ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มือปราบเหยี่ยวดำ

SHARE
  • หน้าที่ 2
  • 1
  • 2
  • 3

 แก๊งตี๋ใหญ่ตัวจริงไม่ได้ยี่หระข่าวจับกุมพวกโจรเรียกค่าไถ่ที่แอบอ้างชื่อแม้แต่น้อย วุ่นวายเตรียมตัวปล้นธนาคารครั้งใหม่ โดยวันนี้ทิพย์รับหน้าที่ปลอมตัวเป็นลูกค้าไปสำรวจด้านในอาคาร

ตี๋ใหญ่รอในรถกับประทีปที่ขับสำรวจทางหนีทีไล่รอบๆ ทิพย์ใช้เวลาไม่นานก็ได้แผนผังธนาคารคร่าวๆ จึงออกไปรอด้านหน้า ประทีปวนมารับอึดใจต่อมา

“มียามที่ประตูหน้าคนเดียว แต่ข้างในกล้องวงจรปิดเพียบ”

ตี๋ใหญ่ไม่กังวล ประกาศกร้าว

“หาช่วงเวลาที่คนใช้บริการน้อยที่สุด ให้เด็กสักคนมาเฝ้า ดูตั้งแต่เช้ายันเย็น เราจะลงมือกันช่วงเวลานั้น!”

บรรดลสวมบทจงหลานชายอาเจ็กอีกครั้งตามแผน เมื่อโชติแวะมาเล่นหมากรุกกับอาเจ็ก จึงได้คุยกัน

“เออจง...ไอ้หนูมันถามถึงนะ”

“มีเรื่องอะไรเหรอพี่”

“เรื่องของน่ะ...มันบอกถ้าอยากได้ของให้บอกมันได้เลย”

บรรดลในคราบจงรู้ดีว่าของหมายถึงยาเสพติด แสร้งยิ้มกว้างด้วยความยินดี

“แล้วตอนนี้ไอ้หนูมันอยู่ไหนเหรอ”

“บ้านพี่ที่กรุงเทพ อยากไปคุยกับมันเองไหมล่ะ”

“ได้ก็ดีสิพี่ กำลังร้อนเงินพอดี”

“งั้นเอ็งไปเรียนก่อน แล้วเดี๋ยวค่ำๆจะพาไป”

อาเจ็กนั่งฟังทุกอย่างเงียบๆ ไม่อยากกระโตก กระตากให้เสียแผน แต่อดกังวลแทนบรรดลไม่ได้...

มั่นใจว่างานนี้ไม่ง่าย และยิ่งตำรวจหนุ่มเข้าใกล้สมาชิกแก๊งตี๋ใหญ่เท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงเท่านั้น...

หลังสำรวจรอบธนาคาร ตี๋ใหญ่กับทิพย์ก็แวะไปหาอาจารย์ทองเพื่อหาฤกษ์ปล้น

“งานนี้จะสำเร็จไหมอาจารย์”

“สำเร็จ...แต่จะมีคนตาย”

ทิพย์หน้าเสีย รีบถาม “พวกไหนเหรออาจารย์ พวกเราหรือพวกตำรวจ”

“ทั้งสองฝ่าย แต่ไม่ใช่เอ็งสองคน พวกเอ็งดวงมันยังแข็ง โดยเฉพาะไอ้ตี๋...ใครก็ทำอะไรเอ็งไม่ได้!”

ตี๋ใหญ่เชื่อและนับถืออาจารย์ทองมาก ลำพองใจในความดวงแข็งของตนจนไม่สนใจคำเตือนของทิพย์

“ถ้าต้องมีใครตาย อย่าทำเลยว่ะตี๋”

“เกิดกลัวอะไรขึ้นมาล่ะเจ๊ แต่ถ้าเจ๊ไม่เอาด้วย ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ”

ทิพย์ส่ายหน้า ตั้งท่าจะเถียง แต่ก็ถูกตัดบท

“ห้ามบอกเรื่องนี้ใครเด็ดขาด รู้กันแค่เราสองคน ...เข้าใจนะเจ๊”

“เออๆ กูไม่ปากสว่างหรอก!”

ooooooo

คำทำนายของอาจารย์ทองทำให้ตี๋ใหญ่ฮึกเหิม มั่นใจว่าการปล้นครั้งนี้ต้องสำเร็จตามแผน และเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามคิด จอมโจรจากดำเนินสะดวกจึงตัดสินใจไม่บอกใครเรื่องวันลงมือ...แม้แต่ประทีปเพื่อนสนิท

วันเดียวกันบ้านโชติที่กรุงเทพฯ...เจ้าของบ้านขับรถพาจงกับอาเจ็กมาหาหนูตามนัด โตที่กำลังคุยแผนปล้นครั้งใหม่กับปื้ดและสมาชิกคนอื่นไม่ชอบหน้าหลานชายของอาเจ็ก เมื่อจงขอร่วมปล้นด้วยก็ชักปืนขู่

“มึงใครกันวะ”

“ฉัน...อาจงไง”

บรรดลยังมีสีหน้านิ่งสงบ ต่างจากอาเจ็กที่เริ่มนั่งไม่ติด

“ใช่...อาจง หลานอั๊วเอง มันไม่รู้เรื่องอะไรหรอก ไอ้โต...มึงอย่าบ้าไปหน่อยเลย วางปืนซะ”

โตไม่ยอมลดปืน ดวงตาจ้องเขม็งที่จงอย่างจับผิด หนูเห็นท่าไม่ดี รีบไกล่เกลี่ย

“พอเลยนะไอ้โต ไอ้จงมันช่วยกูมาหลายครั้งแล้ว แถมมันยังรับยากูไปขายด้วย นี่กูเรียกมันมาเอง”

วีรกรรมที่ผ่านมาของบรรดลในคราบจงทำให้หนูเชื่อใจ เช่นเดียวกับโชติที่เปลี่ยนใจไม่ระแวงแล้ว

“ไอ้บ้าโต...เมายาหรือเปล่าวะเนี่ย พวกเดียวกันทั้งนั้น ทำดุไม่เข้าเรื่อง”

คำพูดของโชติทำให้โตอ่อนท่าทีลง แต่ไม่ยอมลดปืน อาเจ็กเลยชวนทุกคนไปกินข้าวที่หิ้วมาฝาก มือขวาคนสนิทของตี๋ใหญ่จึงตามไปแบบไม่เต็มใจนัก ทิ้งบรรดลในคราบจงให้คุยกับหนูตามลำพัง

“ไม่ต้องสนใจมันหรอก ไอ้นี่ขี้ระแวงคนพอๆกับเจ๊ทิพย์นั่นแหละ”

หนูพูดปลอบขำๆ บรรดลไม่สนใจ หลอกถามเรื่องงานที่ว่า

“ตกลงงานที่จะทำเนี่ย ขอเอี่ยวด้วยได้เปล่า”

“เฮียตี๋คงไม่ยอมให้ทำหรอก งานมันใหญ่เกินไปสำหรับมือใหม่”

“แต่ฉันทำได้นะ”

“ตอนนี้เอ็งพูดได้ แต่พอถึงเวลาจริงๆจะกลัว

เยี่ยวราด เอาไว้งานหน้าเหอะ”

หนูตัดบทดื้อๆ บรรดลเลิกเซ้าซี้และกลับเข้าแผนตามเดิม คือตีสนิทสมาชิกแก๊งเพื่อหลอกถามข้อมูล และคืนนี้สมาชิกแก๊ง ยกเว้นโต ทิพย์และตี๋ใหญ่ ก็ออกไปเที่ยวบาร์เหมือนเคย

บรรดลกับอาเจ็กต้องตามไปด้วยตามแผน โดยมีอุดมกับเนตรดาวที่มาทำข่าวรอข้างนอก นักข่าวสาวกระตือรือร้นมาก แต่นั่งรอหน้าบาร์เป็นชั่วโมง สมาชิกแก๊งก็ไม่โผล่ให้เห็นสักคน จนต้องบ่นกับอุดม

“นี่คุณ...ต้องรอถึงเมื่อไรกันเนี่ย”

“ก็จนกว่าพวกนั้นจะกลับออกมานั่นแหละครับ แต่ถ้าพวกเขาค้างคืนกันที่นี่ ก็คงต้องอยู่เฝ้ากันถึงเช้า”

“โหย...พามาทรมานแท้ๆเลย”

“ก็ใช่น่ะสิครับ เพราะแบบนี้ไงผมถึงได้พาคุณมาอยู่เป็นเพื่อนแก้เหงา”

“เหรอ...นี่ถ้าไม่กะว่าจะได้ข่าวเด็ดล่ะก็...ฉันไม่มีวันมากับคุณหรอก!”

“ขอบคุณครับ”

คำตอบกวนๆแต่จริงใจของเขาทำให้เนตรดาวเขิน แต่ยังทำหน้าบึ้งขู่

“งั้นฉันหลับก่อนนะ แล้วขอเตือน...อย่าคิดทำอะไร ฉันก็คาราเต้สายดำเหมือนกัน!”

ooooooo

สุดท้ายภารกิจเฝ้าหน้าบาร์ก็เหลวเหมือนทุกครั้ง พวกตำรวจ ทั้งบรรดลกับอุดม จึงกลับไปกองปราบฯวันต่อมาเพื่อประชุมแผนขั้นต่อไป ศิริมาร่วมประชุมด้วย เป็นห่วงบรรดลที่ต้องเสี่ยงมากกว่าใคร

“ดล...ยังไหวอยู่ใช่ไหม ถ้าอยากถอนตัวเมื่อไรก็บอกได้เลยนะ”

“ไม่ครับ...ผมไม่มีทางถอนตัวเด็ดขาด”

“ถ้างั้นต้องระวังตัวให้มาก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น รักษาชีวิตไว้ก่อน”

บรรดลรับปาก สมศักดิ์เสนอให้รีบรวบตัวยกแก๊งก่อนการลงมือปล้นครั้งใหม่

อุดมสนับสนุน “ให้ไอ้ดลดูวันนัดหมายของพวกมัน แล้วล่อมาเที่ยวแบบเมื่อคืน และใช้กำลังบุกจับให้เรียบ!”

บรรดลพยักหน้าเห็นด้วยเพราะเข้านอกออกในแหล่งกบดานของพวกแก๊งมาหลายครั้ง

“ถ้าเราบุกไปถึงแหล่งของพวกมันก็อาจอันตรายเกินไป พวกมันมีอาวุธพร้อมจะทำสงครามกับพวกเราได้เลย”

ศิริร้อนใจไม่ต่างจากบรรดาลูกน้อง ตัดสินใจเด็ดขาด

“ถ้างั้น...ดลลองดูสิว่าทำตามแผนนี้ได้เมื่อไหร่ ทันทีที่ได้วันชัดเจน เราจะบุกจับพวกมันด้วยกัน!”

ในที่สุดตี๋ใหญ่ก็บอกฤกษ์ลงมือตามที่อาจารย์ทองให้ สมาชิกแก๊งไปรวมตัวกันบ้านโชติในกรุงเทพฯ

เหมือนเคยเพื่อเตรียมตัวตามแผน แต่ทิพย์ดันสีหน้าไม่ดีวิตกเรื่องคำทำนายจนโตอดทักไม่ได้

“มีเรื่องหนักอกหนักใจอะไรก็บอกกันได้นะเจ๊”

“กูบอกอะไรไม่ได้หรอก นอกจาก...ปล้นคราวนี้ พวกมึงระวังตัวกันให้มากนะ”

บรรดาสมาชิกแก๊งเอะใจคำพูดแปลกๆ พยายามคาดคั้น แต่ทิพย์ก็ไม่ยอมบอก...

ตี๋ใหญ่แยกตัวไปหาพรสาวน้อยจากเชียงใหม่ที่เขาหอบหิ้วมาอยู่กรุงเทพฯด้วย โดยเช่าห้องให้อยู่ เลี้ยงดูอย่างดี และแวะมาหาเป็นครั้งคราวเหมือนอย่างวันนี้

พรนับเงินที่ตี๋ใหญ่เอามาให้ด้วยสีหน้าไม่

สบอารมณ์

“โหพี่...เงินแค่นี้จะพออะไรกันล่ะ ค่าเทอมน่ะตั้งเกือบแสนรู้ไหม”

“รอก่อน...อีกไม่กี่วันก็ได้เงินแล้ว”

“ค่านายหน้าเหรอ”

“ใช่...งวดนี้ขายของได้เยอะ”

“เออ...แล้วอย่าลืมค่าห้องด้วยนะ เขาส่งใบทวงหนี้มาหลายวันแล้ว”

“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวให้พร้อมกันทีเดียวเลย”

พูดพลางจับมือพร สัญญาเสียงอ่อน

“จำไว้นะ...พี่เป็นคนชวนพรมาอยู่กรุงเทพฯ พรยอมทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับพี่ พี่จะไม่ทำให้พรต้องลำบาก”

“ขอให้จริงเถอะ!”

พรกระเง้ากระงอด ตี๋ใหญ่ดึงตัวมากอด

“จริงสิ...แต่ถ้าพี่รู้ว่าพรไม่ซื่อสัตย์กับพี่ พี่จะฆ่ามันให้หมด ทั้งพรและไอ้ผู้ชายคนนั้น!”

น้ำเสียงดุดันของตี๋ใหญ่ทำให้พรกลัว แต่ยังทำไม่สน แก้ตัวเสียงขุ่น

“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ วันๆพรก็ไปเรียนแล้วก็กลับมานี่แหละ เคยยุ่งกะใครซะที่ไหน”

“พี่รู้...พี่เชื่อพร”

ตี๋ใหญ่รักพรมากเพราะความสาวและความสวย แต่สาวน้อยจากเชียงใหม่กลับไม่ยี่หระความรักของเขานัก แต่กระนั้นด้วยนิสัยชอบเอาชนะ ทำให้เขาหึงหวงในตัวเธอ หวาดระแวงหากเธอจะมีคนอื่น พรรู้ข้อนี้ดี และเริ่มใจไม่ดี...กลัวว่าวันหนึ่งจะตายคามือเขา

ooooooo

บรรดลเริ่มทำตามแผน สวมบทเป็นจงหลานชายอาเจ็กอีกครั้ง หลอกล่อให้โชตินัดเจอหนูและสมาชิกแก๊งของตี๋ใหญ่เพื่อหาข้อมูลเรื่องปล้นครั้งใหม่

“ตกลงนัดรับของกับไอ้หนูเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

“ยังเลยพี่โชติ พอจะพูดเป็นงานเป็นการซะหน่อย หนูมันดันเมา พูดไม่รู้เรื่อง”

“โธ่...ทำไมเป็นงั้นวะ อุตส่าห์พาไปเจอ”

“พี่นัดให้ใหม่ได้ไหม เดี๋ยวได้ตังค์มา ฉันจะแบ่งให้พี่ด้วย”

“โอเค...เดี๋ยวถามให้ว่ามันจะนัดเจอกันอีกทีวันไหน”

“ขอบใจมากนะพี่โชติ”

“ไม่เป็นไร ถือว่าช่วยกันทำมาหากิน”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ไม้-พาย" ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว เปิดตัวแบบคอมเมดี้ ชวนฟินใน "เมียจำเป็น"

"ไม้-พาย" ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว เปิดตัวแบบคอมเมดี้ ชวนฟินใน "เมียจำเป็น"
20 ม.ค. 2564

07:30 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 14:21 น.