ข่าว

วิดีโอ



ในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปณธี

กำกับการแสดงโดย: สยาม น่วมเศรษฐี

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค

ลวิตาหรือหลิว นักแสดงและนางแบบสาวสวยวัย 25 ปี เข้าวงการตั้งแต่เด็ก ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวมาตลอดชีวิต ภายนอกดูอ่อนแอแต่จิตใจเป็นคนเข้มแข็งไม่ชอบเห็นใครถูกเอาเปรียบ...ในคืนหนึ่งเธอยืนน้ำตาไหลอาบแก้มอยู่ริมระเบียงคอนโด

ก่อนหน้านี้เธอได้เขียนไดอารีประจำวันไว้ “เราสองคนเดินมาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่ฉันไม่หลงเหลือความไว้ใจให้เขาอีกแล้ว ฉันไม่ได้เป็นคนชอบจับผิด แต่ครั้งนี้ฉันจำเป็นต้องรู้ว่าเขาซ่อนใครไว้ ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ ก่อนที่เราสองคนจะเดินไปไกลจนถึงจุดที่ถอยหลังกลับไม่ได้อีก” ลวิตาเหลือบมองกรอบรูปภาพคู่กับไตรภพแฟนหนุ่ม “ฉันเหนื่อยมาพอแล้ว ตอนนี้ฉันแค่อยากจบทุกอย่าง ฉันเดินมาไกลเกินไป ไกลจนหันหลังกลับไปแล้วไม่เห็นใครซักคน”

เพียงครู่...ร่างเธอก็ลอยละลิ่วลงสู่พื้นพร้อมเสียงที่ว่า “ฉันต้องจบเรื่องนี้ มันควรจบซักที” ร่างลวิตากระแทกเข้ากับหลังคาผ้าใบที่ยื่นออกมาสองสามชั้น ก่อนที่ร่างจะกระแทกลงบนฟูกที่คนงานกำลังยกออกมาหลุดจากมือตกลงพื้น คนงานต่างตกตะลึงร้องลั่นที่เห็น

คนนอนหมดสติ โฉมฉายเจ้าหน้าที่นิติบุคคลของคอนโดออกมาโวยวายแต่พอเห็นลวิตาก็ร้องลั่นว่าเธอตายแล้ว...

พนักงานโรงเรียนสอนเปียโน ยืนดูทีวีออกข่าวการฆ่าตัวตายของดาราสาวลวิตา แต่ดวงไม่ถึงที่ตายได้รับบาดเจ็บ...พนักงานสองสามคนนินทาตามกระแสข่าวว่าสาเหตุการตายของเธอน่าจะเกิดจากมือที่สาม

เข้าแทรกระหว่างลวิตากับไตรภพหรือมิคคู่หมั้นซึ่งเป็นดาราดัง แต่ก็เสียดายถ้าเธอตายขณะกำลังดัง ทันใดมีเสียงดังขึ้น

“เจ้าตัวยังไม่เสียดายชีวิต แล้วพวกคุณจะไปเสียดายแทนเขาทำไม”

 สามสาวหันมาเห็นว่าเป็นปวัตรเจ้านายก็ตกใจ ปวัตรเหน็บว่าถ้าว่างกันมากก็จะหางานให้ทำเพิ่ม ทุกคนรีบวิ่งไปประจำที่ ปวัตรมองข่าวอย่างเอือมๆ พอดีแม่ของเขาโทร.เข้ามา

“ครับแม่  ไม่ลืมครับ เดี๋ยวเย็นนี้ผมไปรับน้องเอง เจอกันที่ร้านอาหารนะครับ”

หน้าบริษัทเมจิกเฮ้าส์ นรีเสียบหูฟังและตั้งใจดูข่าวลวิตา พลันมีมือมาดึงหูฟังออก เธอหันขวับมาเจอปวัตรจึงต่อว่ามาแล้วทำไมไม่เรียก เขาโวยกลับว่าเรียกแล้วเธอไม่ได้ยิน นรีหน้าเจื่อนเพราะเธอสนใจแต่ข่าวจนไม่ทันฟังสิ่งรอบตัว ปวัตรเอือมระอาที่ใครๆก็สนใจแต่ข่าวนี้

“ก็เพราะว่าเขาคือหลิวลวิตาน่ะสิคะพี่วัตร เขาเป็นดารานิสัยดี”

“สนิทกับเขารึไงถึงรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง”

“พี่วัตรกวนแล้วนะคะเนี่ย รีเป็นแฟนคลับคุณหลิวค่ะ รีตามฟอลโลไอจีเขาอยู่ ทำให้รีรู้ว่าเขานิสัยยังไง รี

สงสารเขา คนที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายทั้งที่ชีวิตมีพร้อม

ทุกอย่าง แสดงว่าต้องเจอปัญหาที่กระทบกระเทือนจิตใจจนเกินจะรับได้จริงๆ”

ปวัตรเบื่อจะฟังชวนให้รีบไปก่อนจะต้องหูชาเพราะโดนแม่บ่น...ปวัตรกับนรีเป็นพี่น้องต่างสายเลือดกัน ปวัตรเป็นลูกติดแม่ ส่วนนรีเป็นลูกติดพ่อ พ่อกับแม่

ทั้งสองแต่งงานกันตั้งแต่ปวัตรอายุ 9 ขวบทำให้ทั้งสองรักใคร่สนิทสนมกันมากเกินกว่าคำว่าพี่น้อง

ชัยกับวิภาเป็นครอบครัวเรียบง่ายรักลูกทั้งสองราวสายเลือดที่แท้จริง ปวัตรกับนรีมาถึงเห็นพ่อกับแม่กำลังแซวกัน ปวัตรกับนรีปรี่เข้ามาเกาะแขนอยู่ฝ่ายแม่ทั้งคู่แล้วหัวเราะกันอย่างมีความสุข จู่ๆเพื่อนพ่อเดิน

เข้ามาทัก ด้วยความเป็นคนปากเสียทักว่าวิภาเป็นเมียคนใหม่ใช่ไหมและไม่ทันที่ชัยจะแนะนำลูกทั้งสอง เพื่อนก็โพล่งขึ้นว่า

“ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นลูกสาวกับลูกเขย...มีหลานรึยังล่ะ”

“เขาสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน ปวัตรเป็นลูกของคุณวิภา เขาสองคนเป็นพี่น้องกัน”

“พี่น้องอะไรกัน คนละพ่อคนละแม่ ถ้าเขาจะคบกันมันก็ไม่แปลกซักหน่อย”

ปวัตรกับนรีทำหน้าไม่ถูก วิภาลอบมองสามีรู้ว่าสถานการณ์ไม่ดี ชัยกำมือแน่นโวย

“แกนี่ยังเหมือนเดิม ปากเสียไม่เคยเปลี่ยน”

“ทำไมต้องด่ากันด้วย ฉันก็แค่แซวทำไมต้องโกรธ หรือว่าเป็นอย่างที่ฉันพูดจริงๆ”

ชัยขยับจะเข้าใส่ วิภารีบดึงสามีออกไป ปวัตรมองเพื่อนพ่อจนเขาต้องผงะเดินหนีไป ก่อนจะหันมามองนรีด้วยแววตากังวลใจ...พอกลับถึงบ้านชัยยังมีท่าทางอารมณ์เสีย วิภาปลอบไม่ต้องไปสนใจ แต่ชัย

ไม่ชอบที่ใครจะพูดว่าลูกทั้งสองเป็นผัวเมียกัน เขาหันมากำชับทั้งสองคน

“วัตร รี อย่าทำแบบที่มันพูดเชียวเพราะว่าพ่อรับไม่ได้เด็ดขาด ถ้าหากเราสองคนคบกัน”

“โธ่คุณ พูดเหมือนตาวัตรกับยัยรีแอบคบกันอย่างนั้นแหละ เดี๋ยวลูกก็คิดมากกันพอดี”

“มันก็ถูกแล้วที่ต้องคิดมาก คิดให้มากจะได้ไม่ทำ แล้วก็จำให้แม่นด้วยว่าสำหรับพ่อเราสองคนเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ฉะนั้นห้ามทำเรื่องเสื่อมเสียให้พ่อกับแม่อับอายขายขี้หน้าเด็ดขาด” พูดจบชัยมีอาการเจ็บหน้าอก วิภารีบประคอง ปวัตรกับนรีหน้าเจื่อนเป็นห่วงพ่อ

ปวัตรเครียดกับคำกำชับของพ่อ ตัดสินใจเรียกนรีออกมาเจอกันที่สวนหน้าบ้านกลางดึก ปวัตรรวบมือนรีมากุมสีหน้าอึดอัดใจอย่างมาก

“พี่ทนอยู่ในสภาพนี้ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว สามปีที่เราแอบคบกัน พี่ว่ามันถึงเวลาที่เราสองคนควรจะบอกความจริงพ่อกับแม่ได้รู้...”

นรีดึงมือออกไม่เห็นด้วย ปวัตรยืนยันว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดไม่มีปัญหา นรีไม่คิดอย่างนั้น เธอถอดใจมานานแล้วแต่ไม่กล้าบอกเขา พยายามเกลี้ยกล่อมให้ปวัตรทำตามที่พ่อต้องการ อย่าทำลายบรรยากาศครอบครัวที่มีมาหลายสิบปี สุขภาพพ่อไม่ดีไม่อยากให้ทรุดลง แต่ปวัตรเชื่อว่าถ้าเราอดทน พ่อกับแม่จะต้องเห็นว่าเรารักกันจริง นรีนิ่งจนปวัตรชักสงสัยเธอทำเหมือนยอมแพ้ นรีบอกว่าตนรู้ว่าเรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้

“นี่รียังรักพี่อยู่รึเปล่า ทำไมพี่ถึงรู้สึกเหมือนกับว่าพี่รักรีฝ่ายเดียว ในขณะที่พี่พยายามคิดหาทางทำให้เราได้อยู่ด้วยกัน แต่รีกลับพูดคิดแต่จะยอมถอย”

“เรื่องบางเรื่องถึงเราจะพยายามมากแค่ไหน

มันก็ไม่สำเร็จหรอกค่ะ รีว่า...เรากลับมาเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม เราหยุดทุกอย่างไว้แค่นี้เถอะนะคะ”

ปวัตรหน้าถอดสีคว้ามือนรีถามอย่างเอะใจว่าเธอรักคนอื่นแล้วใช่ไหม หญิงสาวนิ่งอึดอัดใจ ก่อนจะตอบด้วยเสียงสั่นว่าไม่ได้มีใคร ปวัตรเสียงเข้มขึ้น

“พี่ไม่ได้ถามว่ารีมีใคร พี่ถามว่ารีรักใครอยู่รึเปล่า” ท่าทีนรีทำให้ยิ่งสงสัย “ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร!”

“รีขอโทษค่ะ รีรู้ว่าพี่วัตรเจ็บปวด รีขอโทษที่มันต้องจบลงแบบนี้ แต่มันไม่มีประโยชน์ที่เราจะดันทุรังไปต่อ อย่าเสียเวลากับรี อย่าฝากความหวังไว้กับความรักที่มันยากเย็นขนาดนี้อีกเลยนะคะ” นรีน้ำตาไหลอย่างรู้สึกผิด

ปวัตรปล่อยมือนรี น้ำตาเขาไหลเดินผ่านเธอไปด้วยความเจ็บปวด นรีใจหายเรียกเขา แต่ปวัตรเดินตรงออกประตูบ้านไปทันที นรีทรุดลงร้องไห้อย่างหนักใจ

ooooooo

อาการลวิตาปลอดภัย หมอบอกร่างกายต้องทำกายภาพบำบัดสม่ำเสมอแล้วจะกลับมาแข็งแรง มยุราแม่ของลวิตาสบายใจขึ้น เธอโทร.ขอเลื่อนคิวของลูกสาวออกไปหมด ลวิตาลืมตาขึ้นมองแม่งงๆทำนองว่า

เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง พอแม่บอกว่าตนตกจากระเบียงคอนโดก็ตกใจ

“หนูเนี่ยนะคะตกลงมาจากระเบียง! มันจะเป็นไปได้ยังไง!”

“จากหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตำรวจสันนิษฐานว่าลูกตั้งใจจะฆ่าตัวตาย”

ลวิตาตกใจถึงขีดสุด ไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำแบบนั้น มยุรายืนยันว่าหลักฐานที่ตำรวจพบฟันธงว่าลูกคิดสั้น เขาเจอไดอารีที่ลูกเขียนระบายความในใจ ข้อความระบุว่าลูกไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป...ลวิตายังไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำแบบนั้น

อรุณ พ่อของลวิตามาเยี่ยม มยุราไม่พอใจหาว่าไปมีครอบครัวใหม่แล้วจะกลับมาทำไม ลวิตาต้องขอร้องให้พ่อแม่เลิกทะเลาะกัน อรุณไม่อยากให้ลูกลำบากใจจึงบอกว่าวันหลังจะมาเยี่ยมใหม่ มยุราดันอรุณให้ออกไปมีเรื่องจะคุยด้วย ระหว่างนั้นไตรภพแอบเข้ามาพบลวิตา เธอตกใจมองเขาราวคนแปลกหน้า...

มยุราไม่ต้องการให้อรุณมาหาลูกอีก หาว่ามันกระทบกระเทือนจิตใจลูก นักข่าวเดินตรงมา อรุณรีบเตือนอดีตภรรยาไม่ต้องพูดเรื่องอาการลูก ให้เป็นหน้าที่ของหมอ และไม่ต้องพูดพาดพิงไปถึงสาเหตุเป็นเรื่องส่วนตัวของลูก มยุราไม่พอใจ

“ทำไมจะพูดไม่ได้ ลูกต้องมาเจ็บหนักเพราะรักผู้ชายเฮงซวย ฉันมีสิทธิ์จะแฉไอ้ดารานั่น”

“แล้วก่อนหน้านี้ล่ะ คุณทำตัวเป็นแม่ยกแม่ยายของเขามาตลอด เชียร์กันจนออกนอกหน้า ลืมไปแล้วเหรอ”

“นั่นเพราะฉันไม่รู้สันดานของมัน”

“ถึงยังไงมันก็เป็นเรื่องของคนสองคน ต่อให้เราเป็นพ่อแม่ก็นับว่าเป็นคนนอก ไม่ควรพูดอะไรมาก เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนั้น”

“คุณยังกล้าพูดอีกเหรอว่าไม่รู้ ฉันไม่ยอมอยู่เฉยๆ ถึงนักข่าวไม่ถาม ฉันก็จะด่าไอ้เลวนั่นออกสื่อ มันทำร้ายจิตใจลูกสาวฉันถึงขั้นทำให้ลูกสาวฉันฆ่าตัวตาย ฉันไม่ปล่อยให้มันลอยหน้าลอยตาได้แน่” มยุราผละออกไปหานักข่าว อรุณหน่ายใจเลี่ยงหนีไม่อยากยุ่ง

ในขณะที่ไตรภพถามอาการลวิตาด้วยความ


เป็นห่วง ลวิตามองเขานิ่งๆ ไตรภพเข้าใจว่าเธอโกรธจนไม่ยอมให้อภัย แต่พอเธอเอ่ยปากว่า

“ขอโทษนะคะ คือ...คุณเป็นใคร!”

ไตรภพผงะคิดว่าเธอแกล้งทำเป็นไม่รู้จัก ลวิตาฉุนที่คิดว่าตนแกล้ง ไตรภพเข้าจับมือบอกให้เลิกโกหก เธอตกใจพยายามดึงมือออก ทันใดมีนักข่าวโผล่เข้ามาถ่ายรูปรัวๆจนแสงแฟลชเข้าตาทำให้ลวิตาปวดหัวจี๊ด... ไตรภพรีบตามนักข่าวออกไปเพื่อหยุดเขา ลวิตาตาพร่าเห็นภาพตัวเองเดินออกไปที่ระเบียงคอนโด เธอตกใจมาก

มยุรากำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าอาการบาดเจ็บของลวิตาขอให้คุณหมอเป็นคนแถลง ส่วนสาเหตุเป็นอุบัติเหตุไม่ใช่การฆ่าตัวตาย ทันใดไตรภพวิ่งตามนักข่าวออกมาเจอหลบไม่ทัน นักข่าวหันไปรุมสัมภาษณ์ไตรภพ

“มิคมีปัญหากับน้องหลิวจริงใช่ไหมคะ เรื่องนี้มีมือที่สามมาเกี่ยวไหมคะ...มีกระแสข่าวว่าหลิวฆ่าตัวตายเพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เป็นความจริงรึเปล่าคะ”

ไตรภพตอบไม่ถูก มยุราเดินฝ่าวงนักข่าวเข้ามากระชากแขนไตรภพต่อว่า บอกเอกไปแล้วไม่ให้มาแล้วมา ทำไม ไตรภพพยายามพูดดีและขอร้องไม่ให้แม่คนรักโกรธ แต่มยุราก็พลั้งปากพูดถึงเรื่องไดอารีที่บ่งบอกว่าลูกสาวมีปัญหากับเขา นักข่าวแย่งกันถามว่าไดอารีอะไร...เอกซึ่งเป็นผู้จัดการโผล่มาขอร้องนักข่าวอย่ารบกวนคนไข้รายอื่น ไม่เป็นผลดีกับภาพลักษณ์ของลวิตา เมื่อเธอหายดีจะจัดแถลงข่าวทันที นักข่าวมองหน้ากันไปมาแล้วยอมสลายตัว...

เอก ไตรภพและมยุรามาที่ห้องลวิตา แปลกใจที่ลวิตาจำไตรภพไม่ได้ มยุราสมน้ำหน้าเพราะไตรภพทำให้ลูกตนเสียใจ เธอจึงไม่ต้องการจดจำเขา ไตรภพยืนยันว่าไม่เคยนอกใจลวิตา มยุราไม่เชื่อประกาศถอนหมั้นจะไม่มีการแต่งงานอีก เอกจับแขนไตรภพไม่ให้โวย

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะครับคุณแม่ ผมว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คืออาการบาดเจ็บของน้องหลิว เราควรเร่งปรึกษาคุณหมอ หาวิธีฟื้นความทรงจำให้หลิวนะครับ”

“จริงของพี่เอกค่ะ หลิวก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไม หลิวอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา มันเลวร้าย มากถึงขนาดต้องทำให้หลิวทำร้ายตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ”

ไตรภพพูดไม่ออก เอกดึงเขาให้กลับออกมา ท่าทางไตรภพเศร้า เอกแนะนำว่าเขาอย่าเพิ่งมาเยี่ยมลวิตาช่วงนี้เพราะตอนนี้เรื่องของเขากับเธอถูกรีทวีตขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง คนมากมายกำลังขุดคุ้ยประวัติและเม้าท์กันสนุกปาก ฉะนั้นไม่ควรพูดอะไรทั้งนั้น ไตรภพขอโทษที่ตัวเองวู่วาม

ooooooo

เมื่อคืนปวัตรเมาหลับอยู่ที่คอนโดทรงพลเพื่อนสนิท รุ่งเช้าทรงพลพยายามถามว่ามีเรื่องอะไรถึงได้เมาขนาดนี้ แต่ปวัตรไม่อาจเล่าเรื่องในบ้านให้ใครฟังได้ ปวัตรตัดสินใจให้เพื่อนหาห้องเช่าในคอนโดนี้ให้ ทรงพลประหลาดใจแต่รอให้เพื่อนพร้อมเล่าเอง

ทรงพลเป็นเจ้าของบริษัทเมจิกเฮ้าส์ที่นรีทำงาน เขาแอบชอบเธอแต่ไม่กล้าผลีผลามเพราะเห็นว่าเป็นน้องสาวเพื่อน...นรีครุ่นคิดเรื่องปวัตรจนเผลอจับถ้วยกาแฟที่ร้อน ทรงพลรีบเข้ามาดูมือแล้วเอายาทาให้อย่างห่วงใย ทรงพลเลียบเคียงถามเรื่องปวัตร นรีหน้าเจื่อนเก็บอาการตอบว่าไม่รู้เขาไม่เล่าอะไรให้ฟัง ทรงพลบ่นอุบ

“มันต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ ไม่เห็นมันดื่มหนักแบบนี้มาเป็นปีแล้ว เออนี่รี...ไอ้วัตรมันมีแฟนรึเปล่า”

“ไม่รู้สิคะ รีไม่เคยถามพี่วัตรเรื่องนี้” นรีส่ายหน้าหลบตา

“พี่รู้มาพักใหญ่ว่ามันซุ่มคบใครอยู่ อาการของมันตอนนี้เหมือนคนอกหัก ดูท่าความรักคงไปไม่รอด” ทรงพลกลุ้มใจแทนเพื่อนในขณะที่นรีเครียดแล้วเหมือนเห็นเงาใครเดินออกไป

หมอเข้ามาบอกอาการลวิตาในห้องว่าเธอมีอาการความจำเสื่อมชั่วคราว เพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือนเล็กน้อยแต่สภาพจิตใจเธอย่ำแย่ เป็นเหตุให้จิตใจสร้างกลไกป้องกันตัวเองด้วยการสั่งให้ลืมเรื่องที่ทำให้เจ็บปวด...อาการนี้จะหาย แต่นานแค่ไหนไม่อาจบอกได้

มยุรายังเชื่อว่าลวิตาทำร้ายตัวเอง จะเอากระเช้าไปขอโทษผู้ใหญ่ทางสถานี จีน่านางแบบสาวเพื่อนสนิทลวิตาโผล่เข้ามาเหน็บว่าเรื่องแค่นี้ต้องบ่นด้วย ลวิตาดีใจที่เพื่อนรักมาเยี่ยม มยุรามองเพื่อนลูกไม่รับไหว้

“ที่หลิวหาเงินมาให้คุณแม่ช็อปกระเป๋าช็อปรองเท้าแบรนด์เนมตั้งหลายล้าน จีน่าก็ยังไม่เคยเห็นหลิวบ่นซักคำ ถ้าเป็นจีน่าน่ะเหรอ...ไม่เหลือ” จีน่าตำหนิ

มยุราตบโต๊ะเปรี้ยงโวย “จะพูดจะจาอะไรก็เคารพกันบ้าง”

จีน่าตอบโต้แบบยั้งๆไว้บ้างเพราะเห็นว่าเป็นแม่ของเพื่อน มยุราโวยว่าลูกน่าจะลืมเพื่อนคนนี้ คบไปได้อย่างไรไม่มีมารยาท ว่าแล้วก็คว้ากระเป๋าจะไปแต่กำชับอย่าเสี้ยมอะไรลวิตาอีก จีน่ายั่วว่ารับรองเสี้ยมแน่ มยุราอ้าปากจะด่า ลวิตาตัดบทให้แม่รีบไปเดี๋ยวผู้ใหญ่จะรอ มยุรานึกได้เดินลิ่วออกไป ลวิตาหันมาติงเพื่อนเบาๆว่าเมื่อไหร่จะเลิกกัดแม่ตน

“ไม่มีวันนั้นหรอก ตราบใดที่แม่แกยังเอาเปรียบแกอยู่แบบนี้ ขอโทษนะ แต่มันอดไม่ได้จริงๆว่ะ”

“อืม...มีแกมาเบรกแม่เอาไว้บ้างก็ดีเหมือนกัน ไม่งั้นนะโคตรเอาแต่ใจ ว่าแต่แกมาก็ดีแล้ว ฉันมีเรื่องอยากถามเยอะแยะ”

จีน่าเข็นรถพาลวิตาออกมาสูดอากาศและเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้ฟังว่า ตำรวจตรวจห้องและสอบปากคำพยานแวดล้อม ดูกล้องวงจรปิดของคอนโดแล้วไม่เจออะไรที่น่าสงสัย

“ฉันไม่คิดว่าฉันจะฆ่าตัวตายน่ะสิ แกก็รู้ว่าฉันเป็นคนกลัวความสูง ฉันถึงเลือกอยู่ชั้นห้า แล้วคนกลัวความสูงอย่างฉันจะฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดตึกได้ยังไง”

“มันก็ไม่แน่ คนเราเวลาหน้ามืด ลืมได้ทุกอย่างกระทั่งความกลัว”

“ถึงฉันจะจำเหตุการณ์คืนนั้นไม่ได้ แต่ความรู้สึกของฉันมันบอกว่าฉันไม่ได้ฆ่าตัวตายจริงๆ จีน่า...แกช่วยเอาไดอารีมาให้ฉันหน่อยสิ ฉันมั่นใจว่าฉันน่าจะเขียนอะไรลงไปในนั้น ถ้าฉันได้อ่านมันอาจจะทำให้ฉันนึกออก”

แต่พอลวิตาบอกว่าไดอารีแม่เก็บไว้ จีน่าก็หน้าเหยที่จะต้องเข้าถ้ำเสือ...เอกเดินเข้ามาต่อว่าจีน่าที่พาลวิตาออกมา เกรงจะเจอนักข่าวแล้วต้องตามแก้ข่าวอีก พอดีจีน่าเห็นสายตาลวิตามองบางอย่างจึงมองตาม เห็นไตรภพยืนซุ่มอยู่ จีน่าจึงช่วยดึงเอกไปซื้อของกินเปิดโอกาสให้ไตรภพ

ไตรภพนั่งลงตรงหน้า ลวิตาบอกว่าเธอลองเปิดไอจีดูเห็นหน้าเขาแต่ยังนึกอะไรไม่ออก ไตรภพทำหน้าเศร้าพยายามเล่าว่าเธอเข้าใจผิดคิดว่าเขานอกใจแล้วเอาแหวนหมั้นมาคืน ลวิตามองที่นิ้วนางซ้ายของตัวเองเห็นร่องรอยการสวมแหวน แต่คิดว่าต้องมีเรื่องมากกว่านั้น

“ไม่ว่าคนอื่นจะคิดยังไง แต่ฉันมั่นใจว่าต้นเหตุไม่ได้มาจากคุณ ฉันอาจจะจำเรื่องราวบางอย่างไม่ได้ และไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงตกลงมาจากระเบียงห้อง แต่อย่างหนึ่งที่ฉันจำได้แม่น ฉันจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร เป็นคนยังไง ไม่ว่าจะเจอเรื่องร้ายแรงแค่ไหน คนอย่างฉันไม่มีวันคิดสั้น...ฉันจะหาคำตอบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่”

ooooooo

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ลวิตาได้ออกจากโรงพยาบาล มยุรามารับแต่เธอขอไปอยู่กับจีน่า แม่จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะกลับไปอยู่คอนโดคนเดียว ลวิตาขอคีย์การ์ดห้องเพื่อไปเก็บเสื้อผ้า แต่มยุราบอกว่าให้คนขนของไปไว้ที่บ้านหมดแล้ว และลืมว่าเอาคีย์การ์ดไปเก็บไว้ที่ไหน เธออ้าง

“แม่อยากให้ลูกลืมไปตลอดชีวิตเลยยิ่งดี จะไปค้นหาความจริงทำไมว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“หนูไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยที่ความทรงจำช่วงหนึ่งขาดหายไป แม่เลิกพูดคำว่าเป็นห่วงหนูซักทีทั้งๆที่แม่เป็นห่วงตัวเองมาตลอด แม่ไม่เคยถามหนูซักคำว่าหนูต้องการอะไร ที่หนูมาเป็นดาราก็เพราะแม่ และหนูก็รู้มาว่าที่หนูคบกับมิค มันก็เป็นเพราะแม่อีกเหมือนกัน แม่จับคู่หนูกับมิคเพราะต้องการให้หนูเกาะกระแสมิคที่กำลังดังใช่ไหมคะ”

มยุราโกรธพลั้งมือตบหน้าลูก จีน่าโผล่เข้ามาพอดี ลวิตาเสียใจรีบบอกให้เพื่อนพาตนกลับ มยุราจะตามไปขอโทษแต่พนักงานเอาบิลค่าโรงพยาบาลมาเคลียร์จึงต้องหยุด

บ่ายวันนั้นลวิตามาที่ห้องคอนโดของตัวเอง แม้ไม่มีคีย์การ์ดแต่เธอก็จำรหัสผ่านได้ ลวิตาพยายามทบทวนเรื่องราว ตัดสินใจลองเดินออกไปที่ระเบียง

เผื่อจะนึกอะไรได้ ทันใดได้ยินเสียงคนกำลังเปิดประตูห้องเข้ามา จึงควานหาของในกระเป๋ามาป้องกันตัว ได้ขวดน้ำหอมติดมือขึ้นมา ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง เธอก็ปรี่เข้าไปฉีดน้ำหอมใส่ตาเขา แล้วร้องให้คนช่วย...

ปวัตรตกใจควานจับตัวเธอให้หยุดร้อง แล้วบอกว่าแม่เธอให้ตนเช่าห้องนี้

ลวิตาชะงักรีบบอกว่าเป็นการเข้าใจผิดตนไม่เคยคิดให้ใครเช่าห้อง ปวัตรให้เธอไปเคลียร์กับแม่เอง

ลวิตาเปลี่ยนมาขอร้องให้เขาย้ายออกและยินดีคืนเงินให้หมด ปวัตรไม่ยอมจะเช่าอยู่จนครบสัญญา ลวิตาพยายามพูดดีด้วยว่าห้องนี้มีความสำคัญกับตนมาก

ปวัตรมองเอือมๆ

“ชีวิตตัวเองคุณยังไม่รัก แล้วจะมาหวงสมบัติทำไมตอนนี้ ถ้ารักห้องมากขนาดนั้นก็ไม่ควรกระโดดลงไปตั้งแต่แรกสิ”

“คุณอยู่กับฉันเหรอถึงรู้ว่าฉันกระโดดลงไป!” ลวิตาฉุนกึก

“งั้นมีคนจับคุณโยนลงไปรึไง”

คำพูดของปวัตรทำให้ลวิตาปวดหัวจี๊ดขึ้นมาจนเซ เห็นภาพในหัวเป็นชายสูงใหญ่สวมชุดดำไม่เห็นหน้า เข้ามาทำให้เธอตกลงจากระเบียง...ปวัตรเห็นอาการเธอก็เข้าประคอง แต่ใจคิดว่าเธอแกล้งทำให้เห็นใจ พลันเสียงออดดังขึ้นถี่ๆสลับกับการเคาะประตู ปวัตรรีบไปเปิดประตู มยุราต่อว่าเขาไม่รับสาย เขารีบบอกว่าติดสอนอยู่จึงปิดเครื่อง มยุรากำลังจะบอกเรื่องห้องก็เห็นลวิตา เธอยืนกรานว่าจะอยู่ไม่ให้ใครเช่า มยุราหน้าเจื่อน ลวิตาจึงให้แม่กลับจะเคลียร์เอง

เมื่อมยุรากลับไปแล้ว ลวิตาก็ยื่นข้อเสนอจะอยู่ร่วมกัน ปวัตรไม่ยอมจะให้ฝ่ายกฎหมายจัดการ ลวิตาต้องอ่อนข้อยอมออกจากห้อง ปวัตรถอนใจปลดนาฬิกาและวางกระเป๋ากับคีย์การ์ดไว้บนโต๊ะ เหลือบเห็นกระเป๋าถือ ของลวิตาอยู่ที่โซฟาก็รีบจะเอาไปคืน โดยเอาที่ขัดประตูขัดไว้

ลวิตานั่งก้มหน้าชันเข่าอยู่หน้าห้องไม่ได้ไปไหน พอปวัตรส่งกระเป๋าให้ เธอก็ลุกขึ้นเจ็บที่ชายโครง ขอนั่งอีกสักพัก ปวัตรจึงให้เธอเข้าไปนั่งในห้องเพราะกลัวอยู่ข้างนอกจะไม่ปลอดภัย ลวิตาหลอกว่าทำมือถือหล่นนอกห้อง ปวัตรเดินออกไปเอาให้ เธอรีบดึงที่ขัดประตูออกทำให้เขาเปิดประตูไม่ได้ ปวัตรโกรธที่เสียรู้ ลวิตาขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ ไม่มีเสียงปวัตรก็แปลกใจจึงเปิดประตูชะโงกหน้าออกไปดู พลันปวัตรผลักเธอกลับเข้าในห้องแล้วดันเธอติดประตู

“ผมจะให้เวลาคุณ ทันทีที่ผมนับหนึ่งถึงสามจบเมื่อไหร่ คุณต้องออกไป” พอปวัตรนับ

“ความจำฉันเสื่อม ฉันจำไม่ได้ว่าฉันกระโดดลงไปจากระเบียงได้ยังไง การที่ฉันได้กลับมาอยู่ที่นี่ มันจะช่วยทำให้ความทรงจำช่วงนั้นของฉันกลับคืนมา” ลวิตาตัดสินใจพูดความจริงแต่ปวัตรไม่เชื่อ เธอยืนยันว่าไม่ได้โกหก ให้เขาโทร.ถามที่โรงพยาบาลดูได้ เขานิ่งคิด

ooooooo

ลวิตาหงุดหงิดมาหาจีน่าที่บ้าน เล่าเรื่องปวัตรให้ฟัง จีน่าเข้าใจว่าคนแปลกหน้าจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ลวิตาไม่สนรีบเล่าว่า แค่ก้าวเข้าไปในห้อง ตนก็เห็นภาพเหตุการณ์ว่าวันเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่คนเดียว จีน่าตกใจแสดงว่ามีคนคิดฆ่าเธอ ลวิตาพยักหน้ายอมรับ

แต่จีน่าก็แปลกใจที่ทำไมไม่มีภาพในกล้องวงจรปิด ลวิตาบอกว่านี่แหละที่ตนสงสัยและต้องหาหลักฐานให้ได้ แต่ทุกครั้งที่คิดจะเกิดอาการปวดหัว จีน่าแนะนำให้ใช้ดนตรีบำบัดช่วย

วันต่อมาจีน่าพาลวิตามาสมัครเรียนเปียโนที่โรงเรียนสอนเปียโน พนักงานต่างตื่นเต้นที่เห็นดาราดัง ลวิตาขอเริ่มเรียนวันนี้เลย พนักงานเช็กแล้วมีช่วงเวลาว่างพอดี จีน่าถือโอกาสไปเก็บของลวิตาที่บ้านมยุราและจะค้นหาไดอารีกลับมาให้ด้วย


ลวิตาเข้ามาในห้องเรียนเปียโน นั่งจิ้มแป้นเปียโนเล่นสักพักครูผู้สอนเดินเข้ามา พอทั้งสองเห็นกันก็แทบช็อก ลวิตาเดินจ้ำออกมาบอกพนักงานว่าต้องการเปลี่ยนครู ปวัตรตามออกมาบอกคิดว่าตนอยากสอนเธอนักหรือตนก็เลือกนักเรียนเหมือนกัน หญิงสาวโกรธหาว่าเขาไร้มารยาทขอคุยกับเจ้าของโรงเรียน พนักงานทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ปวัตรจึงบอก

“ช่วยต่อสายถึงเจ้าของโรงเรียนให้คุณลวิตาด้วย”

พนักงานรีบกดโทร.ออกแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ลวิตา เสียงโทรศัพท์เข้าเครื่องปวัตร เขากดรับสายบอกตนคือปวัตรเจ้าของโรงเรียน ลวิตาหน้าเจื่อนพูดไม่ออกเดินจ้ำออกจากโรงเรียนอย่างเสียหน้า ปวัตรตามเอาค่าเรียนมาคืน เธอโกรธบอกแค่เศษเงินไม่อยากได้คืน เขาตอบโต้

“ผมรู้ว่าคุณรวย แต่ไม่ต้องมาทำทานที่นี่ ผมไม่ได้อดอยาก หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีกนะครับคุณลวิตา” พูดจบปวัตรเดินกลับเข้าโรงเรียน ลวิตากำซองเงินด้วยความโมโห

ooooooo

กชกรอดีตภรรยาของทรงพลที่หย่าขาดกันไปหลายปีแล้ว แต่เธอผิดหวังกับคนรักใหม่อยากกลับมาหาทรงพล จึงให้ชมพูนุชหัวหน้าฝ่ายบัญชีของบริษัททรงพลคอยส่งข่าวว่าเขามีผู้หญิงใหม่บ้างหรือยัง และชมพูนุชก็ส่งรูปนรีใกล้ชิดกับทรงพลไปให้

นรีกำลังเอื้อมหยิบแฟ้มเอกสารชั้นบนสุด พลันทรงพลเข้ามาหยิบให้ เธอหันกลับมาเจอเขายืนประชิดก็หน้าแดงผละออกแต่เขาแกล้งไม่ให้แฟ้มเธอ เขาให้เธอเรียกเขาว่าพี่พลไม่ใช่คุณแล้วชวนเธอออกไปทานกลางวัน หญิงสาวบ่ายเบี่ยงไม่อยากเป็นขี้ปากคนในบริษัท

“นี่เป็นคำสั่งเจ้านาย” ทรงพลแกล้งขู่

“แต่นี่เป็นเวลาพักนะคะ เจ้านายออกคำสั่งได้เฉพาะเวลาทำงานค่ะ”

“เดี๋ยวนี้รู้จักต่อรองนะ คิดซะว่าไปเป็นเพื่อนพี่ไม่ได้เหรอ พี่ไม่อยากไปกับเขาสองคน คือ...เขาอยากกลับมาขอคืนดีกับพี่ เขาก็เลยเอาเรื่องงานมาอ้าง อันที่จริงพี่ไม่ได้อยากรับงานนี้ แต่พี่ปฏิเสธไม่ได้”

นรีรู้สึกเห็นใจจึงยอมไป...ในร้านอาหาร นรีนั่งตรงข้ามกับกชกร ทรงพลแนะนำว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี เห็นว่าต้องการปรึกษาเรื่องงบประมาณปลูกสร้างจึงพามา กชกรไม่พอใจพยายามอดกลั้น บอกต้องการคุยกับเขาสองคน ทรงพลค้านว่านรีไม่ใช่คนอื่น ถ้าไม่สะดวกคุยก็ไว้นัดคุยที่บริษัทแล้วเรียกพนักงานเช็กบิล ยิ่งทำให้กชกรไม่พอใจมากขึ้น

พอกลับมาที่บริษัท นรีก็ตำหนิทรงพลว่าเขาใจร้ายกับกชกรเกินไป ทรงพลจึงบอกว่าเธอชอบเอางานมาบังหน้า ตนแค่อยากสั่งสอนให้รู้ว่าไม่ควรทำแบบนี้อีก แล้วยิ้มให้นรีไม่อยากให้เธอคิดมาก นรีรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด พอทรงพลเดินแยกไป ชมพูนุชก็เข้ามาบอกนรีว่า กชกรอยากคุยด้วย นรีรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา

นรีออกมาพบกชกรที่ร้านกาแฟแถวบริษัท

กชกรยิงคำถามทันทีว่าเป็นอะไรกับทรงพล นรีรีบบอกว่าเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง กชกรขู่จนนรีรู้สึกตัวสั่นเทา

“เธออาจจะคิดว่าพลจริงจังกับเธอ แต่ในฐานะที่ฉันเคยเป็นเมียพลมาก่อน ฉันบอกได้เลยว่าเธอไม่ใช่สเปกของเขา อย่าได้สร้างความหวังลมๆแล้งๆเพราะมันมีแต่จะทำให้เธอเจ็บ ฉันเตือนด้วยความหวังดี...การกินน้ำใต้ศอกคนอื่นมันไม่อร่อยหรอกนะ” พูดจบก็ผละจากไป

ooooooo

เย็นวันนั้น ลวิตาได้ไดอารีจากจีน่าที่แอบเข้าไปขโมยในห้องนอนมยุรา เพราะรู้ว่าเธอชอบซ่อนของไว้ใต้หมอน ลวิตานั่งอ่านและนึกภาพอดีตออกบ้าง เธอกับไตรภพคบกันแค่หกเดือนก็วาดหวังจะแต่งงานกัน ในไดอารีบันทึกว่า ลวิตาแปลกใจตัวเองที่รักเขามากขนาดนั้น

แล้วอ่านมาถึงวันที่ตัวเองรู้สึกว่าไตรภพเปลี่ยนไป ไม่มีสมาธิเวลาอยู่ด้วยกันและชอบแอบไปคุยโทรศัพท์บ่อยๆอย่างมีลับลมคมใน...ลวิตานึกเหตุการณ์นั้นไม่ออก ขณะเดียวกันมีนักสืบที่ไตรภพจ้างสอดส่องเข้าไปในบ้านแล้วพิมพ์รายงานไตรภพว่าเจอลวิตาแล้ว

ไตรภพดีใจ เขาอยู่ที่บ้านเสี่ยมนูญพ่อบุญธรรมของเขา มีนาย่องมาปิดตา ก่อนจะหันไปแซวพ่อที่ลงมือทำอาหารเองทุกครั้งที่พี่ชายกลับมาบ้าน เสี่ยมนูญยิ้มให้ลูกๆแล้วถามเรื่องของลวิตา ไตรภพเศร้าลงบอกเธอยังจำตนไม่ได้ มีนาคาดเดา

“แสดงว่าพี่มิคต้องทำผิดอะไรร้ายแรงแน่ๆถึงทำให้พี่หลิวลืม พี่มิคต้องทำให้พี่หลิวจำให้ได้นะคะ เพราะมิ้นต์ยอมรับพี่หลิวเป็นพี่สะใภ้คนเดียวเท่านั้น”

“พ่อเองก็ขอเอาใจช่วยด้วยนะมิค พ่อไม่อยากให้เราต้องเสียผู้หญิงดีๆอย่างหนูหลิวไป”

“ครับพ่อ ผมจะไม่มีวันยอมเสียหลิวไปเด็ดขาด” ไตรภพมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

ไตรภพกลับจากบ้านพ่อแวะที่วัดเก่าไร้ผู้คนแห่งหนึ่ง ถือดอกไม้มาเคารพที่เก็บอัฐิผู้หญิงคนหนึ่ง เขามองรูปนั้นด้วยแววตาตัดพ้อทั้งโกรธทั้งเสียใจ

“เห็นรึยังว่าคุณทำอะไรกับชีวิตผมบ้าง ผมแค่อยากมีชีวิตเหมือนคนทั่วไป มีครอบครัวที่อบอุ่นมีลูกๆที่น่ารัก มีทุกสิ่งที่ผมเคยขาดในวัยเด็ก ผมเคยคิดว่าผมจะเอาชนะอดีตของตัวเองได้ ผมจะไม่เป็นคนแบบที่คุณให้เป็น ผมจะไม่เห็นแก่เงินจนยอมทำผิด แต่ผมคิดผิดใช่ไหม ผมไม่มีวันหนีจากเรื่องพวกนี้ได้...วันนั้นผมน่าจะเป็นคนที่โดนตำรวจยิงตาย ชีวิตระยำนี่จะได้จบซักที”

ในคืนนั้นจีน่านึกวิธีรื้อฟื้นความจำลวิตาออก ด้วยการเอาคลิปรายการท่องเที่ยวที่ลวิตาเคยเป็นพิธีกรร่วมกับไตรภพให้ดู เพราะนั่นเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองเจอกัน แล้วไตรภพก็ตามสานสัมพันธ์ มันคือจุดเริ่มต้นที่ลวิตาควรกลับไปรื้อฟื้นความทรงจำ

รุ่งเช้าลวิตาพร้อมเดินทาง จีน่าติดงานไม่อาจไปเป็นเพื่อนได้ แต่จองที่พักเดิมคือโฮมสเตย์ลมหนาวดาวอุ่น ริมแม่น้ำโขงอำเภอเชียงคานไว้ให้...ที่นั่นมีลุงป่านเป็นเจ้าของ สว่างกับแก้วเป็นคนงานที่คอยบริการแขกที่มาพัก เมื่อทั้งสามเห็นลวิตากลับมาพักอีกครั้งก็ตื่นเต้นดีใจ

เธอขอพักห้องเดิมที่เคยมาครั้งก่อน

“ครับ ห้องนี้เลย ห้องริมสุดทางเดินเบอร์หนึ่ง เห็นวิวแม่น้ำโขง ลุงว่าคุณไปพักที่ห้องก่อน เดินทางมาเหนื่อยๆ ช่วงเย็นจะมีถนนคนเดินด้วยนะครับ ร้านรวงเพียบ เอ้อ! ลุงนี่น่าอายจริงๆ ลืมไปว่าหนูเคยมาเที่ยวที่นี่แล้ว ไม่รู้จะแนะนำอีกทำไม”

ลวิตาหน้าเจื่อนฝืนยิ้ม แล้วขอร้องไม่ให้คนที่นี่บอกใครว่าตนมาพัก และห้ามถ่ายรูปเกรงจะเป็นข่าว...

สว่างกับแก้วผิดหวังที่ไม่ได้ถ่ายรูปกับดารา แต่ก็เข้าใจว่าเพราะข่าวที่เกิดขึ้น

ลวิตาเข้ามายืนในห้อง ความรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก สักพักก็ผล็อยหลับแต่แล้วก็ฝันร้ายว่ามีคนจะทำร้ายแต่ไม่เห็นหน้า...เธอสะดุ้งตื่นด้วยความรู้สึกเหนื่อยหอบ

ooooooo

นรีเอาปิ่นโตอาหารที่แม่ทำมาให้ปวัตรที่โรงเรียนดนตรี แล้วขอให้เขากลับบ้านเสียที ปวัตรบอกเธอว่าเขายังลืมความเจ็บปวดไม่ได้ นรีเสียใจรู้สึกผิดมากขึ้น

ปวัตรเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าคิดถึงเพลง “ลมรัก” ที่แต่งให้นรี...นึกถึงตอนเด็กที่เจอกันก่อนที่พ่อกับแม่จะแนะนำให้รู้ว่าเราจะเป็นครอบครัวเดียวกัน จากนั้นเขากับเธอใกล้ชิดกันมากขึ้นจนกลายเป็นความรัก ปวัตรชอบแอบถ่ายรูปตอนนรีเผลอ...เขาตัดสินใจลบรูปพวกนั้นทิ้ง

นรีกลับมาที่บริษัท พยายามหลบหน้าทรงพลเพราะคำขู่ของกชกร ทรงพลแปลกใจดักเจอเธอเพื่อถามเหตุที่หลบหน้า เขาพอจะเดาออกว่ากชกรต้องพูดอะไรกับเธอ นรีจึงบอกว่ากชกรยังรักเขามาก ทรงพลสวนว่ามันไม่สำคัญ มันสำคัญที่ตนไม่ได้รักเธอแล้วและเน้นว่า

“ต่อให้เขากระพือถ่านไฟเก่าให้ลุกไหม้ขึ้นมาอีกครั้งก็ตาม ตอนนี้หัวใจของพี่อยู่ที่คนอื่น” ทรงพลมองนรีด้วยสายตาคาดเดาไม่ยาก เธอใจสั่นหวิวแอบหลบไปตอนที่เขาคุยโทรศัพท์

เพียงไม่กี่วันมยุราก็รู้ตัวว่าไดอารีของลวิตาหายไป เธอรู้ทันทีว่าต้องเป็นฝีมือจีน่าวันที่มาเก็บของ จึงแล่นมาที่บ้านจีน่าต่อว่ายกใหญ่จนจีน่าเถียงไม่ทันแต่ก็พูดคำรุนแรงออกไปว่า คำสั่งของแม่คือเผด็จการ มยุราโกรธมากขู่ถ้าไม่ให้ลวิตาออกมาพบจะแจ้งตำรวจข้อหาลักทรัพย์

ลวิตากำลังดูคลิปรายการเก่าๆที่เป็นพิธีกรร่วมกับไตรภพริมน้ำโขง เป็นภาพความสุขแต่เธอกลับไม่รู้สึกคุ้นเคยหรือนึกออก ทันใดจีน่าโทร.เข้ามาแล้วกลายเป็นเสียงมยุราวีนแทน ลวิตาขอร้องแม่ขออยู่คนเดียวสักพักไม่ต้องเป็นห่วงว่าตนจะคิดฆ่าตัวตาย แต่มยุรายังบังคับให้กลับ เธอไม่ยอมจึงโดนแม่ว่าเอานิสัยดื้อด้านมาจากไหน เธอสวนทันควันว่าจากแม่

มยุราโกรธขู่จะบินตามไป ลวิตาต้องเปลี่ยนมาเป็นขอร้องไม่ให้มา ผู้เป็นแม่ถอนใจว่าลูกจะรื้อฟื้นความจำให้เจ็บปวดทำไม ลวิตาจึงบอกว่าที่อยากจำได้ไม่ใช่เพราะไตรภพ แต่มีเหตุผลที่ยังบอกตอนนี้ไม่ได้ ขอให้เชื่อใจและทำเพื่อตนสักครั้ง...จีน่าโล่งใจที่มยุรายอมอ่อนข้อลง

ในวันนั้นนรีทำงานจนค่ำแล้วเอาแฟ้มมาวางให้ทรงพล เขากลับไม่สนใจงานแต่จ้องหน้าเธอจนเธอใจสั่น เขาต่อว่าที่ยังคุยไม่จบเมื่อกลางวันเธอก็เดินหนีไป นรีก้มหน้าตอบว่าไม่มีอะไรจะคุย แล้วจะกลับออกไปแต่ทรงพลคว้ามือเธอไว้ เธอขอให้ปล่อย

“พี่ไม่ปล่อย พี่จะไม่ปล่อยรีไปอีกแล้ว แล้วพี่ก็จะไม่ทนฝืนความรู้สึกของตัวเองอีก พี่อดทนมานาน พี่พยายามห้ามใจ พี่คิดว่าพี่จะทำได้ แต่เอาเข้าจริงพี่ก็ทำไม่ได้”

“พี่พลพูดอะไรรีไม่เข้าใจ”

“พี่จะทำให้รีเข้าใจเดี๋ยวนี้ว่าพี่รู้สึกอะไรอยู่”ไม่ทันที่นรีจะอ้าปากพูด ทรงพลก็รวบตัวเธอมาจูบ เธอยืนอึ้งไม่คิดจะขัดขืนปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติของหัวใจ

ไม่คาดคิดว่าปวัตรมาหาทรงพล เขาเห็นภาพบาดตานั้นด้วยหัวใจที่ปวดร้าว หันหลังกลับไปทันที...ทรงพลถอนริมฝีปากออกมามองหน้านรี แล้วพูดกับเธอว่า

“พี่จะไม่ขอโทษในสิ่งที่พี่ทำลงไป เพราะว่าพี่ตั้งใจจะให้มันเกิดขึ้น คราวนี้รีก็คงรู้แล้วนะว่าพี่คิดยังไงกับรี แล้วรีล่ะครับ รีคิดเหมือนกับพี่รึเปล่า”

นรีทำตัวไม่ถูก เลือกที่จะเดินหนีไป ทรงพลใจหายคิดว่าเธอโกรธ...ส่วนปวัตรเสียใจดื่มจนเมากลับมาที่ห้องพัก พยายามจะหยิบคีย์การ์ด ทรงพลแวะมาหาแปลกใจที่เห็นเพื่อนเมาขนาดนี้ ปวัตรหันมาเห็นทรงพลก็ตั้งสติไม่อยากให้รู้ว่าตนเป็นอะไร

ทรงพลมาเพื่อจะขอเป็นแฟนกับนรี เพราะเห็นว่าเป็นน้องสาวจึงขออนุญาตก่อน ปวัตรเหมือนถูกกรีดดวงใจถามกลับว่านรีคิดอย่างไร แล้วได้ยินคำบอกกล่าวที่บาดใจ

“ถ้าฉันไม่ได้เข้าข้างตัวเองจนเกินไป ฉันคิดว่ารีมีใจให้ฉันเหมือนกัน”

ทรงพลเห็นปวัตรนิ่งก็คิดว่าไม่ตกลง ปวัตรพยายามพูดว่าอย่าทำให้น้องตนเสียใจก็พอ ทรงพลดีใจกลับไป ปวัตรยืนน้ำตาไหลเจ็บปวดจนรำพึงออกมา

“การรักใครซักคนโดยไม่อาจครอบครอง ถือเป็นความทุกข์ใจที่แสนสาหัส จนผมอยากจะหนีหายไปจากโลกใบนี้”...

ค่ำคืนเดียวกันลวิตาเดินเล่นจนกลับมาที่โฮมสเตย์เลยสี่ทุ่ม ประตูบ้านปิด เธอตกใจที่เข้าไม่ได้ พอดีลุงป่านออกมารับและแปลกใจที่ทำไมเธอลืมว่าที่นี่ถ้ากลับหลังสี่ทุ่มจะต้องไปเข้าประตูหลัง หญิงสาวทำหน้าเก้อเออออไปว่าลืมทั้งที่ความจริงเธอจำอะไรที่นี่ไม่ได้เลย...ลวิตาแปลกใจที่ลุงป่านพูดภาษากลางได้ชัด เขาบอกว่าเขาเป็นคนกรุงเทพฯ ภรรยาเป็นคนที่นี่ พอเธอเสียจึงเอากระดูกกลับบ้าน แล้วเกิดติดใจบรรยากาศที่นี่จึงใช้ชีวิตอยู่ตลอดมา

ลวิตาน้ำตาซึมซาบซึ้งกับความรักของลุงป่าน ลุงป่านถือโอกาสแสดงความเห็นใจลวิตาเรื่องที่เธอประสบมา และขอให้เธอได้เจอคนดีๆที่รักเธอจริง ลวิตายิ้มอย่างซึ้งใจ

รุ่งเช้าปวัตรโผล่มาขอทำงานกับลุงป่านสองสามเดือน ลุงดีใจเพราะปวัตรเป็นลูกของเพื่อนรัก แต่ก็เหน็บว่าครูเปียโนจะปูที่นอนเป็นหรือ เขาสวนทีช่างซ่อม เปียโนยังเปิดโฮมสเตย์ได้ ลุงป่านหัวเราะที่หลานยอกย้อนไม่เปลี่ยน แต่เอะใจว่าหรือเขาหนีอะไรมา ปวัตรกลบเกลื่อนว่าเคลียร์งานได้อยากพักผ่อนและว่าพ่อฝากบอกให้เพื่อนรักไปหาบ้าง ลุงป่านโวย

“ถ้าข้าไปหาพ่อเอ็งก็แสดงว่าข้าตายไปแล้วสิวะ ไอ้นี่ มาถึงไม่ทันไรก็แช่งกันเลย”

ปวัตรหัวเราะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น พอดีมีแขกโทร.สั่งน้ำ เขาจึงขอเริ่มทำงานเอาน้ำไปส่งให้แขกเอง...ลวิตาเปิดประตูออกมาเจอหน้าปวัตร ต่างคนต่างตกใจ ลวิตาโวยว่าซวยจริงๆอยากอยู่อย่างสงบก็ไม่ได้! คว้าขวดน้ำแล้วพลาดทำหล่นใส่เท้าเขา เกิดการถกเถียงกันยกใหญ่ ลุงป่านต้องมาเคลียร์ แล้วก็รู้สึกว่าความสงบกำลังจะจากไปเสียแล้ว

ooooooo


ละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ตอนที่ 1 อ่านในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่นติดตามละครในคืนหนาว แสงดาวยังอุ่น ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ เฮสดาร์ซัน,เซฟฟานี่ อาวะนิค 25 พ.ย. 2561 07:45 2018-11-27T00:02:37+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ