ข่าว

วิดีโอ



ในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปณธี

กำกับการแสดงโดย: สยาม น่วมเศรษฐี

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค

เมื่อทุกอย่างเป็นตามที่วาดหวัง เอกก็ถามไตรภพทำไมไม่พูดอะไรกับลวิตาบ้างหรือว่ายังไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน เขาสลดลงเพราะตัวเองไม่มีปัญหาแต่สำหรับลวิตา ดูเธอเปลี่ยนไปเหมือนไม่ใช่คนรักกัน เอกตบไหล่ไตรภพเบาๆเป็นการปลอบใจ

ลวิตาไม่พอใจที่แม่ร่วมมือกับเอกและไตรภพ มยุราโทษลวิตาที่ทำทุกอย่างให้ยุ่งยาก ทุกคนต้องวุ่นวายเพราะนิสัยเอาแต่ใจตัวเองของเธอ ลวิตาสุดทนสวน

“ใครกันแน่ที่เอาแต่ใจตัวเอง แม่ต่างหาก แม่ทำทุกอย่างตามอำเภอใจโดยไม่สนว่าหลิวอยากทำรึเปล่า”

“แกมีสิทธิ์เลือกด้วยรึไง ตั้งแต่เด็ก ฉันเลี้ยงแกมาอย่างทะนุถนอม ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับแกทุกอย่าง หมดเงินไปกับแกตั้งเท่าไหร่ หวังว่าตอนฉันแก่แกจะได้เลี้ยงดูฉัน แต่นี่อะไร พอได้ดีก็คิดจะเฉดหัวแม่คนนี้ส่ง”

“แม่ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ ขนาดหนูเกือบตายแม่ก็ยังคิดถึงแต่ตัวเอง ทำไมแม่ไม่ถามหนูซักคำว่าหนูจำอะไรได้บ้างหรือยัง หนูโอเคไหม ไปอยู่เชียงคานสุขสบายดีรึเปล่า ไม่ใช่พอเจอหน้ากันก็เอาแต่ถามเรื่องงานถามเรื่องเงิน”

“เพราะงานกับเงินมันทำให้ฉันมีกินมีใช้อยู่ทุกวันนี้” มยุราตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สา

ลวิตาชอกช้ำใจ สวนด้วยคำรุนแรงว่า “แต่ถ้าลูกแม่ตาย แม่จะมีอะไรกินไหม!”

มยุราโกรธมาก ลวิตาจะเดินหนี มยุราเข้าขวาง เธอมองหน้าแม่พูดด้วยความน้อยใจว่า ไม่ต้องกลัวตนจะหนีงานวันพรุ่งนี้ ตนไม่เลวขนาดนั้นแน่ ว่าแล้วก็เดินเลี่ยงไป

ลวิตามาปรับทุกข์กับจีน่าที่บ้าน เพื่อนรักปลอบว่ามนุษย์แม่ก็เป็นแบบนี้ เอาแต่ใจเก่งที่สุดทำอะไรถูกต้องเสมอ พูดแต่ว่าทำทุกอย่างเพื่อลูกไม่ใช่ตัวเอง ลวิตาเหล่เพื่อนที่พูดประชดมากกว่าปลอบ แล้วเปลี่ยนเรื่องชวนไปเป็นเพื่อนถ่ายแบบในวันพรุ่งนี้ จีน่าไม่ว่างมีถ่ายแบบเช่นกัน จึงให้ชวนปวัตรไปแทน ลวิตาไม่อยากทำให้เขาเดือดร้อนเป็นข่าวอีกจึงบอกเพื่อนว่าไปคนเดียวได้...ลวิตากลับไป จีน่าเห็นเพื่อนลืมโทรศัพท์มือถือไว้ จึงเกิดความคิดบางอย่าง

รุ่งเช้า จีน่าขับรถมาส่งลวิตาที่กองซึ่งเป็นสวน สาธารณะ ไม่ทันจะลงจากรถ เอกโทร.เข้ามาบอกให้รออยู่ที่รถก่อน สองสาวแปลกใจ ไม่นานไตรภพมาเคาะกระจกบอกว่าเอกให้มารับ เธอกับเขาต้องเดินเข้าไปด้วยกัน ลวิตากับจีน่าคิดไว้แล้วว่าต้องมีแผน ไตรภพบอกเป็นธรรมดาเพราะงานนี้เป็นงานแรกหลังจากลวิตาเกิดเรื่อง มีนักข่าวมามากมาย เราควรแถลงข่าวร่วมกัน

ไม่ทันไรนักข่าวกรูกันมา เอกกับมยุราได้เตรียมที่สำหรับแถลงข่าวไว้พร้อม ลวิตาจำต้องแถลงข่าวร่วมกับไตรภพ เมื่อถูกถามถึงแพลนแต่งงาน ลวิตาจะบอกว่าเลื่อนแต่ไตรภพชิงตอบว่าเป็นตามกำหนดการเดิมและเชิญสื่อมวลชนทั้งหมด พวกนักข่าวอวยพรอย่าทำให้ลวิตาเสียใจอีก เขาสัญญา ลวิตาเหน็บให้ทุกคนเป็นพยานอย่าให้เขาดีแต่ปาก

หมดเวลาสัมภาษณ์ ลวิตากับไตรภพไปเตรียมตัวทำงาน มยุราเห็นนักข่าวคนหนึ่งยืนอยู่จึงเปรยว่าถ้าอยากถามอะไรอีกถามตนได้เลย โดยไม่รู้ว่าเขาคือไพรัตน์

ooooooo

เมื่อถึงเวลาถ่ายแบบ ลวิตารู้สึกเกร็งดูแล้วไม่เหมือนคู่รักหวานชื่นกับไตรภพ เธอจะคอยออกห่างจากเขา และสะดุ้งเวลาที่เขาเข้ามาโอบกอด ช่างภาพเริ่มหงุดหงิดที่อารมณ์ลวิตาไม่ได้ เอกต้องขอโทษและขอเวลาให้ลวิตาได้พักสักครู่

มยุราไม่พอใจตามออกมาต่อว่าลวิตาจุดที่เธอยืนสงบสติอารมณ์ “แกทำบ้าอะไรของแก ทำตัวให้สมกับเป็นมืออาชีพหน่อยจะได้ไหม แกไม่เห็นนักข่าวเหรอว่าเขาจ้องแกอยู่ ป่านนี้เอาแกไปเขียนด่ากันสนุกมือแล้วล่ะมั้ง”

“ก็ช่างเขา หนูไม่สน...”

“แต่ฉันสน! แกรู้ไหมว่างานนี้ตาเอกต้องลงทุนไปขอร้องเจ้าของนิตยสารให้จ้างแกกับมิค แล้วดูสิ่งที่แกทำ ถ้าอีกหน่อยไม่มีงานแล้วจะรู้สึก”

“ใครกันแน่ที่รู้สึก หนูว่าน่าจะเป็นแม่มากกว่านะคะ”

มยุราปรี๊ดหาว่าลวิตากวนประสาท แล้วกระชากแขนให้กลับไปทำงาน ลวิตาขอพักอีกครู่แต่แม่ไม่ยอมกลัวจะไปฆ่าตัวตายอีก ลวิตาน้อยใจที่แม่ไม่เคยเชื่อว่าตนถูกคนทำร้าย มยุราหาว่า

“ไอ้อาการมโนแบบนี้ มันเกิดจากภาวะสมองเสื่อมที่แกเป็นอยู่ ถึงได้พูดเป็นตุเป็นตะ”

“หนูพูดความจริงแม่ก็ไม่เชื่อ แม่คงอยากฟังแต่สิ่งที่จะทำให้แม่สบายใจสินะคะ”

มยุราหาว่าลูกแสดงบทบาท ลวิตาสุดทนเดินหนี มยุราเดินตามโวยไล่หลัง...ไพรัตน์แอบฟังทั้งสองคุยกันจึงรู้ว่าลวิตาความจำเสื่อม ระหว่างนั้นเองมีเสียงริงโทนดังขึ้น ลวิตาชะงักสีหน้าตื่นตระหนก ภาพในหัวปรากฏตอนเธอถูกผลักล้มลง ชายหน้าบากเดินไปมาอยู่ตรงหน้า แล้วมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชายคนนั้นหยิบโทรศัพท์ออกมารับสาย

มยุราแปลกใจว่าลูกเป็นอะไร ลวิตาเดินหาที่มาของเสียงริงโทนนั้น เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ก็เข้าไปจับไหล่ ชายคนนั้นหันมาเห็นดาราก็ตื่นเต้น แต่เธอกลับตวาดให้เขาเอาโทรศัพท์ออกมาแล้วถามเบอร์โทร.ของเขา

จากนั้นก็กดเบอร์เข้าไป เสียงริงโทนไม่ใช่เสียงที่ได้ยินก็ขอโทษแล้วเดินจากไป มยุรางงว่าลูกเป็นอะไร รีบขอโทษชายคนนั้นซ้ำแล้วเดินตามลูกไป

ชิตเจ้าของเสียงริงโทนสวมหมวกดำใส่ฮูดทับและยังใส่แมสก์ปิดปาก เดินออกมามองตามสองแม่ลูกด้วยสายตามาดร้าย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขากดรับแล้วพูดว่า “เจอตัวลวิตาแล้วเจ้านาย ไม่ต้องห่วง ผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด”

ลวิตากลับมาทำงานด้วยความรู้สึกเกร็งน้อยลง พอเสร็จเซตแรกจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เกิดอุบัติเหตุสปอตไลต์อันใหญ่ล้มลงมาตรงที่ลวิตายืนอยู่ มีมือหนึ่งดึงเธอมาไว้ในอ้อมกอดรอดพ้นอย่างหวุดหวิด ทุกคนกรีดร้อง ความวุ่นวายเกิดขึ้น ลวิตาหันมามองคนที่ช่วยแล้วตะลึงเพราะเขาคือปวัตร ชายหนุ่มยิ้มล้อว่าชอบทำตัวให้เป็นห่วงเหมือนเดิม

ไตรภพเห็นชายคนหนึ่งวิ่งออกไปก็รีบตามจนทันก่อนที่เขาจะขึ้นรถหนี เขาคือชิตอย่างที่ไตรภพคาดเดา จึงกระชากคอเสื้อตวาดว่าพูดไม่รู้ฟัง ตนบอกแล้วจะจัดการเอง ชิตสวน

“แล้วเมื่อไหร่ล่ะครับ เมื่อไหร่ที่คุณจะจัดการได้ คุณก็รู้ว่าท่านเป็นคนใจร้อน ไม่ชอบรออะไรนาน ในเมื่อคุณไม่ทำให้ท่านเห็น ท่านก็ต้องให้ผมเป็นคนทำทุกอย่างให้เรียบร้อย”

ไตรภพโมโหแต่ทำอะไรไม่ได้...ด้านปวัตรกับลวิตาออกมาเดินคุยกัน เธอแปลกใจว่าเขามาได้อย่างไร ปวัตรหาว่าเธอลืมทั้งที่เธอส่งข้อความไปชวนให้มาเป็นเพื่อน ลวิตานึกได้ว่าต้องเป็นฝีมือจีน่าแน่ๆ จึงชวนไหนๆ ก็มาแล้วให้อยู่รอจนกว่าเธอจะถ่ายเสร็จ

ลวิตารู้สึกอุ่นใจขึ้นเมื่อมีปวัตรอยู่ด้วย เธอทำงานได้ดีขึ้นจนไตรภพไม่ค่อยพอใจ มยุราเข้ามาคุยกับปวัตร ทำนองไม่คิดว่าจะสนิทสนมกับลูกสาวมาก ทั้งที่ตอนแรกทะเลาะกันจะเป็นจะตาย แล้วฉุกคิดหรือเขาคือคนที่เป็นข่าวที่เชียงคาน ปวัตรยอมรับแต่ก็อธิบายว่าไม่ได้เป็นตามข่าวไม่ต้องห่วง มยุราจึงขอให้เขาอยู่ให้ห่างลวิตา เพราะเธอกำลังจะแต่งงานกับไตรภพ

ลวิตาเห็นแม่คุยกับปวัตรก็สงสัย พอเสร็จงาน เอกรีบชวนลวิตา มยุราและไตรภพไปทานข้าวด้วยกัน ลวิตารีบบอกว่าตนต้องไปธุระกับปวัตร เขาทำหน้างงๆ แต่ก็โดนเธอดึงให้เดินไป

พอออกมาพ้นทุกคน ปวัตรแกล้งเรียกค่าตัวที่ใช้ตนเป็นข้ออ้างบ่อยๆ ลวิตาพร้อมจ่ายแต่ตอนนี้อยากรู้ว่าแม่คุยอะไรกับเขา ปวัตรบอกว่าเรื่องทั่วๆไปไม่มีอะไร เธอไม่อยากเชื่อ พอดีแม่ปวัตรโทร.เข้ามาบอกว่านรีเข้าโรงพยาบาล ให้เขาไปอยู่เฝ้าเพื่อแม่จะกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้า ลวิตาขอไปด้วยอ้างว่าไปเป็นไม้กันหมาให้เขา ปวัตรยิ้มขำๆ

ooooooo

พอนรีรู้ว่าแม่ให้ปวัตรมาเฝ้าตนก็รู้สึกไม่สบายใจ ไม่อยากสู้หน้าปวัตร วิภาออกไปได้ชั่วครู่มีเสียงคนเปิดประตูเข้ามา นรีคิดว่าแม่ลืมของ แต่พอหันมองต้องสะดุ้งเมื่อเห็นกชกรเดินเข้ามา สีหน้าเธอเยาะหยันเต็มที่ จึงรีบบอกให้เธอกลับไป ตนต้องการพักผ่อน

กชกรไม่กลับแถมเข้ามาปรับสายน้ำเกลือให้หยดเร็วขึ้น นรีรู้สึกเจ็บจะดึงเข็มออกแต่กชกรจับแขนไว้ บอกให้จำความรู้สึกเจ็บนี้ไว้จะได้รู้ว่าตนเจ็บอย่างไรเวลาเห็นทรงพลไปหาเธอ

ระหว่างนั้นวิภาเดินออกมาเจอปวัตรมากับลวิตาก็รู้สึกคุ้นหน้าแต่นึกไม่ออก ปวัตรบอกว่ามากับเพื่อนและให้ลวิตาไปที่ห้องนรีก่อน เขาจะเดินไปส่งแม่ที่รถ ลวิตาจึงเดินล่วงหน้าไป

นรีทนเจ็บไม่ไหวกระชากแขนแล้วดึงเข็มน้ำเกลือออก ทำให้เลือดพุ่งไปโดนเสื้อกชกรแล้วผลักเธอเซไป กชกรโมโหจะเอาเรื่อง ลวิตาเปิดประตูเข้ามาเห็นก็ตกใจถามจะทำอะไร

กชกรชะงัก “แกเป็นเพื่อนกับหลิวลวิตางั้นเหรอ ตายจริงฉันอุตส่าห์ชื่นชม แต่คุณกลับตาต่ำมาคบนังนรีเป็นเพื่อน แบบนี้ฉันคงต้องคิดใหม่ว่าจะสนับสนุนผลงานของคุณต่อไปดีรึเปล่า”

“ไม่ต้องมาสนับสนุนผลงานของฉันหรอกนะคะ เพราะฉันเองก็ไม่อยากรับความหวังดีจากคนใจร้ายอย่างคุณเหมือนกัน”

กชกรโกรธโวยกลับว่าไม่รู้เรื่องอย่าพูดแต่ลวิตาไม่สนใจแถมบอกว่าปากตนจะพูดอะไรก็ได้ กชกรยิ่งโกรธจะตบนรี ลวิตาจับมือไว้และว่าทำพฤติกรรมต่ำๆ กชกรปรี๊ดด่าไม่ออก ลวิตาได้ทีขู่ถ้าไม่กลับจะเรียก รปภ.มาจัดการ ว่าแล้วก็ยกโทรศัพท์ขึ้น กชกรกระชากโทรศัพท์มาแล้วผลักลวิตาเต็มแรง ปวัตรเข้ามาเห็นพอดีและยิ่งเห็นรอยเลือดนรีก็ยิ่งโกรธ กชกรขยาดออกตัว

“ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น”

“แต่ผมเห็นว่าคุณทำ คุณผลักคุณลวิตาแล้วที่มือของรีก็เลือดออก ยังปฏิเสธ!”

กชกรปากแข็งไม่ยอมรับ นรีขอให้พอแค่นี้ ปวัตรไม่ยอม กชกรหาว่ารุมทั้งที่นรีแย่งทรงพลจากตน ปวัตรโต้เสียงกร้าว

“แย่ง...คุณเข้าใจผิดรึเปล่า คุณกับพลหย่ากันแล้ว ฉะนั้นมันก็ไม่ผิดถ้าพลกับรีจะรักกัน”

กชกรเถียงไม่ออกจึงจ้ำออกจากห้อง ลวิตาเห็นแววตาปวัตรก็รู้ว่าเขาเป็นห่วงนรีมาก...พยาบาลมาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนที่เปื้อนเลือดให้และขอลายเซ็นลวิตากันใหญ่ นรีขอบคุณลวิตาถ้าเธอเข้ามาไม่ทันตนคงแย่กว่านี้ ลวิตายิ้มให้

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ ฉันไม่ชอบเห็นใครโดนรังแก วันหลังถ้าเขามาทำร้ายคุณอีกก็แจ้งความเลยนะคะ ไม่ต้องไปกลัว ถ้าเราปล่อยคนแบบนี้ไปเขาจะยิ่งได้ใจ นึกว่าเราเป็นลูกนกในกำมือค่ะ” ปวัตรได้ยินก็ขำ

“สุภาษิตอะไรของคุณ ลูกนกในกำมือ มันมีแต่ลูกไก่ในกำมือ”

ลวิตาเออออว่าเหมือนกัน ปวัตรหันมาซักไซ้นรีว่าโดนกชกรทำร้ายมากี่ครั้งแล้ว เธออ้อมแอ้มว่าครั้งแรกและต่อไปจะระวังตัวให้มาก เขากำชับถ้ามีครั้งต่อไปให้โทร.บอกตนทันที แล้วหันไปเห็นว่านรียังไม่กินข้าว ของโรงพยาบาลจึงบังคับให้กิน ถ้าไม่กินจะป้อน นรีจำต้องรีบกินเอง ลวิตาเห็นแล้วยิ่งมั่นใจว่าปวัตรยังมีเยื่อใยให้นรี ก็รู้สึกใจแป้ว

พอกลับออกมา ลวิตาแย็บให้ปวัตรลองจีบนรีอีกครั้ง เขาปฏิเสธสีหน้าเจ็บปวด หญิงสาวรู้ว่าพูดมากไปจึงเปลี่ยนมาชวนเขาไปทานข้าวก่อนกลับ แต่เขาบอกว่าต้องไปทำธุระจะไปส่งเธอที่บ้าน ลวิตาขอกลับเองไม่ต้องเป็นห่วง

วิภาซึ่งกลับมาอยู่เป็นเพื่อนนรีเพิ่งนึกได้ว่าผู้หญิงที่มากับปวัตรคือดารา แต่แปลกใจว่าเขาไปรู้จักกันได้อย่างไร และกลัวว่าลูกจะโดนหาว่าเป็นมือที่สามเพราะตอนนี้ลวิตามีข่าวกับไตรภพ นรีบอกแม่ไม่ให้คิดมาก อยากรู้อะไรให้ถามปวัตรโดยตรง แต่วิภารู้ว่าลูกไม่ตอบแน่

ปวัตรมาเอาเรื่องทรงพลที่ห้องพักในคอนโด ให้ไปบอกเมียเก่าอย่ามาทำร้ายนรีอีก และตนก็เชื่อว่าเธอทำมาหลายครั้งแล้ว ถ้าคิดว่ารักนรีจริงให้จัดการเรื่องกชกรให้เรียบร้อย

ในขณะเดียวกัน ลวิตาโบกแท็กซี่ให้ไปส่ง

พุทธมณฑลสายสอง เธอไม่รู้ตัวว่าได้ขึ้นรถคนร้ายออกไป ...เมื่อเห็นว่ารถวิ่งออกนอกเส้นทางก็เอะใจ พอดีมือถือสั่นไม่ทันดังเธอรีบกดรับสายแล้วพูดว่า ช่วยตนด้วย เสียงไตรภพตะโกนถามว่าเธออยู่ที่ไหน

ชิตได้ยินลวิตาพูดก็เบรกรถอย่างแรง กระเป๋าและโทรศัพท์เธอร่วงลงพื้น ลวิตาตัดสินใจเปิดประตูรถวิ่งหนี ชิตตามกระชากแขนได้ทัน ลวิตาละล่ำละลักบอกถ้าอยากได้เงินให้เอาในกระเป๋าตนได้เลย ชิตชักมีดออกมาขู่ลวิตาด้วยสายตาดุดัน

ไตรภพรู้ทันทีว่าลวิตาโดนใครทำร้าย เขามาที่เพนต์เฮาส์สุดหรู สมุนที่เฝ้าอยู่ไม่อาจขวางความแรงของไตรภพได้ เมื่อเข้ามาเจอเจ้านายอยู่กับหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อยก็เสียงกร้าวใส่

“บอกมันให้หยุดเดี๋ยวนี้! ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมจะจัดการเรื่องนี้เอง ทำไมคุณถึงไม่เชื่อ ยิ่งคุณทำแบบนี้ หลิวจะยิ่งระวังตัว จากที่ไม่สงสัยก็อาจจะทำให้หลิวรู้ ความจริง หลิวไม่ใช่คนโง่ และที่สำคัญมันอาจจะทำให้หลิวจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นได้”

ไตรภพนึกถึงเหตุการณ์คืนที่เขายืนประจันหน้ากับสมมาตรเพื่อนนักข่าวของไพรัตน์ ไตรภพให้สมมาตร เอาหลักฐานทั้งหมดมาแลกกับเงินเท่าไหร่ก็ได้ สมมาตรกลับบอกว่าไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการโค่นพวกขายยา ไตรภพเตือนว่าไม่มีประโยชน์...เสียงผู้คนเดินมา ไตรภพเร่งให้สมมาตรส่งกระเป๋า แต่เขากลับใช้มันฟาดใส่จะหนี ไตรภพจึงต้องอัดสมมาตรลงไปกอง เจ้านายและสมุนเดินเข้ามา สมุนจับสมมาตรโยนลงจากดาดฟ้าทันที

ไตรภพยืนอึ้ง ทันใดได้ยินเสียงบางอย่างที่ขอบตึก ไตรภพวิ่งไปดูเห็นแหวนหมั้นตกอยู่ก็ใจหายรีบเก็บขึ้นมาแล้วชะโงกหน้าไปมอง เห็นลวิตาวิ่งลงจากตึกอย่างไม่คิดชีวิต จึงรีบตามเธอไป เธอขึ้นรถขับออกไป เขาก็ขับรถตามไม่ลดละ...

ไตรภพรู้ว่าลวิตารู้เรื่องของพวกตนมากเกินไป แต่ตอนนี้เธอจำไม่ได้ จึงขอให้เจ้านายสั่งชิตให้หยุดทำร้ายเธอ...ทันทีที่ชิตได้รับโทรศัพท์ เขาก็เก็บมีดแต่มองหน้าลวิตาอย่างโกรธแค้น แล้วผละไปขึ้นรถขับออกไป ลวิตางงเดินกระเซอะกระเซิงไปตามทางเปลี่ยว ไม่ทันไร รถไตรภพเข้ามาจอด เขาลงจากรถมากอดเธออย่างห่วงใย เธอแปลกใจเขารู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่

ไตรภพอ้างว่าให้เพื่อนที่เป็นตำรวจเช็กให้ว่ารถแท็กซี่ที่เธอขึ้นจากโรงพยาบาลไปทางไหนแล้วตามมา เขาจะไปส่งเธอ ลวิตายังไม่อยากกลับ เบื่อที่จะตอบคำถามแม่ ไตรภพจึงพาเธอมาที่คอนโดของเขา...ลวิตาได้ทีเดินสำรวจห้อง เขาเล่าถึงภาพถ่ายคู่ครบรอบหนึ่งปีที่เป็นแฟนกันให้ฟัง แต่เธอจำไม่ได้ พลันเห็นโน้ตบุ๊กมีธัมบ์ไดรฟ์วางข้างๆก็เกิดภาพแว่บเข้ามาในหัว เป็นภาพลวิตาเอาธัมบ์ไดรฟ์ใส่ซองจดหมาย ใช้สกอตช์เทปพันจนแน่นหนาแล้วเอาไปซ่อนที่ช่องระหว่างกำแพงกับคอมเพรสเซอร์แอร์ที่ระเบียงห้อง...ไตรภพเห็นหน้าลวิตาซีดก็สะกิดถาม เธอสะดุ้งหน้าตื่น เขาร้อนใจ

ถามว่าเธอเห็นภาพอะไร ลวิตาเริ่มระแวง พอดีโทรศัพท์ไตรภพดังขึ้น เขารับสายคุยสักครู่ก็บอกเธอว่า ตำรวจเจอรถแท็กซี่แต่ไม่เจอคนร้าย ให้เธอไปรับกระเป๋ากับโทรศัพท์คืนที่โรงพัก ลวิตาพยักหน้ารับรีบเดินออกจากห้อง

ไตรภพพาลวิตามารับกระเป๋ากับโทรศัพท์มือถือที่โรงพัก เธอขอให้เขาไปส่งที่คอนโดของเธอ...พอลวิตาเคาะเรียกปวัตร เขาแปลกใจว่าเธอมาทำไมค่ำมืด ลวิตารีบบอกเขาว่า

“ฉันคิดว่าฉันเจอคนที่อยู่ในห้องกับฉันวันที่ฉันกระโดดลงมาจากระเบียง”

“คุณรู้ได้ไงว่าเป็นเขา”

พอลวิตาบอกว่าจากเสียงเรียกเข้ามือถือ ปวัตรก็ว่าเชื่อไม่ได้ แต่เธอยืนยันว่าจำได้แม่นเพราะไม่ใช่เสียงปกติที่คนใช้กัน แล้วลวิตาก็น้อยใจที่เขาไม่เชื่อจึงไล่เขาออกไป ปวัตรต้องเตือนว่าตอนนี้ห้องนี้เป็นห้องตน เธอจึงบอกจะกลับมาอยู่ ปวัตรห่วงว่าเธอกำลังจะทำอะไร เธอปัด

“ไม่เกี่ยวกับคุณ”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อตอนนี้ผมเป็นเจ้าของห้อง ผมมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าคุณมาอยู่ห้องผมทำไม เพื่อ...” ลวิตา

สวนทันควัน

“เพราะฉันรู้ว่าพวกที่คิดฆ่าฉัน มันกำลังจะลงมืออีก”

 “คุณก็เลยคิดจะใช้ตัวเองเป็นเป้าล่อให้พวกมันมาหา” เธอรับว่าใช่ เขาว่าเธอทันที “โง่! นี่เป็นความคิดที่โง่ที่สุด” ลวิตาฉุนกึกที่ด่ากันว่าโง่ เขาด่าซ้ำว่าเธอทำตัวงี่เง่า

“ไอ้หมาวัด!” ลวิตาทุบตีเขายกใหญ่ ปวัตรต้องจับมือแล้วดึงเธอเข้ามาจ้องหน้า

“คุณเคยเกือบตายไปแล้วครั้งนึง คุณยังคิดที่จะเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงอีก คุณไม่ห่วงตัวเองแต่ผมห่วง!”

ลวิตาชะงักทำหน้าไม่ถูก อ้อมแอ้มว่าเขาไม่เชื่อ ตนก็ต้องช่วยตัวเอง ปวัตรโวยไม่เคยพูดสักคำแต่ที่ซักถามเพื่อให้แน่ใจ ต้องหาหลักฐานมายืนยันกับตำรวจ เพราะอย่าลืมว่าความทรงจำเธอหายไป ตำรวจจะไม่เชื่อ ลวิตาจ๋อยลงทันตา ยอมให้ปวัตรบ่นว่าแต่ก็รู้สึกอุ่นใจ ปวัตรให้ลวิตากลับไปพักบ้านแม่ตามเดิม เขาจะไปส่ง เธอเดินตามไปอย่างว่าง่าย

เมื่อมยุราเห็นปวัตรมาส่งลวิตาก็ไม่พอใจ พูดจาไม่ดีกับเขา จนลวิตาต้องขอให้ปวัตรกลับไปก่อน มยุราเดินตามถามลวิตาไปไหนกับปวัตรแล้วโวยวายใหญ่โตห้ามเธอคบกับปวัตร เพราะจะถูกแฟนคลับด่าทั้งประเทศที่ทิ้งไตรภพ ลวิตามองหน้าแม่แล้วพูดด้วยความน้อยใจ

“แม่นี่ดีนะคะ ห่วงแต่ความรู้สึกของคนที่ไม่รู้จักมากกว่าห่วงความรู้สึกของลูกตัวเอง แม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะว่าคุณปวัตรเขาจะคบหนู เพราะว่าเขาไม่ได้รักหนู” พูดจบก็เดินไป

มยุรายิ่งงงว่าพูดแบบนี้หมายความว่าลูกรักปวัตรหรืออย่างไร...ลวิตาเข้าห้องหน้าเศร้ารำพึง ตนก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เป็นอยู่นี้หมายความว่าตนรักปวัตรหรือเปล่า

วันต่อมาทรงพลมาต่อว่ากชกรถึงบ้านที่ไปทำร้ายนรี เธอโกรธบอกเขาก็รู้ว่าตนทำได้มากกว่านี้ถ้าเขายังไม่เลิกยุ่งกับนรี ทรงพลนึกถึงอดีตที่กชกรเล่นงานลูกค้าหญิงของเขาเพราะเข้าใจว่าเป็นแฟนใหม่ของเขาโดยไม่ฟังความใดๆ...ทรงพลตัดสินใจตกลงกับกชกร

“ผมจะกลับมาคบกับคุณ แต่คุณต้องสัญญากับผม ว่าคุณจะไม่ยุ่งกับรีอีก คุณต้องอยู่ห่างจากรีให้มากที่สุด”

ทรงพลกลับมาอยากโทร.หานรีต้องตัดใจ...

นรีเองก็คิดถึงทรงพลอยากโทร.หาแต่ไม่กล้า

ข่าวคลิปลวิตาความจำเสื่อมแพร่สะพัด มยุราเห็นภาพข่าวพร้อมลวิตา เห็นภาพลักษณะถูกแอบถ่ายตอนทั้งสองทะเลาะกันวันถ่ายแบบ ทำให้รู้ว่าลวิตารอดตายมาได้แต่ความจำเสื่อม ถึงมีท่าทีที่เปลี่ยนไปต่อไตรภพ แล้วโยงไปยังคลิปที่เชียงคาน ผู้ชายที่เข้าห้องเธอคงเป็นกิ๊กใหม่

ลวิตายืนเหวองงกับข่าวที่ออกมา มยุราเต้นเร่าๆ สั่งห้ามลูกออกไปไหน ตนจะไปหาเอก ด้านปวัตรโดนวิภาซักไซ้จากข่าวที่ออกมา เขาพยายามอธิบายให้แม่เชื่อว่าตนกับลวิตาไม่มีอะไรกัน วิภาให้เขารับปากว่าจะไม่ยุ่งกับลวิตาอีก

เอกกับมยุราปรึกษากันเครียด เอกสรุปว่าวิธีกลบข่าวที่ดีที่สุดคือต้องให้ลวิตาแต่งงานกับไตรภพเร็วขึ้น...

แม้ปวัตรจะถูกแม่กำชับแต่เขาก็อดเป็นห่วงลวิตาไม่ได้ จึงโทรศัพท์หา ลวิตาดีใจแต่ก็บอกให้เขาสบายใจว่า ตนชินกับข่าวแบบนี้และขอโทษที่ทำให้เขาเดือดร้อนไปด้วย

“ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย เพราะไม่มีใครรู้ว่าเป็นผม คุณต่างหากที่อาจจะต้องเจอกับอะไรที่มากวนใจมากมาย”

“ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ มันคงจะไม่มีเรื่องอะไรร้ายแรงเท่ากับการที่มีคนต้องการฆ่าฉันอีกแล้ว ฉันพยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าฉันไปทำอะไรให้พวกเขา...” จู่ๆลวิตาก็หยุดพูด

ปวัตรตกใจที่ลวิตาเงียบไป พยายามถามว่าเธอเป็นอะไร แล้วสายก็หลุดไป โทร.ใหม่ก็ไม่ติด เขารีบวิ่งออกจากโรงเรียนดนตรีของเขาทันที

ลวิตาเห็นชายชุดดำใส่หมวกยืนหันหลังอยู่ในห้องรับแขกก็ตกใจ แก้วน้ำในมือหล่นแตก ชายชุดดำหันมาเป็นไตรภพ เขารีบเข้ามาช่วยเก็บเศษแก้ว เขาบอกที่มาเพราะเป็นห่วงเรื่องข่าว...ปวัตรมาถึงเห็นชายชุดดำในบ้านลวิตาก็รีบเข้าไป แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นชัดว่าเป็นไตรภพ

ลวิตากับไตรภพถกเถียงกันเรื่องที่เอกให้เลื่อนการแต่งงานเข้ามา ลวิตาไม่เห็นด้วยและว่าทุกคนทำอะไรคิดถึงแต่ตัวเอง ไตรภพไม่พอใจหาว่าเธอเปลี่ยนใจไปชอบปวัตรถึงไม่เห็นว่าที่ทุกคนทำเพื่อปกป้องเธอ

ลวิตาโกรธจะไปคุยกับเอกเอง ไตรภพไม่พอใจดึงเธอเข้ามากอดไม่ให้ไป ลวิตาตกใจพยายามผลักไส ทันใดเห็นปวัตรยืนอยู่ ปวัตรทำหน้าไม่ถูก

“ผมขอโทษที่มาโดยไม่ได้บอก เห็นคุณปลอดภัยผมก็หมดห่วง” ปวัตรกลับออกไป

ลวิตาผละจากไตรภพตามปวัตรถึงหน้าบ้าน อธิบายเรื่องเมื่อครู่กลัวเข้าใจผิด แต่เขาบอก

“ถึงคุณยังจำคุณไตรภพไม่ได้ แต่คนทั้งประเทศเขารับรู้ว่าคุณสองคนเป็นคนรักกัน”

ลวิตาอึ้งพูดไม่ออก ไตรภพตามออกมาดึงลวิตาเข้าบ้าน ปวัตรได้แต่มองทอดถอนใจ

ooooooo

นรียังไม่ครบกำหนดวันลาแต่ก็มาบริษัทเพราะมีเรื่องอยากคุยกับทรงพล เธอสงสัยว่าทำไมเขาส่งเธอที่โรงพยาบาลแล้วไม่เคยไปเยี่ยมเลย หรือเขายังโกรธอยู่ ทรงพลบอกว่าไม่ได้โกรธ แต่ได้ยินที่เธอคุยกับปวัตรหมดแล้ว มันยากที่จะทำใจยอมรับว่าทั้งสองเคยคบกันมาก่อน

นรีหน้าเจื่อนไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ไม่ทันไรกชกรเดินเข้ามาควงแขนทรงพลและเขาก็ไม่ขัดขืน

เธอทำอาหารกลางวันของโปรดมาให้เขา แถมพอเห็นนรีกลับพูดจาดีว่า

“อ้าวนรี...ฉันเพิ่งเห็น ทำไมหน้าซีดๆ ถ้ายังไม่ดีขึ้นแล้วจะรีบออกจากโรงพยาบาลมาทำไม หยุดพักหลายๆวันก็ได้ พลเขาไม่ว่าหรอก” ว่าแล้วก็ดึงทรงพลเดินคลอเคลียไป

นรีมองตามเสียใจ ชมพูนุชเดินเข้ามาเยาะหยันว่าได้กลิ่นอะไรตุๆ นรีจึงตอกกลับว่ากลิ่นหัวเธอ กว่าชมพูนุชจะนึกออกว่าโดนว่าเป็นหมาหัวเน่า นรีก็เดินไปไกลแล้ว...

ลวิตามาหาปวัตรที่โรงเรียนดนตรี พนักงานตื่นเต้นขอถ่ายรูปกันยกใหญ่ พอเธอขึ้นมาบนห้องเรียน เห็นนรีคุยอยู่กับปวัตรจึงรีบหลบแอบมอง...นรีร้องไห้เสียใจเรื่องทรงพล ปวัตรใจหายรู้ทันทีว่าเพื่อนทำอย่างที่พูดว่าจะเป็นฝ่ายไปจากนรีเอง จึงดึงนรีเข้ามากอดปลอบ ลวิตาเห็นภาพนั้นรู้สึกปวดใจหันหลังกลับ แต่พอเข้ามานั่งในรถก็น้ำตาไหลอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

เมื่อนรีสบายใจขึ้นก็ขอบคุณปวัตร เขาเน้นว่าเราเป็นพี่น้องกัน มีอะไรให้โทร.หาได้ตลอด นรีซาบซึ้งใจทั้งที่ทำร้ายจิตใจเขา เขาก็ยังดีด้วย ปวัตรกล่าวยิ้มๆ

“เลิกคิดมากได้แล้ว พี่รู้ว่าความรักมันฝืนใจกันไม่ได้”

ปวัตรเดินออกมาส่งนรีหน้าโรงเรียน แล้วพนักงานก็บอกเรื่องลวิตามาหา ตอนนี้กลับไปแล้ว ปวัตรแปลกใจว่ามีอะไร...ระหว่างทางที่ลวิตาขับรถกลับมีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งตาม เธอใจไม่ดีพยายามขับหนีจนพ้นมาหลบที่บ้านจีน่า จีน่าคิดว่าเป็นพวกปาปารัซซี ลวิตาก็คิด

เช่นนั้นแต่กลับเป็นห่วงปวัตรจะเสียชื่อไปด้วยอีก จีน่าชักสงสัยความรู้สึกของเพื่อน

ไพรัตน์ค้นประวัติปวัตรแล้วทำสกู๊ปข่าวลงเน็ต “เปิดโฉมหน้ามือที่สามระหว่างหลิว ลวิตา กับมิค ไตรภพ” ภาพปวัตรเต็มหน้าพร้อมคำใต้ภาพ “ครูสอนเปียโนหนุ่มหล่อโปรไฟล์ดี” และภาพปวัตรไปบ้านมยุรากับภาพลวิตาไปที่โรงเรียนดนตรีและภาพอื่นๆ ไพรัตน์เข่นเขี้ยวจะทำลายชื่อเสียงของสองคนนี้ให้ได้

ในคืนนั้นปวัตรยืนรอทรงพลกลับที่หน้าห้อง เพื่อต่อว่าเรื่องนรีและถามว่าเขาจริงใจกับน้องสาวตนจริงหรือเปล่า ทรงพลมองเพื่อนสีหน้ากวน

“แกคิดว่าคนอย่างฉันจะหยุดอยู่ที่คนคนเดียวได้จริงเหรอ...กับนรีมันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบที่เกิดขึ้นในตอนที่ฉันไม่มีใคร แต่ว่าตอนนี้ฉันคืนดีกับกชแล้ว”

ปวัตรโกรธกระชากคอเสื้อทรงพล “ไอ้พล! ฉันไม่นึกเลยว่าแกจะเห็นรีเป็นแค่ของเล่น”

“งั้นก็รู้เอาไว้ซะ ต่อไปนี้ถ้าไม่มีธุระก็ไม่ต้องมาหาฉันอีก ฉันไม่อยากมีเพื่อนขี้โกหกอย่างแก” ทรงพลพูดจบผละตัวออกเดินเข้าห้องปิดประตูใส่โครม แต่แล้วก็ยืนพิงประตูเจ็บปวด

รุ่งเช้านรียื่นจดหมายลาออกกับทรงพล เขาไม่อนุมัติอ้างว่าต้องรอให้หาคนใหม่ได้ก่อนถึงออกได้ นรีเสียใจหาว่าเขาเห็นแก่ตัว มันเป็นการทรมานใจตน ทรงพลยื่นหน้ามาใกล้กวนๆ

“ผมไปทรมานคุณตอนไหน” นรีขยับหนี เขาจับแขนเธอไว้ “จะไปไหน คุณยังไม่ได้ตอบคำถามผม” นรีไม่ตอบ เขาสั่งเสียงเข้มให้ตอบ นรีน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ

“คุณเปลี่ยนไปมาก คุณรู้ตัวรึเปล่า”

“ผมไม่เคยเปลี่ยน ผมก็เป็นของผมแบบนี้ เพียงแต่คุณดูไม่ออกก็เท่านั้นเอง”

“คุณจะบอกว่าที่ผ่านมาคุณเล่นละครตบตาฉันว่าเป็นคนดีมาโดยตลอด?”

“จะว่าแบบนั้นก็ได้” นรีไม่เชื่อ ทรงพลแกล้งทำให้เธอเชื่อว่าตัวเองร้ายกาจด้วยการยื่นหน้าเขาจูบเธอ นรีตกใจผลักเขาออกเต็มแรงแล้วจ้ำหนีออกจากห้อง ทรงพลก้มหน้ารู้สึกผิดมาก

มยุราเข้ามาบอกลวิตาเรื่องฤกษ์แต่งงานที่ได้

ลวิตามีท่าทีไม่ยอมแต่งจนมีปากเสียงกับแม่ แล้วเธอก็ถามแม่ทำไมไม่สงสัยบ้างว่าเพราะอะไรตนถึงจำคู่หมั้นตัวเองไม่ได้ มยุราบอกว่าช่วงหลังลูกกับไตรภพทะเลาะกันบ่อย แล้วลูกก็หายไปสามสี่วัน กลับมาก็ฆ่าตัวตาย...

จู่ๆลวิตาก็เห็นภาพธัมบ์ไดรฟ์ในหัว เธอสะดุ้งสุดตัวผลุนผลันออกจากบ้านจนมยุราแปลกใจ

ลวิตาเปิดประตูเข้ามาในห้องคอนโดโดยลืมไปว่าให้ปวัตรเช่า ปวัตรนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องนอน ตกใจมากที่เห็นลวิตา ต่างคนต่างเขิน...ปวัตรเข้าไปแต่งตัวออกมานั่งคุย

“ฉันเห็นภาพของธัมบ์ไดรฟ์ ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันมีความสำคัญอะไร แต่ตอนนี้ไม่ว่าเห็นภาพอะไร ฉันก็ต้องพยายามหาคำตอบให้ได้”

ปวัตรพอเข้าใจ ช่วยลวิตาค้นหาธัมบ์ไดรฟ์ แต่ค้นทั้งห้องก็ไม่เจอ...ปวัตรเดินออกมาส่งลวิตา โฉมฉายเห็นรีบเม้าท์กับแม่บ้านว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรกันตามข่าวแน่ ไม่ทันไรมีนักข่าวโทร.มาถามเรื่องลวิตา โฉมฉายสีหน้าเจ้าเล่ห์รีบบอกว่าถามมาได้เลย ตนรู้ทุกอย่างเพราะตนเป็นผู้จัดการนิติบุคคลประจำคอนโดแห่งนี้

ปวัตรส่งลวิตาที่รถแล้วนึกได้ถามว่าเมื่อวานเธอไปหาตนที่โรงเรียนทำไม ลวิตาทำหน้าเลิ่กลั่กแก้ตัวว่าจำไม่ได้สมองไม่ค่อยดี แล้วขับรถออกไป ทันใดนั้นเองมีรถนักข่าวเข้ามาขวางหน้า ลวิตาเบรกตัวโก่งลงจากรถมาโวย ปวัตรได้ยินรีบเข้ามายืนเคียงข้าง นักข่าวเห็นปวัตรก็รีบถ่ายรูป โฉมฉายแอบมองอย่างสนุก นักข่าวจี้ถามปวัตรเป็นมือที่สามจริงใช่ไหมถึงได้ไปมาหาสู่

โฉมฉายเข้ามาชิงตอบว่าปวัตรเป็นคนเช่าห้องคอนโดของลวิตา ปวัตรออกตัวว่าตนกับลวิตาไม่ได้มีอะไรกัน นักข่าวหาว่าทั้งสองใช้ที่นี่เป็นที่นัดพบ ปวัตรสุดทนโวย

“หยุดปากมากกันได้แล้ว! จะพูดอะไรให้เกียรติคุณลวิตาบ้าง ทุกสิ่งที่คุณพูดมามันไม่เป็นความจริง  ผมไม่ได้ชอบคุณลวิตา แล้วก็ไม่มีวันที่จะชอบด้วย กรุณามีจรรยาบรรณกันด้วยนะครับ” ลวิตาได้ยินแอบใจหาย โฉมฉายยื่นปากมาแย้ง ลวิตาทนไม่ไหวโพล่งขึ้น

“ความจริงคุณปวัตรไม่ได้เป็นเพื่อนฉันหรอกค่ะ”

“นั่นไง คิดเอาไว้แล้วเชียว...” โฉมฉายตบเข่าฉาด นักข่าวหน้าตื่น ลวิตาสวน

“ฉันยังพูดไม่จบ ตอนนี้คุณปวัตรเป็นคนดูแลคนใหม่ของฉัน”

ทุกคนอึ้งรวมทั้งปวัตรที่มองลวิตาอย่างงงงวย...

ooooooo

ข่าวปวัตรเป็นคนดูแลลวิตาทำให้มยุราไม่พอใจอย่างมาก หาว่าความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก ตนกับเอกต้องตามล้างตามเช็ดข่าวให้ไปถึงเมื่อไหร่ ลวิตาบอกว่าตนให้ปวัตรเป็นคนดูแลจริงๆ เอกเห็นดีด้วยทำให้มยุราแปลกใจ

แล้วเอกก็อธิบายให้มยุราเข้าใจว่า เรื่องการแต่งงานของลวิตากับไตรภพยังเหมือนเดิม แต่การที่ปวัตรเข้ามาเป็นคนดูแลลวิตาเป็นการดี เพราะเขาจะอยู่ในสายตาของเราตลอด มยุราหวั่นใจกลัวลูกจะหลงรักปวัตร อยากตัดไฟแต่ต้นลมมากกว่า

“คุณแม่ลืมไปแล้วเหรอครับว่า ไม่เคยมีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าอยู่ในมือของผม แล้วผมจะทำให้คุณแม่เห็นด้วยตาของคุณแม่เอง” เอกยืนยันให้มยุราคลายความกังวลใจ

คืนนั้นปวัตรพบว่าห้องถูกรื้อค้นก็ตกใจรีบไปดูตรงประตูทางหนีไฟ เห็นหลังคนร้ายไวๆก็รีบวิ่งตาม...ชิตซึ่งเป็นคนเข้าไปรื้อทำตัวเป็นคนเก็บขยะทำให้ปวัตรไม่ทันสังเกตวิ่งผ่านไปแล้วต้องตกใจเมื่อเจอโฉมฉายตามสอดรู้สอดเห็น เขากลับมาให้ รปภ.เปิดภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายเข้ามาทางบันไดหนีไฟ ท่าทางรู้ตำแหน่งของกล้องเป็นอย่างดี

ปวัตรขับรถมาหาลวิตาที่บ้าน ทั้งสองนั่งคุยกันในรถ ลวิตาตั้งข้อสงสัย

“เหตุการณ์นี้มันยิ่งทำให้ฉันมั่นใจว่ามีคนอยากฆ่าฉันจริงๆ ฉันอยากกลับไปอยู่ที่ห้อง”

“ไม่ได้ ถ้าคุณกลับมา คุณอาจจะถูกมันฆ่า”

“แต่เราก็จะได้รู้ว่ามันเป็นใคร และมันต้องการอะไรจากฉัน”

ปวัตรไม่ยอม เกรงเธอเป็นอันตราย ทันใดไตรภพโผล่มาเคาะกระจกสีหน้าไม่พอใจ...ปวัตรกลับไป ไตรภพต่อว่าลวิตาที่อยู่กับปวัตรสองต่อสอง และไม่พอใจที่เธอให้เขามาเป็นผู้ดูแล หาว่าลวิตากำลังประชดหาเรื่องบ่ายเบี่ยงการแต่งงาน ลวิตาพยายามบอกว่าตนแค่ต้องการให้ความจำกลับคืนมาก่อน เพราะตนรู้สึกว่ามีคนพยายามฆ่าตน ไตรภพตกใจ

ปวัตรขับรถออกมาสักพักก็นึกเป็นห่วงลวิตาเพราะเห็นสายตาไตรภพน่ากลัว จึงวกรถกลับ...ไตรภพอยากให้ลวิตาไปหาจิตแพทย์ เธอไม่ยอม ทำให้เขาโกรธตะคอกใส่ว่าอย่าขัดใจเขา ลวิตาตกใจกับท่าทางและน้ำเสียงนี้ ไตรภพเห็นสายตาเธอก็สงบสติอารมณ์ลง 

จับมือเธอขอโทษ แต่หญิงสาวสะบัดมือออกพลาดไปโดนหน้าเขา ไตรภพผงะ ภาพตอนที่เขาโดนแม่ตบตีทำร้ายร่างกายผุดขึ้น เขาสติหลุดคิดว่าลวิตาเป็นแม่ เอามือบีบคอเธออย่างแรง ลวิตาดิ้นรนตกใจ

ปวัตรกลับมาเห็น เข้าไปดึงลวิตาออกมาแล้วต่อว่าไตรภพทำร้ายเธอทำไม ไตรภพได้สติโมโหไล่

ปวัตรอย่ายุ่ง มยุราเดินออกมาเห็นท่าทีทั้งสามคนก็แปลกใจ แต่พอเห็นรอยแดงที่คอลูกสาวก็ตกใจว่าโดนใครทำ ไตรภพรีบตัดบทลากลับ ปวัตรขอตัวกลับเช่นกันแต่มยุราท้วง

“เดี๋ยว...คุณ อย่าเพิ่งกลับ ทั้งคุณทั้งยัยหลิวเข้าไปคุยกันในบ้าน”

ลวิตากังวลใจว่าแม่จะพูดอะไรกับปวัตร แล้วมยุราก็ส่งตารางงานลวิตาให้และสั่งปวัตรว่า เขาต้องมารับลวิตาก่อนเวลางาน และเตรียมกาแฟร้อนกับแซนด์วิชทูน่ามาให้เธอด้วย ขนมปังต้องเป็นโฮลวีตเท่านั้น ลวิตาแทรกว่านั่นเป็นหน้าที่คนรับใช้ มยุรายักไหล่ว่าคล้ายกัน แล้วยังกำชับปวัตรต้องฟังคำสั่งตนทุกเรื่อง ดูแลลวิตาตั้งแต่เครื่องแต่งตัวยันเวลาเข้านอน รวมทั้งหาอาหารการกิน ลวิตาสุดทนบอกแม่ว่าตนจะเป็นคนบอกหน้าที่แก่ปวัตรเอง

“ไม่ได้! คุณคงต้องเหนื่อยล่ะนะ จากเจ้าของโรงเรียนสอนเปียโนต้องมาเป็นลูกจ้างให้ฉันและลูก ถ้าคุณทนไม่ไหวก็รีบบอก ฉันจะได้หาคนอื่นมาแทน”

“คนอย่างผมไม่ใช่พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ผมพร้อมที่จะเรียนรู้งานและเปิดรับสิ่งใหม่อยู่แล้ว คุณมยุราไม่ต้องเป็นกังวลแทนผมหรอกนะครับ”

ลวิตาทนไม่ไหวดึงปวัตรกลับ มยุราถากถางไล่หลังแล้วยิ้มเยาะนึกถึงที่เอกพูดไว้ว่า จะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสทำให้ลวิตาเห็นว่าปวัตรเป็นคนไม่ดี มีเพียงไตรภพที่ดีสำหรับเธอ

ลวิตาขอโทษปวัตรแทนแม่และบอกว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ตนจำได้ว่าไตรภพเป็นคนขี้โมโหมาก เวลาโกรธมักจะคุมสติไม่อยู่ เขาเคยไปพบแพทย์กินยาจนอาการดีขึ้น แต่ตอนนี้คงไม่ค่อยได้กินยา ปวัตรเห็นว่าเป็นอันตรายมาก ลวิตาไม่หวั่นเพราะจากนี้ตนมีเขาคอยดูแล ปวัตรแกล้งเรียกลวิตาว่าคุณหนู เธอตีแขนเขาเพราะไม่ชอบ ทั้งสองหยอกล้อกันน่าเอ็นดู...

วันต่อมานรีกำลังทำงานเห็นกชกรควงแขนทรงพลเดินเข้ามาก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าวจึงเมินหน้าหนี ชมพูนุชเข้ามากระแนะกระแหน นรีฮึดตอบโต้แล้วเดินเลี่ยงแต่ก็เห็นกชกรหอมแก้มทรงพลเข้าพอดี ทรงพลทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกรู้ว่านรีต้องเห็น

กชกรตามมาขอบใจนรีที่ทำตามสัญญา นรีอวยพรกลับให้เธอกับทรงพลมีความสุขแล้วเดินหนี กชกรรู้ว่าทรงพลยังตัดใจจากนรีไม่ได้ก็มองตามด้วยสายตาร้าย

เมื่อกชกรกลับไปแล้ว ทรงพลเห็นนรีอยู่ลำพังก็อดเข้ามาพูดคุยด้วยไม่ได้ แต่เธอเดินหนี เขาติงทำไมทำตัวห่างเหิน เธอสวนว่าเขาเป็นคนเริ่มก่อนจะมาเรียกร้องอะไร แล้วขอให้เขาอยู่ห่างๆตน ตนไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดอีก ทรงพลจึงถามว่าเมื่อไหร่จะคืนดีกับปวัตร เธอประชดว่าอีกไม่นานแล้วเขาอย่าลืมมาแสดงความยินดี ทรงพลรู้สึกเจ็บปวดใจ

เย็นวันนั้นขณะที่นรียืนรอรถแท็กซี่ มีชายสองคนเข้ามาลวนลาม ทรงพลเห็นเข้ามาช่วยแต่ก็สู้สองคนไม่ไหว นรีต้องร้องเรียกตำรวจ ทั้งสองจึงวิ่งหนีไป...นรีซื้อยามาทาให้ทรงพล เธอน้ำตารื้นที่ทำให้เขาต้องเจ็บตัว ถ้าเขาเป็นอะไรมากกว่านี้ตนจะทำอย่างไร ทรงพลสวน

“พี่ต่างหากที่ต้องพูดประโยคนี้ ถ้าหากรีเป็นอะไรพี่จะทำยังไง พี่มันโง่ที่พยายามทำร้ายจิตใจรี เพราะคิดว่านี่เป็นทางเดียวที่จะปกป้องรีจากกชได้ แต่พี่คิดผิด ยิ่งพี่ทำให้รีเสียใจ พี่กลับยิ่งเจ็บมากกว่า พี่ขอโทษ...”

“พี่พลหมายความว่าไงคะ...”

“พี่รู้จากวัตรว่ากชไปหาเรื่องรีที่โรงพยาบาล พี่รู้ว่าคนอย่างกชถ้าอยากได้อะไรก็ต้องได้ โดยไม่สนว่าจะใช้วิธีการยังไง พี่เป็นห่วงกลัวกชจะทำร้ายรีมากกว่าเดิม พี่ก็เลยยอมคืนดีกับเขา แต่พอมาวันนี้ พี่เห็นรีเป็นอันตราย พี่ถึงรู้ว่าพี่ไม่มีทางลืมรีได้เลย ขอเวลาพี่อีกหน่อยนะรี ตอนนี้พี่กำลังต่อสู้กับความผิดในใจของตัวเองที่มีต่อวัตร มันก็เลยทำให้พี่ยังไม่กล้าที่จะรักรีได้เต็มหัวใจ”

นรีตะลึงกับคำสารภาพของเขา เธอยอมรับว่าเมื่อรักเขาแล้วก็ไม่อาจรักใครได้อีก เธอจะรอจนกว่าเขาจะพร้อม ทรงพลซาบซึ้งใจบอกให้เธอรู้ว่า ทุกลมหายใจของเขามีแต่เธอคนเดียว ทั้งสองโผกอดกัน...ชมพูนุชผ่านมาเห็นรีบเอาโทรศัพท์ออกมาเก็บภาพไว้ทันที

ooooooo


ละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ตอนที่ 4 อ่านในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่นติดตามละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค 4 ธ.ค. 2561 07:20 2018-12-08T00:06:21+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ