ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ป่านางเสือ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ระหว่างนั่งรถกลับหมู่บ้านสมาชิกโจร ดาวเล่าเรื่องกำแพงที่พวกขนยาบ้าพูดถึงก่อนตายให้ไผ่กับจันจิราฟัง เขายืนยันว่าผ่านแถวนั้นหลายรอบแล้ว ไม่เคยเห็นกำแพงที่ว่า ดาวเองก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน จันจิราตั้งข้อสังเกตว่าชายคนนั้นอาจจะเสพยาบ้าจนเมาแล้วเพ้อเจ้อไปเอง

“พี่ว่าไม่มีหรอก ถ้ามีก็ต้องไม่พ้นสายตาของเหยี่ยวสายลมแน่นอน” ไผ่สรุป...

ด้าน นินจาสองคนที่หนีรอดจากเงื้อมมือนางเสือ ดีดตัวจากต้นไม้ลงมายืนหน้ากำแพงลับ แล้วก้าวเข้าไปด้านหลังกำแพงนั้นเป็นถ้ำใหญ่ มีพวกมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่เป็นจุดๆ นินจาทั้งสองคนเดินลึกเข้าไปในถ้ำจนถึงลานกว้าง เห็นคายามังในชุดคล้ายชีปะขาวนั่งอยู่บนแท่นหิน นายโจมือขวาของนายใหญ่ยืนอยู่ข้างๆ

ทั้งคู่เข้ามารายงานนายโจว่าศัตรูของ เราฝีมือกล้าแข็ง เราต้องสูญเสียไปอีกหนึ่งคน แต่ศัตรูยังไม่รู้ที่ตั้งของพวกเรา เขาตำหนิว่าผลงานยังไม่เข้าตา ต้องปรับปรุง นินจาโค้งให้แล้วพากันออกไป นายโจหันมองคายามัง

“กำแพงมนต์ของท่านคายามังเหนือชั้นจริงๆ แม้แต่สายตาเหยี่ยวมนต์ของพวกมันก็มองไม่เห็น”

คายามังไม่พูดอะไรสีหน้านิ่งเฉย นายโจต้องเก็บความรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเขาไว้ในใจ...

ใน ขณะเดียวกัน อภิชาติและฤทธิชัยถูกผู้กองสัตยานำตัวมาสอบปากคำที่กองบัญชาการสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ทั้งคู่พยายามแก้ข้อกล่าวหาที่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปของท่านรอง ก้องเกียรติ แต่ไร้ประโยชน์ซ้ำยังถูกเพิ่มข้อกล่าวหาว่าฆ่าปิดปากท่านรองก้องเกียรติไป แล้ว เพราะกลัวจะถูกเปิดเผยว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดก่อนเรื่อง จะลุกลามใหญ่โต ท่านรองศักดาเข้ามาเสียก่อน

“เชิญคุณสองคนกลับได้ แต่ขอความร่วมมือกลับมาให้ปากคำอีกครั้ง”

ก่อน จะไป ฤทธิชัยเตือนผู้กองสัตยาในฐานะที่เป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ว่า ถ้าท่านรองก้องเกียรติเป็นอะไรไป ตนจะกลับมาเล่นงานให้อ่วม ผู้กองหนุ่มมองตามแค้นใจ ก่อนจะหันมาหาท่านรองศักดา

“ผมว่ามันสองคนต้องสงสัยเรื่องท่านรองก้องเกียรติ เราน่าจะจับมันสองคนไว้นะครับท่าน”

“ผู้ใหญ่หลายคนรู้จักและหนุนหลังสองคนนี้เต็มร้อย แตะไม่ได้ เราต้องใช้วิธีอื่น”...

ใน เวลาต่อมา ที่คอนโดฯที่พักของอภิชาติ หลังจากจักจั่นรู้เรื่องที่เกิดขึ้น สรุปทันทีว่าท่านรองศักดากับผู้กองสัตยาต้องมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับท่านรอง ก้องเกียรติ ฤทธิชัยก็คิดเช่นนั้น แต่ทั้งคู่คงไม่รู้ว่าท่านอยู่ที่ไหน อภิชาติแนะให้ใช้สายตาของเหยี่ยวสายลมช่วยหา จักจั่นปฏิเสธว่าทำไม่ได้ เหยี่ยวสายลมจะบอกตำแหน่งได้เฉพาะเธอ พี่ดาวกับพี่ไผ่เพราะมีความผูกพันกันมาเท่านั้น คนอื่นไม่ เข้าข่าย ในเมื่อไม่มีวิธีอื่น ฤทธิชัยเสนอให้ใช้วิธีตกปลา

“ยังไงคะ เกี่ยวกับตกปลายังไง” จักจั่นมองสองหนุ่มงงๆ

“เรา รู้ว่ามีปลาอยู่ในน้ำ แต่ไม่เห็นตัวปลา ถ้าอยากได้ปลาเราก็ต้องทำตัวเป็นเหยื่อ...งั้นเราไปหาข้อมูลกันว่า ไอ้พวกปลาเน่าทั้งหลายมันอยู่ที่ไหน” อภิชาติว่าแล้วเดินนำทั้งคู่ออกไป

ooooooo

ดาวยังคาใจเรื่องกำแพงลับในป่า จึงมาขอแรงลุงเดชกับสมาชิกโจรช่วยกันออกค้นหา เธอให้เบาะแสได้แค่กำแพงลับอยู่ห่างจากหมู่บ้านสมาชิกโจรเข้าไปในป่าประมาณ 15 กิโลเมตร ถ้าพบแล้วให้รีบกลับมารายงานอย่า

เผชิญหน้ากับพวกนั้นเด็ดขาด ศัตรูฝีมือร้ายกาจกว่าเดิมมาก ถ้าพลาดอาจหมายถึงชีวิต ลุงเดชสั่งการให้สมาชิกโจรแยกย้ายกันออกตามหา เมื่อไม่มีอะไรแล้วดาวขอตัวกลับก่อน จะไปสมัครงานที่บริษัทสำรวจป่าสักหน่อย

“งั้นน้องดาวตามสบาย พี่จะอยู่ช่วยลุงเดชที่นี่สักพัก”

ทันทีที่เธอลับสายตา เสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น ไผ่แหงนมองท้องฟ้าก่อนจะดีดตัวออกไป ไม่นานนักเขามาถึงกลางป่าลึก ยืนมองจากต้นไม้ใหญ่ลงมาเห็นขบวนรถบรรทุก พร้อมด้วยรถจี๊ปคุ้มกันอีกจำนวนหนึ่งแล่นเข้าไปยังลานกว้างที่มีเต็นท์ตั้งอยู่รายรอบ รถบรรทุกแล่นมาจอดหน้าเต็นท์หลังใหญ่สุด

จากนั้น สมุนแบล็กอีวิลช่วยกันขนลังบรรจุอาวุธเข้าไปในเต็นท์ ขณะไผ่กำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกนั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นชุด กระสุนพุ่งถูกต้นไม้ที่เขาซุ่มอยู่พรุนเป็นแถบๆ

ชายหนุ่มดีดตัวตีลังกาลงมาที่พื้น พวกสมุนกรูเข้าล้อมไว้ ปืนจ้องมาที่เขาซึ่งมองด้วยสายตาเยือกเย็น พวกนั้นยิ้มเหี้ยมเห็นมาตัวคนเดียวคิดว่าเป็นหมูมาให้เชือด แต่แล้วเสือสายฟ้าปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับส่งเสียงคำราม จัดการพวกนั้นแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง ไผ่ยิ้มสะใจ ก่อนจะมองไปยังค่ายของแบล็กอีวิลอีกครั้ง

“เอาไว้ข้าจะกลับมาใหม่ ถล่มพวกเอ็งให้ราบ”...

ขณะที่ไผ่เจอคลังอาวุธของพวกแบล็กอีวิลกลางป่า อภิชาติ ฤทธิชัย และจักจั่นอยู่ที่สำนักงานทนายความของอภิชาติ กำลังค้นข้อมูลของบริษัทที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับแบล็กอีวิล บริษัทข้ามชาติชื่อ อินเตอร์บิส ต้องสงสัยมากที่สุด เป็นบริษัทที่มีเครือข่ายครอบคลุมการค้าเกือบทุกชนิด ตั้งแต่น้ำมัน ป่าไม้ ร้านอาหาร ไนต์คลับ เอเจนซี่หานางแบบไปจนถึงเรือขนส่งอาวุธ และที่สำคัญบริษัทลูกทุกบริษัทมีชื่อท่านรองศักดาเป็นผู้ถือหุ้น

ระหว่างที่ค้นข้อมูลกันอย่างขะมักเขม้น ผู้กองสัตยาพร้อมกับตำรวจอีกสองนายมาเชิญตัวอภิชาติกับฤทธิชัยไปให้ปากคำเพิ่มเติม ทั้งคู่ไม่ยอมให้ความร่วมมืออ้างว่าเพิ่งถูกสอบปากคำไปไม่นาน ถ้าอยากจะให้ไปต้องโทร.นัดล่วงหน้า วันนี้พวกตนไม่ว่าง เขาไม่พอใจมาก ชักปืนขู่จะให้ไปกับตนให้ได้ จักจั่นเหม็นขี้หน้าเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เล่นงานจนเขากลับไปแทบไม่ทัน...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ดาวเข้าไปนั่งที่โต๊ะรับสมัครงานของบริษัทสำรวจป่าในตลาดดอนเสือ เจ้าหน้าที่ชายของบริษัทเห็นหน้าตาสะสวยของเธอแล้ว บอกว่าที่นี่รับแต่คนงานภาคสนามซึ่งคงไม่เหมาะกับเธอ

“ไม่ได้มาสมัครงานหรอกค่ะ แต่จะมาเตือนว่าถ้าบริษัทคุณทำอะไรที่ผิดกฎหมายหรือคิดทำลายป่า รับรองว่าเจอดีแน่” ดาวยิ้มให้เจ้าหน้าที่ ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถ

ooooooo

อภิชาติ ฤทธิชัย และจักจั่นวางแผนจะเข้าไปล้วงข้อมูลในบริษัท อินเตอร์บิส โดยอภิชาติจะปลอมเป็น ตากล้อง จักจั่นจะปลอมเป็นพิธีกรรายการทำทีเข้าไปขอสัมภาษณ์นายโจ ประธานบริษัท โดยที่ทั้งสามไม่ล่วง รู้ว่าเขาเป็นคนสนิทของนายใหญ่แบล็กอีวิล ส่วนฤทธิชัยคอยเป็นกองหนุนรอที่รถตู้ซึ่งจอดอยู่หน้าบริษัท...

หลังข่มขวัญบริษัทสำรวจป่าเรียบร้อย ดาวแวะไปหาไผ่ที่สถานีอนามัย แต่เขายังไม่กลับ ป้าเนียนออกมาจากห้องตรวจโรคเจอเธอพอดีรีบเข้ามาหา พร้อมกับเอาเครื่องบันทึกข้อมูลขนาดจิ๋วยื่นให้

“เมื่อเช้านี้มีเจ้าหน้าที่มารับศพวิศวกรที่ว่า...ป้าเจอไอ้นี่ตกอยู่”

“เก่งมากป้าเนียน คงจะมีข้อมูลท่ีน่าสนใจ” ดาวเก็บมันใส่กระเป๋าแล้วเดินออกมาหน้าสถานีอนามัย จังหวะนั้นมีรถกระบะคันหนึ่งขับเข้ามาจอด ชายสองคนพยุงคนเจ็บหัวแตกเลือดอาบลงจากท้ายรถเข้าไปข้างใน คนขับรถกระบะจะเดินตาม ดาวปรี่เข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าใบเลื่อยที่โรงเลื่อยเสี่ยเหลิมตัดเศษไม้กระเด็นใส่ เธอแปลกใจมาก โรงเลื่อยแห่งนั้นปิดไปตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ

“เปิดใหม่แล้วครับ มีนายทุนบริษัทฝรั่งมาซื้อ”

ดาวมองตามเขาที่เดินเข้าไปในสถานีอนามัยสีหน้าครุ่นคิด ระหว่างนั้น ฤทธิชัยโทร.มาบอกว่าคงต้องอยู่กรุงเทพฯ อีกหลายวัน เพราะเรื่องราวกำลังเข้มข้น เธอคุยว่าที่นี่ก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน เตือนเขาให้ระวังตัวด้วย แล้วหยอดคำหวานว่าคิดถึงเขามาก เขาเองก็คิดถึงเธอเช่นกัน เธอวางสายสีหน้ายิ้มแย้ม ไผ่มาเห็นพอดีอดแซวไม่ได้ เธอต่อว่าต่อขานเขายกใหญ่ว่าหายไปไหนมาทั้งวัน หวังว่าคงจะได้เรื่องอะไรมาบ้าง

“ยิ่งกว่าได้ สายลมพาพี่ไปเจอค่ายของพวกมันใหญ่เกินกว่าที่คาด”...

ฝ่ายฤทธิชัยเก็บมือถือแล้วมองไปยังด้านหน้าบริษัทอินเตอร์บิส เห็นรถตู้สองคันแล่นเลยเข้าไปด้านหลัง เขากวาดตามองไปรอบๆเห็นปลอดคน รีบสาวเท้าตาม ส่วนอภิชาติกับจักจั่นไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ได้แค่ป่วนประธานบริษัทให้อารมณ์เสียเล่นเท่านั้น...

สักพัก ฤทธิชัยไปถึงด้านหลังบริษัทซึ่งเป็นเหมือนโกดังเก็บของขนาดเล็ก เห็นชายสองคนกำลังขนลังใบเขื่องลงจากรถตู้เข้าเก็บไว้ด้านใน เขาอดใจไม่ไหวค่อยๆย่องเข้าไปเปิดลังดู ต้องตกใจที่เห็นภายในเต็มไปด้วยเงิน ทันใดนั้น มีเสียงดังขึ้นด้านหลัง

“เฮ้ย...ใครให้เอ็งเข้ามาวะ”

ชายหนุ่มค่อยๆหันมองตามเสียง เห็นชายสองคนกำลังช่วยกันแบกลังอยู่ รีบแก้ตัวว่าจะมาหาห้องน้ำพวกข้างนอกบอกว่าอยู่ด้านหลัง สองคนนั่นไม่เอะใจ ชี้ทางไปห้องน้ำซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งให้ เขาพยักหน้ารับรู้แล้วรีบออกไป พวกนั้นเหลือบเห็นลังใบหนึ่งถูกเปิด หน้าเครียดขึ้นมาทันที...

ครู่ต่อมา ฤทธิชัยมาถึงรถตู้ด้วยท่าทางร้อนรน เร่งให้อภิชาติกับจักจั่นซึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้วรีบขึ้นรถ ทนายหนุ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไปเจอเงินเป็นลังๆอยู่ด้านหลังบริษัท แล้วรีบสตาร์ตรถจะขับออกไป แต่มีรถตู้สองคันเข้ามาดักหน้าดักหลังไว้ จากนั้น พวกมือปืนนับสิบคนกรูกันล้อมรถตู้ของฤทธิชัยไว้ สั่งให้ทุกคนลงจากรถ

อภิชาติลงไปก่อน ส่วนฤทธิชัยดึงกุญแจรถออก หย่อนลงกับพื้นแถวคันเร่ง แล้วลงจากรถ หัวหน้ามือปืนสั่งให้สมุนไปลากตัวผู้หญิงลงมาด้วย หนึ่งในสมุนเปิดประตูรถตู้เข้าไปเจอจักจั่นถือปืนเล็งใส่ พร้อมกับจ้องตาสะกดจิตให้เขาบอกหัวหน้าว่าไม่มีใครอยู่ในนี้ ชายคนนั้นทำตามอย่างว่าง่าย อภิชาตินิ่วหน้ากระซิบถามเพื่อนรักว่าจักจั่นไปไหน เขาส่ายหน้าไม่รู้ หัวหน้ามือปืนสั่งการทันที

“พวกเอ็งสามคนออกไปหาตัวนังผู้หญิง เจอแล้วเอาไปขังไว้ รอข้ากลับมา ที่เหลือเอาตัวพวกมันขึ้นรถ”

ooooooo

จักจั่นเห็นรถตู้แล่นออกไปแล้วรีบลงจากเบาะหลังวิ่งไปประจำที่นั่งคนขับ เท้าเหยียบถูกกุญแจรถพอดี หยิบขึ้นมาจะสตาร์ต แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นนายโจกับมือปืนสองคนขึ้นรถตู้ที่แล่นมาจอดเทียบ เธอรอจนรถคันนั้นเคลื่อนออกไปรีบขับตามจังหวะที่รถตู้ของนายโจติดไฟแดง เธอเหยียบคันเร่งพุ่งชนท้ายโครม นายโจสั่งการทันที

“แค่ถามชื่อบริษัทประกันก็พอ...ข้าจะรีบไป”

หนึ่งในมือปืนรับคำแล้วลงจากรถ แต่กลับหายเงียบ เขาจึงส่งมือปืนอีกคนหนึ่งตามไปดู ทันที่เปิดประตูรถ จักจั่นทุบหัวมือปืนสลบเหมือด พุ่งพรวดเข้ามาจ่อปืนใส่นายโจ ก่อนจะตวัดมือปล่อยพลังไปที่ประตูรถ มันปิดโครมเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาปิดให้ แล้วสั่งให้ออกรถ เขาอยากรู้ว่าเธอจะเอาอย่างไรกันแน่

จักจั่นต้องการให้เขาโทร.สั่งหัวหน้ามือปืนที่จับตัวตากล้องกับคนขับรถของเธอไป ให้ทำตามที่คนของเธอต้องการ ไม่อย่างนั้นหัวของเขาได้มีรูแน่ๆ หลังจากนายใจทำตามสั่งแล้ว เธอบีบมือของเขาถือแหลกคามือ แล้วสั่งให้จอดรถข้างทาง

“บอกนายของแกด้วยว่าถ้าไม่รีบสลายตัวจากแผ่นดินไทย ถูกฝังแน่” เธอขู่จบ ลงจากรถ...

ด้านอภิชาติกับฤทธิชัยสั่งให้หัวหน้ามือปืนเอามือถือกับปืนที่ยึดไปคืน แล้วไล่พวกนั้นลงจากรถตู้ก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทนายหนุ่มจะโทร.บอกหน่วยงานให้ไปยึดเงินของพวกแบล็กอีวิล ฤทธิชัยทักท้วงจะโทร.ทำไมให้เสียเวลา รับรองว่าเรื่องต้องเงียบ แนะให้หาทางบีบพวกนั้นให้ย้ายเงินออกมาแล้วคอยดักปล้นจะดีกว่า

“ไอเดียบรรเจิดมากเพื่อน...ฉันมีวิธีกระตุ้นให้พวกมันรีบย้ายเงินโดยเร็ว” อภิชาติหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์ “กำจรหรือ ฉันมีข่าวลับเว้ยเพื่อน มีการซุกเงินกว่าร้อยล้านที่บริษัทอินเตอร์บิส...ใช่...แต่ฉันว่าควรแจ้งตำรวจก่อนน่าจะดีกว่า บุ่มบ่ามเข้าไปเดี๋ยวจะยุ่ง...เออ...ด้วยความยินดีเพื่อน” เขาวางสายอย่างสะใจ...

ระหว่างที่อภิชาติกับฤทธิชัยวางแผนตัดท่อน้ำเลี้ยงของพวกแบล็กอีวิล ดาวตัดสินใจชวนไผ่มาสำรวจค่ายของพวกคนร้ายหนึ่งก่อนจะยกกำลังสมาชิกโจรมากวาดล้างแต่พอมาถึงจุดที่ไผ่เคยมาซุ่มดูที่ตั้งค่าย กลับพบแต่ความว่างเปล่า เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ค่ายทั้งค่ายหายไปรวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร จึงหลับตาตั้งสมาธิมองผ่านสายตาของเหยี่ยวสายลม กลับเห็นแต่ผืนป่า ไม่มีวี่แววของค่ายพวกนั้น

“พี่ไผ่แน่ใจนะว่าเป็นที่นี่”

เขาแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วชี้ให้ดูเครื่องหมายกากบาทที่ทำไว้บนต้นไม้ จุดที่เขายืนอยู่จะเห็นค่ายของพวกนั้นพอดี ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น ดาวกับไผ่พุ่งไปตามยอดไม้ตรงไปยังต้นเสียงทันที แต่ต้องผิดหวังที่ไม่ใช่พวกคนร้าย แค่สมาชิกโจรยิงขู่พวกชาวบ้านที่ลอบเข้ามาตัดไม้ ทั้งคู่ต้องกลับหมู่บ้านสมาชิกโจรอย่างผิดหวัง

ooooooo

แผนของอภิชาติและฤทธิชัยได้ผล ตำรวจท้องที่รุดไปยังบริษัทอินเตอร์บิสทันทีที่ได้รับแจ้งว่ามีเงินกว่าร้อยล้านบาทซุกไว้ที่นี่และจะขอเข้าค้น นายโจสั่งให้เลขาฯหน้าห้องกันตำรวจไว้ที่ด้านล่างก่อน แล้วโทร.แจ้งผู้กองสัตยาให้รีบมาเคลียร์ จากนั้นก็โทร.ไปรายงานเรื่องนี้ให้นายใหญ่ทราบ เขาสั่งการทันที

“รีบจัดการย้ายเงินทั้งหมดแล้วหาทางกำจัดอภิชาติกับผู้กองฤทธิชัย...เรื่องนางเสือล่ะไปถึงไหนแล้ว”

“ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ตอนนี้นางเสือยังไม่มีปัญญาทำอะไรพวกเราได้ครับ”

ขณะที่นายโจพูดโทรศัพท์อยู่กับนายใหญ่ ที่ด้านหน้าบริษัท กำจรกำลังรายงานข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจังหวะนั้น ผู้กองสัตยามาถึงพอดี ตรงเข้าไปหาตำรวจท้องที่ ขอจัดการเรื่องเอง กำจรรีบปราดเข้าไปสัมภาษณ์

“ข้อเท็จจริงเป็นยังไงครับ”

“เป็นข่าวที่ไม่มีมูลความจริง เราไม่ได้พบเงินอะไรทั้งสิ้น” ผู้กองสัตยาเสียงกร้าว...

ทางด้านจักจั่นโทร.นัดอภิชาติกับฤทธิชัยมาเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกคนร้ายสะกดรอยตาม ทั้งสามคนถือโอกาสหามื้อเที่ยงกินไปในตัวแต่ยังไม่ทันจะถึงร้านอาหาร มีโทรศัพท์มาตามตัวเสียก่อนครู่ต่อมา ฤทธิชัย จักจั่น และอภิชาติมาถึงบ้านของพิจิตรซึ่งอ้างว่าเป็นคนของท่านรองก้องเกียรติ

ฤทธิชัยอดสงสัยไม่ได้ทำไมท่านรองไม่เคยพูดถึงเขามาก่อน และถ้าเป็นจริงอย่างที่เขาอ้าง ท่านรองก็น่าจะฝากเอกสารเกี่ยวกับเรื่องการสืบสวนไว้บ้าง พิจิตรส่ายหน้า

“ท่านรองบอกเรื่องทั้งหมดโดยไม่มีเอกสารใดๆ ฝากไว้เลยครับ ท่านบอกแค่ว่าพวกมันจะฆ่ากรรมการทุกคน ถ้าบริษัทอินเตอร์บิสไม่ชนะการประมูล เท่านั้นยังไม่พอ มันบอกว่ามันจะทุ่มเงินสร้างสถานการณ์ให้มีการชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ และก่อความไม่สงบทั่วประเทศ”

“แต่พวกมันประมูลได้โครงการไปหมดแล้วนี่ครับ” อภิชาติทักท้วง

“ถูกต้อง แต่ตอนนี้มีหลายบริษัทคัดค้าน เลยต้องมีการตรวจสอบและยืนยันอีกครั้งภายในหนึ่งเดือนข้างหน้า...ท่านรองต้องการให้พวกคุณหยุดยั้งพวกมันให้ได้”

ฤทธิชัยขอให้เขาวางใจ พวกเราจะหาทางช่วยเหลือคณะกรรมการทั้งหมด แล้วเตือนว่าเขาเองก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน พิจิตรไม่กลัว ยินดีตายเพื่อชาติอยู่แล้ว ทุกคนต่างมองเขาในทางที่ดีขึ้น

“เอ่อ...ผมมีรายชื่อคณะกรรมการ ผมจะไปเอามาให้” พิจิตรว่าแล้วเดินหายไปจากห้องทำงาน ครู่เดียวกลับมาพร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ จักจั่นเพิ่งสังเกตเห็นว่าเขายืนอยู่ตรงหน้าต่างห้องพอดี สัมผัสได้ว่ากำลังจะมีอันตราย ร้องเตือนให้ระวังตัว ขาดคำเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวหน้าต่างแตกกระจุย ร่างของพิจิตรสะดุ้งเฮือก ก่อนจะล้มลงเลือดอาบ ในมือยังถือกระดาษรายชื่อ อภิชาติ ฤทธิชัย และจักจั่นพุ่งตัวนอนราบไปกับพื้นห้อง

เสียงปืนยังดังหูดับตับไหม้ จักจั่นบอกให้อภิชาติไปเอารายชื่อมา เขารีบทำตามคำสั่งแล้วคลานกลับมาหลบกระสุนใกล้เมียรัก ฤทธิชัยเห็นไม่เข้าที ขืนอยู่ในนี้มีหวังไม่รอด ตัดสินใจวิ่งหลบหลีกคมกระสุนออกไปที่รถตู้ซึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน โดยมีอภิชาติกับจักจั่นวิ่งตามออกมาคอยยิงสกัดพวกมือสังหารให้

สองผัวเมียฆ่าพวกนั้นได้หลายศพ ก่อนจะโดดขึ้นรถตู้ที่ฤทธิชัยขับโฉบมารับ รอดตายไปได้อย่างเฉียดฉิว ไม่นานนัก ฤทธิชัยขับรถมาจอดที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ตบพวงมาลัยรถด้วยความเจ็บใจ

“รถคันนี้ของพวกมันมีวิทยุติดตาม...เราพลาดทำให้ท่านพิจิตรต้องเสียสละชีวิต”

จักจั่นกับอภิชาติถึงกับอึ้งไปเช่นกัน หลังจากนิ่งเงียบกันไปพักใหญ่ ฤทธิชัยเตือนว่าพวกเรายังมีงานที่ต้องทำอยู่อีกสองเรื่อง คือเรื่องปล้นเงินของพวกแบล็กอีวิลและเรื่องคณะกรรมการ จักจั่นแนะให้ส่งต่อเรื่องคณะกรรมการไปให้หน่วยพิเศษจัดการให้

“คงยาก...แม้กระทั่งท่านรองมันยังปลอมตัวได้แนบเนียน โชคดีที่ฉันรู้เรื่องท่านรอง แต่คนอื่นเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเป็นตัวปลอมหรือตัวจริง...ตอนนี้ไว้ใจใครไม่ได้ มีแต่พวกเราเท่านั้น” อภิชาติหน้าเครียด

ooooooo

ณ บ้านพักของดาวที่บ้านดอนเสือ ดาว ไผ่ และจันจิรากำลังจ้องที่จอโน้ตบุ๊ก เห็นภาพพนักงานชายหญิงกลุ่มหนึ่งนั่งทำงานอยู่ในห้องคอมพิวเตอร์ จากนั้น มีมือปืนเข้ามากราดยิง ก่อนที่ภาพจะดับไป ดาวอธิบายว่า

“นี่คือข้อมูลที่วิศวกรคนนั้นบันทึกมา...เป็นเรื่องจริง ไม่ได้เพ้อเจ้ออย่างที่ตำรวจบอกเรา”

“พวกนั้นสังหารทุกคนอย่างเลือดเย็น” ไผ่เสียงเครียด

“ที่สำคัญ รังของมันอยู่ที่ไหนกันแน่”

“ช้าหรือเร็ว เราต้องหาเจอจนได้แหละจันจิรา... เราต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกมันทุกคน โดยเฉพาะพวกค่ายสำรวจ” ดาวว่าแล้วเดินกลับไปกลับมาสีหน้าครุ่นคิด ครู่ต่อมา ไผ่กับจันจิราขอตัวกลับ ดาวเดินมาส่งหน้าบ้าน พักรอจนรถของเขาแล่นลับสายตา ขณะกำลังจะกลับเข้าบ้าน เธอสัมผัสได้ว่ามีคนซุ่มดูอยู่ แต่แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้เดินต่อ หนึ่งในพวกนินจาย่ามใจคิดว่าเธอไม่รู้ตัวแอบตามเข้าไป เห็นเธอนั่งหันหลังให้ประตู ค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ ทันใดนั้น เธอหันขวับพร้อมปืนในมือ

“กำลังรออยู่...นั่งคุยกันก่อน...ถ้าแกบอกว่ารังของแกอยู่ที่ไหน แกจะรอด” เธอพูดจบผลักเขานั่งที่เก้าอี้

นินจาใจเด็ดไม่ยอมเผยความลับ หักคอตัวเองดังกร๊อบทรุดฮวบ พลันมีเสียงเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลัง เธอหันไปเห็นนินจาอีกสามคนสะบัดมีดสั้นใส่ คว้านินจาที่คอหักขึ้นมารับมีดที่พุ่งเข้ามาได้อย่างทันท่วงที พวกนั้นกรูกันล้อมเธอไว้ เธอดีดตัวออกไปตั้งหลักนอกบ้านโดยมีพวกนินจาไล่ตามติด ไผ่กับจันจิราย้อนกลับมาได้ทันเวลา ชักปืนเล็งพวกนินจา ดาวขอให้ไผ่จับเป็น จะได้เอาตัวมาสอบถามว่ารังใหญ่ของพวกแบล็กอีวิลอยู่ที่ไหน

“น้องจันรอตรงนี้ ใครเข้ามายิงได้เลย” ไผ่พูดจบโดดเข้าไปยืนใกล้ดาว

การต่อสู้เปิดฉากขึ้น ดาวกับไผ่ฝีมือเหนือกว่าอัดพวกนินจากระเด็นไปคนละทิศละทาง นินจาเห็นท่าไม่ดีโยนระเบิดควันใส่ พอควันจางพวกนั้นหายไปแล้ว ไผ่ขยับจะตาม แต่ดาวขวางไว้

“ไม่ต้องหรอกพี่ไผ่ ดาวปล่อยพลังมนต์ไว้ที่ตัวของพวกมันแล้ว ยังไงคราวนี้พี่สายลมต้องเห็นแน่ๆ”

เหยี่ยวสายลมส่งเสียงร้องดังก้องราวกับขานรับ ไผ่บอกให้จันจิรากลับไปรอที่บ้านป้าเนียนก่อน เขากับดาวจะไปตามล่าพวกนั้น ครู่ต่อมา ดาวกับไผ่ในชุดปฏิบัติการนางเสือออกไล่ล่าพวกนินจาลึกเข้าไปในป่า แม้จะมองผ่านสายตาของเหยี่ยวสายลม แต่พวกนั้นกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มนต์ที่ดาวปล่อยใส่ก็ใช้ไม่ได้ผล พลันมีเสียงปืนดังขึ้นเบื้องหน้า ทั้งคู่รีบตรงไปยังต้นเสียง ต้องตกใจที่เห็นร่างของเหล่าสมาชิกโจรนอนตายเกลื่อน

“ฉันต้องตามหาพวกแกให้ได้” ดาวพึมพำด้วยความแค้น ภาพของทั้งสองคนไปปรากฏอยู่บนอ่างน้ำมนต์ตรงหน้าคายามังจอมขมังเวทที่จ้องมองด้วยสายตาเย็นเยือก...

หลังจากปล่อยให้พวกนินจาหนีรอดสายตาเหยี่ยวสายลมไปได้ เหลือเพียงโรงเลื่อยเสี่ยเหลิมที่เดียวเท่านั้น ที่พอจะมีเบาะแสให้สาวไปถึงรังใหญ่ของพวกแบล็กอีวิล ดาวจึงชวนไผ่แวะไปที่นั่น เจอแต่พวกมือปืนหางแถวอยู่กันเต็มไปหมด เธอไม่อยากมีปัญหารีบชวนไผ่กลับ

“มารูปแบบเดิมอีกแล้ว”

“จับตาดูให้ดีพี่ไผ่ ในเมื่อโรงไม้กลับมาได้ พวกบ่อนและเรื่องอื่นต้องตามมาอย่างแน่นอน”

ooooooo

เพื่อให้งานสำเร็จอย่างรวดเร็ว ฤทธิชัยกับอภิชาติจึงแบ่งงานกันเป็นสองสาย อภิชาติกับจักจั่นตามรถตู้ขนเงินของบริษัทอินเตอร์บิสและหาทางชิงมันมาให้ได้ ส่วนฤทธิชัยแวะไปที่เซฟเฮาส์ของไพบูลย์ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ชักชวนให้เขาออกมาเปิดเผยเรื่องไม่ชอบมาพากลให้สาธารณชนทราบ จะได้เอาผิดคนชั่วที่อยู่เบื้องหลัง แต่ผู้กองหนุ่มกลับถูกชายฉกรรจ์ 5 คน เข้ามาจับตัวไว้

“คุณฤทธิชัย ไม่นึกว่าคุณจะติดกับง่ายๆ แบบนี้” ไพบูลย์ยิ้มเย้ย

“ใครบอกว่าผมติดกับ ผมอยากที่จะพบนายใหญ่มานานแล้ว” ฤทธิชัยหน้าระรื่นไม่สะทกสะท้าน ไพบูลย์ถึงกับหุบยิ้ม สั่งเสียงเข้มให้สมุนคุมตัวเขาออกไป พอทุกคนไปกันหมดแล้ว ไพบูลย์กระชากหน้ากากที่สวมอยู่โยนลงบนโต๊ะ จึงไม่มีใครเห็นว่าภายใต้หน้ากากนั้นเป็นใคร...”

ด้านอภิชาติและจักจั่นตามรถตู้ขนเงินของบริษัทอินเตอร์บิสมาจนถึงบ้านจัดสรรหรูที่เงียบสงบชานกรุง ทั้งคู่ใช้เวลาไม่นานก็จัดการมือปืนและสมุนคุ้มกันได้ราบคาบ จากนั้น ก็ขับรถตู้พร้อมกับเงินสดกว่าร้อยล้านบาทไปหาลุงมีคนเก่าคนแก่ของอภิชาติที่บ้านสวนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่อีกฟากของเมือง

“มีเรื่องให้ช่วยนิดหน่อยลุงมี ให้คนเอารถตู้คันนี้ไปจอดที่บ้านด้านใน เอาผ้าคลุมให้มิดชิดอย่าให้ใครยุ่ง”

“ได้เลยครับ...เอ้อ...นี่ภรรยาคุณอภิชาติหรือครับ”

“ใช่...นี่คุณจักจั่น...ภรรยาร้อยเปอร์เซ็นต์ตัวจริงเสียงจริง”

ลุงมีอดกระเซ้าไม่ได้ว่าเธอสวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยพามา อภิชาติเจอมุกหัวแบะของแกเข้าไปรีบชวนจักจั่นกลับแทบไม่ทัน...

นายโจโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อรู้ว่ารถขนเงินถูกมือดีชิงเอาไป เขาพามือสังหารมาที่บ้านจัดสรรหรูด้วยตัวเอง สั่งเก็บมือปืนและสมุนคุ้มกันที่ทำงานพลาดตายเรียบ...

ระหว่างขับรถกลับที่พัก อภิชาติไม่เห็นฤทธิชัยส่งข่าวมาบ้าง เริ่มเป็นห่วงคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หา แต่เขาไม่รับสาย ต้องมีบางอย่างผิดปกติ บอกให้จักจั่นหยิบรายชื่อคณะกรรมการขึ้นมาดูว่าชื่อแรกเป็นท่านใด เธอหยิบกระดาษรายชื่อซึ่งยังมีรอยเลือดของพิจิตรติดอยู่ยื่นให้ เขาเพ่งไปที่รอยเลือดบนหัวกระดาษ ลองเอานิ้วถูเบาๆ ก่อนจะยกขึ้นดม

“กลิ่นเหมือนน้ำหวาน...เลือดปลอม...เราถูกมันหลอก” เขาหน้าเครียดขึ้นมาทันที นิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาตัวช่วย

ทันทีที่ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวฤทธิชัยจากจักจั่น ดาวกลับไปเก็บเสื้อผ้าเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ก่อนไปเธอแวะไปหาป้าเนียน ไผ่ และจันจิราที่สถานีอนามัย

“จักจั่นส่งข่าวมาว่าพวกมันคุมตัวคุณหนึ่งไว้ ฝากพี่ไผ่ดูแลทางนี้สักวันสองวัน”

“ไม่ต้องห่วง พี่ ลุงเดช พ่อแสงวางกำลังอย่างแน่นหนา มันโผล่มาเมื่อไหร่ เราต้องเจอแน่”

ป้าเนียนกับจันจิราเตือนให้เธอระวังตัวให้มากๆ เธอพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินไปขึ้นรถจี๊ป ไผ่ตะโกนไล่หลังว่าอย่าใจอ่อนเด็ดขาด ส่งพวกนั้นลงนรกไปให้หมด ดาวหันมายิ้มเครียด ก่อนจะขับรถออกไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:42 น.