ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

รากบุญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เย็นนี้ นิษฐามาซื้อยำสามกรอบและแกงอื่นจากร้านมยุรี ถูกนทีแซวว่าเมื่อเช้าเห็นนั่งรถหรูคันเบ้อเริ่มไปกับแฟน ทำไมซื้อกับข้าวไปนิดเดียว นิษฐาบอกว่าไม่ใช่แฟนแต่เป็นคนที่ตนพาไปดูงานมูลนิธิต่างหาก พูดแบบนี้ตนเสียหายหมด

ระหว่างนั้นมีสายตาลึกลับคู่หนึ่งจ้องเขม็งมา ที่นิษฐาแต่เธอไม่รู้ตัว คืนนี้เองเจติยาก็ได้รับโทรศัพท์จากแม่ของนิษฐา บอกเธอยังไม่กลับบ้าน มยุรีบอกว่าตอนเย็นยังมาซื้อกับข้าวที่ร้านเลย เจติยาเริ่มสังหรณ์ใจว่าอาจเกิดอะไรกับนิษฐา

เจติยาลงไปรับโทรศัพท์ ที่ห้องโถง จึงไม่รู้ว่ากล่องรากบุญในห้องนอนสั่นเหมือนถูกเขย่า มีเสียงหัวเราะลึกลับดังออกมาเหมือนจะเยาะเย้ยผู้ที่กล้าขัดขืนความ ต้องการของกล่อง!

ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน เจติยาโทร.บอกนวัช ครู่เดียวก็ไปหาเขาที่โรงพักถามว่าได้เรื่องไหม หมวดบอกว่าลูกน้องเพิ่งรายงานมาว่าพบศพผู้หญิงที่ย่านรังสิตเมื่อชั่วโมงที่ แล้วชื่อนิตยา ที่น่าสังเกตคือมีเขียนเลข 1 ไทยบนศพด้วย

“เลขหนึ่ง ศพก่อนเป็นศพที่สี่ แล้วทำไมมันถึงย้อนมาที่หนึ่งอีกล่ะ” หมวดนวัชพึมพำงงๆ ตำรวจจึงเอารูปมาให้ดู เจติยามองรูปถึงกับผงะ พริบตาเดียวเธอก็เห็นภาพนิมิต เห็นนิษฐาถูกจับมัดมือมัดเท้าดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้น มีชายคนหนึ่งถือกริชเปื้อนเลือดเงื้อขึ้นสุดแขนท่ามกลางเสียงร้องอย่าง ตระหนกสุดขีดของนิษฐา

“อย่าทำฉัน...ฉันกลัวแล้ว...ช่วยด้วย...ช่วยด้วย!!”

แต่กริชเล่มนั้นก็ยังปักลงอย่างแรง!!

“ฐา!” เจติยาร้องสุดเสียง นวัชตกใจถามว่าเป็นอะไร เธอเล่าปากคอสั่นว่า “ฐา...ฐาถูกฆาตกรโรคจิตจับตัวไป พี่หมวด พี่ต้องไปช่วยฐานะคะ...” พลันเธอก็ปวดหัวอย่างรุนแรง ร้องลั่นแล้วก้มหน้ากุมหัว ปวดจนพูดไม่ออก

วัน นี้เป็นวันที่ห้องแต่งศพมีงานเข้ามากมาย จนลาภิณต้องมาช่วย เขาถามว่าแล้วเจติยาหายไปไหน ลุงทวีเล่าเรื่องนิษฐาหายตัวไปและเจติยาก็ออกตามหาเพื่อนทั้งคืนแต่ไม่เจอ เมื่อเช้าโทร.มาบอกว่าไข้ขึ้นลุกไม่ไหว ขอลาหนึ่งวัน”

ลาภิณฟังแล้วเป็นห่วงทั้งเจติยาและนิษฐา

ooooooo

นที ไปซื้อยามาให้เจติยา เขายืนมองพี่สาวห่างๆ เห็นนอนกระสับกระส่ายเหมือนกำลังฝันร้าย ขณะนั้นเองเจติยาก็ได้ยินเสียงของปราณปีศาจร้ายในกล่องรากบุญดังออกมาว่า

“ขอพรสิเจติยา ถ้าเธออยากช่วยนิษฐาก็จงขอพรมา กล่องรากบุญจะบันดาลให้เธอทุกอย่าง ขอพรมา...”

พอ สะดุ้งตื่น เธอเป็นห่วงนิษฐาจนทนไม่ได้ ลุกออกจากบ้านไปทั้งที่ยังมีไข้ มยุรีบอกให้พักผ่อนก่อนเพราะได้ข่าวว่าทางตำรวจจับตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว เธอวิ่งอ้าวออกไปอย่างอยากรู้ว่ามันคือใคร

ไปถึงโรงพักเห็นนวัชกำลัง สอบปากคำพีระเดชอยู่ เขาปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นกับการหายตัวไปของนิษฐา นวัชเอาหลักฐานมาให้ดูว่า การฆ่าแบบนี้เป็นศพที่ห้าแล้ว และทุกคนที่เป็นศพล้วนเคยไปงานสัมมนาของเขามาแล้วทั้งนั้น ฉะนั้นสารภาพมาเสียดีๆดีกว่า

“นั่นมันฆาตกรโรคจิตแล้วครับหมวด เอาจิตแพทย์มาตรวจผมก็ได้ ผมไม่ได้ทำจริงๆ” พีระเดชทั้งขำทั้งเคือง

เมื่อ นวัชออกมาเจอเจติยานั่งรออยู่ ขณะหยุดคุย กันนั้น ตำรวจคุมตัวพีระเดชผ่านไป เจติยาได้ยินพีระเดชพูดอย่างหัวเสียว่า “คนอย่างผมจะไปฆ่าใครได้ แล้วผม ก็ไม่ใช่พวกคลั่งไสยศาสตร์ด้วย ถึงต้องฆ่าด้วยวิธีพิสดาร แบบนั้น”

“เดี๋ยวค่ะ...แล้วคุณรู้ได้ไงว่าคนฆ่าเป็นพวกคลั่งไสยศาสตร์” เจติยาถามอย่างเอะใจ

“ก็ ไอ้ตัวเลขไทยที่ใช้มีดเขียนบนศพนั่นไงครับ มันไม่ใช่ตัวเลขปกติ แต่เป็นสัญลักษณ์แทนดวงดาว อย่างเลขสี่ก็แทนดาวพุธ เลขหนึ่งก็แทนดวงอาทิตย์ ฆาตกรทำแบบนี้ก็เพื่อที่จะบูชายัญตามความเชื่อของมัน” พีระเดชอธิบายคล่องมาก บอกว่าเพราะตนศึกษาเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว

เจติยาถามว่า แบบนี้แสดงว่าฆาตกรที่จับนิษฐาไปเพื่อบูชายัญหรือ เขาบอกว่าน่าจะใช่

“ฆาตกรจะทำพิธีเมื่อไหร่คุณบอกได้ไหม แล้วตอนนี้ฐายังปลอดภัยอยู่หรือเปล่า”

พี ระเดชอึกอักบอกว่าตนไม่รู้ละเอียดขนาดนั้น พริบตานั้นเจติยาก็เห็นภาพนิมิต เห็นนิษฐาถูกมัดมือมัดปากมัดเท้าอยู่ที่พื้นห้อง ที่พื้นห้องเขียนอักขระยันต์ไว้ ชายคนหนึ่งเดินเข้าหานิษฐาพร้อมกริชในมือ มันชูกริชขึ้นก่อนแทงลงไปสุดแรง

ในภาพนิมิตนั้น เจติยาเห็นนิษฐาดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวดและหวาดกลัวสุดชีวิต...เธอเองถึง กับช็อก จนนวัชต้องรีบประคองพาไปนั่ง เขาจะพาไปหาหมอ เธอปฏิเสธ

“ไม่ค่ะ...พาเจกลับบ้าน เหลือเวลาไม่มากแล้ว เจต้องรีบช่วยฐา ทุกอย่างต้องกลับไปแก้ที่ต้นเหตุของมัน”

ooooooo

กลับถึงห้องนอน เจติยาเห็นกล่องรากบุญเปล่งแสงออกมาเหมือนเร่งให้เธอขอพร เธอมองกล่อง พูดอย่างเจ็บใจ

“ทุกอย่างเป็นฝีมือของแกเพื่อบีบให้ฉันขอพร แกชนะแล้ว บอกมาเดี๋ยวนี้เลยว่าฐาอยู่ไหน”

แล้วเธอก็เห็นภาพนิมิตว่านิษฐาอยู่ในโรงงานร้าง เธอวิ่งออกไปทันที

ที่ โรงงานร้าง กำลังมีพิธีทางไสยศาสตร์ นิษฐาถูกมัดมือมัดเท้ามัดปากนอนอยู่บนพื้นที่มีอักขระยันต์ ชายคนทำพิธีทำปากขมุบขมิบหยิบกริชชูขึ้นเหนือหัวเตรียมปักลงมาที่นิษฐา

ทันใดนั้นประตูโรงงานร้างถูกกระแทกเปิดออก หมวดนวัชกับตำรวจกรูกันเข้าไป

“หยุด เดี๋ยวนี้นะ อย่าขยับ ไม่งั้นฉันยิงแกทิ้งแน่” หมวดตะโกน แต่ชายคนนั้นไม่ยอมหยุด นวัชตัดสินใจยิงที่หัวไหล่เขาแล้วรีบเข้าไปช่วยนิษฐา

เจติยากับพีระเดชวิ่งเข้ามา พีระเดชวิ่งไปดูหน้าฆาตกรทันที พอเห็นหน้าชัดๆ เขาอุทานตาเหลือก

“แสง...” เจติยาถามว่ารู้จักหรือ “เขาเป็นคนขับรถของผมเอง มิน่าล่ะเหยื่อที่ถูกฆ่าทุกคนถึงเคยมางานสัมมนาของผม”

ทันใดนั้นแสงลุกพรวดขึ้นตาแข็งเหมือนผีดิบ ผลักตำรวจที่คุมอยู่กระเด็นไป ชี้หน้าด่าเจติยา

“แก มันโง่เง่า มีแต่คนอยากมีอำนาจบันดาลได้ทุกอย่าง แกได้มันแล้วกลับทิ้งมัน” เจติยาถามว่าเขาคือใครกันแน่ แสงไม่ตอบ ยังคงพูดต่ออย่างเกรี้ยวกราด “ล้มเลิกความคิดเสียเจติยา ไม่อย่างนั้นคนรอบข้างแกจะต้องเดือดร้อน ตัวแกเองก็จะไม่รอด”

พูดจบก็มีเงาดำทะมึนออกจากร่างของแสง แล้วเงาดำก็รวมตัวกันเป็นชายหนุ่มรูปงามหล่อเกินมนุษย์ ซึ่งก็คือ “ปราณ” ปีศาจร้ายในกล่องรากบุญนั่นเอง ไม่มีใครเห็นปราณนอกจากเจติยาคนเดียว เจติยามองอึ้ง นวัชถามว่าเห็นอะไรหรือ ไม่ทันที่เจติยาจะตอบ ร่างแสงก็ล้มตึงสิ้นใจตาย

เจติยาช็อกไปครู่หนึ่งก็ล้มพับไปอีกคน นวัชที่ประคองนิษฐาอยู่ปล่อยเธอวิ่งไปรับร่างเจติยา นิษฐาเบ้ปากเซ็งๆก่อนที่จะมีตำรวจมาช่วยพาเธอออกไป

ooooooo

เย็น นี้ ขณะเจติยานอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ ลาภิณเอาแจกันดอกไม้มาเยี่ยม เห็นเธอหลับอยู่จึงเอาไปวางไว้อย่างเบามือ แต่พอหันมองที่เตียงเห็นเธอกำลังจิกผ้าห่มดิ้นกระสับกระส่าย อึดใจเดียวก็เอามือปัดป้องวุ่นวายเหมือนกลัวอะไร เขาตกใจรีบเข้าไปปลุก พอเธอตื่นเห็นเขาก็งง ลาภิณถามว่าเป็นอะไร ตามหมอมาดีไหม เธอบอกว่าไม่เป็นไรแล้วตนแค่ฝันร้าย

กลับบ้านแล้ว เจติยาเอากล่องรากบุญใส่ถุงปุ๋ยไปถ่วงน้ำ พูดอย่างไม่ยอมแพ้ว่า

“ขู่ฉัน แล้วคิดว่าฉันจะกลัวต้องยอมแกเหรอ คนอย่างฉันยอมตายเสียดีกว่าต้องตกเป็นทาสแกไปตลอดชีวิต”

แต่ พอกลับถึงห้องนอนก็เห็นกล่องรากบุญอยู่ที่เดิมโดยไม่บุบสลายแม้แต่น้อย ก็ยิ่งเจ็บใจ คราวนี้เอาโยนใส่ปี๊บเผา พึมพำอย่างสะใจ “ให้มันรู้ไป จะทนได้สักแค่ไหน”

แต่ไฟไม่ระคายกล่องรากบุญแม้แต่น้อย นทีมาเห็นถามว่ากล่องอะไรสวยดีคว้าไปดู เจติยาตกใจตวาดให้เอาคืนมาห้ามแตะต้องมันเด็ดขาด นทีคิดว่าพี่สาวหวงของตามเคย แต่พอจะเดินไปก็เห็นเคมีเด็กเนิร์ดใส่แว่นหนาเตอะเพื่อนร่วมห้องเรียนที่ตน ยืมเลกเชอร์ตามมาทวง พอเคมีเห็นเจติยาก็เกิดปิ๊งขึ้นมา มองเธอเขินไปเขินมาประสาเด็กอ่อนหัด

เจติยาไปทำงาน เล่าเรื่องตนเผากล่องรากบุญให้ลุงทวีฟัง แกตกใจบอกว่าไม่เคยเห็นเจ้าของกล่องรากบุญคนไหนคิดทำลายมันเหมือนเธอ ถ้าไม่อยากได้ก็ยกต่อให้คนอื่นเหมือนตนยกให้คุณสารัช เธอติงว่าทำแบบนั้นก็เท่ากับให้คนอื่นมารับกรรมแทนตัวเอง?

ลุงทวีแนะ ว่าให้เธอทำเหมือนคุณสารัช เมื่อขอให้ตัวเองหายป่วยก็ไม่ขอพรอะไรอีก ขอแต่เรื่องสัพเพเหระถึงอยู่ได้กับกล่องมาเป็นสิบๆปีโดยไม่มีปัญหาอะไรเธอ ติงอีกว่านั่นเป็นแค่การประวิงเวลาไม่ได้แก้ปัญหาที่แท้จริง

“มันก็ จริง แต่ก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วนี่ นอกจากหนูเจจะหาคนที่คิดเหมือนหนู แต่มีความสามารถมากกว่า แล้วก็ให้กล่องเขาไปเผื่อเขาจะหาวิธีเอาชนะมันได้”

ฟังแล้วเจติยาคิดว่าวิธีนี้น่าสนใจกว่าเพื่อน...

ooooooo

นับ วันปริมก็ถูกพิสัยบีบเรื่องสัญญาที่ให้กัน จนปริมบอกว่าถ้าตนต้องตกเป็นเครื่องมือเขาทำร้ายลาภิณ ตนยอมไม่แต่งงานกับลาภิณก็ได้ ถึงเวลานั้นเขาก็จะไม่ได้อะไรเลย

“อย่า โง่หน่อยเลยน่า ถ้าเธอช่วยฉัน นอกจากจะได้คุณต้นแล้ว เธอยังจะได้หลักฐานทุกอย่างระหว่างเราคืนด้วย แต่ถึงเธอไม่ยอมช่วย ฉันก็มีปัญญาหาทางเอาหุ้นของนิราลัยมาเป็นของฉันได้อยู่ดี แต่ภาพของเธอมีอะไรกับฉันได้ว่อนเน็ตแน่ เธอน่าจะรู้นะว่า อะไรที่เป็นประโยชน์กับเธอมากที่สุด จริงไหมจ๊ะเมียจ๋า”

ชูจิตแอบฟัง อยู่ ช็อกกับเรื่องที่เพิ่งรู้ เธอตัดสินใจเรียกพิสัยมาพบ บอกว่าจะชวนไปพบท่านทินกรด้วยกัน นัดเจอกันที่ล็อบบี้ ตนสั่งงานเสร็จจะลงไป พอพิสัยออกไป ชูจิตโทร.หาทนายปุ่นทันที คุยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...

“คุณปุ่นคะ ฉันอยากจะได้นักสืบเก่งๆ มาช่วยงานสักหน่อย คุณพอจะหาให้ฉันได้ไหมคะ”

ooooooo

ฟัง ลุงทวีเมื่อตอนเที่ยงแล้ว บ่ายนี้ เจติยามองหาคนที่จะมารับช่วงกล่องรากบุญจากตน เลียบเคียงถามโอเอ้ว่าถ้าขอพรได้จะขออะไร โอ้เอ้ร่ายยาวล้วนแต่เรื่องอยากรวยอยากได้ทุกอย่างที่ชอบ ฟังแล้วเธอนึกในใจว่า คนนี้ไม่ใช่แล้ว

เจอลาภิณจึงลองถามคำถาม เดียวกัน ลาภิณอยากได้ความเป็นอิสระ ไม่ต้องการมีอะไรมาวุ่นวายในชีวิต และอยากได้เวลาเพิ่มขึ้นเป็นวันละห้าสิบชั่วโมงเพื่อจะได้ทำงานมากขึ้น ตอบแล้วถามว่า “แล้วเธอถามไปทำไม”

“ทำวิจัยก่อนจบค่ะ” เธอตอบเซ็งๆพอแยกมาก็บ่น “ไม่เหมาะ มีใครอีกเนี่ย” แล้วถอนใจเบื่อๆ

แล้ว ก็ได้เจอเคมี เมื่อเคมีอยากใกล้ชิดมาขอทำงานแต่งศพด้วย แต่พอเข้าไปในห้องแต่งศพ ไม่ทันทำอะไรก็เป็นลมไปแล้ว เมื่อพาออกมาเธอลองถามเคมีด้วยคำถามที่เคยถามโอ้เอ้กับลาภิณมาแล้ว แต่เพิ่มเติมว่า

“แล้วถ้าการขอพรต้องแลกกับการทำงานอะไรบางอย่างล่ะ เป็นงานดีนะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร เพียงแต่ถ้าเราทำไม่ได้ตามที่กำหนด เขาก็จะมาเอาชีวิตเราแทน”

เคมีหน้าเสียบอกว่าตนยังไม่อยากตาย แบบนี้ตนไม่ขออะไรทั้งนั้นแล้วจะหนีไปไกลๆเลย เธอถามว่าถ้าหนีไม่ได้ล่ะ เคมีตอบทันทีว่า

“งั้นก็ขอพรให้เขาไม่ต้องมายุ่งกับเราอีกได้ไหมครับ เราจะได้ไม่ต้องเสี่ยงตายไงครับ”

“จริงสิ...ขอพรให้กล่องถูกทำลายก็ได้นี่...ขอบใจมากนะเคมี เส้นผมบังภูเขาแท้ๆเลย” เจติยาดีใจมาก

แต่ เคมีกลับต้องรับเคราะห์ เมื่อลาภิณเข้ามาคุยงานกับเธอ เคมีเห็นความสนิทสนมของทั้งสองก็ไม่พอใจขอตัวกลับ แต่เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถูกบันไดที่พาดอยู่สั่นขึ้นมาเองแล้วล้มทับเคมีจนหัว ฟาดพื้นแน่นิ่ง เลือดค่อยๆไหลซึมออกมา

เจติยาตกใจมาก พวกคนงานแถวนั้นรีบช่วยกันยกบันไดออก ไม่มีใครเห็นปราณที่ยืนมองเคมีอยู่ด้วยแววตาอำมหิต สะใจที่เคมีบังอาจทำให้เจติยาพบวิธีทำลายกล่องรากบุญได้!

ooooooo

ปริ มกลัวว่าจะท้อง เมื่อตรวจแล้วไม่ท้อง เธอถามหมออย่างกังวลว่าแล้วมีโรคติดต่ออะไรไหม เธอสบายใจขึ้นที่พิสัยไม่ได้ทำให้ตนมีปัญหามากกว่านี้ จึงรุกลาภิณต่ออย่างมั่นใจ

ลาภิณกับเจติยาพาเคมีไปโรงพยาบาล เฝ้าอยู่ด้วยความเป็นห่วง ไม่นานนักลาภิณก็ได้รับโทรศัพท์จากปริมถามว่าอยู่ไหน กับใคร ลาภิณไม่อยากมีปัญหา บอกเธอว่าพาคนเจ็บที่ได้รับอุบัติเหตุมาโรงพยาบาลและมาคนเดียว พอเจติยารู้ว่าปริมโทร.มา เธอเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำอย่างไม่อยากมีปัญหา

ที่แท้ปริมมาแอบดูและโทร.หาเขาใกล้ๆแถวนั้นเอง เธอเม้มปากอย่างเจ็บใจที่ลาภิณโกหก

ที่ห้องน้ำนี่เอง เจติยาเจอเคมีในสภาพปกติ ไม่มีแม้แต่บาดแผล ขณะนั้นเองลาภิณเดินมาบอกเธอว่า

“เจ เสียใจด้วยนะ เคมีเสียแล้ว” ฝากว่าถ้าเธอเจอญาติของเคมีให้บอกว่าตนจะรับผิดชอบทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่า งานศพ เพราะเคมีเสียชีวิตที่บริษัท

เขาถอนใจหนักแตะบ่าเจติยาเบาๆ “เสียใจด้วยนะ”

กลับ ถึงห้องนอนเย็นนี้ เจติยาเจอเคมีนั่งอ่านตำราเรียนอยู่ เธอพูดอย่างรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น บอกเคมีว่ามีอะไรจะให้ช่วยก็บอกมา ถามว่าไปหาพ่อแม่ก่อนดีกว่าไหม

จึงรู้ว่าเคมีไม่มีทั้งพ่อและแม่แล้ว ทุกวันนี้อยู่กับลุงและป้า เล่าว่าตนไปที่วัดมาแล้ว ป้าร้องไห้มาก แต่คงไม่มีใครเห็นตน ไม่รู้จะคุยกับใครเลยกลับมาหาเธอ

เจติยาติงว่าเคมีเป็นผู้ชายคงอยู่ห้องนี้ไม่ได้

ถามว่าจะให้ช่วยอะไร เราจะได้หมดห่วง เคมีส่ายหน้าไม่รู้จะให้ช่วยอะไรเหมือนกัน

ส่วนลาภิณเสียใจจนทานข้าวไม่ลง ปริมมาที่บ้านพอดี ชูจิตชวนทานข้าวด้วยกัน เธอบอกว่าที่มาเพราะมีเรื่องอยากจะพูดต่อหน้าคุณแม่ แล้วเอามือถือมากดรูปที่ถ่ายลาภิณกับเจติยาที่โรงพยาบาลให้ดู ฟ้องชูจิตว่า ลาภิณบอกว่าพาคนเจ็บไปโรงพยาบาลคนเดียว ขอให้ชูจิตเป็นพยานว่าลาภิณหลอกตน เขายังตัดเจติยาไม่ขาดจริงๆ

เมื่อลาภิณชี้แจงว่าเพราะเธอเอาแต่จ้องจับผิด ตนจึงต้องบอกไปอย่างนั้นเพื่อตัดรำคาญ

“นี่คุณรำคาญปริมมากเลยใช่ไหมคะ คุณแม่ต้องให้ความเป็นธรรมกับปริมนะคะ คุณต้นโกหกปริมแล้วยังมาโยนความผิดให้ปริมอีก ปริมไม่ยอมจริงๆนะคะคุณแม่”

“หนูไม่ยอมแม่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เคลียร์กันเองก็แล้วกัน” พูดแล้วเดินขึ้นข้างบนท่ามกลางความตกใจของพิสัย ลาภิณ และปริม เพราะปกติชูจิตจะเข้าข้างปริมเล่นงานลาภิณทุกที

ลาภิณลุกไปบ้าง ปริมเรียกก็ไม่ฟัง จึงเหลือแต่พิสัยกับปริมอยู่ตรงนั้น ทั้งสองโต้เถียงกันเบาๆพิสัยโมโหล็อกตัวปริมกอดไว้แน่น เมื่อเธอขัดขืนเขาเลย

จูบปากแบบไม่ให้ตั้งตัว

ชูจิตมองจากหน้าต่างมาเห็นพอดี น้ำตารื้นด้วยความช้ำใจ ผิดหวังในตัวน้องชายกับปริมที่ลักลอบคบกันลับหลังลาภิณ

ooooooo

สายวันนี้ ชูจิตได้รับทัมไดรฟ์จากเลขาฯของพิสัย พอรับรางวัลเธอก็รีบออกไป ครู่เดียวพิสัยก็เอาฤกษ์หมั้นของปริมกับลาภิณเข้ามา ชูจิตดูแล้วถามว่าทำไมกระชั้นชิดนัก กลัวเตรียมงานไม่ทัน เรื่องสินสอดทองหมั้นก็ยังไม่ได้คุยกัน

พิสัยเสนอทันทีว่าเรื่องนี้ไม่น่ายาก ให้โอนหุ้นนิราลัยส่วนของเธอให้เป็นสินสอดปริมไปเลย ชูจิตระแวงขึ้นมาทันที ติติงว่าให้หุ้นไม่เหมือนให้เงินทองหรือโฉนดที่ดินน่าจะเหมาะกว่า

เมื่อพิสัยหว่านล้อมไม่สำเร็จ เขาออกมาโทร.บอกปริมว่า เธอต้องบอกชูจิตเองว่าอยากได้หุ้น ถ้าไม่กล้าพูดให้อ้างพ่อแม่ก็ได้ วางสายแล้วด่า “ดีแต่สวย!!”

ชูจิตนัดพบกับทนายปุ่นที่ร้านกาแฟในห้าง เอาทัมไดรฟ์ที่รับจากเลขาฯของพิสัยให้ บอกว่าช่วยเอา

ไปให้ฝ่ายบัญชีดูด้วยว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ตอนนี้จะทำอะไรก็กลัวจะรู้ถึงหูพิสัย แล้วถามว่าเรื่องที่ให้ไปสืบได้ความอย่างไรบ้าง

ทนายปุ่นทำหน้าหนักใจ ชูจิตขอให้เล่ามาเถอะนาทีนี้ ตนรับได้ทุกอย่างแล้ว ทนายปุ่นจึงเอารูปถ่ายที่พิสัยเก็บไว้แบล็กเมล์ปริมที่นักสืบไปขโมยจากห้องนอนเขาให้ดู

“ต้นต้องรู้เรื่องนี้ ฉันไม่ยอมให้ลูกชายฉันโดนสวมเขาเด็ดขาด” ชูจิตพยายามสะกดกลั้นอารมณ์

ทนายติงว่าเวลานี้พิสัยคุมงานส่วนใหญ่ของบริษัทถ้าจะแตกหักกันก็ต้องมีแผนรองรับให้พร้อมไม่อย่างนั้นจะเดือดร้อน ให้รอสักพัก ตนหาหลักฐานการทุจริตของพิสัยได้ ถึงเวลานั้นค่อยบีบให้เขาออกไปโดยที่เขาไม่แว้งมาเล่นงานเรา

“นี่ฉันเลี้ยงอสรพิษไว้ข้างตัวมาตลอดเวลาเลยเหรอคุณปุ่น” ชูจิตน้ำตารื้นอย่างช้ำใจที่ถูกน้องชายเนรคุณ

ooooooo

เคมีไม่มีที่ไปจึงวนเวียนอยู่ใกล้ๆเจติยา เมื่อไม่ให้อยู่ในห้องจึงออกมาอยู่ตรงประตู เห็นเจติยาแต่งตัวออกจากบ้านก็ตามไป เมื่อเจอหมวดนวัชชวนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ก็โดดซ้อนไปด้วย

ผ่านร้านส้มตำที่ปากซอย จู่ๆมีดสับมะละกอของแม่ค้าก็ลอยคว้างมาทางเจติยา ดีแต่เธอหลบทัน ทุกคนตกใจ แม่ค้าหน้าซีดเผือด บอกว่าไม่รู้มีดหลุดลอยไปได้ยังไง แต่ไม่ไกลนัก เจติยาเห็นปราณในชุดดำจ้องตนอยู่อย่างเคียดแค้นชัง

วันนี้เจติยาไปช็อปปิ้งกับนิษฐา เจอชูจิตหน้ามืดเป็นลม เจติยาช่วยพาไปส่งที่บ้าน พอรู้สึกตัวก็ส่งเงินให้สามพันบาท บอกว่าเป็นค่าที่เธอช่วยตน คนอย่างตนไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร เจติยาไม่รับแต่นิษฐาลุ้นให้รับ ซ้ำยังพูดกระแทกแดกดันจนชูจิตนิ่งไป เมื่อเห็นชูจิตไม่เป็นไรแล้ว เจติยาก็ลากลับ

ปริมมาถึงสวนกับเจติยาและนิษฐา เธอไล่ให้กลับไปเสีย แล้วตัวเองรีบเข้าไปดูชูจิต แต่ชูจิตหมางเมินเย็นชา ครู่เดียวก็ให้คนรับใช้พาขึ้นไปพัก คนรับใช้อีกสองคนช่วยกันเก็บกระเป๋าและเอกสารจะตามไป แต่ซุ่มซ่ามทำหล่น ซองภาพที่เอามาจากทนายปุ่นหล่น บางภาพแพลมออกมา ปริมเห็นภาพตนเปลือยอยู่กับพิสัยตกใจแทบช็อก

ครู่เดียวเธอโทร.ไปด่าทอต่อว่าพิสัยว่าหักหลังตน พิสัยเองก็ตกใจมาก งงว่าภาพนั้นไปอยู่ที่ชูจิตได้อย่างไร คิดไปคิดมาสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของทนายปุ่น

ooooooo

วิญญาณเคมียังตามเจติยาแจ วันนี้หมวดนวัชซื้ออาหารมามากมายฉลองที่ได้เลื่อนขั้น เคมีเห็นหมวดนั่งคู่กับเจติยาก็หึง พอเจติยาเข้าห้องก็ตัดพ้อต่อว่ามากมาย จนเจติยาบอกว่าทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวของตน เคมีเอื้อมไปจับมือเธอสารภาพ

“ผมรักพี่ครับ”

เจติยาตกใจเบิกตาโพลง เธอตัดสินใจหนีไปขอนอนกับนที บอกว่าถูกผีเคมีปล้ำ นทีขำกลิ้งบอกว่าท่าทางเคมีจะรักพี่จริงๆ ก่อนนี้ก็ปิ๊งพี่ ตายแล้วก็ยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ

เคมียังตามหึงหวงเจติยาไม่เลิก ตามไปง้อถึงบริษัท พยายามพูดด้วยแต่เจติยาไม่ยอมพูดด้วย เมื่อเจอลาภิณยืนรอลิฟต์อยู่ พอเจติยาเดินมาถึง เคมีก็เข้าสิงลาภิณทันที จับมือง้อเพื่อให้เธอพูดด้วย

ปริมมาเห็นเป็นเรื่องทันที เธอต่อว่าลาภิณ แต่แล้วก็ยิ่งโกรธแทบบ้า เมื่อลาภิณที่ถูกเคมีสิงอยู่ไม่รู้จักเธอ ปริมแจ้นไปฟ้องชูจิต เคมีตกใจรีบออกจากร่างลาภิณ เขาถามเจติยางงๆว่า “เกิดอะไรขึ้นเหรอจ๊ะ”

“ฉันอยากตาย” เจติยากระแทกเสียง เดินหนีไป อีกคน

ปริมไปโวยวายกับชูจิตว่าตนทนไม่ไหวแล้ว ลาภิณทำหยามหน้าตนเกินไป ลาภิณไม่รู้เรื่องเพราะเวลานั้นเขาถูกเคมีสิง ปฏิเสธและไม่พอใจที่ปริมโวยวายไร้เหตุผล จนชูจิตสุดทนบอกว่าสองคนมีปัญหากันแบบนี้หลายครั้งแล้วเมื่อไหร่จะจบเสียที เรื่องหมั้นน่าจะระงับไว้ก่อน ให้เหตุผลอย่างอ่อนใจเหนื่อยหน่ายว่า

“ลองทะเลาะกันบ่อยๆแบบนี้ แม่กลัวว่าจะไปไม่รอด ขืนถอนหมั้นขึ้นมากลางคันหรือว่าแต่งไปแล้วต้องหย่ากันอายคนเขาเปล่าๆ แม่ว่ารอให้ทั้งสองคนเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ก่อนค่อยคิดเรื่องนี้กันใหม่”

ปริมอึ้ง พูดไม่ออก จู่ๆก็ลากลับเลย ชูจิตถามพิสัยว่ามีธุระอะไรอีกไหม พิสัยบอกว่าไม่มี ชูจิตจึงขอทำงานต่อ

พิสัยออกไปอย่างเจ็บใจที่แผนการของตนล้มเหลวไม่เป็นท่า

ooooooo

เมื่อเจติยารู้ว่าเคมีคิดอย่างไรกับตน จึงพาไปเที่ยวสวนสนุก เคมีสนุกมาก บอกว่าไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย

“เคมีรู้ไหมว่าการที่เรามาเที่ยวกันวันนี้ไม่ต้องเป็นแฟนกันก็มาได้นะ เป็นเพื่อนกันก็เที่ยวด้วยกันได้”

เคมีอยากมีแฟน บ่นน้อยใจที่ตัวเองไม่มีอะไรน่าสนใจเลย นอกจากเรียนเก่งอย่างเดียวเลยหาแฟนไม่ได้ เจติยาสอนน้องว่าตนก็ไม่มีแฟนแต่ก็อยู่ได้และอยู่อย่างมีความสุขด้วย เคมีถามว่า “แล้วพี่เจไม่เหงาเหรอครับ” เจติยาส่ายหน้าบอกว่า

“พี่มีปัญหาให้แก้เกือบทุกวัน แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเหงาล่ะ ไหนจะเรื่องแม่ เร่ืองนที เรื่องเรียน แล้วยัง ...อีกสารพัด บางคนเกิดมาเพื่ออยู่คนเดียว ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว บางทีพี่อาจจะเป็นคนคนนั้นก็ได้”

เคมีพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เจติยายักไหล่อย่างไม่แคร์ก่อนพูดต่อว่า

“แล้วทำไมเราต้องมาโหยหากับสิ่งที่เรากำหนดไม่ได้ด้วยล่ะ สู้ทำสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วว่าเราเก่ง เราดี มีความสามารถให้ใจเรามีความสุขไม่ดีกว่าเหรอ”

เคมีนิ่งไป เหมือนฟังเจติยาแล้วมาไตร่ตรองกับตัวเอง...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 16:43 น.