ข่าว

วิดีโอ



ในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปณธี

กำกับการแสดงโดย: สยาม น่วมเศรษฐี

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค

ลวิตาตกใจมากกับคำขู่ของชายลึกลับที่ใช้โทรศัพท์ของปวัตรโทร.มาขู่ว่าจะฆ่าปวัตร...มยุราเดินกลับมาไม่เห็นลวิตาที่หน้าลิฟต์ก็แปลกใจ ทำไมลูกไม่รอ

ลวิตามาหาไตรภพที่ห้องเช่า เธอไม่พูดพร่ำขอธัมบ์ไดรฟ์จากเขา ไตรภพงงบอกไม่รู้เรื่อง แต่ลวิตาไม่เชื่อเพราะมีคนบอกว่าธัมบ์ไดรฟ์อยู่กับเขา และอ้อนวอนขออย่างร้อนรน

“ถ้าไม่บอกผมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่เอาให้คุณ”

“ฉันบอกไม่ได้ ฉันไม่มีเวลาแล้ว” ลวิตาร้องไห้โฮ ไตรภพมองอย่างไม่เข้าใจ

“คุณจะไม่บอกผมจริงๆเหรอว่านี่มันเรื่องอะไร”

“ฉันขอโทษ ฉันพูดไม่ได้ ฉันต้องรีบไปแล้ว ไม่อย่างนั้นจะไม่ทัน”

“หลิว ขอให้คุณรู้เอาไว้นะว่านั่นเป็นหลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่จะเอาผิดคนที่ทำให้เรื่องเลวร้ายทุกอย่างมันเกิดขึ้น...”

“ฉันรู้ แต่ฉันต้องเอามันไปเพื่อช่วยคนคนหนึ่ง เพราะฉันเสียเขาไปไม่ได้” ลวิตาดึงธัมบ์ไดรฟ์จากมือไตรภพแล้วรีบกลับออกไป...

ปวัตรกลับจากวิ่ง รู้ว่าลวิตาหายตัวไปก็เป็นห่วงมาก จีน่ามาช่วยตามหาก็ไม่เจอ มยุราหวั่นใจจนเป็นลม เอกมาถึงแจ้งทุกคนว่า

“คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมโกหกเขาไปว่าหลิวไม่สบายมาก เขาเข้าใจดี ผมก็เลยส่งเด็กในสังกัดคนอื่นไปร่วมงานแทน ว่าแต่โทร.แจ้งความรึยังครับ”

ปวัตรแย้งไม่ให้แจ้งความ เอกรีบถามว่าที่ลวิตาหายตัวไปเกี่ยวข้องกับเสี่ยมนูญหรือ ปวัตรพยักหน้า มยุราเป็นลมซ้ำสอง ปวัตรให้เอกกับจีน่าอยู่ดูแลมยุรา ตัวเขาจะไปหาไตรภพ

ลวิตามาที่ตึกร้างเงยหน้ามองแล้วนึกออกว่าเป็นที่ที่สมมาตรถูกฆ่าตาย เธอเดินด้วยความระแวดระวังมองหาชายลึกลับก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปในตึก ไม่ทันไร ชายลึกลับย่องมาทางด้านหลังแล้วล็อกคอเธอกระชากไปในทันที...

ปวัตรมาหาไตรภพที่ห้องเช่า บอกเรื่องลวิตาหายตัวไปเกรงจะเป็นฝีมือเสี่ยมนูญ ไตรภพอึ้งบอกว่าลวิตาเพิ่งกลับไปได้ครึ่งชั่วโมง เธอมาเอาธัมบ์ไดรฟ์ที่มีคลิปค้ายาของเสี่ยมนูญไป

“เธอรู้ว่าผมเก็บธัมบ์ไดรฟ์ไว้ก็เลยมาขอจากผม จากคำพูดของหลิว ผมคิดว่าหลิวต้องการเอามันไปช่วยใคร ท่าทางหลิวดูร้อนรนกังวลใจมาก...หรือหลิวคิดว่าเกิดเรื่องกับคุณ”

“คุณหมายความว่ายังไง”

“หลิวพูดว่าต้องเอามันเพื่อไปช่วยคนคนหนึ่ง เพราะฉันเสียเขาไปไม่ได้ ผมว่าหลิวถูกหลอก เขาคงเอาคุณมาล่อให้หลิวออกไปหา”

ปวัตรแค้นใจเข่นเขี้ยวจะไม่ปล่อยเสี่ยมนูญไว้แน่ ไตรภพแย้งว่าไม่ใช่ฝีมือเสี่ย ตนรู้จักเขาดี เขาไม่โง่ปรากฏตัวให้ตำรวจจับแน่ ปวัตรยิ่งงงว่ายังมีใครอีก

“มีอยู่คนเดียวที่จะเป็นเดือดเป็นร้อน ถ้าคลิปนี้หลุดออกไปเพราะชื่อเสียงเกียรติยศรางวัลเชิดชูคุณงามความดีต่างๆที่เขาได้รับมา มันจะหมดค่ากลายเป็นแค่เศษฝุ่นที่จะมีแต่คนเหยียบ...”

ปวัตรยิ่งงงว่าคือใคร...ในขณะที่ลวิตานอนหมดสติอยู่บนพื้น ชายลึกลับเทกระเป๋าเธอออกจนหมดเพื่อหาธัมบ์ไดรฟ์ ลวิตาฟื้นขึ้นมา ชายลึกลับหันมามองหน้า ทันใดนั้นภาพทุกอย่างก็กระจ่างชัด...ลวิตาจำได้แล้วว่าชายคนนี้คือคนที่ผลักสมมาตรตกลงมาจากตึก เธอตาเบิ่งโต

“ตอนนี้คุณจำหน้าคนร้ายได้รึยังครับคุณลวิตา”

“แก! แกเป็นคนฆ่าคุณสมมาตร!”

ชายลึกลับแสยะยิ้มทวงธัมบ์ไดรฟ์ ลวิตาสวนจะให้เมื่อเห็นว่าปวัตรปลอดภัย ชายลึกลับถอยไปหยิบโทรศัพท์มือถือมายื่นให้ บอกว่ามีแต่ไอ้นี่ ลวิตาหน้าเจื่อนเมื่อรู้ว่าโดนหลอก

“ถ้าฉันไม่หลอก แกจะยอมเดินมาหาฉันเองเหรอวะ”

 ลวิตาโกรธกำทรายที่พื้นปาใส่หน้าเขา แล้วลุกขึ้นวิ่งหนี จังหวะนั้นปวัตร โทร.เข้ามาที่เครื่องลวิตา

ชายลึกลับกดรับ ลวิตาได้ยินเสียงปวัตรถามว่าอยู่ไหน ก็ชะงักหันกลับไปมอง ชายลึกลับถือโทรศัพท์เปิดสปีกเกอร์โฟนยิ้มร่าเข้ามาแล้วกรอกเสียงไปว่า

“นังลวิตาอยู่กับฉัน! แกคงรู้เรื่องทุกอย่างจากไอ้มิคแล้วสินะ ก็ดี...จะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย ถ้าอยากให้แฟนแกรอด ก็มาหาฉัน”

“วัตรอย่ามา...อย่ามา...อย่าไปหลงกลมันนะวัตร” ลวิตาตะโกนลั่นจึงถูกตบหน้าล้มคว่ำ

“แกทำอะไรหลิว แกทำอะไร!” ปวัตรแทบบ้า ไตรภพที่อยู่ข้างๆก็ตกใจ

“ทำตามที่ฉันบอก แล้วแกจะได้ตัวแฟนแกกลับไปแบบมีชีวิต”

ปวัตรรีบถามให้ไปที่ไหน ลวิตาเจ็บจนพูดไม่ออก ชายลึกลับหัวเราะและว่า ถ้าฉลาดก็น่าจะรู้ แล้วตัดสาย ปวัตรร้อนรนอย่างมาก ไตรภพให้ปวัตรมีสติแล้วบอกว่าเราต้องแยกกันช่วยลวิตา ว่าแล้วก็เขียนแผนที่ไปตึกร้างให้ปวัตร

“แผนที่...เอามือถือผมไปด้วย แล้วก็รีบไปช่วยหลิว จำไว้ว่าอย่าบอกตำรวจ มันต้องลงมือที่นั่นแน่นอน” ไตรภพยังส่งปืนให้ไป

ปวัตรถามไตรภพไม่ใช้ปืนหรือ เขาบอกว่ามีเรื่องต้องจัดการ ไม่จำเป็นต้องใช้ปืน

ooooooo

ไตรภพมาหามีนาที่โรงพยาบาล เห็นเธอไม่ยอมกินข้าว ก็ยื่นอมยิ้มให้เหมือนตอนเด็กๆ แล้วชวนขึ้นไปนั่งเล่นบนดาดฟ้า...ให้นั่งขอบตึกด้วยกัน เธอไม่รู้สึกกลัวถ้ามีเขานั่งอยู่ด้วย

“มิ้นเอามือถือมาด้วยรึเปล่า” มีนาพยักหน้า ไตรภพขอยืม

“มิ้นรู้นะคะว่าพี่มิคกำลังใช้มิ้นเป็นเครื่องมือเพื่อต่อรองบางอย่างกับคุณพ่อ”

“มิ้น...พี่...พี่ขอโทษ...” ไตรภพละอายใจ

“มิ้นไม่โกรธพี่มิคหรอกค่ะ มิ้นเข้าใจ...ถ้ามิ้นสามารถช่วยพี่มิคได้ มิ้นก็ยินดีทำเพื่อพี่มิค เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเด็กขี้โรคคนนี้ ไม่เคยทำอะไรให้พี่ชายเลยซักครั้ง”

ไตรภพร้องไห้ออกมาอย่างรู้สึกผิด มีนาเข้ากอดและปลอบว่า ตนเข้าใจเราหัวอกเดียวกันคือตัวคนเดียว และพร้อมจะโทร.หาพ่อให้...พอมีนากดโทร.หาเสี่ยมนูญ ไม่นานเขาก็รับสาย มีนารีบบอกว่าไตรภพอยากคุยด้วย เสี่ยมนูญตกใจกลัวไตรภพทำอันตรายลูกสาว

“ตอนนี้มันจับตัวหลิวไป ผมรู้ว่ามันต้องการเก็บหลิวเหมือนที่ทำกับคนอื่นๆ” เสี่ยสวนบอกทำไม “เพราะเสี่ยเป็นคนเดียวที่จะช่วยหลิวได้ เสี่ยต้องมอบตัว เล่าทุกอย่างให้ตำรวจฟัง”

เสี่ยมนูญไม่ยอมทำ ไตรภพกำลังจะขู่แต่มีนาดึงโทรศัพท์ไปคุยเอง ขอร้องให้พ่อทำตามที่ไตรภพบอกเพราะครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ตนจะได้คุยกับพ่อ เสี่ยมนูญใจหายเข้าใจว่าลูกบุญธรรมจะฆ่าลูกสาวตน จึงด่าว่าด้วยคำหยาบคายเมื่อไตรภพดึงโทรศัพท์มาพูดเอง ไตรภพโต้

“จำได้ไหม คุณเคยเตือนผมว่า ถ้าอยากเป็นฝ่ายชนะตลอดไป จงอย่าให้ใครรู้จุดอ่อน ดูเหมือนคุณจะลืมเตือนตัวเอง”

“ถ้าลูกสาวฉันเป็นอะไร ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่...”

“ถึงคุณไม่บอกผมก็รู้ เอาเป็นว่าผมจะให้เวลาคุณคิด และจะรอฟังคำตอบอยู่บนดาดฟ้า แต่ลมบนนี้แรงชะมัด มิ้นเองก็ยังอ่อนแอ ถ้าหากทรงตัวไม่อยู่แล้วตกลงไป...ผมให้เวลาห้านาที” ไตรภพวางสายก่อนจะหันมากอดมีนาปลอบ “อดทนหน่อยนะมิ้น ทุกอย่างมันใกล้จบแล้ว”

ในขณะที่ปวัตรถือปืนเดินสอดส่ายสายตาเข้ามาในตึกร้าง แล้วรู้สึกเหมือนมีคนวิ่งผ่านหลังก็รีบวิ่งตามแต่ไม่เห็นตัว จึงท้าให้ออกมา ทันใดนั้นเองเขากลับถูกตีหัวสลบลง

ปวัตรฟื้นขึ้นมาเห็นลวิตาถูกมัดมือเท้ายืนหมิ่นเหม่อยู่ขอบตึก มีเชือกยาวมัดผูกติดกับเสาไว้ไม่ให้ตก ชายลึกลับขู่ลวิตาถ้าไม่บอกว่าธัมบ์ไดรฟ์อยู่ไหนจะซ้อมปวัตร เธอจึงยอมบอกว่าอยู่ในซิปในกระเป๋าถือ ชายลึกลับตะคอกให้ปวัตรลุกขึ้นเพื่อลงไปชั้นล่าง

“ฉันจะลงไปดูกับมันว่าของอยู่ในนั้นตามที่แกบอกจริงรึเปล่า ถ้าไม่มี...มันตาย”

ปวัตรถูกปืนจ่อให้ลงมาที่กองของที่ถูกเทออกจากกระเป๋าถือของลวิตา เปิดกระเป๋าดูช่องซิปตามที่เธอบอกก็เจอธัมบ์ไดรฟ์ ปวัตรให้ปล่อยลวิตา ชายลึกลับดึงธัมบ์ไดรฟ์จากมือเขา

“ฉันบอกแกตอนไหน ว่าถ้าได้ธัมบ์ไดรฟ์แล้วฉันจะปล่อยแกสองคน”

ปวัตรถูกซ้อมแล้วพาตัวขึ้นมาเหวี่ยงลงพื้น เขากระเสือกกระสนไปกอดลวิตาเอาไว้

“รักกันมากขนาดนี้ งั้นฉันจัดให้ตายไปพร้อมๆกัน”

“แกมันไม่มีสัจจะ ได้ธัมบ์ไดรฟ์ไปแล้ว ยังจะฆ่าพวกเราอีกทำไม” ลวิตาโวย

“เพราะแกสองคนรู้มากเกินไปยังไงล่ะ...ฉันจะฆ่าใครก่อนดีน้า...” ปวัตรเอาตัวบังลวิตา “ฮ่าๆๆ

เชื่อแล้วว่ารักกันมากจริงๆ งั้นเอางี้ดีกว่า ฉันจะให้โอกาสแกสองคน ถ้าแกโชคดีก็อาจจะรอดตาย” ชายลึกลับเก็บปืนดึงมีดสั้นออกมาเดินเข้าหา ปวัตรตัดสินใจพุ่งเข้าแย่งมีดคำรามลั่น

“ฉันไม่มีวันยอมให้แกฆ่าหลิวหรือฆ่าใครอีก ถ้าวันนี้ต้องมีคนตาย คนคนนั้นต้องเป็นแก”

ระหว่างนั้นเสี่ยมนูญตัดสินใจจะไปมอบตัว

แต่เอกมาดักรับตัวไปเพราะไตรภพต้องการให้เขามอบตัวกับสังคมมากกว่ามอบตัวกับตำรวจ...เอกพาเสี่ยมนูญมาที่ห้องห้องหนึ่งที่มีนักข่าวรออยู่มากมาย เพื่อให้เขาเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างละเอียด นักข่าวถ่ายภาพกันพึ่บพั่บ

แล้วตั้งใจฟัง

เสี่ยมนูญถอนใจ “ผมยอมรับว่าผมค้ายาเสพติด ทำธุรกิจผิดกฎหมายหลายอย่าง ทั้งฟอกเงิน เป็นเจ้าของบ่อนเถื่อน ค้ามนุษย์และฆ่าคน...แต่ผมไม่ได้ทำทั้งหมดคนเดียว เรามีพันธมิตรซึ่งประกอบไปด้วยคนห้าคน

หนึ่งในนั้นคือคนที่ทุกคนคาดไม่ถึง เขาคืออดีตตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ที่เก่งด้านการกวาดล้างยาเสพติด เขาเป็นที่นับหน้า ถือตาของคนในสังคม เป็นคนที่มีชื่อเสียง...”

รถตำรวจ รถหน่วยสวาทสี่ห้าคันมุ่งหน้าไปที่ตึกร้างเพื่อจับตัวอดีตนายตำรวจดังและช่วยตัวประกัน หน่วยสวาทวิ่งเข้าประจำการในตึกฝั่งตรงข้ามตึกร้าง นักข่าวรายงานออกทีวี

“นี่เป็นภาพสดๆที่นักข่าวของเราเข้าไปร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือคุณลวิตาดารานางแบบชื่อดังที่ถูกหัวหน้าแก๊งค้ายาจับไปเป็นตัวประกัน เราจะเกาะติดสถานการณ์นี้ไม่ให้คลาด”

ขณะนั้นปวัตรยังแย่งมีดกับชายลึกลับ ลวิตาพยายามแก้มัดข้อมือตัวเอง แต่แล้วปวัตรพลาดถูกแทงเข้าที่ท้อง แล้วชายลึกลับก็ตรงไปตัดเชือกที่ผูกกับเสา ปวัตรร้องลั่นกระโจนเข้าจับปลายเชือกทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บเลือดโชกตัวเขาไถลไปจนชนลูกกรง ลวิตาห้อยอยู่กลางอากาศ ภาพข่าวเห็นลวิตาห้อยต่องแต่ง มยุราใจแทบขาดจะไปหาลูก จีน่าต้องห้ามและปลอบ...

ด้านหน่วยสวาทประทับปืนเล็งไปที่ชายลึกลับ เขากำลังเหยียบมือปวัตรให้ปล่อยเชือก เมื่อไม่ปล่อยจึงหันไปคว้าปืนจะยิงใส่เสียงปืนดังปัง! มือชายลึกลับถูกยิงปืนกระเด็น เขาโวยวายว่าใคร

“มอบตัวซะ ตอนนี้คุณถูกล้อมเอาไว้หมดแล้ว

อย่าบังคับให้เราทำอะไรรุนแรง” หน่วยสวาทพูดผ่านโทรโข่ง ชายลึกลับโวยวายไม่รู้หรือว่าตนเป็นใคร “คุณคงยังไม่รู้ว่าเสี่ยมนูญมอบตัวแล้ว และตอนนี้ทางเราก็กันเสี่ยมนูญเป็นพยาน เรามีหลักฐานชัดเจนและมากพอที่จะฟ้องคุณ ในข้อหาฆาตกรรมนายสมมาตร ไพสัง และข้อหาค้ายาเสพติด”

“ไม่จริง ไม่ ฉันไม่ได้ทำ! เพราะแกกับนังลวิตา เพราะแกสองคน” ชายลึกลับโกรธแค้นจะหยิบปืนมายิงปวัตร แต่ถูกกระสุนยิงเฉียดมือทำให้หยิบไม่ได้


ในขณะเดียวกันปวัตรเริ่มอ่อนแรงที่จะดึงลวิตาไว้ เชือกหลุดมือแต่เขาก็คว้าไว้ได้ ลวิตาร้องด้วยความตกใจ ชายลึกลับโกรธแค้นเข้าล็อกคอปวัตร ไม่ยอมตายคนเดียว ถ้าตายต้องตายด้วยกัน หน่วยสวาทส่งสัญญาณ ทั้งหมดวิ่งข้ามมายังตึกร้าง เชือกหลุดจากมือปวัตร ลวิตากรีดร้อง ปวัตรตกใจสะบัดตัวออกจากการล็อกคอ กระโจนตามคนรักลงไป

ทั้งสองสบตากันดิ่งลงพื้นล่าง ปวัตรยื่นมือมาจับกับมือลวิตา ร่างทั้งสองตกลงบนเบาะลมขนาดใหญ่ที่ถูกกางไว้ก่อน ลวิตาโล่งใจหันมองปวัตรที่เสียเลือดจนหมดสติ ก็ร้องให้คนช่วย

ooooooo

ไตรภพพามีนากลับมานอนที่ห้องคนไข้ ห่มผ้าและนั่งเฝ้าจนกว่าเธอจะหลับ มีนาขอให้เขาร้องเพลงกล่อม เป็นเพลงที่เขามักร้องกล่อมตอนเด็ก...ไตรภพพยายามร้องด้วยเสียงสั่นเครือ เป็นเพลงกล่อมให้คนรักหลับให้สบายแล้วเราจะได้พบกันอีก ไม่ว่าหนทางจะแสนไกลแค่ไหน

รุ่งเช้าผู้คนดำเนินชีวิตกันตามปกติ ภาพข่าวการจับกุมเสี่ยมนูญเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างมาก ทั้งจอแอลซีดีที่ติดตามตึกสูงหรือกลางสี่แยกก็มีแต่ข่าวนี้

“เสี่ยมนูญพร้อมพวกอีกหลายคน ถูกควบคุมตัวโดยทีมสืบสวนพิเศษที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกคำสั่งตั้งให้มาดูแลคดีนี้โดยเฉพาะ...การสอบสวนขยายผลดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการนอกจากที่จับได้อีกหลายสิบราย”

ปวัตรนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ดูข่าวอยู่กับลวิตา ทั้งสองโล่งใจที่ทุกอย่างจบลงเสียที แต่ไตรภพหายตัวไป ลวิตาอยากให้เขากลับมามอบตัวเพราะเชื่อว่าทุกคนพร้อมให้อภัยเขา

“นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก ผมคิดว่ามิคคงต้องการเวลาทำใจสักพัก ผมมั่นใจว่าเขาจะต้องกลับมา” ปวัตรคิดเช่นนั้น

มยุราเดินถือของมากับจีน่า ทั้งสองเถียงกันเสียงดังเรื่องจอดรถ เอกเดินตามมาขอให้ทั้งสองหยุดเถียงกัน ลวิตาเข้าช่วยถือของและยิ้มเรี่ยๆให้ ไม่ทันไรมีโทรศัพท์เข้ามา เอกรีบกดรับ

“สวัสดีครับ ฮัลโหล...นั่นใคร...คุณแม่ จีน่าเงียบหน่อยได้ไหมครับ” สองคนยังไม่หยุดเถียงกัน เอกเสียงเข้ม “เบาเสียงแป๊บนึงครับ ฮัลโหลๆ...ตอนนี้แกอยู่ไหน รอฉันที่นั่น ฉันจะไปหาแกเดี๋ยวนี้” เอกวางสายหันมามองลวิตากับปวัตร

“อย่าบอกนะครับว่ามิคโทร.มา” ปวัตรดักคอ

“อือ...มิคพร้อมที่จะมอบตัวแล้ว” ทุกคนโล่งใจตามๆกัน

เอกรีบมาหาไตรภพที่นัดพบ สภาพเขาทรุดโทรมอิดโรย สีหน้าจะร้องไห้ เอกเข้ากอดตบหลังเบาๆอย่างเข้าใจ...หลังจากนั้น ไตรภพก็พร้อมแถลงข่าวต่อหน้าตำรวจและนักข่าว


“ผมเป็นเด็กกำพร้า ตอนอายุเจ็ดขวบมีผู้หญิงคนหนึ่งรับผมไปอยู่ด้วย ผมหลงคิดว่าตัวเองกำลังจะมีแม่ มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่เปล่าเลย เธอเลี้ยงผมไว้ใช้ประโยชน์ เธอติดยาเป็นสายส่งยาเสพติดของเสี่ยมนูญ และยังเป็นนางบำเรอของเสี่ย...วันนึงตำรวจล่อซื้อยา แม่กับผมติดกับ ผมกำลังโดนยิงจึงเอาแม่มาเป็นเกราะกันกระสุน แล้วผมก็หนีไป เสี่ยมนูญช่วยผมเอาไว้ เขาให้ผมเรียนหนังสือ สร้างชีวิตใหม่ให้กับผม ทำให้ผมกลายเป็นผมจนวันนี้...”

ทุกคนอึ้งหนักขึ้นเมื่อเขาเล่าว่า “แต่ไม่มีอะไรในโลกที่ได้มาฟรี ผมต้องทำงานชดใช้ ผมเริ่มเสพยาและค้ายาให้กับคนนอกและในวงการ ผมไม่เคยคิดจะขอให้ทุกคนอภัยให้ผม เพราะสิ่งที่ผมทำมันเลวร้าย ผมทำลายความไว้ใจของคนที่รักผมทุกคน ผมพร้อมยอมรับผิดและรับโทษตามกฎหมาย ผมอยากจะบอกกับคนที่รักผมว่าอย่าได้คิดเดินทางนี้เด็ดขาด คุณอาจมีความสุขแค่ช่วงต้น แต่หลังจากนั้น คุณจะรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็นเพราะกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้”

นักข่าวรู้สึกสงสารชะตาชีวิตของไตรภพ ส่วน

ตัวเขาแววตาเรียบเฉยพร้อมรับโทษ

ooooooo

หลายวันต่อมา คำให้การของไตรภพมีประโยชน์ต่อรูปคดี ช่วยให้การขยายผลจับกุมเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทางตำรวจจึงได้กันตัวเขาเป็นพยานในคดีนี้

ลวิตาโล่งใจที่ทุกอย่างจบลงเสียที แม้จะสงสารที่ไตรภพทำผิดเพราะความจำเป็น แต่เขาก็ต้องได้รับโทษบ้าง ปวัตรเพิ่งเห็นคนรักปลดปล่อยขนาดนี้ ไม่เพียงเท่านี้เธอยังคลายความกังวล

“ต่อไปนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกแล้ว ขอบคุณนะคะ”

“ขอบคุณเรื่องอะไรครับ”

“เพราะคุณ ถึงทำให้ฉันทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ แล้วก็เพราะคุณ ฉันถึงไม่โดนฆ่าตาย” ลวิตากอดหมับ ปวัตรร้องเจ็บแผล เธอรีบผละออกหน้าเสีย “อูย...ยังไม่หายเจ็บแผลอีกเหรอคะ”

ปวัตรรับว่าใช่ ลวิตาอมยิ้มแล้วยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาฟอดหนึ่ง ถามว่าดีขึ้นบ้างไหม เขาส่ายหน้า เธอจึงหอมแก้มอีกข้าง เขาบอกดีขึ้นนิดหนึ่ง ลวิตายื่นหน้าไปจูบปากเขา ปวัตรร้องว่าหายเจ็บเลย เธอหัวเราะ ปวัตร

นึกได้ว่าถึงเวลาต้องรีบไปแล้ว

“จริงด้วย ฉันลืมไปเลย เรารีบไปกันเถอะค่ะ” ลวิตาจูงมือปวัตรออกจากห้องคอนโด...

ที่บ้านปวัตร ลวิตากับปวัตรเดินเข้ามาเห็นลูกโป่งลอยติดเพดานเต็มบ้านดูหวานแหวว ปวัตรขอโทษ


ที่มาช้า แล้วถามว่าแม่กับนรีกลับมาหรือยัง ชัยบอกว่าแม่โทร.มาว่าอยู่ปากซอย

“แกพร้อมแล้วใช่ไหมไอ้พล” ปวัตรถามแต่ทรงพลส่ายหน้า ลวิตาท้วง

“อ้าว ไม่พร้อมไม่ได้นะคะ อย่าตื่นเต้น ไม่งั้นทุกอย่างพัง”

“เข้มแข็งเข้าไว้ไอ้ลูกชาย แกทำได้เชื่อพ่อ...ลุย...”

“ครับคุณพ่อ...สู้ตาย...” ทรงพลรับคำว่าที่พ่อตา

นรีกับวิภาหิ้วตะกร้าใส่ของสดมาหน้าบ้าน วิภาท่าทีมีพิรุธมากจนนรีรู้สึกได้ ถามแม่มองหาใคร วิภาเลิ่กลั่กแล้วแก้ตัวว่าพ่อน่าจะออกมาช่วยยกของ นรีจึงบอกว่าตนยกไหว

วิภาเหลือบไปเห็นชัยที่แอบอยู่ส่งสัญญาณมือว่าโอเค เธอจึงรีบบอกนรีว่าลืมโทรศัพท์ไว้ในรถขอตัวไปเอา ให้นรีเข้าบ้านไปก่อน พอเดินเข้ามาในบ้าน นรีเห็นลูกโป่งลอยเต็มบ้านก็งง

ปวัตร ลวิตาและชัยซ่อนตัวอยู่ วิภาเดินอ้อม

หลังบ้านเข้ามาสะกิดไหล่ชัย เขาสะดุ้งส่งเสียงดังออกมา ปวัตรรีบเอามืออุดปากพ่อ นรีตกใจที่ได้ยินเสียงพ่อร้อง ทรงพลเดินออกมาอ้าปากจะพูดด้วย นรียกมือห้าม

“เดี๋ยวก่อนนะคะ รีได้ยินเสียงคุณพ่อร้อง รีขอไปดูคุณพ่อก่อน”

วิภาตีแขนชัยที่ทำเสียเรื่อง ทรงพลคว้าแขนนรีไว้บอกพ่อไม่ได้เป็นอะไร นรีแปลกใจเขารู้ได้อย่างไร ทรงพลขอให้เชื่อและขอให้ฟังตนพูดสักครู่ แต่นรีเป็นห่วงอยากไปดูพ่อให้แน่ใจ ปวัตร ชัยและวิภาพยักพเยิดให้ทรงพลรีบพูด เขาพ่นลมหายใจออกจากปากอย่างตื่นเต้น เดินไปคุกเข่าตรงหน้านรี แล้วล้วงกล่องแหวนจากกระเป๋ากางเกง แต่มันติดทำให้เขายักแย่ยักยันในการดึง จนเสียหลักล้มลง กล่องแหวนกระเด็น นรีตกใจย่อตัวลงดูเขา เห็นกล่องแหวนก็เก็บมาเปิดดู

“รีแต่งงานกับพี่นะ...แต่งงานกับพี่นะครับ” ทรงพลดึงแหวนมาขอนรีทันที

นรีพูดไม่ออกน้ำตาคลอ ทรงพลรีบขอโทษที่ทำทุกอย่างพัง ไม่โรแมนติกอย่างที่ตั้งใจ

“ลูกโป่งพวกนี้ของพี่พลเหรอคะ”

“ครับ พี่กับคุณพ่อช่วยกันแต่งทั้งหมด...พี่อยากทำเซอร์ไพรส์ก็เลยบอกให้คุณแม่ชวนรีไปตลาดตั้งแต่เช้า แต่...เฮ้อ...มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้รีแปลกใจ” ทรงพลเห็นนรีน้ำตาคลอก็ตกใจ “รีร้องไห้ทำไม หรือว่ารีไม่อยากแต่งงานกับพี่ งั้นก็ไม่เป็นไร พี่จะไม่เร่งรัด พี่จะไม่บังคับ รอให้รีพร้อมก่อน แล้วค่อยมาคุยเรื่องนี้กันใหม่ก็ได้”

“คนโง่ รีไม่ได้ร้องไห้เพราะเรื่องนั้นซักหน่อย

รีร้องไห้เพราะรีดีใจต่างหาก รีตกลงแต่งงานกับพี่พลค่ะ” ทรงพลหน้าเหวอ นรีรีบบอกให้เขาสวมแหวนแล้วสวมกอดทรงพล

เสียงเฮดังขึ้นพร้อมทุกคนที่เดินโปรยดอกไม้

ออกมา ชัยร้องว่า ในที่สุดลูกสาวก็ขายออก นรีเขิน วิภาโพล่งขึ้นว่า...จูบเลย ทุกคนหันมองแม่ ไม่คิดว่าจะเป็นคนพูด ลวิตาเห็นด้วยบอกแม่พูดไม่ผิด แล้วยุให้

ทั้งสองจูบกัน ทรงพลกับนรีจึงจุ๊บกันเบาๆ ทุกคนปรบมือเฮอย่างมีความสุข

ooooooo

หลายเดือนต่อมา ลวิตานั่งเขียนไดอารีถึง

การแต่งงานของทรงพลกับนรี ที่แต่งกันไม่นาน นรีก็ตั้งท้องสมใจพ่อกับแม่ ทรงพลดูแลนรีอย่างดี ชัยกับวิภาซื้อชุดเด็กมารอ แต่เป็นชุดคนละเพศกัน เพราะชัยอยากได้หลานสาว วิภาอยากได้หลานชาย ทั้งสองจะเถียงกันประจำ

มยุรากับจีน่าก็เป็นคู่หูที่รักกันและเถียงกันได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ทั้งสองก็เถียงกันเอาเป็นเอาตาย แต่ก็ห่วงใยกันเสมอ ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด...อีกคู่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือคู่ของโฉมฉายกับสว่าง ทั้งสองพยายามที่จะมีทายาทด้วยการทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะบนบานศาลกล่าวหรือวิธีนางแมวยั่วสวาท ที่ทั้งสองใช้เป็นประจำ...ชีวิตทุกคนดูมีความสุข ยกเว้นตัวเอง ตนไม่ได้เจอปวัตรมาหลายเดือนจนเกือบปีแล้ว ลวิตาถอนใจแล้วหน้าเศร้าลง

ขณะเดียวกันปวัตรตระเวนแข่งขันเปียโนจนได้รางวัลระดับโลกมา เขาต้องโชว์เพลงที่แต่งทั่วโลก พิธีกรประกาศเป็นภาษาอังกฤษ

“และนี่คือโชว์สุดพิเศษจากเราครับ คุณปวัตรแชมป์เปียโนระดับโลกจากประเทศไทย ที่กวาดมาแล้วสองรางวัลภายในปีนี้ กรุณาปรบมือให้เกียรติคุณปวัตรอีกครั้งด้วยครับ”

ooooooo

หนึ่งปีต่อมา...ลุงป่านกับแก้วช่วยกันเตรียมงานรับแขกที่จะมาพักโฮมสเตย์ลมหนาวดาวอุ่น แก้วบ่นคิดถึงสว่าง ไม่ทันไรลวิตาโผล่มา ลุงป่านกับแก้วดีใจที่พบเธออีก ลวิตาเพิ่งกลับจากงานต่างประเทศ แก้วบอกเรื่องโฉมฉายท้อง เธอดีใจด้วย

“ว่าแต่หนูหลิวมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่”

“มาถึงเมื่อวานซืนค่ะ พอมาถึงปุ๊บก็ต้องถ่ายหนังเลย เลิกกองเกือบเช้าทุกวัน ก็เลยไม่ได้แวะมาหาคุณลุง”

“อ่อ...งั้นก็แสดงว่ายังไม่ได้เจอ...” ลุงป่านชะงักไม่แน่ใจว่าควรพูด

“เจออะไรเหรอคะ?”


“เจอบรรยากาศถนนคนเดินเลยน่ะสิ ตอนนี้

ร้านรวงเยอะแยะมากกว่าเดิมเลยนะหนู ถ้าคืนนี้ว่างๆก็ลองไปเดินดู”

ลวิตาคิดไว้แล้วว่าจะไป...พอตกค่ำเธอก็ออก

มาเดิน มีผู้คนสวนไปมา บ้างขอถ่ายรูปเธอก็เต็มใจให้ถ่าย จนกระทั่งเดินมาถึงร้านถ่ายรูป ลวิตาสะดุดกับภาพตัวเองที่ใส่ชุดพื้นเมืองถ่ายรูปคู่กับปวัตร ติดโชว์อยู่ในร้าน เธอยืนมองรูปนิ่ง ไม่ทันไรมีเสียงผู้ชายพูดขึ้นข้างหลัง

“ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าเขายังเก็บรูปคู่ของเราเอาไว้” ลวิตาหันขวับมามองหัวใจสั่นรัว ปวัตรล้วงกระดาษออกมา “ผมยังเก็บบัตรรับรูปเอาไว้อยู่เลย เราเข้าไปเอารูปกันไหมครับ”

“ไม่ ฉันไม่รู้ว่าจะเอาไปทำไม” ลวิตาเสียงแข็งด้วยความโกรธระคนน้อยใจเดินหนี

ปวัตรเดินตามมาถึงริมแม่น้ำ “หลิว...ช่วยฟังผมหน่อยได้ไหม”

“คนบ้า! คุณทิ้งฉันไปแล้ว แล้วคุณยังมาหาฉันอีกทำไม รู้ไหมว่าฉันตามหาคุณจนฉันรู้สึกสมเพชตัวเอง ตามตื๊อคนที่เขาไม่รัก มันฟังดูไร้ศักดิ์ศรีที่สุด แต่ฉัน

ก็ทำ...เพราะฉันอยากเจอคุณ ฉันอยากอยู่กับคุณ แต่พอมาวันนี้วันที่ฉันทำใจได้ คุณก็โผล่มา”

“พูดจบแล้วใช่ไหมผมจะได้พูดบ้าง ที่ผมหายไป ผมแค่อยากมั่นใจในความรู้สึกของคุณ”

“ความรู้สึกของฉันงั้นเหรอ คุณจะบอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณแค่อยากทดสอบฉัน” ปวัตรพยักหน้า ลวิตาฉุนกึก “คนเห็นแก่ตัว!” ว่าแล้วก็เงื้อมือจะตบ ปวัตรคว้าแขนไว้ทัน

“ผมยอมรับว่าผมเห็นแก่ตัว แต่นั่นก็เพื่อให้ได้รู้ว่าความรู้สึกของคุณที่มีให้ผมไม่ใช่ความหวั่นไหว

ชั่วครู่ชั่วยาม คุณไม่ได้ต้องการผมในเวลาที่คุณอ่อนไหว แต่คุณต้องการผมทุกลมหายใจ แม้กระทั่งในวันที่คุณแข็งแรงแล้ว” ปวัตรดึงลวิตามาประชิด

“คุณมีสิทธิ์อะไรมาทดสอบฉัน” ลวิตามองหน้าปวัตร ความน้อยใจแล่นขึ้นมาน้ำตาคลอ

“สิทธิ์ของคนที่รักคุณไง ผมรู้ว่าผมรักคุณ แต่ผมไม่รู้ว่าคุณรักผมหรือมันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ อย่างที่รู้ ...ว่าเราต่างกันมาก คุณเป็นคนที่มีชื่อเสียง ส่วนผมเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง”

“คุณกำลังดูถูกความรักของฉันอยู่นะคุณวัตร ถ้าคิดว่าฉันเป็นคนโลเลขนาดนั้น ก็อย่ามารักฉันเลย” ลวิตายิ่งฟังยิ่งโมโห แกะมือออกหันหลังเดินหนีไปทันที ปวัตรมองตามอย่างอ่อนใจ ลวิตาเดินไปได้ระยะหนึ่งหันกลับไปมองไม่เห็นปวัตรตามมา ก็ยิ่งน้อยใจที่เขาถอดใจง่ายแบบนี้


วันต่อมาลวิตามีงานแถลงข่าวหนังเรื่องใหม่ที่เธอรับแสดง หลังจากทำงานต่างประเทศมานาน เธอเดินเข้างานพร้อมผู้กำกับ เห็นมีคีย์บอร์ดวางอยู่บนเวทีก็แปลกใจนิดๆ นักข่าวถามผู้กำกับว่าได้ชื่อหนังหรือยังหลังจากเปลี่ยนมาหลายชื่อ

“ครับ เราได้ชื่อแล้ว หนังเรื่องนี้ชื่อเรื่องลมรักครับ” ลวิตาชะงัก “เป็นชื่อเดียวกับเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ...เดี๋ยวเชิญคนร้องและคนแต่งเพลงออกมาเลยดีกว่า”

ทุกคนหันมองคนที่ก้าวออกมาใหม่ ลวิตาตกตะลึงเมื่อคนคนนั้นคือปวัตร ผู้กำกับแนะนำ

“นี่คือคุณปวัตรครับ นักเปียโนที่คว้าแชมป์มาแล้วห้าประเทศภายในปีนี้”

นักข่าวฮือฮาเพราะจำได้ว่าปวัตรมีข่าวกับลวิตา ปวัตรขึ้นนั่งบรรเลงเพลงลมรัก เนื้อเพลงบรรยายความรักที่พัดมาทำให้หัวใจชุ่มชื่น และลมที่อยู่รอบตัวคือลวิตา

ที่เขาจะขาดไปไม่ได้...ลวิตาหัวใจอ่อนยวบลงนึกถึงวันที่

ปวัตรแต่งเพลงนี้ให้เธอ และร้องกล่อมเธอนอน

พอร้องเพลงจบ ปวัตรก็ลุกเดินมาหาลวิตา ผู้กำกับถอยห่างออกไป เขากล่าวกับเธอ

“ผมเคยเจ็บปวดเพราะความอ่อนไหวของผู้หญิงที่ไม่ได้รักผมมาแล้ว ผมไม่อยากเจ็บเพราะมันอีก ผมรู้ว่าคุณทรมาน ผมเองก็ทรมานไม่ต่างกัน ถึงผมจะไม่ได้อยู่กับคุณ แต่ผมก็รู้ตลอดว่าคุณทำอะไร คุณไปไหน ผมอยากจะเข้าไปหาคุณใจจะขาด แต่ต้องทำใจแข็ง เพราะอยากแน่ใจ” ลวิตาแย็บว่าแน่ใจหรือยัง “แน่ใจ แน่ใจมากว่าคุณรักผม รักแบบรักจริงๆ”

“คุณนี่มัน...ต้องให้ฉันเสียน้ำตาก่อน คุณถึงจะเชื่องั้นเหรอ” ลวิตาน้ำตาร่วงตีแขนเขา

ปวัตรดึงเธอมาจูบอย่างไม่อายสายตาใคร นักข่าวและคนอื่นๆกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ ลวิตาไม่ขัดขืนราวกับอยู่ลำพังกับปวัตรสองคน...

หลังจากวันนั้น ปวัตรกับลวิตามายืนท่ามกลางหมอกบนภูทอก ที่ที่เริ่มต้นความรักของเขาทั้งสอง ลวิตาชิงพูดว่าที่นี่สวยเพราะมีเขาอยู่ด้วย และยังแย่งขอเขาแต่งงานก่อน ปวัตรอ่อนใจที่ลวิตาเป็นผู้หญิงขอผู้ชายแต่งงาน เธอย้อนว่าทำไมต้องเหมือนใคร ไม่อยากเสียเวลาไปอีกแม้วินาทีเดียว ปวัตรปลาบปลื้มดึงเธอมาจูบดูดดื่มไม่ให้เสียเวลาอย่างที่เธอบอก ภายใต้ทะเลหมอกที่ปกคลุมอย่างมีความสุขและอบอุ่นไปทั้งหัวใจ

ooooooo

-อวสาน-


ละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ตอนที่ 15 อ่านในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่นติดตามละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค 11 ม.ค. 2562 10:46 2019-01-14T02:53:25+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ