ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สามีตีตรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กลางงานแต่งงาน กะรัตมองพิศุทธิ์ด้วยความแปลกใจว่ารู้จักกับน้ำผึ้งเมื่อไหร่ น้ำผึ้งยั่วถาม  พิศุทธิ์ไม่ได้บอกกะรัตหรือว่าเราทำงานด้วยกัน กะรัตจ้องพิศุทธิ์อย่างต้องการคำอธิบาย

“อย่าทำแบบนี้เลยครับคุณผึ้ง ผมขอร้อง...” พิศุทธิ์รู้ว่าน้ำผึ้งพยายามยั่วอารมณ์กะรัต

กะรัตโวยวายทันที รู้จักกันทำไมไม่บอก น้ำผึ้งเยาะ “ไม่ใช่แค่รู้จักนะกั้ง แต่เราสนิทกันมากเลยล่ะจ้ะ เพราะว่าเราสองคนเจอกันทุกวัน ใช่ไหมคะคุณพิศุทธิ์”

“พอเถอะคุณผึ้ง!”

“เพื่อคุณพิศุทธิ์ ผึ้งหยุดก็ได้ค่ะ...ขอให้คืนนี้เธอกอบโกยอ้อมกอดของสามีคนใหม่มากๆนะ เพราะคืนนี้เขาอาจเป็นของเธอ แต่คืนต่อไปอาจเป็นของคนอื่นอีกก็ได้ เหมือนตอนคุณภูไง”

“นังผึ้ง! ฉันจะไม่ปล่อยให้แกทำลายชีวิตฉันอีกต่อไป”

กะรัตโผนเข้าตบหน้าน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งเซไปชนโต๊ะล้มลง กุมท้องหน้าตาบิดเบี้ยว พิศุทธิ์พยายามดึงรั้งกะรัต เธอโวยวายไม่ยอมให้น้ำผึ้งมาแย่งเขาไปได้ กันตาเห็นเลือดไหลตามขาน้ำผึ้ง ก็โทร.เรียกรถพยาบาลมารับ พิศุทธิ์จะเข้าช่วยประคองน้ำผึ้ง กะรัตดึงไว้ไม่ยอม แต่เขากลับบอกว่า เห็นอย่างนี้แล้วไม่ช่วยไม่ได้ พิศุทธิ์เข้าอุ้มน้ำผึ้งออกไปรอรถ น้ำผึ้งหันหน้ามายิ้มเยาะกะรัต ทำนองถึงคราวตนบ้าง กะรัตกรีดร้องให้พิศุทธิ์กลับมา กุนตีเข้าปลอบให้ใจเย็น

บุรุษพยาบาลเข็นร่างน้ำผึ้งไปยังห้องคลอด น้ำผึ้งเจ็บปวดพร่ำรำพัน ขออย่าให้ลูกเป็นอะไร พิศุทธิ์กับกันตา มองอย่างเห็นใจ พิศุทธิ์บอกกันตาว่า ตนจะกลับไปที่งานแต่งงาน น้ำผึ้งได้ยินคว้ามือเขาไว้ อ้อนวอนให้อยู่เป็นเพื่อน

“ผมส่งคุณถึงมือหมอแล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วครับ”

“แล้วถ้าลูกของผึ้งเป็นอะไรไปล่ะคะ ผึ้งจะทำยังไง

ลูกของผึ้งไม่รู้อะไรด้วยเลย กั้งทำแบบนี้ทำไม...กั้ง

ทำได้ยังไง” น้ำผึ้งพยายามโยนความผิดให้กะรัต เพื่อให้พิศุทธิ์รับผิดชอบ

พิศุทธิ์แย้งว่ากะรัตไม่ได้ตั้งใจ แต่น้ำผึ้งร่ำไห้ขอร้องให้เขาอยู่กับเธอ พิศุทธิ์ลำบากใจ...ในขณะที่กะรัตและทุกคนรออยู่ที่เรือนหอ นวลกระซิบกุนตี อยากให้กะรัตลุกขึ้นอาละวาดยังดีกว่านั่งนิ่งแบบนี้ เกรงจะคิดสั้นเหมือนคราวก่อน พวงหยกอดไม่ได้ที่จะซ้ำเติมว่าไม่ทันส่งตัว เจ้าสาวต้องนั่งน้ำตาร่วง แถมมีเลือดตกยางออกในงาน แบบนี้เป็นลางร้าย ให้ยกเลิกการแต่งงาน หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดร้องขึ้นพร้อมกันว่า...ไม่ได้!

พวงหยกเยาะหยัน “ฉันนึกว่าหม่อมจะดีใจซะอีก เห็นตอนแรกออกตัวไม่ยอมรับลูกสาวฉันไปร่วมวงศ์ตระกูล แล้วไหงตอนนี้กลับกางปีกปกป้องงานแต่งนี้ซะล่ะคะ...”

หม่อมมลุลีอ้างว่า จัดงานเสียใหญ่โต ถ้าล้มเลิกจะยิ่งขายขี้หน้า พวงหยกแปร๋นขึ้น นึกว่าจะเสียผลประโยชน์ ท่านชายอ๊อดหน้าเสียทำทีโมโหกลบเกลื่อน กฤชหน่ายใจปราม

“พอเถอะพวงหยก! คนเราถ้าอ้าปากแล้วไม่มีความสร้างสรรค์ สู้อยู่เฉยๆน่าจะมีประโยชน์กว่า อย่างน้อยก็ไม่ ทำให้คนอื่นปวดหู”

พวงหยกโกรธที่โดนสามีหักหน้า จะอาละวาดก็พอดีพิศุทธิ์กลับมา กะรัตเมินหน้าหนีงอนๆพวงหยกหันมาแขวะพิศุทธิ์แทน เจ้าสัวเอ็ดให้พอแล้วชวนทุกคนทำพิธีส่งตัวบ่าวสาว กะรัตเกรงใจก๋ง เดินปึ่งๆขึ้นห้อง...บ่าวสาวนั่งกับพื้นก้มกราบเจ้าสัวหลังจากท่านอวยพร

“ก๋งขอให้วินาทีนี้เป็นวินาทีสุดท้ายที่จะนึกถึงอดีตและการเคืองโกรธกันไม่ว่าเรื่องอะไร แล้ววินาทีต่อจากนี้ ขอให้เป็นวินาทีแรกของความสุข การสร้างครอบครัว การเติมเต็มซึ่งกันและกัน ต่อจากนี้จะไม่มีเรื่องของกั้งหรือเรื่องของคุณชาย จะมีแต่เรื่องของเรา” เจ้าสัวกุมมือทั้งสองคนด้วยกัน มองกะรัตอย่างอดห่วงไม่ได้กลัวจะใช้อารมณ์เหนือเหตุผล

พวงหยกเอ่ยขึ้นบ้างว่า ขอให้ผลบุญของตนช่วยปัดเป่าราคะที่บังตากะรัตโดยเร็ว กุนตีดึงแม่ออกจากห้อง ท่านชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีอวยพรให้มีหลานไวๆ เนื้อแพรห่วงพิศุทธิ์อย่างมากที่จะต้องเจออารมณ์ของกะรัต ได้แต่ให้กำลังใจว่า มีอะไรค่อยๆคุยกัน กฤชจึงเตือนสติลูกสาว

“กว่าจะถึงวันนี้ได้ เราเสียสละกันมามากทุกคนนะลูก อย่าให้ใครมาทำลายมันได้”

บ่าวสาวไหว้ขอบคุณ ทุกคนกลับออกไปบรรยากาศใน ห้องเงียบสงบ กะรัตจะลุกขึ้นแต่เป็นเหน็บจึงเซ พิศุทธิ์เข้าประคอง เธอสะบัดตัวออกตวาด “อย่าเอามือที่จับมันมาจับฉัน!”
พิศุทธิ์พยายามอธิบายถึงเหตุที่ต้องพาน้ำผึ้งไปโรงพยาบาล แต่กะรัตหาว่าเขาเลือกน้ำผึ้งทั้งที่จริงเขาต้องอยู่เคียงข้างตน และยังปิดบังไม่บอกว่าทำงานที่เดียวกันพิศุทธิ์โต้

“เพราะผมกลัวคุณเป็นอย่างนี้ไง!”

“นี่คุณกลัวฉันอาละวาดใส่มันเหรอ งั้นแปลว่าที่คุณไม่บอกฉันเพราะคุณจะปกป้องมัน”

พิศุทธิ์เห็นน้ำตากะรัตแล้วใจแป้ว “ผมขอโทษถ้าสิ่งที่ผมทำ มันทำให้คุณรู้สึกแย่ขนาดนี้ไม่ร้องนะ วันนี้วันแต่งงานของเรา ทำไมต้องให้คนๆเดียวมามีอิทธิพลกับเราด้วย”

“ก็เพราะเด็กบ้าที่กำลังจะคลอดนั่นมันลูกผัวเก่าฉันไง! ฉันคบกับมันมาเป็นสิบปี ฉันรักมัน แต่มันกลับ

แทงข้างหลังฉัน คุณลองเป็นฉันบ้างสิ” กะรัตปรี๊ดแตก

“เรื่องนี้มันผ่านมานานแล้ว ตอนนี้สายน้ำผึ้งก็กำลังใช้กรรม อโหสิให้เขาเถอะกั้ง”

พิศุทธิ์เข้าสวมกอดแต่กะรัตสะบัดตัวออกและมองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว “ไม่มีทาง! ต่อให้มันดิ้นตายตรงหน้า ฉันก็ไม่อโหสิ ถ้าคุณรักฉัน คุณต้องลาออกจากงานนั่นซะ”

พิศุทธิ์อ่อนใจเพราะนั่นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา แต่กะรัตจะให้เขาทำแบบนี้ เธอเข้าทุบตีเขายกใหญ่ พิศุทธิ์พยายามคุมอารมณ์รู้สึกว่าคุยไปก็ไม่รู้เรื่อง ให้เธอมีเหตุผลก่อนค่อยคุยใหม่ เขาเดินออกจากห้องหอทันที...นวลเห็นพิศุทธิ์ลงมาข้างล่างก็หน้าตื่นบอกว่าไม่ควรออกมาเพราะโบราณถือ แต่พิศุทธิ์ขอยา นวลคิดว่าเขาจะเอายาโด๊ป พิศุทธิ์เสียงเขียว ตนจะเอายาแก้ปวดหัว...นวลแอบโทร.รายงานกุนตี

ว่า คืนแรกพิศุทธิ์ก็ลงมานอนโซฟาข้างล่าง พวงหยกได้ยินดีใจยกใหญ่

ooooooo

คืนนั้น กะรัตหงุดหงิดงุ่นง่านรอพิศุทธิ์มาง้อ ร้องไห้จนหลับไป ส่วนพิศุทธิ์เป็นห่วงกะรัตมากแต่อยากดัดนิสัยให้รู้จักยอมคนอื่นเสียบ้าง

จนรุ่งเช้า น้ำผึ้งฟื้นขึ้นมาเรียกหาพิศุทธิ์ก่อน รสสุคนธ์เอ็ดแทนที่จะถามถึงลูก กลับถามหาผู้ชายซึ่งไม่ใช่สามี และตำหนิหลานสาวที่เกือบต้องเสียลูกไปเพราะความอิจฉาริษยาของตัว น้ำผึ้งโวยวายว่ากะรัตต่างหากที่จะฆ่าลูกตน รสสุคนธ์เตือนสติ

“ผึ้งไม่รักลูกตัวเองเลยหรือ ผึ้งอยากให้มันเป็นเด็กที่ไม่มีใครรักแม้แต่พ่อแม่เหมือนผึ้งใช่ไหม...ผึ้งจำได้ไหมว่าผึ้งอยากมีพ่อแม่ขนาดไหน ผึ้งเคยบอกว่าถ้าผึ้งมีลูก

ผึ้งจะรักลูกมากๆเหมือนที่ผึ้งอยากได้ความรักจากพ่อแม่ จะไม่ปล่อยให้ลูกเหงา จะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกของผึ้ง แต่ตอนนี้...ผึ้งนั่นแหละที่รังแกลูกตัวเอง!”

เหมือนก้อนของความเจ็บปวดเข้าจุกอก น้ำผึ้งปล่อยน้ำตาพรั่งพรู พยายามพาตัวเองออกมาดูลูกที่ห้องเด็ก เห็นพ่อแม่ที่ยืนเกาะกระจกชี้ชวนดูลูกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ยิ่งสะเทือนใจ ฮึดขึ้น

“แม่ขอโทษนะลูก ต่อไปแม่จะทำทุกอย่างให้ชีวิตเราสองคนแม่ลูกดีขึ้นไม่น้อยหน้าใคร แม่จะไม่รอบุญ

ไม่รอวาสนาโปรดอีกแล้ว แม่จะสร้างความยุติธรรมให้เราในเมื่อแม่มีทุกอย่างไม่แพ้นังกั้ง และอาจมีมากกว่าด้วยซ้ำ เราก็ต้องมีทุกอย่างได้อย่างนังกั้งเหมือนกัน มันต้องมีทาง!”

ศิวายังเคืองเข้าใจว่ากันตาหยุดไปแต่งงาน พอเธอเข้ามาดูอาการพร้อมหมอใหญ่ เขาจึงประกาศว่าไม่ต้องการให้หมอกันตามาดูอาการอีก หาว่ากันตาโกหก ไม่มีคุณสมบัติเป็นหมอ ทำเอากันตางง ศิวาให้พยาบาลพาไปทำกายภาพ บำบัด เขาเข้าลิฟต์มาพร้อมน้ำผึ้ง เธอปรายตามองอย่างไม่สนใจผู้ชายพิการนั่งรถเข็น ศิวาก็ไม่ได้สนใจน้ำผึ้ง เขาหงุดหงิดกดโทรศัพท์หาพ่อ

“พ่อเหรอครับ ผมอยากออกจากโรงพยาบาลวันนี้...หมอไม่ให้ออกก็เรื่องของหมอสิครับ  ผมลูกชายคนเดียวของนายศรัทธา ลีพาณิชย์นะครับ...จ้างหมอมาดูแลเราที่บ้านก็ได้...ตกลงนะครับ....สวัสดีครับพ่อ”

น้ำผึ้งได้ยินตาลุกวาว คิดออกว่าจะยกระดับตัวเองได้อย่างไร เธอมองศิวาอย่างคาดหวัง...

ด้านกะรัตสีหน้าอิดโรย ผมเผ้ายุ่งเหยิงยังกระวน กระวายรอพิศุทธิ์มาง้อ แต่มีเพียงนวลที่ขึ้นมาเก็บชุดแต่งงานจะเอาไปซักแห้ง นวลรีบถามว่าจะทานอาหารเช้าอะไร กะรัตสั่งกาแฟถ้วยเดียว...พิศุทธิ์ซึ่งกำลังทำข้าวต้มอยู่ในครัว พอเห็นนวลเตรียมกาแฟก็เปลี่ยนให้เอาข้าวต้มไปให้แทน กะรัตโวยวายไม่ทานจะเอากาแฟ นวลต้องกลับลงมาบอกพิศุทธิ์ เขาก็สั่งให้กลับไปบอกว่าตนไม่ให้ทานกาแฟอย่างเดียว ต้องทานข้าวต้มด้วย สองคนให้นวลต้องเดินขึ้นลงเป็นสิบรอบจนนวลหมดแรงถึงกับคลาน...พอดีพวงหยกแวะมา เห็นสภาพนวลนอนแผ่อยู่เชิงบันได จึงขึ้นไปหากะรัตบนห้อง แล้วบอกว่ามาช่วยเก็บของกลับบ้าน กะรัตจ้องหน้านวลที่เป็นคนโทร.ไปรายงาน นวลหลบตา พวงหยกแก้ต่างนวลทำเพราะหวังดี กะรัตจึงกล่าวหนักแน่นว่าตนไม่กลับ

“แกจะอยู่ทำไมยัยกั้ง แกก็เห็นว่าเมื่อคืนหมอนั่นทิ้งแกไปกับนังเพื่อนทรยศแกนะ”

นวลอดแทรกไม่ได้ว่า ทำอย่างกะพิศุทธิ์ไปเข้าโรงแรมกับน้ำผึ้ง พวงหยกโวย ไม่นานก็ต้องเป็นอย่างนั้น กะรัตลุกพรวดจะออกจากห้อง พวงหยกรีบถามจะไปไหน

“ก็จะไปทำให้คุณพิศุทธิ์ไม่มีใจไปคิดถึงนังผึ้งน่ะสิแม่!”

กะรัตอยู่ในชุดเสื้อคลุมเดินตามหาพิศุทธิ์ มาเจอที่เรือนกล้วยไม้ เขากำลังวาดภาพเพลินๆ เธอทำทีเข้ามาถามยังโกรธตนหรือ เขาส่ายหน้า กะรัตจึงขอให้เขาวาดรูปตนบ้าง เขายินดี กะรัตบอกว่าอยากได้ภาพแบบหนังไททานิค ที่พระเอกวาดภาพเปลือยของนางเอก พิศุทธิ์หน้าเจื่อน กะรัตขำแล้วบอกว่า ตนเกรงเขาเขิน เลยคิดว่าจะใส่ทูพีซ พิศุทธิ์ยิ้มออกอย่างผ่อนคลายรับคำ

แต่พอกะรัตถอดเสื้อคลุมออก ปรากฏว่าร่างเธอกลับเปลือยเปล่า เขาตกใจรีบเข้าไปดึงเสื้อคลุมให้ กะรัตลูบไล้ใบหน้าเขายั่วยวน รู้สึกว่าตัวเขาสั่นก็กระซิบถาม เขาตื่นเต้นหรือ พิศุทธิ์ตอบว่าเปล่า เธอแกล้งเย้าแล้วเขาเป็นอะไร พิศุทธิ์จึงย้อนถาม...อยากรู้หรือ ว่าแล้วก็อุ้มเธอเดินเข้าบ้าน พวงหยกกับนวลซึ่งแอบมองอยู่รีบหลบ พิศุทธิ์อุ้มกะรัตขึ้นห้องไปทันที

นวลหัวเราะคิกถามพวงหยกจะตามไปดูอีกไหม พวงหยกฮึดฮัด อุตส่าห์ดีใจคิดว่าจะเลิกกัน...ตนจะทำอย่างไรดีให้กะรัตตาสว่างว่าพิศุทธิ์หวังผลาญสมบัติ

ooooooo

เวลาผ่านไป กะรัตและพิศุทธิ์นอนแช่อยู่ใน อ่างน้ำด้วยกัน กะรัตขอโทษที่เอาแต่ใจตั้งแต่วันแรกที่แต่งงาน แต่เพราะตนรักและหวงเขามาก พิศุทธิ์โอบกอดกะรัตด้วยความรักจริงใจ

“ในโลกนี้ไม่ได้มีคุณคนเดียวที่มีอดีตเจ็บปวด ผมเองก็มี ผมโตมากับการเห็นแม่ร้องไห้เพราะความเจ้าชู้ของท่านพ่อ จนกระทั่งแม่ไม่มีน้ำตาจะไหล...ทุกครั้งที่เห็นแม่เจ็บ ผมก็เจ็บไปด้วย จนผมสัญญากับตัวเองว่าถ้าผมรักใครสักคน ผมจะรักเขาคนเดียวไม่มีวันทำให้เขาร้องไห้ แต่แล้ว...ผมก็ทำให้คุณร้องไห้ตั้งแต่วันแรกที่เราแต่งงานกัน คุณไม่รู้หรอกว่าผมเจ็บแค่ไหน”

กะรัตมองพิศุทธิ์อย่างตื้นตัน พิศุทธิ์ยังย้ำให้เชื่อว่าหัวใจเขาอยู่กับเธอคนเดียว ใครก็มาแย่งมันไปไม่ได้ เพราะเขาให้เธอแล้วไม่คิดจะเอาคืน กะรัตน้ำตาร่วงเผาะ สัญญาว่าจะทำตัวใหม่จะเป็นภรรยาที่ดี จะเก็บกวาดบ้าน ดูแลทำอาหารให้เขาทาน พิศุทธิ์แย้งว่าทำได้หรือ

“ทำไมจะทำไม่ได้ ถ้าเพื่อคุณ กั้งยอมทำทุกอย่างโดยไม่บ่นสักคำ” กะรัตโน้มคอพิศุทธิ์ลงมา สองคนจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม ทั้งสองถ่ายทอดความรักให้แก่กันและกัน

ในขณะที่น้ำผึ้งอุ้มลูก กล่อมลูก เธอตั้งใจจะดูแลลูกให้ดี แต่ในใจเต็มไปด้วยความแค้น...ตกกลางวัน พิศุทธิ์สอนให้กะรัตทำอาหาร เริ่มด้วยการขอดเกล็ดปลา เธอทำไปสักพักก็โวยวายว่ายาก ทำเล็บสวยๆพังหมด พิศุทธิ์มีไม้เรียวในมือ ตีโต๊ะเพียะๆกำราบให้หยุดโวย

รีบทำปลานึ่งซีอิ๊วไปให้ทันมื้อกลางวันเจ้าสัว กะรัตเคืองแกล้งต่อว่า เย็นนี้จะไม่อาบน้ำให้เขา พิศุทธิ์อายนวล กะรัตยั่วต่อ “แค่นี้ทำเขิน ถ้ากั้งบอกนวลว่าคุณชอบเล่นปูไต่ คุณไม่เขินแย่เหรอ”

นวลร้องโอยๆตื่นเต้น...พิศุทธิ์เอ็ดกะรัตให้เลิกโกหกได้แล้ว ตนไม่เคยทำอย่างที่เธอพูดสักอย่าง ระหว่างนั้น น้ำผึ้งโทร.หาพิศุทธิ์ แต่เขาไม่ได้ยินเพราะทิ้งมือถือไว้นอกห้องครัว...น้ำผึ้งได้รับใบแจ้งค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนเงินแสนกว่าบาท รสสุคนธ์อึ้งหลานจะไปเอาเงินจากไหน น้ำผึ้งโบ้ยให้รสสุคนธ์ไปกู้ยืมมาก่อนแล้วตนจะหามาคืนให้ น้ำผึ้งนึกถึงศิวาขึ้นมา

ท่านชายอ๊อดมาขอเงินเจ้าสัวบัญชาอีก 5 ล้านบาท เจ้าสัวไม่พอใจเพราะเพิ่งให้ไป ท่านชายอ้างต้องลงทุนธุรกิจเพิ่ม แต่เจ้าสัวรู้ว่าเขาเอาไปลงบ่อน เผอิญเด็กรับใช้เข้ามารายงานว่ากะรัตกับพิศุทธิ์จะมาทานกลางวันด้วย ท่านชายอ๊อดได้ทีขออยู่รอพบลูกชาย เจ้าสัวเกรงพิศุทธิ์รู้เรื่องที่ตนจ่ายเงินซื้อตัวเขาจะเขียนเช็คให้ ท่านชายอ๊อดให้โอนเงินสดเข้าบัญชีเลย เจ้าสัวจำต้องยอม

รถพิศุทธิ์แล่นสวนกับรถท่านชายอ๊อด เขาแปลกใจพ่อมาทำไม...กะรัตรี่เข้าประจบเจ้าสัวบอกว่าตนทำปลานึ่งซีอิ๊วมาให้ เจ้าสัวไม่อยากเชื่อ พิศุทธิ์แอบโทร.ถามเนื้อแพร เธอรับปากจะสอบถามเอง ให้เขาเลิกกังวล...

เนื้อแพรกำลังเดินเลือกของใช้อยู่กับกฤช เธอบอกเขาเรื่องท่านชายอ๊อดไปหาเจ้าสัว กฤชแปลกใจเพราะตั้งแต่เสด็จในกรมสิ้น หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดก็ไม่เคยมาหาเจ้าสัวเลย เนื้อแพรชักหวั่นใจ เพราะสงสัยที่เขาซื้อรถมาให้ลูก และซื้อเครื่องเพชรอีกหลายชุด กฤชจึงบอกว่าจะช่วยดูทางเจ้าสัวให้ว่าท่านชายมายุ่งอะไรด้วย

หน้าร้าน สมหวังสวมหมวกใส่แว่นดำแอบมองกฤชกับเนื้อแพรแล้วโทร.รายงานพวงหยกว่าตลอดทั้งวันสองคนทำงานอย่างเดียวไม่ได้เข้าโรงแรมที่ไหน แต่พวงหยกไม่เชื่อยังให้ตามดู

ส่วนน้ำผึ้งวางแผนตีสนิทศิวาเต็มที่ เธอแอบเห็นศิวาตามจีบกันตา ยิ่งกระหยิ่มใจเมื่อทำร้ายกะรัตไม่ได้ก็จะทำร้ายหัวใจน้องสาวแทน...น้ำผึ้งมาเยาะกันตาว่า หมอมีความสัมพันธ์กับคนไข้นับว่ามีจรรยาบรรณไหม กันตาย้อนให้เธอดูตัวเองเสียก่อนว่าแอบกินในที่ลับมันน่าทุเรศกว่า น้ำผึ้งโกรธ “ยัยก้อย! นี่ฉันอุตส่าห์เตือนเธอดีๆนะ”

“ขอบคุณค่ะ แต่ก้อยว่าพี่ผึ้งเอาเวลามาเตือนตัวเองดีกว่า อย่าไปแย่งสามีใครอีก ผิดลูกผิดเมียเขาตกนรกนะคะ...ความจริงพี่ผึ้งก็เหมือนตกนรกอยู่แล้ว งั้นยิ่งต้องทำความดี จะได้รู้ว่าสวรรค์เป็นยังไง” กันตายิ้มเยาะเดินเชิดออกไป น้ำผึ้งเคียดแค้นจะต้องเอาชนะให้ได้

ศิวาไสรถเข็นตัวเองตามหากันตาเพราะเพิ่งรู้ความจริงว่าเธอยังไม่ได้แต่งงาน น้ำผึ้งเห็นทำเป็นนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น พอเขาเข้ามาถามไถ่ ก็รำพันไม่รู้จะหาเงินค่ารักษาจากที่ไหน ลูกที่เพิ่งคลอดไม่แข็งแรง ศิวาสงสารยื่นนามบัตรให้เธอไปทำงานด้วย และให้เธอกดเบอร์มือถือใส่โทรศัพท์ของเขา ศิวาเมมชื่อ เธอว่า...ฮันนี่ น้ำผึ้งเย้า เมมแบบนั้นแฟนไม่ว่าอะไรหรือ ศิวายิ้มกริ่ม

“ผมยังไม่มีแฟนครับ รออยู่ว่าจะมีใครมาหยุดผมได้”

น้ำผึ้งส่งยิ้มพราวแพรว ศิวาไถลรถห่างออกมา พอพ้นสายตา เขาก็แก้ชื่อที่เมมใหม่ จากฮันนี่เป็น เจษฎา 2 เขายิ้มเยาะที่หลอกสาวได้อีกหนึ่ง  ด้านน้ำผึ้งก็ยิ้มกริ่มคิดว่าศิวาติดเบ็ดตน...น้ำผึ้งกลับมาที่ห้อง เห็นรสสุคนธ์กำลังเก็บของแถมบอกว่า จากนี้ไปวัคซีนของหลานจะไปฉีดที่อนามัยต่อ น้ำผึ้งโวยตนไม่ยอมให้ลูกตกต่ำอย่างนั้น ไม่มีภูเบศร์ตนก็หาเงินจากที่อื่นได้

ooooooo

บนโต๊ะอาหาร กุนตีกำลังชื่นชมที่พิศุทธิ์สามารถสอนกะรัตทำอาหารปลานึ่งซีอิ๊วได้อร่อย กะรัตยิ้มกริ่มแสดงว่าตนคิดถูกที่แต่งงานกับเขา พวง-หยกเดินมากุนตีชวนให้ทานฝีมือกะรัตด้วยกัน พวง-หยกอดแขวะไม่ได้ตามเคย

“ต๊าย...อย่าไปสอนยัยกั้งทำอาหารพวกปลาสิคู้ณ เดี๋ยวยัยกั้งกินปลาบ่อยๆแล้วฉลาดขึ้นมา หลอกเอาสมบัติมันไม่ได้นะ”

กะรัตจะโวย พิศุทธิ์จับมือปรามไว้ พลันกันตาเดินหน้าตึงเข้ามา พวงหยกจึงหันไปแขวะลูกสาวคนเล็ก ว่าใครนะที่ทำให้อารมณ์เสียได้ พอดีเด็กรับใช้เข้ามารายงานว่ามีคนมาตะโกนเรียกกันตาหน้าบ้าน ทุกคนมองหน้ากันตาอย่างสงสัย กันตารีบวิ่งออกไปดูเห็นศิวาใช้ไม้เท้าค้ำยืนตะโกนเรียกให้เธอออกมา มีบอดี้การ์ดขับรถมาให้ พอศิวาเห็นกันตาก็รีบเอ่ยปากขอโทษ

พวงหยกหันมาถามกุนตีว่าใคร กุนตีสงสัยเป็นลูกเศรษฐีที่มากวนประสาทน้องอย่างที่น้องเคยเล่าให้ฟัง กะรัตติงถ้าน้องไม่ชอบคงโทร.เรียกตำรวจไปแล้ว ไม่ออกไปคุยด้วยแบบนั้น

พวงหยกบ่น “ลูกฉันแต่ละคนมันวีรกรรมดีๆ ทั้งนั้น...แล้วหมอนั่นเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ฐานะบ้านช่องเป็นยังไง ส่วนชาติตระกูลไม่ต้องบอก เพราะมันช่วยวัดอะไรไม่ได้”

กะรัตจะโวยที่มาเหน็บพิศุทธิ์ แต่เขาดึงมือปรามไว้อีก กุนตีบอกคงเป็นกิ๊กของน้อง...กันตาไล่ศิวากลับไป เขาไม่ยอมจนกว่าเธอจะยอมให้เขาเข้าไปคุยในบ้าน เมื่อเห็นว่ากันตานิ่ง ศิวาจึงทิ้งไม้ค้ำแล้วตะเกียกตะกายปีนประตูบ้าน กันตาตกใจรีบเข้าไปเปิดประตู ทำให้ศิวาพลาดหล่นลงมาทับเธอพอดี ต่างคนต่างลุกขึ้นถาม “คุณเป็นยังไงบ้าง!”

ศิวายิ้มกริ่ม กันตาชะงักถอยห่าง อ้างกลัวเขามาตายในบ้านต่างหาก ศิวารวบมือเธอทำเสียงอ้อน “ผมทำขนาดนี้คุณยังไม่หายโกรธผมอีกเหรอ ผมขอโทษที่ผมหูเบา แต่เมื่อก่อนผมไม่เคยเชื่อคำพูดของใครเลยนะ แต่ครั้งนี้มันเปลี่ยนไป เพราะมันเป็นเรื่องของคุณ... ผมชอบคุณ...”

กันตาชะงักที่เขาพูดตรง แต่วางฟอร์มเชิด... พวงหยกยิ่งอยากรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร พอกันตากลับเข้ามาในบ้านก็รีบถาม กันตาตอบอย่างเหนื่อยใจ “ก้อยยังไม่สนิทพอจะรู้เรื่องบ้านเขาหรอกค่ะ รู้แค่ว่าเขาเป็นลูกชายคนเดียวของ คุณศรัทธา ลีพาณิชย์”

พวงหยกตาโต “เจ้าของสายการบินใหญ่อันดับต้นๆ ของเมืองไทย! ยัยก้อยลูกรัก ลูกช่างฉลาดอะไรเช่นนี้ ไม่เสียแรงที่แม่กลั่นเลือดในอกมาให้ลูกกิน” พวงหยกเข้ากอดลูกอย่างเว่อร์ๆ

กันตาบอกว่าตนยังไม่ได้เป็นอะไรกับเขา พวงหยกแหว “นี่! ฉันขอร้องล่ะ ช่วยคบคนดีๆ สมน้ำสมเนื้อกับเราอย่างนี้เถอะ หยุดเลือกพวกดูดีแต่ไม่เงินสักที ฉันมีปลิงตัวเดียวก็พอแล้ว”

“แม่! จนป่านนี้แม่ยังไม่เชื่ออีกเหรอว่าคุณพิศุทธิ์ไม่ได้เป็นอย่างที่แม่คิด” กะรัตสุดทน

“แกไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า เอาไว้ฉันมีหลักฐานแน่นอนเมื่อไหร่ แกจะรู้ว่าที่ฉันพูดมันไม่ผิด!” พวงหยกมองหน้าพิศุทธิ์แล้วสะบัดหน้าเดินไป

พิศุทธิ์หวั่นใจว่ามันคืออะไร...พิศุทธิ์กลับบ้านมาโทรศัพท์หาเนื้อแพร เล่าถึงคำพูดของพวงหยก ตนหวั่นใจว่าจะเกี่ยวกับท่านพ่อ เนื้อแพรปลอบให้ใจเย็น กฤชกำลังช่วยสืบอยู่ พอวางสายจากเนื้อแพร น้ำผึ้งก็โทร.เข้ามา  พิศุทธิ์ตัดสินใจรับสายคิดว่าเป็นการรับผิดชอบที่กะรัตทำต่อเธอ น้ำผึ้งขอให้เขามารับตนกับลูกออกจากโรงพยาบาล อ้างว่าลูกไม่ค่อยแข็งแรงไม่อยากให้รับเชื้อโรคในรถแท็กซี่ พิศุทธิ์ครุ่นคิดบางอย่างยังไม่รับปาก แต่น้ำผึ้งเชื่อว่าเขาต้องมา

ooooooo

วันต่อมา พยาบาลเอาใบเสร็จรับเงินมาให้น้ำผึ้ง บอกว่ามีคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้และรอรับอยู่หน้าโรงพยาบาล น้ำผึ้งดีใจเข้าใจว่าเป็นพิศุทธิ์ แต่พอวิ่งมาหากลายเป็นนวลที่ทำหน้าตึง บอกว่ามาทำตามคำสั่งกะรัต น้ำผึ้งปรี๊ดกลับมากวาดข้าวของในบ้านให้รสสุคนธ์เอาไปขาย

“ขายทำไม เขาบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องเอาเงินคืนเขา” รสสุคนธ์แปลกใจ

“ผึ้งบอกแล้วว่าผึ้งไม่เอาเงินของมัน มันแกล้งทำให้เราเห็นว่า เงินของมันซื้อผึ้งได้เหมือนที่มันใช้ซื้อผู้ชายไง...แต่มันคิดผิด เพราะสิ่งที่ผึ้งต้องการไม่ใช่แค่เงิน แต่ผึ้งจะเอาทุกอย่างที่เป็นของมัน...คอยดู!”...

ด้านกะรัตยังงอน พิศุทธิ์พามาไหว้พระทำบุญ แล้วขอบคุณที่เธอยอมช่วยเพื่อนมนุษย์ ถือเสียว่าทำทาน ขอให้เธออภัยให้เพื่อน กะรัตเหวี่ยงทันที “ความเป็นเพื่อนมันไม่เหลือแล้ว เพราะมันเองก็ไม่เคยคิดว่ากั้งเป็นเพื่อน เอาเป็นว่าถ้ามันอยู่ส่วนมัน กั้งก็จะอยู่ส่วนของกั้ง แต่ถ้ามันมายุ่งกับกั้งเมื่อไหร่ กั้งไม่เอามันไว้แน่” พิศุทธิ์อ่อนใจ

เช้าวันใหม่ กะรัตงุ่นง่านเกรงพิศุทธิ์ไปทำงานแล้วต้องเจอกับน้ำผึ้ง นวลเตือนว่าน้ำผึ้งเพิ่งคลอดลูก กว่าจะมาทำงานได้ก็อีกสองสามเดือน แต่กะรัตยังกังวลอยากไปดูให้รู้จริง พอพิศุทธิ์ลงมาเธอก็ทำทีรั้งให้เขาจุ๊บลา และทักโน่นนี่จนเขารู้ทัน

“อยากไปส่งผมที่บริษัทใช่ไหม ผมรู้ว่าคุณอยากไปเห็นกับตาว่าน้ำผึ้งมาทำงานหรือยัง”

กะรัตยิ้มแหยๆที่เขารู้ทัน แต่ก็อ้อนจนได้ขับรถไปส่งเขา...พิศุทธิ์ยอมแค่ให้เธอส่งหน้าบริษัทเท่านั้น เธออิดออดแต่ไม่กล้าขัดใจเกรงเขาหาว่าไม่เชื่อใจ เธอโน้มคอเขามาหอมซ้ายหอมขวาแสดงความเป็นเจ้าของเขาเต็มที่...ในขณะที่น้ำผึ้งมานั่งรอในห้องทำงานพิศุทธิ์แต่เช้าตรู่ เธอวาดฝันว่าที่ผ่านมาพิศุทธิ์มีใจให้ พอมองออกไปทางหน้าต่างเห็นรถกะรัตมาจอด ก็รีบออกจากห้องทำงานลงไปหาทันที

พิศุทธิ์เดินเขินๆเข้าบริษัท น้ำผึ้งลงมาทางบันไดจึงสวนกับเขาที่ขึ้นลิฟต์ เธอวิ่งออกมาเห็นรถกะรัตแล่นออกไปแล้ว ชายนี่กับยี่หวาเพื่อนที่ทำงานพากันทักทายว่ามดลูกไม่ทันเข้าอู่มาทำงานแล้วหรือ น้ำผึ้งไม่สนใจ ครุ่นคิดจะกลั่นแกล้งกะรัต เธอกดโทรศัพท์หากะรัตทันที

“เธอไม่น่ารีบขับรถออกไปเลย ฉันว่าจะเข้าไปขอบคุณที่เธอจ่ายค่ารักษาให้ซะหน่อย”

“นี่แกอยู่ที่ไหน! อย่าบอกนะว่าแกไปทำงานแล้ว” กะรัตเริ่มสติหลุด

น้ำผึ้งยั่วอารมณ์ทันทีว่าหยุดงานไปหลายวันคิดถึงคนคุ้นเคย กะรัตปรี๊ดใส่อย่ามายุ่งกับพิศุทธิ์ น้ำผึ้งว่าไม่ได้เพราะลูกต้องการมีพ่อ กะรัตโวยให้ไปหาภูเบศร์ในนรกโน่น น้ำผึ้งสะใจยั่วหนักขึ้นว่าอยากลิ้มรสพิศุทธิ์บ้างว่าจะอร่อยเหมือนภูเบศร์ไหม แล้วตัดสายทิ้ง

กะรัตสติแตกยูเทิร์นรถกลับทันที...พิศุทธิ์กำลังเดินเข้าห้องประชุม น้ำผึ้งเดินสวนมาขอบคุณที่เขาทำให้กะรัตโยนเศษเงินค่ารักษาให้ พิศุทธิ์ตกใจที่เห็นน้ำผึ้งแต่ทำใจเย็นบอกว่ากะรัตเต็มใจ น้ำผึ้งยิ้มเยาะไม่เชื่อแถมย้ำว่าคนอย่างกะรัตไม่มีวันให้อภัยใครหรือไว้ใจใคร...

ไม่ทันไร กะรัตก็ขับรถมาจอดเอี๊ยด...หน้าบริษัทแล้วพุ่งทะยานขึ้นตึก เอาขวดน้ำเกลือที่พกมาราดใส่น้ำผึ้งว่าล้างแผลที่ยังไม่ตกสะเก็ดให้ น้ำผึ้งเล่นบทน่าสงสารร้องอย่าทำร้ายตนอีก

กะรัตปรี๊ด “ตอแหล! แล้วเมื่อกี้หมาตัวไหนมันโทร.ไปหาฉัน อย่ามาเล่นละครเรียกร้องความสงสารมันไม่ได้ผลหรอก”

น้ำผึ้งเห็นเพื่อนๆมามุงดูก็ทำทีอายลุกหนีออกไปทางบันไดหนีไฟ กะรัตตามไปเอาเรื่องพอพ้นสายตาผู้คน น้ำผึ้งก็เปลี่ยนท่าทีเป็นคนละคน หันมาเยาะหยัน กะรัตแทบไม่เชื่อสายตา

“แกนี่มันยิ่งกว่างูพิษอีก! ฉันบอกไว้ก่อนนะว่าอย่ามายุ่งกับผัวฉัน ถ้าอยากได้พ่อให้ลูก ก็ไปยืนเสนอราคาให้ฝรั่งแก่ข้างทางโน้น”

“จะไปยืนให้เมื่อยทำไม ในเมื่อยืมผัวเพื่อนก็ได้”

กะรัตตวาดว่าไม่ให้ น้ำผึ้งเยาะคนก่อนยังแย่งมาได้ แล้วทำไมอีกคนจะแย่งไม่ได้ “เธอรู้ ขนาดเธอเอาเงินปรนเปรอคุณภู เขายังทิ้งเธอมาหาฉัน แล้วกับคุณพิศุทธิ์ที่ไม่แคร์เรื่องเงินของเธอ เธอเลยกลัวว่าจะเสียเขาให้ฉัน เธอถึงต้องจด
ทะเบียนตีตราเขาไงล่ะ น่าสมเพชที่สุดเลยกั้ง”

เสียงหัวเราะน้ำผึ้งเหมือนน้ำมันราดอารมณ์กะรัต เธอเข้ากระชากผมน้ำผึ้งพูดใส่หน้า “จำไว้นะนังผึ้ง เศษดินใต้รองเท้าฉันมันยังมีค่ากว่าแก อย่าเผยอหลงตัวเองว่าฉันจะกลัวแก แกก็แค่เด็กกำพร้าขี้อิจฉา ขาดพ่อขาดแม่ จนต้องแย่งความอบอุ่นจากผัวคนอื่น คุณพิศุทธิ์ไม่มีทางมองแก แกไม่มีวันแย่งเขาไปจากฉันได้”

น้ำผึ้งเจ็บใจที่โดนจี้ปมด้อย บอกกะรัตว่าให้มาดูกันว่าสุดท้ายพิศุทธิ์จะอยู่ข้างใคร พอเห็นเพื่อนๆตามออกมาดูก็รีบดึงมือกะรัตมาแปะอกแล้วร้องกรี๊ด...อย่าผลักฉัน เธอทิ้งตัวตกบันไดลงไป กะรัตตะลึงไม่คิดว่าน้ำผึ้งจะลงทุนขนาดนี้ มีคนไปตามพิศุทธิ์มา เขามาถึงตกใจกับภาพที่เห็น น้ำผึ้งหัวแตกมีเพื่อนเข้าประคอง กะรัตยืนหน้าตื่นอยู่ พอเห็นเขามา  กะรัตก็รีบบอกว่าตนไม่ได้ทำอะไรน้ำผึ้ง ชายนี่กับยี่หวายืนยันว่าเห็นกะรัตผลักน้ำผึ้งตกบันได

“ไม่จริง! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ทำ” ว่าแล้วกะรัตก็ปรี่เข้าฉุดน้ำผึ้ง “หยุดสำออยแล้วลุกขึ้นมานะนังผึ้ง”

พิศุทธิ์บอกให้กะรัตหยุด แต่กะรัตยังโวยวายว่า น้ำผึ้งทำให้ตนเป็นนางร้ายในสายตาคนอื่น พิศุทธิ์สุดทน อุ้มตัวกะรัตมาใส่รถแล้วขับกลับบ้านทันที...นวลแปลกใจที่เห็นเจ้านายกลับมา กะรัตโวยวายจะไปจัดการน้ำผึ้ง พิศุทธิ์เอ็ดยังไม่เห็นอีกหรือที่การใช้แต่อารมณ์มันมีผลอย่างไร

“ถึงกั้งจะเป็นคนใช้แต่อารมณ์ แต่ก็ไม่เคยตอแหลใคร กั้งเลวกั้งก็บอกว่ากั้งเลว กั้งบอกว่าไม่ได้ทำก็แปลว่ากั้งไม่ได้ทำ กั้งอยู่ของกั้งเฉยๆ แต่มันเป็นคนเข้ามาหาเรื่องกั้งก่อน แล้วทำไมกั้งต้องยอมด้วย!”

“ไหนคุณบอกว่าคุณจะเปลี่ยนตัวเองไง”

“ถ้าการเปลี่ยนตัวเองมันรวมถึงกั้งต้องยอมแพ้นังผึ้ง กั้งไม่เปลี่ยน! กั้งบอกคุณแล้วไงว่าถ้ามันมายุ่งกับกั้งเมื่อไหร่ กั้งไม่เอามันไว้แน่ มันคิดจะทำลายครอบครัว เรา คุณต้องลาออก”

พิศุทธิ์อึ้งรู้ว่าคุยกันไม่รู้เรื่องแน่ จึงให้นวลดูแลกะรัตต่อ แล้วตัวเองไปขึ้นรถอีกคันขับออกไปทันที กะรัตร้องกรี๊ดๆไม่ให้เขาไป...พิศุทธิ์กลับมาขอโทษทุกคนในบริษัท รวมถึงน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งเริ่มปั่นหัว “ฉันอยากให้กั้งรู้จังว่าคุณรักเขา ขนาดไหน เขาจะได้ไม่มองคุณเป็นเพียงแค่เครื่องมือแก้แค้นฉัน กั้งรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับคุณ เขาถึงทำทุกอย่างให้ได้คุณไปจากฉัน เขาลงทุนจดทะเบียนตีตราคุณ เพื่อแก้แค้นที่คุณภูทิ้งเขามาหาฉัน ฉันรู้ทัน เขาทนไม่ได้เลยผลักฉัน”

พิศุทธิ์ฟังนิ่งๆก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นกล่าว “ผมไม่รู้ว่าความจริงที่คุณสองคนคุยกันมันคืออะไรกันแน่ แต่สิ่งที่ผมเชื่อ...คือผมรักกั้งและกั้งก็รักผม เราแต่งงานกันเพราะความรัก และผมไม่ยอมเป็นเครื่องมือการแก้แค้นของใคร...ถือว่าผมขอร้องล่ะครับ ขอให้กั้งเขาอยู่ส่วนเขา คุณก็อยู่ส่วนของคุณ ส่วนผมกับคุณเรายังคุยกันได้ไม่มีปัญหา เพราะเราไม่มีเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงานเท่านั้น ผมขอตัว”

น้ำผึ้งมองตามหลังพิศุทธิ์ แค้นใจที่เขาไม่หวั่นไหว แต่เธอไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่

ooooooo

ขณะที่ศิวาตามจีบกันตา เธอกำลังหงุดหงิดเรื่องกะรัต บ่นว่ามีผู้หญิงเจ้าชู้ชอบแย่งสามีเพื่อน ศิวาจึงสัญญาว่าเขาเลิกเจ้าชู้แล้วเพื่อเธอ กันตาเริ่มใจอ่อน...กฤชกำลังคุยงานกับเจ้าสัว พวงหยกเข้ามาบ่นว่าหม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดทัวร์ยุโรปไม่รู้เอาเงินมาจากไหน เจ้าสัวลุกหนี

กฤชรู้สึกเจ้าสัวมีพิรุธ พวงหยกหาว่าเป็นเพราะกฤชที่ชักศึกเข้าบ้าน พาเนื้อแพรเข้ามาทำให้โคตรเหง้าเธอมาสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวตน บ้านช่องร้อนเป็นไฟ กฤชโต้

“คนที่ทำให้บ้านร้อนไม่ใช่คนอื่นอย่างที่คุณว่าหรอก แต่เป็นใครรู้ไหม...ชะโงกหน้าดูในสระน้ำสิ”

พวงหยกเผลอทำตามแล้วเห็นหน้าตัวเอง ก็โวยวายว่าตนเป็นคนคอยปกป้องทรัพย์สมบัติของครอบครัวต่างหาก...

คืนนั้น พิศุทธิ์ไม่อยากกลับบ้าน มาหาเนื้อแพรเพื่อพักใจ เนื้อแพรกอดปลอบลูกและให้แง่คิด “แม่เชื่อนะชาย ว่าถ้าสายน้ำผึ้งไม่ยุ่งกับกะรัตก่อน กะรัตไม่ทำขนาดนั้นกับสายน้ำผึ้งแน่”

“ผมเองก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้ากั้งรู้จักควบคุมตัวเอง เรื่องอย่างนี้ก็คงไม่เกิด”

“ต่อให้คนที่ควบคุมตัวเองได้ดี ถ้าโดนจี้ถูกจุดก็ตบะแตกได้เหมือนกันนะลูก สายน้ำผึ้งฉลาด เขาคงใช้เรื่องของลูกยั่วกะรัต”

“กั้งไม่มีความเชื่อมั่นในตัวผมเลย”

“กว่าชายจะวิจัยรสชาติอาหารใหม่สักรสนึง ก็ต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นานกว่าจะได้ที่ถูกใจ หนูกั้งก็เหมือนงานของชายนั่นแหละ ไม่ใช่หนูกั้งไม่อยากเปลี่ยน แต่มันต้องใช้เวลา ชายต้องใจเย็นเพราะถ้าชายโกรธแบบนี้ ชายก็ทำตัวเข้าทางสายน้ำผึ้งเหมือนกัน” เนื้อแพรลูบแก้มลูก “ชายต้องเข้าใจ หนูกั้งเจอแต่ความรักที่หลอกลวงซ้ำๆ ต่อให้หนูกั้งรู้ว่าชายมั่นคง แต่อดีตมันยังหลอกหลอน ทำให้หนูกั้งยังมีความไม่มั่นใจ สายน้ำผึ้งรู้จุดอ่อนนี้ดี เขาถึงทำเรื่องวันนี้ให้ชายกับหนูกั้งผิดใจกัน ผู้หญิงอย่างสายน้ำผึ้ง น่ากลัวมากนะลูก”

พิศุทธิ์ถามว่าตนควรทำอย่างไร เนื้อแพรให้เขากลับไปอยู่เคียงข้างกะรัต สร้างความมั่นใจให้แก่เธอ ทำให้น้ำผึ้งรู้ว่าเธอไม่มีผลอะไรกับความรักของลูกกับกะรัต...พิศุทธิ์เริ่มห่วงกะรัต จึงรีบกลับมาบ้าน เห็นกะรัตเมามายเพ้อไม่ให้น้ำผึ้งมาแย่งผัวไป พิศุทธิ์ครุ่นคิดถึงคำพูดของน้ำผึ้งที่ว่ากะรัตเห็นตนเป็นเครื่องมือ และเอาคำของเนื้อแพรมาหักล้าง ตั้งมั่นจะทำให้กะรัตเชื่อใจตนให้ได้

วันรุ่งขึ้น กะรัตตื่นขึ้นมายังมีอาการแฮงค์ เดินหาพิศุทธิ์รอบห้อง เรียกนวลมาถามว่าเขากลับบ้านรึเปล่า นวลตอบว่ากลับและเป็นคนอุ้มกะรัตขึ้นมานอน กะรัตดีใจรีบจะอาบน้ำแต่งตัวไปบริษัทกับเขา แต่นวลบอกว่าพิศุทธิ์ไปทำงานนานแล้ว กะรัตกังวลใจไม่อยากให้เขาไปเจอน้ำผึ้ง เผอิญเจอมือถือที่พิศุทธิ์ลืมไว้ กะรัตจึงเอาเป็นข้ออ้างไปหาเขาที่บริษัท
ในห้องทำงาน น้ำผึ้งทำทีถือแฟ้มงานเข้ามาหาพิศุทธิ์ แต่ระหว่างนั้นเขาไม่ได้อยู่ในห้อง โทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น น้ำผึ้งคิดว่าเป็นกะรัตโทร.มาจึงกดรับ แต่ปลายสายกลับบอกว่า

“คุณพิศุทธิ์เหรอคะ พี่นฤมลนะ พี่เห็นโปรไฟล์ที่คุณส่งมาให้แล้ว เจ้านายพี่ชอบคุณมากอยากได้คุณมาทำงานกับเราเร็วที่สุดเลย เที่ยงนี้ว่างไหม เราจะได้คุยรายละเอียดกัน...”

น้ำผึ้งวางหูลงแป้น ทำทีสายหลุดไปเอง แล้วรีบเดินกลับออกไป สวนกับพิศุทธิ์เข้าพอดี น้ำผึ้งแก้ตัวว่าเอาแฟ้มงานมาให้ ไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร ฟองดาววิ่งมาตามว่าหัวหน้าให้เข้าพบ โทร.หาเท่าไหร่ก็ไม่ได้ พิศุทธิ์จึงบอกว่าตนลืมเอามือถือมา น้ำผึ้งได้ยินฉุกคิดแผนร้ายได้

ช่วงพักกลางวัน พิศุทธิ์ออกไปพบนฤมลที่ร้านอาหาร น้ำผึ้งแอบสะกดรอยตาม เธอลงทุนซื้อซิมการ์ดส่งข้อความหากะรัตว่าเป็นผู้หวังดีเห็นสามีเธอไปกับผู้หญิงอื่น กะรัตหึงขึ้นหน้าไม่คิดหน้าคิดหลังมุ่งหน้าไปร้านอาหารนั้นทันที กะรัตทะยานมาถึงร้านอ่านข้อความว่าทั้งสองนั่งในห้องพิเศษ ก็ยิ่งเดือดผลักประตูเข้ามาเอาขวดคาลาไมน์ราดหัวนฤมลซึ่งนั่งหันหลัง

“คาลาไมน์ราดให้มันหายคันไง ถ้ายังไม่หายคันแม่จะสาดด้วยยาแก้ขี้เรื้อน รู้ไหมนังผึ้ง...”

พิศุทธิ์จับกะรัตเขย่าให้ฟังว่าคนนี้ไม่ใช่น้ำผึ้ง นี่คือรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย พิศุทธิ์หันมาขอโทษนฤมล เธอขอตัวกลับอย่างโกรธๆ พิศุทธิ์เหลืออดกับการกระทำของกะรัต เขาหยิบใบสมัครงานยื่นให้เธอดู “คุณรู้ไหมว่าผมนัดพี่เขามาคุยเรื่องอะไร ผมหางานใหม่ทั้งๆที่ผมไม่เคยเห็นด้วยกับวิธีนี้ ผมยอมเพื่อความสุขของคุณ แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมว่าถึงผมย้ายที่ทำงานใหม่เรื่องพวกนี้มันก็ต้องเกิดอีก เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่สายน้ำผึ้งหรือผู้หญิงอื่น แต่มันอยู่ที่ตัวคุณ”

พิศุทธิ์เดินออกไป กะรัตวิ่งตามมาขอโทษ แล้วยื่นมือถือให้ดูว่ามีคนส่งข้อความมาบอกว่าเขากินข้าวกับน้ำผึ้ง พิศุทธิ์โต้ “แล้วคุณก็เชื่อคนที่คุณไม่รู้จัก โดยไม่คิดถามผมซึ่งเป็นสามีของคุณสักคำ อย่างนั้นเหรอ! คุณกลับบ้านเถอะ ผมจะไปทำงานต่อ”

กะรัตรู้สึกตัวเองผิดมหันต์ ตะโกนขอโทษไล่หลังพิศุทธิ์สัญญาจะไม่ให้เกิดเรื่องอีก พิศุทธิ์ขึ้นรถกลับไป น้ำผึ้งเดินเข้ามาด้านหลัง หัวเราะเยาะ “เธอไม่เคย ทำให้ฉันผิดหวังเลยนะ”
กะรัตหันมอง ลำดับความได้เป็นฝีมือน้ำผึ้ง น้ำผึ้งหักซิมการ์ดโชว์ หัวเราะเยาะ กะรัตโมโหเอาสมุดเช็คออกมาถามว่าอยากได้เงินเท่าไหร่ น้ำผึ้งเยาะคิดจะซื้อสามีด้วยเงินอีกแล้ว แต่ตนไม่อยากได้เงิน ตนอยากได้พิศุทธิ์ น้ำผึ้งเดินหนีไปขึ้นแท็กซี่ออกไป กะรัตร้องกรี๊ดๆไม่มีวัน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 17:04 น.