กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาตวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ก่อนจะพามัทนาไปซื้อของ  เขตต์ตวันเข้ามาเอากุญแจรถกับโทรศัพท์ในบ้าน  สีหน้าเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข  จนเอกชัยอดแซวไม่ได้ว่าคิดจะเดททิ้งทวนกับมัทนา  เขตต์ตวันถลึงตาใส่  มันไม่ใช่อย่างนั้น แต่เอกชัยยังทำหน้าล้อเพื่อน

“ไอ้เอก ถ้าไม่อยากถูกเตะ หุบปาก” เขตต์ตวันเขินจนลืมว่าเข้าบ้านมาจะเอาอะไร

เอกชัยแกล้งเตือนว่าเอามือถือหรือเปล่า เขาจึงนึกได้เดินไปคว้ามาแล้วจ้ำๆออกไป ลลิสาแอบยืนฟังอยู่บนบันไดด้วยสีหน้าหึงหวง  เยาะยืนยุยงสำเนียงใต้อยู่ข้างๆ ให้ตามไปด้วยอย่าปล่อยสองคนตามลำพัง  ลลิสาได้แต่ยืนเจ็บใจเพราะไม่กล้าไปให้เขตต์ตวันโกรธอีก

เยาะวิ่งตามดูให้แน่ใจว่าไปกันลำพังสองคนจริงไหม แต่ไม่ทัน เห็นชลบุษย์ยืนมองอยู่จึงเข้าไปถาม  กลับโดนตวาดใส่ “ไม่มีตาหรือไง”

“มีค่ะ แต่เห็นไม่ชัด”

“ฝากไปบอกเจ้านายแกด้วย  เตรียมตัวตกกระป๋องไว้ได้เลย”

“ตกไปอยู่กับคุณบุษย์ใช่ไหมคะ”

ชลบุษย์โกรธจนปากคอสั่น แต่ไม่อยากลดตัวลงไปทะเลาะกับคนรับใช้  จึงสะบัดหน้าเดินไป  ปล่อยเยาะยิ้มสมน้ำหน้าก่อนจะวิ่งไปรายงานลลิสา...

เขตต์ตวันพามัทนามาที่ร้านขายของฝาก ทั้งคนขายและลูกค้ารุมล้อมขอลายเซ็น  บางคนเอามือถือถ่ายภาพโดยที่เขาไม่แสดงท่าทีไม่พอใจเหมือนก่อน  บางคนถามว่าเขาจะเล่นหนัง เล่นละครอีกไหม  เขาตอบอย่างยิ้มแย้มว่าไม่ ขอเปลี่ยนมาซื้อขนมบ่อยๆให้เห็นหน้าแทน

ผละจากคนที่รุมล้อมมาได้  เขตต์ตวันก็มาแซว มัทนาจะเหมาหมดร้านไหม  เธอตอบว่าอยากได้ตั้งหลายอย่าง สงสัยจะถังแตกก็วันนี้  กินฟรีมาเสียนาน จากนั้นเขาก็พาเธอมาที่ร้านขายผ้าบาติก ซึ่งร้านจัดสไตล์บ้าน  มีผ้าหลากหลายสวยงามทั้งนั้น  มัทนาตื่นตาตื่นใจ

“ฉันรับรองว่าผ้าบาติกแท้  ที่บริษัทสั่งเข้ากรุงเทพฯบ่อยๆ ลูกค้าต่างชาติชอบซื้อ”

“เลือกไม่ถูกเลย” มัทนาจับผืนนั้นผืนนี้ดูอย่างสนใจ

“ฉันรู้จักกับเจ้าของร้านมานานมากแล้วนะ  เคยไปฝึกเขียนลายผ้ากับแกด้วย”

“คุณเอาไปใช้กับงานออกแบบระบำนกยูงด้วยใช่ไหมคะ”

เขตต์ตวันพยักหน้า ก่อนจะหยิบผ้าผืนหนึ่งมากางโชว์   เป็นผ้าออกสีส้มอมแดงเรืองรองของพระอาทิตย์ยามอัสดง  เงาสองหนุ่มสาวทอดยาวบนหาดทราย  มัทนาเห็นแล้วชมเปาะว่าสวย

“เหมาะกับเธอมากนะ ชอบไหม”

“ชอบค่ะ สงสัยจะแพงน่าดู”

“เธอมากับใครล่ะ ได้ราคาพิเศษมากๆอยู่แล้ว ลูกค้าประจำ” เขตต์ตวันยักคิ้วอวด

มัทนาดีใจขอเลือกให้พี่สาวและแก๊งทหารเสือของตน ชายหนุ่มอมยิ้มอย่างเอ็นดู...เสร็จจากเลือกของฝาก เขตต์ตวันพามัทนามาทานกาแฟร้านกลางหุบเขา บรรยากาศสบายๆวิวสวย

“มัทคิดว่ามัทกำลังฝันไปนะคะ ไม่นึกว่าจะมีโอกาสได้มานั่งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติสวยๆยังงี้...” หญิงสาวมองหน้าเขตต์ตวันไม่กล้าพูดคำว่า...กับคุณ...ออกมา

“ธรรมชาติไม่ได้หนีหายไปไหนหรอก เธอเอาแต่ทำงานจนลืมมองมันเอง”

“ก็จริงค่ะ” มัทนามองไปรอบๆห่อไหล่เล็กน้อยด้วยอากาศเย็นลง

เขตต์ตวันสังเกตเห็นว่ามัทนาหนาวจึงชวนกลับ แต่เธอขออยู่ต่อสักพัก เพราะกลับกรุงเทพฯคงไม่มีโอกาสได้มาเห็นอีก ชายหนุ่มจึงขอตัวสักครู่ มัทนามองตามหลังเขาเศร้าๆก่อนจะหันมาพึมพำกับธรรมชาติเหมือนเตือนใจตัวเอง

“งานจบแล้วมัท ทุกอย่างจบแล้ว เตรียมตัวกลับไปเริ่มงานฝ่ายใหม่ได้”

ไม่ทันไร ผ้าบาติกผืนสวยก็มาคลุมบนไหล่อย่างไม่คาดคิด มัทนาตกใจเหลือบตามอง

“ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ก็คงกันลมได้บ้าง” เขตต์ตวันบอกหญิงสาว

มัทนายิ้มเขิน กระชับผ้าห่มตัว รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เขตต์ตวันขอโทษที่ถือวิสาสะไปหยิบมา เธอรีบบอกว่าไม่เป็นไร ตนเกรงใจด้วยซ้ำ ที่ทำให้เขามาเสียเวลากับตน

“ไม่มีอะไรสำคัญหรอก วันนี้ฉันไม่อยากรีบ บรรยากาศ ดีๆแบบนี้ อยากให้เวลาผ่านไปช้าๆด้วยซ้ำ” เขตต์ตวัน ชำเลืองมองมัทนา

สองคนประสานสายตากันพอดี ชายหนุ่มทำทียกแก้วกาแฟขึ้นรอชนแก้ว มัทนายิ้มเก้อเขินหยิบแก้วมาชน ต่างคนต่างไม่กล้าพูดความในใจ

“ขอบคุณมากสำหรับเวลาหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้น ประสบการณ์ชีวิตกับผลงาน จากความตั้งใจของฉัน เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ อย่างน้อยก็เธอคนหนึ่งล่ะ ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตฉันน่าอยู่ขึ้นอย่างบอกไม่ถูก” เขตต์ตวันยิ้มอย่างจริงใจ

มัทนาน้ำตารื้น “ขอบคุณคุณปอนมากเช่นกันค่ะ ที่...ที่อดทนกับเด็กดื้อ เอาแต่ใจคนนี้จนงานเสร็จ งานสัมภาษณ์คราวนี้คือผลงานที่จะเปลี่ยนชีวิตการทำงานของมัทให้ดีขึ้น ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริงๆ” มัทนาร้องไห้โฮออกมาแบบเด็กๆตัวสั่นสะท้าน

เขตต์ตวันวางแก้วเข้ามาย่อตัวลงนั่งข้างๆกอดปลอบ “ไม่ร้องไห้สิสาวน้อย เธอทำดีแล้วจำไว้นะ เธอเป็นนักข่าวที่ดีและเก่ง อย่าทำให้ฉันผิดหวังเชียวนะ”

มัทนายิ่งร้องไห้สวมกอดเขาแน่นราวกับไม่อยากจากไป สองคนกอดปลอบกันและกัน...หลังจากนั้น เขตต์ตวันขับรถเปิดประทุนพามัทนานั่งกินลมชมวิวเกาะภูเก็ตยามค่ำคืน สองคนคุยหัวร่อต่อกระซิก ดูถูกคอกันมากขึ้น

เมื่อถึงโรงแรม เขตต์ตวันเดินมาส่งมัทนาถึงหน้าลิฟต์ ความรู้สึกของทั้งสองคนสั่นหวิวไม่อยากจากกัน ชายหนุ่มเอ่ยปากว่าพรุ่งนี้จะมารับไปส่งสนามบิน

“ที่จริงคุณไม่ต้องมารับมัทก็ได้ค่ะ มัทเกรงใจไม่อยากรบกวน”

“ไม่ได้รบกวนอะไรหรอก อะไรที่ฉันพูดออกไปแล้ว หมายความว่าฉันเต็มใจที่จะทำ ไม่ใช่พูดไปตามมารยาท แต่ถ้าเรื่องไหนฉันไม่อยากทำ ก็ไม่มีใครมาบังคับให้ฉันทำได้หรอก เข้าใจไหม”

มัทนายิ้มปลื้มยกมือไหว้ขอบคุณ เดินเข้าลิฟต์ ชาย หนุ่มล่ำลาให้ฝันดี พรุ่งนี้ตนจะมารับ หญิงสาวหันกลับมามองอย่างอาลัยอาวรณ์จนลิฟต์จะปิด มัทนาวาดฝันว่าเขตต์ตวันจับประตูไว้แล้วโถมตัวเข้ากอดตน บรรจงหอมแก้มอย่างทะนุถนอม...เสียงลิฟต์ดังเตือนว่าถึงชั้นที่กดไว้ มัทนาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ บ่นพึมพำอย่างเสียดาย

“ไม่เห็นซึ้งเหมือนในหนังเลย”

ด้านเขตต์ตวัน ขับรถกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือน ตกอยู่ในความรัก เปิดเพลงซึ้งๆฟังไม่ทันไร มัทนาส่งไลน์ ภาพคนยิ้มประกอบข้อความ...ขับรถดีๆนะคะ...เขายิ่งยิ้มแก้มแทบปริ รู้สึกกระชุ่มกระชวยในใจอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น มัทนาลงมาเล่นน้ำทะเลทิ้งทวน เธอดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนาน เหมือนมีคนแอบมอง จนเธอต้องเหลียวมองหา...กลับขึ้นมา เห็นนักท่องเที่ยวในโรงแรม ยืนมองซุบซิบกันเป็นกลุ่มๆ ทำให้แปลกใจ มองไปเห็นเขตต์ตวันสวมแว่นดำยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์

เสียงผู้หญิงคนหนึ่งเตือนเพื่อนที่กำลังถ่ายรูปเขตต์– ตวันว่า “ไปถ่ายเขาทำไม ไม่ขอเขาก่อน เดี๋ยวเขาก็ด่าเอาหรอก”

มัทนารีบเดินไปหา “คุณปอน...คุณปอนมารอนานหรือยังคะ”

“เพิ่งมาถึงนี่แหละ”

“มัทไปเล่นน้ำทิ้งทวนมาน่ะค่ะ”

“ไม่ต้องบอกก็รู้ เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำขนาดนี้”

มัทนาถามหาเอกชัย รออยู่ที่รถหรือ เขตต์ตวันบอกว่าวนรถไปซื้อของเดี๋ยวกลับมา เขาบอกให้เธอขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเสีย แต่มัทนาเป็นห่วง

“คุณปอนจะรอที่ไหนล่ะคะ วันนี้นักท่องเที่ยว คนไทยเยอะซะด้วย คุณอึดอัดตายเลย” มัทนารู้สึกผิดที่มัวเล่นน้ำทำให้เขาต้องมารอ “เป็นความผิดของมัทเอง เอางี้...คุณปอนขึ้นไปรอในห้องมัทก็แล้วกัน”

“จะดีเหรอ...”

“ดีแน่นอนค่ะ ถึงจะรกหน่อยแต่ก็ดีกว่ายืนเป็นเป้าสายตาตรงนี้แน่ๆ”

ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆ เห็นคนมองแล้วหลบสายตากันใหญ่ จึงตัดสินใจบอกมัทนาให้ขึ้นไปก่อนแล้วตนจะตามขึ้นไป จะได้ไม่น่าเกลียด หญิงสาวรับคำ พอดี พนักงานวิ่งมาบอกว่า รูปที่มัทนาสั่งอัดเอาไว้ ตนเอาไปวางไว้บนห้องให้แล้ว มัทนาขอบคุณแล้วหันบอกเขตต์ตวันเดี๋ยวเจอกัน ชายหนุ่มทำทีเป็นหยิบหนังสือพิมพ์มากางอ่าน

ขึ้นมาถึงบนห้อง มัทนารีบเก็บของที่เกลื่อนกลาด เศษกระดาษถุงขนมก็จับทิ้งขยะ ไม่ทันไร เขตต์ตวันมาเคาะประตูห้อง เธอสะดุ้งหันไปเก็บชุดชั้นในที่ตากไว้ก่อนเปิดประตูรับ

“ห้องรกหน่อยนะคะ” มัทนารีบออกตัว

“ไม่เป็นไรครับ” เขตต์ตวันตอบยิ้มๆ

มัทนาปัดของออกจากเก้าอี้ให้เขานั่งอย่างอายๆ “ตัวนี้พอนั่งได้อยู่ค่ะ ฉันขอเวลาอาบน้ำแป๊บเดียว”

“ตามสบายเถอะ แต่รักษาเวลาด้วย เดี๋ยวจะตกเครื่อง”

“มัทวิ่งผ่านน้ำแป๊บเดียวค่ะ แช่น้ำเกลือมาแล้ว ฆ่าเชื้อโรคหมดเกลี้ยง”

เขตต์ตวันยิ้มขำๆ มัทนาเปิดตู้หยิบชุดที่จะใส่ แล้วนึกได้บอกเขาว่า รูปถ่ายอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เอามาดูได้เลย ชายหนุ่มพยักหน้า เธอรีบเดินเข้าห้องน้ำไป...มัทนาถอนใจเฮือกใหญ่มองตัวเองในกระจกห้องน้ำ อับอายความซกมกของตัวเองเหลือเกิน

“รู้งี้ทำตามที่แม่สอน ฝึกให้เป็นนิสัยซะก็ดี...อายจังเลย”

เขตต์ตวันช่วยเก็บของที่ตกหล่นให้เข้าที่เข้าทาง เสียงมัทนาตะโกนออกมาว่าห้องรกหน่อยนะ เขาจึงตะโกนกลับไปว่า

“ฉันว่าใครได้เธอเป็นแฟนต้องอดทนและเงินหนาพอจะจ้างแม่บ้านนะ”

มัทนาร้องกรี๊ดด้วยความอับอายมาก อยากกดชักโครก ฆ่าตัวตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยเขตต์ตวันหยิบผ้าบาติกผืนที่ซื้อเมื่อวานมาพับวางให้เรียบร้อยส่ายหน้าอย่างเอ็นดูที่เธอเหมือนเด็กๆเล่นจนไม่รู้จักเวลาพลันมองไปเห็นซองสีน้ำตาลอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งจึงไปหยิบมาเปิดดูหน้าซองมีข้อความว่า...ข้อมูลประกอบข่าวที่คุณต้องการ...ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีตราไปรษณีย์ เขาเข้าใจว่าเป็นรูปที่มัทนาบอกให้ดูได้ พอเปิดดูแทบช็อก

มัทนาอาบน้ำแต่งตัวชุดเดินทางออกมา รวบของใช้ในห้องน้ำออกมาด้วย รีบบอกเขาว่าจวนเสร็จแล้ว ขอเวลาเก็บของใส่กระเป๋าอีก 5 นาที เธอง่วนกับข้าวของ รู้สึกแปลกใจที่เขตต์ตวันเงียบผิดสังเกต หันไปมองใจหายวูบ รู้สึกเย็นวาบด้วยความกลัวอย่างบอกไม่ถูก สายตาเขาดูโกรธจัด ดวงตาลุกวาวจ้องเขม็งมาที่ตน ในมืิอกำภาพถ่ายไว้หลายสิบใบ

“นี่น่ะเหรอ คำสัญญาของเธอ” เขากราดเกรี้ยวใส่

“อะไรกันคะ” มัทนาหน้าเหลอหลา

“ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ ฉันนึกว่าเธอจะดีกว่านักข่าวคนอื่น จริงๆแล้วเลวทรามยิ่งกว่า”

เขตต์ตวันก้าวเข้าประชิดมัทนาถอยกรูดอย่างหวาดกลัว ไม่คาดคิดเขาใช้มืออันแข็งแกร่งบีบคอเธอจนเธอ

กลอกตาไปมาพยายามจะแกะมือเขาออก

“ปล่อยฉันก่อนได้ไหม คุณพูดอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง”

“ฉันมันโง่เองที่หลงเชื่อหน้าสวยๆใครมันจะไปรู้ว่าข้างในมันเน่าเฟะ มีแต่ความหลอกลวง เธอทำกับฉันยังงี้ ฉันฆ่าเธอได้นะ”

“คุณพูดเรื่องอะไรของคุณ ฉันงงไปหมดแล้ว”

น้ำตาหญิงสาวคลอเบ้า

เขตต์ตวันใช้มือที่กำภาพ จ่อเข้าที่หน้ามัทนา สีหน้าเขาโกรธจัดจนเผลอบีบคอเธอแรงขึ้นมัทนายิ่งงง “คุณบ้าไปแล้ว ปล่อยฉันนะ ฉันหายใจไม่ออก”

“สะใจมากใช่ไหม ที่ได้รู้ได้เห็นทุกอย่างสมใจอยาก กำลังหัวเราะฉันอยู่ในใจล่ะสิ ไอ้หน้าโง่ตัวนี้มันช่างหลอกง่ายซะเหลือเกิน”

มัทนาไอสำลักหายใจไม่ออก แต่เขตต์ตวันยัง

บีบแน่นด้วยสีหน้าดุดัน “ผลงานชิ้นโบแดง ขุดคุ้ยความอัปยศของไอ้เขตต์ตวันชนิดไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน สมใจเธอแล้วใช่ไหม”

มัทนาแทบทนไม่ไหว น้ำตาไหลหยดลงบนมือเขตต์ตวัน เขาค่อยได้สติคลายมือออก ลดแววตาแข็งกร้าวลง หญิงสาวเข่าอ่อนทรุดลงนั่ง พยายามบอกให้เขาฟังตนสักนิด

“ไม่จำเป็น ฉันไม่อยากโดนเธอหลอกซ้ำซาก”

“ฉันไม่เคยแต่งเรื่องหลอกคุณ” มัทนาน้ำตาไหลพราก

“พอเถอะ ฉันฟังเธอจนซึ้งใจหมดแล้ว...เอาเลยสิ ได้สิ่งที่เธอต้องการแล้วนี่คุณนักข่าว เชิญเขียนชีวิตฉันให้สารเลวตามใจชอบไปเลยจำเอาไว้ เรื่องนี้ฉันไม่ยอมยกโทษให้เธอแน่” เขตต์ตวันปารูปในมือใส่หน้าหญิงสาวก่อนจะเดินฉับๆ ออกไปปิดประตูโครม

มัทนาสะดุ้งเฮือก น้ำตาไหลพรากด้วยความงงเกิดอะไรขึ้น แต่พอเหลือบตามองภาพที่กระจายอยู่ ก็แทบช็อกเมื่อภาพเหล่านั้นเป็นภาพโป๊เปลือยไม่มีความเป็นศิลปะแม้แต่น้อย ของชายหญิงหลายคู่ มัทนาตกตะลึงปนขยะแขยงภาพเหล่านั้น ถอยกรูดไปชิดกำแพง งุนงงว่าภาพเหล่านี้มาอยู่ในห้องตนได้อย่างไร มีกระดาษแผ่นหนึ่งตกอยู่ เธอหยิบมาอ่าน

“การดำเนินชีวิตของเขตต์ตวันเกี่ยวพันกับการค้าประเวณีมาโดยตลอดนับตั้งแต่แม่  น้องสาวเมียลับๆ... การก่อตั้งบริษัทตวันทำขึ้นมาเพื่อเป็นฉากบังหน้าแท้ที่จริงแล้วนางแบบทุกคนของตวันก็ไม่ต่างอะไรกับโสเภณีชั้นสูง ภาพเหล่านี้คงเป็นพยานได้อย่างดี”

มัทนารวบรวมความกล้า หยิบรูปเหล่านั้นมาดู เห็นมีชื่อนางแบบที่ด้านหลังของทุกภาพเธอแทบสิ้นสติอย่างไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้

ตั้งสติได้มัทนาโทร.หาบก. แต่เผอิญเขาออกไปจากห้อง ทิ้งมือถือไว้บนโต๊ะ เธอวางสายครุ่นคิด ไม่น่าเป็นฝีมือ บก.แล้วใครกันที่ส่งภาพเหล่านี้มา

ooooooo

เอกชัยนั่งฟังเพลงรออยู่ในรถ เห็นเขตต์ตวันเดินหน้าเครียดดุดันมาจึงลงจากรถมาถามหามัทนา

เขตต์ตวันผลักอกโครมไปกระแทกรถ เอกชัยงงเกิด อะไรขึ้น

“เพราะแกคนเดียวไอ้เอก แกชักศึกเข้าบ้าน”

“ฉันไม่เข้าใจ”

“ก็แม่นักข่าวคนดีของแกนั่นไง พวกเราถูกมันหลอก โดนต้มจนเละเทะ”

“อะไรของแก ฉันงงไปหมดแล้ว”

“เด็กนั่นมีรูปอุบาทว์ของนางแบบเราเต็มไปหมด”

“แล้วไปเอามาจากไหน!”

“ฉันไม่รู้ แต่ที่ฉันเห็นกับตาคือบทความของมัน มันเขียนแฉฉันอย่างเลวทราม เอาความจริงกับเรื่องแต่งขึ้นผสมกันมั่วไปหมด จุดประสงค์คือการประจาน  ฆ่าฉันอย่างเลือดเย็นที่สุด”

“ไม่มีทาง มัทไม่มีทางทำกับพวกเราแบบนี้  ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันซักอย่าง”

เขตต์ตวันโกรธชกหน้าเอกชัยโครม ล้มหงายไปกับพื้น “เลิกปกป้องเด็กนั่นซะที หายโง่ได้แล้วไอ้เอก”

เอกชัยชักโกรธ  ลุกขึ้นกระชากไหล่เพื่อนหันมาชกสวนเข้าให้บ้าง “แกนั่นแหละเลิกคลุ้มคลั่งซะที  แกกำลังตกเป็นเหยื่อมัน รู้ตัวไหมไอ้ปอน”

เขตต์ตวันชะงักเล็กน้อยก่อนจะผลักเอกชัยออก เดินขึ้นรถขับออกไปดื้อๆ เอกชัยมองอย่างกังวล  จะตามแต่ก็เป็นห่วงมัทนา จึงวิ่งเข้าไปในโรงแรมแทน

ooooooo

เอกชัยหน้าบวมช้ำมาเคาะประตูห้องมัทนาอย่างร้อนใจ  มัทนาเปิดประตู  เห็นตาบวมจากการ ร้องไห้อย่างหนัก  เขารีบถามว่าเขตต์ตวันทำอะไรเธอ หรือเปล่า เธอส่ายหน้า แต่พอเห็นหน้าเขาก็รีบถาม

“หน้าคุณเอกไปโดนอะไรมาคะ”

เอกชัยตอบปัดๆว่าหกล้ม  เธอทำหน้าไม่เชื่อ ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้อง  เห็นเธอเก็บของเตรียมพร้อมเดินทางเรียบร้อย  มัทนาถามถึงเขตต์ตวัน เอกชัยถอนใจ

“ไปไหนของมันแล้วก็ไม่รู้”

“คุณเอกพอจะรู้เรื่องรูปนั่นแล้วใช่ไหมคะ จะเอามัทไปสาบานที่ไหนก็ได้ มัทไม่รู้เรื่องจริงๆ มัทไม่มีทางเขียนข่าวแล้วลงรูปน่ารังเกียจพวกนี้เด็ดขาด” มัทนาส่งซองน้ำตาลให้

เอกชัยแง้มดูแล้วถอนใจพรวด “ฝีมือมันแน่ๆไอ้คนอัปรีย์ ชอบเล่นสกปรกอย่างนี้ ไม่มีใครหรอก”

“ใครเหรอคะ...”

“เธอไม่รู้จักหรอก  รู้แค่ว่ามันไม่หวังดีกับไอ้ปอนก็แล้วกัน” เอกชัยหน้าเครียด

มัทนาอยากคืนรูปพวกนี้แก่เขตต์ตวันและอธิบายให้เขาเข้าใจ แต่เอกชัยห้าม เพราะพูดไปตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์  ขนาดตนค้านยังทำขนาดนี้   เขาชี้ที่หน้าช้ำของตัวเอง มัทนาจ๋อย

“มัทต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่เป็นต้นเหตุให้คุณสองคนต้องทะเลาะกัน คุณเอกเลยต้องมาเจ็บตัวฟรีๆ”

“ก็ไม่ฟรีหรอกสาวน้อย ฉันชกหน้ามันคืนไปได้หมัดนึงเหมือนกัน...เสียดายก็แต่ไอ้ปอนมันมุดกลับเข้าไปซ่อนในเปลือกอีกแล้ว”

มัทนารู้สึกเศร้าปนเซ็งไปด้วย ทุกอย่างกำลังไปได้ดี เอกชัยสงสารเพื่อนถึงกับบ่น “ที่ผ่านมาปอนมันใช้ชีวิตแบบตีกรอบตัวเองให้อยู่ในวงแคบๆไม่รับรู้เรื่องราวคนอื่น ไม่แชร์เรื่องราวของตัวเองกับใคร ไปไหนก็แบกเปลือกหนาๆไปด้วย ซุกตัวอยู่แต่ในกระดอง”

“คุณเอกพามัทไปหาคุณปอนทีสิคะ มัทขอร้องล่ะ ถ้ามัทไม่ได้อธิบายเรื่องทั้งหมดให้คุณปอนเข้าใจ มัทคงอึดอัดใจตาย”

“ไม่ต้องอธิบายหรอก ปอนมันน่าจะเป็นฝ่ายมาขอโทษเธอมากกว่า”

“แต่มัทอยากจะพูดกับเขาเดี๋ยวนี้ เขาคงไม่มาหามัทแน่ๆ มัทต้องไปหาเขาเอง” มัทนาน้ำตาไหลพรากด้วยความอัดอั้นตันใจ

เอกชัยเข้ามาจับไหล่ปลอบ “ไม่มีประโยชน์หรอกมัท ฉันอยู่กับมันมานาน รู้จักนิสัยมันดี ตอนนี้ถึงจะเป็นหลวงพ่อมาอธิบาย มันก็ไม่เชื่อหรอก ไอ้นี่เวลามันจะโง่ซะอย่าง ทั้งโง่ทั้งดื้อน่าเตะ รอหน่อยเถอะ รอมันใจเย็นขึ้น หูตาสว่างพอจะพูดกันรู้เรื่อง แล้วฉันจะบอกมันให้เอง ถึงเวลานั้นมันคงคิดได้ แล้วหาทางไปขอโทษเธอ ตอนนี้ต้องรอให้มันหมดพยศก่อน”

“มัทต้องรอถึงเมื่อไหร่คะคุณเอก” มัทนายังสะอื้น

เอกชัยเช็ดน้ำตาให้ด้วยสีหน้าหนักใจ “ถึงเธอตั้งใจจะปรับความเข้าใจกับเจ้าปอนมันตอนนี้ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปตามตัวมันเจอได้ที่ไหน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะกลับบ้านเมื่อไหร่ อาจจะคืนนี้ พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ก็ไม่แน่”

มัทนายิ่งร้องไห้ เอกชัยบอกว่าตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเห็นเขตต์ตวันเป็นแบบนี้ สองสามครั้ง อย่าเสียเวลาไปยื้อให้เหนื่อยเลย เดี๋ยวก็กลับมาเอง เขาดึงหญิงสาวมากอดปลอบ

“ไม่ร้องไห้นะสาวน้อย เธอไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันเชื่อทุกคำพูดของเธอ”

“ขอบคุณค่ะคุณเอก” มัทนาผละตัวออกมาเช็ดน้ำตาตัวเองป้อยๆ

“เตรียมตัวเดินทางไปสนามบินเถอะ ป่านนี้คนรถคงมารอแล้วล่ะ ฉันกับเจ้าปอนมีโปรแกรมต้องเข้ากรุงเทพฯสองสามวันนี้อยู่แล้ว เชื่อฉันสิ ถึงเวลานั้น ปัญหาทุกอย่างคงเคลียร์ ทำใจให้สบายเถอะนะ” เอกชัยลูบหัวมัทนาอย่างเอ็นดูและเห็นใจ

มัทนาพยักหน้าลุกขึ้นเตรียมตัวทั้งที่ยังทำใจไม่ได้ น้ำตาไหลพรากออกมาอีก รู้สึกหมดหวังอย่างบอกไม่ถูก เอกชัยเห็นแล้วให้สงสาร ในใจเชื่อว่า เพื่อนของตนจะต้องเข้าใจและยอมรับว่าเธอไม่ใช่คนผิด

ooooooo

ด้วยความผิดหวังเสียใจ ทำให้เขตต์ตวันหาที่พักใจ มาช่วยตักอาหารกลางวันแจกเด็กๆที่วัด ครูแดนสังเกตเห็นสีหน้าอมทุกข์ของเขา และรอยช้ำบนใบหน้า จึงเอ่ยถามโดนอะไรมา เขตต์ตวันปัดว่า หกล้มนิดหน่อย

ในขณะที่คนขับรถที่บ้านขับรถมารับเอกชัยและมัทนาไปส่งที่สนามบินภูเก็ต มัทนามอบรูปอุบาทว์ทั้งหมดให้เอกชัยเอาไปทำลายทิ้ง ตนไม่มีวันเอามันมาตีพิมพ์แน่ๆ เอกชัยเข้าใจความรู้สึกของมัทนาดี เขาบีบมือเธออย่างเห็นใจ

“ถ้าคุณปอนเชื่อใจมัทได้ซักครึ่งของคุณเอกก็คงดีนะคะ”

“คนมันปมเยอะก็อย่างนี้แหละ รักมากก็โกรธมากเป็นธรรมดา”

คำพูดของเอกชัยทำให้มัทนาสงสัย เหล่มอง

ว่าเขาจะขยายความไหม แต่ไม่มีแรงจะต่อความยาวสาวความยืด จึงหยิบมือถือมาส่งภาพไปหาเขตต์ตวัน เป็นภาพการ์ตูนร้องไห้หลายรูป

เขตต์ตวันซึ่งนั่งทานข้าวอยู่กับครูแดน กดมือถือดูเห็นภาพเหล่านั้นเต็มพรืดไปหมด เขามองแล้วถอนใจปิดมือถือไม่สนใจ มัทนากำลังพิมพ์ข้อความว่า...มัทขอยืนยันอีกร้อยครั้งพันครั้งว่ามัทไม่รู้ว่ารูปพวกนั้นมาอยู่ในห้องมัทได้อย่างไร จะให้มัท...พิมพ์ได้เท่านี้ น้ำตาเธอก็ไหลพรากออกมา ตัดสินใจลบข้อความทั้งหมดทิ้ง เอกชัยมองด้วยความสงสารลูบหัวปลอบเธออย่างเอ็นดู

เวลาผ่านไป เขตต์ตวันเงยมองเครื่องบินที่บินผ่านบนท้องฟ้า เหมือนกำลังบอกลามัทนา...จนบ่าย มัทนาหอบกระเป๋าพะรุงพะรังเดินเข้าบ้านด้วยสีหน้าเศร้าๆ เห็นบ้านเงียบไม่มีใครออกมาต้อนรับ ความเหงาอ้างว้างจู่โจมเข้าจับขั้วหัวใจจนแทบตั้งตัวไม่ทัน เธอทิ้งสัมภาระทั้งหมดลงพื้น เดินไปฟุบหน้าร้องไห้ที่โซฟา เพราะอัดอั้นตันใจมานาน...จนรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง จึงเดินขึ้นมาบนห้องน้องสาว เห็นมีตู้ปลาเพิ่มมาใหม่

“เลี้ยงอะไรของเขาอีกนะ...อ้อ เต่าญี่ปุ่น ค่อยยังชั่วหน่อย” มัทนาชะโงกมองยิ้มๆ พลันบนเตียงที่มีผ้าห่มขยุกขยุย เปิดผึงออก วาสิฏฐีเด้งดึ๋งขึ้นมานั่ง เผชิญหน้ากัน ต่างคนต่างร้องลั่นด้วยความตกใจ วาสิฏฐีโวย “พี่มัทน่ะเอง!”

“นอนอยู่ตรงไหนเนี่ย พี่มองไม่เห็นเลย”

วาสิฏฐีคลานมานั่งคุยด้วยปลายเตียง ถามไถ่กลับมาเมื่อไหร่ สนุกไหม มัทนาหน้าเศร้าตอบอย่างเนือยๆ จนวาสิฏฐีคิดว่าพี่สาวไม่สบาย ลองเอามืออังหน้าผากและคอ

“ตัวก็ไม่ร้อนนี่”

“ขอนอนด้วยคนนะ” มัทนาขยับขึ้นไปนอนบนเตียง

วาสิฎฐีมองพี่สาวอย่างสงสัย ถามว่าเหงา เศร้าใช่ไหม หญิงสาวหันมองน้องอย่างแปลกใจรู้ได้อย่างไร

“โธ่ สิฏฐีก็เคยเป็น คนเราพอไปเที่ยวหนุกๆนานๆ กลับมาบ้านมันจะว้าเหว่ เวิ้งว้าง เหงาหงอยยังงี้แหละ”

“รู้ดีนักนะ” มัทนายิ้มขำๆ

“เจ็บสุดตอนไหนรู้ไหม...ตอนรื้อกระเป๋าเสื้อผ้าไปซัก”

มัทนารู้สึกว่าจริง หน้าเศร้าลง ยื่นมือไปหาน้องสาว “มานอนกอดที ไม่อยากอยู่คนเดียว”

วาสิฏฐีคลานไปหา นอนหันหลังให้พี่สาวกอดและบอกว่าตนจะหลับจริงๆนะ ยังง่วงอยู่ มัทนาน้ำตารื้นพยายามตัดความเสียใจ “อือ พี่ก็อยากหลับเหมือนกัน ไม่ต้องตื่นมาอีกเลยยิ่งดี”

ooooooo

ตะวันใกล้คล้อย เอกชัยมาตามหาเขตต์ตวันที่แหลมพรหมเทพ พบกำลังนั่งมองวิวตำแหน่งที่เคยมานั่งกับมัทนา เอกชัยเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนรักดี จึงเดินมานั่งข้างๆทำให้เขาสะดุ้งหันมา เอกชัยยกมือตั้งการ์ดป้องกันตัวพร้อมขู่ “ชกฉันอีกหมัดเดียว แกน็อกแน่ไอ้ปอน”

เขตต์ตวันรู้สึกผิดเอ่ยปากขอโทษ เอกชัยกระเซ้าให้ไปตามพยาบาลสาลินีมาเฝ้าไข้ตนด้วย เขตต์ตวันหัวเราะรู้ว่าถูกแขวะ “สำออย...รู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่”

“แค่ลองคิดดูว่ามาที่ไหนจะช่วยให้หายคิดถึงมัทนาได้มั่ง”

“เลิกพูดถึงเขาซะทีได้ไหม แค่นี้เราสองคนยังเจ็บไม่พออีกรึไง” เขตต์ตวันเคือง

“เจ็บทั้งสามคนมากกว่า เจ็บแล้วไม่จบซะด้วย เพราะคนผิดยังลอยนวลอยู่”

เขตต์ตวันลุกพรวดต่อว่าเพื่อนยังปกป้องเธออีก เอกชัยโพล่งแทงใจ “ถามจริงเหอะ แกเชื่อจริงๆหรือว่ามัทนาจะรวบรวมรูปถ่ายพวกนั้นมาเขียนข่าวทำลายแก”

เขตต์ตวันอึ้ง ในใจลึกๆก็ไม่เชื่อ เป็นเพราะความโกรธจนหน้ามืด เอกชัยอยากบอกให้รู้ว่า ตอนไปส่งมัทนาที่สนามบิน เธอเล่าอะไรให้ฟัง แต่เขตต์ตวันกลับสวนว่า

“โดนเขาแต่งเรื่องหลอกให้อีกยังไม่รู้ตัว” พูดจบก็เดินหนี ทำให้เอกชัยส่ายหน้าระอาใจ...

ค่ำวันนั้น มัทนาตื่นขึ้นมานั่งมองเต่าในตู้ปลา วาสิฏฐีวิ่งเข้ามาในห้อง เพื่อเรียกพี่สาวลงไปทานข้าว ทุกคนกลับมาพร้อมแล้ว จู่ๆมัทนาก็เอ่ยถาม

“สิฏฐี เธอว่าคนเราจะรักกันในเวลาแค่ไม่กี่อาทิตย์ได้ไหม”

“อย่าบอกนะว่าพี่ไปแอบรักใครที่ภูเก็ต” เห็นพี่สาวหลบตารีบรุก “เขตต์ตวันใช่ไหม”

มัทนาแปลกใจมองหน้าน้อง วาสิฏฐียักไหล่ “ไม่เห็นจะยาก พี่ไปภูเก็ตไม่กี่อาทิตย์ ไปสัมภาษณ์เขาอยู่คนเดียว แถมพี่เคยเป็นแฟนคลับเขามาก่อนอีกตะหาก ไม่ใช่ไปหลงรักนายคนนี้แล้วจะไปรักแมวที่ไหนล่ะ”

มัทนายอมจำนน “พี่เองก็ยังไม่แน่ใจนะ ว่าพี่รู้สึกว่ามันเป็นความรักหรือความหลงกันแน่ อาจจะเป็นเพราะพี่เคยเป็นแฟนคลับเขาอย่างที่เธอว่าก็ได้ แต่ก็ช่างเถอะ มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะ ตอนนี้เขาเกลียดพี่แล้ว”

วาสิฏฐีตกใจเมื่อเห็นพี่สาวร้องไห้โฮออกมา รีบเข้าไปกอดปลอบบอกให้เล่ามาทั้งหมด มัทนาได้แต่ส่ายหน้าพูดไม่ออก พอดีเสียงแม่เรียกให้ลงไปทานข้าว วาสิฏฐีจึงเตือนพี่สาวว่า เสียงอาญาสิทธิ์มาแล้ว หยุดร้องแล้วลงไปทานข้าวกัน ค่อยกลับมาเล่าให้ตนฟัง
ทุกคนนั่งพร้อมหน้าที่โต๊ะอาหาร วาสิฏฐีช่วยถือถุงของฝากลงมา ทำหน้าทะเล้นเดินนำหน้ามัทนา บอกทุกคนว่า น้องสาวนางเอกนำมาก่อน มัทนาเขกหัวน้องก่อนจะไหว้พ่อแม่

“นึกว่าจะย้ายรกรากไปอยู่ภูเก็ตแล้วซะอีก” แม่ประชดประชันทันที พ่อปราม แม่จึงบ่น “ก็มันน่าโมโหไหมล่ะพ่อ คอยดูเถอะ มีลูกกันแล้วจะรู้สึก”

“คงยากค่ะแม่ แฟนยังไม่เคยมีกะเขาเลย” มัทนาโต้

“มีแต่แอบรักเขาข้างเดียว” วาสิฏฐีกระเซ้า มัทนาหยิกแขนจนน้องร้องลั่นแล้วดึงถุงของฝากมาแจกพ่อแม่และพี่ๆทั้งสอง

สาวิตรีแกล้งเย้าต้องดูของก่อนว่าถูกใจไหม ถึงจะช่วยพูดแก้ตัวให้ มัทนาค้อนเล็กๆ พ่อล้อว่าผ้าบาติกพ่อไม่รู้จะเอาไปทำอะไร หญิงสาวขำส่งถุงขนมของโปรดให้ถุงโต พ่อดึงเธอมากอด หอมด้วยความคิดถึง แล้วกระซิบให้ไปง้อแม่ มัทนาทำหน้าใจดีสู้เสือ

“ของคุณแม่เป็นผ้าบาติกเหมือนกัน แล้วก็น้ำพริกแสนอร่อย”

แม่เอ่ยปากขอบใจ มัทนาจึงกอดและหอมฟอดใหญ่ด้วยความคิดถึง แม่ต่อว่างอนๆขนาดคิดถึงยังไปเสียนาน หญิงสาวรีบขอโทษจะไม่ทำอีก...พอมัทนาลงนั่ง ศกุนตลากับสาวิตรีก็ซักทันทีว่า เขตต์ตวันยอมให้สัมภาษณ์ไหม และเขายังหล่อเหมือนเดิมหรือไม่ วาสิฏฐีแอบยิ้มมองทุกคนที่รอฟังคำตอบกันใหญ่ โดยเฉพาะมัทนาจะตอบอย่างไร

ooooooo

ภายในบ้านเขตต์ตวัน ทุกคนรวมตัวกันที่โต๊ะอาหาร เขตต์ตวันทานเล็กน้อยก็อิ่มลุกเดินออกไป ลลิสารีบบอกว่าวันนี้มีแต่อาหารโปรดของเขา เอกชัยถอนใจรู้ว่าเพื่อนเป็นอะไร ชลบุษย์ได้ทีแกล้งเย้ยลลิสา ว่าเขตต์ตวันไม่ค่อยหิวหรือทานไม่ลงเพราะไม่เห็นหน้าคนรู้ใจ

ลลิสาโกรธสะบัดหน้าพรืดลุกออกไป เยาะวิ่งตามประจบเจ้านาย ชลบุษย์หัวเราะชอบใจ แต่พอเอกชัยเปรย ไม่มีใครรู้จริงเท่าเธอสักคน ถึงกับยิ้มค้าง หมดสนุกในทันที...เอกชัยตามมาที่สนาม เห็นเขตต์ตวันเล่นกับสุนัขสองตัว แต่สีหน้าดูเหงาปนเศร้า จึงหยั่งเชิง

“ฉันไม่เชื่ออยู่ดีว่ามัทนาจะทำ”

“แฟนคลับมัทนาจะตามอวยกันไปถึงไหนไม่ทราบ” เขตต์ตวันแขวะ

เอกชัยรุก “ลึกๆแกก็ไม่เชื่อหรอกว่าน้องเขาจะทำ แต่แกโกรธจนสติแตกเลยเป็นบ้า”

“ไอ้เอก หยุดพูดซะที เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหรือไง”

“แกไม่อยากรู้จริงๆเหรอว่ามัทเล่าอะไรให้ฉันฟัง”

เขตต์ตวันลุกหนีอย่างรำคาญ ใช้เอกชัยให้พาสุนัขไปเข้ากรง แต่เขากลับตามมาขวางหน้าบังคับให้เพื่อนต้องฟัง

“มีอะไรก็รีบพูดๆมา ก่อนฉันจะสติแตกขึ้นมาอีกรอบ” เขตต์ตวันจ้องตาขวาง

“ฉันจะถ่ายทอดสิ่งที่น้องเขาพูดมา คำต่อคำเลย เพราะเราควรรับรู้ข้อมูลเท่ากัน” เอกชัยนึกย้อนไปวันที่

นั่งอยู่ในรถตอนส่งมัทนาสนามบิน เธอบอกอะไรบางอย่าง

“มัทมีเรื่องติดใจ เรื่องที่มัทถูกส่งมาทำข่าวที่นี่น่ะค่ะ มีใครก็ไม่รู้ โทร.ไปหา บก. บอกว่ารู้ความลับเรื่องคุณปอนว่าเป็นเด็กวัดมาก่อน แล้วเขายังบอก บก.ด้วยนะคะ ว่ามีข้อมูลลับเรื่องฆาตกรรมอยู่ในมือด้วย”

“แล้วเขาพูดอะไรอีก” เอกชัยสนใจเร่งถาม

“เขาบอกว่าจะทยอยส่งข้อมูลลับมาให้เรื่อยๆ...

แต่ถ้าส่งผ่านทาง บก. พี่เขาต้องไม่ส่งมาให้มัทแน่ๆ บก.ไม่มีวันลงภาพอุบาทว์พวกนี้ในหนังสือเขาแน่นอน เว้นซะแต่ว่า ไม่ส่งผ่านทางพี่เขา หรือเขาไม่ได้เปิดอ่าน ซึ่งก็ไม่น่าเป็นไปได้”

เอกชัยฟังแล้วประมวลความคิด...จากปากคำของมัทนาทำให้เชื่อว่า เธอไม่รู้เรื่องภาพพวกนั้น ต้องเป็นฝีมือเชษฐ์ เขตต์ตวันได้ยินชื่อนี้ถึงกับอึ้ง

“มันเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ทั้งหมดเป็นแผนการแก้แค้นของมัน มัทนาเป็นแค่หมากไร้เดียงสาที่ถูกมันหลอกใช้”

เขตต์ตวันนิ่งเงียบฟังเพื่อนสาธยาย ค่อยเริ่มมีสติ เอกชัยย้ำว่าสงสารมัทนาที่สุด

“ฉันสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่น้องมีให้กับแก แกทำรุนแรงกับเขาเกินไป แกควรจะไปขอโทษเขาที่กรุงเทพฯ...

แต่ถ้าแกคิดว่า มัทนาเป็นแค่นักข่าวเลวๆคนหนึ่ง ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปไม่อยากจะเจออีกเลยตลอดชีวิต ก็ช่างหัวมัน”

เขตต์ตวันไม่พูดอะไรสักคำ เดินกลับเข้าบ้านหน้าตาเฉย เอกชัยมองตามเพื่อน ลุ้นว่าเขาคิดอะไรอยู่

ooooooo

หลังจากตอบคำถามคนในบ้านจนหมด มัทนามานั่งเศร้าซึมที่สนามหน้าบ้าน วาสิฏฐีคนเดียวที่รู้เรื่องละเอียดที่สุด จึงตามมาถามพี่สาวว่าคิดจะทำอย่างไรต่อไป เธอส่ายหน้าเนือยๆ

“อย่าบอกนะว่าจะรอจนกว่าเขาจะติดต่อกลับมา”

“ก็คงงั้นมั้ง”

วาสิฏฐีแย้งถ้าเขาไม่ติดต่อกลับมาอีกเลยจะทำอย่างไร มัทนาอึ้งน้ำตารื้นลุกหนีไปร้องไห้ วาสิฏฐีตกใจกับอาการของพี่สาว โวยไล่หลัง

“นี่มันอะไรกันเนี่ย พี่สาวคนเก่งของเค้าหาย

ไปไหนแล้ว นี่พี่มัทตัวปลอมใช่ไหมเนี่ย”

“ก็พี่คิดอะไรไม่ออกนี่มันตื้อไปหมด ไม่รู้ว่า

คุณเอกจะพูดให้เขาเชื่อได้ไหม” มัทนาสะอื้น

“ไม่เห็นจะยาก ก็รอเขาเข้ากรุงเทพฯมา แล้วพี่ให้คุณเอกช่วยจัดฉากให้เจอกัน พี่ก็อธิบายให้เขาฟัง ถึงตอนนั้นเขาคงหายคลั่งแล้วล่ะ”

มัทนาสีหน้าลังเล บางทีปล่อยเลยตามเลยไปก็คงจะดี ทำเอาน้องสาวงง ฟังพี่สาวรำพัน

“นี่แหละหนา บก.ถึงว่าอย่าผูกพันทางความรู้สึกกับแหล่งข่าวให้มากเกินไป เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องกลับไปลงเอยที่เดิม เขาเป็นดาราหนัง เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จะมามองอะไรกับนักข่าวตัวเล็กๆอย่างพี่ นางแบบสวยๆเซ็กซี่ๆอยู่รอบตัวเขาเต็มไปหมด”

“แต่ฟังจากที่พี่มัทเล่ามา เค้าว่าพี่ตวันต้องมี

เยื่อใยอะไรกับพี่มั่งแหละ ไม่งั้นจะตามมาเทกแคร์อะไรมากมาย” วาสิฏฐีเดินมองรอบตัวมัทนาอย่างจับผิด

มัทนาไม่กล้าสู้ตาน้องสาวเพราะในใจก็หวังเช่นนั้น แต่ปัดไปว่าไม่มีทาง วาสิฏฐีกระเซ้า

“อย่ามาทำปฏิเสธไปหน่อยเลย ถ้าเขาไม่รักไม่ชอบพี่ มีเรื่องแค่นี้จะโกรธพี่เว่อร์ขนาดนั้นเหรอ เต็มที่ก็คงด่าสาดแล้วก็จ้างทนายฟ้องซะมากกว่า ไม่ตรงเข้าขย้ำคออย่างที่ทำกับพี่หรอก”

มัทนาสงสัยเอาเหตุผลมาจากไหน วาสิฏฐียิ้มกริ่มตอบว่าเอามาจากนิยายและซีรีย์เกาหลี แต่น่าผิดหวังที่พระเอกไม่ตบจูบ มัทนาเอ็ดน้องว่าไร้สาระไม่น่าปรึกษาด้วยเลย วาสิฏฐีรู้แกวว่าพี่สาวเขินแกล้งทำเสียงล้อ นางเอกผู้น่าสงสาร มัทนาเขินเดินหนีเข้าบ้าน...

พอมัทนาได้อาบน้ำอาบท่ารู้สึกสดชื่นขึ้น วาสิฏฐีตามมาทวงของฝาก เธอบอกว่าให้ไปแล้ว แต่วาสิฏฐี ไม่ชอบผ้าบาติกขอของอื่น มัทนารำคาญจึงให้ไปค้นในกระเป๋าเอาเอง หญิงสาวดีใจรีบไปเปิดกระเป๋าเดินทางของพี่สาว ให้แปลกใจที่ดูเป็นระเบียบเกินวิสัย

“โอ้โห จัดกระเป๋าเป็นระเบียบเชียวทุกทีเห็นเละเทะ โรงแรมนี้เขามีบริการแม่บ้านช่วยจัดกระเป๋าให้ลูกค้าด้วยเหรอคะเนี่ย”

มัทนาชะงักนึกได้ว่าเขตต์ตวันคงจัดกระเป๋าให้ตอนตนอยู่ในห้องน้ำ ทำทีดุน้องพูดมากอยากได้อะไรก็รีบเลือกไป เดี๋ยวเปลี่ยนใจไม่ให้ วาสิฏฐีโอดโอยใจร้าย แล้วรื้อค้นในกระเป๋า

“นี่อะไรเหรอพี่มัท” วาสิฏฐีดึงถุงกำมะหยี่ขึ้นมา

“ไข่มุกดำ”

วาสิฏฐีเปิดเทใส่มือ แล้วตื่นเต้นกับความสวยของมัน มัทนาบอกว่าถ้าชอบก็เอาไป

“ให้จริงนะ ไม่แพงเหรอ”

มัทนาคิดว่าใครจะให้ของราคาแพง จึงบอกน้องไปว่าของปลอม วาสิฏฐีดีใจเข้าไปหอมขอบคุณ วิ่งเริงร่าออกไป มัทนามองตามน้องสาวยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนจะขรึมลงหยิบมือถือมากดหาชื่อเขตต์ตวัน แล้วลังเลว่าจะ โทร. หาดีไหม

ด้านเชน พยายามโทร.ติดต่อมัทนาเท่าไหร่ก็ไม่ได้ เริ่มหงุดหงิด เพราะต้องการเอาไข่มุกดำคืน ลูกน้องเตือนว่าเกรงมัทนาเอาไปขาย แต่เชนกลับคิดว่า มัทนาหลงรักตน ป่านนี้คงเอาซุกใต้หมอนนอนฝันถึงตนอยู่ แล้วหันมาสั่งลูกน้อง

“ฉันมั่นใจว่าเอาคืนไม่ยาก ตอนนี้มีธุระสำคัญกว่าต้องทำก่อน ไปตามวิชัยมาพบฉันสิ”

ลูกน้องรับคำเดินออกไป เชนเปลี่ยนสีหน้าขรึมลง แววตาดูดุร้ายขึ้น

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น มัทนาหลบพ่อแม่รีบออกไปทำงานแต่เช้าเพราะไม่อยากถูกซักถามอีก ปัญหาไปตกที่วาสิฏฐี ถูกพี่ๆและแม่ซักไซ้จนหลุดปากไปว่า บ้านเราอาจได้เขยเป็นดารา...

มัทนามาถึงออฟฟิศ หยุดยืนหน้าโต๊ะมีคณา

ฉีกยิ้มทักทาย แต่เธอกลับทำงานง่วน อ่านต้นฉบับขีดฆ่าไปมา จึงแซว ขีดจนหมดหน้ากระดาษแล้ว มีคณาเงยหน้าขึ้น

“อ้าวมัท! กลับมาแล้วเหรอ”

มัทนายิ้มแต้ ส่งของฝากให้ แล้วได้กลิ่นหอม

ทำจมูกฟุตฟิต มีคณารีบเอาผ้าบาติกทีี่มัทนาให้คลุมช่อดอกส้มที่ปักอยู่ในแจกัน ท่าทางมีพิรุธ แล้วหันมายิงคำถามใส่เป็นชุด

“เป็นไงบ้าง สนุกไหม ทำไมไปทะเลทั้งทีไม่เห็นดำขึ้นเลย”

มัทนาตอบเนือยๆ ว่าก็ดี มีคณาเร่งให้เล่า แต่มัทนา อ้างว่าเรื่องมันยาว ว่างๆ ค่อยเล่า ปัดมาถามเรื่องงานของมีคณาแทน ว่าสาระวารีเล่าให้ฟังว่าไปเจอจุดไต้ตำตอเข้ากับสารวัตรคนหนึ่ง มีคณาปัดบ้างเรื่องมันยาว มีเวลาค่อยเล่า แล้วหยิบมือถือรุ่นใหม่มาอวด ที่ซื้อเพราะรำคาญโดนสาระวารีค่อนขอดอยู่เรื่อย มัทนาดีใจไปด้วยจะได้ตั้งกรุ๊ปคุยสามคนเสียทีไม่ต้องเสียค่าโทร.

มัทนาขอตัวไปพบ บก.มีคณามองตามหลังแล้วหันมาเปิดผ้าที่คลุมดอกส้ม จัดแต่งกลีบอย่างห่วงจะช้ำ...

พอมัทนาเจอหน้า บก. เขาก็ทวงงานทันที เธอรีบยื่นของฝากเป็นพวกน้ำพริกเอาหน้า ก่อนจะซักถามเรื่องภาพอนาจารที่ส่งไปให้ บก.ทำหน้างงๆ

“ใช่ แหล่งข่าวส่งมาจริง เป็นข้อมูลเกี่ยวกับคดีเมื่อสองปีก่อน ผมเห็นว่ามันไม่ใช่หลักฐานที่สมบูรณ์ ภาพที่ส่งมาก็ทุเรศทุรัง ขืนลงไปถูกฟ้องแน่ ผมเลยไม่ส่งไปให้มัท”

มัทนายิ่งแปลกใจ สองคนหันหน้าหารือกันเคร่งเครียด บก.ยังสงสัยเรื่องที่มัทนาเล่าว่าได้เข้าไปพักบ้านเขตต์ตวัน เข้าไปได้อย่างไร หญิงสาวรีบแก้ตัวพัลวันเป็นเรื่องบังเอิญ

“เธอทำถูกแล้วล่ะ ที่คืนภาพพวกนั้นให้เขาไป แต่อย่าเพิ่งวางใจ รีบเขียนเรื่องนี้ให้เสร็จเร็วๆ แล้วผมขอเอาไปให้ทนายความดูก่อนที่เราจะตีพิมพ์” บก.ย้ำเขียนตามที่ถนัด ไม่ต้องเกร็งมีปัญหาอะไรตนจะช่วย

แก้ให้ มัทนาพึมพำ ปัญหาหัวใจแก้ด้วยไหม บก.ถามพึมพำอะไร เธอสะดุ้ง ทำทีถามว่าจะย้ายโต๊ะข่าวตนไปการเมืองแน่ใช่ไหม เขาตบไหล่เบาๆ ให้ใจเย็น

กลับมานั่งทำงานที่โต๊ะ มัทนาเห็นสาระวารีเดินบ่นงุ่นง่านที่โดนปลุกให้รีบมาออฟฟิศ พอเห็นตนก็ดีใจทักทายยกใหญ่ มัทนาจึงถามถึงงานว่าษมายอมให้สัมภาษณ์ไหม สาระวารีทำท่าเขินเล็กน้อย พยักหน้าว่ายอม เขาพาไปดูสถานที่จริง แต่ขออ่านต้นฉบับก่อนตีพิมพ์
“จบข่าวกันเลย อย่างพี่วารีไม่ยอมแน่ๆ ใช่ไหมคะ”

ผิดคาด สาระวารีอ้อมแอ้มว่าต้องยอม และเขาจะตามมาอ่านถึงออฟฟิศ มัทนาอ้าปากจะซัก สาระวารีตัดบทขอตัวไปทำงาน...จนพักเที่ยง สามสาวยืนรอลิฟต์ เอามือถือใหม่ของมีคณาจะถ่ายรูปหมู่ เผอิญ บก.เดินมาจึงถือโอกาสไหว้วานให้ช่วยถ่ายให้ สามสาวทำหน้าดุอย่างเสือ

ขณะเดียวกัน เอกชัยเข้ามาเจอเขตต์ตวันกำลังเก็บเสื้อผ้าเลื่อนการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เร็วขึ้นสองวัน ก็อมยิ้มอย่างรู้ทัน แต่เขตต์ตวันไม่ยอมรับว่าจะไปเคลียร์กับมัทนาอ้างมีธุระด่วน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.