ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาสีมุก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ได้เงินค่าจ้างมาแล้วไข่มุกรีบเอาไปให้วันดี แต่กลายเป็นว่าทำดีไม่ได้ดีกลับโดนเธอบ่นให้รู้สึกน้อยใจว่าดันโง่ไปทำงานตัวประกอบต๊อกต๋อยเงินน้อยแถมยังเดี้ยงมาอีก

“แม่ก็บ่นแบบนี้ทุกที หนูขอเถอะเรื่องแสดงเนี่ย หนูอยากกลับมาอยู่บ้านเต็มทนแล้ว ขายส้มตำ เป็นตัว ประกอบอย่างเดิม สบายใจกว่าเยอะ”

“ดับเบิ้ลโง่อย่างนี้แล้วจะไม่ให้ข้าบ่นได้ยังไง ทำกันมาตั้งกี่ปี เคยพอกินที่ไหน”

“ถ้าพ่อเม่นไม่ไถเงินไปกินเหล้า แม่ไม่เล่นหวย มันก็มีเหลือ คนอื่นเขายังมีเงินเก็บเลย”

“วุ้ยนังนี่ อย่าเอาคนอื่นมาเทียบโว้ย ฟังแล้วหงุดหงิด แล้วไม่ต้องมาด่าข้ากับไอ้เม่น จำใส่กะลาหัวเลย ถ้าไม่มีพวกข้าสองคนป่านนี้เอ็งตายไปนานแล้ว หน็อย...ไปอยู่บ้านเศรษฐีไม่เท่าไรทำอวดดีมาสั่งสอนนังวันดี”

“แม่พูดอะไรแปลกๆ เหมือนมุกไม่ใช่ลูกแท้ๆ” ไข่มุกเปรยหน้าเศร้า เดินเลี่ยงเข้าห้องมองรูปจินจูที่ตัดแปะข้างฝาแล้วตาแดงจะร้องไห้ วันดีที่รู้ว่าตัวเองพลาดพูดมากไปก้าวตามมาแก้ตัวเสียงอ่อย

“แม่กลุ้มใจเลยพูดบ้าบอไป เอ็งอย่าถือสาแม่ ถ้าไม่ใช่ลูกจะเลี้ยงมาเรอะ อดมื้อกินมื้อมาด้วยกันตลอด จำได้มั้ย”

“อดบ้างอิ่มบ้างมันก็บ้านเรานะแม่ คนบ้านนั้นเขาใจร้าย นิสัยไม่ดี ไม่อยากอยู่เลย มุกไปอยู่โน่นเหมือนตัวคนเดียวในโลก จะไม่ไหวแล้ว”

ไข่มุกสะอึกสะอื้นอย่างอัดอั้น วันดีลูบหัวปลอบเธอไปมาว่าโลกเรามันก็แบบนี้ ถ้าหง๋อมันก็ยิ่งเล่นงาน รู้แบบนี้เรายิ่งต้องหาทางกอบโกยเงินมาเยอะๆ รวยเมื่อไหร่จะได้ไม่ต้องไปง้อพวกมัน

สุดท้ายวันดีก็ไม่วายจบลงด้วยเรื่องเงินอีกตามเคย... ไข่มุกหน่ายใจ ทำใจกลับไปบ้านคีรินทร์แต่ระหว่างทางเดินเข้าซอยเจอวัฒนาโดยบังเอิญจึงติดรถเขามา คีรินทร์เห็นก็หึงหวงอาละวาดว่าเธอต่างๆนานาโดยมีนุชนารถคอยผสมโรงซ้ำเติม

“เมียคนเก่งของฉันทำอะไรเองได้หมด ไม่ว่าจะทั้งต่อหน้าหรือลับหลัง ลูกล่อลูกชนไม่ใช่เล่นนะเธอ ไอ้พวกหนุ่มๆที่เคยคบหายไปไหนหมด ถึงต้องมาเกี่ยวไอ้วัฒน์”

“เฮ้ยรินทร์...บ้าไปแล้ว อย่าเข้าใจผิดสิเพื่อน ลับหลังอะไร ผมเจอคุณลูกไก่เดินอยู่กลางซอยก็แวะรับมาแค่นั้นเอง ขาเจ็บซะขนาดนี้จะให้เดินกลับมาเองได้ยังไง”

คีรินทร์เห็นรอยฟกช้ำที่ขาไข่มุกก็อึ้งไปนิดก่อนบอกว่าตนจัดการเองได้ ที่นี่มีพยาบาลอยู่ทั้งคน นุชนารถทำทีเข้าไปดูแผลไข่มุกแล้วเหน็บแนมว่าแผลเล็กนิดเดียวแต่ทำท่าเหมือนต้องผ่าตัด คีรินทร์ได้ทีแดกดันว่าเมียตนเก่งเหลือเกิน รถในบ้านมีหลายคันไม่ขับต้องไปเดินเร่หาคนจอดรับ จงใจไปหรือเปล่า

ไข่มุกไม่พอใจแต่ไม่ตอบโต้ เดินเลี่ยงไป แต่คีรินทร์ ยังตามฟาดงวงฟาดงาไม่ลดละ แถมพาดพิงถึงวัฒนาโดยไม่แคร์ว่าเขาได้ยินแล้วจะรู้สึกอย่างไร ที่สุดไข่มุกทนไม่ไหวเถียงเข้าให้บ้าง แล้วประกาศว่าเธอจะให้บทเรียนกับเขาเอง จะได้เลิกนิสัยเสีย เอาแต่ใจตัวเอง...

เขมทัตเห็นไข่มุกอยู่ว่างๆจึงให้ไปช่วยงานที่โรงแรม โดยให้วัฒนาพาเธอเลือกดูแต่ละแผนกก่อนตัดสินใจ ไข่มุกเห็นงานแต่ละอย่างก็ปฏิเสธเพราะรู้ตัวดีว่าไม่มีความรู้ความสามารถ แต่เขมทัตซึ่งเข้าใจว่าเธอเป็นนักเรียนนอกมั่นใจว่าเธอต้องทำได้จึงพาเดินดูด้วยตัวเอง

สุดท้ายไข่มุกสะดุดตากับฟิตเนสที่ไม่ค่อยมีลูกค้าใช้บริการ เธอเสนอตัวขอสอนเต้นมวยด้วยลีลาแปลกใหม่เร้าใจหวังดึงดูดลูกค้า ซึ่งลีลาที่เธอโชว์แต่ละท่วงท่างามสง่าและเก่งกาจจนเขตทัตไม่อาจปฏิเสธ แต่คีรินทร์รู้เห็นกลับไม่พอใจ ไม่ยอมให้เมียของตนโชว์ละครลิงนี่เด็ดขาด ให้อยู่บ้านเฉยๆแล้วจะให้เงินเดือนสามหมื่น

“ไม่เอาค่ะ ฉันอยากทำงานหาเงินเอง ไม่อยากรบกวนคุณ”

“เออ ดีๆ มันต้องให้ได้อย่างนี้ถึงสมกับเป็นลูกสะใภ้ลุง งั้นหนูลูกไก่มาทำงานที่ฟิตเนสได้เลย ลุงให้ห้าหมื่น แถมรถอีกคัน”

“ได้ไงล่ะพ่อ นี่พ่อสนับสนุนให้เมียผมมาเต้นล่อผู้ชายเลยนะ ผมไม่เอาด้วยหรอก”

“มวยบู๊เนี่ยนะคะล่อผู้ชาย...ตรงไหน” ไข่มุกจ้องหน้าคีรินทร์เขม็ง

“นั่นสิ หนูลูกไก่ไม่ใช่แกนะที่ล่อกับใครต่อใครไปเรื่อย ดีเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ว่าแกสักคำ แล้วนี่เขามาทำงานแท้ๆยังจะห้ามอีก พ่อสั่งไว้ตรงนี้เลยว่าให้เขาทำ มีปัญหาอะไรมั้ย”

คีรินทร์อึ้ง ไม่กล้าหืออือเมื่อเขมทัตเอาจริง ไข่มุกแอบยิ้มดีใจ เดินนำออกจากห้องทำงาน คีรินทร์รีบก้าวตามมากระชากแขนเธอแล้วสำทับเสียงขุ่น

“เธออย่าคิดว่าจะมาโปรยเสน่ห์ที่นี่ได้นะลูกไก่ ถึงพ่อจะให้ท้ายเธอแต่ฉันไม่ยอมอยู่เฉยแน่”

ไข่มุกสีหน้าเอือมระอา ปลดแขนเขาออกแล้วเดินต่อไป คีรินทร์ฉุนเฉียวเดินไปดักหน้า

“อ๋อ...ฉันรู้แล้ว นี่เธอแก้แค้นฉันเรื่องนุชนารถ กีกี้ แองจี้ น้องแพรวใช่มั้ย คิดจะแก้เผ็ดแบบนี้ไม่ง่ายไปหน่อยรึไง”

“เข้าใจผิดแล้วค่ะ คุณไม่ได้สำคัญสำหรับฉันมากพอที่จะทำเรื่องอย่างที่คุณคิดได้ ฉันแค่อยากทำงานหาเงินแล้วก็สนุกกับงานที่ฉันทำได้เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับคุณเลย”

ไข่มุกยิ้มเย็นแล้วเดินเลี่ยงไป คีรินทร์อึ้งปนงง ทำตัวไม่ถูกไปอึดใจหนึ่ง พอหายงงก็ตะโกนไล่หลัง

“ฉันไม่มีความสำคัญกับเธอเลยหรือไง...ตอบมาสิ”

ปรากฏว่าถามไปแล้วยิ่งหัวเสียหนักกว่าเดิมเพราะไม่ได้คำตอบแถมเธอยังเชิดหน้าไม่เหลียวหลังกลับมามอง

ooooooo

เขมทัตทำตามที่พูดไว้ซื้อรถป้ายแดงให้ลูกสะใภ้ หนูนาเห็นก็ดี๊ด๊าอยากนั่งรถใหม่ บอกว่าเล็กกะทัดรัดน่ารักดี ไข่มุกตอบรับด้วยความเต็มใจและจัดแจงให้หนูนาขึ้นนั่งเบาะหน้า มณียืนมองหมั่นไส้ แขวะขึ้นลอยๆว่าได้สินสอดไปตั้งสิบกว่าล้านยังไม่มีปัญญาซื้อรถให้ลูกสาว ต้องลำบากคนอื่นจัดการ ไม่รู้จะเค็มไปไหน

“น่าคุณ...นี่ก็ซื้อแบบถูกๆไม่กี่แสนเอง อย่าบ่นไปเลย เดี๋ยวแก่เร็วนะ”

มณีค้อนสามีที่ออกรับแทนลูกสะใภ้ พอไข่มุกชวนไปนั่งรถเล่นก็เชิดใส่ กลัวจะพาไปประสานงากับใครเข้า ไข่มุกจึงออกรถไปกับหนูนาตามลำพัง คีรินทร์ขับรถสวนเข้ามาจอดหน้าบ้าน ถามนุชนารถที่ยืนหน้าตึงอยู่คนเดียวว่าลูกไก่พาหนูนาไปไหน

“ไม่รู้สิคะ ท่าจะเห่อรถใหม่น่าดู พอคุณลูกไก่มาอยู่ที่นี่หนูนาทำฤทธิ์ใหญ่เลยค่ะ ดื้อสารพัด นุชเตือนอะไรก็ไม่ฟังเพราะมีคนให้ท้าย นี่นุชบอกจะไปด้วยก็ไม่ยอมให้ไป ภรรยาคุณนี่เก่งนะคะ เข้ามาไม่เท่าไหร่ปั่นให้ทุกคนป่วนไปหมด วันนี้ยังขนาดนี้ ไม่รู้ว่าวันหน้าจะขนาดไหน”

นุชนารถจีบปากจีบคอใส่ไคล้ไข่มุก พอเห็นคีรินทร์ผลุนผลันทำท่าจะไปขึ้นรถก็รีบดึงแขนถามว่าจะตามมันไปหรือ

“ถ้ามันที่คุณพูดหมายถึงลูกไก่ คราวหน้าใช้คำให้ดีกว่านี้ เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นเมียผม” คีรินทร์เสียงเข้มไม่พอใจ นุชนารถโกรธจี๊ดสวนกลับทันใด “ไม่ต้องย้ำหรอกค่ะ นุชรู้ว่ามัน...เป็นเมียคุณ”

คีรินทร์ถอนใจแล้วขึ้นรถขับออกไป ทิ้งความเจ็บ แค้นใจไว้ให้นุชนารถจนทนอยู่เฉยไม่ได้ โทร.สั่งใครบางคนจัดการไข่มุกเอาให้เสียโฉมยับเยิน หมอไม่รับทำศัลยกรรม ส่วนคีรินทร์อย่าให้ถึงตาย เอาแค่พิการก็พอ

ไข่มุกพาหนูนาไปศูนย์การค้า หนูนานั่งรถเข็นมองโน่นนี่อย่างตื่นตาเพราะแทบไม่เคยมา ในหนึ่งปีออกจากบ้านนับครั้งได้ เพราะทุกคนเห็นเธอเป็นภาระ โดยเฉพาะนุชนารถที่บอกว่าพาไปไหนด้วยก็เกะกะน่ารำคาญ ไข่มุกได้ฟังยิ่งสงสารเด็กหญิงพิการจะพาไปหาของอร่อยกิน แต่จู่ๆมีชายฉกรรจ์วิ่งเข้ามากระชากกระเป๋า เธอต่อสู้และแย่งคืนมาได้ พร้อมกันนั้นก็ประเคนทั้งหมัดเข่าแข้งใส่มันโดยมีหนูนาช่วยเหลือเท่าที่ทำได้

สุดท้ายหมอนั่นเปิดแน่บ ส่วนคีรินทร์พุ่งเข้ามาแทน ไข่มุกยั้งเท้าไม่ทันเลยเตะเข้าให้เต็มรักถึงกับร้องโอดโอยหน้าเหยเก หญิงสาวรีบขอโทษ คีรินทร์เสียฟอร์มนิดๆ เปลี่ยนเรื่องพาหนูนาไปกินอาหาร ระหว่างนี้ก็วิเคราะห์ไปด้วยว่าโจรคิดยังไงทำไมถึงมากระชากกระเป๋าไข่มุก ทั้งที่เธอไม่ได้ใส่ของมีค่าอะไรสักอย่าง หรือเห็นว่าเธอสวย หนูนาขานรับทันทีว่าพี่ลูกไก่สวยและเก่งด้วย

“ชมกันเข้าไป เราก็ด้วยหนูนา...ทีหลังอย่าทำอีก ไม่ต้องซ่าตามแบบพี่เขา มันอันตรายเข้าใจมั้ย”

“เข้าใจค่า...” หนูนารับคำเสียงใส คีรินทร์อมยิ้มมองเลยไปยังไข่มุก ถามว่าเอาอะไรอีกไหม สั่งมากินเหมือนแมวดม

“พอแล้วค่ะ ฉันจะอิ่มแล้ว”

“เธอนี่แปลก ได้กินฟรียังจะทำท่าเกรงใจ ไม่เหมือนแม่เธอเลย นี่ถ้าเป็นคุณชลลดานะ มีหวังสั่งแล้วสั่งอีก กะให้ฉันล่มจมแน่”

“ไม่ขนาดนั้นมั้งคะ”

“น้อยไปสิ แต่เธอกับแม่เธอนี่คนละขั้วจริงๆ คุณชลลดาเป็นประเภทช่างเรียกร้อง จะเอา เอาเยอะที่สุด มากที่สุด แต่เธอกลับทำตัวเหมือนเป็นลูกคนใช้ ใครให้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ไม่ให้ก็ไม่ขอ นี่ฉันถามจริงๆเหอะ เธอเป็นลูกแท้ๆหรือเขาเก็บมาเลี้ยงกันแน่”

ไข่มุกนิ่งอึ้ง ก้มหน้ามองจานอาหารเงียบๆไม่ยอมพูดความจริง...ออกจากร้านอาหาร คีรินทร์และไข่มุกแยกกลับรถคนละคัน หนูนานั่งรถไข่มุกออกไปก่อน ส่วนคีรินทร์ออกตัวทีหลัง  โดยไม่รู้ว่ามีชายหน้าเหี้ยมขี่มอเตอร์ไซค์ไล่กวด กระทั่งจอดรถข้างทางเพราะยางแบน เกือบถูกคนร้ายจ้วงแทงถ้าไม่เตะสวนเข้าหว่างขามันเสียก่อน

คนร้ายจุกแอ่กหน้าเขียวและเกือบโดนเตะซ้ำถ้าไม่รีบวิ่งหนีไปขึ้นมอเตอร์ไซค์...คีรินทร์สงสัยแต่คิดไม่ออกว่าตัวเองมีศัตรูที่ไหน หรือว่าจะเป็นพวกติดยาติดพนัน แต่วัฒนาฟังแล้วไม่ปักใจอย่างนั้น มันอาจเป็นโจรมืออาชีพหรือไม่ก็มีใครสั่งให้มาเก็บ

“แต่ฉันไม่มีศัตรูที่ไหนนี่หว่า ธุรกิจก็แฟร์ โปร่งใสทุกอย่าง”

“อาจจะมีแต่นายไม่รู้ ศัตรูที่มองไม่เห็นยิ่งน่ากลัว นายจะไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้ากำลังคิดร้ายกับนายหรือเปล่า” วัฒนาพูดแล้วเบือนหน้าหนี ดวงตาฉายแววแข็งกระด้างแอบแค้นที่โดนข่มมาตลอด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คีรินทร์เครียดไม่น้อย กลับเข้าบ้านคืนนั้นถึงกับนอนก่ายหน้าผากคิดหนัก บ่นให้ไข่มุกฟังจนได้ข้อสรุปจากเธอว่าคงเป็นศัตรูที่เกิดจากความเจ้าชู้ของเขา พอเขาแต่งงานก็อาจจะมีสาวคนไหนไม่พอใจ หรือไม่ก็แค้นมานานที่เขาเจ้าชู้ คีรินทร์ยอมรับว่าคงมีบ้างแต่ไม่น่าถึงขนาดนี้

“ไม่แน่หรอกค่ะ ทำอะไรไว้เยอะนี่”

คีรินทร์ค้อนปะหลับปะเหลือก แล้วทำท่ากรุ้มกริ่มใส่เผื่อฟลุกได้กุ๊กกิ๊กประสาผัวเมีย แต่ไข่มุกบ่ายเบี่ยงอีกตามเคย อ้างว่ายังไม่พร้อม เราไม่ได้รักกันจะมีอะไรกันได้ยังไง

“โห...โบราณมากๆ นี่ฉันจะบอกให้ สมัยนี้บางทีลูกสองยังไม่รักกันเลย ไหนข่าวว่ากิตติศัพท์เธอจัดเต็มใส่ไม่ยั้ง ของจริงดันทำเหงียมหงิมกับสามีซะงั้น ไม่รู้ล่ะ ยังไงคืนนี้ไม่รอดแน่”

“คุณคงได้ข่าวมาผิด ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น”

“แน่ะ โก่งค่าตัวด้วย ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องแอ๊บ ระดับนี้ต้องให้ถึงพริกถึงขิง เอาแบบแซ่บเว่อร์ ซี้ดซ้าดต้มยำเรียกพี่” คีรินทร์โผเข้ากอด ไข่มุกหลบวูบพร้อมกับล่อหลอกให้เขาเสียท่า สัญญาจะไม่บังคับผู้หญิงที่ไม่เต็มใจ

“อย่างผมน่ะมีแต่ผู้หญิงมาเสนอ รู้ไว้ด้วย ระดับนี้ไม่ต้องง้อใคร”

“ดีค่ะ งั้นภรรยาที่ไม่เต็มใจอย่างฉันขอไปนอนก่อนนะคะ”

คีรินทร์อ้าปากค้าง แต่แล้วเกิดลูกฮึดย้ำสัญญาและขอรอจนกว่าเธอจะเป็นฝ่ายร้องขอเอง ไข่มุกได้ทีสำทับว่าพูดคำไหนคำนั้น ห้ามกลับคำ

“แน่นอน แต่เธอเองนั่นแหละอย่ามาสะกิดก็แล้วกัน” ว่าแล้วต่างคนต่างนอน แต่พอไข่มุกหลับปุ๋ย คีรินทร์ชะโงกหน้าแอบมอง อยากจะจูบก็ไม่กล้า ติดสัญญาที่ไม่น่าปากไวพูดไปเลย...

นุชนารถเจ็บใจที่คนของตนทำงานไม่สำเร็จแถมยังมาทวงเงินค่าจ้าง เธอออกไปพบเขาที่ชุมชนแออัดแล้วเกือบถูกเม่นกระชากกระเป๋าถ้าไม่เอามีดออกมาขู่จนเม่นไม่กล้า วิ่งล้มลุกคลุกคลานหนีไป ด้านคีรินทร์พยายามหาตัวคนบงการหลังจากตนเองโดนลอบทำร้าย แต่เมื่อเรียกกิ๊กทั้งสามคนมาซักถามเพื่อจับพิรุธก็ไม่มีใครน่าสงสัยสักคน

วันเดียวกัน เขมทัตเล็งเห็นว่าภรรยาอวบจัดมีไขมันส่วนเกินจึงบังคับให้เธอไปเรียนเต้นกับไข่มุกที่ฟิตเนสในโรงแรม แรกๆมณีเหนื่อยหอบและเริ่มท้อ แต่พอนานเข้าก็สนุกไปกับลีลาแปลกใหม่ของลูกสะใภ้ เต้นจนได้เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว คีรินทร์เห็นแล้วทึ่ง แต่ก็แสดงความไม่พอใจชุดที่ไข่มุกใส่ หาว่าเซ็กซี่มากเกิน

“ชุดเซ็กซี่ไปหน่อยเปล่า โชว์เนื้อโชว์หนังล่อตะเข้ ไหนก้มดูซิว่าเห็นหน้าอกมั้ย”

“ก็ไม่นี่คะ ปกติเขาใส่กันเซ็กซี่กว่านี้อีก”

“ยอกย้อนลวดลายได้อีก ทีหลังใส่เสื้อยืดกางเกงวอร์มนะ อ้อ แล้วถ้าใครมาจีบก็บอกไปเลยว่ามีผัวแล้ว ผัวหวง”

ไข่มุกส่ายหน้าเซ็งๆแล้วเดินหนี พอดีวัฒนาเข้ามาบอกเธอว่ามีสมาชิกบางคนอยากให้จัดเป็นคลาสพิเศษเฉพาะพวกเขา ไข่มุกตกลงและเดินไปกับวัฒนาด้วยรอยยิ้ม โดยมีสายตาหึงหวงของคีรินทร์จ้องตามอย่างหมั่นไส้

คีรินทร์ไม่พอใจวัฒนาถึงกับปฏิเสธข้อเสนอในที่ประชุมไม่อนุมัติโครงการใหม่ๆของเขา วัฒนารู้ว่าคีรินทร์ จงใจหักหน้าจึงดักคอทันทีที่ออกจากห้องประชุม แต่คีรินทร์ไม่ตอบคำถามแถมยังใช้อำนาจเจ้านายไล่เขาทางอ้อม

กีกี้ แองจี้ แพรว...สามกิ๊กของคีรินทร์มาเจอมณีเรียนเต้น ทุกคนรุมล้อมเข้ามาเอาใจและเปรยว่าอยากเรียนเต้นด้วย มณีไม่ค่อยชอบพวกหล่อนอยู่แล้วจึงโบ้ยให้ไปคุยกับลูกสะใภ้ของตน พอกีกี้เห็นหน้าตาไข่มุกก็คุ้นมาก เหมือนเคยเจอที่ไหนแต่นึกไม่ออก

และแล้วสามกิ๊กก็หาทางเล่นงานเมียถูกต้องตามกฎหมายของคีรินทร์ด้วยการสมัครคลาสพิเศษในฟิตเนสแล้วหาทางรุมสกรัม แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด ไข่มุกรู้ทันเอาคืนทุกคนถ้วนหน้าจนเคล็ดขัดยอกไปตามกัน

เสร็จงานไข่มุกจะกลับบ้าน คีรินทร์ขับรถปาดหน้าจนเธอสะดุ้ง มองเข้าไปในรถเห็นสามกิ๊กของเขานั่งหน้าสลอน คีรินทร์จงใจยั่วให้เมียหึงด้วยการชวนเธอไปกินข้าวด้วยกัน เผอิญวัฒนาเดินผ่านมา ไข่มุกตอบทันทีว่าเพื่อนกินข้าวของตนมาพอดี ว่าแล้วก็หันมาเจรจากับวัฒนาสองสามคำก่อนเดินยิ้มแย้มคู่กันไป คีรินทร์เจ็บใจมากออกรถอย่างแรงจนสามกิ๊กหงายหลังร้องกรี๊ด

ขณะกินข้าวกันสองต่อสอง วัฒนาพยายามล้วงข้อมูลภรรยาคนสวยของคีรินทร์ซึ่งเขาเข้าใจว่าเธอคือลูกสาวเปรี้ยวซ่าของชลลดา บอกว่าตนงงมากเมื่อรู้ว่าคีรินทร์จะแต่งงานทั้งที่ตนไม่เคยเห็นเธอมาที่โรงแรม รู้จักกันนานไหมก่อนแต่งงาน

“ไม่นานหรอกค่ะ อาจจะเร็วกว่าที่ทุกคนคิดด้วยซ้ำ”

“แล้วเจอกันได้ยังไงครับ ผมหมายถึงไปเจอกันที่ ต่างประเทศหรือเปล่า ผมเป็นเพื่อนมหา’ลัยกับรินทร์พอจบเขาก็ไปต่อโท ผมเรียนโทที่เมืองไทยนี่ ที่บ้านไม่รวยส่งไปเมืองนอกไม่ไหว แต่คุณน่ะรู้จักกับรินทร์หลังจากที่เขาจบโทแล้วนะ เพราะเพื่อนเมืองนอกเขา ผมก็รู้จักเกือบทุกคน”

ไข่มุกไม่ตอบคำถาม ทำทีนำเสนออาหารจานอร่อย วัฒนาตักกินพลางลอบมองยิ้มนิดๆ รู้เท่าทันว่าเธอฉลาดหาเรื่องเลี่ยงตอบ...ด้านคีรินทร์กลับบ้านด้วยความหึงหวง ตกกลางคืนคิดจะรวบหัวรวบหางเมียให้จงได้ พอเจอเธอบ่ายเบี่ยงอีก ก็เลยประชดประชันและพาดพิงถึงวัฒนา หาว่าเธอกับเขากิ๊กกันในที่ทำงาน ไข่มุกระอาจนไม่อยากคุย

“กับผัวไม่คุย จะคุยกับไอ้วัฒน์ใช่มั้ย กินไปคุยไป ทีหลังคงนอนไปคุยไปล่ะสิ ไม่รู้ล่ะ ยังไงคืนนี้ฉันจะนอนกับเธอให้ได้”

“อย่านะคะ ไหนว่าสัญญากันแล้ว”

“ยกเลิก...เรื่องอะไรจะยอมให้เธอนอนกับคนอื่นฟรีๆ ผัวอยู่นี่ทั้งคน”

คีรินทร์เข้ากอดรัดแต่โดนไข่มุกศอกกลางลำตัวตามด้วยหมัดเต็มหน้าแล้วเหวี่ยงไปนอนนับดาวบนเตียง เดือดร้อนนุชนารถต้องมาทำแผลให้ ในขณะที่คีรินทร์ก็พยายามทบทวนว่าลีลาบู๊แบบนี้เคยเห็นที่ไหน สักครู่นึกได้วันที่ไปหากีกี้ที่กองถ่ายเห็นสตั้นต์เกิร์ลในชุดแป๊ะยิ้ม

รุ่งขึ้น คีรินทร์ไปดักเจอไข่มุกที่ฟิตเนสด้วยสีหน้าท่าทางเอาเรื่อง เอ่ยอย่างรู้ทันว่า “โกหกได้เก่งมาก แต่เสียใจด้วยที่ฉันรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเธอแล้ว”

ไข่มุกหน้าเสียใจหายวาบ ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก!

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"
25 ก.พ. 2563
10:37 น.