ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาตวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เขต​ต์ต​วัน​ยืน​กด​โทรศัพท์​สั่ง​เอกชัย​อยู่​ตรงระเบียง สายตา​มอง​ไป​ที่​หน้า​บ้าน ก่อน​จะ​เดิน​หน้า​เครียด​กลับ​เข้า​ข้าง​ใน...มัท​นาก​อด​กระเป๋า​เดิน​ตาม​เอกชัย​เข้ามา เห็น​เขต​ต์​ตวัน​นั่ง​หน้า​บึ้งตึง​อยู่​บน​โซฟา​กลาง​ห้อง เธอ​ฉีก​ยิ้ม​ยก​มือ​ไหว้ เขา​จ้อง​อย่าง​จะ​กิน​เลือด​กินเนื้อ

“กล้า​มาก​นะ​ที่​กลับ​มา​อีก”

“มัท​กลับ​กรุงเทพฯ​ไม่ได้​หรอก​ค่ะ ถ้า​ยัง​ค้าง​คา​ใจ​อยู่​อย่าง​นี้”

เอกชัย​ช่วย​พูด​ให้​ว่า​มัทนา​มี​บาง​อย่าง​จะ​ให้​ดู หญิง​สาว​ยื่น​กระเป๋า​ให้ ชาย​หนุ่ม​ระแวง​เล็กน้อย​ว่า​อะไร มัทนา​บอก​ว่า​เธอ​เอา​หลักฐาน​มา​ยืนยัน​ว่า​เธอ​เป็น​แฟนคลับ​เขา​จริงๆเธอ​หยิบ​แฟ้ม​รวม​ภาพ​เขต​ต์ต​วัน​ที่​ตัด​สะสม​ไว้​ให้ แต่​เขา​ไม่​รับ พยัก​หน้า​ให้​เอกชัย​รับ​แทน เอกชัย​รับ​มา​เปิด​ดู ถึง​กับ​ตื่นตาตื่นใจ​ที่​มัทนา​เป็น​แฟน​คลับตัวยง เขต​ต์ต​วัน​หา​ว่า​เธอ​เตรียม​การ​มา​ดี

“ไม่​มี​ใคร​เตรียม​อะไร​ให้​มัท​ทั้งนั้น​ล่ะ​ค่ะ นี่​เป็น​เอกสาร​ที่​มัท​รวบรวม​ปริ​นต์​มา​จาก​เว็บไซต์​ต่างๆรวม​ทั้ง​เว็บ​แฟน​คลับ​อย่าง​เป็น​ทางการ​ของ​คุณ​ด้วย” มัทนา​ยื่น​แฟ้ม​ให้ และ​อีก​แฟ้ม​ที่​เธอ​ตัด​ข่าว​บันเทิง​เกี่ยว​กับ​เขา​ตาม​หน้า​หนังสือพิมพ์​เก็บ​ไว้​ให้​เอกชัย​ดู “ถ้า​คุณ​เคย​เข้า​เว็บแฟน​คลับ​ของ​คุณ​บ้าง คุณ​จะ​จำ​ชื่อ​ฉัน​ได้ ฉัน​คือ​คน​ที่​ใช้​ชื่อว่า...ตะวัน​ฉาย​กลาง​ใจ​ฉัน ไง​คะ”

“อ๋อ นี่​เธอ​เอง​เหรอ ฉัน​จำ​ได้​เธอ​คอย​ตาม​แก้​ข่าว​ให้​ปอน​ตลอด​เลย น่า​รัก​มาก”

เขต​ต์ต​วัน​เอ็ด​เพื่อน​ที่​ดู​จะ​ชื่นชม​ออกนอกหน้า เอกชัย​โต้​ว่า​ตน​รู้สึก​แบบ​นั้น​จริงๆอยาก​เจอ​ตัว​มา​นานแล้ว มัทนา​ยิ้ม​หน้าบาน เขต​ต์ต​วัน​โกรธ​ถาม​ว่า​เธอ​ขาย​ของ​เสร็จ​หรือ​ยัง

“ยัง​ค่ะ ถ้า​คุณ​ยัง​ไม่​เชื่อ นี่​คือ​รูป​ถ่าย​วัน​ที่​คุณ​แถลงข่าว​เปิด​ตัว​หนัง ฤา​มี​ฉัน​คน​เดียว​ใน​โลก​จำ​ได้​ไหมคะ ที่​ลาน​จอด​รถ​คุณ​เปิด​กระจก​รถ​ตู้​ออก​มา​ทักทาย​พวก​เรา” มัทนา​เปิด​อัลบั้ม​รูป​ที่​เขต​ต์ต​วัน​โผล่​หน้า​มา​ถ่ายรูป​แฟน คลับ “รูป​แบบ​นี้​ไม่​มี​ใคร​ถ่าย​ได้​หรอก​ค่ะ นอกจากพวกเรา​คุณ​ก็​รู้ ถ้า​คุณ​ยัง​ไม่​เชื่อ​อีก คุณ​ลอง​ไป​เช็ก​ที่​กล้องคุณ ภาพ​ที่​คุณ​ถ่าย​มัน​มี​รูป​มั​ทอ​ยู่​ด้วย ถึง​มัท​จะ​อวบ​อัด​กว่านี้​หน่อย ก็​จำ​ได้​ว่า​คือ​มัท”

“พิสูจน์​ได้​ไม่​ยาก​หรอก ฉัน​เก็บ​เมมโม​รี่​การ์ด​ไว้ หมด” เอกชัย​ทึ่ง

“เอก...แก​เลิก​บ้าจี้​ตาม​เด็ก​นี่​ซะ​ที​เถอะ เป็น​แฟน คลับ​ฉัน​จริง​แล้ว​ไง ฉัน​ต้อง​ยอม​ให้​สัมภาษณ์​งั้น​เรอะ เก็บ​สมบัติ​บ้า​เธอ​แล้ว​ออก​ไป​จาก​บ้าน​ฉัน​ได้​แล้ว” เขต​ต์ต​วัน​ลุก​ขึ้น​ไล่

“มัน​ไม่​ใช่​สมบัติ​บ้า​นะ​คะ มัน​คือ​ความ​ทรง​จำดีๆ

ช่วง​หนึ่ง​ใน​ชีวิต​ของ​มัท มัน​คือ​สมบัติ​มี​ค่า​ที่​จะ​อยู่​กับ​มัท​ไป​จน​วัน​ตาย” มัทนา​ปาด​น้ำตา​ที่​ไหล​ด้วย​ความ​ผิดหวัง

เขต​ต์ต​วัน​รู้สึก​ผิด​แต่​ยัง​ใจแข็ง บอก​เอกชัย​ให้ช่วย​มัทนา​เก็บ​ของ หญิง​สาว​กลั้น​สะอื้น​ไม่​อยู่ น้อยใจ​สุดๆรีบ​ปาด​น้ำตา​รวบ​ของลง​กระเป๋า เขต​ต์ต​วัน​ยัง​ต่อว่า

“เธอ​ก็​ไม่​ต่าง​จาก​นักข่าว​คน​อื่น ที่​คอย​แต่​จะ​ฉวย​ประโยชน์​จาก​ตัว​ฉัน เธอ​เริ่ม​ต้น​ด้วย​ความ​หลอกลวง แต่​ฉัน​จริงใจ เรา​ไม่​มี​อะไร​ต้อง​คุย​กัน​อีก ฉัน​ไม่​อยาก​เห็นหน้า​เธอ ​จำ​เอา​ไว้ ว่า​เธอ​ก็​แค่​แฟน​คลับ​ที่​คลั่งไคล้​ดารา ฉันไม่​เคย​รู้จัก​เธอ และ​มัน​จะ​เป็น​แบบ​นั้น​ตลอด​ไป...ลาก่อน”

มัทนามองไอดอลของตนตัดเยื่อใยด้วยหัวใจสลาย เอกชัยสงสารเธอจับใจลูกไหล่ปลอบ เธอหันมากอดเขาร้องไห้สะอึกสะอื้น เขตต์ตวันยืนมอง สีหน้าเรียบเฉย

หลังจากนั้น เขตต์ตวันมาไขกุญแจตู้เก็บของในห้องทำงานที่เก็บความทรงจำสมัยแสดงหนังไว้ แต่ปิดตายมาเป็นเวลานาน หยิบกล่องใส่เมมโมรี่การ์ดที่เขาบันทึกงานระบุปี พ.ศ.ไว้ เลือกย้อนไปสองปีก่อน มาใส่คอมเปิดดู แล้วเขาก็ต้องตะลึงเมื่อมีภาพมัทนายืนยิ้มถือป้ายไฟอยู่จริง จากนั้นเขาก็เปลี่ยนมาค้นยูทูบดูข่าวย้อนหลัง เห็นหน้ามัทนาให้สัมภาษณ์แก้ข่าวและให้กำลังใจเขาตลอด รวมถึงนำทีมโต้ข่าวที่หาว่าเขาฆ่าคนตาย เชื่อมั่นว่าเขาบริสุทธิ์

เอกชัยเข้ามาสมทบ “ไม่ผิดตัวแน่นอน ตัวจริงเสียงจริง แฟนพันธุ์แท้แกเลยนะปอน”

เอกชัยพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขตต์ตวันพูดกับมัทนาดีๆ อย่าหักหาญน้ำใจอย่างที่ผ่านมา เพราะเธอรักและชื่นชมเขาจากใจจริง

ooooooo

ค่ำนั้น มัทนาทำใจให้ร่าเริง เดินถ่ายรูปทั่วโรงแรม และขอถ่ายรูปพนักงานต้อนรับ พลันเห็นเชนเดินมา เธอจึงถ่ายรูปเขาเก็บไว้ แสงแฟลชทำให้เขาตกใจกราดเกรี้ยวใส่ว่าไม่ชอบถ่ายรูป

“ขอโทษค่ะ มัทแค่อยากมีรูปคุณเชนเก็บไว้เป็นที่ระลึก”

“ไม่จำเป็นหรอกครับ เราต้องเจอกันอีกอยู่แล้ว ขอลบนะครับ” เชนดึงกล้องไปลบรูปตน

มัทนายืนอึ้งยิ้มเจื่อนๆ เพิ่งเคยเห็นพาร์ตโหดของเขา...

ทางด้านมีคณา ถูก บก.เรียกพบเพื่อบอกข่าวดี ที่มีสองข่าว ข่าวแรกคือ แฟชั่นการกุศลที่เธอต้องทำแทนมัทนา เลื่อนออกไป เธอดีใจมากหวังว่ามัทนาจะกลับมาทำเอง อีกข่าวหนึ่ง

“พี่คุยกับทางตำรวจให้แล้วนะ มี่จะได้เข้าทำงานกับทีมล่อซื้อ” ท่าทางมีคณาดีใจ “สมใจล่ะสิ ขอสกู๊ปเด็ดๆ แล้วกัน”

มีคณาดีอกดีใจออกมาเล่าให้สาระวารีฟัง เธอบ่นเสี่ยงอะไรไม่เข้าเรื่อง มีคณาว่าตนชอบ

“เป็นนกต่อเนี่ยนะ เธอเป็นนักข่าวนะยะ ไม่ใช่สายลับ”

“เอาน่า ได้ช่วยคนอื่นมันก็คุ้มจะเสี่ยง”

“บุคลิกของเธอกับความคิดนี่มันขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิงเลยนะมี่ เหมือนคนละคน”

“เหมือนเธอไง เห็นห้าวๆเหมือนสาวหล่อ แต่แอบตามหาเจ้าชายในฝัน”

สาระวารีถูกเพื่อนกระเซ้าก็อายเข้าล็อกคอหยอกล้อ แล้วแนะนำให้มีคณาปลอมตัวให้ดูแก่ไม่ต้องสวมแว่นสายตา ทำหัวฟูๆแต่งหน้าจัดๆ เพื่อไม่ให้คนร้ายจำได้ มีคณาโวยว่าน่าเกลียด พอดีมัทนาโทร.เข้ามาขัดจังหวะ สาระวารีหลบฉากมาคุย มัทนาว่าตนจะเอาชนะเขตต์ตวันให้ได้ ไหนๆก็มาถึงนี่แล้วจะถ่ายภาพเก็บไว้ให้มากมาย แต่กำชับสาระวารีอย่าบอกมีคณาเกรงจะดุเอา

“เสียดายอยู่บ้านนั้นตั้งนานไม่มีจังหวะได้เก็บภาพเลย แม่เยาะเยอะนั่นตามประกบมัทตลอด” มัทนาฟังสาระวารีตักเตือนแล้ววางสายกันไป เธอลุกขึ้นเตรียมของใส่เป้ออกจากห้อง

หลังจากนั้น มัทนาก็มาปรากฏตัวข้างบ้านเขตต์ตวัน เผอิญชนกับชายผอมสูง หน้าตาอมโรคหนวดเคราหร็อม แหร็ม ท่าทางหวาดกลัว ชายคนนั้นชักสีหน้าใส่ก่อนจะเดินเลี้ยวไปละแวกบ้านเช่า เธอมองตามทำจมูกย่นใส่ แล้วหันมาแอบดูเปี๊ยก เห็นกำลังสัปหงก ก็คิดจะแอบเข้าบ้าน พลันเยาะมาส่งเสียงทำให้เปี๊ยกตื่นแล้วชวนคุย มัทนาจึงต้องหาวิธีใหม่

เธอถอดรองเท้าคู่บุญไว้ข้างต้นไม้ที่มีกิ่งก้านยื่นเข้าไปในบ้าน พยายามปีนขึ้นไปแม้จะตกลงมาถึงสามครั้ง ก็ยังฮึดสู้ ถ่ายบริเวณบ้านได้สักพักเห็นชลบุษย์กับลลิสาเดินถกเถียงกันออกมา เธอหยุดถ่ายเพราะไม่อยากได้ภาพสองสาวนั่น ขยับที่ทางตั้งกล้องจะถ่ายอีกมุม

“ทำอะไรสาวน้อย” เสียงเขตต์ตวันดังขึ้น

มัทนาตกใจเสียหลักหล่น เขตต์ตวันกางแขนออก แต่ตัวเธอกลับตกลงบนกองทรายจุกแอก ชายหนุ่มขยับตัวออกห่างไม่ได้คิดจะรับเธอ “ฉันไม่ใช่พระเอกหนังอย่างที่เธอคิด”

มัทนาเจ็บร้าวไปทั้งตัวหาว่าเขาจะฆ่าตน เขตต์ตวันสวนว่าเธอทำตัวเอง นี่คือบทลงโทษ ชายหนุ่มดึงกล้องไป มัทนาใจหายวาบขอร้องเขาอย่าทุ่มทิ้ง อ้อนวอนว่าตน เก็บเงินซื้อเกือบสี่ปีกว่าจะได้กล้องและเมมโมรี่การ์ดมา เขตต์ตวันจึงดึงเมมโมรี่การ์ดออกมา ถามว่าถ่ายอะไรไว้บ้าง

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ เก็บภาพโรงแรม พวกชายหาด แล้วก็บ้านพักคุณ”

“เห็นภาพลิซ่ากับบุษย์ทะเลาะกันร่วมเฟรมด้วย คงแต่งเรื่องเขียนข่าวได้สนุกเลย”

“ฉันไม่ได้ถ่ายเอาไว้ ฉันรับรอง”

“นักข่าวอย่างพวกเธอ มีเกียรติอะไรมารับรอง แต่ก็ดีที่ไม่ถ่ายเอาไว้ ถ้ารูปพวกนั้นลงหนังสือเธอเมื่อไหร่ ใบศาลส่งถึงมือเธอแน่”

“สยามสารเขียนแต่เรื่องจริง ไม่มีการเสนอข่าวแบบตอกไข่ใส่สีเด็ดขาด” มัทนาเคือง

“พวกนักข่าวอย่างเธอน่ะเหรอจะเสนอแต่ความจริง”

“สองครั้งซ้อนแล้วนะที่คุณพูดจาดูถูกอาชีพฉันคุณคงเจอแต่นักข่าวไม่ดีมามาก ทำไมไม่ลองเปิดโอกาสให้ฉันพิสูจน์ให้คุณเห็นมั่งล่ะ ว่านักข่าวก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะหมดอย่างที่คุณคิด”

เขตต์ตวันตัดบทว่าไม่จำเป็น และยึดเมมโมรี่การ์ดไว้ โยนกล้องคืนให้ แล้วหยิบเป้มาเปิดดู มัทนาโพล่งขึ้นว่าตนอยากขอสัมภาษณ์ ชายหนุ่มฉุนเรียกเปี๊ยกมาลากมัทนาออกไป กำชับอย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีก พอดีฝนโปรยลงมา เขตต์ตวันวิ่งกลับเข้าในบ้าน มัทนาวิ่งออกมาหาที่หลบฝนนอกบ้าน นึกได้ว่าลืมรองเท้าไว้ แต่ต้องวิ่งหลบก่อนเกรงกล้องจะเปียก

เขตต์ตวันกลับเข้ามาในบ้าน เห็นเอกชัยกำลังไกล่เกลี่ยเรื่องที่ลลิสากับชลบุษย์ถกเถียงกัน สองสาวต้องไปทำงานร่วมกันที่ต่างประเทศ แต่ลลิสาไม่ทำตามที่ชลบุษย์วางแผนงานไว้ เขาเอือมระอาขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกฝน

มัทนาเองก็เปียกปอนเดินเท้าเปล่ากลับมาที่โรงแรม พออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เชนโทร.มาชวนทานข้าวเธอจะ ปฏิเสธเพราะไม่มีรองเท้าใส่ เขานึกว่าเธอยังโกรธเรื่องไม่ให้ถ่ายรูป เธออึกอักบอกเขาว่า ไม่ได้โกรธเพียงแต่ตนลืมรองเท้าไว้ที่บ้านเขตต์ตวัน เชนหัวเราะจะซื้อให้ใหม่แต่เธอไม่เอาเพราะนั่นเป็นรองเท้าคู่บุญ เชนจึงเปลี่ยนเป็นทานในโรงแรม เพื่อเธอจะได้ใส่รองเท้าตุ๊กตาปุกปุยที่ใช้ใส่ในห้องลงมาได้

ooooooo

บ่ายวันนั้น มีคณาออกปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย เธอแต่งตัวเป็นสาวใหญ่ตามที่สาระวารีบอก ด้วยความที่เธอไม่ได้ใส่แว่นสายตา ทำให้มองอะไรไม่ถนัด เมื่อล่อคนร้ายให้ออกมารับเงินค่าขายหญิงสาวได้ นายตำรวจหนุ่ม หิรัณย์ก็นำกำลังตำรวจเข้าจับกุม

คนร้ายตกใจจับหญิงสาวคนหนึ่งเป็นตัวประกัน มีคณาไม่ชอบการทำร้ายผู้หญิงอยู่แล้วจึงคว้าไม้ฟาดคนร้ายยกใหญ่ โดยไม่ทันมองว่า หิรัณย์เข้าชาร์จตัวประกันออกมาได้แล้ว มีคณากระหน่ำหวดเขาจนเขาต้องร้องให้หยุด ตนเป็นตำรวจ มีคณาชะงัก
พยายามเพ่งมองภาพที่มัวๆ รีบทิ้งไม้ขยับตัวออกขอโทษ หิรัณย์นวดคอตัวเองไม่ทันมองหน้าหญิงสาว มีคณาดึงผมปิดหน้า

“ฉันไม่ชอบผู้ชายที่ใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงอยู่แล้ว เลยของขึ้น”

“แรงควายขนาดนี้ ไม่บอกก็เชื่อว่าเราเป็นผู้ชายเหมือนกัน”

มีคณาตาเบิ่งโพลงมองหิรัณย์ที่เอี้ยวตัวนวดหลัง ทำให้ทั้งสองไม่เห็นหน้ากันตรงๆ...มีคณากลับมาต่อว่าไชยวัฒน์ บก.จอมวางแผนที่ไม่บอกกล่าวอะไรล่วงหน้า

“บก.ไปบอกเขาว่ามี่เป็นสาวประเภทสองได้

ยังไงคะ...เธอด้วยแหละ แนะนำไม่ให้ฉันใส่แว่น ดีนะฉันไม่ฟาดเขาตาย”

สาระวารีหัวเราะก๊าก ไม่คิดว่าเพื่อนจะเชื่อทำตามทุกอย่าง บก.ปรามสองสาว “เอาล่ะ ไม่ต้องฟาดงวงฟาดงา ก็ผมเห็นว่างานมันเสี่ยงขนาดนั้น ขืนบอกว่ามี่เป็นผู้หญิงก็อดน่ะสิ พี่หาลู่ทางทำเพื่อมี่นะ เห็นไหมได้ช่วยเด็กสมใจ ได้ทั้งข่าวได้ทั้งบุญ”
มีคณาบ่นอุบ คราวหลังตนไม่กล้าสู้หน้าเขาอีก สาระวารีแซวแคร์แบบนี้ชอบเขาแล้วใช่ไหม มีคณาโวยหน้าเขายังเห็นไม่ชัดเลยจะไปชอบได้อย่างไร แถมก้มหน้ากลัวเขาจำได้ บก.กลั้นหัวเราะบอกมีคณาให้เขียนสกู๊ปออกมาให้มันหยดไปเลย

ooooooo

หลังอาหารค่ำ เขตต์ตวันเล่าเรื่องมัทนาตกต้นไม้ให้เอกชัยฟัง เขาสงสารเธอแต่เขตต์ตวันกลับสมน้ำหน้า ถ้าตายมีหวังสิงอยู่ในบ้านนี้แน่ เอกชัยชมความมุ่งมั่น ของมัทนา ถ้าเป็นนักข่าวคนอื่นคงเผ่นกลับไปแล้ว

“ทั้งมุ่งมั่นทั้งหน้าด้านหน้าทน โดนเขาจับได้

คาหนังคาเขา ยังมีหน้ามาขอสัมภาษณ์อีก”

“แล้วแกยอมไหม”

“ไล่ตะเพิดไปน่ะสิ ยังมีหน้ามาบอกอีกนะ รอฉันอารมณ์ดีแล้วจะติดต่อมาใหม่”

“เด็กคนนี้เด็ดว่ะ คนอย่างแกต้องเจอลูกตื๊อยังงี้ล่ะ”

เขตต์ตวันส่ายหน้าจะบ้าตาย เอกชัยพูดขำๆว่าเธอต้องมาอีก ไม่หยุดแค่นี้แน่ เขตต์ตวันเข่นเขี้ยวมาคราวนี้จะเตะเด็กให้ดู เอกชัยโวยว่าโหด เธอออกจะน่ารัก... ทีมงานเข้ามารายงานว่าพร้อมประชุมแล้ว เอกชัยจึงโอบคอเขตต์ตวันเดินหัวเราะกันเข้าไป...

ด้านมัทนา ลงมาดินเนอร์กับเชนที่ห้องอาหาร โรงแรมด้วยชุดสวยแต่รองเท้าตุ๊กตาขนฟู เธอชวนเขาคุยเรื่องธุรกิจไข่มุกของเขา เชนเล่าว่าธุรกิจของเขาช่วงแรกๆมีปัญหามาก พ่อบุญธรรมต้องส่งเงินมาช่วยเพื่อรักษาชื่อเสียงและลูกค้าไว้

“ร้านคุณเชนที่กรุงเทพฯ ชื่ออะไรเหรอคะ”

“เชนส์เพิร์ลครับ”

มัทนาเบิกตาโพลงเพราะชื่อนี้ดังมาก สองคนชวนกันไปคุยต่อที่ล็อบบี้ หญิงสาวกล่าวว่า ตนเคยไปทำข่าวที่เชนส์– เพิร์ล ยังนึกชมเจ้าของที่ใจบุญ คิดว่าเป็นคนสูงอายุเสียอีก

“แล้วธุรกิจอื่นที่คุณเชนทำคู่กับเปิดร้านประสบความสำเร็จอย่างเชนส์เพิร์ลหรือเปล่าคะ”

“ยิ่งกว่าครับ กำไรมหาศาล เกินหน้าเกินตาจนคนเขาหมั่นไส้ มันกลั่นแกล้งทุกวิธีที่จะทำให้ธุรกิจผมย่อยยับ กักสินค้าไม่ให้ส่งออก โกง ทำลายทุกทาง โดยที่ผมตอบโต้อะไรมันไม่ได้เลย” แววตาเชนดูโกรธแค้น มัทนาเห็นแล้วขยาด ลองถามทำไมไม่แจ้งความ

เชนสวนเปล่าประโยชน์ ตำรวจเป็นพวกมัน  มันฉลาดที่จะสร้างสถานการณ์ให้ตนเป็นคนผิดทุกประตู มัทนาแปลกใจเขาเป็นใคร อาชีพนักข่าวอย่างตนอาจช่วยได้ เชนฉีกยิ้มกลบเกลื่อน บอกหญิงสาวว่าตนอโหสิกรรมให้หมดแล้ว วันหนึ่งคนผิดจะต้องได้รับกรรม มัทนามองสายตาเชนที่ดูเคียดแค้นจนชักไม่แน่ใจว่าเขาเป็นผู้ชายที่อบอุ่นแสนดีจริงหรือเปล่า

วันรุ่งขึ้น เสียงนาฬิกาปลุกทำให้มัทนาตื่น เธอรู้สึกปวดหัวเป็นไข้ แต่ต้องฝืนลุกขึ้นแต่งตัวไปบ้านเขตต์ตวันด้วยรองเท้าแตะขนฟู เธอขอให้เปี๊ยกตามเอกชัยออกมา เพื่อขอพบเขตต์ตวัน ตนจะรออยู่หน้าบ้านจนกว่าเขาจะว่างออกมาพบ เอกชัยจำต้องมารายงานเพื่อน

เขตต์ตวันไม่พอใจขู่จะหยุดทำงาน เอกชัยต้อง ล่าถอยกลับออกมาบอกมัทนาว่า เขตต์ตวันไม่ยอมให้สัมภาษณ์ เธอดึงดันจะรอ จนกระทั่งฝนเทลงมา เอกชัยวิ่งหลบเข้าบ้าน หญิงสาวยืนตากฝนทั้งที่มีไข้อยู่ก่อน...เอกชัยเห็นความดันทุรังของมัทนาก็ต่อว่าเขตต์ตวันใจดำ

เวลาผ่านไป มัทนารู้สึกปวดหัวมากขึ้น เขตต์ตวันเปิดประตูกางร่มออกมาจะไล่เธอ หญิงสาวยิ้มหน้าซีด “ฉันดีใจจังเลย ในที่สุดคุณปอนก็ยอมออกมาพบฉันจนได้”

ขาดคำ มัทนาก็ทรุดฮวบลง เขตต์ตวันตกใจทิ้งร่มรับตัวเธอไว้ ตัดสินใจอุ้มเธอเข้าบ้านโดยมีเปี๊ยกวิ่งมาช่วยกางร่มให้ หญิงสาวปรือตาเห็นภาพลางๆก่อนจะหมด

สติไป...พอเอกชัยเห็นเพื่อนอุ้มมัทนามาวางบนโซฟาก็ ตกใจ เขตต์ตวันบ่นอุบ

“มีแต่คนบ้ากับโง่เท่านั้นล่ะที่จะทำอย่างเธอ ดูสิ ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ ถ้าไม่ปอดบวมตายฉันจะฆ่าเธอเอง” เขตต์ตวันเห็นมัทนาปรือตาขึ้นมาจึงเอ็ด “อย่ามามองหน้าฉันนะ ฉันทำแน่ ไม่มีนักข่าวคนไหนที่ทำให้ชีวิตฉันวุ่นวายแล้วลอยนวลอยู่ได้หรอก”

เอกชัยแก้ตัวแทนว่ามัทนายังเด็ก เขตต์ตวันหันมาเล่นงานว่าเขานั่นแหละที่ชักศึกเข้าบ้าน เอกชัยยอมรับผิดแล้วจะให้ทำอย่างไร ประชด ให้เปี๊ยกมาลากตัว

ออกไปดีไหม มัทนามองสองหนุ่มเถียงกันไปมา เขตต์ตวันต่อว่าเพื่อน ถ้าทำแบบนั้นตนจะอุ้มเธอเข้ามาทำไมให้เหนื่อย

“เธอก็เหมือนกัน ถ้ารู้ตัวว่าป่วยก็ไม่น่ามาฝืนสังขาร ไม่รักตัวเองก็ควรเกรงใจคนอื่นที่จะต้องมามีภาระเพิ่มขึ้นเพราะเธอ”

“เอาน่า รู้ว่าเป็นห่วง จะพูดแดกดันน้องเขาไปทำไม” เอกชัยแขวะ

เขตต์ตวันเคืองโต้ แทนที่จะมายืนปกป้องแบบนี้ ไปหาอะไรอุ่นๆมาให้มัทนาดื่มแก้หนาวจะดีกว่า เอกชัยนึกได้เดินไป ส่วนตัวเขาเดินขึ้นข้างบนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

เอกชัยนำเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์มาให้มัทนาดื่ม เธอติงว่าดื่มไม่เป็น เขตต์ตวันว่าช่วยไม่ได้ เพราะเด็กลูกจ้างไม่อยู่ ไม่มีอะไรอุ่นๆให้ ฉะนั้นต้องดื่มนี่ไปก่อน มัทนาไม่มีแรงขัดขืนจึงดื่มหมดแก้ว รู้สึกร้อนผ่าวในร่างกาย หายหนาวเป็นปลิดทิ้ง ชายหนุ่มจะให้ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างบน ก่อนที่จะเป็นปอดบวมเสียก่อน เอกชัยบุ้ยใบ้ทำท่าว่าเพื่อนเขาปากร้ายแต่ใจดี

“เร็วๆสิ ขืนอยู่ได้ ฉันไม่ปล้ำเธอหรอก” เขตต์ตวันเอ็ด มัทนาจึงยอมให้เขาประคอง

เขตต์ตวันพามาที่ห้องพักแขก ชี้ไปที่เสื้อคลุมที่แขวนอยู่ บอกให้เธอเปลี่ยนไปก่อน แล้วเช็ดผมให้แห้ง เสร็จแล้วออกมา ตนจะเอาเสื้อผ้าไปปั่นแห้งให้ จะได้กลับๆไป มัทนาหน้าง้ำ พอชายหนุ่มออกไปจากห้อง เธอก็พยุงตัวลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าอย่างยากลำบาก สวมเสื้อคลุมไว้ ไม่ทันไร เขตต์ตวันเปิดประตูเข้ามา เธอตกใจกระชับคอเสื้ออย่างหวาดกลัว แล้วเธอก็สะอึกเสียงดัง

“ขอโทษค่ะ สงสัยจะฤทธิ์เหล้าที่คุณให้กิน”

“ทำไมไม่เช็ดผมให้แห้ง ไม่รู้รึไงว่าปล่อยไว้นานจะทำให้เป็นหวัด” ชายหนุ่มไม่สนใจที่เธอพูด เขาดึงเธอมานั่งลง แล้วเอาผ้าขนหนูมาเช็ดผมให้ จากนั้นก็หยิบแปรงมาแปรงผม “เสร็จแล้ว ออกไปกันได้ ป่านนี้เอกชัยคงเตรียมอะไรร้อนๆให้เธอกินรองท้องเสร็จแล้วล่ะ”

เขตต์ตวันรวบเสื้อผ้าเปียกของมัทนาขึ้นมาแล้วมองหาบางอย่าง ก่อนจะหันมาถามว่าสองชิ้นเล็กล่ะ มัทนาเขินรีบบอกว่าไม่เปียก ชายหนุ่มอมยิ้มขำๆเย้าทำไมต้องทำหน้าแดง ตัวร้อนหรือ ว่าแล้วก็เอามืออังหน้าผากพร้อมบอกเดี๋ยวจะหายาให้กิน

ooooooo

เขตต์ตวันหิ้วปีกมัทนาลงมาที่โต๊ะอาหาร แล้วหอบเสื้อผ้าเธอไปหลังบ้าน เอกชัยยกชามซุปตำลึงร้อนๆมาให้ บอกเธอว่าตำลึงหลังบ้าน หญิงสาวยิ้มแหยๆ “ที่ด่างกับจุดฉี่รดบ่อยๆ”

เอกชัยยิ้มนั่นแหละปุ๋ยอย่างดี มัทนาตักชิมรู้สึกอร่อย เขตต์ตวันเดินกลับมาบอกเอกชัยให้หายาให้เธอกินด้วยจะได้กลับไปพักที่โรงแรม เอกชัยแย้งว่ามัทนายังป่วยจะกลับไหวหรือ

“ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้อยู่เกินเสื้อแห้งหรอก เร็วเข้าแม่สาวหัวดื้อ ถ้าลองดื้อทนฝนอยู่ได้หลายชั่วโมง กะอีแค่หยิบช้อนตักน้ำแกงขึ้นกิน ไม่น่ายาก เร็ว กินเข้าไปเร็วๆ”

มัทนารีบทาน ทำให้เกิดอาการผะอืดผะอม ต้องวางช้อนลง เอกชัยต่อว่าเพื่อนเอ็ดจนเด็กขี้ขึ้นสมอง สองหนุ่มเถียงกันไปมา อาการแพ้เหล้าของมัทนาเริ่มออกฤทธิ์ เธอลุกขึ้นต่อว่าเขตต์ตวัน พูดเรื่องกระต่ายขาว กระต่ายดำที่พ่อแม่เคยเล่าให้ฟัง สองหนุ่มทำหน้างงๆ เสียงหญิงสาวอ้อแอ้ ว่าตนดื้อเหมือนกระต่ายดำ สองหนุ่มฟังด้วยความงงพอจะเข้าใจว่าเธอเมาแน่ๆ

“คุณไม่ชอบกระต่าย ฉันลืมไป ความจริงคุณชอบแม่วัวมากกว่า หลวงพ่อจรูญบอกฉันว่า คุณชอบซื้อแม่วัวให้เด็กๆเลี้ยง” มัทนาโพล่งเรื่องที่คุยกับหลวงพ่อขึ้นมา

ทำให้เขตต์ตวันโกรธอย่างมาก หาว่าเธอก้าวก่ายชีวิตเขามากเกินไป รบกวนถึงหลวงพ่อเพียงเพื่ออยากได้ข่าว เอกชัยเตือนว่าเธอพูดไปเพราะความเมา

“ฉันยกโทษให้เธอได้ทุกอย่างยกเว้นเรื่องหลวงพ่อ เธอทำให้ท่านเดือดร้อนไปด้วย ฉันไม่มีวันยกโทษให้เธอ” เขตต์ตวันโกรธจนลืมตัวบีบแขนมัทนาเขย่าอย่างแรง

หญิงสาวเป็นลมคอพับคออ่อนไปในวงแขนของเขตต์ตวัน เขาตกตะลึงรีบให้เอกชัยตามหมอมาดูอาการ... หมอกับพยาบาลมาถึง หมอถึงกับออกปาก

“อ้าวแม่หนูหมัดหนักคนนี้นี่เอง”

สองหนุ่มรอฟังอาการอย่างร้อนใจ หมอฉีดยาให้แล้วออกมาบอกว่า มัทนาเป็นไข้หวัดใหญ่ และมีอาการอักเสบบวมที่ขา ต้องพักงดเดินสักสามสี่วัน คืนนี้อาจจะมีไข้สูง เขตต์ตวันเกรงว่าถ้าให้มัทนานอนพักที่บ้านตนจะเป็นที่ครหา จึงขอให้หมอช่วยหาพยาบาลพิเศษมาเฝ้าไข้ หมอบอกว่าคงต้องเป็นวันพรุ่งนี้ คืนนี้หมอจะสอนวิธีปฐมพยาบาลให้ก่อน เอกชัยโบ้ยให้เขตต์ตวันเป็นคนดูแลมัทนาคืนนี้ ตนจะมาเปลี่ยนเวรตอนเช้า เขตต์ตวันส่ายหน้าเคืองๆ

ooooooo

สาระวารีเอาแผนงานมาเสนอ บก.ว่าตนจะไปสแตนด์บายที่ตราดก่อน รอวัฒนาทีมงานไปสมทบแล้วค่อยเดินทางไปเกาะยานก ตนจะไปหาเพื่อนซี้... จิณห์ เป็นลูกสาวเศรษฐีใหญ่ของจังหวัด กว้างขวางมาก เผื่อจะได้ข้อมูลตื้นลึกหนาบางของนายษมาเพิ่มเติมบ้าง

บก.ไชยวัฒน์หยิบภาพที่สายส่งมาให้ ว่าเผอิญถ่ายภาพษมาได้ สาระวารีแปลกใจเพราะเท่าที่รู้ ษมาไม่เคยให้ใครถ่ายรูปหรือสัมภาษณ์ออกสื่อมาก่อน บก.ส่งภาพให้เป็นภาพเสี่ยอ้วนๆคนหนึ่ง ด้านหลังเป็นภาพชายหนุ่มมาดเนี้ยบยืนมองไปทางอื่น สาระวารีเข้าใจว่าษมาคือเสี่ยอ้วน จึงตัดรูปเอาเฉพาะเสี่ยไว้ แล้วทิ้งรูปชายหนุ่มลงถังขยะไป

ooooooo

มัทนาไข้ขึ้นจนเพ้อ คิดว่าเขตต์ตวันเป็นพ่อ พอเขามาห่มผ้าให้ เธอก็กอดแขนเขาไว้พร่ำเรียกพ่อ บ่นว่าตนปวดหัวมาก พ่ออย่าไปไหนอยู่เป็นเพื่อนตนก่อน เขตต์ตวันรู้สึกสงสารโอนอ่อนให้มัทนากอด เขาลูบผมเธออย่างเอ็นดู ถามว่าฝันอะไรสาวน้อย

“ผู้ชายคนที่มัทไปสัมภาษณ์เขาเกลียดนักข่าว เขาไม่ชอบมัท เขาดุ๊ดุค่ะพ่อ เขาจะฆ่ามัท จะเอามัทขึ้นศาล นี่มัทจะติดคุกไหมคะพ่อ” มัทนาเพ้อรำพัน เขตต์ตวันว่าเธอเหลวไหล “จริงนะคะพ่อ เขายังหาว่ามัทสร้างภาระให้เขายุ่งยากอีก”

ชายหนุ่มรู้สึกผิด บอกให้เธอนอนพักเสีย มัทนาหลับตายื้อแขนเขาไว้ ขอให้พ่ออยู่เป็นเพื่อนจนกว่าแม่จะมา เขตต์ตวันใจอ่อนสงสารเด็กที่โหยหาพ่อแม่ จึงกอดปลอบจนเธอสงบ

กลางดึก เขตต์ตวันเอาข้าวต้มมาวางให้ มัทนาสะดุ้งตื่นขึ้นมา เขาจึงบอกให้เธอทานเสียจะได้ทานยา ท่าทางเธอยังอิดโรย ชายหนุ่มจึงป้อนให้ เขาบอกเธอว่า คืนพรุ่งนี้จะมีพยาบาลพิเศษมาทำแทน มัทนาเกรงใจห้ามไม่ต้องจ้าง ชายหนุ่มเสียงเขียว

“เธอไม่เข้าใจจริงๆหรือว่าแกล้งไม่รู้กันแน่ ที่ฉันต้องจ้างพยาบาลพิเศษมา ไม่ใช่แค่มาดูแลเท่านั้น

อย่ามาทำไร้เดียงสาใส่ฉันนะ” มัทนาส่ายหัว “ใช้สมอง บ้างสิสาวน้อย ถ้าคนอื่นรู้ว่าเธอต้องมานอนในบ้านกับผู้ชายสองคน เขาจะคิดยังไงกัน”

“คงอิจฉามั้งคะ” มัทนาตอบตาใส

เขตต์ตวันอดขำไม่ได้ “เหลวไหลจริงๆเลยเธอนี่...ชื่อเสียงเรื่องผู้หญิงของฉันยิ่งไม่ค่อยดีอย่างที่เพื่อนร่วมอาชีพเธอพาดหัวข่าวกันโครมๆ เธอไม่กลัวเสียชื่อรึไง ฉันทำอะไรคิดก่อนไม่ใช่ทำตามอารมณ์เหมือนกับเธอ”

มัทนายักไหล่ไม่แคร์ เลื่อนตัวลงนอนพร้อมกับบ่นว่า “ฉันสงสัยว่าทำไมคุณถึงชอบประชดประชันคนอื่นเหมือนเกลียดคนทั้งโลกด้วย”

เขตต์ตวันจะอ้าปากสวนแต่เห็นเธอนอนหันหลังให้ จึงถอนใจเดินหงุดหงิดออกจากห้อง

ooooooo

วันต่อมา หิรัณย์แวะมาคุยกับ บก.ไชยวัฒน์ที่สยามสาร เป็นจังหวะที่มีคณาออกไปส่งสาระวารีขึ้นรถจึงสวนทางกัน...บก.บอกความจริงหิรัณย์ว่ามีคณาไม่ใช่สาวประเภทสอง หิรัณย์ตกใจอยากขอโทษ บก.จึงบอกว่า งานแฟชั่นคืนพรุ่งนี้เจอกันแน่

ช่วงกลางวันเป็นหน้าที่เอกชัยดูแลมัทนา เธอถามหาข้าวของสัมภาระของเธอ เขาตอบว่าเขตต์ตวันเก็บไว้ให้ หญิงสาวเปรยถึงอารมณ์ของเขตต์ตวันที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เอกชัยแจงว่า

“เธอต้องเข้าใจนะมัทนา ปอนเจ็บมามากเพราะ เพื่อนร่วมอาชีพของเธอ ความเจ็บปวดนี่ล่ะที่ทำให้ปอนเข็ดขยาด หวาดระแวงแล้วหาทางป้องกันตัวเองตลอดเวลา จนเหมือนซ่อนตัวอยู่ในเปลือกที่เขาสร้างขึ้นมาเอง บางทีผมยังหาทางเข้าไปหาเขาไม่ถูกเลย...การที่เธอเข้ามาในชีวิตของปอน เหมือนทำให้เขาได้น้องสาวกลับคืนมาอีกครั้งรู้ไหม”

มัทนาสนใจอย่างมาก เอกชัยเล่าว่า “ถ้าเธอสังเกตสายตาและอารมณ์ของปอนดีๆ หลายครั้งที่ปอนจะเผลอเอ็นดูเธอ เหมือนเธอคือน้องป่าน”

“น้องป่านคือน้องสาวคุณปอนเหรอคะ”

เอกชัยนึกได้ว่าพูดมากเกินไป จึงตัดบท ให้มัทนาคิดเสียว่าเธออยู่ที่นี่เหมือนเจ้าหญิงมีคนคอยดูแล จะได้สบายใจ หญิงสาวยิ้มปลื้ม...เมื่อเริ่มผ่อนคลายขึ้น มัทนากับเอกชัยนั่งเล่นหมากรุกด้วยกัน เธอถามเขาว่ารู้จักกับเขตต์ตวันมานานแล้วหรือ ชายหนุ่มตอบว่าตั้งแต่เด็กลำบากมาด้วยกัน จึงรักกันยิ่งกว่าพี่น้อง

“งั้นคุณก็เป็นเด็กที่หลวงพ่อจรูญรับเลี้ยงมารุ่นแรกๆ เหมือนกับคุณปอนน่ะสิคะ”

“เธอรู้ด้วยเหรอ ใครบอก หลวงพ่อท่านไม่มีทางพูดแน่ๆ”

“หลวงพ่อจรูญไม่ได้บอกมัทหรอกค่ะ มีแหล่งข่าวคนหนึ่งบอกมาอีกที มัทก็เคยถามหลวงพ่อ แต่ท่านให้มาถามคุณปอนก่อนว่าจะยอมให้เปิดเผยหรือเปล่า เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว”

มัทนาสบตาเอกชัยขอให้เขาเป็นคนเล่า เขามองไปเห็นเขตต์ตวันยืนอยู่หลังหญิงสาว เขาจึงบอกว่า คงตอบได้เหมือนหลวงพ่อ เขตต์ตวันโพล่งขึ้นว่า มีอะไรอยากรู้ให้มาถามตนเอง เอกชัยชิ่งไปทำอาหารกลางวันปล่อยให้เพื่อนรับหน้าต่อ

“เพื่อนฉันเป็นคนฉลาด แต่ยังมีจุดอ่อนที่ไม่ทันผู้หญิงหน้าซื่ออย่างเธอ ฉันไม่อยากเห็นเพื่อนฉันต้องเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก เพราะฉะนั้น แม่นักข่าวเจ้าแผนการ อย่าพยายามปั่นหัวเพื่อนฉันเพื่อจะได้เรื่องราวที่ต้องการอีกเลย ถ้าเธอไม่หยุด ฉันจะซัดเธอไม่ยั้งแน่”

“น่าเกลียด ในใจคุณมีแต่เรื่องสกปรกคิดอกุศล ถามหน่อยเถอะ คุณเคยคิดกับคนอื่นดีๆบ้างไหม”

“ฉันไม่จำเป็นต้องคิดอะไรดีๆ ฉันจะคิดแต่สิ่งที่เป็นจริงเท่านั้น ความจริงที่เธอกำลังใช้เสน่ห์ สายตาซื่อๆ สีหน้าเหมือนเด็กหลงทางผู้น่าสงสาร หลอกล่อให้คนของฉันเล่าเรื่องที่เธออยากรู้ เธอกำลังใช้ความเป็นเด็กผู้น่าสงสารหาข่าวอยู่ใช่ไหม” เขตต์ตวันตากร้าว

“เรื่องของคุณไม่มีค่าพอที่ฉันจะต้องเร่ขายตัวเพื่อให้ได้มันมาหรอกนะ ฉันเป็นนักข่าวไม่ใช่โสเภณี” มัทนาโกรธจนคว้าหมอนฟาดใส่เขา เขากลับกระชากหมอน ทำให้เธอล้มลงกับพื้น แล้วเขาก็ปาหมอนกลับใส่เธอซ้ำอีก แทนที่จะช่วยประคอง

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"
17 พ.ย. 2562
07:01 น.