ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาตวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มัทนาเดินเข้ามาเห็นเอกชัยแต่งตัวสีสันสดใส จูงสุนัขสองตัวเดินอยู่ที่สนาม จึงเข้าไปสวัสดีแล้วบอกว่ามาสมัครงาน เอกชัยขอดูบัตรประชาชน เธอสะดุ้งรีบกลบเกลื่อนว่าลืมเอามา มัทนากลับมาโทร.รายงานบก. และขอให้เขาทำบัตรประชาชนปลอมให้

ไม่นานบัตรประชาชนที่มัทนาได้รับ ชื่อจุติมา รูปถ่ายเป็นผู้หญิงอวบหน้าอ้วนกลมผิวคล้ำ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนเธอ ทำเอามัทนาเก็บไปฝันว่าโดนจับได้ว่าตนเป็นนักข่าวปลอมตัวมา

เช้าวันใหม่ มัทนาแต่งตัวบ้านๆ รองเท้าแตะ ให้สมกับสมัครเป็นคนงาน แต่พอออกจากลิฟต์ เจอเข้ากับเชน เขามองเธอขำๆที่ต้องทำถึงขนาดนี้ แล้วอวยพรให้สำเร็จ แต่แล้วมัทนาต้องมาเจอยามเปี๊ยกปิดประตูไม่ให้เข้าไป เอกชัยเดินออกมาเห็น มัทนารีบดันตัวเข้าประตูมาขอร้องให้รับตนทำงาน พอดีรถเขตต์ตวันขับเข้ามา เขาจอดดูว่าเกิดอะไร มัทนาหลบตา ลลิสาเปิดหน้าต่างถาม

“มีเรื่องอะไรกันคะคุณเอก”

“เด็กนี่จะมาสมัครทำงานบ้านเราน่ะลิซ่า”

มัทนายกมือไหว้ขอร้อง รำพันว่าตัวเองจนอยากได้งาน ลลิสารำคาญบอกเอกชัยให้รับไว้พิจารณา เกะกะหน้าบ้าน มัทนาดีใจชำเลืองมองเขตต์ตวัน ลลิสาปิดกระจกรถ เอนหัวซบเขตต์ตวันพร้อมบ่น หน้าสวยอย่างนั้นอย่าหวังว่าจะได้งาน ชายหนุ่มส่ายหน้าไม่ใส่ใจ

เอกชัยกับชลบุษย์ช่วยกันคัดเลือกใบสมัครของแต่ละคน เฟ้นที่เข้าตากองไว้ให้ลลิสาเลือกอีกทีว่าจะเอาคนไหน ลลิสาเลือกคนอ้วนดำไม่สวย

“ฉันไม่อยากให้ใครมาแข่งสวย เพราะบ้านนี้ ฉันควรสวยที่สุดในบ้าน สมกับเป็นคนรักของคุณปอน” ลลิสาปรายตาเหยียดชลบุษย์ แล้วเดินกรีดกรายออกไป มีเยาะสาวใช้เดินตาม

“หลอกตัวเองแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะย่ะ” ชลบุษย์เหยียดปากหมั่นไส้ ลุกหนีไปอีกคน

เอกชัยหน่ายใจที่สองสาวเอาแต่แย่งเพื่อนของตน...ด้านมัทนายังไม่ยอมไปไหน นั่งพูดคุยกับเปี๊ยกเพื่อหลอกถามเรื่องเขตต์ตวัน เปี๊ยกบอกว่าเจ้านายตนหรือคุณปอนเป็นดาราเก่า ชอบเก็บตัวเงียบๆ ไม่ค่อยพูด ไม่ชอบรับแขก มัทนาจะซักต่อเรื่องแฟน พอดีแม่บ้านมาเรียก

“เธอชื่อจุติมาหรือเปล่า”

มัทนาเกือบลืมว่าในบัตรประชาชนใช้ชื่อนี้ พอนึกได้รีบรับว่าใช่ แม่บ้านจึงบอกว่า เอกชัยรับเธอทำงานแล้ว มัทนาดีใจเดินตามแม่บ้านเข้าไปในบ้าน

เอกชัยมองใบซีร็อกกับหน้ามัทนาแล้วยิ่งไม่อยากเชื่อว่าคนเดียวกัน จึงขอดูตัวจริง มัทนาหยิบส่งให้ พร้อมบอกว่าตนผอมลง เพราะไม่ค่อยจะมีกิน เอกชัยพยักหน้าหงึกๆ มัทนายกมือไหว้ขอบคุณ เขาบอกขำๆให้ไปขอบคุณลลิสา เพราะเธอเป็นคนเลือก ช่วยไม่ได้..มัทนางง

จากนั้น เอกชัยก็พามัทนาเดินดูรอบบ้าน “เธอเรียกฉันว่าคุณเอกเหมือนคนอื่นก็ได้นะ ฉันทำงานที่นี่เป็นผู้ช่วยคุณปอน ดูแลแทนทุกเรื่อง”

มัทนาเข้าใจว่าเป็นเลขาส่วนตัว เอกชัยปฏิเสธ นั่นหน้าที่ของชลบุษย์ ชายหนุ่มเปิดประตูห้องสมุดขนาดย่อม “นี่แหละหน้าที่ประจำของเธอ คุณปอนจะใช้เวลาในห้องหนังสือช่วงหลังเที่ยงของทุกวัน เพราะฉะนั้นช่วงเช้า เธอต้องเข้ามาทำความสะอาดให้เรียบร้อย เข้าใจไหม”

มัทนารับคำ เอกชัยจะเดินออก นึกได้หันมากำชับ “คุณปอนรักความเป็นส่วนตัว เธอห้ามขึ้นไปข้างบนเด็ดขาด โดยเฉพาะห้องทำงานชั้นบน ถือเป็นเขตหวงห้าม... ถ้าคุณปอนทิ้งหนังสืออะไรไว้บนโต๊ะ เธอไม่ต้องเก็บ กางไว้เหมือนเดิม เศษกระดาษอะไรตกพื้น อย่าทิ้ง เอาขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ คุณปอนจะเป็นคนทิ้งเอง”

มัทนาเผลอบ่น นกแก้วเจ้าระเบียบเอ๊ย...เอกชัยหันมามอง เธอยิ้มแหยๆ เอกชัยย้ำหน้าที่ให้ฟังอีกรอบ แล้วพาเดินมาเรือนที่พัก สั่งอีกเรื่องว่า ถ้าบ้านใหญ่ไม่เรียกใช้ ห้ามเข้าไปในบ้านเด็ดขาด แต่ละห้องจะมีอินเตอร์คอมเรียก ถ้ามีเรื่องอะไรให้บอกป้าหน่อยแม่บ้าน มัทนาเดินตามฟังมาเรื่อยจนถึงสนาม เอกชัยบอกหน้าที่อีกอย่างคือพาเจ้าด่าง เจ้าจุดเดินเล่นชายหาดเช้ากับเย็น ให้อาหาร และอาบน้ำให้พวกมันอาทิตย์ละครั้ง แปรงขนเช้าเย็น มัทนาฟังจนเหนื่อย เขายังย้ำอีกว่า อยู่บ้านนี้อย่าเป็นคนสอดรู้สอดเห็น

เขตต์ตวันแต่งตัวหล่อเหลาออกมายืนตรงระเบียง เอกชัยพามัทนาเข้ามาแนะนำ เขาพยักหน้าอย่างไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่พอลลิสาออกมาเห็นหน้ามัทนา ก็โวยวายว่าใครรับคนนี้เข้ามา เอกชัยบอกว่าเธอเป็นคนเลือกเอง ลลิสาไม่พอใจสั่งไล่ออก เอกชัยเหนื่อยใจขอให้เขตต์ตวันเป็นคนตัดสิน เขาตัดความรำคาญ สั่งให้เงินปลอบขวัญแล้วหาคนใหม่มาแทน มัทนาไม่รับวิ่งไปอ้อนวอนเขตต์– ตวัน ลลิสาโกรธผลักมัทนาออก มัทนาเสียหลักไปชนแม่บ้านกับคนขับรถที่กำลังแบกลังออกมาจากบ้านหล่น เสื้อผ้าเทออกมา หนึ่งในนั้น มัทนาจำได้ว่าเป็นชุดฟินาเล่ที่ลลิสาใส่ เธอจับตามองชุดนั้น เขตต์ตวันเสียงดุสั่งเก็บให้เรียบร้อย ลลิสากราดเกรี้ยวใส่ เรียกยามมาลากมัทนาออกไป ก่อนจะหันมาบ่นกับเขตต์ตวันว่า ตนว่าแล้วแม่คนนี้ใช้ไม่ได้

เอกชัยจำต้องดึงมัทนาออกมาหน้าบ้านเสียเอง เขตต์ตวันกับลลิสานั่งรถผ่านหน้าออกไป เอกชัยรู้สึกถูกชะตากับมัทนา เธอยังอ้อนวอนขอให้เขาช่วย เขาจึงขอเบอร์โทรศัพท์เธอไว้ หางานอื่นให้ได้จะโทร.บอก มัทนาแกล้งตอบว่า ไม่มีเบอร์ต้องมีงานทำก่อนถึงจะมีได้ เขาจึงให้เบอร์เขาไว้แทน หญิงสาวชูแขนพร้อมยื่นปากกาให้เขียนด้วยความดีใจ

กลับถึงโรงแรม มัทนาคุยผ่านสปีกเกอร์โฟนรายงานและให้เบอร์โทร.ของเอกชัย “มัทเพิ่งรู้นะคะว่าพี่ตวันมีชื่อเล่นว่าปอน ทุกคนเรียกว่าคุณปอนกันหมด ไม่มีใครเรียกว่าตวันเลย”

พลัน มัทนาเห็นเชนขี่ม้ามา ก็ร้องว้าว...มีคณารีบถามว่าอะไร หญิงสาวตอบยิ้มๆว่าเจ้าชายกำลังขี่ม้าขาวมา สาระวารีถามแทรกว่าเชนหรือ พอมัทนาตอบว่าใช่ ก็แกล้งเย้าว่าถอดเสื้อขี่ม้าโชว์แผงอกหรือเปล่า มีคณาอายแทนตีแขนเพื่อนเบาๆ มัทนาขอตัววางสายไปทันที สาระวารีแกล้งร้องลั่นว่ามัทนาเห็นผู้ชายสำคัญกว่าพวกตน บก.มองสองสาวส่ายหน้าขำๆ

เชนมาชวนมัทนาขี่ม้าเล่นด้วยกัน หญิงสาวปฏิเสธอายๆจะนั่งด้วยกันได้อย่างไร เชนชอบใจที่มัทนารักนวลสงวนตัว จึงลงจากหลังม้าให้เธอขี่แล้วเขาจูงเดิน ชวนคุยไปตลอดทาง ทำให้มัทนาไว้วางใจความเป็นสุภาพบุรุษของเขามากขึ้น

ooooooo

ตอนหัวค่ำ บนห้องทำงานชั้นบนของบ้านเขตต์-ตวัน ชลบุษย์พาหญิงสาวสวยหุ่นนางแบบสามคน มาส่งที่หน้าห้อง กำชับพวกเธอว่า เสร็จแล้วลงไปรับค่าเหนื่อยกับตนข้างล่าง สามสาวเข้ามาเห็นเขตต์ตวันนั่งยิ้มกริ่มอยู่ที่โต๊ะทำงาน

เช้าวันรุ่งขึ้น ชลบุษย์นำหญิงสาวที่เหลือเพียงคนเดียวท่าทางเพลียๆออกมาส่งขึ้นรถหน้าบ้าน เปี๊ยกเปิดประตูใหญ่ให้ มองสาวคนนั้นอย่างอยากรู้อยากเห็น...มัทนาแต่งตัวทะมัดทะแมงสวมหมวกซุ่มดูเหตุการณ์อยู่หน้าบ้าน ก่อนจะแอบเข้าประตูตอนเปี๊ยกเผลอ

เขตต์ตวันกึ่งนั่งกึ่งนอนอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนเตียง ลลิสายกถาดอาหารมาบริการ จุ๊บแก้มอย่างเอาใจ...ส่วนเอกชัยเดินจิบกาแฟที่สนามข้างบ้าน พลันเห็นคนงานร่างเล็กสวมหมวกบังหน้านั่งตัดหญ้าอยู่ก็เข้าไปดูใกล้ๆ แล้วต้องประหลาดใจเป็นมัทนาเข้ามาได้อย่างไร

มัทนาทำหน้าเศร้าๆขอร้องให้รับตนเป็นคนสวน เพื่อลลิสาจะได้ไม่เห็นหน้า เอกชัยหนักใจ พอดีเจ้าด่างเจ้าจุดวิ่งมา มันเห่ามัทนา แต่เธอกลับเล่นกับมันอย่างไม่กลัว เอกชัยยิ่งเอ็นดูที่เธอรักสัตว์...เขตต์ตวันได้ยินเสียงเห่าก็สงสัยสวมเสื้อคลุมลงมาดู เห็นมัทนาหยอกล้อจูงสุนัขเข้ากรงอย่างง่ายดาย เอกชัยรีบบอกเพื่อนว่าเจ้าด่างเจ้าจุดเห่าคนสวนใหม่ มัทนาก้มหลบหน้าหลบตา แต่พอ

ลลิสาตามออกมาเห็นหน้ามัทนาก็โวยวาย เอกชัยหน้าเจื่อน มัทนารีบยกมือไหว้ขอร้อง

“หนูอยากได้งานจริงๆค่ะคุณผู้หญิง คุณผู้หญิงไม่ชอบหนู หนูทำสวนอยู่หลังบ้านไม่ให้คุณผู้หญิงเห็นหน้าเลยก็ได้ค่ะ”

ลลิสาชะงักเมื่อได้ยินว่าเรียกตนคุณผู้หญิง จึงเชิดหน้าอย่างพอใจ เขตต์ตวันข้องใจทำไมถึงอยากมาทำงานที่นี่นัก หญิงสาวบีบน้ำตาปล่อยโฮ โผกอดเขตต์ตวันแกล้งลลิสา

“หนูเป็นแฟนคลับของพี่ หนูดูหนังของพี่ ติดตามงานของพี่ทุกอย่างเลย หนูคิดถึงพี่ตวัน อยากตามมารับใช้พี่ค่ะ ขอหนูได้ทำงานรับใช้พี่ตวันเถอะนะคะ”

ลลิสาหึงกระชากคอเสื้อมัทนาออกผลักล้มลง เขตต์– ตวันใจอ่อนเพราะยังผูกพันกับแฟนคลับแต่ไม่อยากมีปัญหากับลลิสา จึงเดินหนีเข้าบ้าน มัทนาคลานเข่าเข้ากอดรวบขาเขาไว้จนเดินไม่ได้ อ้อนวอนขอร้องอย่างน่าสงสาร ลลิสาโกรธสั่งคนโทร.เรียกตำรวจ มัทนาชะงักปล่อยมือกลัวความแตก เขตต์ตวันย่อตัวลงพูดด้วยดีๆ

“เธอกลับไปซะเถอะ อย่าทำอย่างนี้อีกเลยนะ ฉันไม่ใช่ดาราของใครทั้งนั้น เรื่องทั้งหมดมันเป็นอดีต ไม่มีเขตต์ตวันอีกต่อไปแล้ว”

ลลิสาหมั่นไส้ดึงคนรักเข้าบ้าน ไล่มัทนาออกไป เอกชัยสงสาร เข้ามาช่วยดึงเธอลุก และบอกว่าจะขอลายเซ็นเขตต์ตวันให้ มัทนาค้อนขวับเดินปึ่งออกไป เขามองตามอย่างรู้สึกถูกชะตา

ooooooo

ถึงอย่างไร มัทนาก็ไม่ย่อท้อ จะต้องหาทาง

ทำงานในบ้านเขตต์ตวันให้ได้...วันต่อมา มัทนาสะพายกล้องแต่งตัวทะมัดทะแมง ตั้งใจออกไปสืบข่าวที่อื่นก่อน เผอิญเจอกับเชนหน้าลิฟต์ เขาแซวว่าจะไปเก็บเปลือกหอยอีกหรือ เธอยิ้มตอบว่าจะไปวัดสวนป่า เขาจึงอาสาไปส่ง

ระหว่างทาง มัทนาสังเกตท่าทางเชน เขาปรนนิบัติต่อเธออย่างสุภาพบุรุษ จนเธอเอ่ยชม

“มัทรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ญิ๋งผู้หญิงเวลาอยู่กับคุณ มัทไม่ค่อยเคยเจอผู้ชายที่เทกแคร์ผู้หญิงจัดๆแบบคุณเท่าไหร่เลยนะคะ”

“จริงเหรอ อาจจะเป็นเพราะผมถูกสอนมาว่าผู้ชายต้องให้เกียรติและยกย่องผู้หญิงก็ได้นะครับ ผมก็เลยชอบมองว่าผู้หญิงบอบบาง อ่อนโยน ผู้ชายมีหน้าที่ต้องปกป้องดูแล”

“พ่อแม่บุญธรรมคุณเป็นฝรั่ง เลยปลูกฝังความคิดแบบตะวันตกให้คุณ ถือว่าเป็นทัศนคติที่สุดยอดเลยนะคะ มัทยกนิ้วโป้งให้สองนิ้วเลย”

เชนขอบคุณ แล้วคุยเรื่องธุรกิจอัญมณีส่งออกที่ตนทำ แต่ช่วงหลังมาหลงรักไข่มุก “มัทคิดสิ วัตถุกลมๆที่ก่อตัวจากสัตว์ใต้ทะเล สีของมันแต่ละเม็ดก็ไม่เหมือนกัน บางเม็ดออกชมพูจาง บางเม็ดสีขาวนวล คุณไม่มีทางรู้เลยว่าไข่มุกเม็ดต่อไปในมือคุณจะมีสีสันยังไงรูปร่างยังไง”
มัทนานั่งฟังอมยิ้มไปตลอดทาง เธอรู้สึกจะเริ่มหลงเสน่ห์ชายหนุ่มคนนี้ขึ้นมาตงิดๆ

หลังจากนั้น มัทนาก็ได้มาถึงวัดสวนป่า เธอเดินหากุฏิหลวงพ่อจรูญ มาเจอลุงชดนั่งกรึ่มอยู่ จึงเข้ามาซักถามเรื่องเกี่ยวกับเขตต์ตวัน ได้ความนิดหน่อย ว่าเขามาทำบุญวัดนี้บ่อยๆ สร้างโรงอาหาร ทาสีกำแพงวัด ซื้อวัวมาให้เด็กวัดเลี้ยง และให้เงินแกบ่อยๆ แต่ไม่ยอมบอกว่า เขตต์ตวันเป็นเด็กวัดนี้มาก่อนหรือไม่ เธอจึงถ่ายรูปลุงชดและบริเวณวัดเก็บไว้

มัทนาเดินมาถึงกุฏิหลวงพ่อจรูญ เธอไม่กล้าโกหกจึงบอกตามตรงว่าตนเป็นนักข่าว อยากสัมภาษณ์ท่านเรื่องของเขตต์ตวัน หลวงพ่อพูดได้เท่าที่ควรพูด มากกว่า นั้นท่านให้เธอไปขออนุญาตจากเขตต์ตวันก่อน

“การที่คุณตวันตัดสินใจแสดงหนัง ก็ต้องทำใจยอมรับให้ได้ว่ากลายเป็นคนของประชาชนไปแล้ว ย่อมต้องมีคนอยากรู้ประวัติของเขาเป็นธรรมดา ส่วนหนูเป็นนักข่าว หน้าที่ก็คือนำเสนอสิ่งที่คนอยากรู้ แม้บางครั้งอาจจะทำเพื่อขายข่าว แต่หนูก็ถือว่าเป็นอาชีพ เป็นคนของประชาชนเหมือนกัน และมันก็เป็นเส้นทางชีวิตที่หนูได้เลือกแล้วค่ะหลวงพ่อ”

หลวงพ่อชอบใจกับสำบัดสำนวนของมัทนา

ooooooo

มัทนาได้แอบถ่ายรูปเชนตอนเผลอ ส่งไปยั่วน้ำลายสาระวารีกับมีคณา จากนั้นก็มาเล่นน้ำทะเลคลายเครียด โชคไม่ดี ขณะดำน้ำเล่น เธอโผล่ขึ้นมาขวางทางเล่นสเกตบอร์ดของเขตต์ตวันเข้าพอดี จึงโดนชนที่หัวจมดิ่ง ชายหนุ่มตกใจ โดดลงไปช่วย

มัทนาสำลักน้ำ ลืมตาขึ้นมาเห็นหน้ากันและกัน ต่างคนต่างตกใจ พอมัทนาได้สติรีบทำสำออยหลอกด่าหาว่าเขาจะฆ่าตน เล่นอะไรไม่ดูคน ทำอย่างกับทะเลเป็นของตัวเอง...เขตต์ตวันเริ่มไม่พอใจ หาว่าเธอคิดแบล็กเมล์แกล้งทำให้เกิดอุบัติเหตุ มัทนาอึ้ง ลุกขึ้นจะโวยแต่เกิดมึนหัวล้มลง เขตต์ตวันตกใจเข้าไปอุ้มพาเธอไปหาหมอประจำตัว

คลินิกมีลักษณะกึ่งบ้าน ทำให้ปลอดนักข่าว หมอตรวจเช็กอาการแล้วไม่เป็นอะไรมาก ให้ยาแก้อักเสบและยาทาฟกช้ำ กำชับถ้ายังไม่หายปวดหัวให้กลับมาใหม่ เอกชัยถือถุงเสื้อที่ซื้อมาให้มัทนาเปลี่ยน พอเธอเปลี่ยนเสร็จเดินออกมาเห็นเขตต์ตวันยืนบ่นกับเอกชัยอยู่หน้าบ้าน
“ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ ต้องเป็นแผนการของเด็กแก่นกะโหลกนั่นแน่ๆ”

“แฟนคลับแกเองจะโทษใครได้ล่ะ”

มัทนาไม่พอใจเข้ามาแขวะนึกว่าจะหนีไปแล้ว เขตต์ตวันถอนใจก่อนจะถามต้องการค่าทำขวัญกี่หมื่นเรื่องจะได้จบ หญิงสาวโกรธ

“อ๋อ นี่คุณคิดว่าหนูลงทุนดำน้ำรอเอาหัวกระแทกไอ้ของเล่นบ้าๆของคุณ เพื่อเรียกเงินเหรอ ถึงหนูจะจนแต่ก็มีศักดิ์ศรี อย่าคิดเอาเงินมาฟาดหัวหนูซะให้ยากเลยค่ะ”

เอกชัยอมยิ้มที่เพื่อนโดนตอกหน้าหงายเสียบ้าง เขตต์ตวันไม่พอใจตามมาขวางหน้ามัทนาเพื่อเคลียร์ ว่าตนไม่เคยคิดเอาเงินฟาดหัวใคร เธอย้อนก็เขาทำโดยไม่ต้องคิด มันเป็นนิสัยไปแล้ว ชายหนุ่มยิ่งโกรธ เสียงเข้มอย่าพูดแบบนี้กับตน มัทนายั่วมันตรงเกินไปใช่ไหม

“โอเค ฉันยอมรับผิด เมื่อฉันพาเธอมารักษาแล้ว เธอไม่ต้องการเรียกร้องค่าเสียหายอะไร งั้นเราก็จบแค่นี้ ลาก่อน” เขตต์ตวันจะเดินไป

มัทนาโพล่งขึ้นว่า ยังไม่จบ เพราะตนจะแจ้งความไว้ก่อน เผื่อมีอาการทางสมองตามมา เขาจะได้รับผิดชอบ เอกชัยสะกิดเพื่อนอย่าให้เป็นข่าว เขตต์ตวันข่มอารมณ์ ถามต้องการอะไร

มัทนาอมยิ้มอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า “หนูอยากเข้าไปทำงานเป็นลูกจ้างในบ้านคุณค่ะ ถ้าคุณตกลง หนูสัญญาว่าหนูจะไม่ไปแจ้งความเด็ดขาด”

สีหน้าเขตต์ตวันดูเจ็บใจ เอกชัยตอบตกลงแทนเพราะถูกชะตาเธออยู่แล้ว มัทนาดีใจขอบคุณชายหนุ่ม แล้วหันมาเยาะเขตต์ตวันว่า พรุ่งนี้เจอกันที่บ้านนะคะเจ้านาย

“ฉันรู้ทันหรอกนะ ว่าเธอมันก็พวกคลั่งดาราอยากได้อยู่ใกล้ชิดฉัน ความฝันสูงสุดคงอยากขึ้นเตียงกับฉันล่ะสิ”

มัทนาปรี๊ดแตก ชกเขตต์ตวันหน้าหงาย จบที่หมอต้องจ่ายยาให้เขตต์ตวันแบบเดียวกับมัทนาไม่มีผิด...เขตต์ตวัน เดินบ่นออกมากับเอกชัยว่าไม่ค่อยไว้ใจมัทนา แต่เอกชัยกลับชอบนิสัยเธอ เขตต์ตวันเหล่มองเพื่อน แล้วขอให้ช่วยสืบประวัติมัทนา สะกดรอยตามให้ถึงบ้าน ตนอยากมั่นใจก่อนเธอจะย้ายเข้ามา

“โอเค เพื่อความสบายใจของแก ฉันจัดการให้”

“ขอบใจ...ตัวนิดเดียว หมัดหนักน่าดู” เขตต์ตวันเอาแผ่นประคบหน้าเดินหงุดหงิดนำไป

เอกชัยยิ้มขำๆเดินตามเพื่อนไปขึ้นรถ มัทนาก้าวออกมา เธอได้ยินการสนทนาทั้งหมด

ooooooo

ภายในบ้านเขตต์ตวัน มีห้องเสื้อผ้าขนาดใหญ่ ที่มีชุดหรูๆแขวนอยู่มากมายเหมือนร้านขายลลิสา

ลองเสื้อส่องกระจกไปมาอย่างพอใจ มีเยาะคอย ประจ๋อประแจ๋พูดสำเนียงใต้ชมอยู่ไม่ห่าง ชลบุษย์เข้ามาบอกว่า อีกวันสองวันจะมีคนมาทำงานใหม่ ลลิสาสะบัดเสียงใส่บอกทำไม

“ก็กลัวเธอจะตกข่าว ตกลงคุณปอนรับยัยเด็กหน้าสวยคนนั้นเข้าทำงานนะ”

ลลิสาไม่เชื่อ เยาะเสริมด้วยภาษาใต้ว่าเจ้านายตนไม่ทำอะไรขัดใจลลิสาแน่ ชลบุษย์ยั่ว

“ไปถามคุณเอกดูสิ ยัยเด็กคนนี้ต้องมีอะไรเด็ดแน่ๆเลย คุณปอนถึงไม่ยอมฟังคำทัดทานของเธอ”

“คอยดูต่อไปแล้วกันว่าคนที่ฉันไม่ชอบขี้หน้า

จะลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านนี้ได้ซักกี่วัน”

“เหรอ ฉันก็ยังอยู่มาถึงทุกวันนี้เลย...” ชลบุษย์ยิ่งยั่วให้ลลิสาเจ็บใจมากขึ้น อย่างสะใจ

ก่อนที่มัทนาจะต้องเข้าไปอยู่ในบ้านเขตต์ตวัน เธอรีบพิมพ์งานที่สัมภาษณ์หลวงพ่อจรูญ และลุงชด โหลดภาพ ส่งไฟล์ข้อมูลทั้งหมดไปให้ บก. และวันรุ่งขึ้น เธอจะต้องสร้างภาพให้ดูเป็นชาวบ้านจนๆ เพราะรู้ว่ากำลังถูกเอกชัยตามสืบ แล้วเธอก็ซ้อนแผนเขาได้สำเร็จ

มัทนาโทร.ขอบคุณเชนที่จัดฉากให้อย่างดี เชนเตือนให้ระวังจะโดนตามถึงโรงแรม...ในขณะที่ลลิสาหาทางกลั่นแกล้งไม่ให้มัทนาอยู่ได้ ด้วยการยกทีวีพัดลมออกจากห้องที่พัก แถมกรีดมุ้งลวดเป็นรูให้ยุงเข้าได้ ป้าหน่อยเห็นแล้วสงสารแต่ช่วยอะไรไม่ได้

บ่ายวันนั้น มัทนาผลุบเข้าโรงแรมอย่างโล่งอก พนักงานยื่นจดหมายของเชนให้ เธอรับมาเปิดอ่านข้อความว่า...พรุ่งนี้คุณต้องเข้าบ้านเอเอฟแล้ว ต่อไปคงเจอกันลำบาก เย็นนี้เราเดินเล่นชายหาดคุยกันจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แล้วทานข้าวด้วยกันนะครับ สี่โมงเย็นผมรอที่ล็อบบี้...ลงชื่อเชน ครอส...มัทนายิ้มปลื้ม เดินชนประตูลิฟต์จนคนมอง เธออายรีบกดลิฟต์รัว

เย็นวันนั้น มัทนาไปตามนัดกับเชน เขามอบสร้อยเก๋ๆห้อยเหรียญพระให้กับเธอ พร้อมเย้าว่า ออกจากบ้านเมื่อไหร่เอามาแลกสร้อยไข่มุกกับตน สร้างความประทับใจให้กับเธอมากขึ้น

ด้านเอกชัย มารายงานเขตต์ตวันว่า “เด็กชื่อจุติมา แจ่มแก้ว จริง ชื่อเล่นว่ามัท เป็นญาติห่างๆให้มาอาศัยอยู่ด้วย เพราะสงสารเด็กที่บ้านจน เด็กทำงานส่งเงินให้ที่บ้าน”

“กตัญญูใช้ได้” เขตต์ตวันเริ่มสนใจ

“ลุงเขาเล่าว่าแกเป็นเด็กหัวดี เรียนเก่ง แต่ขาดทุนทรัพย์เลยอดเรียนต่อ ชอบอ่านหนังสือหาความรู้ใส่ตัวตลอดเวลา”

“ไม่น่าล่ะ คำพูดคำจา สำบัดสำนวนน่าดู เหมือนจำใครมาพูด”

เอกชัยยํ้าว่ามัทนาเป็นเด็กดี เขตต์ตวันน่าจะสบายใจ แต่เขตต์ตวันเข่นเขี้ยวจะเอาคืนมัทนาบ้าง เขาจะบีบให้เธอออกจากบ้านเร็วที่สุด เอกชัยหุบยิ้มชักจะห่วงหญิงสาวเสียแล้ว

ooooooo

มัทนาใช้โอกาสกลับไปตรวจร่างกายที่คลินิก แล้วเลียบเคียงถามถึงสุขภาพเขตต์ตวันจากพยาบาล ซึ่งพบว่าเขาแข็งแรงดี เป็นคนเล่นกีฬาหลายอย่าง เธอส่งข้อมูลให้สาระวารีกับมีคณาแล้วพลั้งปากพูดเรื่องที่จะต้องปลอมตัวเข้าไปอยู่บ้านเขตต์ตวัน ซึ่งสองสาวไม่รู้มาก่อนก็ตกใจ

มัทนาจำต้องเล่ารายละเอียดให้ฟัง สองสาวเตือน ถ้าถูกจับได้จะเดือดร้อนมาถึง บก.และเธอจะได้รับแต่ความเกลียดชังและไม่ไว้วางใจจากเขตต์ตวันอีกเลย มัทนารู้ดีแต่เพื่อหน้าที่การงาน เธอขอเสี่ยง และขอเวลาแค่สองสามวันเท่านั้น

คืนนั้น เขตต์ตวันตรวจสอบค่าใช้จ่าย เห็นว่าค่าเช่าร้านขึ้นราคาสูงมาก จึงถามชลบุษย์ซึ่งเข้ามาในห้องหมายจะยั่วยวนเขาพอดี เธอตอบว่าหมดสัญญาเช่าถ้าเราไม่เอาเขาจะให้คนอื่นแทน เขตต์ตวันไม่ชอบการเอาเปรียบ จึงสั่งเธอว่า ขอต่อสัญญาสามเดือน แล้วหาที่เช่าใหม่

วันรุ่งขึ้น มัทนาเดินหาวหวอดๆเพราะนอนดึก จากการเคลียร์งานก่อนไปอยู่บ้านเขตต์ตวัน เจอเชนยืนมองยิ้มๆ เธอรีบหุบปากอายๆ เขาส่งกระดาษจดเบอร์มือถือให้เธอเก็บไว้ เผื่อมีอะไรให้เขาช่วย พลันเธอนึกได้ว่าลืมที่ชาร์จแบตไว้บนห้อง แต่สายแล้วต้องรีบไป เชนอาสาเอาไปให้ เธอจึงโชว์มือถือรุ่นเก่าให้ดู “มันมีสองเส้นนะคะ ต้องของรุ่นนี้ ถึงจะปลอมตัวได้เนียน”

“รอบคอบจังเลยนะครับ ผมชอบ” เชนมองด้วยตาหวานเชื่อม ทำเอามัทนาเขิน

เมื่อได้นัดแนะส่งของกับเชนแล้ว มัทนาก็มุ่งหน้ามาบ้านเขตต์ตวัน เยาะซึ่งปากร้ายแต่จริงๆจิตใจดี เข้ามาวางอำนาจฐานะที่ตนอยู่มาก่อน แต่มัทนาไม่ใส่ใจพยายามผูกมิตร เยาะพาไปห้องพัก เดินผ่านเขตต์ตวันซึ่งกำลังพูดโทรศัพท์กับเอกชัย

“แกตัดสินใจไปเลยแล้วกันเอก...แหม ห่วงกันจริงนะ พูดถึงก็มาเลย แกรีบกลับมาแล้วกัน ก่อนจะไม่ได้เห็นหน้า” พูดจบเขตต์ตวันวางสายไม่รอฟังเอกชัยโต้ตอบหันมาทักมัทนา “คุณเอกบอกงานที่เธอต้องทำแล้วใช่ไหม...แผลหายก็ออกไปจากบ้านฉันได้เลยนะ”

“คุณไม่รักษาสัญญา”

“ฉันไม่รักษาสัญญาตรงไหน ฉันก็ยอมให้เธอเข้ามาทำงานในบ้านแล้วไง แต่ฉันไม่ได้รับปากว่าจะให้ทำกี่วัน”

“คุณขี้โกง”

“ใครกันแน่ ฉันรักษาคำพูดกับคนที่แบล็กเมล์ฉันก็นับว่าใจดีเกินไปแล้ว...ฉันให้ค่าแรงเธอเท่าค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำก็แล้วกัน เต็มที่ สามวันก็หาย” เขตต์ตวันดูถูก ไม่สนใจคำยืนยันของมัทนาที่ว่าเขาจะต้องเปลี่ยนใจ เพราะเธอจะตั้งใจทำงานจนเขาต้องขอร้องให้อยู่ต่อ

มัทนาเจ็บใจ เดินตามเยาะมาถึงห้องพัก เห็นที่นอนก็อยากเอนกาย แต่ถูกเยาะลากตัวไปจูงเจ้าจุดเจ้าด่างเดินเล่น มัทนาจำต้องมาเปิดกรงจูงสุนัขทั้งสองออกมา เยาะส่งสัญญาณให้ลลิสาว่าตามแผน เขตต์ตวันเดินมาด้านหลังลลิสาแล้วเปรยว่า ตนจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

การที่ได้จูงสุนัขออกมาเดินเล่นริมหาด ทำให้มัทนาได้รับของจากเชนตามนัดหมาย แต่เจ้าด่างกลับเห่าเชน ทำให้เยาะหันมามอง เธอรีบปล่อยด่างวิ่งไปหาเจ้าจุด เยาะจึงต้องวิ่งตาม...กลับจากพาสุนัขเดินเล่น มัทนาก็เข้ามาทำความสะอาดห้องหนังสือ เธอสำรวจเห็นหนังสือมากมายส่วนใหญ่เป็นหนังสือเกี่ยวกับผ้าทอก็แปลกใจ พลันเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งแพลมออกมา เธอดึงมาคลี่ดู เป็นแบบร่างชุดฟินาเล่ที่เธอเคยเห็นลลิสาใส่ ยิ่งให้สงสัย เธอนั่งดูหนังสือจนเผลอหลับ สะดุ้งตื่นตอนได้ยินเสียงเขตต์ตวันคุยกับชลบุษย์หน้าห้อง เธอรีบไปซ่อนตัวข้างตู้
เขตต์ตวันเข้ามาจะค้นหนังสือ พอดีโทรศัพท์ดังขึ้น เขามองเบอร์โทร.แล้วกดรับสาย

“ครับ ผมเลขาส่วนตัวคุณจันทิราครับ”

มัทนารีบเงี่ยหูฟัง พอเห็นชายหนุ่มคุยโทรศัพท์เพลินๆก็จะย่องออกจากห้อง แต่ถูกเขาจับได้ เขตต์ตวันวางสายแล้วหันมาซักไซ้ว่าทำอะไร มัทนาแก้ตัวทันควันว่าเพิ่งเดินเข้ามาเห็นเขาอยู่จึงจะกลับออกไป เขตต์ตวันเอ็ดคราวหลังทำงานให้เสร็จตามเวลา เขามองแผลบนหน้าผากเธอ
“ฉันโทร.ไปเช็กกับหมอแล้ว หมอบอกว่าสมองเธอคงไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอะไร แผลฟกช้ำอย่างเก่งก็อีกสองวันหาย หวังว่าเธอคงออกไปจากที่นี่แต่โดยดี ถ้าเธอเคยเป็นแฟนคลับฉันจริงอย่างที่ปากพูด คงไม่อยากให้ฉันต้องรู้สึกหงุดหงิดใจอีก”

มัทนาหน้าเสีย “แล้วคุณปอนไม่สงสารหนูบ้างเหรอคะ หนูตกงานไม่มีเงินกินเงินใช้ ลูกจ้างคุณก็ขาดอยู่แล้วเลี้ยงหนูไว้ใช้งานเอาบุญซักคนไม่ได้เหรอคะ”

“เสียดายที่เราเริ่มต้นไม่ดี วิธีการของเธอทำให้ฉันรู้สึกแย่ ขอให้ได้งานใหม่เร็วๆแล้วกัน”

เขตต์ตวันตัดบทให้เธอออกไปแล้วล็อกประตูห้องให้ด้วย มัทนาแอบเหยียดปากเดินไป ชายหนุ่มจะคุยโทรศัพท์ต่อ เหลือบเห็นไม้กวาดที่มัทนาพิงกำแพงทิ้งไว้ ทำให้เขาฉุกคิดว่าโดนเธอหลอกอีกแล้ว

ระหว่างนั้น ลลิสากับเยาะเข้ามาค้นข้าวของมัทนาในห้อง เธอกลับมาพบ ปะทะคารมกันเล็กน้อย มัทนาครุ่นคิดว่าลลิสาคงหาทางกลั่นแกล้งอะไรตนแน่ ตกเย็นตอนพาสุนัขเดินเล่น มัทนาจึงผูกมิตรกับเยาะด้วยการซื้อปลาหมึกปิ้งให้กิน พลัน เจ้าด่างเกิดไม่สบายลงนอนลิ้นห้อย ทั้งสองตกใจมาก กลับมาบ้านพบว่า เจ้านายทุกคนไม่อยู่ ป้าหน่อยกับเปี๊ยกพลอยร้อนใจไปด้วย มัทนาเห็นรถเก่าจอดอยู่คันหนึ่งจึงไปลองสตาร์ตเครื่องอยู่นานกว่าจะติด เยาะนั่งมาในรถด้วย ขับออกมาสักพัก เยาะนึกได้ถามมัทนาว่าทำไมขับรถเป็น เธอตกใจอารมณ์ห่วงเจ้าด่างจึงลืมคิด ตัดสินใจขับเฉี่ยวถังขยะริมทางและแกล้งขับฉวัดเฉวียน จนเยาะกลัวลาน

เสร็จสรรพช่วยเจ้าด่างไว้ได้ กลับมา มัทนาถูกลลิสาซักฟอกต่อหน้าเขตต์ตวันกับชลบุษย์

“ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าฐานะอย่างเธอจะมีปัญญาไปหัดขับรถ เธอแฝงตัวเข้ามาในบ้านนี้ต้องการอะไรกันแน่”

มัทนาอ้างว่าตนขับรถอีแต๋นมาก่อน อารามตกใจจึงคิดว่าเหมือนกัน เยาะ ป้าหน่อยและเปี๊ยกช่วยพูดเข้าข้างมัทนา ชลบุษย์โพล่งขึ้นว่าตนเชื่อมัทนา ลลิสาให้เขตต์ตวันตัดสิน เขาครุ่นคิดสักพักแล้วบอกว่า พรุ่งนี้เอกชัยกลับมา ให้เขาเป็นคนตัดสินเพราะมัทนาเป็นคนของเขา
ลลิสาไม่พอใจ ตามมาต่อว่าเขตต์ตวันว่าใจอ่อนกับมัทนาแล้วใช่ไหม ตนจะได้ไม่ต้องเปลืองสมองหาวิธีบีบให้เธอออกไป เขตต์ตวันฉุกคิด หรือว่าลลิสาเป็นคนทำร้ายเจ้าด่าง ลลิสาร้อนตัวเดินหนีออกมาอย่างหงุดหงิด เพราะเธอไม่ชอบสุนัขสองตัวนั้นอยู่แล้วหาว่าเป็นหมาวัด

มัทนาเหนื่อยใจ คืนนั้นเธอนั่งร่างข่าวที่ห้อง ได้ยินเสียงเจ้าจุดครางหงิงๆก็ออกมาดู เธอรู้ว่ามันคงคิดถึงเจ้าด่าง จึงนั่งพูดคุยด้วย ถึงขนาดจะร้องเพลงกล่อม เขตต์ตวันเดินมาแกล้งขัด

“อย่าถึงขั้นนั้นเลย เดี๋ยวเจ้าจุดจะหอน ได้ตื่นกันทั้งซอย”

“แหม...เสียงหนูไม่หลอนขนาดนั้นหรอกค่ะคุณปอน”

“ฉันขอบใจเธอมากนะที่ช่วยชีวิตเจ้าด่างเอาไว้ ด่างกับจุดมันน่าสงสารมากถึงจะเป็นหมาสายพันธุ์ดี

ก็เถอะ แต่แม่มันเลี้ยงลูกไม่เป็นคลอดแล้วทิ้ง เจ้าสองตัวนี่เลยโดนหมาอื่นกัดเอาเกือบตาย เจ้าของเอามาทิ้งวัด

ฉันไปทำบุญพอดี เลยขอหลวงพ่อท่านพาไปรักษาแล้วเอามาเลี้ยง”

มัทนาฟังอึ้งๆไม่คิดว่าเขาจะคุยด้วย เธอรู้สึกว่าเขาก็จิตใจดี จึงขอเอาเจ้าจุดไปนอนด้วยคืนนี้ ชลบุษย์ออกมาเห็นสองคนคุยกันก็ไม่ค่อยพอใจ เอาเรื่องไปเป่าหูลลิสา เพราะรู้ว่าต้องวีนแตก จริงดังคาดลลิสามาโวยวายซักไซ้เขตต์ตวันและให้ไล่มัทนาออก เขาโกรธแต่ข่มใจเพราะยังต้องพึ่งพาเธออยู่ จึงบอกว่าตนสั่งไปแล้วให้รอเอกชัยกลับมาตัดสิน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก
30 มี.ค. 2563
08:01 น