ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

รากบุญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ชูจิตกลุ้มใจที่ปริมงอนลาภิณและขออยู่ห่างๆ กันสักพัก ปรารภกับพิสัยว่าตนเบื่อเจติยาเต็มทนแล้วถ้าหาคนทำงานแทนได้ไม่เอาไว้แน่ พิสัยเป่าหูว่าเรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง เห็นว่ารู้จักบ้านช่องและไปมาหาสู่กันบ่อยๆ

พิสัยยุให้ชูจิตจับลาภิณ แต่งงานกับปริมเสียเลย แต่งแล้วจะได้หมดห่วง เพราะยังไงเด็กนั่นก็เป็นสะใภ้ตีทะเบียนไม่ได้อยู่แล้ว ชูจิตบ่นว่าตั้งแต่ลาภิณกลับจากเมืองนอกก็ไม่ใช่เด็กหัวอ่อนเหมือนเมื่อก่อน อีกแล้ว พอดีพนักงานมาบอกว่าฝ่ายขายมาพร้อมแล้ว ชูจิตจึงออกไปประชุม พอพี่สาวออกไป พิสัยยิ้มเยาะเหยียดปากพูดอย่างดูถูกว่า

“ลูกชายพี่ไม่ได้หัวแข็งขึ้นหรอกครับ แต่มันโง่”

ooooooo

วัน นี้ เจติยามาทำงานเธอไม่กล้ามองหน้าลาภิณนักเพราะรู้สึกผิดที่เมื่อคืนพูดกับเขา รุนแรงเกินไป แต่ลาภิณก็ยังท่าทีปกติ เมื่อเจอเธอเขาบอกว่าตอนเที่ยงตนเจอกับคุณพ่อของกุลธิดา ดูท่านจะปักใจเชื่อเหมือนเธอว่าลูกสาวถูกฆาตกรรม ตอนนี้กำลังจ้างนักสืบตามเรื่องอยู่ บอกเธอว่าไม่ต้องกังวล

เจติยา ยังเชื่อว่าหลักฐานของกุลธิดาน่าจะอยู่ในห้องพิทยา แต่ตนไม่มีสิทธิ์เข้าไปตรวจค้น ลาภิณนึกได้บอกว่าตนน่าจะมีโอกาสทำได้ดีกว่าทุกคน เพราะคุณพ่อของพิทยาเคยให้พ่อตนช่วยแก้ปัญหาเรื่องเงินให้เจ้าของคอนโดฯ มีบุญคุณกันอยู่ บอกเธอว่า “ฉันน่าจะพอขอร้องให้หาทางช่วยอะไรได้บ้าง”

เย็น นี้ ทั้งสองจึงแอบเข้าไปในห้องของพิทยา เห็นกรอบรูปของพิทยากับกุลธิดาตั้งอยู่บนโต๊ะ ลาภิณหยิบดูบอกว่าถ้าพิทยาฆ่ากุลธิดาจริงก็ไม่น่าจะเก็บรูปไว้

“แค่รูปใบเดียวยังสรุปไม่ได้หรอก เขาอาจจะเก็บเอาไว้เพื่อเบนความสนใจตำรวจก็ได้ คุณรีบๆมาช่วยฉันหาสร้อยข้อมือของเอียดดีกว่า”

แล้วเจติยาก็หาสร้อยข้อมือเส้นนั้นเจอที่ซอกตู้ เธอเอาปากกาเขี่ยออกมาเพื่อป้องกันลายนิ้วมือแฝงไม่ให้ลบเลือน

แต่ แล้วทั้งสองก็ตกใจแทบช็อกเมื่อพิทยากับชัยยุทธผู้จัดการส่วนตัวกลับมาที่ ห้อง ชัยยุทธอ้อนวอนให้พิทยาไปงานที่ตนรับไว้แล้ว เพราะเป็นงานสำคัญ ขอร้องเขางานนี้งานเดียวจริงๆ

ลาภิณกับเจติยาเข้าไปซ่อนตัวในตู้ เสื้อผ้า พิทยามาเห็นกรอบรูปวางผิดทิศ เขาชักปืนออกมาอย่างระแวง จนชัยยุทธต้องหว่านล้อมให้เก็บกลัวจะเกิดอุบัติเหตุเป็นเรื่องขึ้นมาอีก

เมื่อ ชัยยุทธหว่านล้อม อ้อนวอน จนพิทยายอมไปงานโดยมีข้อแม้ว่าต่อไปตนขออะไรก็ต้องได้ แต่ยังระแวงว่ามีคนเข้ามาและซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า ก่อนไปยังมาเปิดตู้เสื้อผ้าดู ปรากฏว่าไม่เห็นอะไรจึงปิดไว้ตามเดิม

ลาภิ ณกับเจติยาแทบหัวใจหยุดเต้น เบียดกันยืนแข็งทื่อ แปลกใจที่พิทยาไม่เห็นพวกตน ต่อมาจึงเห็นว่าวิญญาณของกุลธิดาช่วยบังตาพิทยาไว้ เมื่อพิทยาออกไปกับชัยยุทธแล้ว ทั้งสองรีบออกจากตู้ทั้งตื่นเต้นทั้งเขินที่เข้าไปยืนเบียดกันอย่างแนบชิดใน ตู้เสื้อผ้าเป็นเวลานาน เมื่อออกมาก็ชวนกันรีบออกจากห้องไปทันที

ทั้ง สองเอาสร้อยข้อมือนั้นไปให้หมวดนวัชช่วยตรวจลายนิ้วมือแฝงให้ด้วย หมวดนวัชเตือนเจติยาอารมณ์หึงๆว่าต่อไปอย่าทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้อีก ไปกับตนดีกว่าอย่าไปรบกวนลาภิณเลย แล้วจะไปส่ง

“หมวดพักผ่อนเถอะครับเดินออกไปพร้อมกับผมก็ได้” ลาภิณแกล้งยั่วอย่างรู้ทันแล้วชวนเจติยาออกไป

ooooooo

หมวด นวัชหึงหวงเจติยากลัวจะเสียเธอไป จึงปรึกษากับนิษฐาเพื่อจะได้ทำตัวให้ถูกกับความชอบของ เธอ ถามรสนิยมเรื่องอาหาร หนังสือ หนัง กระทั่งสเปกผู้ชาย

นิษฐาแอบ ปลื้มนวัชอยู่แล้ว ยิ้มเจ้าเล่ห์แนะนำทุกอย่างที่เป็นตัวเอง ทั้งยังเสนอตัวเป็นคู่ซ้อมให้หมวดด้วย แอบมีความสุขเล็กๆเมื่อหมวดพาไปทานอาหาร ไปช็อปปิ้ง และดูหนัง

ฝ่าย ชูจิต เชื่อคำยุยงของพิสัย คุยกับลาภิณจะให้แต่งงานกับปริม เมื่อเขารับไม่ได้ก็พูดออกตัวว่า  แม่ไม่ได้คลุมถุงชน แต่เห็นคบกันมานานแล้วสมควรแต่งกันเสียที เมื่อลาภิณยืนยันว่าตนยังไม่พร้อมก็ถูกชูจิตยื่นคำขาดว่า

“แม่ยืนยันคำเดิมนะต้น ถ้าไม่ได้หนูปริม แม่ไม่ยอมรับใครหน้าไหนเป็นลูกสะใภ้เด็ดขาด”

“ผม ก็ไม่ได้มีใครทั้งนั้น ก็มีแต่แม่กับปริมนั่นแหละคอยจับคู่ให้ผมตลอด” บอกแม่อย่างเบื่อหน่ายว่า “ถ้าไม่ใว้ใจกันอย่างนี้ก็เสียเวลาคุยครับ”

“ตกลงเราจะยอมแต่งงานกับหนูปริมไหมต้น... ผู้ใหญ่จะได้นัดคุยกัน” ชูจิตถาม ลาภิณไม่สนใจขึ้นรถขับออกไปเลย

ฝ่ายปริมก็ทำทีตัดพ้อต่อว่าพิสัยว่าให้ชูจิตทำแบบนี้เหมือนยัดเยียดตนให้ลาภิณ แต่พอพิสัยบอกว่าอย่ากลัวเสียฟอร์มเลย ย้ำว่า...

“บทสรุปคือ คุณได้แต่งงานกับคุณต้น มันก็เป็นความหวังสูงสุดของคุณอยู่แล้วนี่”

“แต่มันเหมือนฉันไม่มีศักดิ์ศรี ไปบังคับให้ผู้ชายเขามาแต่งงานด้วย” ปริมทำหน้างอนๆ

“คิด ว่าตัวเองเป็นนางเอกละครรึไง ยิ่งคุณอยู่ห่างคุณต้นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเท่ากับเปิดโอกาสให้เด็กนั่นมากเท่านั้น โอกาสมาถึงแล้ว คุณก็รีบๆคว้าไว้เถอะ หรือว่าคุณตัดใจจากคุณต้นได้จริงๆ”ปริมนิ่งไปอย่างเริ่มหวั่นไหวกลัวจะเสียลาภิณไปจริงๆ พิสัยอ่านใจเธอออก เขาแสยะยิ้มกับความหัวอ่อน หลอกง่ายของปริม

ooooooo

นับวัน เจติยาก็ยิ่งเครียด ทั้งปัญหาภายในบ้านกับนทีและแม่ และการตายของกุลธิดา

วันนี้พอกลับบ้าน เจอนทีกับแม่กำลังคุยกันอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส แต่พอเธอเข้าบ้าน บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นตึงเครียดทันที นทีขอแม่ไปอาบน้ำ เจติยาถามว่าจะไปไหน นทีหยุดชะงัก มยุรีขัดขึ้นทันทีว่า “เลิกจับผิดน้องเสียทีเถอะเจ”

“เจถามเพราะเจเป็นห่วง”

“ความเป็นห่วงที่มากเกินไปของแก ทำให้น้องไม่มีความสุข บางครั้งเราก็ต้องให้ความไว้ใจน้องมันบ้าง... จะไปไหนก็ไปนที” นทียิ้มกวนๆ มองเจติยาอย่างเป็นต่อเดินผิวปากหวือไป

“ก็ได้...ต่อไปเจจะไม่ยุ่งกับมันแล้ว จะดีจะเลวก็ช่างหัวมัน”

“ดีแล้วล่ะ ปล่อยวางเรื่องน้องซะมั่งเถอะ แม่หายป่วยแล้ว คืนหน้าที่ของแม่มาได้แล้ว”

“บางครั้งเจก็นึกน้อยใจ อยากจะเป็นลูกชายคนเล็กมั่ง” เธอเสียงเครือน้ำตาคลออย่างน้อยใจอยู่ลึกๆ

“นี่แกหาว่าแม่ลำเอียง รักลูกไม่เท่ากันเหรอเจ... เพราะแกอิจฉาน้องนี่เอง ถึงได้หาเรื่องทะเลาะกับน้องได้ตลอด...แม่เสียใจนะที่แกคิดแบบนี้” มยุรีน้ำตาคลอเป็นฝ่ายเดินหนีเข้าห้องครัวไป

ooooooo

บ่ายวันนี้ ขณะงีบพักที่ห้องนอนที่บ้าน เจติยาฝันเห็นกุลธิดาที่สวนสาธารณะ แต่พอเดินไปหากุลธิดากลับพยายามไม่ให้เห็นหน้า จนเธอถามว่าเป็นอะไร ทำไมถึงไม่พูดกับตน

กุลธิดาค่อยๆหันมา เจติยาผงะตกใจสุดขีดเมื่อเห็นที่ปากเธอถูกเย็บยังมีเลือดกรังอยู่ พอสะดุ้งตื่น เธอรีบไปที่สวนสาธารณะตามที่ฝันเห็น

ไปถึงที่นั่น เธอเห็นพิทยาใส่แว่นดำยืนกระวน กระวายเหมือนคอยใครอยู่ เธอแอบดู ครู่เดียวก็เห็นชัยยุทธมาหาพร้อมกับยื่นซองพลาสติกเล็กๆให้ ถามเชิงบ่นว่าทำไมไม่รอที่คอนโดฯ พิทยาบอกว่าไม่มั่นใจว่าจะปลอดภัย

“ใครจะเข้าไปในคอนโดพีทได้ พี่บอกแล้วไงว่าของพวกนี้เล่นมากๆมันจะหลอน” พิทยาเร่งให้ส่งมาเร็วๆ ชัยยุทธส่งซองให้กำชับว่า “อย่าไปเล่นประเจิดประเจ้อให้โดนจับได้ล่ะ”

พอพิทยาได้ยาแล้วเดินอ้าวไป เจติยารีบตามพร้อมกับกดโทรศัพท์ถึงนวัชและนิษฐา แต่ปิดเครื่องทั้งคู่ เลยตัดสินใจสะกดรอยต่อ เห็นพิทยาหยิบซองยาออกจากกระเป๋าก็รีบเอามือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้

โชคไม่ดี มีเสียงโทร.เข้า ทำให้พิทยาหันขวับ จำเจติยาได้ เขาตกใจสุดขีดถามว่า “เธอทำอะไร”

เจติยาพูดอย่างไม่เกรงกลัวว่า เขาเป็นอย่างที่กุลธิดาบอกไว้ไม่มีผิด คงเพราะกุลธิดารู้เรื่องนี้ใช่ไหมเขาเลยฆ่าทิ้ง พิทยาหน้าซีดเผือดปฏิเสธว่าตนไม่ได้ฆ่า เจติยารู้ข้อมูลและมีหลักฐานพอสมควรแล้ว ขู่ว่าถ้าตน บอกตำรวจเขาไม่รอดแน่

“ถ้าเธอบอกตำรวจ เธอจะไม่มีทางได้รู้ฆาตกรตัวจริงแน่” เสียงชัยยุทธเหี้ยมดังมาจากด้านหลัง ย้ำเสียงเข้มว่า“พีทไม่ได้ฆ่าเอียด แต่เราบอกใครไม่ได้ เพราะคนที่ฆ่าเอียดมีอิทธิพลกับพีทมาก เราต้องช่วยกันปกปิดเอาไว้ แต่ฉันมีหลักฐานสำคัญที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ของพีทได้”

ชัยยุทธวางแผนลวงเจติยาไปดูหลักฐานที่ห้องพิทยา ส่งปืนให้บอกว่าถ้าเธอไม่ไว้ใจตนเมื่อไรก็ยิงได้ทันที เจติยาลังเล แต่วิญญาณกุลธิดาพยักหน้าให้ไป เธอตอบตกลงและไปกับชัยยุทธอย่างระมัดระวัง

เมื่อไปถึงห้องพักพิทยา ชัยยุทธทำทีเข้าไปเอาหลักฐานในห้องนอน และอาศัยจังหวะเผลอของเธอใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตใส่เธอจนทรุดฮวบ เขาสวมถุงมือป้องกันลายนิ้วมือไว้พร้อมที่จะฆ่าแล้ว เขาชะโงกเข้ามาบอกว่า

“ฉันไม่ได้โกหกเธอนะ พีทไม่ได้เป็นคนฆ่าเพื่อนเธอ แล้วฆาตกรตัวจริงก็มีอิทธิพลต่อพีทมากจริงๆ เพราะคนที่ฆ่าเพื่อนเธอ คือฉันเอง!”

ooooooo

เพราะเตรียมลงมือฆ่าเจติยาแล้ว ชัยยุทธเล่าถึงวันที่เขาฆ่ากุลธิดาว่า เธอทะเลาะกับพิทยาเมื่อจับได้ว่าเขาเสพยา ยื่นคำขาดให้เขาเลิกยา ถ้าไม่เลิกเธอก็จะไปจากเขา ทั้งจะบอกนักข่าวให้เขาหมดอนาคตไปเลย พูดแล้วจะออกไป

ชัยยุทธออกมาขวางทันที ห้ามเธอไปไหนและห้ามบอกนักข่าวด้วย เพราะตนอาศัยความดังของพิทยาปล่อยของได้มากมาย ทั้งสองโต้เถียงกันอย่างรุนแรง เมื่อกุลธิดาไม่ยอมอ่อนข้อให้ เกิดยื้อยุดกันจนสร้อยข้อมือกุลธิดาขาดกระเด็นไปที่ซอกตู้โดยไม่มีใครเห็น

ชัยยุทธใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตกุลธิดาจนหมดแรง พิทยาพยายามจะช่วยเธอ ถูกชัยยุทธเอาปืนขู่

“อย่าบังคับพี่นะพีท พี่ทำทุกอย่างไปก็เพื่ออนาคตในวงการของพีท ถ้าพีทยังขวางพี่อีกจะหาว่าพี่ใจร้ายไม่ได้นะ”

พิทยากลัวจนไม่กล้าขยับอีก ชัยยุทธลากกุลธิดาออกไป พิทยาได้แต่มองอย่างหวาดกลัวจนตัวสั่น ส่วนกุลธิดาไม่มีแม้แต่แรงที่จะขัดขืน ได้แต่น้ำตาไหลพรากถูกลากออกไปสู่ความตาย!

ooooooo

ชัยยุทธเล่าอย่างเลือดเย็นว่า ตนโยนกุลธิดาลงไปจากระเบียงแล้วบอกว่าเธอฆ่าตัวตาย เขาหันมาตะคอกใส่หน้าเจติยาว่า ถ้าไม่ใช่เพราะความสาระแนของเธอเรื่องก็จบไปแล้ว บอกให้เธอเตรียมตัวไปอยู่ด้วยกันได้เลย

พิทยาพยายามที่จะช่วยเจติยา เขาอ้อนวอนชัยยุทธให้ปล่อยเธอไปเสีย ตนไม่ยอมให้เขาทำร้ายใครอีกแล้ว

“แกนี่มันติดตะคอกตวาดฉันจนเคยตัวแล้วนะ นึกว่าฉันกลัวแกนักรึไง แกยังมีประโยชน์กับฉันอยู่ ฉันถึงได้ยอมๆแกไป ไอ้ไก่อ่อนเอ๊ย” ชัยยุทธด่าไม่ทันขาดคำ พิทยาก็พุ่งเข้าชก ชัยยุทธหลบแล้วต่อยสวนที่ท้องจนตัวงอแล้วตามไปเตะซ้ำจนพิทยากลิ้งลงกับพื้น ไม่สามารถลุกไปช่วยอะไรเจติยาได้เลย

ชัยยุทธพูดพล่ามอย่างย่ามใจแล้วลากเจติยาไปที่ระเบียงตรงที่เคยโยนกุลธิดาลงไป หิ้วเธอขึ้นมาเพื่อจะโยน

พริบตานั้น พิทยาพุ่งเข้ามากระชากชัยยุทธออกมา ร่างเจติยาจึงพับคาอยู่ที่ขอบระเบียง ชัยยุทธตวาดลั่น

“เป็นบ้าไปแล้วเหรอพีท ไปช่วยมันทำไม ถ้ามันรอดไปได้ เราจะซวยกันหมด!”

“ผมไม่สนใจแล้ว อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิดไปเถอะ ผมเคยขี้ขลาดจนปล่อยให้เอียดต้องตายไป

คนนึงแล้ว คราวนี้ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก”

ชัยยุทธเลือดเข้าตากระชากพิทยาผลักไปกระแทกกำแพงจนทรุดก้มหัวงุด ตะคอกถามว่าเดี๋ยวนี้กล้าหือ

กับตนแล้วใช่ไหม ชักปืนออกมา ตรงไปจิกผมพิทยากระชากหน้าแหงนขึ้นมา

ชัยยุทธช็อก! เพราะหน้าที่แหงนขึ้นมานั้นไม่ใช่พิทยาแต่เป็นกุลธิดา!! เขาผงะถอยไปชนขอบระเบียง วิญญาณกุลธิดากระโจนเข้าใส่พอใกล้ตัวก็หายวับไป ชัยยุทธตกใจเสียหลักพลัดจากระเบียง ตกลงไปตาย

ตรงจุดเดียวกับกุลธิดา!

“พี่ยุทธ!” พิทยาโผไปชะโงกดู ส่วนเจติยาพอได้สติก็หยิบมือถือมาโทร.ออกทันที

ooooooo

เมื่อไปเจอนิษฐากับนวัชที่โรงพัก เจติยาต่อว่าทั้งสองที่ในภาวะคับขันตนติดต่อไม่ได้เลย นิษฐาอ้างว่าแบตหมด เลยถูกประชดว่า จำเพาะเจาะจงต้องมาแบตหมดพร้อมกันเสียด้วย

หมวดนวัชสอบปากคำพิทยาเสร็จออกมา สองสาวจึงรู้ว่าพิทยายอมรับว่าตัวเองติดยาและชัยยุทธก็เคย

ถูกพ่อของพิทยาจับคดียาเสพติดมาก่อน เจติยาคาดว่าชัยยุทธแก้แค้นพ่อของพิทยาด้วยการทำให้พิทยา

ติดยา นวัชเสริมว่านอกจากแก้แค้นแล้วยังอาศัยความดังของพิทยาเป็นช่องทางขายยาด้วย

เมื่อพิทยาเดินออกมา เจติยารีบเข้าไปขอบคุณเขาที่ช่วยตนไว้ พิทยาพูดเศร้าๆอย่างรู้สึกผิดว่า

“ผมทำเพื่อเอียด ผมไม่อยากให้วิญญาณเอียด

ต้องผิดหวังกับผมมากไปกว่านี้...”

ระหว่างเดินลงจากโรงพักนั้น เจติยาเห็นกุลธิดา

มายืนมองพิทยา แล้วหันยิ้มให้เจติยาแสดงความดีใจที่ช่วยพิทยาพ้นจากยานรกนั้นมาได้ นิษฐาเห็นเจติยายิ้มถามว่ายิ้มให้ใครหรือ กุลธิดายื่นมือที่โปร่งแสงมากุมมือนิษฐาไว้ บอกเพื่อนรักว่า

“ฉันคิดถึงเธอสองคนมากนะ ขอให้เราสามคนได้เกิดเป็นเพื่อนกันทุกชาติไป”

เจติยาน้ำตาคลอ ส่วนนิษฐาขนลุกซู่ถามว่า “เอียดมาใช่ไหม” พอเจติยาพยักหน้าเธอร้องไห้โฮโผเข้ากอดกันแน่น

ooooooo

ชูจิตเร่งที่จะทำให้ปริมกับลาภิณแต่งงานกันโดยเร็ว กลับจากออกงานด้วยกันคืนนี้มาถึงบริษัทนิราลัย ก็ชี้ไปที่ห้องทำงานของลาภิณบอกว่าเขากำลัง

บ้างานจนป่านนี้ยังไม่กลับ ไม่ได้ไปหาสาวที่ไหนหรอก

แต่พอผลักประตูเข้าไป ปรากฏว่าลาภิณไม่อยู่ แต่กุญแจรถยังอยู่ ปริมตั้งแง่ทันทีว่าอาจจะลงไปหา

“แม่นั่น” ที่ห้องแต่งศพ ชูจิตจึงชวนลงไปดูให้เห็นกับตาเพื่อจะได้สบายใจกัน ปริมจึงเดินตามไปอย่างขัดไม่ได้

ลาภิณอยู่ที่ห้องแต่งศพจริงๆ เขากำลังพลิก

สมุดบันทึกการทำงานของเจติยาที่ลืมไว้บนโต๊ะ เธอกลับมาเอา เขาชมว่าจดละเอียดดี ดูเธอสนุกกับการทำงานดี

“แน่นอน ถ้าเราไม่มีความสุขกับงานก็ทำมันออกมาไม่ดีหรอก นี่คุณยังไม่กลับบ้านอีกเหรอคะ”

เขายักไหล่บอกว่าเบื่อๆเซ็งๆ ขี้เกียจกลับ เธอจึงขอตัวกลับก่อน แต่เดินไปถึงประตูอดหันมองเขาอีกทีไม่ได้

ทันใดนั้น ประตูห้องเปิด ชูจิตกับปริมเดินเข้ามา

สถานการณ์ตึงเครียดทันที ชูจิตถามลาภิณว่าลงมาทำอะไรที่นี่ เขาบอกว่ามารอพบลุงทวี เจติยาช่วยยืนยันแต่ทั้งชูจิตและปริมไม่เชื่อหาว่าช่วยกันแก้ตัว ปริมได้ทีด่าเจติยาว่ามาทำงานเอาตัวเข้าแลกเพื่อจะจับลาภิณเหมือนที่เคยทำกับคุณพ่อเขา

“เธอกลับไปก่อน” ลาภิณบอกเจติยาเมื่อเห็นเรื่องจะลุกลามไปใหญ่ พอเจติยาออกไป ชูจิตยื่นคำขาดกับลาภิณว่า ถ้าเขาไม่ยอมแต่งงานกับปริมก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก แล้วชวนปริมออกจากห้องไป

ด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกของเจติยา คืนนี้ลาภิณไปหาเธอที่บ้าน ไปขอโทษเธอแทนคุณแม่ และหวังว่าพรุ่งนี้เธอคงไม่ไปขอเลิกทำงานกับลุงทวี

“ถ้าเหตุการณ์แย่ๆแบบนี้เกิดกับฉันครั้งแรก ก็คงทำอย่างนั้น แต่พอเจอบ่อยๆเข้า มันย่ิงทำให้ฉันอยากอยู่รอรับเงินปันผล ยั่วประสาทคนไปเรื่อยๆ”

ลาภิณยิ้มๆกับอาการเฮี้ยวของเธอ โล่งใจที่เธอฮึดไม่ลาออก

ooooooo

กลับถึงห้องนอน เจติยามองปราดไปที่กล่องรากบุญเห็นเหรียญอันที่สามติดที่ฝากล่องแล้ว ไม่นานวิญญาณกุลธิดาก็มาบอกให้เธอขอพรจากกล่อง เธอย้อนถามว่า

“ฉันขอให้แกฟ้ืนคืนชีพได้รึเปล่าล่ะ ถ้าได้ ฉันจะขอ” กุลธิดาบอกว่ากล่องรากบุญไม่สามารถฝืนกฎธรรมชาติได้ เจติยาแปลกใจที่กุลธิดาพูดได้แล้ว บ่นว่า “ถ้าแกยอมพูดกับฉันอย่างนี้แต่แรก ฉันก็ไม่ต้องเสียเวลาสืบให้ยุ่งยาก จนเกือบตกตึกตายแล้วเห็นไหม”

กุลธิดาชี้แจงว่าตนพูดไม่ได้ก็เพราะกล่องรากบุญไม่ต้องการให้ตนช่วยเธอ แต่เธอยังไม่ถึงที่ตายตนก็เลยพอช่วยได้บ้าง เจติยาฉุนกึก ท้าว่ากล่องรากบุญอยากทำร้ายตนก็ทำเลย ไม่เห็นจะต้องทำให้ยุ่งยากอย่างนี้

“เพราะมันทำไม่ได้น่ะสิ กล่องรากบุญไม่สามารถทำร้ายเจ้าของกล่องได้ แต่กล่องก็ไม่พอใจที่แกไม่ยอมขอพรอีก มันถึงขัดขวางไม่ให้แกทำตามคำขอได้ภายใน 1 เดือน มันจะได้เอาวิญญาณแกไป”

“ยิ่งรู้อย่างนี้ ฉันยิ่งไม่มีทางขอพรใหญ่เลย” เจติยาเดินเข้าไปพูดกับกล่องอย่างไม่พอใจ จ้องกล่องคิดเครียด “กล่องใบนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว ไม่ขอมันก็บังคับกลั่นแกล้ง ถ้าขอก็ต้องขอไปเรื่อยๆไม่มีทางหยุด เหมือนเป็นทาสมันไม่มีผิด”

กุลธิดามองเพื่อนอย่างเป็นห่วง เตือนให้ระวังตัวให้มากเพราะต่อไปตนคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว เจติยาใจหายถามว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วหรือ ต่างน้ำตาคลอสัญญากันว่า เราสามคน คือ เจติยา นิษฐา และกุลธิดาขอเป็นเพื่อนกันทุกชาติไป

ระหว่างนั้น ดวงตายักษ์บนกล่องรากบุญเปล่งสีแดงอย่างไม่พอใจที่เจติยาไม่ยอมขอพร

ooooooo

ชูจิตกับพิสัยร่วมกันบีบลาภิณให้แต่งงานกับปริมโดยเร็ว เมื่อเขาไม่ยอมแต่ง พิสัยเสนอให้หมั้นกันก่อนก็ได้ทุกคนจะได้สบายใจ บอกลาภิณว่าขอให้คิดว่าทำเพื่อความสบายใจของคุณแม่ก็แล้วกัน

ที่แท้พิสัยมีสัญญาลับกับปริม วางแผนบีบให้ ลาภิณแต่งงานกับเธอ แลกกับการที่เขาจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในนิราลัย

เมื่อทั้งบีบทั้งหว่านล้อมจนลาภิณยอมหมั้นแล้ว พิสัยสั่งงานย้งกับปองทันที กำชับว่างานคืนนี้อย่าให้พลาดเด็ดขาด

แล้วคืนนี้ก็เกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บโลงศพเสียหายหมด เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อไม่มีโลงศพ งานด้านอื่นของบริษัทก็ต้องชะงัก พิสัยเสนอขายไม้ของตนที่ยังเหลืออยู่ ชูจิตเห็นด้วย ส่วนลาภิณต้องเห็นด้วยอย่างไม่มีทางเลือก

ปริมรู้ทัน เธอตำหนิพิสัยว่าคราวนี้เขาทำเกินไปแล้ว เห็นแก่ตัวมาก พิสัยปรามยิ้มในหน้าว่า

“คุณคงไม่หักหลังผมหรอกนะ อย่าลืมว่าผมช่วยคุณได้ ผมก็เล่นงานคุณกลับได้เหมือนกัน คนอย่างผมไม่ยอมให้ใครมาหักหลังได้ง่ายๆหรอก”

“คนอย่างฉันก็ไม่ยอมให้ใครมากดหัวได้ตามใจชอบ เหมือนกัน เอาไว้ฉันได้แต่งงานกับคุณต้นก่อนเถอะ แล้วค่อยมาคุยเรื่องอื่นอีกที แค่หมั้นฉันไม่ถือว่าเป็นบุญคุณหรอก” พูดแล้วเดินเชิดไป

“คิดจะหลอกใช้กันง่ายๆเหรอ...รู้จักฉันน้อยไปเสียแล้ว” พิสัยมองตามปริมไปแววตาร้ายกาจ

หลังเกิดเหตุไฟไหม้และถูกเร่งรัดให้หมั้นกับปริม แล้ว ลาภิณไม่สบายใจ เขาไปนั่งครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆที่สวนสาธารณะ เจติยารู้จากโอ้เอ้ เธอไปที่นั่นด้วยความ เป็นห่วงเขา

ในยามทุกข์ใจเช่นนี้ มีคนเข้าใจและเห็นใจมาคุยด้วย ทำให้ต่างรู้สึกดีต่อกัน เจติยาชมเขาว่าเป็นเจ้านายที่เอาใจใส่และให้เกียรติพนักงาน แต่แอบตำหนินิดๆว่า “ถึงหูจะเบาไปหน่อยก็เถอะ”

“ฉันถือว่าเป็นคำชมแล้วกัน ค่อยชุ่มชื่นหัวใจหน่อย” ลาภิณพูดขำๆ

“ฉันเชื่อนะคะว่ายังไงคุณก็ต้องผ่านมันไปได้” เจติยายิ้มให้กำลังใจ

ระหว่างนั้นเอง ทั้งสองเห็นศพผู้หญิงลอยในบึงน้ำ สวนสาธารณะ เจติยาตกใจเธอกลัวศพจะพูดอะไรกับตนอีก

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมา ลาภิณและเจติยาให้ปากคำในฐานะผู้พบศพ นวัชมาถึงเขาตรงไปดูศพ เห็นที่แขนซ้ายศพมีรอยมีดกรีดเป็นเลข 4 ไทยไว้ เขาพึมพำ “เลขสี่...หมายความว่าอะไร”

ตำรวจที่สอบปากคำเดินมาถามว่า “หมวดจะสอบปากคำอะไรเพิ่มเติมไหมครับ” นวัชมองไปเห็นลา– ภิณยืนคู่อยู่กับเจติยาก็อึ้งไปเล็กน้อย ครู่หนึ่งเขาแอบมาตำหนิเจติยาว่ามาที่นี่ได้ยังไง รู้ไหมว่ามันไม่ดี เคยโดนไล่ออกจากงานเพราะแฟนเขาหึงมาแล้วไม่ใช่หรือ

นวัชยังบ่นอะไรอีกมากมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลาภิณ จนเจติยาโพล่งออกไปอย่างหงุดหงิดว่า

“ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด ถึงอยากจับคู่ให้เจ กับเขานัก นี่ถ้าเจเกิดชอบคุณลาภิณขึ้นมาจริงๆ คงมีคนขาดใจตายไปหลายคน”

“ฝ่ายผมเห็นๆก็สองคน คุณแม่กับปริม” ลาภิณมาได้ยินเจติยาบ่นพอดี เขาเลยแทรกขึ้นช่วยแก้สถานการณ์ ทำให้เจติยาหลุดขำออกมา เขาหัวเราะผสมโรง ทำให้นวัชยิ่งหงุดหงิด แล้วก็หงุดหงิดยิ่งขึ้นเมื่อลาภิณกับเจติยาเดินกลับไปด้วยกัน

ระหว่างเดินกลับด้วยกันนั้น ลาภิณเสนอว่าช่วงที่รอทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง อยากให้พนักงานเดินสายประชา– สัมพันธ์บริษัทและให้เธอช่วยดูแลแทนตน บอกเธอว่า  ตนต้องเตรียมงานหมั้น เพราะช่วงนี้บริษัทเจอเรื่องร้ายคุณแม่เลยอยากให้มีงานมงคลเสริมดวง พูดเชิงบ่นว่า “เข้าทางเขาเลยล่ะ”

“ยินดีล่วงหน้านะคะ” เจติยาปั้นยิ้ม ลาภิณพูดประชดในทีว่าหลังจากนั้นทุกคนคงสบายใจขึ้น เจติยาพูดกลั้วเสียงขำๆว่า “ไม่ใช่แค่สบายใจขึ้นค่ะ สบายใจที่สุด...”

ลาภิณมองหน้าเจติยานิ่ง เธอสบตาเขา ต่างมองลึกเข้าไปในดวงตาของกัน เจติยาหายขำฉับพลันรู้สึกแปลกๆงงๆ เช่นเดียวกับลาภิณ เขางงๆอย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน อึดใจหนึ่งเขาส่ายหน้าไปมาก่อนเดินตามกันกลับบริษัท...

ooooooo

นับแต่เกิดเรื่องไฟไหม้ ชูจิตสะเทือนใจจนสุขภาพทรุด วันนี้เกิดอาการหน้ามืด เจติยาเจอพอดีเธอรีบเข้าประคอง แต่ความทิฐิเกลียดชังทำให้ชูจิตไม่รับความช่วยเหลือ ลุงทวีติงว่าสุขภาพไม่ดีเพราะคิดมากไปหรือเปล่า

“คิดมากตอนนี้ก็ดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลัง ไม่งั้นจะซ้ำรอยตอนคุณสารัชเสีย จู่ๆก็ต้องมาแบ่งหุ้นตั้งสิบเปอร์เซ็นต์ให้พวกหวังรวยทางลัด”

เจติยาสุดจะทน เอ่ยขึ้นทันที “ขอโทษนะคะท่าน ที่ท่านเข้าใจเรื่องหนูกับคุณลาภิณผิด หนูยังพอเข้าใจได้นะคะ แต่เรื่องหนูกับคุณสารัช ถ้าท่านไม่ไว้ใจหนูก็น่าจะไว้ใจสามีของท่านบ้าง”

“นี่เธอกล้าย้อนฉันเหรอ” ชูจิตโมโห พลันก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอีก ลุงทวีรีบบอกให้ไปพักดีกว่า เดี๋ยวหมอคงมาถึงแล้ว บอกเจติยาเบาๆว่าให้ออกไปก่อน พอเจติยา เดินออกไป ชูจิตที่กำลังปวดหัวหนักยังอดจิกตาตามไม่ได้

ooooooo

พิสัยระแวงว่าปริมจะเบี้ยวตน วันนี้ตามไปจิกเธอถึงห้องเสื้อวิวาห์ที่เธอไปเลือกชุด ทวงสัญญาว่า

“คุณรับปากแล้วนะว่าจะช่วยให้ผมได้หุ้นของนิราลัย” ปริมสวนไปว่า บอกแล้วว่ารอให้ตนแต่งงานก่อนจึงจะเอาเรื่องนี้มาคิดอีกที แล้วหันไปคุยกับพนักงานห้องเสื้อเหมือนไม่มีพิสัยอยู่ตรงนั้น เขาแค้นจนขบกรามเป็นสัน

คืนนี้ พิสัย ปอง และย้ง ไปผับที่ปริมไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เขาให้ย้งกับปองหาทางกันเพื่อนๆเธอออก แล้วไปวางยาปริม เธอรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงในห้องคอนโดฯของเขาแล้ว เห็นในจอทีวีเป็นคลิปเธอกับเขาบนเตียง ปริมแค้นแทบคลั่ง เมื่อเธออาละวาด พิสัยพูดอย่างเป็นต่อว่า

“ก็เธอคิดเบี้ยวฉันก่อน ฉันก็เลยต้องขอมัดจำเอาไว้ สินสอดงานหมั้นต้องเป็นหุ้นนิราลัย แล้วเธอเอามาให้ฉัน ไม่งั้นไอ้ต้นได้ดูหนังรักเรื่องนี้แน่”

“ฉันจะฆ่าแก...จะฆ่าแกให้ตายอย่างทรมานที่สุด” ปริมแผดเสียง

พิสัยเย้ยว่า แผ่นในเครื่องนี้ยกให้เธอ เพราะตนก๊อปเอาไว้เยอะแล้ว ปริมทำอะไรไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายอย่างแค้นใจ

ด้วยความรู้สึกผิด วันต่อมาเมื่อเธอกับลาภิณไปดูชุดที่ห้องเสื้อ เธอบอกว่าถ้าเขาถูกแม่บังคับให้หมั้น จะยังไม่ต้องหมั้นก็ได้ ลาภิณพูดอย่างจริงใจว่า

“อย่าคิดมากสิครับ ผมเต็มใจหมั้นกับปริม แค่ไม่ใช่เวลานี้เท่านั้นเอง แต่ที่คุณแม่พูดก็ถูก เราเป็นแฟนกัน ช้าเร็วก็ต้องมีวันนี้อยู่ดี ผมไม่ได้รู้สึกจำใจทำเพราะโดนบังคับหรอก อย่ารู้สึกไม่ดีแบบนั้นอีกเลยนะปริม...” พูดแล้วจูงมือเธอไปดูชุด ปริมยิ้มออกมาอย่างสบายใจขึ้น

ooooooo

หมวดนวัชเกือบจะถอดใจกับคดีฆ่าต่อเนื่องที่กำลังทำอยู่เพราะซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนคลำทางไม่ถูก แต่เพื่อนตำรวจเชื่อว่าเขาทำได้เพราะเขาเป็นมือหนึ่งของที่นี่ นวัชพูดเขินๆว่า อวยกันเกินไปแล้ว

“ไม่อวยหรอกครับ หลายเดือนที่ผ่านมาเนี่ย หมวดปิดคดีได้เป็นว่าเล่น ขนาดคดีไอ้โชคที่ทุกคนส่ายหน้า หมวดยังหาตัวคนฆ่าได้เลย พวกเราซูฮกหมวดกันทั้งโรงพักเลยครับ”

นวัชรู้แก่ใจดีว่าคดีที่ปิดได้ส่วนใหญ่เพราะได้รับเบาะแสและข้อมูลจากเจติยา เขาไปขอความช่วยเหลือจากเธอ ขอร้องเธอฝันให้หน่อยเพราะคดีนี้ตนจนปัญญาจริงๆ เจติยาพูดขำๆว่ามีการบังคับให้ฝันกันด้วย

ระหว่างนั้น นิษฐานั่งรถคันหรูของพีระเดชที่เพิ่งรู้จักกันแต่สนิทกันอย่างรวดเร็ว เพราะต่างก็ทำงานเพื่อเด็กด้อยโอกาสเหมือนกัน นิษฐาเอาเลกเชอร์มาให้เจติยา และแนะนำให้พีระเดชกับเจติยาได้รู้จักกัน บอกเจติยาว่า

“คุณพีเขาสนใจงานที่มูลนิธิเพื่อนแท้ ฉันก็เลยอาสาพาไปดู ทางผ่านบ้านแกพอดีก็เลยแวะเอาเลกเชอร์มาคืนก่อน เออ...ฉันต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวคุณพีเขามีบรรยายต่อ”

นวัชมองตามรถของพีระเดชไป เปรยๆกับเจติยา ว่าเพิ่งจะรู้จักกันดูสนิทสนมกันจัง นิษฐาไว้ใจคนง่ายไปหน่อยไหม น่าจะชวนเพื่อนไปด้วย เจติยาพูดยิ้มๆว่า “ฐาคงดีใจถ้ารู้ว่าพี่หมวดห่วงใยเขาขนาดนี้”

“ไม่ใช่นะเจ ฐาเขาเป็นเพื่อนเจ” เจติยาแซวว่าไม่ต้องเขินหรอก...แล้วเดินนำกลับเข้าไป นวัชรีบตามไปชี้แจงอย่างร้อนใจ “เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วเจ...”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 17:19 น.