ข่าว

วิดีโอ



สามีตีตรา

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

พิศุทธิ์โล่งใจที่หมอบอกว่ากะรัตพ้นขีดอันตราย แต่เธอยังไม่ฟื้น เนื้อแพรบีบมือให้กำลังใจลูกชาย พวงหยกดีใจเผลอกระโดดกอดกฤชน้ำตาไหลพราก แต่แล้วหมอกลับถามขึ้นว่า

“เอ่อ...ไม่ทราบใครคือคุณพิศุทธิ์เหรอครับ” พิศุทธิ์ยกมือ “คุณนี่เองที่เป็นกำลังใจสำคัญให้คนไข้ คนไข้เพ้อเรียกแต่ชื่อคุณ ผมว่าคุณน่าจะเข้าไปดูเธอสักหน่อย”

พวงหยกโวย แล้วตนล่ะ เจ้าสัวปรามไม่ใช่เวลา ของเธอ กันตาขอให้ทุกคนค่อยมาเยี่ยมกะรัตพรุ่งนี้ คุณหมอเดินนำพิศุทธิ์เข้าไปในห้องฉุกเฉิน...พิศุทธิ์เห็นสภาพกะรัตมีสาย ระโยงระยางเต็มไปหมดก็เข้ากุมมือเธอน้ำตาเอ่อ ไม่อาจทนเข้มแข็งต่อไปไหว เขากุมมือเธอขึ้นแนบแก้ม กะรัตแม้จะไม่ได้สติ แต่ในสำนึกของเธอโหยหาแต่เขา น้ำตาเธอไหลออกมาทั้งที่ตาหลับ

ขณะเดียวกัน ด้านน้ำผึ้งที่นอนไม่รู้สึกตัว มีผ้าพันแผลทั้งหน้า ศิวากล่าวกับรสสุคนธ์ว่า เขายินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการรักษาทั้งหมด เขาก้มลงกราบขอโทษรสสุคนธ์...

เช้าวันใหม่ พวงหยกมาเยี่ยมกะรัตในห้องคนไข้ เธอลูบไล้ใบหน้าลูกน้ำตาไหลด้วยความรักและเป็นห่วง พร่ำต่อว่าลูกนิสัยไม่ดีไม่ตื่นมาดูว่าตนทำ อะไรดีๆ ให้บ้าง กฤชมองผ่านกระจกประตูเห็นพวงหยกก็รู้ว่าเธอกำลังเจ็บปวด เขาเองก็ต้องหันมาทบทวนตัวเองเช่นกัน

ศิวามาเผชิญหน้าขอโทษกันตา สารภาพว่าเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขารักและอยากแต่งงานด้วย กันตายืนนิ่ง ศิวารำพัน “คุณคือคนที่ผมคงหาไม่ได้อีกแล้วในชีวิตนี้ คุณคือคนเปลี่ยนชีวิตผู้ชายเลวๆอย่างผมที่ไม่เคยเชื่อในความรัก ให้ผมได้พบรักแท้”

กันตากำมือแน่นข่มความรู้สึก “คุณต่างหาก ที่สอนฉัน ให้รู้ว่าเวลาเราเจ็บปวดเพราะคนที่เรารักมันทรมานแค่ไหน ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่า ฉันจะรักคุณได้มากขนาดนี้” ศิวามีความหวัง อยากดึงเธอเข้ามากอด ขอให้กันตายกโทษให้ “ฉันตอบไม่ได้ ฉันทนไม่ได้ที่จะต้องอยู่กับความหวาดระแวง ว่าคุณจะหลอกลวงอะไรฉันอีก ความเชื่อใจมันสร้างได้แต่ถ้าคุณทำลายมัน คุณจะไม่มีวันได้มันกลับคืนมาอีกเลย ขอบคุณสำหรับความรักที่คุณมีให้ฉัน แต่อย่าให้ความรักของคุณมันทำร้ายฉันอีกต่อไปเลยค่ะ”

กันตาตัดสินใจเดินจากศิวาไป เขามองตามหลังเธอใจแทบขาด ที่ไม่สามารถรั้งความรักครั้งแรกครั้งเดียวในชีวิตให้อยู่กับตัวเองได้อีกต่อไป

ในความฝันของกะรัต เห็นพิศุทธิ์ยืนมองเธอ พร่ำบอกให้เธอตื่นขึ้นมาเสียที พิศุทธิ์ก้มลงจุมพิตริมฝีปากเบาๆ จ้องมองจนเธอลืมตาขึ้น แต่ภาพที่กะรัตเห็นเป็นกันตากำลังเช็กสายน้ำเกลือ กันตาเห็นกะรัตฟื้นก็ดีใจร้องบอกกุนตี สองพี่น้องร้องไห้ด้วยความดีใจ กะรัตแกล้งกระเซ้าว่าตนยังไม่ทันตายเลย กุนตีเอ็ดไม่ให้พูดเรื่องความตาย กันตาหันมากุมมือกะรัตแนบแก้ม

“ก้อยขอโทษนะพี่กั้ง ที่พี่กั้งต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะก้อยแท้ๆ ก้อยขอโทษนะ”

“เด็กโง่...พี่เป็นพี่สาว ใครมารังแกน้องสาวพี่ พี่จะยอมได้ไง เสียชื่อกะรัตหมดใช่ไหม”

“โชคดีนะที่คุณพิศุทธิ์ไปช่วยพี่กั้งไว้ ไม่งั้นล่ะก็...”

กะรัตได้ยินดีใจ รวบรวมแรงลุกขึ้นมองหา พลันมีเสียงเคาะประตูก็เข้าใจว่าเป็นพิศุทธิ์ แต่คนที่เปิดเข้ามาเป็นเนื้อแพร กะรัตถามหาพิศุทธิ์ทันที เนื้อแพรแปลกใจที่ยังไม่มีใครบอกกะรัตว่า พิศุทธิ์บินไปอเมริกาแล้ว กะรัตช็อก เพราะในความรู้สึกรู้ว่าเขาอยู่ข้างๆตลอดเวลา

“เขาคงไม่ให้อภัยฉัน...” กะรัตน้ำตาร่วง

เนื้อแพรเอาจดหมายใส่มือกะรัต “พิศุทธิ์ฝากไว้ให้...รีบแข็งแรงเร็วๆนะคะ บอกตรงๆแบบนี้มันไม่ใช่ลุคของคุณ” เนื้อแพรยิ้มให้ก่อนจะเดินออกไป

กันตากับกุนตีตามออกไปเพราะคิดว่าควรให้กะรัตได้อยู่กับจดหมายนั่น...กะรัตเปิดอ่าน

“มีคนมากมายถามผมว่า ผมรักคุณตรงไหน ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ผมพบคุณ สำหรับคนอื่นอาจจะเห็นว่าผู้หญิงที่ยืนโบกรถกลางถนนเป็นคนบ้า แต่สำหรับผม คุณเป็นคนน่าทึ่งที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อไปหาคนที่รัก โดยไม่คิดชีวิต แต่สิ่งที่คุณได้ตอบแทนจากผู้ชายที่คุณรัก คือการทรยศ แทนที่คนอื่นจะโทษผู้ชายผิด กลับโทษคุณรวมทั้งตัวคุณด้วย...คุณจำได้ไหม ผมพบคุณริมถนนครั้งที่สอง คุณชวนผมไปโรงแรมม่านรูด คุณพร่ำบอกว่าคุณอยากทำชั่ว อยากทำเหมือนที่ผู้ชายพวกนั้นทำกับคุณ คุณเหยียบย่ำว่าตัวเองไม่มีค่า ซึ่งมันไม่จริงเลย ใครๆอาจจะบอกว่าคุณแต่งงานกับผมเพื่อชุบตัวเองให้ดูมีค่า...ไม่ใช่หรอก คุณต่างหากที่ทำให้ผมมีค่า คุณรู้ว่าถ้าคุณคบกับผม คุณต้องเจอความวุ่นวายอะไรบ้าง คุณต้องโดนดูถูกจากญาติฝ่ายผม แต่คุณก็แสดงให้เห็นว่าคุณไม่แคร์ใคร นอกจากผมคนเดียว ผมถึงรักและสัญญากับตัวเอง

ผมบอกตัวเองว่าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณ ไม่ให้คุณเจ็บเหมือนในอดีต จะใช้ความรักของผมพาคุณไปข้างหน้าให้ได้ ผมอยากมีคุณ ผมขอโทษที่ทำตามสัญญาไม่ได้ ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องร้องไห้เพราะผมมาตลอด...ผมขอโทษที่พาคุณเดินไปข้างหน้าต่อไปไม่ได้ ถ้าคุณอยากอภัย ผมไม่ขอให้คุณอภัยให้ผม แต่อยากขอให้คุณรู้จักการอภัยให้ตัวเองและอภัยให้คนอื่น คุณเจ็บเพราะอดีตมามากแล้ว อย่าให้เหตุการณ์นั้นมาทำร้ายคุณอีก ปลดปล่อยตัวเองจากความแค้น เมื่อคุณหลุดจากกำแพงที่คุณสร้างขึ้น คุณจะเห็นความสุขที่แท้จริง...จำไว้นะกั้ง ความรักของผมไม่เคยไปไหน มันยังอยู่ที่แหวนบนนิ้วคุณ และผมยังรอดูวันที่คุณมีความสุขอีกครั้งนะกั้ง...ผมรักคุณ” กะรัตหยุดอ่านร้องไห้โฮ...

ooooooo

ด้านน้ำผึ้งฟื้นขึ้นมาตกใจที่ตัวเองมองอะไร ไม่เห็น รสสุคนธ์ซึ่งเฝ้าดูแลมาตลอดปลอบว่าเศษแก้วเข้าตาน้ำผึ้ง หมอผ่าตัดออกแล้วแต่ต้องปิดตาไว้ก่อน น้ำผึ้งรีบถามถึงลูก รสสุคนธ์ตัดสินใจบอกความจริงว่าเขาไม่อยู่แล้ว น้ำผึ้งนิ่งอึ้งก่อนจะเปรยว่า...ดีแล้วให้เขาไปเกิดใหม่

รสสุคนธ์รู้ว่าหลานสาวเสียใจ เธอได้แต่ปลอบใจให้สู้ชีวิตต่อไป...หลายสัปดาห์ผ่านไปน้ำผึ้งหงุดหงิดปัดช้อนที่รสสุคนธ์กำลังป้อนข้าวทิ้ง ต้องการรู้ว่าทำไมยังไม่เปิด ผ้าพันแผลที่หน้าเสียที รสสุคนธ์อึกอักจำต้องออกไป ตามหมอ เจอกับศิวาหน้าห้อง...น้ำผึ้งทนไม่ไหว คลำทางไปในห้องน้ำแล้วแก้ผ้าพันแผลออกเอง ไม่ทันไร ศิวากับรสสุคนธ์ได้ยินเสียงกรีดร้องของน้ำผึ้ง ก็รีบวิ่งกลับเข้ามาในห้อง เห็นน้ำผึ้งทุบกระจกเลือดอาบมือ ใบหน้าเธอมีแผลยาวลึก รสสุคนธ์เข้ากอดปลอบหลานสาวสุดเวทนา ศิวามองภาพนั้นอย่างสังเวชใจ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา กะรัตมีอาการซึมเศร้า พิศุทธิ์เองที่อยู่อเมริกา เขาก็นั่งมองภาพถ่ายแต่งงานของเขากับกะรัตที่ตั้งบนโต๊ะทำงานเศร้าๆ...กันตาตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ ครั้งนี้พวงหยกสนับสนุนไม่คิดห้ามอะไรอีก ขอให้ไปแล้วกลับมาก็พอ กันตาดีใจที่แม่เปลี่ยนไป

ศิวามาขอโทษกะรัตที่ร้านเสื้อ กะรัตกลับบอกว่าเขาไม่ผิด ตนผิดเองที่หูเบา ศิวาให้กะรัตตามไปหาพิศุทธิ์ที่อเมริกา แต่เธอกลับบอกว่า พิศุทธิ์แสดงออกว่าไม่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกับตนอีก ถึงทิ้งตนไป...หลังจากนั้น กะรัตเลิกดื่มไวน์อีกจนนวลแปลกใจระคนดีใจ ไม่กี่วันผ่านไปรสสุคนธ์มาหากะรัต เพื่อขอให้กะรัตอโหสิกรรมให้น้ำผึ้ง ตอนนี้เธอรับกรรมอย่างสาสมเหมือนคนตายทั้งเป็น กะรัตครุ่นคิด

ในวันนั้น กะรัตตัดสินใจไปที่โรงพยาบาล ลังเลจะขึ้นไปดีหรือไม่ ทันใดน้ำผึ้งเดินออกจากลิฟต์มา ทั้งสองชะงักมองกัน น้ำผึ้งอายแผลบนใบหน้า วิ่งหนีออกไป... กะรัตยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก น้ำผึ้งมีผ้าพันคอคลุมหน้าเดินมาหยุดยืนบนสะพานลอยหน้าโรงพยาบาล พลันลมพัดผ้าปลิวออกเผยให้เห็นแผลบนใบหน้า ผู้คนแถวนั้นมองด้วยความหวาดกลัว น้ำผึ้งเสียใจคิดจะกระโดดสะพานลงมาบนถนนที่รถวิ่งขวักไขว่

ทันใด กะรัตพุ่งเข้าดึงน้ำผึ้งไว้ น้ำผึ้งร้องลั่นมาช่วย ตนไว้ทำไม กะรัตแกล้งประชด “ไหนว่าเก่ง ไหนว่าฉลาดนักหนา แล้วทำไมถึงทำอะไรสิ้นคิดแบบนี้ล่ะ” น้ำผึ้งดิ้นให้ปล่อยอย่ามายุ่ง กะรัตโพล่งขึ้น “ถ้าแกตายแล้วลูกแกจะอยู่ยังไง”

“แกก็อยากให้มันตายตามพ่อมันแล้วนี่ มันจะได้ไม่อยู่เป็นเสี้ยนหนามทิ่มแทงใจแกไง”

“ฉันไม่ได้อยากยุ่งกับคนอย่างแกหรอก ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันก็คงอยากเห็นแกตายวันละร้อยครั้ง แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ต่อให้ฆ่าแกตาย มันก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะชีวิตเราสองคนมันเละเทะมามากพอแล้ว ต่อให้ฉันแค้นแกต่อ อยากสู้กับแกต่อแล้วมันได้อะไร ต่างคนต่างต้องสูญเสีย เกมนี้มันไม่มีใครชนะหรอก มีแต่แพ้กับแพ้ มีแต่คนต้องเจ็บ และคนที่เจ็บก็เป็นคนที่เขารักเราทั้งนั้น”

ขาดคำ รสสุคนธ์อุ้มน้องพีทวิ่งตามมา ร้องไห้ขอร้องอย่าทำแบบนี้ ถ้าน้ำผึ้งเป็นอะไรไปแล้วตนกับหลานจะอยู่กันอย่างไร กะรัตบอกน้ำผึ้ง “นั่นไงคนที่รักและเป็นห่วงแกมากที่สุด น้ารสไปอ้อนวอนขอร้องฉันให้อโหสิให้แก ตอนนี้แกคงรู้แล้วนะ แกควรมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อใคร”

น้ำผึ้งมองรสสุคนธ์ที่เข้ามากอดตัวเองด้วยความรัก แม้ตัวเองจะใส่อารมณ์กับเธอแค่ไหน ตวาดเธอขนาดไหน เธอก็ไม่เคยโกรธและยังรักตนไม่เปลี่ยน น้ำผึ้งหันมากอด รสสุคนธ์จับมือน้องพีทอย่างตื้นตันใจ รู้สึกว่าที่ผ่านมาตนโหยหาอะไรอยู่ ทั้งๆที่ความรักไม่ต้องร้องขออยู่ตรงหน้านี่เอง น้ำผึ้งกอดรสสุคนธ์และลูก “แม่ขอโทษนะลูก ผึ้งขอโทษนะน้ารส”

กะรัตมองภาพตรงหน้า นึกถึงคำของพิศุทธิ์ที่ขอให้ตนอภัยให้ตัวเอง อภัยให้สายน้ำผึ้ง...เมื่อหลุดจากกำแพงนั้นมาได้ กะรัตมองแหวนแต่งงานที่นิ้ว ยิ้มอย่างมีความสุข

ooooooo

พวงหยกกับกุนตีมาส่งกันตาที่สนามบิน พวงหยกออกอาการเสียใจถึงกับต่อว่า “แกเป็นลูกฉัน ต่อให้แกจะเก่งเป็นยอดมนุษย์ซุปเปอร์แมน ฉันก็ยังห่วงแก อีกอย่าง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าที่แกดิ้นรนรีบไป เพราะเรื่องคุณศิวา” กุนตีปรามแม่อย่าพูดให้น้องสะเทือนใจ

พวงหยกว่าเพียงอยากบอกว่าตนมีส่วนผิดที่มองคนผิด ตนขอโทษ...เป็นครั้งแรกที่พวงหยกพูดคำว่าขอโทษ กันตากลั้นน้ำตาอย่างตื้นตัน แกล้งกระเซ้าว่าจะแก้ตัวหาแฟนฝรั่งมาให้แม่สักโหล พวงหยกค้อนขวับ ก่อนจะรับมุกให้หามาเผื่อตนด้วย สองแม่ลูกหัวเราะกอดกัน

พลันพวงหยกมองไปเห็นศิวาถือป้ายข้อความว่า...

ผมรักคุณ รับโทรศัพท์หน่อย ผมอยากคุยกับคุณ พวงหยกจะไปโวย กุนตีห้ามไว้ มือถือกันตาดังขึ้น เธอมองหน้าจอตัดสินใจตัดสายทิ้ง ศิวาจึงยกป้ายประโยคต่อไปว่า...จะอีก 1 ปี 5 ปี 10 ปี หรือทั้งชีวิต นานแค่ไหนผมก็จะรอคุณมาเป็นเจ้าสาวของผม...กันตากลั้นน้ำตาที่จะไหลรินลาแม่กับพี่สาวแล้วรีบเดินเข้าเกต ปล่อยศิวายืนเศร้า

ไม่เพียงสำนึกได้ พวงหยกยังพยายามแก้ไข เธอเอาผ้าคลุมหัวสวมแว่นดำหนาเตอะมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าร้านของเนื้อแพร เนื้อแพรออกมาเห็นถามมาทำอะไร เธอสะดุ้ง กระดากที่จะพูดแล้วเอื้อนเอ่ยถามถึงพิศุทธิ์ เนื้อแพรเข้าใจจึงบอกว่า เขาติดต่อกลับมาบ้างเหมือนกัน

“ถ้าลูกชายหล่อนติดต่อมาอีก ช่วยบอกเขาหน่อยว่าที่ผ่านมาอย่าโกรธยัยกั้งเลย นิสัยที่ไม่ดีของยัยกั้ง มันเกิดจากฉันที่คอยพูดใส่หัวมันตลอดว่า ผู้ชายมันเลว ทำให้เขามีชีวิตอย่างหวาดระแวง แทนที่จะสอนให้มันรู้จักมองข้ามข้อผิดพลาดบางอย่างและให้อภัย”

“คุณพวงหยก!...” เนื้อแพรทำหน้าไม่อยากเชื่อ

“ไม่ต้องทำหน้าอึ้งขนาดนั้นหรอก คนอย่างฉันไม่ได้โง่ คิดเป็น แต่แค่ไม่พูดเท่านั้นแหละ อ้อ! บอกเขาด้วยว่ายัยกั้งมันยังไม่ได้ขายเรือนหอ มันรอน้ำพริกถ้วยเดิมกลับมาอยู่ เอ่อ...ส่วนเรื่องคุณกฤช ไหนๆเขากับฉันก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว เอาไปเลยฉันยกให้หล่อน แต่จะบอกว่า อีตานั่นคอเลสเทอรอลสูง อย่าให้กินอะไรที่มันมาก แล้วเขาก็ชอบอาบน้ำอุ่น...เข้าใจนะ”

พวงหยกชี้นิ้วสั่งก่อนจะสะบัดหน้าเดินไป เนื้อแพรอมยิ้มกับความฟอร์มจัดของเธอ...ตกบ่าย เมื่อเนื้อแพรได้เจอกับกฤช จึงเล่าเรื่องพวงหยก กฤชเองไม่อยากจะเชื่อ เนื้อแพรว่าหัวอกคนเป็นแม่ก็แบบนี้ แล้วกระเซ้ากฤชไม่ได้อยากหย่ากับพวงหยก เพียงแค่อยากทำให้เธอเจ็บบ้าง

“นี่ผมดูเปิดเผยเกินไปหรือคบกับผู้หญิงที่ฉลาดเกินไปกันแน่เนี่ย”

“ฉันว่าตอนนี้คุณพวงหยกคงเรียนรู้อะไรมากขึ้น ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มาหาฉัน กลับบ้านเถอะค่ะคุณกฤช” เนื้อแพรรู้ว่ากฤชไม่ได้มีความสุขที่ออกมาอยู่คอนโด เพราะเขาผูกพันกับครอบครัว กฤชยิ้มปลื้มที่เนื้อแพรเข้าใจเขาดี

พอเจ้าสัวบัญชารู้เรื่องของพวงหยกก็ไม่อยากเชื่อ พวงหยกหน้างอต่อว่า “เตี่ย...ทีหนูทำหน้าที่แม่ เตี่ยก็เหน็บ ทีหนูไม่ทำอะไร เตี่ยก็ด่า เตี่ยจะเอายังไงเนี่ย”

“อั๊วชมลื้อก็ได้ว่าลื้อทำดีแล้ว แต่มันไม่สายไปหน่อยเหรอ”

พวงหยกโต้ว่าเตี่ยเคยสอนไม่มีอะไรสายเกินแก้ ดูอย่างกะรัตกับน้ำผึ้ง เกลียดกันจะตายยังอภัยให้กัน แล้วแบบนี้เตี่ยจะไม่ช่วยให้กะรัตกับพิศุทธิ์คืนดีกันหรือ เจ้าสัวย้อนเกี่ยวอะไรกับตน พวงหยกรู้ว่าเตี่ยรักลูกเขยคนนี้มาก จะยอมเสียเขาไปหรือ เจ้าสัวยิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

หกเดือนผ่านไป...กะรัตผันตัวเองมาทำฟาร์มโคนมให้เจ้าสัวบัญชา เธอมักจะอ่านจดหมายของพิศุทธิ์ซ้ำไปซ้ำมา

“...ผมแทบไม่อยากจะเชื่อว่ามนุษย์ที่ต่างกันสุดขั้วอย่างเราจะลงเอยกันได้ แถมยังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนผมแทบไม่ทันตั้งตัว...จะว่าไปคุณก็เหมือนพายุไต้ฝุ่นลูกใหญ่ที่พัดผ่านชีวิตผมอยากให้คุณได้ทบทวนหลายๆ อย่าง อย่าลืมว่าเสียงที่ชัดที่สุด ต้องฟังตอนที่เงียบที่สุด ถ้าเราเลิกทะเลาะแล้วลองใช้ความเงียบคุยกัน บางทีคุณอาจจะได้ยินสิ่งที่ผมพยายามจะบอกคุณมาตลอดก็ได้ สิ่งที่ผมอยากบอกให้คุณรู้คือบางอย่างคุณต้องรับฟังด้วยหัวใจ ถ้าตอนนี้ใจคุณเงียบและสงบพอ คุณจะได้ยินแม้สิ่งที่ผมไม่เคยพูดออกมา...ผมไม่เคยโกรธคุณเลยสักครั้ง ถึงเราอาจจะไม่ใช่คนที่เหมาะจะอยู่ด้วยกัน แต่ผมยังยืนยันว่าคุณจะเป็นรักแรกและรักเดียวของผมตลอดไป”

กะรัตน้ำตาซึม พับจดหมายพิศุทธิ์เก็บใส่กระเป๋า พลันเจ้าสัวโทร.เข้ามา กะรัตกดรับสาย

“ฮัลโหล อ๋อ คนที่จะมาพัฒนาอาหารสัตว์ให้ฟาร์มเราใช่ไหมคะก๋ง...ไม่ลืมค่ะ กั้งจำได้...ไม่ต้องห่วงค่ะ กั้งจะรับรองแขกวีไอพีของก๋งอย่างดี ฝันที่จะทำฟาร์มโคนมของก๋งจะเป็นจริงแน่ค่ะ” กะรัตวางสายก่อนจะพึมพำ “แต่...ฝันของกั้งพังไม่มีเหลือแล้วก๋ง”

วันต่อมา กะรัตรอต้อนรับลอร่า นักวิจัยสาวสวยที่เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกันจึงพูดไทยได้ปร๋อ ลอร่าทักทายกะรัตแล้วบอกว่าตนมีเพื่อนมาด้วยหนึ่งคน กะรัตกับนวลมองคนที่ก้าวลงจากรถอีกคนแล้วต้องตะลึง ลอร่าแนะนำ

“คุณกะรัตคะ นี่พิศุทธิ์เพื่อนของดิฉันเองค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่ามีคนตามมา พอดีเขาเป็นห่วงก็เลยไม่ยอมให้ดิฉันมาคนเดียว...พิศุทธิ์คะ นี่เป็นเจ้าของฟาร์มชื่อ...”

พิศุทธิ์แทรกขึ้นว่าตนรู้จักแล้ว และหันมาทักทายกะรัตไม่ได้เจอกันนาน ลอร่าร้องอ๋อ...คือเพื่อนที่เขาพูดถึงนั่นเอง กะรัตตาเขียวปั๊ดที่เขาใช้คำว่าเพื่อนกับตน ลอร่าอุทาน โลกกลมจริงๆแถมเป็นเดสทินี่ด้วย พิศุทธิ์แย้ง ไม่ใช่คนบนฟ้าหรอกที่ทำให้มาเจอกัน แต่เป็นลอร่าเองที่ทำให้ตนได้พบกะรัตอีกครั้ง ลอร่าได้ยินพิศุทธิ์เรียกว่ากั้งจึงถาม แล้วเขามีชื่อเล่นว่าอะไร พิศุทธิ์แขวะ

“คุณกั้งคงจำไม่ได้แล้วมั้ง เพราะผมไม่ค่อยมีอะไรให้น่าจดจำเท่าไหร่”

กะรัตจิกตาใส่ พิศุทธิ์อมยิ้มหันมาบอกลอร่าว่าตนมีชื่อเล่นว่า...ชาย ลอร่าเข้าใจว่าชายที่แปลว่า ขี้อาย แล้วล้อเขานี่หรือขี้อาย พิศุทธิ์ให้ถามกะรัตดู ลอร่าทำท่าหมั่นเขี้ยวใส่พิศุทธิ์

กะรัตอยากจะบ้าที่เห็นทั้งคู่หยอกล้อกัน พอดีเสียงมือถือพิศุทธิ์ดังขึ้นขัดจังหวะ...เจ้าสัวโทร.เรียกเขาไปพบเพื่อขอบใจที่แนะนำลอร่ามาให้ แล้วแย็บถาม เธอคงเป็นคนเก่งมากเขาถึงสนิมสนมเป็นพิเศษ พิศุทธิ์รับว่าใช่ เจ้าสัวเสริมหลานสาวตนก็เก่งขึ้นเยอะ “ตั้งแต่รอดตาย ชีวิตกั้งก็มีแต่งาน ที่ฟาร์มกับโรงงานนมก็ได้เขานี่แหละเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสร้างขึ้นมาให้”

“ผมรู้ครับว่าเขาเป็นคนทำอะไรทำจริง”

“แล้วเขารักใครก็รักจริงด้วยอย่าลืม” เจ้าสัวกระตุ้นให้พิศุทธิ์รู้สึก พิศุทธิ์กลับเปลี่ยนเรื่องคุย บอกว่าตนจะให้เวลาลอร่าดูงานสักระยะแล้วถึงจะประเมินสถานการณ์ให้ทราบได้ เจ้าสัวยิ้มรับบอกให้เขาตามสบาย ตนยกฟาร์มนั้นให้เขาดูแล

ระหว่างนั้น กะรัตพาลอร่ามานั่งรอที่ร้านอาหาร ลอร่าเห็นขนมไทยที่กะรัตสั่งมาให้ ก็ตื่นเต้นว่าทั้งสวยและอร่อย กะรัตบอกว่าทั้งหมดเป็นขนมที่พิศุทธิ์ชอบ ลอร่าท้วง ทำไมพิศุทธิ์ไม่เคยบอกตน กะรัตย้อนถามเขาต้องบอกเธอทุกเรื่องเลยหรือ ลอร่ารับว่าใช่ กะรัตหมั่นไส้

“งั้นคุณก็ควรจะรู้ว่า ขนมไทยพวกนี้เป็นขนมที่คุณพิศุทธิ์ชอบเอามากๆ”

พิศุทธิ์ก้าวเข้ามาขัดขึ้น “แต่ตอนนี้ผมไม่ชอบแล้วล่ะ เวลามันเปลี่ยน อะไรๆก็เปลี่ยน”

กะรัตหันขวับมองหน้าพิศุทธิ์อย่างเคืองๆ ลอร่าบ่นน่าเสียดายจึงขอทานส่วนของเขา ว่าแล้วก็หันมาหอมแก้มพิศุทธิ์หนึ่งฟอด ทำเอากะรัตสำลักน้ำที่กำลังดื่ม นวลรีบกระซิบกะรัตให้มีขันติเข้าไว้ อย่าให้เป็นขันแตก เราทำดีมาตลอดแล้ว...พิศุทธิ์แอบยิ้มแกล้งบอกลอร่าว่า เราต้องอยู่ที่นี่อีกหลายวัน ถ้าเธอชอบอาหารและบรรยากาศที่นี่ก็ดี ลอร่าขอให้เขาพาเที่ยวชมให้รอบไร่ พิศุทธิ์รับว่าได้แต่กะรัตจะต้องเป็นไกด์พาเที่ยว กะรัตจิกตาเสียงขุ่นมันเป็นหน้าที่ของตนอยู่แล้ว

เสร็จจากทานอาหาร กะรัตพาทั้งสองมาที่รีสอร์ตที่พักของตัวเอง พนักงานยื่นกุญแจให้พิศุทธิ์พร้อมกล่าวว่า นี่เป็นห้องเดี่ยวตามที่ทางบริษัทจองมา กะรัตตาโพลงที่ทั้งสองจะพักห้องเดียวกัน พิศุทธิ์แกล้งออกหวานกับลอร่ายั่วให้กะรัตหึงมากขึ้น
ooooooo

รุ่งเช้า กะรัตพาพิศุทธิ์กับลอร่าชมโรงเลี้ยงวัว พิศุทธิ์ทึ่งที่กะรัตรู้ลึกเรื่องการเลี้ยงวัวจริงๆ ลอร่าให้คำแนะนำตามแบบผู้เชี่ยวชาญ ว่าถ้าอยากให้ได้ปริมาณนมมากๆ เราต้องรู้จักวัวทุกตัวว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ต้องเข้าใจวัวให้ได้เหมือนคนในครอบครัว พิศุทธิ์สบโอกาสแขวะกะรัต

“เรื่องแบบนี้คุณกั้งไม่รู้หรอก ขนาดเข้าใจคนในครอบครัวยังยาก นับประสาอะไรกับวัว”

กะรัตรู้ว่าโดนพิศุทธิ์เหน็บก็เดินกระฟัดกระเฟียดเผอิญเหยียบน้ำที่พื้นลื่นล้ม ขาปัดโดนถังนมหกราดตัวเข้าอีก คนงานหัวเราะกันขรม ทำให้อายและโกรธเดินปึ่งๆไป

จากนั้น กะรัตเอารถกอล์ฟจะพาทั้งสองไปดูคอกม้า แต่พิศุทธิ์กลับชวนลอร่าขี่จักรยานไป ลอร่าจึงยกจักรยานคันของตัวให้กะรัต ส่วนตัวเองไปซ้อนรถของพิศุทธิ์ เขาแกล้งให้ลอร่าขึ้นนั่งส่วนหน้าของจักรยาน ดูเหมือนเขาโอบเธอไว้ตลอดเวลา กะรัตยิ่งเคืองควันออกหู ขี่ตามหลังด้วยความหมั่นไส้ คิดในใจอยากเข้าไปถีบจักรยานเขาให้ล้มไม่เป็นท่า แต่เพราะกะรัตเอาแต่คิดเจ็บแค้น ทำให้ไม่ทันมองทาง เธอขี่รถเข้าชนต้นไม้โครม

พิศุทธิ์ตกใจรีบเข้าประคอง บ่นว่าเธอมัวแต่ฝันอะไรไม่มองทาง กะรัตใจเต้นรัวเถียงไม่ออก  พยายามคุมใจตัวเองให้เลิกเต้นแรง ลอร่าให้พิศุทธิ์พากะรัตกลับที่พัก กะรัตดันเขาออกเชิดหน้าว่าตนกลับเองได้ ว่าแล้วก็จูงรถเดินกะเผลกกลับไป  พิศุทธิ์บ่น  “เรื่องดื้อไม่เคยมีใครเกิน”

กะรัตแอบย่องเข้าไปในห้องพิศุทธิ์กับลอร่าอยากรู้ว่าทั้งสองอยู่กันอย่างไร จึงได้เห็นว่ามีสองห้องนอน กะรัตเลือกไปค้นห้องพิศุทธิ์ พบกล่องแหวนในกระเป๋าเสื้อผ้า ก็นึกถึงที่กันตาเคยส่งข่าวมาบอกว่า เจอพิศุทธิ์ที่อเมริกา กำลังซื้อแหวนในร้านเพชร...พลันมีเสียงคนเข้ามา กะรัตรีบเข้าไปซ่อนตัวในห้องน้ำ พิศุทธิ์เดินมาเห็นเงากะรัตในกระจก ก็แกล้งคว้าผ้าเช็ดตัว เปิดประตูผาง...กะรัตทะลึ่งพรวดออกมา เธอทำเก้ออ้างว่าหลงทิศเข้าผิดห้อง

“ไม่ใช่เข้ามาจับผิดผมกับลอร่าหรอกเหรอ” พิศุทธิ์แกล้งแย็บ

“จับผิดทำไม เราไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย”

“ก็ดี ในเมื่อคุณไม่คิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ ผมก็โล่งใจ”

“เราหย่ากันแล้ว ฉันแฟร์พอ ไม่ใช่พวกหวงก้าง ยอมเห็นคุณมีใหม่ไม่ได้”

“งั้นผมบอกคุณคนแรกเลยละกัน ไหนๆก็ปิดคุณไม่ได้แล้วนี่ ผมกำลังจะแต่งงานใหม่”

กะรัตเจ็บจี๊ดทำทีเตือนให้เขาดูดีๆจะได้ไม่ผิดพลาดอีก พิศุทธิ์กลับโต้ว่า ผิดก็ไม่เป็นไร เพราะตนเคยผิดมาครั้งหนึ่งแล้ว

“ผิดครั้งแรกยังพอจะโทษฉันได้ เลือกผิดอีกครั้งคงต้องสำรวจดูตัวเองบ้างแล้วล่ะ” กะรัตติงแล้วเชิดหน้าเปิดแน่บออกไป พิศุทธิ์มองตามอมยิ้มที่เธอแสดงออกว่าหึง

กะรัตโทร.ต่อว่าเจ้าสัวที่ไม่บอกว่าพิศุทธิ์มาด้วย เจ้าสัวย้อนถามว่าหึงหรือ กะรัตสวนว่าไม่ ในเมื่อเขาควงสาวมาเย้ย ตนก็ทำได้เช่นกัน...คืนนั้น กะรัตจัดปาร์ตี้เล็กๆให้ทั้งสองแล้วควงหนุ่มปีเตอร์มาสวีตหวานด้วย พิศุทธิ์ออกอาการหึงอย่างเห็นได้ชัด มีการเล่นเกมที่ใครแพ้ต้องถูกหอมแก้ม พอถึงคราวที่พิศุทธิ์จะได้หอมแก้ม

ลอร่า กะรัตทนดูไม่ได้ ร้องโวยวายขึ้นว่าไฟไหม้ แล้วลุกไปสาดน้ำใส่เตาบาร์บีคิว ทุกคนตกใจช่วยกันดับไฟ ทั้งที่ไม่มีเปลวไฟแม้แต่น้อย พิศุทธิ์แอบยิ้มรู้ว่ากะรัตหาเรื่องขัดจังหวะ เขาพาลอร่ากลับห้องพัก แผนนี้กลับทำให้กะรัตเจ็บเสียเอง

ลอร่าอดถามพิศุทธิ์ไม่ได้ว่าเมื่อไหร่จะสารภาพความจริง ปล่อยช้าเดี๋ยวจะเสียกะรัตไป พิศุทธิ์ว่าเรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ตัวกะรัต ตนเข้าไปยุ่งไม่ได้ ลอร่าท้วง “ยุ่งได้สิ แค่ยูหยุดเกมบ้าๆของยูซะ แล้วเดินไปบอกคุณกั้งตรงๆว่ายูรักเขา เรื่องก็จบแฮปปี้เอนดิ้งแล้ว”

พิศุทธิ์อึ้ง คืนนั้นเขาออกมาเดินเล่น เห็นกะรัตยืนมองแหวนที่นิ้วเศร้าๆ จึงทำทีเข้ามาขอคำปรึกษา ตนอยากขอผู้หญิงแต่งงานควรทำอย่างไรดี ไหนๆเธอก็มีประสบการณ์หลายครั้ง

“ฝากคุณช่วยคิดให้ผมด้วยละกัน ผมต้องการทำเซอร์ไพรส์วันพรุ่งนี้ เพราะมะรืนนี้ก็จะกลับแล้ว ผมไม่อยากเสียโอกาส”

“ไปอดอยากปากแห้งมาจากไหน ถึงได้เปลี่ยวจนทนไม่ไหว ต้องหาเมียให้ได้วันพรุ่งนี้”

พิศุทธิ์อมยิ้มที่ได้หย่อนระเบิดลูกใหญ่ไว้ แล้วเดินจากไปอย่างคนอารมณ์ดี กะรัตยิ่งปรี๊ดกลับเข้าห้องนอนกระสับกระส่ายอกแทบระเบิด...

รุ่งเช้า กะรัตยืนมองแบบก่อสร้างที่วาดฝันว่าจะสร้างกลางทุ่งแห่งนี้ พิศุทธิ์เดินมาหา เธอเกรงเขาจะทวงถามเรื่องที่ขอร้องเมื่อคืน แล้วเขาก็ถามว่าอยากให้ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานที่นี่หรือ กะรัตตอกกลับว่ามันเหมาะกับพวกชอบกินหญ้าอย่างเขาแล้ว พิศุทธิ์แกล้งบอกว่าผู้หญิงของเขาชอบอะไรที่เป็นธรรมชาติแบบนี้ แล้วตนควรทำอย่างไรบ้าง กะรัตกรุ่นสั่งให้เขาคุกเข่า กะรัตดึงแหวนมาแล้วปาทิ้งไปกลางทุ่ง พิศุทธิ์ตกใจโวยว่าทำอะไรลงไป กะรัตระเบิดอารมณ์

“บอกว่าฉันเป็นรักแรกและรักเดียวในชีวิต แล้วยังมีหน้าไปแต่งงานกับคนอื่นได้ยังไง คุณรู้รึเปล่าว่าคนที่โดนหลอกว่ารักมันเจ็บแค่ไหน” พิศุทธิ์โพล่งขึ้นว่าไม่ได้หลอก “ไม่หลอกแล้วคุณจะไปแต่งงานกับนังลอร่านั่นทำไม แถมยังควงมันมาเย้ยฉันอยู่ได้ คุณให้ความหวังฉัน ฉันก็โง่พอจะรอโดยไม่รู้ว่าตลอดเวลาคุณไปมีคนใหม่ ฉันไม่ยอมให้คุณไปแต่งงานกับคนอื่นง่ายๆ ฉันโยนแหวนแต่งงานของคุณทิ้ง คุณจะได้เข้าใจว่า คนที่ถูกพรากของรักเป็นยังไง ถ้าอยากแต่งงานกับยัยแหม่มนั่นก็เชิญงมหาเอาเองแล้วกัน” กะรัตมองพิศุทธิ์อย่างตัดพ้อแล้วเดินไป

พิศุทธิ์อึ้งเมื่อรับรู้ความในใจของกะรัต...เวลาผ่านไปค่อนวัน พิศุทธิ์ยังค้นหาแหวนกลางทุ่ง กะรัตแอบมาดูด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ จนเข้าวันใหม่ เขาก็ยังไม่เลิกค้นหา กะรัตตัดสินใจเอาแหวนแต่งงานตัวเองมาให้พิศุทธิ์แทน แล้วอวยพรให้เขามีความสุขกว่าตอนแต่งกับเธอร้อยเท่าพันเท่า พิศุทธิ์ถอนใจกับทิฐิของกะรัต บ่ายวันนั้น ลอร่าจะเดินทางกลับ กะรัตไม่ออกมาส่ง นวลเอาซองจดหมายมายื่นให้กะรัต เธอเปิดออกดูเป็นแหวนแต่งงานวงใหม่ กะรัตทึ่งที่พิศุทธิ์หาจนเจอ แต่เอามาให้ตนทำไม...กะรัตขี่รถเอทีวีตามรถตู้ออกไป

แต่ไม่ทัน เธอเศร้าเสียใจกลับเข้ามาในล็อบบี้ แล้วต้องตะลึงเมื่อเห็นพิศุทธิ์นั่งอยู่ เธอรีบถามทำไมมาอยู่ที่นี่ พิศุทธิ์ตอบยิ้มๆ

“ผมไม่เคยพูดสักคำว่าผมจะกลับ...ที่ผมบอกคุณหมายถึงลอร่าต่างหาก”

กะรัตหันมาจิกตาใส่นวล นวลหน้าเจื่อน “นวลไม่รู้ค่ะ นวลแค่พูดไปตามสคริปต์เจ้าสัว”

กะรัตอึ้งเมื่อรู้ว่าทุกอย่างเป็นแผนของก๋ง พิศุทธิ์ย้ำเธอรับแหวนของตนแล้ว ห้ามเบี้ยว กะรัตโกรธวิ่งหนี พิศุทธิ์ตามไปถึงบนสะพาน กะรัตหันมาโวยจะกลับมาทรมานใจตนอีกทำไม พิศุทธิ์โต้ว่าเธอทำตัวเธอเองกะรัตถามถึงแฟนเขา พิศุทธิ์เข้ากอดกะรัตพร้อมบอกว่าอยู่นี่ ตนไม่เคยคิดแต่งงานกับใครอีก เธอคิดไปเอง กะรัตโวยวายรู้ไหมตนต้องเสียน้ำตามากขนาดไหน

“ก็ถ้าไม่มีเพื่อนผม คุณคงไม่รู้ว่าคุณรักผมมากขนาดนี้หรอกจริงไหม เราดีกันเถอะนะ เราเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเยอะแล้ว ผมอยากมีความสุขกับคุณจริงๆสักที แต่งงานกับผมนะ”

กะรัตแกล้งถามนี่โรแมนติกแล้วหรือ พิศุทธิ์จึงคุกเข่าลง เอาแหวนในซองมายื่นให้ กะรัตให้เขาสัญญาว่าจะไม่หนีไปไหนอีก ไม่ว่าตนจะร้ายขนาดไหน พิศุทธิ์ให้เธอสัญญาด้วยว่าจะไม่ปาแหวนทิ้งอีก กะรัตแกล้งทำท่าปาแหวนทิ้งลงน้ำ พิศุทธิ์อ่อนใจเปรยว่า ถ้ารู้ว่าเริ่มต้นใหม่ยากขนาดนี้ ตนไม่หย่าในตอนนั้นหรอก กะรัตโชว์แหวนยิ้มยั่วอย่างน่ารัก

“คุณหนีไม่พ้นกั้งหรอกจะบอกให้ ต่อให้คุณแต่งงานอีกกี่ครั้ง เจ้าสาวของคุณก็ยังต้องเป็นกะรัตอยู่ดี” กะรัตจูบแหวนในมือแล้วพลาดทำหล่น แหวนกลิ้งตกสะพานไป กะรัตร้องลั่น “แหวนแต่งงานของฉัน...ทำไมฉันถึงซวยอย่างนี้ ทำยังไง ทำยังไงล่ะทีนี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”

พิศุทธิ์ถอนใจบอกให้เธอเอาแหวนวงเดิมมาใช้แทน กะรัตโผกอดเขาสัญญาจะไม่ดื้ออีก ขอบคุณที่เขากลับมารักตน ทั้งสองกอดกันกลมด้วยความรักและความเข้าใจกันมากขึ้น ทุกคนในบ้านดีใจที่พิศุทธิ์กับกะรัตเข้าใจกันได้

เสียที พวงหยกยิ้มปลื้ม ไม่ทันไร กฤชย่องเข้ามาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ บอกเป็นรางวัลที่เธอช่วยให้ลูกคืนดีกัน พวงหยกเขินทำเป็นโวยวายลุกหนี แต่แอบไปยิ้มปลื้ม ทุกคนดีใจที่กฤชยอมกลับมาอยู่บ้านตามเดิม แถมบอกว่าจะจัดงานฉลองครบรอบแต่งงานพร้อมกับงานของกะรัต

กันตาเห็นอีเมล์ที่กุนตีส่งภาพความสุขของกะรัต กับพิศุทธิ์มาให้ ก็ยินดี หน้าจอคอมมีอีเมล์ชื่อศิวาส่งมามากมายแต่เธอไม่ยอมเปิดดูเลย...ด้านน้ำผึ้งเห็นภาพข่าวงานแต่งงานอีกครั้งของกะรัตกับพิศุทธิ์ก็ยิ้มดีใจ

ไม่คิดอิจฉาริษยาใดๆอีก ยอมรับกรรมเป็นแม่หน้าบากเลี้ยงลูกอยู่กับรสสุคนธ์ เป็นครอบครัวเล็กๆที่มีความสุขไม่แพ้กัน

ทุกคนที่มีความรักได้เรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วว่า ความรัก...มันต้องใช้หัวใจนำทาง

ooooooo

–อวสาน–


ละครสามีตีตรา ตอนที่ 13(ตอนจบ) อ่านสามีตีตรา ติดตามสามีตีตรา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 8 เม.ย. 2557 15:15 2014-04-08T08:15:13+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ