ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

รากบุญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ลาภิณตามไปที่ห้างสรรพสินค้า เห็นเจติยากำลังเต้นประกอบเพลงต่อหน้าหญิงสาวคนหนึ่งอย่างน่ารัก เป็นงานรับจ้างเต้นเพื่อสารภาพรักของชายหนุ่มกับหญิงสาว เขาเอาโทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้อย่างพลอยรู้สึกสนุกไปด้วย

พอเต้นเสร็จ เจติยาอายแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อเห็นเขายืนมองยิ้มๆอยู่ เขาเข้ามาทัก ชมว่าเธอนี่ทำได้ทุกอย่างจริงๆ ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อน นึกว่าเธอเป็นแดนเซอร์มืออาชีพแน่ๆ

เธอปั้นหน้าปึ่งบอกเขาหยุดแซวตน ได้แล้ว งานสุจริตตนทำได้ทุกอย่าง ถามว่ารู้ได้ยังไงว่าตนมารับจ๊อบที่นี่ พอรู้ว่าแม่บอกก็บ่นอุบอิบ เธอเดาได้ว่าเขาตามหาตนเพราะงานแต่งศพมีปัญหาใช่ไหม ลาภิณย้อนถามว่าแล้วเธอจะกลับไปช่วยไหม

“ไม่ ฉันไม่ใช่คนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา” เธอทำเสียงเข้มคอแข็ง ลาภิณรู้ว่าใช้ไม้แข็งกับเธอไม่ได้ เขาทำหน้าขรึมพูดจริงจังอย่างขอความเห็นใจว่า

“ฉันรู้นะเจว่าเธอรักงานแต่งศพ ไม่อย่างนั้นคงทำไม่ได้ตั้งหลายปีหรอก แล้วเธอจะทิฐิอยู่ทำไม นี่ฉันเป็นฝ่ายมาง้อเธอนะ เธอไม่เสียฟอร์มหรอก”

“ฉันไม่อยากมีปัญหากับแม่คุณแล้วก็ยังแฟนคุณอีกคน”

ลาภิ ณชี้แจงว่า เรื่องคุณแม่ไม่ต้องห่วงเพราะท่านเป็นคนให้ตนมาตามเธอเอง ส่วนเรื่องปริมนั้น คุณแม่จะเป็นคนอธิบายกับปริมเอง มองหน้าชั่งใจถามว่า “ทีนี้ก็เหลือแต่เธอแล้วล่ะ ว่ายังมีใจให้นิราลัยอยู่หรือเปล่า ส่วนเรื่องพินัยกรรมคุณพ่อ ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงเหมือนเดิม เธอยังได้หุ้นสิบเปอร์เซ็นต์อยู่”

เจติยาบอกว่าเรื่องนั้นไม่ใช่ ประเด็นสำคัญ ลาภิณเชื่อว่าคนอย่างเธอเงินซื้อไม่ได้ แต่ที่พูดไปก็เพื่อแสดงความจริงใจให้เธอเห็นว่าทุกอย่างตรงไปตรงมา รวบรัดอ้อนว่า “ตกลงกลับไปช่วยงานฉันนะ” เจติยาไม่ตอบแต่เดินนำไป ลาภิณรีบตาม

ฝ่ายชูจิตก็รับรองกับปริมว่าจะไม่ปล่อยให้ลาภิณต้อง เสียทีเจติยาแน่ ให้ทำงานไปอีกสักพักหาคนมาแทนได้ก็จะบีบให้ออกไป ไม่ปล่อยให้เธอต้องไม่สบายใจแบบนี้นานหรอก ปริมเงียบไปแต่ใจยังไม่สงบ

เมื่อ ออกมาที่ลานจอดรถบริษัท เจอพิสัยมาดักอ่อยว่า ตนสามารถทำให้เธอได้แต่งงานกับลาภิณเร็วขึ้นแลกกับหุ้นครึ่งหนึ่งของบริษัท ปริมมองเหยียดๆบอกว่ามากไปมั้ง พิสัยทั้งขู่ทั้งหว่านล้อมว่า ถ้าเธอไม่รีบจับจองลาภิณเป็นเจ้าของเสียแต่ตอนนี้ก็น่าเสียดายโอกาส ถ้าลาภิณมีผู้หญิงอื่นที่ทัดเทียมกับเธอเข้ามาเสียก่อน

เห็นปริมนิ่งคิด พิสัยยิ้มกวนๆถามอย่างถือไพ่เหนือกว่าว่า “ว่าไงล่ะ คุณจะร่วมมือกับผมรึเปล่า”

ooooooo

เจ ติยากลับมาทำงานแต่งศพอย่างมีความสุขกับงาน ที่นี่เธอได้เจอกับณุที่เป็นลูกน้องคนสนิทของนายโชค เอาศพลูกน้องมาทำ แต่เลียบเคียงถามเรื่องใครฆ่านายโชคก็ไม่ได้ความอะไร รู้แต่เพียงว่านายโชคมีศัตรูอยู่สองกลุ่มเท่านั้น

จนคืนต่อมา นายโชคก็มาบอกเบาะแสเธอว่า “ถึง ฉันจะไม่เห็นหน้าคนแทงฉัน แต่ฉันแน่ใจว่าไม่ใช่พวกศัตรูฉันหรอก เพราะแถวนั้นเป็นถิ่นฉัน ใครแปลกหน้าผ่านมาฉันต้องรู้ คนที่ฆ่าฉันก็คือคนที่อยู่ในร้านนั่นแหละ”

“หรือจะเป็นพวกลูกน้องนายเอง”

“ไม่มีทาง ลูกน้องฉัน รักฉันทุกคน ไม่มีวันหักหลังฉันเด็ดขาด” นายโชคมั่นใจมาก แต่จู่ๆนายโชคก็ตัดบทว่า “วันนี้เธอคงช่วยอะไรฉันไม่ได้แล้วล่ะ ไปช่วยเจ้านายเธอก่อนที่จะโดนรุมตีตายเถอะ” พูดแล้วนายโชคหายไปทันที “เดี๋ยวสิ มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน” แต่ทุกอย่างเงียบสนิท เธอบ่น “ทีไม่ อยากให้มาจะมา อยากให้อยู่จะไป ผีนี่เอาใจยากจริงๆวุ้ย” พลันก็ฉุกคิดคำเตือนของนายโชค นึกห่วงลาภิณขึ้นมา รีบวิ่งออกไปตามหา

เจติยาวิ่งไปเจอลาภิณกำลังถูกย้งกับปองสวมหมวก ไอ้โม่งรุมชกต่อยอยู่ข้างรถเขา เธอกับ รปภ.รีบวิ่งเข้าไปช่วย ย้งกับปองเห็นท่าไม่ดีรีบดึงกระเป๋าสตางค์ของลาภิณหนีไป ทำทีว่าชิงทรัพย์

ลาภิณถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ปริมรู้ว่าใครทำ เธอ โทร.ไปต่อว่าพิสัยที่บอกว่าจะช่วยตนแต่กลับส่งคนไปซ้อมลาภิณจนสะบักสะบอม

“โอเค ผมยอมรับก็ได้ แต่ที่ผมทำไปก็เพราะอยากจะช่วยคุณ คุณควรอาศัยโอกาสนี้เร่งทำคะแนน คนอย่างต้นใช้ไม้แข็งไม่ได้ผลหรอก แต่ถ้าเจออ่อนๆหวานๆเข้าเป็นเสร็จ เชื่อผมสิ มึนตึงกันมาพักใหญ่แล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าผมไม่ทำแบบนี้แล้วพวกคุณจะหาจังหวะคืนดีกันได้ยังไง”

ปริมยอมรับเหตุผลของพิสัย คิดหนักว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

ทั้งขู่ทั้งหว่านล้อมปริมแล้ว พิสัยไปพบย้งกับปองที่คอนโดฯ เขาให้ทั้งสองแบ่งเงินในกระเป๋าของลาภิณกัน คนละครึ่ง ส่วนตัวเขาให้สร้อยทองเส้นโตคนละเส้น บอกให้รีบกลับไปทำงานต่อ เพราะตั้งแต่ลาภิณจับได้ว่าตนมีนอกมีในก็อดอยากปากแห้งกันมานาน

ooooooo

เจติยาพาลาภิณไปโรงพยาบาล เขาขอบใจเธอที่ช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นตนคงเจ็บกว่านี้เยอะ บอกเธอว่าตนเริ่มหายสงสัยแล้วว่าทำไมคุณพ่อถึงยกหุ้นให้เธอ เชื่อว่าที่คุณพ่อยกหุ้นให้เพราะอยากให้เธอช่วยเหลือตนกับนิราลัยมากกว่า

ชูจิตกับปริมเปิดประตูเข้ามา เห็นเจติยาอยู่กับลาภิณก็ชะงัก ชูจิตหน้าตึงถามว่าเธอมาทำอะไร ลาภิณบอกว่าเธอเป็นคนช่วยตนไว้

“เธอมีอะไรอีกรึเปล่า ถ้าไม่มีก็กลับไปได้แล้ว” ชูจิตไล่ตรงๆ เจติยาจึงไหว้ลา ชูจิตทำเมินไม่รับไหว้ แต่ปริมกลับขอบใจเธอที่ช่วยลาภิณไว้ เธอพูดจนทุกคนอึ้งว่า

“ฉันถือว่าฉันเป็นหนี้บุญคุณเธอไม่น้อยไปกว่าคุณต้น ไว้ฉันจะหาทางตอบแทนน้ำใจของเธอก็แล้วกัน”

เมื่อเจติยาเดินออกไปแล้ว ปริมหันมายิ้มหวานเอาใจลาภิณถามว่าเจ็บมากไหม เขาตอบทีเล่นทีจริงว่าไกลหัวใจเยอะ แต่ตาอดชำเลืองไปทางเจติยาที่กำลังเดินออกไปไม่ได้

“คุณปริมกินอะไรเข้าไปเนี่ย น่าตกใจยิ่งกว่าผีหลอกเสียอีก” เจติยางึมงำงงๆกับท่าทีของปริม พลันก็ชะงักเมื่อเห็นณุลูกน้องของนายโชคเข็นรถพาแฟนสาวเข้ามาด้วยท่าทางเอาอกเอาใจมาก

ได้ยินทั้งคู่คุยกันว่า แฟนณุอาหารเป็นพิษ เธอไม่อยากนอนโรงพยาบาล แต่ณุอยากให้นอนคุยอวดว่าเงินแค่นี้จิ๊บๆ ตนจ่ายเองไม่ต้องห่วง

เจติยานึกเอะใจว่าลูกพี่เพิ่งตายไม่ประหยัดเงินบ้างรึไง? เลยให้นิษฐาไปสืบอีกทีว่านายโชคตายไปใครได้ผลประโยชน์มากที่สุด นิษฐาถามแขวะว่าดิ้นรนหาหลักฐานเพื่ออะไร

“เพื่อความสบายใจ ว่าจะไม่มีใครมาตามเล่นงานเจ้านทีต่อจากนายโชคอีก แกมีคนรู้จักที่อยู่ในชุมชนเดียวกับนายโชคไม่ใช่เหรอ ขอให้เขาพาฉันไปที่บ้านนายโชคหน่อยสิ”

“เออๆ ฉันจะลองถามเขาให้ละกัน แต่ไม่รับปากนะว่าจะสำเร็จ” นิษฐารับคำอย่างไม่เห็นด้วยนัก

ขณะนั้นเอง พิทยาหรือพีทก็ขับรถสปอร์ตคันหรูมีกุลธิดานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถโฉบเข้ามาจอด นิษฐาเหล่มองพิทยาอย่างจับสังเกต เมื่อทั้งสองลงจากรถมาหา นิษฐาเอาสร้อยเส้นเล็กๆจากกระเป๋าให้กุลธิดาบอกว่าช่างที่ร้านทองพ่อซ่อมตะขอให้แล้วไม่คิดตังค์

“จะไปรึยังครับเอียด จะได้เวลาเรียนแล้วนะ” พิทยาเดินมาถาม กุลธิดาบอกเพื่อนว่าไปก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน

พอทั้งสองขึ้นรถไป เจติยาชมว่า “ตัวจริงพี่พีทเขาดูติดดินดีเนอะ” พูดแล้วเห็นนิษฐาหน้าเครียดๆ ถามว่าเครียดอะไรหรือ นิษฐารู้สึกตัวตัดบทว่า ไปเรียนก่อนนะ แล้วเดินเลี่ยงไปเลย เจติยามองตามนิษฐาไปอย่างสงสัยท่าทีแปลกๆของเธอ

ooooooo

ระหว่างมาเฝ้าลาภิณที่โรงพยาบาล ปริมกลายเป็นคนดีอย่างไม่น่าเชื่อ เธอขอโทษลาภิณถ้าที่ผ่านมาทำอะไรเกินไป บอกเขาว่าจะปรับปรุงตัวเอง ส่วนลาภิณก็ขอโทษเธอที่ตนไม่ค่อยมีเวลาให้เพราะโหมงานหนักจนไม่ค่อยคิดถึงจิตใจเธอ

ท่าทีที่อ่อนลงของลาภิณ ทำให้ปริมยิ่งเชื่อพิสัยที่บอกว่าคนอย่างเขาใช้ไม้แข็งไม่ได้ เจอไม้อ่อนหวานๆ เดี๋ยวก็เสร็จ

เวลาเดียวกัน พิสัยก็เร่งสั่งของหาเงินอย่างเร่งด่วนจนถูกชูจิตถามว่าตกลงจะไม่ยอมเลิกกินนอกกินในแน่ใช่ไหม แต่พอพิสัยอ้อนว่าตนไม่ได้ทุจริตสั่งของทุกอย่างมาตามความจำเป็นของงานทั้งนั้น แค่นี้ชูจิตก็เชื่อแล้ว พิสัยจึงอ้อนต่อ

“พี่กับพี่สารัชมีบุญคุณท่วมหัวผม ใจจริงผมไม่เคยคิดจะทุจริตเลย แต่ทุกวันนี้ผมก็ไม่ต่างจากลูกจ้างคนนึง ผมก็เลยอยากมีกิจการของตัวเองบ้าง พอมีปัญหาขึ้นมาผมก็ขายทิ้งให้คนอื่นไปแล้ว พี่ไม่เชื่อจะให้ผมไปสาบานที่ไหนก็ได้”

“ไม่ต้องถึงขั้นสาบานหรอก เมื่อเธอยืนยันหนักแน่นขนาดนี้ พี่ก็เชื่อเธอ ต่อไปก็เลิกคิดน้อยอกน้อยใจที่ไม่ได้อะไรจากพี่สารัชได้แล้ว เพราะเธอจะได้จากพี่อย่างแน่นอน” พิสัยรีบขอบคุณ “ถ้าขาดเหลืออะไรก็มาบอกพี่ได้ ยังไงเธอ ก็เป็นน้องชายแท้ๆของพี่ พี่ต้องช่วยเหลือเธออยู่แล้วพิสัย”

พิสัยยกมือไหว้อย่างซึ้งใจสุดๆ “ผมก็มีแต่พี่จิตคนเดียวนี่ล่ะครับ ถ้าไม่มีพี่สักคน ก็คงไม่มีใครต้องการผม”

หลังจากนั้นไม่นาน พิสัยเดินออกจากห้องทำงานของชูจิต ยกโทรศัพท์โทร.ออกอย่างกระหยิ่มทันที...

“เฮ้ย...ทางสะดวกแล้ว เอาของมาส่งได้เลย เคลียร์เงินให้จบภายในวันนี้ก่อนไอ้ตัวมารจะกลับมา”

ooooooo

เจติยากับนิษฐาไปหาครูหวาน ครูของนายโชค จึงรู้ประวัตินายโชคอย่างละเอียด สำคัญที่สุดคือ ครูเอียดบอกว่าแม้นายโชคจะทำไม่ดีในด้านอื่นๆ แต่เขาเป็นกำลังสำคัญในการต่อต้านยาเสพติดในชุมชน เขาเกลียดพวกติดยามากเพราะพ่อแม่เขาตายเพราะยานรกนี้

ระหว่างไปดูในบ้านนายโชคมีขี้ยาคนหนึ่งจะมาทำร้ายเจติยา วิญญาณโชคมาช่วยไว้ทำให้เธอปลอดภัย

ส่วนนิษฐาก็มีผลพลอยได้ เธอเห็นพิทยาขับรถหรูเข้ามาในชุมชนจึงสะกดรอยตามไปดู เห็นณุเอาห่ออะไรเล็กๆ มาส่งให้ และพิทยาก็ส่งเงินให้ปึกหนึ่ง นิษฐาเอาโทรศัพท์ถ่ายรูปไว้หมด เธอบอกกับตัวเองว่า “ได้เรื่องแล้ว!”

กลับถึงบ้าน เจติยาอาบนํ้าเสร็จมายืนหวีผมหน้ากระจก หวีไปพูดไปว่า

“ขอบคุณนายโชคมากเลยนะ ถ้านายไม่ช่วยฉันไว้ ป่านนี้ฉันคงได้ล่องลอยเป็นเพื่อนนายไปแล้ว”

“ถ้าฉันไม่ช่วยเธอ แล้วใครจะบอกความจริงให้ฉันรู้ล่ะ ว่าใครเป็นคนฆ่าฉันตาย” วิญญาณนายโชคบอกเจติยาด้วยสีหน้าเคียดแค้น

เจติยามีข้อสงสัยสองอย่างถามนายโชค คือ “นายไม่ได้ขัดผลประโยชน์เรื่องยาเสพติดจนถูกฆ่าแน่นะ”

“ก็อย่างที่ครูหวานบอกน่ะแหละ เรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยว เคยมีแก๊งใหญ่มาทาบทามให้ฉันเป็นเอเย่นต์หลายครั้ง แต่ฉันไม่เอาด้วย พวกมันไม่อยากทับเส้นฉัน ก็เลยไปที่อื่นหมดแล้ว”

“งั้นข้อสอง หลังจากนายตายแล้ว ไอ้กิจการผิดกฎหมายทั้งหมดของนาย ใครเป็นคนดูแลต่อ”

“ไอ้ณุ มันเป็นมือขวาของฉัน แล้วฉันก็รักมันเหมือนน้องแท้ๆ ไม่มีใครเหมาะเท่ามันหรอก”

ooooooo

เมื่อลาภิณกลับมารู้ว่าช่วงที่เขาไม่อยู่วันเดียวพิสัยก็สั่งของลอตใหญ่เข้ามา เขาบ่นกับชูจิต เมื่อแม่ออกรับแทนน้องชายว่าเป็นของจำเป็นทั้งนั้น ให้ตรวจสอบดูก็ได้ และก่อนสั่งของพิสัยก็มาบอกตนก่อนด้วยไม่มีอะไรหรอก

“ถึงมีคุณแม่ก็ออกรับแทนอยู่ดีล่ะครับ ก็อย่าให้มันเกินจะรับได้ก็แล้วกันนะครับ”

“ต้น...แม่ก็รักบริษัทนี้ไม่แพ้ต้นหรอกนะ” ชูจิตเสียงเคืองๆ ลาภิณลุกจากโต๊ะอาหารบอกแม่ว่าตนไม่ทานแล้ว

เมื่อไปทำงาน ชูจิตสั่งตุ้มด้วยโทรศัพท์ภายในให้เอาน้ำมาให้ตนจะทานยา ครู่เดียวเจติยาเอาน้ำเข้ามา ชูจิตมองอย่างรังเกียจถามว่าตุ้มไปไหน เจติยาบอกว่าตุ้มเอาเอกสารไปให้ฝ่ายบุคคล เจอกันที่หน้าลิฟต์เลยฝากตนมาให้แทน

ชูจิตแสดงความรังเกียจอย่างมาก สั่งให้เอาน้ำกลับไปเสียตนกินไม่ลง ทำงานอยู่กับศพมีแต่เชื้อโรค เกิดตนเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ สั่งให้บอกตุ้มรินน้ำมาให้ใหม่

เมื่อมาเล่าให้ลุงทวีฟัง ลุงปลอบใจว่าอย่าโกรธคุณชูจิตเลย คงอารมณ์หวงลูกกำเริบอีกนั่นแหละเลยพาลมาลงที่เธอ

“เซ็งจังเลย ทำไมทุกคนต้องมาลงที่เจด้วยก็ไม่รู้ ทั้งเรื่องคุณสารัช เรื่องคุณลาภิณ หนูไม่เคยรู้เรื่องอะไรด้วยเลย แต่กลายเป็นว่าหนูซวยอยู่คนเดียว” เจติยาบ่นเซ็งๆ

ฝ่ายนิษฐาเมื่อจับได้ว่าพิทยาอัพยาก็เล่าให้กุลธิดาฟัง เพื่อนไม่เชื่อ โต้เถียงจนเกือบทะเลาะกัน เจติยาถามว่านิษฐามีหลักฐานอะไรหรือเปล่า นิษฐาจึงเอารูปถ่ายให้ดู บอกว่าถึงมันจะไม่ชัดว่าห่อเล็กๆเป็นอะไร แต่จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากส่งยาและส่งเงินให้กัน

ดูรูปแล้ว กุลธิดาบอกนิษฐาว่าจะไปคุยกับพิทยาให้รู้เรื่อง แต่ยังไงตนก็ไม่เชื่อว่าพิทยาจะทำเรื่องแบบนั้น

ooooooo

ณุกำลังผยองกับการค้ายาได้เงินใช้อู้ฟู่ บอกลูกน้องว่าไม่ต้องห่วง ถึงพี่โชคไม่อยู่ตนจะดูแลทุกคนแทนพี่โชคเอง ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไปตามเดิม

แต่...จุดจบของนักค้ายา ถ้าไม่ตายก็ติดคุก ณุค้ายาอยู่ ไม่นานก็ถูกนวัชวางแผนล่อซื้อจับได้คาหนังคาเขา แต่ณุ ก็ยังปากแข็ง

“อาจจะมีข้อหาฆ่าคนตายพ่วงด้วยอีกกระทงก็ได้นะ” เจติยาเปรยๆ ณุด่าว่าปากพล่อย ล้างศพมากจนเพี้ยนไปแล้ว “ต้องการหลักฐานใช่ไหม ตอนนี้ตำรวจกำลังค้นบ้านนายอยู่ เดี๋ยวคงเจออะไรมั่งหรอก” เจติยาปราม

พอตำรวจพาณุออกไป วิญญาณนายโชคก็มาบีบคอ เจติยาหาว่าใส่ร้ายลูกน้องตน คิดจะใช้ณุเป็นแพะฆ่าตนเพื่อตัวเองจะได้พ้นงานบอกความจริงใช่ไหม

นายโชคบีบคอเจติยาจนหายใจไม่ออก เธอดิ้นพยายามเอามือนายโชคออกจากคอ พอดีหมวดนวัชเข้ามา เร่งให้ไปกันได้แล้ว นายโชคจึงปล่อยมือหายไป เจติยาอายนวัชที่มาเห็นตนโวยวายอยู่คนเดียว แต่ก็รีบตามเขาไปอย่างหวาดกลัว

ไปถึงโรงพักนายณุปฏิเสธทุกข้อหา แต่แล้วก็จนมุม เมื่อตำรวจไปค้นบ้านเจอมีดที่เขาใช้แทงนายโชคตาย เพราะณุต้องการหารายได้มหาศาลจากการค้ายา แต่นายโชคไม่เห็นด้วยและขวางสุดตัว ทั้งยังกระหนาบว่า

“เรื่องอะไรข้าก็ทำได้ทั้งนั้น แต่เรื่องยาข้าไม่เอาด้วยหรอก เอ็งอย่าพูดเรื่องนี้ให้ข้าได้ยินอีกเด็ดขาดเข้าใจไหม”

“ครับพี่” ณุรับคำจ๋อยๆ แต่ใจไม่ยอม ยังอยากได้ผลประโยชน์ก้อนโตที่ล่อใจอยู่...

เหตุนี้เอง ณุจึงฉวยโอกาสที่นายโชคถูกนักเลงกลุ่มอื่นเล่นงาน แทงนายโชคจากข้างหลังทะลุอกจนตาย!

ooooooo

ณุตกใจกลัวเหงื่อแตกพลั่กเมื่อถูกเจติยาแฉมาราวกับตาเห็น เจติยายังพูดแทงใจดำว่า

“นายอาจจะอิจฉาโชคมานานแล้วก็ได้ พอมีเรื่องยาเสพติดเข้ามาก็เลยถือโอกาสฆ่านายโชคซะ จะได้ขึ้นแทนนายโชคแล้วก็ได้ค้ายาอย่างที่นายต้องการด้วย ฉันพูดถูกไหม”

ณุด่า “อีปากเสีย” แล้วจะเข้าทำร้ายเจติยาดีแต่ หมวดนวัชล็อกตัวไว้ทัน เจติยาผวาเล็กน้อยเมื่อมองไปข้างหลังณุเห็นวิญญาณนายโชคจ้องณุราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอสังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่องต่อไปแน่ๆ

จริงอย่างที่เธอสังหรณ์ใจ เพราะเมื่อเอาณุเข้าห้องขัง เขาก็ถูกวิญญาณนายโชคที่น้ำเหลืองไหลเยิ้มขี่คอจนณุคันคะเยอไปทั้งตัว แต่พอณุแหงนมองอีกทีก็ไม่เห็นนายโชคแล้ว กลับเห็นนายโชคลากมีดที่ตนใช้แทงเขาตายกรีดลูกกรงมาแกรก...แกรก...

ณุสติแตกตะโกนขอความช่วยเหลือ เขย่าลูกกรงอย่างบ้าคลั่ง เจติยาจะมาช่วยก็ถูกนายโชคตะคอก

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ หน้าที่ของเธอหมดแล้ว ที่เหลือเป็นความแค้นของฉันกับไอ้ณุที่ต้องสะสางกัน”

เจติยาย้อนถามนายโชคว่าทำไมไม่คิดบ้างว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาถูกหักหลังมาจากตัวเขาเอง ถึงเขาจะเลี้ยงลูกน้องดีก็จริงแต่เป็นเงินสกปรกที่ได้มาจากความเดือดร้อนของคนอื่น และยิ่งเขาคิดจะแก้แค้นก็ยิ่งเป็นบาปติดตัวเขาให้ต้องเจอกับการทรยศหักหลังซ้ำไปซ้ำมา

คำเตือนสติของเจติยาทำให้นายโชคได้คิด พอดีตำรวจมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น นายโชคจึงหายตัวไป เจติยาบอกตำรวจว่าผู้ต้องหาสงบแล้ว ตำรวจมองไปเห็นณุยังพนมมือตัวสั่นซุกอยู่มุมห้อง เจติยามองณุอย่างเวทนาก่อนเดินไป

กลับถึงห้องนอนคืนนี้ เจติยาเห็นเหรียญที่สองติดอยู่บนปากยักษ์ที่ฝากล่องรากบุญ วิญญาณนายโชคบอกว่าอีกเพียงเหรียญเดียวก็ขอพรได้อีกข้อหนึ่งแล้ว

เจติยาถามว่าทำไมเขายังไม่ไปที่ของตัวเองอีก นายโชคบอกว่ามาขอบคุณเธอที่บอกความจริงให้ตนและทุกคนรู้ ถามว่าคราวนี้เธอจะขอพรอะไร

“ฉันไม่ขออะไรทั้งนั้น” นายโชคถามว่าทำไม “ฉันก็แค่ไม่อยากเป็นทาสของมัน ที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อแลกกับพร ก็เท่านั้นเอง”

นายโชคถามว่าเคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมตนจึงมีพลังมากมายทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง เจติยาบอกว่าน้องอ้อยก็เหมือนกัน ถามว่าเขาต้องการบอกอะไรตน นายโชคชี้ไปที่กล่องรากบุญว่า

“ฉันมีพลังมหาศาลได้ก็เพราะกล่องรากบุญ เชื่อฉันเถอะ กล่องใบนี้มันต้องการให้เธอช่วยเหลือวิญญาณ แลกกับพรวิเศษแบบนี้ไปเรื่อยๆ เธออย่าเลิกขอพรจากมันเด็ดขาด เพราะมันจะเป็นอันตรายกับตัวเธอเอง”

“ทำไมล่ะ กล่องมันทำแบบนี้ทำไม”

“กล่องให้ฉันพูดได้แค่นี้แหละ ลาก่อน...มันถึงเวลาของฉันแล้ว...” วิญญาณนายโชคเลือนหายไป แต่เจติยากลับเครียด ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ เธอมองกล่องรากบุญอีกครั้งอย่างสงสัยไม่หาย...

ooooooo

แล้ววันนี้เจติยาก็ต้องพบกับความเศร้าเสียใจอย่างหนัก เมื่อมีศพเข้ามาในห้องตกแต่งเป็นศพของกุลธิดาหรือเอียด เธอโผเข้ากอดศพร้องไห้พร่ำถามศพเพื่อนว่าเกิดอะไรขึ้น...เกิดอะไรขึ้น...

“บอกความจริง” ศพกุลธิดาหันมาบอก เจติยาพยักหน้าน้ำตาอาบแก้ม ขณะเธอเดินเหม่อลอยออกมานั้น เจอลาภิณมาบอกว่าตนรู้เรื่องเพื่อนของเธอแล้ว เขาแสดงความเสียใจด้วย และอนุญาตให้เธอลางานได้ สบายใจเมื่อไหร่ค่อยมาทำงาน

ขณะนั้นเอง นิษฐาวิ่งร้องไห้น้ำตานองหน้าเข้ามากอดเพื่อนถามว่า

“มันเป็นไปได้ยังไง เอียดตายได้ยังไง เป็นเพราะฉันหรือเปล่า เพราะฉันบอกเรื่องนั้นกับเอียดใช่ไหม”

“มันไม่เกี่ยวกับแกหรอกฐา...” ปลอบเพื่อนแล้วจิกตาอย่างหมายมาดว่า “ฉันจะต้องลากตัวคนฆ่าเอียดมารับผิดชอบให้ได้” พูดแล้วก็กอดกันร้องไห้

ลาภิณเห็นความแน่วแน่จริงจังของเจติยาแล้วก็อดนึกห่วงความปลอดภัยของเธอไม่ได้

ooooooo

พิทยาหรือพีทดาราขวัญใจวัยรุ่น ถูกนักข่าวรุมถามเรื่องการตายของกุลธิดาว่า เป็นแฟนกันหรือเปล่า? ก่อนตายเห็นว่าทะเลาะกันรุนแรงใช่ไหม? ตำรวจสันนิษฐานว่าฆ่าตัวตาย พีทเห็นว่ายังไงครับ?

พิทยาได้รับการปกป้องช่วยแก้ต่างจากชัยยุทธผู้จัดการส่วนตัวของเขา นอกจากจะคอยกันนักข่าวแล้วยังวางแผนให้พิทยาให้การตำรวจตามที่นัดแนะกัน แล้วให้พิทยาซ้อมพูดตามแผน พิทยาซ้อมพูดให้ฟังว่า...

“ผมจะบอกว่า ผมกับเอียดเป็นแฟนกัน วันที่เกิดเรื่อง เอียดเขาหึงผมมาก เราเลยทะเลาะกันที่ระเบียงทางเดิน ผมโมโหเลยเดินหนีเข้าห้องไป ส่วนเอียดอยู่ข้างนอกไม่ได้ตามเข้ามา ผมก็นึกว่าเธองอนกลับบ้านไปแล้ว เพิ่งมารู้จากข่าวตอนเช้าว่าเอียด...” พิทยาหยุด กลั้นความรู้สึก น้ำตาคลอเบ้า “เอียด...กระโดดจากระเบียง ตกลงไปตาย...”

“แถลงข่าวให้ได้แบบนี้นะ” ชัยยุทธตบบ่าพิทยาอย่างพอใจ แล้วก็มองตามพิทยาที่วิ่งเข้าห้องไปอย่างหนักใจ...

ที่สนามหน้าบริษัทนิราลัย เจติยา นิษฐาในชุดดำไว้ทุกข์ และหมวดนวัชในชุดเครื่องแบบ เดินคุยกัน นิษฐาเชื่อว่ากุลธิดาไม่มีวันฆ่าตัวตายเพราะผู้ชายคนเดียวนวัชติงว่าจากการชันสูตรไม่พบร่องรอยการต่อสู้และจุดที่พบศพก็ตรงตามที่พิทยาบอกทุกอย่าง ไม่น่าจะเป็นอย่างอื่นไปได้

“ผลชันสูตรมันก็ไม่ใช่ความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอไปหรอกค่ะพี่หมวด ถึงยังไงเจก็มั่นใจว่าเอียดถูกฆาตกรรม อยู่แต่ว่าใครจะเป็นคนทำเท่านั้นแหละ” เจติยา พูดอย่างมั่นใจ

ครู่หนึ่งนวัชชวนไปหาอะไรทานกันก่อนดีไหมเพราะยังเหลือเวลาอีกนาน เจติยาขอตัวเพราะเป็นเวลางานและตนต้องดูความเรียบร้อยของงานก่อน นิษฐากับนวัชจึงไปกันสองคน

เจติยาไปตรวจห้องจัดงานสวดศพซึ่งจัดเป็นแบบ สวนป่าอย่างที่กุลธิดาชอบ ระหว่างนั้นเธอเห็นชายใส่แว่นดำมายืนด้อมๆมองๆ จำได้ว่าเป็นพิทยา เธอเดินเข้าไปหา พิทยารู้ตัวเดินหนีไปอย่างเร็ว เจติยาไล่ตามไปชนเข้ากับลาภิณทำให้เสียจังหวะตามพิทยาไปไม่ทัน

เธอบอกลาภิณอย่างมั่นใจว่า กุลธิดาไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่พอเขาถามว่าทำไมเธอรู้ เธอเกือบพลั้งปากบอกเรื่องที่ศพกุลธิดาขอให้เธอช่วยบอกความจริง ดีแต่ยั้งปากไว้ทัน ลาภิณเห็นเธออึกอักถามว่ามีอะไรปิดบังตนอยู่หรือเปล่าแต่ก็ไม่คาดคั้นให้เธอลำบากใจ

ooooooo

ที่โถงบ้านนวัช เช้านี้ทั้งตัวเขา นิษฐา และเจติยายังช่วยกันหาข้อมูลวิเคราะห์การเสียชีวิตของกุลธิดา เมื่ออ่านหนังสือพิมพ์ที่รายงานทรัพย์สินของผู้ตาย เจติยาฉุกคิดขึ้นได้ว่า กุลธิดามีสร้อยข้อมือเส้นหนึ่งที่เป็นของแม่ เธอรักมากและใส่ติดตัวตลอดเวลา ถามกันว่าไม่เห็นข่าวพูดถึง

เจติยาให้หมวดนวัชช่วยเช็กดูว่าหนังสือพิมพ์ลงถูกต้องหรือเปล่า และให้นิษฐาไปถามคุณพ่อกุลธิดาดูว่าสร้อยเส้นนี้อยู่ที่บ้านหรือเปล่า นวัชติงว่าบางทีสร้อยอาจตกอยู่ในที่เกิดเหตุก็ได้

แล้วก็มีเรื่องอัศจรรย์เกิดขึ้น เมื่อเจติยางีบหลับกลางวันฝันว่า กุลธิดามาหาในสภาพเลือดไหลออกมาตั้งแต่ศีรษะ จมูก หู เหมือนเธอถูกอัดกระแทกมาอย่างแรง เธอไม่พูดแต่ทำภาษากายห้ามอย่างเป็นห่วง

เจติยาสะดุ้งตื่นจากฝันเมื่อได้ยินเสียงเอะอะของโอ้เอ้ที่ตกใจกระโดดขี่หลังลุงทวีเพราะเห็นเธอยกมือปัดป้องวุ่นวาย เธอจึงเล่าความฝันว่ากุลธิดามาหามีเลือดเต็มไปหมด ไม่ยอมพูดอะไรแต่พออ้าปากก็มีสร้อยข้อมืออยู่ในนั้น ลุงทวีบอกว่ากุลธิดาคงจะบอกอะไรสักอย่าง ให้เธอลองไปคิดทบทวนความฝันดูดีๆอีกที

ooooooo

กลับบ้านคืนนี้ เจติยาซื้อกวยจั๊บมาฝากนที แต่ปรากฏว่านทีไม่อยู่ เธอชักสีหน้าทันทีที่น้องผิดสัญญาอีกแล้ว

ความจริงคือ นทีถูกเพื่อนชวนไปเที่ยวผับ เขาไม่อยากเข้าเพราะอายุยังไม่ถึง ถูกเพื่อนคะยั้นคะยอเข้าไปจนได้ที่ผับเดียวกันนี้เอง ลาภิณถูกปริมอ้อนให้มาเพราะเป็นวันเปิดผับของเพื่อน เขาเห็นนทีจำได้ว่าเป็นน้องเจติยา เขามองอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นนทีลุกเดินไปหลังผับ เขาลุกตามไปทันที

นทีเดินเซ็งๆมาหลังผับ เห็นหนุ่มคนหนึ่งกำลังฉุดแป้งจะพาตัวออกไปให้ได้ นทีตกใจแกล้งปัดจานกองโตตก ทำให้หนุ่มคนนั้นปล่อยแป้ง หันมาเอาเรื่องหาว่านทีหาเรื่อง จังหวะนั้นเองแป้งวิ่งมาแอบหลังนที เขาบอกให้แป้งหนีไป แต่นทีเองถูกหนุ่มคนนั้นต่อยหน้า โชคดีที่แป้งตะโกนขอความช่วยเหลือ พวกนั้นเลยหนีไป

ลาภิณเข้าประคองนทีที่ถูกต่อยจนจุก พาเขากลับมาส่งบ้าน พอเจติยาเห็นหน้าน้องเท่านั้นก็ตรงเข้าตำหนิดุด่าลากตัวเข้าบ้าน ลาภิณชี้แจงว่านทีทำความดีมา ช่วยแป้งให้พ้นจากการถูกฉุดไปทำปู้ยี่ปู้ยำ แต่เจติยามีอคติกับน้อง ฟังไม่เข้าหู เอาแต่ดุด่า จนแม้กระทั่งนิษฐาพาแป้งมาขอบคุณนทีที่บ้านและเล่าความจริงให้ฟัง เธอก็ยังฟาดงวงฟาดงาใส่น้อง

สุดท้ายทุกคนล่าถอยไปอย่างอ่อนใจ แม้แต่มยุรีก็ไม่สบายใจสงสารนที เตือนเธอว่าให้มองน้องในแง่ดีบ้าง อย่ากดดันน้องจนเกินไปนัก

“อ๋อ...นี่ตกลงที่ไอ้ทีโดดเรียนเป็นเพราะเจ ติดพนันบอลเพราะเจ แอบเที่ยวกลางคืนเพราะเจ มันเลวเพราะเจ ตัวมันสุดวิเศษไม่ผิดเลยยังงั้นเหรอคะ” เธอหันไปต่อว่าแม่

“แม่ขี้เกียจพูดกับแกแล้ว” มยุรีพูดอย่างอ่อนใจแล้วเดินเข้าห้องนอนไปเลย

ooooooo

นทีเดินเซ็งๆมาหลังผับ เห็นหนุ่มคนหนึ่งกำลังฉุดแป้งจะพาตัวออกไปให้ได้ นทีตกใจแกล้งปัดจานกองโตตก ทำให้หนุ่มคนนั้นปล่อยแป้ง หันมาเอาเรื่องหาว่านทีหาเรื่อง จังหวะนั้นเองแป้งวิ่งมาแอบหลังนที เขาบอกให้แป้งหนีไป แต่นทีเองถูกหนุ่มคนนั้นต่อยหน้า โชคดีที่แป้งตะโกนขอความช่วยเหลือพวกนั้นเลยหนีไป

ลาภิณเข้าประคองนทีที่ถูกต่อยจนจุก พาเขากลับมาส่งบ้าน พอเจติยาเห็นหน้าน้องเท่านั้นก็ตรงเข้าตำหนิดุด่าลากตัวเข้าบ้าน ลาภิณชี้แจงว่านทีทำความดีมา ช่วยแป้งให้พ้นจากการถูกฉุดไปทำปู้ยี่ปู้ยำ แต่เจติยามีอคติกับน้อง ฟังไม่เข้าหู เอาแต่ดุด่า จนแม้กระทั่งนิษฐาพาแป้งมาขอบคุณนทีที่บ้านและเล่าความจริงให้ฟัง เธอก็ยังฟาดงวงฟาดงาใส่น้อง

สุดท้ายทุกคนล่าถอยไปอย่างอ่อนใจแม้แต่มยุรีก็ไม่สบายใจสงสารนที เตือนเธอว่าให้มองน้องในแง่ดีบ้าง อย่ากดดันน้องจนเกินไปนัก

“อ๋อ...นี่ตกลงที่ไอ้ทีโดดเรียนเป็นเพราะเจ ติดพนันบอลเพราะเจ แอบเที่ยวกลางคืนเพราะเจ มันเลวเพราะเจ ตัวมันสุดวิเศษไม่ผิดเลยยังงั้นเหรอคะ” เธอหันไปต่อว่าแม่

“แม่ขี้เกียจพูดกับแกแล้ว” มยุรีพูดอย่างอ่อนใจแล้วเดินเข้าห้องนอนไปเลย

ooooooo

ลาภิณกลับถึงบ้านก็เจอปัญหาหนักใจ เมื่อปริมกลับมาฟ้องชูจิตว่าเขาทิ้งตน ไม่รู้หายไปไหนจนถูกเพื่อนล้อว่าแฟนถูกฉกไปแล้ว ลาภิณขอโทษบอกว่าตนมีธุระด่วนจริงๆ พยายามโทร.บอกเธอแล้วแต่เธอไม่รับสาย

“ก็เสียงเพลงมันดังขนาดนั้นปริมจะไปได้ยินเสียงโทรศัพท์ได้ยังไงคะ แล้วเรื่องจะโทร.ไม่โทร.มันเป็นปลายเหตุค่ะ ประเด็นมันอยู่ที่คุณต้นไม่เห็นความสำคัญของปริม...เราเลิกคบกันสักพักดีไหมคะ”

ชูจิตตกใจขอว่าอย่าให้ถึงขั้นนั้นเลย ถามลาภิณว่ามีธุระอะไรสำคัญก็บอก น้องเขาจะได้หายโกรธ แต่พอลาภิณบอกว่า ตนเจอน้องชายเจติยาถูกรุมทำร้ายเลยช่วยพาไปส่งบ้านเท่านั้น ปริมยิ่งโกรธหนักบอกว่า เขาเห็นเรื่องของลูกสาวแม่ค้านั่นสำคัญกว่าตนก็หมดเรื่องที่เราจะพูดกันแล้ว เธอไหว้ลาชูจิตบอกว่าคงไม่ได้เจอกันอีกนานหรืออาจจะไม่ได้เจอกันเลยก็ได้ แล้วเดินเชิดไปเลย

“ต้นตามไปง้อหนูปริมซิ” ชูจิตบอกเมื่อเห็นลาภิณนั่งนิ่ง

“ผมเหนื่อยครับแม่ ห่างๆกันสักพัก บางทีทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็ได้”

“ไม่ได้นะต้น! แม่ไม่มีวันยอมให้ต้นตัดสินใจผิดพลาด เพราะความหลงชั่ววูบเด็ดขาด” ว่าแล้วก็รีบลุกตามไปเรียกปริมให้มาคุยกันก่อน ลาภิณถอนใจบ่นอย่างรำคาญใจก่อนลุกไปเซ็งๆว่า

“ยัดเยียดให้ชอบกับเด็กนั่นกันเสียจริง...เดี๋ยวก็จีบประชดเสียเลย”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:46 น.