ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สามีตีตรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พวงหยกโมโหวิ่งไล่ตีกะรัตที่รับคำขอแต่งงานของพิศุทธิ์ หาว่าทำอะไรไม่เห็นหัวก๋งบ้าง ทำให้ก๋งเสียใจ...เสียงเจ้าสัวบัญชา โพล่งขึ้น “อั๊วก็โอเคนะ ไม่ได้แย่อะไร”

พวงหยกถลึงตาใส่ที่พ่อไม่ เข้าข้างตนบ้าง เจ้าสัวให้นั่งรอคนมาสู่ขอลูกก็พอ พวงหยกไม่ยอมหันไปสั่งกฤชให้บอกเนื้อแพรล่ามลูกชายตัวเองไว้ อย่าปล่อยมายุ่งกับลูกเรา กะรัตโวย ไม่มีใครขวางตนกับพิศุทธิ์ได้ ตนรักเขา พวงหยกเอานิ้วจิ้มหัวลูก ตราหน้าว่า พิศุทธิ์ก็ไม่ต่างจากผัวทั้งสามคนที่หวังทรัพย์สมบัติของเธอเท่านั้น กะรัตกรีดร้อง

“ไม่จริง! ครั้งนี้จะไม่มีใครทิ้งใคร เพราะกั้งจะจดทะเบียนกับเขา”...พวงหยกแทบช็อก

ด้าน พิศุทธิ์ ถูกหม่อมมลุลีมาต่อว่าถึงบ้าน สั่งห้ามไม่ให้แต่งงานกับกะรัต เอาเรื่องกะรัตดวงกินผัวมาอ้าง แต่พิศุทธิ์โต้ “ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอกครับ ไม่ช้าหรือเร็วผมก็ต้องตาย”

“พูดอย่างนี้แปลว่าหน้ามืดเข้าขั้น เหมือนพ่อชายไม่มีผิด!” หม่อมมลุลีปรี๊ดแตก

ท่าน ชายอ๊อดสะดุ้งปรามแม่วันนี้มาคุยเรื่องหลาน ไม่ใช่ตน แต่หม่อมมลุลียังด่าว่าไปถึงเนื้อแพรเป็นดาราหนังผ่านมือชายมาไม่รู้เท่า ไหร่ เนื้อแพรเหลืออดกัดเล็กๆ บ้างว่า

“หม่อมพูดถูก อาชีพฉันผ่านมือชายให้แตะโน่นแตะนี่ แต่ก็เลี้ยงชายมาจนโต ดีกว่าให้คนบางคนแตะทั้งตัวแต่ไม่เคยเลี้ยงลูกสักแดงเดียว”

ท่าน ชายอ๊อดหน้าเจื่อนติงแม่ไม่น่าเริ่มเลย พิศุทธิ์ยืนกรานไม่เปลี่ยนใจ ตนเห็นใจกะรัตที่แต่งงานสามครั้งแต่ถูกผู้ชายทรยศทั้งหมดสุดท้ายก็ต้องตาย เพราะอุบัติเหตุ แล้วทุกคนก็ประณามว่ากะรัตเป็นผู้หญิงกินผัว ทั้งๆที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย ต้องมาเสียใจและสูญเสีย มันไม่ยุติธรรม

หม่อม มลุลีโกรธ พิศุทธิ์กล่าวขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจ แต่ตนยืนยันว่าจะแต่งงานกับกะรัต หม่อมมลุลีจึง บอกให้ไปหาผู้ใหญ่สู่ขอเอาเอง เนื้อแพรแทรกขึ้นว่าไม่คิดจะรบกวนอยู่แล้ว ตนจะไปสู่ขอให้ลูกเอง พิศุทธิ์หันมองแม่ด้วยความดีใจ เนื้อแพรส่งยิ้มให้ลูกด้วยความรักเต็มหัวใจ

ออกมาหน้าบ้าน หม่อมมลุลีโวยวายใส่ท่านชายอ๊อด หาว่าเนื้อแพรข้ามหัวตนที่ไปสู่ขอกะรัตเอง ท่านชายงงแต่เสนอแนะ “ผมยอมรับว่ากะรัตไม่มีคุณสมบัติที่จะมาร่วมสกุลเรา ยัยนั่นเน่าเสียยิ่งกว่ามูลสัตว์ แต่อย่าลืมสิครับ มูลสัตว์มันแปรรูปเป็นปุ๋ยหมักสร้างเงินให้เราได้”

“นี่พ่ออ๊อดอย่าบอกนะว่า...” หม่อมมลุลียิ้มกระหยิ่มใจกับความฉลาดของลูกชาย...

รถ หม่อมมลุลีแล่นออกไป พิศุทธิ์หันมาขอบคุณเนื้อแพรที่ยืนอยู่ข้างตน เนื้อแพรกล่าวอย่างกังวล “ถ้าถามแม่จริงๆ แม่ไม่เคยแน่ใจในตัวกะรัต หวั่นว่ากะรัตจะพาความวุ่นวายมาให้ลูก  กลัวว่าความสุขที่ลูกหวังมันจะมีแต่อุปสรรค และจากความสุขมันจะกลายเป็นความทุกข์”

“ผมเชื่อว่าคนรักทุกคู่ต้องมี อุปสรรค  ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองเป็นความทุกข์แล้วจมกับมัน  หรือจะมองว่าเป็นบททดสอบแล้วสู้กับมัน ซึ่งผมเชื่อว่าผมกับกะรัตพร้อมจะสู้ครับ”

“แม่อยากให้ชายรู้ว่า เรื่องนี้แม่ไม่เคยอยากสนับสนุน แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่ชายตัดสินใจแล้วแม่ก็จะไม่ขวาง  แต่แม่อยากเตือนไว้ว่าความสุขที่แสนมีค่า   มันมาพร้อมกับบททดสอบที่แสนสาหัสเสมอนะลูก”  เนื้อแพรลูบแก้มลูกด้วยมือทั้งสอง  พิศุทธิ์โผกอดซาบซึ้งกับความรักของแม่

พลัน  กะรัตโทร.เข้ามา  เนื้อแพรเห็นสีหน้าลูกชายยิ้มละไม  จึงตัดสินใจจะทำให้ปัญหาลูกจบลง...กะรัตบอกพิศุทธิ์ว่า  เธอคิดถึงเขาจนอยากจะหอบเสื้อผ้าไปอยู่ด้วยคืนนี้เลย

พิศุทธิ์ทำเสียงดุ “คุณนี่จริงๆเลย  รีบนอนเถอะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกัน”

“เดี๋ยวค่ะ  แล้วผู้ใหญ่ที่คุณจะพามานี่ใครเหรอคะ อย่าบอกนะว่าหม่อมย่าของคุณ”

“ไม่ใช่ ครับ  แม่ผมเอง...ผมรู้ว่ามันลำบากใจ แต่แม่เป็นคนที่ผมรักและเทิดทูนมากที่สุดในชีวิต  พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญที่ชีวิตผมจะเปลี่ยน  ผมอยากให้แม่เป็นส่วนสำคัญในวันนั้น”

“ค่ะ ไม่ว่าผู้ใหญ่ของคุณจะเป็นใคร กั้งไม่มีปัญหา ขอแค่คนที่กั้งรักเป็นคุณก็พอ”

พิศุทธิ์ ให้กะรัตนอน แต่เธอให้เขาจุ๊บ...จุ๊บ...ก่อน เขาเขินไม่อยากทำ  เธอรบเร้าให้ทำก่อนถึงจะนอนหลับ เขาจึงมองซ้ายมองขวาไม่มีใครแล้วยอมทำจุ๊บ...จุ๊บ...กะรัตกระเซ้า  แต่งงานกันเมื่อไหร่จะไม่บังคับให้แค่พูด  แต่จะให้ทำทุกคืนก่อนนอน  พิศุทธิ์อมยิ้มกับความเฮี้ยวของคนรัก

ooooooo

คืนนี้กันตา อยู่เวร ศิวาบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชนถูกพาตัวเข้ามา  กันตาคิดว่าเขาแกล้งอีกจึงทำรุนแรงกับ เขา  พยาบาลรีบกระซิบว่าเขาบาดเจ็บจริงๆ เธอจึงตกใจรีบดูแลทำแผลเข้าเฝือกที่ขาให้  ก่อนจะส่งตัวเข้าพักห้องคนไข้  ศิวาอ้อนจะให้กันตาอยู่ดูแล แต่เธอปฏิเสธไม่ใช่หน้าที่

ศิวาไม่ยอม แพ้  คนอย่างตนถ้าอยากได้อะไรแล้วต้องได้...รุ่งเช้า  ศิวาจึงโวยวายไม่ให้ใครทำแผลนอกจากกันตา  ไม่ทันไร  กันตาโทร.เข้ามาเพื่อบอกเขาว่า โวยวายอย่างไรตนก็ไม่เข้าไปทำให้เพราะตนเป็นแค่หมอฝึกหัด และถือโอกาสสั่งสอน

“คุณนี่มันโดนใครต่อใครพะเน้าพะนอเอาใจจนเสีย นิสัย  คิดว่าคนทั้งโลกต้องทำอย่างที่คุณต้องการ  แต่เสียใจด้วยนะ โลกนี้มันโหดร้ายกว่านั้น  แล้วฉันนี่แหละ จะสอนให้คุณรู้จักความโหดร้ายนั้นเอง” กันตายิ้มเยาะโบกมือยั่วเขาหน้าช่องกระจกประตู  ด้วยออกเวรแล้ว...

เช้า วันนั้น น้ำผึ้งมาถึงที่ทำงาน ตรงจะเข้าห้องพิศุทธิ์เพื่อจะถามเรื่องแหวน ฟองดาวรีบบอกว่าวันนี้พิศุทธิ์ลางานไปทำธุระส่วนตัว ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าอะไร น้ำผึ้งยิ่งคุกรุ่น

เช้าวันเดียวกัน หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดชิงมาหาเจ้าสัวบัญชาก่อน เพื่อเรียกร้องค่าชื่อเสียงเกียรติยศของพวกตนกับพิศุทธิ์ที่จะต้องด่างพร้อย เพราะมาดองกับกะรัต และชวดผลประโยชน์นับสิบล้านที่จะลงทุนกับรัฐมนตรีอิสระไปด้วย เจ้าสัวไม่ค่อยพอใจ แต่เพราะรักหลานคนนี้มาก และสงสารชะตาชีวิตของเธอ จึงยอมเซ็นเช็คให้ไปเป็นเงินจำนวนมาก

กุนตีอ่อนใจที่พวงหยกไม่ยอมลง ไปร่วมฟังการมาสู่ขอกะรัต กุนตีพยายามกล่อมให้แม่ใจอ่อน ว่าพิศุทธิ์เป็นคนดีคนเดียวที่น้องเจอะเจอ แม่ไม่ควรเอาเรื่องเนื้อแพรมาทำลายความสุข

“เลือดเดียวกันมันจะดีไปสักกี่น้ำ แล้วยังท่านชายอ๊อดนั่นอีก กำพืดก๊กนี้ฉันรู้ปรุโปร่ง ตั้งแต่หัวยันหาง”

“ถ้าแม่คิดว่าเลือดไม่ดี แล้วที่กั้งออกนอกลู่นอกทางให้คนนอกเขาคุยกันสนุกปาก แม่จะยอมรับไหมคะว่าเป็นเพราะเลือดในตระกูล”

พวงหยกชะงักเถียงไม่ออกจำต้องยอมลงไปร่วมวงแต่ออกตัวไว้ก่อนว่าตนจะนั่งเป็นหัวหลักหัวตอเท่านั้น อย่ามาถามความคิดเห็นใดๆ...แต่พอลงมาเห็นเนื้อแพรเดินเข้ามาในบ้านพร้อมพิศุทธิ์เท่านั้น พวงหยกก็โวยวายขับไล่ เนื้อแพรยกใหญ่ เจ้าสัวเอ็ด "อั๊วให้กุ้งบอกลื้อแล้วไงว่าให้ลงมานั่งเฉยๆไม่ต้องพูดอะไร แค่รับรู้ว่ามีผู้ใหญ่มาสู่ขอลูก ที่เหลืออั๊วจัดการเอง"

กะรัตเข้าอ้อนแม่ "ได้โปรดเถอะ เปิดใจพิจารณา พิจารณาคุณพิศุทธิ์ก่อนแล้วค่อยตัดสินผัวคนก่อนๆกั้งไม่เคยขอร้องแม่และไม่เคยแคร์ด้วยว่าคนในบ้านจะชอบไหม ซึ่งแม่ก็ไม่เคยมีปัญหา แล้วกับผู้ชายที่ดีคนนึงที่กั้งแคร์เขา แม่จะยอมรับเพื่อกั้งไม่ได้เลยเหรอ"

"ฉันยอมรับแน่ ถ้ามันไม่ใช่ลูกของ..."

เจ้าสัวปรามอย่าเอาเรื่องของผู้ใหญ่มาเกี่ยวกับรุ่นลูก แต่พวงหยกยังโวยวายรับไม่ได้เนื้อแพรจึงโพล่งขึ้น "ถ้าเหตุผลเดียวที่คุณไม่ยอมรับพิศุทธิ์ คือเรื่องดิฉันกับคุณกฤช งั้นคุณก็เลิกคิดได้แล้วล่ะค่ะ เพราะนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดิฉันกับคุณกฤชจะไม่มีการติดต่อกันอีก"

กฤชตกใจมองหน้าเนื้อแพร  แต่เธอไม่สนใจกลับบอกให้เริ่มพิธี เจ้าสัวจึงเชิญทุกคนที่ห้องรับแขก พวงหยกยังหาว่าเนื้อแพรแสดงได้สมบทบาทนักแสดง ตนไม่มีวันเชื่อกฤชตำหนิ

"คนที่คิดแต่เรื่องลบๆแบบนี้ ในโลกนี้มีแต่คุณเท่านั้นที่คิดได้"

พวงหยกท้าจะคอยดูว่าที่ตนคิดไม่ผิด....กฤชเข้ามานั่งตรงข้ามเนื้อแพรเขาเหลือบมองเธอตลอดเวลาเจ้าสัวเริ่มเอ่ยว่า งานแต่งงานครั้งนี้ตนไม่เรียกร้องสินสอดใดๆแต่เนื้อแพรไม่เห็นด้วยพวงหยกแขวะ จะเอาอัฐยายมาซื้อขนมยายทำไม กุนตีกับกันตาปรามแม่ไม่ให้พูดอะไร

กะรัตโพล่งขึ้น "กั้งกับคุณพิศุทธิ์คุยกันไว้ว่า เราจะจัดงานแต่งงานง่ายๆไม่ใหญ่โต เชิญเฉพาะผู้ใหญ่และเพื่อนสนิท" พวงหยกแขวะเงินเดือนแค่นั้นจะเอาเงินที่ไหนมาจัดงานกะรัตกล่าวต่อ "กั้งเคยแต่งงานมาหลายหนแล้ว กั้งเลยไม่อยากได้พิธีรีตองอะไรอีกไม่อยากได้ฤกษ์ดีอยากได้แค่ฤกษ์ที่กั้งชอบ กั้งเลยเลือกแต่งงานในวันเกิดกั้ง"

"วันเกิดแกก็อีกสองอาทิตย์น่ะสิ นานไปรึเปล่าวแม่คู๊ณ....ขนข้าวของย้ายมาอยู่วันนี้พรุ่งนี้เลยดีกว่า ยังไงก็กระเหี้ยนกระหือรือกันขนาดนี้แล้ว"

กุนตีกับกันตาปรามแม่พร้อมกันเจ้าสัวสั่งให้พวงหยกออกไป กะรัตหันมาขอโทษเนื้อแพรกับพิศุทธิ์ เจ้าสัวถือโอกาสเอาคำพูดพวงหยกมาอ้างขอคุยส่วนตัวกับพิศุทธิ์กะรัตรู้สึกกังวล

เจ้าสัวพาพิศุทธิ์มาคุยในห้องทำงานแล้วบอกเขาว่า ที่ตนพูดว่าพวงหยกพูดแบบนั้นน่ะดีแล้ว ไม่ได้แปลว่าเห็นด้วยแต่เห็นว่ามันทำให้เขารู้ว่าต่อไปข้างหน้าจะเจอปัญหาอะไรบ้าง อยากให้เขาคิดทบทวนดูให้ดีว่ายังพร้อมจะร่วมชีวิตกับกะรัตต่อไปไหม...

ด้านที่ทำงานพิศุทธิ์ พนักงานเปิดข่าวอินเตอร์เน็ตเจอภาพพิศุทธิ์ขอกะรัตแต่งงานกลางแคตวอล์ค ก็ตื่นเต้นกันใหญ่ น้ำผึ้งมาถึงไม่ทันได้ดูเพราะหัวหน้าเรียก เผอิญพนักงานบุคคลมายื่นกระดาษให้และบอกว่ามีลูกค้าขอที่อยู่พิศุทธิ์จะส่งเอกสารด่วนไปให้วันนี้ น้ำผึ้งจึงไม่ทันเห็นภาพข่าวแต่ดีใจที่รู้ที่อยู่เขา น้ำผึ้งขอลาครึ่งวันอ้างไปพบหมอ...

พิศุทธิ์กำลังยืนยันกับเจ้าสัวว่าทุกคำที่เขาพูดบนเวทีเป็นความจริงจากใจ "ผมทราบดีว่าการร่วมทางกับกั้งมันไม่ใช่เรื่องง่ายและผมก็ทราบว่าผมจะต้องเจออะไรบ้าง ผมยอมรับว่ามันหนัก แต่ถ้าให้ผมทิ้งกั้งไว้กับปมอดีตเหมือนที่ผ่านมาผมทำไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านถามว่าผมพร้อมไหม ผมพร้อมแล้วครับที่จะพากั้งไปจากอดีตเพื่อสร้างปัจจุบันและอนาคตของเรา"

เจ้าสัวบัญชาปลื้มใจมองคนไม่ผิด...กะรัตเดินงุ่นง่านอยู่หน้าห้องทำงานดีดนิ้วป๊อกๆชี้ให้นวลไปแอบฟังที่ประตูห้อง นวลจำใจเอาหูแนบ ทันใดข้างในเปิดประตูออกมานวลรีบเฉไฉทำเป็นมองหาจิ้งจกหน้าตาเฉย กะรัตรี่เข้าถามคุยอะไรกันนาน เจ้าสัวกระเซ้า

"ก็คุยว่าคุณชายจะเปลี่ยนใจไหม" กะรัตตาเขียวทันทีเจ้าสัวแซว "ดุอย่างนี้นี่เอง คุณชายถึงไม่กล้าเปลี่ยนใจ"

กะรัตดีใจโผกอดพิศุทธิ์ “ต่อให้คุณเปลี่ยนใจ กั้งก็ไม่มีวันยอมหรอก”

“ถ้าประกาศซะขนาดนี้ งั้นก็รีบไปจัดงานแต่งซะ” เจ้าสัวขำ กะรัตร้องเย้ๆที่ทุกอย่างโอเค

ส่วนกฤชเสียใจกับการตัดสินใจของเนื้อแพร กะรัตเข้ามาหากฤชที่ยืนเศร้าอยู่ริมสระ

“เพราะกั้งหรือเปล่าคะ ที่ทำให้พ่อกับคุณเนื้อแพรต้องมาจบความสัมพันธ์กัน”

“มันไม่เกี่ยวกับลูกหรอก พ่อกับเนื้อแพรไม่มีอะไรกัน ที่พ่อชอบเขาเพราะเขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ตรงกันข้ามกับเวลาอยู่กับแม่ของกั้ง”

กะรัตตัดสินใจถามพ่อเคยรักแม่ไหม กฤชตอบว่าเคย แต่เพราะความไม่เชื่อใจกัน เหมือนบ้านหลังหนึ่งประกอบด้วยเสาหลายต้นถึงจะมีความคงทน ก็เหมือนครอบครัวจะใช้เพียงความรักอย่างเดียวไม่ได้ มันต้องประกอบด้วยความเชื่อใจให้อภัยกัน ครอบครัวก็จะแข็งแรง กะรัตคิดตาม...พวงหยกแอบมองสองพ่อลูกคุยกันอย่างกรุ่นๆ จะไม่ยอมให้เนื้อแพรมาปอกลอกกะรัตได้อีก

ooooooo

น้ำผึ้งมากดออดหน้าบ้านพิศุทธิ์อยู่พักใหญ่ พอดีรถเนื้อแพรแล่นมา ทั้งสองตะลึงเมื่อสบตากัน น้ำผึ้งรีบเดินหนีกลับออกไป เนื้อแพรลงจากรถมาชะเง้อมองอย่างสงสัย

น้ำผึ้งมาหลบนั่งในร้านข้างทาง แล้วเลียบเคียงถามแม่ค้าว่าบ้านหลังนั้นเป็นบ้านใคร พอรู้ว่าบ้านเนื้อแพรอยู่กับลูกชายชื่อพิศุทธิ์ก็แทบช็อก เกิดสงสัยเนื้อแพรบอกเรื่องตนกับพิศุทธิ์ เขาถึงไม่ให้แหวนแก่ตน คิดแล้วน้ำผึ้งจะต้องหาทางอธิบายกับเขาให้ได้

พอพิศุทธิ์มาทำงาน ฟองดาวก็แสดงความยินดีด้วย และบอกทุกคนในบริษัทเห็นข่าวแล้ว  ทันใดเนื้อแพรโทร.เข้ามาบอกว่าเห็นน้ำผึ้งมาที่บ้าน ให้เขาจัดการเคลียร์กับเธอให้เรียบร้อย

“เรื่องของสายน้ำผึ้งกับหนูกั้งไม่ใช่การทะเลาะเพราะการไม่มีแล้วถึงแย่ง  แต่มันเป็นเรื่องของความอิจฉาริษยา สายน้ำผึ้งหักหลังเพื่อนอย่างเลือดเย็น แม่เตือนชายไว้เลยนะลูก ผู้หญิงคนนี้อันตราย ถ้าเธอรู้ว่าชายเป็นคนรักของหนูกั้ง เขาต้องไม่ปล่อยชายมีความสุขกับหนูกั้งแน่ๆ”

พิศุทธิ์ตัดสินใจโทร.หาสายน้ำผึ้ง เธอรับสายเลยไม่ทันได้ดูภาพข่าวที่แม่ค้ากำลังจะเปิดให้ดู พิศุทธิ์นัดเจอกับเธอเย็นนี้ เธอดีใจพลาดชนชั้นขายหนังสือล้ม ตัวเองก็ล้มด้วย มีคนพาเธอส่งโรงพยาบาล...รสสุคนธ์กำลังอ่านข่าวพิศุทธิ์กับกะรัตก็พอดีน้ำผึ้งโทร.ให้ไปรับที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าเด็กปลอดภัยก็โล่งอก พลันได้ยินเสียงน้ำผึ้งโวยวายจะออกจากโรงพยาบาลไปตามนัดพิศุทธิ์ เพราะคิดว่าเขาจะเอาแหวนให้ รสสุคนธ์ทนไม่ไหวเอาภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ให้ดู น้ำผึ้งเหมือนถูกเฉือนหัวใจ กรีดร้อง... ไม่จริง ตนไม่เชื่อ แล้วเป็นลมหมดสติไป

หลังจากนั้นไม่นาน น้ำผึ้งฟื้นขึ้นมาเห็นรสสุคนธ์เข้าห้องน้ำ จึงแอบหนีออกมา ชนเข้ากับศิวาที่นั่งรถเข็นออกมามองหากันตา เขาโวยวายที่เธอไม่ขอโทษหนีไปดื้อๆ...

น้ำผึ้งกำหนังสือพิมพ์หน้าข่าวพิศุทธิ์กับกะรัต นั่งหน้าเครียดในแท็กซี่ในใจพร่ำร้องว่าพิศุทธิ์เป็นของตน

เมื่อถึงร้านที่นัดกับพิศุทธิ์ไว้ น้ำผึ้งถือถุงบางอย่างเข้ามา เธอกล่าวขอโทษที่มาสาย พิศุทธิ์เห็นเสียเวลาไปมากแล้วจึงตัดสินใจจะคุยเรื่องกะรัต แต่น้ำผึ้งชิงขอสั่งอาหารทานก่อน อ้างว่าหิว เธอสั่งผัดไทยและยื่นถุงในมือให้พนักงานเอาใส่จานมาให้ด้วย ปรากฏว่าของที่เธอนำมาก็เป็นผัดไทยเช่นกัน น้ำผึ้งให้พิศุทธิ์ลองชิมผัดไทย

ทั้งสองจานว่ารสชาติจานไหนอร่อยกว่ากัน พิศุทธิ์ยอมรับว่าที่เธอนำมาอร่อยกว่า น้ำผึ้งยิ้มเยือกเย็นพยายามอธิบายกับเขาว่า

“ฉันซื้อมาจากร้านข้างถนน ของที่ใช้ก็สด เครื่องก็เยอะเหมือนกัน แต่แปลกที่คนกลับเลือกเชิดชูผัดไทยในร้านนี้ เพียงเพราะมันขายในร้านหรู อยู่บนจานราคาแพง”

พิศุทธิ์เริ่มรู้สึกว่าน้ำผึ้งต้องรู้อะไรมา จึงจะแทรกพูดเรื่องกะรัต แต่น้ำผึ้งไม่เปิดโอกาส เธอพยายามโยงให้เขาเห็นว่าของถูกอย่างเธอก็มีดีไม่แพ้ของแพงอย่างกะรัต พิศุทธิ์ตัดบทเมื่อเธอรู้เรื่องแล้วก็จะบอกว่าเขารู้เรื่องเธอกับกะรัตมาก่อน น้ำผึ้งหาว่าเนื้อแพรเข้าใจผิด ตนไม่ได้แย่งสามีเพื่อน เขาเป็นของตนมาก่อน

“ผมทราบครับ ผมไม่โทษคุณสองคน ผมโทษความเห็นแก่ตัวของผู้ชาย”

“งั้นคุณก็เข้าใจว่าฉันไม่ผิด ฉันก็มีโอกาสที่จะถูกคุณเลือกเท่าๆกับกั้งสิ”

“ผมขอโทษครับ ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นตัวเลือกเลย” พิศุทธิ์พยายามพูดไม่ให้น้ำผึ้งเสียใจ

“ถ้าพูดความหมายตรงๆ คุณไม่เคยเห็นฉันอยู่ในสายตาเลย” น้ำผึ้งโพล่งขึ้น เห็นเขานิ่งก็รู้สึกเจ็บปวดมาก ลุกพรวดขึ้น “งั้นฉันก็ขอให้คุณโชคดี” น้ำผึ้งเดินออกจากร้านไปทันที

พิศุทธิ์เห็นฝนข้างนอกโปรยปรายนึกเป็นห่วงจึงตามน้ำผึ้งออกมา ขอร้องให้เธอกลับเข้าไปในร้านอย่าตากฝนแบบนี้มันไม่ดีต่อเด็กในท้อง น้ำผึ้งยิ่งปวดร้าวน้ำตาไหลพรากตวาด

“เลิกทำดีกับฉันสักที! คุณรู้ตัวไหมว่าคุณใจร้ายมาก ฉันพยายามจะยืนได้ด้วยตัวเอง แล้วคุณก็ยื่นมือมาช่วยพยุง พอฉันจับมือคุณ ไว้ใจเดินไปกับคุณ คุณก็ผลักฉันทิ้งแล้วก็วิ่งไปหาคนอื่น...เป็นเพราะกั้งใช่ไหม  กั้งสั่งให้คุณเป็นตัวแทนเขามาสมน้ำหน้าผู้หญิงหน้าโง่อย่างผึ้งใช่ไหม”

พิศุทธิ์เข้าจับแขนน้ำผึ้งปลอบว่าปัญหาของเธอกับกะรัตมันเป็นอดีต อยากให้เธอมองอนาคตและมาเป็นเพื่อนกันได้ น้ำผึ้งปรี๊ดแตก ตะโกนใส่และทุบตีเขายกใหญ่

“เพื่อนเหรอ! คนอย่างกั้งมันรู้จักคำว่าเพื่อนดีแค่ไหน ฉันไม่มีเพื่อนอย่างมัน ที่สำคัญฉันไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับคุณ คุณไม่รู้เหรอว่าฉันรู้สึกกับคุณยังไง...คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ทำไมต้องเป็นนังกั้ง ทำไมต้องเป็นมัน...ฉันเกลียดคุณ!” น้ำผึ้งผลักพิศุทธิ์ออกแล้ววิ่งตากฝนไป

พิศุทธิ์ยืนอึ้งครุ่นคิดถึงคำตัดพ้อของน้ำผึ้ง เป็นห่วงเธอก็ห่วงแต่ไม่อยากสานต่อ ไม่ทันไรน้ำผึ้งวิ่งกลับมาตะโกนลั่นว่า “ฉันโกหก...ที่ฉันบอกว่าฉันเกลียดคุณ ฉันโกหก ฉันรักคุณ!”

ระหว่างนั้น กุนตีแวะมาหากะรัตที่ร้าน เห็นน้องคร่ำเคร่งออกแบบชุดแต่งงานก็โล่งใจจึงอวยพรให้ชีวิตรักครั้งนี้สมหวังอย่าพังเพราะความใจร้อนอีก กะรัตสัญญาจะเปลี่ยนตัวเองไม่ขาดสติอีก กุนตีแย็บ “รวมถึงสายน้ำผึ้งด้วยใช่ไหม...”

กะรัตปรี๊ด...อย่าเอ่ยชื่อนี้อีก กุนตีเอ็ดแค่นี้ก็สติแตกแล้ว กุนตีสอนให้รู้จักอภัย กะรัตกลับบอกว่า กับคนอื่นๆได้ยกเว้นมัน กุนตีชักหวั่นใจเพราะโบราณว่ายิ่งเกลียดยิ่งเจอ...กะรัตเปลี่ยนเรื่องชวนพี่สาวไปหาร้านอร่อยๆทาน สองพี่น้องขับรถมาร้านประจำแต่มันปิด จึงมาอีกร้าน เผอิญเห็นรถพิศุทธิ์จอดอยู่ก็แปลกใจที่เขาไม่ได้บอกว่ามาทำอะไร กุนตีเตือนว่าพิศุทธิ์อาจจะมาคุยงานกับลูกค้าอย่าไปกวนเขา กะรัตว่าตนกำลังจะเป็นภรรยา ตนมีสิทธิ์เข้าไปร่วมด้วย กุนตีติงไม่ทันแต่งก็แสดงอำนาจแล้ว แนะให้โทร.เข้าไปแต่พิศุทธิ์ก็ไม่รับสาย

ด้านพิศุทธิ์กำลังอึ้งกับคำสารภาพของน้ำผึ้ง เธอรำพันว่าที่ทำทุกอย่างเพื่อให้เขาหันมอง น้ำผึ้งโผกอดพิศุทธิ์ร่ำไห้ “ผู้หญิงคนนั้นต้องไม่ใช่กั้ง มันต้องเป็นฉัน ...ผู้หญิงที่อยู่ในหัวใจของคุณขอให้เป็นฉันได้ไหม”

พิศุทธิ์ดันตัวน้ำผึ้งออก และกล่าวหนักแน่น “ขอโทษครับ...ผมรักกั้งครับ”

น้ำผึ้งชาวูบไปทั้งตัว เสียงกะรัตที่ว่าตนเป็นผู้หญิงหน้าโง่ถูกผู้ชายหลอกฟัน สุดท้ายต้องแบกก้อนเลือดชั่วๆไว้ประจานความเลวของตัวเอง ลูกออกมาก็ต้องทนทุกข์เป็นลูกไม่มีพ่อ...น้ำผึ้งปิดหูส่ายหน้าร้องไห้วิ่งหนีไป พิศุทธิ์ห่วงเธอแต่ตัดใจกลับเข้าร้าน สวนกับกะรัตเฉียดฉิวที่เธอขึ้นรถขับออกไป

น้ำผึ้งเดินน้ำตาไหลเหม่อลอยมาถึงหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง เห็นรถบ่าวสาวติดโบว์ใหญ่ที่หน้าหม้อรถ ก็เกิดสติแตกเข้ากระชากดึงทึ้งมันออก พนักงานเข้าจับเธอไว้ จู่ๆเธอก็ปวดท้องร้องโอดโอย พนักงานจึงส่งเธอไปยังโรง- พยาบาล...รสสุคนธ์ตามมาดูแล เมื่อไม่เป็นอะไรจึงพากลับ

มาถึงบ้าน รสสุคนธ์ถามไถ่น้ำผึ้งว่าไปทำอะไรมา เธอตอบนิ่งๆว่า ไปเผชิญความจริงมา  โลกนี้ไม่ยุติธรรม ตนจะสร้างความยุติธรรมให้แก่ชีวิตตัวเอง รสสุคนธ์งงกับท่าทีของหลานสาว

เมื่อพิศุทธิ์เล่าเรื่องน้ำผึ้งให้เนื้อแพรฟัง เธอตกใจเกรงจะมีปัญหาตามมาแน่ๆ เตือนให้เขาอยู่ห่างเธอเข้าไว้ แต่พิศุทธิ์หนักใจเพราะทำงานที่เดียวกัน เนื้อแพรถอนใจ

“ชายบอกสายน้ำผึ้งไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่ชายต้องบอกกั้ง ถ้าชายไม่อยากมีปัญหาก่อนที่หนูกั้งจะรู้จากสายน้ำผึ้ง แล้วตอนนั้นหนูกั้งจะไม่ไว้ใจสายน้ำผึ้งและตัวชายอีก”

พิศุทธิ์รับคำ กดโทร.หากะรัตทันที แต่เธอกลับคุยเล่นไม่ฟัง และว่าจะรีบเข้านอนเพื่อพรุ่งนี้จะไปหาซื้อผ้ามาตัดชุดแต่งงาน ว่าแล้วก็วางสายไป พิศุทธิ์อ่อนใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ศิวาทำกายภาพบำบัดอยู่ เขาให้พยาบาลช่วยถ่ายภาพส่งไปให้กันตา โดยอ้างว่ากันตาเคยให้เบอร์โทร.ไว้แต่ตนลืมเซฟ พยาบาลจึงกดเบอร์ให้ใหม่ เขายิ้มกริ่ม

กันตากำลังบ่นกับกุนตีว่ามีพวกคุณหนูเอาแต่ใจมาจีบน่ารำคาญ ศิวาส่งรูปพร้อมข้อความ ถ้าเขาเดินได้เธอต้องไปเดทกับเขา...กันตาส่งข้อความกลับทันที ว่าไม่มีเวลาไปเดทกับเขา แฟนตนรออยู่...จากนั้นกันตาเหมือนรอข้อความศิวาส่งกลับ กุนตีมองแล้วแกล้งคว้ามือถือมาวางข้างตัว กันตาร้องลั่น กุนตีจึงแซว ไหนบอกว่าไม่สนใจแล้วจะรอข้อความเขาทำไม

“ก้อยไม่ได้สนใจเขา ก้อยคอยดูว่ามีข้อความฉุกเฉินเข้ามารึเปล่า” กันตาเฉไฉ

กุนตีกับนวลร้องพร้อมกัน เหรอ...พลันมีข้อความเข้ามา กันตารีบคว้ามือถือวิ่งออกไปอ่านหน้าบ้าน ศิวาส่งข้อความมาว่า...ผมคิดถึงคุณ...กันตาเผลอยิ้ม กุนตีแอบมองอย่างรู้ทัน

ด้านน้ำผึ้งลาป่วยหนึ่งอาทิตย์ รสสุคนธ์หลงยินดีที่หลานคิดได้หันมาใส่ใจลูกในท้อง แต่เปล่าเลย ในใจน้ำผึ้งครุ่นคิดจะทำลายความรักของกะรัต...ในขณะที่กะรัตกับพิศุทธิ์กำลังเลือกรูปแบบการจัดงานอยู่ที่ร้านเวดดิ้ง กะรัตสังเกตเห็นสีหน้าพิศุทธิ์อมทุกข์ ก็แหย่ว่าเดี๋ยวแก่เร็ว พิศุทธิ์อยากจะบอกกะรัตเรื่องน้ำผึ้ง แต่ไม่มีโอกาสเสียที จู่ๆกะรัตก็ถามถึงเรื่องเรือนหอ เขาจึงนึกได้ว่าสามีฟองดาวเลขาเขาเป็นนายหน้า หาไว้แล้วว่าจะให้เธอไปดู ท่าทางกะรัตตื่นเต้นมาก

แต่พอได้มาดู กะรัตก็รู้สึกว่ามันเล็กน่าอึดอัด แต่ต้องทำยิ้มยินดีเกรงพิศุทธิ์จะเสียน้ำใจ ค่ำวันนั้น กะรัตมาอ้อนเจ้าสัวบัญชาให้ช่วยเรื่องเรือนหอ และหาวิธีพูดกับพิศุทธิ์ด้วย...วันรุ่งขึ้นเจ้าสัวเรียกพิศุทธิ์มาพบที่บ้าน

หลังใหญ่สวยหรูหลังหนึ่ง เพื่อบอกว่าเป็นของขวัญแต่งงาน กะรัตทำหน้าตื่นเต้นไม่รู้เรื่องมาก่อน แต่พิศุทธิ์ปฏิเสธ เจ้าสัวอึ้ง กะรัตเศร้าเสียดาย

“กั้ง...ถ้าผมรู้ไม่ทันคุณ ผมไม่เลือกคุณเป็นคู่ชีวิตผมหรอก...ผมต้องขอบคุณท่านเจ้าสัวที่เมตตา แต่ผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ ขอบพระคุณมากนะครับ” พิศุทธิ์ยกมือไหว้แล้วหันหลังกลับ

กะรัตอ้อนวอนเจ้าสัวให้ช่วย เจ้าสัวจึงตามมาอธิบายให้พิศุทธิ์เห็นแก่ตนสักครั้ง ตนรู้ว่าเขาหยิ่งในศักดิ์ศรีตัวเอง แต่หลานสาวตนต้องอยู่กินกับเขาทั้งชีวิต ให้คิดเสียว่าเราทำเพื่อคนที่เรารัก พิศุทธิ์ไม่อยากให้ใครประณามว่าเป็นหนูตกถังข้าวสาร เจ้าสัวให้แง่คิด

“ระหว่างคนนอกบ้านที่ไม่ว่าเราจะทำดีแค่ไหน เขาก็ไม่เคยเห็นเราดี...กับคนในบ้าน ที่ไม่ว่าเราจะทำอะไรไม่ดี เขาก็รักและเห็นเราดี เราควรจะเลือกแคร์ใครกว่ากัน คุณพิศุทธิ์”

พิศุทธิ์เถียงไม่ออก เจ้าสัวให้เขาเลือกระหว่างศักดิ์ศรีกับความสุขของกะรัต...พิศุทธิ์มาติงกะรัต ครั้งนี้ตนยอมเพื่อความสุขของเธอ แต่ต่อไปอย่าเอาสมบัติมายัดเยียดให้ตนอีก...กะรัตขอบคุณเจ้าสัว เจ้าสัวถือโอกาสเตือน  เธอโตมากับการโดนคนเอาใจ พะเน้าพะนอ แต่ต่อไปต้องไปอยู่กับคนอื่นอย่าเอาแต่ใจ อย่าหวั่นไหวง่ายๆ และอย่าคิดว่าเขาเป็นสิทธิ์ขาด เขาเป็นคนไม่ใช่สิ่งของ กะรัตจึงบอกว่าครั้งนี้ตนจะจดทะเบียนตีตราเขาเป็นสามีเพียงคนเดียว เจ้าสัวฟังแล้วปลง  เหตุการณ์นี้ไม่รอดพ้นสายตาพวงหยกไปได้ เธอเข่นเขี้ยวจะไม่ยอมเสียอะไรให้อีกสักบาท

พิศุทธิ์กลับมาบ้าน พบว่าท่านชายอ๊อดซื้อรถสปอร์ตมาให้หนึ่งคันก็แปลกใจว่าพ่อไปรวยมาจากไหน เนื้อแพรบอกว่าได้ข่าวว่าหม่อมมลุลีซื้อเครื่องเพชรอีกหลายชุดด้วย

ooooooo

เวลาที่ผ่านไป กะรัตนั่งหลังขดหลังแข็งปักชุดแต่งงาน และเรียนทำอาหารจากเนื้อแพร พิศุทธิ์ดูแลตกแต่งเรือนหอ กันตาลางานสามวันมาช่วยกุนตีจัดหาของชำร่วย จากนั้นว่าที่บ่าวสาวยังต้องให้สัมภาษณ์และถ่ายปกหนังสือนิตยสารชื่อดังอีกด้วย

คืนก่อนแต่งงาน กะรัตคุยโทรศัพท์กับพิศุทธิ์ เธอกระเซ้า ถ้าก๋งไม่ห้ามเจอกันก่อนวันแต่งงาน ตนคงไปหาเขาแล้ว กะรัตถามพิศุทธิ์คิดถึงตนไหม เขาตอบว่าครับ...เธอโวยคุยตั้งยาวเขาตอบสั้นนิดเดียว พิศุทธิ์จึงแกล้งพูดว่าคร้าบ...ยาวๆ กะรัตหัวเราะ

“ต๊าย! เพิ่งรู้ว่าผู้ชายนิ่งๆอย่างคุณก็มีลีลากับเขาเหมือนกัน เดี๋ยวคืนส่งตัวพรุ่งนี้จะดูสิ คุณจะมีลีลาจริงรึเปล่า”

พิศุทธิ์เขิน เอ็ดให้เธอนอนเสีย พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า กะรัตให้เขาจุ๊บๆก่อน แล้วพรุ่งนี้...กะรัตทำเสียงหื่น เฮ่อๆๆ พิศุทธิ์ขำ “คุณนี่...จริงๆเลย รีบนอนเถอะพรุ่งนี้จะได้เจอกัน วันของเรา”

“คุณพิศุทธิ์คะ...กั้งรักคุณที่สุดเลย” กะรัตยิ้มมีความสุข ไม่ต่างจากพิศุทธิ์ที่หัวใจพองโต...

เช้าวันแต่งงาน พิศุทธิ์นั่งอยู่กลางวงผู้ใหญ่รอกะรัตเข้าพิธีสวมแหวน พวงหยกเหล่มองหม่อมมลุลีกับเนื้อแพรอย่างเหยียดๆ กันตาส่งเสียงว่าเจ้าสาวมาแล้ว ทุกคนหันมอง เห็นกะรัตในชุดไทยสวยสง่าสมการรอคอย พิธีสวมแหวนผ่านไปด้วยดีเข้าสู่พิธีรดน้ำสังข์ เจ้าสัวอวยพรให้บ่าวสาวมั่นคงในความรัก หม่อมมลุลีเข้ามารดน้ำอวยพรแขวะกะรัต ขอให้พิศุทธิ์อายุยืนยาว อย่าโดนอาเพศใดๆ และย้ำกะรัตช่วยทำตัวให้สูงส่งสมกับที่ได้เข้ามาอยู่ในราชสกุลของตน ไม่ต่างจากพวงหยกที่กระทบพิศุทธิ์

อย่าหวังจะได้อะไรจากลูกสาวตนอีก เพราะตนจะดูแลสมบัติแทนลูกโง่ๆเอง กุนตีติงแม่ให้เห็นแก่กะรัตบ้าง...เนื้อ-แพรเข้ารดน้ำอวยพรด้วยความจริงใจ

“จำไว้ว่าชีวิตคู่คือชีวิตของคนสองคน จะดีจะร้ายลูกสองคนต้องจับมือยึดมั่นประคับประคองกันไว้ หากวันนึงมีบุคคลที่สาม ก็จงเชื่อมั่นในคนของเราไว้ก่อน ใครก็มาแทรกกลางไม่ได้”

พิศุทธิ์รู้ว่าแม่สื่อถึงน้ำผึ้ง...หลังจากนั้น กฤชนำเจ้าหน้าที่เขตมาทำการจดทะเบียนสมรส พวงหยกทะลุกลางปล้อง ให้ทนายของตนแยกทรัพย์สินก่อน กะรัตหน้าเสีย พิศุทธิ์โพล่งขึ้นว่าไม่จำเป็น เพราะตนได้ให้ทนายของตนจัดการเรื่องทรัพย์สินไว้เรียบร้อยแล้ว เนื้อแพรพาทนายเข้ามายื่นเอกสารให้ ท่านชายอ๊อดเคืองบ่นกับหม่อมมลุลีว่าทำไมลูกถึงโง่แบบนี้

เจ้าสัวชื่นชมในความบริสุทธิ์ใจของพิศุทธิ์จริงๆ เมื่อเสร็จสิ้นการจดทะเบียน กะรัตกอดใบทะเบียนสมรสด้วยความดีใจสุดๆ พิสุทธิ์ติงว่ามันเป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียว ถ้าใจตนไม่อยู่กับเธอ กระดาษแผ่นนี้ก็รั้งตนไว้ไม่ได้ ที่ตนอยู่กับเธอเพราะความรัก กะรัตยิ้มปลื้ม

“สามีใครน้า ปากหวานจัง แบบนี้กั้งรักตายเลย”

พิศุทธิ์ขอสัญญาจากเธอข้อหนึ่ง “เมื่อเรากำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมอยากให้คุณลืมเรื่องเก่าๆซะ เลิกผูกใจเจ็บ เลิกโกรธแค้นใครๆซะที”

“ใครบ้างล่ะคะ...อ๋อ คุณหมายถึงพวกแฟนเก่าๆ ของกั้งใช่ไหม”

พิศุทธิ์จะโยงเข้าเรื่องน้ำผึ้ง นวลโผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน เตือนให้เตรียมตัวไปโรงแรม กะรัตนึกได้รีบไปแต่งตัวใหม่ พิศุทธิ์อ่อนใจไม่ได้บอกเรื่องน้ำผึ้งเสียที...

ด้านน้ำผึ้ง ทำทีเหมือนสบายใจหันมาดูแลลูกในท้องให้รสสุคนธ์ตายใจ แต่จริงๆแล้วเตรียมตัวไปทำลายงานแต่งงานของกะรัต เธอแกล้งขอให้รสสุคนธ์ไปซื้อราดหน้าปากซอยให้แล้วรีบแต่งตัวหนีออกไป...น้ำผึ้งสวมชุดราตรีสีดำ เข้ามาในโรงแรมที่กะรัตจัดงาน

ภายในงาน ทุกคนแต่งตัวเฉิดฉาย บ่าวสาวกำลังขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อ จากนั้นก็ถึงเวลาโยนช่อดอกไม้...น้ำผึ้งก้าวเท้าเข้ามา ช่อดอกไม้ลอยมาตกแทบเท้า ทุกคนแหวกออกหันมอง กะรัตและพิศุทธิ์เห็นน้ำผึ้งก็ตกตะลึง พิศุทธิ์จับกะรัตไว้ไม่ให้ลงไปทำอะไร...น้ำผึ้งเริ่มยั่วอารมณ์ว่า ตนมาเป่าเค้กวันเกิดด้วยเหมือนทุกปีที่ผ่านมา กะรัตกราดเกรี้ยวตนไม่มีเพื่อนสารเลวอย่างเธอและไล่ให้ออกไป พิศุทธิ์ปรามให้ใจเย็น น้ำผึ้งไม่รอช้าแสดงความยินดีกับพิศุทธิ์...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 17:37 น.