ข่าว

วิดีโอ



ในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปณธี

กำกับการแสดงโดย: สยาม น่วมเศรษฐี

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค

ไตรภพรู้ตัวว่าพลาดทำร้ายลวิตา จึงซื้อช่อดอกไม้มาขอโทษและเป็นการกระตุ้นให้เธอจำได้ว่า ช่อดอกไม้แบบนี้ที่เขาให้เธอวันแรกที่ทำงานร่วมกัน แล้วไตรภพก็หลอกพาลวิตามาพบจิตแพทย์เพื่อนของเขา ลวิตาไม่พอใจที่เขาหาว่าตนบ้าเห็นภาพต่างๆ ไตรภพอ้าง

“ผมก็แค่อยากชัวร์ว่าสิ่งที่คุณเห็นมันเกิดขึ้นกับคุณจริงๆ ผมกำชับเพื่อนแล้วว่าไม่ให้บอกใครว่าคุณมาปรึกษาเขา”

ระหว่างนั้นปวัตรทำกุญแจรถร่วงไปใต้ตู้ พอก้มเก็บก็พบว่ามีธัมบ์ไดรฟ์อยู่ใต้นั้น เขารีบโทร.บอกลวิตา...ไตรภพกำลังขอร้องให้ลวิตายอมพบแพทย์ พอดีปวัตรโทร.เข้ามา เธอผละจากไตรภพไปในทันที สร้างความเจ็บใจให้กับเขามากขึ้น

เมื่อลวิตามาพบปวัตรที่คอนโด ทั้งสองรีบเปิดธัมบ์ไดรฟ์ดู เห็นภาพถ่ายหลายภาพ ใต้ภาพบอกวันเดือนปี เป็นช่วงเวลาสองเดือนก่อนที่ลวิตาจะตกจากระเบียง...ปวัตรกับลวิตานั่งชิดใกล้ดูจอคอมพ์ทำให้

ทั้งสองหันมาจมูกชนกัน ต่างตะลึงอึ้งไปพักใหญ่ กว่าจะตั้งสติหันกลับไปมองจอ แล้วได้เห็นภาพลักษณะแอบถ่ายไตรภพเดินเข้าไปในตึกตึกหนึ่งค่อนข้างหรู

ปวัตรเข้าใจว่าช่วงนั้นลวิตาคงจ้างนักสืบตามดูไตรภพ ลวิตาเห็นด้วย แสดงว่าตนต้องไม่ไว้ใจเขาบางอย่าง และคิดว่าอาจเป็นเรื่องที่เขาบอกว่า ตนคิดว่าเขานอกใจ ...จากที่ดูภาพ ไตรภพไปที่นั่นบ่อยๆ ปวัตรรู้สึกคุ้นตาสถานที่แห่งนั้นมาก...

ระหว่างนั้นชมพูนุชเอาภาพแอบถ่ายทรงพลกับนรีมาให้กชกรดู และพูดบิลต์ให้เธอโกรธมากขึ้น ทรงพลโทร.เข้ามาพอดี กชกรลังเลที่จะรับเพราะกลัวว่าเขาจะบอกเลิก

เย็นวันนั้นปวัตรกำลังปิดไฟโรงเรียน พลันเขาก็นึกบางอย่างได้ ท่าทางเขาตื่นเต้นรีบเดินไปทันที...

ขณะเดียวกัน ไตรภพมาที่เพนต์เฮาส์ พนักงานทักทายด้วยความคุ้นเคย เขาเข้าลิฟต์ เอาการ์ดสีทองที่มีตัวอักษร M ออกมาแตะแผงลิฟต์บ่งบอกว่าจะไปชั้นไหน

ค่ำคืนนั้นไตรภพเมายาอยู่บนโซฟาในเพนต์เฮาส์ โทรศัพท์มือถือเขาดังขึ้น ไตรภพรับสายน้ำเสียงอ้อแอ้เต็มที่ ปลายสายต่อว่าที่เขามาที่นี่

“ไอ้มิค ฉันไม่อยากซวยเพราะแก ถ้าหากตำรวจตามกลิ่นเจอ มันจะมีปัญหา”

“ใครมันจะหาเจอ มันต้องมีการ์ดวีไอพีเท่านั้นถึงจะขึ้นมาที่ชั้นนี้ได้ ซึ่งการ์ดนั้นคุณกับผมเท่านั้นที่มี อย่าปอดแหกนักเลยคร้าบ...”

“แกอย่ากร่างให้มากนัก ตอนนี้กำลังจะมีงานใหญ่ ฉันไม่อยากให้มีปัญหา”

 ไตรภพรับคำว่าเดี๋ยวกลับแล้วนอนยิ้มตาเยิ้ม...

ในเวลานั้นปวัตรเข้ามาที่ตึกนี้ทำทีบอกพนักงานว่า มาหาไตรภพ ช่วยให้โทร.ตามลงมา พนักงานมีท่าทีอึกอักก่อนจะบอกว่าไตรภพไม่ได้พักที่นี่ ปวัตรจึงถามใหม่ว่าเขาเคยมาที่นี่ไหม พนักงานตอบว่าไม่เคยเห็น

ปวัตรกลับออกมายืนมองตึกอย่างแปลกใจ...ไตรภพลงมา พนักงานรีบรายงานเรื่องปวัตร แล้วเปิดภาพกล้องวงจรปิดให้ดูว่าปวัตรยังรออยู่หน้าตึก ไตรภพโกรธมากกัดกรามแน่น

ไตรภพขึ้นรถขับออกจากที่จอด เห็นปวัตรยืนอยู่ก็ขับพุ่งเข้าใส่ ปวัตรตกใจกระโดดเข้าพุ่มไม้ข้างทาง มองรถที่เกือบเอาชีวิตตนอย่างเห็นไม่ชัดว่ารถใคร แต่พอจำเลขทะเบียนได้

ooooooo

ทรงพลนั่งทำงานอยู่ในห้อง คิดถึงคำพูดของนรีที่บอกว่า การรักใครซักคนไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อรักแล้วก็จะรักตลอดไป...เขาอิ่มเอมหัวใจมองไปเห็นนรีเดินผ่าน ต่างสบตาอย่างรู้ใจกัน

ทรงพลคิดว่าจะต้องจัดการเรื่องกชกรให้เรียบร้อย เขาพยายามโทร.หาเธอแต่เธอไม่รับ จึงมาหาที่บ้านยามค่ำ กชกรใจไม่ดีอ้างว่าลืมปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ไม่ได้คิดหลบหน้า แล้วขอตัวไปทำธุระ ทรงพลจึงโพล่งขึ้นว่า เราเลิกกัน! กชกรตกใจฝืนคิดว่าเป็นเรื่องตลก

“ผมพูดจริง เราเข้ากันไม่ได้หรอกกช ถึงแม้ว่าเราจะพยายามแค่ไหน แต่สุดท้ายมันก็ต้องจบแบบเดิม”

“ไม่! กชไม่เลิกกับคุณ ไม่มีวัน!”

“ถ้าคุณไม่เลิกไม่เป็นไร แต่ผมจะเลิก เราอย่ามาเจอกันอีก”

“อ๊าย...นังนรีมันพูดยังไงถึงทำให้คุณเปลี่ยนใจ หรือว่ามันยอมนอนกับคุณ”

“หยุดหยาบคายกับรีได้แล้ว! เรื่องนี้รีไม่เกี่ยว

ผมรู้ใจตัวเองดีว่าผมรักใคร และผมก็ไม่อยากตัดโอกาสคุณในการที่คุณจะได้เจอคนที่เขารักคุณจริงๆ” ทรงพลเริ่มโมโห

กชกรไม่ยอมโผเข้ากอดเขาพร่ำบอกว่ารักเขา แต่พอทรงพลพูดแทงใจว่า ถ้าเธอรักเขาจริง คงไม่ทิ้งเขาไปหาคนอื่น หญิงสาวผงะมองหน้าเขา

“ที่แท้คุณก็ยังไม่หายโกรธกชเรื่องนี้ จะต้องให้กชบอกอีกกี่ร้อยกี่พันครั้งว่ากชขอโทษ กชสิ้นคิดที่ทิ้งคุณไปหาคนอื่น กชสัญญาว่ากชจะไม่ทำแบบนี้อีก”

“ผมไม่ได้โกรธอะไรคุณ ผมต้องขอบคุณคุณ

ด้วยซ้ำที่คุณทิ้งผมไป ทำให้ผมตาสว่างรู้ว่าผมรักคนผิด คุณอย่าหลอกตัวเองอีกเลย คุณก็รู้ว่าตั้งแต่ที่เราแต่งงานกันเรามีปัญหากันมาตลอด คุณใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล คุณทำลายทุกคนที่เข้าใกล้ผมจนทำให้ผมเสียงาน ผมพยายามอย่างมากที่จะเข้าใจคุณ แต่คุณกลับคิดว่าผมไม่ปรับตัว ไม่รักคุณ และสุดท้ายคุณก็เลือกผู้ชายคนนั้น...

ผมถามใจตัวเองหลายครั้งจนแน่ใจว่าเรากลับไปเป็นเหมือนอย่างแต่ก่อนไม่ได้อีกแล้ว”

กชกรปรี๊ดตบหน้าทรงพลฉาดใหญ่ เขายืนนิ่งเหมือนรู้ว่ามันต้องเกิดขึ้น แล้วถามเธอว่าสบายใจแล้วใช่ไหม หญิงสาวกราดเกรี้ยวใส่ว่าตนจะเอาหน้าไปไว้ไหนที่โดนทิ้ง ชายหนุ่มแค่นยิ้ม ในที่สุดเธอก็รักแต่ตัวเองอยู่ดี ว่าแล้วก็กลับไปไม่สนใจว่ากชกรจะทำลายข้าวของอย่างไร

ooooooo

เช้าวันใหม่ ปวัตรมารับลวิตาพร้อมกาแฟอเมริกาโน่และแซนด์วิชทูน่าโฮลวีตตามสั่ง เธอรับของแล้วบอกว่าไม่ได้ชอบกิน ทุกอย่างแม่จะบังคับหมดแล้วระบายออกมาว่า

“แม่ต้องการให้ฉันเป็นในแบบที่เขาต้องการ

เขาบังคับฉันทุกอย่างตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างเรื่องการแต่งตัว เรื่องการกิน จนไปถึงอนาคตที่แม่อยากให้ฉันเป็น...มองฉันทำไมคะ”

“ผมสงสารคุณ ผมรู้นะครับว่าคนเราไม่สามารถทำสิ่งที่ชอบได้ทั้งหมด แต่แบบนี้มันก็เกินไป” ลวิตาบอกว่าตนชินแล้ว ปวัตรสวน “ก็เพราะคุณชิน แม่คุณถึงได้ใจ”

“นี่คุณว่าแม่ฉันเหรอ!”

“ผมไม่ได้ว่านะครับ ผมพูดความจริง คุณโกรธผมรึเปล่า”

“ฉันไม่ได้โกรธ ฉันแค่แปลกใจเพราะไม่เคย

มีใครกล้าว่าแม่ฉัน ยกเว้นจีน่าเพื่อนสนิทฉันน่ะค่ะ”

ลวิตาหัวเราะชอบใจ

“อย่าปล่อยให้ใครมาบังคับให้เราเป็นในสิ่งที่

ไม่อยากเป็นเลยนะครับ” ปวัตรเห็นมยุรายังไม่ออกมาจึงรีบบอกลวิตาเรื่องรู้สถานที่ที่ไตรภพไปบ่อยๆแล้ว เป็นเพนต์เฮาส์แถวสุขุมวิท

ลวิตาดีใจชวนเสร็จงานแล้วเราไปที่นั่นกัน ปวัตรจึงบอกว่าไปมาแล้วแต่พนักงานที่นั่นบอกว่าไตรภพไม่เคยไปที่นั่น และที่น่าแปลกคือมีคนขับรถไล่ชน ตนจำทะเบียนรถได้ ลวิตาใจหายจับมือปวัตรอย่างห่วงใย

กลัวเขาเป็นอันตราย คิดจะหยุดเรื่องนี้

ปวัตรกุมมือเธอปลอบว่าคนที่ต้องกลัวควรเป็นคนพวกนั้นไม่ใช่เรา...มยุราเดินออกมาเห็นสองคนจับมือกันก็โวยวาย จะรู้ให้ได้ว่าคุยเรื่องอะไรกัน ลวิตาปัดไม่มีอะไร มยุราไม่เชื่อเถียงกันไปมาแล้วดึงปวัตรเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ลวิตาจึงตัดบท

“หนูไม่มีเวลาแล้ว เอาไว้หนูค่อยเล่าให้แม่ฟังนะคะ”

“หยุด! ถ้ารีบมากนัก แม่ก็จะไปกับเราด้วย เราจะได้คุยกันต่อในรถ วันนี้แม่ว่าง ฟังลูกพูดได้ทั้งวัน” ไม่เพียงเท่านั้น มยุรายังจัดแจงให้ลวิตานั่งข้างหลังกับเธอ

“แม่คะ คุณปวัตรไม่ใช่คนขับรถ”

“แต่เขาเป็นคนดูแลลูก เขาต้องทำทุกอย่าง ลืมไปแล้วเหรอ หรือว่าคุณมีปัญหา ถ้าไม่พอใจจะลาออกไปตอนนี้ก็ได้นะ”

ปวัตรรีบบอกว่าตนไม่มีปัญหา มยุรารวบรัด

ดึงลวิตาให้ขึ้นนั่งเบาะหลังกับตนเพื่อเล่าว่าคุยอะไรกับปวัตรถึงต้องจับไม้จับมือกัน...ลวิตายอมเล่าเรื่องที่สืบรู้ว่าไตรภพไปสถานที่แห่งหนึ่งบ่อยๆ มยุราฟังแล้วโกรธจะไปจัดการไตรภพให้ ลวิตารีบห้ามขอจัดการเอง

“ลูกจะไปจัดการอะไรมันได้ ลูกน่ะง้อมันจะตาย เอะอะอะไรก็เข้าข้างแต่มัน มันดีไปหมดทุกอย่าง เดี๋ยวพอมันอ้อนลูกหน่อยเดียวลูกก็ใจอ่อน เชื่อมันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งๆที่มันเกือบทำให้ลูกแม่ต้องตาย”

“แม่ก็รู้นี่คะว่ามิคเป็นยังไง แล้วแม่ยังอยากให้หนูแต่งงานกับเขาอยู่อีกเหรอคะ”

“การแต่งงานของลูกกับมิคมันไม่เกี่ยวกับความรักอีกแล้ว แต่มันเป็นเรื่องของการดึงชื่อเสียงของลูกกลับคืนมา คนเขาอยากให้ลูกแต่งงานกับมิค แล้วลูกจะทำให้พวกเขาผิดหวังได้ไง”

“ตกลงว่าชีวิตของหนูต้องอยู่เพื่อคนอื่น หนูจะมีความสุขไม่ได้เลยใช่ไหมคะ”

“มันช่วยไม่ได้...ก็ลูกเป็นคนของประชาชน เรื่องของมิคแม่จะเค้นถามมัน ลูกอยู่เฉยๆ”

ลวิตาบ่นว่าแม่เป็นแบบนี้ถึงไม่อยากเล่าอะไรให้ฟัง มยุราไม่พอใจเอ็ดตะโรใส่ ปวัตรมองผ่านกระจกมองหลังแววตาเห็นใจลวิตา มยุราเริ่มลำเลิกบุญคุณ

“ที่ฉันพูดปากเปียกปากแฉะ คอยจ้ำจี้จ้ำไชแก เพราะว่าฉันหวังดีกับแก ฉันต้องเสียสละความสุขทั้งชีวิตเพื่อให้แกมีความสุข แต่แกกลับไม่เคยสำนึกบุญคุณของฉัน ดีแต่ด่าแต่ว่าฉัน”

ปวัตรสุดทนเบนรถเข้าจอดข้างทาง แล้วบอกมยุราช่วยลงไปคุยกับตน สองแม่ลูกแปลกใจ มยุราลงมายืนคุยกับปวัตร ลวิตายืนมองไม่ห่าง...ปวัตรเปิดฉาก

“ผมไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของพวกคุณหรอกนะครับ แต่ผมทนไม่ไหว ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับลูก...คุณพยายามเลี้ยงคุณลวิตาให้เป็นนกน้อยในกรงทอง คนภายนอกอาจจะรู้สึกดีกับคำนี้ แต่ผมรู้ดีว่ามันทรมานแค่ไหน ลูกคุณไม่ได้รับอิสระ ไม่เคยได้เลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง แม่ทุกคนอาจจะคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของลูก เพราะทำให้ลูกเกิดมา แต่มันไม่ใช่...คนเป็นแม่มีหน้าที่แค่ส่งลูกให้ไปในทางที่ดี ไม่ใช่ดึงลูกเข้ามาอยู่ในทางที่ตัวเองสร้างเอาไว้”

ลวิตาซาบซึ้งในคำพูดของปวัตร ผิดกับมยุราที่โมโหมาก “คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอน มาวิจารณ์ความเป็นแม่ของฉัน”

“ผมไม่มีสิทธิ์หรอกครับ ผมก็แค่คิดว่าผมควรจะพูดในสิ่งที่ไม่มีใครกล้าบอกกับคุณ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคุณก็จะไม่รู้ตัว ว่าสิ่งที่คุณคิดว่าทำเพื่อลูก มันไม่ใช่เลย”

“คุณกำลังจะบอกว่าคุณหวังดีกับยัยหลิวมากกว่าฉันที่เป็นแม่งั้นเหรอ!”

“ใช่ครับ อย่างน้อยผมก็ไม่เคยทวงบุญคุณคุณลวิตาเหมือนอย่างที่คุณทำตอนนี้ ไม่มีแม่ที่ไหนที่คิดแบบคุณหรอกนะครับ”

มยุราโกรธมากตบหน้าปวัตรเต็มแรง ลวิตาตกใจเข้ามาขวาง มยุราโวยไม่ได้ยินหรือว่าเขาด่าแม่ ลวิตากลับบอกว่าได้ยินว่ามีคนปกป้องตนมากกว่าแม่ มยุราเต้นเร่าๆ ลวิตาดึงปวัตรมาดูว่าเขาเจ็บไหมแล้วขอบคุณที่พูดแทนใจ ด้านมยุรากลับขึ้นรถ กดโทรศัพท์หาใครบางคน

ปวัตรขับรถมาจอดหน้าออฟฟิศของเอก เขาเห็นรถป้ายทะเบียนเดียวกับที่ไล่ชนเมื่อคืนจอดอยู่ก็สงสัยว่ารถใคร ไม่ทันไรไตรภพลงจากรถมาสวัสดีมยุราแล้วเปรยว่าตนไปรับให้ก็ได้ ลวิตาแทรกขึ้นว่า เขาคงลืมว่าปวัตรเป็นคนดูแลตน ปวัตรเสริม

“บางทีคุณไตรภพอาจจะลืมจริงๆก็ได้นะครับ เพราะดูท่าว่าจะเป็นคนขี้ลืมเอามากๆ...”

“ที่พูด...หมายความว่าไง” ไตรภพไม่พอใจ

“ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละครับ หรือคุณไตรภพคิดว่าผมหมายถึงอะไร”


ไตรภพมองหน้าจะเอาเรื่อง มยุรารีบตัดบทชี้ให้ดูว่ามีกล้องวงจรปิดเกรงจะเป็นข่าวอีก ไตรภพชะงัก

รีบเดินเข้าไปข้างใน ปวัตรกระซิบบอกลวิตาว่ารถคันนั้นคือรถที่ไล่ชนตนเมื่อคืน ลวิตาจะเอาเรื่องแต่เขาปรามให้หาหลักฐานให้ได้ก่อนว่าเมื่อคืนไตรภพไปที่นั่นจริง ลวิตาสงสัยจะหาจากไหน ปวัตรยิ้มๆบอกว่ารถไตรภพจะต้องมีจีพีเอส ลวิตาเข้าใจทันที...

พอทุกคนเข้ามาในห้องประชุม เอกก็บอกว่ามีเรื่องน่ายินดีจะบอก ลวิตาสบตากับปวัตรอย่างมีแผนการ พนักงานยกกาแฟมาเสิร์ฟ ลวิตาแกล้งชนให้หกราดไตรภพแล้วรีบขอโทษ ไตรภพล้วงกุญแจรถ กระเป๋ากับโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง ลวิตาช่วยถือไว้ให้ ไตรภพขอตัวไปห้องน้ำ ลวิตาแอบส่งกุญแจรถให้ปวัตร เขาหลบออกไป มยุราเห็นท่าทีแปลกๆก็สงสัย

ปวัตรรีบมาที่รถไตรภพแล้วเปิดเข้าไปดู เห็นว่ามีจีพีเอสจริงๆ จึงเปิดดูว่าเมื่อคืนเขาไปที่เพนส์เฮาส์นั่นหรือไม่...ไตรภพกลับมาที่ห้องขอของคืนจากลวิตา เธออึกอักว่าลืมวางกุญแจรถไว้ตรงไหน ไตรภพไม่เห็น

ปวัตรก็เอะใจ รีบวิ่งไปดูตรงหน้าต่าง เห็นเขานั่งอยู่ในรถก็ตกใจโวยถามลวิตาคิดจะทำอะไร ว่าแล้วก็วิ่งออกไป ลวิตาวิ่งตาม เอกกับมยุรางงรีบตามไปดู

ปวัตรออกมาจากรถเพราะเห็นแล้วว่าจีพีเอส

บอกว่าไตรภพไปที่เพนต์เฮาส์นั้นเมื่อคืน ไตรภพมาถึงตะคอกถามเข้าไปทำอะไรในรถตน ลวิตาพุ่งมาขวางกลางถามไตรภพกลับ

“แล้วคุณมีอะไรที่ไม่อยากให้พวกเราดูในรถ”

“พูดมาตรงๆดีกว่า คุณกับไอ้หมอนี่ต้องการอะไรจากผมกันแน่”

ลวิตาเอารูปในโทรศัพท์ให้ไตรภพดู เขาหน้าเจื่อนทันที เธอบอกว่าเคยจ้างนักสืบสะกดรอยตามเขา พบว่าเขาไปที่เพนต์เฮาส์นี่ในตอนกลางคืนบ่อยๆ ปวัตรเสริม

จีพีเอสระบุว่าเขาไปที่นั่นเมื่อคืน ลวิตาซักทำไมพนักงานถึงบอกว่าไม่เคยเห็นเขา และเขายังขับรถไล่ชนปวัตรอีก

ไตรภพแก้ตัวว่า “คุณไม่ถามผมซักคำว่าความจริงมันคืออะไรกันแน่ แต่กลับคาดเดาเอาเองโดยฟังจากมัน...”

ลวิตาให้เขาบอกความจริงออกมาตนไม่ชอบคนโกหก เอกนิ่วหน้าแทรกขึ้นว่า ตนเป็นคนให้ไตรภพโกหกเอง ทุกคนตะลึงงัน เอกปรายตามองมยุราเหมือนมีลับลมคมในกัน

“เพนต์เฮาส์นั่นเป็นของพี่เอง แต่พี่ผ่อนต่อไม่ไหว พี่ก็เลยขายต่อให้มิค ช่วงสองเดือนก่อนที่เห็นมิคไปที่นั่นบ่อยๆเพราะกำลังตกแต่งห้องใหม่ จนถึงตอนนี้ก็ยังแต่งไม่เสร็จ”

ปวัตรแย้งที่พนักงานบอกว่าไม่เคยเห็น ไตรภพอ้างว่าพนักงานที่เจอเพิ่งเข้ามาใหม่หรือไม่ก็จำตนไม่ได้ เพราะตนมักจะสวมหมวกปิดหน้า ลวิตาเปลี่ยนมาถามเรื่องที่ขับรถไล่ชนปวัตร

“มันเป็นความประมาทของผม ผมมัวแต่เล่นมือถือก็เลยไม่ได้มองถนน มาเห็นอีกทีก็ตอนที่คุณกระโดดหลบไปแล้ว ผมเห็นแค่หางตา คิดว่าตาฝาดก็เลยไม่ได้ลงไปดู ตรงนั้นมันมืดจะตาย เอาเป็นว่าผมขอโทษก็แล้วกัน”

ทั้งปวัตรและลวิตาไม่เชื่อ มยุราตัดบทให้เลิกระแวงกัน แล้วหันไปถามเอกว่ามีเรื่องสำคัญอะไร เอกจึงบอกว่าต่อไปนี้จะรับแต่งานคู่ของไตรภพกับลวิตา จะไม่มีการจ้างเดี่ยวเพื่อย้ำให้ทุกคนเห็นว่าทั้งสองยัง

รักกันเหมือนเดิม แล้วเอกหันไปพูดกับปวัตรว่า

“ต่อไปนี้ผมคงต้องรบกวนให้คุณดูแลมิคไปด้วยเลยนะครับ”

มยุราแอบยิ้มเพราะได้ส่งข้อความมาหาเอกตอนอยู่ในรถและเอกก็จัดการปัญหาได้ดีมาก แต่คนที่

ไม่พอใจคือลวิตา เธอเป็นห่วงปวัตรจะลำบาก จึงบอกให้เขาปฏิเสธได้...สองคนเดินออกมาด้วยกัน ปวัตรจึงบอกเธอว่าไม่ต้องห่วง

“ยิ่งเป็นแบบนี้ผมก็ยิ่งต้องอยู่ใกล้คุณ ผมไม่เชื่อใจคุณมิคอีกแล้ว และผมก็ไม่เชื่อในสิ่งที่คุณเอกพูดถึงเรื่องเพนต์เฮาส์ด้วย...ผมจะหาทางสืบให้ได้ว่าที่นั่นมันมีอะไรอยู่กันแน่”

แม้จะจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เอกไม่ลืมที่จะซักไซ้ไตรภพว่าไปที่เพนต์เฮาส์นั่นเพราะปาร์ตี้ยาใช่ไหม พอเห็นเขาอึกอักก็โมโหต่อว่า

“นี่แกลืมไปรึเปล่าว่าแกเป็นใคร ถ้าหากตำรวจสุ่มค้นแล้วเจอแก...ภาพลักษณ์ทุกอย่างที่ฉันสร้างมาให้มันจะพังไม่มีชิ้นดี” ไตรภพอ้อมแอ้มว่ารู้ “นี่ขนาดรู้! แต่แกไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ กี่ครั้งแล้วที่ฉันต้องแก้ข่าวให้แก อย่าลืมนะมิคว่าที่แกมีชื่อเสียงและได้ดีมาจนทุกวันนี้มันเป็นเพราะฉัน ฉันคือคนที่ทำให้แกเกิด และถ้าแกยังไม่เชื่อฟัง ฉันก็จะเป็นคนดับแกด้วยมือฉันเอง”

ไตรภพหน้าเจื่อน เอกจับไหล่เขาย้ำให้ทำตัวดีๆ รู้ว่าตนเป็นคนพูดจริงทำจริง และเขาก็รู้ว่าตนเคยทำกับลวิตามาแล้ว ไตรภพกลืนน้ำลายเอื๊อกสบตาเอกอย่างหวาดผวา

ooooooo

ทรงพลเห็นนรีอยู่ในห้องชงกาแฟก็ตามเข้ามาบอกเรื่องที่เขาคุยกับกชกรจบกันเรียบร้อยไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้ นรีโล่งใจขึ้นมากขอตัวไปทำงานต่อ ทรงพลแปลกใจที่เธอดูไม่ยินดีเท่าไหร่ เธอจึงยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาฟอดหนึ่งเป็นคำตอบว่าดีใจแค่ไหน ชายหนุ่มเหวอ

ไม่ทันไรวิภาโทร.เข้ามาคุยบางเรื่องกับนรี เธอนิ่งไปชั่วครู่จนทรงพลต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น นรีชั่งใจก่อนจะเล่าว่า

“แม่โทร.มาหา บอกว่าพี่วัตรไปเป็นคนดูแลหลิวลวิตา รีไม่ได้อ่านข่าวก็เลยไม่รู้ พี่วัตรคุยอะไรกับพี่พลบ้างไหมคะ”

“พี่ไม่ได้คุยกับไอ้วัตรนานแล้ว รีเป็นกังวล เรื่องอะไร”

นรีเป็นห่วงว่าปวัตรจะชอบลวิตาซึ่งมีคู่หมั้นแล้ว และจะผิดหวังเสียใจอีก ทรงพลรู้สึกว่านรียังมีเยื่อใยกับปวัตร...บ่ายวันนั้น นรีมาหาปวัตรที่โรงเรียน เห็นเขาติดสอนจึงไปรอที่ห้องเขา แล้วก็เห็นโทรศัพท์มือถือปวัตรวางอยู่บนโต๊ะ นรีตัดสินใจเปิดหาเบอร์โทร.ของลวิตา

ลวิตากำลังคุยกับจีน่าอยู่ที่บ้าน เล่าเรื่องเอกให้ปวัตรเป็นคนดูแลไตรภพด้วย ตนเป็นห่วงเขามาก จีน่าแซวไม่ใช่คนรักกันจะห่วงทำไม ลวิตาว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน จีน่าย้ำก่อนจะรักกันก็ต้องเป็นเพื่อนกันก่อน ลวิตาหน้าแดง ทันใดนรีโทร.เข้ามา เธอแปลกใจมาก

ปวัตรกลับมาที่ห้องไม่เจอนรี แต่เห็นโทรศัพท์ตัวเองหน้าจอขึ้นเบอร์ของลวิตาก็สงสัย กดโทร.หาแต่ลวิตาปิดเครื่อง จึงโทร.หาจีน่าแทนแล้วก็ได้รู้เรื่อง การนัดหมายลวิตากับนรี

ในสวนสาธารณะริมน้ำ ลวิตามาพบนรีตามนัด นรีเกริ่นว่าปวัตรเป็นคนดี ลวิตาบอกว่าตนรู้และให้พูดตรงประเด็น นรีจึงขอร้องว่า ตนกับพ่อแม่ไม่อยากเห็นปวัตรเสียใจอีก ตอนที่เขาเป็นข่าวกับเธอ พ่อแม่และตนไม่สบายใจเลยกลัวเขาจะรักเธอ

“คุณกลัวฉันจะทิ้งพี่ชายคุณ”

“ค่ะ ขอโทษนะคะที่ต้องพูดแบบนี้”

“ไม่เป็นไรฉันเข้าใจ ฉันอยากให้คุณรู้ว่าดาราก็เป็นคนเหมือนกัน ฉันไม่ใช่บุคคลพิเศษ ฉันมีความรู้สึกเหมือนกับพวกคุณ และฉันจะไม่มีวันทำให้คุณปวัตรต้องเจ็บปวดเหมือนที่ผ่านมาแน่ๆ...หมดเรื่องที่จะพูดแล้วนะคะ ฉันจะได้กลับ”

“คุณจะบอกว่าฉันไม่มีสิทธิ์ห่วงพี่วัตร เพราะฉันทำให้เขาเสียใจใช่ไหมคะ” นรีท้วง

“ค่ะ...วันที่พี่ชายคุณเสียใจที่สุด ฉันเป็นคนเดียวที่ได้เห็นว่าเขาเศร้ามากแค่ไหน ฉะนั้นฉันไม่มีวันที่จะทำร้ายจิตใจของเขา และอย่ามาดูถูกความรู้สึกที่ฉันมีให้พี่ชายของคุณเลยนะคะ”

นรีอึ้งพูดไม่ออก แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นปวัตรยืนอยู่ ลวิตาหันไปเจอปวัตรก็ทำหน้าไม่ถูกเพราะสิ่งที่ตนพูดเป็นการบอกรักเขากรายๆ ลวิตาอ้าปากจะแก้ตัว ปวัตรขอไว้คุยกับเธอทีหลัง ตอนนี้อยากคุยกับนรีก่อน ลวิตาถอยห่างออกมาทอดถอนใจว่าเขาจะเข้าใจอย่างไร

นรีคิดว่าปวัตรคงโกรธที่ก้าวก่ายเรื่องของเขา แต่ปวัตรกลับไม่โกรธแต่ขอว่าคราวหลังมีอะไรให้ถามกันตรงๆเพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน นรีแย็บเรื่องที่ทำให้เขาเสียใจ ปวัตรตัดบทให้เลิกพูดเรื่องนี้ตนลืมหมดแล้ว...ลวิตาอยากรู้ว่าทั้งสองคุยอะไรแอบขยับเข้าใกล้

ปวัตรจับไหล่นรีทั้งสองข้าง “รีคือความรักครั้งแรกของพี่...ที่สวยงามเสมอ และพี่ก็ไม่เคยลืมความรักของเรา พี่ยังรักรีเหมือนเดิม...”

ลวิตาได้ยินถึงกับทนฟังต่อไม่ไหว หันหลังเดินจ้ำออกไปทันที จึงไม่ได้ฟังปวัตรพูดต่อว่า...เป็นความรักของพี่ชายที่มีให้กับน้องสาว นรีน้ำตาคลอ ปวัตรให้นรีไปบอกพ่อกับแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องของตน ตนจำคำสอนของแม่ได้เสมอว่า

“ถ้ามีคนมาขอความช่วยเหลือจากเรา นั่นแสดงว่าเขาต้องใช้ความกล้าอย่างมาก เพราะไม่มีใครอยากให้คนอื่นมองว่าตัวเองอ่อนแอ พี่ต้องช่วยคุณลวิตา ตามที่พี่สัญญากับเธอเอาไว้” นรีพยักหน้าเข้าใจ ปวัตรจับหัวเธอโยกไปมาด้วยความเอ็นดู

ในคืนนั้นปวัตรส่งข้อความหาลวิตาว่า ถ้ายังไม่นอนเรามาคุยกัน แต่เธอเสียใจไม่ตอบ

ooooooo

วันต่อมาไตรภพมาบ้านพ่อบุญธรรม เสี่ยมนูญกับมีนาถามไถ่ทุกข์สุขแล้วบ่นว่าคิดถึงลวิตา ให้ชวนมาทานข้าวที่บ้านเย็นนี้ ไตรภพอึกอักอ้างกลัวเธอไม่ว่าง มีนาอาสาโทร.ไปชวนเอง...

ปวัตรมาหาลวิตาแต่เช้า ถามเธอนอนเร็วหรือถึงไม่เห็นข้อความที่ตนส่งมา ลวิตาทำเป็นไม่เห็น ปวัตรจึงขอคุยด้วย มยุราเดินออกมามองปวัตรอย่างไม่ไว้ใจ แล้วว่าวันนี้ไม่มีงานเขาจะมาทำไม ลวิตาออกตัวแทนว่าเรียกเขามาคุยเรื่องงาน มยุราจะนั่งฟังด้วย ลวิตาถอนใจ ดึงปวัตรเข้าห้องนั่งเล่นแล้วปิดประตูล็อก มยุราหงุดหงิดอยากรู้ว่าคุยอะไรกัน พยายามแนบหูฟัง

ปวัตรจ้องหน้าลวิตาจนเธอถามว่ามีอะไร เขาถามที่เธอพูดเมื่อวานหมายความว่าอย่างไร เธอบ่ายเบี่ยงว่าจำไม่ได้ พอปวัตรพูดซ้ำว่า...อย่ามาดูถูกความรู้สึกที่เธอมีให้ตน มันคืออะไร เธอบอกไม่มีอะไร เขาไม่เชื่อดึงเธอเข้ามาอย่างแรงทำให้เธอเซชนเขาล้มลงไปบนโซฟา ปวัตรกอดเธอไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะบอก เธอเขินอายหน้าแดงโวยเบาๆ

“เอ๊ะ! บอกว่าไม่มีก็คือไม่มี พูดจาไม่รู้เรื่อง”

“คุณนั่นแหละที่พูดจาไม่รู้เรื่อง คุณไม่ตอบก็ไม่เป็นไรผมจะพูดตามที่ผมเข้าใจให้คุณฟัง” ลวิตาไม่ฟังจะผละตัวออก เขากอดเธอแน่นขึ้น ทำให้เธอเสียหลักหน้าแนบไปที่จมูกเขา

ทันใดเสียงโทรศัพท์ลวิตาดังขึ้น ทั้งสองผละออกจากกัน ลวิตารับสาย มีนาชวนให้ไปทานข้าวที่บ้านเย็นนี้ เธอรับคำ พอวางสายปวัตรถามทันทีว่าจะไปไหนตนจะมารับ ลวิตาปัดว่าไม่ต้อง ไตรภพจะมารับไปบ้านพ่อเขา แล้วบอกให้ปวัตรกลับได้

ทันทีที่เปิดประตูออก มยุราซึ่งแอบฟังเซรีบทรงตัวทำทียืดเส้นยืดสาย ปวัตรไม่พูดอะไรเดินไปอีกทาง นึกเสียดายที่เค้นความจริงจากลวิตาไม่ได้...มยุรารีบเข้าไปถามลวิตาว่าคุยอะไรกัน เธอบอกไม่มีอะไรและกำลังจะไปทานข้าวบ้านเสี่ยมนูญ มยุราได้ยินดีใจลืมเรื่องอื่นหมด

กชกรไม่ยอมแพ้ที่จะเสียทรงพลไป พยายามโทร.หาเขา เมื่อเขาไม่รับสายก็ส่งข้อความไปว่าให้เขามาพบที่บ้าน ถ้าเขาไม่มาภายในหนึ่งชั่วโมงจะฆ่าตัวตาย ทรงพลไม่สนใจ เธอก็ส่งรูปขวดยานอนหลับ มาให้พร้อมคำว่า ลาก่อน เขาชักหวั่นใจ

 ไม่นานทรงพลก็มาถึงบ้าน มองหากชกรทั่วบ้าน ได้ยินเสียงแก้วแตกบนห้องก็ตกใจวิ่งขึ้นมาดู เห็นแก้วแตกบนพื้น กชกรในชุดนอนวาบหวิวโผล่มาด้านหลังเขาแล้วสวมกอด พยายามเล้าโลมให้เขาใจอ่อนไม่ว่าเขาจะผลักไสอย่างไร ทันใดมีเสียงกระแอมดังขึ้นกชกรสะดุ้งหันมอง เห็นนรียืนอยู่ตรงประตู เธอยิ้มๆบอกว่าทรงพลพาตนมาด้วย กชกรหันมองทรงพลตากร้าว

“ผมคิดว่าถ้ามันเป็นแผนของคุณ ผมจะได้มีพยานยืนยันว่าเราไม่ได้มีอะไรกัน และผมก็คิดไม่ผิด คุณมันไว้ใจไม่ได้จริงๆ” ทรงพลหันหลังกลับจับมือนรีจะออกไป

กชกรโมโหมากตวาดกร้าวไม่คิดว่าตนจะกล้าหรือ ว่าแล้วก็คว้ากระปุกยามาเทใส่มือ นรีสุดทนท้าว่า ถ้าอยากตายก็กินเข้าไปให้หมด ถ้าไม่มีน้ำจะไปเอามาให้ กชกรกรี๊ด...ปายาทิ้ง

“ฉันจะไม่ยอมตายเพื่อให้แกมีความสุขกับพลเด็ดขาด”

“แบบนี้สิคะ ค่อยสมกับเป็นคุณกชกรหน่อย”

“วันนี้แกอาจจะชนะ แต่จำเอาไว้เลยนะว่าฉันจะขัดขวางแกกับพลทุกทาง”

“ค่ะ แล้วฉันจะรอดู แต่คุณคงต้องใช้ความพยายามมากหน่อย เพราะฉันไม่กลัวคุณอีกแล้ว ยิ่งเห็นคุณใช้วิธีนี้มาเรียกร้องความสนใจจากพี่พล มันก็ทำให้ฉันรู้ว่า ความจริงแล้วคุณมันขี้ขลาดมากแค่ไหน” นรีมองกชกรหัวจดเท้า

กชกรปรี๊ดปร๊าดเข้าตบนรี แต่ทรงพลเอาตัวขวางจึงโดนเต็มหน้า สองสาวตกตะลึง กชกรละล่ำละลักว่าไม่ได้ตั้งใจ ทรงพลบอกให้เธอหยุดทำกิริยาต่ำๆเสียที อย่าทำให้ตนรังเกียจเธอมากไปกว่านี้ ว่าแล้วก็จูงมือนรีกลับไป กชกรแค้นใจอย่างมาก นรีหันมาเห็นสายตาชักหวั่นใจ

ขณะเดินออกมาจากบ้าน นรีเตือนทรงพลให้ระวังกชกรทำอะไรอีก ทรงพลเป็นห่วงเธอมากกว่าจะไปรับไปส่งเธอทุกวัน กชกรมองสองคนเครียดเอาเล็บจิกเนื้อตัวเองจนเลือดซิบ

ooooooo

ลวิตามาถึงบ้านเสี่ยมนูญ ทั้งมีนาและเสี่ยมนูญต้อนรับอย่างอบอุ่น เพราะเธอยังจำพวกเขาไม่ค่อยได้ พอกำลังจะลงมือทานอาหาร มีโทรศัพท์เข้ามา ไตรภพเห็นหน้าจอก็ขอตัวออกไปคุยข้างนอก ลวิตาเอะใจทำทีขอไปเข้าห้องน้ำ แล้วแอบไปฟังไตรภพคุยโทรศัพท์

“หมดแล้ว! ทั้งๆที่ฉันเพิ่งโอนไปให้แก ฉันไม่มีให้...นี่แกขู่ฉัน คิดว่าฉันจะกลัวรึ ยังไงหลิวก็ไม่มีวันเชื่อคำพูดของแก หลิวเป็นคู่หมั้นฉัน เขาต้องเชื่อฉันไม่ใช่ไอ้กุ๊ยอย่างแก...” ไตรภพได้ยินเสียงเหยียบกิ่งไม้จึงหันไปมอง

ลวิตาหลบอย่างหวาดกลัว พลันมีภาพผุดขึ้นในหัวเป็นภาพตึกร้าง เธอได้ยินเสียงคนคุยกัน ก็ย่องเข้าไปดู แล้วเห็นชายชุดดำหลายคนกำลังเดินขึ้นมา จึงรีบซ่อนตัว พวกนั้นเดินผ่านไป เธอตามมองเห็นไตรภพคุยกับใครบางคนให้ส่งกระเป๋ามา เธอกลัวรีบวิ่งหนี แต่ทำแหวนหมั้นหล่นไว้ พอออกมาหน้าตึกก็เห็นศพสมมาตรนอนตาย เธอช็อกตาเบิกโพลง เห็นกระเป๋าเขาตกอยู่ก็คว้าไปด้วย มีนามบัตรที่เธอหยิบขึ้นมาแต่อ่านชื่อไม่ชัด เห็นโลโก้ตัวเอสอยู่ในวงกลม...

ลวิตาเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนล้มลงหมดสติ ไตรภพมาเจอตกใจรีบอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน...พอฟื้นเห็นสายตาเสี่ยมนูญ มีนาและไตรภพมองอย่างเป็นห่วง เธอมีท่าทีหวาดกลัวไตรภพจนเสี่ยมนูญสังเกตเห็น จึงให้คนขับรถขับไปส่งเธอที่บ้าน ไตรภพไม่เข้าใจทำไมพ่อไม่ให้ตนไป มนูญอธิบายว่าถ้าเขามั่นใจว่ารักลวิตา ก็ต้องพิสูจน์ให้เธอไว้ใจให้ได้อีกครั้งก่อน...

ลวิตามาที่คอนโด ลังเลจะเสียบคีย์การ์ดหรือกดออด ก็พอดีได้ยินเสียงปวัตรคุยกับนรีดังออกมา จึงชะงักยืนฟัง ทั้งสองคุยหยอกล้อกันสนุกสนาน นรีบอกปวัตรให้ย้ายกลับไปอยู่บ้าน ลวิตาปวดใจนึกถึงคำพูดปวัตรที่ว่านรีเป็นรักแรกที่สวยงามและเขาไม่เคยลืม ก็หันหลังกลับไป

ด้านนรีที่มาหาปวัตรเพราะแม่ทำอาหารฝากมาให้มากมาย และเธอก็มีแผนจะให้ทรงพลปรับความเข้าใจกับปวัตร...ปวัตรเห็นนรีอารมณ์ดีก็แซวว่าคืนดีกับทรงพลแล้ว เธอยิ้มรับและว่าอยากให้เขาคืนดีด้วยเหมือนกัน ปวัตรเฉไฉว่าไม่ต้องคืนดีเพราะไม่ได้โกรธกัน นรีไม่เชื่อ


ทันใดมีเสียงออดดังขึ้น นรีรู้แก่ใจว่าใครมา ปวัตรเดินมาเปิดประตูแล้วต้องชะงัก ทรงพลเข้ามายืนประจันหน้า กล่าวขอโทษที่พูดไม่ดีวันนั้น ความจริงแล้วตนไม่เคยเห็นนรีเป็นของเล่น ตนจริงใจกับเธอมาก และอยากจะขออนุญาตเป็นคนดูแลเธอ ปวัตรถามเคลียร์กับกชกรแล้วหรือ เขารับว่าเรียบร้อย ปวัตรกระชากคอเสื้อทรงพล เขาตกใจแต่ก็ยืดอก

“ฉันเข้าใจว่าแกอยากต่อยฉัน ได้ ต่อยมาเลย ถ้ามันจะทำให้แกสบายใจมากขึ้น”

ปวัตรกลับดีดมะกอกกลางหน้าผากเพื่อน เขาร้องลั่นแต่ก็ดีใจดึงปวัตรเข้ามากอด ปวัตรหายใจไม่ออกบอกให้ปล่อย ทรงพลผละออกแล้วเลียบเคียงถามว่า นรียังชอบเขาอยู่หรือเปล่า

“ไอ้พล! จนขนาดนี้แล้วแกยังดูน้องสาวฉันไม่ออกอีกเหรอว่าเขาคิดไงกับแก แกนี่มันบื้อจริงๆ ฉันควรยกรีให้แกรึเปล่าห๊ะ!”

“เฮ้ยๆใจเย็นดิไอ้วัตร” ปวัตรแกล้งเดินหนี ทรงพล เดินตามขอให้ยกนรีให้ตน

วันต่อมาปวัตรมารอรับลวิตา เห็นเธอหน้าซีดก็ถามว่าเป็นอะไร เธอปัดแล้วจะเลี่ยงหนี ปวัตรยิ่งสงสัยดึงแขนเธอไว้ ลวิตาสะบัดออกโวยไม่ให้แตะต้องตัวอย่าลืมว่าเขาเป็นแค่คนดูแล

มยุราเห็นชักสงสัยพฤติกรรมของลูก ตามไปถามว่าทำแบบนี้ทำไม ลวิตาย้อนว่าแม่น่าจะชอบ มยุราจึงบอกว่าชอบ ถ้ามันเกิดจากความรู้สึกจริงๆของลูก

“แต่แม่ดูรู้ว่าลูกแกล้งทำ และเหตุผลเดียวที่ลูกต้องทำแบบนี้ก็คือ ลูกกำลังรู้สึกดีๆกับเขา แต่ลูกไม่อยากให้ความรู้สึกนี้ก่อตัวขึ้น จึงพยายามตัดใจจากเขา โดยใช้วิธีร้ายใส่เขาแทน...แม่พูดถูกใช่ไหม แม่จะสนับสนุนเต็มที่ถ้าหากลูกคิดจะตัดใจจากผู้ชายคนนี้จริงๆ เพราะไม่ว่ามองจากมุมไหนเขาก็ไม่เหมาะสมกับลูกในทุกๆด้าน เราเป็นซุปตาร์ เรามีหน้ามีตาในสังคม คุณปวัตรจะฉุดลูกให้ต่ำลง ซึ่งแม่ไม่โอเคเด็ดขาด”

“แม่พูดจบแล้วใช่ไหมคะ หนูจะได้ไปซักที” ลวิตาเดินหนี

มยุราฮึดฮัดคิดว่าลูกจะเข้าใจ ปวัตรได้ยินทุกคำพูดรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่า...ลวิตาขึ้นมายืนริมหน้าต่างบนห้องนอน ไม่ทันไรมีเมสเสจส่งเข้ามา พอเปิดดูเป็นรูปหน้าบ้าน แล้วอีกรูปเป็นรูปเธอยืนริมหน้าต่าง พร้อมข้อความว่า...ผมเฝ้าดูคุณอยู่

ลวิตาตกใจมากรีบวิ่งลงไปผ่านปวัตรไปหน้าบ้าน ปวัตรแปลกใจตามไปดู มีข้อความใหม่ส่งเข้ามาว่า “คุณไม่มีทางหาผมเจอ ระวังตัวเอาไว้ให้ดี” ลวิตาใจคอไม่ดี...ปวัตรตามมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอปัดไม่มีอะไรเพราะคิดในใจว่า จะต้องช่วยตัวเองต้องอยู่โดยไม่มีเขาให้ได้

ปวัตรไม่เข้าใจเดินตาม ถามว่าตนทำผิดอะไร เธอถึงดูไม่พอใจขนาดนี้ ลวิตาส่ายหน้า

“คุณไม่ได้ทำ คนที่ผิดคือฉันเอง ฉันไม่ควรสนิทสนมกับคุณมากเกินไป เพราะมันส่งผลไม่ดีกับชื่อเสียงของฉัน”

ปวัตรอึ้งไม่ทันจะโต้ตอบ ไตรภพโผล่เข้ามาขอโทษที่มาช้า ลวิตาเข้าไปคล้องแขนแล้วดึงเขาให้เดินไป...ปวัตรนั่งประจำที่คนขับ ไตรภพกับลวิตานั่งเบาะหลัง ปวัตรมองผ่านกระจกมองหลังแจงตารางงานว่าเช้านี้ทั้งสองต้องไปมอบดอกไม้ครบรอบวันเกิดสถานี ตอนบ่ายมีสัมภาษณ์รายการทีวี ตอนเย็นไปแถลงข่าวงานประกาศรางวัลที่ทั้งสองได้รางวัลคู่รักยอดนิยม

ลวิตาถามไตรภพว่าเราเคยได้รับรางวัลนี้มาก่อนไหม เขาเล่าว่าได้ปีที่แล้ว มีคนโหวตถึงยี่สิบล้าน ลวิตาแกล้งว่าประชาชนรักเรา ถ้าได้รางวัลอีกตนอาจจะจำเรื่องของเราขึ้นมาได้บ้าง ไตรภพดีใจ ลวิตาบอกการที่ตนจำเขาไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าความรู้สึกจะเปลี่ยนไป...

ปวัตรได้ยินรู้สึกหงุดหงิดใจ แกล้งเปิดเพลงดังๆจนลวิตาทนไม่ไหวยื่นหน้ามาปิดวิทยุ ปวัตรแกล้งขับเหวี่ยงทำให้เธอหน้าทิ่มไปชิดหน้าเขา ไตรภพต่อว่าปวัตรให้ขับรถดีๆ

พอมาถึงสถานี ลวิตากับไตรภพไปทำหน้าที่ พนักงานเข้ามาบอกปวัตรให้ไปขนของที่คนส่งมาให้ทั้งสองกลับไป ปวัตรเห็นว่าหลายกล่องก็ให้เขาช่วยยก เขากลับบอกว่าเขาไม่ใช่เด็กยกของ ปวัตรหน้าเหวอแล้วตนเป็นเด็กยกของหรืออย่างไร ระหว่างนั้นปวัตรเดินชนกับไพรัตน์ซึ่งสวมหมวกบังหน้า เห็นกล้องหล่นก็จะเก็บให้ เขาตวาดกร้าวไม่ต้องเก็บ แล้วเก็บเองเดินจ้ำไป

ลวิตากับไตรภพกำลังยืนให้ช่างภาพถ่ายภาพ ไตรภพกระซิบถามลวิตาว่าทำไมเมื่อวานถึงเป็นลมที่สนามบ้านเขา ลวิตาแก้ตัวว่าไปเข้าห้องน้ำแล้วจะเดินไปหาเขา เกิดหน้ามืดขึ้นมา ไตรภพไม่ติดใจ...ลวิตาได้รับเมสเสจรูปเธอกับไตรภพเมื่อครู่ก็สงสัยมากว่าเป็นฝีมือใคร

พอมาถึงเวลาต้องอัดรายการ พิธีกรซักถามเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองและจะมีงานแต่งงานวันไหน ไตรภพรีบกุมมือลวิตาตอบว่าภายในปีนี้แน่ กำลังหาฤกษ์กันอยู่ แล้วเขาก็หอมแก้มลวิตาอวดให้เห็นว่ายังรักกันเหนียวแน่น นางเอกสาวตกใจหันมองปวัตรทันที...

ปวัตรทนดูไม่ได้หันหลังเดินไป สวนกับไพรัตน์ที่แฝงตัวเข้ามาโดยไม่ทันสังเกต

ปวัตรออกมายืนรอข้างนอกในมือถือโทรศัพท์ของลวิตาและไตรภพอยู่ ไม่นานมีเมสเสจเข้าเครื่องลวิตา เขาแปลกใจกดดู เห็นภาพลวิตาถูกแอบถ่ายพร้อมข้อความว่า “ผมเฝ้าดูคุณอยู่...คุณไม่มีทางหาผมเจอ ระวังตัวเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน”

ปวัตรแปลกใจกดย้อนดูเห็นมีหลายรูปที่แอบถ่ายลวิตาส่งเข้ามา เขาตกใจหันกลับเข้าไปมองหาคนที่น่าสงสัย แล้วก็เห็นชายใส่หมวกที่เดินชนกันจนโทรศัพท์เขาหล่นก่อนหน้านี้ ไพรัตน์กำลังเดินหนีจึงรีบเดินตาม ลวิตาหันมาเห็นปวัตรเดินเร่งรีบออกไปก็สงสัย

ปวัตรเดินตามทันกระชากไหล่ชายต้องสงสัยให้หันมา แล้วก็จำได้ว่าคือไพรัตน์ เกิดการต่อสู้กันเบาะๆ ไพรัตน์ชักมีดออกมาขู่รู้ว่าเขาไม่ใช่แค่คนดูแลลวิตาแต่กำลังแอบคบกัน

“นักข่าวชั่วๆอย่างคุณก็ดีแต่สร้างเรื่องที่ไม่เป็นความจริง รู้จักคำว่าจรรยาบรรณบ้างไหม”

“แกไม่ต้องมาสอน ฉันรู้จักคำคำนี้ดี เพราะมันทำให้ชีวิตคนหนึ่งต้องตายอย่างไร้ความยุติธรรม”

“ผมไม่เข้าใจที่คุณพูด”

“แกไม่ต้องเข้าใจ แต่รู้เอาไว้ว่าคนที่แกกำลังปกป้องมันไม่ได้ดีอย่างที่แกคิด” พูดจบไพรัตน์ใช้จังหวะนั้นตวัดมีดโดนท้องปวัตรแล้ววิ่งหนีไป

ลวิตาไม่มีสมาธิสนใจนักข่าวที่ขอถ่ายรูป เธอรีบร้อนออกไปหาปวัตร แล้วก็เห็นเขาทรุดเข่าอยู่กับพื้นมือกุมท้องมีเลือดเต็มมือ ลวิตาตกใจมาก พอดีไตรภพตามออกมา เธอจึงขอให้เขาช่วยพาปวัตรส่งโรงพยาบาล เขาหน้าเหวอรีบประคองปวัตรไปขึ้นรถ

แผลที่ท้องปวัตรไม่ลึกมากถูกเย็บห้าเข็มและกลับบ้านได้ ลวิตามีท่าทีเป็นห่วงเขามาก ไตรภพแยกไปคุยโทรศัพท์ ลวิตาจึงถามปวัตรว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเล่าเรื่องไพรัตน์ให้ฟัง

“ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าฉันไปทำอะไรให้เขา ทำไมเขาถึงต้องการทำลายฉันนัก...”

ไตรภพเดินกลับมาบอกว่าได้โทร.เลื่อนงานไปชั่วโมงหนึ่ง แล้วบอกปวัตรให้กลับไปพักผ่อน ตนจะพา

ลวิตาไปเอง ลวิตามองปวัตรอย่างห่วงใย ไตรภพไม่พอใจจับมือเธอดึงไป ปวัตรมองตาม ในใจสับสนนึกถึงคำพูด ของไพรัตน์ที่ว่า ตนกำลังปกป้องคนไม่ดี

ไตรภพพยายามถามลวิตาว่าใครทำร้ายปวัตร เธอนิ่งเงียบไม่แน่ใจว่าควรเล่าให้เขาฟังหรือไม่ แม้เขาจะขอโทษ ถ้าเธอยังโกรธเรื่องที่เขาพาไปพบจิตแพทย์ เขาจะเคารพในความคิดเธอ

ปวัตรมาหาทรงพลที่ออฟฟิศ บอกเหตุผลที่ช่วยลวิตาเพราะเธอถูกผลักตกระเบียงไม่ใช่การฆ่าตัวตาย ทรงพลตกใจแล้วทำไมเพื่อนต้องเอาตัวไปเกี่ยวข้องด้วย ปวัตรถอนใจบอกว่าไม่มีใครเชื่อเธอแม้กระทั่งแฟนเธอ ทรงพลจึงถามจี้ใจ

“ไอ้วัตร ฉันถามจริง แกชอบคุณลวิตาเหมือนอย่างที่รีบอกรึเปล่า”

“เปล่า...ฉันก็แค่อยากช่วย”

“ถ้าแค่นั้นมันก็โอเค แต่ถ้าแกเริ่มรู้ตัวว่าชอบเขาเมื่อไหร่ แกต้องรีบตัดใจและถอยออกมาให้ได้ คุณลวิตาเธอเป็นดาราดัง เธออยู่คนละโลกกับพวกเรา อย่าปล่อยให้ถลำลึกไปมากกว่านี้ เพราะแกจะเสียใจ”

ปวัตรนิ่งฟัง ในใจแอบกังวลกับหัวใจตัวเองเหมือนกัน ...บ่ายวันนั้นนรีเอาเอกสารไปซีรอกซ์ลืมหยิบโทรศัพท์ไปด้วย ชมพูนุชได้โอกาสแอบเอาโทรศัพท์มาเปิดดูว่ามีอะไรจะทำให้นรีเสื่อมเสียได้บ้าง แล้วก็พบรูปภาพที่คิดว่าเด็ดมาก

คืนนั้นปวัตรถอดเสื้อกำลังจะล้างแผลที่หน้าท้อง เสียงออดดังขึ้นจึงสวมเสื้อคลุมเดินไปเปิดประตู ลวิตาเดินเข้ามาเห็นที่โต๊ะมีอุปกรณ์ล้างแผลจึงอาสาช่วย ปวัตรปฏิเสธแล้วถอดเสื้อจะทำเอง แต่ด้วยความที่ไม่ถนัดขัดตา ลวิตาจึงจัดการทำให้ ปวัตรมองหน้าเธอที่อยู่ใกล้ด้วยใจหวิวพยายามไล่ความรู้สึกนั้น เปลี่ยนมาถามเธอทำไมไม่บอกเรื่องมีคนส่งรูปมาขู่

“ฉันรับมือได้”

“ลืมไปรึเปล่าว่าคุณเป็นผู้หญิง คุณจะไปสู้อะไรกับเขาได้”

“ถึงสู้ไม่ได้ก็ต้องสู้ ฉันไม่อยากพึ่งคุณไปตลอดชีวิต”

“แต่ผมเต็มใจ” ลวิตาปิดปลาสเตอร์ให้แล้วถอยห่าง ปวัตรย้ำ “รับปากกับผมได้ไหมว่าคุณจะไม่ทำแบบนี้อีก คุณให้ผมมาดูแลคุณ แล้วผมจะปล่อยให้คุณเผชิญปัญหาคนเดียวได้ไง”

ลวิตาสบตาอย่างรู้สึกดี “ฉันไม่อยากให้คุณมองว่าฉันอ่อนแอ”

“มันไม่เกี่ยวกับว่าอ่อนแอหรือไม่ มันคือความ

ปลอดภัย ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมจะรู้สึกผิดอย่างมากนะครับ”

“คุณปวัตร...ทำไมคุณถึงต้องดีกับฉันขนาดนี้”

“ทำไมน่ะเหรอ”

“ใช่ ทำไม? เพราะอะไร?” ลวิตาจ้องหน้าคาดคั้น

ปวัตรไม่ตอบยื่นหน้าไปใกล้เหมือนจะจูบ พลันคำพูดของทรงพลและมยุราผุดขึ้นมาทำนองเดียวกันว่า ตนไม่คู่ควรกับลวิตา ตนจะฉุดให้เธอต่ำลง จึงผละถอยออกและกล่าวว่า

“เพราะว่ามันเป็นหน้าที่ของคนดูแลอย่างผมน่ะสิ”

ลวิตาน้อยใจ “ถ้ามันเป็นเพราะหน้าที่ คุณ

ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ คนอย่างฉันไม่ชอบบังคับฝืนใจใคร และถ้าวันไหนคุณเริ่มอึดอัดกับหน้าที่ก็ขอให้บอก ฉันจะปล่อยคุณไป”

ปวัตรรับคำ ลวิตายิ่งโกรธหันหลังกลับออกไป ปวัตรหักห้ามใจไม่ยื้อเธอไว้...โฉมฉายเห็นลวิตากลับ ก็รีบโทร.รายงานไตรภพเพราะได้สินจ้างเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง

ooooooo

วันต่อมากชกรได้รูปจากชมพูนุชก็รีบมาหาวิภาที่บ้าน ทำทีมาบอกด้วยความเห็นใจว่าลูกสาวและลูกชายของเธอแอบคบกันฉันชู้สาว วิภาไม่อยากเชื่อจึงขอร้องอย่าบอกเรื่องนี้กับสามี แต่คนอย่างกชกรมีหรือจะปล่อยผ่าน พอเห็นชัยเดินมาก็รีบรายงานทันที ชัยโกรธและเสียใจมากเพราะต้องการให้ลูกทั้งสองเป็นพี่น้องกันตลอดไป วิภามองกชกรอย่างไม่พอใจ

เมื่อกชกรกลับไป วิภาพยายามปลอบให้ชัยใจเย็น แต่เขากลับโกรธจนเผลอพูดรุนแรงไปว่า ให้เธอจัดการลูกชายเธอ วิภาฉุนที่มาแบ่งลูกฉันลูกเธอ...วิภามาหาปวัตรที่โรงเรียนดนตรีเพื่อซักถามให้รู้เรื่อง ปวัตรชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะอธิบายกับแม่ว่า เรื่องนี้เป็นความจริงตั้งแต่สามปีก่อน แต่ตอนนี้จบลงแล้ว ตนกับนรีเป็นพี่น้องกันเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ชัยมาที่ออฟฟิศทรงพล ซักไซ้นรีต่อหน้าทรงพล นรีอธิบายให้พ่อฟังแบบเดียวกับปวัตร

ชัยนิ่วหน้าไม่อยากเชื่อ ทรงพลจึงเข้าช่วยย้ำว่าเป็นความจริงแล้วขออนุญาตคบกับนรีเสียเลย ชัยอึ้งไม่คิดว่าลูกสาวมีแฟน อาการหวงลูกสาวผุดขึ้นทันที

“เรื่องตาวัตรกับเราถือว่าเคลียร์ แต่เรื่องเรากับเจ้าพล เดี๋ยวต้องมาคุยกัน ตอนนี้พ่อต้องรีบไปง้อแม่เขาก่อน พ่อดันซัดใส่แม่เขาไปเต็มเหนี่ยวเลยล่ะสิ ป่านนี้คงงอนพ่อไปแล้ว”

ชมพูนุชแอบฟังหน้าเสีย รีบโทร.รายงานกชกร เธอเจ็บใจมากที่เรื่องราวกลับกลายเป็นเปิดทางให้ทรงพลกับนรีเสียอย่างนั้น

เวลานั้นลวิตาให้จีน่าหาที่อยู่ไพรัตน์จนเจอ จีน่าแนะนำให้บอกปวัตรเพราะมันเป็นเรื่องอันตราย แต่ลวิตาคิดว่าจะไปถามไพรัตน์เองว่ามีปัญหาอะไรกับตน...ทั้งสองบุกไปที่แฟลตที่อยู่ของไพรัตน์ จีน่าเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่จึงแอบส่งไลน์ไปบอกปวัตรพร้อมแชร์โลเกชันให้ด้วย

สองสาวไปถึงหน้าห้อง เคาะประตูแล้วไม่มีใครเปิด จึงลองบิดลูกบิดประตู เผอิญไม่ได้ล็อก จึงถือวิสาสะเข้าไป ภายในห้องรกและสกปรกมาก ลวิตาเห็นโน้ตบุ๊กเปิดเว็บค้างไว้วางอยู่กับเอกสารมากมาย พอส่องไฟดูเห็นที่กำแพงมีแต่รูปลวิตากับไตรภพ สองสาวตกตะลึง ลวิตารีบเอามือถือเก็บภาพทุกอย่างไว้ แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นหัวกระดาษเป็นโลโก้ตัวเอส ภาพในหัวผุดขึ้นที่เธอเห็นนามบัตรข้างศพสมมาตรที่ตกมาตายแต่ไม่เห็นหน้าเขา

สองสาวออกจากห้องตกใจที่เห็นไพรัตน์กลับมาพอดี จึงวิ่งหนีจะลงบันไดก็ไม่ทัน จึงวิ่งขึ้นไปจนถึงดาดฟ้า ไพรัตน์ตามขึ้นมายิ้มเหยียด ลมพัดเปิดหน้าทำให้ลวิตาเห็นรอยปานที่หน้าเขา เธอตกใจมาก จำได้ว่าไพรัตน์เป็นคนบังคับให้เธอกระโดดจากระเบียง ถ้าไม่โดดจะทำร้ายพ่อกับแม่เธอ โดยเอารูปทั้งสองออกมาขู่...

ลวิตาเห็นภาพตอนนั้นแล้วร้องกรี๊ดขึ้นมา จีน่าตกใจว่าเพื่อนเป็นอะไร ทันใดนั้นเองไตรภพโผล่มาตวาดลั่นว่าจะทำอะไรลวิตา

ไพรัตน์ตกใจวิ่งหนี ไตรภพจะตามแต่จีน่าเรียกไว้ให้มาพาลวิตาส่งโรงพยาบาลก่อน...ลวิตานอนโรงพยาบาลให้น้ำเกลือ ไตรภพโทร.บอกมยุราแล้วหันมาขอโทษลวิตาที่เขาแอบโหลดแอปติดตามตัวในมือถือเธอเพราะเป็นห่วง

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำไม่ต้องแก้ตัวหรอก ถ้าคุณไม่ทำแบบนี้ ฉันอาจจะตายไปก็ได้”

“คุณหมายความว่ายังไง”

“ฉันจำได้แล้วว่าใครที่ทำให้ฉันกระโดดตึก คนนั้นคือไพรัตน์ เขาถือปืนขู่ให้ฉันกระโดดลงมา ถ้าฉันไม่ทำเขาจะทำร้ายพ่อกับแม่ของฉัน”

ไตรภพปลอบว่าตนจะจัดการเรื่องนี้เอง ลวิตาดีใจที่เขายอมเชื่อตนแล้ว...ปวัตรตามมาที่โรงพยาบาล ขอโทษจีน่าที่มาช้าเพราะติดสอนกว่าจะเห็นข้อความที่เธอส่งไป ไตรภพออกมาเจอปวัตรก็โทษเป็นความผิดของเขา เขาบกพร่องต่อหน้าที่ให้ลาออกไป จีน่าเข้ามาดูลวิตาและบอกว่าสองหนุ่มคุยกันอยู่ ลวิตากังวลใจว่าคุยกันเรื่องอะไร

พอไตรภพเข้ามาในห้อง ลวิตาก็ถามหาปวัตร ไตรภพบอกว่าเขาลาออกไปแล้ว ต่อไปตนจะเป็นคนดูแลเธอเอง ลวิตาโวยเล็กๆว่าไม่ใช่ความผิดของปวัตร เขาไม่รู้เรื่องที่ตนกับจีน่าทำ ไตรภพไม่สนใจ ท่าทางเขาเอาจริงกับเรื่องนี้มาก


ละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ตอนที่ 5 อ่านในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่นติดตามละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค 8 ธ.ค. 2561 07:10 2018-12-10T23:55:24+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ