ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นางสาวจำแลงรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มีการรื่นเริงในงานแต่งงานของอาโก๊ะกับคิมหันต์  ชาวบ้านเต้นรำอย่างสนุกสนาน  อาโก๊ะกับ คิมหันต์นั่งอยู่ในชุดแต่งงานแบบเผ่าเคอ ให้ชาวบ้านเข้ามาผูกข้อมือสองคนติดกันด้วยเชือกสีขาวเป็นการอวยพรตามประเพณี สองคนหน้าบอกบุญไม่รับ คิมหันต์กระซิบ

“ที่กลับมาไม่ใช่เพราะใจอ่อนหรอกนะ ฉันถูกมังลา บังคับต่างหาก”

“ข้ารู้ มังลาเล่าให้ฟังหมดแล้ว”

“ความรักน่ะ มันต้องเกิดจากคนสองคน ถ้าเกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเค้าเรียกว่าเผด็จการ”

“แล้วคิดว่าข้ารักแกนักหรือไง ถ้าผีฟ้าปู่เจ้าไม่ทำนายเอาไว้ ข้า...” อาโก๊ะ พูดไม่ทันจบ

เล่าจางเข้ามาผูกข้อมือบ่าวสาว บอกคิมหันต์ให้เรียกเขาว่า พ่อตา...แล้วอวยพร “อาโก๊ะ พ่อดีใจเหลือเกินที่ลูกสาว ของพ่อเป็นฝั่งเป็นฝาซะที หมูหัน แกต้องดูแลอาโก๊ะให้ดีนะ ผิดพลาดอะไรไปก็ต้องคอยตักเตือน ยามเจ็บไข้อย่าได้ทิ้งกันเป็นอันขาด”

คิมหันต์พยักหน้า อาโก๊ะถลึงตาใส่ เขาจึงรับคำ จ้ะพ่อ... เล่าจางผูกเชือกไปพร่ำสอนไปว่า “เชือกสีขาวเป็นตัวแทนของความดีที่จะรั้งหัวใจของบ่าวสาวไว้ด้วยกัน เพราะสีขาวนั้น คือสีแห่งความบริสุทธิ์สัตย์ซื่อ จำไว้ ผัวเมียกันต้องจงรักภักดีต่อกัน ต่อให้อีกฝ่ายหนึ่งเหลือเพียงเถ้าธุลี ก็ขอให้ความสัตย์ซื่อนั้นยังคงอยู่ เพราะที่ใดมีสิ่งนี้ ก็ย่อมมีแต่ความสุขความเจริญสืบไป”

ผูกข้อมือเสร็จ เล่าจางก็ประกาศกับชาวบ้าน ในฐานะ พ่อขอเชิญทุกคนร่วมดื่มอวยพร เหล้าถูกแจกจ่ายให้แก่ทุกคนรวมทั้งคู่บ่าวสาว คิมหันต์แปลกใจทำไมมีจอกใบเดียว

“ตามธรรมเนียมเผ่าเคอ เจ้าสาวจะเป็นฝ่ายดื่มแล้ว ป้อนเหล้าครึ่งนึงในปากให้เจ้าบ่าว”

คิมหันต์ตกใจ ไม่ยอมจะเลี่ยงหนี เล่าจางพยักหน้าให้คนช่วยกันจับไว้ คิมหันต์ดิ้นไม่ยอมท่าเดียว มังลารำคาญ ปาก้อนหินใส่หัว คิมหันต์ร้องโอ๊ย เป็นจังหวะให้อาโก๊ะป้อนเหล้าด้วยปากให้เขาทันที อาปู้ใช้มือถือถ่ายภาพช็อตนั้นไว้ได้ทันท่วงที

บ่าวสาวนั่งหน้างออยู่บนเตียง คิมหันต์สะอึกไม่หายตั้งแต่ดื่มเหล้าเข้าไป มือทั้งสองคนยังผูกติดกันอยู่ คิมหันต์ถาม “แกะออกได้รึยัง อึ๊ก”

“มันเป็นหน้าที่ของเจ้าบ่าว ที่ต้องเป็นคนแกะเชือก”

พอคิมหันต์กำลังแกะเชือก อาโก๊ะก็ปลดกระดุมเสื้อ คิมหันต์ถามทำอะไร อาโก๊ะตอบ

“ตามธรรมเนียมเผ่าเคอ ถ้าเจ้าบ่าวแกะเชือกเมื่อไหร่ แปลว่าต้องการจะ...”

คิมหันต์สะอึกถี่ขึ้นปฏิเสธยกใหญ่ “อึ๊ก...เปล่า ไม่ได้อยาก อึ๊ก ฉันแค่จะ อึ๊กๆ”

“มา ฉันช่วยนะ” อาโก๊ะลูบหลังคิมหันต์ แล้วตบพลั่กจนหน้าคว่ำ แล้วถามเอาอีกทีไหม

คิมหันต์ไอแค่กๆ “พอ หายแล้ว...เอาล่ะ สรุปว่าถ้าไม่แกะ ก็แปลว่าไม่ต้องมีอะไรกันใช่มั้ย ถ้างั้นผูกทั้งคืนก็ได้ เฮ้อ...อึดอัดเป็นบ้าเลย ร้อนก็ร้อน ทำไมคืนนี้มันร้อนแบบนี้วะเนี่ย”

“อากาศไม่ร้อนหรอก แต่เป็นเพราะเหล้ามงคลต่างหาก”

“อะไรนะ...”

“ตามธรรมเนียมเผ่าเคอ เหล้ามงคลของบ่าวสาวจะต้องมียาบำรุงผสมอยู่ เพื่อช่วยให้คู่บ่าวสาวอยากมีบุตร”

“อีกทีสิ...ยาอะไร”

อาโก๊ะกระซิบว่า ยาช่วยให้อยากมีบุตร คิมหันต์สบตาอาโก๊ะอึ้งๆแล้วต่างชะงักไม่กล้ามองหน้ากันอีก บรรยากาศเริ่มร้อนรุ่มขึ้นทุกขณะ ต่างคนต่างมีเหงื่อซึมออกมา ใจสั่นหน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นไข้ อาโก๊ะจับแขนคิมหันต์ เขาปัดอย่าจับเพราะมันทำให้เขาเสียว

“จะนั่งอยู่อย่างนี้ทั้งคืนเหรอ” อาโก๊ะเกิดอารมณ์

“แล้วจะให้ทำอะไร”

“ก็ทำอะไรเข้าสักอย่างสิ นี่คืนแต่งงานของเรานะ”

“ไม่ ไม่นะไอ้คิ้ม เราต้องปกป้องพรหมจรรย์ของเราเอาไว้อย่างสุดความสามารถ จะให้ใครมารุกรานไม่ได้เด็ดขาด” คิมหันต์พึมพำคนเดียวสะกดอารมณ์ตัวเองไว้

อาโก๊ะเริ่มสะบัดร้อนสะบัดหนาวเพราะฤทธิ์ยา กระเถิบตัวมาเบียด คิมหันต์จิกขอบเตียงแน่น ชำเลืองมองอาโก๊ะเห็นแก้มนวลเย้ายวน ริมฝีปากอิ่มเอิบ เขาสวดมนต์ควบคุมสติ อาโก๊ะแปลกใจว่าทำอะไร คิมหันต์บอกว่าสวดมนต์อย่าทำให้เขาศีลขาด อาโก๊ะมองอย่างน้อยใจ...

คืนนั้น มังลาดื่มเหล้าด้วยความเสียใจ อากิ๊กมาพูดเตือนสติให้เลิกคิดถึงอาโก๊ะได้แล้ว เพราะคืนนี้ก็ตกเป็นของคิมหันต์แล้ว แต่มังลามั่นใจว่าอาโก๊ะไม่น่าใจเร็วขนาดนั้น อากิ๊กว่าฤทธิ์เหล้ามงคลมันแรงอยู่ ใครจะทนไหว มังลาหน้าเสีย

มือสองคนยังผูกติดกัน คิมหันต์พยายามเขย่าประตูให้เปิดออก อาโก๊ะบอกว่าด้านนอกเขาล็อกไว้ คิมหันต์ร้อนรุ่มจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว หันมาจ้องหน้าอาโก๊ะ

“อาโก๊ะ ฉันขอโทษนะ แต่ฉันทนไม่ไหวแล้ว เป็นของฉันเถอะนะ” คิมหันต์ผลักอาโก๊ะลงนอน อาโก๊ะร้องห้ามอย่าเพิ่ง

ปรากฏเป็นแค่ความฝันของอาโก๊ะ เธอนั่งพิงเตียงหลับ มีผ้าเขี่ยอยู่ที่คอทำให้เธอหัวเราะคิกคัก “ฮิๆ ไม่เอานะ อย่าเล่นแบบนี้สิ หมูหันอ่ะ”

คิมหันต์รำคาญปลุกอาโก๊ะเอ็ดว่า “เป็นอะไรของเธอ เวลาแบบนี้ยังจะนั่งหลับอีกเหรอ”

อาโก๊ะได้สติขยับตัวนั่งดีๆ คิมหันต์บ่น แต่งงานแล้วต้องมาทรมาน ไม่รู้จะแต่งทำไม เนื้อคู่ พรหมลิขิต ไร้สาระ ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอน  อาโก๊ะถามจะทำอะไร  คิมหันต์สะบัดเสียงใส่

“ก็นอนสิถามได้ หรือจะให้นั่งจนเช้า ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ยาปลุกสวาทของเผ่าเธอมันเริ่มจะหมดฤทธิ์แล้ว คืนนี้เธอไม่ได้แอ้มฉันหรอก” คิมหันต์นอนหันหลังให้อาโก๊ะ

“รังเกียจข้ามากนักเหรอ” น้ำเสียงอาโก๊ะทำให้คิมหันต์หวั่นไหว แต่ปากแข็งว่าไร้สาระ อาโก๊ะน้ำตาคลอ “ข้าแค่เชื่อในสิ่งที่ข้านับถือ และเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง ถ้ามันทำให้แกต้องลำบากใจล่ะก็ ข้าขอโทษนะ” อาโก๊ะลงนอนหันหลังให้

คิมหันต์รู้สึกสงสาร หันมาเอื้อมมือจะไปลูบปลอบแต่แล้วยั้งไว้ หันกลับมานอนต่อ

ooooooo

ข่าวการหายตัวไปของคิมหันต์มาเข้าหูสมพร นักข่าวหรรษาบันเทิง เธอจึงไปดักรอถามเสี่ยทรงชัยหน้าบริษัท เลี่ยงไม่ให้ข่าว อ้างว่าจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการทีหลัง

เสี่ยทรงชัยกลัวข่าวนี้จะทำให้หนังเขาล่ม จึงเรียกยุทธการและชาญรบมาประชุม ให้ชาญรบไปแก้บทมาใหม่ เอาพระเอกใหม่มาเล่นแทน ปรับบทให้คิมหันต์ตาย ยุทธการคิดว่าจะเอาใครมาเล่นเป็นพระเอก ชาญรบคิดได้ คือนาวิน

พอติดต่อนาวินมาได้ ก็ทำการถ่ายทำว่าเหยี่ยวสลาตันตายและมีเหยี่ยวถลาลมมาเป็นฮีโร่ตัวใหม่ เข้ามาช่วยนางเอกในเรื่อง นาวินแสดงได้อย่างมืออาชีพ เป็นที่พอใจของผู้กำกับและทีมงาน เพราะเล่นบทบู๊ได้จริงไม่มีสตันต์ แองจี้มาดูการถ่ายทำด้วยตัวเอง ยุทธการแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน แองจี้รู้สึกคุ้นหน้านาวินอย่างมาก แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน...

ต้องใช้ชีวิตตามแบบชาวบ้านเผ่าเคอ คิมหันต์จำต้องออกไปล่าหมูป่ามาเป็นอาหารกับพวกมังสา  แต่พอประจันหน้า กับหมูป่า เขาก็ยิงมันไม่ลง จึงถูกหมูป่าชนล้มและเหยียบย่ำ

ไปบนตัว ทำให้วันนี้อาหารของทุกคนจึงเป็นแค่ผลไม้กับหน่อไม้เท่านั้น สาวๆชาวบ้านหัวร่อต่อกระซิกกันเมื่อเห็นสภาพคิมหันต์มีแต่รอยเท้าหมูป่า อาโก๊ะออกมารับคิมหันต์ มังลาจึงบอก

“อาโก๊ะ คราวหลังให้หมูหันอยู่ช่วยงานที่หมู่บ้านเถอะ เขาไม่เหมาะกับการล่าสัตว์”

คิมหันต์มองทุกคนที่หัวเราะเยาะเขาด้วยความน้อยใจ เดินงอนออกไป อาโก๊ะจะตามแต่อากิ๊กเตือนว่าให้คิมหันต์ได้อยู่คนเดียวสักพักดีกว่า

คิมหันต์มานั่งปาก้อนหินริมลำธาร อาปู้แทะผลไม้อยู่บนต้นไม้ เห็นจึงลงมาคุยด้วย คิมหันต์บ่นอยากหนีกลับบ้าน อาปู้เตือนว่าป่าที่นี่กว้างใหญ่ ชาวบ้านเองยังหลงทางเลย มีอยู่ไม่กี่คนที่รู้ทางออก คิมหันต์รีบถามว่าใคร อาปู้นิ่ง คิมหันต์จึงถอดกำไลข้อมือให้เป็นของแลกเปลี่ยน

“หนึ่งก็คือท่านลุงเล่าจาง สองพี่อาโก๊ะ สามมังลา สี่พี่อากิ๊ก และห้าท่านลุงหมอผี”

“โธ่เอ๊ย มีแต่โจทย์ทั้งนั้นเลย นึกว่าจะถามทางได้ซะอีก”

อาปู้ถามว่าอยากกลับมากหรือ คิมหันต์ว่าใครจะอยากตายอยู่ที่นี่ อาปู้แบมือขอรางวัลเพิ่ม แล้วบอกว่า อะไรที่พี่สาวเขารู้ มีหรือที่ตัวเขาจะไม่รู้ คิมหันต์ดีใจ อาปู้ให้เขามารอคืนนี้...พออาโก๊ะหลับสนิท คิมหันต์จึงย่องออกมา อาโก๊ะละเมอต่อว่าคิมหันต์ไม่เอาไหน คิมหันต์บ่น

“โห ละเมอด่าแบบนี้จบกันเลยยัยตุ๊กแก เป็นเมียภาษาอะไรวะเนี่ย” คิมหันต์จะออกไปแต่นึกอะไรได้ หันมาค้นอะไรในตัวเธอ เจอปากกาด้ามหนึ่ง...

อาปู้พาคิมหันต์มาที่ลำธาร แล้วเล่าว่า อากิ๊กเคยบอกว่าลำธารนี้ไหลเชื่อมต่อกับแม่น้ำแล้วไหลผ่านเมือง คิมหันต์เห็นจริงด้วย อาปู้ส่งคบไฟให้คิมหันต์ แล้วบอกให้เขาเดินผ่านหน้าถ้ำนี้ไป เขาคงส่งได้แค่นี้ ทางข้างหน้ามันอันตรายให้เขาเดินไปอย่าหยุด รีบผ่านไปเร็วที่สุด

“ทำไม ในถ้ำนี้มีอะไร”

“เสือไฟแม่ย่า เมียของผีฟ้าปู่เจ้า”

“หา ผีมีเมียด้วยเรอะ”

“ปู่เจ้าตายเพราะความรักที่มีต่อแม่ย่า เลยกลายเป็นผีฟ้า แต่แม่ย่าน่ะ ตายเพราะแค้น นางจึงกลายเป็นเสือไฟ”

คิมหันต์คิดว่าพูดเล่น อาปู้เตือนไว้เจอเอง ว่าแล้วก็เดินกลับไปเลย คิมหันต์ร้องเรียกก็ไม่หันกลับมา เขาจึงใช้คบไฟส่องทางที่ดูน่ากลัว ปลอบใจตัวเองว่า เป็นพระเอกหนังบู๊ต้องไม่กลัวผี...คิมหันต์เดินย่องหลบหลังต้นไม้จากต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง เพื่อให้ผ่านถ้ำไป พลันมีลมพัดอู้ออกมา คิมหันต์ชะงักหันไปมอง เห็นลูกไฟดวงโตพุ่งออกมา

“ส...เสือไฟมีจริงๆ เหรอเนี่ย อยู่ไม่ได้แล้ว” คิมหันต์ทิ้งคบไฟวิ่งหนีร้องเสียงหลง

อาโก๊ะสะดุ้งตื่นขึ้นมาไม่เห็นคิมหันต์ก็ตกใจ ยกข้อมือขึ้นดูเห็นมีข้อความเป็นภาษาเผ่าเขียนอย่างผิดๆ ถูกๆ ว่า “ขอโทษ มีธุระต้องกลับไปสะสาง ลาก่อน”

อาโก๊ะรีบมาหาอากิ๊ก บอกเรื่องคิมหันต์หนีไปอีก แต่อย่าเพิ่งบอกใครตนจะไปตามหา อาโก๊ะตามมาจนถึงหน้าถ้ำเสือไฟ คุกเข่าคารวะ ขอผ่านทางแต่แล้วก็ได้เห็นคบไฟที่หล่นอยู่ จึงเชื่อว่าคิมหันต์มาทางนี้...คิมหันต์ออกมาสู่ถนนได้เขากระโดดดีใจยกใหญ่ มีรถบรรทุกผ่านมาจึงรีบโบก แต่คนขับเห็นสภาพคิมหันต์ในชุดคนป่า ก็กลัวไม่ยอมจอด คิมหันต์ตัดสินใจขวางรถขออาศัยเข้าเมือง ไม่ทันไร อาโก๊ะตามมาทัน คิมหันต์เห็นรีบบอกให้คนรถออกรถไปเลย คนรถตกใจถามว่าตัวอะไร เสือหรือเปล่า

“เมียผม มันมาแล้ว ออกรถเร็ว”

“นี่คุณ กลัวเมียขนาดนี้เลยนะ”

คิมหันต์ไม่รอช้า เข้าเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งเอง คนรถร้องลั่นแล้วดึงมาขับเอง อาโก๊ะวิ่งตามรถไม่ลดละ คนรถถาม “นี่คุณ ไม่จอดหน่อยเหรอ นั่นเมียคุณนะ คุณจะทิ้งเมียหรือไง”

“ความจริงไม่ใช่เมียผมหรอกพี่ คนบ้าต่างหากพี่ มันจะข่มขืนผม”

“งั้นคุณก็ช่วยพูดกล่อมทีเถอะ ผมว่าขืนปล่อยไว้ยัยนี่ได้วิ่งตามไปถึงในเมืองแน่”

คิมหันต์จึงโผล่หน้าไปบอกว่าอย่าตามมา อาโก๊ะร้องว่า “หมูหันจะไปไหน พาอาโก๊ะไปด้วย เราแต่งงานกันแล้วนะ หมูหันอย่าทิ้งอาโก๊ะไว้แบบนี้”

คิมหันต์จึงรีบบอกว่าเขาไปทำธุระแล้วจะรีบกลับมา อาโก๊ะขอให้สัญญา คิมหันต์จึงสัญญาไป อาโก๊ะหยุดวิ่งทรุดลงกองกับพื้นถนน คิมหันต์มองเธออย่างห่วงๆเหมือนกัน อาโก๊ะร้องบอกว่าตนจะรอเขา คิมหันต์อดสะเทือนใจไม่ได้ เพราะรู้แก่ใจว่าตนโกหก

อากิ๊กทนไม่ได้มาเล่าให้เล่าจางกับมังลาฟังว่าคิมหันต์หนีอีกแล้ว เล่าจางโกรธแต่ต้องห้ามมังลาไม่ให้ไปเอาเรื่อง ควรปล่อยให้อาโก๊ะจัดการเอง อาปู้ได้ยินสลดรู้สึกผิด...อาโก๊ะกลับมา เล่าจางรีบถามว่าเจอคิมหันต์ไหม อาโก๊ะตอบว่าเขาไปแล้ว มังลาสบถ ไอ้สารเลว

“อย่าว่าหมูหันนะมังลา หมูหันสัญญากับข้าแล้วว่าเขาจะรีบกลับ”

“นี่แกยังจะเชื่อมันอีกเหรออาโก๊ะ มันไม่กลับมาหรอก” มังลาเตือนสติ

อาโก๊ะโวยว่าต้องกลับ เพราะคิมหันต์แต่งงานกับตนแล้วต้องไม่ทอดทิ้งกัน เล่าจางเศร้าใจ “อาโก๊ะเอ๊ย ความรักทำให้ลูกของพ่อตาบอดแท้ๆ”

อาโก๊ะร้องไห้อยู่ในห้อง เพราะรู้เต็มอกว่าคิมหันต์หลอก แต่ตนจะหวังจนวินาทีสุดท้าย

ooooooo

คิดแล้วคิดอีกว่าเคยเห็นนาวินที่ไหนมาก่อน แองจี้หยิบหนังสือรุ่นมาค้นจนเจอว่า นาวินเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ตอนนั้นเขาบอบบางท่าทางติ๋มๆไม่ดูแมนเหมือนตอนนี้ แองจี้จำได้ว่า เขาเคยตามจีบ แต่ตนไม่สนใจแถมพูดจารุนแรงไม่มีเยื่อใย จนเขาจากไป

พอจำได้ วันต่อมา นาวินมารับเช็คค่าตัวและถามถึงคิมหันต์ แองจี้ว่าไปรักษาตัวอยู่ต่างประเทศยังไม่กลับมาเร็วๆนี้หรอก แล้วทักเขาว่าตนจำเขาได้และขอโทษกับเรื่องอดีต

“ขอโทษครับคุณแองจี้ แต่เรื่องมันผ่านไปแล้ว ที่นี่ไม่มีนายนาวินคนเดิม เรียกผมว่าคุณนาวินเถอะครับ” นาวินดึงแว่นดำมาสวมเดินจากไป แองจี้มองตามอย่างนึกเสียดาย

สมพรให้โตโต้คนของตนซึ่งเป็นคนแคระแฝงตัวเข้าไปเป็นแม่บ้านทำความสะอาดบริษัทของเสี่ยทรงชัย โตโต้แอบฟังเสี่ยทรงชัยปรึกษากับยุทธการและชาญรบเรื่องแผนโปรโมตหนัง เสี่ยทรงชัยจะให้นาวินโปรโมตแทนคิมหันต์ และวันที่หนังฉาย จะแถลงข่าวว่านี่เป็นเรื่องแรกของนาวินและเป็นเรื่องสุดท้ายของคิมหันต์ โตโต้รีบรายงานสมพร...

เมื่อคนรถมาส่งคิมหันต์ที่ท่ารถ คิมหันต์จะให้เงินตอบแทนแต่คนรถไม่รับ “แค่นี้เรื่องเล็ก เออว่าแต่เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า ผมว่าหน้าตาคุณ มันคุ้นๆอยู่นะ”
“เอ่อ แบบว่า ผมหน้าโหลน่ะพี่ ผมไปนะ” คิมหันต์รีบหลบหน้าแล้วเดินไปทันที

คนรถมองตามแล้วเผอิญเห็นโปสเตอร์หนังกลางแปลงที่แปะอยู่ มีภาพคิมหันต์แสดงนำพอดี “เฮ้ย คิมหันต์ ประจัญบาน ใช่แล้ว...ไอ้หมอนี่มันดารานี่หว่า แล้วมาหลงป่าแถวนี้ได้ไงวะ”

จอห์นกำลังกรวดน้ำไปให้คิมหันต์หลังจากทำบุญไปให้ มือถือเขาดังขึ้น จอห์นรับสาย

“ฮัลโหล อ๋อพี่คิ้มเหรอพี่ แหม นี่ผมกำลังกรวดน้ำไปให้พอดี เฮ้ย...พี่ยังไม่ตายอีกเหรอ แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน โอเคพี่ ใจเย็นๆเดี๋ยวผมจะรีบไป” จอห์นทั้งตกใจและดีใจ รีบออกไป

ท่ารถต่างจังหวัด ที่คิมหันต์นัดให้จอห์นมารับตรงตู้โทรศัพท์ พอเห็นรถจอห์นแล่นฝุ่นตลบมา คิมหันต์เดินออกมารอ จอห์นลงจากรถมองข้ามหัวคิมหันต์ไป แล้วบ่น
“ทางโน้นเป็นตลาด ทางนั้นเป็นท่ารถ นี่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ เอ...ก็แถวนี้นี่หว่าแล้วพี่คิ้มไปรออยู่ที่ไหนวะ”

“ข้าอยู่ทางนี้”

จอห์นยังไม่สนใจปัดไปว่า ไม่มีเศษสตางค์ให้ไปขอทานที่อื่น คิมหันต์ตวาดว่านี่เขาเอง

“ก็บอกว่า...พี่คิ้ม นี่พี่จริงๆเหรอเนี่ย ทำไมถึงได้โทรมแบบนี้ โธ่พี่...ผมนึกว่าพี่ตายไปแล้ว ผมดีใจจริงๆ คิมหันต์ ประจัญบานยังไม่ตาย คิมหันต์ยังไม่ตาย”

“เอาโทรโข่งมั้ยไอ้จอห์น เอ็งจะแหกปากหาพระแสงอะไรวะ เดี๋ยวชาวบ้านเขาก็รู้หมด”

จอห์นรีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น คิมหันต์ว่าเรื่องมันยาวตอนนี้เขาอยากไปกองถ่าย ถ่ายหนังต่อให้จบก่อน จอห์นถามจะไปทำไมหนังปิดกล้องไปแล้ว คิมหันต์ตกใจ ร้องไห้ กระจองอแงเป็นเด็กๆที่เสี่ยทรงชัยทำกับเขาแบบนี้ เขาแค่หายไปอาทิตย์เดียวเอาคนอื่นมาแทนแล้ว จอห์นปลอบว่า ครึ่งแรกคิมหันต์ยังเป็นตัวนำอยู่ นาวินมาแทนครึ่งหลังเอง แต่คิมหันต์ไม่ยอม จอห์นหนักใจน่าจะปล่อยให้หลงป่าตลอดไป

ooooooo

เห็นอาโก๊ะเศร้าเสียใจ อาปู้ยิ่งรู้สึกผิดที่ช่วยให้คิมหันต์หนีไป อากิ๊กโทษตัวเองที่ปล่อยให้อาโก๊ะเชื่อถือผีฟ้ามากเกินไป อาโก๊ะว่าไม่ใช่ความผิดของอากิ๊กและผีฟ้าหรอก ความผิดมันอยู่ที่ตนเป็นคนเลือกเอง ตนเชื่อว่า ผู้หญิงทุกคนที่มีรักแท้ จะยอมเป็นชาวป่าโง่ๆที่ไม่ประสีประสาแบบตน

เนริสากลับมาบ้านที่กรุงเทพฯ นาวินกับป้าแมวดีใจกันใหญ่ พอเธอรู้ว่าพี่ชายได้แสดงหนังประกบคู่กับคิมหันต์ก็ชะงัก รีบไปค้นของที่เก็บไว้สมัยเป็นนักศึกษามาดู
ครั้งหนึ่ง คิมหันต์มาที่มหาวิทยาลัย นักศึกษารุมล้อมขอลายเซ็น เนริสาวิ่งข้ามถนนร้องเรียกเขาด้วยความดีใจ คิมหันต์เงยหน้าไปมอง พลันมีรถแล่นมาชนเธอ รองเท้าเธอกระเด็นมาตกในมือจอห์นข้างหนึ่ง จากนั้นเนริสาต้องเข้าเฝือกนอนอยู่บ้านตามลำพัง คิมหันต์ส่งจดหมายแสดงความเสียใจมาให้ และสัญญาว่าจะเขียนหาทุกอาทิตย์เพื่อจะได้ไม่ต้องเหงาอยู่บ้านคนเดียว เนริสาเก็บจดหมายทุกฉบับในกล่องเป็นอย่างดี และฝังใจรักคิมหันต์มาตลอด

จอห์นขับรถพาคิมหันต์มาที่บ้านเสี่ยทรงชัย ให้เด็กไปตามแองจี้มาพบที่รถ แองจี้บ่นทำไมจอห์นไม่เข้าบ้าน พอมาถึงเห็นคิมหันต์ก็ร้อง อ๊าย...

“เหมือนมาก เหมือนไม่มีที่ติ เยี่ยมไปเลยจอห์น เธอไปได้ตัวหมอนี่มาจากที่ไหน”

จอห์นจะอธิบาย แองจี้หันไปบอกคิมหันต์ว่าตกลงรับ เขาเป็นสแตนด์อินถ่ายฉากซ่อมแทนคิมหันต์ ให้เริ่มวันพรุ่งนี้เลย คิมหันต์โวย “แองจี้ นี่ผมเองนะ คิมหันต์ ประจัญบานตัวจริง”

แองจี้หาว่าล้อเล่น คิมหันต์จึงเอาแหวนที่เขาห้อยคอติดตัวไว้ออกมาอวด แองจี้ตาโตกรี๊ดลั่นบ้านก่อนจะสลบไป คิมหันต์ตกใจถามจอห์นว่า แองจี้ดีใจหรือเสียใจกันแน่...

ทุกคนเข้ามาคุยกันในบ้าน เสี่ยทรงชัยเซ็งที่คิมหันต์ไม่ตายจริง ทำให้ผิดแผนการโปรโมตหนังของเขา คิมหันต์น้อยใจคงอยากให้เขาตายจริงๆ แองจี้ปลอบ “ป๊าเขาไม่ได้หมายความแบบนั้นหรอกค่ะ แต่คิมหันต์ก็ลองคิดดูสิคะ ถ้าเป็นคุณ คุณจะแก้ปัญหานี้ยังไง”

คิมหันต์มองจอห์นเชิงขอความเห็น จอห์นจึงแนะนำว่า “ผมว่าไม่ยากหรอกครับเสี่ย เราก็เปลี่ยนแผนโปรโมตซะสิครับ เอาเป็นว่า ที่คุณคิมหันต์หายตัวไปก็เพราะไม่พอใจที่เสี่ยดึงคุณนาวินมาร่วมงาน”

“ก็ดีเหมือนกันค่ะป๊า ให้วันที่ฉายรอบสื่อมวลชนเป็นวันแรกที่สองสิงห์จะโคจรมาพบกันไงคะ”

“เออก็ไม่เลวนะ โปรโมตแบบว่ามีอิจฉาริษยากัน เอ็งคงไม่มีปัญหานะไอ้คิ้ม”

คิมหันต์ตอบว่าความจริงมันเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ทุกคนหันขวับมองคิมหันต์ เขาจึงต้องพูดใหม่ว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนอยู่แล้ว ทุกคนโล่งอกค่อยๆ หัวเราะออกมา...คิมหันต์มายืนหน้าเครียดแค้นใจ แองจี้ตามออกมาถามว่าเป็นอะไร

“ผมถามจริงๆเถอะแองจี้ ตอนที่เขาดึงไอ้นาวินมาแทนที่ผม ทำไมคุณถึงไม่ห้าม คุณก็รู้ว่ามันเป็นคู่แข่งของผม”

“แหมคิ้มก็ แองจี้ต้องทำตามหน้าที่นะคะ ถ้าแองจี้ไม่ทำ หนังของป๊าจะถ่ายต่อได้ยังไง ไม่เอานะคิ้ม แองจี้รักคิ้มคนเดียว คิ้มก็รู้ ไม่มีใครแทนที่คิมหันต์ ประจัญบานได้หรอกค่ะ”

“ถูกต้องแองจี้ ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นเองว่า ไอ้นาวินน่ะมันเทียบผมไม่ติดหรอก ฮ่าๆๆ”

แองจี้พยักหน้ายิ้มๆ อย่างเอาใจ ทั้งที่นึกเอือมความหลงลำพองของคิมหันต์

ooooooo

เห็นอาโก๊ะเก็บตัวอยู่แต่ในกระท่อม มังลามาตามไปทานข้าว จึงรู้ว่า อาโก๊ะหนีเข้าเมืองไปแล้ว ไม่ทันไร อากิ๊กวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกเล่าจางว่า อาปู้น้องชายตนหายตัวไป

อาโก๊ะเดินผ่านถ้ำเสือไฟอย่างระมัดระวัง แต่แล้วมีเสียงสวบสาบตามมา เธอหันไปเล็งหน้าไม้ อาปู้โผล่ออกมาร้องห้ามว่าเขาเอง เขาตามมาเพราะรู้ว่าเธอจะไปตามคิมหันต์ อาโก๊ะให้กลับไปเพราะเขาไม่เกี่ยว แต่อาปู้กลับสารภาพ เขาอยากไถ่โทษชดเชยความผิด อาโก๊ะซาบซึ้งใจ สองคนมาโบกรถจุดเดียวกับที่คิมหันต์โบกเข้าเมือง มังลาตามรอยเท้ามาจนรู้ว่าอาโก๊ะกับอาปู้ไปด้วยกัน เล่าจางไม่ให้มังลาตามอีกต่อไป

“ไม่มีประโยชน์ ต้องปล่อยให้อาโก๊ะได้รับบทเรียนซะบ้าง นางจะได้ตัดใจจากไอ้หมูหันซะที”...อากิ๊กถามแล้วน้องของตนล่ะ เล่าจางว่า “อาปู้เป็นว่าที่นักรบของเผ่าเคอ เขาต้องดูแลตัวเองได้ เชื่อข้าเถอะ”

ทั้งอากิ๊กและมังลามองหน้ากันอย่างห่วงคนของตน...

มีลางบอกเหตุ ทำให้คิมหันต์ฝันว่าอาโก๊ะมานอนอยู่ข้างเขาบนเตียง เขาร้องเสียงหลงออกมา จนจอห์นต้องวิ่งมาปลุก คิมหันต์เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง จอห์นเห็นว่าไม่ต้องคิดมาก

“ไม่คิดมากได้ยังไงวะ  ไอ้จอห์น  เมียนะโว้ยเมีย

ถ้าเกิดมีใครรู้ว่าข้าแต่งงานกันคนป่า แถมยังไม่บรรลุนิติภาวะ ข้าจะเอาหน้าไปไว้ไหน”

“ในคุกไงพี่ ข้อหาพรากผู้เยาว์” จอห์นแหย่ให้คิมหันต์คลายเครียด แล้วบอกว่า เผ่าอะไรนั่นอยู่ไกลถึงกลางป่า จะออกมาโลกภายนอกได้อย่างไร

คิมหันต์ค่อยโล่งใจ จอห์นเอานมมาให้ดื่ม เขาชูแก้วยินดีอย่างลำพองใจ โดยหารู้ไม่ว่าสมพรกำลังฟังรายงานจากโตโต้ว่า คนขับรถที่มาส่งคิมหันต์ที่ท่ารถ เล่ารายละเอียดให้เขาฟังว่า คิมหันต์หลงป่าและมีเมียเป็นคนป่า สมพรสั่งโตโต้สืบให้ได้ว่าเมียคิมหันต์หน้าตาเป็นอย่างไร โตโต้จึงจ่ายเงินให้คนรถพาเขาไปดูที่ที่รับคิมหันต์มา

สวนทางกับรถที่มาส่งอาโก๊ะกับอาปู้ คนขับรถบอกอาโก๊ะว่าต้องนั่งรถบัสต่อไปถึงกรุงเทพฯ อาโก๊ะมาที่ห้องขายตั๋ว คนขายมองเธอแปลกๆแล้วบอก

“ใช่ค่ะ ต้องซื้อตั๋วก่อนขึ้นรถ ผู้ใหญ่ 350 เด็ก 200 ทั้งหมดก็ 550 บาทถ้วน”

“ทำไงดีล่ะ อาปู้ ข้าไม่มีเงิน” อาโก๊ะเดินคอตกมาบอก

อาปู้ไม่รู้จักเงิน อาโก๊ะอธิบายว่า คนเมืองใช้แลกเปลี่ยนสินค้า คล้ายๆพวกทองหรือหยก  อาปู้ถามแล้วจะหาเงินได้ที่ไหน...อาโก๊ะนั่งกอดเข่าคิดวิธีหาเงิน มองไปเห็นชาวม้ง

สองคนถ่ายภาพกับฝรั่งแล้วเก็บเงิน เข้าใจว่าเป็นพวกคนดอยเหมือนกัน จึงคิดวิธีหาเงินกับฝรั่งบ้าง ด้วยการแสดงการยิงหน้าไม้ให้ชม โดยให้อาปู้เป็นเป้า ฝรั่งปรบมือชอบใจ โยนเงินให้มากมาย พวกม้งเป็นม้งปลอมที่มาหลอกหากินกับนักท่องเที่ยวไม่พอใจ ไปตามลูกพี่มาจัดการ

หัวหน้าแก๊งมาเรียกค่าหัวคิวจากอาโก๊ะ เธอไม่เข้าใจ จึงเป็นเรื่องขึ้น หัวหน้าแก๊งชักปืนออกมาจะยิงใส่ อาโก๊ะเตะปืนกระเด็นไปตกในมืออาปู้

“เก่งมากอาปู้ ส่งปืนไฟมาให้ข้า”

อาปู้จะยื่นปืนให้แต่นิ้วไปเกี่ยวไกลั่นปัง ทุกคนหลบกันจ้าละหวั่น ตำรวจสายตรวจผ่านมาเข้าระงับเหตุ เกิดความชุลมุนพักใหญ่

ooooooo

วันนี้เป็นวันฉายหนังรอบสื่อมวลชน จอห์นแต่งตัวเสร็จนั่งรอคิมหันต์อยู่นาน จึงเข้าไปเร่ง คิมหันต์ยังเลือกเสื้อผ้าไม่ลงตัว ให้จอห์นมาช่วยเลือก

“ชุดพี่ผมก็จัดให้แล้วนี่ไง พี่คิ้ม หล่อลึก สุขุม”

“ไม่เอา แก่...เอ็งอย่าลืมนะไอ้จอห์น วันนี้ข้าต้องไปแถลงข่าวคู่กับไอ้นาวิน สินสมุทร ข้าไม่ยอมให้มันละอ่อนกว่าข้าเด็ดขาด มันเด็กได้ ข้าก็แบ๊วได้”

“โธ่พี่ วัยขนาดนี้พี่ยังจะแบ๊วไปไหน แบ๊วไม่ขึ้นหรอก”

“ไม่จริง แองจี้เขายังเคยบอกเลย ว่าข้าดูอ่อนกว่าวัย”

“เขาหมายถึงสมองรึเปล่าพี่”

คิมหันต์โกรธจะไล่จอห์นออก จอห์นรีบขอโทษแล้วเข้ามาช่วยดูชุดที่คิมหันต์เลือกไว้ แต่ละชุดดูไม่เข้าท่า เหมือนนักมายากลบ้าง เหมือนหลุดจากบาร์เกย์บ้าง คิมหันต์อยากได้ออกเกาหลีๆ จอห์นบ่น จะเกาเหลาหรือเย็นตาโฟมากกว่า คิมหันต์โวยว่าเขาอยากแต่งตัวให้ดูเด็กลง จอห์นเอือมระอาจึงจัดให้ตามที่ต้องการ

คิมหันต์เดินมาที่รถ จอห์นต้องกุมขมับเพราะเขาสวมโอเวอร์โคต มีผ้าพันคออีกต่างหาก

“ก็ข้าเขินชุดที่เอ็งเลือกให้นี่หน่า ข้าก็เลยใส่โอเวอร์โคตทับไว้”

จอห์นว่าร้อนตับแตก ให้คิมหันต์ถอดออก ชุดที่ใส่เป็นสไตล์ของเรน แต่คิมหันต์แกล้งร้องเพลงบี้ แปลงเนื้อเป็น “มะเร็งในใจฉันแบบนี้ ฉันเลยมีอาการจะตายใช่ไหม...”

จอห์นเตือนว่าเรนไม่ใช่บี้ คิมหันต์บ่นว่าเขาร้องเพลงเกาหลีไม่เป็นนี่ จอห์นพูดปลอบใจว่าชุดนี้รับรองสาวกรี๊ดแน่...

ขณะเดียวกัน ตำรวจปล่อยตัวอาโก๊ะและอาปู้แถมพามาส่งที่ท่ารถ กำชับอย่าก่อเรื่องอีก ตำรวจเข้าใจว่าอาโก๊ะพาลูกมาตามหาสามีจึงเห็นใจ...ระหว่างที่รถแล่นไป อาปู้ปวดฉี่บอกอาโก๊ะ  เธอไม่รู้จะทำอย่างไรจึงให้กลั้นไว้ก่อน อาปู้ถามว่ากรุงเทพฯอีกไกลไหม อาโก๊ะหันไปถามคนที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ข้างๆ เขาตอบว่า อีกชั่วโมงกว่าๆ อาปู้อยากรู้ว่าชั่วโมงมันนานแค่ไหน

“น้องเห็นไอ้ที่แขวนอยู่ข้างหน้ารถมั้ย นั่นเขาเรียกว่า นาฬิกา พอเข็มยาวๆหมุนครบรอบนึงเมื่อไหร่ ก็คือหนึ่งชั่วโมง” ชายคนนั้นตอบด้วยความรำคาญ

อาปู้คิดจะไปหมุนให้เข็มยาวเดินเร็วขึ้น อาโก๊ะรีบห้าม “เฮ้ยไม่ได้ นาฬิกาเขามีไว้บอกเวลา ไม่ได้เร่งเวลา ผีฟ้าสอนไว้ รอหน่อยเถอะ เดี๋ยวก็ครบรอบแล้ว”

อาปู้อดทนจนแทบไม่ไหว อยากรู้ว่ามีิวิธีอื่นอีกไหม อาโก๊ะหันไปจะถามชายคนเดิมให้ พลันเห็นภาพคิมหันต์ถ่ายคู่กับนาวินบนหน้าหนังสือพิมพ์ก็ตกใจ ร้องเสียงดัง

“เฮ้ย...หมูหัน...” ทุกคนในรถพากันตกใจ...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 13:01 น.