ข่าว

วิดีโอ



ในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปณธี

กำกับการแสดงโดย: สยาม น่วมเศรษฐี

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค

ลวิตาพามีนาเดินช็อปปิ้งและทานอาหาร มีนารู้สึกมีความสุขเพราะไม่เคยได้ออกมาแบบนี้ ลวิตาบอกรู้ว่าเธอป่วย ถ้าได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยให้ดีขึ้น มีนาสลดลงเพราะรู้ว่าพ่อไม่ให้ไป ลวิตาจึงบอกว่าจะขออนุญาตให้ มีนาเริ่มมีอาการหายใจขัดแต่ไม่ยอมบอกลวิตา

ลวิตากับมีนากลับเข้าบ้านหิ้วถุงกันเต็มสองมือ ไตรภพเข้าช่วยถือและต่อว่าไปเที่ยวไหนไม่ชวนกันบ้าง มีนาบอกว่ากลัวเขาเบื่อ เสี่ยมนูญสังเกตเห็นว่าลูกสาวหน้าซีดก็รีบถามไม่สบายหรือเปล่า เธอปัดว่าไม่เป็นอะไร เสี่ยมนูญขอบใจลวิตาที่ทำให้มีนาสนุกสนาน ไม่ทันไร มีนามีอาการหอบอย่างหนัก เสี่ยมนูญตกใจมากรีบพาส่งโรงพยาบาล ลวิตาตกใจหน้าเจื่อนรีบตามไป

หน้าห้องฉุกเฉิน ลวิตากังวลใจกลัวมีนาเป็นอะไรมาก ไตรภพปลอบว่าไม่ใช่ความผิดเธอ ไม่ทันไร เสี่ยมนูญเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน พูดน้ำเสียงแข็งกับลวิตาทันที

“ต่อไปนี้อย่าพาลูกสาวผมออกไปข้างนอก

อีกนะครับ...ผมมีลูกแค่คนเดียว ประคบประหงมดูแลมาตั้งแต่เด็ก ถ้าหากลูกผมเป็นอะไร ผมคงไม่มีวันให้อภัยคนทำ”

“หลิวขอโทษค่ะ หลิวผิดเองที่ไม่ถามเสี่ยก่อนเรื่องโรคที่น้องมิ้นเป็น หลิวคงให้น้องมิ้นทำกิจกรรมเยอะมากเกินไป หลิวขอโทษอีกครั้งนะคะ”

เสี่ยมนูญมองด้วยแววตาเย็นชาจนน่ากลัว ราวกับคนละคนกับชายสูงวัยใจดีที่เคยเจอ ไตรภพเห็นพ่อเดินไปก็เข้าปลอบลวิตา ว่าท่านพูดไปเพราะความเป็นห่วงมีนามากเกินไป ลวิตาเข้าใจและขอตัวกลับ ให้ไตรภพอยู่ดูแลมีนา

ไตรภพเดินไปหาเสี่ยมนูญที่ยืนอยู่มุมลับตาคน ขอร้องอย่าโกรธลวิตา เขาหันมาตบหน้าไตรภพฉาดใหญ่ สีหน้าเปลี่ยนจากเทวดาเป็นซาตาน

“ฉันเริ่มหมดความอดทนกับนังนี่แล้ว!” เสี่ยมนูญเอาสนับมือออกมาใส่ เขาคือชายลึกลับที่ใส่สนับมือชกลำตัวไตรภพเมื่อครั้งก่อน

ไตรภพจับมือเสี่ยมนูญไว้ขอร้องอย่าทำตนอีกเลย เสี่ยมนูญเสียงกร้าว “ผู้หญิงของแกชอบทำให้ฉันหงุดหงิด” เสี่ยมนูญใช้อีกมือบีบหน้าไตรภพแน่น

“ต่อไปจะไม่มีเรื่องแบบนี้มากวนใจท่านอีก” ไตรภพพยายามพูด

“แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบคนที่ดีแต่พูด แกก็เห็นว่าที่ผ่านมาไอ้คนประเภทนี้มันมีจุดจบยังไง”


ไตรภพนึกถึงตอนที่สมมาตรถูกเสี่ยมนูญสั่งให้ชิตกับลูกน้องจับโยนลงจากตึกร้าง และคราวที่ชิตถูกยิงกลางแสกหน้าเพราะถูกปวัตรจับตัวได้...เสี่ยมนูญย้ำอีกครั้ง

“ฉันเกลียดคนที่ทำงานพลาด...”

“ผมรู้ครับผมรู้ ผมไม่มีวันทำให้ท่านผิดหวังอีกครั้งแน่นอน ผมสัญญาด้วยชีวิตของผม”

“แกพูดแล้วนะ” ไตรภพรับคำ เสี่ยมนูญปล่อยมือกำชับ “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีกครั้งเดียว นังลวิตาตาย!” เสี่ยมนูญเก็บสนับมือลงกระเป๋าหันหลังเดินออกไป ไตรภพทรุดลงมองตามหลัง

ภาพอดีตวัยเด็กย้อนมา...ไตรภพอายุสิบขวบ แม่กำลังขอยาจากเสี่ยมนูญ แต่เนื่องจากไม่มีเงินจึงยอมแลกด้วยร่างกาย ไตรภพยืนมองด้วยสายตาไม่พอใจโดนแม่ตบหัว เสี่ยมนูญปรามบอกเอาแต่ตบหัวพอดีปัญญาอ่อน แล้วเข้าพูดคุยด้วย จะให้เงินซื้อของเล่นแต่ต้องแลกกับการทำงาน...จากนั้นไตรภพก็กลายเป็นคนส่งยาให้เสี่ยมนูญ ได้เงินมาซื้อของที่อยากได้และให้แม่

จนกระทั่งคราวที่เขาไปกับแม่ แล้วโดนตำรวจล่อซื้อ พอจะโดนจับ แม่ต่อสู้ ไตรภพกลัวมากดึงแม่มาบังตัว ทำให้แม่โดนยิงตาย เขาวิ่งหนีไม่คิดชีวิต มีรถคันหนึ่งพุ่งมาจอดรับ คือเสี่ยมนูญ หลังจากนั้นเสี่ยมนูญก็เลี้ยงดูให้อนาคตแก่เขา แต่เป็นอนาคตที่แปดเปื้อนสิ่งผิดกฎหมาย

ooooooo

มีนานอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องพิเศษ พยาบาลสองคนเข้ามาดูอาการ เช็กสายน้ำเกลือ ทั้งสองมองมีนาอย่างหมั่นไส้และพูดคุยกันว่า

“แม่เทพธิดามาเพิ่มงานให้อีกแล้ว ดีจังเนอะเป็นลูกสาวหุ้นส่วนใหญ่ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ คราวนี้ไม่รู้จะอยากได้ผ้าปูที่นอนลายอะไร” สองพยาบาลเบ้ปากก่อนจะเดินออกไป

มีนาลืมตาขึ้น เธอได้ยินทุกอย่างรู้สึกเศร้าใจ พอดีไตรภพเข้ามา เธอดีใจมากเพราะกำลังเหงา เขาจึงสัญญาว่าจะมาหาทุกวัน มีนาขอโทษที่ป่วยทำให้ทุกคนวุ่นวาย แล้วถามถึงลวิตาว่าตกใจไหม ไตรภพพยักหน้าแต่ก็แค่นิดหน่อยและพรุ่งนี้เธอจะมาเยี่ยม มีนาจับมือไตรภพ

“ขอบคุณพี่มิคนะคะ ทั้งๆที่พี่มิคไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของมิ้น แต่พี่มิคกลับทำให้มิ้นรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยทุกครั้งเวลาที่พี่มิคอยู่ใกล้ๆ”...ไตรภพยิ้มให้อย่างเอ็นดูจริงใจ

ในขณะที่ลวิตาครุ่นคิดถึงท่าทีดุดันของเสี่ยมนูญ พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรให้เข้าหน้าเขาได้อีก แล้วเธอก็นึกออก...วันต่อมาลวิตานำแจกันดอกไม้มาที่บ้านเสี่ยมนูญ แม่บ้านบอกว่าเสี่ยออกไปวัดแต่เช้า อีกสักครู่คงกลับ ให้เธอนั่งรอที่ห้องรับแขก ลวิตานั่งสักครู่ก็คิดว่าเป็นโอกาสที่จะขึ้นไปค้นหลักฐานในห้องไตรภพ

ระหว่างที่ลวิตาอยู่บนห้องไตรภพ เสี่ยมนูญกลับมาเห็นรถจอดอยู่ก็ถามแม่บ้านว่าใครมา แม่บ้านรายงานว่าลวิตารออยู่ที่ห้องรับแขก แต่พอเสี่ยมนูญเข้ามาไม่พบเธอก็ชักเอะใจ ขึ้นไปดูข้างบนใกล้จะถึงห้องไตรภพ เผอิญมีคนโทร.เข้ามา เขาจึงเลี่ยงไปคุยในห้องตัวเอง...

ลวิตาค้นโต๊ะทำงานไตรภพ เจอคีย์การ์ดเพนต์เฮาส์ที่มีตัวอักษร M ก็รีบเก็บใส่กระเป๋ากางเกงไว้ หลบออกมา

ลวิตาทำเป็นนั่งดื่มน้ำอยู่ในห้องรับแขก เสี่ยมนูญกลับลงมาแปลกใจ ลวิตาสวัสดีแล้วบอกว่าเอาดอกไม้มาขอโทษที่ทำให้มีนาป่วย เสี่ยมนูญกลับบอกว่า

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ เมื่อวานผมหัวเสียนิดหน่อย เพราะเป็นห่วงยัยมิ้นมาก ก็เลยพูดใส่อารมณ์กับคุณ คุณอย่าถือสาผมเลยนะครับ”

“ไม่เลยค่ะ หลิวเข้าใจเสี่ยดี”

“ว่าแต่เมื่อกี้คุณไปไหนมา ตอนผมกลับเข้ามาบ้าน ผมไม่เห็น”

ลวิตาโกหกว่าไปห้องน้ำ เสี่ยมนูญจึงชวนไปเยี่ยมมีนาที่โรงพยาบาล โดยให้ไปรถเขา ลวิตารับคำ เสี่ยมนูญขอไปเก็บของให้มีนาสักครู่...ในเวลานั้นจีน่าไลน์มาบอกลวิตาว่าตนมาถึงคอนโดปวัตรแล้ว ลวิตาจึงพิมพ์กลับไปบอกว่าเจอคีย์การ์ดของไตรภพ จะต้องหาโอกาสไปที่นั่น

ก่อนหน้านี้ลวิตาให้จีน่าไปค้นหาธัมบ์ไดรฟ์ที่คอนโด จีน่าบ่นว่าเรื่องอื่นดันจำได้หมด ยกเว้นที่ซ่อนธัมบ์ไดรฟ์ ทั้งสองคิดว่าที่ที่อันตรายที่สุดจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด จีน่าจึงเป็นคนต้องไป เพราะถ้าลวิตาไป คนเห็น แผนที่ทำอยู่จะแตก ส่วนลวิตาไปค้นที่บ้านไตรภพ

ระหว่างที่จีน่ากำลังค้นห้อง สว่างโผล่มาทำให้เธอตกใจถีบเขากระเด็น พอเห็นว่าเป็นสว่างก็รีบขอโทษ เขามาเอาเสื้อผ้าให้ปวัตร สว่างแปลกใจว่าจีน่าเข้ามาได้อย่างไร เธอรีบชิ่งหนีบอกเพียงว่ามาเอาของให้ลวิตา

ooooooo

มีนาเห็นลวิตามาเยี่ยมก็ดีใจมาก เสี่ยมนูญแซวว่าดีใจจนลืมพ่อ มีนารีบง้อบอกว่าอย่างไรเสียก็รักพ่อมากที่สุดในโลก ไตรภพที่สองและลวิตาที่สาม เสี่ยมนูญยิ้มปลื้ม ลวิตานึกได้ถามถึงไตรภพ มีนาบอกว่าเขาโทร.มาบอกว่ามีงานด่วนจะมาสายหน่อยลวิตาไม่สะกิดใจอะไร

ไตรภพได้รับคำสั่งจากเสี่ยมนูญให้กลับไปดูที่บ้านว่ามีอะไรหายไปจากห้องบ้าง ไม่นานไตรภพโทร.มาหาเสี่ยมนูญ เขาเห็นชื่อจึงออกไปคุยที่ระเบียงโดยไม่ลืมปิดประตูกระจก...พอไตรภพบอกว่าคีย์การ์ดเพนต์เฮาส์หายไปอย่างเดียว เสี่ยมนูญเข่นเขี้ยว

“ชัดเลยว่านังลวิตากำลังเล่นละครตบตาเราอยู่ และที่มันทำแบบนี้ เพราะมันจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้หมดแล้ว มันถึงต้องการหาหลักฐานมาเล่นงานแก...

นังเนี่ยมันร้ายกาจกว่าที่ฉันคิด”

“ผมขอเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง” ไตรภพขอ

“จัดการ! แกเคยทำอะไรสำเร็จบ้างห๊ะ! แกไม่ต้องยุ่งกับเรื่องนี้อีกแล้ว ชีวิตของนังลวิตาอยู่ในกำมือของฉัน ฉันคนเดียวที่จะสั่งให้มันอยู่หรือตายก็ได้”

เสี่ยมนูญวางสายทันที

ไตรภพเป็นห่วงลวิตา พยายามโทร.กลับเสี่ยมนูญไม่รับสาย เขาจึงรีบไปที่โรงพยาบาล...เสี่ยมนูญกลับเข้ามาข้างใน มีนาถามพ่อคุยกับใครดูเครียด เขาโกหกว่าลูกน้องที่ออฟฟิศทำงานไม่ได้ดั่งใจ จะต้องไปจัดการเอง เสี่ยมนูญบอกให้คนรถรอลวิตา ตนเรียกรถที่ออฟฟิศมารับแล้ว และฝากลวิตาดูแลมีนาด้วย เธอจำต้องรับปาก

ให้เผอิญที่มีนาอยู่โรงพยาบาลเดียวกับปวัตร...สว่างกำลังเข็นรถพาปวัตรเดินเล่น และพูดเรื่องที่เจอจีน่ามาเอาของที่ห้อง ลวิตาเดินออกมา สว่างเห็นรีบเรียก ลวิตาหันมาสบตากับปวัตรห่างๆ เธอน้ำตารื้นด้วยความคิดถึงอยากเข้าไปกอดแต่ยืนนิ่ง ขยับปากเล็กน้อยไม่มีเสียง ปวัตรเข้าใจว่าเธอพูดว่า...ฉันคิดถึงคุณ...เขาขยับปากตอบกลับ...ผมก็คิดถึงคุณ...

สว่างแปลกใจว่าทั้งสองพูดอะไรกัน ปวัตรให้เข็นรถกลับห้อง ลวิตายืนมองจนเขาลับตา ไตรภพเข้ามาจับแขน เธอสะดุ้ง ไตรภพถามว่าจะกลับแล้วหรือ ลวิตารับว่าใช่ เขาขอร้องอย่าเพิ่งกลับให้อยู่คุยกันก่อน แล้วพากลับเข้าไปในห้องมีนา

คนขับรถยืนมองรีบโทร.รายงานเสี่ยมนูญว่า ไตรภพพาตัวลวิตาไป...มีนาเห็นไตรภพมาก็ต่อว่าที่มาช้า เขาขอโทษและสัญญาว่าออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่จะพาไปกินบิงซูของโปรด แต่ตอนนี้ให้กินข้าวก่อน ลวิตาเห็นว่าน้ำหมดจึงอาสาออกไปเอาให้ ไตรภพเห็นกระเป๋าเธอวางอยู่ก็คิดว่ามีโอกาสได้ค้นหาคีย์การ์ด

ลวิตาออกมาส่งเหยือกน้ำให้พยาบาลแล้วบอกว่าสักครู่จะกลับมาเอา เธอเดินตรงไปยังห้องพักปวัตร เปิดเข้าไปอย่างเบาๆ เห็นปวัตรยืนอยู่ที่ระเบียงห้อง ลวิตาเข้าไปกอดทางด้านหลัง

“อย่าหันมานะคะ...ฉันกลัวว่าถ้าคุณมองฉัน มันจะทำให้ฉันไม่กล้าหาญพอที่จะทำตามแผน ฉันขอแค่ได้กอดคุณเอาไว้แบบนี้ก็พอ”

ปวัตรจับมือเธอที่กอดเขา แล้วหันกลับมาหาเธอ ลวิตาน้ำตาคลอเบ้า เขาไม่พูดพร่ำดึงเธอมาจูบอย่างอ่อนโยน สัมผัสนุ่มนวลทำให้ลวิตาปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามหัวใจเรียกร้อง...

มีนากับไตรภพแปลกใจที่ลวิตาหายไปนาน พอดีพยาบาลเข้ามาขอเช็ดตัวคนไข้ ไตรภพถอยออกมาหลังม่าน เป็นโอกาสให้ได้ค้นกระเป๋าลวิตาที่วางอยู่ เขาเทของในกระเป๋าออก ต้องแปลกใจที่ไม่มีคีย์การ์ด พยาบาลเช็ดตัวเสร็จเปิดม่าน มีนาเห็นกระเป๋าลวิตาก็แปลกใจ

“พี่มิครื้อกระเป๋าพี่หลิวทำไมคะ”

“พี่ไม่ได้รื้อ พอดีกระเป๋าหล่น” ไตรภพรีบเก็บของกลับคืน

“นี่พี่หลิวยังไม่กลับเข้ามาอีกเหรอคะ แปลกจัง” มีนาเป็นห่วงลวิตา...

ด้านปวัตรกับลวิตาได้เติมพลังให้แก่กัน ปวัตรเช็ดน้ำตาให้ลวิตาและดักคอเธอไว้ก่อนว่า อย่าห้ามไม่ให้เขาช่วยเธอ เพราะเขาไม่อยากเสียเธอไป ปวัตรให้ลวิตาเล่าว่าจำอะไรได้บ้าง หญิงสาวหยิบคีย์การ์ดจากกระเป๋ากางเกงยื่นให้ปวัตรดู

“ห้องที่เพนต์เฮาส์ ฉันเจอมันในห้องของมิคที่บ้านเสี่ยมนูญ”

ปวัตรดึงคีย์การ์ดจากมือลวิตา “เอาไว้ที่ผมเพื่อความปลอดภัย เราจะบุกเข้าไปที่นี่ด้วยกัน ทันทีที่ผมออกจากโรงพยาบาล คุณห้ามปฏิเสธ ผมจะไม่มีวันปล่อยมือนี้ไปเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...รับปากผมว่าคุณห้ามทำอะไรคนเดียวอีก คุณต้องบอกผมทุกครั้ง นี่ไม่ใช่คำขอร้องแต่เป็นคำสั่ง ถ้าคุณไม่ยอม คุณโดนลงโทษหนักแน่”

ลวิตาหัวเราะ ปวัตรเห็นว่าเธอไม่เชื่อจึงระดมหอมแก้มเธอรัวๆ ลวิตาตกใจบอกให้หยุด เผลอดันอกเขา ปวัตรร้องโอ๊ย...ด้วยเจ็บแผล หญิงสาวตกใจรีบขอโทษและว่าเขามัวแต่เล่น

“ผมเจ็บอยู่นะครับ ยังจะมาดุอีก”

“ก็มันจริง อย่าทำให้เป็นห่วงสิ ฉันว่าคุณเข้าไปนอนพักเถอะ”

ปวัตรแกล้งเดินไม่ไหวให้ลวิตาประคองไปนอนเตียง ลวิตาขอตัวกลับก่อนที่ไตรภพจะสงสัย ปวัตรจับแขนเธอไว้แล้วเอานิ้วจิ้มแก้มตัวเอง ลวิตาต้องหอมแก้มเขาก่อน เขาถึงยอมปล่อยมือ ปวัตรมองตามหลังเธออย่างกังวลใจ

ขณะนั้นไตรภพออกมาถามพยาบาล เธอบอกว่าลวิตาบอกจะกลับมาเอาแต่ก็หายไปนาน ไตรภพจะเดินไปตาม พอดีลวิตาเดินกลับมา เธออ้างว่าเดินไปหาสัญญาณโทรศัพท์คุยกับแม่ ไตรภพมองอย่างสงสัย

ooooooo

ไตรภพกลับมา เสี่ยมนูญยกปืนขึ้นจ่อถามว่าเจอคีย์การ์ดไหม ไตรภพตอบว่าเจอพร้อมโชว์คีย์การ์ดให้ดู เสี่ยมองอย่างสงสัยว่าโกหกเพื่อปกป้องลวิตาหรือไม่ แต่ก็ลดปืนลง

“ผมจะทำลายหลักฐานทุกอย่างไม่ให้สาวมาถึงตัวท่านได้ ผมจะปกป้องท่านด้วยชีวิตของผม ขออย่างเดียวอย่าทำร้ายหลิว”

“ฉันเชื่อแกได้ใช่ไหม”

ไตรภพมองมีดปอกผลไม้บนโต๊ะ ตรงไปคว้าขึ้นมา เสี่ยมนูญผงะ ลูกน้องจับปืนขอให้เขาวางมีดลง แต่ไตรภพกลับเงื้อมีดขึ้นแล้วปักลงที่ต้นขาตัวเอง ทั้งเสี่ยและลูกน้องตกตะลึง

“แบบนี้พอจะทำให้ท่านเชื่อใจผมได้หรือยัง”...

เสี่ยมนูญหัวเราะร่าตบบ่าเขาอย่างชอบใจ

“ฉันไม่นึกว่าแกจะรักนังลวิตามากขนาดนี้ แต่ก็ดี การที่แกมีความรัก มันจะทำให้แกอ่อนแอ แล้วฉันก็จะคุมแกได้ง่ายมากขึ้น” เสี่ยมนูญเดินออกไปพร้อมลูกน้องอย่างพึงพอใจ...

วันนี้ทรงพลพาปวัตรออกจากโรงพยาบาล พอเข้ามาในห้องคอนโดก็ต้องสะดุ้งเพราะมีเสียงดังปัง! จากพลุกระดาษที่สว่างกับโฉมฉายดึงต้อนรับ และมีอาหารเตรียมไว้พร้อม ปวัตรกินอะไรไม่ลงคิดแต่เป็นห่วงลวิตา ทรงพลนึกได้

“เออ ว่าแต่เรื่องสำคัญที่แกบอกจะคุยกับพวกเราตอนออกจากโรงพยาบาลคือเรื่องอะไร”

ปวัตรมองทุกคนเครียดแล้ววางคีย์การ์ดลงตรงหน้า ทรงพลรู้ว่าคือคีย์การ์ดเข้าี่เพนต์เฮาส์

“อือ ฉันมั่นใจว่าในห้องนั้น ต้องมีอะไรที่มิคไตรภพซ่อนเอาไว้แน่”

โฉมฉายฟังแล้วรู้สึกตื่นเต้น ปวัตรบอกทุกคนว่า งานนี้ต้องทำกันเป็นทีม สว่างยกมือ

“ได้เลยครับ ผมพร้อมช่วยคุณปวัตรกับคุณหลิวอยู่แล้ว ยิ่งรู้ว่าทั้งหมดเป็นแผนของคุณหลิวที่ทำเป็นจำคุณไม่ได้ ผมก็ยิ่งอยากช่วยครับ”

“โฉมก็ด้วยค่ะ เรื่องช่วยเผือก โฉมช้อบชอบ”

ทรงพลถามถึงแผนการ ปวัตรแจกแจง เราจะบุก เข้าไปที่เพนต์เฮาส์ด้วยกัน ทรงพลหวั่นใจเพราะที่นั่นคนจำปวัตรได้แน่ ปวัตรบอกว่างานนี้ต้องให้โฉมฉายช่วย ทุกคนฟังแผนของปวัตร

ด้านลวิตา จีน่าจัดการหาของที่ลวิตาต้องการมาให้ คือเครื่องดักฟังและกล้องขนาดจิ๋ว ระหว่างสองสาวคุยกันจุ๊กจิ๊ก มยุราเปิดประตูห้องเข้ามาถามทำอะไรกันอยู่

ลวิตาบอกว่านอนเล่น เธอไม่เชื่อ จีน่าหยอกอย่าระแวงไม่เข้าเรื่อง มยุราถลึงตาใส่ จีน่าคอย่น

“อูย...เขาจะงอกแล้ว...”

“ฉันไม่ใช่ยักษ์”

“จีน่าก็ไม่ได้บอกนี่คะว่าคุณแม่เป็นยักษ์ อย่าง คุณแม่ต้องเป็น เป็นอะไรดีน้าที่มีเขายาวๆ”

“แกหาว่าฉันเป็นควายเหรอ!”

“จีน่าหมายถึงกวางต่างหากค่ะ”

“ตอแหล ลื่นไปได้เรื่อย...”

มยุราให้สองสาวลุกขึ้นแล้วเปิดผ้าห่มดูเห็นเครื่องดักฟังและกล้องจิ๋ว ก็รู้ว่าจะไปจับผิดไตรภพ จีน่าแปลกใจที่เธอรู้ มยุราจึงบอกว่าตนรู้มาแต่ต้น เพราะลวิตาเล่าให้ฟังตั้งแต่วันที่ไตรภพมาหาที่บ้าน แล้วลวิตาจำเรื่องราวได้หมด ตนทำเป็นตบตีลูกไม่ยอมรับ...จีน่าอ้าปากหวอ

“หมายความว่าที่ผ่านมา...แอ็กติ้งล้วนๆเลยเหรอคะ” มยุราพยักหน้า “เฮ้ย! สุดยอดอ่ะ สมกับเป็นคุณแม่ของดาราเจ้าบทบาท ที่แท้หลิวเอาพรสวรรค์ด้านนี้มาจากคุณแม่นั่นเอง ข้าน้อยขอคารวะนับถือ...นับถือ...”

“จริงใจหรือว่าประชด?” มยุราย้อนถาม

“จริงใจสิคะจริงใจที่สุดเลยค่ะ คุณแม่ทำให้มิคเชื่อสนิทแหกตาทุกคนได้แนบเนียนมาก”

มยุราไม่อยากเชื่อแต่ก็ขอบใจ ลวิตายิ้มด้วยสีหน้าสบายใจ...บ่ายวันนั้น นักสืบที่จีน่าจ้างให้ตามนักข่าวไพรัตน์ โทร.มาบอกว่าเจอที่อยู่และแชร์โลเกชันมาให้ ลวิตาจะไปกับจีน่าแต่จีน่าไม่ให้ไปเพราะกลัวว่าไพรัตน์จะเห็นหน้าจะหนีไปอีก มยุราเป็นห่วงบอกให้จีน่าระวังตัว

“ค่ะคุณแม่ จีน่ายังไม่เป็นไรง่ายๆหรอกค่ะ ยังต้องกลับมาลับฝีปากกับคุณแม่ไปอีกนาน”

“ปากดี...” มยุราเอ็ดแต่ก็มองเพื่อนลูกอย่างห่วงใยจริงใจ

ทางปวัตรเมื่อบอกแผนกับทรงพล สว่างและโฉมฉายเรียบร้อย ทรงพลถามว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วหรือ เขาพยักหน้าเราไว้ใจใครไม่ได้ ต้องรีบหาหลักฐานเอาผิดไตรภพ เพราะลวิตายังจำไม่ได้ว่าซ่อนธัมบ์ไดรฟ์ไว้ที่ไหน และเราก็ไม่รู้ว่ากำลังชนกับใครในเงามืด ต้องรีบเปิดเกมก่อนที่มันจะรู้ตัว และขออย่าให้นรีรู้เรื่องนี้เด็ดขาด ทรงพลรับคำแข็งขัน

ไม่ทันไรนรีถือปิ่นโตเข้ามา เธอรายงานว่าพ่อกับแม่ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะตนบอกว่าปวัตรไปดูงานเมืองนอก ทรงพลแซวว่าโกหกเก่งขึ้นเยอะ เธอสวนไม่ได้โกหกแค่ไม่ได้เล่าความจริงเท่านั้น แล้วนรีก็นึกได้เตือนทรงพลว่าพรุ่งนี้มีประชุม เขาชะงักเหล่มองปวัตรก่อนจะบอกนรีให้เลื่อนการประชุมออกไปก่อนพอดีติดธุระ เท่านั้นนรีก็รู้ทันว่าต้องมีอะไรปิดบัง

ooooooo

จีน่ามาเจอกับนักสืบที่เฝ้ารออยู่หน้าบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง เขาบอกว่าไพรัตน์เข้าไปในนั้นชั่วโมงกว่าๆ ยังไม่ออกมา เห็นว่ามีผู้หญิงอยู่คนเดียวในบ้าน จีน่าตัดสินใจเดินไปกดออดหน้าประตู แต่กดเท่าไหร่ไม่มีใครออกมาเปิดประตู ในบ้านก็ดูมืดสนิท

พักใหญ่ จีน่าวิดีโอคอลคุยกับลวิตา “ฉันกับนักสืบยืนซุ่มรออยู่หน้าบ้านหลังนั้นจนยุงจะหาม ก็ไม่มีใครโผล่ออกมาซักคน แถมสภาพบ้านอย่างกับบ้านร้าง กลางคืนแล้วก็ยังไม่เปิดไฟ อีตานักสืบนี่มั่วมากเลยเจอฉันด่าไปชุดใหญ่”

“เฮ้อ...แล้วเมื่อไหร่ถึงจะตามหาตัวนักข่าวคนนั้นเจอซักที” ลวิตาอ่อนใจ

“ลักษณะเหมือนเขากำลังหนีอะไรอยู่” จีน่าให้ลวิตาเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ให้ดี

วันต่อมาหน้าเพนต์เฮาส์ โฉมฉายกับสว่างเดินเข้าไปอย่างเท่ ทำเอา รปภ.มองตาค้าง ทั้งสองเบนความสนใจ รปภ.จนทำให้ปวัตร ทรงพลและลวิตาเข้าไปข้างในอย่างสะดวก...รปภ.บอกโฉมฉายกับสว่างว่าไตรภพไม่ได้แจ้งว่าจะมีคนมาจึงให้เข้าไปไม่ได้ สว่างทนสายตาโลมเลียของ รปภ.ที่มองโฉมฉายไม่ไหวจึงดึงเธอกลับออกมา

ปวัตร ทรงพลและลวิตาเข้ามาในลิฟต์ได้ใช้คีย์การ์ดกดชั้นที่ต้องการ แต่พอออกมาจากลิฟต์แล้วจะกดเปิดประตูห้องกลับเปิดไม่ได้ ทรงพลหน้าเสีย แสดงว่าไตรภพรู้ตัวแล้ว

ขณะเดียวกันไตรภพอยู่ที่บ้านเสี่ยมนูญ เขาเพิ่งรู้จากเสี่ยว่าได้เปลี่ยนตัวล็อกประตูที่เพนต์เฮาส์ใหม่ เสี่ยมนูญเข้ามาบีบคอไตรภพเข่นเขี้ยว

“เพราะฉันไม่ไว้ใจแก ฉันรู้ว่าคีย์การ์ดที่แกให้ฉันดูมันเป็นของปลอม! ฉันไม่ได้โง่ที่ดูไม่ออก แกกำลังช่วยนังนั่น”

“ท่าน...ปล่อยผม...ปล่อย” เสี่ยมนูญปล่อย ไตรภพไอแค่กๆ

“ครั้งนี้ฉันจะให้อภัย แต่ถ้าคราวหน้าแกยังยื่นมือเข้ามาช่วยมันอีก บอกได้คำเดียว ตาย! ฉันส่งคนไปเก็บพวกมันแล้ว คิดจะงัดข้อกับฉัน มันก็ต้องเจอจุดจบแบบนี้”

ไตรภพหน้าเครียดเป็นห่วงลวิตามาก...ด้านปวัตรเมื่อรู้ว่านี่อาจเป็นกับดัก ก็เป็นห่วงว่าไตรภพต้องรู้แล้วว่าลวิตาโกหก ทั้งสามจะรีบกลับออกมา ไม่ทันถึงหน้าลิฟต์ ลูกน้องเสี่ยมนูญสี่คนเดินเข้ามาหา ปวัตรกับทรงพลรีบดึงลวิตามาหลบหลัง ลวิตาเอาโทรศัพท์ออกมากดหาสว่าง เมื่อสว่างเห็นว่าลวิตาโทร.มาก็รู้ว่าต้องใช้แผนสอง

ปวัตรกับทรงพลช่วยกันต่อสู้กับลูกน้องเสี่ยมนูญจนหมอบแล้วดึงลวิตาวิ่งหนี จะลงบันไดก็มีอีกกลุ่มมาดักจึงต้องวิ่งขึ้นไปจนสุดดาดฟ้า ปวัตรให้ลวิตาไปหลบซ่อนแต่เธอไม่ยอมไป เขาต้องขอร้องเพื่อจะได้ไม่ต้องห่วงกังวล ลวิตาลังเลสักครู่ยอมเดินไป ลูกน้องเสี่ยมนูญตามขึ้นมาล้อมปวัตรกับทรงพลไว้ ทันใดนั้นเอง เกิดเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ขึ้น พวกลูกน้องตกใจมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ปวัตรกับทรงพลฉวยโอกาสซัดทั้งเจ็ดคนลงไปกองแล้วพาลวิตาวิ่ง

สว่างเอารถตู้มารอรับทางบันไดหนีไฟ ทั้งหมดหนีออกมาได้ทันท่วงที แต่ก็เสียดายที่เข้าไปหาหลักฐานตามแผนไม่ได้ ปวัตรฟันธงว่าในห้องไตรภพจะต้องมีบางอย่างที่เป็นความลับแน่

ooooooo

กลับมาถึงคอนโด ปวัตรมีสีหน้าเจ็บแผล ลวิตาเห็นแล้วรู้สึกผิด เดินเลี่ยงออกมาระเบียง ปวัตรเดินตามออกไป สว่างอยากรู้ว่าทั้งสองมีปัญหาอะไร ทรงพลต้องรั้งไว้แล้วดึงออกจากห้อง ปล่อยให้ปวัตรกับลวิตาอยู่กันตามลำพัง

ปวัตรถามลวิตาว่าเป็นอะไร เธอหันมาพูดกับเขาอย่างจริงจังว่าเขาไม่ต้องยุ่งเรื่องนี้อีก ให้เธอจัดการเอง ปวัตรเข้าประจันหน้า

“คุณคิดว่าผมจะยอมเหรอ ผมบอกแล้วไงว่าผมจะไม่ทิ้งคุณ ผมจะปกป้องคุณ และผมก็ไม่กลัวด้วยว่า มันจะเกิดอะไรขึ้น”

“แต่ฉันกลัว ฉันไม่อยาก...ไม่อยากให้คุณตาย ฉันอยู่ไม่ได้แน่ๆถ้าไม่มีคุณ” ลวิตาสะอื้น

ปวัตรดึงลวิตามากอด “คนที่จะตายคือคนที่ทำร้ายคุณ ไม่ใช่ผม ในเมื่อมันเปิดศึกกับเราแล้ว เราก็ต้องทำให้มันรู้ว่าเราแกร่งมากแค่ไหน...อย่าลืมว่าคุณยังมีไพ่ใบสุดท้าย”

“แต่ฉันจำไม่ได้ว่าฉันเอาธัมบ์ไดรฟ์ไปซ่อนไว้ที่ไหน แล้วอีกอย่าง ฉันเคยเอาธัมบ์ไดรฟ์ปลอมให้มัน และมันก็ทำลายไปแล้ว”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา คุณบอกมิคว่าธัมบ์ไดรฟ์ตัวจริงยังอยู่ ผมมั่นใจว่าเขาต้องรีบไปบอกคนที่จับตัวคุณ เราต้องล่อให้มันออกจากที่มืดไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีทางรู้เลยว่ามันเป็นใคร”

ลวิตามองปวัตรที่สีหน้ามั่นใจมาก เธอลืมสนิทว่าได้ซ่อนธัมบ์ไดรฟ์ไว้ใกล้ตัวมาก...ทรงพลกลับห้องทำแผลให้ตัวเอง พลันต้องตกใจเมื่อนรีโผล่มา เขารีบซ่อนแขนที่พันผ้า แต่ไม่พ้นสายตาเธอไปได้ เขาต้องโกหกว่าหกล้ม นรีไม่เชื่อคาดคั้นถามถ้าไม่บอกจะไปถามโฉมฉาย ทรงพลหน้าเจื่อน รู้ว่าโฉมฉายปากสว่างแน่ จึงยอมเล่าเสียเอง นรีโกรธมากต่อว่ายกใหญ่

“ใจเย็นได้ไงคะ ถ้าหากพี่พลกับพี่วัตรเป็นอะไรมากกว่านี้ ถ้าหากพี่พล...พี่พลกับพี่วัตรถูกพวกมันฆ่า แล้วรีจะทำยังไง พี่พลกับพี่วัตรเห็นแก่ตัว”

“มันไม่ใช่นะรี พี่กับวัตรไม่อยากให้รีเป็นห่วง ถึงไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง”

นรีงอนเพราะการทำแบบนี้ยิ่งทำให้เป็นห่วง ทรงพลพยายามง้อสัญญาว่าต่อไปจะเล่าทุกเรื่องให้ฟัง นรีเมินหน้าหนี ทรงพลตามไปขวางหน้าถามจะให้ตนทำอย่างไรถึงจะยกโทษให้...นรีกระชากคอเสื้อทรงพลแล้วเงื้อมือ เขาหลับตาเพราะคิดว่าต้องโดนตบแน่ๆ แต่กลายเป็นนรีดึงเขามากอดแน่นๆ บอกครั้งนี้ให้อภัย แต่เขาต้องรับปากจะไม่ทำอะไรเสี่ยงๆอีก ชายหนุ่มรับปากทันทีและกอดเธอตอบอย่างโล่งใจ...

คืนนั้นเสี่ยมนูญกระทืบลูกน้องหนึ่งในเจ็ดที่จัดการปวัตร ทรงพลและลวิตาไม่สำเร็จ แล้วยิงตายคาที่ต่อหน้าไตรภพ ก่อนจะส่งปืนให้เขาไปจัดการคนที่เหลือให้เรียบร้อย ตบบ่าเบาๆบอกให้จำไว้ว่า ตนไม่ได้เป็นคนทำ ไตรภพหน้าเครียดมองปืนในมืออย่างลำบากใจ

ooooooo

ค่ำนั้นลวิตากลับเข้าบ้านพบไตรภพนั่งรออยู่ที่บ้านก็ตกใจมาก ทำทีชวนเขากินข้าวจะเข้าไปดูว่าในครัวมีอะไรกินบ้าง พอเข้ามาในครัวก็รีบกดโทรศัพท์หาปวัตร น้ำเสียงร้อนรนว่าไตรภพต้องรู้แล้วแน่ว่าตนแกล้งจำเขาไม่ได้

ทันใดนั้นเอง ไตรภพตามเข้ามายืนฟังข้างหลัง เขาโกรธมากคว้ามีดมากำไว้ในมือ ลวิตาวางสายหันกลับมาเจอไตรภพก็แทบช็อก ไตรภพเสียงกร้าวว่า

 “ผมขอโทษนะหลิว...ผมให้คุณมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว” พูดจบไตรภพก็เสียบมีดเข้าท้อง ลวิตาตกใจก้มมองเห็นเลือดไหลเต็มไปหมด

ลวิตาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ลุกขึ้นมานั่งหอบ พอรู้ว่าแค่ความฝันก็โล่งอก แต่ไม่ทันไร มยุราเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาบอกว่าไตรภพมารอข้างล่าง ลวิตาสีหน้าไม่สู้ดีนึกถึงความฝัน

“เป็นอะไรลูก ทำไมหน้าซีดแบบนี้ ให้แม่ไล่มันไปไหม”

ลวิตานึกถึงที่ปวัตรบอกว่า ให้บอกไตรภพว่าธัมบ์ไดรฟ์ตัวจริงยังอยู่ เป็นการล่อให้คนบงการออกมาจากที่มืด...ลวิตาจึงบอกมยุราว่าจะลงไปพบไตรภพ

ไม่นานลวิตาก็ลงมาทักทายไตรภพสีหน้ายิ้มแย้ม ไตรภพปากหวานว่าคิดถึงเธอ ลวิตารู้ทันถามว่าเขาต้องการอะไร ไตรภพได้ทีแย็บว่า

“สิ่งที่ผมต้องการจากคุณ ไม่รู้ว่าคุณจะให้ได้ไหม”

“ลองบอกมาก่อนสิคะ”

“ชีวิตและหัวใจของคุณ ให้ผมได้รึเปล่า” ลวิตาผงะแล้วแกล้งทำทีหัวเราะตอบว่าไม่ให้  ไตรภพสวมกอด “ทำไมล่ะครับ หรือว่าความจริงแล้วคุณไม่ได้รักผม”

“ถ้าฉันไม่รักคุณ ฉันจะอยากแต่งงานกับคุณทำไม”

“ช่วยบอกรักผมให้ชื่นใจหน่อยจะได้ไหม”

ลวิตากล้ำกลืนพูดคำว่ารักเขาออกไป ไตรภพยิ้มมุมปาก ยื่นหน้าไปจะจูบปาก ลวิตารู้สึกรังเกียจแต่ต้องอดทนหลับตา ไตรภพเห็นสีหน้าหญิงสาวมีความตื่นกลัวก็เปลี่ยนมาจูบหน้าผากแทน เธอลืมตาขึ้นมองเขาอย่างกังวลใจ...ไตรภพเปลี่ยนเรื่องชวนเธอออกไปดูหนัง ลวิตารับคำรีบขึ้นไปแต่งตัว ระหว่างนั้นก็ไลน์บอกปวัตรว่ากำลังเริ่มแผน จะออกไปข้างนอกกับไตรภพ

ปวัตรอ่านข้อความแล้วเป็นห่วงลวิตามากกดโทรศัพท์หาเธอทันที ให้เธอรอก่อนเขาจะไปด้วย ลวิตาห้ามเพราะเกรงไตรภพเห็น แล้วจะไม่ยอมเปิดปากพูด เธอสัญญาว่าจะระวังตัวให้ดี ปวัตรถอนใจรู้ว่าห้ามลวิตาไม่ได้ จึงขอให้แชร์โลเกชันว่าอยู่ที่ไหน

ไตรภพกับลวิตาดูหนังจบเดินออกมา  มีคนลอบมองสีหน้าตื่นเต้นกันใหญ่ ที่สองคนกลับมาคบกันอีก ไตรภพชวนคุยว่าดูเธอไม่ค่อยตั้งใจดูหนังเท่าไหร่ ลวิตาได้ทีพูดพาดพิง

“ค่ะ ฉันขัดใจตรงที่ไม่มีใครทำอะไรคนร้ายได้เลย คนร้ายได้ดีมีความสุข มันใช่เหรอคะมิค ถ้าฉันเป็นนางเอกในเรื่องที่รู้ว่าคนคนนี้เป็นคนไม่ดี  ฉันคงต้องหาทางทำอะไรสักอย่างที่จะเอาผิดเขา  ฉันไม่มีวันปล่อยให้เขาอยู่เหนือกฎหมายไปได้หรอกค่ะ” ลวิตาเผลอจ้องหน้าไตรภพ

“คุณทำเหมือนผมเป็นคนร้ายในเรื่องอย่างนั้นแหละ” ไตรภพแทบสะอึก

ลวิตานึกได้รีบขอโทษแล้วเปลี่ยนเรื่องชวนไปหาอะไรกิน...ทั้งสองเข้ามานั่งร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ลวิตาทำทีพูดขึ้นลอยๆ

“มิคคะ จำที่ฉันเคยบอกให้ฟังได้ไหมที่ว่าฉันตกลงมาจากระเบียงเพราะอุบัติเหตุ” ไตรภพรับคำหน้าเจื่อนๆ “ฉันรู้แล้วนะคะว่ามันไม่ใช่...” พระเอกหนุ่มสำลักเงยหน้ามอง  ลวิตาจ้องตาพูดต่อ “มีคนบังคับให้ฉันกระโดดลงมาค่ะ”

ไตรภพกำช้อนแน่น  ทำทีประหลาดใจมาก “จริงเหรอครับ! คุณแน่ใจเหรอหลิว”

“ค่ะ ฉันมั่นใจเพราะฉันจำทุกอย่างได้หมดแล้ว รวมถึงคืนนั้นที่ฉันกระโดดตึกด้วย”

ไตรภพมือสั่นรวบช้อน หยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มดับความตื่นเต้น ลวิตาสังเกตอาการแล้วเล่าว่า

“คนที่บังคับฉันให้ฉันฆ่าตัวตายเป็นพวกแก๊งค้ายาค่ะ ฉันมีหลักฐานบางอย่างที่พวกมันต้องการ พอฉันไม่ให้ มันก็เลยฆ่าฉัน”

ไตรภพพยายามทำหน้าปกติถามว่าหลักฐานอะไร พอลวิตาตอบว่าธัมบ์ไดรฟ์  เขาตัวชาวาบถามให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้คิดไปเอง หญิงสาวยืนยัน เขาเลียบเคียงถามจะทำอย่างไรต่อไป

“คงต้องรวบรวมหลักฐานให้มากกว่านี้ก่อน  ให้แน่ใจว่าคนร้ายไม่มีทางหนีพ้นกฎหมาย”

“มันอันตรายมากนะหลิว มีเรื่องกับคนพวกนี้ จุดจบคือตายอย่างเดียว”

“ถ้าเรามัวแต่กลัวไม่กล้าสู้  แล้วคนชั่วพวกนี้จะได้รับโทษเมื่อไหร่กันคะ  ยังไงฉันก็ต้องจับทุกคนให้ได้ ถึงตอนนี้ฉันยังไม่แน่ใจว่าพวกมันเป็นใครก็ตาม”

ไตรภพเหงื่อผุดเต็มหน้า  ลวิตาลอบมองอย่างพอใจ

ooooooo

ทรงพลมาบอกปวัตรว่าผู้กำกับประชาให้เข้าพบวันนี้  ปวัตรรีบโทร.บอกลวิตา  เธอยังอยู่กับไตรภพ พอรับสายก็ทำทีว่าคุยกับจีน่า  ปวัตรรู้ทันทีว่าเธออยู่กับไตรภพจึงต้องเรียกตนว่าจีน่า

“รอผมที่ห้าง  ผมจะไปรับคุณแล้วเราจะได้ไปหาผู้กำกับประชาด้วยกัน ไอ้พลมันนัดท่านให้แล้ว”

“ได้สิ ฉันรอแกอยู่ที่นี่แหละ” ลวิตาดีใจแต่ต้องเก็บอาการ แล้วหันมาบอกไตรภพว่า จีน่ากำลังมาจะหาซื้อของส่วนตัวกันให้เขากลับไปก่อน ไตรภพไม่คัดค้านหันหลังเดินไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ลวิตาโล่งอก

ไม่นานปวัตรจอดรถรับลวิตาที่หน้าห้าง  เขาขับออกไปสักพักก็รู้สึกว่ามีคนตาม  ทรงพลซึ่งนั่งเบาะหลังหันไปมองก็เชื่อว่ามีรถตาม   ลวิตานั่งคู่คนขับหันไปมอง

เธอจำได้ทันทีว่าเป็นรถไตรภพ  ปวัตรบอกต้องสลัดเขาให้หลุด ว่าแล้วก็เหยียบคันเร่งขับหนี จนพ้นไฟแดงไปได้แต่ไตรภพไปไม่ทัน  เขาโมโหทุบพวงมาลัยรถด้วยความเจ็บใจ

ไตรภพกลับมารายงานเสี่ยมนูญที่เพนต์เฮาส์  เขาโมโหมากที่โดนลวิตาหลอก  สั่งลูกน้องไปค้นบ้านลวิตา ถ้าไม่เจอก็ให้เผาบ้านไปเลย ไตรภพผงะยืนอึ้ง

ขณะเดียวกัน  ผู้กำกับประชาต้อนรับปวัตร  ทรงพลและลวิตาด้วยท่าทียิ้มแย้มใจดี  พอฟังเรื่องราวที่ทั้งสามคนเล่าให้ฟังก็เครียดขึ้นทันที

“มิค ไตรภพเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาเสพติด?”

“ใช่ค่ะ  ฉันเห็นเหตุการณ์วันที่มิคกับพวกของเขาฆ่าใครสักคน  แต่ฉันไม่รู้ว่าคนนั้นเป็นใคร”  ผู้กำกับถามว่าจำไตรภพได้คนเดียวหรือ ลวิตารับว่าใช่ คนอื่นๆยังนึกไม่ออก

“ใครจะไปคิดว่าพระเอกในจอจะกลายเป็นผู้ร้ายนอกจอ  เรื่องนี้มันอันตรายมาก  คนพวกนี้ถ้าลองรู้ว่าใครทำให้เสียผลประโยชน์  มันจะฆ่าตัดตอนทันที  พวกคุณสามคนกำลังแหย่เท้าเข้าไปในดงเสือแล้วรู้ตัวไหม”

“พวกเราทราบ แต่ถ้าจะให้พวกเราปิดหูปิดตาทำเป็นไม่รู้เรื่อง มันก็ทำไม่ได้ครับ”

ทรงพลเสริมต่อปวัตร “คนตัวเล็กๆอย่างพวกเรา คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ เราถึงต้องมาขอคำปรึกษาจากท่าน”

“ผมเข้าใจ  เท่าที่ฟังแก๊งนี้น่าจะมีขาหลายขา  เผลอๆ

อาจจะมีการแทรกซึมอยู่ทุกวงการ  ไตรภพคงเป็นหนึ่งในหัวหน้าสาขาของแก๊งนี้ เรื่องนี้จะไม่มีวันจบง่ายๆ อาจจะกินเวลานานเป็นเดือนหรือเป็นปีในการหาหลักฐานเพื่อรวบรวมแก๊งนี้ทั้งหมด”

“ท่านคิดว่าเราควรจะจัดการยังไงต่อไปดีคะ”

“สิ่งสำคัญตอนนี้  คุณต้องรีบหาธัมบ์ไดรฟ์นั้นให้เจอและเอามาให้ผม ต่อจากนั้นผมจะเป็นคนจัดการเอง”

ทั้งสามคนรับคำ  ผู้กำกับประชารับรองจะต้องถอนรากถอนโคนพวกนี้ให้ได้  ถ้ามีอะไรติดต่อตนได้โดยตรง

ปวัตรรับคำ...ทั้งสามคนกลับออกมาจากบ้านท่านด้วยความรู้สึกสบายใจไปเปลาะ เพราะเชื่อว่าผู้กำกับประชาเป็นข้าราชการซื่อตรง ต้องช่วยพวกตนได้แน่

ooooooo

ที่บ้านมยุราถูกคนของเสี่ยมนูญบุกจับแม่บ้านมัดไว้แล้วขึ้นไปค้นห้องลวิตาจนกระจัดกระจาย  มยุรากลับมาเจอแม่บ้านถูกมัดก็ตกใจมาก  ย่องขึ้นไปดูข้างบนเห็นคนร้ายกำลังรื้อค้นก็รีบโทร.แจ้ง  191  คนร้ายได้ยินกลับลงมาจับมยุรามัดอีกคน  แล้วค้นห้องรับแขกกระจุย

เมื่อไม่พบธัมบ์ไดรฟ์ก็จะทำการเผา โดยราดน้ำมันตรงหน้าประตูทางเข้าบ้าน  มยุราตาเหลือกร้องอู้อี้  ทันใด

นั้นเองปวัตรกับทรงพลเข้ามาจัดการคนร้ายและจับตัวไว้ได้สองคน ลวิตาเข้ามาช่วยแก้มัดให้แม่และแม่บ้าน เธอเห็นรอยสักที่ข้อมือคนร้ายคนที่กำลังหนี  เธอตกใจมาก

ตำรวจมาถึงจับคนร้ายคนที่มีรอยสักไม่ทัน

มันหนีไปได้ จึงรวบสองคนที่เหลือไปโรงพัก ทรงพลไม่มั่นใจว่าจะไว้ใจตำรวจกลุ่มนี้ได้หรือไม่  ลวิตาเสนอให้โทร.บอกผู้กำกับประชาเรื่องนี้  เผื่อท่านมีลูกน้องที่ไว้ใจได้ สองหนุ่มเห็นด้วย

ปวัตรขอให้มยุรากับลวิตาย้ายไปอยู่ที่คอนโดเพราะอยู่ที่บ้านไม่ปลอดภัยอีกต่อไป โดยให้อยู่ห้องทรงพลและให้ทรงพลมาอยู่กับตนแทน ลวิตาเกรงใจแต่มยุรากลับเห็นดีด้วย

ลูกน้องที่หนีไปได้กลับมารายงานเสี่ยมนูญ  และยืนยันว่าอีกสองคนที่ถูกจับไปไม่กล้าให้การพาดพิงถึงแน่ เพราะลูกเมียอยู่ในกำมือเรา ไตรภพเสนอให้หยุดการ เคลื่อนไหวสักพัก  เพราะตอนนี้ลวิตาคงระวังตัวอย่างมาก เข้าถึงตัวคงไม่ง่าย เสี่ยรู้แต่ก็ให้เขาคอยจับตาเธอไว้

เย็นวันนั้นมยุรากับลวิตาหอบหิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่ห้องคอนโดของทรงพล  สว่างกับโฉมฉายเข้าต้อนรับขับสู้อย่างดี บอกไม่ต้องกลัว พวกตนจะเป็นผู้พิทักษ์ให้ มยุรา ซาบซึ้งใจ

“คุณวัตรคุณพล ขอบใจคุณสองคนมาก แล้วก็...เอ่อ ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ที่ฉันเคยพูดและทำไม่ดีกับพวกคุณเอาไว้”

“ไม่เป็นไรครับคุณมยุรา  ผมเข้าใจคุณดีว่าคุณรักและเป็นห่วงหลิวมากแค่ไหน  แล้วอีกอย่างเรื่องมันผ่านไปนานแล้ว อย่าไปคิดถึงมันอีกเลยนะครับ” ปวัตรยิ้มอย่างจริงใจ ทรงพลเสริม

“จริงครับ ตอนนี้พวกเราอยู่ในเรือลำเดียวกันแล้ว มีอะไรก็ต้องช่วยกันครับ”

ค่ำวันนั้น  ทรงพลนอนกรนจนปวัตรนอนไม่หลับ ลุกออกมาห้องรับแขก เขาไลน์ไปถามลวิตาว่าหลับหรือยัง เธอไม่อ่านจึงคิดว่าคงหลับไปแล้ว  ปวัตรเอนตัวบนโซฟาสักพักก็เคลิ้มหลับ  มารู้สึกตัวเมื่อเห็นเงาคนเข้ามาในห้อง เดินเข้ามาใกล้  เขากระชากคนคนนั้น  เสียงลวิตาร้องว้าย...ล้มลงนั่งตักปวัตรพอดี ชายหนุ่มตกใจเมื่อรู้ว่าเป็นเธอ รีบขอโทษ คิดว่าเป็นคนร้าย

“ว่าแต่คุณเข้ามาได้ไง...”

“คุณยังไม่เปลี่ยนรหัส”

“เออจริงด้วย ทำไมคุณไม่ไลน์มาบอกผมว่ายังไม่นอน”

“คุณปวัตรคะ  กรุณาดูอีกครั้งแล้วค่อยถามนะคะ”

ปวัตรนิ่วหน้าเปิดไลน์ดูเห็นลวิตาไลน์กลับมาหลายประโยค  จึงรู้ว่าตัวเองเผลอหลับไป  ปวัตรยิ้มแหยๆแล้วถามออกมาแบบนี้แม่ไม่ว่าหรือ  ลวิตาบอกว่าแม่หลับลึก เธอแปลกใจทำไมเขาออกมานอนนอกห้อง  ปวัตรเย้าว่าอยากนอนกอดเธอคืนนี้  ลวิตาตีแขนเขาเพียะหาว่าทะลึ่ง ปวัตรบ่นกระปอดกระแปดว่าอยู่คอนโดเดียวกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน น่าโมโหนัก

ลวิตาแอบขำ  ปวัตรสวมกอดเธอ  ทันใดเสียงทรงพลถามทำไมมานอนตรงนี้  ลวิตารีบนอนราบลงไม่ให้ทรงพลเห็น  ปวัตรโวยทรงพลว่าเขากรนเสียงดัง  ทรงพลเกรงใจจะออกมานอนข้างนอกแทน  ปวัตรรีบห้ามกลัวเพื่อนจะเดินมา แล้วไล่ให้กลับเข้าไปนอน ทรงพลหันกลับเข้าห้องนอน  ปวัตรรีบดึงลวิตาจะพาออกไปส่งห้อง  ทรงพลกลับโผล่ออกมาอีก

“ไอ้วัตร  ฉันไม่สบายใจ  ฉันว่าแกเข้ามานอนในห้อง...อ่า...ฉันเข้าใจแหละ เชิญตามสบายเลยครับ” ทรงพลเห็นลวิตา จึงรีบกลับเข้าห้องตามเดิม

ลวิตาหน้าเสียโวยปวัตรให้อธิบายกับทรงพลอย่าให้ตนเสียหาย เขารับคำขำๆ

วันต่อมาไตรภพมาที่บ้านมยุราแต่เช้า ต้องแปลกใจที่เห็นบ้านคล้องกุญแจล็อก  สังหรณ์ใจว่าลวิตาจะหนีไป...ไตรภพโทร.หาลวิตาเธอไม่รับสาย จึงกลับมาบ้านให้มีนาช่วยโทร.หาแทน  มีนาไม่รู้ปัญหาที่เกิดขึ้น จึงโทร.ชวนลวิตามาที่บ้าน

บ่ายวันนั้น  ลวิตามา มีนาวิ่งเข้าไปกอดอยากให้พาไปเที่ยวอีก ลวิตาให้ขออนุญาตเสี่ยมนูญก่อน เกรงจะทำให้มีนาป่วยอีก ไม่ทันไรไตรภพเดินเข้ามา ลวิตาชะงักสบตาเขา ต่างรู้ว่าตอนนี้คิดอะไรกันอยู่ มีนารีบออกตัวว่าไตรภพให้โทร.ชวนสงสัยทะเลาะกันอีก  ไตรภพรับว่าใช่แต่ตนทำผิดเอง  มีนาจึงขอให้ลวิตายกโทษให้พี่ชายตน ลวิตากลับบอกว่า

“เรื่องนี้พี่คงยกโทษให้พี่ชายน้องมิ้นไม่ได้หรอกค่ะ”

“ทะเลาะกันแรงเลยเหรอคะ พี่หลิวอย่าโกรธพี่มิคเลยนะคะ” มีนาพยายามขอร้อง

“คงไม่ได้หรอกครับ  ความผิดที่พี่ชายคุณทำเอาไว้ มันรุนแรงมากจริงๆ” ปวัตรเดินเข้ามา

มีนางงว่าใคร ไตรภพให้มีนากลับขึ้นห้อง เธอถามว่าทำไม เขาเอ็ดเสียงเข้ม มีนาตกใจร้องไห้วิ่งออกไป ลวิตาตำหนิว่าจะดุมีนาทำไม  เธอไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย ไตรภพเสียงเขียว

“นี่น้องสาวผม  ผมจะทำยังไงก็ได้  แกมาทำไม” ไตรภพหันไปถามปวัตร

ปวัตรเข้ายืนประจันหน้า “เรารู้กันดีน่าคุณไตรภพ เลิกแอ๊บกันดีกว่า”

ไตรภพกำมือแน่น ลวิตาเปิดฉากว่าเป็นฝีมือเขาใช่ไหมที่ส่งคนไปรื้อบ้านตน เขาทำทีไม่รู้เรื่อง ปวัตรบอกถึงลูกน้องเขาจะได้รับการปล่อยตัว  แต่ความผิดของเขาที่ทำไว้ไม่มีทางกลบได้

“แล้วก็เลิกคิดที่จะหาธัมบ์ไดรฟ์ได้แล้ว  ยังไงคุณก็ไม่มีวันหามันเจอ เตรียมตัวเอาไว้ให้ดี ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้คนอย่างคุณทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย” ลวิตาขู่

ไตรภพยังยืนกรานว่าไม่รู้เรื่อง ปวัตรจึงบอกว่า อีกไม่นานเขาก็จะเข้าใจ พอดีเสี่ยมนูญกลับมา ทักลวิตาและมองปวัตรทำนองว่าใคร ลวิตายังมีความเกรงใจยกมือไหว้และจะลากลับ

“รีบกลับทำไม อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อน ยัยมิ้นคงจะดีใจ รายนั้นบ่นคิดถึงหนูทุกวัน  นี่ยัยมิ้นรู้หรือยังว่าหนูมา”

“รู้แล้วครับพ่อ แต่น้องไม่สบาย ผมก็เลยให้ขึ้นไปพัก”

เสี่ยมนูญตกใจจะรีบไปดู  แล้วหันไปสั่งลูกน้องให้เตรียมรถไว้เผื่อต้องพาไปโรงพยาบาล  ลวิตาหันมองเห็นลูกน้องเสี่ยก็จำรอยสักที่ข้อมือได้  เธอตกใจรีบดึงปวัตรให้กลับ ไตรภพมองลวิตาจับมือปวัตรด้วยความโกรธและหึงหวง

เมื่อกลับมาถึงคอนโด  ลวิตาก็บอกปวัตรว่าลูกน้องเสี่ยมนูญคือคนที่เข้าไปค้นบ้าน

“ฉันจำรอยสักที่ข้อมือของมันได้  เรื่องนี้จะเกี่ยวกับเสี่ยมนูญด้วยรึเปล่า”

“คุณหมายความว่า...”

“ผู้ชายอีกคนที่จับตัวฉันไปอาจจะเป็นเสี่ยมนูญ”

“เรื่องนี้เราจะพูดลอยๆโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้ เราต้องหาทางพิสูจน์”

ลวิตานึกได้ว่าจะพิสูจน์อย่างไร...ขณะที่เสี่ยมนูญกำลังดูมีนาอยู่ในห้อง ลวิตาโทร.เข้ามาหา ทำทีถามอาการมีนาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า  เสี่ยตอบว่าให้กินยาแล้ว อาการดีขึ้น  ขอบใจที่เป็นห่วง ลวิตาจึงฝากความห่วงใยถึงมีนาแล้ววางสายไป

ลวิตาหันมาบอกปวัตรว่าได้อัดเสียงเสี่ยมนูญไว้แล้ว  ปวัตรรับโทรศัพท์จากลวิตามาจะเอาเสียงเข้าแอปเปลี่ยนเสียง แล้วให้ลองฟังดูว่าใช่เสียงคนที่จับเธอไปหรือเปล่า

พอลวิตาได้ฟังประโยคที่เสี่ยมนูญพูดเป็นเสียงแหบๆ เพราะผ่านแอปเปลี่ยนเสียง  เธอหลับตาฟังสักครู่ก็กลืนน้ำลายเอื๊อกยืนยัน

“เสี่ยมนูญกับผู้ชายที่จับตัวฉันไปเป็นคนเดียวกัน...”

ขณะเดียวกันเสี่ยมนูญไถลปืนไปบนโต๊ะตรงหน้าลูกน้องที่มีรอยสักที่ข้อมือ  สั่งให้เก็บลวิตากับปวัตรเสีย ลูกน้องรับคำเก็บปืนแล้วเดินออกไป  เสี่ยมนูญแววตากร้าว...

ค่ำวันนั้นลูกน้องเสี่ยมนูญเข้ามาในห้องคอนโด เห็นไฟมืดมิดก็เข้าใจว่าลวิตาหลบมาอยู่ที่นี่  จึงตรงเข้าไปยิงคนที่นอนบนเตียง  ทุกอย่างสงบนิ่งจึงเปิดผ้าห่มออกดู เห็นว่าเป็นตุ๊กตาหมีก็ตกใจ  และมีกระดาษแปะไว้ว่า...แกถูกหลอกแล้ว

ไฟในห้องสว่างพรึ่บขึ้น  ปวัตรพุ่งเข้าแย่งปืน ทรงพล สว่างและโฉมฉายช่วยกันล้อมจับ  เค้นถามว่าใครส่งเขามา เมื่อคนร้ายเงียบไม่ตอบ สว่างขู่จะกระทืบ แต่โฉมฉายแย้งว่าแบบนี้ต้องทรมานด้วยการเอาน้ำร้อนใส่กะละมังแล้วจับมือคนร้ายจะจุ่มลงไป คนร้ายขืนตัวสุดฤทธิ์

“บอกแล้วบอกแล้ว...” ทุกคนรอฟัง “คนที่ส่งฉันมาเก็บแกสองคนคือคุณไตรภพ  เสี่ยมนูญไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย  คนที่อยู่แก๊งค้ายาคือคุณไตรภพคนเดียวเท่านั้น  คืนนั้นที่คุณตกลงมาจากคอนโดก็เป็นฝีมือของคุณไตรภพ เขาพยายามฆ่าคุณหลายต่อหลายครั้ง แต่คุณก็รอดไปได้”

“แกไปบอกรายละเอียดเรื่องนี้กับตำรวจเถอะ” ปวัตรเข่นเขี้ยว

“คิดว่าตำรวจจะช่วยพวกคุณได้เหรอ ไม่มีใครช่วยพวกคุณได้หรอก  ลองคิดดูให้ดี ว่าทำไมคุณไตรภพถึงอยู่อย่างสบายมาจนถึงทุกวันนี้  ถ้าไม่ใช่เพราะมีเส้นสายจากคนผู้มีอิทธิพลคอยช่วย”

“แล้วเสี่ยมนูญไม่สงสัยอะไรบ้างเลยเหรอ”

“สงสัยสิ  แต่เสี่ยทำอะไรไม่ได้  เพราะไม่มีหลักฐาน”

ทุกคนฟังแล้วสิ้นหวัง  คนร้ายฉวยโอกาสสะบัดตัวหนีออกไปได้ แล้ววิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์หน้าคอนโด ราวกับเตรียมการไว้พร้อม ลวิตาเครียดจนเป็นลมล้มพับ

ooooooo


ละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ตอนที่ 11 อ่านในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่นติดตามละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค 28 ธ.ค. 2561 09:27 2019-01-02T01:37:41+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ