ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ป่านางเสือ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ผ่านไปพักใหญ่กว่าดาวจะรู้สึกตัว จำเหตุการณ์ที่ตัวเองกลืนมนต์สะกดไม่ได้ ความจำครั้งสุดท้ายก็คือฤทธิชัยถูกมนต์สะกดต้องปลิดชีวิตเขาเพื่อช่วยให้พ้นทุกข์ พอเธอเห็นเขาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ตวัดปืนยิงเปรี้ยงหงายหลังตึง ตัวเองถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นปิดหน้าร้องไห้โฮ มีเสียงเรียกเธอดังขึ้นเบาๆ เธอค่อยๆเอามือออก แปลกใจที่เห็นชายคนรักนั่งอยู่ตรงหน้า

“ผมเอง...คุณหนึ่ง...” เขาว่าแล้วแบมือออกเผยให้เห็นหัวกระสุน ดาวโผกอดเขาด้วยความดีใจ ทั้งสองอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันเนิ่นนาน จากนั้น เขาเลื่อนตัวลงนอนหนุนตักเธอซึ่งลูบไล้ใบหน้าเขาด้วยความรัก

“นางงูคงรักคุณหนึ่งจริงๆนะคะถึงได้ตามมาเอามนต์คืน เพื่อจะสะกดคุณอีก”

“โชคดีที่ผมได้โอกาสทำลายมันไปได้”

เธอจำอะไรไม่ได้เลย ครั้งสุดท้ายจำได้ว่ากำลังจะฆ่าเขา เพราะทนเห็นเขาทรมานไปตลอดชีวิตไม่ได้พลันมีกลุ่มควันลอยเข้ามาในถ้ำ ทั้งสองถึงได้รู้ว่ากำลังจะถูกย่างสด รีบพุ่งไปหน้าถ้ำจะหนี แต่ถูกยิงสกัดไว้ดาวอดแปลกใจไม่ได้ ทำไมพวกศัตรูถึงได้รู้ว่าเราสองคนอยู่ที่นี่
“ไม่ใช่พวกมัน...พวกชาวบ้าน...มาตามล่างูที่ฆ่าคน”

เธอตกใจที่รู้ว่าตนเองฆ่าคนบริสุทธิ์ เขาต้องปลอบว่าไม่ใช่เธอ แต่เป็นงูที่สิงร่างเธอต่างหากที่ทำ ควันไฟหนาขึ้นทุกที ดาวเห็นท่าไม่ดีชวนเขารีบหนี

“ขืนออกไปคงได้ซัดกันดับ ผมไม่อยากทำร้ายพวกชาวบ้าน เราเข้าไปในถ้ำหาทางออกทางอื่นดีกว่า” เขาว่าแล้วจูงมือเธอกลับเข้าข้างใน เดินไปตามทางวกวนในถ้ำ ในที่สุดก็เห็นแสงสว่างส่องมาจากด้านบน ทั้งคู่รีบวิ่งมาดู เห็นเพดานถ้ำเป็นช่องขนาดใหญ่พอให้ตัวลอดออกไปได้

ooooooo

ไม่นานนัก ทั้งคู่ปีนออกจากถ้ำสำเร็จ มองไปยังหุบเขาเบื้องหน้าอย่างตื่นเต้น เห็นฐานดาวเทียมสื่อสารของพวกแบล็กอีวิลตั้งอยู่ ที่ลานกว้างข้างๆ มีรถบรรทุกจอดเรียงรายนับสิบคัน ช้างหลายเชือกกำลังเร่งขนอาวุธยุทโธปกรณ์ลงจากรถ รอบๆบริเวณเต็มไปด้วยมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่หนาตา

“ที่แท้ พวกมันมาหลบอยู่ที่นี่เอง”

“เหมือนกับวิศวกรคนที่เราพบแอบโหลดข้อมูลไว้เป๊ะเลย”

“พวกมันขนอาวุธและกำลังคนจากชายแดนมารวมตั้งฐานกันอยู่ที่นี่”

“กำแพงมนต์ที่คุณหนึ่งเล่าให้ฟังต้องอยู่ไม่ไกลจากที่นี่” ดาวตั้งข้อสังเกต ฤทธิชัยหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องดูรอบๆ

“เป็นไปได้...พวกมันเยอะเกินไป...เราต้องรีบแจ้งหน่วยพิเศษ ถล่มมันให้ราบ”

ดาวชวนเขาลงไปสำรวจดูใกล้ๆ จะได้สืบข่าวให้หน่วยพิเศษไปในตัว จากนั้น ทั้งคู่ค่อยๆลัดเลาะไปใกล้ทางเข้าฐานดาวเทียมสื่อสาร พบด่านตรวจตั้งอยู่

มียามเฝ้าระวังแน่นหนา รอบๆขึงด้วยลวดหนาม ส่วนด้านบนใช้เศษใบไม้กิ่งไม้มาสุมเพื่ออำพราง

“ต้องเข้าทางด้านหน้าทางเดียว พวกมันได้เปรียบสุดๆ” ดาวสีหน้าหนักใจ

จังหวะนั้น มีขบวนรถวิ่งออกมาจากราวป่าตรงมายังหุบเขา รถกระบะสองคันขนมือปืนมาเต็มคันรถ ส่วนรถจี๊ปที่ขับนำหน้ามีผู้กองสัตยานั่งข้างคนขับ เบาะด้านหลังมีลุงเดชกับพ่อแสงนั่งอยู่กับมือปืนอีกสองคน ขบวนรถแล่นผ่านด่านตรวจเข้าไปได้หลังเจรจากันอยู่ครู่หนึ่ง
“ลุงเดช พ่อแสง...ถูกพวกมันจับหรือเปล่าคะ” ดาวร้อนใจ

“ดูแล้วไม่น่าจะใช่...คงเป็นลุงเดชกับพ่อแสงสวม รอยเป็นพวกนอกชายแดนเข้ามามากกว่า”

“ไม่ดี...เสี่ยงมาก” ดาวมองตามขบวนรถสีหน้าเป็นกังวล ฤทธิชัยสัมผัสได้ว่ามีภัยใกล้เข้ามารีบสะกิด

“มีคนมา...เราต้องไปจากที่นี่”

ทั้งสองคนดีดตัวเข้าป่าอย่างรวดเร็ว อึดใจเดียวนินจา 5 คนพุ่งตามไปติดๆ ก่อนจะร่อนลงที่ลานเล็กๆในป่า แล้วแยกย้ายกันตรวจหาร่องรอยเข้ามาใกล้พุ่มไม้ที่ฤทธิชัยกับดาวซ่อนตัวอยู่ เขากระซิบเบาๆ

“พวกตรวจการณ์ ถ้าพวกมันเจอเรา เสียแผนแน่”

ทั้งสองนิ่งแทบไม่หายใจ แต่แล้วมีดสั้นสามเล่มพุ่งเข้ามา ดาวกับฤทธิชัยดีดตัวออกจากพุ่มไม้ เขาเตือนเธอว่าต้องจัดการพวกนี้ให้เงียบที่สุด ไม่เช่นนั้นพวกที่ฐานจะรู้ตัว หนึ่งในนินจาจะจุดพลุส่งสัญญาณ เธอดีดตัวเข้าไปแย่งแล้วตบเปรี้ยงเดียวปลิวกระแทกต้นไม้ตายสนิท อีกคนหนึ่งดีดตัวหนีจะกลับไปเตือนพรรคพวก

เขาไล่ตามไปติดๆ สามคนที่เหลือพุ่งเข้าโจมตีดาวพร้อมกัน แค่ลัดนิ้วมือเดียวเธอจัดการพวกนั้นตายเรียบ ด้านฤทธิชัยไล่ตามนินจาจนทันกระแทกฝ่ามือใส่ตายอนาถ อึดใจต่อมา ดาวก็ตามมาสมทบ

“ถ้านินจาพวกนี้ไม่กลับไปรายงานตามเวลา พวกมันต้องรู้ตัวแน่ๆ กว่าหน่วยพิเศษจะมา คงไม่ทันกาล”

“ดาวว่าเราคงต้องลงมือเองแล้วล่ะค่ะ”

ooooooo

ที่ฐานดาวเทียมสื่อสาร หลังจากผู้กองสัตยาวางสายจากการรายงานความคืบหน้าเรื่องอาวุธให้นายใหญ่ทราบ หัวหน้ามือปืนเข้ามาแจ้งว่าพวกนินจาตรวจการณ์หายไปยังไม่กลับมา เขาหน้าเครียดขึ้นมาทันที

“จัดเตรียมคนให้พร้อม นินจากลับมาเมื่อไหร่ให้รีบมารายงาน”

หัวหน้ามือปืนรับคำแล้วรีบไปปฏิบัติตามคำสั่ง...

ในเวลาเดียวกัน ด้านหน้าทางเข้าหุบเขา นินจาตรวจการณ์ซึ่งสวมหมวกปีกสองคนร่อนลงมาที่ด่านตรวจ มือปืนที่ยืนเฝ้าระวังไม่ได้สนใจกำลังจะปล่อยให้ผ่าน แต่มือปืนอีกคนหนึ่งเข้ามาขวางไว้

“อีกสามคนไปไหน”

“พบร่องรอยผิดปกติให้คอยระวังอยู่ข้างนอก”

มือปืนพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเปิดทางให้ พอถึงที่ลับตาคน นินจาทั้งสองคนขยับหมวกปีกใหญ่ที่ใส่คลุมขึ้นเผยให้เห็นว่าเป็นดาวกับฤทธิชัยปลอมตัวมา เธอเห็นอาวุธมากมายที่ขนเข้ามาในฐาน เดาได้ไม่ยากว่านายใหญ่ของพวกนี้ต้องคิดยึดประเทศไทยแน่นอน เขาเองก็คิดเช่นเดียวกัน

“เราถล่มที่นี่ให้ราบดับความหวังของมันเสียก่อน แล้วตามล่าดับตัวมันให้ได้” ดาวเสนอ

“ผมจะเข้าไปที่คลังอาวุธหาระเบิดมาโยนเล่นเป็นการเปิดตัวสักลูกสองลูก”

“ดาวจะเข้าไปเล่นงานนายสัตยา” ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน ก่อนจะขยับหมวกปิดหน้าแล้วแยกย้ายกันไป...

ด้านผู้กองสัตยาพอได้รับรายงานว่าพวกนินจาตรวจการณ์กลับมาแล้ว รู้สึกผ่อนคลายความกังวล...

ครู่ต่อมา ดาวมาแอบซุ่มดูอยู่ใกล้เต็นท์ของผู้กองชั่ว เห็นลุงเดชกับพ่อแสงนั่งพิงโขดหินอยู่แถวนั้น ข้างกายมีปืนลูกซองวางพาดอยู่ เธอต้องการติดต่อกับทั้งคู่ จึงสะบัดมีดสั้นไปปักที่ด้ามปืนลูกซองของลุงเดช เจ้าของปืนรีบดึงมีดออกอย่างรวดเร็วเกรงจะมีคนเห็น มองปราดเดียวจำได้ว่าเป็นของดาว ค่อยๆลุกขึ้นเดินผ่านพวกมือปืนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่เป็นจุดๆ ไปยังมุมปลอดคน เห็นนินจาคนหนึ่งยืนอยู่ เขาขยับปืนในมือเตรียมพร้อม

“ลุงเดช...ดาวเองค่ะ...ดาวจะมาบอกแผนการให้ทราบว่าทันทีที่มีเสียงระเบิด ดาวอยากให้ลุงเดชกับพ่อแสงรีบออกไปจากที่นี่”

เขาเป็นห่วง เห็นพวกศัตรูมีกำลังมาก บุกเดี่ยวมาแบบนี้จะไหวหรือ เธอไม่ได้มาคนเดียว ฤทธิชัยมาด้วย จังหวะนั้น หัวหน้ามือปืนเดินนำสมุนผ่านมาเห็นเข้า

“เฮ้ย...ทำอะไรกันวะ?...อยากลองวิชากับพวกนินจาหรือไง” สิ้นเสียง พวกสมุนพากันหัวเราะชอบใจ

“แค่อยากเห็นใกล้ๆว่าเป็นยังไงเท่านั้นเอง” ลุงเดชไหลไปได้เรื่อย หัวหน้ามือปืนเตือนว่าอย่าไปยุ่งกับพวกนี้ เขาพยักหน้ารับคำ แล้วกลับไปหาพ่อแสง ส่วนพวกมือปืนแยกไปอีกทาง ดาวมองไปทางลุงเดชกับพ่อแสงที่นั่งอยู่หน้าเต็นท์ แล้วค้อมหัวให้เล็กน้อย ทั้งคู่พยักหน้าตอบ จากนั้น เธอตั้งสมาธิขอให้เหยี่ยวสายลมช่วยไปตามไผ่ให้ เสียงร้องก้องของเหยี่ยวดังขึ้น เป็นทำนองรับรู้ ก่อนจะค่อยๆบินห่างออกไป...

ที่กระท่อมหลบภัยของแม่สมพร ขณะไผ่กำลังเล่นอยู่กับเม่งจูและอาตงซึ่งจำเรื่องราวและชื่อของตัวเองได้แล้ว ทุกคนจึงกลับมาเรียกชื่อจริงของพวกเขา จันจิรากับป้าเนียนแวะมาเยี่ยมพร้อมกับเอาของมาให้

“คุณอภิชาติส่งเครื่องจับสัญญาณมาให้คุณหนึ่ง จันเลยรีบเอามาให้พี่ไผ่ รายละเอียดคุณหนึ่งรู้หมดแล้ว”

ไผ่รับมาดูเห็นเป็นสร้อยห้อยวัตถุกลมๆบางอย่าง รีบเอาสวมคอไว้ พลันมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องก้อง เขาหลับตาตั้งสมาธิ รู้ทันทีว่าดาวต้องการความช่วยเหลือ

ooooooo

ฤทธิชัยในคราบนินจาเดินผ่านพวกมือปืนเฝ้าระวังจนถึงที่เก็บอาวุธซึ่งอยู่ในซอกเขา มือปืนสามคนหันมาเห็น ร้องถามว่ามาทำอะไรแถวนี้ เขาหายตัววับไปโผล่ตรงหน้าต่อยเปรี้ยงๆๆสามทีพวกนั้นล้มคว่ำ แล้วเดินเข้าไปด้านในเห็นลังขนาดใหญ่เรียงซ้อนกันอยู่หลายลัง ถึงกับตะลึง

“โอ้โห...พวกมันคิดจะเปิดสงครามโลกหรือไง” เขาปราดไปที่ลัง ทุบโครมฝาปิดแตกเผยให้เห็นแบงก์พันบาทอัดแน่นอยู่ข้างใน “เงินเพียบ...มิน่าใครๆถึงยอมตายทำงานให้มัน”

พลันมีดสั้นสามเล่มแหวกอากาศเข้ามา เขารีบยกฝาลังกันไว้ พอโยนฝาลังทิ้ง เห็นนินจาสวมหมวกสามคนยืนตั้งท่าเตรียมต่อสู้...

อีกด้านหนึ่งของฐานดาวเทียม มือปืนกลุ่มหนึ่งเดินผ่านจุดที่ดาวซ่อนตัวอยู่ หนึ่งในพวกนั้นซึ่งสวมหมวกสานเห็นอะไรบางอย่างแวบๆแถวโขดหิน เดินแยกตัวไปดู ถูกเธอกระชากหายไปในด้านหลังอัดหนึ่งหมัดสลบเหมือด ชั่วอึดใจเธอออกมาในชุดของเขาขยับหมวกให้เข้าที่ ตรงรี่ไปหาลุงเดชกับพ่อแสงที่นั่งอยู่หน้าเต็นท์ผู้กองสัตยา ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ

“ดาวจะเข้าไปคุมตัวนายสัตยา ลุงเดชกับพ่อแสงคอยระวังอยู่ห่างๆ ถ้าเกิดมีการผิดพลาดเฉยไว้ก่อนจะได้อยู่ปนกับพวกมันต่อไป”

ลุงเดชพยักหน้ารับ ขณะที่พ่อแสงเตือนให้เธอระวังตัว เธอยิ้มรับก่อนจะเดินออกไป สองผู้อาวุโสมองตามอดเป็นห่วงไม่ได้ ครู่ต่อมา ดาวเดินผ่านพวกมือปืนเฝ้าระวังจนเกือบจะได้ตัวผู้กองชั่วอยู่แล้ว ถ้าหัวหน้ามือปืนไม่เข้ามาขวางเสียก่อน เสียงเอะอะทำให้เขาหันมามอง เธอไม่รอช้าซัดหัวหน้ามือปืนกระเด็นแล้วพุ่งเข้าประชิดตัวจ่อปืนที่หัวเขา พวกมือปืนได้ยินเสียงโครมครามกรูเข้ามาล้อมเธอไว้ รวมทั้งลุงเดชกับพ่อแสงด้วย

“ถ้าไม่อยากตาย บอกพวกแกให้ถอยไป” เธอว่าพลางกระแทกปากกระบอกปืนใส่

เขาจำเสียงดาวได้ก็ร้องทักทาย ระหว่างนั้น มีรถจี๊ปแล่นพรวดมาจอดหน้าเต็นท์ นายโจเดินแหวกพวกมือปืนเข้ามาพร้อมปืนในมือ เธอจ้องรอยแผลเป็นที่ไม่เรืองแสงบนแก้มของเขาเขม็ง

“โจสอง หรือว่าโจสาม” ดาวยิ้มอย่างรู้ทัน เขาไม่สนใจหันไปสั่งการ

“ทุกคนฟัง...ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าคุณดาวยังไม่ยอมทิ้งปืน ข้าต้องการให้ทุกคนยิงทั้งสองคน”

ผู้กองสัตยาตาเหลือก มองนายโจอย่างเคียดแค้น ทำท่าจะลุกหนี เธอกดตัวไว้ชวนอยู่รับลูกปืนด้วยกันก่อน เขาหันไปโวยใส่นายโจที่คิดจะกำจัดตนเอง

“ชีวิตนายแลกกับศัตรูอย่างคุณดาวถือว่าคุ้ม นายใหญ่ต้องชื่นชมนาย” นายโจยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะลงมือนับหนึ่ง ลุงเดชกับพ่อแสงเห็นไม่เข้าทีปราดเข้าไปประกบดาวซ้ายขวาเอาปืนจี้เอวไว้ สั่งให้ทิ้งปืน ผู้กองสัตยาฉวยโอกาสตวัดมือตบ แต่เธอคว้าไว้ทันบิดจนหน้าเหยเก ลุงเดชสั่งให้ปล่อย เธอสะบัดมือเขาออกทำเป็นฮึดฮัดไม่พอใจ เขาหันไปชมสองผู้อาวุโสว่าทำงานได้ดีมาก นายโจยิ้มอย่างผู้ชนะเดินเข้ามาหาดาว

“สวัสดีครับคุณดาว...คุณฤทธิชัยล่ะ”

ooooooo

คนที่นายโจถามถึงกำลังต่อสู้กับพวกนินจาอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ในห้องเก็บอาวุธ ไม่ช้าก็จัดการพวกนั้นได้ราบคาบ แต่ไม่วายบ่น พวกนี้มีกี่คนกันแน่ ทำไมยิ่งเก็บก็ยิ่งโผล่

“มากกว่าที่คิด” เสียงตะโกนดังขึ้นด้านหลัง

ฤทธิชัยหันมองตามเสียง เห็นนายโจยืนอยู่กับผู้กองสัตยา โดยมีลุงเดชกับพ่อแสงยืนคุมตัวดาวไว้ พร้อมด้วยมือปืนอีกนับสิบคน เขามองสบตาเธอที่แอบพยักหน้าให้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...

ครู่ต่อมา ดาวกับฤทธิชัยถูกนำตัวไปไว้ที่ลานกว้างโดยมัดมือไพล่หลังติดกัน มีมือปืนรายล้อมไว้ทุกด้าน รวมทั้งลุงเดชและพ่อแสงที่ยืนห่างจากพวกนั้นเล็กน้อย พ่อแสงทนดูต่อไปไม่ไหวขยับจะเข้าไปช่วย

“ใจเย็น...รอจนกว่าจะถึงเวลา” ลุงเดชว่าพลางคว้ามือเขาไว้...

ด้านผู้กองสัตยาพานายโจไปที่เต็นท์บัญชาการของตน  แดกดันว่าเสียใจด้วยที่ศัตรูยอมจำนนเสียก่อน แผนการที่คิดจะกำจัดตนก็เลยล้มเหลว นายโจยักไหล่ไม่ยี่หระ

“ไอ้ฤทธิชัยรู้เรื่องกำแพงมนต์ นายรู้ที่ตั้งของกำแพงมนต์อยู่ไปก็ไม่เป็นผลดีต่อองค์กร”

“...นายก็รู้เหมือนกัน”

“โน...เป็นนายโจที่รู้ แล้วก็โชคไม่ดีเหมือนนาย”

“นาย...นายคือนายโจคนที่สองจริงๆ” ผู้กองสัตยามองเขาอย่างคาดไม่ถึงและยิ่งอึ้งหนักเมื่อเขาบอกว่าเขาไม่ใช่นายโจคนที่สองแต่เป็นคนที่สามต่างหาก

“จัดการสังหารนังดาวกับไอ้ฤทธิชัยเสีย...ถ้าพลาด... อาจมีสัตยาคนที่สองก็ได้” นายโจยิ้มหยันก่อนจะเดินออกไป ผู้กองชั่วอยากจะยิงเขาทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดแต่ทำไม่ได้ จำต้องทำตามที่เขาสั่ง เดินไปที่ลานกว้างซึ่งมัดดาวกับฤทธิชัยไว้ สั่งให้หัวหน้ามือปืนจัดการยิงทั้งคู่ทิ้งตรงนี้เลย

“ได้ข่าวว่าแกสองคนตายยากตายเย็น อยากจะดูเสียหน่อยว่าคราวนี้จะรอดไปได้ยังไง”

“พวกเอ็งถอยห่างออกมา ใครถูกลูกหลงข้ายิงซ้ำนะเว้ย” สิ้นเสียงสั่งการของหัวหน้ามือปืน พวกสมุนต่างถอยมายืนรวมกันด้านหน้าศัตรู พร้อมกับเล็งปืนใส่ พ่อแสงขยับปืนในมือจะเข้าไปช่วย ลุงเดชจับไว้

“เอ็งจัดการนายสัตยา...ข้าจะเล่นงานไอ้หัวหน้า” เขาว่าแล้วตวัดปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม

ทันใดนั้น มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า พวกมือปืนเริ่มยืนไม่ติดเหลียวมองเลิ่กลั่ก ฤทธิชัยอาศัยจังหวะนั้นใช้พลังสะบั้นเชือกที่มัดอยู่กระจุยแล้วคว้ามือดาวไว้

“ผมจะเหวี่ยงคุณออกไป”

“ดาวจะรีบกลับมาช่วยคุณ”

จังหวะที่พวกมือปืนสาดกระสุนเข้ามาเป็นชุด เขาเหวี่ยงเธอปลิวเข้าไปในดงไม้อีกด้านหนึ่ง ไผ่ในชุดปฏิบัติการนางเสือดีดตัวคว้าร่างเธอไว้ทัน พาร่อนลงพื้นอย่างปลอดภัย เพียงดาวใช้พลังสะบัดมือผ่านตัวเท่านั้น กลายเป็นชุดนางเสือทันที แล้วพุ่งออกจากดงไม้โดยมีไผ่ตามไปติดๆ

ooooooo

ฤทธิชัยถูกพวกมือปืนยิงกระหน่ำร่างสะท้านไปมาตามแรงกระสุน นาคีโผล่มาจากไหนไม่รู้ เอาตัวบังร่างเขาไว้ ลุงเดชเห็นท่าไม่ดีบอกให้พ่อแสงนอนราบไปกับพื้น เป็นจังหวะเดียวกับนังงูร้ายสะบัดพิษออกมา ผู้กองสัตยารู้งานพุ่งหลบหลังมือปืนคนหนึ่ง ทำให้ รอดไปได้ พวกมือปืนล้มตายลงทีละคนๆ ราวกับใบไม้ร่วง ดาวกับไผ่ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ ปล่อยให้เธอจัดการ พวกเดียวกันเอง

“นางงูเป็นแบบนี้ พวกมันคงเต้นแน่ๆ” ไผ่ยิ้มสะใจ

ผู้กองสัตยาค่อยๆคลานหนี เห็นรถของนายโจกำลังจะแล่นออกไป รีบตะโกนเรียกให้จอดก่อน แล้วโดดขึ้น รถอย่างรวดเร็ว

“นางงูบ้าไปแล้ว...เล่นงานพวกมือปืนจนเรียบ” ผู้กองสัตยาเสียงสั่นสีหน้าหวาดกลัว นายโจถึงกับหน้าเครียด รีบเหยียบคันเร่งรถทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว...

นาคีรีบเข้าไปดูฤทธิชัยด้วยความเป็นห่วง ถามว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เขาไม่ตอบ ได้แต่กวาดตามองไปรอบตัวเห็นพวกมือปืนตัวไหม้จากพิษงูตายอนาถ

“ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครรอดจากพิษของคุณ”

“พวกมันเป็นคนชั่ว และคิดจะทำร้ายท่านพี่ ทำไมต้องสนใจ...เราไปกันเถอะ”

เขาอ้าปากจะปฏิเสธแต่เหลือบเห็นพ่อแสงซึ่งนอนอยู่ในกลุ่มมือปืนที่ตายเกลื่อน โงหัวขึ้นมาดูเหตุการณ์ลุงเดชรีบดึงเขาให้นอนราบอย่างเดิม ฤทธิชัยรู้งาน หลอกล่อนาคีออกไปทันที ทั้งคู่รอสักพักจึงขยับตัวลุกขึ้น ดาวกับไผ่รีบเข้าไปถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“เกือบไปเหมือนกัน คุณหนึ่งล่อนางงูออกไปข้างนอก ก่อนที่มันจะเห็นลุงกับไอ้แสง”

พ่อแสงเร่งให้ทั้งคู่ตามไปช่วยฤทธิชัย ไม่ต้องห่วงพวกตน ดาวพยักหน้ารับคำ รีบดีดตัวออกไปกับไผ่...

ทางฝ่ายฤทธิชัยเห็นว่ามาไกลพอสมควรแล้วจึงร่อนลงแถวลานเล็กๆในป่า โดยมีนาคีร่อนตามลงมา เขาขอบใจ เธอมากที่ช่วย แต่เราสองคนจากกันตรงนี้จะดีกว่า เธอไม่ยอม ยืนยันจะเอาเขาไปด้วยให้ได้ ดาวกับไผ่ตามมาขวางไว้ สองสาวตรงเข้าต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ฤทธิชัยต้องโดดเข้าไปกั้นกลาง

“เห็นแก่คุณที่ช่วยผม วันนี้เราอย่าเป็นศัตรูกันดีกว่า”

นาคีมองอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหายตัวไป ไผ่เห็นดาวกับฤทธิชัยปลอดภัยแล้ว ขอตัวกลับไประเบิดฐานของพวกแบล็กอีวิลให้สิ้นซากก่อน แล้วดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้ ดาวสะบัดมือผ่านตัวเองวูบเดียวชุดนางเสือหายไปกลับมาใส่ชุดธรรมดา

“ดูเหมือนนางงูจะเชื่อฟังคุณหนึ่งดีนะคะ...ดูๆไปก็น่าสงสารเหมือนกัน”

“นางงูถูกมนต์สร้างขึ้นมาให้ทำชั่ว...เราคงทำอะไรไม่ได้ ต้องแล้วแต่บุญกรรม”

ทันใดนั้น มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางที่ฐานดาวเทียมตั้งอยู่ ไฟลุกโชติช่วงมองเห็นได้ไกลเป็นกิโลเมตร ดาวกับฤทธิชัยต่างยิ้มสะใจ คราวนี้ความดันของนายใหญ่แบล็กอีวิลต้องพุ่งกระฉูดแน่นอน...

ความเสียหายครั้งนี้ทำให้คณะกรรมการขององค์กรลับแบล็กอีวิลเรียกประชุมผ่านทางวีดิโอคอนเฟอเรนซ์เป็นการด่วน นายใหญ่ถูกตำหนิอย่างแรงที่ทำให้องค์กรต้องเสียหายนับหมื่นล้านบาท คณะกรรมการบางรายถึงขนาดจะขอให้เขายุติบทบาทไว้เพียงเท่านี้

“ผมขอรับรองว่างานยังดำเนินไปด้วยดี ผลการพิจารณาโครงการต่างๆจะประกาศภายในวันพรุ่งนี้ เราได้ทุกโครงการแน่นอน”

คณะกรรมการปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมีมติให้โอกาสเขาเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าไม่ได้ทุกโครงการอย่างที่คุย รับรองว่าเขาจบเห่แน่

ooooooo

ที่ศูนย์ลับของหน่วยพิเศษ อภิชาติ จักจั่น และ งิ้วกำลังดูกำจรรายงานข่าวผลการพิจารณาผู้ได้รับสัมปทานโครงการต่างๆของรัฐนับแสนล้านบาท จังหวะนั้น ท่านรองศักดาออกมาจากสถานที่ประชุมพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน กำจรกับตากล้องพุ่งไปสัมภาษณ์ทันที

“ท่านคิดว่าการอนุมัติของคณะกรรมการมีนอกมีในหรือเปล่าครับ”

“ผมคิดว่าไม่มีแน่นอน...ทุกอย่างโปร่งใส”

“ทำไมมีแต่อินเตอร์บิสกับบริษัทในเครือเท่านั้นที่ได้สัมปทานทั้งหมดล่ะครับ”

เขายังคงยืนกรานว่าการพิจารณาครั้งนี้โปร่งใส แล้วขอตัวกลับ ก้าวฉับๆไปขึ้นรถที่จอดอยู่ กำจรจะตามแต่ถูกบอดี้การ์ดกันไว้ จนกระทั่งรถตู้ของเขาแล่นออกไป กำจรจึงหันมาที่กล้องถ่ายทอดสด

“ครับ...เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่บ้านเมืองทำงานกันอย่างโปร่งใสอีกครั้ง หวังว่าจะทำให้อันดับของประเทศในเรื่องคอรัปชันซึ่งขณะนี้อยู่ในอันดับต้นๆดีขึ้น...จนลดลงไปอยู่ในอันดับท้ายๆเลยนะครับ...ผม...กำจร แสงรุ่งเรือง รายงาน” จากนั้นภาพตัดกลับไปยังห้องส่ง จักจั่นกดรีโมตปิดทีวี

“เราต้องรีบหาหลักฐานมาหยุดยั้งอินเตอร์บิสให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ก่อนที่พวกมันจะขนทรัพยากรทุกอย่างออกไปจนหมดประเทศ” อภิชาติเสียงเครียด จังหวะนั้น ดาวโทร.มาแจ้งข่าวดีว่าเธอกับฤทธิชัยหลุดพ้นจากมนต์ร้ายของนาคีแล้ว ทั้งสามคนต่างยิ้มให้กันอย่างมีความสุข...

ไม่ใช่จะมีแต่อภิชาติ จักจั่นและงิ้วเท่านั้นที่ดีใจ

เมื่อทราบข่าวนี้ ยังมีแม่สมพร ป้าเนียน ไผ่และจันจิราก็พลอยโล่งใจไปด้วยที่ดาวกับฤทธิชัยพ้นจากเงื้อมือนังงูร้ายมาได้ ป้าเนียนเตือนทั้งคู่ว่าต้องระวังให้มากๆอย่าให้โดนสะกดอีก ไผ่กับจันจิราเห็นควรแก่เวลาจึงขอแยกตัวไปหาลุงเดชกับพ่อแสง เผื่อต้องการให้ช่วยเหลือ

ส่วนดาวกับฤทธิชัยชวนอาตงและเม่งจูไปนั่งรถเล่นเผื่อพวกแกจะจำที่ตั้งของกำแพงมนต์ขึ้นมาได้ ฤทธิชัยแนะให้ลากตัวผู้กองสัตยากับนายโจมาเค้นความจริงน่าจะได้ผลมากกว่า แต่เธอไม่เห็นด้วย

“จากที่ผ่านมา พวกมันทุกคนยอมตายแต่ไม่ยอมคายความลับ”

“อืม...ใช่...หรือไม่ก็ถูกเก็บเสียก่อน”

“แน่อยู่แล้ว...ถ้าเกิดโชคดี เม่งจูกับอาตงจำได้ เราอาจจะจบพวกมันได้ทันที” ดาวยิ้มอย่างมีความหวัง...

ขณะที่ดาวกับฤทธิชัยพยายามทุกวิถีทางที่จะหากำแพงมนต์ให้เจอ อภิชาติ จักจั่น และงิ้วกำลังช่วยกันค้นหาข้อมูลหมอศัลยกรรมเก่งๆทั้งในและต่างประเทศ เพราะเชื่อว่าพวกแบล็กอีวิลมีแผนการจะสร้างตัวแทนบุคคลที่มีตำแหน่งสำคัญต่างๆของประเทศ

“เช็กด้วยว่าถ้าต้องผ่าตัดเปลี่ยนโฉมใช้เวลาอย่างน้อยกี่วัน...ผมจะให้คนติดตามพวกรัฐมนตรีทุกคน”

จังหวะนั้นดำรงมาขอพบอภิชาติ เนื่องจากเห็นว่าผลการตัดสินใจเรื่องสัมปทานออกมาเรียบร้อยแล้ว พวกอินเตอร์บิสคงไม่สนใจจะฆ่าปิดปากเขาแล้ว จึงมาขอกลับไปอยู่บ้านตัวเอง

“เชิญตามสบายครับ...ผมจะให้หน่วยพิเศษจัดรถไปส่ง”

“ผมขอบคุณที่ช่วยผม...คุณอภิชาติมีอะไรที่จะให้ผมรับใช้ ยินดี” ดำรงว่าแล้วเดินออกไป...

หลังจากจัดเจ้าหน้าที่พาดำรงไปส่งบ้านเรียบร้อย อภิชาติกลับมาที่ห้องคอมพิวเตอร์ เป็นจังหวะเดียวกับที่งิ้วเจอข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดแปลงโฉมพอดี พบว่าต้องใช้เวลาพักฟื้นให้แผลเข้าที่อย่างน้อยที่สุดสองอาทิตย์และช่างประจวบเหมาะที่เธอได้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ท่านรองศักดาพร้อมด้วยรัฐมนตรีอีกหลายท่านกำลังจะไปเยือนต่างประเทศเป็นเวลาสองอาทิตย์เช่นกัน

“พวกรัฐมนตรีเดินทางออกไป แต่ขากลับเป็นคนใหม่เข้ามาแทน” จักจั่นตั้งข้อสังเกต อภิชาติเสริมทันที

“ภายใต้การนำของท่านรองศักดา ย่อมไม่มีใครสงสัยอย่างแน่นอน”

“ที่สำคัญเรายังไม่มีหลักฐานยืนยันหรือวิธีการที่จะหยุดพวกมันได้เลย” งิ้วว่าแล้วมองจักจั่นกับอภิชาติที่มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน

ooooooo

นาคีกลับถึงถ้ำของตัวเองต้องแปลกใจที่เห็นคายามังรออยู่ก่อนแล้ว รีบเข้าไปทวงถามถึงมนต์สะกดที่เขารับปากจะปลุกเสกให้อีกครั้ง เขาไม่ตอบ กลับต่อว่าเธอที่ทำร้ายพวกเดียวกันเอง ช่วยศัตรูจนทำให้นายใหญ่ไม่พอใจมาก ใครจะพอใจหรือไม่เธอไม่สนใจ แต่จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายคนรักของตนเองเด็ดขาด คายามังเห็นท่าทีก้าวร้าวของเธอแล้วจำต้องกำราบ แสร้งพูดดีด้วยให้เธอตายใจ

“เอาล่ะแล้วก็แล้วไป ข้าเอามนต์สะกดมาให้เจ้า ถ้าข้าให้เจ้าแล้ว เจ้าต้องกำจัดศัตรูตามคำสั่ง”

“แน่นอนที่สุด” นาคียิ้มดีใจ คายามังทำทีล้วงเข้าไปในย่ามหามนต์สะกดให้ แต่พอเธอเผลอ ดึงมีดอาคมขึ้นมาท่องมนต์ เธอถึงกับหมดเรี่ยวแรงต่อต้าน เส้นสีเงินไหลออกจากปลายมีดอาคมมาคล้องคอเธอแล้วรัดไว้แน่น แทบจะหายใจไม่ออก...

ในเวลาต่อมา ขณะคายามังกำลังนั่งสมาธิอยู่ในรังใหญ่ของแบล็กอีวิลหลังกำแพงมนต์ มือปืนมาเชิญให้ไปพบกับนายโจที่ราวป่าด้านนอก เมื่อเขาไปถึงที่นัดพบ ต่อว่านายโจยกใหญ่ว่าทำไมต้องให้ออกมาถึงนี่

“ศัตรูกำลังเข้าใกล้กำแพงมนต์ ต่อไปนี้เราจะพบกันข้างนอก”

เขาชำเลืองมองนายโจกับผู้กองสัตยาที่มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างพิจารณา ก่อนจะถามว่าเรียกให้มาพบเรื่องอะไร นายโจแจ้งว่านาคีทำให้องค์กรต้องเสียหายนับหมื่นล้านบาท นายใหญ่ต้องการให้กำจัดทิ้ง

“แต่ตอนนี้เราสยบนาคีได้แล้ว”

“ถ้ามีผลงานดี นายใหญ่อาจจะให้โอกาสท่านก็ได้... เราแค่นำคำสั่งมาบอกท่านเท่านั้น ขอให้ท่านโชคดี”...

ในขณะที่นาคีกลายเป็นปัญหาหนักอกของพวกแบล็กอีวิล อภิชาติ จักจั่นกับงิ้วกำลังเครียดเพราะเหลือเวลาอีกแค่สิบวันเท่านั้น พวกรัฐมนตรีจะเดินทางไปต่างประเทศกันแล้ว พวกเราต้องหาตัวหมอและสถานที่ดำเนินการของพวกศัตรูให้เจอ เบาะแสมีเพียงนายโจคนใหม่กับท่านรองศักดา ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องจับตาดูทั้งคู่ทุกฝีก้าว

“ทำไมเราไม่จับตัวท่านรองศักดาเสียเลย ไม่มีท่านรองก็ไม่มีการเดินทาง” งิ้วแนะ

“ท่านรองมีตำแหน่งสำคัญ หายตัวไปเรื่องบานปลาย แน่ ถึงเราจะหยุดการเดินทางได้ มันก็มีวิธีอื่นอยู่ดี ถ้าเราหาสถานที่มันได้ เราก็ได้ตัวหมอ ได้ช่วยรัฐมนตรีมีหลักฐาน ครบหยุดแผนมันได้แน่นอน” อภิชาติสีหน้ามั่นใจ พลอยทำให้สองสาวมั่นใจไปด้วย...

บ่ายวันเดียวกัน งิ้วกับจักจั่นเดินตามแผนการที่วางไว้ ไปซุ่มรออยู่หน้าบริษัทอินเตอร์บิส แต่แล้วต้องแปลกใจที่เห็นดำรงออกมาจากตัวตึกขึ้นรถตู้ออกไป

“ที่แท้นายดำรงกับอินเตอร์บิสมีได้มีเสียกัน...เลวจริงๆ...จักจั่นว่าเราต้องเอาตัวมาคุยกันหน่อยแล้ว”

งิ้วรีบขับรถตาม จนกระทั่งเห็นรถตู้ของดำรงเลี้ยวเข้าไปในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง...

ครู่ต่อมา จักจั่นกับงิ้วตามเข้าไปที่ล็อบบี้ของโรงแรม เห็นดำรงกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่กับสาวสวยนางหนึ่ง โดยมีมือปืนคุ้มกันสองคนคอยประกบอยู่ด้านหลัง สองสาวปราดเข้าไปนั่งเก้าอี้ตรงหน้าเขา แล้วไล่สาวสวยนางนั้นให้ไปเดินเล่นที่อื่นก่อน มือปืนขยับจะเข้ามา แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นดำรงยกมือห้ามไว้

“เราคอยระวังคุณไม่ให้ถูกเก็บเสียทั้งกำลังคน แต่คุณกลับแอบมากุ๊กกิ๊กกับอินเตอร์บิส” จักจั่นโวยลั่น

“คุณ...คุณจักจั่นเข้าใจผิด...ผมไม่ได้มีอะไรกับอินเตอร์บิส ในเมื่อพวกมันได้สัมปทานไปแล้ว ผมก็แค่มาแสดงตัว เลิกราต่อกัน ผมไม่อยากเป็นศัตรูกับใคร”

“ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร คำนิยามยอดนิยมของผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน” จักจั่นมองเขาอย่างเอาเรื่อง ขณะที่เขาหน้าจ๋อยสนิท...

ไม่นานนัก จักจั่นกับงิ้วกลับถึงศูนย์ลับ อภิชาติกำลังหาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ เงยหน้าขึ้นมาเห็นสองสาวหน้าบอกบุญไม่รับ กระเซ้าทันที

“ท่าทางอารมณ์จะดีทั้งคู่...ได้เรื่องอะไรบ้างหรือเปล่า”

“เหลว...ยกเว้นเจอนายดำรงไปสวามิภักดิ์กับอินเตอร์บิส” จักจั่นส่ายหน้าเหนื่อยใจ

“เราเลยตามไปดู นายดำรงยอมรับว่ากลัวตายไม่อยากมีเรื่อง” งิ้วเสริม

“แต่ผมว่าพักเรื่องนายดำรงไว้ก่อน เราต้องมุ่งประเด็นไปที่ศัลยกรรมกับพวกรัฐมนตรี”

“เยสเซ่อร์” จักจั่นตะเบ๊ะ ทั้งหมดพากันหัวเราะ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ค่ายสำรวจกลางป่าบ้านดอนเสือ ไผ่กับจันจิราแอบซุ่มอยู่บนยอดไม้เห็นวิวัฒน์สั่งการหัวหน้างานอยู่สักพัก ก็ขึ้นรถจี๊ปขับออกไป ไผ่จะรอให้พวกนั้นขนไม้ออกมาก่อน แล้วค่อยตามไปจัดการ จันจิราทักท้วงว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ พวกนี้ได้สัมปทานถูกต้อง

“เราก็ได้สัมปทานถูกต้องเหมือนกัน” ไผ่ยิ้มเจ้าเล่ห์

“จริงด้วย...สัมปทานยึดไม้ อนุมัติโดยท่านเจ้าป่าเจ้าเขาแห่งบ้านดอนเสือ”

“ระหว่างนี้ เราไปเล่นงานธุรกิจที่พวกมันไม่ได้สัมปทานกันดีกว่า”

จันจิรารู้ทันทีว่า เขาจะชวนไปป่วนบ่อนของวิวัฒน์ กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ...

อีกด้านหนึ่งของป่า ดาวชวนฤทธิชัยขับรถพาอาตงกับเม่งจูออกมาตระเวนรอบป่าอีกครั้ง แต่ไม่พบอะไรเช่นเคย จึงชวนเด็กๆกลับไปกินขนมกันที่บ้าน ฤทธิชัยเห็นเธออยู่กับเด็กๆแล้วมีความสุข พลอยสุขใจไปด้วย เธอหันมาเห็นเขาจ้องอยู่ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขามองยิ้มๆ

“เห็นสายตาคุณมองเด็กๆ ผมก็เลยคิดว่าเผื่อคุณอยากจะมีลูกเสือบ้าง”

ดาวอายหน้าแดง แต่แล้วฤทธิชัยเห็นเงาใครบางคนอยู่แถวดงไม้ รีบบอกให้เธอพาเด็กๆกลับไปก่อน แล้วเขาจะตามไปทีหลัง เธอพยักหน้ารับคำ บอกให้เด็กๆ บ๊ายบายลุงหนึ่งก่อน เด็กๆทำตามที่เธอว่า เขาดีดตัวออกจากรถเข้าไปในแนวป่า ขณะที่เธอเร่งเครื่องรถออกไปอย่างรวดเร็ว...

รถของดาวแล่นเข้าไปใกล้นินจาสามคนที่ดักรออยู่บนกิ่งไม้ พวกนั้นขยับจะจู่โจม แต่ฤทธิชัยมาขวางไว้

“ถ้าพวกท่านจากที่นี่ไปภายในหนึ่งนาที เราก็ไม่ต้องส่งพวกท่านไปเกิดใหม่”

นินจาสองคนพุ่งเข้าหาเขา ขณะที่อีกคนหนึ่งดีดตัวลงไปยืนหน้ารถของดาวที่แล่นผ่านมาพอดี เด็กๆมองอย่างตื่นเต้น ดาวบอกให้ทั้งคู่หลับตา เกาะรถไว้แน่นๆ นินจาตวัดดาบจะฟัน เธอกระแทกเบรกอย่างแรง ทำให้ร่างของเขาลอยไปตกพื้นเบื้องหน้า พอตั้งหลักได้ เขาพุ่งเข้าใส่ เธอสะบัดมีดสั้นใส่ปักกลางอกอย่างแม่นยำ แล้วรีบออกรถทันที ด้านฤทธิชัยต่อสู้กับนินจาทั้งสองคนอย่างดุเดือด แต่พอได้จังหวะ เขาชักปืนยิงทั้งคู่ตายสนิท...

ค่ำวันเดียวกัน ขณะวิวัฒน์กำลังนั่งดื่มเหล้าเคล้านารีอยู่ในคอฟฟี่ช็อปของโรงแรมบ้านดอนเสือ มีมือปืนคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามาที่โต๊ะ เขาชักสีหน้าไม่พอใจ

“อั๊วบอกแล้วไงว่าห้ามรบกวน”

“คือ...มีเรื่องด่วนครับ...ไฟไหม้ที่บ่อนครับ”

“ไอ้บ้าเอ๊ย...บ่อนไหนวะ”

“ทุกบ่อนเลยครับ”

วิวัฒน์เด้งขึ้นจากเก้าอี้ พรวดพราดออกไป พวกมือปืนรีบตามติด จันจิรากับไผ่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ที่โต๊ะถัดไป พากันยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาตรงหน้า

“เอ้าดื่มให้บ่อนของนายวิวัฒน์”

“กับผลงานของเรา” จันจิราว่าแล้วชนแก้วกับไผ่ ก่อนจะดื่มรวดเดียวหมดแก้ว

ooooooo

สายวันถัดมา จักจั่นกับงิ้วมาซุ่มดูอยู่หน้าบริษัทอินเตอร์บิสอีกครั้ง คราวนี้สองสาวมารถกันคนละคัน และติดต่อสื่อสารกันผ่านทางเครื่องวิทยุรับส่งขนาดจิ๋ว จักจั่นบ่นอุบที่ต้องมาคอยเฝ้าพวกศัตรู ไม่ได้ยืดเส้นยืดสาย

“ใจจริงอยากจะเข้าไปเป่าหัวส่งพวกมันไปนรกให้จบๆ”

“เหมือนกันเลยคุณงิ้ว...แต่ผลก็คือมันมีคนใหม่มาแทน”

“นั่นนะสิ...ไอ้พวกนี้ต้องจับตอนซะให้หมด” งิ้วพูดจบหัวเราะชอบใจ จักจั่นพลอยขำไปด้วย แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นผู้กองสัตยาออกมาจากบริษัทพร้อมกับมือปืนคุ้มกัน จักจั่นแปลกใจทำไมเขามาโผล่ที่นี่ นึกว่าอยู่ชายแดนเสียอีก จังหวะนั้น มีรถตู้คันหนึ่งมาจอดรับ แล้วเคลื่อนออกไป

“แฟนเก่าไม่ใช่หรือ ตามไปสิคุณงิ้ว”

“ชัวร์...ได้อยู่แล้ว” งิ้วพูดจบ ขับรถตามไปห่างๆ เป็นจังหวะเดียวกับนายโจออกมาจากบริษัทขึ้นรถตู้อีกคันหนึ่ง เลี้ยวไปคนละทางกับรถของผู้กองสัตยา จักจั่นรีบสะกดรอยตาม...

ขณะที่จักจั่นและงิ้วแยกย้ายกันตามผู้ต้องสงสัย อภิชาติไปดักซุ่มอยู่แถวบ้านท่านรองศักดา เห็นเขาขึ้นรถออกไปพร้อมบอดี้การ์ด ทนายหนุ่มรีบขับรถตาม...

ทางด้านงิ้วตามรถของผู้กองสัตยามาถึงศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง เห็นเขาลงจากรถตู้เข้าไปห้างฯ รีบจอดรถหลบๆ แล้วตามเข้าไป ผู้คนเดินกันขวักไขว่แต่ไม่เห็นร่างของเป้าหมายและมือปืน พยายามชะเง้อหาก็ไม่เห็น ตัดสินใจหันหลังจะกลับ เจอเขากับมือปืนยืนอยู่ตรงหน้า

“สวัสดีครับคุณงิ้ว...ผมว่าคุณไปกับผมดีกว่า” เขาเห็นเธอทำท่าจะขัดขืน ขู่ว่า “คุณคงไม่อยากให้ผู้คนแถวนี้ต้องเป็นอะไรไปด้วยฝีมือของลูกน้องผม”

“พวกแกอาจจะมีอันเป็นไปเสียก่อนก็ได้” งิ้วขู่กลับอย่างไม่เกรงกลัว

“อาจจะ...แต่คุณคงไม่สามารถช่วยได้ทันหมดทุกคน”

งิ้วเห็นผู้คนที่เดินไปมาไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย จำต้องยอมไปกับพวกศัตรู...

ฝ่ายจักจั่นต้องแปลกใจที่เห็นรถตู้ของนายโจแล่นไปจอดฝั่งตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง มีเด็กๆหลายคนกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนานอยู่ที่สนามหญ้าด้านหน้า เธอรีบจอดรถแอบข้างทางจับจ้องไปทางรถตู้ตาไม่กะพริบ นายโจพร้อมด้วยมือปืนกลับเดินตรงมาที่รถของเธอ

“พวกมันจะเล่นเกมอะไรกันแน่” เธอมองไปรอบๆ

ถึงได้รู้ว่าหลงกลพวกศัตรูเข้าให้แล้ว พรวดลงจากรถเข้าไปถามนายโจเสียงเครียดว่าจะเอาอย่างไร

“อยากจะเชิญไปด้วย”

“ถ้าฉันไม่ไปเด็กที่สนามหน้าโรงเรียนอาจได้รับอันตรายใช่ไหม?”

“นึกแล้วว่าคุณต้องรู้ทันผม...ถ้าไม่รังเกียจ ขออนุญาตใส่กุญแจมือ” นายโจว่าแล้วหันไปพยักพเยิดให้มือปืนสวมกุญแจมือเธอไว้

“กุญแจมือมีสิทธิ์หลุดได้เหมือนกัน” จักจั่นจ้องหน้านายโจอย่างเอาเรื่อง

“ผมรู้ ก็เลยเตรียมการไว้เป็นพิเศษ...ผมขอแนะนำว่าคุณอยู่เฉยๆเป็นดีที่สุด”

มือปืนยกหลอดฉีดยาสลบขึ้นมา เธอเป็นห่วงพวกเด็กนักเรียนไม่กล้าขัดขืน...

ขณะที่จักจั่นและงิ้วเสียท่าให้พวกศัตรู อภิชาติก็ตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน เขาตามรถของท่านรองศักดามาถึงวัดแห่งหนึ่ง เห็นท่านรองชั่วลงจากรถ หันไปสั่งการบางอย่างกับมือปืน อึดใจ มือปืนคนนั้นเดินมาหาเขา ซึ่งนั่งสังเกตการณ์อยู่ในรถ เชิญให้ไปพบเจ้านายของตน เขารู้ทันทีว่าตกหลุมพรางศัตรูอย่างจัง แต่ไม่มีทางเลือก จำต้องเดินตามมือปืนไปหาท่านรองศักดา

“ดีใจที่พบคุณอีก...คุณอภิชาติ”

“ผมกำลังสงสัยว่าคนเลวทำบุญแล้วจะได้บุญหรือเปล่า” อภิชาติแดกดัน

“ได้บุญหรือเปล่าผมก็ไม่รู้...รู้แต่ว่าผมซื้อที่ดินบนสวรรค์ไว้เรียบร้อยแล้ว...เราไปกันดีกว่า ป่านนี้คุณจักจั่นกับเพื่อนคงรออยู่แล้ว”

“ถ้าผมไม่ยอม ชีวิตของพระและทุกคนที่อยู่ในวัดจะเป็นอันตราย” อภิชาติหน้าเครียด

“อะไรประมาณนั้น” ท่านรองศักดายิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันไปสั่งให้มือปืนสวมกุญแจมือเขา

ooooooo

ผ่านไปพักใหญ่ อภิชาติรู้สึกตัวลืมตามขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในชุดผู้ป่วยถูกมัดติดกับเตียง หันไปมองทางขวามือเห็นจักจั่นนอนหมดสติอยู่ในชุดผู้ป่วยถูกมัดแขนขาเช่นเดียวกับงิ้วที่อยู่ด้านซ้ายมือของเขา ทั้งสามคนอยู่ในห้องเล็กๆห้องหนึ่งไม่มีหน้าต่าง สักพัก นายโจเปิดประตูห้องเข้ามา

“พวกคุณนี่แปลก ยอมให้ตัวเองถูกจับเพื่อช่วยเหลือคนแปลกหน้า”

ด้วยฤทธิ์ยาสลบที่ถูกฉีด ทำให้เขามองเห็นหน้านายโจบิดเบี้ยว ส่วนเสียงที่ได้ยินก็เหมือนฟังเทปเพลงหมดอายุ “นาย...นี่...อัป...ลักษณ์...สุด...สุด...”

“อ๋อ...เหรอ...ทำใจซะคุณอภิชาติ เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมง หน้าคุณก็จะเหมือนกับหน้าผม” นายโจหัวเราะสะใจ แม้จะยังเบลอๆ แต่เขาก็เข้าใจความหมายนั้นชัดเจน...

ขณะเดียวกัน ที่เซฟเฮาส์ของดาวใกล้ป่าบ้านดอนเสือ ดาวรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก รีบโทร.หาจักจั่นกับอภิชาติแต่ไม่มีคนรับสาย ตัดสินใจโทร.เข้าศูนย์ลับ ทันทีที่นพรับสาย เธอถามว่าหายกันไปไหนหมด ติดต่อใครไม่ได้เลยทั้งอภิชาติ จักจั่น และงิ้ว

“ท่าทางจะไม่ดีเสียแล้วครับคุณดาว ทุกคนมีวิทยุบอกตำแหน่ง แต่ตอนนี้สัญญาณหายไปหมดเลยครับ”

“นานแค่ไหนแล้วคะ”

“อย่างน้อย 4 ชั่วโมงแล้วครับ เรากำลังติดตามอยู่อย่างใกล้ชิด”

“ได้ข่าวแล้วรีบแจ้งให้ดาวทราบด้วยนะคะ” เธอวางสายสีหน้าเป็นกังวล...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่หมู่บ้านติดชายแดนทางด้านใต้ ขณะที่ลุงเดชกับพ่อแสงนั่งชุมนุมอยู่กับพวกมือปืนตรงลานกว้างกลางหมู่บ้าน รถจี๊ปของผู้กองสัตยาแล่นเข้ามาพร้อมกับรถกระบะอีกคันหนึ่ง

“ไอ้หมอนี่ไม่ยักกะถูกพิษของนางงู” พ่อแสงว่าแล้วชำเลืองมองผู้กองชั่วแวบหนึ่ง

“ไอ้คนพวกนี้เคยออกหน้าเสียเมื่อไหร่ วันนั้นข้าเห็นมันวิ่งหางจุกตูด” ลุงเดชยิ้มหยัน ผู้กองสัตยาก้าวลงจากรถตรงมายังลานกว้าง ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า

“ข้าอยากให้ทุกคนลืมเหตุการณ์จิ๊บจ้อยที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน เงินกำลังส่งมาให้พวกเราใช้กันอย่างเหลือเฟือ รวมทั้งอาวุธและทุกอย่าง ขอให้ทุกคนวางใจ เราจะเป็นผู้ชนะในที่สุด”

พวกมือปืนส่งเสียงเฮลั่น ลุงเดชมองอย่างขัดใจ “แค่เอ่ยคำว่าเงิน...ทุกคนก็ลืมหมดทุกอย่าง”

“หมดไปก็ส่งเข้ามาใหม่ เริ่มงานชั่วๆของมันต่อไป”

“คนชั่วมันไม่มีวันหยุดทำชั่วหรอกไอ้แสง มีแต่คนดีเท่านั้นที่จะหยุดทำดี” ลุงเดชกระซิบพลางถอนใจเหนื่อยใจ ขณะที่พ่อแสงยืนนิ่งไม่พูดอะไรอีก...

แม้จะถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นาคีก็ไม่อาจตัดใจลืมฤทธิชัยหรือท่านพี่ของตัวเองได้ลง ยิ่งเห็นสถานที่ที่เคยมีความสุขด้วยกัน เธอถึงกับน้ำตาซึมมองไปรอบๆ บริเวณอย่างอาลัยอาวรณ์ ระหว่างนั้น คายามังปรากฏตัวขึ้น เธอชำเลืองมองเขาด้วยท่าทีเฉยเมย

“นายใหญ่ต้องการให้เจ้าไปกำจัดศัตรู”

เธอยังคงนิ่งเฉยไม่สนใจ เขาโกรธจัด ท่องคาถาพึมพำ นาคีรู้สึกหายใจติดขัดเหมือนถูกบีบคอขึ้นมาทันที เส้นเงินบางๆที่ลงอาคมไว้รัดคอแน่นขึ้นๆ พอเขาหยุดท่องคาถา เธอก็กลับมาหายใจเป็นปกติอีกครั้ง

“ถ้าเจ้าฉลาด ก็จัดการกับศัตรูคนอื่นๆให้หมด...แล้วข้าจะช่วยพูดให้นายใหญ่ยกเว้นคนที่เจ้ารัก”

นาคีจ้องหน้าคายามังด้วยความชิงชัง ก่อนจะหายตัวไป เขายิ้มอย่างพอใจ

ooooooo

ฤทธิชัยตัดสินใจปลีกตัวมาอยู่ที่กระท่อมเล็กๆ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้ชายแดนเพียงลำพัง ดาวอดเป็นห่วงไม่ได้ ถามว่าแน่ใจแล้วหรือว่าจะมาอยู่ที่นี่

“ครับ...นาคียังสัมผัสได้ว่าผมอยู่ที่ไหน ผมไม่อยากให้ใครต้องได้รับอันตราย แล้วจะได้คอยดูเหตุการณ์แถวชายแดนด้วย”

“ก็ดีค่ะ...จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดาวไม่คิดว่านาคีจะทำร้ายคุณหนึ่ง”

“นาคีมีพลังสูง ถูกอาคมบังคับ จึงลงมือรุนแรงไม่รู้จักการไว้ชีวิต อย่าปะทะได้เป็นดี”

“ดาวรู้ค่ะ...พวกเราหลบเลี่ยงอยู่แล้ว” เธอโผกอดเขาไว้แน่น ใจหายที่ต้องอยู่ห่างกัน...

ครู่ต่อมา ดาวเดินทางกลับบ้านดอนเสือ ระหว่างขับรถมาตามทางคดเคี้ยวในป่า มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องเตือนดังขึ้น เธอมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง พอหันกลับมามองที่ถนนอีกครั้ง ต้องเหยียบเบรกกะทันหันเมื่อเห็นนาคียืนขวางทางอยู่ นังงูร้ายไม่พูดพล่ามสาดกระสุนใส่หูดับตับไหม้ ดาวดีดตัวลงจากรถ ยิงโต้ตอบ

นาคีใช้พลังหายตัวแวบไปแวบมาจนยิงไม่ถูก แล้วแวบมาปรากฏตัวตรงหน้าเอาปืนจ่อหัวเธอไว้ เธอคว้าข้อมือนาคีแล้วเอาปืนจ่อคืนบ้าง นังงูร้ายคว้าข้อมือเธอไว้เช่นกัน สองสาวยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา

“เราใช้อาวุธปืนของมนุษย์ ท่านจะได้ไม่หาว่าเราเอาเปรียบ...นอนตายตาหลับ”

“แล้วแต่ท่านจะคิด” ดาวว่าแล้วสะบัดมือออก หายตัวไปโผล่แถวดงไม้ นาคีกราดปืนตาม แต่เธอไวกว่าสาดกระสุนใส่ได้ก่อนจนร่างเซไปมา แล้วยิงปืนในมือนังงูร้ายกระเด็น

“ดูเหมือนว่าท่านยังไม่ชำนาญเท่าไหร่” ดาวยิ้มเยาะ

นาคีตวัดมือไปยังปืนที่ตกอยู่ มันลอยเข้ามืออย่างง่ายดาย พอหันมามองอีกที ศัตรูหัวใจหายไปแล้ว เธอรีบดีดตัวตาม ดาวพุ่งหนีจากยอดไม้หนึ่งไปสู่อีกยอดไม้หนึ่ง ก่อนจะร่อนลงไปหลบหลังพุ่มไม้หนา กระชับปืนในมือเตรียมพร้อม กวาดสายตาไปมาอย่างระแวดระวัง

พลันมีเสียงร้องเตือนของเหยี่ยวสายลมตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า เธอหันขวับไปด้านหลังต้องตะลึงเมื่อเห็นงูตัวมหึมาโผล่ขึ้นมาเหนือพุ่มไม้ สายตาดุร้ายจองมองเธอเขม็ง ที่ลำคอของงูตัวนั้นมีเส้นสีเงินรัดอยู่ เธอรู้ทันทีว่าเป็นนาคี

งูฉกใส่ แม้เธอจะหลบได้ทันแต่พลังของการฉกรุนแรงมาก อัดร่างเธอปลิวไปกับพื้น งูชูคอขึ้นหมายจะฉกอีกครั้ง ดาวไหวตัวทันกลิ้งหลบพร้อมกับยิงใส่ไม่ยั้ง มันส่ายหัวหลบก่อนจะฉกซ้ำ เธอหลบได้หวุดหวิด

แล้วดีดตัวหนีมาถึงริมหน้าผาสูง เบื้องล่างเป็นสายน้ำเชี่ยวหมดทางไป หันหลังจะกลับทางเดิม แต่งูร้ายตามมาทัน ชูคอส่ายหัวไปมาน่ากลัว เธอจนมุมไม่รู้จะหนีไปทางไหน จึงตั้งท่าเตรียมต่อสู้

งูพุ่งเข้าใส่เต็มแรง ฤทธิชัยดีดตัวคว้าร่างดาวกลิ้งหลบไปกับพื้นได้ทันท่วงที มันพลาดท่าพุ่งตกหน้าผาลงสู่สายน้ำเชี่ยวเบื้องล่าง

“ตามผมมา...เร็วที่สุด” ฤทธิชัยคว้ามือดาว

ดีดตัวออกไปอย่างรวดเร็ว...

ที่สายน้ำเบื้องล่าง นาคีเดินขึ้นจากกระแสน้ำเชี่ยวด้วยสีหน้าโกรธแค้น ก่อนจะพุ่งหายเข้าดงไม้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาว ทิสานาฏ" นางนาคีสวยสง่า ประชัน "บลิว-การ์ตูน" ฟิตติ้งละคร “สร้อยนาคี”

"นาว ทิสานาฏ" นางนาคีสวยสง่า ประชัน "บลิว-การ์ตูน" ฟิตติ้งละคร “สร้อยนาคี”
16 มิ.ย 2564

12:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 12:14 น.