ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาตวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ระหว่างขับรถไปหาสาระวารี มัทนาเอ่ยถามเขตต์ตวันว่าทำไมถึงเลื่อนงานแฟชั่นโชว์ออกไป เขาเล่าว่ามีแบบเสื้อสองชุดที่เตรียมไว้ปิดโชว์หายไป คิดว่าเกลือเป็นหนอน เพราะคราวคอลเลกชั่นดวงตาตวันก็หายไปสองชุด แต่ไม่ใช่ชุดปิดงานอย่างคราวนี้

“แล้วอะไรรู้ไหม ก่อนวันเปิดโชว์ไม่กี่วัน แบบพวกนั้นถูกผลิตมาวางขายเป็นพันชุดในตลาดขายส่งแบบเดียวกัน ต่างกันที่คุณภาพและราคา ผมกับเอกยังมืดแปดด้านว่าใครทรยศ คนที่รู้ว่าเราเก็บแบบไว้ที่ไหนมีแค่ไม่กี่คน และทุกคนก็เชื่อใจได้ทั้งนั้น”

มัทนาคาดเดาจากที่เคยอ่านนิยายสืบสวนมา ว่าคนใกล้ตัวที่สุดคือคนน่าสงสัยที่สุด เขตต์ตวันโพล่งขึ้นต้องเป็นเอกชัยแน่ มัทนาหัวเราะก๊าก ชายหนุ่มยิ้มๆ ขอแวะไปเอาเสื้อผ้าที่คอนโดก่อน หญิงสาวเกรงใจ

ที่เขาต้องทิ้งงาน แต่ชายหนุ่มกลับบอกว่า การทำงานศิลปะต้องมีแรงบันดาลใจ ตนต้องการมันอย่างมาก หญิงสาวยิ้มปลื้ม แอบดีใจที่มีเขาเดินทางไปด้วย...

หลายวันผ่านไป ขมยังเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของคนในบ้านมัทนา จนคืนหนึ่งเขตต์ตวันขับรถมาส่งมัทนาเขาอดใจแทบไม่ไหวอยากกอดเธอ เผอิญศกุนตลาเปิดประตูบ้านออกมาเสียก่อน เขาจึงบอกเธอว่าพรุ่งนี้ไม่เขาก็เอกชัยจะมารับไปทำงาน มัทนาจะแย้ง เขตต์ตวันขัด

“การที่มันปล่อยให้เราอยู่สบายๆมาเป็นอาทิตย์ไม่ได้หมายความว่ามันจะหยุดนะ เพราะฉะนั้นอย่าเสี่ยง อย่าดื้อ ทำตามที่ผมสั่ง”

“เจ้าค่ะ ท่านผู้นำ” มัทนาย่นจมูกใส่ ก่อนจะลงจากรถ

ศกุนตลาจับตามองอย่างไม่ค่อยไว้ใจ วาสิฏฐีเห็นพี่สาวกลับมารีบดึงเข้าห้องมาซักถาม  มัทนาตีน้องอย่างเขินอาย “ก็ไม่มีอะไรนี่ พี่ไปเฝ้าคนเจ็บนะ วันๆ ก็นั่งเฝ้าพี่วารี”

ใจจริงมัทนายังไม่แน่ใจว่าเขตต์ตวันคิดอย่างไรกับตน เพราะเขาไม่เคยพูดให้ชัดเจน วาสิฏฐีเตือนเรื่องแบบนี้ไม่ต้องพูดดูที่การกระทำ มัทนายังเชื่อว่าเขาทำตามหน้าที่ ต้องรับผิดชอบ

“หน้าที่อะไรไม่ทราบ เจอพี่ตวันครั้งต่อไป ฝากถามหน่อยนะคะว่าจะรับผิดชอบพี่สาวสิฏฐีไปทั้งชีวิตหรือเปล่า”

มัทนาตีแขนน้องหาว่าแก่แดด ศกุนตลาเดินเข้ามาหาสีหน้าร้อนใจ บอกมัทนาว่าตนนึกออกแล้วว่าคนไข้ที่เขตต์ตวันพามารักษาอาการติดยาชื่ออะไร...เธอชื่อชลบุษย์ มัทนาอึ้งเล็กน้อย

วันรุ่งขึ้น เอกชัยมาจอดรถรอรับมัทนา เขาเอนกายนอนพักอย่างอ่อนล้า มัทนาเห็นแล้วยิ่งเกรงใจและเห็นช่วงนี้เงียบๆไม่มีเรื่องร้ายๆอีก เขาไม่ต้องมารับส่งตนก็ได้ แต่เอกชัยส่ายหน้า

“มัทยังไม่รู้จักมันดีพอ ทุกทีตอนใกล้เปิดการแสดง มันต้องก่อกวนสารพัด ขู่วางระเบิดในงานก็เคยมาแล้ว”

“จริงเหรอคะ ไม่เห็นเคยได้ยินข่าวเลย”

“ผมมีวิธีปิดข่าวชั้นหนึ่งก็แล้วกัน ไว้คุณเลิกเป็นนักข่าวเมื่อไหร่จะเล่าให้ฟัง ผมซีเรียสนะ มันเงียบเหมือนทะเลก่อนมีพายุ ทางที่ดีที่สุด คุณอย่าประมาทเด็ดขาด”

มัทนายิ้มขอบคุณและบอกว่าตนมีปืนที่เขตต์ตวัน ให้ไว้ เอกชัยเตือนอย่าลืมวิธีใช้

“มือเหยียดตรง ตามองนิ่ง มืออย่าสั่นเวลาขู่ เสียงต้องไม่สั่นด้วย” มัทนาทำท่าประกอบ

เอกชัยทำท่ากลัวขำๆ มัทนาเสียเซลฟ์งอน เขาส่งเอกสารงานแถลงข่าวให้ เธอค่อนขอดไม่เห็นมีบัตรเชิญ เอกชัยบอกว่าของคนอื่นมี แต่เธอน่ะเขตต์ตวันเตรียมบัตรพิเศษไว้ให้

มัทนาย่นจมูก “บัตรพิเศษไม่อยากได้ อยากเข้าไปดูงานหลังเวทีมากกว่า จะอนุญาตไหม”

เอกชัยรับว่าได้แต่ห้ามพกกล้องและต้องไปคนเดียว มัทนายิ้มร่าตอบตกลงทันที...

ooooooo

บก.ไชยวัฒน์นั่งเกาคางฟังมีคณารายงานข่าวที่ไปทำมา มีคณากำลังตามข่าวสถานทูตญี่ปุ่นขอให้ตำรวจไทยเร่งสืบคดีโจรกรรมไข่มุกดำ บก.พยักหน้าขอให้เธอทำเรื่องสมุนไพรพิษควบคู่ไปด้วย ส่วนมัทนา คุมเด็กใหม่เขียนข่าวซุบซิบสั้นๆ แต่งานแฟชั่นตวันคงเป็นหน้าที่เธอ

“เรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้วค่ะ” มัทนารับคำเสียงใส

เสร็จประชุม มีคณาดึงมัทนาไปทานข้าวด้วยกัน มีคนจะแนะนำให้รู้จัก มัทนายิ้มกริ่มพอได้เห็นหน้าสารวัตรหิรัณย์ก็กระซิบบอกมีคณาว่า หล่อได้ใจเลย มีคณาเอ็ดให้สำรวม...มีคณาแนะนำชายหนุ่ม มัทนารีบบอกว่าได้ยินชื่อมาตั้งนาน คิดในใจว่าผู้ชายลักษณะไหนหนอที่เอาชนะใจพี่สาวของตนได้ มีคณาหยิกแขน เธอร้องโอ๊ย...

มีคณาตัดบทแนะนำ “นี่น้องมัทนาที่เคยเล่าให้ฟังไงคะ”

“อ๋อ...แฟนคุณเขตต์ตวัน”

มัทนาหุบยิ้ม เขินอาย มีคณาแอบสมน้ำหน้า หิรัณย์ขยิบตาให้มีคณาทำนองเอาคืนให้แล้ว ทั้งสามมาทานร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ เจ๊นิดเจ้าของร้านแซวหิรัณย์พอหอมปากหอมคอ มัทนาซักถามงานที่มีคณาต้องทำ นอกจากเรื่องผัวเมียฆ่ากันตายแล้วก็มีเรื่องสถานทูตญี่ปุ่นให้ตามไข่มุกที่ถูกโจรกรรมมา มัทนาฉุกคิดถึงเรื่องที่เขตต์ตวันเล่า

“ตกลงฝีมือคนไทยเหรอคะ งามหน้าอีกแล้ว... เอ๊ะ...เรื่องนี้เกิดนานหรือยังคะ”

“น่าจะเป็นเดือนแล้วมั้ง ไข่มุกเกรดระดับส่งประกวดงานอัญมณีนานาชาติที่ญี่ปุ่นเลยนะมัท ราคาไม่ต้องพูดถึง”

“หายตอนเอาไปทำเรือน ลือกันว่าเป็นความร่วมมือระหว่างคนไทยกับแก๊งยากูซ่า...น่าแปลกที่มาถึงภูเก็ต ก็หายไปแบบไร้ร่องรอย มีเสียงลือว่าไข่มุกอาจจะถูกลักลอบเอาออกไปโดยไม่ผ่านเมืองไทย แต่หลายคนก็เชื่อว่าไข่มุกยังอยู่เมืองไทย อาจจะตกอยู่ในความครอบครองของเศรษฐีหรือผู้มีอิทธิพลบางคน แต่ที่ชัวร์ๆตอนนี้ก็คือคนที่เชื่อว่าเป็นคนโจรกรรมไข่มุกกลายเป็นศพไปแล้ว” หิรัณย์เล่าอย่างละเอียด

มัทนาครุ่นคิดเชื่อมโยงจากที่ตนรู้มา มีคณาถามได้ยินเรื่องนี้บ้างไหม เธอตอบ “มัทเพิ่งมารู้เรื่องที่กรุงเทพฯนี่ล่ะค่ะ แต่ตอนไปทำข่าวมัทก็ได้ไข่มุกมาชุดหนึ่งเหมือนกันนะคะ สวยด้วยเสียดายของปลอม ไม่งั้นมัทคงกลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว”

หลังทานอาหารเสร็จ มัทนารู้แกวรีบขอตัวฉากหลบออกมาให้สองคนได้ล่ำลากัน มัทนารู้ว่าเขตต์ตวันทำงานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งจึงคิดจะแวะไปเซอร์ไพรส์...เผอิญ เชนนัดพบลูกค้ามร.เท็ตสึ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่นั่น

ลูกน้องมารายงานว่าเห็นมัทนาก็ตกใจรีบขอตัวออกไป

ลูกน้องเชนดักมัทนายังไม่ให้เดินเข้าไป จนเชนออกมาพบ เชนแกล้งทำหน้าน้อยใจที่พบตัวเธอยากเหลือเกิน แล้วถามมาทำอะไรทีี่่นี่ มัทนาตอบไปตามจริงว่ามาพบเขตต์ตวัน เชนสีหน้าร้อนใจทำทีอยากรู้ว่ามาทำอะไร

“แฟชั่นโชว์มีปัญหานิดหน่อย พอเลื่อนวันก็เลยไม่ได้ห้อง ต้องย้ายมาโรงแรมนี้แทนค่ะ”

เชนกำลังกังวลใจ ไม่คาดคิด ชลบุษย์เดินถือของมากับเยาะ พอเห็นหน้าเชน ชลบุษย์หน้าซีดท่าทางกลัวลาน ข้าวของหล่นจากมือ เยาะร้องลั่นเข้าไปเก็บ มัทนากับเชนได้ยินเสียงหันมอง เชนหน้าบึ้งทันที มัทนาเห็นอาการของชลบุษย์ก็แปลกใจ เธอลากเยาะให้รีบไปที่ลิฟต์ เยาะบ่นไม่เลิกที่โดนลากหัวทิ่มหัวตำ ชลบุษย์รำคาญตวาดให้หยุดพล่าม จู่ๆเยาะก็นึกได้

“เยาะจำได้แล้วค่ะ ผู้ชายคนนั้นแฟนยัยมัทนาที่ภูเก็ตค่ะ”

“เงียบเดี๋ยวนี้เลยนะ หยุดสาระแนเรื่องคนอื่น ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น”

“ทำไมล่ะคะ”

“ไม่ต้องถาม ถือว่าแกไม่เห็นผู้ชายเมื่อกี้กับมัทนา ถ้าแกไม่อยากเดือดร้อน เข้าใจไหม”

“ไม่เข้าใจ แต่ไม่พูดก็ได้ค่ะ”

ชลบุษย์ถอนใจ ส่งของทั้งหมดให้เยาะถือดันเข้าลิฟต์ให้ขึ้นไปก่อน ตัวเธอยืนรอมัทนาท่าทางกระวนกระวาย

เชนบอกมัทนาว่าอีกสองสามวันจะโทร.หา ตอนนี้ตนมีธุระต้องทำ มัทนารับคำงงๆเดินมาที่ลิฟต์เจอชลบุษย์ยืนเครียดรออยู่ ยิ่งแปลกใจ ชลบุษย์ไม่รอช้าถามว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร มัทนาตอบว่าคนรู้จัก สีหน้าชลบุษย์คลายความตึงเครียดลง เตือนมัทนาให้ระวังตัวไว้ มัทนากำลังอ่านสีหน้าเธอว่าขู่หรือว่าจริงใจ ก็พอดีเอกชัยออกมาจากลิฟต์ ชลบุษย์ชิ่งเดินหนีไปไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เอกชัยมองตามแปลกใจแล้วหันมาทักทายมัทนา

“เผอิญมัทมาทำข่าวแถวนี้เลยแวะมาหาพวกคุณเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปรับมัทที่สยามสาร”

“ก็ดี ปอนอยู่ห้องจัดเลี้ยงชั้นสอง ขึ้นไปได้เลย ผมทำธุระแป๊บนึงเดี๋ยวตามขึ้นไป”...

เชนรีบกลับมาจัดการพา มร.เท็ตสึย้ายโรงแรม เห็นเอกชัยเดินมาจึงรีบสั่งลูกน้องไปกันไว้ ลูกน้องเชนใช้วิธีเดินชนเอกชัยล้มลงดื้อๆกดไว้จนกว่าเชนกับ มร.เท็ตสึออกไปพ้นโรงแรม เอกชัยหน้าตื่นรีบกลับขึ้นมาบอกข่าวเขตต์ตวัน

ขณะเดียวกัน  เยาะเอาเรื่องมาเล่าให้ลลิสาฟัง กลับถูกเธอหยิกแขนห้ามไม่ให้ยุ่งเรื่องชาวบ้านถ้าไม่อยากเดือดร้อน เยาะแปลกใจเพราะพูดเหมือนกับชลบุษย์

ooooooo

คืนนั้น เขตต์ตวันมาส่งมัทนาที่บ้าน เขาเห็นท่าทีของศกุนตลา จึงเอ่ยปากกับมัทนาว่าพี่สาวเธอคนนี้ไม่ค่อยชอบหน้าตน มัทนาจึงเล่าเรื่องชลบุษย์ที่ไปรักษาอาการติดยาให้ฟัง

“ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง” เขตต์ตวันถอนใจ เล่ารายละเอียดให้ฟัง “ช่วงที่ชลบุษย์เป็นนางแบบให้ตวัน เธอก็เริ่มเป็นที่จับตาของสื่อ แต่ถือว่าคราวซวยที่ต้องมารู้จักกับมัน ไม่ใช่สิ...มันจงใจมาหาบุษย์มากกว่า...”

เชษฐ์เข้ามาตีสนิทใกล้ชิดกับชลบุษย์ จนเธอยอมไปนอนกับเขาหลายครั้ง โดยไม่รู้ว่าถูกแอบถ่ายภาพอนาจารไว้แบล็กเมล์ และเชษฐ์ก็ใช้ยาเพื่อให้เธอติดใจ จนกระทั่งอาการลงแดงของเธอปรากฏขึ้น ตนกับเอกชัยช่วยกันปิดข่าว ปลอบใจและพาเธอไปบำบัดรักษา และเมื่อเธอหายตนให้เธอมาทำงานที่บริษัทจนทุกวันนี้ มัทนาฟังแล้วถอนใจ

“เพื่อนคุณนี่ร้ายกาจที่สุดเลย ตายไปต้องกลายเป็นเปรต ไม่ได้ผุดได้เกิด”

“ขอบคุณมากนะที่เชื่อผม แล้วฝากบอกพี่สาวคุณด้วย ว่าตอนนี้คนไข้พิเศษคนนั้นยังสบายดี แต่ผมก็ไม่เข้าใจนะ ทำไมบุษย์ต้องหดหู่ ร้องไห้ไม่หยุดหลังจากผมกลับไปด้วย ทั้งที่ผมก็รับปากว่าจะดูแลเขาอย่างดี”

“แต่มัทพอจะเข้าใจค่ะ ความอับอายและรู้สึกด้อยค่าในสายตาคนที่เรารัก มันเจ็บปวดมากแค่ไหน”

เขตต์ตวันกุมมือมัทนาขึ้นมา สบตาเธอนิ่ง “คุณจะไม่มีวันต้องรู้สึกแบบนั้นเด็ดขาด”

มัทนาซึ้งใจรอฟังเขาพูดต่ออย่างใจจดใจจ่อแต่เขากลับส่งตาหวานแล้วลากลับ เธอยิ้มค้าง

ooooooo

สายวันหนึ่ง ขณะที่มัทนานั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ ชลบุษย์ดัดเสียงโทร.เข้ามาหาบอกว่าอย่ายุ่งกับผู้ชายคนนั้น ถ้าไม่อยากตกนรกทั้งเป็น มัทนาถามว่าเธอเป็นใครต้องการอะไร

“เธอไม่จำเป็นต้องรู้ รู้แต่ว่าฉันโทร.มาเตือนด้วยความหวังดี จำเอาไว้ ถอยห่างจากเขา ไม่งั้นเธอจะต้องเสียใจ”

มัทนารีบถามหมายถึงใคร แต่ปลายสายวางไปเสียก่อน มีคณาเดินมาเห็นท่าทางมัทนาจึงถามว่ามีอะไร มัทนาบอกว่ามีคนโทร.มาเตือน น้ำเสียงเหมือนเลขาเขตต์ตวัน มีคณาเข้าใจว่าคงเตือนให้ห่างจากเขตต์ตวัน เพราะอิจฉา

เวลาผ่านไปจนเย็น พนักงานคนหนึ่งรับโทรศัพท์บนโต๊ะมัทนาแล้วบอกเธอว่า เลขาเขตต์ตวันโทร.มา มัทนางงจะมาไม้ไหนอีก พอรับสาย ชลบุษย์ซึ่งนั่งอยู่ในรถกับเชน สีหน้าหวาดกลัว คุยมือถือกับมัทนาเสียงสั่นว่า

“คุณตวันให้โทร.มาบอกว่า ขอยกเลิกนัดที่จะไปรับเธอตอนทุ่มนึง คุณตวันติดธุระสำคัญให้เธอกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องคอย”

“แล้วคุณเอกล่ะคะ”

“ไม่ว่างเหมือนกัน ไปรับไม่ได้ทั้งสองคน กลับบ้านคนเดียวระวังตัวด้วยนะ” ชลบุษย์อดห่วงไม่ได้ เชนกระชากมือถือมากดสายทิ้ง

มัทนางงปนสงสัย แต่ก็ไม่ติดใจอะไรเพราะเกรงใจอยู่แล้ว ก้มหน้าทำงานต่อ...ที่ลานจอดรถคอนโด ชลบุษย์สีหน้าหวาดกลัว กำลังถูกเชนข่มขู่ อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกเขตต์ตวัน เยาะผ่านมาเห็น ชลบุษย์กรีดร้องถูกกดหน้าแนบติดกระจกรถ ก็ตกใจจะวิ่งหนี ลลิสาเข้ามาขวาง

“ฉันเตือนเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่าแส่เรื่องคนอื่นให้มากนัก”

เยาะหน้าซีดเผือด กลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ...

มีคณาเดินมาตามมัทนาเข้าไปพบ บก.มีเรื่องด่วน มาถึง บก.ก็ยื่นกระดาษแฟกซ์ให้ทั้งสองสาว สองคนร้องพร้อมกันว่า...ไม่จริง เพราะข้อความที่ส่งมาคือจดหมายลาออกของสาระวารี สองสาวว่าถ้าจริงเธอต้องปรึกษาพวกตนก่อน

“ที่ไม่ปรึกษาเพราะวารีคงกลัวตัดใจทิ้งเธอสองคนไม่ได้น่ะสิ คุณษมาเลยช่วยจัดการแทน สงสัยเขาจะกลัววารีเปลี่ยนใจด้วยล่ะ รีบแฟกซ์ด่วนมาเลย”

“แล้ว บก.อนุมัติไปหรือยังคะ” มัทนาหน้าจ๋อย

“ยังหรอก รอให้หายป่วยกลับมาคุยกันอีกทีก่อน แต่ก็คงต้องเซ็นให้แหละ”

สองสาวรู้ว่าต้องเป็นเช่นนั้น แต่ บก.บ่นว่า ตนสังหรณ์ใจจะไม่ได้เซ็นอนุมัติลาออกแค่ใบเดียว แถมต้องรับสมัครนักข่าวใหม่อีกสามคน สองสาวรู้ว่าโดนแซวรีบขอตัวกลับไปทำงาน ไม่ทันไรเชนโทร.เข้ามาที่ออฟฟิศ บก.จึงรับสาย เสียงเชนกรอกเข้ามาเป็นชุด

“คุณมัทเหรอ ผมเชนนะ เปิดมือถือสั่นไว้หรือไง ไม่ยอมรับสายผมเลย...มัท ได้ยินผมหรือเปล่า” บก.เหมือนจำเสียงได้ ยื่นโทรศัพท์ให้มัทนาอึ้งๆ เสียงเชนต่อว่า “นึกว่าจะไม่ยอมรับสายผมซะแล้ว”

“มัทรีบเคลียร์งานก็เลยปิดเสียงมือถือไว้น่ะค่ะ”

เชนนัดเธอทานข้าวเย็น มัทนาเห็นว่าวันนี้เขตต์ตวันไม่ได้มารับ จึงรับปากเชน พอวางสาย บก.ถามว่าใคร

เธอตอบว่าเพื่อน

“เพื่อนคนนี้เสียงคุ้นหูมากนะ เหมือนเคยได้ยินมาก่อน ชื่ออะไรเหรอ ผมรู้จักหรือเปล่า”

มัทนาบอกว่าชื่อเชน ครอส บก.นึกได้ว่าเสียงเหมือนผู้หวังดีที่โทร.บอกเรื่องเขตต์ตวัน มัทนาอึ้ง ถามย้ำว่าจริงหรือ

“มัทก็รู้ว่าหูผมจำเสียงแม่นขึ้นชื่อแค่ไหน...บก. หูหมา...ถึงผมจะไม่ชอบสมญานามนี้นักก็เถอะ” มัทนาเห็นด้วยโดยเฉพาะจับผิดพนักงาน

มัทนากลับมานั่งครุ่นคิด หรือว่าเชนกับเชษฐ์จะเป็นคนเดียวกัน นี่ตนถูกหลอกใช้หรือนี่ แต่ยังไม่อยากปักใจ คาดว่า บก.อาจจะพลาดครั้งนี้ พลันเชนโทร.มาบอกว่ารออยู่ที่ล็อบบี้...มัทนาสะพายเป้เดินมา สายตาที่มองเชนมีแต่คำถาม นี่หรือศัตรูของเขตต์ตวัน เชนสังเกตเห็น

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ท่าทางคุณเหมือนไม่ ค่อยสบาย”

มัทนาฝืนยิ้มกลบเกลื่อน เดินมาที่รถ คนรถของเชนหน้าเหี้ยมลงมาเปิดประตูรอ หญิงสาวรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง พอดีเห็นสายตาเชนในกระจกดูดุดันชอบกล ยิ่งลังเลไม่อยากขึ้นรถ เผอิญหิรัณย์มารอรับมีคณา เห็นท่าทางน่าสงสัยตามสัญชาตญาณตำรวจ เขาโทร.ขึ้นไปหามีคณา ถามว่ามัทนาออกไปข้างนอกกับใคร พอมีคณาบอกว่าเชน เขาก็ซักอีกว่าเป็นใครมาจากไหน

“เพื่อน รู้จักกันที่ภูเก็ตน่ะค่ะ”

“ไว้ใจได้แค่ไหนครับ”

มีคณาชักไม่สบายใจ หิรัณย์ขอเบอร์ติดต่อเขตต์ตวัน แล้วรีบติดต่อทันที

ooooooo

ระหว่างนั่งมาในรถ มัทนาสัมผัสได้ถึงความอึดอัด จู่ๆเชนก็ถามถึงไข่มุกดำ และบอกว่าต้องการของคืน เธอย้อนถามว่ามันเป็นของแท้ใช่ไหม  เชนหัวเราะเยาะที่เธอมีสมองคิดได้เสียที

มัทนาเห็นท่าไม่ดีจะลงจากรถ  เชนกระชากเธอเข้ามา  สีหน้าเขาโหดเหี้ยมน่ากลัว  กดเธอหน้ากระแทกกระจก กราดเกรี้ยวใส่อย่าฤทธิ์มาก อยู่ให้เฉยๆถ้าไม่อยากตาย  หญิงสาวร้องให้คนช่วย  เชนชักปืนมากระแทกด้ามปืนเข้าที่ท้องเธอเต็มแรง  ถึงกับจุก  เชนล้วงเอามือถือมัทนาออกมากดปิดเครื่องแล้วโยนไปให้ลูกน้องเก็บไว้

ชลบุษย์เดินกระวนกระวายอยู่บริเวณสระน้ำ  ไม่อยากให้มัทนาตกนรกเหมือนตน  แม้จะไม่ชอบหน้าเท่าไหร่ก็ตาม  ท่าทางเธอหวาดกลัวคำขู่ของเชนจนเหมือนคนสติแตก  แต่ด้วยสำนึกบุญคุณของเขตต์ตวัน  เธอตัดสินใจขึ้นไปหาเขาบนห้อง  เคาะประตูเรียกทั้งเขตต์ตวันและเอกชัย เมื่อไม่มีเสียงตอบจึงใช้คีย์การ์ดที่มีรูดเปิดประตูเข้าไป เดินหาทั่วห้อง

เยาะถูกมัดมือมัดเท้าขังอยู่ในห้องน้ำ ได้ยินเสียงชลบุษย์ พยายามจะร้องเรียกไม่สำเร็จ  ได้ยินชลบุษย์กดมือถือหาเขตต์ตวัน “รับสิคุณปอน...บุษย์เองนะคะ คุณเชนจะจับตัวมัทนาไปขังที่ตึกเชนเพิร์ล คุณปอนรีบตามไปช่วยเร็วๆนะคะ”...เสียงชลบุษย์วิ่งออกไปจากห้อง

มัทนายังโดนเชนขู่บังคับให้บอกว่าไข่มุกดำอยู่ที่ไหน ตนค้นทั้งบ้านแล้วยังหาไม่เจอ มัทนาอึ้งเป็นฝีมือเขานี่เอง เชนยังบอกให้รู้อีกว่า เขาเป็นคนส่งมือปืนไปยิงเธอ  เพราะอยากปิดปากเธอไม่ให้พูดเรื่องไข่มุก  แล้วโยนความผิดแก่เขตต์ตวัน เชนหัวเราะสะใจ

“มีภาพลับทั้งน้องสาวกับพวกนางแบบของมันจะแฉอยู่ไม่ใช่เหรอ”

มัทนาน้ำตารื้น ผิดหวังเสียใจกับความรู้สึกที่เคยมีให้ “นี่คุณคิดจะฆ่าฉันจริงๆเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ เธอคิดว่าฉันจะรู้สึกผูกพันกับเธอ  พิศวาสหลงรักผู้หญิงอย่างเธอลงจริงๆเหรอ ฉันไม่โง่เหมือนไอ้ปอนมันหรอก  จะว่าไป  ที่คนของฉันทำงานพลาดมันก็ดี ฉันจะได้ใช้เธอแก้แค้นไอ้เพื่อนทรยศให้มันทรมานมากยิ่งขึ้น” เชนหัวเราะอย่างคนวิกลจริต

มัทนารู้สึกสะพรึงกลัวจับใจ  เชนลูบไล้ใบหน้าเธอ หญิงสาวเบี่ยงหนีอย่างขยะแขยง เชนสะใจ “คราวนี้ล่ะไอ้ปอนเอ๋ย  มันจะทุรนทุรายยิ่งกว่าถูกไฟเผาทั้งเป็น อย่าหวังว่าจะเอาชนะฉันได้เลย น้องมัน คนรักมัน ฉันนี่แหละจะได้ทั้งหมด”

มัทนาเบียดตัวชิดประตูด้วยความหวาดกลัว  เชนถามถึงไข่มุกดำอีกครั้ง  เธอสารภาพว่าให้น้องสาวไป ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เชนกราดเกรี้ยวใส่จะไปเอาจากวาสิฏฐี ให้ได้  และจะเอาตัวส่งขาย มร.เท็ตสึอีกคน  มัทนากอดเป้ ร้องไห้ด้วยความเป็นห่วงน้อง เชนหาว่าเธอคิดถึงเขตต์ตวัน

“เลิกฝันได้แล้ว ป่านนี้มันคงคิดว่าเธอยังรอให้มันไปรับอยู่ที่สยามสารนั่นแหละ อยากเห็นหน้ามันนักตอนที่รู้ว่าเธอออกมากับฉัน คงสะใจพิลึก”

“คุณชลบุษย์ทำงานให้กับคุณเหรอคะ” มัทนาร้อยเรื่องราว รวมความกล้าที่จะถาม

“ผู้หญิงชั้นต่ำ ข้าทาสที่ซื่อสัตย์ ไอ้ปอนมันโง่ที่ไปไว้ใจมัน  คิดหรือว่าหอบหิ้วอีนั่นไปรักษาแล้วจะทำให้มันสำนึกบุญคุณหันมาซื่อสัตย์กับมัน”

“เธอทำเพราะถูกคุณขู่น่ะสิ  เธอต้องทำทั้งๆที่เกลียดคุณ คุณบังคับให้เธอเสพยา บังคับให้เธอขายตัว  ถ่ายรูปอนาจารเธอไว้แบล็กเมล์ให้เธอทำงานให้คุณ”

“เธอได้เห็นภาพพวกนั้นแล้วนี่  สวยมากใช่ไหมล่ะ นั่นน่ะของสะสมสุดโปรดของฉันเลยนะ...อย่าเป็นห่วงเลยน่า อีกไม่นานก็จะมีภาพของเธอรวมอยู่ในคอลเลกชั่นพวกนั้น ชุดแรกจะมอบให้เป็นของขวัญพิเศษกับไอ้ปอน มันคงชอบมาก”

“คุณมันเลวที่สุด อย่าหวังเลยว่าจะได้ฉวยประโยชน์จากตัวฉัน ฉันยอมตาย”

เชนหัวเราะชอบใจอย่างคนเสียจริต  เชยคางมัทนามาเยาะ ไม่แปลกใจเลย ทำไมเพื่อนตนหลงเธอหัวปักหัวปำ เขาบอกเธอว่าเวลาที่ได้อยู่กับเธอ  ตนไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย มัทนากระถดตัวหนีอย่างรังเกียจ  เชนตาวาวโถมตัวเข้าจะปลุกปล้ำ พลัน เสียงมือถือขัดจังหวะ เชนหันมารับสาย

“ว่าไง...ไม่เคยมีใครที่หักหลังฉันแล้วรอดไปได้ซักคน” แววตาเชนอำมหิตขึ้น

มัทนาฉวยโอกาสควานหาอาวุธในเป้  ซึ่งมีเพียงปากกาด้ามเดียว...ในขณะที่ชลบุษย์เข้าห้องพักเก็บเสื้อผ้าเพื่อหนี แต่แล้วต้องตกใจสุดขีด เมื่อลูกน้องเชนยืนดักหน้าห้อง พวกมันฆ่าเธออย่างโหดเหี้ยม นอนตายคาห้องอย่างไม่มีใครรู้

เชนพามัทนามาที่บ้าน  เห็นมีปาร์ตี้เล็กๆที่ระเบียง มัทนารู้ว่าเป็นเพื่อนๆวาสิฏฐีก็โล่งใจขึ้นบ้าง  เชนไม่พอใจ ใช้ปืนที่ซ่อนในเสื้อขู่ให้มัทนาพาเดินไปเอาไข่มุกดำจากน้องสาว  เชนสั่งขมถ้าได้ยินเสียงปืนเมื่อไหร่ให้ตามเข้าไปยิงทุกคนในบ้านทิ้งให้หมด  มัทนากลืนน้ำลายเอื๊อกใจฝ่อด้วยความกลัว...เพื่อนๆวาสิฏฐีเห็นมัทนาเดินเข้ามา ต่างก็ยกมือไหว้ มัทนาถามหาวาสิฏฐีพวกเพื่อนบอกว่าอยู่ในครัว ต่างกระซิบยิ้มๆว่าเพื่อนชายของมัทนาหล่อทุกคน

มัทนาเดินนำเชนเข้ามาเจอแม่หน้าครัว เธอพยายามทำตัวเป็นปกติ แม่ไม่ทันมองว่าอีกคนเป็นใคร เอ่ยบอกลูกสาวให้ชวนเขตต์ตวันอยู่ทานข้าวด้วยกัน แต่พอเห็นหน้าถนัดก็อึ้ง มัทนาแนะนำว่าเพื่อน แล้วเรียกวาสิฏฐีออกมา เชนกระซิบอย่างหมั่นไส้

“รู้สึกแม่คุณจะเต็มอกเต็มใจรับลูกอีตัวนั่นเป็นเขยซะเหลือเกินนะ”

วาสิฏฐีเดินออกมาจากครัว มัทนารีบขอไข่มุกดำคืน วาสิฏฐีโอดโอยให้แล้วมาเอาคืน

“มันจำเป็น นี่คุณเชนคนที่ให้ไข่มุกพี่ เขาต้องใช้มันด่วน พี่ขอร้องล่ะ คืนพี่เขาก่อนเถอะ”

วาสิฏฐีเหล่มองเชนอย่างไม่ถูกชะตา ย้อนถามจะเอาด่วนเลยหรือ เชนเสียงแข็ง ว่าใช่ต้องการเดี๋ยวนี้ หญิงสาวรู้สึกแปร่งๆ เดินปึ่งขึ้นข้างบน เชนดันมัทนาเดินตามขึ้นไปด้วย วาสิฏฐีเปิดลิ้นชักหยิบถุงใส่ไข่มุกส่งให้ เชนรับมาพอจับดูไม่มีอะไรก็ตวาดกลับ

“เล่นตลกอะไร ไม่เห็นมีไข่มุกซักเม็ด”

“ก็ไม่ได้บอกว่ามีนี่คะ ไข่มุกคุณอยู่ในตู้เลี้ยงเต่าโน่นค่ะ”

เชนโกรธสั่งให้เก็บขึ้นมาให้หมด วาสิฏฐีกวนไล่ให้หลีกไปห่างๆ มัทนาปราม วาสิฏฐีกระชากถุงคืนเพื่อใส่ไข่มุกที่เก็บขึ้นมา เชนสั่งให้เช็ดด้วย เธอบ่นเรื่องมาก เชนกระซิบมัทนา

“บ้านเธอถ้าไม่โง่ก็บ้า เอาของมูลค่ามหาศาลมาเป็นหินประดับอ่าง ตาต่ำจริงๆ”

มัทนาโต้กลับ “ต่อให้ร้อยล้านก็ไม่มีค่าอะไรหรอกค่ะ ถ้าไม่ได้มันมาด้วยความบริสุทธิ์”

เชนโกรธ กระชับปืนในเสื้อขู่ให้มัทนาเอาพาสปอร์ตมาด้วย มัทนาโกหกว่าไม่มี เชนตวาดกลับ “โกหก...เธอเคยไปทำข่าวนักร้องที่เกาหลี กับได้รางวัลไปเที่ยวฮ่องกง”

มัทนางงข้อมูลเป๊ะ เชนกระแทกตัวให้ไปหยิบมา มัทนาเดินเข้าห้อง เห็นเชนยืนรอหน้าห้อง จึงคว้ากล่อง ปืนที่เขตต์ตวันให้ไว้ใส่เป้มาด้วย วาสิฏฐีเช็ดไข่มุกใส่ถุงมายื่นให้ เชนถามเสียงห้วนว่าครบแน่นะ เธอกวนกลับมีแค่ไหนก็แค่นั้น เขาโมโหเอามือควานในตู้ปลา วาสิฏฐีโวย

“เบาสิ เดี๋ยวเต่าฉันตกใจตายกันพอดี”

เชนไม่สนใจ หันไปดึงมือมัทนาออกไป เพื่อนวาสิฏฐีวิ่งมาบอก “พี่มัท โทรศัพท์ค่ะ”

เชนเสียงเข้มสั่งกลับไปบอกว่ามัทนายังไม่กลับ วาสิฏฐีสวนทันทีทำไมต้องโกหก ท่าทางน่าสงสัยหนีตำรวจมาหรือ เชนปรี๊ด มัทนารีบขวางขอคุยโทรศัพท์แป๊บเดียว เชนกำชับอย่าตุกติก

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“กอล์ฟ-จั๊กจั่น-อั๋น-น้ำหวาน” ปลุกตำนานหัวเรือสยอง ใน “สางนางพราย”

“กอล์ฟ-จั๊กจั่น-อั๋น-น้ำหวาน” ปลุกตำนานหัวเรือสยอง ใน “สางนางพราย”
13 พ.ย. 2562
11:01 น.