมได้” ไตรภพได้ยินปวัตรเรียกชื่อตน

“คุณซื้อมือถือมาให้ผมทำไม หรือคิดจะชดใช้ที่คุณขโมยมือถือผมไป”

“คุณเข้าใจผิดแล้ว ผมฝากมือถือนี้ให้เพื่อนคุณ... คุณทรงพล”

“เป็นอย่างที่ผมคิดเอาไว้ คุณกับคุณมยุราร่วมมือกัน ต้องการลบคลิปในมือถือทรงพล”

“ฉลาดมากคุณปวัตรแต่มันสายไปแล้ว คลิปนั้นจะหายไปตลอดกาล” ไตรภพหัวเราะร่า

สว่างงงว่าเกิดอะไรขึ้น พอปวัตรมาบอกทรงพลที่ห้อง ว่ามยุราแกล้งทำให้โทรศัพท์เขาตกเพราะต้องการลบคลิป ทรงพลรู้สึกสงสารลวิตาที่มีแม่แบบนี้ สว่างขอแทรกพูด

“เอ่อ...ผมขอพูดอะไรหน่อยได้ไหมครับ ความจริงแล้วก็คือว่า คลิปยังอยู่ครับ...วันนั้นช่วงที่คุณทรงพลเผลอ ผมแอบเอามือถือคุณทรงพลส่งคลิปเข้าเครื่องผม” สว่างยิ้มแหยๆ

สองหนุ่มอึ้ง เพราะการเผือกของสว่างเป็นการดีที่คลิปยังมีอยู่ ทรงพลยุให้ปล่อยคลิปออกไปแต่ปวัตรคิดว่าปล่อยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องหาคนเต้าข่าวและคนนั้นต้องมโนเก่งด้วย ปวัตรหันไปมองสว่าง เขายิ้มเพราะรู้ว่าหมายถึงโฉมฉายเมียรัก

ooooooo

ไม่นานเกินรอ รุ่งขึ้นไตรภพกำลังจะเข้าคอนโดเห็นสายตาคนที่มองแปลกๆ ไม่เพียงเท่านั้น กลุ่มแฟนคลับยืนรอด่าว่า เขาชั่วที่ลวนลามลวิตา แฟนคลับคนหนึ่งเปิดคลิปให้ดู ไตรภพตกใจแก้ตัวว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แฟนคลับไม่เชื่อด่าว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอม หน้าตัวเมีย

“มันจะมากเกินไปแล้ว ถ้ายังไม่หยุดพูด...” ไตรภพฉุนโวยกลับ

“ทำไมคะ หรือว่าพี่มิคคิดจะทำร้ายพวกเราเหมือนที่ทำร้ายพี่หลิว...พี่หลิวเลิกกับพี่ได้ก็ดีแล้ว สมน้ำหน้า...”

ไตรภพโกรธจนตัวสั่น กำมือแน่น พลันเสียงบีบแตรรถดังขึ้น ไตรภพหันมอง ประตูรถเปิดออก เขาจึงรีบพุ่งตรงไปขึ้นรถ แฟนคลับเหวอว่าใครมาพาไป... ไตรภพหันมามองคนขับแล้วต้องตกใจที่เป็นปวัตร

เขาโวยวายให้จอดรถ ปวัตรถามว่าแน่ใจหรือเพราะมีนักข่าวตามอยู่ ไตรภพจึงนิ่งเงียบ รถแล่นมาจนพ้นนักข่าว ปวัตรจอดรถ ทั้งสองลงมาประจันหน้ากัน

“อยากต่อยผมมากสินะ ถ้าผมไม่ช่วยคุณออกมา คุณตายคาวงนักข่าวไปแล้ว”

“จะทวงบุญคุณรึไง”

“ผมไม่ทวงบุญคุณหรอก เพราะผมไม่อยากให้เรามีอะไรต้องติดค้างกัน”

“คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะทำลายผมได้งั้นเหรอ”

“ก็แล้วทำลายได้รึเปล่าล่ะ”

ไตรภพโกรธมากจ้องหน้า “ยังไม่มีใครเชื่อข่าวที่แกลง คนอย่างมิคไตรภพเจอข่าวฉาวไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง

แต่ฉันก็รอดมาได้ทุกครั้ง และครั้งนี้ฉันก็ต้องรอด”

“ผมจะบอกอะไรให้ ว่าคนเราไม่ได้มีโชคไปตลอดชีวิต ถ้าคุณเป็นแมวเก้าชีวิต ครั้งนี้อาจจะเป็นชีวิตที่สิบของคุณแล้วก็ได้ ผมขอแนะนำให้คุณเตรียมแถลงข่าว ยอมรับผิดและขอโทษหลิวจะดีกว่า ชื่อเสียงของคุณจะได้ไม่ป่นปี้ไปมากกว่านี้”

ไตรภพเถียงไม่ออก มองปวัตรกลับไปขึ้นรถ

ขับออกไปด้วยความแค้นใจ...ไตรภพกลับถึงคอนโด

ก็เข้าด้านหน้าไม่ได้เพราะแฟนคลับยังรออยู่เต็ม จึงหลบไปเข้าด้านหลัง เขาโมโหมากที่เกิดเรื่องนี้ ตัดสินใจ

เปิดโน้ตบุ๊กของตัวเองด้วยแววตากร้าว

มยุราเห็นคลิปแทบช็อกปล่อยโทรศัพท์หล่นจากมือ ลวิตาเดินมาเห็นแปลกใจว่ามีอะไร ผู้เป็นแม่เอาคลิปให้ดูแล้วถามว่าใครลง ลวิตาไม่รู้จริงๆ มยุราโวยไม่เชื่อทำให้ลวิตาเริ่มสงสัย

“แม่คะ แม่ทำอะไรอยู่กันแน่ แม่บอกหนูมาเดี๋ยวนี้!” ลวิตาคาดคั้นจนมยุราหน้าเสีย

พอดีไตรภพโทร.เข้ามา มยุรากดรับ ได้ยินเสียงคลิปตัวเองที่ไตรภพบอกว่าลบทิ้งหมดแล้ว เธอโมโหมากตวาดลั่น “แกหลอกฉัน!”

“ถ้าคุณแม่ไม่เคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นให้ผม ผมจะปล่อยคลิปเสียงกับคลิปวิดีโอของคุณแม่ภายในวันพรุ่งนี้” ไตรภพขู่แล้วตัดสายไป

มยุราแทบคลั่ง ทรุดลงกองกับพื้น ลวิตาตกใจว่าแม่เป็นอะไร มยุราหันมากุมมือขอร้อง

“หลิว...แม่ขอโทษ แม่ขอโทษจริงๆ หลิวต้องช่วยแม่ มีหลิวที่ช่วยแม่ได้”

ลวิตามองแม่อย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

ไตรภพนั่งอ่านข่าวตัวเองในโน้ตบุ๊ก เครียดมากที่มีเพจแอนตี้มิคไตรภพ...เชียร์หลิวเลิกมิค...ชมรมคนเกลียดมิค...ร่วมด้วยช่วยกันไม่สนับสนุนผลงานมิคอีกต่อไป...ผิดหวังในตัวมิคมากถึงมากที่สุด...

ชั่วได้โล่และคำด่าอีกมากมายจนเขาทนไม่ไหว

ปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กอย่างแรง

เสียงออดดังขึ้น ไตรภพเดินไปเปิดประตูอย่างหงุดหงิด เห็นลวิตายืนอยู่ เขาเยาะทันที

“คุณมาเร็วกว่าที่ผมคิด”

“คลิปแม่ฉันอยู่ไหน” ลวิตาเดินเข้ามาเสียงกร้าว

ไตรภพชวนดื่มอะไรเย็นๆก่อน ลวิตาไม่สนต้องการคลิปแม่ตนเพียงอย่างเดียว เขาแกล้งกวนจนเธอโมโหบอกเขาอย่าทำให้เสียความรู้สึกมากไปกว่านี้ เพราะถึงอย่างไรเราก็เคยคบกัน

“ใช่! เราเคยคบกัน แล้วเนี่ยเหรอคือสิ่งที่คนรักเขาทำกัน ผมทำอะไรผิดมากนักเหรอหลิว ทำไมคุณถึงทำร้ายผมแบบนี้”

“คุณยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าคุณทำอะไรผิด มิค เลิกคิดว่าตัวเองดีซักที คุณมันก็แค่คนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง” ไตรภพโกรธขยับเข้าหา ลวิตาไม่รอช้าเอาที่ช็อตไฟฟ้าออกมาจากกระเป๋าจ่อตรงหน้าเขา “ฉันไม่โง่ซ้ำสอง ที่จะไม่พกอาวุธอะไรมาคุยกับคุณ หยุดใช้แม่ฉันเป็นเครื่องมือ ทำตัวให้เป็นลูกผู้ชายมากกว่านี้ และเอาคลิปมาให้ฉัน”

“คุณลืมไปแล้วเหรอหลิว ว่าคนอย่างผมไม่ชอบให้ใครมาขัดใจ เพราะเวลาโมโหผมมักทำอะไรลงไปโดยไม่คิด” พูดจบไตรภพหยิบโทรศัพท์มากดออกแล้วกรอกเสียงไปว่า “ปล่อยคลิปได้เลย” ลวิตาตกใจดึงโทรศัพท์มาพูดห้าม  แต่ปลายสายวางไปแล้ว ไตรภพหัวเราะสะใจ

ลวิตากลับถึงบ้าน เห็นมยุราสีหน้าช็อกก็รู้ว่าคงเห็นคลิปแล้ว จะเข้าปลอบแต่กลับโดนแม่สะบัดมือเข้าที่หน้าเต็มแรงและยังโวยวายใส่ เธอชะงักน้ำตาคลอเบ้า

“ไหนแกบอกจะไปคุยกับมิค คุยภาษาอะไรทำไมมันถึงปล่อยคลิปฉันลงในเน็ต...แกไม่ต้องมายุ่งกับฉัน เพราะแกดันทุรังอยากคบไอ้ปวัตร เห็นผลความดื้อของแกหรือยัง แกเห็นผู้ชายดีกว่าแม่ของแก นังลูกสารเลว! ฉันจะทำยังไงกับแกดีห๊ะ ชื่อเสียงของฉันไม่เหลืออีกแล้ว นังลูกบ้า เพราะแกคนเดียว ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะแก” มยุราตบตียกใหญ่ ลวิตายืนนิ่งทั้งที่เจ็บ

สว่างกับโฉมฉายเห็นคลิปรีบวิ่งเอาไปให้ปวัตรดู เขาตกใจเป็นห่วงลวิตาอย่างมาก รีบมาหาเธอที่บ้าน มยุราเดินออกมาพอเห็นหน้าปวัตรก็เลือดขึ้นหน้าตบเขาฉาด

“ยังกล้าเสนอหน้ามาอีกเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะแกเอาคลิปไอ้มิคลงเน็ต มันคงไม่ทำกับฉันแบบนี้”

“ผมไม่คิดว่าเขาจะกล้า...”

“ก็เพราะความไม่คิดของแกมันถึงฉิบหายกันหมด ตั้งแต่หลิวรู้จักกับแกก็มีแต่ความวุ่นวาย ต่อไปนี้อย่ามาเข้าใกล้ลูกสาวฉันอีก ออกไปจากชีวิตยัยหลิวซะ”

ปวัตรเริ่มไม่พอใจตอบว่าไม่ได้เพราะตนต้องปกป้องเธอ มยุราแค่นยิ้มหาว่าที่ทำเป็นการทำลายมากกว่า ปวัตรสวนทันที

“ใครกันแน่ครับที่เป็นคนทำลายหลิว ผมว่าเป็นคุณมากกว่า” มยุราเต้นผางชี้หน้า “ผมยังพูดไม่จบ เรื่องมาถึงขั้นนี้คุณยังไม่สำนึก ยังเที่ยวโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น ทั้งๆที่ต้นเหตุของเรื่องก็คือคุณ ต่อให้ผมไม่ได้เอาคลิปของมิคลงในเน็ต แต่ซักวันก็ต้องมีคนรู้ว่าคุณเล่นการพนัน ถ้าไม่คิดถึงตัวเองก็ควรจะคิดถึงลูกนะครับ”

“เลิกด่าฉันได้แล้ว!”

ปวัตรอธิบายว่าไม่ได้ด่าแค่พูดความจริง มยุราโกรธเงื้อมือจะตบเขาอีก ลวิตาเข้ามาห้ามและบอกว่าไม่ใช่เวลาจะโทษว่าใครผิด สิ่งที่แม่ควรทำคือขอโทษทุกคน มยุรายิ่งโกรธโวยวายไม่ยอมขอโทษเพราะตนไม่ผิด เรื่องที่เกิดขึ้นตนไม่ได้ตั้งใจ ลวิตาหน่ายใจปล่อยให้แม่อยู่กับตัวเองเผื่อจะคิดได้...ปวัตรเห็นรอยช้ำที่แขนลวิตาจากการถูกแม่ตีก็หายามาทาให้

ปวัตรไม่พอใจที่มยุราทำร้ายลูกขนาดนี้ เขาจะพาเธอไปหาหมอ ลวิตาไม่ไปเพราะเกรงจะเป็นข่าวให้มากความ ปวัตรอ่อนใจบ่นอุบ

“มันก็จริง เฮ้อ เกิดมาเป็นหลิว ลวิตานี่ลำบากเหมือนกันนะครับ ผมคิดว่าคนที่เป็นดาราจะสุขสบาย”

“ไม่จริงหรอกค่ะ บางทีแค่เรากินยาแก้แพ้แล้วง่วง คนก็หาว่าเราเล่นยาแล้ว ชีวิตฉันไม่เคยสบายหรอกนะคะ เราต้องทำตัวเองให้ดูดีในทุกๆวัน เพื่อความสุขของคนดู ทั้งๆที่บางวันเราก็ไม่ได้อยากแต่งหน้าหรือแต่งตัว”

“เอางี้ เวลาคุณอยู่กับผม คุณก็ไม่ต้องแต่งหน้า ไม่ต้องแต่งตัวให้สวยมากก็ได้”

“ได้ไงคะ คุณเป็นคนที่ฉันรัก ฉันอยากให้คุณเห็นฉันแบบสวยๆ”

“สำหรับผม คุณสวยเสมอไม่ว่าจะเป็นยังไง”

ลวิตาซาบซึ้งยกมือจับหน้าปวัตรขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้าง เธอเอนหัวซบไหล่เขา ปวัตรโอบไหล่เธอแนบแน่น...ในขณะที่มยุราเครียดอยู่ในห้อง ต้องหงุดหงิดกับนักข่าวที่โทร.เข้ามาขอสัมภาษณ์จนเธอต้องปิดเครื่องโทรศัพท์

ooooooo

รุ่งเช้า ไตรภพใส่แว่นดำสวมหมวกอำพรางใบหน้าวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะ มีนักข่าวหญิงทำทีวิ่งสวนมาแล้วไตรภพก็ยื่นซองให้ เธอหยุดเปิดดู เห็นแบงก์พันปึกนึงสีหน้าเธอพอใจมาก ไตรภพวิ่งเลยไปหยุดห่างๆสายตากร้าว พึมพำ...ถ้าจะพังก็พังกันให้หมดเนี่ยแหละ

นักข่าวหญิงมาเลียบเคียงถามเพื่อนบ้านมยุรา ถึงความเป็นอยู่และการเข้าออกบ้านของมยุรา มีคนแปลกหน้าแบบพวกทวงหนี้มาบ้างไหม เพื่อนบ้านพรั่งพรูสิ่งที่เคยเห็นกันยกใหญ่

มยุราเดินออกมาเห็นเพื่อนบ้านคุยกับใครออกรสออกชาติน่าสงสัยก็เงี่ยหูฟังอยู่ในรั้วบ้าน พอได้ยินว่าเป็นเรื่องของตัวเองก็โมโหออกมาตะโกนลั่น

“สาระแน! แกเป็นจิ้งจกรึไงถึงรู้ชีวิตฉัน มโนไปเองทั้งนั้น ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่แกพูด”

“มุสามันบาปนะคู้ณ...ก็ฉันเห็นกับตา”

มยุราโวยวายจะควักลูกตาคนที่ว่าเห็น เกิดความชุลมุน นักข่าวถ่ายรูปและยิงคำถามว่าเธอเข้าบ่อนจริงหรือไม่ ร่ำรวยขึ้นมาเพราะชอบเสี่ยงโชค มยุราไม่ให้ถ่ายรูป โต้ว่าลูกสาวไม่เกี่ยว แล้วผลักนักข่าวล้มโทรศัพท์หล่น นักข่าวโวยกลับว่า เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่

“แกจะทำอะไร” มยุราชักหวาด

“ฉันจะฟ้องคุณข้อหาทำร้ายร่างกาย”

เพื่อนบ้านรีบบอกว่าพวกเขาจะเป็นพยาน มยุราหน้าตาเลิ่กลั่กร้อนรน วิ่งกลับเข้าบ้าน เจอลวิตาก็รีบขอให้ช่วย ลวิตาฟังแม่เล่าด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“นักข่าวคนนั้นมันจะแจ้งตำรวจให้มาจับแม่แม่จะทำยังไงดี แม่ไม่อยากติดคุกตอนแก่”

มยุราปล่อยโฮ ลวิตาปลอบให้ใจเย็นและบอกทางออกอย่างที่เคยบอกว่าแม่ต้องขอโทษประชาชน มยุราโวยวายไม่ยอมและด่าว่าลวิตาชอบโทษว่าตนผิด ในเมื่อไม่เชื่อกันตนก็จะไปจากบ้านหลังนี้ ว่าแล้วก็เดินจ้ำอ้าวออกไป ลวิตาวิ่งตามไม่ทัน

ด้วยความเป็นห่วงแม่ ลวิตามาหาปวัตรให้ช่วยตามหาแม่ กลัวจะคิดสั้น ปวัตรให้คิดในแง่ดีแล้วถามว่ามยุราชอบไปที่ไหน บางทีอาจจะไปที่นั่น...ลวิตานึกได้ว่าตอนแม่หย่ากับพ่อ แม่พาตนไปนั่งที่สวนสาธารณะ เพราะแม่ชอบนั่งมองท้องฟ้าที่นั่น

มยุรายืนอยู่ริมบึงน้ำในสวนสาธารณะนั้นจริงๆ สีหน้าเธอกลัดกลุ้มคิดถึงคำขู่ของนักข่าวเมื่อเช้า พอรู้สึกตัวว่ามีคนมองก็เดินหนี...ปวัตรกับลวิตามาถึงแยกกันค้นหา ปวัตรเจอมยุรานั่งร้องไห้อยู่ที่ม้านั่งก็เข้าไปหา หญิงสูงวัยเห็นเขาก็จะลุกหนี เขาเข้าขวางบอกลวิตาเป็นห่วงมาก

“เป็นห่วงเหรอ ฮึ...ถ้ามันห่วงฉันจริง มันคงไม่เอาแต่โทษฉัน”

“คุณมักจะมองคนอื่นว่าผิด แต่ไม่เคยเลยซักครั้งที่คุณจะหันมามองตัวเองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด มันเป็นเพราะการใช้ชีวิตของคุณ” มยุราถลึงตาใส่ ปวัตรพูดต่อ “คิดให้ดีว่าผมพูดผิดตรงไหน คำว่าขอโทษ...พูดไปมันไม่ทำให้ตายหรอกนะครับ”

“ใช่ มันไม่ตายแต่มันเสียศักดิ์ศรีเข้าใจไหม คนอย่างมยุราไม่เคยทำอะไรผิด สิ่งที่ฉันทำทั้งหมด ฉันทำเพื่อลูก เพื่อครอบครัว แต่ไม่มีใครเคยเห็นค่าของฉันเลย”

“ถ้าคุณยังเป็นแบบนี้ก็ไม่มีใครช่วยคุณได้”

“ก็ไม่ต้องมาช่วย เรื่องของฉัน ฉันจัดการเอง” มยุราเดินหนี ปวัตรมองตามอ่อนใจ

มีผู้หญิงสองคนเดินสวนจำมยุราได้ รีบเอาโทรศัพท์มาถ่ายรูป มยุราตกใจโวยวายไม่ให้ถ่าย สองสาวจึงด่าว่าเธอขายลูกสาวกิน เห็นแก่ตัวไม่รักลูกบ้าง มยุราสุดทนแผดเสียงลั่น

“อย่ามายุ่งกับฉัน! อย่า...” แล้วปล่อยโฮออกมา ผู้คนแถวนั้นเข้ามารุมล้อมกันใหญ่

ปวัตรตรงเข้าประคองมยุราแล้วต่อว่าคนพวกนั้น “ถ้าพวกคุณยังไม่หยุด ผมจะแจ้งความจับพวกคุณข้อหาคุกคามนะครับ”

น้ำเสียงปวัตรเอาจริงทำให้ทุกคนขยาดแยกย้ายกันไป มยุราพูดไม่ออกเป็นลมหมดสติ...

ปวัตรอุ้มมยุราพากลับคอนโดพร้อมลวิตา เพราะกลับบ้านไม่ได้ นักข่าวรออยู่เต็ม มยุราฟื้นขึ้นมาก็ร้องไห้ฟูมฟายให้ลวิตาช่วย พอตั้งสติได้พบว่าตัวเองอยู่คอนโด

ปวัตรก็ไม่ยอมอยู่อีก ปวัตรขอร้องว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลา ที่จะมาทิฐิใส่กัน ลวิตาขอร้องให้เชื่อเขา มยุราหน้าเครียด

ในคืนนั้นปวัตรนอนที่โซฟา ให้ลวิตากับแม่นอนในห้อง ลวิตาออกมานั่งคุยด้วย เธอขอบคุณที่ช่วยแม่และขอโทษที่ทำให้ลำบากไปด้วย

“อย่าพูดแบบนั้นสิครับ เรื่องของคุณก็เหมือนเรื่องของผม ถ้าจะสุขก็สุขด้วยกัน ถ้าจะทุกข์ก็ต้องทุกข์ด้วยกันครับ”

มยุรายืนฟังอยู่ด้านหลัง รู้สึกผิดขึ้นในใจหันหลังกลับเข้าห้อง...ลวิตายกมือจับหน้าปวัตรด้วยความซึ้งใจ คิดไม่ผิดจริงๆที่รักเขา ปวัตรจับมือเธอมาหอม เธอสบตา

“ลำบากหน่อยนะคะ คุณเลยต้องออกมานอนที่โซฟา”

“ไม่เป็นไรเลยครับเรื่องแค่นี้ เอ...หรือคุณจะมานอนกับผมตรงนี้ดี” ปวัตรดึงลวิตามากอด เธอตีแขนเขาอย่าเนียน แล้วลุกขึ้นหอมแก้มปวัตรก่อนจะเดินกลับห้องด้วยหัวใจฟูฟ่อง

ooooooo

รุ่งเช้าเอกมารับลวิตาไปแต่เช้า ปวัตรเตรียมข้าวต้มไว้ให้มยุราก่อนจะไปสอนดนตรี เธอยังปั้นปึ่งบอกไม่หิว แต่พอเขาเข้าห้องอาบน้ำแต่งตัว เธอก็รีบกินแล้วล้างจานเสร็จสรรพ ปวัตรลอบมองยิ้มๆ พอเดินออกมาก็ทำทีบอกเธอว่าวางจานไว้ไม่ต้องล้าง เธอสวน

“ไม่เอาหรอก เดี๋ยวคุณจะคิดว่าฉันเป็นพวกงอมืองอเท้า ดีแต่เกาะลูกกิน...”

“ผมยังไม่ได้พูดอะไร ร้อนตัวไปรึเปล่าครับ”

“คุณปวัตร...อย่าคิดว่าการที่คุณช่วยฉันแล้วคุณจะพูดอะไรก็ได้นะ”

“ผมไม่คิดอยู่แล้วครับ คนอย่างผมอยากพูดอะไรก็พูด...ผมไปทำงานก่อนนะครับ”

เสียงออดดังขึ้น สว่างกับโฉมฉายโผล่มาเพื่อดูแลมยุราแทน เธอไม่ต้องการ ไล่ทั้งสองกลับไป สว่างเสียงแข็งบอกว่าเธอไม่มีสิทธิ์สั่ง ตนฟังคำสั่งปวัตรคนเดียว ปวัตรแยกไปทำงาน

ตลอดทั้งวันโฉมฉายกับสว่างคุยกัน พูดลอยๆว่าสงสารลวิตาที่คนภายนอกอิจฉาที่เธอทั้งสวยรวยเก่ง แต่กลับมีแม่ที่ไม่เคยให้กำลังใจให้สบายใจ ยังทำตัวเป็นภาระทำแต่เรื่องเดือดร้อนนำปัญหามาให้ มยุราทนไม่ไหวปานิตยสารใส่โวยว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์วิจารณ์ โฉมฉายแว้ด

“ฉันเคยหลงเคารพคุณมาตั้งนาน ไม่นึกเลยว่าคุณจะเห็นแก่ตัวแบบนี้ เพราะคุณทำให้คนด่าคุณหลิวกันทั้งเมือง รู้ไหมว่าคุณหลิวโดนปลดจากการเป็นพรีเซนเตอร์ก็เพราะข่าวของคุณ”

“ไม่จริง”

“เชิญแหกตาดูเอาเองเลยค่ะ” โฉมฉายเปิดข่าวในโทรศัพท์ให้ดู

มยุราอ่านข่าว...สั่งปลดฟ้าผ่า หลิว ลวิตา เหตุเพราะข่าวแม่ทำพิษ...เธอหน้าเสีย โฉมฉายย้ำให้ตาสว่างเสียทีและตอกย้ำว่า

“ทั้งคุณหลิวคุณวัตรพยายามดิ้นรนหาทางช่วยคุณ แต่คุณกลับไม่คิดที่จะช่วยเหลือตัวเอง แบบนี้แทนที่จะรอด ก็คงจะจมน้ำตายกันทั้งสามคนนั่นแหละค่ะ”

มยุราพูดไม่ออกน้ำตาคลอเบ้า สว่างขอให้เธอคิดเยอะๆ แล้วเดินแยกออกมาให้เธอนั่งน้ำตาไหลอยู่ลำพัง...ค่ำวันนั้น ปวัตรกลับห้องเห็นมืดมิดก็ใจคอไม่ดีทำไมมยุราไม่เปิดไฟ พอเปิดไฟเห็นมยุรายืนอยู่ริมระเบียงทำท่าจะกระโดดลงไป เขาตกใจมากวิ่งมาห้าม เธอพร่ำรำพันถึงความไม่ดีของตัวเอง จนไม่อยากมีชีวิตอยู่สร้างปัญหาให้ลูกอีกต่อไป ปวัตรพยายามปลอบ

“คุณคิดว่าการฆ่าตัวตายจะทำให้หลิวหมดปัญหาเหรอครับ ผิดแล้ว มันคือการทำให้ปัญหาเพิ่มมากขึ้นต่างหาก คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว คุณมีหลิวมีผมที่พร้อมจะช่วยคุณแก้ไข แต่การที่ผมหรือหลิวดิ้นไปคนเดียว มันก็ไม่มีประโยชน์ คุณต้องช่วยด้วย เราต้องร่วมมือกัน” มยุราฟังแล้วเข่าอ่อน ปวัตรเข้าประคอง เธอร้องไห้ขอให้เขาช่วย เขาเห็นใจเธอมาก

ooooooo

วันต่อมา มยุรายอมถ่ายคลิปแถลงข่าวขอโทษประชาชน โดยลวิตาเป็นคนถ่าย ปวัตร สว่างและโฉมฉายยืนเป็นกำลังใจ

“ดิฉันต้องกราบขอประทานโทษต่อแฟนคลับของยัยหลิว นักข่าวและคนไทยทั้งประเทศต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ดิฉันยอมรับว่ามันเป็นความจริงค่ะ ดิฉันเข้าบ่อนเล่นการพนัน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แย่มาก นอกจากส่งผลเสียกับตัวเองแล้ว ยังทำให้ลูกสาวของดิฉันพลอยเสียชื่อไปด้วย...ดิฉันกล้าพูดต่อหน้าทุกคน ยัยหลิวไม่รู้ว่าดิฉันทำอะไรลงไป ยัยหลิวไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอให้ทุกคนตำหนิดิฉันคนเดียว” มยุรากราบขอโทษและสัญญาจะไม่ทำแบบนี้อีก ขอให้ทุกคนให้อภัย

ลวิตากดหยุดแล้วเดินเข้าไปกอดแม่ ปวัตร สว่างและโฉมฉายต่างชื่นชม มยุรารู้สึกสบายใจขึ้นมาก เธอหันไปยิ้มขอบคุณปวัตร...บ่ายวันนั้น ปวัตรเช็กดูเห็นว่าคนแชร์คลิปเป็นหมื่น และกระแสคนยกโทษให้มากมายแถมให้กำลังใจ ลวิตาบอกแม่ว่ามันจบแล้ว มยุราย้ำหนักแน่น

“ต่อไปนี้แม่จะไม่ทำอะไรที่สิ้นคิดอีกแล้ว แม่จะเลิกเล่นการพนัน เลิกเด็ดขาด ขอโทษลูกมากๆที่แม่ทำตัวไม่สมกับเป็นแม่”

“คนเราทำผิดพลาดกันได้ค่ะแม่ หนูไม่โกรธแม่หรอกค่ะ” มยุราฟังแล้วกอดลวิตา ปวัตรมองสองแม่ลูกด้วยความสบายใจ มยุราหันมาจับมือเขาขอบคุณอย่างจริงใจว่าไม่รู้จะตอบแทนเขาอย่างไร ปวัตรแย็บแค่ยกลูกสาวให้ก็พอ ทุกคนหัวเราะกันครืน

ไตรภพเห็นคลิปและอ่านคอมเมนต์ “ถ้าแม่หลิวสำนึกผิด เราก็ควรให้อภัย ดีกว่ามิค ไตรภพที่คิดไม่เป็น แถมยังไม่สำนึก คุณแม่กล้าหาญมาก พวกเราขอเป็นกำลังใจให้...มันเป็นแบบนี้ได้ไง!” ไตรภพแค้นใจมากขึ้น

ต่างกับลวิตาที่มีความสุขกับปวัตรเพราะทุกอย่างคลี่คลายไปในทางดี ลวิตาขอเลี้ยงข้าวเขา ปวัตรกลับยื่นหน้ามาหอมแก้มเธอและบอกว่าเขาเลี้ยงเอง ถ้าไม่ยอมจะหอมอีกข้าง

ในขณะที่ไตรภพออกไปทานข้าวที่ไหนก็ได้ยินแต่เสียงคนด่าว่า พูดถึงเขาด้วยคำด่าทอ จนเขาทนไม่ไหว ลุกจากโต๊ะไปเอาเรื่อง ลูกค้าโวยวายจะแจ้งความบอกไม่ใจดีเหมือนปวัตร มีคนถ่ายคลิป ทำให้ไตรภพชะงักจำต้องเดินหนีออกจากร้านอย่างหมดท่า...ไตรภพเห็นลวิตากับปวัตรเดินควงกันอย่างเปิดเผย มีแต่คนเข้าไปชื่นชมยินดี เห็นแล้วยิ่งสร้างความเคียดแค้นแก่เขามากขึ้น อิจฉาเข่นเขี้ยวว่าคนที่เดินเคียงข้างลวิตาควรเป็นเขาไม่ใช่ปวัตร

ทานข้าวเสร็จปวัตรกับลวิตาเดินจูงมือกันออกมาจากร้าน ทั้งสองนึกอยากดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าด้วยกัน...ปวัตรพาลวิตามาที่ริมแม่น้ำ เขาบอกเธอว่าเขาชอบดูแม่น้ำตอนกลางคืนเพราะมันสงบจนได้ยินเสียงน้ำ เขาให้เธอลองหลับตาฟัง ลวิตาหลับตายิ้มที่ได้ยินเสียงน้ำจริงๆ ปวัตรยื่นหน้าไปหอมแก้ม เธอสะดุ้งลืมตามอง ชายหนุ่มเลื่อนมาจูบประกบปาก หญิงสาวหลับตาลงปล่อยใจไปกับความรู้สึกของหัวใจ

ลวิตาเอนหัวซบไหล่ปวัตร ทั้งสองหลับจนแสงแดดยามเช้าส่องมาโดนหน้า ปวัตรตื่นขึ้นรีบปลุกลวิตาให้ดูพระอาทิตย์ขึ้น เธอตื่นเต้นมาก

“สวยจังเลยค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมแม่น้ำ”

“นี่ก็เป็นครั้งแรกของผมเหมือนกันที่ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นกับคนที่ผมรักมากที่สุด”

ลวิตายิ้มให้ ทั้งสองเอนหัวซบกันนั่งมองพระอาทิตย์ดวงเดียวกัน

ooooooo

ในห้องพักไตรภพ ลูกน้องเอกมาบอกเขาว่า เขาโดนแคนเซิลงานทั้งหมด ไตรภพโมโหมากจะพบเอกให้ได้ ลูกน้องเอกบอกว่าเขามีธุระด่วนไปต่างจังหวัด จึงฝากให้ตนมาดูแลแทน ไตรภพโวยวายไล่ลูกน้องเอกให้กลับไป แล้วโทร.ตามเพื่อนฝูงให้มาหาที่ห้อง

ปวัตรมาสอนดนตรีเด็กๆที่โรงเรียนของเขา ระหว่างสอน ลวิตาโผล่มาขอเรียนด้วย เด็กๆตื่นเต้นดีใจกันใหญ่ ชีวิตทั้งสองมีความสุขต่างจากไตรภพมาก... ปวัตรสอนเด็กๆมีอมยิ้มให้เป็นรางวัลคนที่ตอบคำถามได้ พอหมดชั่วโมงเรียน เด็กๆกลับหมด ลวิตาแบมือขอรางวัลบ้าง ปวัตรตีมือและว่าอยากได้ต้องให้ครูติวเข้ม เธอยิ้มให้พร้อมเรียน

“เอามือวางบนเปียโนเลยครับ ตัวโน้ตมีทั้งหมดเจ็ดเสียง เริ่มจาก โด เร มี ฟา...มองตัวโน้ตสิครับ มองหน้าผมทำไม?”

“หน้าของคุณครูน่ามองกว่าตัวโน้ตนี่คะ”

“ปากหวานแบบนี้ คิดว่าผมจะให้อมยิ้มฟรีๆเหรอ”

“ไม่อยากได้อมยิ้มแล้ว อยากได้คุณครูมากกว่า ให้ได้ไหมคะ” ลวิตายิ้มยั่ว

ปวัตรมองหน้าเธอนิ่งแววตาหวานเยิ้ม แล้วยื่นหน้าเข้าจูบปากเธอ ลวิตาหลับตาพริ้ม...ในคืนนั้นไตรภพ

จัดปาร์ตี้ยาอีที่ห้อง เสียงเพลงดังหนวกหูจนทำให้เพื่อนบ้านโทร.ไปแจ้งความ ไตรภพกำลังสนุกสนานเมายาขึ้นไปเต้นบนโต๊ะและโปรยเงินแจกเพื่อนฝูงทั้งหญิงและชาย

ทันใดนั้นเองเสียงออดดังขึ้น เพื่อนคนหนึ่งคิดว่าเป็นเพื่อนที่ชวนมาจึงไปเปิดประตูรับ แล้วเขาต้องตกตะลึงเมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย เกิดความชุลมุนแตกตื่นกันใหญ่ ตำรวจให้ทุกคนอยู่ในความสงบแล้วถามหาเจ้าของห้อง ทุกคนมองไปที่ไตรภพ ตำรวจมองตามแล้วทัก

“อ้าวนึกว่าใคร มิคไตรภพนั่นเอง...”

ไตรภพหน้าซีดถูกพาตัวมาโรงพัก นักข่าวรุมถ่ายรูปกันใหญ่ เขาโวยวายไม่ให้ถ่ายและชกหน้านักข่าวเต็มแรง...

วันต่อมาภาพข่าวไตรภพชกหน้านักข่าว ภาพเมายาขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ พาดหัวข่าวว่า “มิคไตรภพถูกจับคาห้องพักในขณะที่กำลังปาร์ตี้ยาอี... คะแนนนิยมมิคไตรภพตกฮวบ งานหาย ถูกเลิกจ้าง” และมีภาพลวิตาถ่ายแบบหลายชุด มีภาพปวัตรยืนรอ บรรยายภาพว่า “ความรักครั้งใหม่ของหลิวลวิตากับครูสอนเปียโนหนุ่มสดใสจนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู” แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของไตรภพกับลวิตา คนหนึ่งตกต่ำอีกคนรุ่งเรือง

มยุราเห็นภาพข่าวลวิตาจูงมือกับปวัตร จึงเอาข่าวในโทรศัพท์ให้ลูกดู ลวิตาแปลกใจ


“หลิว แม่ไม่ได้จะกีดกันลูกกับคุณปวัตรนะ แต่แม่อยากถามให้แน่ใจ เพราะแม่ไม่อยากเห็นลูกเสียใจอีก ลูกกับเขาเพิ่งรู้จักกันไม่นาน ลูกมั่นใจแล้วจริงๆใช่ไหม ว่าเขาคือคนที่ใช่”

“ค่ะแม่ หนูมั่นใจ ทั้งๆที่หนูเพิ่งจะได้เจอเขา แต่หนูกลับรักเขาเหลือเกินค่ะ...เขาทำให้หนูรู้สึกปลอดภัยเวลาที่ได้อยู่ใกล้ ทำให้หนูรู้สึกอบอุ่นเวลาที่หนูมีเรื่องไม่สบายใจ ทำให้หนูรู้สึกมีค่าเวลาที่เขามองหนู...หนูเชื่อว่าผู้ชายคนนี้จะไม่มีวันทำให้หนูเสียใจ”

มยุรามองหน้าลูกเห็นถึงความมั่นใจก็ยิ้มให้...

ในเวลานั้น ปวัตรกำลังทำเบนโตะจากอุปกรณ์ทำข้าวปั้นแบบสำเร็จรูป ดูน่ารักคิกขุอยู่ที่คอนโด ทรงพลกับนรีทึ่งมากไม่คิดว่าเขาจะมีมุมแบบนี้ ทรงพลแซวว่าคนมีความรักทำได้ทุกอย่าง นรีแย็บ

“แล้วพี่พลล่ะคะ ไม่เห็นเคยทำให้รีเลย รีอยากได้บ้าง”

“งานเข้าแล้วเห็นไหมไอ้วัตร” ทรงพลโวยเพื่อน

ปวัตรให้ทรงพลมาเรียนรู้จากตนได้ ไม่ทันไร ลวิตามาถึง ทักทายนรีและทรงพล นรีรีบบอกให้ลวิตามาดูเซอร์ไพรส์ของพี่ชาย พอลวิตาเห็นกล่องข้าวปั้นก็

ยิ้มปลื้ม ทรงพลสะกิดนรีให้กลับ ปล่อยสองคนอยู่กันลำพัง ลวิตาอดชื่นชมไม่ได้ บอกปวัตร

“ขอบคุณนะคะ มันน่ารักมากจนฉันไม่กล้ากินเลย”

“งั้น...กินผมแทนก็ได้นะ” ปวัตรขยับเข้าใกล้ ลวิตาหยิบข้าวปั้นยัดใส่ปากเขาแก้เขิน

ในเวลานั้นสว่างกับโฉมฉายกำลังเม้าท์กันเรื่องข่าวไตรภพอย่างสนุกปาก เจ้าตัวเดินเข้ามาได้ยินไม่พอใจถึงขั้นชกต่อยกับสว่าง โฉมฉายตกใจพยายามห้ามและขอร้องไตรภพอย่าเอาเรื่องสว่าง ไตรภพโกรธแต่ก็บอกว่าจะมาหาปวัตร สว่างไม่ยอมให้ขึ้นไป แต่ไตรภพไม่ฟังเสียงผลักเขากระเด็นแล้วเดินขึ้นไป สว่างรีบโทร.เตือนปวัตรว่าไตรภพกำลังขึ้นไปหา

ปวัตรบอกลวิตาแล้วรอประจันหน้า เมื่อไตรภพเข้ามาในห้อง ปวัตรให้พูดธุระแต่เขากลับล้วงกระเป๋ากางเกงเอาสนับมือออกมาใส่ชกหน้าปวัตรเต็มแรงเลือดสาด ลวิตาตกใจมากกันไม่ให้เขาซ้ำ แต่โดนไตรภพสะบัดมือโดนเธอล้มลง ปวัตรโกรธมากลุกขึ้นชกหน้าไตรภพหลายหมัดแล้วบีบคอ ลวิตาเห็นท่าไม่ดีเข้าดึงปวัตรอย่าหลงกล จะกลายเป็นคนร้ายเสียเอง ปวัตรไล่


“กลับไปซะ แล้วอย่ามาให้ผมกับหลิวเห็นหน้าอีก”

“จำไว้นะหลิว ว่าผมไม่มีทางปล่อยให้คุณกับมันรักกันแน่ หลังจากนี้ไปเตรียมตัวเจอชุดใหญ่ได้เลย” พูดจบไตรภพหันกลับออกประตู เจอสว่างกับโฉมฉายพร้อมไม้กวาดไม้ม็อบในมือ

ไตรภพเดินฝ่าทั้งสองออกไป สว่างให้ปวัตรแจ้งความแต่เขาไม่อยากทำ เพราะจะทำให้ไตรภพหมดโอกาสเกิดในวงการนี้อีก สว่างว่าเขาใจดีเกินไป ลวิตาร้องไห้หายามาทำแผลให้แต่ก็ยังไม่หายหวาดกลัว ปวัตรดึงเธอมากอดปลอบว่าไตรภพคงไม่กล้าทำอะไรอีก สว่างกับโฉมฉายปลีกตัวออกไปปล่อยให้ทั้งสองปลอบใจกันลำพัง

ooooooo


ละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ตอนที่ 9 อ่านในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่นติดตามละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค 19 ธ.ค. 2561 07:10 2018-12-23T01:42:33+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ