ข่าว

วิดีโอ



ในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปณธี

กำกับการแสดงโดย: สยาม น่วมเศรษฐี

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค

ในคืนนั้นลวิตามาหาปวัตรที่คอนโด เขาตกใจที่เธอออกจากโรงพยาบาลเร็ว เธอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก แล้วเห็นว่าเขายังไม่ได้ล้างแผลก็จะช่วยทำให้ ปวัตรจับมือเธอถามมีเรื่องอะไรให้พูดมาไม่ต้องอ้างเรื่องอื่น เธอจึงทำตาเว้าวอนกุมมือเขา

“อย่าลาออกตามที่มิคบอก ฉันยังต้องการคุณ...

คุณก็รู้ว่าฉันไม่ไว้ใจใคร ฉันมีแค่คุณคนเดียวที่พูดเรื่องนั้นได้”

“ไม่ต้องห่วง ผมไม่ทิ้งคุณไปไหนแน่ เหตุผลเดียวที่ผมจะลาออกคือคุณไม่ต้องการผมแล้ว” ปวัตรสบตา

ลวิตาอย่างมีความหมาย

ลวิตาช่วยทำแผลให้ปวัตร เขามองเธอด้วยแววตาเต็มไปด้วยความรัก เผลอสูดดมผมของเธอ ลวิตาชะงักเงยหน้ามอง สองคนสบตากันด้วยหัวใจที่เต้นแรง เลือดสูบฉีดจนหน้าแดงซ่าน ปวัตรเผลอใจประคองหน้าเธอ ยื่นหน้าไปจูบปากเธอ หญิงสาวปล่อยใจไปตามความรู้สึก

พอรู้สึกตัวทั้งสองผละออกจากกันทำหน้าไม่ถูก ปวัตรรู้สึกผิดขอโทษเธอ ลวิตาตัดบทขอตัวกลับแล้วลุกเดินไป ปวัตรกลัดกลุ้มที่ทำอะไรลงไป แล้วจะมองหน้าเธอติดอย่างไร

คืนเดียวกันเอกกำลังดูรูปในโทรศัพท์เครื่องเดียวกับที่ไพรัตน์ทำหล่นตอนชนกับปวัตรที่สถานีจนจอมีรอยแตก ก่อนจะมีคนโทร.เข้ามา เขากดรับแล้วพูดว่า

“หลิวไปที่ห้องคุณ! ผมจะโอนเงินก้อนแรกให้ ส่วนคุณหาที่หลบไปสักพัก แล้วผมจะติดต่อกลับไปเอง”

ทันใดไตรภพเปิดประตูพรวดเข้ามาสีหน้าเอาเรื่อง เอกรีบตัดสายเก็บโทรศัพท์ลงลิ้นชักซึ่งในนั้นมีโทรศัพท์อีกเครื่อง ไตรภพโวยว่ารู้ว่าเป็นฝีมือเขา เอกบอกให้พูดให้ชัดเจน

“พี่จ้างนักข่าวที่ชื่อไพรัตน์ให้ทำลายชื่อเสียงผมกับหลิวใช่ไหม” ไตรภพเห็นเอกนิ่ง “มันเป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ ผมไม่เข้าใจ”

“แกไม่ต้องเข้าใจ เอาเป็นว่าทุกอย่างที่ฉันทำลงไปก็เพื่อช่วยแก พูดกันตรงๆก็คือ หลิวไม่ได้รักแกอีกแล้ว ฉันรู้ว่าแกก็รู้ แต่แกกำลังหลอกตัวเองอยู่”

“พี่กำลังบอกว่าสิ่งที่พี่ทำก็เพื่อช่วยผมกับหลิวได้ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม”

“ฉลาดขึ้นมาแล้วนี่ แกรู้จักคำนี้ไหม พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส มันคือสิ่งที่ฉันกำลังทำ แต่แกต้องยืนหยัดอยู่ข้างหลิว ไม่ว่าหลิวจะเจอเรื่องหนักหนาสาหัสแค่ไหน แล้วแกจะชนะใจผู้หญิงคนนี้ได้อีกครั้ง” เอกตบไหล่ไตรภพแรงๆก่อนจะเดินไป

วันต่อมาทรงพลมารับนรีที่บ้าน ชัยออกมามองอย่างไม่ไว้ใจ ต่อว่าเรื่องที่กชกรทำให้นรีเสื่อมเสีย ทรงพลยอมรับว่ากชกรเป็นภรรยาเก่าที่เลิกรากันไปนานแล้ว แต่เธอไม่ยอมให้ตนคบกับใครใหม่ ทั้งที่ตนไม่มีวันกลับไปคืนดีกับเธอ แต่ตนสัญญาว่าจะปกป้องนรีไม่ให้เกิดอะไรขึ้น

“ผมมีลูกสาวคนเดียว ผมรักดุจดังแก้วตาดวงใจ คุณเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม”

“ผมเข้าใจ แต่ผมอยากขอโอกาสคุณพ่อ ผมจะทำให้คุณพ่อเห็นว่าผมรักและจริงใจกับรี”

“ถ้าผมให้โอกาสคุณ แล้วลูกสาวผมต้องเป็นอะไรคุณจะรับผิดชอบไหวรึเปล่า ดูก็รู้ว่าเมียเก่าคุณไม่มีทางปล่อยคุณไปแน่ ถ้าคุณยังเคลียร์ตัวเองไม่ได้ก็อย่ามายุ่งกับลูกสาวผม”

นรีเดินเข้ามา ทั้งสองหยุดคุย นรีไหว้พ่อจะไปทำงาน ชัยมองลูกสาวอย่างสุดหวง...นรีเดินออกมาถามทรงพลว่าคุยอะไรกับพ่อ เขาตอบยิ้มๆว่าคุยเรื่องทั่วไป

พอมาถึงออฟฟิศต้องแปลกใจที่เห็นกชกรกำลังแจกขนมพนักงานจนถึงแม่บ้าน ชมพูนุชกระดี๊กระด๊าชื่นชมกชกรยกใหญ่ พอกชกรเห็นทรงพลกับนรีมาก็วางขนมให้ตรงหน้า ทรงพลไม่สนใจบอกว่าไม่ไว้ใจที่จะกิน กชกรทำหน้าไม่พอใจหยิบขนมมากินให้ดูว่าไม่ได้ใส่ยา นรีรีบขอบคุณและตำหนิทรงพลไม่ควรพูดแบบนั้น ทรงพลไล่พนักงานให้กลับไปทำงาน

กชกรจ้ำเดินกลับออกมา นรีตามมาขอโทษแทนทรงพล กชกรปัดไม่ต้องมาทำดีเพราะที่ผ่านมาตนทำไม่ดีไว้เยอะ นรีอ่อนใจรู้สึกสงสารเธอไม่น้อย...กลับ

เข้ามาพูดกับทรงพลไม่ให้ทำร้ายจิตใจกชกรอีก แต่เขากลับโต้ว่า

“พี่รู้จักนิสัยเขา เขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น พี่ไม่เชื่อว่ากชจะทำใจยอมรับเรื่องพี่กับรีง่ายๆ รีอย่าไปหลงกลเด็ดขาด”

“แล้วถ้าเกิดครั้งนี้ เขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆล่ะคะ”

“ไม่มีทาง เชื่อที่พี่พูดเถอะนะครับ” ทรงพลย้ำให้นรีเชื่อเขา

ooooooo

จีน่าพยายามค้นหาเว็บที่มีตัวเอสเป็นโลโก้ พบว่าเป็นเว็บข่าวทั่วไปที่ไม่มีความเคลื่อนไหวมาสองเดือนแล้ว ลวิตาข้องใจว่าตัวเอสย่อมาจากอะไร จีน่ากดไปที่ประวัติของเว็บ ภาพสมมาตรเด้งขึ้นมา เคยทำงานหนังสือพิมพ์นิวส์เดย์ ลวิตาพยายามคิดว่าเคยเห็นคนนี้ที่ไหน

ลวิตาตัดสินใจโทร.ไปที่สำนักพิมพ์ พนักงานบอกว่าสมมาตรลาออกไปนานแล้ว กลับบ้านต่างจังหวัดแต่ไม่รู้ว่าที่ไหน...แต่พอวางสายพนักงานคนนี้ก็รีบโทร.ไปรายงานกับคนคนหนึ่ง

“สวัสดีครับท่าน มีคนโทร.ถามหาพี่สมมาตรตามที่ท่านบอก ผมบอกเขาตามที่ท่านสั่งทุกอย่างเลยครับ ครับๆ” พอวางสาย ท่านที่พนักงานคุยด้วยเข่นเขี้ยว

“นังลวิตา แกมันดื้อด้านจนฉันเริ่มใกล้หมดความอดทนกับแกแล้ว”...

เย็นวันงานรับรางวัล ปวัตรในชุดสูทอย่างเท่มารับลวิตาที่บ้าน มยุราเห็นแล้วแอบตะลึง แต่ก็เหน็บแนมว่าลืมไปหรือเปล่า งานนี้เป็นงานรับรางวัลคู่รักยอดนิยมแห่งปีระหว่างลวิตากับไตรภพไม่ใช่เขา และว่าแต่งตัวไม่ไว้หน้าเจ้านาย ปวัตรก้มมองตัวเองตอบกวนๆว่า

“นี่ผมแต่งตัวธรรมดานะครับ ไม่คิดว่าจะหล่ออะไรเลย ขอบคุณที่ชมนะครับ”

“ฉันไม่ได้ชม ฉันประชด แค่นี้ฟังไม่ออกรึไง” มยุราโวย

“ผมเป็นคนไม่คิดอะไรซับซ้อนน่ะครับ ใครพูดยังไงผมก็ไม่เชื่อ”

มยุราค้อนขวับ ไม่นานลวิตาเดินเข้ามา ปวัตรหันมองตะลึงในชุดราตรีรัดรูปเซ็กซี่เบาๆของเธอ ลวิตาเองก็มองปวัตรไม่วางตา มยุราหมั่นไส้เดินมาขวางหน้าแล้วติงลูกสาว

“ยัยหลิว แม่ว่าลูกหาผ้ามาคลุมหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ แม่ว่ามันโป๊เกินไป ระวังจะเป็นอาหารตาของพวกชีกอ” มยุราปรายตาไปทางปวัตร

ลวิตาย้อนว่าชุดนี้แม่เป็นคนเลือกให้ตนเอง ตนเห็นว่าไม่โป๊ตรงไหนแล้วถามความเห็นปวัตร เขารับคำ มยุราเอ็ด ถามผู้ชายใครจะบอกว่าโป๊ ลวิตาตัดบทต้องรีบไปอ้างรถจะติด

ปวัตรเดินนำมาเปิดประตูหลังให้ลวิตา แต่เธอกลับเดินไปขึ้นนั่งข้างคนขับ แล้วเร่งให้เขารีบไปก่อนที่แม่จะออกมาเห็น

ในขณะที่ไตรภพแต่งตัวเสร็จกำลังจะออกจากห้องคอนโด เพื่อนคนหนึ่งเคาะประตูเปิดเข้ามาท่าทางเมาเต็มที่ ชวนให้เขาดื่มด้วยกัน ไตรภพขอตัวต้องรีบไปงาน เพื่อนไม่ยอม ให้ดื่มแก้วนึงถึงยอมให้ไป แต่แล้วเพื่อนกลับแอบใส่ยาไอซ์ลงไปด้วย ไตรภพดื่มพรวดแล้วรีบออกไป

ooooooo

มยุราไม่ได้ไปงานกับลวิตาเพราะมีธุระมาพบเสี่ยมนูญ เธอขอยืมเงินห้าล้านจากเขา แต่มนูญบอกว่าเป็นการฝากเงินไว้กับเธอ มยุรายิ้มปลื้มรับรองว่าเงินก้อนนี้จะไม่สูญเปล่า และขอร้องไม่ให้เขาบอกลูกสาว มนูญแย็บว่าเราไม่ใช่คนอื่น ไม่นานก็จะดองเป็นครอบครัวเดียวกัน

บรรยากาศพรมแดงที่หน้าสตูดิโอจัดงาน ดาราเดินตบเท้าเข้างานและหยุดโพสให้นักข่าวถ่ายรูป...

ลวิตาเดินมากับปวัตร เขาเดินช้าลงเพื่อให้เธอเดินนำหน้าไม่ให้เป็นข่าวอีก ลวิตาไม่ค่อยเห็นด้วย พอก้าวเดินต่อแสงแฟลชวูบเข้าตา เธอชะงักข้อเท้าพลิกจะล้ม ปวัตรพุ่งเข้าโอบเอวเธอไว้ เธอกระซิบบอกเขาว่าเจ็บข้อเท้า เขาจึงต้องโอบเอวเธอเดินต่อ นักข่าวถ่ายรูปกันพึ่บพั่บ

เอกอยู่ในงานเห็นภาพปวัตรกับลวิตาบนจอก็ตกใจรีบกดโทรศัพท์หาไตรภพว่าอยู่ไหน ทำไมไม่มาพร้อมลวิตา ไตรภพขับรถมาด้วยอาการเมา เหงื่อแตกเต็มหน้า บอกว่าใกล้จะถึงงานแล้ว...เอกต้องออกมาหาปวัตรกับลวิตาแล้วต่อว่าคิดจะทำอะไร ลวิตาออกรับแทนว่า

“หลิวข้อเท้าพลิกเดินไม่ไหว คุณปวัตรก็เลยช่วยค่ะ”

“ช่วยทำให้เรื่องมันแย่ลงไปอีกน่ะสิ แทนที่เธอจะเดินเข้างานมากับมิค แต่กลับเป็นคนอื่น ป่านนี้นักข่าวเม้าท์กันสนุกปากแล้ว”

ปวัตรขอรับผิดเอง เอกสวนว่าเขาผิดแน่ไว้ค่อยสะสาง แล้วบ่นทำไมไตรภพยังไม่มา ปวัตรอาสาออกไปดูให้...ไตรภพเข้างานมาตรงไปห้องน้ำ ล้างหน้าดับอาการเมาของตัวเอง พอเดินออกมาปวัตรเห็นเข้าไปเตือนว่าใกล้เวลางานเริ่มแล้ว ไตรภพถามทำไมยังไม่ลาออก

“คุณเห็นผมก็แสดงว่าผมยังไม่ได้ลาออกไปไหน รีบเข้าไปในงานได้แล้ว” ปวัตรจับแขนไตรภพ เขาสะบัดออกอย่างแรงเดินเอง ปวัตรเห็นท่าทางทักว่าเขาเมา ไตรภพปฏิเสธรีบเดินหนี

ภายในงานปวัตรกับเอกนั่งข้างหลังไตรภพกับลวิตา ปวัตรจ้องมองอาการของไตรภพที่ดูลุกลี้ลุกลนนั่งไม่เป็นสุข จนพิธีกรประกาศรางวัลคู่จิ้นยอดนิยมเป็นชื่อไตรภพกับลวิตา ผู้คนปรบมือเพราะเป็นไปตามคาด ลวิตาลุกเดินนำ ไตรภพยังนั่งอยู่ เอกสะกิดให้ลุกเขาจึงลุกขึ้นแล้วทรงตัวไม่อยู่ มือกระชากผ้าซีทรูของลวิตาหลุด เธอตะปบช่วงอกไว้ได้ทัน ทุกคนแตกตื่น นักข่าวรุมถ่ายรูป ปวัตรกระโดดข้ามเก้าอี้ ถอดสูทคลุมให้ลวิตาทันทีแล้วยกมือห้ามถ่ายรูป

ไตรภพล้มกระแทกเก้าอี้ยังมึนงง ปวัตรพาลวิตาเดินออก เอกดึงไตรภพขึ้นกระซิบถามว่าเขาเทกยามาหรือ ไตรภพเกิดอาการหลอนเห็นปวัตรยิ้มเยาะก็โมโหวิ่งตามไปกระชากไหล่จะชก

“คิดจะแย่งหลิวไปจากฉันเหรอวะ ฝันไปเถอะว่าแกจะทำสำเร็จ...หัวเราะทำไม ฉันถามว่าแกหัวเราะฉันทำไม” ปวัตรหลบหมัดไตรภพแล้วสวนกลับโดนเต็มหน้าทำให้ไตรภพหมดสตินักข่าวถ่ายรูปยกใหญ่ ปวัตรกับคนอื่นๆงงว่าไตรภพเป็นอะไร...

เอกพาไตรภพกลับคอนโด เอาผ้าชุบน้ำโยนให้เช็ดหน้า บ่นว่าเมื่อไหร่จะเลิกหาเรื่อง รู้ว่าออกงานแล้วยังเทกยา ไตรภพปฏิเสธไม่ได้ทำโดนเพื่อนแกล้งทำลายชื่อเสียง เอกให้ไปจัดการเพื่อนคนนั้น เขาหวาดหวั่นจะแก้ข่าวอย่างไร เอกบอกว่ามีวิธี กำชับเขาอย่าให้เกิดเรื่องอีกก็พอ

ooooooo

ลวิตาถึงบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้า มยุรายังไม่กลับ ลวิตาขอบคุณปวัตรที่ช่วยไม่ให้ตนขายหน้ามากไปกว่านี้ ปวัตรปลอบใจด้วยการลูบหัวเธอบอก ขวัญเอ๋ยขวัญมา ลวิตาขำพรวดออกมา

“ทำไมปลอบได้แก่แบบนี้ล่ะคะ”

“แก่เหรอครับ เวลาผมตกใจแม่จะพูดแบบนี้ทุกครั้ง แล้วผมก็จะหาย”

ลวิตามองปวัตรรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก ทันใดเสียงท้องเธอร้องดัง ปวัตรมองเธอขำๆ เธอบอกยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่กลางวัน เขาจึงทำอาหารให้กินเป็นการปลอบขวัญ

ผ่านเวลาไปไม่นาน ปวัตรต้มบะหมี่สำเร็จรูปและดาวไข่วางโปะมาให้ เธอมองทำนองไม่มีอะไรดีกว่านี้หรือ เขาบอกว่าในครัวเธอมีบะหมี่แค่ห่อเดียว ลวิตาจึงชวนให้กินด้วยกัน...ทั้งสองนั่งกินบะหมี่ชามเดียวกัน หน้าแทบจะชิดกัน จนคีบบะหมี่กินเส้นเดียวกัน ทั้งสองสบตากันอึ้งๆ ลวิตาชิงเอาตะเกียบตัดเส้นก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านี้

ลวิตาเดินออกมาส่งปวัตรหน้าบ้าน เธอขอบคุณเขาอีกครั้ง ปวัตรขอเปลี่ยนคำขอบคุณเป็นอย่างอื่น คิดได้แล้วจะบอก...มยุรากลับมาถึงตรงเข้าด่าว่าปวัตร

“คุณดูแลลูกสาวฉันยังไง ถึงปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้น ข่าวในเน็ตแชร์กันให้ว่อน นี่ตาเอกก็ให้คนไล่ลบคลิปอยู่...มันเป็นความผิดของคุณคนเดียว ฉันไม่น่าใจอ่อนยอมให้ยัยหลิวจ้างคุณมาเป็นคนดูแลเลย คิดผิดจริงๆ”

ปวัตรขอโทษ ลวิตาแทรกว่าเขาไม่ผิด คนผิดคือไตรภพ ถ้าไม่ได้ปวัตรช่วย ตนคงเป็นข่าวดังไปแล้ว มยุราโกรธหาว่าลูกสาวปกป้องปวัตร ลวิตายอมรับ

“ใช่ค่ะ หนูต้องปกป้องคุณปวัตร เพราะคุณปวัตรทำเพื่อหนูมากมาย”

“เขาคนเดียวที่ไหนที่ทำเพื่อแก ฉันก็ทำเพื่อแกเหมือนกัน”

“เราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะค่ะแม่ แม่ก็รู้ว่าแม่ทำเพื่อใคร”

มยุราทั้งโกรธและเสียใจ ปวัตรไม่สบายใจที่ทั้งสองทะเลาะกัน ลวิตาหันมาดึงปวัตรจะออกไปด้วยกัน มยุราถามจะไปไหนก็ไม่ตอบ จึงกระชากแขน ลวิตาสะบัดโดนกระเป๋าถือแม่หล่นของกระจาย รวมทั้งเช็คเงินสดห้าล้าน มยุราหน้าถอดสี ลวิตาคว้าเช็คขึ้นมาเค้นถาม

“แม่เอาเงินนี้มาจากไหน แม่ไปยืมใครมาคะ”

“แกสั่งไม่ให้ฉันยุ่งกับแก แกก็อย่ามายุ่งกับเรื่องของฉันเหมือนกัน เอาเช็คคืนมา!”

ลวิตาไม่คืนเค้นถามว่าไปยืมเงินใครหรือกู้นอกระบบ แล้วบ่นว่าเงินที่ตนให้ทุกเดือนไม่พอหรืออย่างไร มยุราอายปวัตรให้ไปคุยในบ้าน ลวิตาไม่ไปและต้องการรู้ว่าเอาเงินใครมา

“ใช่ ฉันไปยืมเงินคนอื่นมา เพราะเงินที่แกให้ฉัน ฉันเอาไปลงทุนเล่นหุ้นจนหมดตัว ได้ยินชัดแล้วนะ”

“ค่ะได้ยินชัดแล้ว แต่เหลืออีกหนึ่งคำถามที่แม่ยังไม่ได้ตอบ แม่ยืมเงินใครมา”

มยุราโพล่งออกมาว่ายืมเสี่ยมนูญ ลวิตาอึ้งไม่คิดว่าแม่จะกล้า มยุราไม่แคร์เพราะอีกไม่นานเขาก็ต้องเป็นพ่อผัวเธอ ลวิตาเหลือบมองปวัตรก่อนจะตอบโต้แม่ว่า ตนอาจไม่แต่งกับไตรภพ มยุราโกรธจะดึงเช็คจากมือลูก ลวิตาไม่ให้จะเอาไปคืน เกิดการยื้อแย่งกันจนเช็คขาด


มยุราตกตะลึงโกรธมากพุ่งเข้าตบตีลวิตายกใหญ่ ปวัตรต้องเข้าขวางขอร้องว่าลวิตาเจ็บมากพอแล้ว มยุราน้ำตาไหลลำเลิกบุญคุณทันที

“คุณคิดว่ามันเจ็บคนเดียวแล้วฉันไม่เจ็บรึไง...ตั้งแต่เล็กฉันต้องเลี้ยงมันคนเดียว ฉันทำงานทุกอย่างเพื่อส่งเสียให้มันเรียนสูงๆเพราะอยากให้มันมีอนาคตที่ดี แต่มันไม่เคยรู้หรอกว่าฉันต้องอดทนมากแค่ไหน กับสายตาผู้คนที่มองฉันอย่างดูถูก แกคิดว่าฉันเห็นแก่ตัวแล้วแกล่ะ...แกเองมันก็เห็นแก่ตัวเหมือนกัน แกทำทุกอย่างตามอำเภอใจโดยไม่คิดถึงคนที่อยู่รอบตัวแก ว่าเขาจะลำบากมากแค่ไหน”

ลวิตาน้ำตาไหลพรากสวน “ที่หนูเป็นแบบนี้ก็เพราะแม่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา หนูต้องฝืนทำในสิ่งที่ไม่อยากทำเพื่อให้แม่กับคนอื่นมีความสุข เพื่อให้แม่มีเงิน แม่เคยถามหนูสักครั้งไหมว่าหนูอยากทำรึเปล่า ไม่เลย แม่ไม่เคยถาม สิ่งที่แม่พูดเป็นประจำก็คือ แกต้องทำตามที่ฉันสั่ง เพราะฉันเป็นแม่ของแก...”

“แกจะทวงบุญคุณฉันเหรอ!” มยุราเสียงกร้าว

“หนูไม่กล้าทวงหรอกค่ะ เพราะรู้ว่าทวงไปแม่ก็คงไม่ได้สำนึก”

“แกหมายความว่ายังไง!”

“หนูรู้ว่าคนอย่างแม่ซื้อได้ด้วยเงินเท่านั้น”

“ลวิตา! มันจะมากเกินไปแล้ว” มยุราปรี๊ดแตก

“มันมากไปตรงไหนหรือคะ ในเมื่อหนูพูดความจริง หรือแม่จะปฏิเสธ” มยุราพูดไม่ออก “บางครั้งหนูก็คิดว่าทำไมตอนที่หนูตกลงมาจากระเบียง หนูถึงไม่ตายๆไปซะ เพราะถ้าหนูตาย มันคงจะทำให้แม่ได้เรียนรู้ว่าเงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต” ลวิตาน้ำตานองหน้ามยุราจุกอยู่ในอกพูดไม่ออก มองลูกสาวเดินออกไปกับปวัตร แล้วทรุดลงร้องไห้โฮ

ooooooo

ปวัตรพาลวิตามาที่คอนโด ชงชาร้อนให้เธอดื่มสงบจิตใจ แล้วถึงบอกให้เธอกลับไปปรับความเข้าใจกับแม่ แต่เธอยังไม่อยากกลับบ้าน ขอค้างที่นี่คืนหนึ่ง ปวัตรอึกอัก ลวิตาเข้าใจจะออกไปเช่าโรงแรมอยู่ ปวัตรจับแขนเธอไว้ หญิงสาวทำหน้าอยากร้องไห้

“ฉันรู้สึกสมเพชตัวเองจริงๆ ฉันไม่สามารถคบใครเป็นเพื่อนได้เลย พอสนิทกับใครเข้าหน่อยก็ต้องมีข่าวเสียๆหายๆ ทั้งๆที่ฉันก็เป็นแค่คนธรรมดาที่ต้องการมีชีวิตปกติเหมือนคนอื่น”

ลวิตาเดินออกจากห้องตรงไปที่ลิฟต์ ปวัตรตามมาดึงเธอกลับห้องแล้วบอกว่ายังไม่ได้ปฏิเสธไม่ให้เธอพัก แล้วพูดอย่างจริงจังว่า เธอไม่ใช่ตัวปัญหาและตนก็ดูแลเธอได้ เขาทวงคำขอโทษที่เธอติดค้าง คือห้ามไม่ให้เธอไปไหน ต้องอยู่กับเขาที่ห้อง

ปวัตรให้ลวิตานอนในห้อง เขานอนที่โซฟา... กลางดึกลวิตาย่องออกมาหาของกิน ปวัตรเห็นเงาแว่บๆ ก็เข้าใจว่าเป็นคนร้าย พุ่งเข้าจับข้อมือเธอบิดจนเธอร้องลั่นถึงรู้ว่าเป็นเธอ...ปวัตรต้องหายามานวดข้อมือให้ลวิตา เกิดการเย้าแหย่ไล่ตีกัน ลวิตารู้สึกว่าตัวเองจะเสียเปรียบก็แกล้งยื่นหน้าท้าทายเขา พอเขาตกใจเธอก็กัดใบหูเขาแล้ววิ่งหนีเข้าห้องนอนปิดประตูล็อก

รุ่งเช้าปวัตรตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้า แต่ลวิตาไม่กินเพราะให้จีน่ามารับบนห้องเพื่อไม่ให้เป็นข่าวกับปวัตร จีน่าอดแซวเพื่อนรักไม่ได้ พอสองสาวกลับไป เอกโทร.มาให้ปวัตรไปพบ

พอปวัตรมาถึงออฟฟิศของเอก พนักงานพาไปห้องประชุม ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไปก็ต้องตกใจ เพราะมีนักข่าวเต็มห้องแสงแฟลชวูบวาบ ไตรภพเข้ามาจับมือปวัตรสีหน้าสำนึกผิด ขอโทษที่ทำรุนแรงเมื่อคืน โดยอ้างว่ากินยาคลายเครียด มันเป็นผลข้างเคียงของยา ไตรภพถึงกับยกมือไหว้น้ำเสียงสะอื้น ปวัตรงงพยายามจับต้นชนปลายว่าเรื่องอะไร เออออไปว่าไม่ได้โกรธ นักข่าวถ่ายภาพทั้งสองจับมือกัน เอกมีสีหน้าพอใจมาก

ภาพข่าวไตรภพขอโทษปวัตรปรากฏหน้าจอทีวี ลวิตากับจีน่าเห็นข่าว รู้ว่าเป็นฝีมือสร้างภาพของเอกแน่... ในขณะที่นักข่าวกลับไปหมด เอกก็ขอโทษปวัตรที่ไม่ได้บอกเขาล่วงหน้า ปวัตรเหน็บว่าไตรภพแสดงละครได้เก่งมากจนตนเกือบเชื่อว่าสำนึกผิดจริง ไตรภพถือโอกาสยิงคำถามว่าปวัตรรักลวิตาหรือเปล่า ปวัตรอึ้งนึกถึง

คำพูดของลวิตาที่พูดกับไตรภพว่า ประชาชนคงอยากให้เรารักกันตลอดไป ประกอบกับคำเตือนของทรงพลและคำเหยียดหยามของมยุรา

“เรื่องระหว่างผมกับคุณลวิตาไม่มีทางเป็นไปได้หรอกครับ คุณลวิตาเธออยู่สูงเกินกว่าที่ผมจะขึ้นไปหาได้” ไตรภพโล่งใจและขอบคุณ “ไม่ต้องขอบคุณ ไม่มีใครอยากสูญเสียคนที่รักไปหรอก...ถ้าไม่จำเป็น”

“ผมจะทำให้คุณเห็นว่าผมปกป้องหลิวได้ไม่น้อยไปกว่าคุณ”

“ถ้าคุณทำได้อย่างที่พูด มันก็เป็นเรื่องที่ดี คุณลวิตาเธอต้องการใครซักคนให้พึ่งพาได้ และคนคนนั้นก็ควรจะเป็นคุณ” ปวัตรพูดอย่างจริงจัง

ooooooo

นรีออกไปทานกลางวันกับเพื่อนที่ทำงานเจอกชกรทำท่าจะเป็นลมก็เข้าช่วยเหลือ จะพาไปหาหมอแต่กชกรไม่ยอมไป นรีรู้สึกว่าเธอมีอะไรปิดบัง พอกลับเข้าออฟฟิศก็เล่าให้ทรงพลฟัง เขาไม่สนใจและเตือนนรีอย่าเชื่ออะไรกชกรมาก เปลี่ยนมาคุยเรื่องเอาชนะใจพ่อนรี

“ไม่รู้ค่ะ” นรีปัด

“อ้าว ถ้ารีไม่รู้แล้วใครจะรู้”

“มีคนหนึ่งค่ะที่รู้แน่ๆเพราะเป็นลูกรักคุณพ่อ...” ทรงพลรู้ทันทีว่าหมายถึงใคร

ที่โรงเรียนดนตรี ปวัตรพยายามโทร.หาลวิตาแต่เธอไม่รับสาย เขาแปลกใจ พอดีนรีกับทรงพลมาหาเพื่อปรึกษาวิธีเอาชนะใจชัย ปวัตรยิ้มที่เห็นทั้งสองรักกันดี จึงบอกว่าตนมีแผน

เย็นวันนั้น ปวัตรพาทรงพลมาทานข้าวเย็นที่บ้าน วิภาทำอาหารต้อนรับมากมาย ชัยหน้าบึ้งหวงลูกสาว แกล้งทรงพลไม่ให้ตักกับข้าวได้ พอเขานั่งนิ่งก็เหน็บว่ากินไม่ลงก็กลับไป

“เขากินไม่ลงก็เพราะคุณนั่นแหละแกล้งตาพลอยู่ได้ พลไม่ต้องไปสนใจคนแก่วัยทอง” วิภาหมั่นไส้ตักอาหารทุกอย่างให้ทรงพลจนพูนจาน ชัยขอให้ตักให้บ้าง เธอกลับบอกว่า “มีมือก็ตักเองสิ” แถมสะบัดหน้าใส่ ชัยเหวอ ทรงพล ปวัตรและนรีแอบขำแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าว

พอทรงพลกลับไป ชัยก็บ่นว่าไม่ชอบคนนี้ วิภารู้ใจสามีเหน็บว่าเขาไม่ชอบผู้ชายทุกคนที่มาใกล้

นรี ชัยยอมรับว่าหวงลูกสาว วิภาประชดว่านรีจะต้องอยู่กับพ่อจนพ่อตายหรือ ชัยโวย

“อ้าวแม่ ทำไมแช่งกันแบบนี้”

“แช่งที่ไหน เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา คุณกำลังเห็นแก่ตัวอยู่รึเปล่า ถ้าหากเราสองคนไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้วยัยรีจะอยู่กับใคร”

ชัยโบ้ยให้อยู่กับปวัตร วิภาบอกต่อไปปวัตรก็ต้องมีครอบครัว ถ้าเขารักลูกจริงต้องปล่อยให้ลูกได้เลือกทางเดินของตัวเอง นั่นแหละถึงเรียกว่าความรัก ชัยคิดตามอย่างลังเล

คืนเดียวกัน มยุราพยายามโทร.หาลวิตาแต่เธอไม่รับสาย ก็รู้สึกร้อนใจ ตัดสินใจโทร.ถามจีน่าว่าลวิตาอยู่ไหน จีน่าแปลกใจเพราะลวิตาออกจากบ้านตนไปตั้งแต่กลางวัน ทั้งสองเริ่มกังวล จีน่าให้มยุราใจเย็นจะพยายามตามหาให้ แล้วเธอก็โทร.ถามปวัตร เขาตกใจรีบถามว่าลวิตาชอบไปที่ไหนบ้าง...ไตรภพพอรู้จากเอกว่าลวิตาหายไปก็อาสาจะตามเธอกลับมาเอง

ooooooo

ค่ำนั้น ลวิตาขับรถมาตามถนน สายตาเหม่อมองไปด้านหน้า นึกถึงเมื่อครู่ที่ได้ยินปวัตรพูดกับไตรภพที่ออฟฟิศเอก ว่าเรื่องระหว่างเขากับเธอไม่มีทางเป็นไปได้ เธออยู่สูงเกินไป เธอต้องการใครสักคนให้พึ่งพาและคนคนนั้นควรจะเป็นไตรภพ...

ลวิตาได้ยินแล้วเสียใจระคนน้อยใจ

“คุณรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่คุณปวัตร” ลวิตาสับสนว้าวุ่นใจ ทันใดรถแล่นทับตะปูเรือใบจนยางระเบิด ลวิตาตกใจประคองรถเข้าจอดข้างทางได้อย่างปลอดภัยมีมอเตอร์ไซค์พลเมืองดีผ่านมาช่วยเปลี่ยนยางให้ แต่แล้วเขากลับกลายเป็นคนร้ายใช้ปืนขู่เธอและขับรถพาเธอไป พอดีไตรภพโทร.เข้ามา เธอรีบกดรับสายแต่คนร้ายเห็นชิงเอาโทรศัพท์ไป แล้วจอดรถในซอยเปลี่ยวไล่ให้เธอลงจากรถ คนร้ายยืนจ่อปืนตรงหน้าเธอ ลวิตาขอถาม

“ก่อนที่จะฆ่าฉัน ช่วยบอกฉันมาทีว่าใครส่งแกมา และเขาต้องการฆ่าฉันทำไม”

“ลองคิดดูให้ดีว่าคุณไปมีเรื่องกับใครก็คนนั้นแหละ ที่ต้องการให้คุณหายไปจากโลกนี้”

ลวิตาคิดแล้วนึกได้ว่าต้องเป็นไพรัตน์ คนร้ายขึ้นไกปืนบอกให้เธอเตรียมตัวตาย ทันใดมีแสงไฟรถพุ่งมาพร้อมบีบแตรดังสนั่น พอจอดรถ ไตรภพลงมาคนร้ายขู่ถ้าเข้ามาจะทำร้ายลวิตา ไตรภพไม่รอช้า พุ่งเข้าต่อสู้กับคนร้ายจนตัวเองถูกยิงเข้าที่สีข้างแล้วยังต่อสู้จนคนร้ายหนีไป ลวิตาตกใจมากเห็นอดีตคนรักทรุดลง เผอิญเอกโทร.เข้ามาที่เครื่องไตรภพ ลวิตารีบกดรับสาย...

ด้านปวัตรไปตามหาลวิตาตามจุดที่จีน่าบอกทุกแห่งแต่ไม่พบ พอดีลวิตาโทร.มาบอกเรื่องไตรภพ จีน่ากับปวัตรตกใจมากรีบตามไปที่โรงพยาบาล...มาถึงปวัตรเจอมยุราตบหน้าและด่าว่าไม่ดูแลลวิตาจนเกิดเรื่อง จีน่าช่วยปกป้องปวัตร แต่ปวัตรกลับยอมรับผิด มยุราได้ที

“รู้ตัวก็ดีแล้ว ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณน่าจะลาออก ไปได้แล้ว”

“ได้ครับ ผมจะลาออก...ถ้าอย่างนั้นคุณมยุราก็คืนมัดจำคอนโดที่ผมจ่ายล่วงหน้าไปหนึ่งปีมาก่อนสิครับ”

มยุราแทบสำลักโวยว่าไม่เกี่ยวกัน ปวัตรบอกมันเกี่ยวกันเพราะตนออกจากงานขาดรายได้ต้องการเงินคืน มยุราไม่ยอมถือว่าถ้าเขาผิดสัญญามีสิทธิ์ยึดเงินและมีสิทธิ์ฟ้อง ปวัตรโต้ว่าตนก็จะฟ้องกลับข้อหาที่พยายามบีบบังคับให้ออกจากงานอย่างไม่ชอบธรรม มยุราถามหาหลักฐาน จีน่ายื่นมือมาช่วยเป็นพยาน มยุราโกรธหาว่ารวมหัวกันเล่นงานตน ปวัตรตอกกลับ

“คุณเป็นฝ่ายเริ่มก่อน อย่านึกว่าผมโง่ดูไม่ออก ว่าคุณกับคุณเอกหาทางที่จะให้ผมออกจากการเป็นคนดูแลคุณลวิตา”

มยุราเถียงไม่ออก ระหว่างนั้นลวิตาเดินมากับเอก ทุกคนหันไปถามอาการไตรภพ ลวิตาบอกว่าเขาออกจากห้องผ่าตัดแล้ว กระสุนไม่โดนจุดสำคัญ ทุกคนโล่งอก ปวัตรมองลวิตาอย่างห่วงใย มยุรากังวลว่าเรื่องนี้จะเป็นข่าว เอกจึงบอกว่าเจ้าของโรงพยาบาลนี้เป็นเพื่อนกับพ่อตน ฉะนั้นมีคนไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ เอกให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนตนจะดูแลไตรภพเอง

ลวิตายังหวาดผวาไม่ได้สนใจปวัตรจนเขารู้สึกสงสัย จีน่าปลอบเขาว่า เพื่อนตนคงเหนื่อยมาก

ooooooo

กลับถึงบ้าน มยุราซักถามลวิตาว่ามันเกิดเรื่องอะไรทำไมไตรภพถึงถูกยิง หญิงสาวไม่ได้ตอบ กลับร้องไห้สะอึกสะอื้นโผกอดแม่พร่ำรำพันออกมาว่า

“หนูมันโง่ค่ะแม่ ที่คิดว่ามิคเป็นคนไม่ดี คิดว่ามิคไม่จริงใจกับหนู จนกระทั่งวันนี้ หนูถึงได้รู้ว่าหนูมองมิคผิดมาตลอด มิคเขารักหนูจริงๆค่ะแม่ เขาไม่กลัวตายเพื่อมาช่วยหนูเอาไว้”

มยุรากอดปลอบลูกสาวจนเธอสงบลง ทำข้าวต้มมาให้กิน ลวิตารู้สึกผิดที่ก่อนหน้านี้พูดไม่ดีกับแม่ เธอร้องไห้ขอโทษ มยุราสะท้านใจขอโทษลูกเช่นกัน สองแม่ลูกเคลียร์ใจต่อกัน

ค่ำคืนนั้น มยุราโทร.บอกเอกว่าเป็นไปอย่างที่เราคิดไว้จริงๆ ลวิตารู้สึกผิดต่อไตรภพมาก เอกยิ้มย่องว่าแผนนี้จะต้องสำเร็จ เมื่อไตรภพทำให้ลวิตาเห็นว่ารักเธอมากแค่ไหน ก็จะเขี่ยปวัตรออกไปได้ง่าย มยุรายิ้มหน้าบาน

เอกวางสายหันมาคุยกับไตรภพที่นอนชิลอยู่บนเตียง ไม่ได้มีอาการของคนถูกยิง “แกนี่มันร้ายกาจกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ สร้างละครฉากใหญ่ ทำเอาหลิวเชื่อสนิทไม่สงสัยแม้แต่น้อย”

ก่อนหน้านี้เอกให้เงินปิดปากทีมงานที่มาติดเอฟเฟกต์ให้ไตรภพ แล้วถามไตรภพว่ามั่นใจได้อย่างไรว่าเกิดเรื่องแล้วลวิตาจะโทร.มาขอให้ช่วย ไตรภพบอกแผนการว่า เอกจะต้องเป็นคนโทร.บอกตน โดยตนจะส่งข้อความมาให้เมื่อเป็นไปตามแผน

ไตรภพเป็นคนว่าจ้างคนร้ายให้ตามลวิตา โรยตะปูเรือใบแล้วทำทีเป็นพลเมืองดีเข้าไปช่วยก่อนจะกลายเป็นคนร้าย แล้วเขาจะโทร.เข้าหาลวิตาตอนเธออยู่กับคนร้าย...เอกพอใจกับแผนการของไตรภพมาก เขากลับบอกว่าเพราะพี่สอนไว้เยอะ แค่ทำตามคำแนะนำของพี่

“ตอนแรกที่แกบอกว่าแกชอบหลิว ฉันยังไม่แน่ใจว่าแกจะจริงจัง แต่เห็นแกทำขนาดนี้ ฉันมั่นใจแล้วว่าแกรักหลิวจริงๆ”

“ใช่ครับ ผมรักหลิว รักจนทนเห็นหลิวไปเป็นของคนอื่นไม่ได้ หลิวต้องเป็นผู้หญิงของผมคนเดียวเท่านั้น” แววตาไตรภพกร้าวขึ้น

“แล้วเรื่องคุณปวัตรแกจะทำยังไง เพราะดูท่าว่าเขาจะไม่ปล่อยหลิวไปง่ายๆ”

ไตรภพมองเอกด้วยสีหน้ามีแผนการไว้แล้ว

ooooooo

เช้าวันใหม่ ทรงพลมารับนรีที่บ้าน วิภาชวนให้ทานข้าวเช้าก่อน ทรงพลรู้สึกหวาดหวั่น นั่งนิ่งไม่กล้ากิน ชัยนั่งอยู่ตรงข้ามทุบโต๊ะปัง! ทรงพลสะดุ้งโหยง วิภาเอ็ดที่ทำให้ตกใจ ชัยบอกว่า

“กะอีแค่กินข้าวต่อหน้าผม คุณยังไม่กล้า แล้วจะให้ผมไว้ใจคุณให้ปกป้องลูกสาวผมได้ยังไง” ทรงพลชะงักหมายความว่าอย่างไร ชัยโวย “เป็นถึงสถาปนิก แต่ทำไมถึงได้บื้อแบบนี้ห๊ะ”

“คุณพ่อเขาอนุญาตให้เรากับยัยรีคบกันแล้วจ้ะ” วิภาบอกทรงพล

แต่ชัยยังมีข้อแม้ “ผมจะมีช่วงทดลองคบสามเดือน ถ้าภายในสามเดือนนี้คุณทำไม่ได้ คุณต้องเลิกคบกับลูกสาวผม ตกลงไหม”

ทรงพลรับคำ นรีดีใจกอดขอบคุณพ่อ...พอเดินออกมาขึ้นรถ ทรงพลเอาแต่มองหน้านรีไม่พูดจาจนเธอเขิน แล้วเขาก็เข้ากอดหอมแก้มเธอฟอดด้วยความดีใจ นรีต้องปรามและออกกฎห้ามเขาแตะต้องตัวเธอจนกว่าจะครบสามเดือน ทรงพลจำต้องยอม...

ลวิตานอนอยู่ที่บ้าน ฝันถึงอดีตตอนหวานชื่นกับไตรภพ เขามักทำเซอร์ไพรส์ให้บ่อยๆในวันเกิดเธอ ครั้งหนึ่งเขาเอากล่องกระดาษใส่ไว้ที่ท้ายรถเธอ พอเธอเปิดท้ายรถมีลูกโป่งลอยขึ้นมาพร้อมข้อความ Happy birthday ผูกติดกับกล่องที่เปิดออกมาเป็นรองเท้าคู่ที่เธอชอบ...และมีอีกครั้งที่เขาติดงานต่างจังหวัด ลวิตาจึงเดินเล่นกับจีน่าในห้างแห่งหนึ่ง จู่ๆมีเสียงประกาศเป็นเสียงไตรภพตามหาคนรักให้ไปพบที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

พอลวิตาเดินมาก็พบว่าไตรภพแต่งตัวสุดหล่อ เข้าจับมือแล้วโพสท่าให้แฟนคลับถ่ายรูป บอกเธอว่ารีบกลับจากงานเพื่อมาฉลองวันเกิดกับเธอ...ลวิตาสะดุ้งตื่น ครุ่นคิดที่จำเรื่องนี้ได้...

ในวันเดียวกัน ไตรภพเรียกปวัตรไปพบที่โรงพยาบาล เพื่อขอให้เขาไปจากชีวิตลวิตาเสียที เขาเห็นแล้วว่าตนยอมตายแทนเธอได้ ปวัตรมองอย่างไม่ไว้วางใจ ไตรภพย้ำ


“ผมรู้ว่าคุณไม่เคยเชื่อใจผม แต่ถ้าผมไม่รักหลิวจริง ผมคงหนีไปตั้งแต่หลิวเกิดเรื่อง”

“ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อใจคุณ แต่สิ่งที่คุณลวิตาแสดงออกกับคุณ มันทำให้ผมคิดแบบนั้น”

“แค่เพราะหลิวจำผมไม่ได้”

“มันไม่ใช่แค่นะครับคุณไตรภพ มันเป็นเรื่องใหญ่ คุณบอกว่าคุณกับคุณลวิตารักกัน แต่เพราะอะไรคุณลวิตาถึงจำคุณไม่ได้ซักที คุณตอบผมมาได้รึเปล่า”

ไตรภพเงียบ พอดีลวิตาเปิดประตูเข้ามา เธอชะงักที่เห็นปวัตรอยู่ด้วย ปวัตรหน้าเจื่อนเมื่อเห็นลวิตาสวมแหวนที่นิ้วนางซ้าย ลวิตาหันไปเอาใจไตรภพว่าทำโจ๊กหมูของโปรดของเขามาให้ ไตรภพดีใจที่เห็นเธอสวมแหวนหมั้น เธอยอมรับว่าจำเรื่องเขาได้แล้ว ทำให้รู้ว่าเขารักเธอมากแค่ไหน ปวัตรปวดร้าวในใจแต่แสดงความยินดีกับทั้งสอง

ลวิตายังน้อยใจปวัตรจึงประชด “ค่ะ ฉันก็แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่อยู่ดีๆฉันก็จำได้ คงเป็นเพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับฉันและมิคมีแต่เรื่องดีๆมั้งคะ”

“นั่นสินะครับ เรื่องไม่ดีใครจะอยากจำ”

“ใช่ค่ะ เรื่องไม่ดี เรื่องที่ฉันไม่มีความสุข ฉันไม่อยากจำมันให้รกสมอง”

“แต่สำหรับผม ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นแล้ว จะดีหรือไม่ดีผมก็ไม่อยากลืม ยิ่งเรื่องราวที่ผมได้ทำร่วมกับ...เพื่อน ผมจะถือว่ามันเป็นความทรงจำที่สวยงามเสมอ”

“คุณกับฉันคิดไม่เหมือนกันเลยนะคะ”

“นั่นสิครับ เราไม่เหมือนกันเลยจริงๆ ผมไม่รบกวนเวลาของพวกคุณแล้ว ขอตัวนะครับ”

ลวิตารู้สึกปวดใจมองปวัตรเดินออกไป ไตรภพเอื้อมมือไปจับมือลวิตา เธอหันมาฝืนยิ้ม ไตรภพถามย้ำว่าจำเรื่องของเราได้จริงหรือ เธอรับว่าใช่ ในขณะที่ปวัตรเดินเศร้าเสียใจสมน้ำหน้าตัวเองที่หวังสูงเกินไป

ooooooo

บ่ายวันนั้นลวิตามาพบเอกที่ออฟฟิศ เอกเห็นแหวนหมั้นที่นิ้วเธอก็ดีใจที่เธอปรับความเข้าใจกับไตรภพได้แล้ว ลวิตายิ้มรับ แต่พอเอกบอกว่าต้องเตรียมตัดชุดไปงานแต่งงาน เธอขัดว่า

“ใครบอกว่าหลิวจะแต่งงานกับมิค” เอกเหวอ “หลิวยังมีบางเรื่องที่ต้องจัดการอยู่ค่ะ”

เอกอาสาช่วยแต่ลวิตาบอกว่าเรื่องนี้ตนต้องจัดการเอง พอดีพนักงานเข้ามาบอกเอกว่าคนดูแลคนใหม่มาแล้ว ลวิตาได้ยินแปลกใจว่าใคร เอกจึงบอกว่าปวัตรโทร.มาลาออกเมื่อกลางวัน ตนจึงเรียกคนที่สมัครไว้เข้ามาสัมภาษณ์ด่วน ลวิตาหน้าเสีย...

ปวัตรรู้สึกเซ็งกลับมาบ้าน วิภาเห็นลูกซึมเศร้าก็พูดคุยปลอบใจ ปวัตรจึงบอกแม่ว่าตนลาออกจากการเป็นผู้ดูแลลวิตาแล้ว วิภาดีใจเพราะลูกจะได้ไม่ตกเป็นข่าวอีก แต่ก็สงสัยทำไมถึงลาออก เขาปัดไม่อยากเหนื่อยต้องทำงานสองอย่าง วิภารู้ว่าลูกไม่ได้พูดความจริง

“ถ้าเหนื่อยมากก็กลับมาอยู่บ้านเราไหมล่ะลูก ไม่มีที่ไหนที่จะสบายเหมือนบ้านเราหรอกนะ”...ปวัตรถึงกับน้ำตารื้นแต่กลั้นไว้

พอกลับมาคอนโด ปวัตรต้องชะงักที่เห็นลวิตานั่งรออยู่หน้าห้อง เขามีท่าทีไม่ดีใจถามเธอว่ามาทำไม ลวิตาขอเข้าไปคุยในห้องเกรงใครมาเห็น เขาเหน็บว่า

“ถ้าไม่อยากให้มีคนเห็น แล้วมาทำไม”

“ฉันมาหาคุณเพราะฉันไม่เข้าใจ ว่าทำไมคุณถึงไม่บอกฉันว่าคุณจะลาออก”

“ไม่มีความจำเป็นที่ผมต้องบอกคุณ”

“ทำไมจะไม่จำเป็น ในเมื่อคุณเคยบอกฉันว่าคุณจะไม่ทิ้งฉัน เหตุผลเดียวที่คุณจะลาออก ก็คือฉันไม่ต้องการคุณแล้ว แล้วทำไม...”

“เพราะตอนนี้คุณไตรภพดูแลคุณได้แล้ว ฉะนั้นคุณไม่ต้องมีผม” ปวัตรเสียบคีย์การ์ดเข้าห้อง ลวิตาเดินตาม เขาถามเข้ามาทำไม เธอบอกจะอยู่จนกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง เขารับว่าเขารู้แล้ว

“คุณรู้เรื่องคนเดียวน่ะสิ”

“อย่ามากวนประสาท”

“กวนตรงไหน ฉันพูดของฉันปกติ”

“ออกไปจากห้องผมได้แล้ว”

“อยากให้ฉันออกไปก็ได้ แต่คุณต้องรับปากมาก่อนว่าคุณจะไม่ลาออก” ปวัตรไม่รับปาก ลวิตาโกรธ “ฉันไม่ออกไป คุณจะมีปัญญาทำอะไรได้” ลวิตานั่งกอดอกเชิดหน้า

ปวัตรตัดสินใจเข้าอุ้มลวิตาพาเดินเข้าห้องนอน “ไหนๆก็ไม่ยอมออกไปจากห้องดีๆ งั้นเรามาหาอะไรสนุกๆทำกันหน่อยก็แล้วกัน”

ลวิตาตกใจมาก ปวัตรโยนเธอลงบนเตียง เธอจะลุกหนี เขาจับเธอไว้ขู่เมื่อกี้ยังทำปากเก่ง แล้วเขาก็กดตัวเธอลงนอน ขึ้นคร่อมตัวเธอ ยื่นหน้าเข้าใกล้เหมือนจะจูบ เธอเบือนหน้าหนี

“คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่ หลังจากวันนั้น วันที่เรา...เราจูบกัน คุณทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉัน แล้วคุณทำแบบนั้นกับฉันทำไม ตอบฉันมาสิ” ลวิตาหันหน้ากลับมามองปวัตรน้ำตารื้น เขาอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะทำไม่แยแส

“มันเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ก็แค่บรรยากาศพาไป คุณเป็นดาราดังทั้งสวยทั้งสง่า ไม่มีผู้ชายคนไหน ...ที่ไม่อยากจูบคุณหรอก ในเมื่อโอกาสมาถึง ผมก็ไม่อยากปล่อยให้มันผ่านไป”

ลวิตาเสียใจด่าว่าเขาเลว ปวัตรกวนกลับเพิ่งรู้หรือ หญิงสาวเสียใจ เข่าเข้าเป้าเขาเต็มแรงแล้วผลักเขาออกรีบวิ่งออกจากห้อง ปวัตรจุกแต่ก็มองตามเธออย่างเสียใจ

กลางดึก ลวิตาพรวดพราดมาร้องไห้กับจีน่า ที่บ้าน...รุ่งเช้าจีน่ามาหาปวัตรที่โรงเรียนดนตรี บอกเขาว่ารู้เรื่องของเขากับลวิตาหมดแล้ว แต่ตนไม่เชื่อว่า เขาจะเห็นลวิตาเป็นของเล่น

“คุณไม่เชื่อก็เรื่องของคุณ ผมต้องไปเตรียมการสอนแล้ว”

“คุณรักเพื่อนฉัน...” จีน่าโพล่งขึ้น ปวัตรหยุดกึก จีน่าพูดต่อ “คุณรักเพื่อนฉันใช่ไหมคุณปวัตร การที่คุณไม่ตอบ ฉันจะถือว่าคุณยอมรับ แค่นี้แหละที่ฉันอยากรู้” พูดจบจีน่ากลับไป

ลวิตาพาไตรภพออกจากโรงพยาบาลมาส่งบ้าน แต่ก็ตำหนิที่เขารีบออกเร็วเกินไป ไตรภพรู้สึกดีที่เธอห่วงใย ลวิตาจัดแจงหาข้าวให้เขากินเพื่อจะได้กินยา...

มีนาแอบมองพี่ทั้งสองอมยิ้ม เสี่ยมนูญมาเห็นเอ็ดลูกสาวว่าเสียมารยาทแล้วดึงลูกออกไป

เย็นวันนั้นเสี่ยมนูญทำอาหารให้ทาน ลวิตารู้สึกอึดอัดใจที่ครอบครัวไตรภพดูจะปักใจว่าตนเข้าใจกับไตรภพแล้วจะต้องแต่งงานกัน...เมื่อลวิตากลับไป เสี่ยมนูญก็บอกให้ไตรภพพักที่บ้านจนกว่าจะหายดีค่อยกลับไปอยู่คอนโด เขารับคำ ไม่ทันไรมยุราโทร.เข้ามาหาไตรภพ เขารีบบอกว่าลวิตากลับไปแล้ว มยุราอึกๆอักๆกว่าจะพูดออกมาว่า

“แม่ไม่ได้จะถามเรื่องยัยหลิว แม่มีเรื่องอยากให้เราช่วย เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าเราไม่ช่วยแม่ แม่ตายแน่” ...ไตรภพแปลกใจ

รุ่งเช้ามยุราใส่แว่นดำสวมหมวกปีกกว้างอำพรางใบหน้า เอาซองเงินมาให้เจ้าหนี้ในซอยเปลี่ยว เธอย้ำว่าได้เงินแล้วไม่ต้องโทร.มาขู่อีก เจ้าหนี้ยิ้มย่องบอกยินดีถ้าเธอจะแวะไปที่บ่อนอีก มยุราเชิดใส่...เธอมาขอบใจไตรภพที่บ้าน และชื่นชมที่ลวิตาคิดไม่ผิดที่เลือกเขาเป็นคู่ชีวิต

“แต่คุณแม่ต้องรับปากผมนะครับว่าห้ามกลับไปเล่นการพนันอีก เพราะผมไม่แน่ใจว่าครั้งหน้าผมจะช่วยคุณแม่ได้อีกรึเปล่า”

“แม่รู้ๆ แม่ไม่กล้าอีกแล้วล่ะ นี่ถ้ายัยหลิวรู้ว่าแม่เข้าบ่อน มีหวังหลิวตัดแม่ตัดลูกกับแม่แน่ๆ เราต้องห้ามบอกยัยหลิวรู้เรื่องนี้เด็ดขาด”

ไตรภพรับคำ ไม่ทันไรลวิตาเดินเข้ามา แปลกใจที่เห็นแม่ มยุราออกตัวว่าไปธุระแล้วแวะมาเยี่ยมไตรภพ ไตรภพกลัวลวิตาจะสงสัยจึงทำหวานออดอ้อนใส่

มยุราทำทีหมั่นไส้ขอตัวกลับก่อน ลวิตาถามไตรภพเรื่องตำรวจจับไพรัตน์ได้หรือยัง พระเอกหนุ่มรีบบอกว่าไม่ต้องห่วง ไม่นานก็เจอ และตอนนี้ตนให้ตำรวจคอยสอดส่องดูแลบ้านเธอแล้ว สบายใจได้

ooooooo

กชกรมาหาทรงพลที่ออฟฟิศเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขาปัดไม่สนใจและขอให้เธอกลับไป กชกรเสียใจเดินน้ำตาไหลออกจากห้องเขา นรีเดินสวนมาเห็นสภาพกชกรก็สงสาร

“คุณเล่าให้ฉันฟังได้นะคะ ถ้าคุณอยากให้ฉันช่วยอะไร ถ้าฉันช่วยได้ฉันก็จะช่วย”

กชกรครุ่นคิดสักครู่ถึงเล่า นรีแปลกใจแค่อยากต่อเติมห้องใหม่ทำไมทรงพลไม่ช่วย เข้าทางกชกรอ้างว่าไม่ไว้ใจช่างที่อื่นเพราะต้องทำให้เสร็จภายในหกเดือน นรียิ่งงง กชกรพยายามทำให้นรีอยากรู้แต่ไม่บอก แล้วทำท่าคลื่นไส้อาเจียน นรีคิดว่าไม่สบายจะพาไปหาหมอ เธอไม่ไปและขอให้นรีช่วยพูดกับทรงพลเรื่องต่อเติมห้อง ก่อนจะเดินโซเซออกไป

นรีเห็นของหล่นจากกระเป๋ากชกรก็เก็บจะเอาไปให้ แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นรูปอัลตราซาวนด์ เธอตามเอาไปให้ในห้องน้ำและถามว่าท้องกับใคร กชกรทำหน้าจะร้องไห้ ทำให้นรีมั่นใจว่าเป็นทรงพล แถมกชกรยังกำชับ

“ฉันไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบ เพราะคนที่พลรักคือเธอไม่ใช่ฉัน ฉันไม่อยากเห็นพลไม่มีความสุข ฉันจะดูแลลูกของฉันคนเดียว รับปากกับฉันว่าเธอจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ”

นรีนั่งเครียดคิดถึงคำพูดของทรงพลที่ว่า ไม่ให้ตนหลงกลกชกร แต่ด้วยความเห็นใจ พอเห็นชมพูนุชเดินเล่นโทรศัพท์ผ่าน ก็เข้าไปขอเบอร์กชกร ชมพูนุชไม่ให้จึงแย่งโทรศัพท์มากดหาเองแล้วจดเบอร์ไว้ ก่อนจะเดินแยกไป ชมพูนุชงุนงงว่ามีเรื่องอะไร...

บ่ายวันนั้นลวิตามาออกกำลังกับจีน่าที่ฟิตเนส ขณะเดินออกมาที่จอดรถ จีน่าถามถึงเรื่องปวัตร ลวิตาบอกว่าขาดกันแล้ว ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก จีน่าได้ยินน้ำเสียงเพื่อนก็รู้ว่าเสียใจ จึงปลอบว่าอย่าเพิ่งโกรธเขา เขาคงไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจเธอ ลวิตาถามรู้ได้อย่างไร

จีน่าอึ้งนึกย้อนไปตอนที่ถามปวัตรว่า “คุณรักเพื่อนฉันใช่ไหมคุณปวัตร การที่คุณไม่ตอบฉันจะถือว่าคุณยอมรับ แค่นี้แหละที่ฉันอยากรู้”

ปวัตรขอไม่ให้บอกลวิตาเพราะเธอมีไตรภพที่รักเธอมากอยู่แล้ว เขาไม่อยากทำลายความรักของใคร จีน่าสงสารที่เขายอมเป็นคนเจ็บปวดคนเดียว...จีน่าคิดหนัก เมื่อลวิตาคาดคั้นถามก็ลังเลว่าจะบอกดีหรือไม่ ไม่ทันจะตอบมีมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด ลวิตาเห็นเลขป้ายทะเบียน จำได้ว่าเป็นป้ายทะเบียนรถคนร้าย เธอรี่เข้าไปกระชากแขนคนขับถามเสียงกร้าว

“เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์อยู่ที่ไหน...ฉันถามว่าเจ้าของรถคันนี้อยู่ที่ไหน!”

คนขับสีหน้างุนงง จีน่าตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น...

ไม่นานลวิตาก็โทร.บอกไตรภพว่าเจอตัวคนร้ายแล้ว เขาตกใจมากฟังลวิตาเล่าเรื่อง

“คนร้ายขายรถให้กับคนอื่น ตอนนี้ฉันรู้ที่อยู่ของมันแล้ว ฉันกำลังจะไปหามัน ถ้าไงฝากคุณช่วยแจ้งตำรวจให้ฉันทีนะคะ”

“คุณไม่ควรไปหามันเอง มันอันตรายเกินไปยังไงรอตำรวจก่อน”

“รอไม่ได้ ฉันกลัวมันไหวตัวทันและหนีไป ยังไงฉันก็ต้องจับตัวมันมาให้ได้” ลวิตาวางสาย ไตรภพเครียดมาก ก่อนจะพยายามโทร.ออกหาใครบางคน

ลวิตารู้ว่าคนร้ายอยู่ที่อู่ซ่อมรถริมถนนแห่งหนึ่ง คนร้ายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถึงเห็นว่าแบตหมดจึงเสียบชาร์จ เห็นมิสคอลจากไตรภพหลายครั้งก็รีบโทร.กลับ แล้วต้องตกใจมากเมื่อรู้ว่าลวิตากำลังมาหา...ไม่ทันไร ลวิตามาถึง คนร้ายหันมาสบตาเธอพอดีก็รีบเดินหนี เธอวิ่งตามทันที จีน่าวิ่งตามไปด้วยแต่ไม่ค่อยทัน

คนร้ายวิ่งเร็วข้ามถนนที่เห็นว่าโล่ง ลวิตาวิ่งตามมา ทันใดนั้นเองมีรถคันหนึ่งพุ่งมาอย่างเร็ว ชนคนร้ายร่างกระเด็นไปไกล ลวิตาหยุดตะลึงมองตามรถที่ชนคนร้ายแล่นหนีไป จีน่าวิ่งมาถึงยืนช็อก ลวิตารีบบอกเพื่อนโทร.เรียกรถพยาบาล แล้วเข้าไปดูอาการคนร้าย เขาพยายามพูดบางอย่างกับเธอ

รถที่ชนคนร้ายแล่นมาจอดในซอยเปลี่ยว คนขับคือไตรภพที่นั่งเครียดมือกำพวงมาลัยแน่น สักพักก็ลงจากรถมาอาเจียนเนื่องจากความเครียดที่เพิ่งฆ่าคนตาย จากนั้นก็กลับบ้าน...

จีน่าไม่ลืมที่จะโทร.บอกปวัตรให้มาช่วยลวิตา... ขณะนั้นลวิตามาหาไตรภพที่บ้านเสี่ยมนูญ ไตรภพทำทีออกมาพบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลวิตาตบหน้าเขาฉาดก่อนจะเข่นเขี้ยวว่า

“ฉันรู้ความจริงทุกอย่างหมดแล้ว คุณโกหกฉัน คุณหลอกฉันทำไม!”

“เพราะว่าผมไม่อยากจะเสียคุณไป”

“แต่การที่คุณทำแบบนี้มันจะทำให้คุณสูญเสียฉัน...” ลวิตาถอดแหวนหมั้นปาใส่หน้า

ไตรภพพยายามพูดว่าที่ทำลงไปเพราะรักเธอ ลวิตาโวยการที่เขาจ้างคนมาทำร้ายตนไม่ได้เรียกว่ารัก เขาเริ่มฉุนหาว่าที่ต้องทำเพราะเธอมีใจให้ปวัตร ลวิตาโกรธมากกลับออกมาทันที...เธอขับรถไปร้องไห้ออกมาอย่างหนักโดยไม่รู้ว่ารถกินเลนที่สวนมา พอมีรถสวนจึงหักหลบด้วยความตกใจ รถพุ่งชนต้นไม้ข้างทางเสียงดังสนั่น

ปวัตรขับรถตามหาลวิตาด้วยความร้อนรน เห็นรถเธอชนต้นไม้อยู่ข้างทางก็ตกใจมากรีบจอดรถลงไปดู เห็นหญิงสาวฟุบหน้ากับพวงมาลัยก็รีบเปิดประตูรถเรียกลวิตาอย่างใจคอไม่ดี...เธอเงยหน้ามาเห็นเขาก็โผกอดร้องไห้โฮออกมาทันที

ooooooo


ละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ตอนที่ 6 อ่านในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่นติดตามละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค 11 ธ.ค. 2561 06:56 2018-12-14T00:04:35+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ