ข่าว

วิดีโอ



ในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปณธี

กำกับการแสดงโดย: สยาม น่วมเศรษฐี

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค

หลังเดินซื้อของกินบนถนนคนเดินจนหนำใจ ลวิตารู้สึกอิ่มมากจนปวัตรแซวเคยเห็นแต่ดาราต้องระวังการกินเพื่อรักษารูปร่าง เธอโวยว่าดาราก็คนอยากกินอยากทำอะไรเวลาไม่มีคนคุม ปวัตรแย็บถามหมายถึงแม่เธอหรือ เธอพยักหน้ายอมรับ

“คุณนี่มันเหมือนนกน้อยในกรงทองไม่มีผิด”

“ฉันชอบนกนะ แต่ไม่อยากเป็นนกน้อยในกรงทอง ฉันอยากบินไปไหนก็ได้แล้วแต่ใจต้องการ บนพื้น เต็มไปด้วยผู้คน หนีไปทางไหนยังไงก็ต้องเจอใครซักคนที่รู้จักฉัน แต่บนฟ้านั่น ฉันคงบินได้อย่างสงบ” ลวิตาเงยหน้ามองฟ้า ทันใดอาการปวดหัวก็จู่โจม เห็นภาพคนใส่หมวกปิดหน้าที่ด้านขวามีรอยแต่มองไม่ออกว่ารอยอะไรผุดขึ้นในหัวจนต้องยกมือขึ้นกุมขมับ

ปวัตรเห็นท่าทางเธอก็เป็นห่วงดึงเธอไปหาที่นั่งพักและให้เอนหัวซบไหล่ตนไว้...นรีกับทรงพลเดินกันมาอย่างผ่อนคลาย นรีเลียบเคียงถามว่าเขาเคยชอบผู้หญิงคนเดียวกับปวัตรบ้างไหม ทรงพลตอบว่าบ่อยเพราะเหมือนตนกับปวัตรชอบผู้หญิงแบบเดียวกัน นรีหน้าเจื่อนถามต่อ

“แล้วพอรู้ความจริงว่าพี่วัตรชอบผู้หญิงคนนั้นด้วยเหมือนกัน พี่พลทำไงคะ”

“ก็ถอยสิ ถอยแบบไม่คิดเลย” นรีถามทำไมถอยง่าย เขาบอก “เพราะพี่รู้ว่าถ้าพี่ไม่ถอย ไอ้วัตรจะเป็นฝ่ายถอยเอง พี่กับมันเป็นเพื่อนกันมานาน ผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ ผู้หญิงคนเดียวเอามาเทียบกันไม่ได้หรอก ...แต่คราวนี้ยังไงก็ไม่โป๊ะแตก เพราะพี่จีบน้องสาวมัน อาจจะคิ้วแตกหรือปากแตกแทนถ้าทำให้น้องสาวมันเสียใจ”

นรีกลับใจหายกลัวว่าถ้าทรงพลรู้ความจริงจะต้องไปจากเธอแน่...ทรงพลถอดเสื้อแจ็กเกตออกคลุมให้นรี ปวัตรมองมาเห็นทั้งสอง ทรงพลสบตาเขาเข้าพอดีต่างคนต่างตกใจ ปวัตรเข้าใจแล้วว่าทำไมลวิตาถึงอยากเป็นนกเพราะเวลานี้เขาก็อยากเป็นนกบินหายไป

ทั้งสี่คนยืนคุยกันริมน้ำ ทรงพลทักทายปวัตรด้วยความตื่นเต้นที่เจอเพื่อน นรียืนทำหน้าไม่ถูก ปวัตรพยายามทำตัวให้เป็นปกติ ลวิตาได้ยินชื่อนรีกับทรงพลก็นึกถึงวันที่รับโทรศัพท์เขา น้ำเสียงและท่าทีที่เห็นทำให้สงสัยว่านรีต้องเป็นคนสำคัญของปวัตร...ทรงพลแซวว่าปวัตรแอบมาเที่ยวกับลวิตาเงียบๆ ปวัตรปฏิเสธเสียงกร้าวบอกบังเอิญเจอกันที่นี่อย่าเข้าใจผิด ทรงพลตกใจ

“ฉันพูดเล่น ซีเรียสทำไมวะ”

“ก็ต้องซีเรียสสิวะ ถ้าใครได้ยินเข้า คุณลวิตาจะเสียหาย”

ทรงพลรีบขอโทษลวิตา เธอไม่ถือสา ทรงพลรีบบอกปวัตรว่าได้ไลน์บอกแล้วว่าจะพานรีมาเชียงคาน

เรื่องงานแต่เขาไม่อ่าน ห้ามด่า ปวัตรเหน็บ โตๆกันแล้วคิดเองได้จะด่าทำไม นรีมีท่าทีอึดอัดที่ปวัตรไม่ทักไม่มองหน้า ทรงพลชวนปวัตรขึ้นไปดูทะเลหมอกที่ภูทอกพรุ่งนี้ ปวัตรปฏิเสธบอกว่าไม่อยากเป็นก้างเป็นมือที่สามแล้วชวนลวิตากลับ

ทั้งทรงพลและนรีแปลกใจกับความสัมพันธ์ของปวัตรและลวิตา ทรงพลเห็นสายตานรีที่มองปวัตรก็ชักสงสัย แต่พอถามนรีก็ปฏิเสธไม่มีอะไรแต่เขาไม่เชื่อ

“เห็นอยู่ว่ามี รีกับไอ้วัตรแทบไม่มองหน้าไม่พูดกันเลย ทั้งๆที่ปกติสนิทกันอย่างกับพี่น้องแท้ๆ มีเรื่องอะไรทำไมไม่เล่าให้พี่ฟัง” นรียืนยันว่าไม่มี เขาสวน “โกหกไม่เนียน เห็นพี่เป็นเด็กสามขวบรึไง รีไม่ตอบก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่ไปถามไอ้วัตรเอง”

นรีตกใจรีบคว้าแขนทรงพลไว้ เขาเห็นแววตาเธอแดงก่ำก็ถอนใจ ไม่คิดจะคาดคั้นแต่ขอให้สัญญาว่าพร้อมเมื่อไหร่ต้องบอกเขา ทรงพลเอานิ้วเกี่ยวก้อยนรี เธอยิ้มน้อยๆ เจ็บปวดระคนซาบซึ้งใจ สิ่งที่เธอกลัวคือกลัวเขารู้ความจริงแล้วจะเดินจากไป

ระหว่างเดินกลับโฮมสเตย์ ปวัตรนิ่งเงียบจนลวิตาต้องเอ่ยขึ้นก่อนว่า พรุ่งนี้จะไปวัดศรีคุณเมือง เขาสนใจไปด้วยกันไหม ปวัตรตอบทันควันว่าไม่สนแล้วขอตัวกลับไปพักผ่อน ลวิตาเดินตามติดจนปวัตรหันกลับมาถาม อยากพูดอะไรก็พูดออกมา

“ผู้หญิงคนนั้น...คุณนรี เขาคือคนที่ทำให้คุณหนีมาถึงเชียงคาน รวมถึงผู้ชายคนนั้นที่เป็นเพื่อนคุณด้วยใช่ไหมคะ”

“คุณนี่ปะติดปะต่อเรื่องราวได้เก่งนะ”

“ฉันจำชื่อได้ วันที่ฉันรับสายแทนคุณ เธอบอกว่าเธออยากอธิบายเรื่องพี่พลคุยกับพี่วัตร”

“คุณนี่แปลก เรื่องตัวเองดันลืมแต่เรื่องของคนอื่นจำแม่นเหลือเกิน”

“คุณกำลังด่าว่าฉันยุ่ง” ลวิตาจิกตามอง

“เข้าใจถูกแล้ว อย่ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของผม เอาเรื่องของตัวเองให้รอดก่อน”

ลวิตาฉุนมองปวัตรเดินจ้ำไปอย่างโมโหที่อุตส่าห์เป็นห่วง

ooooooo

เช้าวันใหม่ ลวิตาจะออกไปวัด ลุงป่านซึ่งนั่งอยู่กับปวัตรเรียกให้เธอทานข้าวเช้า แล้วคุยกับปวัตรต่อว่า เมื่อเช้าทรงพลกับนรีมาทักทาย ลวิตาสบตาปวัตร ลุงป่านคุยต่อโดยไม่ได้สังเกต

“เย็นนี้ชวนเขาสองคนมากินข้าวด้วยกันสิ เดี๋ยวลุงทำกับข้าวเลี้ยงเอง นานๆจะได้เจอกันพร้อมหน้า เห็นว่าพักอยู่โรงแรมตรงข้ามนี่เอง หนูรีโตเป็นสาวแล้วสวย

น่ารัก ถ้าไม่แนะนำตัวคงจำไม่ได้ ดูๆไปก็เหมาะสมกับเจ้าพลดี” ปวัตรรวบช้อนแล้วขอตัวลุกเดินไป ลุงป่านเห็นสายตาลวิตาสงสัยจึงพูดว่า “ไอ้วัตรมันคงหวงน้องสาวน่ะ ถึงจะไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ แต่คู่นี้เขาสนิทกันมาก โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก แทบจะตัวติดกันเลยก็ว่าได้ คงอารมณ์เหมือนพ่อหวงลูกสาว”

“คุณวัตรกับคุณนรีไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆเหรอคะ”

“อือ พ่อเจ้าวัตรเสียตั้งแต่เจ้าวัตรยังเด็กมาก หลังจากนั้นราวสี่ห้าปี แม่ของวัตรก็พบรักกับพ่อของหนูรีและตัดสินใจแต่งงานกัน”

ลวิตาเริ่มเข้าใจ เธอเดินออกมาเห็นปวัตรยืนอยู่ข้างมอเตอร์ไซค์ เขาเรียกให้เธอซ้อนท้าย เธอทำหน้างงกับอารมณ์ของเขา เขาเอ่ยปากขอโทษขอรับผิดด้วยการพาเธอไปวัด แต่เธอให้เขาซื้อไอศกรีมเลี้ยงก่อน ปวัตรขำแกมเอ็นดูแต่อดแกล้งไม่ได้ ขี่รถส่ายให้เธอตกใจกอดเอวเขาแน่น

พอถึงวัด ปวัตรช่วยลวิตาถอดหมวกกันน็อก เธอเห็นใบหน้าเขาห่างไม่ถึงคืบก็รู้สึกหวั่นไหว เขาเหลือบมาเห็นสายตาจึงถามหน้าตนมีอะไรติด เธอรีบปฏิเสธ เขาล้อ

“จริงอ่ะ เห็นคุณจ้องหน้าผมตาไม่กะพริบ หรือว่า...หลงเสน่ห์ผมเข้าให้แล้ว”

“แหวะ หลงตัวเอง” ลวิตาเบ้หน้าใส่เดินลิ่วไปไม่เห็นไพรัตน์ใส่หมวกปิดหน้ายืนมองอยู่

พอได้ไหว้พระเสร็จ ลวิตาและปวัตรรู้สึกสบายใจขึ้น ปวัตรถามจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง

“ไม่เชิงค่ะ แต่ฉันรู้สึกคุ้นเคยแล้วก็มีความสุขที่ได้มาที่นี่ ฉันรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าอะไรอยู่ตรงไหนตั้งแต่นั่งรถมา คงเพราะเคยมาแล้ว ความคุ้นเคยบางอย่างเลยติดอยู่ในความทรงจำ”

“ถือเป็นข่าวดี ผมมั่นใจว่าอีกไม่นานคุณต้องจำได้แน่”

“ขอให้เป็นแบบนั้นฉันจะดีใจมาก” ลวิตาพูดแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ปวัตรจะไปรอที่รถ

แต่พอลวิตาเดินออกจากห้องน้ำก็โดนไพรัตน์เดินชน เธอเห็นหน้าเขามีรอยปานก็ตาเบิกโพลง ภาพความทรงจำว่าเขาเป็นคนผลักเธอตกจากระเบียงแวบเข้ามา เธอถอยหนีทำใจดีสู้เสือขู่

“ฉันจำแกได้ แกคือคนที่เข้ามาพักที่ลมหนาวดาวอุ่น แกตามฉันมาใช่ไหม แกต้องการอะไรจากฉัน!”

“คุณทำอะไรเอาไว้ จำไม่ได้เหรอ” ลวิตารับว่าจำไม่ได้ “โกหก! คุณทำให้คนคนนึงต้องตาย คุณลืมมันไปได้ยังไง! จำไว้ให้ดีนะคุณลวิตา ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่ คุณไม่มีวันอยู่อย่างมีความสุข” ไพรัตน์เดินเข้าประชิด ลวิตาถอยกรูดจนล้มหงาย

ปวัตรยืนรออยู่นานชักแปลกใจ พอดีนรีส่งไลน์มาถามว่าอยู่ไหนมีเรื่องอยากคุยด้วย เขาไม่ตอบกลับ เก็บมือถือแล้วเดินไปตามลวิตา พลันเห็นไพรัตน์ยืนค้ำหัวเธออยู่ก็ตะโกนถามจะทำอะไร ไพรัตน์ตกใจวิ่งหนี ปวัตรคว้าได้กระเป๋าที่เขาสะพายอยู่แต่ตามไม่ทัน หันกลับมาดูลวิตาด้วยความเป็นห่วง เธอละล่ำละลักบอกว่าหมอนั่นเป็นคนผลักเธอตกจากระเบียง

ปวัตรคิดว่าลวิตาจำเรื่องราวได้แล้ว แต่พอเธอบอกว่ายัง แค่ในหัวมีภาพผู้ชายที่มีรอยบนหน้ายืนอยู่ตรงหน้า ปวัตรเปิดกระเป๋าดูเห็นกล้องถ่ายรูปพอตรวจเช็กมีภาพลวิตาเต็มไปหมดก็เข้าใจว่าเป็นพวกปาปารัซซี ต้องการเอาภาพเธอไปทำข่าวมากกว่า

ทั้งสองรีบกลับมาที่โฮมสเตย์ให้ลุงป่านเช็กว่าคนที่ทำร้ายลวิตาเป็นใคร ได้ชื่อว่าไพรัตน์ พงศ์พัฒนา

ลวิตาไม่คุ้นชื่อนี้ ปวัตรจึงขอค้นห้อง ลุงป่านลำบากใจเพราะอย่างไรก็เป็นลูกค้า สว่างจึงคว้ากุญแจมาไขให้เองเพราะต้องการปกป้องลวิตา...พอทุกคนเข้ามาในห้องพักต้องตกตะลึง เมื่อเห็นรูปลวิตาแปะเต็มกำแพง เป็นรูปตั้งแต่วันแรกที่เธอมาถึงเชียงคาน

ปวัตรเช็กประวัติไพรัตน์ทางอินเตอร์เน็ต พบว่าเขาเป็นช่างภาพอิสระไม่มีสังกัด ข่าวที่เขาลงจะเป็นข่าวคาวๆ ไร้จรรยาบรรณ ลวิตานึกได้ว่าไพรัตน์ขู่ว่าจะทำให้ตนไม่มีความสุขเพราะตนทำให้ใครสักคนตาย จึงวิดีโอ-คอลไปให้จีน่าช่วย ระหว่างสนทนากันจีน่าเห็นปวัตรยืนอยู่ด้านหลังเพื่อนก็อยากรู้ว่าเป็นใคร ลวิตารีบปิดวิดีโอเดินห่างออกมาจากปวัตรแล้วคุยสายปกติ

ooooooo

ในคืนนั้นปวัตรออกมาพบนรีริมน้ำ ทั้งสองต่างเงียบอย่างไม่รู้จะเริ่มบทสนทนาอย่างไร จนปวัตรเป็นฝ่ายทนไม่ไหวถามนรีมีอะไรอยากพูด เธอจึงกล่าวขอโทษ เขาสวนทันควัน

“สำหรับเรื่องไหน เรื่องที่หลอกให้ผู้ชายหน้าโง่คนนึงฝันลมๆแล้งๆ เป็นตุเป็นตะทั้งที่ไม่เคยรัก หรือเรื่องนอกใจผู้ชายหน้าโง่คนนั้นไปหาเพื่อนรักของเขา”

“รีไม่เคยหลอกพี่วัตรเลยนะคะ”

“งั้นที่ผ่านมานั่นเรียกว่าอะไร หยอกกันเล่นงั้นเหรอ!”

นรีน้ำตาพรั่งพรู พยายามขอโทษที่กลัวว่าเขาจะเจ็บปวดทั้งที่อยากบอกเป็นร้อยเป็นพันครั้งแต่ทุกครั้งที่จะบอกก็พ่ายแพ้ความดีของเขา กลัวเขาจะไม่ยอมรับตนเป็นน้องสาวอีกต่อไป

ปวัตรน้ำตาเอ่อเบ้าพยายามกลั้นสุดกำลังแล้วถาม “ถ้าไม่เคยรักกันแบบนั้น ทำไมถึงตอบตกลงคบกัน ทำไมไม่พูดให้ชัดเจนตั้งแต่แรกว่าไม่มีทางเป็นอะไรได้นอกจากพี่น้อง”

“รีแค่คิดว่าวันหนึ่งรีจะรักพี่วัตรเหมือนที่ผู้หญิงรักผู้ชายได้”

“สามปี มันต้องใช้เวลานานขนาดนี้เลยเหรอ

กว่ารีจะมั่นใจว่าไม่มีวันรักพี่ได้...สามปีที่รีไม่ยอมเปิดเผยให้ใครรู้ว่าเราคบกัน สามปีที่รีเอาแต่พูดว่าไม่พร้อม

ไม่ใช่เพราะกลัวพ่อแม่รับไม่ได้ แต่เพราะ...เพราะรีไม่ได้รักพี่ เหตุผลจริงๆ มีแค่นี้ใช่ไหม” ปวัตรเจ็บปวดใจแทบขาด

“รีขอโทษที่ไม่เคยกล้าพอจะหยุดทุกอย่าง ปล่อยให้เรื่องมันบานปลายขนาดนี้ พี่วัตรจะโกรธเกลียดรีก็ได้รียอมทุกอย่าง ขออย่างเดียวอย่าหายไปจากครอบครัวของเราเลยนะคะ อย่าทำเหมือนเราเป็นคนแปลกหน้าต่อกันเลย”

“ทำไมต้องเป็นไอ้พล...ตั้งแต่เมื่อไหร่ นานแค่ไหนแล้วที่รู้ตัวว่ารักกัน ปีนึง สองปีหรือนานกว่านั้น” นรีนิ่งเขาถามย้ำเสียงกร้าวจนเธอโพล่งขึ้นว่า

“มันไม่สำคัญหรอกค่ะ ว่ารี...รักพี่พลนานหรือยัง แต่รีจะเดินออกไปจากชีวิตพี่พลเอง พี่วัตรอย่ากังวลเลย พี่วัตรไม่ต้องห่วงว่าจะต้องเจอเรื่องกระอักกระอ่วนใจ พี่พลเป็นเพื่อนรักพี่วัตร รีจะไม่ทำอะไรที่เป็นการทำลายความสัมพันธ์ของพวกพี่แน่ๆ” นรีปาดน้ำตาเดินจากไป

พอกลับมาที่โรงแรม นรีเจอทรงพลรออยู่และต่อว่าโทร.หาไม่รับสายเขาเป็นห่วง ทรงพลเหมือนให้โอกาสนรีพูดแต่เธอไม่คิดจะพูดทำให้เขาหน้าเครียดลงเพราะได้ยินสิ่งที่นรีกับปวัตรคุยกัน หวนนึกถึงที่นรีเคยถามเรื่องเขากับปวัตรชอบผู้หญิงคนเดียวกันแล้วจะทำอย่างไร...ทรงพลเสียใจเพราะคำตอบของเขาคือ เขาคงถอยเพราะไม่อย่างนั้นปวัตรก็จะต้องถอย...

คืนเดียวกันปวัตรเสียใจดื่มจนเมาแล้วถือขวดเบียร์สองขวดมาเคาะห้องลวิตาชวนเธอดื่มเป็นเพื่อน เมื่อเธอเห็นเขาเมาก็ไล่เขากลับห้อง เขากลับล้มตัวลงนอนบนเตียงเธอแล้วดึงเธอล้มลงไปด้วย ลวิตาตกใจโวยใส่ เขาทำเสียงชู่ว์ให้เธอเงียบ หน้าเขาอยู่ห่างกับเธอแค่คืบ

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณมีปัญหาอะไร แต่การดื่มเหล้าไม่ใช่การแก้ปัญหา มันอาจจะทำให้คุณลืมแต่ก็แค่คืนนี้ พอพรุ่งนี้เช้าคุณก็จะจำได้อีกครั้ง”

“คุณรู้ไหมว่าผมมาเชียงคานทำไม ผมมาเพราะต้องการลืม แต่ยิ่งผมหนีความจริงมันก็ยิ่งมาตอกย้ำ” น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อ เขาขอให้เธออยู่เป็นเพื่อน เธอรู้สึกเห็นใจยอมให้เขาอยู่ในห้องได้

รุ่งเช้านรีเดินมาเคาะห้องทรงพล มีพนักงานเดินเข้ามายื่นจดหมายให้ นรีรับมาเปิดอ่านข้อความว่า “พี่เลื่อนไฟลท์กลับกรุงเทพฯให้รีเป็นตอนบ่ายวันนี้เรียบร้อยแล้ว พี่จะอยู่จัดการงานที่นี่ต่ออีกสองวันแล้วถึงจะกลับไป ถ้าไงฝากงานที่กรุงเทพฯด้วย” นรีอ่านแล้วรู้สึกสังหรณ์ใจ

ปวัตรตื่นขึ้นมาตกใจเมื่อพบว่าตัวเองนอนอยู่ห้องคนอื่น ลวิตาเข้ามาถามว่าจำอะไรไม่ได้จริงหรือ แล้วโวยที่ทำให้เธอต้องนอนบนโซฟาทั้งคืน ปวัตรรีบขอโทษแย็บถามว่าเขาพูดอะไรออกไปบ้าง ลวิตาชะงักแล้วบอกเขาเอาแต่นอนกรน แต่ความจริงแล้วเขาเพ้อทั้งคืนว่าทำไมนรีไม่รักเขา ปวัตรขอบคุณลวิตาที่ไม่ไล่เขากลับห้อง

พออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ทรงพลไลน์มาบอกปวัตรว่ารออยู่ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ปวัตรนิ่วหน้าสงสัยจึงออกไปพบทรงพลเริ่มคำถามแล้วต้องหงุดหงิดที่ได้คำตอบเหมือนนรี จึงถามจี้ตรงประเด็นเพราะคิดว่าเพื่อนจะต้องพูดความจริง ปวัตรเห็นว่าเพื่อนรู้เรื่องหมดแล้วจึงพูดสั้นๆ

“เพราะแกเป็นเพื่อน ฉันถึงไม่อยากบอก”

“เพราะแบบนี้ใช่ไหมแกถึงมาที่เชียงคานโดยไม่บอกใคร ฉันรู้สึกเหมือนคนหูหนวกตาบอดอยู่คนเดียว ทั้งแกทั้งรีต่างโกหกฉัน ไม่มีใครคิดจะพูดความจริงกับฉันเลยสักคน”

“ถ้าฉันบอกแล้วแกจะยอมถอยให้ฉันเหมือนที่ผ่านมารึไง”

“ก็ถ้าฉันมาทีหลัง มันก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่เหรอที่ฉันจะถอย”

“ไอ้พล ต่อให้ฉันมาก่อน แต่ถ้ารีไม่ได้รักฉันมันจะมีประโยชน์อะไร ถึงแกยอมถอยแต่คนที่รีรักก็ยังเป็นแกอยู่ดี ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ใครมาก่อนมาหลังมันอยู่ที่คนกลางจะเลือกใคร”

“แต่คนที่แกรักคือรีไม่ใช่เหรอ เพราะฉะนั้นฉันจะเป็นฝ่ายไปเอง” ทรงพลยินดียกนรีให้

ปวัตรโกรธหาว่าพูดหมาๆ นรีไม่ใช่สิ่งของที่จะเที่ยวยกให้ใคร หรือเขาไม่ได้รักนรีจริง ทรงพลหน้าเศร้าลงยอมรับว่ารักนรีจริง แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนสนิทต้องเจ็บปวด ปวัตรสวน

“อย่ามาพูดจาเป็นพระเอกผู้เสียสละ”

“ฉันไม่ได้เสียสละ ฉันอยากเห็นแกมีความสุข”

“แต่ถ้าความสุขที่ฉันได้มาต้องแลกกับความทุกข์ของเพื่อนกับผู้หญิงที่ฉันรัก ฉันก็ไม่อยากมีความสุขเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้วถ้าแกยังอยากเป็นเพื่อนกับฉันอยู่” ปวัตรกำมือแน่นเดินไป

ooooooo

วันต่อมา มยุราเห็นข่าวลักษณะแอบถ่ายผ่านทางหน้าต่าง เป็นภาพปวัตรเข้ามาในห้องลวิตาแล้วล้มตัวนอนด้วยกันบนเตียง พร้อมข้อความว่า... ดาราสาวช้ำรัก หลบเลียแผลใจที่เชียงคาน ไร้เงามิค ไตรภพคู่หมั้นหนุ่ม แต่กลับพบว่าอยู่กับคู่ขาใหม่

มยุราเต้นผางรีบมาหาเอกที่ออฟฟิศ ถามถึงเรื่องราว เมื่อเอกไม่รู้ก็สั่งให้เขาแก้ข่าวให้ได้ ไม่ทันไรไตรภพโผล่มาเพราะข่าวเดียวกัน จึงโดนมยุราด่าว่าเหน็บแนมยกใหญ่ แต่เขาก็คิดว่าจะต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองและมั่นใจว่าลวิตาไม่มีคนอื่น เอกแปลกใจที่ไตรภพเชื่อมั่นอย่างนั้น

แม้ไม่มีกล้องแต่ไพรัตน์ก็ใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายโพสต์ลงเน็ต ด้วยเจ็บแค้นที่ลวิตาเป็นต้นเหตุให้เพื่อนรักต้องตาย...สมมาตรเพื่อนรักของไพรัตน์กำลังทำข่าวเปิดโปงคนค้ายาในวงการบันเทิง เขาตามเก็บภาพไตรภพพัวพันกับแก๊งยาเสพติดรายใหญ่ โดยไม่แน่ใจว่าลวิตาจะมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ ไพรัตน์เตือนเพื่อนให้ระวังตัว แต่ไม่นานก็มีข่าวสมมาตรกระโดดตึกฆ่าตัวตายประชดรักแฟนสาว ไพรัตน์ไม่เชื่อจึงตามแก้แค้นให้เพื่อน

ลุงป่านและสว่างเห็นข่าว ต่างต่อว่าปวัตรกลืนน้ำลายตัวเอง ปากบอกว่าไม่มีวันชอบลวิตาแต่กลับเข้าห้องเธอทำให้เธอเสียชื่อ ปวัตรพยายามอธิบายแล้วฉุกคิดว่าต้องเป็นฝีมือไพรัตน์แสดงว่ายังอยู่แถวนี้ จึงเป็นห่วงลวิตารีบไปตามหาเธอ

ลวิตาเห็นข่าวจึงหลบออกมาจากโฮมสเตย์คุยโทรศัพท์กับจีน่า พยายามอธิบายให้เพื่อนเข้าใจเรื่องราวว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จีน่าจึงถามว่าจำอะไรมากขึ้นหรือยัง

“ยังไม่มาก แต่มันทำให้ฉันมั่นใจว่ามีคนผลักฉันตกลงไปจากระเบียงคอนโดจริงๆ”

“แกจะบอกตำรวจเลยรึเปล่า”

“ยัง มันมีบางอย่างที่คาใจฉัน ถ้ามีคนฆ่าฉันถึงในห้อง ยังไงก็ต้องมีภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิด แต่ตำรวจยืนกรานว่าไม่มี ฉันว่าเรื่องนี้มีอะไรแปลกๆ”

“แกคิดว่าอาจมีคนลบภาพจากกล้องวงจรปิด”

ลวิตาคิดเช่นนั้น พลันเหลือบไปเห็นพวกนักข่าวเรียกและเดินลิ่วเข้ามาหา ลวิตาจึงรีบวางสายจากจีน่าแล้วเดินหนีอย่างเร็ว ทันใดนั้นเองมีมือหนึ่งกระชากร่างเธอเข้าไปในตรอก เธอตกใจจะร้องมีมือมาปิดปากไว้แล้วยื่นหน้าให้เห็นว่าเป็นปวัตร พวกนักข่าวตามมา มีคนหนึ่งหยุดมอง ปวัตรจึงพลิกตัวมาบังลวิตาไว้แล้วทำท่าว่ากำลังจูบกับเธอ ลวิตาตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ

พอนักข่าวไปแล้วจึงรู้ตัวว่าปวัตรเอานิ้วคั่นระหว่างปากไว้ ปวัตรให้เธอปิดแมสก์ที่เตรียมมาและสวมแว่นดำก่อนจะพาเธอเดินกลับโฮมสเตย์ ระหว่างทางเขาขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องใหญ่โต หญิงสาวถอนใจไม่โทษเขาเพราะอยู่ในวงการจนชินกับข่าวแบบนี้ ไม่ทันไรลุงป่าน โทร.มาบอกให้ปวัตรพาลวิตาไปที่อื่นอย่าเพิ่งกลับเพราะนักข่าวมารออยู่เต็ม แล้วลุงป่านก็ไล่นักข่าวด้วยการให้สว่างกับแก้วฉีดน้ำล้างพื้นหน้าโฮมสเตย์ทั้งหมด ทำให้พวกนักข่าววิ่งกันกระเจิง

ปวัตรพาลวิตามาอยู่ริมแม่น้ำโขง สีหน้ามีคำถามมากมาย ลวิตารู้แกวเล่าว่าตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลยังไม่เคยให้นักข่าวสัมภาษณ์ จึงโดนพวกเขาตีไข่ใส่สีในข่าว ปวัตรถามเธอจะกลับกรุงเทพฯไหม เธอไม่กลับจนกว่าจะจำเรื่องราวทุกอย่างได้

“ผมแค่สงสัยว่าทำไมคุณถึงอยากจำอดีตได้นัก คุณไม่คิดบ้างหรือว่า ความทรงจำส่วนที่หายไปอาจเป็นเรื่องที่คุณอยากลืมสมัยที่ความจำคุณดี”

“หมอที่กรุงเทพฯก็บอกฉันแบบนี้ หมอบอกว่ามันอาจเป็นผลจากสภาพจิตใจก่อนฉันจะตกลงมาจากคอนโด ฉันอาจจะอยากลืมเรื่องเหล่านั้นมากๆ พอฟื้นขึ้นมาก็เลยได้ลืมสมใจ กลไกของจิตใจกดความทรงจำพวกนั้นไว้ไม่ให้กลับมาทำร้ายฉันได้อีก”

ปวัตรยิ่งแปลกใจว่าเมื่อรู้อย่างนั้นทำไมยังอยากจำได้ ลวิตาให้เหตุผลว่าถ้าตนรู้ว่าใครทำร้ายอย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าจะต้องคอยระวังใคร ไม่พลาดพลั้งไว้ใจคนผิด ปวัตรยืดอกบอกว่าตนเป็นคนที่เธอไว้ใจได้ ว่าแล้วก็ชวนเธอหาที่เที่ยวในเมื่อกลับที่พักไม่ได้

เมื่อไตรภพรู้ว่าลวิตาอยู่ที่ไหนก็จะไปตามเธอกลับ มีข้อความจากบอสส่งเข้ามาว่า “ลากตัวลวิตากลับมาให้ได้ ถ้าแกยังทำไม่สำเร็จ ครั้งนี้ฉันจะลงมือเอง” ไตรภพอ่านแล้วหน้าเครียด

ooooooo

ในคืนนั้นเมื่อลวิตากับปวัตรกลับมาโฮมสเตย์ ลวิตานอนหลับมีอาการกระสับกระส่าย เหงื่อผุดเต็มหน้า เธอสะดุ้งตื่นครุ่นคิดว่าสิ่งที่ฝันเป็นความจริงหรือไม่ จึงนอนไม่หลับลุกออกไปชงชาร้อน พลันมีเสียงประตูดังเอี๊ยดอ๊าดจึงเดินมาดู เห็นประตูปิดไม่สนิทก็จับประตูเพื่อจะปิด

ทันใดนั้นมีมือหนึ่งยื่นมาจับมือเธอไว้พร้อมกับเสียงเรียกชื่อเธอ แต่ลวิตาตกใจกรีดร้อง ทำให้ปวัตรและคนอื่นๆได้ยินพากันวิ่งมา ปวัตรถึงก่อนเห็นผู้ชายจับมือลวิตาอยู่ก็ปรี่เข้าชกหน้าโครม แล้วถึงเห็นถนัดว่าเป็นไตรภพ ลุงป่าน สว่างและแก้วมาถึงตกตะลึง

ลวิตาทายาให้ไตรภพและขอโทษทุกคนที่ทำให้ตกใจ ไตรภพกุมมือลวิตาบอกตนเป็นคนผิดเอง ลวิตารู้สึกหวาดหวั่นดึงมือกลับจนเขาแปลกใจ ปวัตรขอโทษไตรภพเช่นกัน ไตรภพมองเขาอย่างไม่ค่อยพอใจ ลุงป่านจึงตัดบทให้สว่างเปิดห้องเบอร์สามให้ไตรภพพัก

ลวิตากับปวัตรเดินมาส่งไตรภพที่ห้อง ไตรภพบอกลวิตาว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย ปวัตรเดินแยกไปห้องของตัวเอง ไตรภพมองอย่างคลับคล้ายว่าเขาคือคนในข่าวกับลวิตา...ไตรภพหันมากุมมือลวิตาขอโทษที่มาโดยไม่บอก หญิงสาวรู้สึกตกใจเกิดภาพในหัว เป็นภาพเธอตบหน้าเขาแล้วเขาก็คว้าแขนเธออย่างเกรี้ยวกราด จึงดึงมือออกจนไตรภพผงะมองเธออย่างแปลกใจ

“ฉันขอโทษที่ทำให้คุณกังวล แต่ฉันต้องการเวลาสำหรับทบทวนทุกอย่าง”

“แล้วคุณจำอะไรได้บ้างหรือยัง” ไตรภพรอฟังคำตอบแต่ปวัตรโผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน

“ขอโทษนะครับ ผมเข้าใจว่าพวกคุณมีเรื่องต้องคุยกันเยอะ แต่บ้านนี้เป็นบ้านไม้ทั้งหลัง ถ้าพวกคุณ ยืนคุยกันตรงทางเดินหน้าห้อง เสียงจะลอดเข้าไปในห้องอื่นด้วย เพราะฉะนั้นคุณสองคนช่วยตื่นมาคุยกันต่อพรุ่งนี้เช้าจะได้ไหมครับ”

ไตรภพมองอย่างไม่พอใจแต่ลวิตาตัดบทบอกไตรภพให้คุยกันต่อพรุ่งนี้แล้วเดินแยกไป ไตรภพหงุดหงิดที่เกือบจะได้คำตอบแล้วนึกเอะใจที่ลวิตามีท่าทีเหมือนหวาดกลัวตน

“หรือว่าหลิวจะจำได้ว่าคืนนั้น...เราอยู่ด้วย” ไตรภพนึกถึงคืนที่ลวิตาตกจากระเบียง เขาชะโงกหน้าออกไปมอง เผอิญสายตาประสานกันก่อนที่ร่างเธอจะตกลงบนฟูก เขาชักหวั่นใจ

ด้านลวิตานอนไม่หลับโทร.หาจีน่ากลางดึก เพื่อเล่าเรื่องไตรภพมาเชียงคาน จีน่าคิดว่าเพื่อนจำเรื่องราวได้แล้ว แต่กลับกลายเป็นลวิตาเห็นภาพไตรภพซ้อนภาพผู้ชายที่มีรอยบนหน้า ทำให้เธอรู้สึกระแวงไม่ไว้ใจไตรภพมากขึ้น จึงเตือนให้ใจเย็นและใช้สติมากๆ

วันต่อมา มีนาเปรยกับผู้เป็นพ่อว่าสงสารไตรภพที่คนรักมีข่าวกับชายอื่น เสี่ยมนูญจึงบอกลูกสาวว่าชีวิตไตรภพน่าสงสาร มีนาจึงขอให้เล่าเรื่องไตรภพให้ฟัง

“สิบแปดปีก่อนมีแม่กับลูกชายคู่หนึ่ง แม่เป็นผู้หญิงหิวเงิน ทำทุกอย่างได้เพื่อเงินถึงขนาดยอมเป็นนางบำเรอของพ่อค้ายาเสพติด...ตามิคเกลียดแม่ตัวเองเพราะมักจะถูกแม่ทุบตี ความหิวเงินของแม่ทำให้มิคต้องเป็นเด็กส่งยา ทำงานเสี่ยงคุก ไม่ได้เรียนหนังสือ มิคพยายามหนีจากแม่แต่ไม่เคยสำเร็จ” มีนาฟังพ่อเล่าด้วยความรู้สึกหดหู่

“อยู่มาวันนึง มิคไปส่งยา แต่ลูกค้าเป็นสายของตำรวจที่มาล่อซื้อยา มีการดวลปืนชุดใหญ่ วันนั้นแม่ของมิคไปด้วย มิคใช้แม่ตัวเองเป็นเกราะกันกระสุน ทำให้แม่เขาถูกยิงตายคาที่ มิคสะเทือนใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น พ่อพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้มิคได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ให้เขาลืมอดีตที่เจ็บปวดและรักเขาเหมือนลูกแท้ๆ”

“คุณพ่อทำถูกแล้วล่ะค่ะ พี่มิคน่าสงสารมากจริงๆ จะว่าไปไม่ใช่แม่พี่มิคที่ผิดคนเดียวนะคะ พ่อค้ายาคนนั้นก็ผิดเหมือนกัน เขาทำให้เด็กบริสุทธิ์คนนึงต้องเกือบหมดอนาคต”

เสี่ยมนูญให้มีนารักพี่ชายมากๆ เธอรับคำ...

ปวัตรกับลวิตาช่วยลุงป่านยกของใส่บาตรมาจัดวาง ทั้งสองนั่งใกล้กัน ลวิตาออกตัวไม่รู้ว่าไตรภพจะมา ปวัตรเข้าใจเพราะข่าวที่ออกมาทำให้เขาหึงหวงเธอ ไม่ทันไร ไตรภพเดินมาแล้วขอร่วมใส่บาตรด้วย โดยนั่งคั่นกลางระหว่างปวัตรกับลวิตา คนแถวนั้นเห็นดาราทั้งสองก็ขอถ่ายรูปกันใหญ่ ไตรภพถือโอกาสโอบไหล่ลวิตา

เสร็จจากการใส่บาตร ปวัตรเตือนลวิตาว่าเธอต้องไปทำกายภาพบำบัด ไตรภพจะพาไปเอง โดยอ้างว่าไม่อยากให้เธอเป็นข่าวอีก ปวัตรหน้าเสียเพราะเป็นต้นเหตุแต่ก็ยืนยันว่าไม่ได้ล่วงเกินเธอเลย ไตรภพโอบไหล่ลวิตาแสดงความเป็นเจ้าของเยาะ

“เหรอครับ แต่ขอโทษนะครับผมไม่ไว้ใจคุณแล้ว คุณเกือบทำให้หลิวมีปัญหา ผมคงต้องขอร้องไม่ให้คุณเข้าใกล้คู่หมั้นผมอีก”

ลวิตาผละออกจากไตรภพต่อว่าที่เขาพูดแบบนั้น แต่เขาอ้างว่าเรากำลังจะแต่งงานกัน มันคงไม่เหมาะถ้าเธอไปกับชายอื่น ลวิตาโต้เสียงเข้ม

“แต่ผู้ชายอื่นที่คุณว่าเป็นเพื่อนของฉัน คุณปวัตรเป็นเพื่อนฉัน!” ปวัตรแทรกว่าไตรภพพูดถูก ลวิตาสวน “ไม่ถูก! ตอนที่ฉันอยู่ที่นี่ คุณปวัตรช่วยฉันไว้หลายครั้ง”

“ก็ถ้าผมมากับคุณด้วย ผมก็ต้องเป็นคนช่วยคุณไม่ใช่เขา” ไตรภพแย้ง

ลวิตาตัดบทจะไปกับปวัตร แต่เขากลับบอกว่าควรให้ไตรภพพาไปเพราะตนจะกลับกรุงเทพฯ พูดจบก็เดินแยกไป ลวิตาจะตามไตรภพดึงแขนไว้ เธอสะบัดออกแล้วบอกเขาว่า ตนจะไปไหนมันก็เรื่องของตน ไตรภพรู้สึกเสียหน้ามาก...ลวิตาวิ่งตามปวัตรออกมาถามเขาจะกลับกรุงเทพฯจริงหรือ เธอใจหายที่จะไม่เจอเขาอีก

“ความจริงผมกับคุณก็ไม่ได้มีเรื่องให้ต้องเจอกันอยู่แล้ว แต่ถ้าหากคุณอยากให้ผมช่วยอะไร คุณก็บอกผมมาได้เลย คุณก็รู้ว่าผมอยู่ที่ไหน”

“ค่ะ ฉันคงมีเรื่องให้คุณช่วยบ่อยๆแน่ คุณลืมไปแล้วเหรอว่า คุณพูดอะไรกับฉันเอาไว้” ลวิตาทวงสัญญาที่เขาเคยพูดว่า มีเขาที่ไว้ใจได้...แล้วลวิตาก็ย้ำว่าเขาคนเดียวที่ตนไว้ใจ

ooooooo

ไตรภพยืนรอลวิตาเพื่อขอโทษที่พูดไม่ดี แต่เธอกลับให้เขาไปขอโทษปวัตรแทน ไตรภพรู้สึกว่าเจอกับลวิตาคราวนี้ ตนเหมือนคนแปลกหน้าหรือเธอจำอะไรได้ ลวิตาได้ทีย้อนถาม

“ถ้าฉันจำเรื่องของเราได้ ฉันควรจะต้องโกรธคุณงั้นเหรอ แสดงว่าก่อนหน้าที่ฉันจะเกิดอุบัติเหตุ คุณเคยทำเรื่องไม่ดีเอาไว้ใช่ไหม...คุณทำอะไร?”

“เรื่องมันผ่านมานานแล้ว อย่าไปพูดถึง...”

“ไม่ได้ ตอนนี้ทุกเหตุการณ์มีความสำคัญกับฉันมาก ฉันต้องรู้ทุกเรื่องที่เคยทำไว้กับคุณ เพราะมันอาจจะทำให้ความทรงจำที่หายไปของฉันกลับคืนมา”

ไตรภพปัดไม่มีอะไรแค่เข้าใจผิดแล้วเปลี่ยนเรื่อง “ผมว่าคุณไม่จำเป็นต้องรีบจำทุกอย่าง ผมไม่อยากให้คุณกดดันตัวเองมากเกินไป มันจะส่งผลเสียกับร่างกายและจิตใจของคุณ”

ไตรภพมาพบปวัตรโดยออกตัวว่าลวิตาให้มาขอโทษแต่ตนไม่ทำ ว่าแล้วก็ชกหน้าปวัตรเป็นการเอาคืนก่อน แล้วกำชับให้เขากลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้ ปวัตรไม่พอใจที่มาสั่งจึงกวนกลับ

“กลัวจังเลย นี่ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าคุณเป็นคนดีอย่างที่คนทั้งประเทศเขาคิดกันรึเปล่า หรือว่า...เป็นแค่ฉากบังหน้าเพื่อทำให้คุณได้เรตติ้ง จริงๆแล้วคุณมันตรงข้ามกับภาพลักษณ์ที่สร้างมาทุกอย่าง”

ไตรภพโกรธกำหมัดขึ้นมา ปวัตรยิ้มเหยียด

“ผมคงพูดแทงใจดำคุณ ถึงทำให้คุณโมโหได้ขนาดนี้ ผมเคยสงสัยว่าทำไมคุณลวิตาถึงจำคุณไม่ได้ แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว คงเป็นเพราะก่อนหน้านั้นคุณเคยทำให้เธอเสียใจ เธอถึงเลือกที่จะลืมคุณมากกว่าจำ”

ไตรภพหน้าถอดสียืนกัดกรามแน่น มองปวัตรเดินไปอย่างคิดจะทำอะไรบางอย่าง...ในขณะที่ลวิตารู้จากลุงป่านว่าปวัตรไปคุยกับไตรภพก็หวั่นใจรีบตามออกไป

ปวัตรเดินอยู่รู้สึกเหมือนมีคนเดินตาม พอถูกจับไหล่ก็คว้ามือมาบิด เสียงลวิตาร้องลั่น เขาตกใจรีบปล่อยมือเธอแล้วดึงมาบีบนวดให้แทน ลวิตาถามว่าไตรภพคุยอะไรกับเขา

“ฉันเป็นห่วงคุณ ฉันไม่อยากให้คุณเป็นอะไรเพราะฉันนะคะ” ปวัตรอึ้งแต่กลบเกลื่อน

“ผู้ชายตัวโตอย่างผมไม่ตายง่ายๆ” ลวิตาเอามือปิดปากเขาทันที

“อย่าพูดคำว่าตายจะได้ไหมคะ ฉันไม่อยากฟัง” ปวัตรเห็นลวิตาน้ำตาคลอก็จับมือออก

“เอาเป็นว่า ผมจะมีชีวิตอยู่เพื่อคุณก็แล้วกัน”

ลวิตาไม่เชื่อให้สัญญาด้วยแล้วยกนิ้วก้อยขึ้นมาเกี่ยวก้อยกับปวัตร เขายอมสัญญาและย้ำจะไม่ยอมตายและจะไม่ยอมเป็นอะไรไปเด็ดขาด หญิงสาวยิ้มอย่างพอใจ

ooooooo

นรีไม่เห็นทรงพลมาทำงานหลายวันก็แปลกใจ พยายามมองเข้าไปในห้องเขาบ่อยจนชมพูนุชเหน็บว่า เธอน่าจะรู้ดีกว่าใครว่าเจ้านายไปไหนเพราะแอบไปเที่ยวด้วยกันมา หรือว่าโดนทิ้งแล้ว นรีขุ่นเคืองพยายามอธิบาย แต่ชมพูนุชทำหน้ากวนไม่เชื่อ จึงเดินหนีไป

ชมพูนุชยิ้มย่องที่ยั่วให้นรีโกรธเดินจ้ำอ้าวออกไปได้ แล้วรีบโทร.รายงานกชกร...ที่หน้าบริษัท กชกรเดินตามนรี พอเธอหันมาก็สาดน้ำบางอย่างใส่หน้า

นรีตกใจมาก กชกรยิ้มเยาะขู่ว่า นี่แค่น้ำส้มสายชู แต่ต่อไปถ้ายังไม่เลิกยุ่งกับทรงพลจะโดนน้ำอย่างอื่น นรีแทบอยากร้องไห้โฮ

เช้าวันใหม่ ไตรภพชวนลวิตาไปเดินเล่นริมน้ำ เธอเห็นว่ามีเรื่องอยากคุยกับเขาจึงยอมไป ชาวบ้านที่เห็นเข้ามาขอถ่ายรูป พอเดินพ้นผู้คน ลวิตาก็ถามไตรภพว่าคุยอะไรกับปวัตร พระเอกหนุ่มหาว่าปวัตรมาฟ้อง ลวิตาปัดว่าเขาไม่ยอมพูดอะไรเลยไม่ต้องหาเรื่อง ไตรภพไม่ฟังหาว่าปวัตรหลบใต้กระโปรงผู้หญิง ลวิตาไม่พอใจเริ่มพูดจารุนแรงจนไตรภพต้องอ่อนลง

“ผมยอมรับผิดทุกอย่าง คุณพอใจหรือยัง ผมว่าเราเลิกคุยเรื่องของคนอื่นแล้วมาคุยเรื่องอนาคตของเรากันดีกว่า”

“ถ้าคุณหมายถึงเรื่องแต่งงาน ฉันจะไม่ว่าอะไรเลยถ้าคุณขอถอนหมั้นแล้วล้มเลิกงาน”

ไตรภพโกรธไม่ยอมเลิกแต่ยอมแค่เลื่อนออกไป ลวิตาพยายามบอกว่ามันจะสูญเปล่า เพราะความหลงลืมของตนจะทำลายอนาคตของเขา ไม่ทันที่ไตรภพจะโต้ตอบ เสียงโทรศัพท์เขาดังขัดขึ้น เขาจึงเดินเลี่ยงออกไปรับสายแต่กำชับให้เธอรอตรงนี้

ไตรภพรับสายได้ยินปลายสายพูดน้ำเสียงเยาะหยัน “ฉันบอกว่าฉันไม่ได้มีธุระกับแก แต่คนของฉันมีธุระกับคู่หมั้นของแก”

ไตรภพตกใจมากรีบวิ่งกลับไปหาลวิตา...

ลวิตายืนมองสายน้ำเพลินๆ รู้สึกมีคนเดินมาใกล้ พอหันมองผ่านสายหมอกเห็นเงามีดในมือชายลึกลับ จึงร้องให้คนช่วย ทันใดนั้นเองมีมือหนึ่งมาดึงเธอพ้นปลายมีดอย่างเฉียดฉิวแล้วพาวิ่งหนี ชายลึกลับตามไม่ทันเพราะติดนักวิ่งกลุ่มหนึ่ง

ลวิตาเห็นคนที่มาช่วยคือปวัตรก็ดีใจโผกอดตัวสั่น เขาพาเธอมานั่งในร้านอาหารเล็กๆร้านหนึ่ง ลวิตาคิดว่าเป็นการจี้ชิงทรัพย์แต่แปลกใจว่าเขาไปช่วยได้อย่างไร ปวัตรบอกว่าเผอิญที่เขาเดินเล่นอยู่และเห็นเข้า แต่สงสัยว่าคู่หมั้นเธอไปไหน ลวิตาอธิบายแต่ดูไม่น่าเชื่อถือ

ด้านไตรภพกลับมาไม่เห็นลวิตาแต่เจอชายลึกลับจึงซัดลงไปกองแล้วสั่งให้กลับไปบอกนายว่าทางนี้ตนจัดการเอง ถ้าใครคิดแตะต้องลวิตาอีกตนจะฉีกให้เป็นชิ้น ชายลึกลับหวาดกลัวไตรภพมาก

ไตรภพตามเจอลวิตาอยู่กับปวัตรก็ไม่พอใจจะพาเธอไป แต่ลวิตากลับบอกว่ามีธุระต้องไปทำกับปวัตรให้เขากลับก่อน เขาโกรธมากกดโทรศัพท์พูดบางอย่างด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

ปวัตรสงสัยว่าลวิตาจะพาไปไหน เธอบอกว่าเวลาอยู่กับไตรภพรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่เหมือนเวลาอยู่กับเขา ปวัตรหัวใจฟูแต่พยายามสะกดไว้ บอกเธอว่าเย็นนี้ตนจะกลับกรุงเทพฯแล้วเพราะทางโรงเรียนโทร.ตาม หญิงสาวใจหายทั้งที่รู้ว่าเขามีหน้าที่จึงบอกเขาว่าเราคงได้เจอกันอีก

พอกลับมาถึงโฮมสเตย์ ไตรภพปรี่เข้าถามลวิตาว่าไปทำอะไรมา เธอสวนว่าไม่จำเป็นต้องบอกเขาทุกเรื่อง พระเอกหนุ่มอ้างความเป็นคู่หมั้นไม่ต้องการให้เธอสนิทสนมกับปวัตรอีก ลวิตากลับบอกว่าต้องเจอเพราะเขาเป็นเพื่อนที่มีบุญคุณ ไตรภพโกรธดึงลวิตาเข้ามาจูบเป็นการย้ำเตือน เธอโกรธผลักเขาออกแล้วเดินหนี...ไตรภพยิ้มย่องเพราะได้ให้นักข่าวแอบถ่ายภาพไว้

ไม่ทันข้ามคืน ภาพข่าวก็กระจายว่อนเน็ต มยุราเห็นแล้วปรี๊ดใส่เอกว่าไตรภพทำให้ลูกสาวตนเสื่อมเสีย เอกเริ่มทนไม่ไหวจึงตอกกลับว่าแบบนี้คือการกลบข่าวฉาวของลวิตา แสดงให้แฟนคลับเห็นว่าทั้งคู่ยังรักกันอยู่ ไม่อย่างนั้นลวิตาจะหมดงานและหลุดออกจากวงการ และตนก็จะไม่ตามล้างตามเช็ดข่าวให้อีก มยุราหน้าเสีย ทนไม่ได้ถ้าลูกจะหาเงินมากๆอีกไม่ได้

ลวิตาเห็นภาพข่าวก็รู้ว่าเป็นฝีมือไตรภพ เขากลับขู่ว่าไม่เพียงแค่นี้ เพราะเขาได้ให้ข่าวไปแล้วว่า ปวัตรเป็นพนักงานโฮมสเตย์ที่เมาและคิดจะทำไม่ดีกับเธอ ลวิตาตกใจเถียงไม่ทัน

“ถ้าเขาเป็นเพื่อนคุณจริง เขาก็ต้องช่วยคุณ ผมคิดว่าคนอย่างเขาแมนพอที่จะเข้าใจ...ผมจองตั๋วเครื่องบินแล้ว เราจะกลับกรุงเทพฯกันวันพรุ่งนี้ไฟลท์แรก คุณไปพักผ่อนเถอะ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น ต่อไปนี้ผมจะเป็นคนจัดการทุกอย่างให้มันเป็นไปตามทางที่มันควรจะเป็นเอง”...

รุ่งเช้าลวิตาล่ำลาลุงป่าน สว่างและแก้ว ไตรภพออกตัวกับลุงป่านว่าที่ต้องรีบกลับเพราะมีงานรออยู่ แต่ให้ลวิตาไปรู้รายละเอียดจากเอกเอง...พอถึงกรุงเทพฯ ลวิตาก็รีบโทร.หาปวัตรเพื่อขอโทษเรื่องข่าว เธอบอกเขาว่าขอเบอร์เขามาจากลุงป่าน

ปวัตรพักคอนโดที่เช่าแม่ลวิตา นรีโทร.เข้ามาขอให้เขาไปดูทรงพลเพราะไม่ไปทำงานหลายวัน โทร.ติดต่อก็ไม่ได้และขอโทษที่รบกวน...ปวัตรยังไม่พร้อมเจอหน้าทรงพลแต่ก็เดินมาที่ห้องทรงพล พยายามเคาะเรียกหลายทีกว่าจะยอมเปิด ปวัตรเห็นสภาพห้องเต็มไปด้วยกระป๋องเบียร์ จึงต่อว่าเพื่อนให้เลิกประชดชีวิตแบบนี้ เขากลับหาว่ายุ่ง ปวัตรโกรธชกหน้าเรียกสติไปหนึ่งหมัดและบอกว่าที่มาเพราะนรีขอร้อง ทรงพลแค่นหัวเราะ

“ถือว่าเราหายกันแล้วนะไอ้วัตร เราไม่มีอะไรที่จะต้องติดค้างกันอีก ที่ผ่านมาให้คิดว่าเราไม่รู้จักกันก็แล้วกัน” ทรงพลพูดจบเดินเข้าห้องนอนปิดประตูปัง ปวัตรตัดสินใจโทร.บอกนรี...

ไม่นานนรีมาหาทรงพลทั้งที่มีอาการปวดท้องรุนแรง ขอให้เขาไปทำงานตามปกติ แต่เขากลับพูดว่าไม่ต้องการทำร้ายปวัตร นรีปวดท้องจนทนไม่ไหวล้มลงหมดสติ ทรงพลตกใจมากรีบพาส่งโรงพยาบาล... หมอบอกว่าเธอไส้ติ่งอักเสบต้องผ่าตัดด่วน นรีกลัวจับมือทรงพลแน่นไม่ให้เขาทิ้งเธอไป

ขณะเดียวกัน ลวิตากลับบ้าน มยุราดีใจที่ลูกกลับมาแต่ไม่พอใจที่เห็นไตรภพมาด้วย เอกเดินตามเข้ามาบอกว่าเป็นคนให้ไตรภพมาฟังบรีฟงานที่นี่ที่เดียว ลวิตางงว่างานอะไร เอกแจงว่าต้องกลบข่าวเสียหายของลวิตาด้วยการให้ถ่ายแบบคู่กับไตรภพลงแมกกาซีน ลวิตาปฏิเสธอยากพักจนกว่าร่างกายจะสมบูรณ์ มยุราไม่ยอม เธอจึงย้อนให้แม่ถ่ายเสียเอง

เอกจึงยื่นคำขาดว่างานนี้ลวิตาปฏิเสธไม่ได้เพราะเป็นคำสั่งของผู้ใหญ่ ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่มีอนาคตในวงการนี้ต่อไป ลวิตาอึ้งพูดไม่ออกยอมจำนน ไตรภพแอบยิ้มสมใจ

ooooooo


ละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ตอนที่ 3 อ่านในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่นติดตามละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค 1 ม.ค. 2513 07:00 2018-12-04T00:16:17+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ