ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาตวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เริ่มหวั่นใจว่าเขตต์ตวันมีใจกับมัทนา ลลิสาจึงตามตัวเยาะเข้ากรุงเทพฯ  ทำทีให้มาเป็นแม่บ้านที่คอนโด แต่ความจริงให้เยาะคอยจับตาดูและรายงานทุกอย่างว่าเขตต์ตวันทำอะไร

ด้านมัทนา กลับถึงบ้านก็ค่อยๆย่องขึ้นห้องเกรงแม่โวย เผอิญวาสิฏฐีโผล่มาเห็นส่งเสียงทักดัง แม่จึงออกจากครัวมาเอ็ดที่แอบไปภูเก็ตไม่บอกกล่าว  มัทนาหลบหลังพ่อ แล้วหาทางวิ่งหนีขึ้นห้อง วาสิฏฐีตามเข้ามาถือธงขาวสงบศึก เพราะอยากรู้เรื่องพี่สาวกับดาราขวัญใจ

“เคลียร์ปัญหาคาใจกันเรียบร้อยไหมคะ”

“เคลียร์อะไรล่ะ  พี่ไปเขามา สวนกันที่สนามบินพอดี”

“แล้วได้เจอกันไหมพี่มัท”

“เจอ แต่เขาไม่พูดด้วย หน้าตาดุเป็นยักษ์เลย”

วาสิฏฐีถามจะทำอย่างไรต่อไป  มัทนาน้อยใจสุดๆคิดว่าพอกันที คนปิดกั้นไม่รับฟังเหตุผลแบบนี้  ต่างคนต่างอยู่ ดีกว่า วาสิฏฐีบ่นเสียดายอดมีพี่เขยเป็นดารา มัทนาได้ยินแว่วๆเอ็ดน้องพูดน่าเกลียด ก่อนจะล้มตัวลงนอนเซ็งๆ

วันต่อมา มัทนาเดินเข้าออฟฟิศ มีโน้ตว่าเชน ครอสโทร.มา เธอดีใจรีบกดเครื่องที่โต๊ะทำงานออกไปหาเขา แต่มีพนักงานชายรับสายเสียงเข้ม ไม่ยอมให้เธอคุยกับเชน กลับพูดเสียงห้วนๆไร้มารยาท

“มีเรื่องอะไรว่ามาเลย นายกำลังยุ่ง บอกมาว่าชื่ออะไร มีปัญหาอะไร หรือว่าของหมด”

มัทนางงของอะไร  ชักโมโหขึ้นเสียงห้วนกลับไปบ้าง “ฉันชื่อมัทนา ไม่มีปัญหาอะไร คุณเชนโทร.มาหาให้ฉันโทร.กลับ ช่วยไปถามนายคุณว่าจะคุยด้วยไหม  ถ้าไม่ฉันจะได้วางหู”

ไม่มีเสียงตอบ มัทนาเซ็งวางสายจะลุกไปหากาแฟกิน  พอดีเชนโทร.กลับมาขอโทษขอโพย  อ้างว่าเด็กใหม่ยังไม่ได้อบรมมารับโทรศัพท์  มัทนากระเซ้าคงมีผู้หญิงโทร.หาบ่อยๆ  เชนแก้ตัวว่าไม่มีผู้หญิงที่ไหน  มีแต่เอเย่นต์ขายเครื่องประดับก็เป็นผู้หญิงทั้งนั้น แล้วเปลี่ยนเรื่องชวนทานข้าวเย็นโดยตนจะไปรับที่สยามสาร มัทนารับคำ

ด้านเขตต์ตวันกับเอกชัยกำลังปรึกษางานกันอยู่ชลบุษย์แต่งตัวเฉิดฉายออกมา สองหนุ่มหยุดมองอดถามไม่ได้ว่าไปรับจ๊อบเดินแบบที่ไหน  หญิงสาวตอบหน้าง้ำไม่มีใครจ้างแล้ว  เยาะแอบเหล่มองเก็บข้อมูลไว้รายงานลลิสา หลังจากนั้นเอกชัยเตือนเขตต์ตวันให้โทร.หา มัทนาอีก

“เขาปิดมือถือตลอดเวลา  บางทีอาจจะเปลี่ยนเบอร์ไปแล้วก็ได้” เขตต์ตวันบ่น

เอกชัยเห็นเยาะลับๆล่อๆจึงไล่ให้ไปทำงานห้องอื่น เยาะทำหน้าเสียดายเดินออกไป...เอกชัยเอ่ยถามเพื่อนว่า มัทนาไปรู้จักเชษฐ์ได้อย่างไร เขตต์ตวันทำไม่สนใจเรื่องของเธอ

“แต่อาจจะเป็นเพราะเราก็ได้นะปอน ไอ้เชษฐ์มันถึงได้พุ่งเป้าไปที่มัท ฉันเป็นห่วงจังเลยว่ะ ไม่ไว้ใจไอ้นรกนั่นเลย”

“คิดอีกแง่ ถ้าเราไม่ไปสนใจ ไม่ไปผูกพันกับมัทนา เธอก็คงไม่ใช่เป้าของไอ้เชษฐ์อีก มัทนาอาจจะปลอดภัยมากกว่าอยู่ใกล้ชิดกับพวกเราก็ได้” เขตต์ตวันพยายามตัดใจ

แต่เอกชัยไม่สบายใจเพราะเกรงว่ามันจะสายเกินไป เขตต์ตวันฟังแล้วกังวลใจ

ooooooo

รถหรูคันโตขับมาจอดหน้าตึกสยามสาร คนขับรถผิวดำตัวใหญ่ลงมาเปิดประตูรถให้เชน เขาก้าวลงจากรถอย่างสง่า เงยหน้ามองตึกด้วยสีหน้าขรึมอย่างใช้ความคิด เผอิญสาระวารีกับมีคณาเดินอยู่ตรงล็อบบี้ สาระวารีจำเชนได้เพราะมัทนาเคยแอบถ่ายรูปส่งมา แต่มีคณาจำไม่ได้

“โอ๊ยยัยป้าแว่น หล่อเด่นทะลุล็อบบี้ขนาดนั้น ไปตัดแว่นใหม่เถอะย่ะ”

“หล่อแกกะหล่อฉันเหมือนกันที่ไหน” มีคณาโวย

“จ้า...ใครจะหล่อดิบบู๊ระทึกเหมือนสารวัตรหิรัณย์ได้ล่ะจ๊ะ” สาระวารีแดกดัน

มีคณาหยิกพุงเพื่อนร้องลั่นแต่รีบปิดปากตัวเองเกรงเชนได้ยิน ไม่กี่อึดใจมัทนาสะพายเป้เดินมา เชนเข้า ไปรับช่วยถือเป้ให้ เธอขอโทษที่ทำให้รอนาน ชายหนุ่ม ตอบขำๆ

“ไม่หรอกครับ ดูคนเดินผ่านไปผ่านมาเพลินดี โดยเฉพาะสองคนนั้น ผ่านไปมาหลายรอบแล้ว” เชนบุ้ยใบ้ไปทางสองสาว มัทนามองตามเห็นเป็นสาระวารีกับมีคณาก็ถลึงตาใส่ ก่อนจะเดินออกไปกับเชน

สาระวารีถามมีคณาเห็นชัดเจนหรือยัง มีคณาปลื้มช่างเป็นสุภาพบุรุษเหลือเกิน สาระวารีเห็นด้วย ยินดีกับน้องที่ช่างฮอต มีทั้งดาราทั้งนักธุรกิจมาตามแจ

พอมาถึงรถ เชนหยิบช่อดอกไม้ในรถมอบให้ บอกว่าไม่อยากถือเข้าไปเกรงเธอโดนเพื่อนล้อ มัทนาเปรยแค่นี้ก็เมาท์กันทั้งตึกแล้ว เท่านั้นไม่พอ เชนยังส่งกล่องมือถือใหม่ให้ รุ่นเดียวสีเดียวกับเครื่องเก่าของเธอ หญิงสาวเกรงใจไม่อยากรับ เชนจึงใส่ลงไปในเป้ของเธอ

เชนพามัทนามาร้านอาหารหรูสไตล์ฝรั่งเศส หญิงสาวดูเมนูแล้วสั่งไม่ถูก ยิ้มเก้อๆ ให้เขาช่วยสั่งแทน แต่ขอไม่ดื่มแอลกอฮอล์ กลัวจะอาละวาดให้เขาได้อาย... มัทนามองบรรยากาศรอบร้าน พลันเห็นชลบุษย์นั่งคลอเคลียอยู่กับเสี่ยใหญ่ พอเสี่ยหอมแก้มเธอเอียงอายหันหน้าหนีมาเจอสายตามัทนาเข้าพอดี เธอตกใจมากรีบก้มหน้าหลบ... มัทนานึกถึงข้อความที่แนบมากับภาพอุบาทว์ ว่าการดำเนินชีวิตของเขตต์ตวัน เกี่ยวพันกับการค้าประเวณีมาโดยตลอด นับตั้งแต่แม่ น้องสาว เมียลับ การก่อตั้งบริษัทตวัน ทำขึ้นมาเพื่อเป็นฉากบังหน้า แท้จริงแล้วนางแบบทุกคนของตวัน ก็ไม่ต่างอะไรจากโสเภณีชั้นสูง ภาพเหล่านี้คงเป็นพยานได้เป็นอย่างดี

มัทนาน้ำตารื้นไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นความจริง เชนเห็นท่าทีผิดปกติของเธอ จึงถามว่าเจอคนรู้จักหรือ มัทนาสะดุ้งหลุดจากความคิด สีหน้าขรึมลงบอกเขาว่า ชลบุษย์...เชนหน้าเครียดหันไปมอง ชลบุษย์ท่าทางหวาดกลัวชวนเสี่ยกลับทันที เธอรีบขอตัวไปห้องน้ำอย่างลนลาน มัทนามองตามอย่างสงสัยถามเชนว่าเคยรู้จักชลบุษย์ด้วยหรือ

“ผมจะไปรู้จักเขาได้อย่างไรล่ะ”

“ดูเขากลัวๆตอนเห็นคุณเชนนะคะ”

“เขากลัวมัทจะไปฟ้องนายตวันมากกว่า...สงสัยจะจริงอย่างที่เขาพูดกัน นางแบบเสื้อตวันเรียกได้ทุกคน ขอให้มีเงิน” เชนยิ้มเหยียดๆ

มัทนาเครียดเริ่มลังเลใจ เชนขอตัวไปห้องน้ำ เขาตามมาเจอชลบุษย์หน้าห้องน้ำ หญิงสาวหน้าซีดจะ หนีแต่ถูกเขากระชากแขนลากตัวหลบเข้าที่ลับตาคน

“คุณเชน ปล่อยบุษย์เถอะค่ะ บุษย์กลัวแล้ว”

“อย่ามาสำออย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลย...กลับมาหากินเหมือนเดิมแล้วเรอะ ไม่จับไอ้ปอนทำผัวแล้วหรือไง”

“คุณปอนกำลังมีความรัก ไม่มองบุษย์หรอกค่ะ” ชลบุษย์หลบตากลัวๆ

เชนเชยคางเธอขึ้นถามว่า “มีความรักกับใคร มัทนาน่ะหรือ”

หญิงสาวน้ำตาไหลอย่างหวาดกลัว ตอบว่าใช่ ตนไม่เคยเห็นเขตต์ตวันเป็นแบบนี้มาก่อน เชนเก็บข้อมูลใหม่นี้ ย้ำกับชลบุษย์ว่า จำไว้วันนี้เราไม่เคยเจอกัน ทำตัวให้ดีๆ เพราะตนจับตาดูอยู่

“ฉันรู้ ฉันไม่พูดอยู่แล้ว” ชลบุษย์ตัวสั่นสะท้าน

เชนยื่นหน้ามาใกล้แทบจะจูบปาก ท่าทางหญิงสาวหวาดกลัวปนขยะแขยง เขาผลักเธอออกหัวเราะเยาะก่อนจะเดินไป ชลบุษย์ทรุดลงนั่งกอดเข่าร้องไห้โฮอย่างคนขวัญหนีดีฝ่อ

เวลาผ่านไป บริกรเอาของหวานมาเสิร์ฟ เชนหาทางเข้าเรื่อง บอกมัทนาว่า ที่ร้านมีแคตตาล็อกเครื่องประดับรุ่นใหม่เข้ามา ถ้าเธออยากเอาไข่มุกดำที่เขาให้มาทำเครื่องประดับ ยินดีจะทำให้ฟรี มัทนายิ้มเจื่อนๆไม่กล้าบอกว่าให้น้องไปแล้ว จึงตอบว่ายังไม่รบกวน เชนหน้าเครียด พอได้โอกาสมาส่งเธอที่บ้าน เขายืนมองจนเธอขึ้นห้องเปิดไฟ แววตาเขากร้าวขึ้นอย่างมีแผนร้าย

ooooooo

รุ่งขึ้น มัทนามาทำงาน แตนเพื่อนที่ออฟฟิศเข้ามาทวงของฝาก คือลายเซ็นเขตต์ตวัน มัทนาลืมจึงบอกว่า วันที่ส่งต้นฉบับให้เขาอ่านจะขอให้ แตนสีหน้าลังเลไม่อยากได้ขึ้นมาเพราะเกลียดแฟนของเขา มัทนางงว่าใครกัน

“พี่มัทยังไม่เห็นข่าววันนี้ล่ะสิ มีคนแอบถ่ายรูปตวันกับลิสาได้ที่สนามบิน เคยได้ยินแต่ข่าวลือ เพิ่งจะเห็นรูปจะจะวันนี้เอง แตนผิดหวังที่สุด เขาเป็นแฟนกันจริงๆใช่ไหมพี่มัท”

มัทนารู้สึกใจหวิว วางหน้าไม่ถูกตอบไม่ได้...หลังจากนั้น เธอก็ไม่อาจทำงานได้ เพราะใจมันว้าวุ่นไปหมด จนต้องฟุบหน้านิ่งลงกับโต๊ะทำงาน ที่มีรูปเขตต์ตวัน ซึ่งเธอถ่ายที่ภูเก็ตในอิริยาบถต่างๆวางเกลื่อนเต็มโต๊ะ บก.เดินผ่านมายืนมองรูปแล้วชมว่า ถ่ายออกมาได้ดี มัทนาสะดุ้งเงยหน้ามอง เขาจึงถามว่าไม่สบายหรือ เธอส่ายหน้า

“เปล่าหรอกค่ะ เครียดๆนิดหน่อย ทำไมเขาไม่ยอมฟังคำอธิบายของมัทมั่งก็ไม่รู้นะคะ ใจคอจะโกรธเกลียดกันไปจนตายเลยหรือไง”

“อึดอัดที่ต้องเขียนข่าวนี้หรือเปล่า ผมไม่ชอบเห็นนักข่าวผมเป็นทุกข์กับการทำข่าวนะ”

“ไม่ถึงกับทุกข์หรอกค่ะ มัทอยากเขียนข่าวนี้ด้วยตัวเอง แค่เซ็งๆนิดหน่อย”

“อย่าเซ็งนานแล้วกัน ผมขายแอดโฆษณาประกบบทความคุณเต็มแล้วนะ”

มัทนารับปากจะไม่ทำให้ผิดหวัง บก.ใจดีอนุญาตให้เธอออกไปหาที่เขียนข่าวข้างนอกได้ มัทนาลุกพรวดดีใจ บก.กำชับห้ามบอกใคร เธอรับปากอย่างกระตือรือร้นเก็บของยกใหญ่

ในขณะที่สาระวารียืนกอดอกจ้องหน้าษมาที่มานั่งรอเธอตรงล็อบบี้สยามสาร เขาอ้างว่ารับปากพี่สาวเธอจะพาส่งบ้าน หญิงสาวโวยไปรับปากเมื่อไหร่ เขาทำหน้ากวนๆ

“อ้าวเหรอ คนแก่ก็งี้แหละ”

สาระวารีค้อนขวับ หันไปเจอมัทนาเดินออกจากลิฟต์จึงทักจะไปทำข่าวหรือ มัทนายิ้ม

“บก.ให้บอกว่างั้น”

สาระวารีรู้ทันหมั่นไส้ ไล่จะไปไหนก็ไปเลย ษมาท้วงไม่แนะนำให้รู้จักกันบ้างหรือ มัทนายิ้มปรี่เข้ามายกมือไหว้ สาระวารีจำต้องแนะนำ “นี่มัทนา เพื่อนและน้องรักของฉันเองค่ะ” แล้วบอกมัทนา “นี่คุณษมาเจ้าของเกาะยานกที่พี่ไปทำข่าวมาจ้ะ”

“ดีใจจังได้เจอตัวจริงซะที พี่วารีเคยเล่าเรื่องคุณให้ฟังบ่อยๆ”

สาระวารีสวนทันทีว่าไม่บ่อย ษมาอมยิ้มเย้าว่าคงบอกแต่เรื่องดีๆของตน มัทนาจะตอบ สาระวารีรีบขัด “ถ้าไม่อยากให้ทั้งกอง บก.รู้ว่าเธอได้อภิสิทธิ์โดดงาน ก็รีบไปให้พ้นๆเลย”

มัทนายิ้มแหยๆให้ษมาหวังว่าจะเจอกันอีก สาระ-วารีขัดอีกว่าไม่มีทางเพราะเขาจะกลับเกาะยานกแล้ว และไล่ให้รีบไปเสีย มัทนาขยับเป้เดินออกไป ษมาอดชมว่าเธอน่ารักไม่ได้ สาระวารีเหล่มอง เจ้าชู้หรือเปล่า

หน้าตึก มีผู้ชาย 2 คนซ้อนมอเตอร์ไซค์จอดซุ่ม อยู่ ทำทีเป็นคุยโทรศัพท์คนหนึ่ง อีกคนค้นเอกสารในซอง พอมัทนาเดินออกมา ทั้งสองสะกิดกัน คนขับติดเครื่องขี่เข้ามาวน ได้จังหวะคนซ้อนชักปืนออกมา ษมาเห็นผิดสังเกตตั้งแต่แรก ร้องบอกสาระวารีให้หมอบแล้วพุ่งตัวออกไปรวบมัทนาล้มกลิ้งลง เสียงปืนดังสนั่นลั่นตึก สาระวารีได้สติวิ่งไล่กวดคนร้าย พยายามจะมองทะเบียนรถ แต่พวกมันเอาถุงดำครอบไว้ ยามวิ่งตามมา เธอจึงโวยวายใส่ ทำไมไม่ไล่จับ มัวแต่ยืนมอง เราจ้างมาให้รักษาความปลอดภัยไม่ใช่หรือ ยามยิ้มแหยๆ

“มันมีปืนนะคุณ ผมมีแค่กระบองท่อนเดียว  ขืนเข้าไปขวางมันก็ยิงผมตายสิครับ”

“ก็เอากระบองเนี่ยแหละปาหัวกบาลมัน ไม่ใช่ยืนบื้ออยู่ยังงี้” สาระวารีหงุดหงิด

ษมาร้องเรียกให้เธอมาดูมัทนา เพราะเธอโดนยิงถากที่ศีรษะ หญิงสาววิ่งมาเห็นเลือดเปรอะเสื้อเขา

ดูน่าหวาดกลัวเหมือนเขาโดนยิงเสียเอง บก.และคนในตึกวิ่งกรูออกมา ต่างตกตะลึง ษมารีบอุ้มมัทนาขึ้นรถ ให้สาระวารีเอาผ้าเช็ดหน้าตนปิดปากแผลห้ามเลือดไว้

สาระวารีบอกทางไปโรงพยาบาลให้ษมา มัทนารู้สึกตัวขึ้นมางงๆ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะมัท มัทถูกยิง เรากำลังจะไปโรงพยาบาลกัน รู้สึกยังไงมั่ง เจ็บมากไหม” สาระวารีน้ำตาไหลด้วยความเป็นห่วง

มัทนารู้สึกชา ษมาปลอบใจว่าแผลไม่ใหญ่ กระสุนแค่แฉลบจากพื้นเข้าใส่ เพียงแต่เลือดออกมากไปหน่อย ษมาตัดสินใจขับรถฝ่าไฟแดงเพื่อให้ถึงโรงพยาบาล

โดยเร็ว ไม่เพียงเท่านั้น ยังอุ้มเข้าห้องฉุกเฉินร้องเรียกพยาบาลให้มาดูแล สาระวารีเห็นแล้วชื่นชมความมีน้ำใจของเขา เพราะปกติจะเป็นคนติดหล่อเนี้ยบ แต่นี่เขาไม่ห่วงว่าเสื้อผ้าจะเปื้อนเลือดแต่อย่างใด

ระหว่างรอหน้าห้องฉุกเฉิน สาระวารีพยายามโทร.หามีคณาแต่ติดต่อไม่ได้ ษมาเข้ามารายงานว่า หมอเย็บแผลให้มัทนาประมาณสิบเข็มได้ หญิงสาวถอนใจ

“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยมัทแบบทุ่มสุดตัวขนาดนี้”

“น้องรักคุณนี่ครับ  แต่ถึงจะเป็นคนอื่น ถ้าผมอยู่ในเหตุการณ์ ผมก็ช่วยอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ทุ่มสุดตัวขนาดนี้” ษมาส่งตาหวานให้

สาระวารีกำลังซาบซึ้ง เบ้หน้าใส่ แล้วถามว่ามัทนาได้ห้องพักหรือยัง ษมาตอบว่า มัทนาไม่ยอมนอนโรงพยาบาลจะกลับบ้านท่าเดียว ตอนนี้หมอให้ยาแก้ปวดจึงยังไม่เจ็บ คอยดูพอยาหมดฤทธิ์จะรู้สึก เขาแขวะว่าดื้อเหมือนกันไม่มีผิด สาระวารีค้อนอีกวง

“ผู้หญิงดื้อนี่แหละมีเสน่ห์” ว่าแล้วก็เดินไปหามัทนาในห้องฉุกเฉิน ษมายิ้มขำๆ เดินตาม

พอมัทนาเห็นสาระวารีก็กอดเอวร้องไห้โฮ “มัทไม่คิดเลยว่าเขาจะทำกับมัทถึงขนาดนี้ เขาเคยขู่ไว้เหมือนกัน แต่มัทไม่คิดว่าเขาจะทำจริงๆ”

สาระวารีฟังแล้วตกตะลึง ให้กำลังใจว่าอาจเป็นการเข้าใจผิด แต่มัทนายืนกรานว่าเป็นเขตต์ตวัน เพราะตนไม่เคยมีเรื่องกับใคร

ระหว่างนั่งรถกลับ มัทนายังร้องไห้เสียใจ ษมาถามรู้แล้วหรือว่าใครทำ สาระวารีตอบแทนว่า พอทราบแต่ยังไม่แน่ใจ แล้วหันมาปลอบมัทนาอย่าร้องไห้เดี๋ยวถึงบ้านพ่อแม่จะตกใจ...แต่พอรถเลี้ยวเข้าซอยบ้าน เห็นรถตำรวจจอดอยู่หน้าบ้าน มีตำรวจสำรวจร่องรอยเก็บหลักฐานรอบบ้าน ทั้งสามยิ่งกังวล มัทนาคิดว่ามีคนมาทำร้ายครอบครัวตนอีก รีบลงรถวิ่งเข้าบ้าน

ทุกคนในบ้านกำลังให้ปากคำตำรวจอยู่ พอเห็นสภาพมัทนาก็รีบถามว่าโดนอะไร เธอโกหกว่าอุบัติเหตุแล้วถามกลับเกิดอะไรขึ้น สาวิตรีตอบว่าขโมยขึ้นบ้าน

รื้อค้นทั่วทุกห้อง แต่ไม่มีอะไรหายสักอย่าง พ่อเปรยกับตำรวจ สงสัยเพิ่งลงมือ พอตนกลับมาเลยหนีไปก่อน

“ผมว่ามันสืบมาอย่างดีแล้วล่ะครับ ว่ากลางวันบ้านอาจารย์ไม่มีคนอยู่”

“มัทขึ้นไปดูห้องนอนเราก่อนเถอะ โดนรื้อหนักสุด เละเทะไปหมดเลย อะไรหายจะได้มาแจ้งคุณตำรวจ” สาวิตรีเตือน มัทนารีบวิ่งขึ้นห้องลืมความเจ็บปวดที่แผล

เปิดประตูห้องเข้ามาต้องตกใจเมื่อเห็นสภาพห้องถูกรื้อกระจุย ลิ้นชักถูกงัดทุกใบ ตู้ถูกรื้อไม่มีเหลือ เสื้อผ้ากระจายเต็มห้อง รื้อแบบละเอียดทุกอณูก็ว่าได้ ยิ่งทำให้เธอเจ็บใจ

“ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย” มัทนากำมือแน่น ผลุนผลันออกจากห้อง สาระวารีกับษมานั่งกันอยู่มุมห้อง เห็นมัทนาวิ่งตึงตังลงมา บอกพ่อแม่ว่าจะออกไปข้างนอก ไม่ฟังคำทัดทานของใคร ก็แปลกใจลุกขึ้นตามไปด้วย ร้องเรียกมัทนาที่หน้าบ้าน มัทนาหยุด สาระวารีหยุด ษมาตามมาชนโครม เขาเหนี่ยวกอดสาระวารีไว้ไม่ให้ล้ม เธอหันมาตีและหยิกแขนเขา

“ผมขอโทษ มันเบรกไม่ทัน”

สาระวารีค้อนขวับหันมาถามมัทนาจะไปหาเขาใช่ไหม ส่วนษมาแอบอมยิ้มอยู่ด้านหลัง

“ค่ะ มัททนได้ถ้าเขาทำกับมัทคนเดียว แต่นี่เขาทำกับครอบครัวมัทด้วย มัทยอมไม่ได้หรอกค่ะ”

“ถ้าเขาเป็นคนทำจริง มัทก็บ้าเกินไปที่จะไปหาเขาตอนนี้ มันอันตรายมากนะ”

“มัทไม่กลัวหรอกค่ะ อย่างมากก็แค่ตาย” มัทนาเดินดุ่มๆ ออกจากบ้าน สาระวารีวิ่งตาม

ษมาเอารถขับมาจอดรับสองสาวกลางซอย มัทนาดื้อดึงจะไปคนเดียวให้ได้ แต่สาระวารีไม่ยอม ดันมัทนาขึ้นรถแล้วจะเข้าไปนั่งด้วย ษมาท้วง ให้มานั่งหน้าคู่กับตน อ้างตนไม่ใช่คนขับรถ มัทนาพยักหน้าให้สาระวารีไปนั่งกับษมา เธอหน้าง้ำบ่น

“เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังงี้ ยังจะมาเรื่องมากอีก”

...ษมาอมยิ้มชอบใจ

ooooooo

มัทนาบอกทางแก่ษมาจนมาถึงหน้าคอนโดของเขตต์ตวัน เธอรีบวิ่งเข้าไปจะกดลิฟต์พนักงานมาขวาง เพราะเขตต์ตวันสั่งห้ามใครรบกวน มัทนายื้อยุดจะขึ้นไปให้ได้ ษมาต้องมาช่วยเจรจา แต่ก็เกือบมีเรื่องกับ รปภ. สาระวารีกลับใจเย็นกว่าให้พนักงาน โทร.ขึ้นไปหาเอกชัย

“ขอโทษค่ะ คุณเอกชัยถามว่าจากที่ไหนคะ”

มัทนาแย่งโทรศัพท์ไร้สายมาคุยเอง “คุณเอกคะ นี่มัทเองค่ะ”

เท่านั้น ทั้งสามคนก็ขึ้นมาบนชั้นวีไอพีของเขตต์ตวัน ได้ สาระวารีพยายามย้ำให้มัทนาใจเย็นเข้าไว้ แต่ดูจะรั้งเธอไว้ไม่อยู่ มัทนาทุบประตูโครมๆ แทนที่จะกดกริ่ง เยาะเปิดประตูหน้าตึง เสียงเอกชัยเชื้อเชิญให้เข้ามา เขตต์ตวันยืนยิ้มต้อนรับอยู่กลางโถง มัทนาปรี่เข้าทุบตีเขายกใหญ่

“คนเลว ฉันเกลียดคุณ”

“เดี๋ยวมัท! มีเรื่องอะไร” เขตต์ตวันรวบตัวมัทนาให้หยุด

สาระวารีจะเข้าช่วยคิดว่าน้องโดนทำร้าย แต่ถูกษมารวบแขนทั้งสองข้างไว้ เอ็ดให้อยู่เฉยๆ ไม่ใช่เรื่องของเรา มัทนาดิ้นรนเตะหน้าแข้งเขตต์ตวันจนเขาต้องปล่อย เอกชัยเข้าห้าม

“ใจเย็นๆ ก่อนมัท โกรธอะไรปอนมันเหรอ”

เยาะโวยด้วยสำเนียงใต้จะแจ้งตำรวจจับที่มาทำร้ายเจ้าของบ้าน เขตต์ตวันยกมือห้ามตนจัดการเองได้ มัทนากราดเกรี้ยวใส่ทันที

“เอาเลย ฉันอยู่นี่แล้วไง ฆ่าฉันเลยสิ อยากให้ชีวิตฉันไม่มีความสุขก็ฆ่าฉันคนเดียว ทำไมต้องทำร้ายครอบครัวฉันด้วย ไอ้คนไม่มีหัวใจ จะฆ่าฉันทั้งที่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด” มัทนาร้องไห้ฟูมฟายทุบตีเขตต์ตวันอีก เขารวบแขนเธอด้วยความงงว่าเรื่องอะไร

เธอกลับหาว่าเขาตีหน้าตาย เล่นละครตบตา เขตต์ตวันเริ่มโกรธ ขึ้นเสียงให้เธอหยุดบ้าเสียที ทุกคนในห้องสะดุ้งเงียบกริบ เขาสั่งเสียงเฉียบให้อธิบายเรื่องราวทั้งหมด มัทนาร้องไห้โฮ เขตต์ตวันประคองเธอมานั่งสงบสติอารมณ์ เอกชัยเห็นพายุสงบจึงเชิญษมาและ

สาระวารีนั่ง หญิงสาวสะบัดตัวออกจากษมา ค้อนขวับอย่างเคืองๆ เอกชัยหันมาไล่เยาะให้ออกไปก่อน เธอลังเลแต่พอเขาส่งเงินให้ก็รีบฉวยวิ่งออกไปโดยดี

เขตต์ตวันถามขึ้นก่อนว่าหัวมัทนาไปโดนอะไรมา มัทนาจ้องเขม็งตวาดกลับ “ยังมีหน้ามาถามอีก คุณส่งมือปืนไปยิงฉันเองไม่ใช่เรอะ”

“เลิกประชดผมซะทีเถอะ”

“คุณไม่ต้องมาตีหน้ามึนเลย คุณต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด สารภาพมาซะดีๆว่าคุณเป็นคนว่าจ้างฆ่ามัท” สาระวารีโต้แทน

“จะบ้าเหรอ!”

“ใช่ คุณนั่นแหละบ้า”

เอกชัยรีบเข้ามานั่งข้างเพื่อนยืนยันว่าเข้าใจผิดกันไปใหญ่ เพื่อนตนไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด สาระวารีหาว่าเพื่อนกันก็ต้องสมรู้ร่วมคิดกัน เอกชัยร้องอ้าว...ยัดข้อหาให้เสียแล้ว

“คุณคงคือสาระวารี สาวบู๊ของแก๊งใช่ไหม มัทเคยเล่าถึงคุณให้ฟัง” เขตต์ตวันคาดเดา

สาระวารียอมรับหน้าตาเอาเรื่อง ษมาสะกิด “นิ่งๆ ก่อนได้ไหมคุณ มัทเริ่มสงบแล้ว เหลือคุณคนเดียวนี่ล่ะ ฟังคุณตวันก่อนไม่ดีกว่าเหรอ”

มัทนากุมมือสาระวารีเหมือนต้องการกำลังใจ เขตต์ตวันถามบอกได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น ษมาเปิดฉากเล่าเสียเอง ว่ามัทนาถูกลอบยิง ทั้งเขตต์ตวันและเอกชัยตกใจคิดว่าเธอแค่ประชด ษมารับรองเป็นเรื่องจริงและเล่าถึงเรื่องบ้านยังถูกขโมยขึ้น  โดยเฉพาะห้องมัทนาถูกรื้อหนักสุด

“ตกลงเป็นเรื่องจริงเหรอครับ ผมนึกว่ามัทพูดประชดผมซะอีก”

“จริงครับ โชคดีที่กระสุนแค่แฉลบโดน คุณมัทเลยไม่เป็นอะไรมาก พอเราพาคุณมัทกลับไปส่งบ้าน บ้านก็ถูกขโมยขึ้น แต่คนร้ายไม่ได้เอาอะไรไป มันเหมือนจงใจขู่มากกว่า ห้องคุณมัทโดนค้นหนักสุด”

“ยอมรับมาซะดีๆฝีมือคุณใช่ไหม มัทไม่เคยมีเรื่องกับใครนอกจากคุณ แล้วคุณก็เคยขู่จะทำร้ายมัทเอาไว้ด้วย” สาระวารีโพล่งขึ้น

เขตต์ตวันปฏิเสธเสียงกร้าว สายตาเขามองมัทนาอย่างอาทร หญิงสาวสบตาเริ่มหวั่นไหว สาระวารีจับหน้าน้องหันมาย้ำอย่าใจอ่อน ษมาทนไม่ไหว ลุกไปดึงตัวสาระวารีมานั่งข้างตนเพื่อให้สองคนได้เคลียร์กันเอง มัทนาน้ำตารื้นอ้างว่าเขตต์ตวันโกรธเรื่องรูปพวกนั้น

“เรื่องรูปนั่นจบไปแล้ว ฉันผิดเองที่ใช้แต่อารมณ์จนไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย ถ้าฉันไม่เอาแต่โมโหจนขาดสติลองคิดดูดีๆก็จะรู้ว่า คนอย่างเธอไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นได้เด็ดขาด”

มัทนาตัดพ้อว่าเขาไม่ยอมมองหน้า ไม่ยอมรับสายตน เอกชัยแทรก รักมากก็โกรธมากเป็นธรรมดา เขตต์ตวันถลึงตาใส่ ษมาเสริมตนเข้าใจดี สาระวารีหยิกเอวเขาด้วยความหมั่นไส้ มัทนาแอบเขิน เขตต์ตวันตัดบทเอ่ยด้วยสีหน้าเสียใจสุดๆ

“ฉันขอโทษจริงๆที่ขาดสติทำร้ายเธอวันนั้น ฉันรู้สึกผิดมาก”

มัทนาดีใจ ขอให้คิดว่ามันเป็นฝันร้าย เอกชัยบอกว่าหลังจากเจอกันที่สนามบิน พวกตนพยายามติดต่อเธอตลอดแต่เธอไม่รับสาย หญิงสาวบอกว่ามือถือพัง เอกชัยย้ำว่าเขตต์ตวันเป็นห่วงเธอมากถึงขนาดตามไปภูเก็ต พอรู้ว่าเธอกลับกรุงเทพฯอย่างปลอดภัยจึงกลับมา มัทนาสบตาเขตต์ตวันอย่างซาบซึ้ง ษมาเห็นอาการทั้งสองคนก็รู้ว่ามีใจให้กัน แต่สาระวารีกลับถามมัทนาว่าเชื่อเขาหรือ เธอพยักหน้าเขินๆ

“อ้าว แล้วใครส่งคนไปลอบยิงมัทเกือบตาย อย่าบอกนะว่ายิงผิดตัว แล้วเผอิญขโมยขึ้นบ้านมัทพอดี มันจะประจวบเหมาะเกินไปหรือเปล่า”

สีหน้าเขตต์ตวันเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด “ไม่ใช่เรื่องประจวบเหมาะหรอกครับ ผมตามมัทไปภูเก็ตวันนั้น ทำให้ผมมั่นใจว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมด”
สาระวารีซักไซ้ทันที เขตต์ตวันเล่าด้วยแววตาเจ็บแค้น เป็นเพื่อนเก่าของตนเอง ที่จริงไม่สมควรนับเป็นเพื่อน ตนเคยขัดผลประโยชน์มหาศาลของเขา ถึงได้ตามจองล้างจองผลาญไม่เลิก

“ในอดีต มันสร้างความร่ำรวยให้ตัวเองด้วยเงินโสโครก เปิดผับบังหน้า จริงๆก็ซ่องชั้นเลว มันส่งผู้หญิงไปค้ากามตกนรกหมกไหม้ที่ต่างประเทศ มันเลวซะยิ่งกว่าสัตว์นรก” เขตต์ตวันเล่าว่า หนึ่งในนั้นมียุพินที่โดนทารุณบังคับให้ขายตัว มันบังคับให้ผู้หญิงของมันเสพยาจะได้หนีไปไหนไม่รอด ทุบตีให้รับแขก มันไม่เคยมองว่าผู้หญิงเป็นคนเหมือนกับมัน

“คุณรู้อย่างนี้แล้วทำไมไม่พาตำรวจไปจับมันล่ะครับ” ษมาถามแทรก

“มันเป็นคนฉลาด หาทางเอาตัวรอดได้ตลอด น้องสาวของผมก็เคยตกเป็นเหยื่อของมัน”

สาระวารีถามขัดขึ้นว่าโดนหลอกไปขายหรือ เขาพยักหน้าเล่าด้วยความแค้น...หลังจากที่เชษฐ์กลับมา แอบพบกับป่านเพราะรู้ว่าเธอรักเขา อ้างว่าตนกีดกันความรัก ชักชวนป่านหนีไปอยู่ด้วยกัน พวกตนออกตามหาจนวันหนึ่ง ป่านโทรศัพท์เข้ามาพร้อมเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ตามด้วยเสียงหัวเราะเหมือนคนโรคจิตของเชษฐ์ ตนพาพวกบุกไปที่สถานบริการของมัน แต่กลับต้องพบกับความเจ็บปวดมากขึ้น เมื่อเจอแม่ของตัวเองเป็นแม่เล้าที่ผับของมัน

ตนกับแม่โต้เถียงกัน ไปรับใช้มันทำไม งานที่แม่ทำมันผิดกฎหมาย แม่กลับย้อนว่าเมื่อก่อนก็ทำเพียงแค่ย้ายซ่องเท่านั้น

“ไอ้เชษฐ์มันเกลียดผม มันหลอกใช้แม่ มันจ้องทำลายผม ถ้าตำรวจมาทลายซ่อง แม่จะเป็นแพะรับบาปให้มัน มันจะลอยนวล แม่นั่นแหละที่จะต้องติดคุกแทนมัน”

“มันเรื่องของฉัน”

“แต่ผมเป็นลูกแม่นะ ผมไม่เข้าใจ ทำไมแม่เลือกไปหามันแทนที่จะไปหาผม”

แม่ไม่ตอบกลับไล่ตะเพิด ตนบอกว่าจะเอาป่านกลับไปด้วย แม่ไม่รู้เรื่องของป่านแต่ไม่ยอมให้ค้น กลับตัดขาดความเป็นแม่ลูกตอกย้ำความเจ็บปวด

“แกไม่ต้องมานับฉันเป็นแม่ แกแค่มาอาศัยท้องฉันเกิด ฉันไม่ได้ตั้งใจให้แกเกิดมาด้วยซ้ำ แกไม่ต้อง

มาคิดว่าติดค้างบุญคุณ ต้องมาทดแทนอะไรฉันหรอกนะ มันไม่จำเป็น แกอย่าตามมาทำลายชีวิตฉันอีกเลย ได้โปรดไปให้พ้นจากชีวิตฉันซะที ฉันจะเป็นจะตายก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับแก...”

เอกชัยลูบไหล่เพื่อนปลอบ สาระวารีฟังแล้วเริ่มเห็นใจ แต่มัทนากลับผล็อยหลับเพราะฤทธิ์ยา ษมาซักถามเรื่องของป่านต่อ เขตต์ตวันเล่าว่าป่านถูกหลอกไปขายตัวต่างประเทศ มันคิดว่าตนไม่กล้าทำอะไรเพราะมีแม่เป็นหุ่นเชิดบังหน้าอยู่ แต่มันรู้จักตนน้อยไป

ตนพาตำรวจไปบุกผับ ช่วงนั้นทำให้ยุพินและหญิงบริการบางคนหนีไปได้ เชษฐ์หนีรอดไปตามเคย แม่ถูกจับด่าว่าตนสาดเสียเทเสีย ตำรวจค้นจนพบทางลับออกหลังตึก และได้พบป่านหน้าตาอิดโรยนั่งกอดเข่าร้องไห้ เธอโผเข้ากอดตนกับเอกชัยท่าทางหวาดกลัว

“หลังจากนั้นไม่นาน แม่ทรมานจากอาการลงแดงจนเสียชีวิต ด่าทอผมจนถึงวินาทีสุดท้าย”

“ที่แม่คุณทำแบบนั้นน่าจะมาจากอาการติดยาจนเลอะเลือน ไม่ได้มาจากความรู้สึกจริงๆหรอกครับ” ษมาปลอบใจ สาระวารีเห็นด้วย

เขตต์ตวันขอบคุณทั้งสองคน สาระวารีถามถึงเรื่องป่านต่อ เขาเล่าว่า ได้น้องสาวคืนมาแต่เหมือนไม่มีหัวใจ เธอซึมเศร้าป่วยออดๆแอดๆตลอดเวลา ตอนนั้นตนยังไม่ได้เข้าวงการ ไปสมัครงานก็โดนหลอก โชคดีที่ยุพินช่วยไว้ มันแค้นยุพินมากที่ช่วยตน จึงตามฆ่าอย่างเหี้ยมโหด แล้วโยนความผิดให้ตนอย่างที่เป็นข่าว แต่สาระวารียังไม่เข้าใจว่าเกี่ยวอะไรกับมัทนา

“มันอาฆาตจับตาดูความเคลื่อนไหวผมทุกฝีก้าว มันทำร้ายทุกคนที่มีความหมายกับผม”

สาระวารีหันมาสบตากับษมาเมื่อรู้ความในใจของเขตต์ตวัน สาระวารีให้แจ้งความจับ

“ยากครับ มันทำอะไรไม่เคยทิ้งหลักฐานให้ตามจับได้ ผมหาทางเล่นงานมันตลอด แต่มันรอดไปได้ทุกที ล่าสุดที่ภูเก็ตจะล้อมจับมันที่สนามบิน มันก็หนีรอดไปอีกจนได้”

“แล้วตกลงมันคนนี้เป็นใครกันแน่คะ”

“มันชื่อเชษฐ์ แต่ก็เปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ ตามจับไม่ได้ไล่ไม่ทันหรอกครับ” เขตต์ตวันมองมัทนาที่นอนหลับอยู่อย่างห่วงใยความปลอดภัย

ooooooo

ระหว่างนั้น เยาะโทรศัพท์รายงานลลิสาและใส่ไข่จนโอเว่อร์...ษมาเห็นว่ารบกวนมานานก็สะกิดสาระวารีกลับ ให้เขตต์ตวันเป็นคนส่งมัทนาที่บ้านตอนเธอตื่น หญิงสาวยังห่วงๆ ยํ้าเตือนเขาดูแลมัทนาให้ดี ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาเขาต้องรับผิดชอบ

“แน่นอนครับ ผมพร้อมจะรับผิดชอบชีวิตของมัทเขาอยู่แล้ว” เขตต์ตวันยื่นมือไปจับมือษมา “ขอบคุณอีกครั้งที่คุณช่วยชีวิตมัทนาเอาไว้ สาวน้อยคนนี้ไม่มีเซ้นส์เรื่องหลบภัยเอาซะเลย”

“เรื่องนี้เป็นความเชี่ยวชาญพิเศษของผมอยู่แล้ว โดยเฉพาะวิธีหลบกระสุน ถามวารีดูก็ได้” ษมาส่งยิ้มหวานให้สาระวารี เขาลํ่าลาเอกชัยแล้วดึงมือหญิงสาวกลับ

ออกมาหน้าลิฟต์ สาระวารีสะบัดมือออกจากษมา โวยว่ามัทนาคงโกรธที่พวกเราทิ้งเธออยู่กับเขตต์ตวัน ษมาบอกยิ้มๆ ไม่เห็นหรือว่าสองคนนั้นมีใจให้กัน เขาไม่มีวันทำร้ายมัทนาแน่

“ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ยังไงก็ไว้ใจไม่ได้หรอก และมัทก็ยังหลับปุ๋ยเพราะฤทธิ์ยาอยู่แบบนั้น”

“แล้วที่มัทไปค้างอยู่บ้านเขาเป็นอาทิตย์ๆล่ะ ถ้าเขาคิดจะทำอะไรมิดีมิร้ายคงไม่รอดมาถึงวันนี้หรอก...คุณตวันไม่เหมือนคนที่จะรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ เขาเปิดใจเล่าเรื่องอดีตของเขา เรื่องแม่เรื่องน้องสาวให้ฟังอย่างนี้แล้ว คุณยังคิดในแง่ลบกับเขาได้ลงคออีกเหรอ”

สาระวารียังไม่อยากเชื่อ ษมายืนยันผู้ชายดูกันออก หญิงสาวแขวะ ผีเห็นผีว่างั้น ษมายิ้มขำๆมองเธออย่างเอ็นดู

เอกชัยเอาผ้าชุบนํ้ามาเช็ดหน้าให้มัทนา รู้สึกตัวรุมๆ เขตต์ตวันเอ่ยขึ้นว่า สาระวารีนี่เอาเรื่องไม่ใช่เล่น เอกชัยพูดขำๆ “ดีนะที่คนมาทำข่าวแกเป็นมัทนา ถ้าเป็นคุณวารี ฉันว่าไม่ไปนั่งตากฝนอยู่หรอก มีหวังวางเพลิงเผาบ้านบีบให้แกออกมาให้สัมภาษณ์แหงๆ”

เขตต์ตวันขำไปด้วย ก่อนจะชวนเอกชัยไปส่งมัทนากลับบ้านด้วยกัน เอกชัยเย้าให้แต่งตัวดีๆ พ่อตาแม่ยายจะได้ปลื้ม เขตต์ตวันยกเท้าทำท่าจะเตะ เอกชัยวิ่งจู๊ดหลบ

ooooooo

เมื่อเขตต์ตวันมากดกริ่งหน้าบ้าน สาวิตรีออกมาเห็นว่าเป็นดาราก็ตื่นเต้นดีใจวิ่งกลับเข้ามาบอกแม่ไปเปิดประตู ตนจะไปแต่งตัวใหม่ พอแม่รู้ว่าเป็นดารามาก็ใช้ต่อพ่อ แล้ววิ่งขึ้นข้างบนไปพร้อมวาสิฏฐี พ่อส่ายหน้าขำๆที่ลูกเมียตื่นดารากันไปหมด

เขตต์ตวันแปลกใจที่สาวิตรีออกมาแล้ววิ่งกลับเข้าไปใหม่ มัทนายังคงหลับอยู่เบาะหลัง พ่อเดินมาเปิดประตูสีหน้ายิ้มแย้ม เขตต์ตวันรีบบอกว่าพามัทนามาส่ง เธอหลับไปเพราะฤทธิ์ยาที่หมอฉีดให้ พ่อบ่นเปรยๆว่าไม่รู้จักดูแลตัวเองบ้าง แล้วทำท่าจะอุ้ม เขตต์ตวันอาสาอุ้มให้แทน

พ่อเดินนำหน้าเข้ามาในบ้าน แม่กับลูกๆยืนหน้าแฉล้มเรียงแถวต้อนรับ พอแม่เห็นมัทนาก็ตกใจเป็นอะไร พ่อบ่นอย่างห่วงๆ

“ตัวเองหัวแตก หมอเขาฉีดยาให้นอนพัก ยังดื้อออกไปข้างนอก เราห้ามก็ไม่ฟัง เห็นไหมต้องเดือดร้อนคุณตวันเขาพามาส่ง”

แม่กล่าวขอโทษอย่างเกรงใจ สาวิตรีและวาสิฏฐีท่าทางตื่นเต้น หลีกทางให้เขตต์ตวันอุ้มมัทนาขึ้นไปบนห้อง แม่เอ็ดลูกๆรู้จักเก็บอาการบ้าง แต่กลับให้เตรียมกล้องไว้ถ่ายรูปตนกับดารา พ่อกับแม่ถามเขตต์ตวันว่ามัทนาไปโดนอะไรมาถึงหัวแตก เขาชะงักสบตาทั้งสองท่านอย่างใช้ความคิด จะตอบอย่างไรดี พอดีพ่อชวนลงไปนั่งคุยกันข้างล่าง เขาจึงมีเวลาคิด

ขณะเดียวกัน ลูกน้องของเชนกำลังรายงานว่า ค้นทั้งบ้านแล้วไม่เจอไข่มุกดำ สงสัยจะเอาไปขายแล้ว เชนตาลุกวาวมาดมั่น

“อีเซ่อตาถั่วนั่นมันคิดว่าของปลอม มันไม่เอาไปขายหรอก”

“มันจะโง่ทิ้งขยะไปหรือเปล่าครับเจ้านาย” ลูกน้องเสียงอ่อย

“ฉันเป็นเจ้าชายในฝันของมัน มันหลงรักฉันอยู่ ต่อให้ทิชชูเช็ดเหงื่อฉัน มันยังอยากเก็บไว้ดูต่างหน้าเลย” ท่าทางเชนมั่นใจ ลูกน้องหน้าจ๋อย เชนถาม “ไอ้ขมยังเฝ้าอยู่ใช่ไหม ฉันต้องได้ไข่มุกดำของฉันคืนมา ถึงต้องฆ่าพวกมันตายยกครัวก็ต้องทำ” สีหน้าแววตาเชนดูอำมหิต

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หมาก” แก้แค้น “เก้า”  สะใจ ทำให้กลายเป็นมนุษย์โคลนใน “ตราบฟ้ามีตะวัน”

“หมาก” แก้แค้น “เก้า” สะใจ ทำให้กลายเป็นมนุษย์โคลนใน “ตราบฟ้ามีตะวัน”
3 ธ.ค 2563

00:45 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 3 ธันวาคม 2563 เวลา 02:53 น.