ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

รากบุญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เจติยาลุกไปกดออดเรียกหมวดนวัชกลางดึกคืนนี้เลย ขอให้ออกไปข้างนอกกับตนหน่อย พอบอกธุระให้ฟัง หมวดถามว่ารู้ได้ยังไง เธอปดว่าป้านิภามาเข้าฝัน เห็นเขามองอึ้งๆก็รีบชี้แจงว่า

“เจไม่ได้ อยากฝันเลยนะหมวด ป้าแกมาเข้าฝันให้เจช่วยเองบอกว่าแกไม่ได้ฆ่าตัวตาย ให้รีบไปที่ท่ารถจะเจอคนที่ฆ่าแก” หมวดถามว่าท่ารถไหน “เจก็ไม่รู้เหมือนกัน เราไปที่ท่ารถที่ใกล้ที่สุดก่อนแล้วกัน”

หมวดนวัชทำหน้างงๆเพราะ นอกจากไม่รู้ท่ารถไหนแล้วยังไม่รู้ด้วยว่าคนนั้นเป็นใครด้วย แต่พอเจติยาตัดบทว่าถ้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องไป หมวดก็รีบขึ้นมอเตอร์ไซค์สตาร์ตเครื่องทันที

เมื่อไปถึงท่ารถ ขณะเจติยากำลังงงๆอยู่นั่นเอง ป้านิภาก็มาบอกอยู่ข้างหลัง ชี้ตัวเมี่ยงสาวใช้ที่หอบห่อผ้าเตรียมขึ้นรถ พอเห็นเจติยา เมี่ยงตกใจจะวิ่งหนี ถูกหมวดดักจับไว้ ป้านิภาบอกอีกว่า “มันวางยาป้า”

เมี่ยง เถียงปากคอสั่นว่าตนไม่ได้ทำ เจติยาชี้ไปที่ห่อผ้าขอตรวจค้น เมี่ยงกอดไว้แน่น เธอกระชากถุงมาได้ ของในถุงหกกระจาย พบทองหยองเครื่องประดับของป้านิภาหลายชิ้น

ในที่สุด เจติยาก็จับตัวฆาตกรได้ด้วยการตามไปช่วยชี้ตัวของป้านิภา พอจับเมี่ยงได้ป้านิภาก็ค่อยๆเลื่อนหายไป เจติยาคอแห้งผากกับเหตุการณ์เหลือเชื่อที่เกิดขึ้น

ระหว่างเดินทาง กลับ หมวดกับเจติยาแวะทานก๋วยเตี๋ยวโต้รุ่งริมถนนใหญ่ ลาภิณไปปาร์ตี้กับปริมกลับมาเห็นพอดี เขาจอดรถลงไปก่อกวนว่า “ดึกป่านนี้ยังสวีตกันไม่เลิกอีกเหรอ พรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า เดี๋ยวก็เสียงานพอดี เนี่ยเหรอพนักงานดีเด่นของคุณพ่อ”

เจติยาสุดทน กับการหาเรื่องไม่เลิกของเขา สวนไปว่าบ้านตนอยู่ใกล้แค่นี้เดี๋ยวตนก็นอนได้แล้ว ถ้าเขาไปประชุมทันตนก็ไปทัน อดเหน็บไม่ได้ว่า

“ยังไม่ทันออกทุกข์ก็ ออกเที่ยวแล้วเหรอคะ เจว่านายเปลี่ยนเวลาเข้าทำงานใหม่ก็ดีนะคะ เป็นสัก 11 โมง เลิกงาน 3 ทุ่มจะได้เที่ยวต่อพอดีเลย”

“หวังว่าพรุ่งนี้เธอคงไม่เลทก็แล้วกัน ระวังตัวให้ดี ฉันจับตาดูเธออยู่” ลาภิณเดินกลับไปอย่างหัวเสีย

หมวดนวัชเตือนเธอว่าหาเรื่องใส่ตัวทำไม เขาเป็นเจ้านาย เดี๋ยวก็โดนไล่ออกหรอก

“ตอนนี้เขายังไม่กล้าไล่เจหรอกพี่หมวด เจออก เขานั่นแหละจะเดือดร้อน จะหาพนักงานที่ไหนอึดถึกอย่างเจได้”

“ยังไงเจก็ยังต้องพึ่งรายได้จากเขามารักษาแม่อยู่นะ รอให้ได้งานใหม่ก่อนเถอะค่อยไปงัดข้อกับเขา”

“ค่ะพี่หมวด” เธอรับคำหน้าจ๋อยๆอย่างเชื่อฟัง

แต่ พอกลับถึงห้องนอน เจติยาก็ตกใจ หวาดกลัว เมื่อเห็นกล่องรากบุญเคลื่อนไหวได้เอง เธอเดินกลัวๆ กล้าๆเข้าไปดู เห็นดาวโลหะสีดำวางอยู่ในปากยักษ์ เธอหยิบดาวมาดูเห็นมีเส้นสายลายโค้งไปมาไม่เป็นรูป

ไม่ใช่อักษร

ทันใด นั้น เหรียญที่เธอหยิบดู จู่ๆก็ลอยจากมือไปติดที่ฝากล่องด้านข้าง มีแสงสีทองสว่างวูบจากดาวโลหะสีดำ เห็นสิ่งมหัศจรรย์กับตาเช่นนี้ เจติยาทั้งตกใจ ทั้งกลัว ทั้งงง...

รุ่งเช้า เธอไปหาลุงทวีที่บ้านพัก เล่าทั้งเรื่องป้านิภาพาไปจับคนฆ่าแก และเรื่องมหัศจรรย์ของกล่องรากบุญให้ฟัง ลุงแกพูดด้วยสีหน้านิ่งขรึมว่า

“กล่องรากบุญ ได้เลือกเจ้าของใหม่แล้ว”

ooooooo

ลุง ทวีกับเจติยาไปนั่งคุยกันที่ร้านขายน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ ลุงทวีทบทวนให้ฟังว่า ที่ตนกับเจ้านายได้ยินคือ ช่วยฉันที ส่วนของเจติยาคือ บอกความจริง ย้ำกับเธอว่า

“ครั้งนี้กล่องบอกผ่านศพถึงงานที่เจต้อง ทำเพื่อแลกเปลี่ยนกับความปรารถนาของเจ” ถามว่า “เจยังไม่ได้ขออะไรจากกล่องใช่ไหม” เมื่อเธอบอกว่ายัง ลุงทวีพูดด้วยสีหน้าเป็นห่วงว่า

“ใครยอมรับงานที่มันเสนอไว้ ถือว่าทำสัญญาต่อกัน หากละเลยสัญญา เจ้าของกล่องต้องให้ค่าชีวิตแก่มัน นั่นหมายความว่าเจจะต้องตายก่อนเวลาจริง” ฟังแล้วชักกลัว เธอถามว่ามันจะทิ้งเจ้าของเองได้ไหม “มีเงื่อนไขข้อเดียวคือเจละเลยหาคำตอบตามคำขอจากศพครบหนึ่งเดือน ตอนนี้มันยังไม่ได้ผูกพัน ให้รับข้อเสนอนี้ เพราะเจยังไม่ได้ขออะไรจากกล่อง เจจะไม่สนใจแล้วใช้ชีวิตตามปกติไปก็ได้”

“แล้วถ้าเจทำคำขอของศพไม่สำเร็จล่ะค่ะ”

ลุง ทวีส่ายหน้าบอกว่า “หน้าที่ของลุงกับคุณสารัช คือช่วยเหลือคนที่ร้องขอให้พ้นทุกข์ ณ เวลาที่เขาขอ จะทำด้วยวิธีไหนไม่มีกำหนดแน่ชัดไว้ มันก็หมดพันธะกัน”

เจติยาบอกว่า กล่องบอกให้ตนทำงาน “บอกความจริง” ลุงทวีพยักหน้าว่างานน่าจะหยุดแค่บอกความจริง กล่องคงตัดสินเองว่าพอใจงานชิ้นนั้นไหม มันเป็นคำตัดสินที่ไม่มีการอุทธรณ์

“เจอ ยากให้แม่หายป่วยจากโรคไตวาย กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม งานบอกความจริงมันอาจจะยากมากสำหรับเจ แต่ถ้าแลกกับชีวิตแม่ เจก็ต้องทำให้ได้ค่ะ”

“ก่อนจะตกลงกับมันต้องคิดให้ดีเสียก่อนนะเจ เพราะความผูกพันนี้ยาวนานและสิ้นสุดลงด้วยชีวิตของเจเท่านั้น เจ้าของต้องส่งมันให้ผู้สืบทอดคนต่อไป ถึงจะหมดภาระผูกพัน ไม่งั้น คำสัญญายังคงอยู่ ถ้าเจไม่ยอมทำตามคำขอ พ้นหนึ่งเดือนเจจะต้องตาย มันเป็นเงื่อนไขมรณะ เจต้องคิดทบทวนให้ดีก่อนเข้าใจไหม”

ลุงทวีย้ำเตือนด้วยความเป็นห่วง เจติยาฟังแล้วคิด เครียด

ooooooo

ลาภิณกับพิสัย สองน้าหลาน ต่างชิงไหวชิงพริบเชือดเฉือนกันอย่างแหลมคม วันนี้ลาภิณจะไปทำงาน วันแรก แต่บอกชูจิตว่าอย่าบอกพิสัย

ฝ่าย พิสัย วันนี้สั่งเลขาให้ย้ายของของตนมาที่ห้องทำงานของสารัชซึ่งเป็นห้องทำงานของ ประธานบริษัท อ้างว่าห้องทำงานเก่าตนวิวดีน่าจะถูกใจลาภิณมากกว่า

“แต่ ผมอยากทำงานห้องคุณพ่อมากกว่า” ลาภิณพูดแทรกขึ้นแล้วเดินอาดๆเข้าไปในห้องทำงานของสารัช เลย พิสัยพูดออกตัวว่าไม่นึกว่าเขาจะมาทำงานเร็วขนาดนี้ ถูกลาภิณเหน็บกลับไปทันทีว่า “แค่มาเริ่มงานช้าไปชั่วโมงเดียว ผมเกือบเสียห้องทำงานนี้ไปแล้ว”

พิสัยพูดยิ้มๆ ว่าตนเห็นห้องทำงานนี้ยังไม่ได้ตกแต่งใหม่ให้ดูทันสมัยน่าอยู่เหมือนห้อง ทำงานตน คนหนุ่มอย่างเขาไม่น่าจะชอบจึงเสียสละยกห้องทำงานของตนให้

“แต่ห้องนี้เป็นห้องประธานบริษัท คนที่มานั่งทำงานต่อก็น่าจะเป็นประธานคนต่อไปมากกว่าไม่ใช่เหรอครับ”

“คุณ ต้นคิดไปนั่น” พิสัยหัวเราะกลบเกลื่อนชี้แจงว่า “มันแค่ห้องทำงาน คุณต้นเป็นลูกชายคนเดียวของพี่สารัชทุกคนก็รู้ ใครจะเป็นประธานคนใหม่ไปได้ถ้าไม่ใช่คุณต้น” แล้วตัดบทว่าตนพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขามีความสุขกับการทำงาน เมื่อชอบห้องนี้ก็ไม่เป็นไร อย่าเสียสมองกับเรื่องไร้สาระเลย แล้วขอตัว ไม่รบกวนเวลาทำงานของเขา

“อีก 5 นาที มีประชุมนะครับ ผมให้เลขาทำหนังสือ เวียนแล้ว หวังว่าทุกคนคงตรงเวลา” ลาภิณพูดตามหลัง

พิสัย หยุดกึก บอกว่าตนมีนัดกับลูกค้าวีไอพีไว้เสียด้วย คงต้องขาดประชุม ลาภิณตอบอย่างไม่ยี่หระว่าขาดเขาไปคน คงไม่เป็นไร เพราะงานในหน้าที่เรามันซ้ำซ้อนกันอยู่ ตนดูแลแทนได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว ย้ำให้บาดใจอีกว่า

“เพราะถึงยังไงซะ อำนาจการตัดสินใจเด็ดขาดก็ต้องอยู่ที่ผมอยู่ดี”

“งั้น น้าก็สบายใจหายห่วง ฝากด้วยนะคุณต้น” พิสัยยิ้มจริงใจ แต่พอหันหลังให้เท่านั้น หน้าเขาเครียดทำปากขมุบขมิบด่าขณะเดินออกไป ลาภิณมองตามน้าชายอย่างรู้ทัน ยิ้มสะใจที่ขวางเขาได้สำเร็จ

ooooooo

เมื่อมาในห้องแต่งศพ เจติยากับลุงทวีนั่งมองกล่องรากบุญที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เธอบอกลุงทวีว่าตนตัดสินใจแล้วที่จะขอให้แม่หายทรมานจากโรคไตวาย ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนก็ยอมทุกอย่างขอให้แม่มีชีวิตยืนยาว ตนจะได้ทำให้ท่านมีความสุขเสียที

“หากเป็นคนอื่น คงขอให้ร่ำรวยเงินทอง แต่เจแค่อยากให้แม่มีอายุยืนขึ้นเท่านั้น” พูดพลางแกผลักกล่องรากบุญไปใกล้เธอ อธิบายว่า “เจสามารถขอกี่ครั้งก็ได้ตลอดวาระของการเป็นเจ้าของ แต่เจต้องทำตามคำขอร้องให้สำเร็จสามครั้งต่อหนึ่งความปรารถนา เหรียญโลหะสีดำในกล่องเป็นสัญลักษณ์แทนงานแต่ละชิ้น นำไปติดที่ข้างกล่องเมื่อครบจำนวนที่กำหนดสิ่งที่ขอไว้ก็จะปรากฏผล”

“ถ้าเกิดเจไม่อยากได้อะไรอีกนอกจากให้แม่หายป่วยแล้วเจต้องทำยังไงคะ”

“เมื่อก่อนลุงทำงานตามคำขอจากศพโดยไม่สนใจความต้องการใดๆ กล่องปิดไว้ตลอดเวลา ลุงเลยไม่ได้สังเกตว่าการไม่ขอจะต้องพบเรื่องดีหรือร้าย”

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจติยาตัดสินใจเอามือวางไว้บนกล่องรากบุญพูดอย่างแน่วแน่

“ฉันยอมทำตามคำขอที่ได้รับฟังจากศพ เพื่อบอกความจริงตามที่เขาต้องการ ส่วนความปรารถนาของฉันก็คือ ขอให้แม่มยุรีหายเจ็บป่วยจากโรคร้ายและมีชีวิตยืนยาวเพื่อเห็นความเจริญพัฒนาของลูกคนนี้”

พริบตานั้น มีแสงสว่างวาบขึ้นฉาบมือเจติยาเหมือนการตอบรับคำขอ ลุงทวีย้ำเตือนว่า

“สิ่งที่เจต้องจำไว้อย่างนึงคือ ชะตาชีวิตของแต่ละคนถูกกำหนดไว้แล้ว นี่เป็นแค่การต่อรองชั่วคราว แม่ของเจอาจตายช้าไปเท่านั้นแต่ไม่ใช่ยืนยาวเป็นอมตะ สิ่งที่แลกเปลี่ยนกับกล่องใบนี้ คือกำหนดเวลาตายของตัวเจเอง”

“เจเข้าใจดีแล้วค่ะลุง เจแค่ขอเวลาที่ยาวนานขึ้น สวรรค์รู้ดีว่าเจต้องการแค่ไหน” พูดแล้วฉุกคิดได้บอกลุงว่า “ตายแล้ว เจมีประชุมค่ะลุง”

เธอรีบไปที่ห้องประชุม เคาะประตูเปิดเข้าไปเห็นทุกคนมากันพร้อมแล้ว เธอรีบขอโทษบอกว่าติดธุระนิดหน่อย ลาภิณหาเรื่องทันทีถามว่ามีเรื่องอะไรสำคัญกว่าประชุมกับตนหรือ หรือไม่อยากเป็นพนักงานของที่นี่แล้ว

“ตกลงจะไม่ให้เจเข้าประชุมใช่ไหมคะ” เธอถามหน้านิ่งทั้งที่ใจหงุดหงิดมาก ลาภิณตบโต๊ะลุกพรวดถามว่ารู้สึกผิดบ้างไหม เลขารีบชี้แจงว่าเจติยายังไม่ได้เป็นพนักงานของเรา เป็นลูกจ้างชั่วคราวมาช่วยงานหลังเลิกเรียนเท่านั้น

ลาภิณพูดอย่างสะใจว่าดี จะได้ไม่ต้องชดเชยอะไรมาก เจติยาฟังหน้านิ่งๆ แล้วหันหลังเดินออกไปเลย เลขาตกใจบอกว่า “คุณลาภิณคะ น้องเจทำงานเก่งมากนะคะ เป็นกำลังสำคัญของลุงทวี ถ้าขาดน้องสักคน...”

“ผมรู้หรอกน่า ว่าเราต้องยืมจมูกเขาหายใจ คุณก็รีบประกาศหาพนักงานใหม่มาช่วยลุงทวีด้วยแล้วกัน เขาจะได้เลิกทะนงเสียที งั้นเรามาประชุมกันต่อ” ปากสั่งงานแต่ตายังจิกจ้องไปที่ประตูอย่างไม่หายเขม่น

ooooooo

เจติยาเซ็งมาก เธอไปหานิษฐาเพื่อนที่ทำงาน มูลนิธิเพื่อนแท้ที่คอนโดฯ ไปถึงเจอเหตุหนุงหนิงเด็กที่มูลนิธิโดดตึกฆ่าตัวตายพอดี เธอเลยตามนิษฐาไปที่เกิดเหตุด้วย

ศพหนุงหนิงยังอยู่หน้าอพาร์ตเมนต์ หมวดนวัชมาทำคดีนี้พอดี นิษฐาเกิดปิ๊งความหล่อของหมวดอย่างจัง เคลียร์กับเจติยากลัวจะผิดใจกับเพื่อนรัก เจติยายืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าหมวดนวัชอยู่ข้างบ้านตนไม่มีอะไรกัน นิษฐาพูดอย่างหมายมั่นปั้นมือว่าต่อไปตนคงต้องไปหา เธอที่บ้านบ่อยๆ หมายได้เจอหมวดนวัช

ศพหนุงหนิงถูกส่งไปที่บริษัทนิราลัยในฐานะศพอนาถา ขณะลุงทวีแต่งศพอยู่นั้น พิสัยมาถามอย่างไม่พอใจว่าใครอนุญาตให้รับทำศพอนาถา ลุงทวีบอกว่าตนเอง ถูกพิสัยตอกหน้าว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทรึไง ลุงทวีชี้แจงว่าตนทำทุกอย่างตามเจตนารมณ์ของคุณสารัช

“พี่สารัชเสียชีวิตไปแล้ว นโยบายหลายๆอย่างของบริษัทก็ต้องเปลี่ยน”

“แต่ผมไม่เห็นด้วยว่านโยบายดีๆเพื่อผู้ยากไร้ของคุณสารัชจะต้องตายไปพร้อมกับท่านด้วย ท่านคงไม่ต้องการแบบนั้น”

ทั้งสองโต้เถียงกันอย่างตึงเครียด จนสุดท้ายพิสัยอาฆาตว่า “อวดดีให้ตลอดเถอะ อีกไม่นานหรอก!”

ฝ่ายเจติยาปรารภกับลุงทวีหวาดๆ ว่าหนุงหนิงต้องเป็นงานต่อไปของตนแน่ๆ ลุงทวีให้กำลังใจว่าสักพักก็ชินไปเองแหละ

คุยกันไม่ทันขาดคำ ลาภิณขับรถเข้ามา เจติยาแทบช็อกเมื่อเห็นหนุงหนิงนั่งอยู่เบาะหลังหน้าซีดเผือด เธอหันมองเจติยาพูดผ่านหน้าต่างว่า “บอกความจริง...” เจติยากังวลหนักบอกลุงทวีว่า หนุงหนิงมอบหมายงานให้ตนแล้ว...

หลังจากนั้น หนุงหนิงก็ปรากฏตัวให้เห็นอีก บอกว่า “หนิงไม่ได้โดดตึกฆ่าตัวตาย”

ooooooo

เมื่อลาภิณมาทำงาน จึงเห็นความสามารถและตั้งใจทำงานของเจติยา ทั้งการต้อนรับลูกค้า และรายละเอียดของงานทุกขั้นตอนเธอรู้มากกว่าลึกกว่า ที่เขารู้เสียอีก แต่เขาก็ยังไม่วายพูดกับลูกค้าแว้งมาจิกเธอว่า

“ถ้าพนักงานให้บริการไม่ถูกใจ เขียนติชมได้เลยนะครับ”

แล้วเขาก็ต้องเงียบไป เมื่อลูกค้าชมว่า “พนักงานคนนี้เก่งใช้ได้เลยนะคะ”

“เพิ่งจะเคยเข้าบริษัทจะมารู้งานดีกว่าฉันได้ไง” เจติยาบ่นอย่างหมั่นไส้ขณะเข้าไปล้างมือในห้องน้ำ

และในห้องน้ำนี่เอง เธอพบหนุงหนิงยืนหน้าซีดอยู่ พอถามว่าจะให้ช่วยอะไร หนุงหนิงถามเสียงเย็นเยียบว่า “มีคนฆาตกรรมหนิงใช่ไหม” พอดีมีคนเข้าห้องน้ำหนุงหนิงจึงจางหายไป...

เวลาเดียวกัน พิสัยยิ่งไม่พอใจเมื่อหัวหน้าฝ่ายคนหนึ่งโทร.รายงานว่าลาภิณจะมาตรวจงานที่โรงงาน เขาสั่งหัวหน้าฝ่ายคนนั้นให้ถ่วงเวลาลาภิณไว้ให้ออกจากออฟฟิศช้าที่สุด แล้วเขาก็รีบออกจากห้องทำงานไปอย่างร้อนใจ

ลาภิณไปขอเอกสารตัวจริงที่โรงงานผลิตโลงศพ หัวหน้าฝ่ายยกมาให้สองตั้งเขาบอกให้ไปไว้ในรถ ครู่เดียวพิสัยก็ทำทีเดินมาเจอ ทักว่าจะมาทำไมไม่บอกจะได้มาต้อนรับ ลาภิณเหน็บอย่างรู้ทันว่า เราใจตรงกันเลยนะหรือมีใครสายด่วนรายงานว่าตนจะมา พิสัยอ้างว่าตนต้องมาเช็กสินค้าอยู่แล้ว ลาภิณจึงขอตัวกลับ

พอลาภิณออกไป พิสัยถามหัวหน้าฝ่ายว่า “มันเอาเอกสารอะไรไปมั่ง” หัวหน้าฝ่ายบอกว่าเป็นใบออเดอร์ลูกค้ากับบิลค่าใช้จ่าย เขาถามว่าไม่มีอะไรผิดสังเกตใช่ไหม หัวหน้าฝ่ายพูดเยาะๆ ว่า “มือใหม่ไร้ประสบการณ์ จับเรายากครับ”

ooooooo

วันนี้เจติยาแบ่งเงินค่าแรงที่ได้รับส่วนหนึ่งไว้ให้แม่ใช้ มยุรีรับไว้บอกว่านทีต้องจ่ายค่าเรียนพิเศษพอดี เธอบอกแม่ให้เก็บไว้ใช้รักษาตัว

“ค่าหมอค่ายางวดหน้ามีพอแล้ว แม่อยากให้น้องได้เรียน”

เจติยาไม่พอใจนัก บอกแม่ให้นอนเสียแล้วเดินออกจากห้อง ผ่านห้องนทีได้กลิ่นบุหรี่โชยออกมา เธอหยุดกึกเรียกให้เปิดประตู ถามว่าสูบบุหรี่ใช่ไหม นทีรีบบ้วนปากฉีดสเปรย์ในห้องดับกลิ่นบุหรี่ก่อนเปิดประตูพลางบ่นพี่สาวว่าตนนอนแล้ว เมื่อจับไม่มั่นคั้นไม่ตาย เธอปรามว่าอย่าให้จับได้คาหนังคาเขาก็แล้วกัน

แต่พอจะออกจากห้องเหลือบเห็นหนุงหนิงผ่านหน้าห้องไป เธอรีบเดินออกไป แต่หนุงหนิงหายไปแล้ว ครู่เดียวก็เห็นหนุงหนิงที่หน้าประตูโถง แล้วเดินทะลุประตูโถงออกไป เจติยารีบตามจนตกบันได แม้จะเจ็บแต่ก็ลุกวิ่งตามไป

เมื่อเจอกันหนุงหนิงบอกเจติยาว่าตนไม่ได้ฆ่าตัวตายและไม่มีใครฆ่าตนด้วย ฟังหนุงหนิงเล่าแล้วจึงรู้ว่าเธอทะเลาะกับปั๊มที่เป็นคนรักและทำเสื้อที่ปั๊มให้หล่นจากระเบียงเธอถลาคว้าเลยพลัดตกจากระเบียง หนุงหนิงขอให้เธอช่วยบอกปั๊มด้วยว่าไม่ใช่ความผิดของปั๊ม ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น

แล้วหนุงหนิงก็เป็นคนชี้ตัวปั๊มให้เจติยาพูดตามที่ตนบอก จนปั๊มเข้าใจฝากเธอบอกหนุงหนิงด้วยว่า ตนไม่มีวันลืมและยังรักหนุงหนิงเหมือนเดิม

นี่เป็นงานชิ้นที่สองที่เจติยาทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับกล่องรากบุญ เธอหลับตาภาวนาว่า

“ขอให้ช่วยแม่ให้หายได้จริงๆเถอะ...เหลืออีกงานเดียวเท่านั้น...”

ooooooo

วันนี้ ศพของปรียาที่ลาภิณบอกว่าเป็นลูกค้าวีไอพีถูกส่งมาที่บริษัท ลาภิณสั่งเจติยาดูแลให้ดี เธอตอบอย่างมั่นใจว่า

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ดิฉันดูแลศพทุกศพเต็มที่เท่าเทียมกันอยู่แล้ว ลูกค้าจะได้ตามที่ต้องการทุกอย่างค่ะ”

เมื่อศพปรียาถูกนำมาที่ห้องแต่งศพ จู่ๆศพก็เด้งลุกขึ้นนั่งพูดกับเจติยาด้วยใบหน้าถมึงทึงว่า “บอกความจริง!”เจติยารู้ทันทีว่า นี่คืองานต่อไปที่กล่องรากบุญมอบหมายให้ตนทำ!

แล้วก็เกิดปัญหาเมื่อเจติยายืนยันว่าศพของปรียาต้องได้รับการชันสูตรจากทางนิติเวชก่อน ถูกพิสัย

ตวาดว่าตัวเองมีหน้าที่อะไรก็ทำไปอย่าสะเออะรู้ดีหน่อยเลย ส่วนชัยวัฒน์สามีของปรียาก็พูดอย่างไม่พอใจว่าภรรยาตนป่วยเป็นอัมพาตมาหลายปีใครๆก็รู้และตนก็จัดการทุกอย่างถูกต้อง ไม่อย่างนั้นจะออกใบมรณบัตรได้ยังไง

“ดิฉันต้องขอโทษอีกครั้งค่ะ ถ้าไม่ได้รับผลการชันสูตรจากทางนิติเวชก่อน ดิฉันคงทำให้ไม่ได้จริงๆค่ะ”

ขณะนั้นเองเลขาของพิสัยโทร.เข้ามือถือบอกเขาว่าทางตำรวจมาขอรับศพปรียาไปชันสูตร ชัยวัฒน์ทั้งโกรธทั้งกลัว ขู่พิสัยว่าถ้าไม่ได้จัดพิธีศพภรรยาตนภายใน

เย็นนี้ จะฟ้องเรียกค่าเสียหาย แล้วหุนหันออกไป พิสัยรีบตามไปชี้แจงก็ถูกชัยวัฒน์ระเบิดอารมณ์ใส่ พิสัยหันมาเล่นงานเจติยาต่อทันที

“เพราะเธอยุ่งไม่เข้าเรื่องแท้ๆรู้ไหมว่าบริษัทจะเสียหายแค่ไหน! ฉันไล่เธอออก!!”

“ไม่เร็วไปหน่อยหรือครับ?” ลาภิณมาขวาง ตอกหน้าพิสัยว่า คนที่จะไล่ใครออกน่าจะเป็นตนคนเดียวมากกว่า ถามเจติยาว่ามีเหตุผลอะไรถึงต้องส่งศพคุณปรียาให้ตำรวจด้วย

“ฉันทำไปตามระเบียบที่ลุงทวีสอนไว้ค่ะ แล้วฉันก็เห็นว่าการตายของคุณปรียามันผิดธรรมชาติ” เธอเลี่ยงที่จะอ้างว่าศพของปรียาขอให้เธอบอกความจริง พิสัยอ้างว่าปรียาป่วยเป็นอัมพาตหลายปีตายไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เธอแย้งว่า “ถ้าเราจะจัดฉากให้ตายแบบดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมชาติ ก็สามารถทำได้”

ลาภิณถามว่าถ้าเรื่องไม่เป็นอย่างที่เธอพูดเธอจะรับผิดชอบยังไง “ฉันยินดีลาออกค่ะ และยินดีคืนหุ้นทั้งหมดให้คุณลาภิณ แค่นี้ถือว่าคุ้มรึยังคะ”

“ก็ดี ฉันตกลงตามนี้” ลาภิณตอบทันทีอย่างพอใจ

เมื่อชูจิตรู้เรื่องนี้ เธอบอกว่าไม่สบายใจเลยที่ลาภิณหักหน้าพิสัยอย่างนั้น ปริมก็ชี้ว่าเวลานี้กลายเป็นลาภิณมีปัญหากับพิสัยและสามีปรียาไปแล้ว แต่ลาภิณยืนยันว่าตนจะยอมให้พิสัยเที่ยวไล่คนโน้นคนนี้ออกตามใจชอบไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะมีประธานบริษัทไว้ทำไม พูดแล้วเขาก็อดชมเจติยาไม่ได้ว่า

“แต่เด็กคนนี้ก็แน่ดีนะครับแม่ ไม่กลัวน้าพิสัยเลยสักนิด บริษัทเราหาคนแบบนี้ยาก ผมชักหายข้องใจแล้วว่าเด็กนี่มีดีอะไร ทำไมคุณพ่อถึงยกหุ้นให้ตั้งสิบเปอร์เซ็นต์”

ooooooo

บ่ายนี้ นทีช่วยแม่เตรียมร้านขายข้าวแกงตอนเย็น พอได้รับโทรศัพท์เขาก็หายไป มยุรีจึงต้องจัดร้านคนเดียวจนช็อกหมดสติไป นิษฐาซื้อผลไม้จะมาเยี่ยมพอดีจึงช่วยกันพาส่งโรงพยาบาล จากนั้นรีบโทร.บอก เจติยา

เจติยาเจอลาภิณที่หน้าห้องแต่งศพ ไม่ทันคุยอะไรกันก็ได้รับโทรศัพท์จากนิษฐา เธอบอกเขาว่าแม่ไม่สบายตอนนี้อยู่โรงพยาบาลมีอะไรวันหลังค่อยคุยกัน แล้วจะรีบไป ลาภิณอาสาไปส่งอ้างว่าจะได้คุยกันในรถไปด้วย

ไปถึงโรงพยาบาล นิษฐาเล่าว่า หมอบอกว่าแม่ไม่ได้มาฟอกไตตามนัด สงสัยจะเอาเงินให้นทีไปใช้หมดอีกแล้ว ส่วนลาภิณเขาเพิ่งมารู้มาเห็นสภาพความเป็นจริงของครอบครัวเจติยาว่าไม่ได้ร่ำรวยอะไร ทำให้ความระแวงว่าเธอเป็นเมียน้อยของพ่อลดลง เพราะถ้าเป็นจริงฐานะเธอต้องดีกว่านี้ ทำให้เขาเริ่มรู้สึกเห็นใจเธอขึ้นมา

ระหว่างนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินนั้น วิญญาณปรียาก็มาบอกเธอให้ตามชัยวัฒน์สามีตนกับพยาบาลคนหนึ่งไปและให้บอกทุกคนรู้ว่าชายชั่วกับหญิงแพศยาคู่นี้ทำอะไรไว้กับตน

ชัยวัฒน์พาผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถขับออกไป เจติยาขอให้ลาภิณช่วยตามสองคนนี้ไปจนถึงคอนโด เห็นโอบเอวพากันขึ้นไป เธอขอยืมมือถือของลาภิณถ่ายรูปไว้ บอกเขาว่า “ฉันมั่นใจว่าคุณชัยวัฒน์ต้องเป็นคนฆ่าคุณปรียาแน่ๆ”

เธอส่งรูปไปให้นวัชโทร.บอกเขาว่า ให้ช่วยสืบให้หน่อยว่าผู้หญิงในภาพเป็นใคร เกี่ยวข้องอะไรกับปรียารึเปล่า

คืนโทรศัพท์ให้ลาภิณแล้วเธอขอลง เขาถามว่าจะไปไหนต่อ เธอบอกว่ากลับบ้าน เขาขอไปส่งหมายจะถือโอกาสสำรวจบ้านเธอเก็บข้อมูลเพิ่ม

ระหว่างนั้นเอง นทีกลับมาพร้อมเพื่อนสาว เจติยาโกรธมากตรงไปถามว่าไปไหนมา ทำไมไม่ดูแลแม่ รู้ไหม ว่าแม่ช็อกตอนนี้อยู่ในห้องไอซียู ตรงเข้าทุบตีนทีพูดอย่างโกรธจัดว่า

“แม่ช็อกเพราะแม่ไม่ยอมไปฟอกไต เอาเงินให้แกไปเรียนพิเศษ แต่แกกลับเอาเวลาไปเที่ยวกับสาวแบบนี้เหรอ”

เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ลาภิณรับรู้สภาพครอบครัวของเจติยามากขึ้นและเห็นใจเธอมากขึ้นทุกที

อาการของมยุรีหนักมาก จนเจติยาเหลือความหวังสุดท้ายคือพึ่งกล่องรากบุญ แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมสารัชจึงไว้วางใจให้ตนสืบทอดกล่องรากบุญ ถามลุงทวีทั้งเรื่องกล่องรากบุญและเรื่องพินัยกรรม ได้รับคำชี้แจงว่า

เพราะสารัชเห็นถึงความเป็นเด็กดีกตัญญูขยันขันแข็งทำงานเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องและยังส่งตัวเองเรียนด้วย แต่เรื่องพินัยกรรมคาดว่าสารัชคงอยากให้เธออยู่ช่วยงานลาภิณกระมัง

ระหว่างนั้นเอง ลาภิณมาบอกว่าผลการชันสูตรศพปรียาออกมาแล้ว เธอรีบไปหานวัช หมวดเล่าว่าคนป่วยเป็นอัมพาตมีโอกาสเสียชีวิตเพราะเหตุนี้ได้ แต่ยังพบรอยแผลที่ลิ้นเหมือนโดนอะไรกดลิ้นไว้แต่กดแรงมากจนเกิดรอยแผล

ส่วนผู้หญิงที่ไปกับชัยวัฒน์ที่ลาภิณถามนั้น หมวดบอกว่าเธอชื่อนฤมลเป็นพยาบาลประจำตัวของปรียา และน่าจะเป็นเมียน้อยของชัยวัฒน์ด้วยเพราะคอนโดที่เธออยู่ชัยวัฒน์เป็นคนซื้อให้

ทันใดนั้น เหมือนมีลมกระโชกเข้ามา ภาพเหตุการณ์หนึ่งฉายวาบขึ้นในความคิดของเจติยา...

เป็นภาพพยาบาลจับตัวปรียาใช้ไม้กดลิ้นแบบหมอใช้กดลงไปให้ปรียาอ้าปาก แล้วชัยวัฒน์ก็กรอกน้ำเข้าปากเพื่อให้ปรียาสำลักน้ำตาย ปรียาที่เคลื่อนไหวไม่ได้นัยน์ตาเหลือกด้วยความกลัว รวมแรงเฮือกสุดท้ายจับมือพยาบาลจิกเล็บลงในเนื้อสุดแรง!

ooooooo

จากข้อมูลและหลักฐานที่ได้มาทำให้นวัชกับเจติยาวิเคราะห์ว่า ชัยวัฒน์กับพยาบาลคนนั้นร่วมมือกันฆ่าปรียา เมื่อตำรวจเชิญตัวมาสอบสวน วิญญาณปรียา

มาเล่าเหตุการณ์อยู่ข้างๆเจติยาให้เธอพูดต่อ ทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐานที่มี โดยเฉพาะปรียาจิกเล็บลงไปที่มือของพยาบาล เศษหนังยังติดเล็บมือเธออยู่เลย

ที่สำคัญปรียาให้บอกพยาบาลคนนั้นว่าชัยวัฒน์หลอกใช้เธอ เขายังมีผู้หญิงอื่นอีก ฆ่าปรียาได้มรดกแล้วเขาก็เขี่ยเธอทิ้ง

พิสูจน์ความจริงและจับคนร้ายได้แล้ว แต่นวัชยังติดค้างคาใจไม่หายว่าเจติยารู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร?

ลาภิณเองก็สงสัย แต่พอถาม เธอก็พูดทีเล่นทีจริงว่าตนก็พูดลักไก่ไปเรื่อยเปื่อยแต่บังเอิญถูกเท่านั้นเอง ลาภิณไม่เชื่อ คว้ามือเธอไว้ขู่ว่าถ้าเธอไม่บอกตนก็จะไม่ยอมปล่อย

นทีไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล นิษฐามาเจอถามว่าทำไมไม่กลับบ้านปล่อยให้พี่เขาตามหาทั่วไปหมด ทันใดนั้นเองพยาบาลออกจากห้องไอซียูมาตามหมอ

บอกว่าคนไข้อาการไม่ดี นิษฐารีบโทร.บอกเจติยา เธอตกใจมากสะบัดมือจากลาภิณจะรีบไปดูแม่ เขาถามว่าอยู่โรงพยาบาลไหนจะพาเธอไปส่ง แต่เธอจะกลับบ้าน เขาพาเธอไปส่งบ้านด้วยความสงสัย เธอไม่ชี้แจงแต่ให้เขารอสักครู่ แล้วก็วิ่งเข้าบ้าน ตรงไปขอกล่องรากบุญ
“แกเป็นความหวังสุดท้ายของฉันแล้วนะ กล่องรากบุญฉันต้องการให้แม่หายป่วย แกช่วยดลบันดาลความปรารถนาของฉันให้เป็นจริงด้วย”

ขาดคำ เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นทันที เหรียญทั้งสามที่ติดอยู่ข้างกล่องหายวับไป เหลือเพียงกล่องรากบุญสีดำธรรมดาๆเท่านั้น เจติยามองอึ้ง อึดใจเดียวก็วิ่งอ้าวออกไปขึ้นรถลาภิณบ่ายหน้าไปโรงพยาบาล

ไปถึงปรากฏว่าแม่หายเป็นปกติอย่างน่าอัศจรรย์! ลาภิณถามว่าเป็นไปได้ยังไง นิษฐาบอกว่าหมอเองก็

งงมาก เจติยากอดนิษฐาแน่น ร้องไห้ด้วยความดีใจที่คำอธิษฐานเป็นจริง พร่ำบอกเพื่อนรักว่า “มันคือปาฏิหาริย์จริงๆฐา...”

เมื่อพาเจติยากับนทีมาส่งที่บ้าน ลาภิณพูดตรงๆว่าตนยังไม่หายข้องใจว่าเธอรู้เรื่องปรียาได้อย่างไร ถามว่าเธอมีอะไรปิดบังตนอยู่ใช่ไหม เธอตอบหน้านิ่งๆว่า“ใช่ค่ะ” แล้วตัดบทบอกว่าวันนี้เพลียมากอยากพักผ่อน พูดแล้วก็วิ่งเข้าบ้านไปเลย ทิ้งลาภิณให้ยืนสงสัยอยู่อย่างนั้น...

ooooooo

พิสัยเล่นงานลาภิณหลายทาง ยุยงเป่าหูชูจิตกับปริมให้ระแวงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างลาภิณกับเจติยาจนชูจิตสั่งห้ามเขาเข้าใกล้เจติยาอีก ปริมก็ขอว่าเพื่อความสบายใจของทุกคนขอให้เขาอยู่ห่างๆ “แม่นั่น” ไว้จะดีกว่า

เพื่อให้ลาภิณทำงานจนไม่มีเวลา ชูจิตมอบงานส่วนของตนให้เขาดูแลด้วย พิสัยพยายามกีดกัน ติงว่า

“พี่จิตครับ คุณต้นยังไม่มีประสบการณ์มากพอ ให้รับผิดชอบงานมากขนาดนี้ ผมเกรงว่า...”

“ก็ได้ครับแม่” ลาภิณตัดบทอย่างรู้ทัน “มีงานทำเยอะๆผมจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน”

พิสัยเจ็บใจมากที่ตนถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ แต่ไม่กล้าแสดงออก ได้แต่คำรามกับตัวเองในรถ...

“ไอ้ตัวมาร...มึงเกิดมาเพื่อแย่งทุกอย่างไปจากกู!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 12:11 น.