ข่าว

วิดีโอ



ในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปณธี

กำกับการแสดงโดย: สยาม น่วมเศรษฐี

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค

หลังอุบัติเหตุ ลวิตาไม่อยากกลับบ้าน ปวัตรจึงพาเธอมาที่คอนโด ท่าทางเธอยังหวาดกลัวอ่อนแรงเขาต้องประคองให้เดิน โฉมฉายแอบมองถ่ายรูปส่งไปให้ไตรภพและบิลต์เกินจริง

“คุณปวัตรกับคุณลวิตาประคองกอดกันมาตลอดทางจนกระทั่งเข้าไปในลิฟต์ โฉมหวั่นใจแทนคุณจริงจริ๊ง กลัวว่าทั้งสองคนจะทำเรื่องที่ไม่ดีไม่งาม...” พูดไม่ทันจบไตรภพตัดสาย

ลวิตาขอเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา ปวัตรเปรย “ผมไม่รู้นะครับว่าคุณเจอเรื่องอะไรมา แต่ถ้าหากคุณพร้อมจะเล่าให้ผมฟังเมื่อไหร่ ก็เล่ามาได้เลยนะครับ ผมพร้อมรับฟังคุณเสมอ”

“ค่ะ...ขอเวลาให้ฉันอีกหน่อยนะคะ” ลวิตาซาบซึ้งใจ

ขณะที่ลวิตาเข้าห้องน้ำ ไตรภพโทร.หาปวัตรทวงสัญญาที่เคยคุยกัน “ผมรู้ว่าคุณกับหลิวอยู่ด้วยกัน ผมเชื่อใจคุณนะคุณปวัตร และผมก็หวังว่าคุณจะจำที่คุยกับผมได้...”

“ผมจำได้ทุกคำที่ผมพูดกับคุณ”

“ก็ดี ผมจะได้สบายใจ”

ปวัตรวางสายหน้าเครียด...ด้านลวิตาล้างหน้าอยู่ก็มองตัวเองในกระจก พยายามจะทำตัวให้เข้มแข็ง แล้วนึกได้ว่าไตรภพแอบโหลดแอปติดตามตัวเอาไว้ในมือถือถึงได้รู้ว่าตนอยู่ไหน...ลวิตาออกจากห้องน้ำเจอปวัตรยืนนิ่งก็ขอบคุณเขาที่ช่วย เขากลับตอบด้วยน้ำเสียงไร้เยื่อใย

“แค่ไม่มีทางเลือก ผมจำได้ว่าเคยบอกคุณตอนอยู่เชียงคาน ว่าอย่าทำตัวเป็นภาระคนอื่น อย่าทำให้คนอื่นเป็นห่วงแต่ดูเหมือนคุณจะไม่เข้าใจ เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวน่าสงสารให้เห็นซักที”

ลวิตาฉุน “ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น คิดว่าฉันสบายใจงั้นเหรอที่ต้องเป็นภาระให้คนอื่น บางทีฉันก็นึกอยากจะให้ตัวเองตายๆไปซะ จะได้ไม่ต้องให้ใครมาเป็นห่วง”

“เห็นแก่ตัว เอาตัวรอดด้วยการตายแต่ทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลัง เนี่ยนะวิธีแก้ปัญหาของคุณ”

“คุณอาจจะเป็นคนดีมีมนุษยธรรม ช่วยเหลือคนอื่นในฐานะเพื่อนร่วมโลก แต่คุณก็ใจดำมากที่ตัดสินคนอื่นตามอำเภอใจ คุณไม่เคยสนใจความรู้สึกของใคร คุณรู้แต่ว่าตัวเองคิดยังไง มองยังไง รู้สึกยังไง คุณรู้แค่นั้น คุณไม่มีสิทธิ์พูดจาทำร้ายจิตใจใคร หรือสร้างบาดแผลให้ใครทั้งนั้น” ลวิตาน้ำตาคลอจะเดินออกจากห้อง พูดทิ้งท้าย “ถ้าคราวหน้าคุณเห็นฉันกำลังจะตาย ปล่อยฉันไว้แบบนั้น อย่าช่วยฉันแค่เพราะคุณไม่มีทางเลือก”

ปวัตรกำมือแน่นเสียใจที่ต้องทำร้ายจิตใจลวิตาอย่างนั้น...จีน่ากระวนกระวายใจที่ติดต่อทั้งปวัตรและลวิตาไม่ได้ ทันใดลวิตาเปิดประตูเข้ามาขอนอนค้างด้วยคน จีน่าดีใจมากรีบถาม

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อยู่ดีๆแกก็ขับรถออกไป หลังจากที่ผู้ชายคนนั้นถูกรถชน แกไปไหนมา ทำไมแกไม่เล่าอะไรให้ฉันฟังบ้างเลย”

“อย่าเพิ่งให้ฉันเล่าอะไรตอนนี้เลยนะจีน่า” ลวิตาขอร้อง จีน่ายอมและให้กำลังใจแทน

ในคืนนั้นทั้งปวัตรและลวิตาต่างนอนไม่หลับ เสียใจครุ่นคิดถึงคำพูดของแต่ละคน

ooooooo

นรีได้เบอร์กชกรมาก็โทร.นัดพบเธอที่บ้าน 

กชกรคาดเดาไว้แล้วว่านรีจะต้องไม่เชื่อว่าตนท้อง จึงเอาที่ตรวจปัสสาวะมายืนยันทำให้นรีต้องเสียใจกลับไป โดยไม่รู้ว่าเป็นแผนการที่ให้ชมพูนุชเอาปัสสาวะคนท้องมาให้ไว้ กชกรสะใจมากที่นรีเป็นคนดี จึงใช้จุดนี้เล่นงานได้ง่าย

จีน่าไปวิ่งออกกำลังกายกลับมา เก็บจดหมายที่เสียบหน้าบ้านเข้ามา แล้วต้องสะดุดตากับหน้าซองฉบับหนึ่งจึงโทร.ไปสอบถาม ลวิตาออกมาเห็นเพื่อนหน้าเครียดก็ถามเป็นอะไร

“แกเขียนจดหมายมาหาฉันจากเชียงคานเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว แกจำไม่ได้ใช่ไหมหลิว”

“อื้อ...ฉันจำไม่ได้”

“ฉันแปลกใจว่าทำไมจดหมายเพิ่งส่งมาถึงก็เลยโทร.ไปเช็กที่ไปรษณีย์ เขาบอกว่าแกไม่ได้เขียนเลขที่บ้าน จดหมายก็เลยล่าช้า แต่อันนี้ยังไม่ทำให้ฉันแปลกใจเท่ากับเนื้อหาในจดหมายที่แกเขียน ลองอ่านดู”

ลวิตารับมาอ่าน “จีน่า แกคงกำลังแปลกใจที่ฉันเขียนจดหมายหาแก แต่ฉันคิดว่านี่เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ตอนนี้ฉันกลัวมาก กลัวว่าอาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับฉัน ถ้าหากฉันหายตัวไปหรือเป็นอะไรขึ้นมาผู้ต้องสงสัยคนแรกคือมิค”

ลวิตาอ่านแล้วเกิดภาพในหัว ไตรภพกับเธอมีปากเสียงกันรุนแรง เธอเดินหนี ไตรภพคว้าแขนกระชากทำให้เธอล้มเข่ากระแทกเลือดซิบ แต่เขาก็ไม่หยุดลาก เธอจึงลุกขึ้นทุบตีเขา...ลวิตาคิดแล้วสะดุ้ง จีน่าจับตัวถามว่าเป็นอะไร ลวิตามองหน้าเพื่อนพยายามเล่า

“ฉันเคยกลับไปที่เชียงคานอีกครั้งหลังจากที่ไปถ่ายรายการ ครั้งนั้นฉันกับมิคทะเลาะกันรุนแรงมาก ฉันไม่รู้ว่าเราทะเลาะอะไร ฉันเห็นแต่ภาพ...ฉันต้องกลับไปที่เชียงคาน กลับไปคราวนี้อาจจะทำให้ฉันจำได้ว่ามิคเกี่ยวข้องอะไรกับการที่ฉันถูกผลักตกตึก” ลวิตาคาดหวังเช่นนั้น

จากนั้น ลวิตามาหาเอกที่ออฟฟิศ เล่าเรื่องที่เห็นให้ฟังและขอร้องให้เขาอย่าบอกไตรภพกับแม่ ขอให้ทั้งสองเข้าใจว่าเขาส่งตนไปทำงานต่างจังหวัดสี่ห้าวัน เอกดูลังเลพยายามเตือน

“อดีตมันก็คืออดีต เราย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว”

“ใช่ค่ะ เราแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่สิ่งที่หลิวกำลังเจอในปัจจุบัน มันเป็นผลมาจากอดีต เราต้องรู้ให้ได้ว่าใครที่ต้องการเอาชีวิตหลิว และหลิวรู้ว่ามันยังเฝ้ามองหลิวอยู่”

เอกมองหน้าลวิตาอย่างครุ่นคิด ลวิตาส่งสายตาวิงวอน...ในคืนนั้นจีน่าพาลวิตากลับบ้านเพื่อเก็บเสื้อผ้า ทั้งสองคุยกันเบาๆจนมยุราสงสัยว่ามีเรื่องอะไรปิดบัง สองสาวช่วยกันแก้ตัวว่าไม่มี แค่งานนี้เป็นงานการกุศลที่แทรกเข้ามา ลวิตาจึงต้องไปด่วน มยุราจะไปเป็นเพื่อน ลวิตารีบบอกว่าต้องขึ้นเขาไปอยู่กับชาวบ้าน ห้องน้ำก็ไม่สะดวกเกรงแม่จะลำบาก มยุราฟังแล้วขยาด

จีน่าติดงานไม่อาจไปเป็นเพื่อนลวิตาได้ เขาให้เธอชวนปวัตรไปเธอก็ไม่ยอม หาว่าไม่อยากเป็นภาระเขา แต่ด้วยความเป็นห่วงจีน่าก็อดไม่ได้ที่จะส่งข่าวบอกปวัตรเอง

ooooooo

รุ่งเช้าลวิตาลากกระเป๋าเข้ามาในโฮมสเตย์ลมหนาวดาวอุ่น ไม่เห็นทั้งลุงป่าน สว่างและแก้วก็แปลกใจ แล้วรู้สึกเหมือนมีใครเดินตามจึงหันมองอย่างหวาดระแวง แล้วต้องผงะเมื่อเจอปวัตรสะพายกระเป๋ายืนจ้อง เขาโวยทำไมมาไม่บอก ไม่ทันจะตอบเสียงลุงป่านทักขึ้นมา

“ไอ้วัตร หนูหลิว...ทำไมถึงมาด้วยกัน ไหนหนูหลิวบอกว่าจะมาคนเดียว”

ลวิตาหันไปว่าปวัตรอย่ามายุ่ง ลุงป่านสะดุ้งคิดว่าว่าตน จึงบอกว่าไม่ได้ตั้งใจยุ่ง แต่พอได้ยินปวัตรพูดว่าไม่ได้อยากยุ่ง ก็รู้ว่าทั้งสองกำลังคุยกัน...ปวัตรติงลวิตาว่าทำให้เพื่อนเป็นห่วง ถึงให้ตนช่วยมาเป็นเพื่อน ลวิตาน้อยใจหนักขึ้นสวนออกไปว่า

“ถ้ามาเพราะคนอื่นบอกก็ไม่ต้อง ไม่อยากรบกวน ไม่อยากให้ใครมาสมเพชเวทนา เดี๋ยวจะมาหาว่าฉันทำตัวเป็นภาระอีก...คุณกลับไปซะ”

ปวัตรอึ้งรู้สึกผิดที่ตนพูดรุนแรงวันก่อน ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรจึงดันทุรังว่าจะอยู่ที่นี่จนกว่าเธอจะกลับ แล้วบอกลุงป่านขอพักห้องเดิม ลวิตาไม่พอใจบอกลุงป่านว่าตนจะไปพักที่อื่นให้เขาริบมัดจำได้เลย ว่าแล้วก็ลากกระเป๋าออกไป ลุงป่านหันมาเล่นงานปวัตรว่าทะเลาะอะไรกับลวิตา ปวัตรไม่มีเวลาจะเล่า ได้แต่ฝากกระเป๋าลุงแล้วรีบตามลวิตาออกไป

ลวิตาลากกระเป๋าออกมาถึงหน้าโฮมสเตย์ ปวัตรเข้ามายื้อกระเป๋าไว้ เธอหันมาโวยวาย

“คุณจะเอายังไงกับฉันกันแน่ วันก่อนคุณยังไล่ฉันอยู่เลย ไหนบอกไม่อยากเห็นหน้าแล้วทำแบบนี้ทำไม มันสนุกมากนักเหรอที่เล่นกับความรู้สึกของฉัน ฉันเหนื่อยเข้าใจไหมคุณปวัตร แค่ลำพังเรื่องของฉันเองมันก็ยุ่งยากมากพออยู่แล้ว คุณจะสร้างเรื่องให้ฉันอีกทำไม” ลวิตาน้ำตาไหลพรั่งพรู ปวัตรรู้สึกผิดใช้มือเช็ดน้ำตาให้เธอ แต่ลวิตาปัดมือเขาออกอย่างแรง “อย่าทำแบบนี้ อย่าทำให้ฉันรู้สึกว่าเวลามีปัญหาแล้วฉันมีคุณอยู่ข้างๆ ฉันขอร้องล่ะ คุณช่วยกลับไปจะได้ไหม”

“ไม่ได้! ความจริงผมไม่ได้มาเพราะเพื่อนคุณขอร้อง แต่ที่ผมมา...ผมมาหาคุณก็เพราะ...ผมเป็นห่วงคุณ ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้นผมก็เอาแต่คิดถึงคุณ ผมอยากขอโทษที่ผมพูดอะไรลงไปโดยไม่คิด ผมคิดว่ามันน่าจะดีกับคุณถ้าคุณมีคุณไตรภพมาคอยดูแล...ผมขอโทษที่ผมทำอะไรตามใจตัวเอง โดยที่ผมไม่ถามคุณซักคำว่าคุณต้องการอะไร แต่วันนี้ผมจะถาม ถ้าคุณไม่อยากให้ผมอยู่กับคุณที่นี่ ผมก็จะไป” ปวัตรปล่อยมือจากกระเป๋าลวิตา หันหลังเดินไป ลวิตาน้ำตาร่วง

ลวิตากลับมาขอกุญแจห้องจากลุงป่าน สว่างรีบถามถึงปวัตร เธอบอกว่ากลับไปแล้ว สว่างหันมาซุบซิบกับลุงป่านว่า ตนว่าระหว่างลวิตากับปวัตรต้องมีอะไรกันแน่ๆ ลุงป่านอึ้ง

ลวิตาเข้าห้องพัก ยืนริมหน้าต่างมองลำน้ำโขง คิดถึงคำพูดของปวัตรเมื่อครู่แล้วเสียใจ จีน่าโทร.เข้ามา ลวิตาดักคอว่าจะถามถึงปวัตรใช่ไหม จีน่าเสียงอ่อยแต่พอเพื่อนบอกว่าไล่เขากลับไปแล้วก็ตกใจ ลวิตาอ้างว่าไม่ต้องการพึ่งพาใคร จีน่ารีบบอก

“แต่คุณปวัตรไม่ใช่ใคร เขาคือคนที่แกไว้ใจหรือแกจะปฏิเสธ”

“เมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ตอนนี้...ไม่ใช่อีกแล้ว ฉันต้องหัดเรียนรู้ที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเอง ฉันรู้ว่าแกเป็นห่วง แต่เดี๋ยวนี้เพื่อนของแกแกร่งขึ้นมาก”

“ต่อให้แกแกร่งแค่ไหน แต่ฉันก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี ฉันถึงบอกคุณปวัตรให้ไปหาแก...แกรู้ไหมตอนที่ฉันบอกเขาว่าแกกลับไปเชียงคาน เขาดูกังวลใจมาก นั่นเป็นเพราะว่าเขา...เขา...” จีน่านึกถึงคำขอของปวัตร

ไม่ให้บอกลวิตาว่าเขารักเธอ จึงต้องปัดว่าไม่มีอะไร

“เขาทำเป็นห่วงฉันไปอย่างนั้นแหละ เขาไม่ได้สนใจอะไรฉันหรอก” ลวิตาน้อยใจสุดๆ

ooooooo

ตั้งแต่นรีเห็นผลตรวจการตั้งครรภ์ของกชกร เธอก็ลางานกลับบ้านและวันต่อมาก็หลบหน้าทรงพลตลอด จนเขาต้องดักเจอแล้วขอโทษที่เมื่อวานมีประชุมไม่ได้โทร.หา นรีนิ่งเงียบไม่ค่อยพูด ทำให้ทรงพลแปลกใจว่าเธอโกรธอะไร จึงให้เธอบอกออกมา

“รีมีเรื่องอยากถามพี่พล...พี่พลรู้ไหมคะว่าคุณกชกรท้อง”

“พี่ไม่รู้ เขาจะท้องกับใครมันก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับพี่ รีเงียบไปทำไม หรือกชบอกรีว่าพี่เป็นพ่อเด็ก”

นรีรับว่าใช่แต่ตนไม่เชื่อ ทรงพลยิ่งแปลกใจไม่เชื่อแล้วทำเหมือนโกรธตน นรีอ้างว่าไม่แน่ใจว่าเขากลับไปยุ่งเกี่ยวกับกชกรบ้างหรือไม่ ทรงพลจับแขนนรีให้ตั้งใจฟัง

“พี่กับกชเลิกกันมาสองปีแล้วนะ พี่ไม่มีเยื่อใยอะไรกับเขาอีก”

“แสดงว่าถ้าเลิกกันไม่นาน พี่พลจะยังมีเยื่อใยอยู่ใช่ไหม”

ทรงพลหน้าเหวอที่บทนรีจะหึงก็ไม่มีเหตุผลเหมือนกัน เธอเดินหนี เขาจะเดินตามก็พอดีพนักงานมาบอกว่าลูกค้ามาถึงแล้วรออยู่ที่ห้องประชุม เขาจำต้องไปพบลูกค้าก่อน...

เสร็จจากงาน ทรงพลมาหากชกรที่บ้าน เห็นเธอนั่งดื่มไวน์ก็เหน็บว่าคนท้องอะไรดื่มไวน์ กชกรชูแก้วบอกกำลังฉลองที่แผนกำจัดนรีสำเร็จง่ายๆ ทรงพลถามต้องการอะไรจากตน

“ฉันไม่ต้องการให้คุณมีความสุข ในเมื่อฉันไม่ได้คุณใครก็ห้ามได้คุณไปทั้งนั้น”

“คนเห็นแก่ตัว ผมคิดว่าสองปีที่เราไม่เจอกันจะทำให้คุณเปลี่ยนได้ แต่ผมคิดผิด นิสัยคนเรามันเปลี่ยนกันไม่ได้จริงๆ”

“ฉันเป็นของฉันแบบนี้ คุณเพิ่งรู้เหรอ ไหนๆนังนั่นมันก็ทิ้งคุณแล้ว เราก็กลับมาคบกันเถอะนะคะ มารื้อฟื้นความหลังด้วยกันอีกครั้งนะคะพล...” กชกรเข้าเล้าโลม

ทรงพลทำทีคล้อยตามกระซิบข้างหู “อยากได้ตัวผมนักใช่ไหม! คุณมันเป็นผู้หญิงน่ารังเกียจเกินกว่าที่ผมจะกลับไปคบได้” เขาผลักเธอออก กชกรโกรธจะตบ ทรงพลจับมือเธอบีบแน่น ก่อนจะผลักล้มลงกับพื้น มองอย่างรังเกียจ “ยิ่งคุณพยายามทำลายผมกับรี ผมก็ยิ่งรักรีมากกว่าเดิม จำเอาไว้ด้วย” พูดจบเขาเดินออกไป ปล่อยให้กชกรแค้นใจสุดๆ

จากนั้นทรงพลก็มาหานรีที่บ้าน ส่งข้อความไปบอกให้เธอลงมาหาหน้าบ้าน นรีปัดไว้คุยพรุ่งนี้เกรงพ่อเห็น เขาจึงส่งคลิปเสียงที่อัดเมื่อครู่ให้เธอฟัง เท่านั้นนรีก็น้ำตาร่วง ลงมาพบเขา

“รีขอโทษนะคะที่รีไม่เชื่อใจพี่พล”

“ไม่เป็นไรจ้ะพี่เข้าใจ พี่มันเป็นผู้ชายมีอดีต ก็เป็นธรรมดาที่รีจะระแวงพี่”

“พี่พลพิสูจน์ให้รีเห็นแล้วว่าพี่พลรักรีจริงๆ ต่อไปนี้รีจะเชื่อพี่พลทุกอย่าง รีจะฟังพี่พลคนเดียว” ทรงพลดึงเธอเข้ามากอดด้วยความดีใจที่เข้าใจกันเสียที

ooooooo

ไตรภพมาหาลวิตาที่บ้านถึงรู้จากมยุราว่าเธอไปทำงานต่างจังหวัด มยุราถามว่าทะเลาะอะไรกันอีก เขาเลี่ยงว่าเรื่องเล็กน้อย มยุราเปลี่ยนเรื่องขอยืมเงินเขาอีกห้าแสน อ้างว่าจะเอาไปลงทุนทำงาน สัญญาจะคืนทั้งต้นและดอก ไตรภพลังเลจะเชื่อดีหรือไม่...

บรรยากาศยามค่ำ ลวิตาออกมาเดินถนนคนเดิน จำได้ว่าตนทะเลาะกับไตรภพแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เธอพยายามเดินไปทุกจุดที่เคยไปกับไตรภพ...ปวัตรแอบเดินตามห่างๆ เธอรู้ตัวแกล้งหลบแล้วกลับออกมาดักหน้าเขา เธอหน้าตึงถามเขาทำไมยังไม่กลับ เขาแกล้งกวน

“ผมบอกคุณตอนไหนว่าผมจะกลับ แล้วอีกอย่างผมไม่ได้ตามคุณ นี่มันถนนคนเดินนะครับ ไม่ใช่ถนนส่วนบุคคล ผมจะเดินไปทางไหนก็ได้”

ลวิตาหมั่นไส้เดินแยกไป แต่ก็อมยิ้มดีใจที่เขายังอยู่...ในคืนนั้นลวิตานอนหลับ ฝันไปว่าเดินอยู่ตามทาง รู้ว่ามีคนเดินตามก็หันมาโวยเพราะคิดว่าเป็นปวัตร 

แต่พอเพ่งมองกลับกลายเป็นไพรัตน์ใส่หมวกปิดหน้าเผยให้เห็นแค่รอยปานที่หน้าด้านขวาชักปืนออกมา เธอตกใจหันกลับวิ่งหนี ร้องเรียกให้ปวัตรช่วย เสียงปืนดังปัง! เธอทรุดลงเห็นตัวเองเลือดแดงฉาน

ลวิตานอนกระสับกระส่าย เสียงเคาะประตูปังๆจึงสะดุ้งตื่น ลุกมานั่งคิดจนรู้ว่าตัวเองฝันไป แล้วถึงไปเปิดประตู เห็นคนที่มาเคาะคือปวัตรก็น้ำตารื้น พอเขาถามว่าเกิดอะไรขึ้นได้ยินเรียกให้เขาช่วย เธอโผกอดเขาร้องไห้พูดไม่ออก ปวัตรอึ้งทำตัวไม่ถูกได้แต่ลูบหลังปลอบโยน

“ฉันขอโทษ ฉันพยายามแล้ว ฉันพยายามไม่กลัว พยายามไม่ทำตัวเป็นภาระ แต่ฉัน...ฉันก็ทำไม่ได้ ขนาดในฝันฉันยังเรียกหาคุณเลย ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้ ฉัน...ฉันขอโทษ”

ปวัตรเห็นเธอร้องไห้ตัวสั่นก็กอดลูบผมเธอปลอบโยน “ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ ต่อไปนี้ผมจะไม่พูดหรือทำอะไรที่เป็นการทำร้ายจิตใจคุณอีก”

ลวิตาผละออกมองหน้าเขา ปวัตรเช็ดน้ำตาให้แล้วไปชงชาร้อนมาเสิร์ฟ ลวิตานึกได้ถามว่าเขาร่วมมือกับลุงป่านหลอกตนใช่ไหม ปวัตรแก้ว่าลุงป่านถูกมัดมือชกมากกว่า เพราะเขากลับมาขอห้องพักห้องเดิมโดยไม่ให้บอกเธอ แล้วก็ได้ยินเธอคุยโทรศัพท์กับจีน่า

ปวัตรขอแก้ตัวว่าเธอเข้าใจผิดที่ว่าตนมีคนรักอยู่แล้ว เรื่องระหว่างตนกับนรีมันเป็นอดีต มันจบไปแล้ว ลวิตาสวนว่าจะบอกทำไม เขายิ้มเก้อตอบว่าแค่อยากให้เธอรู้ ลวิตาโล่งใจขึ้นมาก

รุ่งเช้าลวิตากับปวัตรเดินมาด้วยกัน ลุงป่านเรียกลวิตามาให้เจอสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง

“หนูหลิวจำพวกเขาได้ไหม”

ลวิตามองสักครู่ก็นึกออก “จำได้ค่ะ คุณลุงคุณป้าที่เป็นปราชญ์ชาวบ้านและพราหมณ์ประจำถิ่น ที่หลิวกับมิคเคยสัมภาษณ์ตอนมาถ่ายทำรายการเมื่อสองปีก่อนใช่ไหมคะ”

ทั้งสองดีใจที่ลวิตาจำได้ ทั้งสองรู้เรื่องของเธอก็อยากมาทำพิธีผาสาดเคราะห์ให้ เพื่อให้หายทุกข์หายโศก เรื่องร้ายจะกลายเป็นดี ลวิตายิ้มรับมองปวัตร เขาพยักหน้าเห็นด้วย

ooooooo

ผาสาดมีลักษณะเป็นกระทงสี่เหลี่ยมจตุรัส ทำจากกาบกล้วยและใบตอง ใช้ใบตองทำเป็นกรวยแหลมประดับด้วยดอกไม้ที่ทำจากขี้ผึ้ง ปักธูปเทียนที่มุมกระทง ปักไม้พันกระดาษสีตรงมุมที่เหลือ และให้ผู้ลอยตัดเล็บตัดผมน้อยๆใส่ลงในกระทงด้วย

ทั้งลวิตาและปวัตรจุดธูปตั้งจิตอธิษฐาน ให้เคราะห์ทั้งหลายตกไปกับไฟ ไหลไปกับน้ำ ลุงป้ากำชับว่า พอลอยแล้วให้เดินกลับขึ้นมาเลยทันที อย่าหันกลับไปมองกระทงเด็ดขาดโบราณถือว่าเป็นการอาลัยอาวรณ์เจ้ากรรมนายเวร อาลัยเคราะห์กรรม ลอยแล้วให้ลอยไปเลย

ขณะที่ลวิตากำลังจะลอยกระทง เกิดภาพในหัว เป็นเหตุการณ์ตอนสมมาตรถูกจับโยนลงจากตึก ตนเห็นแล้วรีบขับรถหนี รถไตรภพตามมาปาดหน้าให้จอด เขาเคาะกระจกให้เธอลงมาคุยกัน เธอลังเลอยู่นานกว่าจะตัดสินใจลงจากรถมาผลักอกไตรภพ ไล่ให้เขาออกไปจากชีวิตเธอ

ปวัตรเห็นลวิตานิ่งจึงจับมือเธอ เธอสะดุ้งเฮือก พอเห็นเป็นปวัตรก็พยายามตั้งสติ ขณะปล่อยกระทง

มันคว่ำลง ทำเอาทุกคนตกใจ ปวัตรรีบปล่อยกระทงของตัวเองแล้วปลอบลวิตาว่ามันเป็นอุบัติเหตุให้เธอรีบเดินไปอย่าหันกลับไปมอง ลวิตารีบเดินจนสะดุดจะล้ม ปวัตรคว้าเอว

ลวิตาเห็นภาพต่อเนื่อง ไตรภพจับแขนเธอกระชาก เธอถามเขาจะฆ่าเธอเหมือนที่ฆ่าชายคนนั้นหรือ เขาโกรธมากที่เห็นเขาเลวขนาดนั้น ลวิตาไว้ใจใครไม่ได้อีก เธอกระทืบเท้าไตรภพแล้ววิ่งหนีขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็ว รถคลาดกับไตรภพตรงแยกไฟแดง เธอเห็นว่าเขาตามไม่ทันก็จอดรถข้างทางดับไฟรถร้องไห้ด้วยความกลัวและเสียใจ พอตั้งสติได้ก็โทร.หาจีน่า เธอปิดเครื่อง แต่มีข้อความทิ้งไว้ตั้งแต่เช้า

“ฉันกำลังจะเข้าไปตั้งแคมป์ในป่า จะติดต่อไม่ได้สามสี่วัน มีอะไรไลน์มาทิ้งไว้ก่อน ถ้ามีสัญญาณเมื่อไหร่ ฉันจะรีบติดต่อแกทันที” ลวิตาน้ำตาไหลพรากก่อนจะคิดบางอย่างออก...

ปวัตรถามลวิตาว่าเธอจำได้แล้วใช่ไหมว่ามาเชียงคานทำไม เธอพยักหน้าเล่าว่า

“ฉันหนีมิค แต่ฉันจำไม่ได้ว่าฉันโกรธเขาเรื่องอะไร ฉันรู้แต่ว่าฉันโกรธมาก โกรธจนไม่สามารถอภัยให้มิคได้อีก แต่ในที่สุดมิคก็ตามหาฉันเจอ ฉันกับเขาทะเลาะกันอย่างรุนแรง ตรงนี้ ตรงที่เรายืนอยู่” ปวัตรอึ้งมองลวิตาเล่าต่อ

ไตรภพตามมาเจอลวิตา เขาขอให้เธอคืนของที่พวกนั้นต้องการ ถ้าเธอไม่ให้ครอบครัวเธอจะเดือดร้อน พวกนั้นทำได้ทุกอย่างโดยไม่สนว่าจะใช้วิธีไหน เขาไม่อยากเห็นเธอเป็นอะไร ลวิตาขอให้ไตรภพอยู่ข้างเธอ เขาทำไม่ได้และขอร้องให้เธอคืนของแล้วเขาสัญญาจะไม่ให้พวกนั้นมายุ่งกับเธออีก ไตรภพยื่นมือออกมา ลวิตามองอย่างผิดหวัง

“คุณรู้ไหมว่าตอนแรก ฉันคิดจะคืนมันให้คุณ เพราะฉันคิดว่าคุณจะมีสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี แต่มันไม่ใช่ คุณทำเพื่อคนเลวพวกนั้น แล้วคุณยังจะให้ฉันสมรู้ร่วมคิดกับคุณอีก งั้นก็อย่าหวังว่าจะได้มันไป ฉันจะเอาไปให้ตำรวจ” ไตรภพโกรธกระชากแขนเธออย่างแรง

“ทำไมคุณถึงไม่เชื่อผม ที่ผมทำลงไปทั้งหมดเพราะผมหวังดีกับคุณ”

ลวิตาให้เขาเก็บความหวังดีแล้วทุบตีให้เขาปล่อยแขน เขากลับกระชากจนเธอล้มเข่าแตก พอดีนักท่องเที่ยวเข้ามารุมขอถ่ายรูป ลวิตาฉวยโอกาสเดินหนีปล่อยให้ไตรภพโดนรุมคนเดียว...

ปวัตรฟังแล้วสงสารลวิตามาก ถามว่าของนั้นคืออะไร ลวิตานึกไม่ออกแต่คิดว่าคงเป็นของผิดกฎหมาย ตนถึงได้จะเอาไปให้ตำรวจ

“คุณเคยลองเอาภาพที่คุณเห็นมาปะติดปะต่อกันดูรึเปล่า”

“ยัง...แต่ฉันจะจดมันเอาไว้ทุกครั้ง แต่ละครั้งที่ฉันจำได้ ภาพจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ” ลวิตาหยิบสมุดไดอารีออกจากกระเป๋าส่งให้ปวัตร

ปวัตรเปิดอ่าน “ฝันเห็นผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในห้อง วันที่ฉันกระโดดลงมา เหมือนฉันกำลังวิ่งหนี มีเสียงปืน ฉันทะเลาะกับมิค”

“ฉันฝันเห็นตัวเองถูกตามฆ่าตลอดเวลา ผู้ชายใจดำอำมหิตคนนั้นฆ่าฉันซ้ำๆในความฝัน เขาคือนักข่าวคนนั้น” ปวัตรพูดชื่อไพรัตน์ ลวิตาพยักหน้า “ฉันเริ่มมั่นใจว่าเขาเป็นคนที่ต้องการให้ฉันตาย เพราะว่าเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหมือนไม่ต้องการให้เราตามหาเจอ”

“ถ้าเป็นนายไพรัตน์จริง ก็แสดงว่าเขาอาจจะรู้จักกับคุณไตรภพ ผมว่าของที่อยู่กับคุณไม่ใช่ของผิดกฎหมาย แต่อาจจะเป็นอะไรซักอย่างที่จะทำให้คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทุกคน ต้องได้รับโทษตามกฎหมายต่างหาก”

ลวิตาฟังแล้วหน้าเครียด ในเวลานั้นชิตเดินออกมาจากที่ซ่อน ใส่หมวกปิดบังใบหน้า สายตาจับจ้องไปที่ลวิตา ก่อนจะเอาโทรศัพท์มากดโทร.ออกแล้วพูดว่า ...เจอตัวแล้วครับเจ้านาย

ooooooo

ปวัตรกับลวิตานั่งร้านก๋วยเตี๋ยวบนถนนคนเดิน ลวิตากินไม่ลงเอาแต่เขี่ยไปมาพยายามคิดให้ออกว่าอะไรคือสิ่งที่ไตรภพต้องการ ปวัตรเตือนว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้องแล้วตักก๋วยเตี๋ยวใส่ช้อนป้อน เธอส่ายหน้ากินไม่ลง เขาจึงเน้นย้ำ

“ช่วงนี้คุณต้องแข็งแรงเข้าไว้ เพราะเรายังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องทำ” ลวิตามองหน้าแปลกใจกับคำว่าเรา ปวัตรยอมรับ “ผมทิ้งคุณไปไม่ได้ ยิ่งรู้ว่ามันอันตราย ผมก็ยิ่งต้องดูแลคุณ...จะกินได้ยังครับ ผมเมื่อยแล้วนะ”

ลวิตารู้สึกดีอ้าปากกิน ปวัตรชมว่าเก่งมาก เธอติงว่าเธอไม่ใช่เด็ก แต่อยากให้เขาป้อนต่อ ชายหนุ่มขำแต่ก็สุขใจที่เธอยอมกิน...ชิตนั่งอยู่ในร้านแอบมองทั้งสองด้วยสายตามาดร้าย

หลังทานเสร็จปวัตรกับลวิตาเดินมาด้วยกัน ลวิตารู้สึกหนาวมือ เอามือถูกัน ปวัตรเห็นทำเนียนคว้ามือเธอมาใส่กระเป๋าเสื้อตัวเองแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ หญิงสาวอมยิ้มหัวใจชุ่มชื่น...พอเดินผ่านร้านถ่ายรูปย้อนยุค ปวัตรชวนลวิตาถ่ายคู่กันในชุดประจำถิ่น เจ้าของร้านให้ทั้งสองยืนชิดโอบเอวกัน ลวิตาเขินปวัตรแกล้งดึงเธอแนบชิด

เมื่อถ่ายเสร็จเจ้าของร้านยื่นใบรับรูปให้อีกสองชั่วโมงค่อยมารับ ปวัตรรับไปเก็บไว้แล้วพาลวิตาเดินต่อ หญิงสาวเห็นร้านขายข้าวจี่ก็อยากกิน ปวัตรแซวกินแล้วอ้วน เธอขอกินแค่คำเดียวที่เหลือให้เขากิน ว่าแล้วก็

จับมือเขาเดินไป ปวัตรมองมือเธอที่จับอย่างรู้สึกดี

พอซื้อข้าวจี่มาไม้หนึ่ง ลวิตากำลังจะกิน ปวัตรยื่นหน้ามากินอีกด้าน จมูกทั้งสองชนกัน ลวิตาตกใจหน้าแดงผละออก ชายหนุ่มอมยิ้มบอกหอมดี เธอโวยอะไรหอม

“ข้าวจี่ไง...คุณคิดว่าเป็นอะไร”

“ไม่รู้...นี่คุณ ฉันบอกว่าฉันจะกินคำนึงแล้วค่อยให้คุณกินไง ทำไมยื่นหน้าเข้ามากินเลย”

“คุณไม่ได้บอกนี่ว่าห้ามกินพร้อมกับคุณ” ปวัตรยักคิ้วกวนๆ

ลวิตาเขินเดินนำไปก่อน แอบพึมพำว่าเขาจูบทางอ้อม ปวัตรรีบเดินตามคิดว่าเธองอนจริงแต่แล้วลวิตาเดินหายไปในกลุ่มคนทำให้ปวัตรเดินตามไม่ทัน...

ลวิตาคิดว่าปวัตรยังเดินตามก็แกล้งหยุดหันมอง พลันต้องตกใจมากเพราะคนที่ตามมาติดๆคือชิตในชุดแจ็กเกตดำสวมฮูดปิดบังใบหน้า แต่ยังเห็นรอยบากที่แก้ม...

ชิตพาลวิตาขึ้นรถออกไป ขู่อย่าคิดหนี คราวนี้ตนไม่พลาด ลวิตาถามว่าเขาเป็นคนผลักตนตกจากระเบียงคอนโดใช่ไหม ชิตหัวเราะที่เธอยังจำไม่ได้ แล้วพูดออกมาว่า ดี เจ้านายตนจะได้สบายใจ ลวิตาสะดุดหูกับคำว่า...เจ้านาย

ปวัตรหาลวิตาไม่เจอ กลับมาที่โฮมสเตย์ก็รู้จากทุกคนว่าเธอยังไม่กลับ ทุกคนเป็นห่วงช่วยกันออกตามหา ...ปวัตร ลุงป่านและสว่างกลับมาที่ถนนคนเดิน ปวัตรพยายามโทร.เข้าเครื่องลวิตาอยู่นาน จนได้ยินเสียงใกล้ๆ สว่างเห็นชายคนหนึ่งกดรับ ปวัตรพุ่งเข้ากระชากคอเสื้อชายคนนั้นถามหาเจ้าของโทรศัพท์ ชายคนนั้นละล่ำละลักว่าเพิ่งเก็บได้กำลังจะโทร.ตามหาเจ้าของ

ชายคนนั้นชี้จุดที่เก็บโทรศัพท์ได้ เป็นกองขยะ ปวัตรมองไปรอบๆเห็นมีกล้องวงจรปิดก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่... ตำรวจมาช่วยค้นหา เมื่อตรวจสอบภาพในกล้องวงจรปิดก็เห็นว่าลวิตาขึ้นรถไปกับชายคนหนึ่ง ท่าทางคล้ายโดนบังคับ และก่อนขึ้นรถชายคนนั้นโยนโทรศัพท์เธอทิ้ง

“ผมจะรีบส่งกำลังออกไปทำการค้นหา”

“สารวัตรครับ ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยจะได้ไหมครับ ผมไม่อยากให้คนแตกตื่น เพราะหลิวเป็นคนมีชื่อเสียง” สารวัตรรับคำ แล้วปวัตรก็ทนอยู่เฉยไม่ได้ออกตามหาลวิตาต่อ

ooooooo

ลวิตานั่งอยู่ในรถพยายามหาทางหนี มองข้างทางเห็นว่ามืดมิด ตัดสินใจรวบรวมความกล้ายื่นมือไปจับพวงมาลัยรถหักเต็มแรง ไหนๆก็ต้องตายก็น่าจะตายด้วยกัน ฮูดที่ชิตใส่อยู่หลุดออกทำให้ลวิตาเห็นรอยบากที่หน้าเขาชัดเจน ภาพในคืนวันตกระเบียงผุดขึ้นอย่างชัดเจน

ชิตบุกเข้ามาที่ห้อง ใบหน้าเขามีรอยบากเหมือนถูกมีดกรีด บังคับให้ลวิตากระโดดจากระเบียง ในเมื่อไม่บอกว่าของอยู่ไหนก็ให้ตายไปพร้อมๆกัน ไม่อย่างนั้นจะทำร้ายพ่อกับแม่เธอ โดยโชว์รูปทั้งสองให้ดูว่ารู้ใครคือพ่อแม่เธอ

ชิตมองหน้าลวิตาแล้วถามว่าจำได้แล้วใช่ไหม ลวิตาไม่รอช้าเปิดประตูกระโดดลงจากรถกลิ้งไปในที่รกร้างเต็มไปด้วยหญ้าสูงชันข้างทาง รองเท้าเธอหล่นอยู่บนถนนข้างหนึ่ง ชิตตกใจระคนโมโหมากรีบจอดรถชักปืนลงไปตามหาเธอ

ลวิตาพยายามวิ่งไปซ่อนตัวหลังต้นไม้ใหญ่ เท้าเธอโดนสิ่งมีคมบาดเจ็บระบม ชิตตามเข้ามาใกล้ ทันใดได้ยินเสียงสวบสาบข้างหลังจึงรีบไปดู ลวิตาฉวยโอกาสวิ่งหนีกลับไปที่ถนน เธอล้มลุกคลุกคลานเจ็บไปทั้งตัวจนอ่อนแรงหมดสติ

ปวัตรนั่งรถตำรวจกำลังจะผ่าน ชิตเห็นแสงไฟก็ตกใจรีบเก็บปืนกลับไปขึ้นรถขับหนี ปวัตรเอะใจให้ตำรวจจอดรถขอลงไปดู แล้วเขาก็เห็นรองเท้าลวิตาที่ตกอยู่ เขามั่นใจว่าเป็นของเธอจึงรีบวิ่งเข้าไปตามหาเธอข้างทาง สารวัตรให้ลูกน้องช่วยกันค้นหา ปวัตรตะโกนเรียกหลิวๆไม่หยุดหย่อน หญิงสาวรู้สึกตัวได้ยินเสียงเขาก็พยายามเปล่งเสียงเรียกปวัตร

ปวัตรหยุดกึกหันมองพบลวิตานอนหมดแรงอยู่ เขาปรี่เข้าไปประคองเธอ ลวิตาปรือตา

“คุณ...มาช่วยฉันแล้วจริงๆ”

ปวัตรสงสารลวิตาจับใจ ถอดเสื้อออกคลุมตัวเธอแล้วอุ้มเธอขึ้น บอกให้เธอทำใจดีๆ เขาจะพาเธอไป โรงพยาบาล ลวิตารู้สึกปลอดภัยขึ้น หมดสติในอ้อมกอดเขา...

ระหว่างนอนหมดสติในโรงพยาบาล ลวิตาฝันเห็นภาพตอนตกระเบียง ชิตชะโงกหน้ามองเธอจนตกกระแทกหลังคาผ้าใบ...เธอกรีดร้อง สะดุ้งตื่นขึ้นมานั่งหอบ

“หลิว คุณเป็นไงบ้าง” ปวัตรเข้าถามอย่างห่วงใย

ลวิตามองหน้าแล้วบอกปวัตรว่าตนจำได้แล้ว ผู้ชายที่จับตนไปคือคนที่บังคับตนกระโดดจากระเบียง เขามีรอยบากที่แก้ม แต่ไม่ใช่รอยปานอย่างนักข่าวไพรัตน์ ปวัตรจะบอกตำรวจ แต่ลวิตาห้ามไว้เพราะเกิดความสงสัย

“เรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือผู้ชายคนนั้นคนเดียว” ลวิตาเล่าถึงตอนที่ชิตพูดพาดพิงถึงเจ้านาย

“แสดงว่างานนี้มีคนอยู่เบื้องหลังอีกคน” ปวัตรสรุป ลวิตาพยักหน้า

“เจ้านายของมันต้องเป็นผู้มีอิทธิพล คุณลองคิดดูว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดที่คอนโดฉันจับภาพมันไม่ได้เลยหลังจากเกิดเรื่อง มันคงเข้ามาทำลายหลักฐานจนหมด บางทีอาจจะมีตำรวจเป็นพวกมันด้วยก็ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราต้องสืบด้วยตัวเอง ฉันจะบอกตำรวจว่ามันเป็นแค่การลักพาตัวเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น คุณต้องช่วยฉันนะคุณปวัตร”

“คุณไม่ต้องบอกผมก็ต้องช่วยคุณอยู่แล้ว พวกมันเป็นใครกันแน่ เรื่องมันชักจะสลับซับซ้อนเข้าไปทุกที”

“ฉันต้องรีบจำให้ได้ว่าฉันไปขัดผลประโยชน์ของใคร” ปวัตรพยักหน้าเห็นด้วย

แม้จะโดนตัดรอนแต่กชกรก็ไม่ยอมแพ้ ไม่รู้ว่าทรงพลอัดเสียงตนไปให้นรีฟัง จึงคิดจะปั่นหัวนรีอีก ทำทีซื้อขนมมาฝากที่ออฟฟิศ นรีทำเป็นยิ้มแย้มรับถุงขนมแล้วเดินไปทิ้งถังขยะ กชกรฉุนเกรี้ยวกราดใส่ที่ทิ้งของตน นรียิ้มให้

“ออกมาซักทีนะคะ” กชกรงงว่าอะไร นรีขยับมาพูดตรงหน้า “ตัวตนที่แท้จริงของคุณยังไงล่ะ อุตส่าห์อดทนทำตัวน่าสงสารเพื่อให้ฉันเห็นใจและหลงเชื่อว่าพี่พลทำคุณท้อง ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว แผนของคุณมันไม่ได้ผล”

“รู้แล้วก็ดี แกเห็นแล้วนะว่าฉันสามารถทำได้ทุกอย่าง เพื่อทำลายแกกับพล” กชกรเยาะ

“ฉันเองก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อไม่ให้สูญเสียความรักครั้งนี้เหมือนกัน หยุดเถอะนะคะแล้วก็ช่วยทำความเข้าใจด้วยว่าพี่พลไม่ได้รักคุณอีกต่อไปแล้ว คนที่พี่พลรักคือฉัน เลิกดื้อด้านซักที”

กชกรโกรธจะตบ นรีเงื้อมือบ้างท้าตบมาก็ตบกลับ กชกรขยาดเห็นท่าทางเอาจริงของนรีจึงลดมือลง นรียิ้มๆแล้วหันหลังเดินจากไป กชกรมองตามหลังด้วยความแค้นใจ...แต่พอนรีเดินพ้นมุมตึก เธอแทบทรุดลงพ่นลมหายใจออกจากปาก ไม่คิดว่าตัวเองจะเก่งได้เหมือนกัน

ooooooo

มยุราพยายามโทร.หาลวิตาไม่ได้ จึงโทร.หาไตรภพให้ช่วยติดต่อให้ เขากลับบอกว่าเขากำลังมาหาลวิตา มยุราโล่งใจที่เขาไปอุบลฯแต่ไตรภพกลับบอกว่าไม่ใช่ ลวิตาอยู่ที่เชียงคานกับปวัตร ตนตามมาและไม่ต้องกลัวว่าตนจะเลิกกับลวิตา มยุราโกรธมากรีบไปหาเอกที่ออฟฟิศ

มยุราบุกเข้าไปที่ห้องประชุมอย่างถือวิสาสะ ไล่พนักงานให้ออกไปก่อนที่จะเฉ่งเอกเรื่องช่วยลวิตาให้ไปเชียงคานกับปวัตร เอกตกใจเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าทั้งสองไปด้วยกัน

บ่ายวันนั้น ปวัตรประคองลวิตาเดินมาตามทางถนนคนเดิน เขาบ่นที่เธอดันทุรังออกจากโรงพยาบาลทั้งที่ยังไม่หายเจ็บ เธออ้อนว่าไม่กลัวอะไรอีกเพราะมีเขาอยู่ทั้งคน ปวัตรประชด

“คร้าบ...คุณลวิตา”

“คุณปวัตร ฉันชอบที่คุณเรียกฉันแบบเมื่อวานมากกว่านะ...เรียกชื่อเล่นของฉัน”

“มันจะดีเหรอ...”

“ดีสิ...เอางี้ งั้นฉันเรียกคุณก่อน...วัตรคะ ตาคุณบ้าง”

ปวัตรเรียกเธอว่าหลิว...ลวิตายิ้มให้ ไตรภพโผล่เข้ามายืนมองตาขุ่น ทั้งสองชะงักหุบยิ้ม ไตรภพมอง

ปวัตรที่โอบลวิตาอยู่ แล้วบอกว่าขอแฟนคืน ลวิตาไม่พอใจ เขาสวน

“หรือว่ามันไม่จริง คุณเป็นแฟนผมแต่กลับปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นมาถูกเนื้อต้องตัวแบบนี้ มันถูกต้องแล้วเหรอ” ไตรภพกระชากแขนลวิตาออกจากปวัตร ทำให้เธอเจ็บระบมร้องออกมา

ปวัตรขอให้เบาๆกับลวิตา ไตรภพปล่อยมือจากเธอแล้วหันมากระชากคอเสื้อปวัตรโวย

“เกี่ยวไรกับแกห๊ะ! ไอ้คนไม่รักษาคำพูด ไหนแกเคยบอกฉันว่าไม่มีวันชอบหลิว แล้วสิ่งที่แกทำอยู่มันเรียกว่าอะไร...ตอบฉันมาสิวะ!”

ปวัตรลังเล ลวิตาขอให้ไตรภพปล่อย เขากลับตะคอกถามอีกครั้ง ปวัตรจึงโพล่งออกมา

“ผมชอบหลิว! ได้ยินชัดแล้วนะครับคุณไตรภพ ต่อไปนี้ผมจะเป็นคนดูแลหลิวเอง”

ไตรภพโกรธมากปล่อยหมัดใส่หน้าปวัตร แต่เขาหลบทันและสวนกลับเต็มหน้า ทำเอาไตรภพล้มเสียเอง เขารู้สึกเสียหน้ามาก ปวัตรประคองลวิตากลับ ไตรภพโวยวายลั่น

“หลิว คุณจะไปกับมันไม่ได้ ผมไม่ยอม!”

ลวิตาหันมาตอกหน้า “คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งว่าไม่ให้ฉันไปหรือไม่ไปกับใคร”

“ทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อเราเป็นแฟนกัน”

“เพราะเขาเป็นคนเดียวที่จริงใจกับฉัน ในเวลาที่ฉันเกิดเรื่องเขาคือคนที่มาช่วยฉันทุกครั้ง เขาเป็นคนเดียวที่จริงใจกับฉันไม่เหมือนคุณ ฉันรู้ว่าคุณมีเรื่องที่ปิดบังฉันอยู่ ฉะนั้นอย่ามาพูดว่าเราเป็นแฟนกัน เพราะคุณไม่เคยบอกอะไรฉันเลยสักเรื่อง คุณพยายามปิดบังบางอย่างเพื่อไม่ให้ฉันรู้ใช่ไหมมิค”

“ผมไม่เคยมีเรื่องปิดบังคุณ”

“เหรอ...งั้นคุณตอบฉันมาสิว่า ของที่คุณอยากได้และที่มันอยู่กับฉัน คือของอะไร...ฉันจำได้ว่าฉันหนีคุณมาที่เชียงคาน แต่คุณไม่เคยบอกฉันเลยว่าฉันกลับมาที่นี่อีกครั้งหลังจากที่เราถ่ายทำรายการ...มันถึงเวลาที่เราควรจะหยุดความสัมพันธ์นี้ได้แล้ว”

“ไม่นะหลิว ผมไม่เลิกกับคุณ ไม่มีวัน”

“คุณไม่อยากเลิกกับฉัน มันก็เรื่องของคุณ แต่ฉันจะเลิก” ลวิตาพูดจบเดินไปกับปวัตร

ปวัตรรู้สึกไม่สบายใจ ถามลวิตาว่าคิดดีแล้วหรือที่ทำแบบนี้ เธอเชื่อว่าถึงเธอยังจำอะไรไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็มั่นใจว่าไตรภพจะต้องเกี่ยวข้องกับคนหน้าบาก เขาคือคนที่ไม่ควรอยู่ใกล้

“วัตรคะ ชีวิตฉันตอนนี้มีอยู่สองคนที่ฉันไว้ใจได้ คือจีน่าและคุณ คุณอย่าทิ้งฉันไปนะ”

ปวัตรเห็นลวิตาเหนื่อยจึงชวนกลับโฮมสเตย์แต่เธอยังไม่อยากกลับ อยากนั่งสูดอากาศที่นี่ เขาจึงอาสาไปหาซื้อน้ำและของกินมาให้...ไม่ทันไรไตรภพตามมาสีหน้าเจ็บปวด เขาบอกลวิตาว่าเขาเสียเธอไปไม่ได้ เขาขอโทษและยอมรับผิดทุกอย่าง ว่าแล้วก็จับมือเธอมาสวมแหวนหมั้นโดยเธอไม่ทันตั้งตัว ปวัตรถือของเดินมาเห็น เข้าใจผิดคิดว่าลวิตายอมคืนดีกับไตรภพ จึงหันหลังกลับเดินไป ลวิตาพยายามจะถอดแหวนแต่มันแน่น

ถอดไม่ออก

“เห็นหรือยังว่าคุณเป็นคนเดียวที่เหมาะจะใส่แหวนวงนี้” ไตรภพเน้นย้ำ

ลวิตาโกรธผลักเขาออกเต็มแรงแล้วรีบเดินหนี... ส่วนปวัตรเสียใจทิ้งของที่ซื้อ ตอกย้ำตัวเองว่าเป็นแค่คนนอกเท่านั้น

ooooooo

ปวัตรเดินหน้าเศร้ากลับมาถึงหน้าโฮมสเตย์ เจอลวิตายืนรอ เธอต่อว่าที่เขาบอกจะซื้อของให้กินแล้วหายไปเลย ปวัตรแปลกใจที่เธอไม่ได้ไปกับไตรภพ ลวิตาจึงต่อว่าอย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นแล้วอธิบายเรื่องราวให้ฟัง ปวัตรหน้าเจื่อน หญิงสาวตำหนิ

“ฉันเชื่อใจคุณเต็มร้อย แต่คุณไม่เชื่อใจฉันเลย มันน่าน้อยใจนะเนี่ย” ปวัตรง้อ เธอจึงบอกให้เขาเลี้ยงข้าวโทษฐานให้หิ้วท้องรอ ปวัตรยิ้มยินดี ลวิตาให้เขาพาไปทำอย่างหนึ่งก่อน...คือให้คนวาดรูปผู้ชายหน้าบาก

ที่ทำร้ายเธอตามคำบอกของเธอ

ปวัตรมองภาพวาดที่เสร็จ ลวิตาย้ำว่าเราต้องหาตัวมันให้เจอ...หลังจากนั้นทั้งสองมานั่งกินข้าวที่ร้าน

ลวิตามองหน้าปวัตรนึกถึงที่เขาบอกไตรภพว่าเขาชอบตน แล้วเขาทำไมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปวัตรรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่ทำเป็นไม่พูดถึง

พอกินเสร็จ ทั้งสองเดินมาตามทางเงียบๆไม่มีใครพูดจา ปวัตรเหล่มองลวิตาแล้วดึงมือเธอมากุม บอกเธอว่าแถวนี้ไม่มีคน เราคุยกันได้แล้ว ลวิตาแปลกใจ

“เมื่อกี้ที่ร้านอาหารคนเยอะ ผมก็เลยไม่อยากพูด...

ที่ผมพูดกับคุณไตรภพผมพูดเรื่องจริง ผมชอบคุณ ผมไม่อยากโกหกตัวเองอีกต่อไป เวลาที่ผมพูดไม่ดีกับคุณ ผมจะรู้สึกผิดมาก ผมไม่ควรทำร้ายจิตใจคนที่ผมรัก” ลวิตาจะพูดเขาขัด “ฟังผมพูดให้จบก่อน ผมรู้ว่าเราต่างกัน ผมรู้ว่าเราไม่คู่ควรกันในสายตาคนอื่น ซึ่งผมไม่ได้ต้องการให้คุณมารักผม ผมขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ได้ปกป้องคุณ

ผมขอแค่นี้ก็พอ” พูดจบปวัตรเดินนำหน้าไป ปล่อยให้ลวิตามองตามอึ้งๆ

ที่โฮมสเตย์ ลวิตานั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของปวัตรแล้วถอนใจ ทำไมเขาถึงไม่ถามว่าตนรู้สึกอย่างไรกับเขา ทำไมเขาถึงคิดเองเออเอง แล้วสบถว่า...คนโง่ออกมา ลุงป่านเดินมาคิดว่าเธอว่า

“ด่าลุงว่าโง่อยู่รึเปล่า”

“ไม่ใช่นะคะ คือหลิวหมายถึงคนอื่น”

ลุงป่านถามว่าใคร ลวิตาโบ้ยว่าคนแถวนี้ ลุงเดาได้ว่าคือหลานชาย จะไปจัดการให้

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ความจริงเขาก็ไม่ได้ทำอะไร เขาแค่ซื่อบื้อเท่านั้นเอง”

“อันนี้ลุงยอมรับ ว่าไอ้วัตรมันทั้งซื่อทั้งบื้อ มันถึงอกหักมาตลอดชีวิตยังไงล่ะ ผู้หญิงที่จะเป็นแฟนมันต้องเข้าใจมันมากๆ เพราะว่ามันอ่อนหัดเรื่องความรัก ไม่รู้จักเอาใจผู้หญิง ไม่รู้ว่าผู้หญิงเขาคิดอะไร จนบางครั้งหนูก็ต้องเป็นฝ่ายพูดกับมันก่อน”

“ลุงว่าอะไรนะคะ!”

“เอ่อ ลุงหมายถึงผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายพูดก่อน เอ้อ ลุงว่าลุงไปนอนดีกว่าชักง่วงแล้ว หนูเองก็ไปนอนเถอะนะ ตากน้ำค้างนานๆเดี๋ยวจะไม่สบาย”

ลวิตาครุ่นคิดตามที่ลุงป่านพูด

ooooooo

รุ่งเช้าแก้วเจอแหวนเพชรตกอยู่ลานโฮมสเตย์ สว่างแย่งมาขอเอาไปง้อเมีย แก้วไม่ให้จะเอาไว้คืนลูกค้า ลุงป่านมาถึงเอ็ดสว่างและว่าเมียเขาไม่กลับมาอีกแล้ว ทันใดนั้นไตรภพเดินเข้ามา พอเห็นแหวน

ที่มือแก้วก็เข้าไปกระชากเอามาแล้วโวย

“แหวนของหลิวมาอยู่ที่คุณได้ไง!”

แก้วพยายามอธิบายว่าเจอหล่นอยู่กำลังจะไปตามหาเจ้าของ ไตรภพกำแหวนเดินไปอย่างหงุดหงิด แก้วงงว่าพระเอกในดวงใจโกรธอะไร สว่างบอกว่านี่คือธาตุแท้ของไตรภพ

ลวิตาเพิ่งรู้ว่าแหวนหลุดจากนิ้วก็ออกมาเดินหา ปวัตรออกมาเห็นแอบดีใจที่เธอไม่ได้ใส่แหวนหมั้นแล้ว แต่ก็ช่วยหา ลวิตานึกถึงคำพูดของลุงป่านว่าผู้หญิงที่จะมาเป็นแฟนปวัตรต้องเข้าใจเขามากๆ เพราะเขาอ่อนหัดเรื่องความรัก...ลวิตากำลังจะพูด ไตรภพโผล่มาขัดจังหวะ

“หลิว! คุณทำของตกเอาไว้” ไตรภพชูแหวน

“มันไม่ใช่ของฉันอีกแล้ว” ไตรภพไม่ละความพยายาม ลวิตาปราม “พอเถอะมิค เราอย่าดันทุรังอีกต่อไปเลย”

“การที่เราเลิกกัน จะทำให้แฟนคลับผิดหวังนะหลิว”

“ฉันจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง ฉันจะบอกพี่เอก บอกแม่ว่าเป็นความผิดของฉัน คุณไม่ต้องห่วง” ลวิตาพูดจบหันไปเจอสายตาปวัตร จึงพากันเดินไป

ไตรภพแค้นใจกำแหวนในมือแน่น พลันมีคนโทร.เข้ามา เขากดรับแล้วหน้าเจื่อนรับคำว่าจะรีบกลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้...ขณะเดียวกันลวิตากลับกรุงเทพฯเช่นกัน เธอกับปวัตรลาลุงป่าน แก้วยิ้มชื่นชมว่าทั้งสองดูเหมาะสมกันมากกว่าไตรภพ ลุงป่านแอบเป็นห่วงเพราะไม่ได้อยู่แค่ความเหมาะสม มันอยู่ที่สองครอบครัวของทั้งสองด้วยว่าเข้ากันได้หรือเปล่า

ooooooo

ไตรภพกลับมาพบเจ้านายเพื่อขอร้องไม่ให้ทำร้ายลวิตาอีก กลับถูกลูกน้องเจ้านายซ้อมโดยไม่ชกที่หน้าให้เห็นรอยช้ำ ลูกน้องบอกว่าเจ้านายรู้ว่าเขากับลวิตาเลิกกันแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บเธอไว้ ในเมื่อเขาทำอะไรไม่ได้เจ้านายก็จะลงมือเอง

ไตรภพเจ็บระบมไปทั้งตัวต้องโทร.ให้เอกมาช่วยพาไปโรงพยาบาล...เอกประคองไตรภพกลับมาส่งที่คอนโด โดยเข้าใจว่าไตรภพตกบันไดซี่โครงร้าว แล้วเขาก็กล่าว

“ฉันอยากขอโทษที่ต้องหลอกแกเรื่องหลิว ฉันไม่รู้ว่าหลิวจะไปกับคุณปวัตร” เอกแปลกใจที่เห็นไตรภพเงียบ

“หลิวบอกเลิกผมแล้วครับ พรุ่งนี้หลิวคงจะไปหาพี่เอก”

เอกมองไตรภพเครียดๆ สงสัยว่าสิ่งที่ลวิตาเล่าให้ฟังจะเป็นเรื่องจริง...ในขณะที่ปวัตรมาส่งลวิตาที่บ้านจีน่า เขาให้เธอส่งตารางงานของเธอให้ด้วย ลวิตาดีใจถามจริงหรือ

“ใช่สิครับ ผมเป็นคนดูแลที่ดีที่สุดในโลก คุณไม่รู้เหรอ”

“คนอะไรชมตัวเอง”

“คนหล่อไงครับ” ปวัตรแอ็กท่า ลวิตาหัวเราะคิก

ลวิตาลากกระเป๋าเข้าบ้าน จีน่ายืนกอดอกยิ้มล้อที่เพื่อนหัวเราะเสียงดัง ลวิตาอาย

“อืม ฉันชักสงสัยแล้วนะว่าแกไปตามหาความทรงจำที่เชียงคาน หรือไปฮันนีมูนกันแน่”

“ก็ต้องเป็นอย่างแรกสิ”

“เชื่อก็ได้ ว่าแต่แกจำอะไรได้บ้างล่ะ”

ลวิตาบอกว่าจำได้เยอะ จีน่ารีบดึงเพื่อนมานั่งเล่า... ในคืนนั้น ปวัตรแวะหาทรงพลที่ห้องคอนโด พอรู้ว่าเพื่อนกำลังออกแบบบ้านให้นายตำรวจเกษียณแล้วคนหนึ่ง

ก็รีบถามว่า

“ตำรวจคนนั้นมือสะอาดรึเปล่า”

“สะอาดสิวะ ท่านเป็นอดีตผู้กำกับกวาดล้างผู้มีอิทธิพลมาเยอะ โดยเฉพาะแก๊งค้ายา”

ปวัตรดีใจอยากให้ช่วยติดต่อขอพบเพื่อให้ช่วยตามหาคนคนหนึ่ง เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีทำร้ายร่างกายคนที่รู้จัก และคิดว่าคงจะก่อคดีมาไม่น้อย อาจมีข้อมูลของมันอยู่ในฐานข้อมูลอาชญากรรมของกรมตำรวจ ทรงพลเดาออกว่าต้องเกี่ยวกับลวิตา ปวัตรยอมรับแต่ยังไม่ขออธิบายมาก ทรงพลจึงรับปากจะคุยกับท่านให้

วันต่อมา ลวิตากลับเข้าบ้าน มยุราโวยวายที่โกหกว่าไปทำงาน แล้วหาว่าไปพลอดรักกับปวัตรที่เชียงคาน ลวิตาเสียใจที่แม่ไม่เคยเชื่อใจลูก พูดความจริงก็ไม่เชื่อ มยุราปรี๊ดพาลพาโล

“อ๋อ เป็นความผิดฉันงั้นสิ”

“ใช่ค่ะ”

“มันจะมากไปแล้ว ผู้ชายคนนั้นสอนให้แกก้าวร้าวฉันใช่ไหม”

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณปวัตร แม่อย่าพาดพิงเขา”

“ปกป้องกันเหลือเกิน...”

“ก็ต้องปกป้องล่ะค่ะ เขาเป็นคนเดียวที่เชื่อคำพูดของหนู อ้อ...หนูลืมบอกแม่ไปเรื่องหนึ่ง หนูเลิกกับมิคแล้วนะคะ” พูดจบลวิตาเดินจ้ำอ้าวไป

“ไม่ได้นะ! แกจะเลิกกับมิคไม่ได้นะหลิว...ยัยหลิว” มยุราตกใจมากเครียดจัดจะทำอย่างไรกับหนี้สินที่มีกับไตรภพ


ละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ตอนที่ 7 อ่านในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่นติดตามละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค 15 ธ.ค. 2561 07:30 2018-12-17T00:50:26+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ