ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ป่านางเสือ2

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    แม้ไผ่กับจันจิราจะจัดการระเบิดทั้งสามลูกได้สำเร็จ แต่งิ้วยังคาใจไม่หายที่นพขู่ว่าจะยิงชาวบ้านนาทีละคนหมายความว่าอย่างไร

    “พวกมันจ้างกองกำลังต่างชาติเข้ามาคุ้มกันค่ายตัดไม้ทั้งหมดแทนเจ้าหน้าที่ ดาวคิดว่ามันจะยิงชาวบ้านที่ทำงานให้มันทันทีถ้ามีคำสั่งออกไป” ดาวอธิบาย งิ้วด่าลั่น ว่าเลวสุดขั้วจริงๆ ระหว่างนั้น อภิชาติเข้ามาแจ้งให้ทุกคนทราบว่า เขาสั่งให้หน่วยพิเศษสลายตัวหมดแล้วเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกคน

    “สถานการณ์ไม่ค่อยดี มันได้อาวุธไปแล้ว” งิ้วว่าแล้วถอนใจ กลุ้มใจ

    “พี่ไผ่กับจันจิราตอนนี้กำลังสังเกตการณ์คอยดักเส้นทางของพวกมันอยู่ เราอาจจะได้อาวุธคืนมา”

    ในเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ฤทธิชัยตัดสินใจเปลี่ยนแผนการเช่นกันโดยตนเองกับดาวจะกลับบ้านดอนเสือหาทางทำลายอาวุธที่พวกศัตรูเอาไปให้ได้ ส่วนอภิชาติ จักจั่น และงิ้วอยู่ที่นี่ ดูว่าก้าวต่อไปของศัตรูคืออะไร...

    การที่พวกแบล็กอีวิลได้ปืนยิงจรวดรุ่นใหม่ล่าสุดไว้ในกำมือ ทำให้กลายเป็นเสือติดปีก ต่อรองกับทางการให้แต่งตั้งดำรงเป็นรัฐมนตรีคลัง ให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ถ้าไม่ยอมทำตาม ขู่จะทำลายทุกอย่างให้พินาศ...

    ข่าวนี้รู้ไปถึงหูอภิชาติกับพวกซึ่งตอนนี้ใช้เซฟเฮาส์ของเขาเป็นกองบัญชาการ

    “ในที่สุดมันก็เผยไต๋ นายดำรงคือนายใหญ่ของมันชัวร์” งิ้วยิ้มมั่นใจกับข้อสันนิษฐานของตนเอง

    “ถ้าไม่ยอม มันจะยิงจรวดที่ยึดได้ไปที่เขื่อนสำคัญ คลังน้ำมัน โรงไฟฟ้า และนิคมอุตสาหกรรมที่มีโรงงานของต่างชาติทุกแห่ง”

    “พี่ดาวบอกว่ามันใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ ถ้ามีการบุก มันจะกำจัดชาวบ้านทั้งหมดทันที”

    อภิชาติถึงบางอ้อทันที “ที่พวกมันเกณฑ์ชาวบ้านไปเพราะเรื่องนี้นี่เอง”

    งิ้วตั้งข้อสังเกต ถ้าทางการยอมแต่งตั้งดำรงเข้าไปเป็นรัฐมนตรีคลัง ทำให้พวกแบล็กอีวิลคุมประเทศไทยได้หมดทุกด้าน ทั้งทหาร เศรษฐกิจ และการคลัง จักจั่นใจร้อนแนะให้ฆ่าดำรงทิ้ง

    อภิชาติคัดค้าน ขืนทำอย่างนั้น พวกศัตรูต้องปล่อยจรวดถล่มทุกจุดแน่นอน จักจั่นถึงกับเซ็ง นี่เท่ากับเรายอมศิโรราบให้คนชั่วไปโดยปริยาย อภิชาติหน้านิ่วคิ้วขมวดคิดไม่ตกจะทำอย่างไรต่อไปดี

    ooooooo

    ที่เซฟเฮาส์ของดาวใกล้ป่าบ้านดอนเสือ อภิชาติ โทร.มาแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับดำรงให้ดาวกับฤทธิชัยรับรู้ เธอถึงกับถอนใจ หนักใจที่ประเทศไทยใกล้จะตกอยู่ในมือของพวกแบล็กอีวิลเข้าไปทุกที จังหวะนั้น ไผ่กับจันจิราแวะมาแจ้งข่าวรถขนอาวุธ

    “มันเอาอาวุธไปไว้ที่ค่ายชายแดนตามคาด ปัญหาก็คือผมไม่เห็นทางที่จะบุกเข้าไปโดยไม่เสี่ยงต่อชีวิตชาวบ้านได้อย่างไร” ไผ่หน้าเครียดไม่แพ้ดาวกับฤทธิชัยเช่นกัน...

    ครู่ต่อมา ฤทธิชัยกับดาวมาซุ่มดูอยู่บนเนินเขาตรงข้ามกับค่ายที่ไผ่ว่า เธอหลับตาทำสมาธิอยู่อึดใจ แล้วแหงนมองบนท้องฟ้าเห็นร่างเหยี่ยวสายลมบินอยู่เหนือค่าย  แต่ไม่ส่งเสียงร้องใดๆ

    “สายลมเห็นอะไรบ้างหรือเปล่าคุณดาว”

    “แปลกมาก เหมือนไม่มีอาวุธ มีแต่ความว่างเปล่า”

    “เป็นไปได้ยังไง คุณไผ่กับคุณจันจิราตามพวกมันมาถึงที่นี่ ยืนยันแน่นอน” เขาว่าแล้วหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องดู “เดี๋ยว...มีการเคลื่อนไหว นายสัตยา นายนพ”

    ทั้งสองจ้องไปยังเบื้องหน้า เห็นผู้กองสัตยายืนสั่งการอยู่ข้างๆนพ จากนั้นมือปืนลากชาวบ้านออกมาจากกลุ่ม 3 คน แล้วจับเรียงหน้ากระดาน ยิงกราดอย่างโหดเหี้ยม

    “เลวมาก...คุณดาว...มันรู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่”

    “นายสัตยา...นายไม่ตายดีแน่” ดาวมองร่างไร้วิญญาณของชาวบ้านด้วยความเคียดแค้น ด้านผู้กองสัตยาที่ยืนอยู่หน้าค่ายกวาดสายตาไปรอบๆ สีหน้าสะใจ ตะโกนท้าทายให้นางเสือกับพวกเข้ามาได้เลย...

    ขณะที่ผู้กองสัตยากำลังเล่นสงครามประสาทกับพวกนางเสือ อภิชาติ จักจั่น และงิ้วย้ายข้าวของจากศูนย์ลับมาที่เซฟเฮาส์ของเขา จักจั่นไม่อยากรออยู่แบบนี้ น่าจะลุยเข้าไปลากตัวดำรงมา จะได้จบๆกันไปเลย

    “เราต้องแน่ใจก่อนว่า นายดำรงคนนี้เป็นนายใหญ่ชัวร์”

    “ทำไมจะไม่ชัวร์ ในเมื่อคุณงิ้วจับสัญญาณแบตเตอรี่กระตุ้นหัวใจของมันได้”

    “แบบนี้หรือ” อภิชาติว่าแล้วยื่นมือที่มีชิพขนาดจิ๋วเข้าไปใกล้งิ้วซึ่งรีบดึงที่ตรวจจับสัญญาณแบตเตอรี่หัวใจที่ห้อยคอตัวเองขึ้นมาดู ปรากฏว่าแสงสีแดงกะพริบถี่ยิบ “มันรู้ว่าความลับของมันถูกเปิดเผย มันอาจใช้ชิพแบบนี้ตบตาเราก็ได้”

    สองสาวสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด จังหวะนั้นมีเสียงสายเรียกเข้ามาที่โทรศัพท์ของอภิชาติ เห็นเบอร์โชว์หน้าจอคุ้นๆ แต่แล้วนึกขึ้นได้รีบกดรับสาย

    “ว่าไงนายโจ”

    อภิชาตินิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่งก็วางสาย แล้วหันมาทางสองสาว “นายโจโทร.มาย้ำ...มันจะฆ่าชาวบ้านหนึ่งคนทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเหยี่ยวสายลมและเสียงคำรามของเสือสายฟ้าใกล้ค่ายของพวกนั้น”

    “ฝันไปเถอะ...สายลมกับสายฟ้าสามารถเงียบได้ยิ่งกว่าเสียงของความมืด ป่านนี้พี่ดาวให้สายลมร่อนอยู่เหนือค่ายพวกมันแล้วก็ได้” จักจั่นยิ้มเย้ย

    “ถ้านายดำรงเป็นอะไรไปก่อนกำหนดเวลาที่วาง ไว้ มันก็จะยิงจรวดทันที”

    “แบบนี้นายดำรงเป็นนายใหญ่ชัวร์” งิ้วฟันธง จักจั่นชักจะหงุดหงิดใจกับสถานการณ์ที่สับสน

    ooooooo

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ดาวกับฤทธิชัยกำลังเตรียมอาวุธจัดวางไว้บนโต๊ะไปพลางคุยกับไผ่กับจันจิรานั่งฟังอยู่ที่โซฟาไปด้วย ดาววางแผนการรับมือกับศัตรูไว้แล้ว โดยจะให้อภิชาติ จักจั่น และงิ้วตามล่าตัวนายใหญ่

    “ดาวกับคุณหนึ่งจะบุกค่ายทำลายอาวุธสงครามที่พวกมันยึดมา ลุงเดช พ่อแสง พี่ไผ่พาเม่งจูกับอาตงไปหาที่ตั้งกำแพงมนต์ ช่วยท่านรองก้องเกียรติและทุกคนออกมาให้ได้...จันจิราคอยระวังพวกมันที่บ้านดอนเสือ”

    ไผ่เข้ามายืนตรงหน้าดาวกับฤทธิชัย นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเตือนว่าอย่าลืมนาคี ทั้งคู่หันมองหน้ากัน อดหวั่นใจไม่ได้...

    ที่เซฟเฮาส์ของอภิชาติ ขณะที่จักจั่น อภิชาติ

    และงิ้วกำลังวางแผนจะจับตัวดำรงซึ่งตอนนี้มีหลักฐานน่าเชื่อถือได้ว่าคือนายใหญ่ของแบล็กอีวิล มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่น อภิชาติลุกพรวด บ่นอย่างหัวเสีย

    “เบื่อจริงๆ ไอ้พวกแขกไม่ได้รับเชิญ”

    “จักจั่นกำลังเซ็งอยู่พอดี จะเก็บให้เรียบ”

    “ไม่จำเป็นอย่าทำบาปดีกว่า เจอกันที่ลานจอดรถเร็วที่สุด” อภิชาติพูดจบ ดีดตัวออกจากห้องโดยมีจักจั่นกับงิ้วตามไปติดๆ เมื่อมาถึงลิฟต์กลับพบว่ากำลังเลื่อนขึ้นมาที่ชั้นนี้ ทนายหนุ่มรีบบอกให้หนีลงบันได แล้ววิ่งนำ สองสาวหงุดหงิดที่อดบู๊กับพวกศัตรู จำใจวิ่งตาม ทันทีที่พ้นประตูทางลงบันได ประตูลิฟต์ก็เปิดออก พวกมือปืนกรูกันออกมา เห็นประตูทางลงบันไดกำลังปิดรีบพุ่งตาม...

    อภิชาติกับพวกวิ่งลงบันไดมาได้ไม่กี่ขั้น มองลงไปด้านล่าง เห็นพวกมือปืนกำลังวิ่งขึ้นมาเป็นฝูง ส่วนด้านบนพวกที่เพิ่งออกจากลิฟต์ไล่หลังมาติดๆ ทั้งสามคนไม่มีทางเลือกจำต้องกระชากปืนออกมา

    “เฮ้อ...ต้องทำบาปอีกแล้ว...สองสาวอยู่หน้า ผมคุมหลัง”

    จักจั่นเดินนำงิ้วพร้อมกับสาดกระสุนใส่พวกที่กำลังวิ่งขึ้นมา ขณะที่อภิชาติยิงสกัดพวกที่ตามมาด้านหลัง ไม่กี่อึดใจก็สังหารพวกมือปืนตายเรียบ สองสาววิ่งนำไปยังที่จอดรถ เจอพวกมือปืนอีกกลุ่มหนึ่งดาหน้าเข้ามา ทั้งคู่ยิงจนกระสุนหมด เลยต้องเข้าต่อสู้ด้วยมือเปล่า พวกมือปืนสู้ไม่ได้ถูกพายุหมัดสลับแข้งของสองสาวทรุดหมด โดยที่อภิชาติไม่ต้องเสียเหงื่อ

    ooooooo

    ท่านรองศักดาทักท้วงทันทีเมื่อที่ประชุมหน่วยป้องกันการก่อการร้ายระหว่างประเทศมีมติให้ส่งกำลังเข้าจู่โจมค่ายพวกแบล็กอีวิล

    “พวกมันมีชาวบ้านเป็นตัวประกันเกือบร้อยคน และจะระเบิดจุดสำคัญหลายแห่ง บ้านเมืองจะโกลาหล”

    “เราไม่ยอมให้พวกผู้ก่อการร้ายมาข่มขู่ได้ง่ายๆ พวกเราลงมติเรียบร้อยแล้ว” หนึ่งในกรรมการเสียงกร้าว

    “ข่าวกรองรู้ตำแหน่งที่พวกมันซ่อนอาวุธ เราจะทำลายพวกมันภายในพริบตา”

    ท่านรองศักดาค้านสุดฤทธิ์ ทำอย่างนั้นเท่ากับส่งเจ้าหน้าที่ของเราไปตายกันหมด แล้วผลุนผลันออกจากห้องประชุมอย่างไม่สบอารมณ์...

    ขณะที่ทางการส่งกำลังจากส่วนกลางมุ่งหน้าไปยังค่ายเก็บอาวุธของแบล็กอีวิล ฤทธิชัยกับดาวตรวจอาวุธคู่กายเตรียมบุกที่นั่นเช่นกัน เขาอาสาจะจัดการนาคีเอง ส่วนเรื่องอาวุธสงครามยกให้เป็นหน้าที่ของเธอ ทั้งสองคนรู้ดีว่านาคีเป็นอันตรายถึงชีวิต โผกอดกันไว้แน่น จากนั้น เธอถอดสร้อยจากคอตัวเองสวมให้เขา

    “สร้อยของคุณพ่อ...คุณแม่ให้ดาวไว้ ดาวอยากให้ คุณหนึ่งค่ะ...ไม่ว่าคุณหนึ่งอยู่ที่ไหน ดาวก็อยู่ด้วยค่ะ”

    “ผมจะเก็บไว้ไม่ให้ห่างตัว แต่สำหรับผม คุณดาว อยู่กับผมเสมอ...ในหัวใจของผม”

    ทั้งสองโผกอดกันอีกครั้ง ทันใดนั้น มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น เธอผละจากอ้อมกอดเขา ต่างคว้าอาวุธของตัวเองขึ้นมาเตรียมพร้อม รับรู้ถึงภัยที่เข้า มาใกล้

    “พวกมันชิงเล่นงานเราก่อน” ฤทธิชัยกวาดตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

    “ก็ดี...ถือว่าเป็นการวอร์มอัพซ้อมมือ”

    พวกมือปืนและนินจานับสิบคนพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกันทั้งทางประตูและหน้าต่างบ้าน แม้ศัตรูจะมากกว่า แต่แค่พริบตาเดียวดาวกับฤทธิชัยใช้พลังนางเสือจัดการพวกนั้นไม่เหลือซาก...

    ในเวลาเดียวกัน ที่ลานหน้ากระท่อมหลบภัยของแม่สมพร ไผ่ พ่อแสง ลุงเดชกับพ่อของอาตง ยืนคุยกันถึงเรื่องที่พ่อของอาตงอาสาจะเดินย้อนรอยจากที่นี่กลับไปหมู่บ้านของตัวเอง ผ่านทุกจุดที่เขากับลูกๆ

    เคยแวะ เผื่อจะจำอะไรได้บ้าง จะได้ไล่พวกเลวๆให้หมดไปจากแผ่นดิน ลุงเดชเตือนว่าในป่าตอนนี้อันตรายมาก

    “เท่ากับเราเอาเม่งจูกับอาตงไปเสี่ยงด้วยนะ” พ่อแสงช่วยเตือนอีกแรงหนึ่ง

    “ผมไม่กลัวตาย ลูกผมเป็นคนกล้าทั้งสองคน” พ่อของอาตงยืนยันหนักแน่น ไผ่ ลุงเดช และพ่อแสงนับถือและชื่นชมในความกล้าหาญของเขา

    ooooooo

    นายใหญ่ของแบล็กอีวิลถึงกับสบถด้วยความโมโหเมื่อทราบข่าวจากนายโจผ่านทางออนไลน์ว่าทางการจะส่งกำลังเข้าจู่โจมยึดอาวุธสงครามคืน และจะไม่ยอมแต่งตั้งดำรงขึ้นเป็นรัฐมนตรีคลัง

    “บ้าที่สุด...นึกว่าพวกนางเสือจะทำให้แผนเสียกลายเป็นไอ้พวกมือที่สาม เอาเงินฟาดหัวซื้อพวกมันให้ได้”

    “งานนี้พวกมันไม่ยอมรับครับท่าน พวกมันจะกินกันเอง แต่ผมให้อาจารย์คายามังเตรียมนาคีพร้อมอยู่แล้ว พวกมันทุกคนกำลังเดินเข้าหาที่ตายโดยไม่รู้ตัว”

    “ดี...รีบหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังของพวกมันให้เร็วที่สุด...สั่งระเบิดคลังน้ำมันด้วย” นายใหญ่ว่าแล้วก็ตัดการติดต่อ นายโจรีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที...

    จากนั้นไม่นาน คลังน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกิดระเบิดตูมไฟลุกท่วม กลายเป็นข่าวฮอตประเด็นร้อนประจำวัน กำจรไม่พลาดข่าวใหญ่แบบนี้เช่นเคย รายงานสดจากที่เกิดเหตุซึ่งไฟยังคงลุกไหม้

    “อยู่ๆคลังน้ำมันก็เกิดระเบิดขึ้นมาโดยไม่มีเงื่อนงำ เจ้าหน้าที่ของบริษัทสันนิษฐานว่าเป็นอุบัติเหตุ ทางการกำลังสอบสวนติดตามอย่างใกล้ชิด และฝากบอกประชาชนทุกคนว่าอย่าได้วิตกกังวล สภาวะน้ำมันยังอยู่ในสภาพดี...กำจร แสงรุ่งเรือง...รายงาน”

    อภิชาติ งิ้ว และจักจั่น กำลังดูข่าวนี้อยู่ในห้องพักของโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งใช้เป็นที่ซ่อนตัวชั่วคราว ทนายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ ทำไมพวกแบล็กอีวิลถึงระเบิดคลังน้ำมัน ทั้งๆที่ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายวันก่อนถึงเส้นตาย ต้องมีบางอย่างผิดปกติ งิ้วสรุปว่าต้องมีคนต่อต้านพวกนั้น ไม่ยอมให้ดำรงเป็นรัฐมนตรีคลัง

    “นี่ห่วงเก้าอี้ถึงขนาดนี้เลยหรือ” จักจั่นร้องเอะอะ

    อภิชาติมั่นใจว่าไม่ใช่แค่เรื่องเก้าอี้ตัวเดียว แต่แบล็กอีวิลคาดไม่ถึงต่างหากว่ามีคนคิดจะยึดประเทศไทยก่อนหน้าพวกตน จักจั่นไม่เข้าใจทำไมพวกต่อต้านถึงไม่ขวางองค์กรชั่วตั้งแต่แรก

    “ทำไมต้องขวาง ในเมื่อมันได้ผลประโยชน์โดยมีพวกแบล็กอีวิลคอยเป็นแพะรับบาป” อภิชาติอธิบายเสียงเครียด ตอนนี้ศัตรูไม่ได้มีแต่แบล็กอีวิลเท่านั้น ยังมีจิ้งจอกพวกนี้โผล่ขึ้นมาอีก

    ooooooo

    ดวงอาทิตย์เริ่มอ่อนแสงลง เมื่อไผ่ ลุงเดช

    พ่อแสง อาตง เม่งจู พร้อมด้วยพ่อของเด็กทั้งสอง เดินย้อนเส้นทางในป่ามาถึงจุดแรกที่ครอบครัวของอาตงหยุดพัก ไผ่ชวนเด็กๆไปเดินหากำแพงมนต์ โดยมีพ่อแสงคอยสำรวจรอบบริเวณเพื่อเฝ้าระวัง สักพัก ไผ่กับเด็กๆกลับมามือเปล่าไม่เจออะไร จังหวะนั้น พ่อแสงวิ่งพรวดเข้ามา

    “พวกมันกำลังมาทางนี้”

    “ผมจะออกไปดูพวกมันสักหน่อย” ไผ่ว่าแล้วดีดตัวไปตามยอดไม้ จนกระทั่งมาหยุดที่ต้นไม้ต้นหนึ่งห่างจากจุดพักไม่มากนัก มองไปยังถนนเบื้องหน้าเห็นรถของพวกมือปืนแล่นมาตามทาง เขาใช้พลังนางเสือสะบัดมือผ่านหน้าตัวเองไปถึงปลายเท้า ชุดที่สวมอยู่กลายเป็นชุดปฏิบัติการนางเสือ แล้วร่อนลงไปขวางหน้ารถ

    “ไปให้พ้นหน้าข้า แล้วจะมีชีวิตรอดกลับไป”

    พวกมือปืนสี่คนที่อยู่ในรถต่างสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พอควันปืนจางไผ่หายไปแล้ว พวกนั้นเหลียวหาเลิ่กลั่ก เขาไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลัง ยิงใส่พวกมือปืนล้มคว่ำเหลือแค่คนขับรถเพียงคนเดียว

    “เอาศพเพื่อนเอ็งไปจากที่นี่...แล้วอย่ากลับมาอีก” ไผ่พูดจบ ดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้...

    หลังเกิดเหตุคลังน้ำมันระเบิดไม่นาน ท่านรองศักดารีบตรงไปยังเซฟเฮาส์ของดำรง โดยไม่ล่วงรู้ว่าอภิชาติกับพวกสะกดรอยตาม เขามาแจ้งข่าวสำคัญให้ดำรงรู้ว่า

    แผนการที่นายใหญ่วางไว้ถูกล้ม

    “ผมคิดว่าคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย คนพวกนี้ไม่ปล่อยให้คุณอยู่รับตำแหน่งหรอก ผมว่าคุณควรจะหายไปก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่จากนายใหญ่” ท่านรองศักดาแจ้งข่าวเสร็จ กลับออกไปขึ้นรถที่จอดรออยู่...

    อีกมุมหนึ่งหน้าเซฟเฮาส์แห่งนั้น อภิชาติ จักจั่น และงิ้ว รอให้รถของท่านรองศักดาแล่นลับสายตา จึงลงจากรถที่จอดซุ่มอยู่ งิ้วชมเปาะว่าข้อสันนิษฐานของอภิชาติแม่นมาก ท่านรองชั่วนั่นเป็นกุญแจสำคัญจริงๆ

    “เกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ คนระดับท่านรองศักดาต้องมีส่วนร่วมอยู่แล้ว” อภิชาติยิ้มภูมิใจ

    “ต้องเกี่ยวข้องกับนายใหญ่และนายดำรงเจ้าเก่าชัวร์”

    อภิชาติพยักหน้าให้งิ้ว “ใช่...ถ้ามันยังไม่เปลี่ยนหน้าเสียก่อน” จากนั้น ทั้งสามคนลัดเลาะเข้าไปในบ้าน ไม่กี่อึดใจก็จัดการพวกมือปืนคุ้มกันราบคาบ แล้วจับตัวดำรงมาได้

    ooooooo

    ขณะดาวกับฤทธิชัยเตรียมบุกค่ายเก็บอาวุธสงครามที่แบล็กอีวิลชิงไป กองกำลังของหน่วยพิเศษชิงจู่โจมเข้าไปเสียก่อน เสียงปืนดังสนั่นลั่นป่า ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันแปลกใจ

    “เกิดอะไรขึ้น ท่านรองศักดาคุมเกมวงในไว้แล้วไม่ใช่หรือ ทำไมถึงปล่อยให้หน่วยพิเศษบุกมาได้”

    “ต้องมีบางอย่างผิดพลาด บางอย่างไม่ลงตัว” ฤทธิชัยพึมพำสีหน้าครุ่นคิด ดาวเห็นนาคีปรากฏตัวตรงทางเข้าค่าย รอบๆด้านมีกองกำลังของหน่วยพิเศษดาหน้าเข้ามา นึกเป็นห่วงพวกเจ้าหน้าที่ที่รนหาที่ตาย...

    เจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษเห็นหญิงสาวสวยยืนขวางทางอยู่ สั่งให้หลบไปเดี๋ยวจะถูกลูกหลง เธอกลับยืน

    นิ่งไม่ขยับ หัวหน้าหน่วยต้องสั่งให้ลูกน้องพาตัวเธอ

    ออกไป เจ้าหน้าที่สองคนจะเข้าไปคุมตัว เธอตวัดมือใส่ลอยขึ้นไปในอากาศราวกับเศษกระดาษ ก่อนจะตกกระแทกพื้นตายอนาถ หัวหน้าหน่วยเห็นท่าไม่ดีสั่งให้ยิง

    กระสุนพุ่งเป้าไปที่นาคีเป็นจุดเดียวกัน แต่ไม่สามารถสะกิดแม้แต่ปลายเล็บ เธอหายตัวแวบไปแวบมา สะบัดทั้งพิษทั้งพลังใส่พวกเจ้าหน้าที่ตายเกลื่อน ดาวซึ่งอยู่บนเนินตรงข้ามละสายตาจากเธอ ส่องกล้องส่องทางไกลไปที่ค่าย เห็นผู้กองสัตยากำลังสั่งการให้มือปืนล้อมพวกชาวบ้านที่เป็นตัวประกันไว้ เตรียมพร้อมจะยิง

    “ถึงคิวเราแล้วค่ะ ดาวจะทำลายอาวุธ...คุณหนึ่งช่วยชาวบ้าน”

    “แล้วพวกเจ้าหน้าที่ล่ะ”

    “นาคีต้องทิ้งพวกเจ้าหน้าที่มาหาคุณหนึ่งอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ถอยก็ช่วยไม่ได้แล้ว... คุณหนึ่งระวังตัวด้วย...นาคีมีพลัง...” เธอพูดยังไม่ทันจบ ฤทธิชัยชิงพูดขึ้นก่อนด้วยสีหน้ายิ้มๆ

    “เลิฟยู” แล้วพรวดออกไป เธอมองตามอย่างห่วงใย ก่อนจะดีดตัวไปอีกด้านหนึ่ง...

    ฝ่ายผู้กองสัตยาหันไปสั่งให้นพลากชาวบ้านออกมายิงทิ้งตามแผน เขาปฏิเสธเสียงลั่นว่าไม่เกี่ยวข้องกับแผนนี้ เขาแค่นำอาวุธมาส่งให้เท่านั้น ผู้กองชั่วไม่สบอารมณ์สั่งให้พวกมือปืนลากชาวบ้านออกมา พวกนั้นยังไม่ทันจะขยับ ร่างของดาวในคราบนางเสือพุ่งข้ามหัวไปร่อนลงหน้าถ้ำด้านหลังค่าย

    พวกชาวบ้านพากันส่งเสียงร้องขอให้นางเสือช่วย เธอจำต้องตัดใจวิ่งเข้าไปในถ้ำ ผู้กองสัตยาสั่งพวกมือปืนฆ่าชาวบ้านทิ้งให้หมด พลันมีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวกระสุนพุ่งใส่พวกคนชั่วแตกฮือหาที่กำบังกันจ้าละหวั่น ผู้กองสัตยามองไปยังทิศที่กระสุนวิ่งมา เห็นฤทธิชัยในชุดปฏิบัติการนางเสือ สั่งการทันที

    “ฆ่ามันสิวะ”

    พวกมือปืนยิงโต้ตอบ อีกส่วนหนึ่งหันไปสาดกระสุนใส่ชาวบ้านล้มตายกันระนาว ฤทธิชัยหายตัวแวบไปแวบมาหลบคมกระสุนแล้วมาโผล่ตรงหน้าพวกมือปืนจ่อยิง

    ทีละคนๆ นาคีซึ่งกำลังสังหารพวกหน่วยพิเศษสนุกมืออยู่หน้าทางเข้าค่ายสัมผัสฤทธิชัยได้ถึงกับชะงักหันขวับ ไปทางค่าย ไม่สนใจเจ้าหน้าที่ที่ยิงกราดใส่...

    พริบตาเดียวฤทธิชัยฆ่าพวกมือปืนตายเรียบ แล้ววิ่งเข้าไปดูชาวบ้านที่ยังรอดชีวิต สั่งให้รีบไปจากที่นี่แล้วถอดแมกกาซีนเก่าทิ้งเตรียมใส่อันใหม่ ทันใดนั้นนาคีปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าต่างฝ่ายต่างชะงัก เขาจ้องหน้าเธออยู่อึดใจ ก่อนจะชำเลืองไปทางถ้ำ แล้วดีดตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

    ooooooo

    ภายในถ้ำหลังค่าย ดาวเห็นผ้าใบคุมสัมภาระกองใหญ่อยู่ด้านในสุด สะบัดมือไปยังกองสัมภาระ ผ้าใบเปิดออกเผยให้เห็นลังตั้งเรียงราย เธอดีดตัวเข้าไปใช้พลังเปิดฝาลังออก ข้างในกลับว่างเปล่า

    “ไม่มีอาวุธ มันหลอกเรา”

    เธอเป็นห่วงฤทธิชัยขึ้นมาทันทีขยับจะไป แต่พวกนินจาขวางหน้าไว้ อารามรีบร้อนจะไปช่วยชายคนรัก เธอจึงลงมืออย่างเต็มกำลังทั้งปืนทั้งหมัดและมีดสั้น ในที่สุดก็จัดการพวกนินจาได้หมด...

    ทางด้านฤทธิชัยดีดตัวลงมาที่ลานกลางป่า ยังไม่ทันจะตั้งตัว นาคีมาจากไหนไม่รู้พุ่งปัดปืนในมือกระเด็น ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างดุเดือด ช่วงแรกเขาพอจะต้านพลังของเธอได้ แต่ผ่านไปไม่นานเริ่มเสียเปรียบถูกฝ่ามืออัดใส่กระเด็นกลิ้งไปกับพื้น

    “ท่านไม่ต้องการความรักจากเรา...เราก็จะให้ความร้ายกับท่าน” เธอหายตัวเข้ามาปรากฏตรงหน้า คว้าคอเสื้อเขาเหวี่ยงใส่ต้นไม้ถึงกับกระอักเลือดทรุดฮวบ พลันมีเสียงเสือสายฟ้าคำรามก้อง เธอหันขวับ เห็นร่าง

    มนตร์ของสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ เธอฟาดพลังกระแทกร่างนั้นกลายเป็นควันจางหายไป

    “เสือมนตร์ของท่านต้านเราไม่ไหวหรอก ท่านออกมา ได้แล้ว” นาคีกราดสายตาไปรอบๆอย่างดุดัน แต่ไม่มี เสียงตอบ “ท่านไม่ออกมาเราจะทรมานชายคนรักของท่าน”

    ร่างอาคมของเหยี่ยวสายลมบินโฉบเข้าหา นาคีสะบัดมือออกไป ร่างนั้นสลายไปกับอากาศ ถึงกับยิ้มเยาะที่นางเสือมีของขลังมาสู้แค่นี้ ทุกอย่างยังคงเงียบไม่มีวี่แววคู่อริ ทันใดนั้นเธอสัมผัสบางอย่างได้ หันขวับไปมองอีกทีฤทธิชัยหายไปแล้ว อารมณ์โกรธพุ่งสุดขีด

    เส้นผมเปลี่ยนเป็นงูเก็งกองส่ายหัวไปมาน่ากลัว...

    ครู่ต่อมา ฤทธิชัยรู้สึกตัวลืมตาขึ้นพบว่าอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง พยายามจะออกไปข้างนอก แต่ดาวเข้ามาจับไหล่ไว้ พลางแตะที่ริมฝีปากเป็นทำนองไม่ให้พูดอะไร แล้วดึงเขากลับมาด้านใน กระซิบเบาๆว่า

    “นางงูกำลังตามหาเราอยู่...คุณเป็นยังไงบ้างคะ”

    “ผมไม่เป็นไร...ผมล่อนางงูให้ห่างคุณนะครับไม่ได้ให้คุณตามมาใกล้ๆ...แล้วอาวุธล่ะครับ”

    ดาวส่ายหน้าไม่มีอาวุธสักชิ้นพวกเราถูกหลอก การที่ศัตรูไม่ย้ายค่ายทำให้เราไขว้เขวมัวแต่จับตาดู สุดท้ายแล้วพวกนั้นก็เอาอาวุธไปซ่อนที่อื่น เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันที่สั่งให้บุกค่ายศัตรู ในเมื่อท่านรองศักดาทำงานให้พวกนั้น

    “ใครก็แล้วแต่ที่ต้องการจะหยุดพวกแบล็กอีวิลเพื่อป้องกันผลประโยชน์ของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าเจ้าหน้าที่ประชาชนและบ้านเมืองจะเดือดร้อนสักแค่ไหน”

    จังหวะนั้น มีเสียงดังมาจากด้านในสุดของถ้ำ ทั้งสองคนชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าไปยังต้นเสียง ยิ่งขยับลึกเข้าไปยิ่งชัดขึ้นว่าเป็นเสียงคนพูดคุยกัน ต้องแปลกใจที่พบว่าถ้ำทะลุออกมาอีกด้านหนึ่งได้ เห็นเป็นพื้นที่ราบกว้างมีรถขนอาวุธจอดอยู่สองคัน ด้านบนคลุมด้วยผ้าใบมิดชิดมีใบไม้ปิดทับอีกชั้นอำพรางไว้ ล้อรถเท่านั้นที่โผล่ผ้าคลุมออกมา รอบๆมีมือปืนนับสิบคอยเฝ้าอยู่ จุดที่ใกล้ตัวรถมีนินจายืนยาม

    “ที่แท้มันเอาอาวุธมาซ่อนที่นี่เอง” ดาวกระซิบ

    “ทางการทำลายข้อตกลงของมัน พวกมันไม่อยู่เฉยแน่ เราต้องรีบทำลายอาวุธพวกนี้ให้เร็วที่สุด”

    “พวกมันมากเกินไป ไหนจะพวกนินจา แค่เราลงมือนาคีก็มาแล้ว”

    ทั้งสองมองไปที่พวกศัตรูยืนหน้าสลอนเต็มไปหมด สถานการณ์ยากต่อการบุกทำลายอาวุธ

    ooooooo

    ที่ลานเล็กๆแห่งหนึ่งในราวป่าห่างไกลจากบ้านดอนเสือ พ่อของอาตงบอกไผ่ว่าตรงนี้เป็นจุดที่สองที่เขากับครอบครัวมาหยุดพักทุกครั้งตอนกลับบ้าน ลุงเดชบอกให้ทุกคนพักเหนื่อยที่นี่กันก่อนแล้วค่อยสำรวจรอบๆ

    “ฉันจะออกไประวังทางโน้น” พ่อแสงยังไม่ทันจะขยับไปไหน

    มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องเตือนขึ้นเสียก่อน ไผ่รู้ทันทีว่าถูกศัตรูกระชับพื้นที่ เตือนให้ทุกคนระวังตัว ลุงเดชกับพ่อแสงตวัดปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม

    “ผมไม่ควรปล่อยพวกมันไปเลย ไอ้พวกนี้เจอแล้วต้องส่งลงนรกสถานเดียว” ไผ่พึมพำด้วยความแค้น

    พวกศัตรูดาหน้าเข้าล้อมไผ่กับพวกไว้ทุกด้าน หนึ่งในนั้นคือคนขับรถที่เขาไว้ชีวิตไปเมื่อตอนสายนี้เอง

    ลุงเดชโกหกว่าพวกตนกำลังจะกลับชายแดน ไม่อยากมีเรื่องกับใคร หัวหน้ามือปืนอาสาจะไปส่งให้ถึงที่ พวกลิ่วล้อพากันหัวเราะชอบใจ ไผ่กวาดสายตามองด้วยสายตาเยือกเย็น

    “พวกเอ็งจะส่งยังไงในเมื่อข้าไปคนละทางกับคนพวกนี้”

    หัวหน้ามือปืนอาสาจะจัดการให้ หันไปสั่งคนขับรถที่ไผ่ไว้ชีวิตให้ช่วยพาเขาไปส่งถึงที่ด้วย แล้วเร่งให้รีบๆไป ส่วนหัวหน้าเองยึดอาวุธลุงเดชกับพ่อแสงแล้วโบกมือให้รถกระบะมารับ...

    ด้านไผ่เดินนำคนขับรถกับมือปืนอีกสองคนมาถึงแนวป่า ยังไม่ทันนกกระจอกจะกินน้ำ เขาจัดการมือปืนทั้งสองคนล้มคว่ำแน่นิ่ง เหลือคนขับรถยืนตาเหลือกตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

    “ปล่อยแล้วไม่ยอมไป ดันกลับมาหาที่ตาย” สิ้นเสียงเขาตบโครมเดียว คนขับกระแทกต้นไม้ตายสนิท...

    ขณะที่ไผ่มุ่งหน้าไปช่วยลุงเดชกับพวก หญิงชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาที่สถานีอนามัยบ้านดอนเสือ ละล่ำละลักบอกกับจันจิราและป้าเนียนว่าลูกสาวของเธอถูกพวกกองกำลังรับจ้างฉุดไป ขอให้ไปช่วยเหลือด้วย จันจิราบอกให้เธอไปรอลูกสาวที่บ้าน แล้วลุกออกไป เธอเรียกไว้แต่ไม่ทัน ถึงกับบ่นอุบ

    “ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าพวกมันไปทางไหน”

    “เออ...ไม่ต้องหรอก หนูจันหาเจอเองแหละ” ป้าเนียนยิ้มให้อย่างมั่นอกมั่นใจ...

    ที่ถนนสายเปลี่ยวใกล้ชายป่า พวกกองกำลังรับจ้างฉุดสาววัยรุ่นสองคนให้ลงจากรถกระบะของพวกตน สองสาวขัดขืน พวกนั้นขู่ถ้าไม่ยอมลงจากรถจะให้กินลูกปืนต่างข้าว ทันใดนั้น มีเสียงเสือสายฟ้าคำรามก้อง พวกนั้นต่างมองหน้ากัน แปลกใจทำไมแถวนี้ถึงมีเสือ

    “สงสัยเป็นพวกนางเสือที่พวกคนไทยร่ำลือกัน”

    “เราไม่ใช่คนไทย...ไม่เกี่ยวเว้ย...ลากตัวสองคนนั่นลงมา” ลูกพี่รีบสั่งการ ลูกน้องสองคนโดดขึ้นไปลากหญิงสาวลงมาจนได้ แล้วเริ่มลวนลาม แต่แล้วมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง

    “โบราณว่ามาบ้านท่านอย่าอวดดี”

    พวกนั้นต่างหันมองตามเสียง เห็นจันจิรายืนอยู่ ลูกพี่หน้าตาหื่นขึ้นมาทันที อ้าปากจะชมความสวย เธอหายวับไปโผล่ตรงหน้าบีบปากเขาไว้จนพูดอะไรไม่ออก

    “ท่าทางพวกแกเลวจนกู่ไม่กลับ สมควรไปเกิดใหม่” เธอจับคอเขาบิดเสียงดังกร๊อบ ทรุดฮวบ พวกที่เหลือกระชากสองสาวขึ้นมาเป็นโล่กำบังพร้อมกับเอาปืนจ่อหัว ขู่ว่าถ้าเข้ามาใกล้จะยิงทั้งคู่ทิ้ง ขาดคำเสียงปืนดังสนั่นเป็นชุด สองสาวตกใจกรีดร้องลั่น พอเสียงปืนสงบพบพวกนั้นตายเกลี้ยง จันจิราหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

    ooooooo

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน อภิชาติ จักจั่น และงิ้ว จับตัวดำรงมาไว้ที่โรงเก็บของร้างแห่งหนึ่งชานกรุง เขาตีหน้าตายไม่รู้ว่าทำไมพวกอภิชาติต้องจับตัวเขามาด้วย อภิชาติไม่เชื่อ อยู่ๆมีคนพิศวาสสนับสนุนให้เป็นถึงรัฐมนตรีคลัง จะอ้างไม่รู้เรื่องได้อย่างไร เขาเถียงเสียงแข็งไม่เห็นเสียหายตรงไหนที่มีคนสนับสนุน

    “ชัวร์อยู่แล้ว ได้เป็นรัฐมนตรีเดินยืดคอจะเสียหายได้ยังไง แต่ที่ซวยก็คือเรารู้แล้วว่าแกคือนายใหญ่ของพวกแบล็กอีวิล”  งิ้วตะคอกใส่ ดำรงโวยลั่นว่าจะบ้าหรือที่มาโยนให้เขาเป็นใครก็ไม่รู้

    “ไหนๆก็ไหนแล้ว ขอบ้าให้เต็มที่หน่อย” อภิชาติว่าแล้วเข้าไปตบเขาผัวะ แล้วเอาแขนล็อกคอไว้ ตรวจดูตามลำคอว่ามีรอยสวมหน้ากากหรือเปล่า ปรากฏว่าไม่พบจึงผลักเขาออก

    “ตัวจริงเสียงจริงเสียด้วย” จักจั่นยิ้มยั่ว ดำรงตีหน้าซื่อตาใสไม่เข้าใจ ทั้งสามพยักหน้าให้กัน แล้วเดินออกจากห้อง เสียงดำรงร้องโวยวายให้ปล่อยดังไล่หลัง แต่ไม่มีใครใส่ใจ พอออกมาพ้นระยะที่เขาจะได้ยิน งิ้วล้วงสร้อยคอซึ่งห้อยที่จับสัญญาณขึ้นมาดู พบว่ามีไฟสีแดงกะพริบอยู่

    “หรือว่ามันเป็นนายใหญ่จริงๆ...แล้วเราจะเอา ยังไงดี อยู่เฉยๆคอยดูพวกมันกัดกันเองดีไหม” จักจั่นเสนอ

    “เราเฉยไม่ได้”

    “คุณงิ้วพูดถูก เราต้องรีบหาตัวการตัวใหม่ที่ใช้ทางการเป็นอาวุธ และใช้ความพินาศของบ้านเมืองเป็นเครื่องต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของพวกมัน” อภิชาติเสียงเครียด พลอยทำให้สองสาวเครียดไปด้วย...

    ระหว่างที่อภิชาติ จักจั่น และงิ้วกำลังสับสนว่าดำรงจะใช่นายใหญ่แบล็กอีวิลหรือเปล่า วิวัฒน์นำกองกำลังรับจ้างกลุ่มใหญ่มาส่งให้ผู้กองสัตยากับนพ กลับถูกต่อว่าว่ามาช้า ทำให้กำลังคนของเขาถูกทางการจู่โจมจนต้องหนีกันหัวซุกหัวซุน วิวัฒน์ได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้

    จากนั้น ผู้กองสัตยานั่งรถจี๊ปนำขบวนกองกำลังรับจ้างมาถึงหน้าถ้ำที่ซ่อนอาวุธสงครามไว้ วิวัฒน์เห็นหมดหน้าที่แล้วจึงขอตัวกลับ ผู้กองสัตยากับนพ

    ไม่สนใจ เดินเข้าไปถามหัวหน้ามือปืนที่ยืนคุมอยู่ข้างรถขนอาวุธว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าอาวุธยังอยู่ดี ก็พยักหน้าพอใจ

    ดาวซึ่งซุ่มดูอยู่เห็นเหตุการณ์โดยตลอดหันมาบอกฤทธิชัยว่า ผู้กองชั่วกับนพคนทรยศนำกองกำลังรับจ้างจากบ้านดอนเสือมาเสริม ตอนนี้มีเกือบ 30 คนแล้ว เขาถามว่าเห็นนาคีไหม เธอกวาดตามองไปรอบๆอย่างระมัดระวัง ก่อนจะส่ายหน้า แต่เชื่อมั่นว่าอย่างไรเสียนางต้องมา ถึงตอนนั้นเธอจะล่อนางไปให้ไกลที่สุด

    “ผมเองดีกว่า”

    “คุณหนึ่งเจ็บคงไปไม่ได้เร็วพอ นาคีอาจจะไม่ทำร้ายคุณหนึ่งก็จริง แต่คุณหนึ่งอาจจะตกเป็นทาสของนาคีตลอดไป ลืมดาวลืมทุกคนเหมือนคราวที่แล้ว...เราไม่มีทางเลือก อาวุธพวกนี้ต้องถูกทำลาย”

    เขาหน้าเครียด ดึงเธอมากอด “ทำไมคุณกับผมต้องเสี่ยง ในเมื่อไม่มีใครสนใจที่จะปกป้องบ้านเมือง มีแต่จะหาทางโกงกิน ผมว่าเราไปจากที่นี่ดีกว่า ไปหา

    ความสุขกัน เลิกยุ่งทุกอย่าง”

    “คุณหนึ่งที่ดาวรู้จัก คือคนที่ปกป้องแผ่นดิน ยิ่งไม่มีใครสนใจ เรายิ่งต้องทำ”

    เขาพยักหน้า สัญญาว่าจะระเบิดอาวุธเหล่านี้ให้เป็นจุณ เธอบอกให้เขารอให้เธอลงมือก่อน จึงค่อยเข้าไปลุย ก่อนจากกันเธอลูบไล้ใบหน้าเขาด้วยความรัก

    ooooooo

    อึดใจเดียว ดาวร่อนไปลงหน้าปากถ้ำ พวกมือปืนต่างสาดกระสุนใส่เธอไม่ยั้ง เสียงปืนทำให้ผู้กองสัตยากับนพวิ่งพรวดออกไปดู เห็นดาวในคราบนางเสือ

    ยิงต่อสู้กับพวกมือปืนอย่างดุเดือด

    “เฮ้ย...พวกเอ็งส่วนหนึ่งออกไปสกัดมันไว้ ที่เหลือเฝ้ารถอาวุธกับพวกนินจา” ผู้กองสัตยาสั่งการเสร็จวิ่งตามพวกมือปืนออกไป พลางยิงสกัดเธอไว้ไม่ให้เข้าใกล้รถขนอาวุธ เธอหันขวับมามองอย่างเอาเรื่อง เขาถึงกับหน้าเสีย นพเล่นทีเผลอสาดกระสุนใส่เธอเป็นชุด เธอหายตัวมาโผล่ตรงหน้า ตบเขาเปรี้ยงกระเด็นลงไปกองกับพื้น แล้วย่างสามขุมเข้าหาผู้กองชั่วซึ่งถอยกรูด ทันใดนั้น นาคีปรากฏตัวขึ้น

    ฤทธิชัยซุ่มดูอยู่คอยลุ้นเอาใจช่วยหญิงคนรัก เห็นนาคีก้าวเข้าหาเธอช้าๆ เธอตวัดปืนยิงใส่ แล้วดีดตัวออกจากถ้ำ นังงูร้ายตามไปติดๆ เขากระชากปืนขึ้นมาถือไว้ แล้วคืบคลานไปทางที่รถขนอาวุธจอดอยู่...

    ระหว่างที่แผนล่อเสือออกจากถ้ำของดาวสำเร็จไปด้วยดี งิ้ว อภิชาติ และจักจั่นซุ่มรอผู้บุกรุกอย่างใจจดจ่อ งิ้วอดสงสัยไม่ได้ทำไมพวกศัตรูถึงตามมาถูก จักจั่นอธิบายว่าพวกสมุนแบล็กอีวิลจะมีเครื่องจีพีเอสขนาดจิ๋วฝังไว้ทุกคน บางคนมีระเบิดฝังชิป ถ้าระเบิดขึ้นเมื่อไหร่จะทำให้สมองถูกทำลายตายทันที ความลับไม่รั่วไหล

    “กรณีนายดำรงไม่น่าจะมี เพราะมันคงไม่ติดระเบิดตัวเอง” อภิชาติตั้งข้อสันนิษฐาน

    “ตอนนี้เปอร์เซ็นต์ที่นายดำรงจะเป็นนายใหญ่ มีเกือบเต็มร้อยแล้ว”

    งิ้ว​เห็นดี​ด้วย​ถ้า​เป็น​จริง​อย่าง​จักจั่น​ว่า ​เรื่อง​จะได้​จบๆสัก​ที ทันใดนั้น มีเสียง​เคลื่อนไหว​ดัง​มา​จาก​หน้า​โรง​เก็บ​ของ อภิ​ชาติ​สั่ง​ให้​สอง​สาว​ออก​ไป​จัดการ​กับ​พวกศัตรู ส่วน​เขา​จะ​ไป​ลาก​คอ​ดำรง​เอง แล้วไป​เจอกัน​ที่​จอด​รถ​ด้าน​หลัง สอง​สาว​พยัก​หน้า ก่อน​จะ​พุ่ง​ออกไป​ด้าน​นอก เจอ​พวก​มือปืน​โอบ​ล้อม​เข้า​มา จักจั่น​จัดการ​พวก​นั้น​ได้​อย่าง​ง่ายดาย​โดย​มี​งิ้ว​เป็น​แค่​ทัพ​เสริม...

    ทาง​ฝ่าย​อภิ​ชาติ​ลาก​คอ​ดำรง​มา​ที่​ลาน​จอด​รถ​ด้านหลัง เจอ​นาย​โจ​ดัก​รอ​อยู่​กับ​มือปืน​นับ​สิบ​คน​ส่อง​ปืน​มา​ที่​เขา​เป็น​จุด​เดียวกัน สั่ง​ให้​เขา​วาง​อาวุธ แล้ว​ปล่อยตัว​ดำรง

    “คุณ​จะ​บังคับ​ผม​ให้​ยิง​นาย​ดำรง​อย่าง​นั้น​หรือ”

    “แล้วแต่​คุณ นาย​ดำรง​ตาย​ไป​ก็​มี​นาย​ดำรง​

    คน​ใหม่​มา​แทน”

    อภิ​ชาติ​สงสัย​ถ้า​เป็น​เช่น​นั้น​จริง ทำไม​เขา​ต้อง​ถ่อ​มา​ถึงที่​นี่ เขา​แค่​อยาก​ให้​แน่ใจ​ว่า​ได้​ตัว​ดำรง​กลับ​ไป​หรือ​ไม่​ก็​ให้​ตาย​ที่​นี่​ก็​เท่านั้น​เอง แต่​ไหนๆก็​มา​แล้ว เขา​คิด​ว่า​กำจัด​พวก​อภิ​ชาติ​ให้​สิ้น​ซาก​ได้​ด้วย​กัน​เลย​ดี​กว่า

    “ฝัน​ไป​แล้ว​มั้ง”

    ทุก​คน​หัน​ไป​มอง​ตาม​เสียง เห็น​จักจั่น​กับ​งิ้ว​ถือปืน​เล็ง​ไป​ยัง​นาย​โจ​กับ​พวก แล้ว​สาด​กระสุน​ใส่​หูดับตับไหม้ เขา​รีบ​โดด​หลบ​เข้าที่​กำบัง​ ปล่อย​ให้​พวก​มือปืน​ยิง​ต่อสู้​กับ​สอง​สาว กระสุน​ปลิว​ว่อน ดำรง​ถือโอกาส​สะบัด​มืออภิชาติหลุด ก่อนจะโกยแนบ ทนายหนุ่มจะตาม แต่ถูกยิงสกัดไว้ งิ้วเห็นจวนตัวโยนระเบิดใส่พวกมือปืน หลายลูก​แล้ว​พา​กัน​วิ่ง​หนี เสียง​ระเบิด​ดัง​สนั่น​ติดๆกัน​หลาย​ครั้ง ไฟ​ลุกท่วม

    ooooooo

    ขณะ​รถ​กระบะ​ของ​พวก​มือปืน​ที่​ลุง​เดช​กับ​พวก​ถูกนั่ง​อยู่​แล่น​ตาม​เส้นทาง​คดเคี้ยว​ใน​ป่า คน​ขับ​ต้อง​เหยียบ​เบรก​กะทันหัน​เมื่อ​เห็น​ไผ่​ยืน​จังก้า​ขวาง​ถนนอยู่ พวก​มือปืน​ต่าง​ลง​จาก​รถ​จ้อง​ปืน​ใส่​เขา

    “เฮ้ย...มัน​มา​ได้​ไง​วะ” หัวหน้า​มือปืน​มอง​ไผ่​งงๆ

    “ไอ้​สาม​คน​นั่น​มัน​ฝาก​มา​บอก​ว่า​มัน​ไม่​มา​แล้ว มัน​ขอ​ลาก​ลับ​บ้าน​เก่า”

    เขา​ขู่​ว่า​ถ้า​ไผ่​เข้า​มา​ใกล้​จะ​ฆ่า​ลุง​เดช​กับ​พวก​ทิ้ง มือปืน​สอง​คน​หัน​ปากกระบอก​ปืน​เล็ง​พวก​ลุง​เดช แค่​ลัด​นิ้ว​มือ​เดียว ไผ่​จัดการ​สังหาร​พวก​นั้น​ไม่​เหลือ​ซาก...

    หลัง​สูญเสีย​กำลัง​คน​จาก​การ​ถูก​หน่วย​พิเศษ​ของ​ทางการ​จู่โจม นาย​ใหญ่​ไม่​พอใจ​มาก ออนไลน์​โดย​มี​เพียง​เงา​ดำๆไม่​โชว์​ใบหน้า​ ไป​ถาม​ท่าน​รอง​ศักดา​ว่า​ใคร​อยู่​เบื้องหลัง​ปฏิบัติการ​ครั้ง​นี้ เขา​รู้​เพียง​ว่า​คน​กลุ่ม​หนึ่ง

    แฝง​ตัว​อยู่​ใน​องค์กร​นาน​แล้ว ได้​วาง​แผน​ยึด​ทุก​อย่าง​อยู่​ก่อน​แบล็ก​อี​วิล​เข้า​มา​ขวาง​เส้นทาง​ของ​คน​พวก​นี้ นายใหญ่​อยาก​ให้​เขา​หา​ทาง​เจรจา​กับ​หัวหน้า​กลุ่ม

    “ผม​พยายาม​แล้ว​ ไม่​มี​ใคร​รู้​ว่า​มัน​เป็น​ใคร ที่​สำคัญ​มัน​จะ​ฮุบ​ทุก​อย่าง​ของ​แบล็ก​อี​วิล”

    “ท่าน​รอง​ควร​กบดาน​ที่​เซฟเฮาส์​สัก​พัก ไม่​ควร​ปรากฏ​ตัว​ที่ไหน ​แต่​ทำตัว​ปกติ​ติดต่อ​ได้​จะ​ได้​ไม่​เป็น​พิรุธ จนกว่า​เรา​จะ​มั่นใจ​ว่า​พวก​มัน​ไม่​สงสัย​ท่าน” นายใหญ่​พูด​จบตัด​การ​ติดต่อแล้ว​พับ​หน้า​จอ​โน้ตบุ๊ก​ปิด เผย​ให้​เห็น​ว่า​นาย​ใหญ่​ที่แท้จริงก็คือ​ดำรง​นั่น​เอง

    “ไอ้​พวก​ไร้​สมอง ไร้​ความ​รู้ แฝง​ตัว​อยู่ในองค์กร... ฮึ...มัน​คิด​จะ​เอาชนะ​คน​อย่าง​ข้า...ไม่​มี​ทาง” เขา​ยิ้ม​อย่าง​มั่นใจ  ก่อน​จะ​หยิบ​หน้ากาก​ใบหน้า​ท่าน​รอง​ศักดา​ขึ้นมาสวม

    ooooooo

    ใน​เวลา​เดียวกัน ณ ถ้ำ​ซึ่ง​รถ​ขน​อาวุธ​สงคราม​จอด​อยู่ ฤ​ทธิ​ชัย​ใช้​วิชา​พราง​ตัว​มา​ปรากฏ​ร่าง​ใกล้ๆรถ​ขน​อาวุธ เห็น​พวก​มือปืน​กำลัง​ช่วย​กัน​แบก​ศพ​เพื่อนๆ

    นับ​สิบ​ศพ​ที่​ตาย​ด้วย​น้ำมือ​นาง​เสือ​ออก​ไป​ฝัง​ใน​ป่า

    เขา​รีบ​ผลุบ​เข้าไป​ใต้​ท้อง​รถ​ขน​อาวุธ ใช้​มีด​สั้น​เจาะ​ถัง​น้ำมัน​ทะลุ​ แล้ว​กลิ้ง​ตัว​ผ่าน​ด้าน​หลัง​นินจา​สอง​คน​ที่​เดิน​ตรวจตรา​หาย​เข้าไป​ใต้​รถ​ขน​อาวุธ​อีก​คัน​หนึ่ง​ที่​จอด​อยู่​ติด​กัน จังหวะ​นั้น ผู้​กอง​สัต​ยา​กับ​นพ​เดิน​มา​ที่​รถ​คัน​นั้น

    “ถ้า​นาง​เสือก​ลับ​มา​อีก​คุณ​สัต​ยา​จะ​ทำ​ยัง​ไง” นพ​กราด​ตา​มอง​ไป​รอบๆสีหน้า​หวาดหวั่น

    “เรา​มี​นาคี​ที่​จะ​จัดการ​กับ​มัน​อยู่​แล้ว” ผู้​กอง​สัตยา​หัวเราะ​สะใจ หัน​ไป​สั่ง​ให้​พวก​มือปืน​ตรวจ​เข้ม​เป็น

    สอง​เท่า ก่อน​จะ​พา​กัน​กลับ​เข้าไป​ใน​ถ้ำ ฤ​ทธิ​ชัย​ยิ้มเยาะ ใครกัน​แน่​ที่​จะ​ถูก​จัดการ แล้ว​เอา​มีด​สั้น​เจาะ​รู​ถัง​น้ำมันรถ​ น้ำมัน​เริ่ม​ไหล​นอง​เป็น​ทาง มือปืน​คน​หนึ่ง​เดิน​ยามมา​เห็น​เข้า ​รีบ​ก้มลง​ดู เขา​กระชาก​คอเสื้อ​มือปืน​เข้าไป​ใต้​ท้อง​รถ ​อัด​สอง​หมัด​ซ้อน​สลบเหมือด จาก​นั้น​ค่อยๆกลิ้ง​ตัว​ออก​มา แต่​แล้ว​ต้อง​กลิ้ง​หลบ​เมื่อ​เจอ​นินจา​ฟัน​ดาบ​ใส่

    ประกาย​ไฟ​จาก​คม​ดาบ​กระทบ​พื้น​ทำให้​น้ำมัน​ลุก​พรึบ ไฟ​ท่วม​ร่าง​นินจา​คน​นั้น​ร้อง​ลั่น ดิ้น​ทุรนทุราย ฤ​ทธิ​ชัย​โดด​ถีบ​เขา​กระเด็น​ใส่​กอง​น้ำมัน ไฟ​ลาม​ไป​ติด​รถ​ขน​อาวุธ อึดใจ​ถัด​มา​เกิด​ระเบิด​ตูม​ดัง​สนั่น...

    ทาง​ด้าน​ดาว​ล่อ​นาคี​ห่าง​จาก​ถ้ำ​ลึก​เข้าไป​ใน​ป่า​หลาย​สิบ​กิโลเมตร เหลียวหลัง​ดู​ไม่​เห็น​ตาม​มา จึงหยุด​บน​กิ่ง​ไม้​ใหญ่​อย่าง​โล่ง​ใจ พลัน​นัง​งู​ร้าย​โผล่​มา​ยืน​ที่​ต้นไม้​อีก​ต้น​หนึ่ง สาด​กระสุน​ใส่​ไม่​ยั้ง เธอ​ตีลังกา​ม้วนตัว​หลบ​ก่อน​จะ​ร่อน​ลง​ไป​ที่​พื้น ตวัด​ปืน​ยิง​โต้​ถูก​ปืน​ใน​มือ​นาคี​กระเด็น แล้ว​ขยับ​จะ​หนี นัง​งู​ร้าย​ปล่อย​พลัง​สกัด​ใส่ ลอย​ละ​ลิ่ว​กระแทก​ต้นไม้​เลือด​กบ​ปาก

    “เรา​จะ​กำจัด​ท่าน​ให้​พ้น​ทาง​ของ​เรา” นาคี​ยิ้ม​เหี้ยม ย่างสามขุม​เข้าหา...

    ขณะ​ที่​ดาวตก​อยู่​ใน​สถานการณ์​คับขัน ผู้กอง

    สัตยา​กับ​นพ​ยืน​มอง​ซาก​รถ​ขนอาวุธที่​มี​ควัน​ดำ​พวยพุ่ง​เต็ม​ท้องฟ้า​ด้วย​ความ​แค้น​ใจ นพ​ไม่​วาย​แดกดัน ไหน​ว่า​มี​นาคี​แล้วทุกอย่าง​จะ​เรียบร้อย

    “งาน​นี้​อาจารย์​คา​ยา​มัง​ต้อง​รับผิดชอบ” ผู้​กอง

    สัตยา​ขบ​กราม​แน่น

    ภาพ​เหตุการณ์​ครั้ง​นี้​ไป​ปรากฏ​อยู่​ใน​อ่าง​น้ำมนต์​ต่อหน้า​คา​ยา​มัง ​ที่​สีหน้า​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​โกรธ​เกรี้ยว...

    นาคียังคงเดินหน้าเข้าหาศัตรูหัวใจหมายจะกำจัดให้สิ้นซาก ดาวถอยกรูดเพราะร่างกายบาดเจ็บรู้ดีว่าไม่อาจสู้พลังของเธอได้ จังหวะนั้น เหลือบไปเห็นควันดำลอยขึ้นมาในระยะไกลจากทิศทางที่รถขนอาวุธจอดอยู่

    “ท่านหลงกลเรา อาวุธของพวกท่านถูกทำลายหมดแล้ว” ดาวยิ้มสะใจ นาคีเห็นแล้วยิ่งแค้น

    “ท่านคิดว่าเราสนใจอาวุธพวกมันอย่างนั้นหรือ” เธอจ้องมองด้วยสายตาดุดันขยับเข้าหา จู่ๆเส้นเงินที่อยู่บนคอเธอก็รัดแน่นขึ้น ทำให้หายใจลำบากถึงกับทรุดลงไปดิ้นอยู่กับพื้น ดาวฉวยโอกาสดีดตัวหนี...

    หลังจากรู้ว่าท่านรองศักดาปฏิเสธเข้าร่วมประชุมกับหน่วยปฏิบัติการลับ โดยอ้างกับทางนั้นว่าติดธุระสำคัญไปไม่ได้ นายใหญ่หรือดำรงปลอมเป็นเขาเข้าประชุมแทน เพื่อสืบดูว่าพวกนี้มีแผนอย่างไรกับตน และทดสอบไปในตัวว่าท่านรองศักดาถูกสงสัยหรือเปล่า ผู้เข้าร่วมประชุมทั้ง 5 คน ซึ่งอยู่ในห้องประชุมก่อนแล้ว ต่างมองเขาเป็นตาเดียวกันด้วยความแปลกใจ หนึ่งในนั้นอดทักไม่ได้

    “ผมนึกว่าท่านรองติดธุระสำคัญมาไม่ได้”

    “พอดีเสร็จ...ก็เลยรีบมา เชิญประชุมต่อได้เลยครับ” ท่านรองศักดาตัวปลอมลงนั่งเก้าอี้ตัวที่ว่าง พลางกวาดสายตามองทุกคนอย่างสนใจ ที่ประชุมถกกันถึงปัญหาการบุกจู่โจมของหน่วยพิเศษที่ทำให้เสียกำลังพลไปมากมาย อีกทั้งยังหารือให้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมาสืบหานายใหญ่ของแบล็กอีวิลว่าเป็นใคร รังใหญ่อยู่ที่ไหนและต้องทำลายให้สิ้นซาก ท่านรองศักดาได้จังหวะพูดแทรกขึ้นทันที

    “อย่าลืมนะว่าพวกมันยังมีอาวุธร้ายแรงอยู่ในกำมือ”

    “มันอยากจะระเบิดอะไรให้มันระเบิดไป คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วสูญเสียน้อยมาก...เราอยากให้ท่านรองเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พิเศษให้พร้อม”

    “แล้วท่านว่ายังไง” ท่านรองศักดาหยั่งเชิง

    “ท่านเป็นคนสั่งลงมาเอง”

    นายใหญ่ในคราบท่านรองศักดาเจ็บใจที่ถูกหักหลัง แต่จำต้องข่มอารมณ์ไว้ ครู่ต่อมา เขากลับถึงเซฟเฮาส์ของตัวเอง ถอดหน้ากากที่สวมอยู่ออก เผยให้เห็นใบหน้าของดำรง

    “พวกมันกำลังตามหาฉันยังงั้นหรือ ให้มันรู้ไปว่าใครจะหาใครเจอก่อน” เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาท่านรองศักดา ซึ่งเก็บตัวอยู่ภายในเซฟเฮาส์ของแบล็กอีวิล

    “พวกนั้นยังไม่สงสัยท่านรอง ท่านกลับไปทำงานได้ตามปกติ หาทางสืบให้ได้ว่า นายของพวกมันคือใคร”

    “ผมคิดว่าพวกนั้นก็กำลังสืบว่าท่านเป็นใคร”

    “ผมรู้...พวกมันไม่มีวันรู้” ดำรงหัวเราะอย่างย่ามใจ วางสายแล้วตรงไปยังคอมพิวเตอร์ ปรับแสงไฟในห้องให้มืดสลัวเพื่อตัวเองจะได้เป็นแค่เงาดำๆ จากนั้นออนไลน์ไปถามนายโจถึงสถานการณ์ล่าสุด

    “ทุกอย่างเป็นไปตามแผนครับท่าน...พวกนางเสือหลงกล พวกมันคิดว่าได้ทำลายอาวุธไปแล้ว”

    “เพิ่มกำลังที่ฐานบังคับการใหญ่หลังกำแพงมนต์ ส่งนาคีจัดการกับพวกนางเสือให้เร็วที่สุด เตรียมพร้อมยิงจรวดถล่มทุกจุด” นายใหญ่สั่งการเสร็จตัดการติดต่อ

    ooooooo

    ในเวลาต่อมา นาคีกลับถึงถ้ำของตัวเองในสภาพหายใจติดขัด คายามังปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า พลางโบกมือเส้นสีเงินค่อยๆคลายตัว ทำให้เธอหายใจเป็นปกติอีกครั้ง เขาตำหนิเธออย่างแรงที่มัวแต่คิดจะแก้แค้น ทำให้เสียงาน อาวุธของนายใหญ่กำลังถูกทำลายจนหมด เธอไม่สนใจอาวุธพวกนั้น

    “เอาล่ะเราเข้าใจเจ้า บังคับเจ้าไปก็ไม่มีประโยชน์ในเมื่อจิตใจเจ้ามีแต่ความรัก เราจะช่วยเจ้าให้สมหวัง” เขาสะบัดมือวูบหนึ่ง มีเชือกสีทองเส้นเล็กๆปรากฏขึ้น ยิ้มอย่างรู้ทันเมื่อเห็นเธอจ้องมองตนอย่างไม่ไว้ใจ

    “ใช่...เส้นสีเงินข้าใช้บังคับเจ้า แต่เส้นสีทองนี้สามารถสยบชายคนรักของเจ้าได้”

    “เราสามารถสยบคนรักของเราได้อยู่แล้ว”

    “พวกนางเสือมีวิชา ถึงแม้ว่าพลังของเจ้าจะมากกว่า แต่ถ้าพวกมันร่วมมือกันเจ้าก็อาจจะพ่ายแพ้ได้ เชือกเส้นนี้สยบมันเหมือนอย่างที่ข้าสยบเจ้า...แล้วเจ้าจะได้ตัวมันมาครอบครองตลอดไป” เขาสะบัดเชือกทองไปให้เธอแล้วหายวับไป เธอมองเชือกในมือสีหน้าครุ่นคิด...

    ด้านฤทธิชัยยืนชื่นชมผลงานตัวเองที่เผาอาวุธสงครามได้อย่างราบคาบ แต่แล้วมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น เขาหลับตาทำสมาธิ เห็นภาพผ่านทางสายตาของมัน มีเครื่องยิงจรวดติดตั้งอยู่บนตึกสูงแห่งหนึ่ง ด้านบนมีตาข่ายอำพรางไว้ รอบบริเวณเห็นมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่ 5 คน ข้างๆมีลังใส่ลูกจรวดนำแสงด้วยเลเซอร์วางอยู่

    “อาวุธยังไม่ได้ถูกทำลาย” เขาพึมพำสีหน้าเคร่งเครียด...

    ขณะที่พวกแบล็กอีวิลกำลังจะเปิดศึกเต็มรูปแบบ อภิชาติตัดสินใจใช้บ้านสวนของเขาเป็นเซฟเฮาส์แห่งใหม่ คราวนี้เขามีเทพหลานลุงมีมาคอยดูแลจัดการทุกอย่าง แม้กระทั่งหาคนมาคอยคุ้มกันให้

    หลังจากเก็บสัมภาระเข้าที่ อภิชาติ จักจั่น และงิ้วมานั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่น จักจั่นเสียดายที่ปล่อยให้ดำรงหลุดมือ งิ้วแนะนำถ้าจะให้งานนี้สำเร็จ นางเสือต้องกำจัดนางงูให้พ้นทางก่อน จักจั่นกับอภิชาติต่างมองหน้ากัน

    “อย่าบอกนะว่านางเสือมือไม่ถึง” งิ้วดักคอ อภิชาติอธิบายว่า

    “เราต้องรวมพลังกันอย่างน้อยสามคนขึ้นไปถึงจะต้านนางงูได้”

    “ปัญหาก็คือ ถ้านางงูเริ่มเสียเปรียบก็จะหายไป เราไม่มีทางตามทัน แล้วก็จะโผล่มาลอบกัดเราอีก”

    อภิชาติเสริมคำพูดของจักจั่นว่า ถ้าพวกเราอยู่คนเดียว นาคีสามารถกำจัดได้ไม่ยาก งิ้วเสียดายที่ไม่มีพลังช่วยอะไรไม่ได้ จักจั่นแนะให้เธอพกระเบิดไว้มากๆ แค่นี้ก็ช่วยได้แล้ว...

    ตกเย็น ขณะที่อภิชาติ จักจั่น และงิ้วกำลังตรวจดูความพร้อมของอาวุธประจำกาย งิ้วโพล่งขึ้นว่า

    “ได้ตัวนายดำรงคราวนี้ ต้องทำลายเครื่องบอกพิกัดจีพีเอสก่อนเป็นอันดับแรก งิ้วให้หัวหน้าประสานงานทางเมืองไทยส่งเครื่องช็อตมาแล้ว สามารถทำลายชิปทุกตัวที่ฝังอยู่ในร่างคน”

    “เก่งมาก ยังไงก็ตามอย่าลืมพกระเบิดไว้ด้วยล่ะ จักจั่นชอบ”

    งิ้วอดสงสัยไม่ได้ว่าเราจะหาตัวดำรงเจอได้อย่างไร อภิชาตินิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ ในเมื่อดำรงมีเครื่องบอกพิกัดจีพีเอส งิ้วน่าจะลองใช้คอมพิวเตอร์ตรวจจับสัญญาณของเขาดู

    “เยส...ใช่แล้วใช้เครื่องจีพีเอส ของมันนี่แหละตามหาตัวมัน ต้องใช้เวลาหน่อย แต่แบบนี้ไม่ใช่แค่หาตัวนายดำรงเจอเท่านั้น เราหาพวกมันได้หมดทุกคน” งิ้วยิ้มพอใจ...

    ooooooo

    ใช้เวลาไม่นานงิ้วก็หาตำแหน่งจีพีเอสของพวกศัตรูเจอ จักจั่นถามว่าชัวร์หรือเปล่า เธอพยักหน้า

    “เจอหลายจุด แต่ทุกจุดจะแสดงชิปคู่กันสองตัว มีอยู่จุดเดียวเท่านั้นที่ไม่ใช่ชิปคู่” งิ้วหันไปไฮไฟว์กับจักจั่นด้วยความดีใจ อภิชาติเพิ่งกลับจากสำรวจความเรียบร้อยรอบบ้านสวน เห็นสองสาวกระโดดโลดเต้นยิ้มร่า เดาได้ไม่ยากว่าเจอตำแหน่งของดำรงแล้ว...

    จากนั้นไม่นาน รถของอภิชาติแล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง งิ้วส่งวิทยุสื่อสารขนาดจิ๋วให้อภิชาติกับจักจั่นใส่หูไว้ แล้วหยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาเปิดเครื่อง

    “งิ้วจะคอยบอกความเคลื่อนไหวของนายดำรง จะได้รู้ตำแหน่งชัดเจน” เธอกดคีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่ว สักพัก ก็ปรากฏตำแหน่งพิกัดของดำรง จักจั่นกับอภิชาติดูเบอร์ห้องพักในโรงแรมที่หน้าจอแล้วดีดตัวออกจากรถ

    สักพัก ทั้งคู่ก็มาถึงห้องเป้าหมาย เห็นมีมือปืนอยู่หน้าห้องสองคน อึดใจพวกนั้นก็ถูกอัดร่วงลงไปกองแทบเท้า อภิชาติคว้าคีย์การ์ดในกระเป๋าเสื้อมือปืน แล้วเปิดประตูพรวดเข้าไป เจอดำรงกำลังอยู่กับสาวสวยบนเตียง เธอตกใจร้องกรี๊ดๆลั่น จักจั่นรำคาญสั่งเสียงเฉียบถ้าไม่หยุดร้องรับรองเจ็บตัวแน่ เธอถึงกับเงียบกริบ

    “เจอกันอีกแล้ว หน็อย  หลุดมายังไม่ทันไร คั่วสาวแล้ว” จักจั่นมองดำรงที่นอนหน้าซีดด้วยความหมั่นไส้

    อภิชาติสั่งให้เขาไปแต่งตัว เขาคว้าผ้าเช็ดตัวมานุ่งแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ จักจั่นรายงานผ่านทางวิทยุสื่อสารขนาดจิ๋วไปบอกงิ้วว่าเป้าหมายอยู่ในห้องเรียบร้อยแล้ว เธอตอบกลับว่าไม่ใช่ เป้าหมายกำลังเคลื่อนที่ต่างหาก อภิชาติรีบเปิดประตูห้องน้ำผัวะเข้าไปตรวจดูเห็นดำรงกำลังแต่งตัวอยู่ จึงยืนยันกับงิ้วว่าได้ตัวเป้าหมายแล้ว

    “เป้าหมายกำลังเคลื่อนที่รีบลงมาด่วน” งิ้วยืนยันคำเดิม

    “มันเอาตัวปลอมมาล่อ” อภิชาติกวาดสายตามองประตูห้องติดกันรีบเปิดเข้าไปโดยมีจักจั่นตามติด...

    อีกด้านหนึ่งที่ลานจอดรถ งิ้วรีบเลื่อนรถไปรอหน้าประตูทางออกโรงแรม เห็นดำรงกับมือปืนคุ้มกันสองคนออกมาขึ้นรถตู้ที่โฉบมารับก่อนจะบึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะเดียวกับจักจั่นกับอภิชาติดีดตัวมาขึ้นรถ งิ้วรีบขับตามไปติดๆ

    “พวกมันรู้ว่าเรามา” อภิชาติบ่นด้วยความเจ็บใจ

    “มันรู้ได้อย่างไร” จักจั่นนิ่วหน้าสงสัย

    “มันไม่รู้หรอก...แค่วางระบบทางหนีทีไล่อย่างดี มีตัวหลอกเตรียมให้พร้อม”

    “ตามทันต้องเบิร์ดกะโหลกให้เข็ด” จักจั่นกำหมัด แค้นใจ งิ้วรับรองว่าดำรงกับพวกไม่มีทางหนีพ้น จักจั่นเตือนว่ารถของศัตรูกำลังจะเข้าทางโค้ง เดี๋ยวจะคลาดกัน

    “ทันอยู่แล้วน่า” งิ้วเร่งความเร็วขึ้นอีก แต่พอพ้นโค้งต้องกระแทกเบรกเสียงดังสนั่น เบื้องหน้าคือรถตู้ของดำรงชนต้นไม้ข้างทางไฟลุกท่วม มือปืนคนหนึ่งกระเด็นออกมานอกรถนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ทั้งสามคนรีบลงจากรถ ได้แต่ยืนดูเพลิงเผาผลาญทุกอย่าง โดยไม่สามารถจะทำอะไรได้

    ooooooo

    การเสียชีวิตของดำรงเป็นข่าวใหญ่ ทีวีทุกช่องพากันประโคมข่าวนี้รวมทั้งกำจรด้วย เขารายงานสดจากสถานที่เกิดเหตุ เห็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ รถพยาบาลและรถของมูลนิธิจอดกันอยู่รอบๆซากรถตู้ที่ดำเป็นตอตะโก

    “พบศพนายดำรง คู่แข่งคนสำคัญของอินเตอร์บิส เกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง รถระเบิดร่างไหม้จนไม่เหลือเป็นรูปร่าง แต่จากคำให้การของคนขับรถและบอดี้การ์ด ซึ่งบาดเจ็บสาหัส ยืนยันว่าเป็นนายดำรงอย่างแน่นอน...ผม...กำจร แสงรุ่งเรือง รายงาน”

    จากนั้น ภาพข่าวตัดเข้าสถานีโทรทัศน์ นายโจซึ่งเฝ้าดูข่าวชิ้นนี้อยู่กดรีโมตทีวีปิด แล้วหันมาบอก

    นายใหญ่หรือดำรงที่อยู่ในจอคอมพิวเตอร์

    “ทุกอย่างเรียบร้อยตามแผนครับ นายดำรงที่จัดไว้ตายแล้ว ตามที่ท่านต้องการ”

    “ดีมาก” ดำรงยิ้มพอใจ แล้วหยิบหน้ากากขึ้นมาสวม กลายเป็นใบหน้าท่านรองก้องเกียรติ...

    ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านสวนของอภิชาติ ทั้งทนายหนุ่ม จักจั่น และงิ้วต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด

    “พวกมันวางแผนได้ฉลาดมาก เราใกล้ตัวนายดำรง มันเลยเก็บนายดำรง ตอนนี้เราเลยไม่รู้ว่าใครคือนายใหญ่ของมัน” อภิชาติบ่นอุบ

    “ใช่นายดำรงคนเดียวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ หน้าเละจนจำไม่ได้”

    งิ้วมั่นใจว่าต้องไม่ใช่นายดำรงตัวจริง ป่านนี้เขาคงเปลี่ยนหน้าเป็นคนอื่นไปแล้ว เท่ากับตอนนี้พวกเรากลับมาเริ่มต้นที่ศูนย์เหมือนเดิม ทุกคนพากันถอนใจ หนักใจ

    ooooooo

    เย็นวันเดียวกัน จันจิรากับป้าเนียนเพิ่งกลับจากสถานีอนามัยกำลังเดินขึ้นบ้าน ป้าเนียนอดเป็นห่วงดาวกับฤทธิชัยไม่ได้ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ปิดค่ายอาสา เธอไม่เคยเจอทั้งคู่อีกเลย

    “พวกมันบุกหนัก พี่ดาวกับคุณหนึ่งมีภาระที่รัดตัว ลำพังพวกมันไม่เท่าไหร่ แต่นางงูนี่สิ น่ากลัว”

    จันจิราได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง รีบยกมือเป็นทำนองหยุดพูด หยิบปืนที่เหน็บเอวขึ้นมาเตรียมพร้อม ป้าเนียนรีบวิ่งมาหลบหลังเธอที่เดินนำไปยังห้องครัว เปิดประตูห้องผลัวะ โดยมีปืนนำเข้ามาก่อน เจอร่างๆหนึ่งนั่งหันหลังให้ ก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหาร เขาหันมามองถึงได้เห็นว่าเป็นฤทธิชัยนั่นเอง จันจิราถอนใจโล่งอกเก็บปืนไว้ที่เดิม ป้าเนียนยิ้ม เดินเข้าไปหา

    “คุณหนึ่งเองหรือคะ กำลังนึกถึงอยู่เลยค่ะ ตายแล้ว ซื้ออะไรมาเยอะแยะ”

    “ไม่ได้เจอกันนานเลยถือโอกาสจัดปาร์ตี้ฉลองที่พวกเราทุกคนรอดพ้นอันตรายจากพวกมัน”

    “พี่ดาวล่ะคุณหนึ่ง”

    “กำลังมาครับ ที่นี่คือจุดนัดพบของเรา”

    ป้าเนียนดีใจที่จะได้เจอทั้งคู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ทันใดนั้น ร่างของดาวปรากฏขึ้น เซถลาแทบจะยืนไม่ติด ฤทธิชัยรีบวิ่งเข้าไปประคอง ถามด้วยความห่วงใยว่าเป็นอะไร

    “ดาวไม่เป็นไรค่ะ” เธอซบหน้ากับอกอุ่นๆของเขา แต่แล้วมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง

    “ท่านแน่ใจหรือว่าไม่เป็นไร”

    ทุกคนหันมองตามเสียง ต้องตกใจที่เห็นนาคียืนจ้องด้วยสายตาเหี้ยม งูเก็งกองบนหัวส่ายไปมา

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 18:50 น.