ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาตวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พอมีเวลาได้คิด เขตต์ตวันเดาว่าพ่อกับแม่ของมัทนาไม่รู้ว่าเธอโดนอะไรที่หัว เกรงจะตกใจจึงบอกไปว่า มัทนาหกล้มหัวกระแทกฟุตปาท พ่อแม่เชื่อเพราะรู้ว่าลูกซุ่มซ่ามขนาดไหน ทั้งสาวิตรีและวาสิฏฐีขอถ่ายรูปคู่กันใหญ่ แม่ก็ไม่น้อยหน้า จู่ๆพ่อเข้ามาร่วมอย่างสนุกสนาน

ขมโทร.รายงานเชนว่าค้นบ้านมัทนาแล้ว หาไข่มุกดำไม่เจอ เชนกราดเกรี้ยวกลับมา “มึงสนิทกับไอ้เปลวดีไม่ใช่หรือ ถ้ามึงพลาดอีก คราวนี้มึงได้ลงนรกไปเป็นเพื่อนมันแน่”

ขมวางสายกลืน น้ำลายแทบไม่ลงคอ นึกถึงเพื่อนที่ถูกเชนฆ่าอย่างโหดเหี้ยมต่อหน้าต่อตา...เปลวคือชายติดยาที่ อยู่บ้านเช่าละแวกบ้านเขตต์ตวัน ถูกเชนใช้ไม้หน้าสามกระหน่ำฟาดจนตายโทษฐานทรยศ ขมจำคำพูดก่อนหน้านี้ของเปลวได้ดี ที่ว่า “ไอ้เชนมันเหมือนคนบ้า กูว่ากูโหดยังแพ้มัน ผีห่าซาตานมาเกิดชัดๆ กูมันแมงดาค้ากามหากินบนง่ามขาผู้หญิง แต่ก็รู้คุณโว้ย ไม่เคยตบตีทารุณจนตายคามือคาตีนอย่างมัน กูเห็นคนอื่นฆ่าคนตายกับมือมาเยอะ แต่ไม่เหมือนมัน มันยังกะไม่ใช่คน ฆ่าตายคามือแท้ๆยังหัวเราะสะใจเหมือนคนบ้า”

ขมเห็นด้วย เปลวยังทิ้งท้ายไว้ว่า ซักวันจะหนีไปให้พ้น แต่ก่อนไปจะทำให้เชนกระอักเลือด เปลวว่ามีอยู่คนหนึ่งที่เชนกลัว จะไปให้เขาช่วย คนคนนั้นคือเขตต์ตวัน....

วัน รุ่งขึ้น มัทนาตื่นมารู้สึกปวดหัวตุ๊บๆ วาสิฏฐีแซวคงนอนหลับฝันหวานมากเกินไป เพราะเมื่อคืนพระเอกในดวงใจอุ้มขึ้นมานอน มัทนาหน้าร้อนผ่าวถามย้ำจริงหรือ

“สิฏฐี จะมาโกหกพี่ทำไมล่ะ นั่งคุยกับพ่อแม่ตั้งนาน ปลาบปลื้มกันยกใหญ่ พี่มัทมีคู่แข่งแล้วนะ พี่สาแกเขี่ยพี่ศักดิ์ตกกระป๋องไปแล้ว ดีนะพี่นกไม่อยู่ ไม่งั้นพี่มัทมีคู่แข่งเพิ่มอีกคนแน่ๆ”

มัทนายิ้ม อายๆ วาสิฏฐีอดแซวอีกไม่ได้ว่า ลูกเป็ดขี้เหร่ประจำบ้านกลับได้แฟนหล่อสุด มัทนาบ่นไม่ใช่เพราะเขาหรือตนถึงต้องเจ็บตัวขนาดนี้ วาสิฏฐีแปลกใจ

“ทำไมล่ะ พี่ตวันเขาอยู่ตอนพี่ล้มหัวกระแทกฟุตปาทด้วยเหรอ”

มัทนา ชะงักเมื่อรู้ว่าเขตต์ตวันบอกทุกคนเช่นนั้น จึงกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่องชวนน้องจัดเก็บของที่เกลื่อนกราดให้เข้าที่ วาสิฏฐีประคองพี่สาวไปนอนพักอีกห้องก่อน

ขมยังเฝ้าดูความเคลื่อนไหว คนในบ้านมัทนา จนเห็นทุกคนออกไปทำงาน เหลือมัทนาอยู่กับน้องสาว จึงโทร.รายงานเชน เชนสั่งให้จัดการฆ่าทั้งสองคน เอาไข่มุกคืนมาให้ได้อย่าให้เรื่องสาวมาถึงตน และให้ขนของมีค่าออกมาบ้าง ทำทีเป็นโจรขึ้นบ้าน เชนยังย้ำ อย่าคิดทรยศตน ไม่เช่นนั้นจะตามฆ่าทั้งโคตร ขมรับคำอย่างเกรงกลัว ไม่ทันไร รถเขตต์ตวันมาจอดหน้าบ้านขมรีบโทร.กลับไปบอกเชน ขอให้ส่งวิทย์กับชิดมาช่วย แต่เชนกลับหัวเราะเหมือนคนวิกลจริตสั่งให้เฝ้าดูเฉยๆ ตนจะจัดการเอง ชดฟังเสียงหัวเราะแล้วรูสึกเหมือนตัวเองทำงานกับคนโรคจิต

ooooooo

วา สิฏฐีต้อนรับเขตต์ตวันด้วยความดีใจ ไม่ทันไรเสียงเก้าอี้ล้มข้างบน เขาตกใจแต่วาสิฏฐีกลับบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาของพี่สาวตน เขายิ้มขำๆ เล่าถึงวีรกรรมของมัทนาอย่างสนุกสนาน มัทนาลงมาถึงยืนเท้าเอวต่อว่างอนๆ ถ้าตนมาช้าอีกนิดคงโดนเผาจนเกรียม

“ไม่ขนาดนั้นหรอกพี่มัท พี่ตวันเขาเล่าสู่กันฟังแบบเอ็นดูหรอกค่ะ”

มัทนา ถามอย่างเกรงใจว่ารอตนนานไหม เขากลับแขวะว่าคราวก่อนนานกว่า วาสิฎฐีโพล่งขึ้นว่า เดทแรกใช่ไหม มัทนาเขินอายจิกตาใส่น้องสาวจนเธอเลี่ยงออกไป ชายหนุ่มถามไถ่อาการอย่างห่วงใย เธอตอบว่ารู้สึกตึงๆ เอียงๆ ชอบกล เขาให้เธอไปนอนต่อ

“นอนพอแล้วค่ะ เอ่อ...มัทขอโทษเรื่องไปอาละวาดใส่คุณเมื่อวานด้วยนะคะ”

“ฉัน ต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เธอก็ไม่ถูกทำร้าย ทรัพย์สินบ้านเธอก็ไม่ถูกทำลาย แต่ฉันก็ดีใจนะ พอมีอะไรเกิดขึ้น เธอวิ่งไปหาฉันคนแรก”

มัทนาหลบตาถามเขาประชดใช่ไหม เขตต์ตวันทำตากรุ้มกริ่มจนเธอยิ่งเขินอาย ก่อนที่เขาจะบอกว่าโกหกพ่อกับแม่เธอเรื่องอุบัติเหตุ มัทนาว่าดีแล้ว ตนกังวลกับคนที่ทำงานมากกว่า

“เธอก็บอกไปสิว่ายิงผิดตัว ฉันได้คุยกับ บก.เธอแล้ว เขาก็ให้การกับตำรวจไปแบบนั้นเหมือนกัน” เขตต์ตวันเล่าว่าเมื่อวานโทร.กลับไปคุยกับ บก.

มัทนาโล่งใจ เขตต์ตวันถามขึ้นว่า เธอต้องส่งบทสัมภาษณ์ของตนเมื่อไหร่ หญิงสาวตอบว่าวันศุกร์ เขาให้เลื่อนออกไปก่อน แต่มัทนาบอกว่าไม่ได้ เพราะงานนี้จะตีพิมพ์วันจันทร์ ตนส่งงานวันเสาร์ก็ยังทัน เพราะ บก.จะเอาไปให้ทนายความอ่านก่อนกลัวเขาฟ้อง ชายหนุ่มขำ

“เอางี้ เธอส่งงานวันเสาร์นั่นแหละ ฉันจะมาเยี่ยมเธอทุกวันช่วยอ่านต้นฉบับให้ อย่าลืมสิฉันก็จบกฎหมายเหมือนกัน”

“จริงด้วย มัทลืมไปซะสนิทเลย”

“อ่านปุ๊บฉันตอบได้เลย จะฟ้องประโยคไหนมั่ง ทนายที่ไหนก็สู้ฉันไม่ได้หรอก”

มัทนาหัวเราะก๊าก “ก็แน่สิ เรื่องตัวเองนี่”

วา สิฏฐีแอบมองยิ้มกริ่มที่พี่สาวมีความสุข...เวลาผ่านไป มัทนาเดินออกมาส่งเขตต์ตวันที่รถ เขาให้เธอกลับเข้าบ้านปิดประตูล็อก ไม่ให้รับแขกหน้าไหนทั้งนั้น และจะมีตำรวจขับรถมาวนเวียนดูทุกชั่วโมง แล้วเขานึกได้ถามเธอว่าที่บ้านมีปืนไหม

“มีแต่ปืนฉีดน้ำ โอเคไหมคะ” มัทนาทำหน้าขี้เล่น

เขตต์ตวันเอ็ดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เธอจ๋อยบอกว่าไม่มี เขาหยิบกระเป๋าหนังเล็กๆบรรจุปืนส่งให้ เธอส่ายหน้าไม่ชอบ เขายื้อให้รับไว้

“ไม่ ได้ให้ชอบ ให้เอาไว้ป้องกันตัว ไม่ได้ให้เอาไปยิงใคร เอาไว้ใช้ขู่เฉยๆ ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ไว้ใจปืนในมือผู้หญิงอยู่แล้ว มันไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามแน่ แค่เธอเล็งปากกระบอกปืนไปที่มันเฉยๆ อย่ามือสั่นหรือแสดงอาการว่ากลัวก็พอ” มัทนาส่ายหน้า เขายัดใส่มือ “รับไว้เถอะมัท คิดซะว่าเพื่อความสบายใจของฉัน”

หญิง สาวจำต้องรับไว้ เขตต์ตวันให้มัทนากลับเข้าบ้าน ตนจะรออยู่ในรถจนกว่าพ่อของเธอกลับมาถึงจะไป มัทนาตื้นตันยกมือไหว้ขอบคุณ หันหลังจะเดินเข้าบ้าน จู่ๆเขาก็รวบตัวเธอมากอดแนบแน่น พร้อมกับกระซิบว่า เขาดีใจที่เธอปลอดภัย มัทนารู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

“ฉันอยากจะพาเธอติดตัวไปด้วยตลอดเวลาจริงๆ ฉันคงทนไม่ได้ถ้าเธอต้องมาเป็นอันตรายเพราะฉันอีกคน”

“มัทจะเป็นอันตรายเพราะหายใจไม่ออกมากกว่าค่ะ”

เขต ต์ตวันผละตัวออกเขินๆ ทำตาดุกลบเกลื่อนไล่ให้เธอเข้าบ้าน เธอรีบเข้าบ้านปิดประตูใส่กุญแจ...ขมเฝ้าดูอยู่ห่างๆรอขับรถสะกดรอยตาม พอเขตต์ตวันเห็นว่ารถพ่อของมัทนามาถึง เขาก็ขับรถกลับ ระหว่างทางสังเกตเห็นว่ามีรถเก่าๆ ขับตาม จึงแกล้งขับหนีแล้วมาจอดที่สถานีตำรวจ ขมเห็นเช่นนั้นขับเลยไปอย่างขยาด ชายหนุ่มมองตาม รถไม่มีป้ายทะเบียน

ในขณะเดียวกัน ลลิสาว่ายน้ำเล่นที่สระของคอนโด เยาะเห็นว่าเขตต์ตวันไม่อยู่จึงมาคอยปรนนิบัติ ลลิสาแปลกใจว่าเขาไปไหน ที่บริษัทก็ไม่ได้ไป ชลบุษย์เข้ามาเยาะหยัน ได้ยินว่าเขตต์ตวันไปหามัทนา เธอควรจะ เตรียมตัวตกกระป๋องได้แล้ว ลลิสาถลึงตาใส่อย่างโกรธขึ้ง

ooooooo

คืนนั้น มัทนาไม่เป็นอันทำงาน เพราะเขตต์ตวันส่งภาพการ์ตูนผ่านไลน์มา จึงส่งโต้ตอบกันอย่างสนุกสนาน จนสุดท้าย เขาส่งภาพการ์ตูนหัวใจพร้อมคำว่า ไอเลิฟยู มาให้ มัทนาอมยิ้มไม่ทันไร เขาก็ส่งคำว่าขอโทษส่งผิดตามมา เธอหุบยิ้มเหยียดปากใส่งอนๆ แต่ในใจพองโต

วันรุ่งขึ้น เขตต์ตวันแต่งตัวหล่อเหลามาบ้านมัทนาแต่เช้า วาสิฏฐีอดแซวพี่สาวไม่ได้ว่าเสน่ห์แรงจนชายหนุ่มมาหาก่อนหนังสือพิมพ์ส่งเสียอีก มัทนาแก้ตัวว่าเขามาอ่านต้นฉบับ แต่ตัวเองหาเสื้อผ้าให้จ้าละหวั่น...แม่กับสาวิตรีต้อนรับเขตต์ตวันหน้าบาน ผิดกับศกุนตลาที่ดูมึนตึง

ด้านลลิสากับชลบุษย์ พอรู้จากเอกชัยว่าเขตต์ตวันออกไปหามัทนาแต่เช้า ต่างก็ไม่พอใจ เอกชัยแกล้งเปรยๆว่า เขตต์ตวันท่าทางจะเจอรักแท้ ลลิสาหงุดหงิดขอตัวไปคุยโทรศัพท์ทันที เอกชัยเหล่มองเยาะแล้วบอกเธอว่า

“ถ้าฉันเดาไม่ผิด บ้านเราคงได้คุณนายคนใหม่อีกไม่นานนี้แหละ แกควรปรับสีให้ทันนะเยาะ จะได้ไม่ตกงาน”

“เยาะไม่ใช่จิ้งจกนะคะคุณเอก” เยาะร้องสำเนียงใต้ เอกชัยกลับย้อนว่า ตนหมายถึงกิ้งก่าต่างหาก ที่เตือนเพราะหวังดี เยาะทำหน้างอแต่ในใจครุ่นคิดตาม

เขตต์ตวันนั่งอ่านต้นฉบับที่มัทนาส่งเข้าไอแพดให้เขาทีละหน้าๆที่เขียนเสร็จ แม่ทำขนมมาเสิร์ฟ เขามาทุกวันจนดูจะสนิทสนมกับแม่มากขึ้น ถึงขนาดเข้าไปช่วยทำกับข้าวในครัว แม่ได้ทีเผาลูกตัวเองยกใหญ่ ทำเอามัทนางอน

“ก็มันจริงไหมล่ะ เป็นลูกผู้หญิงแท้ๆทำกับข้าวก็ไม่เป็น เย็บปักถักร้อยก็ไม่ได้เรื่อง ซักผ้าถูบ้านไม่ได้ความซักอย่าง”

“ตกลงมัทไม่ได้ความสักเรื่องเลยใช่ไหมคะแม่”

“มี...ล้างจานพอใช้ได้ ไม่แตกหมด”

เขตต์ตวันหัวเราะ มัทนาถลึงตาใส่ต่อว่าเขามาเยี่ยมหรือมาให้ตนโดนแม่ด่ากันแน่ แม่เอ็ด

“ยังไปพาลพี่เขาอีก ดูเอาเถอะค่ะคุณตวัน แบบนี้จะมีหนุ่มๆที่ไหนมาขอลูกสาวแม่คะ”

มัทนาหน้าแดง เขตต์ตวันแย้ง “ก็ไม่แน่หรอกครับคุณแม่ ไม่ใช่ว่าผู้ชายทุกคนจะต้องการภรรยาที่เป็นแม่บ้านแม่เรือนนี่ครับ จ้างแม่บ้านทำอาหารเก่งๆเอาก็ได้”

“ค่า ผู้ชายสมัยใหม่ ไม่ต้องการแม่บ้านแม่เรือน แล้ว คุณตวันต้องการภรรยาเป็นอย่างไรเหรอคะ แม่ชักอยากรู้แล้วสิ”

ชายหนุ่มเหลือบตามองหญิงสาวขณะตอบ “ทุกคนเกิดมามีความถนัดไม่เหมือนกันหรอกครับคุณแม่ หาภรรยาเก่งงานบ้านงานครัว ผมว่าหาง่ายกว่าภรรยาที่จะมาเป็นคู่คิดให้เราได้นะครับ คนที่เข้าใจเรา เต็มใจช่วยและสนับสนุนเราอยู่ตลอดเวลา แล้วที่สำคัญที่สุดคือพร้อมที่จะเปิดใจให้อภัยเราได้เสมอ ไม่ได้หาเจอกันได้ง่ายๆนะครับคุณแม่”

มัทนาแอบน้ำตารื้น แม่เอ่ยขึ้นว่ารู้จักอยู่คนหนึ่งสนใจไหม ชายหนุ่มมองมัทนาตาหวาน เธออ้าปากค้างพูดไม่ออก เดชะบุญเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น เธอฉวยโอกาสอาสาไปดู ด้วยความรีบสะดุดขาโต๊ะโครมคราม แม่หันมายิ้มขำๆกับเขตต์ตวัน เขากลับบอกว่า น่ารักเหมือนลูกแมว

หน้าบ้าน ษมากับสาระวารีมาเยี่ยม เขตต์ตวันตามมาดูด้วยความเป็นห่วง สาระวารีดึงมัทนามาถามไถ่อาการ เขตต์ตวันจึงคุยกับษมาว่าห่วงจึงต้องมาดูแลทุกวันเพราะยังจับคนร้ายไม่ได้

ษมาท่าทางดีใจ“มีคุณตวันคอยดูแลคุณมัทอยู่แบบนี้ วารีเขาจะได้หายห่วง ยอมตามผมกลับไปตราดได้อย่างสบายใจ”

“กลับไปตราดพร้อมกับคุณ...อย่าบอกนะครับว่าคุณสองคนกำลังจะมีข่าวดี”

ษมายิ้มๆทำหน้าให้เดาเอาเอง...ด้านมัทนา สาระวารีอดชมเขตต์ตวันให้ฟังไม่ได้ว่าเป็นพระเอกหนังเกลียดนักข่าว นึกว่าจะขี้เก๊ก กลับนิสัยใช้ได้ วันนั้นถึงกล้ายอมให้เขาส่งเธอที่บ้าน

“แล้วนี่คุณษมายังไม่กลับเกาะไปอีกเหรอ เขาตรวจต้นฉบับเขาเสร็จแล้วนี่คะ”

“ก็จะกลับอีก2-3วันนี่ล่ะ แต่พี่คงต้องไปตราดกับเขาด้วย”

“อ้าว ไปทำไมอีกคะ ไปทำข่าวกาสิโนต่อหรือว่า...จะกลับไปย้อนอดีตรัก 17 ปีก่อน”

สาระวารีหยิกแขน มัทนาขยับหนี สาระวารีบอกว่าตนไปทำข่าวเรื่องพลอย มัทนาแซวคราวก่อนใครบ่นไม่อยากไป เพื่อนผู้พี่ร้อนตัวรีบเคลียร์ว่า ษมาเขาเป็นแหล่งข่าวให้และพร้อมให้ที่พักแก่ตน มัทนายิ้มๆถอนใจเปรย แก๊งสามทหารเสือสาวของเราแตกเสียแล้ว สองสาวสบตากันหัวเราะเสียงใส ต่างกำลังอินเลิฟทั้งคู่

ooooooo

วันต่อมา เขตต์ตวันนั่งเลือกรูปอยู่กับมัทนา เขาเลือกรูปที่ดูเหมือนถ่ายแบบออกสองสามรูป มัทนาหน้างอประชดจะเอารูปหน้าตาน่าเกลียดๆของเขาลงแทนให้หมด เขาโต้

“ผมเชื่อว่า...ตะวันฉายกลางใจฉัน...ไม่ทำหรอก” เขตต์ตวันเปลี่ยนสรรพนามเป็นผม

มัทนาเขินปนหมั่นไส้ หยิกแขนลุกเดินหนี ชายหนุ่มวิ่งตามง้อ..สองคนเดินคุยกันไปตามสวนสาธารณะ มัทนาเอ่ยขึ้นว่า ถ้าไม่กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ตนไม่ให้เขาดูรูปก่อนหรอก ชายหนุ่มชะงักถามยังโกรธอยู่หรือ

“เปล่าค่ะ มัทเคยบอกไปแล้วไงว่าไม่โกรธ ตอนนั้นถ้าเป็นมัทก็คงทำเหมือนกับคุณ บางทีอาจจะแรงกว่าด้วยซ้ำ”

“รูปพวกนั้นเหมือนระเบิดที่แขวนอยู่ในหัวของผม ไม่มีทางรู้ว่ามันจะระเบิดขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหน มันทรมานผมมาก ผมแทบคลั่งทุกครั้งที่เห็นรูปพวกนั้น”

มัทนาย้อนถามว่าเขาเผารูปพวกนั้นทิ้งไปหรือยัง เขาถอนใจ ถึงเผาหมดแล้ว มันก็อาจจะโผล่ขายใต้ดินอีกกี่รอบก็ได้ มัทนาสงสัยว่ารูปพวกนั้นมาอยู่ในห้องตนได้อย่างไร เขตต์ตวันครุ่นคิดก่อนจะถาม มีใครที่ภูเก็ตรู้บ้างว่าเธอเป็นนักข่าว มัทนาฉุกคิดถึงเชน แต่คิดว่าไม่น่าใช่

“แต่ก็แปลกนะคะ ถ้าเพื่อนคุณต้องการให้มัทลงรูปพวกนั้นทำลายคุณ แล้วจะมาดักยิงมัททำไม”

“ผมกับเอกก็แปลกใจเหมือนกัน แต่เราสรุปกันว่า มันคงรู้แน่ว่าคุณไม่ลงรูปพวกนั้น และคงคิดว่าคุณกับผมมีความสัมพันธ์กัน มันเลยต้องการเล่นงานคุณ เพื่อให้ผมแค้นใจจนกระอัก”

มัทนาหน้าแดงก่ำแอบคิด คำว่าความสัมพันธ์มันขนาดไหน คนรู้จักหรือว่า...จะถามดี ชายหนุ่มมองสีหน้าเธออย่างเข้าใจ ดักคออยากถามอะไรถามมา เธอสะดุ้งดูลุกลี้ลุกลนชวนกลับ แล้วเดินสะดุดโน่นนี่จนเขตต์ตวันต้องคอยเตือนให้ระวัง

ooooooo

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่มัทนาพิมพ์ต้นฉบับเสร็จ เธอดีใจจะโทร.บอกเขตต์ตวัน แต่นึกได้เซฟลงทรัมไดรฟ์ กระชากวาสิฏิฐีออกไปหาเขาที่คอนโดแทน...เอกชัยเอาช็อกโกแลตมาต้อนรับวาสิฏิฐีมากมาย เพื่อให้เพื่อนได้คุยกับมัทนาโดยไม่ต้องห่วงน้องสาว

“ส่งอีเมลมาก็ได้ ไม่เห็นต้องมาด้วยตัวเองเลย” เขตต์ตวันเอ่ยหลังจากอ่านจบ

“ฉันอยากเห็นสีหน้าคุณตอนอ่านบทความของฉันกับตาตัวเอง จะได้รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ มัทคิดว่านี่เป็นงานสัมภาษณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่มัทเคยเขียนมาเลยนะคะ”

เอกชัยเข้ามามองหน้าเพื่อน “ออกตัวซะขนาดนี้ ว่าไงวะปอน”

“ผมคิดว่ามันเป็นงานสัมภาษณ์ที่ดีที่สุดที่ผมเคยอ่านเหมือนกัน” เขตต์ตวันยิ้มตาหวาน

“ดีใจจังเลย แล้วปกติคุณปอนชอบอ่านงานสัมภาษณ์ ของเล่มไหนมากที่สุดคะ”

“ทำไมผมต้องชอบอ่านเรื่องที่นักข่าวไปสอดเรื่องชีวิตส่วนตัวของชาวบ้านด้วยล่ะ ฉบับไหนก็เหมือนๆกัน บางทีเขาไม่เต็มใจให้สัมภาษณ์ ก็เอามาเขียนเสียๆหายๆ บิดเบือนไปตามที่นักข่าวอยากจะเขียน ผมไม่อ่านหรอก เสียเวลา”

เอกชัยเห็นเพื่อนเสียงแข็ง รีบออกตัวแทนว่า เขาไม่เคยอ่านงานสัมภาษณ์ใครทั้งนั้น ของมัทนาเป็นงานแรก หญิงสาวร้องอ้าว ไหนบอกว่างานตนดีที่สุดเท่าที่เคยอ่าน

“ก็ดีที่สุดจริงๆนี่ ถึงจะเป็นงานชิ้นเดียวที่ผมเคยอ่านก็เถอะ ผมเชื่อในสัญชาตญาณของผม ผมว่าดี ดีตรงที่คุณเขียนด้วยความจริง เขียนด้วยฝีมือและความตั้งใจ ไม่จำเป็นต้องเอางานของคนอื่นมาเปรียบเทียบ ผมก็รู้ว่ามันดีที่สุด”

มัทนาปลื้มจนน้ำตาคลอ เอกชัยอดกระเซ้าไม่ได้ “โอ๊ย พระเอกฉลามร้ายของวงการบันเทิงกลายเป็นฉลามเชื่องๆไปซะแล้ว”

เขตต์ตวันค่อนเพื่อนว่าเกินไป เอกชัยโต้ “เกินที่ไหน จากฉันยังงั้นเธอยังงี้ กลายมาเป็นผมนะครับคุณ โอ๊ย...ช็อกโกแลตโต๊ะโน้นยังหวานน้อยกว่าโต๊ะนี้ซะแล้ว”

เขตต์ตวันขยับจะเล่นงาน เอกชัยกระโดดแผล็วไปแตะมือกับวาสิฏิฐีขำๆ...เขตต์ตวันหันมาขอบใจมัทนาอย่างจริงใจอีกครั้งกับงานเขียนดีๆชิ้นนี้...

วันต่อมา เอกชัยเป็นคนมารับมัทนาไปออฟฟิศ เพราะเขตต์ตวันมีงานด่วนเข้ามา มัทนาเกรงใจไปคนเดียวได้ แต่เขากลับบอกว่าประมาทไม่ได้และไม่เกินสิบนาที เขตต์ตวันต้องโทร.มาเช็ก พนันกันก็ได้ มัทนาโต้ไม่พนันกับเขาอีก เพราะเขาแพ้แล้วหนี เอกชัยจำไม่ได้

มัทนาทวงสัญญาที่เขาจะให้ชุดดวงตาตวันแก่ตน ถ้าเขาแพ้หมากรุก เอกชัยนึกได้รีบบอกว่า รอคอลเลกชั่นใหม่ที่กำลังจะออก ตนเห็นแล้วมันเหมาะกับเธอมากๆ

มัทนามาถึงออฟฟิศ สาระวารีกำลังเม้าท์เรื่องของเธอให้มีคณาและเพื่อนพนักงานฟังอย่างเมามัน จึงถูกมองเป็นตาเดียว เพื่อนๆทำเสียงกิ๊วก๊าวแซวที่พบรักระหว่างรบ เธออายรีบเดินหนีเข้าห้อง บก. ไชยวัฒน์เสนอจะขึ้นเงินเดือนให้ เพราะเธอปฏิบัติหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ใช่เดี๋ยวนี้ ต้องรอปลายปี ถ้าไม่ลาออกไปแต่งงานเสียก่อน

“บก.น่ะ พี่วารีกับพี่มี่ต้องมาเม้าท์อะไรให้ฟังแน่ๆเลย อย่าไปเชื่อนะคะ สองคนนั่นพูดต้องหารสิบ” มัทนาเขินอายหน้าแดง

บก.ทวงต้นฉบับ เธอขอแก้อีกนิดหน่อย แต่ไม่ลืมทวงสัญญาที่จะย้ายไปทำข่าวการเมือง บก.บอกว่าไม่ลืม แต่ขอให้สอนเด็กใหม่ก่อนค่อยย้ายไป เธอรับปาก

สามทหารเสือสาวมานั่งทานก๋วยเตี๋ยวร้านประจำ ต่างหยอกเย้ากันเรื่องที่พบรักระหว่างรบ เย้ากันไปก็เขินอายกันเอง

ooooooo

ถึงเวลาวางแผงหนังสือสยามสารพาดหัวข่าวสัมภาษณ์เขตต์ตวัน ลูกค้ามากถึงขนาดเข้าแถวซื้อ กว่าเยาะจะได้หนังสือนั้นมาให้ลลิสาแทบแย่...เอกชัยกับชลบุษย์รับโทรศัพท์ปฏิเสธออกรายการที่ติดต่อเข้ามาเป็นพัลวัน จนเขตต์ตวันต้องเอ่ยปากขอโทษทั้งสองคนที่เพิ่มภาระให้

ลลิสานั่งหน้างอรออยู่ในห้องประชุม ชลบุษย์เดินยิ้มเข้ามา ขอโทษลืมบอกเธอคนเดียวว่ายกเลิกประชุม ลลิสาโกรธเพราะรู้ว่ามัววุ่นเรื่องข่าว จึงปึงปังออกไปด้วยความแค้น

วันต่อมา มีข่าวลือกระพือว่ามัทนาใช้ร่างกายแลกข่าวสัมภาษณ์อดีตดาราดัง มัทนาร้องไห้โฮโทร.หาเพื่อนนักข่าวที่ชื่อกบ ว่าทำกับตนแบบนี้ทำไม มันไม่ได้เสียหายแค่ตนแต่พ่อแม่ซึ่งเป็นอาจารย์จะเสียชื่อเสียงไปด้วย กลับโดนกบตัดสายทิ้ง...บก.เรียกมัทนาไปพบ เขาปลอบใจเธออย่าคิดมาก คนอิจฉาเพราะไม่ได้ข่าวแบบเธอ ก็ต้องพาลเป็นธรรมดา แถมฝากเตือนเขตต์ตวัน อย่าไปฉะกับพวกนั้น ให้อยู่เฉยๆจะดีกว่า

ไม่ทันไร เขตต์ตวันสวมแว่นดำเดินเข้ามาในสยามสาร พนักงานกรี๊ดกร๊าดขอถ่ายรูปกันใหญ่ เอกชัยเดินไปติดต่อขอพบมัทนา ประชาสัมพันธ์รีบพาไปส่งเข้าลิฟต์...บก.กำลังปลอบใจมัทนา รับโทรศัพท์ว่าเขตต์ตวันมาก็รีบบอกมัทนา หญิงสาวปาดน้ำตา สีหน้าดีใจลุกขึ้นวิ่งไป

ทันทีที่พบหน้า มัทนาโผเข้ากอด เขตต์ตวันถาม “สาวน้อยของผมเป็นยังไงมั่ง”

เท่านั้น บ่อน้ำตาก็แตก มัทนาร้องไห้โฮอย่างไม่อาย เขตต์ตวันปลอบ “ร้องให้เต็มที่เลยมัท ร้องให้หมดไปเลย อย่าไปสนใจคำพูดไม่หวังดีพวกนั้น เรารู้อยู่แก่ใจว่า ความจริงเป็นอย่างไร ค่อยๆตามอธิบายกับคนที่เรารักให้เข้าใจเท่านั้นก็พอ”

มัทนารับคำหยุดร้องไห้ เอกชัยมองทั้งสองคนยิ้มปลื้มใจ...ผ่านไปสักพัก เขตต์ตวันบอกมัทนาว่า หลวงพ่อฝากชมบทความ เขียนได้ดีมาก เธอรู้สึกหายท้อแท้ แต่พอเขาบอกว่าท่านฝากขอบคุณมาด้วย เธอแปลกใจ

“ก็บทสัมภาษณ์เธอ ทำให้มีผู้ใจบุญมาขอร่วมบริจาคที่วัดเพิ่มขึ้นน่ะสิ เห็นว่าได้ข้าวสารมาหลายกระสอบ”

เอกชัยพูดขำๆ “แต่นอกจากจะได้ผู้ใจบุญแล้ว ยังต้องคอยกันนักข่าวอีกฝูงนึงด้วย”

มัทนาจ๋อยลง “มัทสร้างความเดือดร้อนให้หลวงพ่อกับคุณหรือเปล่าก็ไม่รู้”

เขตต์ตวันบอกว่าพวกตนชินแล้ว แต่เอกชัยแกล้งบ่นว่า มีคนแท็กข่าวเข้ามาในเฟซบุ๊กจนเขาแทบจะปามือถือทิ้ง แล้วไปลุยกับสำนักพิมพ์ ดีที่เขตต์ตวันห้ามไว้... เขตต์ตวันถามมัทนาตกเป็นข่าวครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง เธอตอบว่าแย่สุดๆ เป็นห่วงความรู้สึกพ่อกับแม่ แล้วชักเกรงใจบอกเขาไม่ต้องรับส่งตนอีกแล้ว เขาย้อนถามว่ารำคาญหรือรังเกียจ เธอรีบปฏิเสธ

“ผมเคยบอกคุณครั้งนึงแล้วที่ภูเก็ต แต่คุณคงจำไม่ได้ งั้นผมจะทวนให้คุณฟังอีกที ผมทำทุกอย่างตามความพอใจของผม ไม่ใช่จำใจเพื่อรักษามารยาท หรือทำไปเพื่ออยากได้หน้าอะไร”

“แต่มัทเป็นห่วงคุณ ไม่อยากให้หนังสือพิมพ์ฉบับอื่น ขุดคุ้ยเรื่องคุณมาโจมตีมากกว่านี้”

“ผมไม่สนใจซะอย่าง ใครจะมาทำอะไรผมได้ คุณจำผู้ชายผอมๆที่เอาของมาขายผมที่บ้าน แล้วถูกฆ่าตายในบ้านเช่าได้ไหม” มัทนาพยักหน้า “มันชื่อไอ้เปลว เป็นคนของไอ้เชษฐ์ นอกจากจะเป็นคนพาผู้หญิงไปขายแล้วยังเป็นเซียนย่องเบา... ไอ้เชษฐ์วางแผน มันลงมือ ได้ไข่มุกมาชุดนึงจากญี่ปุ่น มีค่ามหาศาล ของมาขึ้นที่ภูเก็ต ไอ้เปลวทรยศจะเอาของมาขายผม ไอ้เชษฐ์ใช้เวลาหลายวัน ปล่อยให้เปลวคิดว่ามันหนีรอด พอไอ้เปลวตายใจ ไม่ทันระวังตัว ผลก็ออกมาอย่างที่คุณเห็น ไอ้เปลวถูกฆ่าอย่างทารุณแบบจับมือใครดมไม่ได้”

พูดจบ เขตต์ตวันย้อนถามว่ายังเกรงใจอีกไหม เธอเป็นห่วงเขามีงานแฟชั่นที่ต้องดูแล ตนจะขอความ ช่วยเหลือจากตำรวจแทน ชายหนุ่มเย้าว่า ตำรวจงานล้นมือ แถมไม่เลี้ยงข้าวต้มมื้อดึกอย่างเขา มัทนายิ้มอายๆ พอดีเอกชัยขับรถมารับหน้าตึก จึงรีบเดินงุดๆนำไปก่อน

มาถึงหน้าบ้าน เอกชัยส่งมัทนากับเขตต์ตวันแล้วบอกว่า ค่ำจะมารับ แต่อดกระเซ้ามัทนาไม่ได้ว่า ถ้าเพื่อนตนดื้อ อนุญาตให้ตีก้นได้ หญิงสาวหน้าง้ำอายๆ... เขตต์ตวันเห็นสีหน้ามัทนาเป็นกังวล จึงถามว่ากลัวพ่อแม่รู้ข่าวหรือ เธอพยักหน้า

“พ่อแม่คุณเป็นอาจารย์นะ รับรองว่ามีเหตุผลพอที่จะไม่เชื่อเรื่องไร้สาระพวกนั้นหรอก จะให้ผมช่วยอธิบายให้ก็ได้นะ”

ไม่ต้องหรอกค่ะ ถ้าพวกเขาสงสัยอะไร มัทจะเป็นคนตอบเอง ตกลงไหมคะ”

เขตต์ตวันรับคำ พอเข้ามาในบ้าน ทุกคนในบ้านกลับเห็นว่าข่าวของมัทนาเป็นเรื่องตลก รวมทั้งเพื่อนฝูงของทุกคนก็เช่นกัน เขตต์ตวันปลื้มใจที่เห็นความรักความเข้าใจของคนในครอบครัว แต่ก็สังเกตเห็นท่าทางศกุนตลาไม่ค่อยไว้ใจตน ทำให้แปลกใจเป็นเพราะอะไร

วันต่อมา มัทนาได้รับข่าวร้ายว่าสาระวารีประสบอุบัติเหตุ บก.อนุญาตให้เธอไปดูแลเป็นการพักร้อนพร้อมให้ค่าใช้จ่ายเต็มที่ มัทนาพยายามโทร.หาเขตต์ตวันเพื่อบอกเขาไม่ต้องมารับตนเย็นนี้ แต่เขาติดประชุมไม่ได้รับสาย จึงตัดสินใจกลับบ้านเก็บเสื้อผ้า เขียนโน้ตบอกแม่ไว้ตามเคย...ระหว่างเดินออกมาปากซอย มีรถแล่นปราดมาจอดขวางทำเอามัทนาตกใจสุดขีด เขตต์ตวันลงมาต่อว่าจะไปไหน ไม่บอกเขาก่อน เขาเป็นห่วงเธอมาก

“คุณษมาโทร.มาบอกว่าพี่วารีได้รับอุบัติเหตุ ได้ยินว่าถังน้ำมันหรือโรงเก็บเรือนี่ล่ะค่ะระเบิด พี่วารีสาหัส” ท่าทางมัทนาร้อนใจ

เขตต์ตวันจะพาไป เธอถามถึงงานแฟชั่นที่กำลังจะมี เขาบอกว่าเรื่องเธอสำคัญกว่า...

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"
17 พ.ย. 2562
07:01 น.