ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ป่านางเสือ2

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ไม่นานนัก ดาวตัวจริงรวบรวมกำลังดันตัวเองพ้นขอบหน้าผาขึ้นมานอนหมดเรี่ยวแรง เสียงเหยี่ยวสายลมร้องก้อง เธอมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นร่างเหยี่ยวใกล้เข้ามา แต่พอเห็นชัดๆจึงได้รู้ว่าเป็นไผ่ดีดตัวลงจากยอดไม้

    “พี่ไผ่...คุณหนึ่ง” พูดได้แค่นั้น เธอก็หมดสติ...

    จักจั่นซึ่งอยู่ในห้องพักที่ศูนย์ลับ สัมผัสถึงดาวได้ ถึงกับลุกพรวดขึ้น งิ้วที่นั่งอยู่ด้วยตกใจ ถามว่าเป็นอะไรเธอไม่ตอบคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาดาวแต่ไม่ติด ชักใจคอไม่ดี

    “จักจั่นเห็นพี่ดาว...ต้องมีเรื่องไม่ดีแน่”

    งิ้วปลอบว่าดาวเป็นถึงนางเสือจะมีเรื่องไม่ดีได้อย่างไร คำปลอบใจนั้นไม่ได้ช่วยให้จักจั่นคลายกังวล...

    สักพัก ดาวได้สติ เห็นไผ่นั่งมองอยู่ด้วยความเป็นห่วง ถามว่ามาได้อย่างไร เขากำลังจะไปดูลุงเดชกับพ่อแสงที่ชายแดน พอดีได้รับสัญญาณจากเหยี่ยวสายลมก็เลยมาที่นี่ก่อน แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น

    “นางงูได้ตัวคุณหนึ่งไปแล้ว ดาวต้องรีบตามไปก่อนที่นางงูจะสะกดคุณหนึ่งให้ตกเป็นทาสของมัน”

    ไผ่จะไปด้วยแต่เธอไม่ยอม บอกให้เขารีบไปดูลุงเดชกับพ่อแสงจะดีกว่า เขาอ้าปากจะค้าน แต่เธอดีดตัวหายไปบนยอดไม้เสียก่อน เขาได้แต่ส่ายหน้า ระอาในความดื้อรั้นของเธอ...

    ด้านฤทธิชัยอุ้มนาคีในคราบดาวมายังริมลำธาร เอาน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ เธอรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็นเขาดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ถือโอกาสสวมรอยเป็นดาวโผซบอกเขา แล้วค่อยๆยื่นหน้าเข้าใกล้ๆ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คายามังเห็นผ่านทางอ่างน้ำมนต์โดยตลอด ชักสีหน้าไม่พอใจ...

    นาคียังไม่ทันจะจุมพิตฤทธิชัยให้สมใจอยาก ต้องชะงักเมื่อรู้สึกถึงปากกระบอกปืนที่จ่ออกตัวเองอยู่ ทันทีที่ถอยห่างจากเขา ร่างของเธอค่อยๆกลับเป็นตัวเอง เธออดสงสัยไม่ได้ในเมื่อเขารู้ตั้งแต่ตอนอุ้มเธอมาที่นี่ว่าไม่ใช่ดาว แล้วทำไมยังช่วยเธออีก หรือว่ามีใจให้ เขาส่ายหน้า

    “เปล่า...ผมแค่ไม่ต้องการทำร้ายใคร ผมรู้ว่าคุณถูกบังคับ ที่นี่ไม่ใช่โลกของคุณ”

    “เหลวไหล...ท่านต้องเป็นของเรา” นาคีสะบัดมือใส่เขากระเด็นกลิ้งไปกับพื้น “เราไม่ได้ท่าน ก็ไม่มีใครได้ท่าน” เธอยกมือขึ้นท่าทางเอาเรื่อง พลันมีเสียงปืนดังขึ้นติดๆกันหลายครั้ง ร่างของนาคีถึงกับเซ ฤทธิชัยรีบเข้าไปยืนเคียงข้างดาวพร้อมกับเล็งปืนไปที่นังงูร้าย ก่อนที่ทั้งคู่จะลั่นไก นินจากลุ่มหนึ่งเข้ามาช่วยเธอหนีไปเสียก่อน พอพวกนั้นลับสายตา ดาวยืนโงนเงนก่อนจะล้มลงหมดสติ

    ooooooo

    ทันทีที่กลับถึงรังใหญ่ของแบล็กอีวิลหลังกำแพงมนต์ คายามังต่อว่านาคียกใหญ่ที่ลุ่มหลงฤทธิชัยจนเกือบเสียท่า โชคดีที่เขาส่งนินจาไปช่วยไว้ทัน เธอโกหกว่าไม่ได้ลุ่มหลง ถ้าเขาจูบเธอเมื่อไหร่จะต้องกลายเป็นทาสของเธอเมื่อนั้น แต่เขาดันรู้ตัวเสียก่อน คายามังคิดว่าเธอใจอ่อนเพราะเขาช่วยเอาไว้เสียอีก

    “มันช่วยข้าเพราะมันนึกว่าข้าเป็นนางนั่นต่างหาก ...ข้าเหนื่อย...ขอตัว” นาคีพูดจบ ผละจากไป จอมขมังเวท มองตามไม่วางใจ...

    ในเวลาต่อมา ดาวก็ฟื้นคืนสติ เห็นฤทธิชัยปลอดภัยถึงกับถอนใจโล่งอก กลัวเขาจะหลงกลนาคี เขาก็เกือบไปเหมือนกัน แต่พอได้สัมผัสก็รู้ว่าผิดตัว เธอยังหวั่นใจไม่หายที่นาคีสามารถปลอมเป็นเธอได้ ฤทธิชัยแกล้งถามว่าถ้าเกิดนาคีปลอมเป็นเขาบ้าง เธอจะรู้หรือเปล่า เธอมองยิ้มๆก่อนจะอธิบายว่าที่นาคีปลอมเป็นเธอได้เพราะเธอพลาด ปล่อยให้นังงูนั่นถูกตัวแล้วดึงภาพของเธอไป แต่อยู่ๆจะปลอมเป็นใครตามใจนึกคงไม่ได้

    “งั้นก็โล่งอก...ถ้านางงูปลอมตัวได้พวกเราคงแย่” เขาว่าแล้วดึงเธอมากอดไว้แนบอก...

    ขณะนาคีกำลังนอนแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำอาคมเพื่อให้พลังฟื้นคืนมา หวนนึกถึงตอนที่อยู่กับฤทธิชัยเมื่อครู่ เสียใจไม่หายที่ต้องลงมือทำร้ายเขาเพื่อกลบเกลื่อนเพราะรู้ตัวว่าถูกคายามังจับตามองเธอผ่านอ่างน้ำมนต์...

    จักจั่นไม่วางใจแม้ดาวจะกลับมาได้อย่างปลอดภัย ตัดสินใจกลับบ้านดอนเสือเพื่อช่วยเธอจัดการกับนาคีอีกแรงหนึ่ง ทิ้งให้อภิชาติอยู่กับงิ้วที่กรุงเทพฯ ช่วยกันสืบหาที่อยู่ของนายใหญ่ของแบล็กอีวิล ยิ่งได้ตัวเขาเร็วเท่าไหร่ เรื่องยุ่งๆจะได้จบเร็วขึ้นเท่านั้น...

    ตั้งแต่ถูกสั่งพักราชการ ผู้กองสัตยาก็หมดอำนาจไปโดยปริยาย นายใหญ่จึงสั่งให้เขาไปคุมงานใหญ่ที่ชายแดน และกำชับว่างานนี้ห้ามพลาดอีกเด็ดขาด...

    บ่ายวันเดียวกัน งิ้วได้รับพัสดุที่หัวหน้าของเธอส่งมาให้จากอเมริกา อภิชาติเดินเข้ามาดูด้วยความสนใจ เห็นมีกล่องซ้อนอยู่ข้างในอีกใบหนึ่ง เธอยกขึ้นมาดูชื่อผู้ฝาก

    “ของคุณพ่อส่งไปให้ฉัน...นี่เองที่นายสัตยาถามถึง” เธอรีบแกะกล่องออกดู แต่ต้องผิดหวังที่พบแค่รูปถ่ายของเธอตอนอายุประมาณ 10 ขวบกับพ่อ...

    ทางฝ่ายอภิชาติมีงานรัดตัว ไม่สามารถเทียวไปเทียวมาระหว่างศูนย์ลับกับเซฟเฮาส์ของดำรงได้ จึงตัดสินใจพาเขามาไว้ที่ศูนย์ลับ แล้วสั่งให้นพจัดเวรยามรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้นอภิชาติรีบกลับไปหางิ้วที่ห้องพัก เห็นเธอยังนั่งพิจารณารูปถ่ายที่พ่อส่งมาให้อย่างเอาเป็นเอาตาย โดยที่ไม่ได้เบาะแสอะไรคืบหน้า ชักจะเริ่มหงุดหงิด

    “นายสัตยาคาดคั้นเรื่องพัสดุชิ้นนี้จากคุณ ต้องมีอะไรสำคัญแน่นอน”

    งิ้วตัดปัญหา ยื่นรูปนั้นให้เขาไปหาความลับเอาเอง แต่ในที่สุดงิ้วก็ตีโจทย์แตก รูปนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเธอหรือพ่อของเธอแต่เกี่ยวกับสถานที่ บ้านที่อยู่ด้านหลังเธอกับพ่อในรูปใบนี้ คือบ้านพักของท่านที่เขาใหญ่

    ooooooo

    ทันทีที่เจอหน้าดาว จักจั่นโผกอดด้วยความดีใจ ถามไถ่ถึงสารทุกข์สุกดิบของทุกคน ดาวต้องแจกแจงให้ฟังเป็นทีละคนๆว่า ฤทธิชัยอยู่ชายแดนทางเหนือเพื่อกันไม่ให้นาคีเข้าใกล้พวกเรา ไผ่อยู่ชายแดนด้านใต้กับลุงเดชและพ่อแสง ส่วนจันจิราอยู่เฝ้าระวังป้าเนียนกับแม่สมพรและพวกเด็กๆ

    “เหลือแค่เราสองคน...วิ่งรอกไปทุกแห่ง...ขวางทางพวกมันทุกวิถีทาง” ดาวสีหน้ามุ่งมั่น...

    ทางด้านจันจิราเห็นควรแก่เวลาต้องไปเยี่ยมวิวัฒน์สักหน่อย จึงลุยเดี่ยวเข้าไปหาเขาที่สำนักงานภายในโรงเลื่อย แทนที่เขาจะเป็นฝ่ายข่มขู่ให้เธอเลิกวุ่นวายกับบ่อนของเขา เธอกลับสะบัดมีดสั้นปักกลางโต๊ะทำงาน

    “ถ้าคนของนายไปยุ่มย่ามแถวสถานีอนามัยอีก ฉันจะเสริมดั้งให้นายใหม่” จันจิราขู่เสร็จ ผละจากไปวิวัฒน์มองมีดสั้นที่ปักอยู่อย่างแค้นใจ...

    งิ้วมองบ้านพักของพ่อที่เขาใหญ่ด้วยความผิดหวัง บ้านรกร้างเหมือนไม่มีคนอยู่มานานแล้ว ที่ตนเองคาดการณ์ไว้ผิดหมด ที่นี่ไม่มีเบาะแสอะไรเลย เธอจึงชวนอภิชาติกลับ แต่เขาขอเข้าไปดูข้างในก่อน ไหนๆก็มาแล้ว ทั้งสองคนค่อยๆเข้าไปข้างในตัวบ้านอย่างระแวดระวัง เห็นมีผ้าใบคลุมเฟอร์นิเจอร์อยู่ตามมุมต่างๆ

    ข้าวของวางสุมกันเต็มไปหมด อภิชาติรู้สึกเหมือนมีคนอื่นอยู่ในห้องนี้ด้วย พยักพเยิดให้งิ้วไปที่ผ้าใบซึ่งอยู่ตรงมุมห้อง ทั้งสองจ้องปืนไปที่นั่นเป็นจุดเดียวกัน ตะโกนบอกให้คนคนนั้นออกมาได้แล้ว ไม่อย่างนั้นจะถูกยิง ผ้าใบเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นณุพันธ์ซ่อนตัวอยู่ ทั้งคู่ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองที่เขายังไม่ตาย

    ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังหูดับตับไหม้ งิ้วรวบตัวพ่อให้นอนราบกันพื้น ขณะที่อภิชาติพรวดไปที่ประตูบ้านยิงสวนออกไป เห็นพวกคนร้ายเคลื่อนไหวอยู่นอกบ้าน

    “รออยู่ที่นี่ เดี๋ยวผมมา” เขาพูดจบหายตัววับออกไป

    ณุพันธ์ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว งิ้วรีบเอาผ้าใบมาคลุมตัวเขาไว้แล้วออกไปช่วยอภิชาติ ไม่กี่อึดใจ ทั้งคู่จัดการพวกคนร้ายได้อย่างราบคาบ...

    ในระหว่างที่อภิชาติกับงิ้วได้ตัวณุพันธ์มาอยู่ในมือ ลุงเดชกับพ่อแสงแฝงตัวเข้าไปที่หมู่บ้านชายแดนได้อย่างราบรื่น เพราะกลับมาครั้งนี้พวกเขาเตรียมตัวมาอย่างดี มีบัตรผ่านของพวกแบล็กอีวิลติดมาด้วย ขณะทั้งคู่กำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ในร้านอาหาร มีชายคนหนึ่งมายืนข้างโต๊ะ ขอนั่งด้วย ผู้อาวุโสทั้งสองไม่สนใจก้มหน้าก้มตากินข้าว ชายคนนั้นถือวิสาสะนั่งข้างๆลุงเดช แขวะเสียงดังลั่น

    “น้าสองคนปูนนี้แล้ว น่าจะเข้าวัดเข้าวามากกว่า”

    พวกมือปืนที่นั่งอยู่ในร้านพากันหัวเราะ ทั้งคู่ไม่พอใจหันมองชายคนนั้นอย่างเอาเรื่อง แต่ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคือไผ่ สองคนพยักพเยิดให้กัน ก่อนจะช่วยกันจับเขาโยนออกมานอกร้าน แล้วตามมาดูผลงาน

    “ถ้าเอ็งยุ่งกับข้าอีก...ข้าจะส่งเอ็งเข้าวัด” พ่อแสงชี้หน้าแล้วแกล้งทำฮึดฮัดเดินตามลุงเดชออกไป

    “โธ่เอ๊ยทำซ่า...ข้าไม่อยากรังแกคนแก่หรอกเว้ย” ไผ่ค่อยๆลุกขึ้นปัดฝุ่นที่เสื้อผ้าแล้วกลับเข้าร้าน ครู่ต่อมาลุงเดชกับพ่อแสงแอบมานั่งหลบมุมคุยกัน พ่อแสงบ่นอุบไม่รู้ว่าแม่สมพรจะส่งไผ่มาที่นี่ทำไม ทางโน้นเหลือแค่จันจิราคนเดียว แล้วจะต้านพวกศัตรูได้หรือ ลุงเดชปรามให้ใจเย็นๆ อย่าลืมว่าดาวยังอยู่ทั้งคน

    วิวัฒน์เจ็บใจที่ถูกจันจิราหยามหน้า ส่งมือปืนตามมาเก็บขณะที่เธอ ป้าเนียน แม่สมพรกับต่อและผึ้งกำลังจะกินม้ือค่ำ แต่เธอรู้ตัวเสียก่อน พาทุกคนเข้าไปหลบในห้องนอนของป้าเนียน เอาปืนให้แม่สมพรหนึ่งกระบอก กำชับว่ายิงทุกอย่างแม้

    แต่เงา ส่วนเธอจะล่อพวกนั้นออกไปเอง

    “พวกมันเยอะมาก...ไผ่ก็ไม่อยู่”

    “แม่สมพรไม่ต้องห่วง...หนูจัดการได้” จันจิราว่าแล้วตวัดปืนอีกกระบอกขึ้นมา ก่อนจะพรวดออกจากห้องเจอมือปืนกลุ่มหนึ่งที่โถงกลางบ้าน เธอยิงตายเรียบ

    แล้วดีดตัวออกไปทางหลังบ้าน พลางตะโกนเรียกเหยี่ยวสายลม พวกมือปืนแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งตามจันจิรา อีกกลุ่มหนึ่งขึ้นไปบนเรือนเพื่อจัดการป้าเนียน แม่สมพรและเด็กๆ พวกนั้นไล่ค้นทุกห้องมาจนเหลือห้องนอน

    ป้าเนียนเป็นห้องสุดท้าย

    ทันทีที่ประตูห้องเปิดผลัวะ แม่สมพรสาดกระสุนใส่ไม่เลี้ยงถูกมือปืนดิ้นไปหนึ่งคน พวกที่เหลือกราดยิงไม่ยั้ง ทุกคนหลบกระสุนโงหัวไม่ขึ้น พลันมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น พร้อมกับร่างของจักจั่นในชุดนางเสือร่อนลงมายืนด้านหลังพวกมือปืน พริบตาเดียวพวกนั้นหลับกลางอากาศ...

    ทางด้านจันจิราล่อพวกมือปืนให้ตามเข้าไปในป่า แล้วซุ่มรออยู่หลังพุ่มไม้ พวกมือปืนกระจายกำลังกันล้อมเธอไว้ ดาวในคราบนางเสือดีดตัวลงมายืนข้างๆ

    จันจิรา กราดตามองพวกนั้นเคลื่อนตัวใกล้เข้ามา

    “จักจั่นไปบ้านป้าเนียน ป่านนี้คงจัดการพวกมันเรียบร้อย”

    “จะเอายังไงกับพวกนี้คะพี่ดาว”

    “ลากคอไปให้นายวิวัฒน์...ดูสิว่ามันจะแก้ตัวว่ายังไง” สิ้นเสียง ดาวกับจันจิราโดดเข้าหาพวกมือปืน ยิงไหล่บ้างขาบ้างเอาแค่พอไม่ให้ต่อสู้ได้

    ooooooo

    ดาว จักจั่น และจันจิราจับพวกมือปืนมัดรวมกันแล้วเอาไปโยนไว้ที่ลานกลางโรงเลื่อย ด่าวิวัฒน์ทำไมถึงคิดชั่วขนาดจะฆ่าแม้กระทั่งเด็ก เขาปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง ไม่เคยเห็นพวกนี้มาก่อน แล้วถามว่ามีหลักฐานหรือเปล่า ดาวสะบัดมืออย่างรวดเร็วแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีดพุ่งปักที่ต้นขาของวิวัฒน์ถึงกับร้องลั่น พวกมือปืนที่ยืนคุมเชิงขยับจะชักปืน จันจิราขู่ ถ้าใครอยากตายก่อนก้าวออกมาได้เลย พวกนั้นยืนนิ่งไม่กล้าหือ

    “แก...ฉันจะเอาแกเข้าคุกข้อหาทำร้ายร่างกาย” วิวัฒน์โวยวาย

    “มีหลักฐานไหม...ฉันไม่เคยเห็นมีดเล่มนี้มาก่อน...

    แกควรจะรีบออกไปจากบ้านดอนเสือ” ดาวยิ้มโหด จักจั่นขู่สำทับ ถ้าไม่รีบไปอาจจะเจอมีดอีกเล่มปักแถวหัวใจ วิวัฒน์ทนเจ็บไม่ไหวทรุดฮวบ พวกมือปืนจะเข้ามาช่วยประคอง เขาปัดมือทุกคนออก หันไปมองอีกที สามสาวหายไปแล้ว...

    ในเวลาเดียวกัน ที่ศูนย์ลับแห่งใหม่ของหน่วยพิเศษ หมอตรวจดูอาการของณุพันธ์แล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แผลที่แขนติดเชื้อเพราะถูกปล่อยให้สกปรก เขาให้ยาฆ่าเชื้อแล้ว อีกสองถึงสามอาทิตย์คงจะดีขึ้น งิ้วเข้าไปดูแผลของพ่อด้วยความเป็นห่วง ณุพันธ์เล่าว่าพวกนั้นฝังชิพ จี.พี.เอส.ไว้ที่แขน เขาเลยต้องผ่าเอาออก

    “ที่แท้ พวกมันกุข่าวว่าท่านตายแล้วเพื่อปิดความลับทั้งหมด...อีกทั้งหาทางปิดปากคุณงิ้วเพราะเกรงว่าคุณงิ้วจะตามหาท่านพบ...เราต้องการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพวกมัน”

    ณุพันธ์พยักหน้าให้อภิชาติอย่างอ่อนแรง งิ้วเห็นท่านเพลียๆ บอกให้พักผ่อนก่อน ไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง แต่ท่านใจร้อนอยากให้ข้อมูลเกี่ยวกับพวกแบล็ก–อีวิลตอนนี้เลย

    “ไม่เป็นไรครับ...เรายังมีเวลา เชิญท่านพักผ่อนตามสบาย” อภิชาติว่าแล้ว ออกจากห้องปล่อยให้พ่อลูกได้อยู่กันตามลำพัง...

    ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งแถบชายแดนทางด้านเหนือ ฤทธิชัยอุตส่าห์พรางตัวปะปนมากับพวกมือปืน แต่ไม่รอดพ้นสายตาของผู้กองสัตยาไปได้ เขาสั่งให้มือปืนล้อมไว้ ฤทธิชัยฮึดสู้ชักปืนขึ้นมาจ่อหัวเขาไว้ แทนที่จะกลัว เขาขู่กลับ ถ้าฤทธิชัยขยับตัวนิดเดียว พวกของเขาจะฆ่าชาวบ้านให้หมดทั้งหมู่บ้าน

    “ชาวบ้านพวกนี้รับเงินจากแบล็กอีวิล ตั้งเป็นหมู่บ้านขายชาติ คุณจะทำยังไงก็ตามใจ ผมไม่สน”

    “แล้วพวกเด็กๆล่ะ คุณสนหรือเปล่า พ่อแม่ชั่ว แต่เด็กๆไม่ควรรับกรรม...หรือว่าไง”

    ฤทธิชัยจำต้องทิ้งปืนยอมจำนน ผู้กองชั่วสั่งให้มือปืนเอาตัวเขาไป มือปืนทุบท้ายทอยเขาทรุดฮวบ แล้วช่วยกันหิ้วปีกไปขึ้นรถ

    ooooooo

    หลังได้รับแจ้งจากอภิชาติว่าจะมีอาวุธจำนวนมากผ่านทางชายแดนเข้ามา จักจั่นกับดาวในชุดนางเสือรีบออกไปสำรวจป่า เจอขบวนรถบรรทุกอาวุธแล่นมาตามทางโดยมีรถจี๊ปขนมือปืนเต็มคันรถแล่นนำ ดาวอดแปลกใจไม่ได้ สินค้าสำคัญขนาดนี้ทำไมนาคีไม่มาคุ้มกัน จักจั่นใจร้อน ร่อนจากต้นไม้ลงไปขวางหน้าขบวนรถไว้

    “ทิ้งรถแล้วกลับออกไปเสีย”

    หัวหน้ามือปืนไม่สนใจคำขู่ สั่งให้ฆ่าทั้งคู่ ดาวหายตัวไปโผล่ตรงหน้าพวกมือปืน สาดกระสุนใส่ตายไปหลายศพ หัวหน้ามือปืนถึงกับหน้าถอดสี ทันใดนั้น สร้อยรูปงูซึ่งห้อยอยู่ที่คอเขา มีแสงสว่างส่องออกมา ตัวเขาสั่นสะท้านขณะที่ร่างของนาคีก้าวออกมาจากร่างของเขา ดาวกับจักจั่นมองตะลึง นาคีไม่รอช้าตรงเข้าต่อสู้กับสองนางเสือ ดาวพยายามถ่วงเวลาเธอเพื่อให้จักจั่นไปจัดการทำลายรถขนอาวุธ

    เสียงระเบิดดังตูมติดๆกันสะเทือนไปทั้งป่า พวกมือปืนกระเด็นไปคนละทิศละทาง พอควันจาง ดาวกับจักจั่นอันตรธานไปเรียบร้อย นาคีแค้นใจมาก มองหัวหน้ามือปืนกับสมุนด้วยสายตากร้าว

    “ท่านทำงานล้มเหลว” นาคีพูดจบ ปล่อยพลังกระแทกเหล่ามือปืนแตกละเอียดเป็นผุยผงลอยไปในอากาศ แล้วเธอก็หายตัววับไป ดาวกับจักจั่นแอบดูเหตุการณ์โดยตลอดรับรู้ถึงพลังอันน่ากลัวของเธอ...

    ดาวเห็นพลังที่เพิ่มมากขึ้นของนาคีแล้วไม่สบายใจ ชวนจักจั่นไปช่วยกันเกลี้ยกล่อมแม่สมพรให้พาเด็กๆ

    ย้ายไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ ลึกเข้าไปในป่าห่างจากพวกศัตรูให้มากที่สุด เพราะถ้ายังอยู่ที่นี่จะทำให้เธอกับจักจั่นพะว้าพะวัง แม่สมพรทักท้วง ไม่เอาป้าเนียนไปด้วยหรือ

    “ป้าเนียนคนเดียว จันจิราระวังได้อยู่แล้ว มีแม่กับเด็กๆ...จักจั่นว่าจะล้นมือ เสี่ยงเปล่าๆ”

    ในที่สุดแม่สมพรก็ยอมทำตามที่ดาวกับจักจั่นขอร้อง รีบขึ้นไปเก็บข้าวของเครื่องใช้จำเป็นแล้วพาต่อกับผึ้งไปขึ้นรถจี๊ปของดาว ขณะรถแล่นมาถึงกลางป่า มีเสียงร้องเตือนของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น นินจา 5 คนโดดขวางหน้ารถไว้ ดาวหันไปบอกแม่สมพรว่ารอจังหวะที่พวกเธอลงมือ ให้ท่านรีบขับรถพาเด็กๆไปให้พ้นจากที่นี่

    จากนั้น สองสาวดีดตัวเข้าหาพวกนินจา เปิดฉากต่อสู้กัน แม่สมพรรีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว นินจาสองคนดีดตัวตามไปทันที จักจั่นไม่รอช้าไล่ตามไปติดๆ นินจาที่เหลือเข้าล้อมกรอบดาวไว้

    “กะแค่ผู้หญิงกับเด็กสองคน ถึงกับส่งนินจามา พวกแกต้องการอะไรกันแน่”

    นินจาทั้งสามคนบุกฟันดาวพร้อมกันแทนคำตอบ เธอตั้งรับจนถอยร่น แต่พอตั้งหลักได้ กลับเป็นรุกบ้างเตะต่อยได้สามกระบวนท่า เธอชักปืนขึ้นมายิงกระหน่ำพวกนินจาตายสนิท...

    ไม่ห่างจากจุดที่ดาวอยู่ จักจั่นหายตัวไปดักหน้านินจาทั้งสองคนไว้ชักปืนขึ้นมาพร้อมกันสองกระบอกซัดตูมเดียวกระเด็นหงายหลังไปหนึ่งคน อีกคนหนึ่งยืนนิ่งไม่กล้าขยับ

    “บอกมา...มือระดับอย่างพวกแกมาทำไมแถวนี้...

    ถ้าแกบอก ฉันจะให้แกรอด”

    เขายังไม่ทันจะตอบ นินจาที่ถูกจักจั่นยิงเมื่อครู่ สะบัดมีดสั้นใส่ท้ายทอยทรุดฮวบ ก่อนที่ตัวเองจะสิ้นใจตาม ดาวดีดตัวเข้ามาสมทบมองร่างไร้วิญญาณของพวกนั้นด้วยความอนาถใจ แม่สมพร ต่อ และผึ้งรีบออกจากที่ซ่อนเข้ามาหาสองสาว เด็กๆจ้องนินจาเขม็ง ก่อนจะพูดซ้ำๆว่านินจาออกมาจากกำแพง

    “ที่แท้เด็กๆรู้เรื่องกำแพงของพวกมันนี่เอง” ดาวมองหน้าจักจั่นอย่างตื่นเต้น...

    ด้านฤทธิชัยถูกตรึงอยู่กับผนังถ้ำภายในรังใหญ่ของแบล็กอีวิลหลังกำแพงมนต์ นาคีเห็นภาพของเขาปรากฏอยู่ในอ่างน้ำมนต์ของคายามังถึงกับชักสีหน้าไม่พอใจ ทวงถามสัญญาจากคายามังที่เคยบอกว่าถ้าเธอกำจัดศัตรูได้ เขาจะมอบชายคนนี้ให้เธอ เขาเตือนว่าอย่าวู่วาม กำลังหาทางช่วยเธออยู่ ชายคนนี้มีพลังเกินคาด จะไม่มีทางเปิดรับหัวใจของเธอ แม้เธอจะกำจัดผู้หญิงที่เขารักไปแล้ว เธอก็ไม่มีวันได้ความรักจากเขา

    “ต้องได้...ไม่ว่านานแค่ไหน ข้าจะทำให้ได้”

    “เจ้าไม่มีทางทำสำเร็จ...นอกจากจะใช้อาคมของข้า...ด้วยวิธีของข้าช่วยเจ้าเท่านั้น”

    ooooooo

    ในเวลาต่อมา ดาวกับจักจั่น แม่สมพร ต่อ และผึ้งมาถึงกระท่อมหลบภัยซึ่งตั้งอยู่กลางป่าลึก มีสมาชิกโจรยืนเฝ้าระวังอยู่เป็นจุดๆโดยรอบ ดาวบ่นให้จักจั่นฟังด้วยความเสียดายที่ต่อกับผึ้งเคยเข้าไปในกำแพงแต่จำไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน จักจั่นคิดว่าน่าจะอยู่แถวชายแดนใกล้กับจุดที่พวกศัตรูเคลื่อนไหวกำลังกันอยู่

    “พี่เคยปล่อยมนต์ไว้ที่พวกนินจา เพื่อตามรอยพวกมัน แต่พวกมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่พี่สายลมก็ไม่เห็น พี่คิดว่าต้องเป็นกำแพงมนต์แน่นอน”

    จักจั่นถอนใจ หนักใจ ถ้าเป็นแบบนี้พวกเราคงหามันไม่เจอ ดาวมั่นใจว่าถ้าเราทำลายคนสร้างกำแพงมนต์ได้เมื่อไหร่ ก็จะทำลายกำแพงนั่นได้เมื่อนั้น...

    ระหว่างที่ดาวกับจักจั่นกำลังง่วนอยู่กับเรื่องกำแพง มนต์ ฤทธิชัยซึ่งถูกกักขังไว้ที่รังใหญ่ รอจนกระทั่งปลอดคนจึงตั้งสมาธิสะเดาะโซ่ที่พันธนาการอยู่หลุดออก แล้วค่อยๆลัดเลาะไปตามผนังถ้ำอย่างระมัดระวัง หลบหลีกพวกมือปืนมาจนถึงกำแพงหน้าตาแปลกๆที่อยู่อีกด้านหนึ่งของถ้ำ อยู่ๆมันสั่นได้ แล้วค่อยๆกลายสภาพคล้ายวุ้น เขาตกใจรีบหาที่ซ่อนตัว ทันใดนั้น มีนินจาสามคนผ่านกำแพงวุ้นเข้ามา เขาถึงกับตะลึง

    “แบบนี้เอง...พวกเราถึงหากำแพงไม่เจอ”

    จากนั้น เขาเดินสำรวจถ้ำต่อจนมาถึงที่คุมขังท่านรองก้องเกียรติ ด้วยไหวพริบอันชาญฉลาด เขาแสร้งทำเป็นนายใหญ่ปลอมตัวมา พวกมือปืนหลงเชื่อเปิดทางให้เขาเข้าไปใกล้กรงขังท่านรองก้องเกียรติ แค่คุยกันสองสามคำท่านก็รู้ว่านี่คือฤทธิชัยตัวจริง กระซิบเบาๆให้เขารีบหนีไป เขาสัญญาว่าจะกลับมาช่วย แล้วรีบตรงไปยังกำแพงวุ้น หลับตาท่องคาถาก่อนจะพุ่งตัวออกไป แต่เหมือนพุ่งชนกำแพงแข็งๆ

    เขากระดอนกลับมาที่เดิม พอเงยหน้าขึ้นมองอีกที เห็นคายามังยืนจังก้า ในมือถือมีดอาคม ฤทธิชัยขยับจะลุกขึ้น จอมขมังเวทปล่อยแสงจากมีดอาคมกระแทกอกเขากระเด็นไปอัดผนังถ้ำหมดสติ...

    เหมือนมีสื่อถึงกัน ดาวรับรู้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับชายคนรักได้ รีบออกจากกระท่อมหลบภัย ตรงไปยังทิศทางที่เหยี่ยวสายลมร้องบอก จักจั่นตะโกนเตือนไล่หลังให้ระวังตัวด้วย...

    คายามังสั่งหัวหน้ามือปืนนำตัวฤทธิชัยที่นอนหมดสติไปฝังดิน ย้ำว่าต้องรีบทำให้เสร็จก่อนที่พวกนางเสือจะสัมผัสเขาได้ พวกมือปืนช่วยกันแบกร่างเขาเข้าไปในป่า แล้วลงมือขุดดิน หลุมฝังศพยังขุดไม่ทันถึงครึ่ง ดาวปรากฏตัวขึ้น ยิงกราดพวกนั้นตายเรียบ แล้วนำร่างฤทธิชัยไปไว้ที่ถํ้าแห่งหนึ่ง สักพักเขาค่อยๆได้สติ ลืมตาขึ้นมาเห็นดาวเป็นแค่ภาพเบลอตรงหน้า เขาคว้าเธอมากอดไว้ ก่อนจะหมดสติไปอีกครั้ง

    เธอค่อยๆวางเขาลงแล้วโน้มตัวเข้าไปจูบริมฝีปาก พลันเห็นแสงจากปากเธอวิ่งสู่ปากเขาช้าๆจนหมด เธอยิ้มพอใจ ลูบไล้ใบหน้าชายหนุ่มอย่างหลงใหล ทันใดนั้น มีเสียงเหยี่ยวสายลมกับเสียงเสือสายฟ้าร้องดังก้อง ดาวหันขวับไปทางหน้าถํ้า เห็นนางเสือยืนอยู่

    “ท่านมาสายไปแล้ว”

    พลันร่างของดาวค่อยๆเปลี่ยนกลายเป็นนาคี เส้นผมเป็นงูเก็งกองส่ายหัวไปมาน่ากลัว ดาวในคราบนางเสือตวัดปืนยิงใส่เป็นชุด ร่างเธอสะท้านเซไปมา ก่อนจะตั้งหลักได้กระแทกพลังใส่ดาวกระเด็น แล้วตามเข้าไปจะซํ้า แต่แล้วต้องถอยกรูดเมื่อร่างอาคมของเสือสายฟ้าพุ่งเข้าโจมตี เธอปัดป้องไปมาที่สุดก็หายวับไป

    ดาวเดินเข้าไปหาชายคนรัก ลูบไล้ใบหน้าเขาอย่างทะนุถนอม แต่ต้องตกใจถึงกับผงะ เมื่อใบหน้าของเขามีใบหน้างูซ้อนขึ้นมา เธอตระหนักในทันทีว่า เขาถูกมนต์สะกดของนาคีเข้าเต็มๆ จากนี้ไป เขาจะลืมเธอ ลืมทุกคน จำเรื่องราวระหว่างเราสองคนไม่ได้

    “ดาวจะหาทางช่วยคุณหนึ่งให้กลับคืนมาเร็วที่สุด” เธอว่าแล้วดีดตัวจากไปทั้งนํ้าตา...

    ทันทีที่จักจั่นรู้เรื่องฤทธิชัย แนะให้ดาวชิงตัวเขากลับ เธอส่ายหน้า รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ เขาไม่ใช่ฤทธิชัยคนเดิมอีกต่อไป ถ้าเอาตัวกลับมา รังแต่จะทำให้ทุกคนเดือดร้อน

    ooooooo

    ที่ศูนย์ลับ ขณะงิ้วกำลังตรวจดูข้อมูลจากคอมพิวเตอร์อยู่กับอภิชาติ มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่น นพวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่า มีคนพยายามบุกเข้ามา เราต้องถอนตัวด่วน มีรถจอดรออพยพคนอยู่ด้านหลัง

    “คุณงิ้วไปดูท่านณุพันธ์...ผมไปดูนายดำรง...คุณนพขอเวลาห้านาที ถ้าไม่เห็นผมออกรถไปก่อนได้เลย”

    งิ้วตะลุยฝ่ากลุ่มมือปืนเข้าไปนำตัวณุพันธ์ไปยังจุดนัดพบได้สำเร็จ แต่อภิชาติไม่โชคดีอย่างนั้น เมื่อไปถึงห้องพักของดำรง พบเจ้าหน้าที่คุ้มกันถูกยิงตาย ส่วนดำรงหายไป เขาใช้วิชาพรางตัว บวกกับสายตาเหยี่ยวของสายลม ช่วยนำทางไปยังรถตู้ซึ่งเอาตัวดำรงไป แล้วหายตัวไปโผล่อยู่บนหลังคารถตู้คันนั้น...

    ที่ด้านหลังศูนย์ลับ เจ้าหน้าที่ทุกคนพากันขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ งิ้วรีๆรอๆไม่ยอมขึ้นรถ เพราะอภิชาติกับดำรงยังไม่มา นพเร่งให้รีบไป ศัตรูใกล้ถึงตัวแล้วไม่สามารถ รอใครได้อีก เธอจำต้องตัดใจขึ้นรถ จากนั้นรถทุกคันตะบึงออกไปอย่างรวดเร็ว งิ้วถึงกับบ่นอุบ พวกคนร้ายต้องได้ข้อมูลทุกอย่างของเราไปแน่ๆ

    “ครับ...ในนรก” นพยิ้มเหี้ยมก่อนจะกดรีโมตจุดชนวนระเบิดให้ทำงาน เสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหว ไฟลุกท่วมศูนย์ลับ ย่างสดพวกคนร้ายรวมทั้งข้าวของทุกอย่างเป็นจุณ...

    ทางฝ่ายอภิชาติใช้วิชาพรางตัวอีกครั้ง เมื่อรถตู้ที่ตนเกาะอยู่แล่นเข้าไปจอดในโกดังแห่งหนึ่ง รอจนพวกมือปืนนำตัวดำรงเข้าไปด้านใน จึงค่อยๆกลิ้งตัวลงจากหลังคารถ นายโจซึ่งยืนรอท่าอยู่ก่อนแล้วเห็นดำรงถูกคุมตัวเข้ามายิ้มสะใจ แต่แล้วต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นอภิชาติก้าวตามเข้ามาพร้อมกับปืนในมือข้างละกระบอก มือปืนคนหนึ่งขยับจะยิง แต่เขาไวกว่าลั่นกระสุนเปรี้ยงเดียวตายสนิท

    “มีใครอยากตายอีกไหม...ตอนนี้กำลังมีโปรโมชั่น”

    ไม่มีใครกล้าขยับ อภิชาติสั่งให้ทุกคนโยนปืนทิ้ง แล้วใช้ปืนชี้พวกที่คุมตัวดำรงซึ่งยังมีท่าทางเอ๋อๆให้ถอยไปห่างๆ แล้วหันมาถามนายโจว่าดำรงเอ๋อขนาดนี้แล้วทำไมต้องเอาตัวมาด้วย

    “คนตายย่อมพูดไม่ได้...นายเอ๋อไม่สนแกแล้ว” นายโจพยักพเยิดให้อภิชาติดูดำรงที่เดินเลื่อนลอยเข้าไปข้างในโกดังช้าๆ เขารีบเข้าไปคว้าตัวนายเอ๋อไว้ แต่พอหันกลับมาอีกทีพบว่าพวกมือปืนต่างจ่อปืนมาทางตนเองแล้วสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง เขาดึงตัวดำรงหลบเข้าที่กำบัง ก่อนจะยิงโต้ตอบถูกพวกมือปืนตายเรียบ แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของนายโจ เขาหันกลับมามองอีกทีต้องตกใจที่เห็นท้องของดำรงมีเลือดเปรอะจากแผลโดนยิง...

    อภิชาติรู้ดีว่าไม่อาจพาดำรงไปส่งโรงพยาบาลด้วยตัวเองได้ จึงโทร.บอกกำจรให้ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ข่าวใหญ่ขนาดนี้จะให้ปิดเงียบก็ไม่ใช่นายกำจร แสงรุ่งเรือง เขาจึงป่าวประกาศไปทั่ว ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนดัง มีนักข่าวมารุมสัมภาษณ์ออกทางทีวี งิ้วกำลังดูข่าวชิ้นนี้ อยู่กับอภิชาติภายในศูนย์ลับแห่งใหม่ถึงกับยกนิ้วให้

    “คุณอภิชาติคิดได้เจ๋งมากที่เรียกคุณกำจรมาช่วยส่งนายดำรงเข้าโรงพยาบาล”

    จากนั้น เธอชวนเขาไปที่ห้องคอมพิวเตอร์ เพราะเพิ่งได้เบาะแสใหม่เกี่ยวกับนายใหญ่ของแบล็กอีวิล ที่พ่อของเธอส่งมาให้ หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว อภิชาติถามงิ้วด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า พ่อของเธอแน่ใจใช่ไหมว่าข้อมูลนี้ถูกต้อง

    “ค่ะ...คุณพ่อบอกว่ามีครั้งหนึ่งที่ประชุมกันอยู่ นายใหญ่หายใจติดขัดหมอต้องเข้ามาช่วยปั๊มหัวใจ หลัง จากนั้นอีกสองชั่วโมง คุณหมอก็หายสาบสูญไป...คุณหมอคงรู้ตัว รีบส่งอีเมล์ถึงคุณพ่อ”

    “ที่แท้หัวใจของมันต้องติดแบตเตอรี่นี่เอง”

    “ถ้าเรามีเครื่องจับสัญญาณไอ้แบตเตอรี่นี่ได้ ถึงมันจะปลอมตัวได้เนียนแค่ไหน เราก็เจอตัวมันจนได้ คุณพ่อบอกว่าคนที่น่าสงสัยคือ ท่านรองศักดากับนายโจ เพราะเป็นผู้รับคำสั่งโดยตรงจากนายใหญ่”

    “จะช้าหรือเร็ว เราก็ต้องรู้” อภิชาติสีหน้ามุ่งมั่น...

    ทันทีที่ได้รับข่าวจากนายอภิชาติว่าจะมีรถขนเงินจากชายแดนเข้ามาลอตใหญ่ ดาวในคราบนางเสือจึงมาดักรอที่จุดนัดพบตามที่สายตาของเหยี่ยวสายลมเห็น พบรถกระบะที่มาจอดรอรับเงิน มีลุงเดชกับพ่อแสงซึ่งถูกคัดเลือกให้มาทำหน้าที่นี้อยู่บนรถด้วย พอรถตู้ขนเงินสองคันแล่นมาถึง ดาวเข้ามาขัดขวาง สาดกระสุนใส่พวกมือปืนตายไปหลายศพ พลันสร้อยรูปงูซึ่งห้อยอยู่ที่คอหัวหน้ามือปืนมีแสงวาบออกมา ร่างของนาคีปรากฏขึ้น

    “ที่แท้สร้อยรูปงูนี่เองที่พานางงูมา” ดาวพึมพำก่อนจะดีดตัวเข้าต่อสู้กับนาคี

    พ่อแสงเห็นดาวเพลี่ยงพล้ำจะเข้าไปช่วย แต่ลุงเดชรั้งไว้ เตือนว่าเราสองคนมีหน้าที่จัดการกับรถตู้ขนเงินเท่านั้น เรื่องนาคีปล่อยให้เป็นหน้าที่ของดาว พวกมือปืนต่างถอยไปที่รถตู้ขนเงินกับรถกระบะที่จอดอยู่โดยมีลุงเดชกับพ่อแสงตามไปติดๆ แล้วรถทั้งสามคันก็เคลื่อนออกไป

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 17:47 น.