ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาสีมุก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ไข่มุกเอาแต่เดินหนีไม่กล้าสู้หน้าคีรินทร์ นึกว่าเขารู้ความลับเรื่องที่ตนเป็นคุณลูกไก่ตัวปลอม ที่ไหนได้... พอเขาพล่ามต่อไปเธอถึงกับแอบเป่าปากโล่งใจ เขาแค่สงสัยเรื่องคิวบู๊ที่เธอใช้เล่นงานเขาเมื่อคืนว่าไปเรียนมาจากไหน หรือว่ามีกิ๊กเป็นผู้ชายในกองถ่ายหนัง

หญิงสาวฟังแล้วส่ายหน้าเซ็งๆ ไม่ว่าเขาจะสงสัยอะไรแต่สุดท้ายก็มาลงด้วยเรื่องหึงหวงหาว่าเธอเจ้าชู้หลายใจ ทั้งที่ความจริงที่พูดมาทั้งหมดนั้นตัวเองชัดๆ

คีรินทร์ไม่ไว้ใจเพราะรู้กิตติศัพท์ความเปรี้ยวซ่าของลูกไก่มาพอสมควร แต่ไม่รู้ว่าลูกไก่ที่อยู่ตรงหน้าคือตัวปลอม ไข่มุกไม่อยากต่อความยาวพยายามเดินหนีแต่เขายังตามติด กระทั่งเหลือบไปเห็นวัฒนาเดินมาเขารีบคว้าตัวเธอมาจูบอย่างดูดดื่มแล้วยักคิ้วข่มวัฒนาก่อนจะเดินไป

ความน่ารักเรียบง่ายติดดินของไข่มุกเป็นเสน่ห์ทำให้คีรินทร์หลงรักเธอโดยไม่รู้ตัว เขาพยายามหาโอกาสอยู่ใกล้เธอ วันหยุดอยู่บ้านก็ขลุกอยู่กับเธอ แกล้งให้สอนรำมวยจีนแล้วฉวยโอกาสกอดหอมเธอ...วันนี้ขณะทั้งคู่ออกกำลังกายอยู่ที่บ้าน ช้อยวิ่งมารายงานคีรินทร์ว่ามีแม่ค้าแก่ๆที่ไหนไม่รู้มาถามหาลูกสาวที่ชื่อไข่มุก

ไข่มุกได้ยินถึงกับหน้าเสีย นึกรู้ว่าเป็นวันดีแน่ พอตามคีรินทร์ออกมาก็พบว่ามณีกับวันดีกำลังต่อปากต่อคำกันมันหยด มณียืนยันที่นี่ไม่มีคนชื่อไข่มุก แต่วันดีโวยลั่นว่าต้องมี มันเพิ่งแต่งงานกับลูกชายบ้านนี้ พูดแล้วเหลือบเห็นไข่มุกเลยทำท่าจะชี้บอกแต่ไข่มุกรีบวิ่งเข้ามาเอามืออุดปากเสียก่อน

มณีเห็นท่าทีคุ้นเคยของทั้งคู่ก็สงสัยว่ารู้จักกันด้วยหรือ แล้วรู้จักไข่มุกด้วยหรือเปล่า คีรินทร์บอกว่าไข่มุกเป็นหลานชลลดา มณีถึงกับเบ้หน้ารังเกียจ ไม่คิดว่าหลานของไฮโซชลลดาจะมีแม่เป็นแม่ค้าตลาดสดแบบนี้ วันดีโกรธจัดแกะมือไข่มุกออกเพื่อจะตอบโต้แต่กลับโดนไข่มุกลากตัวออกไปคุยกันสองคน

ไข่มุกกลัวความแตกที่จู่ๆวันดีโผล่มาถึงบ้าน วันดีไม่สนตั้งหน้าแบมือขอเงินลูกเดียว เหลือบเห็นคีรินทร์เดินมาก็ปรี่ เข้าใส่ทำประจ๋อประแจ๋ชื่นชมเพื่อตีซี้ขอเงิน อ้างว่าตนเดือดร้อนช่วงนี้ขายของแทบไม่ได้ ไม่มีเงินทำทุน ไปกู้มาก็สู้ดอกไม่ไหว เลยอยากจะขอยืมเงินไปต่อทุนสักห้าหมื่น

คีรินทร์เกี่ยงว่ามากเกินไป ให้ได้แค่ค่ารถห้าร้อยบาท ที่เหลือให้ไปเอากับลูกสาวตัวเองแล้วอย่ามาวุ่นวายกับลูกไก่เมียของตนให้มากนัก ไม่งั้นตนจะฟ้องคุณชลลดา วันดีฉุนกึกทำท่าจะปรี๊ดแตกแต่ไข่มุกรีบเอามือปิดปาก แกเลยได้แต่ฮึ่มฮั่มไล่หลังคีรินทร์ที่ผละไป หาว่าเขาดูถูกตน และถ้าวันนี้ตนไม่ได้ห้าหมื่นก็จะแฉให้ความแตกไปเลย ไข่มุกจนใจต้องกลับขึ้นห้องค้นหาเงินตัวเอง แม้แต่เหรียญก็เก็บเกลี้ยงรวมแล้วได้ไม่มาก คีรินทร์อดสงสารไม่ได้ควักเงินห้าหมื่นให้เพราะเธอเป็นเมียเขา

วันดีลิงโลดตาพองก๋ารับเงินจากไข่มุก มณีโผล่มาด้อมๆมองๆเห็นเงินเป็นปึกในมือวันดีก็ตาโตเดินปรี่เข้าไปถามว่าเงินอะไร เอามาจากไหน

“อยากรู้ก็ถามลูกสะใภ้หล่อนสิยะ ไปละนะหลานรัก” วันดียิ้มเย้ยมณีและบอกลาไข่มุกก่อนเดินร้องเพลงออกไปอย่างอารมณ์ดี พอมณีรู้ว่าเป็นเงินคีรินทร์ก็เสียดายแทบเป็นลม บ่นเป็นคุ้งเป็นแควจนลูกผัวทนไม่ไหวหาทางเลี่ยงออกจากบ้าน โดยคีรินทร์ดึงเอาไข่มุกไปด้วย

ooooooo

ครั้งก่อนไปบ่อนแล้วเล่นได้มาเยอะ ชลลดาติดใจย้อนกลับไปอีกโดยมีภัททิมาหรือลูกไก่ติดสอยห้อยตามไปด้วยเพราะอยากรวยเหมือนแม่ แต่กลายเป็นว่าคราวนี้เจ๊งทั้งคู่แถมยังเป็นหนี้บ่อนอีกห้าแสน พอกลับมาบ้านเห็นพิพัฒน์นั่งเอกขเนกกินขนมดูทีวีสบายใจเฉิบก็ยิ่งหัวเสีย ไล่ตะเพิดเขาออกจากบ้านและห้ามกลับมาที่นี่อีกถ้าไม่มีเงิน

เมื่อถูกแฟนกับแม่เฉดหัว พิพัฒน์หวังไปพึ่งไข่มุกถึงโรงแรมจะให้เธอช่วยฝากงาน ไข่มุกหนักใจแต่ปฏิเสธไม่ได้เพราะเขาขู่จะแฉความลับที่เธอเป็นแค่สาวใช้แต่ได้มาเป็นเมียเจ้าของโรงแรม เมื่อไข่มุกมาเอ่ยปากกับวัฒนาเพราะคีรินทร์ไม่ว่าง วัฒนายินดีรับพิพัฒน์ทำงานในฝ่ายจัดเลี้ยง พอคีรินทร์รู้ก็ไม่ว่าอะไร แต่ไม่พอใจเมียของตนที่ไม่มาบอก พาลพาโลว่าเธอคงอยากใกล้ชิดวัฒนาเพราะติดอกติดใจหลังจากไปกินข้าวด้วยกันวันนั้น

ไข่มุกคร้านจะเถียงด้วย เดินหนีไปทำงานแล้วตกเย็นก็แวะไปที่บ้านชลลดา ปรากฏว่าสองแม่ลูกเห็นรถมาจอดนึกว่าเป็นเจ้าหนี้จากบ่อนจึงซ่อนตัวหัวซุกหัวซุน ก่อนจะออกมานั่งเทศนาไข่มุกอยู่นานสองนาน แถมเม้าท์พาดพิงไปถึงมณีขี้เหนียว ชอบวางท่าผู้ดีแต่ตัวจริงเค็มยิ่งกว่าตำแยแช่น้ำเกลือ

“แสดงว่าชีแร้งส์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เออนี่ไข่มุก แกว่าห้องไหนในบ้านนั้นสวยสุด สำรวจมาหรือยัง เอาห้องใหญ่ๆนะ ฉันของเยอะ”

“คุณลูกไก่ถามทำไมคะ จะเข้าไปอยู่เหรอ...แต่ว่าบ้านนั้นจะยอมเหรอคะ”

“ไม่ยอมก็ต้องยอม แกนั่นแหละไปออดอ้อนผัวแกให้พวกฉันหน่อย หัดใช้ลูกไม้ซะบ้าง อย่ามัวแต่ทื่อเป็นท่อนไม้”

“ฉันอ้อนไม่เป็น แล้วอ้อนไปก็คงไม่ได้หรอกค่ะ”

“ทำไม แกคิดจะกันท่าฉันไม่ให้สนิทสนมกับผัวแกเหรอ” ภัททิมาเริ่มเสียงขุ่น

“ได้ดีแล้วอย่าคิดจะทิ้งกันเชียวนะยะ ความลับแกอยู่ในมือฉัน เจอฉันแฉเข้าไปแกได้ถูกเฉดหัวออกจากบ้านนั้นแน่ แกจะไปทำยังไงก็ได้ ออดอ้อนออเซาะ มารยามีเท่าไหร่ใส่ไปให้หมด เบิกทางให้พวกฉัน ไม่งั้นโดนดี” ชลลดาสำทับเสียงเขียว จ้องหน้าไข่มุกอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

ไข่มุกกลับมาบ้านคีรินทร์ด้วยความหนักใจ ร่วมโต๊ะอาหารกับทุกคนตัวลีบ อยากพูดเรื่องที่ชลลดากับภัททิมาต้องการก็ไม่กล้า อึกอักจนคีรินทร์สงสัยว่าเป็นอะไร หรือว่าไปเยี่ยมแม่แล้วไม่เจอ คงไปบ่อนอีกตามเคย ไข่มุกยิ่งหน้าเสีย เขมทัตเห็นดังนั้นก็เปลี่ยนเรื่อง อนุญาตให้เธอชวนแม่มากินข้าวที่บ้านบ้างจะได้รู้ว่าเราอยู่กันยังไง แต่มณีกลับคิดไปอีกอย่าง ค่อนขอดสามีว่าคงอยากเห็นหน้าชลลดาใจจะขาด...

ไข่มุกเกือบโดนคนร้ายลักพาตัว โชคดีที่เดชออกมาช่วยไว้ทัน ไข่มุกจึงรับเดชขึ้นรถกลับโรงแรมด้วยกัน กีกี้ แองจี้และแพรวเห็นเข้าก็แอบถ่ายคลิปแล้วเอาไปให้คีรินทร์ดู คาดหวังว่าเมียคนสวยของเขาต้องโดนเด้งแน่

กลายเป็นว่าคีรินทร์แก้ต่างให้เมีย บอกสามสาวว่าเดชเป็น รปภ.ของโรงแรม ตนสั่งให้เขาไปทำธุระกับเธอ สามสาวผิดหวังสะบัดพรืดออกไปและจ้องมองไข่มุกที่สวนเข้ามาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

พ้นจากสายตากิ๊กทั้งสามแล้ว คีรินทร์ซึ่งเก็บกลั้นความโกรธเอาไว้ก็เล่นงานไข่มุกไม่ยั้ง “กี่คนแล้วฮึลูกไก่ วันก่อนไอ้วัฒน์ วันนี้ไอ้เดช เธอจะทำให้ฉันขายหน้าไปถึงไหน ผู้หญิงแบบเธอไม่รู้จักพอหรือไง”

“อะไรกันคะ คุณเป็นอะไรของคุณ”

“เมื่อกี้เธอให้ไอ้เดชมันนั่งรถมาใช่มั้ย กีกี้เขาให้ฉันดูคลิปหมดแล้ว ไอ้ยามนั่นมีอะไรดี ถึงได้ไปคบหาทำตัวติดกับมัน บอกหน่อยสิ”

“ฉันมีสิทธิ์จะคบจะคุยกับใครก็ได้ คุณไม่ใช่เจ้าชีวิตฉัน คุณไม่มีสิทธิ์ห้ามฉัน ฉันเป็นคนไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของคุณ”

“เหรอ เธอเข้าใจผิดแล้วลูกไก่ ฉันจ่ายเงินซื้อเธอมา เธอต้องเป็นสิทธิ์ของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเองทั้งนั้น ฉันคือสามีเธอ จะทำอะไรกับเธอก็ได้ จำเอาไว้ ฉันจะไม่ลงทุนอะไรที่มันเสียเปล่า”

ไข่มุกโกรธจนน้ำตาคลอวิ่งร้องไห้ออกไป คีรินทร์รู้สึกผิดที่ตัวเองปากเสียพูดแรงมากรีบวิ่งตามเพื่อปลอบโยน แต่เห็นวัฒนากำลังเช็ดน้ำตาให้เธออยู่ เลยยิ่งเข้าใจผิดไปใหญ่ถึงกับชกต่อยวัฒนาอย่างหึงหวง ไข่มุกทนไม่ไหวตวาดห้ามคีรินทร์หยุดทำร้ายตนและคนอื่นเสียที

“นี่เธอเข้าข้างมันเหรอ ได้...อยากทำอะไรก็ทำ ตามสบาย ทำไปเลย”

คีรินทร์เสียงดังจนสามกิ๊กที่กำลังจะเดินผ่านหยุดแอบมองสะใจ ไข่มุกน้ำตาไหลพราก เดินปาดน้ำตาออกมาหน้าโรงแรม สามสาวรีบตามเยาะเย้ยว่าเป็นเมียได้ไม่เท่าไหร่โดนผัวเฉดหัวส่ง ถ้ายังทำตัวอย่างนี้คงอีกไม่นานเลิกกันแน่

ไข่มุกโดนสามสาวถากถางไม่ทันไร ชลลดากับภัททิมาก็มาขออยู่ที่โรงแรมอีก สั่งเธอไปบอกสามีให้จัดการด้วย ขอแบบจัดเต็ม ห้องพักและอาหารฟรีหมด พอได้เจอคีรินทร์แบบจังๆ ภัททิมาก็อ่อยเต็มที่โดยมีชลลดาเป็นลูกคู่คอยประเคนลูกสาวที่จำใจต้องบอกว่าเป็นหลาน

คีรินทร์ดูเหมือนจะเกรงใจไข่มุกไม่น้อย ไม่ค่อยเล่นด้วยกับสองแม่ลูก แต่ก็ไม่ขัดข้องที่พวกเธอขออยู่โรงแรมสองสามวัน พิพัฒน์เห็นสองแม่ลูกก็แอบซักถามไข่มุกก่อนกำชับห้ามบอกว่าตนทำงานที่นี่

ได้ห้องหรูอยู่สบายสมใจแล้วสองแม่ลูกยังวาดฝันต่อไปว่าอีกไม่นานอาจได้เป็นเจ้าของที่นี่ ถึงเวลานั้นคงสบายไปทั้งชาติ ซึ่งภัททิมาให้คำมั่นสัญญาเสียจน

ชลลดาปลื้มยิ่งนักว่าตนไม่มีทางปล่อยคีรินทร์หลุดมือแน่

เมื่อมณีทราบเรื่องมีแขกไม่ได้รับเชิญมาอยู่โรงแรมก็ไม่พอใจอย่างแรง เรียกลูกสะใภ้มาซักไซ้กึ่งต่อว่า แถมไม่ฟังเสียงท้วงติงทัดทานของเขมทัต บุกไปโรงแรมไม่ยอมให้ชลลดากับภัททิมากินฟรีอยู่ฟรี เลยเกิดทุ่มเถียงกันใหญ่ ท้ายที่สุดเขมทัตต้องเข้ามาห้ามทัพและบอกพนักงานให้ลงค่าอาหารที่ชลลดาต้องจ่ายเข้าบัญชีของตน

มณีเจ็บใจมากไประบายอารมณ์ที่ฟิตเนสเตะต่อยเป็นบ้าเป็นหลัง ชลลดากับภัททิมาย่างกรายเข้ามาเยาะเย้ยเลยโดนซัดไปคนละหลายกระบวนท่าจนใบหน้าเขียวช้ำ วิ่งโร่ไปฟ้องเขมทัตร้องขอความยุติธรรม มณีตามมาเห็นชลลดาออดอ้อนถึงเนื้อถึงตัวสามีก็ผลักไสอย่างโมโหหึง ชลลดายิ่งยั่วใหญ่ ทำตัวน่าสงสารว่าตนอุตส่าห์หนีร้อนมาพึ่งเย็น กลับโดนอาละวาดให้ทั้งเจ็บทั้งอาย

“แล้วที่บ้านมีอะไรครับ ถึงไม่อยากอยู่” เขมทัตสงสัย

“ตอนนี้ขโมยชุมค่ะ ข้างบ้านเพิ่งเข้าไป ชลกลัว ไม่รู้จะไปอยู่ไหน อีกอย่างชลคิดถึงลูก อยากเห็นหน้าลูก คิดถึงเหลือเกิ๊น คิดถึงมากๆ” พูดจบก็ผละไปดึงไข่มุกมากอดโชว์

“งั้นว่างๆไปเยี่ยมที่บ้านสิครับ ดีมั้ยลูกไก่”

ไข่มุกนิ่งอึ้งไม่รู้จะตอบยังไงดี...ชลลดายิ้มกริ่มเหลือบมองมณีแวบหนึ่งอย่างสะใจแล้วผละไปกราบที่อกเขมทัต เงยหน้าขึ้นช้อนตาหวานใส่ มณีโกรธควันออกหู กระแทกเสียงว่าอ้อล้อนัก อยากดีดให้กระเด็นจริงๆ

ชลลดาไม่ได้สลดสักนิด สั่งอาหารมื้อต่อไปมากินอย่างราชาแล้วเซ็นบิลเข้าบัญชีเขมทัต...มณีรู้เข้าต่อมงกพลุ่งพล่านตบโต๊ะดังปังต่อหน้าลูกผัวในห้องทำงาน

“ฉันทนไม่ไหวแล้ว นังป้าหลานกาฝากนั่นกระแดะเกินไปแล้ว โอ๊ย...หมั่นไส้”

“คุณอย่าพูดดังสิ เดี๋ยวลูกไก่เดินผ่านมาได้ยิน”

“ก็จะให้ได้ยินนี่แหละ จะได้เอาไปสอนแม่เอาแต่ได้ของเขา คุณนะคุณเอาผู้หญิงอะไรไม่รู้มาเป็นสะใภ้โคตรเหง้าจอมล้างผลาญแถมหน้าด้านหน้าทน”

“คิดมากน่ะแม่ แค่กินจะสักเท่าไหร่กันเชียว”

“อย่ามาเข้าข้างนะรินทร์ เดี๋ยวตีตายเลย” มณีเงื้อมือจะตีลูกชาย เขมทัตส่ายหน้า บ่นแม่ลูกเล่นเป็นเด็กไปได้...แล้วตบท้ายว่า “แต่เธอก็เค็มไปนะ แค่เงินนิดเดียวเอง”

“นี่ก็อีกคน เข้าข้างกันเข้าไป อีกหน่อยเดี๋ยวได้นังชลลดาเป็นเมียอีกคนหรอก”

“อืม...ไอเดียดี แบบนี้รับได้” เขมทัตหยอกเล่นแต่มณีไม่ขำด้วย แยกเขี้ยววาบวับราวกับจะเขมือบหัวสามี

ooooooo

คธายังคงมาเล่นดนตรีในโรงแรม ไข่มุกเจอเขาอีกครั้งเข้ามาทักอย่างจำได้ ถามเขาว่าเมื่อสักครู่เล่นเพลงอะไรไพเราะจัง คธาบอกชื่อเพลงน้ำตาไข่มุก ตนแต่งให้ภรรยาซึ่งชื่อของเธอแปลว่าไข่มุก...

วันเดียวกันที่เกาหลี จินจูเป็นโรคซึมเศร้าเพราะคิดถึงการจากไปของลูกสาว นักข่าวถ่ายภาพได้ในขณะที่เธอร้องไห้ในสวนสาธารณะ จินจูเข้าใจมาตลอดว่าลูกของเธอตายแล้วตามที่แทยอนบอก นับจากนั้นมาเธอเสียใจไม่เป็นอันทำอะไร และกลายเป็นโรคซึมเศร้าในที่สุด

เมื่อภาพข่าวจินจูร้องไห้เผยแพร่ไปทางสื่อต่างๆ ไข่มุกซึ่งชื่นชอบผลงานของเธอมาตลอดซื้อนิตยสารบันเทิงเล่มหนึ่งมาอ่านด้วยความสนใจมากๆ อ่านไปอ่านมาน้ำตาคลอสงสาร คีรินทร์ได้ทีเข้ามาเช็ดน้ำตาและทำท่าจะหอมแก้ม ไข่มุกรู้ทันจ้องเขาตาเขียว เขาเลยชะงักพูดแก้เก้อว่าคนอุตส่าห์เป็นห่วงยังจะดุอีก ทำดีไม่มีใครเห็น

“ดีตายละ...ไม่ต้องห่วงค่ะ สัตว์เลี้ยงคุณไม่ตายง่ายๆหรอก...อึด”

“คือที่เกิดเรื่องกับไอ้วัฒน์วันนั้น...ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นกับคุณ” คีรินทร์พูดอ้อมแอ้ม ไข่มุกค้อนขวับท่าทางยังโกรธ เขายอมขอโทษและคว้าตัวมากอดแถมจะขอหอมแก้ม

“ขอกันง่ายๆแบบเนี่ยนะ...ยัง...อย่างคุณต้องได้บทเรียนก่อน”

คีรินทร์มองหน้าขมวดคิ้วอย่างสงสัย ไข่มุกอมยิ้มแกมดีใจที่คีรินทร์ขอโทษแต่แกล้งไม่สนใจอ่านหนังสือต่อ... เช้าขึ้นเธอเกิดปิ๊งไอเดียนำบอร์ดขึ้นแขวนข้างฝาห้องนอนเขียนคำว่า “กระดานสะสมแต้มคนปากดี” แล้วหันมายื่นกระดาษสีสดใสให้คีรินทร์ที่นั่งทำหน้างงๆอยู่บนเตียง

“เอาไปหนึ่งดวงที่เมื่อวานคุณขอโทษฉัน ถือว่าได้หนึ่งแต้ม เชิญเอาไปติดได้เลยค่ะคุณคีรินทร์”

“เนี่ยเหรอที่จะให้บทเรียนฉัน ไม่เอา...ไม่เล่น”

“ไม่เล่นก็ได้ งั้นต่อไปนี้เรานอนแยกห้องกัน แล้วฉันจะไม่ให้อภัยคุณอีกเลย”

ไข่มุกหยิบกระดาษรูปดาวจากมือคีรินทร์คืนอย่างงอนๆ และหยิบหมอนเดินไปที่ประตู คีรินทร์หน้าเสียลุกจากเตียงมากางกั้น รีบกลับคำว่าเล่นก็ได้ แต่อยากรู้ว่าสะสมดาวครบสิบดวงแล้วจะได้อะไร

“ก็...หอมแก้มทีหนึ่งแล้วกัน”

คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง รับข้อตกลงแข็งขันเพราะมีแรงจูงใจ แต่ยังอยากรู้อีกว่าครบกี่แต้มถึงจะได้จู๋จี๋กัน

“ยังไม่ได้คิด เอาให้ครบสิบแต้มก่อนเถอะน่า แค่นี้ก็ไม่รู้จะทำได้มั้ย”

“ชิวๆ เรื่องหมูๆ ถึงสิบแต้มเมื่อไหร่จะจูบให้ลมจับเลย” พูดแล้วหยิบกระดาษรูปดาวดวงแรกในมือเธอไปติดที่บอร์ด ไข่มุกขยับมาสำทับเสียงเข้มว่าถ้าเขาปากเสียเมื่อไหร่ยึดดาวคืน ติดลบ...คีรินทร์ฟังแล้วหน้ายุ่งแต่ยังฮึดสู้ ตอบกลับแข็งขัน “ก็ได้...ต่อไปไม่มีหลุดแน่”

ooooooo

กินอยู่อย่างราชาในโรงแรมหรูได้ไม่ทันไร เช้าวันนี้ชลลดากับภัททิมาก็มีอันต้องระเห็จไปอยู่ในห้องแคบๆที่มณีจัดหาให้เนื่องจากเธอหึงชลลดาที่เริ่มเกาะแกะเขมทัตหนักขึ้นทุกที

ชลลดาไม่พอใจอย่างแรงโต้เถียงกับมณีอยู่พักหนึ่งก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้จำใจรับสภาพความเป็นอยู่ที่มณีจัดหาให้ กินอาหารเหมือนพนักงาน น้ำท่าห้ามอาบบ่อย ทีวีอย่าเปิดมาก เพราะทุกอย่างล้วนสิ้นเปลือง

วันเดียวกัน คธาเห็นไข่มุกอ่านข่าวดาราเกาหลีจึงเข้ามาคุยด้วย เมื่อรู้ว่ามีข่าวลือจินจูเจ็บหนักต้องเข้าโรงพยาบาลแบบไม่มีกำหนดออกก็ตกใจรีบถามว่าเขาไม่สบายเป็นอะไร

“ในนี้ไม่มีรายละเอียดค่ะ ไว้จะลองหาในเน็ตเพิ่มเติมอีก เป็นห่วงเขามากเลยค่ะ ว่าแต่คุณอาเป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าซีดๆ”

“ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรครับ”

คีรินทร์เดินเข้ามาแทรก ทำทีชื่นชมคธาฝีมือดีแต่ลูกค้าสงสัยทำไมชอบเล่นแต่เพลงเศร้า คธายิ้มขื่นตอบแผ่วเบา “เพราะชีวิตจริงมักเศร้ามั้งครับ...ผมขอตัวก่อนครับ เดี๋ยวต้องไปต่อเพลง”

คธาผละไป คีรินทร์เล่นงานไข่มุกทันที หาว่าชอบคุยกับผู้ชาย จะหว่านเสน่ห์ตั้งแต่ผู้จัดการยันนักดนตรีเลยหรือไง

“อีกแล้วนะ เริ่มปากร้ายอีกแล้ว คุณเพิ่งได้ดาวไปแค่ดวงเดียวนะคะ อย่าลืมสิ เดี๋ยวโดนตัดแต้ม”

คีรินทร์นึกได้ ขอแก้ตัวพูดใหม่แต่น้ำเสียงยังคงประชดประชัน “คุณลูกไก่อัธยาศัยดีนะครับ พูดคุยกับคนไปทั่ว พนักงานต่างก็รักใคร่เอ็นดู ผมเห็นแล้วก็อดชื่นชมไม่ได้...เป็นไง ดีพอได้แต้มเพิ่มไหมครับ”

“ไม่ได้ค่ะ ประชดแบบนี้ถือว่าไม่จริงใจ” ไข่มุกพูดจริงทำจริง กลับถึงบ้านรีบแกะดาวบนบอร์ดออก คีรินทร์เข้าแย่งอย่างไม่ยอมแล้วหัวเราะขำไปด้วยกัน นุชนารถเปิดประตูเข้ามาเห็นก็หึงหวง พูดเสียงแข็งว่าเขมทัตให้ตนขึ้นมาตาม ทุกคนรอทานข้าวอยู่

“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวจะลงไป แต่คราวหลังมีมารยาทเคาะประตูก่อนก็ดีนะคะ”

“คราวที่แล้วคุณลูกไก่ก็ไม่เคาะ เปิดพรวดเข้ามาเฉย” นุชนารถยอกย้อนหน้าตึง

“ก็เพราะนี่คือห้องนอนฉัน ไม่ใช่ห้องนอนเธอ เพราะงั้นเธอจะเข้ามาก็ต้องเคาะ ที่ถูกควรเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอคะ”

นุชนารถเจ็บใจ เหลือบมองคีรินทร์จะให้ช่วยแต่เขาเสมองทางอื่น เธอเลยได้แต่ส่งสายตาอาฆาตก่อนกลับออกไป จากนั้นคีรินทร์ก็โชว์บอร์ดใหม่ของตัวเองให้ชื่อว่า “คะแนนสะสมจูบ” โดยทำรอยจูบสีแดงไว้รอติดบอร์ด ซึ่งเขาจะให้คะแนนไข่มุกบ้าง โทษฐานทำให้หึง หนึ่งครั้งเอาไปหนึ่งแต้ม เริ่มจากวันนี้ที่เธอคุยกับคธา

“โอ๊ย...คุณนี่ ไม่ได้รักกันมาหึงมาหวงอะไรกันได้”

“ไม่รู้ล่ะ เธอเป็นเมียฉัน ฉันก็หึงไว้ก่อนหรือถ้าทำให้ฉันไม่พอใจอีก ฉันจะให้แต้มเธอไปเรื่อยๆ หนึ่งแต้มได้หอมแก้มหนึ่งครั้ง” พูดแล้วฉวยโอกาสไข่มุกฟังเพลินจูบแก้มเธออย่างเร็ว “เป็นไงล่ะ ฉันน่ะไม่งกเหมือนบางคน ต้องให้ได้ตั้งสิบแต้มกว่าจะได้หอมกัน ใจร้ายซะไม่มี”

ไข่มุกมองค้อนแล้วเขิน รีบเอามือปัดแก้มพลางถอยห่างออกไป คีรินทร์หัวเราะชอบใจ...รุ่งขึ้นคีรินทร์หาซื้อชุดวอร์มมิดชิดมาให้ไข่มุกใส่สอนเต้นในฟิตเนส กำชับต้องใส่อย่างนี้ทุกวัน ไข่มุกปฏิเสธเพราะใส่แบบนี้ร้อนแย่ เต้นก็ไม่สะดวก

ขณะทั้งคู่เถียงกันไปมา วัฒนาเข้ามาบอกคีรินทร์ว่าทางเกาหลีตอบรับมาแล้ว จากนั้นไม่นานสองหนุ่มจึงเข้าประชุมกับทีมผู้บริหาร คีรินทร์เสนอให้เซ็นสัญญาร่วมทุนสร้างโรงแรมกับทางเกาหลีแต่วัฒนาค้านว่าเร็วไปเพราะเงินไม่ใช่น้อยถ้าพลาดจะแย่ เราควรศึกษาข้อมูลต่างๆให้รอบคอบก่อน เขมทัตเห็นด้วยกับวัฒนา ส่วนคนอื่นๆก็ชื่นชมวัฒนาเป็นเสียงเดียว ทำให้คีรินทร์เสียหน้าแต่ไม่โต้แย้ง

ชลลดากับภัททิมาเรียกไข่มุกมาพบแล้วบีบบังคับให้ ช่วยพวกตนได้กลับไปอยู่ห้องดีๆเหมือนเดิม ไข่มุกอึดอัดลำบากใจบอกให้แม่ลูกพูดเองดีกว่า ชลลดาหาว่าไข่มุกยอก ย้อน ด่าและผลักหัวไข่มุกด้วยความโมโห คีรินทร์ผ่านมาเห็น ถามว่าทำไมต้องลงไม้ลงมือขนาดนี้ พูดกันดีๆก็ได้

“แหม...แม่ลูกเขาหยอกกันเล่น  ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณคีรินทร์ เรารักกันจะแย่ จริงไหมจ๊ะหนูลูกไก่ของคุณแม่ขา” ชลลดาแก้ตัวพลางหยิกแก้มหยอกไข่มุกแต่ค่อนข้างแรงจนเธอเจ็บหน้าเหยเก

คีรินทร์นึกโกรธแทน เดินบ่นออกมากับไข่มุกว่าตนแน่ใจแล้วว่าเธอเป็นลูกที่เขาเก็บมาเลี้ยง คราวนี้ไปทำอะไรให้เขาขัดใจ หรือเขาจะเรียกร้องอภิสิทธิ์ อะไรอีก ไข่มุกรีบส่ายหน้าปฏิเสธ เลยโดนเขาว่าปากแข็ง กลับไปจะให้แต้มสะสมจูบ...แต่อีกครู่ต่อมา ไข่มุกกลับเป็นฝ่ายจะตัดคะแนนเขา เพราะเขาทำก้อร่อก้อติกใส่ภัททิมาที่พยายามอ่อยเต็มที่ ดีเสียว่าเขาเหลือบเห็นเมียก็เลยเปลี่ยนใจเดินหนีมา ส่วนภัททิมากับชลลดาจำต้องกลับบ้านเพราะทนอยู่ห้องเล็กคับแคบไม่ไหว แต่ดันมาเจอนักเลงทวงหนี้ในบ้านกินอยู่เลอะเทอะไปหมด แถมมันยังบอกด้วยว่าหนี้หลักแสนตอนนี้เพิ่มเป็นหลักล้านแล้ว!

ด้านไข่มุกกลับถึงบ้านก็ยังขู่จะตัดคะแนนคีรินทร์ที่กรุ้มกริ่มใส่ภัททิมา เขาเลยดักคอว่าเธอหึง ไข่มุกไม่รู้ตัวว่าเริ่มชอบเขา ตอบหนักแน่นว่า “ฉันแค่อยากปรับพฤติกรรมคุณ ก็บอกแล้วไงคุณต้องได้บทเรียนบ้าง เห็นไหม พอฉันตัดแต้มคุณก็รู้สึก”

“แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะได้สะบึมล่ะฮึ่มกันซะที”

“ไม่มีกำหนด มันก็ขึ้นอยู่กับนิสัยคุณจะเปลี่ยนเมื่อไร”

“ก็ได้ งั้นจูบแก้มขอโทษ” เขายื่นหน้ามา เธอรีบถอยห่างและขู่จะตัดแต้ม “ไม่กลัว น่ารักแบบนี้ เล่นสะสมคะแนนของผมดีกว่า คุณตัดแต้มผมแต่ผมเพิ่มแต้มให้คุณ ได้จูบให้แก้มช้ำเลย”

ไข่มุกชิงเอาตัวรอดอ้างว่าง่วงแล้ว และยอมให้เขานอนกอดตามคำขอ เพราะถ้าไม่ยอมเขาจะทำมากกว่ากอด...คีรินทร์ยิ้มพอใจ นอนกอดไข่มุกอย่างมีความสุข และไม่วายขู่ฟ่อเมื่อเธอขยับตัวจะออกจากอ้อมกอด

“อย่าคิดหนี...เดี๋ยวโดนจัดหนัก”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"
25 ก.พ. 2563
10:37 น.