ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มาหยารัศมี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมิน...นักธุรกิจใหญ่ สูญเสียราศรี ภรรยาซึ่งเพิ่งคลอดลูกเดือนแรมออกมาได้ไม่กี่วัน ทำให้จันทราภรรยาน้อยเลื่อนขั้นมาเป็นคุณผู้หญิงของบ้าน จันทรามีลูกสาวกับเมินชื่อเพ็ญประกายและได้นำหลานสาวชื่อชุติมาเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย เพราะความริษยาเกรงว่าเดือนแรมจะได้ทรัพย์สมบัติไปหมด จันทราจึงพยายามทำให้เมินเชื่อว่าเดือนแรมสติไม่ดีและที่สำคัญ เป็นลูกชู้

ด้วยเหตุนี้ ทำให้เมินแค้นและเสียใจไม่รักเดือนแรมและปล่อยให้จันทรากับชุติมารังแกเดือนแรมมาตั้งแต่เล็ก เดือนแรมมักถูกจับขังในห้องมืดที่เต็มไปด้วยสัตว์น่ารังเกียจ ทั้งตุ๊กแก แมงมุม หนู และแมลงสาบ จันทราหวังว่าความหวาดกลัวจะทำให้เดือนแรมเป็นบ้าไปจริงๆ เพ็ญประกายสงสารน้องสาวร่วมบิดา แอบให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

ทุกอาทิตย์ จันทราจะจัดงานปาร์ตี้ในบ้าน เชิญแขกไฮโซมาเพื่อให้ลูกและหลานได้เข้าสังคมและยกระดับตัวเองไปในตัว...และในงานนี้ ดุจแขเพื่อนสนิทของเพ็ญ–ประกายที่มักจะมาร่วมงานเพราะหวังจะเกาะติดในวงไฮโซด้วยคน ดุจแขเป็นสาวสวยรวยเสน่ห์ เธอมักจะโปรยเสน่ห์ให้หนุ่มๆ ทั้งที่เธอมีคู่ควงอยู่แล้ว คือ ม.ร.ว.ธิติรัตน์ พอจันทรากับชุติมาเห็นธิติรัตน์ก็ตาโต

“คุณน้าคะ...ผู้ชายคนนั้นคือคุณชายธิติรัตน์ ใช่มั้ยคะ” ชุติมาสะกิดถามอย่างตื่นเต้น

“ใช่ นั่นล่ะ คุณชายธิติรัตน์ กมเลศ...แล้วแกถามทำไม”

“ก็...ชุเห็นว่าเขาหล่อมาก หล่อที่สุดในงาน หล่อเหมือนดารา ชุอยากรู้จักเขาค่ะ”

“แต่เขาคงไม่อยากรู้จักแกหรอก” จันทราเห็นเพ็ญประกายเดินผ่านมา จึงรีบเรียก “คุณเพ็ญ ไปต้อนรับคุณชายเร็วลูก”

“พี่ไปด้วยเพ็ญ...”

“คุณเพ็ญ...เธอต้องเรียกคุณเพ็ญว่า คุณเพ็ญ” จันทราเอ็ดชุติมา

ชุติมารับปากหน้างอเกาะแขนเพ็ญประกายจะเดินไป จันทราห้าม และบอกว่าให้เพ็ญประกายไปต้อนรับธิติรัตน์คนเดียว ส่วนเธอให้ไปหาหนุ่มอื่นในงานที่มีชาติตระกูลดีๆเอาใหม่

เดือนแรมในชุดมอมแมม ยกอาหารมาวางบนโต๊ะที่จัดแบบค็อกเทล เห็นแขกเหรื่อกินทิ้งกินขว้างทิ้งไม่ลงถังขยะ ก็เก็บทิ้งอย่างเสียดาย ดุจแขหันมาเห็นหน้าเดือนแรม รู้สึกแปลกใจที่สาวใช้บ้านนี้ หน้าตาหมดจดทั้งที่เนื้อตัวมอมแมม เธอบ่นกับธิติรัตน์แต่เขาไม่สนใจทำหน้าเบื่อ

“เป็นอะไรคะ แขก็ยืนอยู่ข้างๆทำไมคุณชายทำหน้าไม่มีความสุขเอาซะเลย”

“แขก็รู้ว่าผมไม่ชอบงานแบบนี้ ฟุ้งเฟ้อ สิ้นเปลือง แล้วแขดูสิ แต่ละคนกินทิ้งกินขว้างไม่เสียดายเอาเสียเลย แล้วยังทำบ้านเขาสกปรกอีก”

เดือนแรมได้ยินเงยหน้ามองธิติรัตน์อย่างประทับใจ ชุติมากับเพ็ญประกายเดินเข้ามาเดือนแรมรีบหลบ ชุติมาปรี่เข้าทักทายธิติรัตน์ ทำเอาดุจแขกับจารุณีเพื่อนซึ่งยืนอยู่ด้วยทำหน้างงว่าเป็นใคร เพ็ญประกายรู้ว่าชุติมาเสียมารยาทจึงรีบแนะนำว่าเป็นญาติผู้พี่ และขอให้ชุติมาไปดูแลอาหารมาเพิ่มเติม ชุติมาไม่ค่อยพอใจแต่หันมายิ้มหวานให้ธิติรัตน์แถมบอกว่าเดี๋ยวตนมาคุยด้วย...ชุติมา มาระบายอารมณ์ใส่เดือนแรมในครัว จนจันทราให้จับเดือนแรมขัง

ห่างออกมาในบริเวณเดียวกัน เป็นบ้านของมะลิ ซึ่งเป็นพี่สาวของเมินอยู่กับร้อยโทแม้นเทพลูกชาย ทั้งสองได้ยินเสียงอึกทึกก็รู้ว่าจันทราจัดงานปาร์ตี้อีกแล้ว พิมแม่บ้านที่มักจะมาดูแลปรนนิบัติมะลิบ่นว่า จัดงานทีไร เดือนแรมเหนื่อยหนักทุกที มะลิไม่พอใจสั่งพิมไปพาตัวเดือนแรมออกมา ถ้าใครโวยก็บอกไปว่า ตนให้มาหา แม้นเทพเห็นว่า เรื่องนี้ตนควรไปทำเองจะดีกว่า
จันทรา ชุติมา และแป้นสาวใช้เดินกลับมาจากห้องเก็บของที่ขังเดือนแรม ชะงักเมื่อเจอแม้นเทพ พอเขาถามหาเดือนแรม จันทราตอบอย่างอึกอักว่า ตนใช้ให้ไปซื้อของ ชุติมารีบเสริม

“ก็ของที่ต้องใช้ในงานเลี้ยงน่ะค่ะ พี่ต้อม”

“ฉันชื่อแม้นเทพ...พี่ต้อม ฉันอนุญาตให้แรมเรียกเท่านั้น” แม้นเทพพูดอย่างไว้ตัว ถามจันทราอีกครั้งว่า เดือนแรมไปซื้อของที่ไหน

“ไม่ทราบค่ะ ดิฉันมีหน้าที่สั่งอย่างเดียว”

“งั้นวันหลังคุณจันทราก็กรุณาทำด้วยนะครับ เพราะแรมเป็นลูกสาวของน้าเมิน ไม่ใช่คนใช้ ถ้าแรมกลับมา บอกว่าคุณแม่ของผมให้หา” พูดจบแม้นเทพเดินกลับไป

ชุติมามองตามหลังแม้นเทพอย่างขุ่นเคือง ที่เขาแสดงออกถึงความรังเกียจตนอย่างเห็นได้ชัด...ด้วยความอึดอัด ธิติรัตน์จึงออกมายืนนอกงาน ดุจแขยังอยากกลับเข้าไปในงาน พอเห็นแม้นเทพเดินผ่านมาก็รีบทักทายอย่างโปรยเสน่ห์ ธิติรัตน์มองอย่างหึงหวงไม่ค่อยพอใจ

“คุณต้อม เมื่อไหร่จะไปทานข้าวบ้านแขคะ คุณพ่อถามถึงคุณต้อมทุกวัน”

“ช่วงนี้ผมยุ่งมาก ฝากขอบคุณท่านด้วยนะครับที่นึกถึง เชิญตามสบายนะครับ”

แม้นเทพเลี่ยงไป ดุจแขหน้าเสียบ่นกับจารุณีว่าทำไมแม้นเทพไม่สนใจตน จารุณีตอบอย่างหมั่นไส้ว่า เพราะเธอมากับธิติรัตน์ใครจะกล้ามาตีสนิท ดุจแขนึกได้ว่าคงจริงจึงยิ้มกริ่มเดินไปหาธิติรัตน์...ขณะนั้นมีเสียงร้องของเดือนแรมดังแว่วมา ธิติรัตน์แปลกใจดุจแขเล่าว่าเท่าที่ตนรู้ เพ็ญประกายมีน้องสาวที่เป็นบ้าจึงถูกขังไว้เพื่อไม่ให้หนีไปเป็นอันตรายที่ไหน พอดีชุติมากับเพ็ญประกายเดินมาชวนทั้งสองกลับเข้าไปในงาน  เพ็ญ–ประกายได้ยินเสียงเดือนแรมก็ถามชุติมาทันทีว่า ขังเดือนแรมอีกแล้วหรือ ชุติมาทำเป็นไม่รู้เรื่อง เพ็ญประกายจึงตรงดิ่งไปช่วยเอาตัวเดือนแรมออกมาจากที่คุมขัง โดยแป้นที่เฝ้าอยู่ไม่กล้าขวาง

เสร็จงานเลี้ยง จันทราตำหนิเพ็ญประกายที่ปล่อยตัวเดือนแรม เพ็ญประกายตอบว่าตนสงสารน้อง จันทราแว้ดทันที

“เดือนแรมไม่ใช่น้องของแก แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับมณีกุลแม้แต่นิดเดียว”

“ทำไมคุณแม่พูดอย่างนี้คะ ในเมื่อแรมเป็นลูกสาวของคุณราศรี ภรรยาคุณพ่อ”

“นังแรมไม่ใช่ลูกนังราศรี บอกแล้วไงมันไม่เกี่ยวกับมณีกุล หัวนอนปลายเท้ามาจากไหนก็ไม่มีใครรู้ ถ้าแกไม่อยากให้นังแรมมันชุบมือเปิบเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากแก แกต้องช่วยแม่กำจัดมัน” คำบอกเล่าของจันทราทำให้เพ็ญประกายงุนงงสงสัย

ooooooo

ณ วังศิลาลาย...หม่อมรัตนานั่งเช็ดถูเครื่องประดับอยู่ ธิติรัตน์เข้ามาบอกว่า ตนอยากหมั้นกับดุจแข หม่อมตกใจพยายามพูดให้ลูกชายโอนอ่อนว่า ให้ไป เรียนจบกลับมาก่อนจะดีกว่า ธิติรัตน์หวั่นใจว่าการไปเรียนถึงห้าปีของตน จะทำให้ดุจแขเปลี่ยนไป

“ต่อให้แต่งงานไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นได้ หากรากรักมันยังไม่ฝังลึก ความรักยังมั่นคงไม่พอ แม่อยากให้ชายกับหนูแขเรียนรู้ใจกันและกัน รวมทั้งเรียนรู้หัวใจของตัวเองให้มากกว่านี้”

แต่พอธิติรัตน์นำความมาบอกดุจแขและขอให้เธอไปเรียนต่อด้วยกัน ดุจแขผิดหวังเพราะที่ต้องการรีบแต่งงาน เพื่อพยุงฐานะครอบครัวตัวเองที่กำลังจะล้มละลาย เธออ้างว่าหัวไม่ดีไม่อยากเรียน...เมื่อเขตพ่อของดุจแขรู้ จึงแนะนำชายคนใหม่ให้ลูกสาว คือ สงคราม พิชิตชัย แม้จะแก่ไปหน่อยแต่เป็นนักธุรกิจพันล้าน...ดุจแขออกเดตกับสงครามในทันที

คืนนั้น เดือนแรมตัดสินใจมาขออนุญาตเมินเรียนต่อ โดยตนจะทำงานส่งเสียตัวเอง จันทราพยายามพูดว่าคนบ้าจะเรียนต่อได้อย่างไร เมินเห็นด้วยจึงไม่อนุญาต จันทราให้ชุติมาลากเดือนแรมไปขัง เดือนแรมดิ้นรนต่อสู้วิ่งหนีตากฝนออกมาจากบ้าน เจอชายฉกรรจ์สองคนจะลวนลาม เธอตกใจร้องกรี๊ดวิ่งเตลิดมาโดนรถของธิติรัตน์เฉี่ยวล้มสลบไป

ธิติรัตน์อุ้มเดือนแรมมาที่บ้านพี่สาวคือธิดา เพราะสามีเป็นหมอ เกรียงตรวจอาการเดือนแรมพบว่าไม่บาดเจ็บตรงไหน เพียงแค่ตกใจแต่ไข้ขึ้นสูง เดือนแรมเพ้อร้องไห้อย่างน่าสมเพช

“อย่า...อย่าขังแรม แรมกลัว...คุณพ่อขา...แรมไม่ได้บ้า แรมไม่ได้บ้าค่ะ คุณพ่อไม่รักแรม คุณพ่อเกลียดแรมเหมือนคุณน้า คุณพ่อเกลียดแรม”

ธิติรัตน์เฝ้าดูอาการและเช็ดตัวให้เดือนแรมเกือบทั้งคืนด้วยความสงสาร พอเธอรู้สึกตัวขึ้นมาเห็นหน้าเขาก็ตกใจผลักเขาออกอย่างแรง ธิติรัตน์หัวโขกเตียงแต่ยังคว้ามือเดือนแรมไม่ให้หนี เธอจึงล้มมาทับบนตัวเขา ธิดากับเกรียงเปิดประตูเข้ามาตกใจกับภาพที่เห็น...ธิดาอธิบายทุกอย่างให้เดือนแรมฟัง เธอเริ่มจำได้ว่าธิติรัตน์คือคนที่เคยมาร่วมงานที่บ้าน เธอกราบขอบคุณเขาที่ไม่ ทิ้งตนไว้ริมถนน ธิติรัตน์ถามว่าบ้านอยู่ไหนจะไปส่ง เดือนแรมร้องไห้ถดถอยลนลาน ขอร้องธิดาอย่าส่งตนกลับเพราะไม่มีใครรักตน พ่อก็ไม่รัก เกรียงท้วงว่ามีพ่อที่ไหนไม่รักลูก

“พ่อของแรมค่ะ ตั้งแต่จำความได้ พ่อเรียกแรมว่าเด็กบ้า เด็กสกปรก คุณพ่อไม่เคยกอดแรม ไม่เคยลูบผมแรมเหมือน...คุณชาย” เดือนแรมเล่าถึงความเจ็บช้ำที่ตนได้รับตลอดเวลาสิบห้าปีที่ผ่านมา และขอทำงานให้ที่บ้านนี้แลกกับที่พัก

สามคนออกมาปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไรดี ธิติ–รัตน์ขอให้ธิดาอุปการะเดือนแรมไว้ โดยตนจะออกค่าใช้จ่ายและค่าเล่าเรียนให้เอง เกรียงเองก็เอ็นดูเดือนแรมจึงไม่ขัดข้อง...ธิติรัตน์ซื้อเสื้อผ้าข้าวของมาให้เดือนแรม เธอถึงกับน้ำตาไหล ตื้นตันเพราะไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน แม้แต่พ่อของตัวเอง เดือนแรมได้รับความเอ็นดูจากธิดาและเกรียงเป็นอย่างดี และธิติรัตน์ยังพาเธอไปเที่ยวที่ต่างๆที่เธอไม่เคยได้ไปเลย เธอจึงตั้งใจทำงานทุกอย่างในบ้านตอบแทน ธิติรัตน์ขอเพียงอย่างเดียวจากเดือนแรมคือ ให้เธอตั้งใจเรียน อนาคตจะได้สดใส

วันหนึ่ง ดุจแข โทร.หาธิติรัตน์ รู้ว่าเขาอยู่บ้านธิดาแวะมาหา ดุจแขเห็นเดือนแรมก็จำได้ว่าเป็นคนที่บ้านมณีกุล เธอรีบรายงานจันทราเพื่อให้เอาตัวกลับจะได้ ออกห่างจากธิติรัตน์ ธิติรัตน์บอกเดือนแรมว่า เกรียงตรวจเช็กร่างกายเธอแล้ว ไม่ได้บ้า เดือนแรมดีใจแต่ที่บ้านคงไม่มีใครเชื่อ อาทิตย์หน้าธิติรัตน์ต้องไปเรียนต่ออเมริกา ห้าปีถึงจะกลับมา เดือนแรมเศร้าซึม เธอแอบถักผ้าพันคอไหมพรมสีชมพูไว้ให้เขาเป็นที่ระลึก

หม่อมรัตนามอบกำไลทองคำขาวประดับเพชร สลักชื่อมาหยารัศมีแก่ธิติรัตน์ ให้เขาเก็บเอาไว้ กลับมาเมื่อไหร่จะบอกว่ามาหยารัศมีเป็นใคร สำคัญกับเขาอย่างไร เขาได้แต่งุนงง

มะลิมาต่อว่าเมินที่ไม่รู้จักไปตามหาลูก ทั้งที่หายไปหลายวันแล้ว เพ็ญประกายรีบบอกรู้แล้วว่าเดือนแรมอยู่ที่ไหน แต่พอดีเกิดอุบัติเหตุกับจันทราเสียก่อน มะลิรู้ทันว่าจันทราถ่วงเวลาไม่อยากให้เมินรู้...เมินมาลากตัวเดือนแรมกลับ เธออ้อนวอนขออยู่ที่บ้านธิดา เกรียงพยายามพูดไกล่เกลี่ยว่ายินดีจะดูแลเดือนแรมเป็นอย่างดี แต่เมินรู้สึกเสียหน้าจึงว่านี่เป็นเรื่องในครอบครัว

“ทราบครับว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวของคุณ แต่คนในครอบครัวก็ใช่ว่าจะทำอะไรกับเด็กก็ได้ โดยเฉพาะคนเป็นพ่อ”

จันทราโวยจะแจ้งความว่าเกรียงล่อลวง หน่วงเหนี่ยวแถมจะทำมิดีมิร้ายเดือนแรม ทั้งเกรียงและธิดาอึ้ง เพราะเดือนแรมอายุเพิ่งสิบห้า พวกตนทำอะไรไปก็จะกลายเป็นพรากผู้เยาว์ เดือนแรมจำต้องกลับไป...ธิติรัตน์หอบเครื่องเรียนมาให้เดือนแรม จึงรู้ว่าเธอถูกเอาตัวกลับไปแล้ว เขาเสียใจแต่ทำอะไรไม่ได้ เดือนแรมฝากผ้าพันคอไว้ให้ ธิติรัตน์มองผ้าอย่างเศร้าใจ...

ทั้งจันทราและชุติมายิ่งกลั่นแกล้งเดือนแรมสารพัด เมินเริ่มรู้สึกสงสารแต่ยังคาใจที่ว่าเป็นลูกชู้จึงตัดใจ ทุกครั้งที่เดือนแรมโดนขัง เพ็ญประกายจะคอยมาช่วยพาน้องออกไป

เดือนแรมได้เรียนหนังสือจากการสนับสนุนของธิติรัตน์ ธิดาเรียกเธอมารับจดหมายที่ธิติรัตน์ส่งมาให้ เดือนแรมดีใจมาก เพราะมันเป็นกำลังใจให้เธอสู้ชีวิตต่อไป จดหมายของเขาพร่ำบอกให้เธอเข้มแข็ง และเชื่อมั่นว่าสักวันจะได้พ่อที่รักเธอที่สุดกลับมา เดือนแรมเดินกอดจดหมายกลับมาบ้าน ชุติมาเห็นเข้าไปแย่งจดหมายเอามาฟ้องจันทราว่าเดือนแรมแอบเขียนจดหมายนัดแนะกับผู้ชาย จันทราไม่ทันมองว่าใครเป็นคนเขียนมา อ่านแล้วก็ฉีกทิ้งโปรยใส่หน้า เดือนแรมน้ำตาร่วง เก็บเศษกระดาษไปแปะติดให้เหมือนเดิมและเก็บไว้เป็นกำลังใจ...

ไม่นาน ดุจแขแต่งงานกับสงครามออกข่าวใหญ่โต ธิติรัตน์เสียใจแทบเสียผู้เสียคน เดือนแรมเขียนจดหมายหาเขาแต่เพราะความเสียใจ ทำให้ธิติรัตน์เมามายไม่สนใจอะไรที่ส่งมา

จันทราเห็นว่าธิติรัตน์พ้นจากดุจแขแล้ว จึงพยายามพูดให้เมินคุยกับหม่อมรัตนาเรื่องการแต่งงานของธิติรัตน์กับมาหยารัศมี โดยให้เพ็ญประกายสวมรอยเป็นมาหยา–รัศมี ระหว่างที่คุยกันเดือนแรมเข้ามาขออนุญาตว่าจากนี้ต้องกลับดึกเพราะทำงานพิเศษ เมินสะกิดใจคงเดือดร้อนเรื่องเงิน อยากจะให้แต่ไม่กล้าพูดออกไป จึงทำเป็นเตือนว่าเป็นผู้หญิงกลับดึกอันตราย จันทราไม่พอใจรีบดักคอว่าเดือนแรมทำถูกแล้ว อยากได้เงินก็ต้องทำงาน แล้วทำเป็นสอนว่าอย่าไปยั่วยวนใครก็ไม่มีอันตราย เดือนแรมรู้ว่าโดนเหน็บเดินตัวลีบออกไป

ooooooo

ร้านไอศกรีมในห้างแห่งหนึ่ง ธิดากับเกรียงพบเดือนแรมทำงานอยู่ ก็ชื่นชมในความขยันขันแข็งของเธอ ธิดามอบเงินหมื่นบาทที่ธิติรัตน์ส่งมาให้เป็นค่าเล่าเรียนแก่เธอ แต่เธอไม่ขอรับ ธิดาจึงตำหนิว่า อย่าให้ธิติรัตน์เสียความตั้งใจ เธอควรตอบแทนด้วยการตั้งใจเรียน แม้นเทพแวะมารับเห็นการสนทนาของทั้งสามคน เขารู้สึกไม่ชอบใจ ระหว่างกลับบ้าน เขาบอกเดือนแรมว่าทีหลังขาดเหลืออะไรให้บอกตน อย่าไปรบกวนคนอื่น

“แรมทราบค่ะพี่ต้อม ยิ่งคุณชายดีกับแรมเท่าไหร่ แรมก็ยิ่งเกรงใจ”

“ดูแรมจะเทิดทูนคุณชายอะไรนั่นมากเลยนะ”

“ค่ะ คุณชายเป็นผู้มีพระคุณต่อแรมและคุณชายก็สอนแต่สิ่งดีๆให้กับแรม”

“ทำยังกับชีวิตนี้แรมเพิ่งเจอคนดีคนเดียว กับพี่...

พี่ไม่เคยสอนสิ่งดีๆให้กับแรมหรือไง”

เดือนแรมมองแม้นเทพงงๆ เขารู้ตัวรีบบอกให้เธอเข้าบ้านไปพักผ่อน คราวหลังมีอะไรให้บอกพี่ชายคนนี้ ชุติมายืนมองอย่างไม่พอใจ พอแม้นเทพเดินมาก็หัวเราะเยาะ

“ถึงใส่แว่นตาดำก็ไม่มิดนะคะพี่ต้อม สายตาที่มองเดือนแรม ห่วงซะ...”

“แล้วตอนนี้ฉันไม่ใส่แว่นดำ เธอเห็นชัดมั้ยชุติมาว่าฉันมองเธอยังไง”

“ถ้ามองกันอย่างนี้ ด่ามาเลยซะยังดีกว่า”

“ดีแล้วที่แปลออก แต่ฉันเป็นผู้ชายจะด่าผู้หญิงคงไม่เหมาะ ไปกินปลาเยอะๆแล้วกัน เธอจะได้มีความจำดีขึ้น...พี่ต้อม...ฉันให้แรมเรียกเท่านั้น” แม้นเทพเดินไป ชุติมายืนตัวสั่นรู้ว่าถูกด่า

ไม่นาน ดุจแขก็ออกลายแอบมีสัมพันธ์กับสรรชัย หลานชายของสงคราม สองคนเริงชู้กันเป็นประจำ วันหนึ่ง สงครามจับได้เสียใจถึงกับหัวใจวายตาย ธิดาอ่านข่าวเจอ กังวลใจเพราะธิติรัตน์กำลังจะกลับมา เกรงว่าดุจแขจะกลับมาวอแวอีก...

แล้วธิติรัตน์ก็กลับมากราบขอโทษหม่อมรัตนาที่ทำให้ทุกข์ใจ และถามเรื่องมาหยารัศมี หม่อมรัตนาเห็นว่าสมควรแก่เวลาจึงเล่าว่า...เมินกับท่านพ่อเป็นเพื่อนรักกัน และเมินก็เคยช่วยชีวิตท่านพ่อไว้จากการโดนปล้นชิงทรัพย์จนถูกยิง ขณะนั้น ราศรีท้องแก่ พอคลอดลูกออกมาเป็นหญิง ท่านพ่อจึงตั้งชื่อให้ว่ามาหยารัศมี และตกลงจะให้แต่งงานกับธิติรัตน์

“เป็นความประสงค์ของท่านพ่อ แต่ตอนนี้ จะตัดสินใจอย่างไร แม่สุดแล้วแต่ชาย”

“ผมรู้ว่าสิ่งที่ท่านพ่อกับคุณแม่ตั้งใจทำให้ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผม ผมจะแต่งงานกับมาหยารัศมี” ธิติรัตน์สิ้นศรัทธาในความรักเสียแล้ว

หม่อมรัตนาปลาบปลื้มดีใจ แต่ยังกังวลเพราะไม่ได้ติดต่อเมินมานาน รู้ว่าแอบมีภรรยาและลูกมาก่อน จึงทำใจมองหน้าไม่ได้ ธิติรัตน์คิดว่าตนจะเป็นฝ่ายไปติดตามเรื่องนี้เอง...เขามาด้อมๆมองๆหน้าบ้านมณีกุล แล้วนึกได้ว่าบ้านนี้ตนเคยมากับดุจแขเมื่อห้าปีก่อน ชุติมาออกมาเจอ ดีใจยกใหญ่ พอจันทรารู้ว่าธิติรัตน์มาถึงบ้านก็ยิ่งคะยั้นคะยอให้เมินเห็นแก่อนาคตของลูกยอมให้เพ็ญประกายเป็นมาหยารัศมี เพื่อจะได้แต่งงานกับคนดีๆ เมินนิ่งครุ่นคิด

จันทรามาบอกเพ็ญประกายว่าจะเรียกเธอว่ามาหยารัศมี เพราะเป็นอีกชื่อของเธอ

“อย่างที่แม่เล่าให้ฟังน่ะจ้ะ เป็นชื่อที่รู้จักกันเฉพาะครอบครัวของเรากับของคุณชาย ที่แม่ยังไม่เคยบอกเพ็ญ เพราะก่อนหน้านั้น คุณชายมีแฟนอยู่ ผู้ใหญ่เลยไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ตอนนี้คุณชายพร้อมสำหรับเพ็ญแล้วลูก” จันทราเกลี้ยกล่อม แต่เพ็ญประกายกลับบอกว่าตนไม่พร้อม...

ระหว่างนั้น บังเอิญเมินได้ช่วยเหลือสุดใจที่มาเป็นลมข้างรถ และพาส่งบ้าน สุดใจบ่นว่าตนไม่มีความสุขมาเกือบยี่สิบปีแล้วเพราะบาปในใจ เมินแปลกใจบาปอะไรทำให้คนทุกข์ได้ขนาดนี้ เขากลับมาเล่าให้จันทราฟัง จันทราสังหรณ์ใจว่าเป็นสุดใจพยาบาลเมื่อยี่สิบปีก่อน จึงแวะไปหา สุดใจตกใจมากบอกจันทราว่าตนเก็บความลับมาตลอดยี่สิบปีไม่เคยไปวุ่นวายกับเธอ จันทรารู้แต่ยังกลัวความลับจะรั่วไหลจึงส่งเงินขอให้เธอไปจากที่นี่ สุดใจไม่อยากไปไหนอีก

“ฉันจำเหตุการณ์ทุกอย่างได้ เสียใจจนถึงทุกวันนี้ ฉันไม่น่าทำอย่างนั้นเลย เพราะถึงฉันจะไม่ได้เป็นพยาบาลจริงๆแต่ถ้าฉันอยู่ตรงนั้น ฉันก็คงไปตามหมอมาช่วยและคุณราศรีก็คง...”

“ไม่ตาย...ดีเท่าไหร่แล้ว ที่ตอนนั้นฉันช่วยพูดให้เรื่องทุกอย่างมันจบๆไป ไม่ยังงั้นสามีของคุณราศรีก็คงเอาเรื่องเธอติดคุกหัวโต”

สุดใจน้ำตาร่วงคิดถึงอดีตที่พลาดร่วมมือกับจันทรา เพียงเพราะเธอรู้ว่าตนไม่จบพยาบาลจริงๆ แต่มาทำหน้าที่ดูแลราศรี และช่วงนั้นที่บ้านมีปัญหาต้องใช้เงิน จันทราให้เงินจ้างให้อุ้มลูกราศรีออกไป นั่นเป็นบาปที่ทำให้เธอทุกข์มาจนบัดนี้...

จากการตัดสินใจของธิติรัตน์ ธิดาเตือนน้องชายว่าแต่งงานโดยไม่มีความรักจะเป็นการทำร้ายฝ่ายหญิง ธิติรัตน์กลับโต้ว่าเขาไม่แคร์ ผู้หญิงที่เขาแคร์มีเพียงพี่กับแม่เท่านั้น ธิดาจึงถามว่าลืมเดือนแรมแล้วหรือ เธอ เป็นเด็กดีสมความตั้งใจ ไม่เชื่อให้ไปดูที่ร้านที่เธอทำงาน...ธิติรัตน์กลับไป เดือนแรมก็โผล่มา เอาผลการเรียนที่ได้เกรดเอทุกวิชามาฝากธิดาส่งให้ธิติรัตน์ ธิดาจึงบอกว่าเขากลับมาแล้ว เดือนแรมดีใจมาก

วันต่อมา ที่ร้านส่งเดือนแรมเข้าประกวดมิสทีน แฟรี่ดอลลี่ที่ห้างจัดขึ้น เผอิญธิติรัตน์แวะมา เห็นเด็กสาวเดินโชว์รูปร่างบนเวทีก็มองอย่างดูถูกและหวังว่าเดือนแรมจะไม่เป็นอย่างนั้น แต่เธอเห็นเขาจากบนเวที ทำให้การแสดงผิดพลาด โชคดีที่พิธีกรช่วยแก้สถานการณ์ให้...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 21:51 น.