ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาตวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สองปีก่อน วงการบันเทิงมีดาวรุ่งดวงใหม่ แจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง “มายา” เพียงเรื่องเดียวก็ทำให้เขตต์ตวันดังเปรี้ยงปร้าง ทั้งงานโฆษณา งานเดินแบบ ถ่ายแบบ งานอีเวนต์ต่างๆพุ่งเข้าใส่ชนิดไม่มีวันได้พัก มีแฟนคลับเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วทุกเพศทุกวัย

ย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ มองไปจุดไหนเห็นแต่งานโฆษณาของเขตต์ตวัน ไม่ว่าบนจอขนาดใหญ่เหนือตึกสูงก็ปรากฏโฆษณาเฟอร์นิเจอร์หรูที่เขาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้าอื่นๆมาจนถึงป้ายรูปใหญ่เท่าตัวจริง ที่เขายิ้มหล่อเหลาชี้ชวนให้คนทิ้งขยะลงถัง...

บนแผงหนังสือ ก็เต็มไปด้วยแมกกาซีนที่เขาเป็นแบบหน้าปก นักศึกษาและผู้คนหยิบซื้อกันจนหมดแผง แม้แต่รายการวิทยุ ดีเจก็พูดคุยแต่เรื่องของเขตต์ตวัน อยากรู้ประวัติส่วนตัวของเขากันใหญ่

มัทนา เด็กสาวคนหนึ่งที่แต่ก่อนไม่เคยชื่นชอบหนังไทย แต่ถูกเพื่อนลากไปดูหนังเรื่องนี้

“ดูเป็นเพื่อนเราหน่อยนะมัท พระเอกใหม่หล่อนะแก มีแต่คนว่าเรื่องนี้ดีมากดราม่าน้ำตาแตก ขนาดอาจารย์จิตตรี เฮี้ยบๆยังปลาบปลื้มซะ ไปดูด้วยกันนะมัท ไม่อยากดูคนเดียวฉันกลัว”

“กลัวอะไร...”

“กลัวร้องไห้น่ะสิ อายเขา เอาแกไปร้องไห้เป็นเพื่อนดีกว่า”

“เสียใจ คนอย่างฉันไม่มีวันเสียน้ำตาให้หนังไทยน้ำเน่าหรอกย่ะ” มัทนามั่นใจสุดๆ

แต่สุดท้าย มัทนาก็นั่งร้องไห้ปาดน้ำตาอยู่ข้างเพื่อน...หลังจากนั้น เธอก็ตามซื้อแมกกาซีนที่เขตต์ตวันขึ้นแฟชั่นปก ถึงขนาดแย่งกับคนอื่นอย่างเฉียดฉิว

“เฮ้อ...กว่าจะหาซื้อมาได้แทบพลิกแผ่นดิน...ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าพี่ตวันทำให้คนไม่ปลื้มหนังไทยอย่างมัท กลายเป็นแฟนคลับหนังไทยไปซะได้” มัทนามองภาพปกยิ้มปลื้ม และดูหนังเรื่องนี้ถึงสามรอบ

มัทนามีพี่น้องสี่สาว ตนเป็นคนที่สาม พี่สาวคนโต สาวิตรีเป็นครู คนที่สอง ศกุนตลาเป็นพยาบาล น้องคนเล็ก วาสิฎฐียังเป็นนักเรียนอยู่ วาสิฎฐีชื่นชอบเขตต์ตวันตามพี่สาว...คืนวันนี้ มีการประกาศรางวัลด้านการแสดง มัทนา เพื่อนและน้องนั่งจับมือลุ้นอยู่หน้าจอทีวี พอพิธีกรประกาศชื่อเขตต์ตวัน สามสาวร้องกรี๊ดกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจกันใหญ่ มัทนาเหลือบมองจอทีวีเห็นเขตต์ตวันชูรางวัลให้ช่างภาพถ่ายรูป เธอปลื้มใจจนน้ำตาคลอ

มัทนาเตรียมป้ายไฟชื่อตวัน สีสันสดใสเพื่อไปให้กำลังใจหนังเรื่องใหม่ของเขา รอบปฐมทัศน์ ร่วมกับเพื่อนและน้องสาว...สามสาวส่งเสียงกรี๊ด ชูป้ายไฟโบกไปมาข้างเวที เขตต์ตวันยิ้มแย้มส่งจูบมาทางกลุ่มมัทนา เธอถึงกับยิ้มเขิน

หลังงานเปิดตัวหนัง ผู้จัดการส่วนตัวสาวและบอดี้การ์ดพาเขตต์ตวันฝ่านักข่าวออกมาที่ลานจอดรถ ไม่วายยังมีมาขวางหน้า ผู้จัดการรีบขอตัวเพราะมีงานต่อ แต่นักข่าวคนหนึ่งตะโกน

“ขอสัมภาษณ์เรื่องข่าวลือตอนนี้หน่อยได้ไหมครับ”

“เรื่องไหนอีกคะ ข่าวลือมีรายวันเลยนะคะ เยอะไปหมดขอไม่ตอบดีกว่าค่ะ ขอทางด้วยค่ะ” ผู้จัดการโต้ตอบให้แทน ส่วนเขตต์ตวันพยายามข่มอารมณ์

“ข่าวลือว่าคุณไปออฟคุณตวันมาจากบาร์ แล้วติดใจเลยเอามาปั้น เป็นเรื่องจริงไหมคะ”

ผู้จัดการสาวชะงัก เขตต์ตวันหันขวับมาจ้องนักข่าว โวยถามผู้หญิงแบบนี้ได้อย่างไร ไม่ให้เกียรติกันบ้าง ขาดการอบรม นักข่าวสวน ถ้าไม่จริงพวกตนจะแก้ข่าวให้ แต่ชายหนุ่มไม่เชื่อ หาว่าขายข่าวนี้ไปอีกสามสี่วันมากกว่า ผู้จัดการไม่อยากให้เรื่องบานปลายจึงดึงเขาขึ้นรถ

“ถ้าข่าวมันไม่ขาย กูก็ไม่อยากสัมภาษณ์มันหรอก” นักข่าวพากันบ่น

กลุ่มแฟนคลับวิ่งกรูรอส่งพระเอกขวัญใจของพวกเขา มัทนาถือป้ายไฟพยายามมองในรถตู้หาเขตต์ตวัน ไม่คาดคิดว่าเขาจะเปิดกระจกออกมาถ่ายรูปล้อเล่นกับแฟนคลับด้วยท่วงท่าน่าประทับใจ ทำเอามัทนายิ้มปลื้มโบกมือบ๊ายบาย

กลับถึงบ้าน มัทนานั่งพิมพ์ข้อความลงเฟซบุ๊ก แฟนคลับตวัน บรรยายความประทับใจและลงรูปสุดหล่อของเขตต์ตวันให้เพื่อนๆได้ชม เขียนใต้ภาพว่า...ยิ้มกระชากใจ...กรี๊ด และลงชื่อผู้โพสต์ว่า...ตะวันฉายกลางใจฉัน

ooooooo

กลางดึก เขตต์ตวันขับรถออกจากคอนโด โดยไม่ทันสังเกตว่ามีวัยรุ่นคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามเขาไปและบันทึกภาพเขาไว้ทุกอิริยาบถ จนถึงอพาร์ตเมนต์ของหญิงสาวที่ชื่อยุพิน...วันรุ่งขึ้นหนังสือแทบทุกฉบับลงข่าวและภาพเขตต์ตวันดีแตกย่องเข้าคอนโดสาว

หนังสือทุกฉบับลงภาพเหมือนกัน แสดงว่าได้จากแหล่งข่าวเดียวกัน ในภาพเห็นหน้ายุพินเปิดประตูรับเขาเข้าห้อง...เขตต์ตวันเห็นข่าวตัวเอง โกรธมากโทร.โวยวายโรงพิมพ์ จากนั้นเขาก็ตรงมาหายุพินที่ห้องพัก แต่แล้วต้องตกใจเมื่อพบว่า ยุพินถูกฆ่าตาย ตำรวจบุกเข้ามาเห็นเขาถือมีดเปื้อนเลือดอยู่หน้าศพยุพิน เขตต์ตวันถูกจับข้อหาฆ่าคนตาย

นักข่าวกรูเข้าถ่ายภาพเขตต์ตวันหน้าโรงพัก เขาสวมแว่นดำมีบอดี้การ์ดคุ้มกัน นักข่าวแย่งกันถามด้วยคำถามปรักปรำว่าเขาเป็นฆาตกร “คุณมีความสัมพันธ์อะไรกับผู้ตาย...คุณตวันเป็นคนทำร้ายผู้ตายหรือเปล่า...ผู้ตายเป็นใคร ทะเลาะกันเพราะข่าวที่หลุดออกมาใช่ไหม”

ผู้จัดการช่วยขอร้องอย่าเพิ่งสัมภาษณ์อะไร ทนายและตำรวจช่วยกันพาชายหนุ่มเข้าข้างใน เขตต์ตวันหน้าเครียดข่มอารมณ์อย่างมาก

ประชาชนรวมถึงครอบครัวมัทนาต่างเฝ้าดูข่าวหน้าจอทีวี มัทนาไม่เชื่อหาว่าข่าวมั่ว พ่อกับแม่ซึ่งเป็นครู ทั้งคู่ เตือนลูกอย่าปักใจอะไรง่ายๆ ควรฟังหูไว้หู มัทนามาหน้าคอมส่งข้อความชวนเพื่อนๆไปให้กำลังใจเขตต์ตวันที่คอนโดเขาตอนห้าโมงเย็น ลงชื่อ ตะวันฉายกลางใจฉัน

ooooooo

วันต่อมา บนสำนักงานหนังสือพิมพ์สยามสาร บอกอไชยวัฒน์นั่งตรวจงานข่าวอยู่ สาระวารี และมีคณา สองสาวนักข่าวมือหนึ่งเปิดประตูเข้ามา สาระวารีทักทายตามนิสัยก๋ากั่นของตัวเองว่า เรียกมาขึ้นเงินเดือนหรือ มีคณาซึ่งดูเรียบร้อยตีแขนปรามเพื่อนเบาๆ

“แหม เพิ่งจะขึ้นไปหยกๆ...นั่งก่อน ผมคุยกับหัวหน้าโต๊ะข่าวของพวกคุณแล้วนะ ผมมีงานมอบหมายให้คุณสองคนรับผิดชอบร่วมกันเป็นกรณีพิเศษ” บอกอยิ้มอย่างเอ็นดู

สองสาวสบตากัน สาระวารีขอเดาว่าเป็นคดีเขตต์ตวัน บอกอยิ้มชี้นิ้วถูกเผง ข่าวนี้กำลังเป็นที่สนใจ จึงอยากได้มือหนึ่งอย่างพวกเธอมานำเสนอข่าวให้แตกต่างจากข่าวบันเทิงทั่วไป

“มี่ตามเรื่องคดีความไป รายงานให้ละเอียดยิบ ข้อกฎหมายอะไรเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ก็ทำกรอบให้ความรู้คนอ่านไปได้เลย เอาให้ข่าวเล่นได้ทุกวัน” มีคณารับคำ “ส่วนวารีก็เล่นประเด็นเรื่องผลกระทบทางการตลาด ทั้งโฆษณา หนัง งานอีเวนต์ของตวันกับข่าวอื้อฉาวครั้งนี้ สัมภาษณ์คนที่เกี่ยวข้องถึงอนาคตในวงการของเขาหลังจากนี้เหมือนกัน ต้องหาประเด็นใหม่ๆ มาเล่นข่าวให้ได้ทุกวัน”

“แหมบอกอ จะมีอะไรให้เล่นนักหนาคะ สัมภาษณ์หมอดูให้ช่วยดูดวงนายตวันสักรอบดีไหมคะ” สาระวารีปากไวไปตามนิสัย

“ไอเดียโดนมาก ชาวบ้านชอบ โทร.สัมภาษณ์เลย ผมจะรอตรวจต้นฉบับ” บอกอประชด

สาระวารีค้อนขวับ บอกอให้สองสาวไปอัพเดทข้อมูล เพราะตอนนี้พระเอกของเรายื่นประกันตัว และบรรดาแฟนคลับนัดรวมตัวกันหน้าคอนโด ให้รีบไปทำข่าวมาให้ทันกรอบเช้าวันพรุ่งนี้ สองสาวหน้าเหยจะทันได้อย่างไร แต่มีคณาก็รับปากด้วยความเกรงใจ บอกอยิ้มแต้

ooooooo

ระหว่างที่เขตต์ตวันนั่งเครียดฟังทนายและผู้จัดการส่วนตัวคุยเรื่องคดีความ เขาเหลือบมองทีวี เห็นบรรดาแฟนคลับรวมตัวกันหน้าคอนโดของเขา เพื่อให้กำลังใจเขา และโต้เถียงกับนักข่าวแทนเขา โดยการนำของมัทนา แต่ไม่ทันที่เขาจะเห็นหน้าชัด ผู้จัดการก็ปิดทีวีเสียก่อน

“ไม่มีอะไรหรอกพวกแฟนคลับ ดีนะที่ไหวตัวทัน ย้ายมาพักที่คอนโดพี่ ไม่งั้นวุ่นวายตาย มีสมาธิหน่อยตวัน คุณทนายกำลังหาทางช่วยอยู่นะ”

เขตต์ตวันถอนใจ หันมาขอโทษแล้วตั้งใจฟัง

วันต่อมา ในห้องพิจารณาคดี เขตต์ตวันถูกอัยการซักไซ้อย่างหนักหน่วง ว่าเขารู้จักกับผู้ตายดี และเป็นคนซื้ออพาร์ตเมนต์นี้ให้แก่เธอ พร้อมทั้งจ่ายเงินรายเดือนให้ทุกเดือนใช่ไหม เขารับคำหน้าเครียด ผู้จัดการถึงกับลมจับ... ออกจากห้องพิจารณาคดี ผู้จัดการและทนายพาเขตต์–

ตวันมาขึ้นรถกลับ แต่ไม่พ้นสายตานักข่าว มีนักข่าวคนหนึ่งโพล่งขึ้นว่า

“มีกระแสข่าวออกมาว่าผู้ตายเป็นเมียเก็บของคุณตวัน คุณซ้อมเมียจนตาย คุณจะแก้ข่าวไหมครับ”

เขตต์ตวันหยุดกึกหันมองอย่างเหลืออด พุ่งเข้ากระชากคอนักข่าว ช่างภาพกดชัตเตอร์รัวกันใหญ่ ผู้จัดการรีบดึงเขาให้ปล่อยแล้วผลักขึ้นรถขับออกไป

มัทนากลับมาบ้าน นั่งแก้ข่าวตามเว็บไซต์ให้พระเอก ในดวงใจของเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งอ้อนวอนขอร้องให้ทุกคนเชื่อว่า เขตต์ตวันไม่ผิด

ooooooo

วันเวลาผ่านไป ภาพโฆษณาต่างๆถูกเปลี่ยนพรีเซ็นเตอร์จากเขตต์ตวันเป็นดาราใหม่ แมกกาซีนบนแผงไม่มีภาพเขาแม้แต่เล่มเดียว ดีเจวิทยุพูดคุยว่าเป็นเรื่องเทวดาตกสวรรค์ และบอกว่าวันนี้เป็นวันตัดสินคดีความของเขตต์ตวัน คงเป็นอีกวันที่นักข่าวแทบจะเหยียบกันตาย

มัทนากับวาสิฏฐีมารวมกลุ่มแฟนคลับหน้าศาล อาญา คอยให้กำลังใจเขตต์ตวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมสถาน– การณ์ความเรียบร้อยอยู่ เมื่อเขตต์ตวันมาถึง เขาโบกมือให้แฟนคลับ หลายคนร้องไห้โฮ วาสิฏฐีโผกอดมัทนาร้องไห้ไปด้วย มัทนาปลอบน้องว่าเขตต์ตวันเป็นผู้บริสุทธิ์

ภายในห้องพิจารณาคดี ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์สามคน บรรยากาศเงียบกริบ เขตต์ตวันนั่งหน้านิ่งขบกรามแน่น จนขึ้นสัน ผู้จัดการส่วนตัวลุ้นจนมือเกร็ง...และแล้วทุกคนก็ร้องเฮดีใจเมื่อศาลตัดสินว่า เขตต์ตวันไม่มีความผิดใดๆ

สาระวารี  มีคณาและเพื่อนนักข่าวกระโดดดีใจกันลั่นออฟฟิศ เพราะต่างชื่นชอบในตัวเขตต์ตวัน บอกอ ออกมาบอกลูกน้องทุกคนให้แยกย้ายไปทำงาน และสั่งสาระ–วารีพาดหัวข่าวตัวโตๆ ว่าศาลตัดสินเขตต์ตวันบริสุทธิ์ ทั้งสาระวารีและมีคณาดีใจ

“ไม่ทำให้เขาไม่ได้หรอก ตีข่าวกันซะเขาเสียหายไม่มีชิ้นดี เมื่อเขาไม่ผิด ก็ต้องแก้ให้ยิ่งใหญ่ เขาจะได้กลับมาอย่างสง่างาม”

“โห นี่ถ้าไม่ติดว่ามีเมียมีลูกแล้วนะ จะหอมให้ฟอดนึงเลย” สาระวารีปากไวตามเคย

“ไก่หยอกหมาซะแล้ว เดี๋ยวพี่คิดจริงแล้วจะหนาว” บอกอโต้

เพื่อนๆนักข่าวหัวเราะชอบใจ สาระวารีหันมาเท้า สะเอวจะเอาเรื่อง บอกอไล่ทุกคนไปทำงาน ทันใดมีแฟกซ์ส่ง มาเชิญสื่อมวลชนจากเขตต์ตวัน เขาจะแถลงข่าวด่วนเย็นนี้...

บริเวณล็อบบี้โรงแรม สาระวารีกับมีคณานั่งรวมอยู่กับบรรดานักข่าวด้วยกัน ฟังทนายชี้แจงว่าเขตต์ตวันไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆ กับผู้ตายมากไปกว่าคนรู้จักที่เคยให้ความช่วยเหลือกันมาเท่านั้น  เรื่องฆาตกรตัวจริงเป็นหน้าที่ตำรวจสืบหาต่อไป มัทนากับวาสิฏฐีวิ่งกระหืดกระหอบมาทันได้ยินนักข่าวคนหนึ่งถามเรื่องข่าวลือ จึงนำโห่จนเขาหน้าม้าน สาระวารีสมน้ำหน้านักข่าวโต้ว่าตนถามตามหน้าที่ เพราะเขตต์ตวันเป็นบุคคลสาธารณะ เขตต์ตวัน โพล่งขึ้น

“ต่อไปคงไม่ใช่แล้วล่ะครับ...ผมขอยุติบทบาทตัวเองในวงการบันเทิงทั้งหมดนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป”

ทุกคนตกตะลึง รวมถึงผู้จัดการส่วนตัวของเขา มัทนายืนตกใจพูดไม่ออก เขตต์ตวันกล่าวขอบคุณทุกคนแล้วลุกออกไปทางหลังห้อง แฟนคลับร้องไห้โฮ  ผู้จัดการหายตกตะลึงรีบวิ่งตามเขตต์ตวันเข้าไปในลิฟต์ได้ทัน

“ตวันทำแบบนี้กับพี่ไม่ได้นะ”

“ผมทำงานต่อไปไม่ได้แล้ว ผมไม่ได้ชอบงานในวงการ ที่เข้ามาเพราะความจำเป็นพี่ก็รู้”

“ตวันไม่อยากได้เงินไว้ตั้งตัวรึไง”

“ผมคิดว่าผมได้มาพอแล้วครับ”

“นี่มันโอกาสทองนะตวัน  ทุกอย่างเคลียร์หมดแล้ว ประชาชนรอการกลับมาของตวันอยู่  ทั้งหนัง ทั้งโฆษณา ทั้งงานอีเวนต์ รอคิวตวันทั้งนั้นเลย”

“แล้วตอนที่ผมถูกกระแสโจมตีเขาหายไปไหนกันหมดล่ะครับ”

ผู้จัดการพยายามอธิบายว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดา เขตต์ตวันไม่สนใจจะเดินไป  ผู้จัดการสาวรีบทวงบุญคุณ ยังไปไม่ได้สัญญายังไม่หมด ชายหนุ่มหันมาจ้องหน้า

“ผมขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่พี่เคยทำให้ผม แต่ผมตัดสินใจแล้ว ถ้าพี่คิดว่าพี่ยังกอบโกยผลประโยชน์จากสัญญาเอาเปรียบผมไม่สมใจ ก็ไปฟ้องร้องเอา ลาก่อนครับพี่” เขตต์ตวันยกมือไหว้ก่อนจะเดินเบียดออกจากลิฟต์

ผู้จัดการสาวหน้าเสีย ตะโกนตามหลังว่าถ้าหายเครียดแล้วเปลี่ยนใจ โทร.หาได้ตลอด เขตต์ตวันโบกมือโดยไม่หันกลับมามอง ขึ้นรถขับออกไปทันที

ระหว่างขับรถออกจากลานจอดรถ เขตต์ตวันหยิบบลูทูธมาเสียบหู กดโทรศัพท์หาเพื่อน มัทนาวิ่งมาขวางหน้ารถ เขาเหยียบเบรกสุดฤทธิ์ บีบแตรลั่นด้วยความโกรธ ไม่ฟังเสียงเธอ

“คุณมันขี้แพ้ คนเขาทุ่มเทสู้เพื่อคุณกันทั้งนั้น คุณถอดใจทิ้งพวกเรายังงี้ได้ยังไง”

รปภ.วิ่งเข้ามาดึงตัวมัทนาออก เขตต์ตวันไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย คุยโทรศัพท์กับเพื่อนให้เก็บเสื้อผ้าแล้วไปเจอกันที่สนามบิน รถพระเอกในดวงใจแล่นผ่านหน้ามัทนาไปอย่างไม่ไยดี มัทนาสะบัดตัวออกจาก รปภ. ร้องไห้ตะโกนไล่หลังว่าตนจะไม่รักเขาอีกแล้ว จะไปไหนก็ไปเลย

ooooooo

มาปัจจุบัน มัทนาสำเร็จการศึกษาคณะนิเทศ-ศาสตร์ ถ่ายรูปร่วมกับครอบครัว จังหวะนั้นหนังสือสยามสารโทร.มาเรียกสัมภาษณ์ มัทนาดีใจมาก

แต่พ่อกับแม่กลับทำหน้าไม่ชอบใจ

วันต่อมา มัทนามารายงานตัวที่สยามสาร บก.ไชยวัฒน์แนะนำให้เธอรู้จักสาระวารีและมีคณา สองสาวมองหน้ามัทนาอย่างคุ้นเคย ถามเคยถ่ายโฆษณาหรือออกทีวีอะไรบ้าง

“อ๋อ เคยออกข่าวนิดๆน่ะค่ะ ตอนมีข่าวคุณเขตต์ตวัน”

สาระวารีตบโต๊ะเปรี้ยง “นึกออกแล้ว แฟนคลับเขตต์ตวัน มิน่าล่ะหน้าคุ้นๆ”

มัทนายิ้มอายๆออกตัวว่าตอนนั้นยังเด็ก บก.แนะนำว่ามีคณาอยู่โต๊ะข่าวอาชญากรรม ส่วนสาระวารีอยู่โต๊ะจเร มัทนาทำหน้างง สาระวารีหัวเราะ

“งงล่ะสิ งานโต๊ะพี่ก็ประมาณข่าวเจาะ ทำสกู๊ปขุดคุ้ยเรื่องฮอตๆ ของพี่เน้นที่การเมืองกับเศรษฐกิจ จะว่าไปก็งานจับฉ่าย สุดแล้วแต่ บก.ท่านจะบัญชา...ลูกเมียน้อย” สาระวารีเบะปาก

“ก็เกินไปวารี...มัทไปเรียนรู้งานที่โต๊ะมีก่อน จากนั้นค่อยมาฝึกงานกับวารีต่อ สองคนนี่ยอดฝีมือของเรา เรียนรู้งานจากพี่เขาให้เยอะๆล่ะ” บก.ไชยวัฒน์แจงงาน

มัทนายิ้มปลื้มที่ได้ทำงานที่ตนชอบ...วันเวลาผ่านไปไม่นาน สามสาวก็ซี้ปึ้กกันจนได้สมญานามว่า... สามทหารเสือสาว...เป็นการผสมผสานกันลงตัว สวย เก่ง มีเสน่ห์ไปคนละแบบ

มัทนาติดตามมีคณาไปทำงาน ได้เห็นว่าท่าทางที่ดูสุภาพเรียบร้อยของเธอ เวลาทำงานกลับลุยไม่แพ้ผู้ชาย และเมื่อได้ทำงานกับสาระวารี ก็ขอให้คำจำกัดความว่า สวยแกร่ง แรงซ่า น่าจะเหมาะสมกับเธอที่สุด เห็นห้าวๆ แบบนี้ ใครอย่ามาแซวว่าเป็นทอมเชียว เธอเล่นงานตาย เพราะเธอยืนยันหนักแน่นว่า เธอคือหญิงไทยแท้แม่ศรีเรือนเลยเชียว

หลายเดือนผ่านไป มัทนาก็มีโต๊ะข่าวเป็นของตัวเอง เธอยืนยันกับ บก.ว่า เธออยากทำงานโต๊ะข่าวการเมืองที่สุด แต่ บก.กลับยื่นงานแรกให้

“มัทต้องทำสกู๊ปใหญ่ให้ผมก่อน รับรองว่าสกู๊ปนี้ไม่มีใครเหมาะสมเท่ากับมัทอีกแล้ว”

มัทนาทำหน้าสงสัย พอ บก.บอกว่า สกู๊ปตามหาเขตต์ตวัน เธอถึงกับผงะ บก.เน้นมัทนาเป็นแฟน

คลับตัวยง เธอโต้ทันควันว่านั่นอดีต คนขี้แพ้แบบนั้นเสียแรงเชียร์

“เอาน่าคิดซะว่าทำงาน มีแหล่งข่าวจากผู้หวังดีแต่ไม่ประสงค์ออกนาม โทร.มาบอกผมว่าเขตต์ตวันเป็นเด็กกำพร้าที่หลวงพ่อจรูญวัดสวนป่าที่ภูเก็ตเก็บมาเลี้ยง”

มัทนาอึ้งกับข้อมูลใหม่ ไม่อยากเชื่อ บก.จึงย้ำว่านั่นแหละที่เธอต้องหาข้อมูล

“ผมให้เวลามัทเต็มที่เลย จะไปๆกลับๆภูเก็ตหรืออยู่ยาวยังไงก็ได้ ขอให้มีสกู๊ปข่าวอัพเดตที่สุดของนายตวัน ที่หาอ่านที่ไหนไม่ได้นอกจากสยามสารที่เดียวมาให้ได้ก็แล้วกัน”

บก.ให้มัทนาไปภูเก็ตในวันพรุ่งนี้ เธอตกใจแต่ก็ยอมรับโดยดีเพื่อแลกกับการได้นั่งโต๊ะข่าวการเมือง และสัญญาว่าจะทำสกู๊ปนี้ให้ดังเปรี้ยงปร้างเลยทีเดียว

ooooooo

สามทหารเสือสาวนั่งร้านก๋วยเตี๋ยวคุยกันล่ำลาต่างต้องแยกย้ายกันไปทำงาน เพราะมีคณาต้องไปทำงานที่ตราด ส่วนสาระวารีไปทำงานที่เกาะยานกติดชายแดนเขมรโน่น

“มีประเด็นข่าวอะไรน่าสนใจเหรอวารี” มีคณาสงสัย

“กาสิโน มีข่าวว่าเจ้าของเกาะทำเรื่องขอเปิดกาสิโนถูกกฎหมายที่โน่น และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้รับอนุญาต”

“ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อยังงี้ มี่ว่าไม่น่ายอมให้สัมภาษณ์ง่ายๆหรอก”

สาระวารียักไหล่ ก่อนจะหันไปแกล้งโวยเจ๊คนขายว่าทำช้าจนลูกค้าจะกินกันเองแล้ว มัทนาหัวเราะ สาระวารีแนะนำให้อารมณ์ดีเข้าไว้ เพราะงานที่พวกเราทำมันไม่หมู มัทนาเห็นว่ามันท้าทายดี คุ้มที่จะเสี่ยงกับการได้นั่งโต๊ะข่าวการเมือง มีคณาถอนใจ

“น่าอิจฉาจังเลย มีแต่งานท้าทายทำกันทั้งนั้น ช่วงนี้พี่มีแต่ข่าวโสเภณีเด็ก ตามปราบไม่หมดไม่สิ้นซะที”

มัทนาว่างานแฟชั่นการกุศลที่ บก.ให้มีคณาทำแทนตนน่าจะสนุกขึ้นบ้าง แต่มีคณาไม่ชอบงานแบบนี้เลย  มันทนาจึงชวนไปชิมลางเย็นนี้กับตน เผื่อจะติดใจและชวนสาระวารีไปด้วย

งานแฟชั่นที่สามทหารเสือสาวได้ไป มีแต่แขกวีไอพี เสื้อผ้าที่โชว์หรูหราทุกชุด มัทนาบอกพี่ๆ ว่า  ดีไซเนอร์เขาปลื้มเขตต์ตวันมาก  จึงตั้งชื่อแบรนด์ว่า  “ตวัน” มีคณาอยากรู้ว่าดีไซเนอร์เป็นหญิงหรือชาย มัทนาตอบว่า ชื่อจันทิรา น่าจะเป็นผู้หญิง แต่ไม่มีใครเคยเห็นหน้าเธอเลย

นางแบบเดินแฟชั่นโชว์จนมาถึงชุดฟินาเล่ ซึ่งลลิสานางแบบชื่อดังเป็นผู้เดิน ช่างภาพรัวชัตเตอร์กันยกใหญ่  หลังจากนั้นมีสายรุ้งสีเงินสีทองพุ่งกระจายเต็มเวที พร้อมป้ายผ้าขนาดใหญ่ทิ้งลงมา  เป็นภาพวาดเงาดำผู้หญิงผมยาวสยาย มีประกายสีส้มของแสงอาทิตย์อยู่ด้านหลัง และชื่อแบรนด์ “ตวัน” ประกอบอย่างสวยงาม เหล่านางแบบออกมายืนปรบมือ

มัทนาถ่ายภาพแล้วเล่าว่า “คุณจันทิราเธอรักสันโดษไม่ยอมเปิดตัว มัทพยายามขอสัมภาษณ์ผ่านผู้จัดการเขาหลายครั้ง โดนปฏิเสธตลอด”

หลังงานแฟชั่นโชว์ ก็เป็นงานรื่นเริงให้บรรดาแขกเหรื่อและผู้สื่อข่าวเต้นรำกัน ทำให้สามทหารเสือสาวชนแก้วอวยพรล่ำลา เพื่อแยกย้ายไปทำงานในวันพรุ่งนี้

แต่มัทนายังพบปัญหาใหญ่คือพ่อกับแม่ไม่อยากให้ไปภูเก็ต ถึงขนาดจะให้ลาออกจากงาน  สาวิตรีพี่สาวคนโตต้องออกโรงขอร้องแม่ว่า ลูกทั้งสามคนทำตามความต้องการของพ่อกับแม่แล้ว ปล่อยน้องทำตามใจตัวเองสักคน แม่อึ้งพูดไม่ออก พ่อเข้าใจหันมาซักไซ้ว่าไปทำข่าวอะไร ไม่ทันที่มัทนาจะตอบ ศกุนตลาก็ร้องกรี๊ดๆแล้วลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ ชี้ตัวอะไร ทุกคนตกใจ

พ่อเดินไปดูพบอีกัวน่าอยู่หลังโซฟา  ทุกคนหันมองวาสิฎฐี เพราะรู้ว่าต้องเป็นของเธอแน่ๆ หญิงสาวหัวเราะแหะๆ สารภาพว่ามันน่ารักเลยขอเพื่อนมาเลี้ยง  แม่เอ็ดให้เอาไปคืน พอพ่อกับแม่หันมาจะคุยกับมัทนาต่อ เธอได้หายไปเสียแล้ว

มัทนาหลบเข้าห้องจัดกระเป๋าเสื้อผ้า  โดยไม่ลืมรองเท้านำโชค  เธอรื้อของเจอแมกกาซีนหน้าปกเขตต์ตวันที่เก็บไว้จำนวนมาก หยิบมาดูนึกถึงความหลัง

“ไม่น่าเชื่อว่ามัทจะต้องมาตามสืบประวัติของพี่อีก...พี่จะหน้าตาเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ไม่รู้”

ศกุนตลาถือถุงก๊อบแก๊บสีชมพูสดแพ็กใหญ่

เข้ามาให้บอกว่าจากแม่  มัทยายิ้มรู้ว่าแม่เป็นห่วง    ศกุนตลาตัดสินใจบอกเรื่องที่คาใจมานานแก่น้องสาว “ก็เรื่องเขตต์ตวันน่ะสิ ที่จริงพี่ก็ไม่อยากเอาความลับคนไข้มาพูดหรอกนะ แต่เห็นว่าเราเป็นพี่น้องกัน พี่เป็นห่วงมัท”

“ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ดูพี่นกซีเรียสจังเลย”

“เมื่อ 4-5 เดือนก่อน มีคนไข้พิเศษมานอนที่ตึกพี่ คุณตวันเป็นเจ้าของไข้ ออกค่ารักษาให้หมดแล้วก็มาเยี่ยมบ่อยมาก แต่พอเขากลับไป คนไข้พี่ก็เอาแต่ร้องไห้ ถามอะไรก็ไม่ตอบ สภาพจิตใจย่ำแย่ หัวหน้าพี่เลยขอไม่ให้เขามาเยี่ยมอีก ป้องกันไม่ให้เขาพูดอะไรสะเทือนใจคนไข้”

มัทนาถามว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ศกุนตลาตอบว่า

ผู้หญิงสาวสวยมาก ได้ยินว่าเป็นนางแบบ แต่ตนจำชื่อ ไม่ได้ ที่น่าเป็นห่วงคือ เธอมีอาการติดยา ห้ามมัทนาเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด

ooooooo

มัทนาเดินทางมาถึงภูเก็ต เธอก้าวเข้าโรงแรม อโณทัยด้วยรองเท้าคู่บุญ ลากกระเป๋าเข้าเช็กอิน มีชายหนุ่มใส่สูทเนี้ยบยืนกรอกเอกสารอยู่ก่อน เขาปรายตามองเธออย่างถูกใจ พนักงานบอกว่า เธออยู่ชั้นแปด มัทนาเห็นเขาส่งยิ้มให้อย่างสุภาพก็เขินอายเล็กน้อย

เข้ามาในห้อง มัทนาเปิดม่าน เห็นวิวทะเลสวยงาม เธอหยิบกล้องมาส่องมองไปซ้ายสุดหาด เห็นบ้านหรูหลังใหญ่ เธอพึมพำ “เดี๋ยวเจอกันนะคะพี่ตวัน”

มัทนาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นชุดขาสั้นคล่องตัว ออกมาเดินชายหาด เห็นฝรั่งนุ่งน้อยห่มน้อยนอนอาบแดด ทำให้ตัวเองเหมือนตัวประหลาดหลงเข้ามา จึงรีบเดินหนี พลัน เห็นชายหนุ่มสวมแว่นดำนั่งเหม่อมองท้องทะเลอยู่บนโขดหิน เธอกำลังจะชะเง้อมองบ้านหลังใหญ่ ต้องตกใจเมื่อหันมองชายหนุ่มคนนั้นอีกที  เขาคือเขตต์ตวันนั่นเอง เธอรีบหลบหลังโขดหินตั้งสติ

“แกจะตกใจทำไมมัท แฟนคลับเขาเป็นแสนๆ เขาจำแกไม่ได้หรอก...ทำไมพี่เขาดูเศร้าจัง ไม่เอาแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ จะขุดคุ้ยเขาอีกทำไม” มัทนาตัดสินใจเดินกลับ แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเสียง บก.ดังก้องขึ้น ว่านักข่าวที่ดีต้องไม่ผูกพันความรู้สึกกับแหล่งข่าวมากจนเกินพอดี

คำสอนของ บก.ก่อนจะเดินทางมาพรั่งพรู ว่าจะทำข่าวอะไรต้องทำสองด้าน คุยกับคนที่เกลียดก็ต้องคุยกับคนที่รัก คุยกับคนที่ได้ประโยชน์ ก็ต้องคุยกับคนที่เราเสียประโยชน์ ไม่ใช่เลือกจะคุยด้านใดด้านเดียว...ข่าวที่เขียนมีผลมากเพราะออกสู่สายตาคนเป็นแสนเป็นล้าน ฉะนั้นต้องให้ความยุติธรรมแก่ข่าว ถ้าทำเรื่องไม่ดีของใครก็ต้องให้โอกาสเขาได้พูดได้แก้ตัว ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาซัดเขาท่าเดียว จำเอาไว้ ไม่ว่าเขาจะพูดหรือไม่ เป็นข่าวได้ทั้งนั้น

มัทนาได้คิดฮึดจะออกไปเผชิญหน้า เผอิญชนกับฝรั่งที่เดินมา เธอรีบขอโทษ พอมองไปเขตต์ตวันได้หายไปแล้ว หญิงสาวตัดสินใจเดินไปท้ายหาด เห็นลลิสานุ่งขาสั้นจู๋โชว์เซ็กซี่วิ่งมาเกาะแขนเขตต์ตวัน ท่าทางสนิทสนมกันมาก เธอจำได้ว่าคือนางแบบที่เดินชุดฟินาเล่เมื่อคืนก็รู้สึกหมั่นไส้ แกล้งทำเป็นนั่งเก็บเปลือกหอยใส่ผ้าเช็ดหน้า สังเกตการณ์ ไม่ทันไร ชลบุษย์หญิงสาวหน้าตาดีอีกคน มายืนหน้าบึ้งออกแนวหึง

“เนี่ยเหรอรักสันโดษ ผู้หญิงเต็มบ้านไปหมด ฉันจะแฉให้แหลกเลยคอยดู” มัทนาเจ็บใจ

มัทนาหน้าหงิกหน้างอกำผ้าห่อเปลือกหอยเดินกลับมาที่โรงแรม เกิดชนกับผู้ชายที่เจอตอนเช็กอิน เปลือกหอยหล่นกระจาย เธอก้มลงเก็บ ได้ยินเขากล่าวขอโทษและก้มลงช่วยเก็บ โดยเอาผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ของเขาออกมาห่อทับ มัทนารีบถามว่าจะคืนผ้าเขาได้ที่ไหน เขาบอกให้ฝากเคาน์เตอร์ไว้เพราะตนยังพักอีกนาน จู่ๆเขาก็เปรยว่า อย่าเก็บเปลือกหอยกลับบ้านไปเลย ให้มันอยู่ชายหาดจะสวยกว่า มัทนาหน้าเจื่อนเพราะไม่ได้ตั้งใจจะเก็บแต่แรก พอดีมีคนมาเรียกเขาไป มัทนายืนหน้าจ๋อยรู้สึกผิด เอาเปลือกหอยไปคืนที่ชายหาด ทันใด ชายหนุ่มตามมาถามว่ายังไม่รู้จักชื่อเลย เธอสะดุ้ง

“หอย..เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ ชื่อมัทนาค่ะ เรียกว่ามัทก็ได้ค่ะ”

“ผมชื่อเชน ครอส ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” เชนยื่นมือเช็กแฮนด์ แล้วชวนทานข้าวเย็นทันที

มัทนายืนตาค้าง...กลับมาเตรียมตัวที่ห้องพัก เธอโทร.เล่าเรื่องชายหนุ่มให้สาระวารีกับมีคณาได้อิจฉากันยกใหญ่

ถึงเวลาค่ำ เชนพามัทนามาร้านหรู จนเธอทำตัวไม่ถูก ต้องแก้ความอึดอัดด้วยการชวนเขาคุย ถามว่าเขาเป็นลูกครึ่งชาติไหน

“อ๋อ ผมคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ครอสเป็นนามสกุลพ่อบุญธรรมของผมครับ เอ๊ะ...แล้วคุณมัทมาทำงานอะไรที่ภูเก็ตเหรอครับ ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นอะไรนะครับ”

มัทนาพาซื่อบอกว่ามาทำข่าวเขตต์ตวัน เชนยิ้มๆเปรยว่างานหิน เพราะเขาเป็นคนเก็บตัว ขนาดตนมาภูเก็ตบ่อยมาก ออกงานตลอดยังไม่เคยเจอเขาเลย มัทนาฟังแล้วเครียด

เชนออกตัวมีอะไรให้ช่วยก็บอก เพราะตนกว้างขวางที่นี่พอสมควร มัทนาเห็นยิ้มละลายใจของเชนถึงกับประหม่า มือไม้เปะปะจึงจับแก้วน้ำยกดื่ม เห็นเชนเอื้อมมือมาก็เกร็งกลัวเขาจะจับมือ แต่เขากลับหยิบแก้วไวน์ไปจิบ เธอเป่าปากโล่งอก น้ำในแก้วกระฉอกใส่หน้า มัทนาอายรีบวางแก้วดึงผ้ามาเช็ดหน้า เชนอมยิ้มอย่างเอ็นดู

วันรุ่งขึ้น มัทนามาเลียบเคียงถามแม่ค้าละแวกบ้านเขตต์ตวัน จึงได้รู้ว่ากำลังมีการรับสมัครคนงานใหม่ เธอดีใจรีบไปติดต่อ เปี๊ยกยามหน้าบ้านเร่งให้เธอเข้าไปไวๆเพราะเจ้านายกำลังจะออกไปข้างนอก มัทนาให้ผลไม้ที่ซื้อจากแม่ค้าเป็นการตีซี้กับยาม

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม
12 พ.ย. 2562
09:01 น.