ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มาหยารัศมี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันต่อมา ขณะที่ธิติรัตน์กับเพื่อนและทีมงานประชุมงานกันอยู่ มีคนงานหอบรูปเดือนแรมใหญ่เท่าตัวจริงมาส่งให้ ธิติรัตน์หน้าเสีย ทั้งอายทั้งเขิน ต่อว่าจะไปรับเองเอามาส่งทำไม ศรัณย์ถามไปแอบถ่ายไว้เมื่อไหร่ ภาพนี้สวยเสียด้วย เจ๊กอไก่อมยิ้มสงสัยความสัมพันธ์ของสองคนนี้ ดุจแขโผล่มาเห็นยืนกำมือเคียดแค้นจะต้องกำจัดมาหยารัศมีหรือเดือนแรมกันแน่

เพ็ญประกายนั่งซึมไม่สดชื่น จันทรายุให้โทร.หาธิติรัตน์บ่อยๆ เพราะเป็นคู่หมั้นไม่น่าเกลียดอะไร ชุติมาคอยเยาะถากถางว่าคู่หมั้นกำมะลอ จันทรากลุ้มใจที่ชุติมาหนักข้อขึ้นทุกวัน...

เดือนแรมมารับรูปที่บริษัท เธอยิ้มปลื้มขอบคุณธิติรัตน์ที่ทำภาพนี้ให้ ธิติรัตน์ทำเป็นไม่สนใจให้เอารูปกลับไป แต่เดือนแรมเกรงคนที่บ้านไม่พอใจ เขาจึงบอกว่าจะเอาไปไว้ที่วังก่อน

ดุจแขเจ็บใจมาเมาบ่นกับจารุณี แต่ไม่ยอมรับความจริงว่าธิติรัตน์หมดรักตนแล้ว จารุณีจึงแนะนำให้ลองควงคนอื่นไปเย้ยว่าเขาจะแสดงอาการหึงบ้านหรือไม่... ดุจแขจึงโทร.หาวีระจะใช้เป็นเครื่องมือ แต่กลับรับรู้ว่า มีการประชุมที่ร้านร้านหนึ่ง เธอจึงชวนสรรชัยไปแทน สรรชัยหลงดีใจที่ดุจแขชวนไปทานอาหารค่ำ

ในร้านอาหารหรู ธิติรัตน์นั่งคุยเรื่องงานกับศรัณย์และวีระ ดุจแขควงสรรชัยเข้ามาพยายามนั่งให้ธิติรัตน์เห็น แต่ธิติรัตน์กลับจำได้ว่าเห็นสรรชัยอยู่กับเดือนแรมวันก่อน จึงมองอย่างสนใจ สรรชัยหน้าเครียดรู้ตัวว่าโดนดุจแขหลอก จึงบอกว่าจะยอมเล่นตามเกมส์ของเธอ แต่เขาเล่นจริงจัดหนัก จนดุจแขตกใจเกรงธิติรัตน์รู้ว่าตนกับสรรชัยมีอะไรกันขนาดไหน รีบผละออกมาหาธิติรัตน์ แก้ตัวว่าไม่มีอะไรกัน ธิติรัตน์แสดงออกว่าไม่สนใจและเดินหนี ดุจแขร้องกรี๊ดวิ่งตามเขาไปอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรี สรรชัยมองดุจแขอย่างเจ็บปวด เปลี่ยนจากรักเป็นแค้น

ดุจแขพร่ำพูดว่าธิติรัตน์ยังรักตนและกำลังหึงตน ธิติรัตน์เอือมระอา

“ดุจแข เมื่อไหร่คุณจะยอมรับซักทีว่าเรื่องของเรามันจบกันไปนานแล้ว และตอนนี้ผมก็มีคนที่อยู่ในใจของผม” ดุจแขไม่เชื่อ ธิติรัตน์จึงบอกว่าจะเรียกให้มาพบ

ธิติรัตน์กดโทรศัพท์หาเดือนแรม เผอิญเดือนแรมกำลังถูกชุติมารื้อค้นห้องหาจดหมายและการ์ดที่แป้นเคยเห็น เดือนแรมขวาง จึงแกล้งกระตุกสร้อยตัวเองขาดแล้วร้องว่าเดือนแรมกระชากสร้อย มือถือดังขึ้น เดือนแรมรีบกดรับ ชุติมาเข้ามาแย่ง เกิดเสียงทะเลาะกัน ธิติรัตน์ได้ยินตกใจที่เดือนแรมกำลังโดนรังแก เพ็ญประกาย

มาช่วยดึงมือถือจากชุติมา ได้ยินเสียงผู้ชายร้องถามเดือนแรมเป็นอะไร ก็สะดุดหูว่าเสียงเหมือนธิติรัตน์ เธอยื่นมือถือคืนให้ เดือนแรมคว้ามาได้วิ่งหนีออกจากบ้านกดกลับไปหาธิติรัตน์ แต่เขาถูกดุจแขกระชากแขนอยู่จึงรับสายไม่ได้ เดือนแรมเข้าใจว่าเขาคงโกรธ พยายามโทร.กลับหลายครั้ง สรรชัยทนสภาพดุจแขไม่ไหวเข้าไปลากตัวกลับ ศรัณย์กับวีระมองอย่างงงๆ ธิติรัตน์ขึ้นรถขับออกมาได้ ก็รีบโทร.กลับไปหาเดือนแรม จังหวะนั้น เดือนแรมโทร.ไปหาศรัณย์เพื่อถามหาธิติรัตน์

“ตะกี้คุณชายโทร.หาแรม แต่พอแรมโทร.กลับ คุณชายไม่รับสาย ไม่ทราบว่าคุณชายมีอะไรกับแรมหรือเปล่าคะ”

“คงอยากจะคุยงานด้วยมั้ง งั้นแรมมาที่ร้านเลย เดี๋ยวฉันโทร.ตามนายชายให้”

ด้านธิติรัตน์ร้อนใจกับเสียงที่ได้ยิน เป็นห่วงเดือน–แรมอย่างมาก ศรัณย์โทร.เข้ามาเขาก็ตัดสายไม่ฟังว่าเรื่องอะไร เขากดหาเดือนแรมอีกครั้ง คราวนี้เธอรับสายแล้วบอกว่าอยู่บนรถเมล์กำลังไปหาเขา ธิติรัตน์สั่งให้ลงจากรถแล้วรอตนอยู่ตรงนั้น เดือนแรมงงว่าเรื่องอะไรกันแน่...พอธิติรัตน์มาถึงก็ถามอย่างห่วงใยว่าเมื่อกี้มีเรื่องอะไร เดือนแรมส่ายหน้าไม่อยากเล่า เขาจึงเอ็ดที่ออกจากบ้านมาทำไมค่ำมืด เธอโต้

“ก็คุณชายโทร.หาแรม แรมเป็นห่วงกลัวคุณชายจะมีเรื่องอะไร คุณชายมีอะไรรึเปล่าคะ”

ธิติรัตน์อึ้งมองเดือนแรมที่กลับกลายมาห่วงตนจนพูดไม่ออก เดือนแรมย้ำว่า เขามีเรื่องอะไรระบายให้ตนฟังได้ทุกเรื่อง ตนพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขา ทำเอาธิติรัตน์ซึ้งใจ...

สองคนมานั่งริมน้ำ เดือนแรมตั้งหน้าฟังธิติรัตน์ระบาย เขาถอนใจก่อนจะยอมเล่าว่า ครั้งหนึ่งตนเคยรักดุจแขมาก และโกรธแค้นที่เธอไปแต่งงานกับคนอื่น แต่ตอนนี้ เขาหมดสิ้นความรู้สึกเหล่านั้นแล้ว แต่ดุจแข

ไม่ยอมจบและสิ่งที่เขาอยากรู้คือ วันนี้ดุจแขมากับผู้ชายที่เคยเดินอยู่กับเดือนแรมเป็นใคร เขาหันมาฟังคำตอบแต่เดือนแรมหลับไปเสียแล้ว

“เดือนแรม...เฮ้ย เธอนี่จริงๆเลย จะฟังกันหน่อยก็ไม่ได้ ความจริงเรื่องของฉันมันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอ แล้วฉันจะโทร.หาเธอทำไม...” ธิติรัตน์มองอย่างเอ็นดู และสงสัยตัวเอง คำเตือนของแม่ผุดขึ้นในหัว เขาสับสน “ไม่...ฉันไม่ได้มีเธออยู่ในหัวใจ แค่...ไม่มีใครทนฉันได้เท่าเธอ แต่ยังไงก็ขอบใจเธอมาก ที่อุตส่าห์มาหาฉัน ทั้งๆที่เธอมานั่งหลับให้ฉันดู”

ธิติรัตน์จับหัวเดือนแรมมาอิงไหล่ตนให้นอนสบายๆ แล้วตัวเองก็ผล็อยหลับหัวอิงอยู่กับเธอจนฟ้าสว่าง...เดือน–แรมตื่นมาตกใจ ขยับตัวออกมามองหน้าธิติรัตน์อย่างรักและเทิดทูน เธอลุกไปล้างหน้าล้างตา หยิบผ้าเช็ดหน้ามาจะเช็ดแล้วชะงัก นึกได้เก็บไว้ให้ธิติรัตน์ใช้ เดินกลับมาปลุกเขาเบาๆ ส่งผ้าเช็ดหน้าให้เขาไปใช้และชวนเดี๋ยวไปใส่บาตรกัน ธิติรัตน์ล้างหน้าเสร็จ เห็นผ้าเช็ดหน้ามีชื่อเดือนแรมปักอยู่ก็อมยิ้มในความเชยอย่างน่าเอ็นดูของเธอ

“เชยได้อีกนะแม่คุณ ในที่สุด ผู้หญิงที่ใกล้ชิดฉันที่สุด เห็นจะมีแต่เธอ...เดือนแรม”

สองคนมาใส่บาตรร่วมกัน ธิติรัตน์รู้สึกถึงความอิ่มบุญ เขาบอกเธอว่าจะไปส่งบ้าน เดือนแรมกำลังจะบอกว่าบ้านอยู่ไหน พลันละเอียดโทร.มาบอกว่า หม่อมรัตนาตกบันได เขาตกใจรีบกลับวังโดยพาเดือนแรมมาด้วย...หม่อมรัตนาไม่เป็นอะไรมากแค่ข้อเท้าแพลง ถามลูกชายว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าถึงไม่กลับบ้าน เขาว่าไม่มีอะไร เดือนแรมอาสาทำอาหารเช้าให้

ooooooo

เช้าวันนี้ เพ็ญประกายยังเสียใจที่ธิติรัตน์ผิดนัด จันทราปลอบและยุให้โทร.หาชวนเขาใหม่ เพราะเป็นคู่หมั้นกันไม่น่าเกลียด เธอโทร.ไปแต่ธิติรัตน์กำลังทานอาหารกับเดือนแรมจึงบอกปัด ยิ่งทำให้เธอเสียใจมากขึ้น จันทราย้ำกับลูกถ้าธิติรัตน์มีหญิงอื่น ตนจะกำจัดเอง

ทานอาหารเสร็จ ธิติรัตน์จะไปส่งเดือนแรม แต่ เธอกลับขอให้อยู่ดูแลหม่อมรัตนา ตนกลับกับตากล่ำได้ เดือนแรมขอผ้าเช็ดหน้าคืน ธิติรัตน์หาว่าหวงให้เขาซักก่อนถึงคืนก็ไม่ได้...ธิติรัตน์แอบกำชับตากล่ำให้ถ่ายรูปบ้านเดือนแรมมาให้ละเอียด

แม้นเทพกำลังเดินครุ่นคิดว่าใครคือมาหยารัศมี ชุติมาเดินมาได้ยิน จึงบอกว่าคือเพ็ญประกาย สองคนทะเลาะปะคารมกันอีก ชุติมาโกรธคว้าก้อนหินมา

ปาหัว แม้นเทพยิ่งมองเธออย่างเหยียดหยามและดูถูกว่า ผู้หญิงหยาบคายอย่างเธอ น่าสมเพชจนตนไม่อยากลดตัวไปต่อกรด้วย ชุติมาเจ็บแปลบ ทั้งโกรธทั้งแค้นแต่กลับไปโทษว่าเป็นเพราะเดือนแรม พอเห็นเดือนแรมลงจากรถตากล่ำ ก็ปรี่เข้ามาด่าว่าหยาบๆคายๆ ตากล่ำรีบถ่ายภาพด้วยมือถือไว้ทุกช็อต

“อ๊าย...อย่ามาถ่ายรูปฉันนะไอ้แก่ ฉันไม่มีทางไปเป็นเมียน้อยแกหรอก” ชุติมาหาว่าตากล่ำเป็นเสี่ยเลี้ยงเดือนแรม ไล่ตบตีจนตากล่ำวิ่งหนีกลับขึ้นรถขับออกไป

ธิติรัตน์รอฟังรายงานจากตากล่ำ หม่อมรัตนายิ่งมั่นใจว่าลูกชายรักเดือนแรมเสียแล้ว ตากล่ำรายงานและเอารูปที่ถ่ายทั้งหน้าบ้านและชุติมาให้ดู ธิติรัตน์ตะลึงว่าใช่อย่างที่เขาสงสัยจริงๆ เขาเป็นห่วงเดือนแรมและจะต้องเอาตัวเธอออกมาจากบ้านนั้นให้ได้...

เพื่อลูกสาวจะได้แต่งงานกับธิติรัตน์ จันทราจ้างเจิมให้ฉุดเดือนแรมไปกระทำชำเรา โดยวางแผนใช้เดือนแรม ออกไปซื้อโจ๊กกลางค่ำกลางคืน...ธิติรัตน์สังหรณ์ใจเป็นห่วงเดือนแรม ขับรถจะไปบ้านมณีกุล ระหว่างทางเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ต้องไกล่เกลี่ยรอประกัน เดือนแรมถูกพวกเจิมฉุดลากเข้าป่าข้างทาง ธิติรัตน์มาถึงเห็นของที่หล่นกลางถนน และเห็นผ้าเช็ดหน้าเดือนแรมที่ตกอยู่ก็รู้ว่า เกิดเรื่องไม่ดีแน่ เขาวิ่งตามหาไปทั่ว พอเห็นรองเท้าตกอยู่ข้างหนึ่งจึงแกล้งร้องตะโกนว่าตำรวจมา พวกเจิมตกใจทิ้งเดือนแรมวิ่งออกมา ธิติรัตน์เอาไม้หวดทั้งสองคนสลบไปเห็นเดือนแรมนอนหมดสติอยู่ เขาโผเข้าอุ้มเธอมากอดอย่างสงสารและห่วงใย

เดือนแรมได้สติรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณธิติรัตน์อีกครั้ง...ระหว่างนั้น เพ็ญประกายโทร.หาธิติรัตน์แต่เขาทิ้งมือถือไว้ในรถ เพ็ญประกายมาเดินหงุดหงิดที่สนามหน้าบ้าน เห็นรถธิติรัตน์แล่นมาจอดก็ดีใจจะวิ่งไปหา แต่พอเห็นเขาเปิดประตูประคองเดือนแรมลงมาก็ชะงัก ธิติรัตน์เอาเสื้อของตนคลุมให้และกอดเธออย่างแนบแน่น

“ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว จากนี้ไปชีวิตของเธอจะไม่มืดมนเป็นคืนเดือนแรม เพราะเธอจะมีฉันคอยดูแลปกป้องตลอดไป”

เพ็ญประกายยืนมองอึ้งน้ำตาไหลพราก หัวใจแหลกสลาย

ooooooo

วันนี้ หม่อมรัตนาให้ตากล่ำกับละเอียดจัดข้าวของธิติรัตน์ที่ส่งกลับมาจากอเมริกา ทั้งสองแยกแยะ

ของใส่กล่องไว้ให้เขาดูว่าอะไรจะทิ้งอะไรจะเก็บ ธิติรัตน์กลับมาถึง เขาเปิดดูแต่ละกล่อง พบจดหมายหลายฉบับของเดือนแรมที่เขียนถึงตน จึงนั่งอ่านทุกฉบับ เธอรายงาน เขาแทบทุกวันและถามทุกข์สุข เขานึกได้ว่า เขาเขียนถึงเธอเพียงฉบับเดียว จึงเสียใจมาก

คืนนั้น เดือนแรมทั้งอบอุ่นใจและทุกข์ใจ เพราะไม่รู้จะวางตัวอย่างไรดี ตนควรจะห่างจากธิติรัตน์เพราะเขาเป็นคู่หมั้นเพ็ญประกาย ในขณะที่เพ็ญประกายเสียใจจนกลายเป็นแค้นใจที่เดือนแรมมาแย่งชายที่ตนรัก...

วันรุ่งขึ้น เพ็ญประกายเห็นเดือนแรมกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ จึงเข้ามาถามตรงๆว่าเมื่อคืนกลับมากับใคร เดือนแรมพูดไม่ออก เพ็ญประกายเฉไฉคุย

“พี่มีเรื่องจะบอก พี่...ตกลงที่จะหมั้นกับคุณชายธิติรัตน์แล้วนะ ในนามมาหยารัศมี”

เดือนแรมใจหายทั้งที่รู้อยู่ก่อนแล้ว ฝืนยิ้มแสดงความยินดี และตั้งใจจะอยู่ห่างธิติรัตน์

จันทราออกมาเห็นเดือนแรมไม่เป็นอะไรก็ตกใจ โทร.ไปโวยเจิม จึงรู้ว่ามีคนมาช่วยเดือนแรมไว้ จันทราแกล้งเล่นงานเดือนแรมที่เอาเงินตนไปแล้วไม่ซื้อของมาให้ เมินเรียกเดือนแรมมาซักถามพอรู้ว่าโดนทำร้ายก็ตกใจสำรวจดูว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง จันทราไม่พอใจกับท่าทีห่วงใยของเมิน เดือนแรมน้ำตาซึมตื้นตันเมื่อเห็นความห่วงใยของพ่อ เมินหันมาตำหนิจันทราและสั่ง
ทุกคนห้ามใช้เดือนแรมออกไปซื้อของอีก จันทราโกรธแค้นมากขึ้น

เดือนแรมมาปรับทุกข์กับเจ๊กอไก่ อยากออกจากบ้านมาอยู่เอง เพราะไม่อยากให้พ่อต้องทะเลาะกับจันทรา อีก...ขณะเดียวกัน ธิติรัตน์ขออนุญาตหม่อมรัตนา จะพาเดือนแรมมาอยู่ในวังเพื่อช่วยงานตน หม่อมท้วงว่าไม่เหมาะเพราะเขามีคู่หมายอยู่แล้ว ธิติรัตน์พูดอย่างมั่นใจว่าคู่หมั้นของตนคือมาหยารัศมี แต่เพ็ญประกายเป็นตัวปลอม หม่อมรัตนามองลูกชายอึ้งๆ

แม้จะถูกสรรชัยกีดขวางเพียงใด ดุจแขก็ไม่ยอมหยุดที่จะช่วงชิงธิติรัตน์กลับคืนมา จารุณีช่วยไปสืบอดีตมาว่า ท่านพ่อของธิติรัตน์ได้หมั้นหมายมาหยารัศมีลูกที่เกิดกับเมินและราศรีไว้ให้ ดุจแขฉุกคิดรู้ว่าไม่ใช่เพ็ญประกาย จึงไปด่าว่าเธอโกหกหลอกลวงถึงบ้าน เพ็ญประกายเถียงไม่ออก ชุติมาเข้ามาช่วยขับไล่ดุจแข กลับไป เพ็ญประกายขอบคุณ แต่ชุติมาเตือนสติ

“ไม่ต้องขอบคุณ แค่เธอเลิกอุปโลกน์เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เธอจะดีกว่า เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ แค่เริ่ม เธอยังเดือดร้อนขนาดนี้ แล้วต่อไปมันจะไม่แย่ยิ่งกว่านี้อีกเหรอ ที่สำคัญ เธอภูมิใจเหรอ ถ้าคุณชายยอมแต่งงานกับเธอเพราะคำว่า มาหยารัศมีไม่ใช่เพ็ญประกาย”

เพ็ญประกายมองตามหลังชุติมาไปด้วยความรู้สึกแน่นจุกอก...ดุจแขกระฟัดกระเฟียดออกมาที่รถหน้าบ้าน เห็นเดือนแรมในชุดนักศึกษากลับมา ก็ตกใจเมื่อรู้ว่า เธออยู่บ้านหลังนี้

เดือนแรมเดินมาเห็นเพ็ญประกายนั่งร้องไห้อยู่ก็เข้ามาถามอย่างห่วงใย เพ็ญประกายระบายความอัดอั้น ออกมาว่า ตนยอมรับว่าอุปโลกน์ตัวเองเป็นมาหยารัศมี แต่ที่กล้าทำเพราะตนรักธิติรัตน์ เดือนแรมอึ้งมองพี่สาวร้องไห้ตัวโยนอย่างเข้าใจ พลัน ธิติรัตน์โทร.เข้ามา เดือนแรม ไม่กล้ารับสาย เพ็ญประกายรู้ทันแกล้งดักคอว่ามีความลับกับตนหรือ เดือนแรมจึงคุยอย่างลำบากใจ โกหกไปว่าตนอยู่มหาวิทยาลัยเพราะเขาจะมาหา ธิติรัตน์จึงบอกว่าเลิกเรียนแล้วให้โทร.กลับมา เดือนแรมวางสาย เพ็ญประกายแกล้งถามว่ามีแฟนแล้วหรือ เธอส่ายหน้าตอบว่าเพื่อน

“ดีแล้ว แรมยังเรียนอยู่อย่าเพิ่งมีเลย อีกอย่างพี่อยากแต่งงานออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝากับคุณชาย ก่อนแรม” เพ็ญประกายแกล้งตอกย้ำก่อนจะเดินจากไป...

ธิติรัตน์ฉุกคิดได้ว่าวันนี้เดือนแรมไม่มีเรียน ทำไมต้องโกหก หรือมีเรื่องอะไร คิดแล้วก็รีบออกไปหาเธอที่บ้าน...บังเอิญ สรรชัยแวะมาหาเดือนแรมและชวนออกไปคุยกันที่ร้านอาหารแถวบ้าน สรรชัยปรับทุกข์เรื่องดุจแข พอดีธิติรัตน์ขับรถผ่านมาเห็น เขาโกรธมากถึงกับสบถ

“เรารึอุตส่าห์เป็นห่วง รีบบึ่งรถมา ที่แท้ก็อยู่กับผู้ชาย ขึ้นชื่อว่าผู้หญิง เชื่อใจไม่ได้จริงๆ”

ด้วยความโกรธ ธิติรัตน์จึงโทร.นัดเพ็ญประกายว่าพรุ่งนี้จะไปทานข้าวด้วย แล้ววางสายทันที เพ็ญประกายยิ้มอย่างห่อเหี่ยวใจ...เดือนแรมลังเลที่จะโทร.หาธิติรัตน์ตามคำสั่งแต่อดไม่ได้ ธิติรัตน์ยังโกรธ ไม่ยอมรับสาย พาลจะเอากล่องจดหมายของเดือนแรมไปทิ้ง แต่พอเห็นผ้าพันคอที่เธอถักให้ ความรู้สึกก็อ่อนยวบลง

วันรุ่งขึ้น ธิติรัตน์มาหาเพ็ญประกายตามนัด เจอเดือนแรมกำลังจะไปเรียน เขามองเธออย่างขุ่นเคือง เดือนแรมบอกเขาอย่างอ่อนโยนว่า เมื่อวานตนโทร.หาเขาแต่เขาไม่รับสาย

“ทำไมฉันต้องรับสายทุกครั้งที่เธอโทร.มา ในเมื่อเธอไม่ได้มีความสำคัญกับฉัน”

“แต่คุณชายมีความสำคัญมากสำหรับแรม”

“บอกทำไม ไม่ได้อยากรู้ ไปบอกคนที่เขาอยากรู้จะดีกว่า” ธิติรัตน์อ่อนลงแต่ยังปากแข็ง

“นอกจากคุณชาย แรมไม่เคยอยากบอกอะไรใคร”

“แต่ฉันว่ามี...และคงมีไม่ต่ำกว่าสิบคน”

เดือนแรมหน้าเหวอ ธิติรัตน์จึงหาว่าเธอร้ายจริงๆ ชอบทำเป็นไร้เดียงสา เดือนแรมเศร้า

“แรมขอโทษค่ะ แต่แรมไม่รู้จริงๆว่าแรมทำอะไรให้คุณชายโกรธอีก ไม่ว่าเรื่องอะไรแรมสาบานค่ะ ว่าแรมไม่ได้ตั้งใจ ถ้าแรมคือคนพิเศษของคุณชาย...คุณชายก็คือคนพิเศษของแรม คนที่แรมเทิดทูนและแรมก็หวังว่า คุณชายจะให้แรมเป็นคนพิเศษเหมือนเดิม”

“ฉันจะทำพิเศษกับคนที่เขาเห็นว่าฉันพิเศษ แต่สำหรับคนที่ไม่เห็นค่าของฉัน ฉันจะไม่ทำ...ไปตามคุณมาหยารัศมี บอกว่าฉันมาแล้ว”

เพ็ญประกายเดินออกมาเห็นสองคนสบตากันอยู่ก็น้ำตาคลอ แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แกล้งใช้เดือนแรมไปจัดของว่างมาต้อนรับทั้งที่รู้ว่าเธอต้องไปเรียน ด้วยความน้อยใจจึงพูดอย่างงอนๆกับธิติรัตน์ว่า

“จริงๆถ้าคุณชายไม่ว่าง ไม่ต้องมาหามาหยาก็ได้นะคะ มาหยาเองก็ไม่ได้ว่างซักเท่าไหร่”

“อ้อ...เหรอครับ” ธิติรัตน์รับรู้แล้วลุกขึ้น “โอเค วันนี้คุณไม่สะดวก ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า” พูดจบเขาก็เดินออกไป ไม่หันมามองแม้แต่เดือนแรม

เพ็ญประกายน้ำตาไหลพราก ชุติมาแอบเห็นหัวเราะชอบใจ เดือนแรมสงสาร รีบตามออกไปบอกธิติรัตน์ว่าเพ็ญประกายแค่งอน แต่เขากลับโต้ว่า

“ฉันก็ไม่อยู่ในฐานะที่ต้องง้อใคร แต่ดูเหมือนเธอจะเชี่ยวชาญเรื่องมารยาหญิงจังเลยนะ  ท่าจะทำบ่อย”

“คุณชายว่าแรมได้ค่ะ แต่แรมไม่อยากให้คุณชายคิดไปว่าพี่มาหยา...”

“เหมือนเธอ” ธิติรัตน์สวน สองคนจ้องตากัน

“ถ้าเหมือนแรม แรมมีแต่ความจริงใจ ความปรารถนาดี ให้คุณชาย” เดือนแรมน้ำตาไหล

ธิติรัตน์อ่อนยวบลง “ฉันอ่านเธอไม่ออกจริงๆ

เดือนแรม ว่าใจจริงแล้วเธอคิดยังไง”

เพ็ญประกายเดินออกมามองสองคนคุยกันอย่างเจ็บแค้นเสียใจ ชุติมาตามมาเยาะเย้ย เพ็ญประกายเริ่มกราดเกรี้ยวรุนแรง ผลักชุติมาตกสระน้ำหัวโขกร้องโอยๆแล้ววิ่งเข้าบ้านไปร้องไห้กับจันทราว่าชุติมาข่มขู่ทำให้จันทราโกรธจะออกไปเล่นงาน

แม้นเทพมาเจอชุติมาร้องโอยๆอยู่ในสระน้ำ ก็เข้ามาถากถางว่าแกล้งใครอีกถึงโดนแบบนี้ ชุติมาทั้งโกรธทั้งน้อยใจ โต้เถียงกับแม้นเทพอย่างเผ็ดร้อนแต่สู้ไม่ได้วิ่งหนีเข้าบ้าน เจอจันทรากระชากผมด่าว่าที่ข่มขู่เพ็ญประกาย แถมด่าว่ามีเลือดชั่วเหมือนพ่อ ชุติมาโต้อย่างเจ็บช้ำ

“ถึงหนูจะมีเลือดชั่วของพ่อแค่ไหน แต่หนูก็ไม่เคยคิดทำร้ายแม่ ทำร้ายน้อง ถึงแม้เพ็ญประกายจะไม่รู้ว่าหนูเป็นพี่เลยก็ตาม” ชุติมาปัดมือจันทราออกแล้ววิ่งหนีออกนอกบ้านไป

แม้นเทพตามมา ได้ยิน จึงตามชุติมาไปอย่างสงสัย แต่พอเห็นเธอร้องไห้ก็สงสาร เนื้อตัวก็เปียกปอนจึงพยายามปลอบ แต่ชุติมาเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดอะไร แม้นเทพจึงไปหาซื้อเสื้อผ้าง่ายๆมาให้เธอเปลี่ยน ระหว่างนั้น แม้นเทพเห็นเจิมยืนพูดโทรศัพท์ทำนองว่า น้องสาวให้สแตนด์บายคอยทำงานให้ งานง่ายๆแต่ได้เงินเยอะ หน้าตาเจิมดูโฉดและโหดเหี้ยม แม้นเทพมองอย่างสงสัย
กลับจากซื้อเสื้อผ้า มาที่รถ แม้นเทพแปลกใจที่ชุติมาไม่อยู่ในรถ มองไปรอบๆเห็นเธอไปนั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่ริมน้ำ จึงเอาเสื้อผ้าไปยื่นให้ ให้เธอไปเปลี่ยนเสียก่อนที่จะไม่สบาย

ชุติมาซาบซึ้งใจ “ขอบคุณ...ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีคนห่วงฉัน”

“เขาอาจจะห่วงแต่เธอไม่รู้ก็ได้”

“ไม่มีหรอก ขนาดแม่...ยังไม่เคยรักไม่เคยห่วงฉัน”

“แม่ทุกคน รักและห่วงลูกทุกคนนั่นแหละ”

“เป็นแค่คำพูดกรอกหูมาให้คนเชื่อ แต่สำหรับคนที่ถูกแม่ปฏิเสธอย่างฉัน รู้ซึ้งดี”

“เธอพูดเหมือนคนถูกแม่ทิ้ง”

ชุติมาน้ำตาไหล นิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะลุกไปหาห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า...แม้นเทพมองอย่างสงสัยว่า จันทรากับชุติมาต้องมีอะไรลับลมคมใน...ชุติมามองเสื้อผ้า ที่แม้นเทพเลือกมาก็พอทำเนา แต่พอเห็นชุดชั้นในที่แนบมาด้วยก็ร้อง

“เฮ้ย...เป็นสาวแล้วนะโว้ย ไม่ใช่อนุบาล” ปากบ่นแต่ก็อมยิ้มอยู่ประปราย...

นั่งมาในรถ แม้นเทพชำเลืองมองใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางของชุติมา ประกอบกับเสื้อผ้าที่ใส่แล้วเหมือนเด็กกะโปโล ก็นึกเอ็นดู ชุติมาเห็นสายตาจึงถาม

“จะพูดอะไรก็ไม่พูด จะถามอะไรก็ไม่ถาม...มองทำไม...”

จนรถเล่นมาจอดในบ้าน ชุติมาถามแม้นเทพอีกครั้ง ว่าจะถามอะไรตนไหม เขากลับตอบว่าไม่อยากรู้อะไร แต่ชมว่าเธอแต่งแบบนี้น่ารักดี ชุติมาขวยเขิน

“ก็...ของพวกนี้มันเหมาะกับเธอ” แม้นเทพอดเหน็บไม่ได้

“ว่าฉันเหมาะกับของราคาถูก ตกลงจะชมหรือด่าเนี่ย...ยังไงก็ขอบคุณมาก...อ่ะ...” ชุติมายื่นถุงให้  แม้นเทพ ถามว่าอะไร

“ฉันเป็นสาวแล้ว ไม่ใช่เด็กอนุบาล เอาไว้ใช้เองเถอะ” พูดจบชุติมาก็วิ่งเข้าบ้าน

แม้นเทพเปิดถุงดูเห็นชุดชั้นในที่ตนซื้อ ก็อมยิ้มตะโกนตามหลังเธอไปว่า...ยัยบ๊องเอ๊ย...ชุติมาวิ่งกลับมาฉกถุงคืน แล้ววิ่งไป  แม้นเทพยิ้มขำๆ...เพ็ญประกายมองภาพความสนิทสนมของสองคนอยู่ตรงหน้าต่างห้องอย่างอิจฉาริษยา

“มีแต่คนมีความสุข แล้วฉัน...พี่ยอมเธอไม่ได้อีกแล้ว เดือนแรม...”

เพ็ญประกายทำทีมาคุยกับจันทรา ว่าไม่ติดใจเรื่องชุติมาแล้ว แต่ไม่ชอบใจที่เดือนแรมมักทำตัวสนิทสนมกับธิติรัตน์ จันทราปรี๊ด

“มันจงใจให้ท่าน่ะสิ”

“คงไม่ใช่หรอกค่ะ แรมอาจไม่ทันระวังตัว มาหยา เป็นห่วงน้องเกรงคนเอาไปนินทา”

“มันได้เชื้อแม่มันมาน่ะสิ จงใจยั่วผู้ชาย คน

มองโลกในแง่ดีเหมือนลูกไม่ทันเกมมันหรอก เดี๋ยวแม่จะจัดการมันเอง” ดวงตาจันทราบ่งบอกถึงความเกลียดชังเดือนแรม...

วันรุ่งขึ้น จันทราพาเจิมมาในบ้าน บอกเมินว่าจะขอให้พี่ชายมาอาศัยสักพัก เมินไม่อยากขัดใจ จึงไม่ว่าอะไร จันทรายิ้มอย่างมีเลศนัยสบตาเจิมอย่างมีแผนร้าย...

ดุจแขเสียใจที่ธิติรัตน์ตัดความสัมพันธ์กับตนทุกทาง จึงเรียกจารุณีมาปรับทุกข์และดื่มจนเมา จารุณีพยายามเตือนสติว่ายังมีคนที่รักเธอคือสรรชัย ดุจแขไม่ยอมฟัง จารุณีกลับออกมาเจอสรรชัยเข้าพอดี จึงบอกให้ไปดูแลดุจแขที สรรชัยถอนใจไม่อยากยุ่งด้วย แต่เพราะความรักที่มีต่อเธอ เขาจึงเข้ามาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้สร่างเมา ดุจแขอาละวาดใส่แถมอาเจียนรด สรรชัยก็ไม่โกรธกลับพาเธอไปล้างตัวและพาเข้านอน จากนั้นก็ไปทำความสะอาดเช็ดพื้นอย่างไม่รังเกียจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 12:31 น.