ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มือปราบเจ้าหัวใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คณินทร์ดีใจที่ได้สร้อยคืน แต่รู้สึกใจหายกับคำพูดของมินตราที่เหมือนว่าจะไม่ได้พบกันอีก

เมื่อกลับถึงบ้าน เขานำรูปถ่ายของสมเกียรติที่ได้จากอรมาพิศดูเพื่อจะแขวนไว้ใกล้รูปพ่อ แต่สิ่งที่พบด้านหลังกรอบรูปคือไมโครชิปที่สมเกียรติซ่อนเอาไว้ คณินทร์มั่นใจว่าต้องเป็นหลักฐานสำคัญจึงรีบเข้าไปที่สำนักงานแล้วให้มาโนชที่เชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยีทำการสแกนและหาข้อมูล

ไม่นานนักภาพต่างๆที่สมเกียรติแอบถ่ายขณะปลอมตัวเข้าไปเป็นสมาชิกในแก๊งค้ายาเสพติดก็ปรากฏหน้าจอคอมพิวเตอร์ คณินทร์ลุ้นมากเพราะอยากรู้ว่าใครคือตัวการใหญ่ ให้มาโนชปริ๊นต์ภาพออกมา แต่แล้วปรมัตถ์กลับเข้ามาดึงภาพนั้นไปพร้อมตำหนิคณินทร์ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรโดยพลการ

“แต่นี่เป็นข้อมูลจากสายของฉัน มันจะโยงไปถึงหัวหน้าแก๊ง DEAD HERO”

“ฉันเป็นหัวหน้าปฏิบัติการตามคำสั่งของผู้กำกับ ฉันมีอำนาจในการตัดสินใจทุกเรื่อง”

ปรมัตถ์วางอำนาจ ดูภาพเหล่านั้นแล้วให้เอาไปทิ้งเพราะไร้สาระ คณินทร์ไม่พอใจและไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำลายหลักฐานที่จะโยงไปหาพวกแก๊งค้ายา ทั้งที่มีภาพหนึ่งชัดเจนว่าเป็นวาทิศเดินออกจากร้านอาหาร มันต้องเกี่ยวข้องกับการค้ายา ไม่งั้นสายของตนไม่เสี่ยงถ่ายมาเป็นหลักฐาน

“มีภาพไหนที่เห็นคุณวาทิศส่งยา รับเงิน ภาพไหนบ้างที่คุณวาทิศอยู่กับไอ้แหลม หรือมีภาพไหนที่จะเป็นหลักฐานสำคัญมัดตัวได้”

“มันเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องสืบ อย่างน้อยภาพพวกนี้ก็ชี้ชัดว่าวาทิศเป็นผู้ต้องสงสัย”

ปรมัตถ์กับคณินทร์จ้องหน้ากันเขม็งก่อนที่ปรมัตถ์จะหันไปถามมาโนชกับสุจิตราว่ารู้จักวาทิศหรือเปล่า คำตอบคือรู้จัก เขาเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมใหญ่ เจ้าของสถานบันเทิงหลายแห่ง และนำเข้ารถหรู

“ถ้าแกเช็กประวัติคุณวาทิศ แกจะรู้ว่าเขาไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยแม้แต่เรื่องเดียว เขายังเป็นนักธุรกิจที่อุทิศตัวเพื่อสังคม”

“คนที่สังคมให้ค่าว่าเป็นคนรวย ใช่จะเป็นคนดี คนที่ไม่เคยต้องคดีก็ใช่ว่าจะเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็ใช่จะไม่ชั่ว”

“แกหมายความว่าไง” ปรมัตถ์เสียงแข็ง หน้าตาเอาเรื่อง

“ฉันไม่แปลกใจเลยที่แกไม่คิดสืบนายวาทิศ เพราะแกคือผลผลิตของมัน แกมีปัญญาเรียนจบได้เพราะแกเป็นนักเรียนทุนของมัน แกรับเงินของมัน”

มาโนชกับสุจิตรามองหน้ากันแปลกใจ ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ปรมัตถ์ยอมรับหน้าชื่นตาบานว่า

“ฉันเป็นนักเรียนทุนของคุณวาทิศ...แล้วไง”

“เงินปิดปากแก แกถึงปกป้องมัน”

“ฉันไม่เคยปกป้องคนผิด ต่อให้บุญคุณท่วมหัวก็ไม่สามารถบงการฉันได้ ฉันจดจำคำปฏิญาณในวันรับกระบี่ได้ดี ฉันจะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง”

“ถ้าแกยึดมั่นต่อหน้าที่ แกต้องออกคำสั่งให้ทุกคนปฏิบัติการแกะรอยวาทิศ”

“เสียเวลาเปล่า เพราะฉันมั่นใจว่าเขาบริสุทธิ์ เอาล่ะ ทุกคนแยกย้ายไปหาแหล่งกบดานไอ้แหลม ฉันต้องการตัวมัน”

คณินทร์ผิดหวังกับการตัดสินใจของปรมัตถ์ ขณะที่มาโนชกับสุจิตรารู้สึกหนักใจเมื่อปรมัตถ์สั่งให้ประกบ คณินทร์ อย่าให้เขารบกวนวาทิศ มีอะไรผิดปกติ รีบรายงานตนทันที

ooooooo

ตั้งแต่มินตราลาออกจากการเป็นพิธีกรรายการข่าวบันเทิงแล้วยังหาใครมาทำแทนไม่ได้ อุมาเลยต้องโดดลงมาทำเสียเอง ซึ่งวันนี้เป็นเทปแรกที่ต้องอัดรายการโดยได้วาทิศนักธุรกิจหนุ่มหล่อไฟแรงมาเป็นแขกรับเชิญ

มินตรามาพร้อมช่อดอกไม้เพราะจิระโทร.ไหว้วานให้ซื้อ เธอไม่รู้มาก่อนว่าอุมาทำหน้าที่พิธีกรเอง เห็นเจ้านายสาวใหญ่แต่งองค์ทรงเครื่องแบบจัดเต็มก็อึ้งไปเหมือนกัน ขณะที่จิระตากล้องถึงกับออกปากว่าถ้ามากกว่านี้อีกนิดเดียวก็เหมือนลิเกแล้ว

คณินทร์มาที่นี่ด้วยเพราะกำลังติดตามความเคลื่อนไหวของวาทิศในฐานะผู้ต้องสงสัยแก๊งยาเสพติด เขาดูการถ่ายทำรายการอยู่เงียบๆ ได้ยินทุกคำพูดสวยหรูดูดีของวาทิศที่มีให้แก่เด็กด้อยโอกาสและยินดีมอบทุนการศึกษาเพราะเด็กคืออนาคตของชาติ

ทุกคนที่ได้ฟังล้วนชื่นชมและประทับใจในความดีของวาทิศ แม้แต่มินตราก็ปลื้มมาก โดยเฉพาะตอนที่เขาพูดถึงอาชีพตำรวจที่ใครๆเกลียด แต่เขาสงสารและรักอาชีพนี้ ยกเว้นคณินทร์ที่ทนฟังไม่ไหว ก้าวเข้ามาแทรก จนอุมาต้องส่งสัญญาณให้ทีมงานหยุดการถ่ายทำ

คณินทร์ยิงตรงใส่วาทิศอย่างไม่เกรงใจ มาโนชกับสุจิตราที่ซุ่มจับตาอยู่ถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องกลัวจะมีเรื่อง

“ที่คุณบอกว่ารักตำรวจ ทำไมถึงคิดอย่างนั้น...ผมว่ามันสวนทางกับธุรกิจของคุณ ทั้งโรงแรม สถานบันเทิงก็ต้องถูกตรวจสอบ หรือพูดง่ายๆ ตำรวจเพ่งเล็งว่ามีการทำผิดกฎหมายหรือค้ายา”

“ผมไม่เคยร้อนใจเรื่องแบบนี้เลย เพราะผมทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอครับคุณตำรวจ”
คณินทร์แปลกใจเพราะตัวเองไม่ได้แต่งชุดตำรวจแล้ววาทิศรู้ได้อย่างไร

“คุณไม่ต้องแปลกใจหรอก ผมคลุกคลีกับคนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติพอสมควร ผมคิดว่าคุณใช่...เพราะผมเห็นความมุ่งมั่นในตัวคุณ คุณคือตำรวจต้นแบบที่ผมอยากสนับสนุน ยินดีที่ได้รู้จักครับ...ผมวาทิศ”

วาทิศยื่นมือมาแต่คณินทร์ไม่จับตอบ อุมาเห็นสถานการณ์ไม่ดีรีบเข้ามาแนะนำ

“ร.ต.อ.คณินทร์ค่ะ ผู้กองเป็นตำรวจที่เก่งและเป็นมิตรกับประชาชนค่ะ บังเอิญนะคะที่ได้เจอผู้กองอีก”

“ผมตั้งใจมาครับ ทราบข่าวว่ามีกิจกรรมสำหรับเด็กๆ ผมกลัวไม่ปลอดภัยและเป็นห่วงกลัวเด็กๆพบต้นแบบที่ไม่ดี”

อุมายิ้มเจื่อน เปลี่ยนไปเรียกมินตราให้เอาช่อดอกไม้มามอบให้วาทิศในนามของรายการ และยกให้คณินทร์เป็นตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เกียรติ ถ่ายภาพร่วมกัน

วาทิศรับช่อดอกไม้จากมินตรา ต่างยิ้มแย้มให้กันอย่างเป็นมิตร ส่วนคณินทร์ทำตามที่อุมาขอ ทั้งหมดถ่ายรูปร่วมกัน มาโนชกับสุจิตราเห็นแล้วเบาใจ เพราะตอนแรกนึกว่าผู้กองจะเล่นงานวาทิศเสียแล้ว

เสร็จแล้วจิระขอไอดีไลน์คณินทร์ไว้เพื่อจะส่งรูปไปให้ ส่วนวาทิศมีโอกาสพูดคุยกับมินตราซักถามเรื่องการทำงานของเธออย่างรู้ลึกรู้จริงว่าเธอไม่ได้ทำรายการข่าวบันเทิงแล้ว แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปทำงานอะไร ตนก็จะรอติดตามผลงาน

คณินทร์ได้ยินทุกคำพูดนั้น เขาจงใจแขวะวาทิศให้เสียวสันหลังว่า

“คุณจะได้ชมผลงานของเธอแน่นอน มินตราสนใจประเด็นยาเสพติด ชนิดเจาะลึกกระชากหน้ากากพวกสร้างภาพ อีกไม่นานคุณวาทิศคงได้เห็นภาพการจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ หรืออาจจะมีส่วนร่วมกับข่าวนั้น...ผมหมายถึงชมข่าวของมินตรา”

“ผมยินดีสนับสนุนเต็มที่ ผมขอตัวก่อน” วาทิศ ตัดบทแล้วเดินออกไปอย่างไม่สะทกสะท้านต่อคำขู่ของคณินทร์

คณินทร์ทำท่าจะก้าวตามวาทิศแต่มินตราดักหน้า ถามว่าที่เขาพูดเมื่อสักครู่หมายถึงจะยอมให้ตนทำข่าวกับเขาใช่ไหม

“หรือว่าเธอเปลี่ยนใจอยากทำรายการบันเทิงที่นายนั่นชอบ ก็แล้วแต่เธอ”

“ฉันไม่เปลี่ยนใจ ฉันจะทำข่าวยาเสพติด ว่าแต่ทำไมคุณถึงยอม”

มินตราถามแล้วหงุดหงิดเพราะไม่ได้คำตอบ คณินทร์เดินลิ่วไปที่รถแล้วขับติดตามวาทิศอย่างกระชั้นชิด จนเกือบหยุดไม่ทันเมื่อโดนอีกฝ่ายแกล้งเบรกกะทันหัน แต่ลงมาบอกว่าไม่ทันสังเกตว่ามีรถขับตามหลัง พอดีหมาวิ่งตัดหน้าเลยต้องเบรก

“ผู้กองเก่งนะครับ เบรกได้ทัน ถ้าผู้กองตายเราต้องเสียตำรวจดีๆไปหนึ่งคน ไม่สิ เราเสียมากกว่านั้นถ้ารวมพ่อผู้กองด้วย พอดีผมให้ลูกน้องเช็กข้อมูลให้น่ะครับ อย่าหาว่าผมละลาบละล้วงเลย ผมคิดจะผูกมิตรกับใครผมก็ต้องศึกษาข้อมูลคนที่ผมจะคุยด้วย”

“งั้นเราก็มีนิสัยคล้ายกัน มุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ ผมตั้งเป้าจะจับโจร ผมก็จะตามติดกัดไม่ปล่อยจนกว่าโจรคนนั้นจะถูกจับหรือตาย”

“ผมชอบผู้กอง ตรงไปตรงมา นี่เบอร์ตรงผม โทร. ได้ 24 ชั่วโมงครับ”

วาทิศยื่นนามบัตรให้ คณินทร์รับมาพร้อมพูดประชดว่ายินดีรับใช้แล้วทำท่าจะออกรถ วาทิศร้องบอกว่า

“ระวังตัวนะครับ ขับชนก็แค่เจ็บ ไม่น่ากลัวเท่าระเบิด”

คณินทร์สะดุดกับคำพูดนี้ นึกย้อนถึงวันที่ตัวเองโดนชายใส่หน้ากากเล่นงานด้วยระเบิดเกือบตายอยู่ในแม่น้ำ

ooooooo

เย็นนั้นมินตราปฏิเสธจิระที่ชวนไปฉลองตำแหน่ง นักข่าวอาชญากรรมเพราะมีนัดแล้ว จิระคาดเดาทันทีว่าต้องเป็นวาทิศหรือไม่ก็ผู้กองคณินทร์ แต่มินตรา ไม่ตอบ เดินอมยิ้มจากไป

ปรากฏว่าไม่ใช่ที่จิระเดาทั้งสองคน แต่เป็นผู้กองปรมัตถ์ที่ต้องการทำความรู้จักมินตราให้มากขึ้น แต่ดูเหมือนบรรยากาศจะไม่เป็นใจนักเพราะมาเจอคณินทร์ที่ตั้งใจจับตาวาทิศที่มากินอาหารอยู่ที่นี่ด้วย

คณินทร์พยายามแทรกกลางเพราะหมั่นไส้ปรมัตถ์อยู่เป็นทุน และด้วยความเมาทำให้เขาพูดจายียวนกวนประสาททั้งปรมัตถ์และมินตราจนเกือบจะมีเรื่องกัน

ปรมัตถ์ทนไม่ไหวที่คณินทร์เสียมารยาทกับมินตรา จึงพยายามไล่เขากลับด้วยการไปเรียกแท็กซี่ให้ แต่คณินทร์ก็ยังโอ้เอ้และบอกให้มินตรารู้ว่าปรมัตถ์เป็นตำรวจเหมือนตน แต่เธอไม่ชอบตำรวจเพราะมีปมกับอาชีพนี้ ถึงขั้นด่าตนกับตำรวจบนโรงพักมาแล้ว

“ใช่ค่ะ มินมีความรู้สึกไม่ดีนัก เพราะบางคนทำพฤติกรรมแย่ๆน่ารังเกียจ แต่มินไม่เหมายกเข่งหรอกค่ะ ตำรวจที่ดีอย่างคุณอาร์มคงช่วยลบความคิดแย่ๆให้มินได้ค่ะ”

ปรมัตถ์รู้สึกดีที่มินตราไม่ได้อคติกับอาชีพตน บอกว่าตนเป็นหัวหน้าทีมคณินทร์ มินตราได้ยินแบบนี้ก็รีบฝากตัวกับเขา ขอติดตามทำสกู๊ปยาเสพติดและช่วยเผยแพร่งานของเขา

“ด้วยความยินดีครับ”

หนุ่มสาวจับมือกัน คณินทร์ไม่ชอบใจ แล้วหงุดหงิดยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อมินตราบอกเขาว่า

“ฉันคงไม่รบกวนคุณ คุณไม่ต้องเสียเวลากับฉันอีก ขอบคุณค่ะ”

คณินทร์ผิดหวังที่มินตราไปร่วมงานกับปรมัตถ์ เขาทำท่าจะต่อว่าเธอ แต่เผอิญเหลือบเห็นวาทิศกำลังจะออกจากร้านจึงรีบผละไป ปรมัตถ์เพิ่งเห็นวาทิศ รู้ทันทีว่าคณินทร์มาที่นี่เพื่ออะไร เขาร้อนใจรีบบอกมินตราว่า

“ผมไปเรียกแท็กซี่ส่งคณินทร์ เดี๋ยวผมกลับมา”

ปรมัตถ์เดินลิ่วออกมาหน้าร้านมองหาคณินทร์แต่ไม่เจอ กังวลใจว่าคณินทร์จะมีปัญหากับวาทิศจึงเดินเลี้ยวไปทางลานจอดรถ

สองคนอยู่ที่นี่จริงๆ วาทิศกับคณินทร์กำลังมีปากเสียงกันเพราะวาทิศเป็นฝ่ายพูดดูถูกเหยียดหยามคณินทร์ก่อน ทำเหมือนจะติดสินบนตำรวจด้วยเงินก้อนโต แต่ คณินทร์ไม่รับแถมยังฟาดปากวาทิศด้วยหมัด ก่อนสองคน จะฟัดกันจนล้มลุกคลุกคลาน

ปรมัตถ์เข้ามาดึงคณินทร์ออกจากวาทิศที่นอนอยู่กับพื้นเลือดกบปาก แล้วตำหนิคณินทร์หลายคำก่อนจะขอโทษวาทิศแทนลูกน้องของตนที่เมาจนขาดสติ

คณินทร์อยู่ในอาการมึนเมาแต่มีสติรู้ทุกอย่างว่าตัวเองทำอะไรลงไป และรู้ด้วยว่าปรมัตถ์กำลังพินอบพิเทาเอาใจวาทิศจนน่าเกลียด ไม่ต่างจากหมารับใช้ที่เห็นแก่เงินของเขา

ปรมัตถ์ฉุนที่โดนคณินทร์ต่อว่า ต่อยเขาล้มคว่ำกับพื้นอย่างง่ายดายเพราะกำลังเมาแล้วหันไปขอโทษวาทิศอีกครั้ง รับประกันว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีก แถมยังอาสาขับรถไปส่งเขาโดยลืมมินตราเสียสนิท

มินตรารอนานก็โทร.เข้าโทรศัพท์มือถือปรมัตถ์ แต่เสียงมันดังอยู่ที่โต๊ะจึงหยิบขึ้นมาแล้วเดินออกไปตามหา กลายเป็นเจอคณินทร์นอนหมดสภาพ ต้องเรียกแท็กซี่มาช่วยกันประคองขึ้นรถไปส่งบ้าน

ด้วยความสงสาร มินตราเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้เขาพร้อมกับบ่นว่าคงปากดีหาเรื่องเหมือนเคยถึงได้มีสภาพแบบนี้ แต่พอได้ยินเขาละเมอถึงอาชีพตำรวจว่าต้องรักศักดิ์ศรี ก็รู้สึกดีที่เขาเป็นตำรวจที่ยึดมั่นในอุดมการณ์

ooooooo

คณินทร์รู้สึกตัวในเช้ารุ่งขึ้น ตั้งสติลำดับเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วลุกพรวดไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำดื่มอย่างกระหาย พอปิดตู้เย็นเห็นกระดาษโน้ตข้อความติดอยู่

มินตราเขียนบอกไว้ว่าถ้าตื่นแล้วให้ดื่มน้ำมากๆ ตนต้มข้าวใส่กล่องไว้ให้เอาไปเวฟกินได้...คณินทร์รับรู้ถึงความมีน้ำใจของเธอ เอาข้าวต้มไปใส่ไมโครเวฟแล้วมาตักกินตุ้ยๆ

เวลาเดียวกันนั้น มินตราที่กลับบ้านได้ไม่นานกำลังเตรียมตัวนอน จิระโทร.มาบอกว่าจะมีตำรวจมาหา แต่ไม่ทันจะซักถามว่าตำรวจที่ไหน ปรมัตถ์ก็มาร้องเรียกอยู่หน้าบ้าน

มินตราต้อนรับเขาทั้งที่ตัวเองง่วงงุน ปรมัตถ์ขอโทษที่จู่โจมมาถึงบ้าน เธอบอกไม่เป็นไรเพราะจิระโทร.รายงานแล้ว

“คุณมินครับ เมื่อคืนนี้ผมติดธุระด่วน จะโทร.บอกคุณมินก็ดันทิ้งโทรศัพท์ไว้”

มินตรานึกได้หยิบโทรศัพท์ส่งคืนให้เขา “มินเข้าใจค่ะ อาชีพคุณคงมีเหตุฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง”

ผู้กองหนุ่มยิ้มแต้ ส่งช่อดอกไม้ให้เธอแทนคำขอโทษจากใจ บอกรู้สึกผิดมากที่ทิ้งเธอไว้ อยากขอโอกาสแก้ตัวอีกครั้ง

“ค่ะ...มีเพื่อนเป็นตำรวจต้องพร้อมรับทุกสถานการณ์”

“ผมดีใจนะครับ ที่คุณมินยอมรับผมเป็นเพื่อนแล้ว”

หญิงสาวยิ้มตอบแล้วเผลอหาวออกมา “ขอโทษค่ะ มินเสียมารยาทจัง มินยังไม่ได้นอนเลยค่ะ”

“คุณมินติดซีรีส์เหรอครับ”

“เปล่าค่ะ มินเพิ่งกลับจากบ้านเพื่อนคุณ”

ปรมัตถ์อุทานชื่อคณินทร์ออกมา มินตราได้โอกาสถามว่าเกิดอะไรขึ้น...

หลังจากเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้หญิงสาวฟังแล้ว ปรมัตถ์ขอโทษเธออีกครั้งที่ทำให้เธอต้องเป็นภาระดูแลเพื่อนตน

“ไม่เป็นไรค่ะ มินถือว่าทำเพื่อพี่อุมา...คุณอย่าถือสาเขาเลย มินคิดว่าเขาพูดไปเพราะเขารักคุณมาก”

“ผมชินแล้วครับ ผมก็ไม่เคยโกรธเขา เพื่อนก็คือเพื่อน แค่หวังว่าสักวันคณินทร์จะเข้าใจผมบ้าง”

“แล้วคุณจะให้มินเริ่มเข้าไปเก็บข้อมูลเมื่อไหร่คะ”

“เริ่มพรุ่งนี้เลย ผมมารับคุณมินนะครับ”

มินตราตกลงทันที ดีใจที่จะได้ทำข่าวเรื่องยาเสพติดที่รอคอยมานาน

ooooooo

เช้าวันถัดมา คณินทร์และเจ้าหน้าที่ทุกคนในหน่วยฯ ถูกเรียกตัวมาพบในชุดตำรวจเต็มยศตามคำสั่งของปรมัตถ์ที่ต้องการต้อนรับมินตราราวกับมีวาระพิเศษ

คณินทร์รู้เห็นก็ไม่พอใจ ถามคนในหน่วยฯก็ได้คำตอบว่าปรมัตถ์ต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจเพื่อองค์กรของเรา แต่คณินทร์เถียงว่าเพื่อตัวเองมากกว่า

เมื่อทุกคนมาพร้อมแล้วปรมัตถ์แนะนำเรียงตัว แต่มาหยุดที่คณินทร์เพราะรู้จักมินตราอยู่แล้ว มินตราทักทายเขาตามมารยาท เสร็จแล้วจะออกไปกับปรมัตถ์ที่จะพาไปที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แต่คณินทร์ไม่ยอม จะให้มินตราไปกับตน อ้างชื่ออุมาฝากเธอไว้

มินตราปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่าตนสบายใจที่จะทำงานกับปรมัตถ์ ทำให้คณินทร์เสียหน้าและผิดหวัง มาโนชกับสุจิตราแอบจับตาแล้วซุบซิบกันว่าผู้กองคณินทร์เปลี่ยนไป ปกติไม่เคยยุ่งกับใคร แต่คราวนี้อาสาอยากช่วย คงมีใครสักคนทำให้เขาไม่เหมือนเดิม ซึ่งก็คือมินตรา แต่ยังต้องลุ้นกันต่อว่าใครคือผู้โชคดีระหว่างปรมัตถ์กับคณินทร์

หลังจากปรมัตถ์พามินตราไปแล้ว คณินทร์พยายามตัดใจไม่คิดอะไร บึ่งรถไปหาจ่าขจรที่กำลังทำงานท่ามกลางจราจรที่ติดขัดด้วยรถรา จ่าต้องเป่านกหวีดพร้อมโบกรถเพราะสัญญาณไฟเสีย กว่าจะได้กลับเข้าพักก็เล่นเอาเหงื่อไหลไคลย้อย

ช่วงหนึ่งคณินทร์เห็นเด็กวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนสองกันมา แล้วคนขับเร่งเครื่องยกล้อกดแตรใส่จ่าขจรก่อนซิ่งจากไป เขารู้สึกคุ้นหน้าวัยรุ่นคนขับจึงพูดให้จ่าฟัง

ตอนแรกจ่าขจรไม่ยอมบอกว่าโน้ตที่ขับมอเตอร์ไซค์คือลูกชายตน บอกแค่ว่าเป็นพวกเด็กแว้นแถวนี้ ปรามไม่อยู่ วิ่งไล่เป็นแมวจับหนู

“จะว่าไป...โทษเด็กอย่างเดียวก็ไม่ถูก ต้องโทษพ่อแม่ที่ไม่สั่งสอน”

ได้ยินประโยคนี้เข้าจ่าขจรถึงกับสะอึกในอกนิ่งเงียบไปจนคณินทร์แปลกใจถามว่าเป็นอะไร

“ผมเป็นพ่อมันครับ มันเอาแต่หนีเที่ยวกับเพื่อน ผมทั้งด่าทั้งตี แต่มันก็ไม่ฟัง วันนึงผมทนไม่ไหวบุกไปตบหน้าคว่ำที่โรงเรียน หลังจากนั้นลูกก็ไม่คุยกับผมอีกเลย”

“ลูกจ่าคงเสียหน้าและอายเพื่อน จ่าต้องอธิบายเหตุผลให้ลูกเข้าใจ หาเวลาอยู่กับลูกเยอะๆ”

“ผู้กองก็รู้ดีอาชีพพวกเรามีเวลาให้ครอบครัวแทบนับชั่วโมงได้ เหตุร้ายต่อวันเป็นร้อยคดี แต่ตำรวจในพื้นที่มีแค่หยิบมือ”

“ผมเคยคุยเรื่องกำลังพลกับท่าน ผบ. ท่านเองถึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ตั้งเป็นหนึ่งในนโยบายการปฏิรูปตำรวจ”

“ถึงวันที่ปฏิรูปสำเร็จ ครอบครัวเพื่อนๆตำรวจคงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

“มันต้องดีสิ...ทุกอย่างต้องดีขึ้น”จ่ายิ้มรับอย่างมีความหวัง คณินทร์นึกได้ถามเรื่องวันก่อนที่เจอจ่าขจรขณะเขาติดตามความเคลื่อนไหวของวาทิศ

“ทำไมวันนั้นจ่าสะกดรอยตามผม”

“ผมรู้ว่าผู้กองทำงานปราบปรามยาเสพติด ผมอยากทำงานกับผู้กองครับ”

“งานของจ่ากับผมมันคนละส่วนกัน”

“ผู้กองทำเรื่องขอตัวผมไปช่วยงานได้”

คณินทร์ไม่ตอบ เดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตน จ่าขจรก้าวตามมาวิงวอนพร้อมบอกเหตุผล

“ผู้กองครับ ผมอยากทำงานปราบปราม ผมอยากให้ลูกภูมิใจในตัวผม”

ปรากฏว่าคณินทร์นิ่งเฉยแล้วขึ้นรถสตาร์ตออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทิ้งให้จ่าขจรยืนหน้าจ๋อยผิดหวังอยู่ตรงนั้น

ทางด้านโน้ตกับบอยและจอมที่ซิ่งรถจากไปก่อนหน้านี้ สามคนสุมหัวที่ตึกร้าง บอยกับจอมต้มใบกระท่อมกินกันอย่างเพลิดเพลินมีความสุข แต่โน้ตกลับนั่งนิ่งครุ่นคิดน้อยใจพ่อ

เมื่อบอยรินน้ำกระท่อมมาส่งให้แล้วโน้ตปัดออก บอยหงุดหงิดไม่พอใจบ่นว่าไม่กินแล้วมาทำไม

“กูแค่อยากให้พ่อสนใจกูบ้าง”

“แค่บิดเครื่องไปวันๆเขาไม่สนหรอก”

“แล้วจะให้ทำไง”

“เล่นยา” บอยตอบเร็วจี๋ แต่โน้ตลังเล ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

ooooooo

เพราะโดนตำรวจคุมเข้มทุกพื้นที่ทำให้การส่งยาเสพติดทั้งรายใหญ่และรายย่อยทำได้ยากลำบาก ยอดสั่งจึงน้อยลงไม่เป็นที่พอใจของวาทิศ ถึงกับเรียกไอ้แหลมมาซักถามและเอาผิดทั้งที่มันพยายามอย่างเต็มที่แล้ว

วาทิศไม่พอใจคำตอบ จับไอ้แหลมกดหัวลงอ่างน้ำแทบขาดใจถ้าหมอกลูกน้องอีกคนไม่ร้องเรียกเพื่อเตือนสติ

ความเอาแต่ใจและโมโหร้ายอย่างมากของวาทิศหรือที่หมอกเรียกว่าโรคจิต ทำให้ไอ้แหลมซึ่งจงรักภักดีกับวาทิศมาตลอดคิดหนักเหมือนกัน เมื่อหมอกชวนแยกตัวไปส่งยาเสพติดกันเองโดยไม่ขึ้นตรงกับวาทิศอีกต่อไป...

ปรมัตถ์ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษปราบปรามยาเสพติด ซึ่งทำหน้าที่แทนคณินทร์มาระยะหนึ่งแล้ว วันนี้เขาเรียกประชุมลูกทีมทุกคนเพื่อสั่งงาน โดยหลักๆให้คณินทร์ประสานงานกับหมวดคำนวณที่ชายแดนเพื่อเจาะลึกข้อมูลโรงงานผลิตยาเสพติด

เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นลงเป็นเวลาใกล้เที่ยงพอดี ปรมัตถ์ชวนทุกคนกินข้าว ปะเหมาะพอดีมินตราทำอาหารหลายอย่างมาเลี้ยงเพื่อหวังให้ได้ทำงานเร็วขึ้น ปรมัตถ์ดีใจเพราะจะได้มีโอกาสใกล้ชิดและทำความรู้จักกับเธอมากขึ้นในระหว่างกินข้าว แต่กลายเป็นโดนคณินทร์เป็นก้างขวางคอแถมยังพูดเย้ยว่าตนเคยกินอาหารฝีมือมินตรามาแล้วอร่อยกว่านี้อีก

ปรมัตถ์ไม่พอใจคณินทร์ ขณะที่มาโนชกับสุจิตราสัมผัสได้ถึงความบาดหมางของสองผู้กอง เลยจะขอแยกตัวไปนั่งกินสองคน แต่คณินทร์ไม่ยอม บอกให้นั่งกินด้วยกันหลายคนสนุกดี ตนมีเรื่องสนุกๆจะเล่าให้ฟัง มาโนชกับสุจิตรายิ้มแหยๆ เชื่อว่าไม่สนุกแน่ แต่จำใจต้องร่วมวง

แค่เพียงคณินทร์เริ่มต้นเล่าว่าตอนที่มินตราไปเฝ้าไข้เธอช่วยทำอาหารให้กินรสชาติอร่อยมาก แล้วไม่กี่วันมานี้เธอก็ไปอยู่บ้านตนจนถึงเช้า มาโนชกับสุจิตราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องสนุก แต่เป็นเรื่องที่จงใจเย้ยปรมัตถ์มากกว่า

“พวกน้องยังไม่รู้สินะ วันก่อนบังเอิญเราเจอกัน แล้วก็บังเอิญพี่เมา คุณมินมีน้ำใจช่วยอุ้มพี่ส่งบ้าน”

“ฉันให้พี่แท็กซี่ช่วยแบก” มินตราแทรกทันควัน

“แต่คุณก็มีน้ำใจช่วยเช็ดเนื้อตัวให้ผม ช่วยถอดเสื้อผ้าผม”

“ไม่ได้ถอดเสื้อผ้า แค่ปลดกระดุมค่ะ”

“ทำความสะอาดอย่างดีจนฉันเคลิ้มหลับไป...อาร์ม... นายรู้ไหมฉันตื่นมาฉันพบกับอะไร”

“แกก็เล่ามาสิ”

“ร่วมเล่นเกมหน่อย ติ๊กต๊อกๆ” คณินทร์ยียวน มินตราไม่พอใจ ตอบเสียเองว่าตนทำอาหารทิ้งไว้ให้ “ใช่แล้วเพื่อน บอกเลยว่ารสชาติดีกว่าจานนี้มาก มันคงแตกต่างระหว่างทำตามหน้าที่หรือทำด้วยใจ”

ปรมัตถ์ทนฟังไม่ไหว รวบช้อนเหมือนจะไม่กินต่อ คณินทร์ยิ้มพอใจที่ยั่วและข่มเขาสำเร็จ ความจริงไม่ใช่ ปรมัตถ์ตักข้าวกินอีกอย่างเอร็ดอร่อยแล้วพูดกับคณินทร์ว่า

“ฉันไม่รู้ว่ามื้อของนายอร่อยกว่าจานนี้แค่ไหน แต่สำหรับฉันอร่อยมาก เพราะฉันเชื่อว่าคุณมินตราเธอทำด้วยใจ” พูดแล้วเขาส่งยิ้มให้มินตราก่อนหันไปถามมาโนชกับสุจิตราว่าเห็นด้วยหรือไม่

สองคนอิหลักอิเหลื่อ แต่ต้องตอบความจริงว่าอร่อยมาก มินตราแอบยิ้มกับวิธีการของปรมัตถ์ที่ย้อนยอกคณินทร์ได้

“แล้วอีกอย่าง...ฉันจะไม่ยอมทำร้ายความรู้สึกของคนที่มีน้ำใจเพราะฉันเห็นค่าของคนทำเสมอ ส่วนคนที่ไม่รับรสรับรู้ความรู้สึกคนอื่น คงต้องกลายเป็นพวกมีหางว่ายอยู่ในน้ำ พวกคุณคิดว่าไง”

ปรมัตถ์สร้างความหนักใจให้มาโนชกับสุจิตราอีก คณินทร์ไม่รอฟัง ลุกพรวดขึ้นตัดบทอย่างมีอารมณ์

“ฉันว่าเราใช้เวลากินอาหารนานเกินไปแล้ว ควรทำงานให้มากกว่ากิน”

พูดจบเขาผลุนผลันออกไป มาโนชกับสุจิตราแอบมองสีหน้าท่าทางของปรมัตถ์ รับรู้ว่าเขาชื่นชอบมินตรามาก แล้วพอกินข้าวเสร็จสองคนก็ไปเม้าท์กันในขณะแปรงฟัน

“ผู้กองคณินทร์แปลกประหลาดขึ้นทุกวัน ปกติผู้กองไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหน แต่ทำไมถึงเสนอหน้าตลอด”

“คนเราเปลี่ยนกันได้ถ้ามีเป้าหมาย”

สองคนเชื่อว่ามินตราคือเป้าหมายของคณินทร์กับปรมัตถ์ แต่เมื่อสักครู่ผู้กองปรมัตถ์ต่อยน็อกเอาต์เก็บแต้มไปเต็มๆ ส่วนผู้กองคณินทร์หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ

พูดแล้วสองคนต่างพากันหน้าเจื่อน เพราะเหลือบเห็นคณินทร์ยืนฟังอยู่ สีหน้าคณินทร์นิ่งไม่บอกความรู้สึกแล้วเดินออกไป สุจิตรากังวลว่าผู้กองจะโกรธ มาโนชจึงอาสาไปเคลียร์ให้ ปรากฏว่าคณินทร์เดินหนีเข้าห้องน้ำไม่ฟังเสียงขอโทษของมาโนช

หลังอาหารมื้ออร่อย ปรมัตถ์อาสาไปส่งมินตรา หญิงสาวถือโอกาสนี้ถามเขาว่าเมื่อไหร่จะให้ตนลงภาคสนาม

“คงอีกไม่นานหรอกครับ ถ้ามีการจับกุม ผมจะรีบแจ้งคุณมิน เดี๋ยวผมไปส่งคุณมินครับ”

สองคนเดินยังไม่ถึงรถ เสียงโทรศัพท์ปรมัตถ์ดังขึ้น เขาขอตัวรับสาย ครู่เดียวก็บอกเธอว่าขอโทษที่ไปส่งไม่ได้ พอดีมีเรื่องด่วน

“ไม่เป็นไรค่ะ มินกลับเองได้ คุณทำหน้าที่คุณเถอะค่ะ”

“ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่เข้าใจผม”

มินตรายิ้มรับ พอปรมัตถ์แยกตัวไป หญิงสาวก็ออกมาโบกแท็กซี่ แล้วสังเกตเห็นรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งสะกดรอยตาม!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ยุ้ย เสียใจกับการจากไป เมาหนักหมดสติ จนเสียตัวให้ โอม ใน "ตะวันตกดิน"

ยุ้ย เสียใจกับการจากไป เมาหนักหมดสติ จนเสียตัวให้ โอม ใน "ตะวันตกดิน"
14 พ.ค. 2564

06:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:00 น.